สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก
ประจำวันพฤหัสบดีที่ หก สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที ครับ
วันนี้ เราจะนำเสนอรายงานเศรษฐกิจประจำวัน วันที่ห้าสิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า พร้อมบทวิเคราะห์เชิงลึก ที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุนของท่านผู้ชมครับ
เริ่มต้นกันที่ภาพรวมตลาดการเงิน ในช่วงที่ผ่านมา
ตลาดกำลังเผชิญกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น ระหว่างแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน อันเนื่องมาจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอลง ซึ่งสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด
การยกระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือ ได้ผลักดันราคาน้ำมันดิบให้สูงขึ้น สร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไรของธุรกิจขนส่ง ขณะเดียวกัน ก็เป็นผลดีต่อผู้ผลิตพลังงานต้นน้ำ
พร้อมกันนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปี ปรับตัวลดลง มาอยู่ที่ร้อยละสี่จุดห้าสอง ตามข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัว และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย
ซึ่งเป็นการปูทางสู่การเปิดเผยข้อมูลการจ้างงาน เดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้น และจะเป็นตัวชี้ขาด กำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป
ผลกระทบสุทธิ ทำให้ตลาดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน กลุ่มพลังงานและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ได้ประโยชน์จากแรงกดดันด้านราคาฝั่งอุปทาน ขณะที่กลุ่มอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ต้องรอลุ้น ว่าเฟดจะปรับทิศทางนโยบายแบบผ่อนคลายหรือไม่
นอกจากนี้ จีนยังเพิ่มปัจจัยกระตุ้น ผ่านการเสนอขายหุ้นใหม่ครั้งแรก ในตลาดสตาร์มาร์เก็ต ที่ได้รับการหนุนหลังจากรัฐ ได้แก่ ยูนีทรี โรโบติกส์ และซีเอ็กซ์เอ็มที ตอกย้ำธีมปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์ แม้ในภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค จะมีความระมัดระวังก็ตาม
สำหรับระบอบตลาดในปัจจุบัน อยู่ในภาวะการชดเชยความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ ผสานกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอตัว
ความรู้สึกของนักลงทุน อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากภาวะหมีอย่างระมัดระวัง สู่ภาวะเป็นกลาง
ดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยดัชนีดาวโจนส์ ลดลงในช่วงร้อยละศูนย์จุดศูนย์แปด ถึงร้อยละศูนย์จุดสามสาม ขณะที่ดัชนีหุ้นยุโรป อียูสามห้าสิบ ลดลงร้อยละหนึ่งจุดหกสิบเอ็ด
แต่มุมมองเชิงลบ ถูกจำกัดด้วยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง และความคาดหวังที่เฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย
การเปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน มีความชัดเจน กล่าวคือ ความกลัวต่อการเข้มงวดนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง กำลังเปลี่ยนไปสู่ความหวังอย่างระมัดระวัง ว่าการผ่อนคลายดอกเบี้ยกำลังใกล้เข้ามา
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงทำให้การฟื้นตัวของตลาดเปราะบาง ดัชนีความผันผวนโดยรวม อยู่ในระดับสูง แต่ยังไม่ถึงขั้นตื่นตระหนก
มาดูภาพรวมสินทรัพย์แต่ละประเภทกันครับ
กลุ่มหุ้น ดัชนีดาวโจนส์ อยู่ที่ระดับ ห้าหมื่นสองพันสี่ร้อยห้าสิบสี่ ถึงห้าหมื่นสองพันแปดร้อยเจ็ดสิบหก ดัชนีหุ้นยุโรป อียูสามห้าสิบ อยู่ที่สองพันห้าร้อยแปดสิบหกจุดแปดสี่ ดัชนีหุ้นออสเตรเลีย แอสเอ็กซ์ ออลแชร์ อยู่ที่แปดพันเก้าร้อยสามสิบเอ็ด ถึงเก้าพันสามสิบเจ็ด และดัชนีหุ้นแอฟริกาใต้ เอสเอสี่สิบ อยู่ที่หนึ่งแสนหนึ่งพันสามร้อยสิบเจ็ด
การเคลื่อนไหวผสมผสาน ดาวโจนส์ทรงตัวถึงติดลบเล็กน้อย อียูสามห้าสิบ ลดลงร้อยละหนึ่งจุดหกสิบเอ็ด เอสเอสี่สิบ เพิ่มขึ้นร้อยละหนึ่งจุดสิบสาม และเอสดีเอเอกซ์ เพิ่มขึ้นร้อยละศูนย์จุดแปดห้า สะท้อนถึงความระมัดระวัง และการปรับพอร์ตไปสู่กลุ่มรับมือความเสี่ยง
กลุ่มตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปี อยู่ที่ร้อยละสี่จุดห้าสอง ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในรอบเกือบสองเดือน จากการเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่สภาพคล่องของเฟด ยังอยู่ในระดับที่เพียงพอ สะท้อนการปรับมุมมองเชิงผ่อนคลาย และความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยที่เพิ่มมากขึ้น
กลุ่มอัตราแลกเปลี่ยนและสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น จากการหยุดชะงักทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ถ่านหินและยางพารา ได้รับแรงหนุน ส่วนทิศทางของดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ยังขึ้นอยู่กับความคาดหวังด้านอัตราดอกเบี้ย
ด้านความผันผวน ดัชนีวีไอเอ็กซ์ และดัชนีมูฟ ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลล่าสุด แต่สัญญาณความผันผวนโดยรวม อยู่ในระดับสูง และยังถูกควบคุม ไม่มีสัญญาณตื่นตระหนก
ต่อไป เป็นประเด็นวิเคราะห์เชิงธีมหลัก ที่มีผลต่อการลงทุนครับ
หัวข้อที่หนึ่ง ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กับการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน
การยกระดับความขัดแย้งทางทหาร ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือสำคัญ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม ได้ผลักดันราคาน้ำมันดิบและกลุ่มพลังงานให้สูงขึ้น พร้อมกับสร้างส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ให้กับตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง
จากความสัมพันธ์ในอดีต ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ทั้งเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต และเบรนท์ มีความสัมพันธ์เชิงบวกโดยตรง กับผู้ผลิตพลังงานต้นน้ำ อย่าง พีทีทีอีพี พีทีที ท็อป และเอสพีอาร์ซี ซึ่งได้ประโยชน์จากราคาขายที่สูงขึ้น
ในทางกลับกัน ผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ อย่าง เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ จะได้รับผลกระทบจากอัตรากำไรที่หดตัวลง เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
ขณะที่การขยายอัตรากำไรจากการกลั่น เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้กลั่นครบวงจร อย่าง ท็อป และเอสพีอาร์ซี
ผลกระทบที่คาดหวัง กลุ่มพลังงาน มีแนวโน้มเชิงบวก ความรุนแรงสูง ในช่วงศูนย์ถึงสี่สัปดาห์ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่สูงขึ้น จะส่งผ่านสู่รายได้โดยตรง
กลุ่มขนส่ง มีแนวโน้มเชิงลบ ความรุนแรงปานกลาง ในช่วงศูนย์ถึงสี่สัปดาห์ ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น จะกัดกร่อนอัตรากำไรจากการดำเนินงาน โดยเฉพาะกลุ่มสายการบิน ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ผลกระทบลำดับรอง คือด้านความคาดหวังเงินเฟ้อ ราคาพลังงานที่สูงขึ้น จะส่งผลต่อดัชนีราคาผู้บริโภคโดยรวม ทำให้เส้นทางของเฟดซับซ้อนยิ่งขึ้น และกดดันกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย
ในเชิงเหตุและผล วงเงินสินเชื่อหกหมื่นแปดพันล้านบาท ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ปล่อยให้แก่กลุ่มพีทีที สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและความมั่นคง เป็นการตอบสนองโดยตรง ต่อแรงสั่นสะเทือนทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้ สะท้อนว่าภาคเอกชนไทย กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของพลังงาน ที่จะยืดเยื้อต่อไป
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ยังหนุนให้ถ่านหิน อย่างบ้านปู และลานนา เป็นเชื้อเพลิงทดแทน ซึ่งสร้างแรงหนุนรอง ให้กับผู้ผลิตถ่านหินอีกทางหนึ่ง
ในด้านสินทรัพย์ข้ามประเภท ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและการขนส่งทั่วโลก ขณะที่กระแสเงินทุนเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาล ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนลดลง ซึ่งเป็นลักษณะของภาวะเงินเฟ้อหนืด หรือสแต็กเฟลชัน
ความเชื่อมั่นในมุมมองนี้ อยู่ในระดับสูง เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมันดิบและหุ้นกลุ่มพลังงาน มีความชัดเจนในฐานข้อมูลความสัมพันธ์ และธุรกรรมสินเชื่อของธนาคารไทยพาณิชย์และพีทีที ก็เป็นเครื่องยืนยันกลไกการส่งผ่านผลกระทบ ในโลกความเป็นจริง
หัวข้อที่สอง จุดเปลี่ยนนโยบายของเฟด ระหว่างข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ กับเงินเฟ้อจากภูมิรัฐศาสตร์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปี ปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละสี่จุดห้าสอง จากระดับสูงสุดในรอบเกือบสองเดือน ตามข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัว และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจากเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
ขณะที่การเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ในช่วงวันที่สี่ถึงแปดสิงหาคม จะเป็นตัวแปรชี้ขาด ทิศทางอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป
ในเชิงความสัมพันธ์ อัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร มีผลกระทบสองทาง
อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร อย่าง บีบีแอล เคแบงก์ ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ทีทีบี และแบงก์อาย ผ่านอัตรากำไรส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างขึ้น
แต่ในทางกลับกัน จะกดดันกลุ่มผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่าง ซาวาด เมืองไทยแคปปิตอล และทิดลอร์ ผ่านต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น และปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
เมื่ออัตราผลตอบแทนลดลง กลไกดังกล่าวจะย้อนกลับ ไปในทิศทางตรงกันข้าม
ผลกระทบที่คาดหวัง กลุ่มธนาคาร มีแนวโน้มผสมผสาน ความรุนแรงปานกลาง ในช่วงศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ
หากการจ้างงานอ่อนแอ อัตราผลตอบแทนจะลดลงอีก กดดันอัตรากำไรส่วนต่างของธนาคาร เป็นผลลบต่อ บีบีแอล เคแบงก์ และไทยพาณิชย์ แต่หากการจ้างงานแข็งแกร่ง เฟดจะคงดอกเบี้ยในท่าทีแข็งกร้าว ซึ่งจะหนุนอัตรากำไรส่วนต่าง เป็นผลบวกต่อกลุ่มธนาคาร
กลุ่มไฟแนนซ์ อย่างซาวาด เมืองไทยแคปปิตอล และทิดลอร์ มีแนวโน้มเชิงบวก หากอัตราผลตอบแทนลดลง เนื่องจากต้นทุนเงินทุนที่ลดลง และความสามารถในการกู้ยืมของลูกหนี้ที่ดีขึ้น
สำหรับกลุ่มหุ้นโดยรวม หากข้อมูลการจ้างงานอ่อนแอ ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยจะเร่งตัวขึ้น เป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มเติบโตและเทคโนโลยี แต่หากข้อมูลแข็งแกร่ง จะเกิดการปรับมุมมองเชิงแข็งกร้าว ซึ่งเป็นผลลบต่อตลาด
หัวข้อนี้สะท้อนแนวคิดที่ว่า ข่าวร้ายคือข่าวดี
สภาพคล่องที่เพียงพอของเฟด และการสิ้นสุดไตรมาสที่เงียบสงบ สะท้อนว่าไม่มีความตึงเครียดเชิงระบบ ทำให้เฟดมีพื้นที่เพียงพอ ในการโฟกัสกับข้อมูลการจ้างงาน
สายโซ่การส่งผ่านผลกระทบ คือ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่อ่อนแอ จะนำไปสู่อัตราผลตอบแทนที่ลดลง ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า และเป็นแรงหนุนต่อสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ รวมถึงเงินบาท และผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์
ในทางกลับกัน หากข้อมูลแข็งแกร่ง จะยืดวงจรการเข้มงวดทางการเงิน ดอลลาร์แข็งค่า และกดดันสินทรัพย์ที่อ้างอิงกับเงินบาท
กลุ่มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเดลต้า เคซีอี และฮาน่า รวมถึงผู้ส่งออกอาหาร อย่างไทยยูเนี่ยน ซีพีเอฟ ไอทีซี และเอเอไอ จะมีความอ่อนไหว ต่อการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว
ความเชื่อมั่นในมุมมองนี้ อยู่ในระดับปานกลาง เนื่องจากกฎความสัมพันธ์ค่อนข้างชัดเจน แต่ทิศทางผลลัพธ์เป็นแบบสองทาง ต้องรอข้อมูลการจ้างงานในวันศุกร์นี้ เป็นตัวตัดสิน
หัวข้อที่สาม การฟื้นฟูภาคเทคโนโลยีของจีน ภายใต้การหนุนหลังจากรัฐ มุ่งสู่ตลาดสตาร์มาร์เก็ต
การอนุมัติเสนอขายหุ้นครั้งแรกของยูนีทรี โรโบติกส์ ในตลาดสตาร์มาร์เก็ต มูลค่าหกร้อยสิบแปดล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวันที่สามกรกฎาคม และการเปิดตัวอันร้อนแรงของซีเอ็กซ์เอ็มที ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายสูงเป็นประวัติการณ์ แซงหน้ามูลค่าตามราคาตลาดของธนาคารไอซีบีซี เมื่อวันที่สามสิบกรกฎาคม สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลปักกิ่ง ในการสร้างแชมป์ปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ
ด้านผลกระทบที่คาดหวัง ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก มีแนวโน้มเชิงบวก ความรุนแรงปานกลาง ในช่วงหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ โดยผลประกอบการของทีเอสเอ็มซี และความต้องการชิปของจีน จะสร้างแรงส่งเชิงบวก ให้กับผู้ส่งออกเทคโนโลยีในเอเชีย
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย อย่างเดลต้า เคซีอี และฮาน่า มีแนวโน้มผสมผสาน ธีมเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนุน แต่ทิศทางค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งขับเคลื่อนโดยเฟด เป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากกว่า ในระยะใกล้
ความเชื่อมั่นในมุมมองนี้ อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง เนื่องจากฐานข้อมูลความสัมพันธ์ ยังขาดการเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างตลาดสตาร์มาร์เก็ต และหุ้นไทย
หัวข้อที่สี่ การฟื้นตัวของอาคารสำนักงานในโตเกียว และการฟื้นตัวของอสังหาริมทรัพย์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
อัตราว่างของอาคารสำนักงาน ในเขตกลางห้าเขตของโตเกียว ปรับตัวลดลงต่ำกว่าร้อยละสอง มาอยู่ที่ร้อยละหนึ่งจุดเก้าเก้า ในเดือนมิถุนายน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน สองพันยี่สิบ
ขณะที่ค่าเช่าเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกัน เป็นเดือนที่ยี่สิบเก้า สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ของตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียม หลังยุคโควิด
ผลกระทบที่คาดหวัง กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างแสนสิริ เอพี ศุภาลัย และแอลเอช มีแนวโน้มเชิงบวก ความรุนแรงปานกลาง ในช่วงหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ โดยการฟื้นตัวของโตเกียว เป็นตัวชี้วัดนำสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัย ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
กลุ่มวัสดุก่อสร้าง อย่างเอสซีจี เอสซีซีซี ทาสโก้ และทีเอ็มที รวมถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง อย่างซีเค เอสทีอีซี และไอทีดี มีแนวโน้มผสมผสาน เนื่องจากต้องพึ่งพาการใช้งบประมาณภาครัฐ และการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ ซึ่งไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรง กับข้อมูลของโตเกียว
ความเชื่อมั่นในมุมมองนี้ อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากตัวกระตุ้นคือข้อมูลจากโตเกียว ซึ่งอยู่คนละภูมิภาค กับหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไทย
ต่อไป เป็นข้อเสนอแนะการลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูงครับ
ประการแรก เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในกลุ่มพลังงานต้นน้ำและกลุ่มกลั่นครบวงจร ได้แก่ พีทีทีอีพี พีทีที ท็อป และเอสพีอาร์ซี
ส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เป็นตัวเร่งที่ชัดเจนที่สุด และทันทีทันใดที่สุด โดยมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ที่ไม่คลุมเครือ
ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ส่งผลดีต่อรายได้และอัตรากำไรของหุ้นเหล่านี้โดยตรง ขณะที่วงเงินสินเชื่อหกหมื่นแปดพันล้านบาทของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ให้แก่พีทีที ก็ยืนยันความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์นี้
ระยะเวลาการลงทุน ศูนย์ถึงสี่สัปดาห์ ส่วนตัวแปรที่ต้องติดตาม คือการพัฒนาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงรายงานความมั่นคงของเส้นทางเดินเรือทะเลแดง และช่องแคบฮอร์มุซ
ประการที่สอง ลดน้ำหนักการลงทุน ในกลุ่มขนส่ง สายการบินและโลจิสติกส์ ได้แก่ เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์
ต้นทุนน้ำมันอากาศยานและดีเซลที่สูงขึ้น จะกดดันอัตรากำไร ด้วยความสัมพันธ์เชิงลบที่เชื่อถือได้ในระดับสูง
แนะนำให้ป้องกันความเสี่ยง การถือหุ้นพลังงานระยะยาว ด้วยการลดน้ำหนักหรือขายชอร์ตหุ้นกลุ่มขนส่ง ระยะเวลาการลงทุน สองถึงหกสัปดาห์
ประการที่สาม กลุ่มธนาคาร อย่างบีบีแอล เคแบงก์ ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ทีทีบี และแบงก์อาย อยู่ในภาวะกลางถึงระมัดระวัง เนื่องจากสถานการณ์เป็นแบบสองทาง ทิศทางขึ้นอยู่กับข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ทั้งหมด
หากข้อมูลอ่อนแอ เฟดจะผ่อนคลาย อัตรากำไรส่วนต่างดอกเบี้ยถูกกดดัน ควรลดน้ำหนักการลงทุน แต่หากข้อมูลแข็งแกร่ง แนวโน้มดอกเบี้ยทรงตัวเชิงแข็งกร้าว ควรเพิ่มน้ำหนัก
แนะนำให้รอผลข้อมูลการจ้างงาน ก่อนตัดสินใจลงทุน โดยระยะเวลารอผล ในช่วงศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง
ประการที่สี่ กลุ่มไฟแนนซ์ที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่างซาวาด เมืองไทยแคปปิตอล และทิดลอร์ เตรียมพร้อมเข้าซื้อ หากข้อมูลการจ้างงานผิดหวัง และอัตราผลตอบแทนลดลง กลุ่มนี้จะได้ประโยชน์จากต้นทุนเงินทุนที่ลดลง
ควรวางแผนเข้าซื้อเชิงกลยุทธ์ เมื่อข้อมูลการจ้างงานออกมา ต่ำกว่าความคาดหมายของตลาด มากกว่าห้าหมื่นคน
มาถึงส่วนของสถานการณ์ความเสี่ยงหลักกันบ้างครับ
กรณีฐาน มีความน่าจะเป็นร้อยละห้าสิบห้า ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนตัวลงเล็กน้อย ทำให้เฟดคงดอกเบี้ย ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ขณะที่ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด โดยมีแนวโน้มอ่อนตัวเล็กน้อย กลยุทธ์ที่เหมาะสม คือเพิ่มน้ำหนักพลังงาน ถือกลุ่มธนาคารในระดับกลาง และลดน้ำหนักขนส่ง
กรณีเชิงบวก มีความน่าจะเป็นร้อยละยี่สิบ ข้อมูลการจ้างงานต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลงต่ำกว่าร้อยละสี่จุดสาม ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าอย่างรุนแรง
หุ้นตลาดเกิดใหม่และเอเชียแปซิฟิก จะดีดตัวขึ้น ขณะที่หุ้นพลังงานได้ประโยชน์ทั้งจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และอัตราคิดลดที่ลดลง
กลยุทธ์ในกรณีนี้ คือการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเดลต้าและเคซีอี รวมถึงหุ้นพลังงานไปพร้อมกัน
กรณีเชิงลบ มีความน่าจะเป็นร้อยละยี่สิบห้า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะทวีความรุนแรง ไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารโดยตรง ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงเกินกว่าหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ดัชนีความผันผวนพุ่งสูงขึ้น
จะเกิดการขายสินทรัพย์เสี่ยงไปทั่วทุกกลุ่ม ยกเว้นผู้ผลิตพลังงานและทองคำ กลุ่มขนส่ง กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มการเงิน จะถูกขายออกอย่างรุนแรง
กลยุทธ์ที่เหมาะสม คือการโยกพอร์ตทั้งหมด เข้าสู่กลุ่มพลังงานต้นน้ำ อย่างพีทีทีอีพีและพีทีที รวมถึงการถือเงินสด และป้องกันความเสี่ยงด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงกับความผันผวนของตลาด
และนี่คือบทสรุปสำคัญ สำหรับการติดตามของนักลงทุนในสัปดาห์นี้ครับ
หนึ่ง กลุ่มผู้ผลิตพลังงาน พีทีทีอีพี พีทีที ท็อป และเอสพีอาร์ซี เป็นการลงทุนระยะยาวที่มีความเชื่อมั่นสูงที่สุด ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันดิบจากภูมิรัฐศาสตร์ เป็นเรื่องจริง ยั่งยืน และส่งผลดีต่อรายได้โดยตรง ด้วยความสัมพันธ์ที่เชื่อถือได้ในระดับสูง
สอง กลุ่มขนส่ง เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ เป็นการลดน้ำหนักหรือขายชอร์ตที่ชัดเจนที่สุด การบีบอัตรากำไรจากต้นทุนเชื้อเพลิง มีความน่าเชื่อถือในเชิงประวัติศาสตร์ และได้รับการยืนยันแล้ว จากมาตรการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ ที่ธนาคารไทยพาณิชย์และพีทีที ร่วมกันดำเนินการ
สาม ข้อมูลการจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ เป็นตัวแปรชี้ขาดของสัปดาห์นี้ ซึ่งจะกำหนดเส้นทางของเฟด และทิศทางของหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มไฟแนนซ์ และผู้ส่งออกที่อ่อนไหวต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
สี่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปีที่ลดลง อยู่ที่ร้อยละสี่จุดห้าสอง ส่งผลดีต่อกลุ่มผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่างซาวาด เมืองไทยแคปปิตอล และทิดลอร์ หากแนวโน้มยังคงดำเนินต่อไป ควรติดตามจังหวะเข้าซื้อเชิงกลยุทธ์ เมื่อสัญญาณผ่อนคลายได้รับการยืนยัน
ห้า การเคลื่อนไหวของตลาดสตาร์มาร์เก็ตในจีน หนุนธีมปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์เชิงโครงสร้าง แต่หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ไทย อย่างเดลต้า เคซีอี และฮาน่า มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยน มากกว่ากระแสเงินทุนเชิงธีม
หก การฟื้นตัวของอาคารสำนักงานโตเกียว เป็นสัญญาณเชิงบวกต่ออสังหาริมทรัพย์เอเชียแปซิฟิก แต่ยังขาดความเชื่อมโยงโดยตรงในระดับหุ้น กับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไทย ควรใช้เป็นเพียงตัวชี้วัดความรู้สึกของนักลงทุนเท่านั้น
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ