รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

[ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-07 ถึง 2026-08-09 | อัปเดตล่าสุดเวลา 06:11 น.]

🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยกว่า 3,300 ล้านบาท วันที่ 7 สิงหาคม 2569


ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาด SET จำนวน 3,293.87 ล้านบาท และเมื่อรวมตลาด mai มียอดขายสุทธิรวม 3,316.52 ล้านบาท ในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนรายย่อยเป็นผู้ซื้อสุทธิ


กระทรวงพลังงานจับตาราคาน้ำมันโลกผันผวน เพิ่มเงินอุดหนุน LPG กองทุนน้ำมันติดลบ 7.18 หมื่นล้านบาท


กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างติดตามความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก พร้อมทั้งปรับเพิ่มเงินอุดหนุนก๊าซ LPG เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกภายในประเทศ ทั้งนี้ ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมียอดขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 71,800 ล้านบาท

🌐 ข่าวต่างประเทศ

ไม่มีรายงานข่าวในช่วงเวลาดังกล่าว

รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก

รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก

ประจำวันจันทร์ที่ เก้า สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า

เวลา หกนาฬิกา ห้านาที

ตลาดโลกวันนี้ ถูกครอบงำด้วย ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

ซึ่งเป็นผลจากการปะทะทางทหาร ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ที่ส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมันดิบ ต้องหยุดชะงักและเปิดเป็นระยะ

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส พุ่งขึ้นร้อยละ 8.67 ภายในวันเดียว

ก่อนจะปรับตัวลดลงบางส่วน ขณะที่ความคืบหน้าในการเจรจา ระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน

เพื่อเปิดช่องแคบอีกครั้ง ได้กระตุ้นให้เกิด การรีบาวด์ของหุ้นกลุ่มอื่น

ในขณะเดียวกัน วัฏจักรซูเปอร์ไซเคิล ของโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์

ยังคงสร้างความเชื่อมั่น ให้กับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

โดยโอเพนเอไอ วางแผนลงทุนศูนย์ข้อมูล มูลค่าเกินสามหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

และบริษัทเอเอ็มดี เข้าลงทุนในสตาร์ทอัพด้านเอไอ อย่างแอนโทรปิก

แต่สัญญาณการขายทำกำไร เริ่มปรากฏในหุ้นเทคญี่ปุ่น และเอเชีย

ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์

และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยผ่อนคลายเงินเฟ้อ

แต่ก็ยังมีความคาดหวัง ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงนโยบายการเงินที่เข้มงวด

ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ภาวะช็อกด้านอุปทานน้ำมัน กับข้อมูลเศรษฐกิจที่ผ่อนคลาย

กำลังสร้างตลาดแบบสองขั้ว

โดยหุ้นกลุ่มพลังงานได้ประโยชน์ ขณะที่หุ้นขนส่ง และหุ้นเติบโตที่ไวต่อดอกเบี้ย

กำลังเผชิญแรงกดดัน

แนวโน้มการลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูง

เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค โดยเฉพาะ พีทีทีอีพี พีทีที ท็อป และเอสพีอาร์ซี

จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจยืดเยื้อในระยะใกล้

เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในกลุ่มธนาคาร เช่น บีบีแอล เคแบงก์ เอสซีบี เคทีบี ทีทีบี และไบย์

ซึ่งได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง

ลดน้ำหนักการลงทุน ในกลุ่มขนส่ง เช่น เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์

ที่เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนเชื้อเพลิง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน

ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ

ผลประกอบการไตรมาสสองของธนาคาร

และทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่น

สถานการณ์หลัก คาดว่าความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ จะยังคงอยู่

แต่ไม่บานปลายสู่การปิดเส้นทางเดินเรือเต็มรูปแบบ

น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส จะเคลื่อนไหวในช่วง 72 ถึง 78 ดอลลาร์สหรัฐ

ตลาดหุ้นจะไร้ทิศทาง แต่มีการโยกเงินระหว่างกลุ่ม

ในกรณีที่ดี หากสหรัฐฯและอิหร่านบรรลุข้อตกลง

น้ำมันอาจร่วงต่ำกว่า 68 ดอลลาร์สหรัฐ หุ้นกลุ่มเทคและขนส่งจะนำตลาดขึ้น

ในกรณีร้าย หากความขัดแย้งปิดช่องแคบฮอร์มุซ

น้ำมันอาจพุ่งเกิน 95 ดอลลาร์สหรัฐ เกิดภาวะเงินเฟ้อถดถอย

หุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลง มีเพียงพลังงานและเหมืองทองคำเท่านั้นที่ทรงตัว

สรุปประเด็นสำคัญ

กลุ่มพลังงาน คือการเพิ่มน้ำหนักที่มีความเชื่อมั่นสูงที่สุด

กลุ่มขนส่ง คือการลดน้ำหนักที่ชัดเจนที่สุด

กลุ่มธนาคาร ให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่น่าสนใจ

กลุ่มเทคโนโลยี กำลังเข้าสู่ช่วงขายทำกำไร

ทองคำ ควรหลีกเลี่ยงในระยะสั้น

ติดตามการเจรจาสหรัฐฯและอิหร่าน เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

# Economic Daily Report — ~August 7, 2026

Dominant Market Narrative

The global market is currently dominated by a volatile geopolitical risk premium centered on the Strait of Hormuz, where US-Iran military exchanges have intermittently choked and reopened critical oil transit routes. WTI crude surged 8.67% in a single session on escalation fears before partially retracing, while progress in US-Iran negotiations to reopen the Strait triggered sharp relief rallies in equities. Simultaneously, the AI infrastructure super-cycle continues to inject optimism into technology stocks — OpenAI’s planned $30 billion data center and AMD’s investment in Anthropic underscore durable demand — but profit-taking signals are emerging in Japanese and Asian tech names. On the macro front, below-consensus US PPI and easing bond yields offer a disinflationary counterweight, though hawkish Fed expectations linger. The interplay between supply-driven oil shocks and disinflationary macro data is creating a bifurcated market: energy-linked names benefit while transportation and rate-sensitive growth stocks face headwinds.

Market Regime & Sentiment Gauge

Current Regime: Geopolitical Risk Premium with Disinflationary Undertones

Sentiment is Cautiously Neutral — shifting from Risk-On earlier in the period to a more guarded posture as Middle East tensions escalate. The oil supply disruption premium is partially offset by softening US PPI data and easing bond yields. Equity markets are range-bound with sector rotation into energy and financials while technology faces profit-taking. No single directional conviction prevails.

Market Snapshot

Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
Equities US30 (Dow) ~52,876 → 52,856 (range-bound, -0.08% to -0.33%) Cautiously Neutral
Equities US100 (Nasdaq) 29,825 (+0.33%) Mildly Positive
Equities Nikkei 225 +308.84 (+0.47%) on AI optimism; later -76.55 on profit-taking Mixed / Topping
Equities EU100 1,926–1,939 (+0.91% to +1.33%) Constructive
Equities NIFTY 50 23,866 → 23,963 Mildly Positive
Equities S&P/TSX +0.5% (financials, mining, tech) Constructive
Fixed Income 10Y UST, Bund, JGB Easing yields (US PPI miss) but JGB yields rising Dovish tilt ex-Japan
FX & Commodities DXY, EURUSD No data available. —
FX & Commodities Gold Declining on strong USD & hawkish Fed expectations Bearish for Gold
FX & Commodities WTI Crude +8.67% surge, then -1.60% to -1.65% retracement Extreme Volatility
FX & Commodities Brent Crude +8.76% surge, then -2.43% retracement Extreme Volatility
Volatility VIX, MOVE Index No data available. —

Thematic Analysis & Forward Impact

Theme 1: Strait of Hormuz — Geopolitical Oil Supply Shock

  • Trigger: US-Iran military exchanges escalated, threatening oil transit through the Strait of Hormuz. Subsequent progress in negotiations to reopen the strait triggered a relief rally in equities and pullback in crude.
  • Historical Correlation: Crude oil price (WTI, Brent) has a direct positive correlation with Energy & Utilities stocks (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) — rising oil drives stock gains and higher selling prices. Conversely, crude oil has a direct negative correlation with Transportation & Logistics (AAV, BA, KEX) — higher fuel costs compress margins, especially for airlines.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Energy & Utilities (ENERG): PTTEP, PTT, TOP, SPRC — High magnitude, medium-term — direct beneficiaries of sustained elevated crude prices

    – 📉 Transportation & Logistics (TRANS): AAV, BA, KEX — High magnitude, near-term (0–48h) — fuel cost pass-through lags, margin compression immediate

    – 📉 Power Utilities with USD Debt: BGRIM, GPSC, GULF — Medium magnitude — weak Baht + expensive imported gas double headwind

    – ⚖️ Broader Equities: Thai SET, Canadian TSX — Relief rally on negotiation progress; renewed pressure on escalation

  • Causal & Inter-Market Reasoning: An oil supply disruption operates through three transmission channels: (1) direct input cost inflation for transportation sectors, (2) revenue uplift for upstream energy producers, and (3) broad-based inflation expectations that push bond yields higher and compress equity valuation multiples. The correlation database confirms that PTTEP, PTT, TOP, and SPRC capture upside from crude spikes, while AAV, BA, and KEX are structurally short fuel costs. Second-order effects: rising oil → higher inflation expectations → hawkish central bank posture → pressure on rate-sensitive growth and property sectors.
  • Confidence: High — supported by explicit correlation rules from the indic_effect database and multiple confirming news sources.
  • —

    Theme 2: AI Infrastructure Super-Cycle Meets Profit-Taking Exhaustion

  • Trigger: OpenAI planning >$30 billion in new data center investment; AMD investing in AI startup Anthropic. Nikkei rallied +308.84 points (+0.47%) on July 23 driven by tech, but subsequently fell -76.55 points on profit-taking in large technology stocks.
  • Historical Correlation: The correlation database maps USD/THB weakness as positive for Technology / Electronic Components (ETRON) — benefiting export-oriented names DELTA, KCE, HANA through higher Baht-denominated revenue recognition. However, rising Japanese bond yields and oil prices are capping further tech upside.
  • Expected Impact:
  • – 📈 AI-adjacent Technology: Structural demand tailwind — Medium magnitude, 1–4 weeks

    – 📉 Near-term Tech Positioning: Profit-taking risk elevated — Nikkei tech names, Asian semiconductor supply chain — Medium magnitude, 0–48h

    – ⚖️ Electronic Component Exporters: DELTA, KCE, HANA — benefit from weak Baht but face input cost pressure from energy

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The AI capex cycle is a genuine structural demand driver, but the market is exhibiting classic “buy the rumor, sell the news” behavior after significant front-running. Rising JGB yields reduce the relative attractiveness of Japanese tech equities by raising the discount rate on future cash flows. The transmission is: AI hype → tech positioning overcrowding → profit-taking triggers → sector rotation into energy and financials. The correlation database confirms tech exporters benefit from USD/THB dynamics, but this is a second-order factor beneath the dominant AI narrative.
  • Confidence: Medium — AI demand is well-documented but profit-taking signals are nascent and not yet confirmed by multiple data points.
  • —

    Theme 3: Disinflationary Pulse vs. Hawkish Fed — The Rates Tug-of-War

  • Trigger: US PPI came in below expectations, triggering an easing in bond yields. However, hawkish Fed expectations persist, supported by elevated oil prices and labor market resilience. Gold declined on strong USD and hawkish rate expectations.
  • Historical Correlation: Policy interest rates and bond yields have a positive correlation with Banking (BANK) — BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY benefit from wider Net Interest Margins. Conversely, higher rates are negative for Finance & Securities (FIN) — SAWAD, MTC, TIDLOR — as higher borrowing costs compress retail/microfinance loan margins.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Banking (BANK): BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY — Medium magnitude, 1–4 weeks — NIM expansion from elevated rate environment

    – 📉 Finance & Securities (FIN): SAWAD, MTC, TIDLOR — Medium magnitude — higher funding costs squeeze margins

    – 📉 Gold: Medium magnitude — strong USD + hawkish Fed = headwind for non-yielding assets

    – ⚖️ Property Development (PROP): SIRI, AP, SPALI, LH — Sensitive to rate trajectory — lower mortgage rates would be positive

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The macro cross-current is: softening PPI → dovish pivot hopes → lower yields → but oil-driven inflation fears → hawkish Fed pushback → yields find a floor. Banks are the clearest beneficiary of “higher for longer” rates through NIM expansion. Gold’s decline is the cleanest expression of the rates/FX transmission — higher real rates + stronger USD = lower gold. This is a textbook correlation confirmed by the database.
  • Confidence: High — supported by explicit indic_effect rules and multiple confirming news signals.
  • —

    Theme 4: Asian Export Resilience — China Data & Regional Spillover

  • Trigger: Strong China export data and South Korea’s GDP forecast upgrade supported tech stock buybacks across Asia. The SET50 Index Futures rebounded on this data, with energy stocks providing additional buoyancy.
  • Historical Correlation: Exchange rate (USD/THB) weakness is positive for Food & Beverage (FOOD) exporters — TU, CPF, ITC, AAI — and positive for Electronic Components (ETRON) — DELTA, KCE, HANA — both through higher Baht-denominated revenue from overseas sales. PMI and export figures are positive for industrial estate Property Development (PROP) — AMATA, WHA — reflecting factory expansion trends.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Food Exporters: TU, CPF, ITC, AAI — Medium magnitude, 1–4 weeks — export revenue tailwind

    – 📈 Electronic Components: DELTA, KCE, HANA — Medium magnitude — dual benefit from weak Baht + strong regional demand

    – 📈 Industrial Estates: AMATA, WHA — Low-medium magnitude — factory expansion orders

  • Causal & Inter-Market Reasoning: Strong Chinese export data signals resilient global demand, which feeds through to Asian supply chain and commodity-linked economies. The correlation database explicitly links PMI/export strength to Thai industrial estate developers (AMATA, WHA) via increased factory expansion orders. The weak Baht tailwind for food and electronics exporters is an additional compounding factor.
  • Confidence: Medium — China export data is a reliable leading indicator, but the sustainability of the trend is unconfirmed.
  • High Conviction Investment Thesis

    Overweight Energy & Utilities (ENERG): The Strait of Hormuz geopolitical risk premium is unlikely to fully dissipate in the near term. PTTEP, PTT, TOP, and SPRC offer the most direct upside exposure to sustained elevated crude prices (correlation confirmed: “Stock gains and higher selling prices”). Position for a 1–4 week horizon with stop-losses keyed to any confirmed US-Iran ceasefire or strait reopening deal.

    Overweight Banking (BANK): BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY benefit from the “higher for longer” rate environment through NIM expansion. This is a medium-term (1–4 week) tactical overweight with high confidence given the explicit correlation rule.

    Underweight Transportation (TRANS): AAV, BA, KEX face structural margin compression from fuel costs. Hedge or reduce exposure until crude stabilizes below $70 WTI. Near-term (0–48h to 1 week).

    Key Triggers to Monitor:

  • US-Iran negotiation outcomes (Strait of Hormuz status)
  • US CPI / inflation data releases
  • Q2 bank earnings (season underway)
  • Japanese bond yield trajectory
  • Key Risk Scenarios

  • Base Case (55% probability): Strait of Hormuz tensions persist but do not escalate to full blockade; oil trades $72–78 WTI range; equities range-bound with sector rotation favoring energy and banks. Overweight energy, banks; underweight transports.
  • Bull Case (20% probability): US-Iran deal formalized, Strait fully reopened, oil crashes below $68; bond yields fall sharply; broad equity rally led by tech and transports; energy stocks give back gains. Rotate out of energy, into growth/tech.
  • Bear Case (25% probability): Military escalation closes Strait of Hormuz; oil spikes above $95; stagflationary shock; equities sell off broadly; only upstream energy and gold miners hold value. Full risk-off positioning; long energy, short discretionary.
  • Key Takeaways

  • Energy sector (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) is the highest-conviction tactical overweight — Strait of Hormuz risk premium is structural, and the correlation database confirms direct upside transmission to these names.
  • Transportation (AAV, BA, KEX) is the clearest short/underweight — fuel cost headwinds are immediate, high-magnitude, and confirmed by historical correlation data.
  • Banks (BBL, KBANK, SCB, KTB) offer asymmetric risk/reward — NIM expansion from elevated rates is a durable tailwind, while a dovish pivot would only modestly compress margins.
  • Tech enters a profit-taking window — AI infrastructure demand is real, but positioning is crowded and Nikkei profit-taking signals are flashing caution.
  • Gold’s decline on USD strength + hawkish Fed is a clean negative correlation trade — avoid precious metals exposure in the near term.
  • Monitor US-Iran negotiations as the single most important catalyst — a deal would trigger rapid sector rotation out of energy and into transports/tech.
  • —

  • Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.
  • ## แปลเป็นภาษาไทย : # ⚡ “กระแสเงินทุนต่างชาติผันผวนรุนแรง: ดัชนี SET ถึงทางแยก NVDR พลิกจาก +2.1 พันล้านเป็น -3.3 พันล้านบาทใน 24 ชั่วโมง — การคลี่คลายความขัดแย้งตะวันออกกลางปะทะกับความกังวลผลประกอบการ Q2”

    ## แปลเป็นภาษาไทย : # ⚡ “กระแสเงินทุนต่างชาติผันผวนรุนแรง: ดัชนี SET ถึงทางแยก NVDR พลิกจาก +2.1 พันล้านเป็น -3.3 พันล้านบาทใน 24 ชั่วโมง — การคลี่คลายความขัดแย้งตะวันออกกลางปะทะกับความกังวลผลประกอบการ Q2”

    ## 1. บริบทมหภาคและการเมือง (สาเหตุ)

    ตะวันออกกลาง — ปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่แกว่งตัวสองทาง

    ปัจจัยการเมืองที่สำคัญที่สุดในช่วง 24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมาคือสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงผันผวน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 ประธานาธิบดีทรัมป์ ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านและเริ่มการเจรจาทางการทูต ส่งผลให้เกิดปัจจัยบวกต่อความเสี่ยง (risk-on) ที่ช่วยลดราคาน้ำมันดิบชั่วคราวและหนุนตลาดหุ้นโลก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงเปราะบาง — การยกระดับความขัดแย้งก่อนหน้านี้ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี ได้ผลักดันให้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พลวัตทางภูมิรัฐศาสตร์แบบสองขั้วนี้เป็นตัวแปรมหภาคที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจาก หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี (PTT, PTTEP, TOP, GC) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25–30% ของมูลค่าตลาดรวมของ SET

    เฟดและเศรษฐกิจมหภาคสหรัฐฯ — ท่าทีผ่อนคลายหรือคงไว้ซึ่งแนวโน้มเข้มงวด?

    การคาดการณ์ล่าสุดของบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย (8 สิงหาคม 2026) ชี้ว่า ถ้อยแถลงของเฟด เป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดที่สำคัญในสัปดาห์หน้า ดัชนี ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ 45.1 ในเดือนสิงหาคม (ต่ำกว่าเกณฑ์กลางที่ 50) ส่งสัญญาณว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคอ่อนแอลง ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่าเฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยหรืออาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะสนับสนุนกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย — เป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญหากเกิดขึ้นจริง

    ไทย — การปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP และกระแส Safe-Haven

    บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ (4 สิงหาคม 2026) ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ปี 2026 เป็น 1,670 จุด จาก 1,600 จุด โดยอ้างถึง “ความน่าดึงดูดในฐานะ Safe-Haven” ของไทยท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น รัฐบาลไทยปรับเพิ่ม คาดการณ์การเติบโตของ GDP จาก 1.6% เป็น 2.5% ปริมาณการซื้อขายในเดือนกรกฎาคมแตะ ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี โดยมีเงินทุนต่างชาติสุทธิไหลเข้าถึง 76,000 ล้านบาท ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างไรก็ตาม ADB ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปี 2026 เหลือ 4.6% โดยไทยยังคงอยู่ที่ 1.8% และคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นสู่ 2.9% — ซึ่งเป็นความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยพร้อมเงินเฟ้อ (stagflation) ที่ไม่อาจมองข้ามได้

    ## 2. การสังเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค ปัจจัยพื้นฐาน และกระแสเงินทุนต่างประเทศของหุ้น (สิ่งที่เกิดขึ้น)

    📉 กระแสเงินทุนต่างชาติ — สัญญาณกลับตัวอย่างรุนแรง (36 ชั่วโมงที่ผ่านมา)


    กระแสเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติกลับตัวอย่างรุนแรง สร้าง รูปแบบ whiplash ที่ต้องจับตา:

    วันที่ กระแสเงินทุนต่างชาติ (SET+MAI) สัญญาณ
    7 ส.ค. 2026 ขายสุทธิ –3,316.52 ล้านบาท 🔴 การกระจายตัวหนัก
    6 ส.ค. 2026 ซื้อสุทธิ +2,090.63 ล้านบาท 🟢 การสะสมที่แข็งแกร่ง
    5 ส.ค. 2026 NVDR ขายสุทธิ –5,456.60 ล้านบาท 🔴 การขายระดับตื่นตระหนก
    4 ส.ค. 2026 ขายสุทธิ –146.16 ล้านบาท 🟡 ไหลออกเล็กน้อย
    3 ส.ค. 2026 ขายสุทธิ –1,619.44 ล้านบาท 🔴 การกระจายตัว

    > ⚠️ ข้อสังเกตสำคัญ: หลังจากซื้อสุทธิเพียงวันเดียวในวันที่ 6 ส.ค. (+2.09 พันล้าน) นักลงทุนต่างชาติ กลับมาขายสุทธิอย่างรุนแรงอีกครั้งในวันที่ 7 ส.ค. (–3.3 พันล้าน) ซึ่ง ไม่ใช่ พฤติกรรมของการสะสมโดยสถาบัน แต่เป็นสัญญาณของ การชดเชย Short ในเชิงกลยุทธ์ ตามด้วยการกระจายตัวอีกครั้ง ข้อมูล NVDR วันที่ 5 ส.ค. น่ากังวลเป็นพิเศษ: PTT, TRUE และ PTTEP เป็นหุ้นที่ถูกขายสุทธิผ่าน NVDR มากที่สุด แสดงว่านักลงทุนต่างชาติ “เงินสมอง” กำลังลดการลงทุนในหุ้นพลังงานที่ควรจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างจริงจัง ความแตกต่างนี้เป็น สัญญาณเตือนสำคัญ


    🔬 การวิเคราะห์ข้ามภาคส่วน: เทคนิคและกระแสเงินทุน


    🛢️ กลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP) — “ขายเมื่อราคาพุ่งจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์”

    – เทคนิค PTT: อยู่ในแนว SIDEWAYS / การพักฐาน (ข้อมูลล่าสุด) โดยมี Keltner Channels แบน ปริมาณ DRYING_IN_SQUEEZE และ RSI เป็นกลาง ราคาอยู่ในกรอบระหว่าง 35.75 (แนวรับ) และ 37.00 (แนวต้าน) แม้ Q1 2026 กำไรสุทธิ 25,740 ล้านบาท (+10.4% YoY) แต่ตลาดอาจได้สะท้อนผลประโยชน์จากราคาพลังงานไปแล้ว

    – กระแสเงินทุนต่างชาติ: 🔴 PTT เป็น หุ้นที่ถูกขายสุทธิผ่าน NVDR สูงสุด ในวันที่ 5 ส.ค. ความแตกต่างระหว่างราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกับการขายต่างชาติใน PTT เป็นสัญญาณคลาสสิกของ “ซื้อข่าวลือ ขายเมื่อข่าวจริง” — เงินฉลาดใช้หัวข้อภูมิรัฐศาสตร์เป็นสภาพคล่องในการออก

    – เชื่อมโยงมหภาค: การเจรจาลดความตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับอิหร่าน (3 ส.ค.) ลดโอกาสที่น้ำมันจะยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ หากราคาน้ำมันดิบลดลงสู่ 85–90 ดอลลาร์ กำไร Q2 ของ PTT ซึ่งคาดว่าจะได้ประโยชน์จากน้ำมันที่สูง อาจออกมาผิดหวัง

    ⚡ กลุ่มไฟฟ้า/IPP (GULF) — แนวโน้มขาลงกับ Divergence

    – เทคนิค GULF: อยู่ในแนว DOWN_TREND (อ่อนแอ) โดยมีปริมาณ HIGH_SELLING_PRESSURE Keltner Channels แบน แต่ MACD Bullish Divergence กำลังก่อตัว แนวรับที่ 60.00 บาท แนวต้านที่ 63.50 บาท

    – เชื่อมโยงมหภาค: ผลประกอบการ Q2 ของหุ้นกลุ่มไฟฟ้า/IPP ถูกชี้ว่าอ่อนแอกว่าคาดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้เกิดการเทขาย การขายต่างชาติในวันที่ 7 ส.ค. น่าจะเพิ่มแรงกดดันต่อ GULF

    – การตั้งค่า: MACD Bullish Divergence เป็นสัญญาณกลับตัวในช่วงต้น แต่ปริมาณ HIGH_SELLING_PRESSURE ขัดแย้ง ยังไม่เข้าซื้อจนกว่าปริมาณจะเปลี่ยนไป จับตาการปิดเหนือ 63.50 บาท เพื่อยืนยัน

    🏦 กลุ่มธนาคาร (SCB, KBANK, BBL) — จุดสว่าง

    – เทคนิค SCB: อยู่ในแนว UP_TREND (ระยะ Markup ที่แข็งแกร่ง) Bollinger Squeeze ถูกแก้ไขด้วยการทะลุขึ้น Keltner Channels กำลังสูงขึ้น MACD อยู่ใน bullish Crossover และปริมาณ EXPANDING_ON_BREAKOUT แนวต้านที่ 150.00 บาท แนวรับที่ 144.00 บาท

    – เชื่อมโยงมหภาค: ฤดูกาลรายงานผลประกอบการ Q2 ของธนาคารเป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยชี้ หาก SCB (และกลุ่มธนาคารอื่น) รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด กลุ่มธนาคารอาจแยกตัวจากความอ่อนแอของ SET โดยรวม การปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยเป็น 2.5% สนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อ

    – ข้อควรระวัง: RSI ของ SCB อยู่ในภาวะ Overbought ในชุดข้อมูลหนึ่ง — ความเสี่ยงในการย่อตัวสูง การเข้าซื้อในระดับราคาปัจจุบันมี อัตราส่วน Risk/Reward 0.50 ซึ่งไม่เหมาะสมนัก

    🔌 กลุ่มเทคโนโลยี/AI (DELTA) — สัญญาณเตือน Momentum หมดแรง

    – เทคนิค DELTA: อยู่ใน UP_TREND ที่แข็งแกร่ง แต่ติดอยู่ใน Volatility Squeeze พร้อม MACD Bearish Divergence — ราคาทำจุดสูงสุดที่สูงขึ้น แต่โมเมนตัมลดลง ปริมาณอ่านค่า HIGH_SELLING_PRESSURE ซึ่งเป็นสัญญาณการกระจายตัวแบบ Wyckoff

    – บริบทปัจจัยพื้นฐาน: DELTA รายงานผลประกอบการ Q1 2026 สูงสุดเป็นประวัติการณ์จากความต้องการ AI/ศูนย์ข้อมูล โดยมี การเติบโต 40–50% YoY ในส่วนของศูนย์ข้อมูล อย่างไรก็ตาม ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ ~327.67 บาท อยู่ต่ำกว่าช่วงการซื้อขายที่ประมาณ 346 บาท บ่งชี้ว่าราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสมถึงสูงเกินไป

    – การตั้งค่าสำคัญ: หาก Squeeze แก้ไข ลงด้านล่าง MACD Bearish Divergence จะได้รับการยืนยัน และการปรับฐานลงสู่ 326 บาท (จุดตัดขาดทุนแข็ง) มีแนวโน้มสูง หากทะลุขึ้นเหนือ 348 บาท ด้วยปริมาณที่พุ่งสูง เรื่องราว AI จะขยายต่อไป

    ## 3. กลยุทธ์และแนวโน้ม (การดำเนินการ)

    🎯 สรุปแกนหลัก: ระมัดระวังเชิงลบในระยะสั้น โครงสร้างเป็นกลางถึงบวก


    ดัชนี SET อยู่ที่จุดเปลี่ยนสำคัญ การ ไหลออกของต่างชาติ –3.3 พันล้านบาท ในวันที่ 7 ส.ค. ตามหลังการขาย NVDR แบบตื่นตระหนก –5.5 พันล้านบาท ในวันที่ 5 ส.ค. ส่งสัญญาณว่าเงินทุนสถาบันต่างชาติ ยังไม่มุ่งมั่นที่จะกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยอย่างยั่งยืน การซื้อเพียงวันเดียวในวันที่ 6 ส.ค. (+2.1 พันล้าน) น่าจะเป็นการชดเชย Short ในเชิงกลยุทธ์จากข่าวการลดความตึงเครียดทรัมป์-อิหร่าน — ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทางเชิงโครงสร้าง

    กรอบคาดการณ์ของบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยที่ 1,560–1,655 จุด สำหรับสัปดาห์หน้าเป็นตัวกำหนดขอบเขตเชิงกลยุทธ์ โดย SET อยู่ที่ประมาณ 1,617 จุด (ปิดล่าสุด 4 ส.ค.) ดัชนีกำลังซื้อขายใน ช่วงล่างถึงกลางของกรอบ ทิ้งช่องว่างด้านล่างถึง 1,560 (–3.5%) และด้านบนถึง 1,655 (+2.3%) ความเสี่ยง/ผลตอบแทน สมมาตรถึงค่อนข้างเป็นลบ จากการกลับตัวของกระแสเงินทุนต่างชาติ


    ✅ กลยุทธ์ที่สามารถดำเนินการได้ตามภาคส่วน:


    ภาคส่วน กลยุทธ์ เหตุผล
    ธนาคาร (SCB, KBANK, BBL) 🟢 ซื้อแบบเลือกเมื่อย่อตัว การตั้งค่าทางเทคนิคแข็งแกร่งที่สุด — ยืนยันระยะ Markup รอการย่อตัวของ SCB สู่โซน 144.00–146.50 บาท ตัวเร่งผลประกอบการ Q2 ยังรออยู่
    พลังงาน (PTT, PTTEP) 🔴 ลดสัดส่วน / ทำกำไร การขาย NVDR ต่างชาติใน PTT ขัดแย้งกับเรื่องราวราคาน้ำมัน “ขายเมื่อมีข่าวภูมิรัฐศาสตร์” หากการเจรจาทรัมป์-อิหร่านคืบหน้า ราคาน้ำมันอาจร่วงลงอย่างรุนแรง
    ไฟฟ้า/IPP (GULF) 🟡 รอการยืนยัน MACD Bullish Divergence เป็นสัญญาณเบื้องต้น แต่ HIGH_SELLING_PRESSURE ต้องกลับตัว อย่าคาดการณ์ล่วงหน้า — รอราคาปิดเหนือ 63.50 บาท
    AI/เทคโนโลยี (DELTA) 🟡 ถือที่มีอยู่; ไม่เข้าซื้อใหม่ MACD Bearish Divergence + HIGH_SELLING_PRESSURE = ความเสี่ยงการกระจายตัว การทะลุขึ้นเหนือ 348 บาทด้วยปริมาณพุ่งเท่านั้นที่เป็นสัญญาณเข้าซื้อใหม่ที่ถูกต้อง
    SET โดยรวม 🟡 ท่าทีตั้งรับ เพิ่มเงินสด ลดการลงทุนในพลังงาน หมุนเข้าสู่ธนาคารเมื่อย่อตัว ป้องกันความเสี่ยงด้วย Put Options นอกเงิน หรือ SET50 Futures หากแนวรับ 1,600 จุดแตก

    ⚠️ สถานการณ์ความเสี่ยงสำคัญ:


    1. กรณีบวก: เฟดมีท่าทีผ่อนคลาย + ข้อตกลงทรัมป์-อิหร่านประสบความสำเร็จ = ต่างชาติกลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว → SET ทดสอบ 1,655–1,670 จุด ธนาคารและ DELTA นำขึ้น

    2. กรณีลบ: ความขัดแย้งตะวันออกกลางกลับมารุนแรง + เงินเฟ้อสหรัฐฯ เหนียวตัว = น้ำมันพุ่ง + เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ → SET แตก 1,600 จุด ลงสู่ 1,570 และ 1,550 จุด

    3. กรณีฐาน: อยู่ในกรอบ 1,600–1,630 จุด ขณะที่ผลประกอบการ Q2 ให้สัญญาณผสม หมุนเวียนจากพลังงานสู่ธนาคาร

    ## 4. 📊 สรุปข้อมูล

    Ticker แนวโน้ม กระแสเงินทุนต่างชาติ (24-36 ชม. NVDR) ปัจจัยมหภาค/ข่าว ความเสี่ยง (R:R/SL) ปริมาณพุ่งสูง แนวโน้มทั่วไป
    SET Index SIDEWAYS (กรอบ 1,600–1,630) 🔴 ขายสุทธิ –3,317 ลบ. (7 ส.ค.); ซื้อสุทธิ +2,091 ลบ. (6 ส.ค.); NVDR –5,457 ลบ. (5 ส.ค.) การเจรจาลดความตึงเครียดตะวันออกกลาง; นโยบายเฟด; ผลประกอบการ Q2; ปรับเพิ่ม GDP เป็น 2.5% แนวรับ 1,600 → 1,570 → 1,550; แนวต้าน 1,630 → 1,655 สูง — สูงสุดรอบ 4 ปีในเดือนก.ค. ระมัดระวังเชิงลบ ระยะสั้น; กระแสเงินทุน whiplash ส่งสัญญาณการกระจายตัว
    PTT SIDEWAYS / พักฐาน 🔴 ขายสุทธิ NVDR สูงสุด (5 ส.ค.); การกระจายตัวทั้งภาคส่วน ความผันผวนราคาน้ำมัน; การเจรจาทรัมป์-อิหร่าน; EPS Q1 พลาดเป้า R:R 1.25; SL 35.75; แนวต้าน 37.00 DRYING_IN_SQUEEZE ลดสัดส่วน — การขายต่างชาติขัดแย้งกับปัจจัยน้ำมัน
    SCB UP_TREND (Markup) ไม่มีข้อมูล NVDR เฉพาะ; กลุ่มธนาคารอยู่ในช่วงรอผลประกอบการ ผลประกอบการ Q2 ธนาคาร; การปรับเพิ่ม GDP หนุนการเติบโตสินเชื่อ R:R 0.50–0.65; SL 138.50–144.00; แนวต้าน 145–150 EXPANDING_ON_BREAKOUT ซื้อเมื่อย่อตัว — การตั้งค่าทางเทคนิคแข็งแกร่งที่สุดใน SET
    GULF DOWN_TREND (อ่อนแอ) แรงกดดันขายในกลุ่มไฟฟ้า/IPP ผลประกอบการ Q2 พลาดเป้า (ทั้งภาคส่วน); ความต้องการพลังงานสีเขียวเป็นปัจจัยหนุนระยะยาว R:R 2.25; SL 60.00; แนวต้าน 63.50 HIGH_SELLING_PRESSURE รอ — MACD Bullish Divergence ต้องการการยืนยันปริมาณ
    DELTA UP_TREND (แข็งแกร่ง, กำลังสะสมแรง) ความเสี่ยงการหมุนเวียนของต่างชาติออกจากกลุ่มเทคโนโลยี/AI ความต้องการ AI/ศูนย์ข้อมูล 40–50% YoY; ราคาเป้าหมายเฉลี่ยต่ำกว่าราคาปัจจุบัน R:R 2.29–2.57; SL 326–328; แนวต้าน 348 HIGH_SELLING_PRESSURE (สัญญาณการกระจายตัว) ถือเท่านั้น — MACD Bearish Divergence; อย่าเพิ่ม

    – คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ‘ตามที่เป็น’ และไม่มีภาระรับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ โปรดดำเนินการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนใด ๆ

    NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    📊 NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    🎯 Dimension 1: Top Accumulation

    Stocks with consistent institutional buying over the period.

    CPALL Net Buy 705.59M THB (16/20 days)
    EA Net Buy 551.74M THB (14/20 days)
    BDMS Net Buy 441.52M THB (14/20 days)

    🚨 Dimension 2: Price-NVDR Divergence

    Conflicting signals between price action and fund flow.

    GULF 🔴 HIDDEN BEARISH (Price Up, NVDR Sell) | NVDR Net: 895.02M THB
    KBANK 🔴 HIDDEN BEARISH (Price Up, NVDR Sell) | NVDR Net: 675.99M THB
    PTT 🔴 HIDDEN BEARISH (Price Up, NVDR Sell) | NVDR Net: 651.88M THB

    👑 Dimension 3: High Dominance Plays

    Stocks heavily driven by foreign volume (>25%).

    No high dominance stocks found.

    🔄 Dimension 4: Sector Rotation

    Top 3 sectors with the highest net inflows.

    ENERG 2,098.63M THB
    ICT 1,016.38M THB
    COMM 879.22M THB

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 8 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.53 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.78 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.43 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.49%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.15 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.10%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.85 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 34.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 153.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.09%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.45%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 149.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.35%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.84%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 104.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.11%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.92%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 9.95 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 194.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.88%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.27% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 250.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.80%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.27% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.80%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.76%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.71%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.69%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.94 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.63%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.10 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.54%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.98 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.35% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 87.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.53%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.50 – 34.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.67% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 45.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 112.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.21%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 29.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7757.64 +47.68 +0.62 % 2026-08-08
    US30 INDU:IND 54037 +151.83 +0.28 % 2026-08-08
    US100 US100:IND 29722 +348.97 +1.19 % 2026-08-08
    Vilnius VILSE:IND 1502 -2.46 -0.16 % 2026-08-08
    US1000 RIY:IND 4227.99 +31.19 +0.74 % 2026-08-08
    TUN TUSISE:IND 20043 -75.83 -0.38 % 2026-08-08
    USE All Share ALSIUG:IND 2215.47 +3.87 +0.18 % 2026-08-08
    ZSI Industrials INDZI:IND 471.35 -0.89 -0.19 % 2026-08-08

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6527 +24.09 +0.37 % 2026-08-08
    EU600 STOXX:IND 660.25 +2.06 +0.31 % 2026-08-08
    EU100 N100:IND 1969 0 0 2026-08-08
    EU350 SPE350:IND 2684.99 +10.13 +0.38 % 2026-08-08
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 319.53 -0.56 -0.17 % 2026-08-08

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4694 +43.13 +0.93 % 2026-08-08
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24571 -65.35 -0.27 % 2026-08-08
    AU50 AS52:IND 9055 -25.9 -0.29 % 2026-08-08

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 65607 -76.55 -0.12 % 2026-08-08
    GB100 UKX:IND 10901 +33.2 +0.31 % 2026-08-08
    DE40 DAX:IND 26319 +179.32 +0.69 % 2026-08-08
    FR40 CAC:IND 8715 +15.22 +0.18 % 2026-08-08
    IT40 FTSEMIB:IND 53717 +34.48 +0.06 % 2026-08-08
    ES35 IBEX:IND 20176 -4.4 -0.02 % 2026-08-08
    ASX200 AS51:IND 9264 -8.01 -0.09 % 2026-08-08
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3940 +39.68 +1.02 % 2026-08-08
    SENSEX SENSEX:IND 78499 -455.59 -0.58 % 2026-08-08
    TSX SPTSX:IND 36381 +244.92 +0.68 % 2026-08-08
    MOEX INDEXCF:IND 2281 -4.57 -0.2 % 2026-08-08
    IBOVESPA IBOV:IND 172513 -3 -1.73 % 2026-08-08
    IPC MEXBOL:IND 66939 +542.49 +0.82 % 2026-08-08
    NL30 AEX:IND 1111 -1 -0.09 % 2026-08-08
    CH20 SMI:IND 14545 +26.16 +0.18 % 2026-08-08
    SAALL JALSH:IND 117518 +2 +1.92 % 2026-08-08
    STI FSSTI:IND 5698 +59.44 +1.05 % 2026-08-08
    HK50 HSI:IND 25668 +137.75 +0.54 % 2026-08-08
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13824 -133.93 -0.96 % 2026-08-08
    BIST 100 XU100:IND 13779 -19.43 -0.14 % 2026-08-08
    Stockholm 30 S30:IND 3312 -10.76 -0.32 % 2026-08-08
    WIG WIG:IND 151783 -369.7 -0.24 % 2026-08-08
    BE20 BEL20:IND 5778 +17.51 +0.3 % 2026-08-08
    Oslo OSEAX:IND 2391 +8.52 +0.36 % 2026-08-08
    ATX ATX:IND 6653 -91.93 -1.36 % 2026-08-08
    Copenhagen KFX:IND 1600 +30.97 +1.97 % 2026-08-08
    Helsinki HEX:IND 13192 -24.21 -0.18 % 2026-08-08
    Helsinki 25 HEX25:IND 6239 -0.9 -0.01 % 2026-08-08
    ISEQ ISEQ:IND 14320 +279.02 +1.99 % 2026-08-08
    Athens General ASE:IND 2615 +6.63 +0.25 % 2026-08-08
    PSI Geral BVLX:IND 6185 -26.52 -0.43 % 2026-08-08
    PSI PSI20:IND 9181 -42.81 -0.46 % 2026-08-08
    PX PX:IND 2785 -20.05 -0.71 % 2026-08-08
    BET BET:IND 35500 -199.8 -0.56 % 2026-08-08
    BUX BUX:IND 148633 +2 +1.41 % 2026-08-08
    SAX SKSM:IND 324 0 0 2026-08-08
    LuxX LUXXX:IND 2013 -0.85 -0.04 % 2026-08-08
    CROBEX CRO:IND 4431 -10.53 -0.24 % 2026-08-08
    SOFIX SOFIX:IND 1311 -0.45 -0.03 % 2026-08-08
    SBITOP SBITOP:IND 3245 -7.29 -0.22 % 2026-08-08
    BELEX 15 BELEX15:IND 1262 +23.48 +1.9 % 2026-08-08
    SASX 10 SASX10:IND 1526 -3.74 -0.24 % 2026-08-08
    CSE General CYSMMAPA:IND 317 +0.45 +0.14 % 2026-08-08
    Tallinn TALSE:IND 2157 -1.27 -0.06 % 2026-08-08
    Riga RIGSE:IND 925 +2.16 +0.23 % 2026-08-08
    ICEX ICEXI:IND 2040 +1.2 +0.06 % 2026-08-08
    MBI 10 MBI:IND 9243 +7.19 +0.08 % 2026-08-08
    MSE MALTEX:IND 4136 +3.08 +0.07 % 2026-08-08
    Monex MONEX:IND 17533.84 +16.6 +0.09 % 2026-08-08
    DE Mid MDAX:IND 32461.79 +2.72 +0.01 % 2026-08-08
    DE Small SDAX:IND 18659.63 +94.82 +0.51 % 2026-08-08
    Ecuador General BVQA:IND 1763 -1.44 -0.08 % 2026-08-08
    Merval MERVAL:IND 3086785 -13 -0.45 % 2026-08-08
    IBC IBVC:IND 5256 0 0 2026-08-08
    COLCAP COLCAP:IND 2350 +5.64 +0.24 % 2026-08-08
    IGPA IGPA:IND 56545 +576.5 +1.03 % 2026-08-08
    BVPSI BVPSBVPS:IND 713 -0.91 -0.13 % 2026-08-08
    BSX BSX:IND 3949 0 0 2026-08-08
    JSE JMSMX:IND 374380 -2 -0.62 % 2026-08-08
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2960 +40.29 +1.38 % 2026-08-08
    CH50 XIN9:IND 15080.37 +115.84 +0.77 % 2026-08-08
    DSE Broad DSEX:IND 5861 -33.17 -0.56 % 2026-08-08
    JCI JCI:IND 6410 +65.94 +1.04 % 2026-08-08
    TASI SASEIDX:IND 10812 -75.98 -0.7 % 2026-08-08
    TSI TWSE:IND 44226 -170.79 -0.38 % 2026-08-08
    ADX General ADSMI:IND 10095 -25.94 -0.26 % 2026-08-08
    SET 50 SET50:IND 1082 -3.06 -0.28 % 2026-08-08
    FKLCI FBMKLCI:IND 1736 -1.4 -0.08 % 2026-08-08
    TA-125 TA-125:IND 4066 +33.13 +0.82 % 2026-08-08
    PSEi PCOMP:IND 6290 +12.4 +0.2 % 2026-08-08
    KSE 100 KSE100:IND 181430 -346.58 -0.19 % 2026-08-08
    KASE KZKAK:IND 7897 +25.14 +0.32 % 2026-08-08
    QE DSM:IND 10112 -69.57 -0.68 % 2026-08-08
    HNX VHINDEX:IND 293.44 +0.8 +0.27 % 2026-08-08
    VN VNINDEX:IND 1768 +3.28 +0.19 % 2026-08-08
    MSM 30 MSM30:IND 7368 +18.84 +0.26 % 2026-08-08
    ASPI CSEALL:IND 21370 +100.42 +0.47 % 2026-08-08
    Blom BLOM:IND 1745 -31.22 -1.76 % 2026-08-08
    ASE JOSMGNFF:IND 3986 +16.92 +0.43 % 2026-08-08
    LSX Composite LSXC:IND 1323 -7.16 -0.54 % 2026-08-08
    MSE 20 MSETOP:IND 54843 -392.48 -0.71 % 2026-08-08
    DFM General DFMGI:IND 5918 -89.89 -1.5 % 2026-08-08
    Kuwait All Share BKA:IND 8865.62 -11.14 -0.13 % 2026-08-08
    JPVIX VXJ:IND 29.88 +0.1 +0.34 % 2026-08-08
    Estirad BHSEEI:IND 1963.23 -2 -0.1 % 2026-08-08
    ASX All Share AS30:IND 9445 -6.92 -0.07 % 2026-08-08
    NSE All Share NGSEINDX:IND 245574 +364.25 +0.15 % 2026-08-08
    SA40 TOP40:IND 109593 +2 +2.18 % 2026-08-08
    EGX 30 CASE:IND 54677 +17.29 +0.03 % 2026-08-08
    CFG 25 MOSENEW:IND 18864 +384.58 +2.08 % 2026-08-08
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4108 -54.79 -1.32 % 2026-08-08
    Nairobi All Share NSEASI:IND 235 +0.45 +0.19 % 2026-08-08
    DSEI DARSDSEI:IND 4183 +5.87 +0.14 % 2026-08-08
    GGSECI GGSECI:IND 15188 -14.19 -0.09 % 2026-08-08
    SEMDEX SEMDEX:IND 2274 -3.45 -0.15 % 2026-08-08
    NSX Overall FTN098:IND 2441 +11.25 +0.46 % 2026-08-08
    Gaborone BGSMDC:IND 11206 +4.72 +0.04 % 2026-08-08

    Commodities Index Report

    ENERGY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Crude Oil CL1:COM 78.18 +0.89 +1.15 % Aug/07
    Brent CO1:COM 83.55 +1.06 +1.29 % Aug/07
    Natural gas NG1:COM 2.662 +0.022 +0.83 % Aug/07
    Gasoline XB1:COM 2.9853 +0.0468 +1.59 % Aug/07
    Heating Oil HO1:COM 3.9024 +0.0204 +0.53 % Aug/07
    Coal XAL1:COM 127.85 -0.4 -0.31 % Aug/07
    EU Gas NGEU:COM 55.55 -0.225 -0.4 % Aug/07
    UK Gas NGUK:COM 135.95 -0.96 -0.7 % Aug/07
    Ethanol DL1:COM 1.97 +0.0275 +1.42 % Aug/07
    Naphtha MOB:COM 717.12 +14.435 +2.05 % Aug/07
    Propane PNL:COM 0.68 +0.0015 +0.21 % Aug/07
    Uranium UXA:COM 86.5 0 0 Aug/07
    Methanol CMA:COM 2497 +36 +1.46 % Aug/07
    Coking Coal DJM:COM 215.5 0 0 Aug/07
    LNG JKM LNGJKM:COM 21.12 -0.025 -0.12 % Aug/07
    German Gas NGDE:COM 56.92 -0.036 -0.06 % Aug/07
    Urals Oil URDB:COM 79.19 +2.95 +3.87 % Aug/06

    METALS

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Gold XAUUSD:CUR 4343.43 +103.58 +2.44 % Aug/07
    Silver XAGUSD:CUR 63.542 +2.0441 +3.32 % Aug/07
    Copper HG1:COM 6.5705 -0.1165 -1.74 % Aug/07
    Steel JBP:COM 3010 -1 -0.03 % Aug/07
    Lithium LC:COM 142750 +1250 +0.88 % Aug/07
    Iron Ore CNY IOE:COM 716.5 -2.5 -0.35 % Aug/07
    Platinum XPTUSD:CUR 1759.6 +21.7 +1.25 % Aug/07
    Cobalt Hydroxide COH:COM 49557.65 -1712.33 -3.34 % Aug/06
    HRC Steel HRC:COM 1200 +2 +0.17 % Aug/07
    Scrap Aluminum SAL:COM 2448.23 +15.43 +0.63 % Aug/06
    Iron Ore SCO:COM 94.45 -0.83 -0.87 % Aug/07
    Silicon SI:COM 8550 +125 +1.48 % Aug/07
    Scrap Steel SSC:COM 380 -0.5 -0.13 % Aug/06
    Titanium TTSG:COM 44.5 0 0 Aug/07

    AGRICULTURAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Soybeans S 1:COM 1156.5 -0.75 -0.06 % Aug/07
    Wheat W 1:COM 639.75 +8.5 +1.35 % Aug/07
    Lumber LB1:COM 579 +1 +0.17 % Aug/07
    Palm Oil PLO:COM 4677 -9 -0.19 % Aug/07
    Cheese CHE:COM 1.662 +0.002 +0.12 % Aug/07
    Milk DA:COM 16.78 +0.08 +0.48 % Aug/07
    Rubber JN1:COM 218.8 +1.2 +0.55 % Aug/07
    Orange Juice JO1:COM 142.55 -8.85 -5.85 % Aug/07
    Coffee KC1:COM 315.9 +9.8 +3.2 % Aug/07
    Cotton CT1:COM 84.4 +1.24 +1.49 % Aug/07
    Rice RR1:COM 14.23 +0.045 +0.32 % Aug/07
    Canola RS1:COM 779.8 +10.9 +1.42 % Aug/07
    Oat O 1:COM 310.75 +1 +0.32 % Aug/07
    Wool OL1:COM 1873 0 0 Aug/07
    Sugar SB1:COM 16.45 +0.88 +5.65 % Aug/07
    Cocoa CC1:COM 5782 +6 +0.1 % Aug/07
    Tea TEA:COM 212.14 -9.67 -4.36 % Jul/25
    Sunflower Oil SUNF:COM 1676.1 +8.3 +0.5 % Aug/07
    Rapeseed RSO:COM 533.25 +7 +1.33 % Aug/07
    Barley BL1:COM 2374 +47 +2.02 % Aug/07
    Butter FABT:COM 4000 0 0 Aug/07
    Corn C 1:COM 439 0 0 Aug/07

    INDUSTRIAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Bitumen BIT:COM 4001 +21 +0.53 % Aug/07
    Cobalt LCO1:COM 56290 0 0 Aug/06
    Lead LL1:COM 1892.28 +5.85 +0.31 % Aug/07
    Aluminum LMAHDS03:COM 3276.5 +7.0501 +0.22 % Aug/07
    Tin LMSNDS03:COM 56095 -623 -1.1 % Aug/06
    Zinc LMZSDS03:COM 3697.35 -64.2 -1.71 % Aug/07
    Nickel LN1:COM 16970 0 0 Aug/07
    Molybdenum MOLYBDEN:COM 617.5 0 0 Aug/07
    Palladium XPDUSD:CUR 1378.5 +1 +0.07 % Aug/07
    Rhodium XRH:COM 8650 +75 +0.87 % Aug/07
    Phosphorus PHO:COM 1026 0 0 Aug/07
    Polyethylene POL:COM 7637 +75 +0.99 % Aug/07
    Polyvinyl PVC:COM 4502 +12 +0.27 % Aug/07
    Polypropylene PYL:COM 8027 +38 +0.48 % Aug/07
    Synthetic Rubber SBR:COM 13583.33 +200 +1.49 % Aug/07
    Soda Ash SODASH:COM 1030 0 0 Aug/07
    Neodymium SREMNDM:COM 975000 0 0 Aug/07
    Styrene STR:COM 8350 -30 -0.36 % Aug/07
    Sulfur SULF:COM 9535.67 +166.67 +1.78 % Aug/07
    Tellurium TEC:COM 812.5 0 0 Aug/07
    Urea UFB:COM 400 +12 +3.09 % Aug/07
    Di-ammonium UFI:COM 792.5 0 0 Aug/07
    Magnesium MACN:COM 16900 0 0 Aug/07
    Gallium GAC:COM 1825 0 0 Aug/07
    Germanium GECNYBGQ:COM 24000 0 0 Aug/07
    Manganese IMR:COM 28.75 0 0 Aug/07
    Indium IUC:COM 5500 0 0 Aug/07
    Kraft Pulp KSP:COM 4638 -38 -0.81 % Aug/07

    LIVESTOCK

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Feeder Cattle FC1:COM 351.65 +3.6 +1.03 % Aug/07
    Live Cattle LC1:COM 231.7 +0.475 +0.21 % Aug/07
    Lean Hogs LH1:COM 95.5 0 0 Aug/07
    Beef BEEF:COM 347.5 -0.8 -0.23 % Aug/07
    Poultry POUL:COM 7.18 +0.03 +0.42 % Aug/07
    Eggs US WEGGS:COM 0.98 -0.0194 -1.94 % Aug/07
    Eggs CH DCE:COM 4156 +45 +1.09 % Aug/07
    Salmon NOSMFZ:COM 72.79 +0.71 +0.99 % Jul/31

    INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CRB Index CRYTR:IND 488.07 +4.9658 +1.03 % Aug/07
    GSCI SPGSCITR:IND 668.59 -0.0005 0 Aug/07
    SSE Commodity Index SSECC:COM 7484.72 +267.731 +3.71 % Aug/07
    Containerized Freight Index SPSCFI:COM 3276.14 +70.1719 +2.19 % Aug/07
    EU Carbon Permits EECXM:IND 83.29 +1.4 +1.71 % Aug/07
    Wind Energy Index GWETR:IND 23.99 +0.32 +1.35 % Aug/07
    Nuclear Energy Index MVNLRTR:IND 45 +1.67 +3.85 % Aug/07
    Solar Energy Index SOLARNTR:IND 52.72 +0.94 +1.82 % Aug/07

    ELECTRICITY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    United Kingdom GBRELEPRI:COM 115.14 +1.53 +1.35 % Aug/07
    Germany DEUELEPRI:COM 122.15 +3.21 +2.7 % Aug/07
    France FRAELEPRI:COM 63.31 +1.09 +1.75 % Aug/07
    Italy ITAELEPRI:COM 184.23 -14.1222 -7.12 % Aug/07
    Spain ESPELEPRI:COM 119.03 +9.52 +8.69 % Aug/07

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.1559 +0.0034 +0.3 % +0.2985 % +1.2446 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34919 +0.0038 +0.28 % +0.0734 % +0.7731 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70683 +0.0036 +0.51 % +0.7139 % +2.0045 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.5895 +0.0025 +0.43 % +0.2722 % +3.4574 %
    USDJPY USDJPY:CUR 157.764 -0.6595 -0.42 % +0.2099 % -2.9667 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74266 -0.005 -0.07 % -0.1463 % -0.936 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.80786 -0.0044 -0.54 % +0.0433 % -0.0693 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39395 -0.0074 -0.53 % -0.5749 % -1.6433 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.1381 -0.0736 -0.43 % -1.1988 % -2.514 %
    USDINR USDINR:CUR 95.1379 -0.1766 -0.19 % -0.2784 % -0.587 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.0976 -0.0257 -0.5 % +0.1966 % -1.2973 %
    USDRUB USDRUB:CUR 81.91 -1.09 -1.31 % +2.8891 % +6.6536 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1407.9 -15.3 -1.08 % -2.4277 % -6.4705 %
    DXY DXY:CUR 99.604 -0.326 -0.33 % -0.3103 % -1.3734 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.6937 +0.085 +0.18 % +0.3913 % +1.8204 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.47745 -0.0353 -0.37 % -0.7607 % -2.2772 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.71835 -0.0156 -0.42 % -0.5592 % -1.4876 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.51225 -0.0332 -0.35 % +0.3518 % -2.5604 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1272 -0.2293 -1.4 % -2.5182 % -1.7072 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.46786 -0.0187 -0.29 % -0.2897 % -1.2201 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.27851 -0.0051 -0.4 % -0.2901 % -1.181 %
    USDILS USDILS:CUR 2.9977 -0.0184 -0.61 % -2.0728 % -1.5026 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84494 +0.0002 0 +0.0372 % +0.0731 %
    USDCLP USDCLP:CUR 913.56 -2.25 -0.25 % -1.81 % -2.2387 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.8 +0.242 +0.09 % -0.0241 % -0.1438 %
    USDCZK USDCZK:CUR 20.975 -0.0637 -0.3 % -0.1692 % -1.2997 %
    USDHUF USDHUF:CUR 314.015 -2.965 -0.94 % -0.9096 % -0.2286 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.1559 +0.0034 +0.3 % +0.2985 % +1.2446 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34919 +0.0038 +0.28 % +0.0734 % +0.7731 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.80786 -0.0044 -0.54 % +0.0433 % -0.0693 %
    USDRUB USDRUB:CUR 81.91 -1.09 -1.31 % +2.8891 % +6.6536 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.6937 +0.085 +0.18 % +0.3913 % +1.8204 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.47745 -0.0353 -0.37 % -0.7607 % -2.2772 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.71835 -0.0156 -0.42 % -0.5592 % -1.4876 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.51225 -0.0332 -0.35 % +0.3518 % -2.5604 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.46786 -0.0187 -0.29 % -0.2897 % -1.2201 %
    USDCZK USDCZK:CUR 20.975 -0.0637 -0.3 % -0.1692 % -1.2997 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5343 -0.0261 -0.57 % -0.3144 % -1.0907 %
    USDHUF USDHUF:CUR 314.015 -2.965 -0.94 % -0.9096 % -0.2286 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.85 +0.1 +0.22 % +0.2235 % +0.6734 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.973 +0.0101 +0.34 % +2.1755 % +3.4915 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.552 -0.3 -0.29 % -0.2577 % -1.1992 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6921 -0.0053 -0.31 % -0.1593 % -1.2201 %
    USDISK USDISK:CUR 123.34 -0.24 -0.19 % +0.1624 % -1.5878 %
    USDALL USDALL:CUR 80.645 -0.28 -0.35 % -0.6345 % -2.0704 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.27 -0.03 -0.06 % -0.7175 % -1.233 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.3897 +0.0697 +0.4 % -0.3456 % -0.3456 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39395 -0.0074 -0.53 % -0.5749 % -1.6433 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.1381 -0.0736 -0.43 % -1.1988 % -2.514 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.0976 -0.0257 -0.5 % +0.1966 % -1.2973 %
    DXY DXY:CUR 99.604 -0.326 -0.33 % -0.3103 % -1.3734 %
    USDARS USDARS:CUR 1498.929 -0.8086 -0.05 % +0.8548 % +0.7657 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3157.16 -2.7 -0.09 % -0.2931 % -5.655 %
    USDCLP USDCLP:CUR 913.56 -2.25 -0.25 % -1.81 % -2.2387 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.3848 +0.0053 +0.16 % -0.1504 % -0.6837 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.215 -0.165 -0.28 % -0.0429 % -0.9949 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.63 0 0 0 0
    USDURY USDURY:CUR 40.23 -0.025 -0.06 % +0.0249 % +0.0622 %
    USDCRC USDCRC:CUR 454 -0.6 -0.13 % -0.0462 % -0.2066 %
    USDPAB USDPAB:CUR 1 0 0 0 0
    USDBOB USDBOB:CUR 11.9 +0.015 +0.13 % +0.2105 % +19.8992 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5952.59 +6.6299 +0.11 % -0.2082 % -2.143 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.7506 -0.0042 -0.05 % -0.048 % -0.0445 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.783 +0.0049 +0.07 % +0.0369 % -0.0427 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8052 +0.0021 +0.01 % +0.0381 % +0.124 %
    USDJMD USDJMD:CUR 158.89 +0.08 +0.05 % +0.303 % -0.1069 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.8 0 0 0 0
    USDHTG USDHTG:CUR 130.75 0 0 0 -0.0955 %
    USDBSD USDBSD:CUR 1 0 0 0 0
    USDSRD USDSRD:CUR 37.8001 +0.0267 +0.07 % +0.0177 % +0.571 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209.3 +0.3 +0.14 % -0.0478 % +0.2875 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 755.76239 0 0 +1.058 % +8.0665 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 157.764 -0.6595 -0.42 % +0.2099 % -2.9667 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74266 -0.005 -0.07 % -0.1463 % -0.936 %
    USDINR USDINR:CUR 95.1379 -0.1766 -0.19 % -0.2784 % -0.587 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1407.9 -15.3 -1.08 % -2.4277 % -6.4705 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17801 -110 -0.61 % -1.2646 % -1.5322 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.75475 0 0 +0.0853 % -0.125 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.2507 +0.0007 0 -0.1863 % +0.629 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1374272 -100 -0.01 % -0.0678 % -0.0073 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6729 -0.0001 0 0 0
    USDTHB USDTHB:CUR 33.04 -0.08 -0.24 % -1.137 % -1.2552 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.0901 -0.0015 -0.04 % +0.1199 % +0.3336 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.27851 -0.0051 -0.4 % -0.2901 % -1.181 %
    USDILS USDILS:CUR 2.9977 -0.0184 -0.61 % -2.0728 % -1.5026 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84494 +0.0002 0 +0.0372 % +0.0731 %
    USDPHP USDPHP:CUR 60.786 -0.005 -0.01 % -0.6472 % -1.2798 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.8 +0.242 +0.09 % -0.0241 % -0.1438 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1310.02 +0.02 0 +0.0015 % -0.0008 %
    USDKZT USDKZT:CUR 468.025 -0.255 -0.05 % -1.3188 % -0.2111 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.6426 -0.0016 -0.04 % 0 -0.0796 %
    USDVND USDVND:CUR 26204.5 -30.5 -0.12 % -0.365 % -0.3442 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.785 0 0 +0.247 % +0.4341 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.38451 -0.0002 -0.05 % 0 -0.0546 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 0 0 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 335.38 -0.45 -0.13 % -0.1459 % +0.0746 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122.05 +0.05 +0.04 % +0.041 % +0.041 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11950 +34.3604 +0.29 % -0.0851 % -0.4561 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.0821 0 0 +0.021 % +0.0706 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.5 0 0 0 0
    USDLBP USDLBP:CUR 89550 0 0 0 0
    USDYER USDYER:CUR 238.24 +0.68 +0.29 % 0 -0.1404 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.37707 0 0 0 +0.008 %
    USDAFN USDAFN:CUR 65.78 0 0 +0.198 % -0.9636 %
    USDNPR USDNPR:CUR 152.34 -0.02 -0.01 % -0.1802 % -0.363 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2784 -0.0054 -0.42 % -0.2964 % -1.1979 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4053.5 -1.5 -0.04 % +0.173 % +0.4336 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.613 -0.002 -0.08 % -0.2291 % -0.6842 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3595 -2 -0.06 % -0.0278 % +0.251 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22574.3 -4.1504 -0.02 % -0.1908 % +0.057 %
    USDAMD USDAMD:CUR 366.17 +0.03 +0.01 % -0.0082 % -0.3049 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.225 -0.015 -0.16 % -0.0542 % -0.4854 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 -0.0311 % 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.30869 -0.001 -0.32 % -0.1456 % -0.4226 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70683 +0.0036 +0.51 % +0.7139 % +2.0045 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.5895 +0.0025 +0.43 % +0.2722 % +3.4574 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.4906 +0.0713 +1.61 % +0.315 % +2.1403 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.4 -0.295 -0.28 % -0.2412 % -1.2133 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.2091 -0.0064 -0.29 % -0.2393 % -1.4147 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1364.86 +1.97 +0.14 % +0.0366 % -0.8391 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1272 -0.2293 -1.4 % -2.5182 % -1.7072 %
    USDZMW USDZMW:CUR 18.872 -0.149 -0.78 % +0.4204 % +3.8407 %
    USDEGP USDEGP:CUR 49.79 +0.1 +0.2 % -2.6588 % +0.3426 %
    USDDZD USDDZD:CUR 132.933 +0.053 +0.04 % +0.0519 % -0.1847 %
    USDAOA USDAOA:CUR 923.017 +3.733 +0.41 % +0.4012 % +0.3778 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3413 0 0 -0.1443 % -0.2232 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.171 -0.05 -0.01 % -0.0083 % 0
    USDKES USDKES:CUR 129.35 0 0 +0.1161 % +0.0774 %
    USDETB USDETB:CUR 160.4045 -0.066 -0.04 % -0.0462 % +1.0833 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2647.5 -7.5 -0.28 % +0.2082 % +0.7228 %
    USDTND USDTND:CUR 2.9144 -0.0068 -0.23 % -0.8033 % -0.9381 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.3573 -0.0034 -0.05 % -0.4821 % -0.7013 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.7567 +0.0083 +0.07 % +0.5843 % +2.9087 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 0 -0.8658 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3724.83 +0.77 +0.02 % -0.8547 % +0.8201 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.57 -0.03 -0.05 % -0.0472 % -0.0315 %
    USDBWP USDBWP:CUR 13.4636 -0.0711 -0.53 % -1.2005 % -0.8703 %
    USDXAF USDXAF:CUR 576.525 -0.81 -0.14 % -0.1273 % +0.3211 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.1386 -0.2268 -1.39 % -2.431 % -1.6778 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5012.647 0 0 +1.6323 % +7.0138 %
    USDMUR USDMUR:CUR 47.07 +0.13 +0.28 % +0.1489 % -0.2331 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4316.76 -1.3203 -0.03 % -0.2161 % +1.6905 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1465.5 -3.4301 -0.23 % -0.2043 % -0.06 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8782 -1 -0.01 % +0.0114 % +0.1311 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.21 +0.01 +0.02 % -0.0249 % +0.8578 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24022.8 -3.0446 -0.01 % -0.1635 % -0.2528 %
    USDXOF USDXOF:CUR 569.34 +1.09 +0.19 % -0.072 % -0.8118 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.67 0 0 0 0
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.1386 -0.2268 -1.39 % -2.431 % -1.7515 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2995.31 +6.3101 +0.21 % -0.0731 % +0.3572 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.1386 -0.2268 -1.39 % -2.431 % -1.682 %
    USDLRD USDLRD:CUR 178 0 0 -1.6611 % -1.6575 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.6405 -0.27 -0.28 % -0.3108 % -1.2763 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 14.7757 +0.0415 +0.28 % +9.4083 % -0.0643 %
    USDSOS USDSOS:CUR 571.5 0 0 0 0
    USDGMD USDGMD:CUR 74.45 0 0 0 +0.2356 %
    USDKMF USDKMF:CUR 426 -1.31 -0.31 % -0.2342 % -1.5188 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4156 -0.0613 -0.29 % -0.2422 % -1.2155 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.604 -0.0155 -0.06 % -0.302 % -0.6383 %

    สรุปข่าวการลงทุนประจำวัน: 20260807

    รายการลงทุนประจำวัน 2026-08-07

    ▶ เปิด Playlist บน YouTube

    รายการคลิปใน Playlist (5 คลิป)

    รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    [ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-07 ถึง 2026-08-08 | อัปเดตล่าสุดเวลา 12:41 น.]

    🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

    นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยกว่า 3,300 ล้านบาท


    เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาด SET จำนวน 3,293.87 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 3,378.82 ล้านบาท


    นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิทั้งตลาด SET และ MAI รวมกว่า 3,316 ล้านบาท


    ในวันเดียวกัน (7 สิงหาคม 2569) นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิรวมในตลาด SET และ MAI จำนวน 3,316.52 ล้านบาท โดยนักลงทุนในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิ

    🌐 ข่าวต่างประเทศ


    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังตัวเลขการจ้างงานเดือนกรกฎาคมลดลงเกินคาด


    เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ดัชนีตลาดหุ้นหลักของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากตัวเลขการจ้างงาน (Payrolls) เดือนกรกฎาคมออกมาลดลงอย่างไม่คาดคิด ส่งผลให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป นอกจากนี้ หุ้น Atlassian พุ่งขึ้นถึง 35%

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันเสาร์ที่ แปด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันเสาร์ที่ แปด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที

    เริ่มต้นที่ภาพรวมตลาดวันนี้ครับ ตลาดกำลังเผชิญกับกระแสที่ซับซ้อน ระหว่างการดีดตัวของราคาพลังงาน และความกังวลเรื่องนโยบายการเงิน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในรอบสัปดาห์นี้ถึงเจ็ดถึงสิบเปอร์เซ็นต์ หลังจากที่ปรับตัวลงถึงสิบแปดเปอร์เซ็นต์ในรอบเดือนที่ผ่านมา สิ่งนี้จุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง ในขณะที่ตลาดกำลังรอข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคที่สำคัญ

    คำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่ยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ก็ยังถูกหักล้างด้วยความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งทำให้ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงติดต่อกันหลายวัน

    ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศหรือบีไอเอส ได้ออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่า การลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังบูมอย่างหนัก อาจเสี่ยงต่อการเกิดฟองสบู่ทางการเงิน เนื่องจากต้นทุนที่ซ่อนอยู่กำลังเริ่มปรากฏขึ้น สถานการณ์นี้สร้างรูปแบบตลาดแบบเคเชพ ซึ่งกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงผู้ผลิตพลังงาน ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่กลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยและต้นทุนเชื้อเพลิงกำลังเผชิญแรงกดดัน

    สำหรับภาพรวมบรรยากาศการลงทุนในขณะนี้ จัดอยู่ในเกณฑ์ระมัดระวังในทิศทางขาลง เนื่องจากมีแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เรามาดูภาพรวมสินทรัพย์สำคัญกันครับ

    ดัชนีฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ทั้งเอสแอนด์พีห้าร้อยและดาวโจนส์ ปรับตัวลดลงเป็นวันที่สอง สะท้อนความกังวลเรื่องดอกเบี้ย ส่วนตลาดหุ้นยุโรปทรงตัวแบบผสมผสาน จากการชั่งน้ำหนักระหว่างเงินเฟ้อจากพลังงานและผลประกอบการ

    ดัชนีดอลลาร์สหรัฐหรือดีเอ็กซ์วาย อยู่ที่หนึ่งร้อยจุดแปดห้าเสี่ยสี่ เคลื่อนไหวทรงตัวรายวัน แต่ปรับตัวลงเล็กน้อยในรอบสัปดาห์ที่ศูนย์จุดสองห้าเปอร์เซ็นต์ ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต หรือดับเบิลยูทีไอ ปิดที่เจ็ดสิบสามดอลลาร์สหรัฐหกสิบเก้าเซนต์ ปรับขึ้นร้อยละศูนย์จุดสองสองในวันนี้ และบวกแรงถึงเจ็ดจุดสองเจ็ดเปอร์เซ็นต์ในรอบสัปดาห์ ส่วนเบรนท์ ปิดที่เจ็ดสิบแปดดอลลาร์สหรัฐเก้าสิบสามเซนต์ บวกถึงหกจุดสี่สามเปอร์เซ็นต์ในวันเดียว และบวกกว่าสิบเปอร์เซ็นต์ในรอบสัปดาห์

    ดัชนีโภคภัณฑ์จีเอสซีไอ อยู่ที่หกร้อยสี่สิบเจ็ดจุดสามสี่ บวกเล็กน้อยในวันนี้ และบวกสี่จุดเก้าเปอร์เซ็นต์ในรอบสัปดาห์ สะท้อนการฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์

    มาต่อกันที่ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามครับ ประเด็นแรกคือ การดีดตัวของราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่มีความน่าเชื่อถือสูง การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันจะส่งผลบวกต่อกลุ่มพลังงาน อย่างเช่นพีทีทีอีพี พีทีที ท็อป และเอสพีอาร์ซี และกลุ่มถ่านหินอย่างบ้านปูและลานนา แต่จะส่งผลลบโดยตรงต่อกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ อย่างเช่นเอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ ซึ่งจะมีต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น

    ประเด็นที่สอง คำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ เรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ ถือเป็นบวกเชิงโครงสร้างในระยะกลาง โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารที่ได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อย่างเช่นบีบแอล เคแบงก์ เอสซีบี เคทีบี ทีทีบี และเบย์ แต่กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ อย่างเช่นซาวาด เอ็มทีซี และทิดลอร์ จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้น

    ประเด็นที่สาม ความแตกต่างของตลาดแบบเคเชพ ยังคงชัดเจน หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการส่งออก อย่างเช่นเดลต้า เคซีอี และฮาน่า ที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทที่อ่อนค่า แต่อย่างไรก็ตาม คำเตือนจากบีไอเอสเรื่องการลงทุนเกินตัวในปัญญาประดิษฐ์ เป็นสัญญาณที่ต้องจับตา

    และประเด็นสุดท้าย พลังงานหมุนเวียน บริษัทไชน่ารีซอร์สเซส นิวเอเนอร์จี โฮลดิ้งส์ ระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นครั้งแรกแก่นักลงทุนทั่วไป ครั้งใหญ่ถึงสามจุดหกพันล้านดอลลาร์สหรัฐ บนตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น ซึ่งเป็นไอพีโอด้านพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ในรอบกว่าสี่ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อธีมพลังงานสะอาด

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ข้างหน้า เรามองว่ากลุ่มพลังงานเป็นโอกาสที่น่าสนใจที่สุด และควรลดน้ำหนักในกลุ่มขนส่ง สำหรับกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ แนะนำให้คัดเลือกหุ้นเป็นรายตัว พร้อมตั้งจุดตัดขาดทุน

    ปัจจัยที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในเร็วๆ นี้ และท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังจากนั้น รวมถึงสถานการณ์ราคาน้ำมัน และความเสี่ยงจากวิกฤตธนาคารกลางอินโดนีเซียที่อาจลุกลาม

    ก่อนจากกัน ขอเรียนข้อควรระวังทางการลงทุนครับ

    คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

    รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

    # Economic Daily Report — July 9, 2026

    Dominant Market Narrative

    The market is navigating a complex cross-current of rebounding energy prices and monetary policy anxiety. Crude oil has staged a sharp weekly rally (+7–10%) following a brutal monthly drawdown of ~18%, rekindling energy-driven inflation fears just as markets brace for critical CPI data. The U.S. Supreme Court’s affirmation of Federal Reserve independence provides a structural tailwind for risk assets, but this is being offset by rate-hike anxiety that has pushed U.S. stock futures lower for consecutive sessions. The BIS has explicitly warned that the AI investment boom, which has driven global equities to record highs, risks a financial bust as hidden costs surface. This creates a K-shaped divergence — AI/semiconductor and energy producers offer relative strength, while rate-sensitive and fuel-cost-exposed sectors face mounting headwinds. The market is in a show-me phase: inflation data and central bank signals over the coming 48 hours will determine whether risk appetite recovers or further deteriorates.

    —

    Market Regime & Sentiment Gauge

    Current Regime: Cautiously Bearish — Stagflationary Pressure with Geopolitical Risk Premium

    Overall Sentiment: Cautiously Bearish. Rising energy costs are compressing the outlook for disinflation, while rate-sensitive sectors show fragility. The BIS warning on AI overinvestment adds an undercurrent of systemic risk. The Fed independence ruling is a bright spot, but insufficient to offset near-term macro headwinds. Sentiment has shifted from cautiously bullish (early July) to cautiously bearish over the past 3–5 sessions.

    —

    Market Snapshot

    Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
    Equities US Futures (S&P 500, Dow) Declining, second session 📉 Bearish — rate fears
    Equities European Stocks Mixed / Flat ⚖️ Cautious — energy inflation vs. earnings
    Fixed Income 10Y UST, Bund, JGB No data available. —
    FX & Commodities DXY (USD Index) 100.854, flat daily, -0.25% weekly ⚖️ Range-bound, modest USD softening
    FX & Commodities WTI Crude Oil (CL1:COM) $73.69, +0.22% daily, +7.27% weekly, -18.16% monthly 📈 Bullish short-term, volatile
    FX & Commodities Brent Crude (CO1:COM) $78.93, +6.43% daily, +10.28% weekly 📈 Strong bullish impulse
    FX & Commodities GSCI Commodity Index 647.34, +0.1% daily, +4.90% weekly 📈 Commodities rebounding
    FX & Commodities Gold No data available. —
    FX & Commodities EURUSD No data available. —
    Volatility VIX, MOVE Index No data available. —
    Equities Nikkei 225 No data available. —
    Renewables Wind Energy Index (GWETR:IND) 24.38, -0.73% daily, -1.77% weekly (Jun/26) 📉 Short-term pressure, +33.37% YoY

    —

    Thematic Analysis & Forward Impact

    Theme 1: Oil Price Rebound Ignites Stagflationary Concerns

  • Trigger: WTI and Brent crude surged +7–10% week-over-week (WTI at $73.69, Brent at $78.93) driven by geopolitical tensions and supply-side anxiety, after a severe monthly drawdown of ~18%.
  • Historical Correlation: Per the correlation database, rising crude oil prices have a dual transmission mechanism:
  • – Positive (📈) for Energy & Utilities (ENERG): Higher selling prices and stock gains for upstream and refining plays — specifically PTTEP, PTT, TOP, SPRC. Rising coal prices additionally benefit BANPU, LANNA.

    – Negative (📉) for Transportation & Logistics (TRANS): Higher fuel costs directly compress profit margins for airlines and logistics — specifically AAV, BA, KEX.

  • Expected Impact: 📈 Energy producers (High magnitude, 0–48h continuation); 📉 Airlines and transport (Medium magnitude, 1–4 weeks lag as fuel hedges roll off); 📉 Broad consumer discretionary if energy-driven inflation persists (Medium magnitude, medium term).
  • Causal & Inter-Market Reasoning: The weekly oil spike directly feeds into headline CPI expectations, which in turn reinforces hawkish Fed posture — a classic oil → inflation → rates → equity multiple compression transmission chain. The monthly -18% decline signals that supply/demand fundamentals remain fragile, but geopolitical risk premium (Iran-linked tensions, cited in European market reports) is being aggressively repriced. European equities are already showing signs of this tension: luxury stocks rallied on earnings, but energy inflation concerns produced flat closes. Second-order effects include pressure on emerging market currencies (e.g., Indonesian rupiah decline on political uncertainty) and import-dependent economies.
  • Confidence: High — based on well-established historical correlation patterns in the database and consistent transmission mechanisms.
  • —

    Theme 2: Federal Reserve Independence Affirmed — Structural Positive, Cyclical Headwinds Persist

  • Trigger: The U.S. Supreme Court ruling upholds Federal Reserve independence, which the news database explicitly categorizes as “beneficial for the stock market” because “central bank independence is essential for economic growth and healthy financial markets.”
  • Historical Correlation: The correlation database shows that Policy Interest Rate & Bond Yield movements have a bifurcated impact on financials:
  • – Positive (📈) for Banks (BANK): Rising rates widen Net Interest Margins — BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY benefit.

    – Negative (📉) for Finance & Securities (FIN): Higher borrowing costs pressure retail/microfinance loan margins — SAWAD, MTC, TIDLOR negatively impacted.

  • Expected Impact: 📈 Structural positive for broad equities (Low-Medium magnitude, medium term — removes a systemic tail risk); ⚖️ Mixed for financials depending on sub-sector (Medium magnitude); 📉 U.S. futures declining ahead of CPI suggests the cyclical rate-fear narrative dominates in the very near term.
  • Causal & Inter-Market Reasoning: The Supreme Court ruling removes a catastrophic tail risk — a compromised Fed would have undermined the entire risk-free rate framework and damaged U.S. asset premium. However, the market’s immediate focus is on the CPI data release, which will determine whether the Fed can maintain its current stance or must tighten further. The BIS warning about AI investment risks adds a layer of financial stability concern that the Fed must navigate. The resignation of Indonesia’s central bank governor — triggering rupiah, equity, and bond declines — serves as a live case study of what happens when central bank independence is questioned in emerging markets.
  • Confidence: Medium — Supreme Court ruling is unambiguous, but CPI data introduces near-term uncertainty.
  • —

    Theme 3: K-Shaped Market Dynamics — AI/Semiconductor Strength vs. Broad Market Fragility

  • Trigger: Bluebell’s tactical advisory explicitly recommends focusing on “AI and semiconductor stocks while diversifying portfolios in a K-shaped market amid Fed tightening signals.” Simultaneously, the BIS warns that “the massive surge in AI investment risks leading to a financial bust as hidden costs surface.”
  • Historical Correlation: No direct stock-level correlation data is available in the database for AI/semiconductor-specific tickers. However, the Exchange Rate (USD/THB) correlation shows a positive (📈) impact on Technology / Electronic Components (ETRON) — specifically DELTA, KCE, HANA — as a weaker Baht boosts export revenue recognition. This provides a partial read-through for Asian tech exporters.
  • Expected Impact: 📈 AI/Semiconductor stocks (Medium-High magnitude, 1–4 weeks — momentum-driven); 📉 Broad market and non-AI sectors face relative underperformance (Medium magnitude, ongoing); ⚠️ BIS warning introduces asymmetric downside tail risk (Low probability, High impact, medium term).
  • Causal & Inter-Market Reasoning: The K-shaped dynamic reflects a market where monetary tightening disproportionately impacts rate-sensitive and cyclical sectors while thematic growth (AI) retains bid. However, the BIS warning — citing “hidden costs surfacing in company accounts and consumer prices” — suggests the AI capex boom may be overpriced relative to realized productivity gains. This is a classic late-cycle divergence: strong narratives mask deteriorating breadth. The Thai market’s positive bank earnings signal some domestic resilience, but Indonesia’s political shock (central bank governor resignation) shows how fragile EM sentiment is.
  • Confidence: Medium — the K-shaped narrative is well-documented in the news database, but the BIS warning introduces a contrarian signal that warrants monitoring.
  • —

    Theme 4: Renewable Energy — Structural Tailwinds Amid Near-Term Volatility

  • Trigger: China Resources New Energy Holdings’ landmark ~$3.6 billion IPO on the Shenzhen Stock Exchange — the largest renewable energy IPO in mainland China in over four years — signals a recovery in market confidence and strong investor demand for clean energy themes.
  • Historical Correlation: The Wind Energy Index (GWETR:IND) shows +19.22% YTD and +33.37% YoY gains, confirming powerful structural momentum, though short-term pressure exists (-0.73% daily, -1.77% weekly). No direct individual stock correlation data is available for Chinese renewable energy tickers. The database does confirm Exchange Rate (USD/THB) impacts on Energy & Utilities (ENERG): a weak Baht is negative for power producers with high USD debt (BGRIM, GPSC, GULF).
  • Expected Impact: 📈 Chinese renewable energy sector (Medium magnitude, medium term — IPO catalyst validates theme); ⚖️ Mixed for Asian energy utilities, which benefit from rising energy prices but face FX headwinds if USD strengthens; 🌱 Structural demand for clean energy remains intact.
  • Causal & Inter-Market Reasoning: The $3.6B IPO is a sentiment signal — large capital raises in renewable energy indicate institutional conviction in the energy transition. However, the near-term irony is that geopolitical oil price spikes make fossil fuel producers the tactical winners. The interplay creates a barbell opportunity: own energy producers for near-term upside, accumulate renewables on dips for medium-term structural positioning.
  • Confidence: Medium — IPO signal is clear, but near-term price action is dominated by oil dynamics.
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    Based on tool-derived correlations and current market data:

    Most Attractive Risk/Reward (1–4 Week Horizon):

  • Overweight Energy Producers (ENERG sector): The correlation database explicitly confirms that rising crude oil and coal prices drive stock gains and higher selling prices for PTTEP, PTT, TOP, SPRC, BANPU, LANNA. The weekly oil surge (+7–10%) provides strong near-term momentum. This is the highest-confidence tactical call.
  • Underweight Transportation & Logistics (TRANS): Direct negative correlation with fuel costs for AAV, BA, KEX. Margin compression expected as oil spike flows through.
  • Selective Overweight AI/Semiconductor (ETRON): Weak Baht benefits export-oriented tech (DELTA, KCE, HANA). The K-shaped market narrative supports continued relative outperformance, though BIS warning warrants position-sizing discipline and stop-losses.
  • Hedge Consideration: Long Energy / Short Transport pairs trade captures the oil price transmission mechanism with reduced broad-market beta exposure.
  • Key Triggers to Monitor:

    1. U.S. CPI data release — determines rate trajectory and validates/invalidates the stagflation narrative

    2. Crude oil inventory data — confirms whether the supply-demand balance supports sustained price levels

    3. Fed communication following CPI — any shift in tone impacts all rate-sensitive positioning

    4. BIS AI warning follow-through — any specific company-level cost disclosures

    —

    Key Risk Scenarios

  • Base Case (55% probability): Oil stabilizes at $70–75 WTI; CPI comes in-line; Fed maintains data-dependent posture; K-shaped market persists — Energy and AI outperform, broad market trades range-bound. Favor sector rotation over directional bets.
  • Bull Case (20% probability): CPI surprises lower; rate-cut expectations revive; oil rally fades on demand concerns; broad-based risk rally with tech and financials leading — the Fed independence ruling provides the narrative anchor for a relief rally.
  • Bear Case (25% probability): CPI surprises higher; oil continues climbing on geopolitical escalation (Iran/ Middle East); Fed signals renewed hawkishness; BIS AI concerns materialize — stagflationary selloff with energy as the only safe harbor. EM currencies and equities (Indonesia precedent) face acute vulnerability.
  • —

    Key Takeaways

  • Oil’s weekly surge (+7–10%) is the single most actionable signal — overweight energy producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) and underweight fuel-sensitive transport (AAV, BA) based on established correlation rules.
  • The Supreme Court’s Fed independence ruling is a structural positive but is being overwhelmed by near-term CPI anxiety — this creates a potential dip-buying opportunity if inflation data cooperates.
  • The K-shaped divergence is confirmed — AI/semiconductor remains the growth engine, but the BIS warning on AI overinvestment demands position-sizing discipline and vigilant risk management.
  • Energy-driven inflation concerns are already compressing European equities — this is a leading indicator for how U.S. markets may react if CPI surprises to the upside.
  • The China renewable energy IPO ($3.6B) signals robust structural demand for clean energy — accumulate renewable exposure on dips for medium-term positioning, even as fossil fuels dominate near-term price action.
  • Monitor Indonesia’s central bank crisis as a contagion risk proxy — if EM central bank credibility concerns spread, the USD strengthens, compounding FX headwinds for energy utilities with high dollar debt (BGRIM, GPSC, GULF).
  • —

  • Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.
  • 🇹🇭 ตลาดหุ้นไทย: การพักฐานก่อนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ท่วมท้น — เงินทุนหมุนเวียนเข้าสู่หุ้นแบงก์และอุตสาหกรรม ขณะ DELTA และหุ้นน้ำมันร่วง

    🇹🇭 ตลาดหุ้นไทย: การพักฐานก่อนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ท่วมท้น — เงินทุนหมุนเวียนเข้าสู่หุ้นแบงก์และอุตสาหกรรม ขณะ DELTA และหุ้นน้ำมันร่วง

    ## 1. บริบทเชิงมหภาคและการเมือง (“เหตุผล”)

    ภาพรวม SET Index (24–36 ชั่วโมงล่าสุด):

    – SET ปิดที่ 1,617.13 จุด ลดลง 4.77 จุด (-0.29%) ในวันที่ 4 ส.ค. และที่ 1,621.90 จุด (-0.11%) ในวันที่ 3 ส.ค. ตลาดเคลื่อนไหวใน กรอบแคบ ไม่มีความเชื่อมั่นสูง โดยไม่มีปัจจัยกระตุ้นภายในประเทศใหม่

    – ตลาดอยู่ในโหมด “รอดู” โดยรอคอย การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการไตรมาส 2/2569 อย่างชัดเจน เพื่อเป็นตัวกระตุ้นทิศทางต่อไป

    ปัจจัยกระตุ้นเชิงมหภาค/การเมืองหลัก:

    ปัจจัย รายละเอียด สัญญาณ Sentiment
    พีคของฤดูกาลประกาศผลประกอบการ Q2/2569 การประชุมนักวิเคราะห์และงบการเงินของ PTTEP (3–4 ส.ค.), DELTA (31 ก.ค.) และ PTT (6 ส.ค.) ครองกระแสข่าว ผลประกอบการ Q2 ของ DELTA ออกมาอ่อนแอกว่าคาด ⚠️ เชิงลบต่อ DELTA และหุ้นเทคโนโลยี
    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นและความไม่แน่นอนของเฟด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง สร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด การขายทำกำไรเมื่อวันที่ 30 ก.ค. (-1.62%) เกิดจากปัจจัยนี้โดยตรง 🟡 ภาระความเสี่ยงที่กดดันตลาด
    ความอ่อนแอของตลาดเอเชีย (ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้) Sentiment เชิงลบจากตลาดญี่ปุ่นที่ทำจุดต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ และความอ่อนแอของเกาหลีใต้ ทำให้ SET เปิด gap ลงมากกว่า 12 จุดในวันที่ 3 ส.ค. 🔴 ปัจจัยลบที่ส่งต่อกัน
    การหมุนเวียนของกลุ่มอุตสาหกรรม มีการหมุนเวียนระหว่างวันอย่างชัดเจน: ออกจากน้ำมัน/พลังงาน → เข้าสู่ค้าปลีก, นิคมอุตสาหกรรม และการเงิน ราคาน้ำมันที่ลดลงกำลังกดดันหุ้นพลังงาน แต่เป็นประโยชน์ต่อหุ้นบริโภค/อุตสาหกรรม 🟢 เชิงบวกต่อหุ้นการเงิน, ค้าปลีก, นิคมอุตสาหกรรม
    ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ KAsset x J.P. Morgan KAsset ร่วมมือกับ J.P. Morgan AM เพื่อผลักดัน AUM กองทุน K-WealthPLUS ให้เกิน 1 แสนล้านบาท กำหนดเป้าหมาย SET 3 ปีที่ 1,550–1,700 จุด ซึ่งเป็นสัญญาณความเชื่อมั่นของสถาบันต่อตลาดหุ้นไทยในระยะกลาง 🟢 เชิงบวกระยะกลาง
    เสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ (หลังเลือกตั้ง) นักลงทุนต่างชาติสะสมซื้อสุทธิประมาณ 7 หมื่นล้านบาทจากเสถียรภาพทางการเมืองหลังเลือกตั้ง (ตามข้อมูลเดือน ก.ค.) ไม่มีประเด็นการเมืองเชิงลบในช่วงที่ผ่านมา 🟢 พื้นหลังที่สนับสนุน

    ## 2. การสังเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค พื้นฐาน และกระแสเงินทุนต่างประเทศ (“อะไร”)

    📌 หมายเหตุเกี่ยวกับ NVDR / กระแสเงินทุนต่างประเทศ: *ข้อมูล NVDR ที่เฉพาะเจาะจงในช่วง 24–36 ชั่วโมงนี้ไม่มีในฐานข้อมูลปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บริบทกว้างจากข้อมูล RAG ล่าสุดระบุว่านักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นผู้ซื้อสุทธิ (สะสมประมาณ 7 หมื่นล้านบาทถึงเดือน ก.ค.) โดยได้รับการสนับสนุนจากเสถียรภาพทางการเมืองและ valuation ที่น่าสนใจ รูปแบบการหมุนเวียนของกลุ่มอุตสาหกรรม (เข้าสู่การเงิน ค้าปลีก อุตสาหกรรม) สอดคล้องกับข้อมูลทางเทคนิคด้านล่าง*

    🔴 อยู่ภายใต้แรงกดดัน — DELTA (เดลต้า อีเลคโทรนิคส์)


    ตัวชี้วัด ค่าที่อ่านได้
    ปัจจัยกระตุ้น ผลประกอบการ Q2/2569 อ่อนแอกว่าคาด (ประกาศ 24 ก.ค., ทบทวน 31 ก.ค.); การขายทำกำไรอย่างหนักหลังผลประกอบการ SET ร่วง 26.36 จุดในวันที่ 30 ก.ค. โดยหลักมาจากการขาย DELTA
    ผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรม เทคโนโลยี/อิเล็กทรอนิกส์ — DELTA เป็นหุ้นที่มีน้ำหนักมากที่สุดใน SET; ความอ่อนแอของหุ้นนี้ดึงทั้งดัชนีลง
    Sentiment เชิงลบ การขาย DELTA ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อดัชนี

    ปัจจัยกระตุ้นเชิงมหภาค/การเมือง: ผลประกอบการ Q2/2569 ของ DELTA ผิดหวัง → กระตุ้นการขายแบบลูกโซ่ในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี/อิเล็กทรอนิกส์

    หุ้น/กลุ่มที่สัมพันธ์: DELTA, HANA, KCE, SMT (ห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์), SET50 Index Futures

    ผลกระทบที่คาด: 🟠 เชิงลบ / ความผันผวนสูง DELTA ยังคงเป็นตัวถ่วงหลักของดัชนี จนกว่าการขายจะหมดแรงหรือมีปัจจัยบวกใหม่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จะเผชิญกับการปรับลด valuation ต่อเนื่อง จับตาการทรงตัวใกล้แนวรับ


    🟢 หุ้นที่ outperform — กลุ่มธนาคาร (KTB, TTB)


    KTB (ธนาคารกรุงไทย):

    ตัวชี้วัด สถานะ
    แนวโน้ม 📈 ขาขึ้น — โมเมนตัม bullish แรง
    Keltner Channels เพิ่มขึ้น (ยืนยันการทะลุกรอบ)
    RSI ซื้อมากเกินไป — แต่ในตลาดที่เป็นแนวโน้ม สัญญาณนี้บ่งบอกถึงความแข็งแกร่ง ไม่ใช่การกลับตัว
    MACD Bullish Crossover
    ปริมาณการซื้อขาย เพิ่มขึ้นเมื่อทะลุกรอบ — การยืนยันระดับสถาบัน
    จุดเข้า/เป้าหมาย/จุดตัดขาดทุน เข้า: 37.25 เป้าหมาย: 38.00 จุดตัดขาดทุน: 36.25
    อัตราส่วน R:R 1.75

    TTB (ธนาคารทหารไทยธนชาต):

    ตัวชี้วัด สถานะ
    แนวโน้ม 📈 ขาขึ้น — โมเมนตัม bullish แรง
    Keltner Channels เพิ่มขึ้น (ทะลุกรอบขึ้น)
    MACD Bullish Crossover
    ปริมาณการซื้อขาย ปกติ (คงสภาพการทะลุกรอบ)
    จุดเข้า/เป้าหมาย/จุดตัดขาดทุน เข้า: 2.44 เป้าหมาย: 2.46 จุดตัดขาดทุน: 2.36
    อัตราส่วน R:R 1.29

    ปัจจัยกระตุ้นเชิงมหภาค/การเมือง: การหมุนเวียนของเงินทุนเข้าสู่กลุ่มการเงิน (ข้อมูล 3 ส.ค.) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นในอดีตเป็นประโยชน์ต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของธนาคาร ผลประกอบการ Q2 ของธนาคารเกินความคาดหมายแล้ว (ตามรายงานนักวิเคราะห์ 20 ก.ค.) ซึ่งส่งสัญญาณแนวโน้มเศรษฐกิจไทยเชิงบวก

    หุ้น/กลุ่มที่สัมพันธ์: KTB, TTB, SCB, KBANK, BBL, KKP (ทั้งกลุ่มธนาคาร)

    ผลกระทบที่คาด: 🟢 เชิงบวก ธนาคารเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจาก: (1) การหมุนเวียนออกจากน้ำมัน/พลังงาน (2) ผลประกอบการ Q2 ดีกว่าคาด (3) สภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นที่ช่วยเพิ่ม NIM (4) กระแสเงินทุนต่างชาติที่เน้นหุ้นการเงินปันผลสูง


    🟡 การพักฐาน / Coiling — PTT และ BJC


    PTT (พลังงาน):

    ตัวชี้วัด สถานะ
    แนวโน้ม เคียงข้าง — พักฐาน ไม่มีทิศทางชัดเจน
    Keltner Channels ราบ — การบีบตัวของความผันผวน (In-Squeeze)
    MACD อยู่ที่เส้นศูนย์
    RSI เป็นกลาง
    ปริมาณการซื้อขาย ลดลงในรอบการบีบตัว — สัญญาณคลาสสิกก่อนการขยายตัว
    จุดเข้า/เป้าหมาย/จุดตัดขาดทุน เข้า: 36.50 เป้าหมาย: 37.00 จุดตัดขาดทุน: 35.75
    อัตราส่วน R:R 1.25

    BJC (กลุ่มค้าปลีก/สินค้าอุปโภคบริโภค):

    ตัวชี้วัด สถานะ
    แนวโน้ม เคียงข้าง — อ่อนแอ/พักฐาน
    Keltner Channels ราบ — In-Squeeze
    MACD อยู่ที่เส้นศูนย์
    RSI เป็นกลาง
    ปริมาณการซื้อขาย ลดลงในรอบการบีบตัว
    จุดเข้า/เป้าหมาย/จุดตัดขาดทุน เข้า: 14.20 เป้าหมาย: 14.50 จุดตัดขาดทุน: 14.00
    อัตราส่วน R:R 1.50

    ปัจจัยกระตุ้นเชิงมหภาค/การเมือง: ราคาน้ำมันโลกที่ลดลงกำลังกดดัน PTT (ข้อมูล 3 ส.ค. ยืนยันการขายหุ้นน้ำมันในช่วงต้น) BJC ได้ประโยชน์จากการหมุนเวียนเข้าสู่หุ้นค้าปลีก และมีปัจจัยพื้นฐานเชิงบวก (การปิดดีลซื้อ MMVN ในไตรมาส 2/69, ราคาเป้าหมาย Finansia BUY ที่ 18.00)

    หุ้น/กลุ่มที่สัมพันธ์: PTT, PTTEP, TOP, SPRC (กลุ่มพลังงาน); BJC, CPALL, CRC (ค้าปลีก/บริโภค)

    ผลกระทบที่คาด: 🟡 เป็นกลาง / Coiling หุ้นทั้งสองตัวอยู่ในรอบการบีบตัวของความผันผวน — การขยายตัวทิศทางที่รุนแรงมีแนวโน้มเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ การคลายตัวของ PTT จะขึ้นกับราคาน้ำมันที่ลดลง (แนวโน้มเชิงลบ) ขณะที่ BJC จะคลายตัวตามการหมุนเวียนเข้าค้าปลีกและปัจจัยพื้นฐานเชิงบวก (แนวโน้มเชิงบวก) รอการยืนยันการทะลุกรอบพร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น

    ## 3. กลยุทธ์และมุมมอง (“การดำเนินการ”)

    🎯 วิทยานิพนธ์การลงทุนหลักสำหรับ SET (24–48 ชั่วโมงข้างหน้า)


    > “SET กำลังถูกดึงระหว่างสองแรง: (1) แรงขายระดับดัชนีที่ขับเคลื่อนโดย DELTA และความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ซึ่งสร้าง ceiling เชิง risk-off และ (2) ผลประกอบการธนาคารที่แข็งแกร่งและการหมุนเวียนของเงินทุนเข้าสู่กลุ่มการเงิน ซึ่งเป็น floor เชิงป้องกัน ตลาดกำลัง coiling — การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเป็นตัวจุดชนวนที่ทำให้กรอบการพักฐานแคบนี้คลี่คลาย”


    📋 กลยุทธ์ที่สามารถดำเนินการได้:


    การดำเนินการ เหตุผล
    🟢 น้ำหนักเกิน: กลุ่มธนาคาร (KTB, TTB) แนวโน้มแข็งแกร่งได้รับการยืนยัน; การหมุนเวียนของสถาบันเข้าสู่การเงิน; tailwind จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น R:R 1.75 ของ KTB เสนอจุดเข้าที่มีความเสี่ยงปรับแล้วดีที่สุด
    🟡 รอ: PTT, BJC ทั้งสองอยู่ในรอบการบีบตัวของความผันผวนโดยมีปริมาณลดลง อย่าเข้าจนกว่าจะมีการทะลุกรอบแนวต้านอย่างชัดเจนพร้อมปริมาณเพิ่มขึ้น ปัจจัยพื้นฐานของ BJC (MMVN) เอื้อต่อการขึ้น ขณะที่ PTT มีแนวโน้มเชิงลบหากน้ำมันยังคงลดลง
    🔴 ลดน้ำหนัก / ป้องกันความเสี่ยง: DELTA และอิเล็กทรอนิกส์ ผลประกอบการ Q2 ที่อ่อนแอของ DELTA ยังคงเป็นภาระหลักต่อดัชนี หลีกเลี่ยงการรับของตก (catching the falling knife) พิจารณาใช้ SET50 Futures เป็น hedge ทางยุทธวิธีหากข้อมูลสหรัฐฯ ผิดหวัง
    🟢 สะสมเมื่อราคาอ่อนตัว: กลุ่มค้าปลีกและนิคมอุตสาหกรรม ข้อมูลการหมุนเวียนยืนยันว่ามีเงินไหลเข้าที่นี่ BJC, CPALL และหุ้นนิคมอุตสาหกรรม (AMATA, WHA) เป็นผู้ได้รับประโยชน์หลัก

    ⚠️ เหตุการณ์ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม:


    1. การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ — หากข้อมูลการจ้างงาน/เงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้นอีก กระตุ้นให้เกิดการขายที่นำโดย DELTA อีกครั้ง

    2. แนวโน้มราคาน้ำมัน — ความอ่อนแอของน้ำมันอย่างต่อเนื่องจะกดดัน PTT/PTTEP แต่จะเป็นประโยชน์ต่อหุ้นบริโภค/ขนส่ง

    3. การส่งต่อความอ่อนแอจากญี่ปุ่น/เกาหลีใต้ — ความอ่อนแอของตลาดเอเชียเพิ่มเติมอาจทำให้ SET เกิด gap down ตามกัน

    ## 4. 📊 สรุปข้อมูล

    หุ้น แนวโน้ม กระแสเงินต่างประเทศ (NVDR 24-36ชม.) ปัจจัยกระตุ้นเชิงมหภาค/ข่าว ระดับความเสี่ยง (R:R/SL) ปริมาณเพิ่มขึ้น มุมมองทั่วไป
    KTB 📈 ขาขึ้น (แข็งแกร่ง) ไม่มีข้อมูล — การหมุนเวียนของกลุ่มยืนยันการสะสมของสถาบัน ผลประกอบการ Q2 ธนาคารดีเกินคาด + tailwind NIM จากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น + หมุนเวียนออกจากพลังงาน R:R 1.75, SL: 36.25 ✅ เพิ่มขึ้นเมื่อทะลุกรอบ 🟢 BULLISH — การซื้อที่มีความเสี่ยงปรับแล้วดีที่สุด
    TTB 📈 ขาขึ้น (แข็งแกร่ง) ไม่มีข้อมูล — การหมุนเวียนของกลุ่มยืนยันการสะสมของสถาบัน ผลประกอบการธนาคารดีเกินคาด, เงินทุนต่างประเทศไหลเข้า R:R 1.29, SL: 2.36 ปกติ 🟢 BULLISH — R:R ต่ำกว่าแต่แนวโน้มแข็งแกร่ง
    PTT ↔️ เคียงข้าง (Squeeze) ไม่มีข้อมูล — กลุ่มน้ำมันเผชิญแรงขาย ราคาน้ำมันโลกลดลง + รายงานผลประกอบการ Q2 (6 ส.ค.) R:R 1.25, SL: 35.75 ลดลงในรอบบีบตัว 🟡 NEUTRAL — รอทิศทางทะลุกรอบ
    BJC ↔️ เคียงข้าง (Squeeze) ไม่มีข้อมูล — การหมุนเวียนเข้าค้าปลีกเป็นบวก การเข้าซื้อ MMVN + ราคาเป้าหมาย Finansia BUY ที่ 18 บาท + หมุนเวียนเข้าค้าปลีก R:R 1.50, SL: 14.00 ลดลงในรอบบีบตัว 🟡 NEUTRAL — แนวโน้มขาขึ้น รอทะลุกรอบ
    DELTA 🔴 ลง (หลังผลประกอบการ) ไม่มีข้อมูล — การขายของสถาบันหนัก Q2 อ่อนแอกว่าคาด; เป็นตัวถ่วงดัชนีมากที่สุด N/A — ไม่มีจุดเข้า Long สูง (การขาย) 🔴 BEARISH — หลีกเลี่ยงจนกว่าจะทรงตัว
    SET Index ↔️ พักฐาน (กรอบ 1,598–1,628) ต่างชาติซื้อสุทธิสะสม ~7 หมื่นล้านบาท รอข้อมูลสหรัฐฯ; KAsset/JPM เป้าหมาย 1,550–1,700 แนวรับ: 1,598 / แนวต้าน: 1,628 ปานกลาง 🟡 NEUTRAL — Sideways รอปัจจัยกระตุ้น

    – คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้บ่งชี้ถึงผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ตามสภาพ ‘ตามที่เป็น’ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุน

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 8 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.53 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.78 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.43 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.49%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.15 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.10%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.85 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 34.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 153.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.09%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.45%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 149.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.35%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.84%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 104.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.11%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.92%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 9.95 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 194.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.88%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.27% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 250.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.80%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.27% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.80%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.76%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.71%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.69%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.94 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.63%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.10 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.54%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.98 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.35% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 87.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.53%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.50 – 34.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.67% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 45.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 112.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.21%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 29.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 8 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.53 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.78 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.43 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.49%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.15 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.10%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.85 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 34.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 153.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.09%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.45%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 149.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.35%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.84%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 104.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.11%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.92%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 9.95 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 194.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.88%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.27% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 250.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.80%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.27% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.80%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.76%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.71%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.69%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.94 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.63%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.10 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.54%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.98 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.35% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 87.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.53%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.50 – 34.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.67% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 45.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 112.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.21%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 29.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7757.64 +47.68 +0.62 % 2026-08-08
    US30 INDU:IND 54037 +151.83 +0.28 % 2026-08-08
    US100 US100:IND 29722 +348.97 +1.19 % 2026-08-08
    Vilnius VILSE:IND 1502 -2.46 -0.16 % 2026-08-08
    US1000 RIY:IND 4227.99 +31.19 +0.74 % 2026-08-08
    TUN TUSISE:IND 20043 -75.83 -0.38 % 2026-08-08
    USE All Share ALSIUG:IND 2215.47 +3.87 +0.18 % 2026-08-08
    ZSI Industrials INDZI:IND 471.35 -0.89 -0.19 % 2026-08-08

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6527 +24.09 +0.37 % 2026-08-08
    EU600 STOXX:IND 660.26 +2.07 +0.31 % 2026-08-08
    EU100 N100:IND 1969 +3.45 +0.18 % 2026-08-08
    EU350 SPE350:IND 2674.86 +4.01 +0.15 % 2026-08-08
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 319.53 -0.56 -0.17 % 2026-08-08

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4694 +43.13 +0.93 % 2026-08-08
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24571 -65.35 -0.27 % 2026-08-08
    AU50 AS52:IND 9055 -25.9 -0.29 % 2026-08-08

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 65607 -76.55 -0.12 % 2026-08-08
    GB100 UKX:IND 10901 +33.2 +0.31 % 2026-08-08
    DE40 DAX:IND 26319 +179.32 +0.69 % 2026-08-08
    FR40 CAC:IND 8715 +15.22 +0.18 % 2026-08-08
    IT40 FTSEMIB:IND 53717 +34.48 +0.06 % 2026-08-08
    ES35 IBEX:IND 20176 -4.4 -0.02 % 2026-08-08
    ASX200 AS51:IND 9264 -8.01 -0.09 % 2026-08-08
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3940 +39.68 +1.02 % 2026-08-08
    SENSEX SENSEX:IND 78499 -455.59 -0.58 % 2026-08-08
    TSX SPTSX:IND 36381 +244.92 +0.68 % 2026-08-08
    MOEX INDEXCF:IND 2281 -4.57 -0.2 % 2026-08-08
    IBOVESPA IBOV:IND 172513 -3 -1.73 % 2026-08-08
    IPC MEXBOL:IND 66939 +542.49 +0.82 % 2026-08-08
    NL30 AEX:IND 1111 -1 -0.09 % 2026-08-08
    CH20 SMI:IND 14545 +26.16 +0.18 % 2026-08-08
    SAALL JALSH:IND 117518 +2 +1.92 % 2026-08-08
    STI FSSTI:IND 5698 +59.44 +1.05 % 2026-08-08
    HK50 HSI:IND 25668 +137.75 +0.54 % 2026-08-08
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13824 -133.93 -0.96 % 2026-08-08
    BIST 100 XU100:IND 13779 -19.43 -0.14 % 2026-08-08
    Stockholm 30 S30:IND 3312 -10.76 -0.32 % 2026-08-08
    WIG WIG:IND 151783 -369.7 -0.24 % 2026-08-08
    BE20 BEL20:IND 5778 +17.51 +0.3 % 2026-08-08
    Oslo OSEAX:IND 2391 +8.52 +0.36 % 2026-08-08
    ATX ATX:IND 6653 -91.93 -1.36 % 2026-08-08
    Copenhagen KFX:IND 1600 +30.97 +1.97 % 2026-08-08
    Helsinki HEX:IND 13192 -24.21 -0.18 % 2026-08-08
    Helsinki 25 HEX25:IND 6239 -0.9 -0.01 % 2026-08-08
    ISEQ ISEQ:IND 14320 +279.02 +1.99 % 2026-08-08
    Athens General ASE:IND 2615 +6.63 +0.25 % 2026-08-08
    PSI Geral BVLX:IND 6185 -26.52 -0.43 % 2026-08-08
    PSI PSI20:IND 9181 -42.81 -0.46 % 2026-08-08
    PX PX:IND 2785 -20.05 -0.71 % 2026-08-08
    BET BET:IND 35700 -370.82 -1.03 % 2026-08-08
    BUX BUX:IND 148633 +2 +1.41 % 2026-08-08
    SAX SKSM:IND 324 0 0 2026-08-08
    LuxX LUXXX:IND 2013 -0.85 -0.04 % 2026-08-08
    CROBEX CRO:IND 4431 -10.53 -0.24 % 2026-08-08
    SOFIX SOFIX:IND 1311 -0.45 -0.03 % 2026-08-08
    SBITOP SBITOP:IND 3245 -7.29 -0.22 % 2026-08-08
    BELEX 15 BELEX15:IND 1262 +23.48 +1.9 % 2026-08-08
    SASX 10 SASX10:IND 1526 -3.74 -0.24 % 2026-08-08
    CSE General CYSMMAPA:IND 317 +0.45 +0.14 % 2026-08-08
    Tallinn TALSE:IND 2157 -1.27 -0.06 % 2026-08-08
    Riga RIGSE:IND 925 +2.16 +0.23 % 2026-08-08
    ICEX ICEXI:IND 2040 +1.2 +0.06 % 2026-08-08
    MBI 10 MBI:IND 9243 +7.19 +0.08 % 2026-08-08
    MSE MALTEX:IND 4136 +3.08 +0.07 % 2026-08-08
    Monex MONEX:IND 17533.84 +16.6 +0.09 % 2026-08-08
    DE Mid MDAX:IND 32461.79 +2.72 +0.01 % 2026-08-08
    DE Small SDAX:IND 18659.63 +94.82 +0.51 % 2026-08-08
    Ecuador General BVQA:IND 1763 -1.44 -0.08 % 2026-08-08
    Merval MERVAL:IND 3086785 -13 -0.45 % 2026-08-08
    IBC IBVC:IND 5256 +97.51 +1.89 % 2026-08-08
    COLCAP COLCAP:IND 2350 +5.64 +0.24 % 2026-08-08
    IGPA IGPA:IND 56381 +413.08 +0.74 % 2026-08-08
    BVPSI BVPSBVPS:IND 713 -0.91 -0.13 % 2026-08-08
    BSX BSX:IND 3949 0 0 2026-08-08
    JSE JMSMX:IND 374380 -2 -0.62 % 2026-08-08
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2960 +40.29 +1.38 % 2026-08-08
    CH50 XIN9:IND 15080.37 +115.84 +0.77 % 2026-08-08
    DSE Broad DSEX:IND 5861 -33.17 -0.56 % 2026-08-08
    JCI JCI:IND 6410 +65.94 +1.04 % 2026-08-08
    TASI SASEIDX:IND 10812 -75.98 -0.7 % 2026-08-08
    TSI TWSE:IND 44226 -170.79 -0.38 % 2026-08-08
    ADX General ADSMI:IND 10095 -25.94 -0.26 % 2026-08-08
    SET 50 SET50:IND 1082 -3.06 -0.28 % 2026-08-08
    FKLCI FBMKLCI:IND 1736 -1.4 -0.08 % 2026-08-08
    TA-125 TA-125:IND 4066 +33.13 +0.82 % 2026-08-08
    PSEi PCOMP:IND 6290 +12.4 +0.2 % 2026-08-08
    KSE 100 KSE100:IND 181430 -346.58 -0.19 % 2026-08-08
    KASE KZKAK:IND 7897 +25.14 +0.32 % 2026-08-08
    QE DSM:IND 10112 -69.57 -0.68 % 2026-08-08
    HNX VHINDEX:IND 293.44 +0.8 +0.27 % 2026-08-08
    VN VNINDEX:IND 1768 +3.28 +0.19 % 2026-08-08
    MSM 30 MSM30:IND 7368 +18.84 +0.26 % 2026-08-08
    ASPI CSEALL:IND 21370 +100.42 +0.47 % 2026-08-08
    Blom BLOM:IND 1745 -31.22 -1.76 % 2026-08-08
    ASE JOSMGNFF:IND 3986 +16.92 +0.43 % 2026-08-08
    LSX Composite LSXC:IND 1323 -7.16 -0.54 % 2026-08-08
    MSE 20 MSETOP:IND 54843 -392.48 -0.71 % 2026-08-08
    DFM General DFMGI:IND 5918 -89.89 -1.5 % 2026-08-08
    Kuwait All Share BKA:IND 8865.62 -11.14 -0.13 % 2026-08-08
    JPVIX VXJ:IND 29.88 +0.1 +0.34 % 2026-08-08
    Estirad BHSEEI:IND 1963.23 -2 -0.1 % 2026-08-08
    ASX All Share AS30:IND 9445 -6.92 -0.07 % 2026-08-08
    NSE All Share NGSEINDX:IND 245574 +364.25 +0.15 % 2026-08-08
    SA40 TOP40:IND 109593 +2 +2.18 % 2026-08-08
    EGX 30 CASE:IND 54677 +17.29 +0.03 % 2026-08-08
    CFG 25 MOSENEW:IND 18864 +384.58 +2.08 % 2026-08-08
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4108 -54.79 -1.32 % 2026-08-08
    Nairobi All Share NSEASI:IND 235 +0.45 +0.19 % 2026-08-08
    DSEI DARSDSEI:IND 4183 +5.87 +0.14 % 2026-08-08
    GGSECI GGSECI:IND 15188 -14.19 -0.09 % 2026-08-08
    SEMDEX SEMDEX:IND 2274 -3.45 -0.15 % 2026-08-08
    NSX Overall FTN098:IND 2441 +11.25 +0.46 % 2026-08-08
    Gaborone BGSMDC:IND 11206 +4.72 +0.04 % 2026-08-08

    Commodities Index Report

    ENERGY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Crude Oil CL1:COM 77.08 -0.21 -0.27 % Aug/07
    Brent CO1:COM 82.27 -0.22 -0.27 % Aug/07
    Natural gas NG1:COM 2.671 +0.031 +1.17 % Aug/07
    Gasoline XB1:COM 2.9647 +0.0262 +0.89 % Aug/07
    Heating Oil HO1:COM 3.882 0 0 Aug/07
    Coal XAL1:COM 127.85 -0.4 -0.31 % Aug/07
    EU Gas NGEU:COM 54.56 -1.21 -2.17 % Aug/07
    UK Gas NGUK:COM 133.35 -3.56 -2.6 % Aug/07
    Ethanol DL1:COM 1.97 +0.0275 +1.42 % Aug/07
    Naphtha MOB:COM 717.12 +14.435 +2.05 % Aug/07
    Propane PNL:COM 0.68 +0.0015 +0.21 % Aug/07
    Uranium UXA:COM 86.5 0 0 Aug/07
    Methanol CMA:COM 2497 +36 +1.46 % Aug/07
    Coking Coal DJM:COM 215.5 0 0 Aug/07
    LNG JKM LNGJKM:COM 21.12 -0.025 -0.12 % Aug/07
    German Gas NGDE:COM 56.92 -0.036 -0.06 % Aug/07
    Urals Oil URDB:COM 79.19 +2.95 +3.87 % Aug/06

    METALS

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Gold XAUUSD:CUR 4343.43 +103.58 +2.44 % Aug/07
    Silver XAGUSD:CUR 63.542 +2.0441 +3.32 % Aug/07
    Copper HG1:COM 6.571 -0.116 -1.73 % Aug/07
    Steel JBP:COM 3010 -1 -0.03 % Aug/07
    Lithium LC:COM 142750 +1250 +0.88 % Aug/07
    Iron Ore CNY IOE:COM 716.5 -2.5 -0.35 % Aug/07
    Platinum XPTUSD:CUR 1757.4 +19.5 +1.12 % Aug/07
    Cobalt Hydroxide COH:COM 49557.65 -1712.33 -3.34 % Aug/06
    HRC Steel HRC:COM 1201 +3 +0.25 % Aug/07
    Scrap Aluminum SAL:COM 2448.23 +15.43 +0.63 % Aug/06
    Iron Ore SCO:COM 94.45 -0.83 -0.87 % Aug/07
    Silicon SI:COM 8550 +125 +1.48 % Aug/07
    Scrap Steel SSC:COM 380 -0.5 -0.13 % Aug/06
    Titanium TTSG:COM 44.5 0 0 Aug/07

    AGRICULTURAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Soybeans S 1:COM 1160 +2.75 +0.24 % Aug/07
    Wheat W 1:COM 638.25 +7 +1.11 % Aug/07
    Lumber LB1:COM 578 0 0 Aug/07
    Palm Oil PLO:COM 4677 -9 -0.19 % Aug/07
    Cheese CHE:COM 1.662 +0.002 +0.12 % Aug/07
    Milk DA:COM 16.78 +0.08 +0.48 % Aug/07
    Rubber JN1:COM 218.8 +1.2 +0.55 % Aug/07
    Orange Juice JO1:COM 147 -4.4 -2.91 % Aug/07
    Coffee KC1:COM 313.65 +7.55 +2.47 % Aug/07
    Cotton CT1:COM 84.38 +1.22 +1.47 % Aug/07
    Rice RR1:COM 14.28 +0.095 +0.67 % Aug/07
    Canola RS1:COM 780.4 +11.5 +1.5 % Aug/07
    Oat O 1:COM 311.5 +1.75 +0.57 % Aug/07
    Wool OL1:COM 1873 0 0 Aug/07
    Sugar SB1:COM 16.49 +0.92 +5.91 % Aug/07
    Cocoa CC1:COM 5724 -52 -0.9 % Aug/07
    Tea TEA:COM 212.14 -9.67 -4.36 % Jul/25
    Sunflower Oil SUNF:COM 1676.1 +8.3 +0.5 % Aug/07
    Rapeseed RSO:COM 530 +3.75 +0.71 % Aug/07
    Barley BL1:COM 2374 +47 +2.02 % Aug/07
    Butter FABT:COM 4000 0 0 Aug/07
    Corn C 1:COM 438.75 -0.25 -0.06 % Aug/07

    INDUSTRIAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Bitumen BIT:COM 4001 +21 +0.53 % Aug/07
    Cobalt LCO1:COM 56290 0 0 Aug/06
    Lead LL1:COM 1892.28 +5.85 +0.31 % Aug/07
    Aluminum LMAHDS03:COM 3276.5 +7.0501 +0.22 % Aug/07
    Tin LMSNDS03:COM 56095 -623 -1.1 % Aug/06
    Zinc LMZSDS03:COM 3697.35 -64.2 -1.71 % Aug/07
    Nickel LN1:COM 16970 +250 +1.5 % Aug/07
    Molybdenum MOLYBDEN:COM 617.5 0 0 Aug/07
    Palladium XPDUSD:CUR 1383 +5.5 +0.4 % Aug/07
    Rhodium XRH:COM 8650 +75 +0.87 % Aug/07
    Phosphorus PHO:COM 1026 0 0 Aug/07
    Polyethylene POL:COM 7637 +75 +0.99 % Aug/07
    Polyvinyl PVC:COM 4502 +12 +0.27 % Aug/07
    Polypropylene PYL:COM 8027 +38 +0.48 % Aug/07
    Synthetic Rubber SBR:COM 13583.33 +200 +1.49 % Aug/07
    Soda Ash SODASH:COM 1030 0 0 Aug/07
    Neodymium SREMNDM:COM 975000 0 0 Aug/07
    Styrene STR:COM 8350 -30 -0.36 % Aug/07
    Sulfur SULF:COM 9535.67 +166.67 +1.78 % Aug/07
    Tellurium TEC:COM 812.5 0 0 Aug/07
    Urea UFB:COM 400 +12 +3.09 % Aug/07
    Di-ammonium UFI:COM 792.5 0 0 Aug/07
    Magnesium MACN:COM 16900 0 0 Aug/07
    Gallium GAC:COM 1825 0 0 Aug/07
    Germanium GECNYBGQ:COM 24000 0 0 Aug/07
    Manganese IMR:COM 28.75 0 0 Aug/07
    Indium IUC:COM 5500 0 0 Aug/07
    Kraft Pulp KSP:COM 4638 -38 -0.81 % Aug/07

    LIVESTOCK

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Feeder Cattle FC1:COM 351.65 +3.6 +1.03 % Aug/07
    Live Cattle LC1:COM 231.475 +0.25 +0.11 % Aug/07
    Lean Hogs LH1:COM 95.4 -0.1 -0.1 % Aug/07
    Beef BEEF:COM 347.5 -0.8 -0.23 % Aug/07
    Poultry POUL:COM 7.18 +0.03 +0.42 % Aug/07
    Eggs US WEGGS:COM 0.98 -0.0194 -1.94 % Aug/07
    Eggs CH DCE:COM 4156 +45 +1.09 % Aug/07
    Salmon NOSMFZ:COM 72.79 +0.71 +0.99 % Jul/31

    INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CRB Index CRYTR:IND 483.11 +3.2566 +0.68 % Aug/06
    GSCI SPGSCITR:IND 668.59 +6.3561 +0.96 % Aug/07
    SSE Commodity Index SSECC:COM 7484.72 +267.731 +3.71 % Aug/07
    Containerized Freight Index SPSCFI:COM 3205.97 0 0 Aug/07
    EU Carbon Permits EECXM:IND 83.38 +1.49 +1.82 % Aug/07
    Wind Energy Index GWETR:IND 23.99 +0.32 +1.35 % Aug/07
    Nuclear Energy Index MVNLRTR:IND 45 +1.67 +3.85 % Aug/07
    Solar Energy Index SOLARNTR:IND 52.72 +0.94 +1.82 % Aug/07

    ELECTRICITY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    United Kingdom GBRELEPRI:COM 115.14 +1.53 +1.35 % Aug/07
    Germany DEUELEPRI:COM 122.15 +3.21 +2.7 % Aug/07
    France FRAELEPRI:COM 63.31 +1.09 +1.75 % Aug/07
    Italy ITAELEPRI:COM 184.23 -14.1222 -7.12 % Aug/07
    Spain ESPELEPRI:COM 119.03 +9.52 +8.69 % Aug/07

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.1559 +0.0034 +0.3 % +0.2985 % +1.2446 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34919 +0.0038 +0.28 % +0.0734 % +0.7731 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70683 +0.0036 +0.51 % +0.7139 % +2.0045 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.5895 +0.0025 +0.43 % +0.2722 % +3.4574 %
    USDJPY USDJPY:CUR 157.764 -0.6595 -0.42 % +0.2099 % -2.9667 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74266 -0.005 -0.07 % -0.1463 % -0.936 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.80786 -0.0044 -0.54 % +0.0433 % -0.0693 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39395 -0.0074 -0.53 % -0.5749 % -1.6433 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.1381 -0.0736 -0.43 % -1.1988 % -2.514 %
    USDINR USDINR:CUR 95.1379 -0.1766 -0.19 % -0.2784 % -0.587 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.0976 -0.0257 -0.5 % +0.1966 % -1.2973 %
    USDRUB USDRUB:CUR 81.91 -1.09 -1.31 % +2.8891 % +6.6536 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1407.9 -15.3 -1.08 % -2.4277 % -6.4705 %
    DXY DXY:CUR 99.604 -0.326 -0.33 % -0.3103 % -1.3734 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.6937 +0.085 +0.18 % +0.3913 % +1.8204 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.47745 -0.0353 -0.37 % -0.7607 % -2.2772 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.71835 -0.0156 -0.42 % -0.5592 % -1.4876 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.51225 -0.0332 -0.35 % +0.3518 % -2.5604 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1272 -0.2293 -1.4 % -2.5182 % -1.7072 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.46786 -0.0187 -0.29 % -0.2897 % -1.2201 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.27851 -0.0051 -0.4 % -0.2901 % -1.181 %
    USDILS USDILS:CUR 2.9977 -0.0184 -0.61 % -2.0728 % -1.5026 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84494 +0.0002 0 +0.0372 % +0.0731 %
    USDCLP USDCLP:CUR 913.56 -2.25 -0.25 % -1.81 % -2.2387 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.8 +0.242 +0.09 % -0.0241 % -0.1438 %
    USDCZK USDCZK:CUR 20.975 -0.0637 -0.3 % -0.1692 % -1.2997 %
    USDHUF USDHUF:CUR 314.015 -2.965 -0.94 % -0.9096 % -0.2286 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.1559 +0.0034 +0.3 % +0.2985 % +1.2446 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34919 +0.0038 +0.28 % +0.0734 % +0.7731 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.80786 -0.0044 -0.54 % +0.0433 % -0.0693 %
    USDRUB USDRUB:CUR 81.91 -1.09 -1.31 % +2.8891 % +6.6536 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.6937 +0.085 +0.18 % +0.3913 % +1.8204 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.47745 -0.0353 -0.37 % -0.7607 % -2.2772 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.71835 -0.0156 -0.42 % -0.5592 % -1.4876 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.51225 -0.0332 -0.35 % +0.3518 % -2.5604 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.46786 -0.0187 -0.29 % -0.2897 % -1.2201 %
    USDCZK USDCZK:CUR 20.975 -0.0637 -0.3 % -0.1692 % -1.2997 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5343 -0.0261 -0.57 % -0.3144 % -1.0907 %
    USDHUF USDHUF:CUR 314.015 -2.965 -0.94 % -0.9096 % -0.2286 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.85 +0.1 +0.22 % +0.2235 % +0.6734 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.9773 +0.0144 +0.49 % +2.3233 % +3.6412 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.552 -0.3 -0.29 % -0.2577 % -1.1992 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6921 -0.0053 -0.31 % -0.1593 % -1.2201 %
    USDISK USDISK:CUR 123.34 -0.24 -0.19 % +0.1624 % -1.5878 %
    USDALL USDALL:CUR 80.645 -0.28 -0.35 % -0.6345 % -2.0704 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.27 -0.03 -0.06 % -0.7175 % -1.233 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.3897 +0.0697 +0.4 % -0.3456 % -0.3456 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39395 -0.0074 -0.53 % -0.5749 % -1.6433 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.1381 -0.0736 -0.43 % -1.1988 % -2.514 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.0976 -0.0257 -0.5 % +0.1966 % -1.2973 %
    DXY DXY:CUR 99.604 -0.326 -0.33 % -0.3103 % -1.3734 %
    USDARS USDARS:CUR 1498.929 -0.8086 -0.05 % +0.8548 % +0.7657 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3157.16 -2.7 -0.09 % -0.2931 % -5.655 %
    USDCLP USDCLP:CUR 913.56 -2.25 -0.25 % -1.81 % -2.2387 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.385 +0.0055 +0.16 % -0.1445 % -0.6778 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.25 -0.13 -0.22 % +0.0172 % -0.9354 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.63 0 0 0 0
    USDURY USDURY:CUR 40.2497 -0.0053 -0.01 % +0.0738 % +0.1112 %
    USDCRC USDCRC:CUR 454 -0.6 -0.13 % -0.0462 % -0.2066 %
    USDPAB USDPAB:CUR 1.0006 +0.0006 +0.06 % +0.06 % +0.06 %
    USDBOB USDBOB:CUR 11.884 -0.001 -0.01 % +0.0758 % +19.738 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5945.5 -0.46 -0.01 % -0.3271 % -2.2596 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.7491 -0.0057 -0.07 % -0.0651 % -0.0617 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.7773 -0.0008 -0.01 % -0.0472 % -0.1267 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8052 +0.0021 +0.01 % +0.0381 % +0.124 %
    USDJMD USDJMD:CUR 158.79 -0.02 -0.01 % +0.2399 % -0.1697 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.7956 -0.0044 -0.01 % -0.012 % -0.012 %
    USDHTG USDHTG:CUR 130.738 -0.012 -0.01 % -0.0092 % -0.1047 %
    USDBSD USDBSD:CUR 0.9999 -0.0001 -0.01 % -0.01 % -0.01 %
    USDSRD USDSRD:CUR 37.8001 +0.0267 +0.07 % +0.0177 % +0.571 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209.3 +0.3 +0.14 % -0.0478 % +0.2875 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 755.7624 0 0 +1.058 % +8.0665 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 157.764 -0.6595 -0.42 % +0.2099 % -2.9667 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74266 -0.005 -0.07 % -0.1463 % -0.936 %
    USDINR USDINR:CUR 95.1379 -0.1766 -0.19 % -0.2784 % -0.587 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1407.9 -15.3 -1.08 % -2.4277 % -6.4705 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17801 -110 -0.61 % -1.2646 % -1.5322 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.75475 0 0 +0.0853 % -0.125 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.2507 +0.0007 0 -0.1863 % +0.629 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1375550 +1178 +0.09 % +0.0251 % +0.0857 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6729 -0.0001 0 0 0
    USDTHB USDTHB:CUR 33.04 -0.08 -0.24 % -1.137 % -1.2552 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.0901 -0.0015 -0.04 % +0.1199 % +0.3336 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.27851 -0.0051 -0.4 % -0.2901 % -1.181 %
    USDILS USDILS:CUR 2.9977 -0.0184 -0.61 % -2.0728 % -1.5026 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84494 +0.0002 0 +0.0372 % +0.0731 %
    USDPHP USDPHP:CUR 60.786 -0.005 -0.01 % -0.6472 % -1.2798 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.8 +0.242 +0.09 % -0.0241 % -0.1438 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1310.5 +0.5 +0.04 % +0.0382 % +0.0359 %
    USDKZT USDKZT:CUR 468.025 -0.195 -0.04 % -1.3188 % -0.2111 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.6445 +0.0003 +0.01 % +0.0522 % -0.0274 %
    USDVND USDVND:CUR 26204.5 -30.5 -0.12 % -0.365 % -0.3442 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.785 0 0 +0.247 % +0.4341 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.38451 -0.0002 -0.05 % 0 -0.0546 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 0 0 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 335.38 -0.45 -0.13 % -0.1459 % +0.0746 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122.05 +0.05 +0.04 % +0.041 % +0.041 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11950 +34.3604 +0.29 % -0.0851 % -0.4561 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.0821 0 0 +0.021 % +0.0706 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.51 +0.01 +0.29 % +0.2857 % +0.2857 %
    USDLBP USDLBP:CUR 89550 0 0 0 0
    USDYER USDYER:CUR 238.4 +0.84 +0.35 % +0.0672 % -0.0734 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.37707 0 0 0 +0.008 %
    USDAFN USDAFN:CUR 66.5 +0.72 +1.09 % +1.2947 % +0.1204 %
    USDNPR USDNPR:CUR 152.233 -0.127 -0.08 % -0.2503 % -0.433 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2784 -0.0054 -0.42 % -0.2964 % -1.1979 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4052.5 -2.5 -0.06 % +0.1483 % +0.4088 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.613 -0.002 -0.08 % -0.2291 % -0.6842 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3595 -2 -0.06 % -0.0278 % +0.251 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22582.5 +4 +0.02 % -0.1547 % +0.0931 %
    USDAMD USDAMD:CUR 366.17 +0.03 +0.01 % -0.0082 % -0.3049 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.2239 -0.0161 -0.17 % -0.0661 % -0.4973 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 -0.0311 % 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.30869 -0.001 -0.32 % -0.1456 % -0.4226 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70683 +0.0036 +0.51 % +0.7139 % +2.0045 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.5895 +0.0025 +0.43 % +0.2722 % +3.4574 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.4223 +0.003 +0.07 % -1.2108 % +0.5868 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.35 -0.345 -0.33 % -0.2894 % -1.2611 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.2096 -0.0059 -0.27 % -0.2168 % -1.3924 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1364.86 +1.97 +0.14 % +0.0366 % -0.8391 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1272 -0.2293 -1.4 % -2.5182 % -1.7072 %
    USDZMW USDZMW:CUR 18.872 -0.149 -0.78 % +0.4204 % +3.8407 %
    USDEGP USDEGP:CUR 49.79 +0.1 +0.2 % -2.6588 % +0.3426 %
    USDDZD USDDZD:CUR 132.933 -0.134 -0.1 % +0.0519 % -0.1847 %
    USDAOA USDAOA:CUR 923.017 +3.733 +0.41 % +0.4012 % +0.3778 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3413 0 0 -0.1443 % -0.2232 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.5 +0.2793 +0.05 % +0.0465 % +0.0549 %
    USDKES USDKES:CUR 129.35 0 0 +0.1161 % +0.0774 %
    USDETB USDETB:CUR 160 -0.4705 -0.29 % -0.2982 % +0.8284 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2647.5 -7.5 -0.28 % +0.2082 % +0.7228 %
    USDTND USDTND:CUR 2.912 -0.0092 -0.31 % -0.885 % -1.0197 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.365 +0.0043 +0.07 % -0.3616 % -0.5811 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.7567 +0.0083 +0.07 % +0.5843 % +2.9087 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 0 -0.8658 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3724.83 +0.77 +0.02 % -0.8547 % +0.8201 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.57 -0.34 -0.53 % -0.0472 % -0.0315 %
    USDBWP USDBWP:CUR 13.4636 -0.6915 -4.89 % -1.2005 % -0.8703 %
    USDXAF USDXAF:CUR 568.992 -8.343 -1.45 % -1.4323 % -0.9898 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.1465 -0.201 -1.23 % -2.3832 % -1.6297 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5012.647 0 0 +1.6323 % +7.0138 %
    USDMUR USDMUR:CUR 46.87 -0.07 -0.15 % -0.2766 % -0.6571 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4310 -8.0801 -0.19 % -0.3724 % +1.5312 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1465 -3.9301 -0.27 % -0.2383 % -0.0941 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8782 -1 -0.01 % +0.0114 % +0.1311 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.21 +0.01 +0.02 % -0.0249 % +0.8578 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24022.8 -3.0446 -0.01 % -0.1635 % -0.2528 %
    USDXOF USDXOF:CUR 568 -0.25 -0.04 % -0.3072 % -1.0453 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.67 0 0 0 0
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.245 -0.1204 -0.74 % -1.7877 % -1.1037 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2995.31 +6.31 +0.21 % -0.0731 % +0.3572 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.1374 -0.1998 -1.22 % -2.4382 % -1.6893 %
    USDLRD USDLRD:CUR 178 0 0 -1.6611 % -1.6575 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.6405 -0.27 -0.28 % -0.3108 % -1.2763 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 14.475 -0.2592 -1.76 % +7.1817 % -2.098 %
    USDSOS USDSOS:CUR 600.5 +29 +5.07 % +5.0744 % +5.0744 %
    USDGMD USDGMD:CUR 74.45 0 0 0 +0.2356 %
    USDKMF USDKMF:CUR 426 -1.31 -0.31 % -0.2342 % -1.5188 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4174 -0.0595 -0.28 % -0.2338 % -1.2072 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.604 -0.0155 -0.06 % -0.302 % -0.6383 %

    รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    [ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-06 ถึง 2026-08-08 | อัปเดตล่าสุดเวลา 06:11 น.]

    🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

    นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายสุทธิ 3,316.52 ล้านบาท ในวันที่ 7 ส.ค.


    วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย (SET และ MAI) มูลค่า 3,316.52 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 3,415.86 ล้านบาท ตรงกันข้ามกับวันที่ 6 สิงหาคมที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,090.63 ล้านบาท


    กลยุทธ์ลงทุนภาคเช้า 6 ส.ค. ชี้ SET Index แนวต้าน 1,630 จุด แนวรับ 1,600 จุด


    บทวิเคราะห์โบรกเกอร์วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ดัชนี SET เผชิญแรงขายต่อเนื่องที่แนวต้าน 1,630 จุด โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,600 จุด หากหลุดแนวรับอาจปรับฐานต่อไปที่ 1,570 และ 1,550 จุด


    ส่วนแบ่งตลาดโบรกเกอร์ประจำวันที่ 6 ส.ค. KKPS นำอันดับ 1 ที่ 22.46%


    วันที่ 6 สิงหาคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร (KKPS) มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 22.46% มูลค่าการซื้อขายรวม 84,135.44 ล้านบาท


    กระทรวงพลังงานติดตามราคาน้ำมันโลกผันผวน กองทุนน้ำมันฯ ติดลบ 71,800 ล้านบาท


    วันที่ 7 สิงหาคม 2569 กระทรวงพลังงานเพิ่มเงินอุดหนุน LPG เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีก ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ส่งผลให้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 71,800 ล้านบาท


    ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับปรุงเกณฑ์ Gatekeeper เสริมความเข้มแข็งผู้ตรวจสอบภายใน


    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปรับปรุงเกณฑ์ Gatekeeper เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งให้ผู้ตรวจสอบภายใน คณะกรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ มุ่งยกระดับความโปร่งใสและการคุ้มครองผู้ถือหุ้น เปิดรับฟังความคิดเห็นถึงวันที่ 7 สิงหาคม 2569


    หุ้นเด่นโบรกเกอร์ 7 ส.ค. แนะนำ AU, BBGI, BDMS, GULF, NER, OSP


    บทวิเคราะห์วันที่ 7 สิงหาคม 2569 รวบรวมคำแนะนำ “ซื้อ/ถือ” พร้อมราคาเป้าหมายสำหรับหุ้น AU, BBGI, BDMS, GULF, NER และ OSP จากสำนักวิเคราะห์หลายแห่ง


    ปฏิทินหุ้น 6 ส.ค. ขึ้นเครื่องหมาย XD หลายหลักทรัพย์


    ปฏิทินหุ้นวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ระบุหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย XD และกำหนดจ่ายเงินปันผล ได้แก่ CATL01, CATL23, CATL80, VHM19, MIDEA80, ZIJIN80 และ ETN03

    🌐 ข่าวต่างประเทศ


    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวแรง หลังตัวเลขจ้างงานเดือน ก.ค. ออกมาต่ำกว่าคาด


    วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมลดลงเกินคาด ส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจลดอัตราดอกเบี้ย ขณะที่หุ้น Atlassian พุ่งขึ้น 35%


    ตลาดหุ้นเอเชียปิดผสม วันที่ 7 ส.ค. – เซี่ยงไฮ้ ฮั่งเส็งบวก โตเกียว โซล ออสเตรเลียลบ


    วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ตลาดหุ้นเอเชียปิดแบบผสมผสาน โดยดัชนี Shanghai Composite และ Hang Seng ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ Nikkei, KOSPI และ S&P/ASX 200 ปรับตัวลดลง


    ราคาน้ำมันโลกร่วง หลังทรัมป์ชะลอปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน


    สรุปข่าวต่างประเทศวันที่ 4 สิงหาคม 2569: ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงหลังประธานาธิบดีทรัมป์เลื่อนการโจมตีอิหร่าน ดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้น ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงค่าเงินเยน นอกจากนี้ยังมีประเด็นรัฐเดโมแครตฟ้องมาตรการภาษี อินเดียพิจารณามาตรการจูงใจทางภาษี หุ้น SpaceX ร่วงหนัก และ Palantir รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด


    เกาหลีใต้สั่งพักการออก Leveraged ETF หุ้นเดี่ยว เริ่ม 5 ส.ค.


    หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของเกาหลีใต้ระงับการออกกองทุน ETF แบบ leveraged สำหรับหุ้นรายตัว พร้อมปรับเพิ่มข้อกำหนดหลักประกัน มีผลตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เพื่อควบคุมการเก็งกำไรและความผันผวนที่มากเกินไปในตลาด


    ตลาดหุ้นเอเชีย 4 ส.ค. ปิดบวกเป็นส่วนใหญ่ – KOSPI นำตลาด +1.62%


    วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดบวก: Shanghai Composite (+0.33%), Nikkei (+0.32%), KOSPI (+1.62%), S&P/ASX 200 (+1.40%) ส่วน Hang Seng ปรับลง (-0.60%)

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันเสาร์ที่ แปด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันเสาร์ที่ แปด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที

    บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกในขณะนี้ ถูกครอบงำด้วยความตึงเครียดทางทหาร ที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ต่อตลาดพลังงาน และอัตราเงินเฟ้อ

    ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบ ถึงร้อยละยี่สิบของโลก กำลังตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามโดยตรง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละห้าถึงเก้า ในการซื้อขายเพียงวันเดียว สถานการณ์นี้ ส่งแรงกระเพื่อมแบบเงินเฟ้อถดถอย เข้าสู่เศรษฐกิจโลกที่เปราะบางอยู่แล้ว

    ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น จะกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภค และอัตรากำไรของบริษัท ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงต้องสู้กับเงินเฟ้อต่อไป ความไม่แน่นอนนี้ สร้างส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ขึ้นในสินทรัพย์ทุกประเภท

    ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ หรือ DXY แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ หนึ่งร้อยหนึ่งจุดสามสิบหก ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละสองจุดสองในรอบเดือน และร้อยละสองจุดเจ็ดนับตั้งแต่ต้นปี สะท้อนถึงกระแสหลบภัย ในเงินดอลลาร์สหรัฐ

    สำหรับผลกระทบต่อหุ้นไทย กลุ่มพลังงาน และโรงกลั่น อย่าง PTTEP PTT TOP และ SPRC จะได้รับประโยชน์โดยตรง จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น คาดเห็นผลในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์

    ในทางกลับกัน กลุ่มสายการบิน และขนส่ง อย่าง AAV BA และ KEX จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น กดดันอัตรากำไรโดยตรง

    ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มส่งออก เช่น DELTA KCE HANA รวมถึง TU และ CPF เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น จากมูลค่าเงินดอลลาร์ที่แปลงกลับมาเป็นบาท

    แต่จะเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มพลังงาน และสาธารณูปโภค ที่มีหนี้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่าง BGRIM GPSC และ GULF เพราะภาระดอกเบี้ย และต้นทุนก๊าซนำเข้าจะสูงขึ้น

    ขณะที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสิน ยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นการลดความเสี่ยงเชิงระบบ และส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ในระยะกลางต่อกลุ่มธนาคารใหญ่ อย่าง BBL KBANK SCB และ KTB

    ในภาวะตลาดแบบ K-Shaped หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์ ยังคงมีดีมานด์เชิงโครงสร้างหนุน ทำให้ DELTA KCE และ HANA ยังคงเป็นตัวเลือก ที่น่าสนใจในการลงทุน

    กลยุทธ์การลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูง ในระยะสั้นถึงสี่สัปดาห์ คือ การเพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในกลุ่มพลังงานไทย และลดน้ำหนักในกลุ่มสายการบินและขนส่ง ส่วนกลุ่มส่งออกที่มีดีมานด์โครงสร้าง ยังคงเป็นเป้าหมายระยะกลางถึงสามเดือน

    สำหรับกลุ่มธนาคารใหญ่ แนะนำรอดูความชัดเจน จากผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางญี่ปุ่น ในสัปดาห์นี้ก่อน ค่อยตัดสินใจลงทุน

    ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ต้องติดตาม คือ การเจรจาทางการทูต ในกรณีช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด ที่กำหนดทิศทางตลาดในระยะใกล้

    คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

    รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

    # Economic Daily Report — August 2, 2026

    —

    Dominant Market Narrative

    The global macro landscape is currently dominated by escalating US-Iran military hostilities and their cascading impact on energy markets, inflation expectations, and central bank policy trajectories. The Strait of Hormuz — a chokepoint for roughly 20% of global oil transit — is under direct threat, triggering crude oil price spikes of 5–9% in single sessions. This supply-side shock injects a stagflationary impulse into an already fragile global economy: higher energy costs compress consumer spending and corporate margins while simultaneously keeping the Fed’s inflation fight alive. The resulting uncertainty generates a geopolitical risk premium across all asset classes. Compounding this, the upcoming week features a convergence of high-impact events — Federal Reserve and Bank of Japan policy decisions, Q2 GDP prints, and mega-cap tech earnings — creating a uniquely volatile environment where macro and geopolitical forces collide. The Supreme Court’s affirmation of Fed independence provides a stabilizing institutional backstop, but the near-term direction of risk assets hinges critically on whether diplomatic off-ramps materialize in the Strait of Hormuz standoff.

    —

    Market Regime & Sentiment Gauge

    Current Regime: Geopolitical Risk Premium / Stagflationary Pressure

    Sentiment: Cautiously Bearish. The market is priced for disruption. Energy price spikes are unambiguously negative for global growth except for a narrow slice of energy producers. The DXY strengthening to ~101.4 (+2.2% monthly) signals a flight-to-safety bid in the dollar, consistent with risk-off positioning. The K-shaped divergence persists: AI and semiconductor names retain structural support, while rate-sensitive and energy-consuming sectors face headwinds. Gold’s decline despite geopolitical tension — attributed to concurrent dollar strength and inflation concerns — signals a confused safe-haven trade, reinforcing the cautious tone.

    —

    Market Snapshot

    Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
    Equities US500, Nasdaq, STOXX, Nikkei No data available. —
    Fixed Income 10Y UST, Bund, JGB No data available. —
    FX & Commodities DXY: ~100.95–101.36 +0.06% daily, +1.1% monthly, +2.7% YTD Risk-Off / USD Bid
    FX & Commodities Crude Oil (WTI): $69–74 range -2.4% to +5.6% daily swings; -20% monthly; +26% YTD Extreme Volatility / Supply Fear
    FX & Commodities Brent Crude +8.8% to +9.6% surge sessions; -2.4% pullback sessions Geopolitical Supply Premium
    FX & Commodities Gold Declining (per strong USD / inflation concerns) Confused Safe Haven
    FX & Commodities Natural Gas EU/UK +1.7% to +8.5% gains in energy rallies Spillover Energy Bid
    Volatility VIX, MOVE Index No data available. —

    *Note: Equities index levels, fixed income yields, and volatility index values were not provided in the available data set. The crude oil price reflects a highly volatile trading range rather than a single snapshot.*

    —

    Thematic Analysis & Forward Impact

    Theme 1: US-Iran Military Escalation & Strait of Hormuz Disruption

  • Trigger: Direct US-Iran military exchanges and credible threats to commercial shipping in the Strait of Hormuz have driven crude oil prices up 5–9% in multiple single sessions (WTI +8.67%, Brent +9.55% on peak surge days).
  • Historical Correlation: *Crude Oil Price (WTI/Brent)* → Energy & Utilities sector: Positive impact. Stocks gain on higher selling prices and improved margins. Direct beneficiaries: PTTEP, PTT, TOP, SPRC. Conversely, *Crude Oil Price* → Transportation & Logistics: Negative impact via higher fuel costs, pressuring margins for AAV, BA, KEX.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Energy Producers & Refiners (PTTEP, PTT, TOP, SPRC): High magnitude, 0–48h. Immediate revenue uplift from commodity price surge.

    – 📈 Oil-Linked Energy Plays (OR, SGP, SEAOIL): Medium magnitude, 1–4 weeks. Downstream margins expand if refining spreads widen.

    – 📉 Airlines & Transport (AAV, BA, KEX): Medium magnitude, 0–48h. Fuel cost shock hits operating margins directly.

    – 📉 Power Utilities with USD Debt (BGRIM, GPSC, GULF): Medium magnitude, 1–4 weeks. Weak baht plus expensive imported gas creates dual headwind.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The Strait of Hormuz is not just an oil supply issue — it is a global inflation transmission mechanism. Oil above $70 WTI feeds into higher headline CPI through gasoline and transportation costs. This complicates the Fed’s path: if inflation re-accelerates, rate cuts are deferred, which pressures growth stocks and rate-sensitive sectors. The dollar strengthens on both safe-haven demand and hawkish rate expectations, creating a negative feedback loop for emerging markets and USD-denominated debtors. The 2022 precedent (Russia-Ukraine energy shock) demonstrated how rapidly supply-driven oil spikes erode consumer confidence and discretionary spending.
  • Confidence: High — The causal chain from Strait of Hormuz disruption → oil price → energy equity outperformance vs. transport underperformance is well-established and verifiable in the correlation database.
  • —

    Theme 2: Dollar Strength & Divergent FX Impacts

  • Trigger: DXY has strengthened to ~100.95–101.36, driven by a +2.2% monthly uptrend and +2.7% YTD appreciation, reflecting both risk-off safe-haven flows and relative US yield advantage.
  • Historical Correlation: *USD/THB (Exchange Rate)* → Electronics Exports (ETRON): Positive for DELTA, KCE, HANA (higher baht revenue on USD-denominated exports). *USD/THB* → Food & Beverage Exports (FOOD): Positive for TU, CPF, ITC, AAI. Conversely, *USD/THB* → Energy/Utilities (ENERG): Negative for BGRIM, GPSC, GULF due to high USD-denominated debt service costs and expensive imported gas.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Exporters (DELTA, KCE, HANA, TU, CPF): Medium magnitude, 1–4 weeks. Translation gains boost revenue lines.

    – 📉 Power Utilities (BGRIM, GPSC, GULF): Medium magnitude, 1–4 weeks. Elevated debt service costs and imported fuel expenses compress net income.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The strong dollar plus elevated oil creates a particularly toxic combination for Thai power utilities — they simultaneously face higher input costs (imported gas priced in USD) and higher debt burdens. For exporters, the weak-baht tailwind is partially offset by softening global demand if oil-driven inflation curbs consumer spending in the US and Europe. The net effect is mixed: electronics exporters with inelastic demand (DELTA, HANA) benefit more reliably than discretionary food exporters.
  • Confidence: High — The correlation database explicitly maps these FX relationships to specific tickers with clear directional impacts.
  • —

    Theme 3: Fed Independence Affirmed — Institutional Stability Premium

  • Trigger: The Supreme Court ruling this week upholds Federal Reserve independence, removing a tail risk scenario where political interference could undermine monetary policy credibility.
  • Historical Correlation: *Policy Interest Rate & Bond Yield* → Banking (BANK): Positive for BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY due to Net Interest Margin (NIM) expansion in a higher-rate environment. *Policy Interest Rate* → Finance & Securities (FIN): Negative for SAWAD, MTC, TIDLOR as higher borrowing costs pressure retail and microfinance loan margins.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Large Banks (BBL, KBANK, SCB, KTB): Medium magnitude, 1–4 weeks. Institutional stability supports valuation; NIM benefits persist.

    – 📉 Non-Bank Finance (SAWAD, MTC, TIDLOR): Low-to-Medium magnitude, medium term. Cost of funds rises faster than lending rate repricing.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The ruling removes a critical left-tail risk. If the Fed had been subject to political pressure to cut rates prematurely, inflation expectations would have de-anchored, ultimately requiring even more aggressive tightening later — a 1970s-style policy error scenario. By affirming independence, the market can price monetary policy with greater confidence, reducing the term premium on long-duration assets. However, with the Fed and BoJ decisions imminent, the near-term focus shifts from institutional structure to actual rate path decisions.
  • Confidence: Medium — The correlation logic is sound, but the immediate market impact of an institutional ruling is harder to quantify than a direct commodity or rate move.
  • —

    Theme 4: K-Shaped Market — AI/Semiconductor Resilience Amid Energy Chaos

  • Trigger: Despite energy price shocks and geopolitical uncertainty, AI and semiconductor stocks continue to receive structural demand support, with SK Hynix’s Nasdaq debut highlighting appetite for AI-exposed names. Bluebell advisory explicitly recommends focusing on AI/semiconductor stocks amid the K-shaped divergence.
  • Historical Correlation: *Exchange Rate (USD/THB)* → Electronic Components (ETRON): Positive for DELTA, KCE, HANA — dual benefit from weak baht exports and structural AI/semiconductor demand.
  • Expected Impact:
  • – 📈 DELTA, KCE, HANA: Medium-to-High magnitude, 1–4 weeks. Secular AI demand overrides cyclical energy headwinds; weak baht amplifies returns.

    – ⚖️ Broader Market: Mixed. The K-shaped dynamic means winners concentrate narrowly while energy-intensive, rate-sensitive sectors lag.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The K-shaped market phenomenon reflects a bifurcation where capital flows aggressively toward structural growth (AI infrastructure, semiconductors) while cyclical and energy-vulnerable sectors are repriced for stagflation risk. This is a rational allocation response: AI capex is relatively inelastic to short-term energy prices, whereas consumer discretionary and transport are acutely sensitive. The SK Hynix Nasdaq listing is a sentiment signal — investors are willing to pay a premium for AI exposure even in a risk-off macro environment.
  • Confidence: Medium — The K-shaped dynamic is well-observed anecdotally, but the correlation database does not provide explicit AI-to-stock mapping beyond the general ETRON sector relationship.
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    Tactical Overweight: Thai Energy Producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC)

  • Rationale: The Strait of Hormuz disruption is an active, unresolved geopolitical event with direct, high-magnitude upside for upstream and refining names. Historical correlations confirm unambiguous positive impact. The time horizon is 0–4 weeks, aligned with the persistence of military tensions.
  • Positioning: Overweight ENERGY sector; use any intra-session oil price pullbacks as entry points.
  • Key Triggers to Monitor: (1) Any diplomatic breakthrough or ceasefire announcement — immediate exit signal; (2) Actual supply disruption data (tanker tracking, Hormuz transit volumes); (3) Fed rhetoric on energy-driven inflation at the upcoming policy meeting.
  • Tactical Underweight / Hedge: Airlines & Transport (AAV, BA, KEX)

  • Rationale: Fuel cost shock is immediate and linear. Margin compression will show up in next-quarter guidance if oil remains above $70.
  • Time Horizon: 1–4 weeks.
  • Selective Long: Exporters with Structural Demand (DELTA, KCE, HANA)

  • Rationale: Dual tailwind — weak baht translation gains plus secular AI/semiconductor demand. Less vulnerable to oil-driven consumer slowdown than food exporters.
  • Time Horizon: Medium term (1–3 months).
  • Monitor: Large Banks (BBL, KBANK, SCB)

  • Rationale: NIM expansion thesis remains intact, and Fed independence ruling removes tail risk. However, imminent Fed/BoJ decisions introduce binary event risk this week. Deploy capital after policy clarity.
  • —

    Key Risk Scenarios

  • Base Case (55% probability): US-Iran tensions persist without full-scale blockade; oil trades $70–80 WTI range; Fed holds rates steady, signaling data dependence. Energy stocks outperform; transport and consumer discretionary underperform. Portfolio positioning: maintain energy overweight, neutral on banks, underweight transport.
  • Bull Case (20% probability): Diplomatic de-escalation within 48 hours; oil reverses sharply to $65 WTI; risk-on rotation into beaten-down cyclicals and tech. Energy overweight becomes a headwind; rapid repositioning required.
  • Bear Case (25% probability): Strait of Hormuz partially closed; oil spikes above $90 WTI; stagflation narrative intensifies; Fed forced to hike or delay cuts; broad equity sell-off with only upstream energy and gold miners surviving. All risk assets except energy producers suffer.
  • —

    Key Takeaways

  • ⚡ Energy producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) offer the highest near-term risk/reward due to direct, high-confidence correlation with Strait of Hormuz-driven oil spikes.
  • 🛑 Airlines and transport (AAV, BA, KEX) face unambiguous margin headwinds — reduce exposure or hedge until oil volatility subsides.
  • 💵 Dollar strength at DXY 101+ creates a clear divergence: exporters (DELTA, KCE, HANA, TU, CPF) benefit; power utilities with USD debt (BGRIM, GPSC, GULF) suffer.
  • 🏦 Large banks (BBL, KBANK, SCB) are in a “wait for clarity” zone — the NIM thesis is intact, but Fed/BoJ decisions this week are binary catalysts. Deploy after the policy print.
  • 🧠 AI and semiconductor exposure (DELTA, KCE, HANA) provides a structural hedge against energy-driven cyclical weakness — demand inelasticity supports relative outperformance.
  • 🔍 Primary monitor: Strait of Hormuz transit data and US-Iran diplomatic signals. This single variable drives the near-term cross-asset correlation matrix more than any other factor.
  • —

  • Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.
  • 🇹🇭 การวิเคราะห์ข้ามมิติรายวันของดัชนี SET: “กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ — ตลาดไทยรอจังหวะแตกทิศทาง หลังปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP และการทูตเชิงรุกชดเชยแรงกดดันภาษีสหรัฐ”

    🇹🇭 การวิเคราะห์ข้ามมิติรายวันของดัชนี SET: “กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ — ตลาดไทยรอจังหวะแตกทิศทาง หลังปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP และการทูตเชิงรุกชดเชยแรงกดดันภาษีสหรัฐ”

    ## 1. บริบทมหภาคและการเมือง (ทำไมเกิดเหตุการณ์นี้)

    การปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทย (จาก 1.6% เป็น 2.5%):

    สำนักงานนโยบายการคลัง (สศค.) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 2.5% ซึ่งขับเคลื่อนโดย การส่งออกเดือนมิถุนายนที่พุ่งขึ้น 20.8% การลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง และการบริโภคในประเทศที่ต่อเนื่อง นี่เป็นปัจจัยหนุนมหภาคที่สำคัญซึ่งสนับสนุนดัชนี SET ให้เพิ่มขึ้น 2% MoM ในเดือนกรกฎาคม ผลักดันให้สูงถึง 1,623.64 จุด

    แรงกระแทกภาษีสหรัฐ — 10–12.5% ต่อไทย (มีผล 24 กรกฎาคม):

    สหรัฐอเมริกาประกาศอัตราภาษีใหม่สำหรับการนำเข้าจาก 60 ประเทศคู่ค้า รวมถึงไทย โดยอ้างว่ามีการดำเนินการไม่เพียงพอต่อการบังคับใช้แรงงาน สิ่งนี้สร้างแรงกดดันใหม่ต่อกลุ่มส่งออกของไทย (อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ เกษตร) และสร้างความไม่แน่นอนต่อหุ้นที่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทาน

    การทูตและนโยบายเชิงรุกของนายกฯ อนุทิน:

    นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางเยือน อินโดนีเซีย (3–4 ส.ค.) อย่างเป็นทางการระดับสูงเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และการค้า ขณะเดียวกันได้ประกาศวิสัยทัศน์ “New World Disorder” เน้น การวิจัยพัฒนาและการลงทุน AI ภายใต้หลักการ 4P และการปรับโครงสร้างพลังงาน โดยบีโอไอรายงานว่า คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนครึ่งแรกของปี 2569 พุ่งขึ้น 37% เป็น 1.47 ล้านล้านบาท โดยกระจุกตัวในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI การเคลื่อนไหวเหล่านี้บ่งชี้ว่ารัฐบาลกำลังเชิงรุกในการดึงดูดเงินทุนต่างชาติและถ่ายทอดเทคโนโลยี

    สัญญาณอันตรายจากดุลการค้าขาดดุล:

    ดุลการค้าไทยขาดดุลพุ่งสูงถึง 6.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิถุนายน 2569 เนื่องจากการนำเข้าเพิ่มขึ้น 50.3% YoY ซึ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี แซงหน้าการเติบโตของการส่งออก แม้ส่วนหนึ่งจะเกิดจากการนำเข้าสินค้าทุน (สัญญาณเชิงโครงสร้างเชิงบวก) แต่ช่องว่างที่กว้างขึ้นจำเป็นต้องเฝ้าระวังแรงกดดันต่อค่าเงินบาท

    ตลาดรอปัจจัยกระตุ้น — ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐ + ผลประกอบการ Q2:

    ดัชนี SET ปิดทำการล่าสุดที่ ~1,617 จุด (-0.29%) เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขาดความเชื่อมั่น ขณะที่ตลาดหยุดพักรอ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ และ ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ Q2 2569 ที่กำลังจะถึง ปริมาณการซื้อขายเดือนกรกฎาคมแตะ ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี และกระแสเงินทุนต่างชาติสุทธิไหลเข้าถึง 7.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งยืนยันถึงความมุ่งมั่นของสถาบัน แม้ทิศทางระยะสั้นยังไม่ชัดเจน

    ## 2. การสังเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค พื้นฐาน และกระแสเงินทุนต่างชาติของหุ้นรายตัว (อะไรที่เกิดขึ้น)

    🔹 DELTA (เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)) — แนวโน้มขาขึ้นแต่มีความเสี่ยงในการกระจายหุ้น


    ตัวชี้วัด ค่าที่อ่านได้
    แนวโน้มหลัก UP_TREND (แข็งแกร่ง)
    Keltner Channels เพิ่มขึ้น แต่ อยู่ในระยะบีบตัว (In-Squeeze)
    MACD Bearish Divergence (ราคาสูงขึ้น แต่โมเมนตัมลดลง)
    ปริมาณการซื้อขาย HIGH_SELLING_PRESSURE (แรงขายสูง)
    แนวรับ / แนวต้าน 326 / 348 THB
    Risk/Reward (เข้าที่ 334 → เป้า 357) 2.29

    > การวิเคราะห์ข้ามมิติ: DELTA อยู่ที่ศูนย์กลางของสงครามระหว่างกระทิงและหมี เรื่องราวทางมหภาคนั้นสนับสนุน — สถานะของไทยในฐานะผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI (IMF อันดับ 4 ของโลก) การผลักดันโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของบีโอไอ และวิสัยทัศน์ “AI 4P” ของนายกฯ ล้วนเป็นประโยชน์ต่อ DELTA ในเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม การผสมผสานของ MACD Bearish Divergence + HIGH_SELLING_PRESSURE เป็นสัญญาณ Wyckoff Distribution ที่เป็นตำรา — หมายความว่าเงินฉลาด/วาฬน่าจะ เทขายในช่วงที่ราคาแข็งแกร่ง ขณะที่หุ้นเข้าใกล้เป้าหมายฉันทามติของนักวิเคราะห์ 18 รายที่ ~326 THB การประกาศภาษีสหรัฐ (24 กรกฎาคม) เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพาการส่งออกของ DELTA การบีบตัวในกรอบ Keltner หมายถึงการขยายตัวอย่างรุนแรงกำลังจะเกิดขึ้น — ทิศทางยังไม่แน่นอน


    🔹 GULF (กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์) — กำลังพักฐานพร้อมสัญญาณหมีแฝง


    ตัวชี้วัด ค่าที่อ่านได้
    แนวโน้มหลัก DOWN_TREND / SIDEWAYS (กำลังเปลี่ยนผ่าน)
    Keltner Channels แบน; อยู่ในระยะบีบตัว
    MACD Divergence (Bullish divergence กำลังก่อตัว)
    ปริมาณการซื้อขาย HIGH_SELLING_PRESSURE / DRYING_IN_SQUEEZE (แรงขายสูง / ปริมาณแห้งในระยะบีบตัว)
    แนวรับ / แนวต้าน 60.00–60.50 / 63.00–63.50 THB
    Risk/Reward 1.50–2.25

    > การวิเคราะห์ข้ามมิติ: GULF กำลังย่อย การขายหุ้นของ Singtel ประมาณ 773 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปลายมิถุนายน 2569) ซึ่งเป็นภาระสถาบันที่สำคัญ การผลักดันปรับโครงสร้างพลังงานของรัฐบาล (ลดเชื้อเพลิงฟอสซิล เพิ่มพลังงานหมุนเวียน) เป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างสำหรับพอร์ตพลังงานสีเขียวของ GULF การเกิด MACD bullish divergence บ่งชี้ว่าแรงขายกำลังหมดลง แต่ ปริมาณ HIGH_SELLING_PRESSURE ขัดแย้งกับสิ่งนี้ — ผู้ขายยังคงมีบทบาท ระดับ 60 THB คือเส้นแบ่งเขต การยืนหยัดแนวรับนี้อย่างมั่นคงพร้อมการขยายปริมาณจะยืนยันสมมติฐาน bullish divergence การเยือนอินโดนีเซียของนายกฯ อนุทินอาจให้ความร่วมมือด้านพลังงานข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นตัวเร่งศักยภาพสำหรับ GULF


    🔹 PTT (บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)) — การบีบตัวแนวข้าง


    ตัวชี้วัด ค่าที่อ่านได้
    แนวโน้มหลัก SIDEWAYS / กำลังพักฐาน
    Keltner Channels แบน; อยู่ในระยะบีบตัว
    MACD ตำแหน่งเส้นศูนย์
    ปริมาณการซื้อขาย DRYING_IN_SQUEEZE (ปริมาณแห้งในระยะบีบตัว)
    แนวรับ / แนวต้าน 35.75 / 37.00 THB
    Risk/Reward 1.25

    > การวิเคราะห์ข้ามมิติ: PTT สะท้อนถึงความไม่แน่ใจของ SET ในภาพรวม กลุ่มพลังงานเผชิญ แรงขายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ขณะที่มีการสลับไปหาค้าปลีก นิคมอุตสาหกรรม และการเงิน นโยบายปรับโครงสร้างพลังงานของรัฐบาล — การลดพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล — เป็นปัจจัยลบเชิงโครงสร้างต่อธุรกิจไฮโดรคาร์บอนดั้งเดิมของ PTT แม้พอร์ตที่หลากหลายจะช่วยชดเชยได้บ้าง ข่าวภาษีสหรัฐ มีผลกระทบโดยตรงต่อพลังงานจำกัด ความผันผวนของราคาน้ำมัน ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนจากภายนอกหลัก การบีบตัวบ่งชี้ว่าการทะลุกำลังก่อตัว — ทิศทางน่าจะถูกกำหนดโดยการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบโลกและผลประกอบการไตรมาส 2


    🔹 CPALL (ซีพี ออลล์) — ความพยายามทะลุกรอบในช่วงแรก


    ตัวชี้วัด ค่าที่อ่านได้
    แนวโน้มหลัก SIDEWAYS มีการเปลี่ยนทิศเป็นกระทิง
    Keltner Channels แบน; ทะลุขึ้นจากระยะบีบตัว
    MACD สัญญาณซื้อรูปกระทิง (Bullish Crossover)
    ปริมาณการซื้อขาย EXPANDING_ON_BREAKOUT (ขยายตัวเมื่อทะลุ)
    แนวรับ / แนวต้าน 46.00 / 48.50 THB
    Risk/Reward 0.75

    > การวิเคราะห์ข้ามมิติ: CPALL กำลังพยายามทะลุออกจากกรอบสะสมหุ้นที่ 46–48.50 THB ปริมาณที่เพิ่มขึ้นระหว่างการทะลุช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ภูมิหลังทางมหภาคสนับสนุน: การปรับเพิ่ม GDP การเติบโตของการบริโภค และมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล (รวมถึงโครงการสลากออมทรัพย์ “ออมพลัส” และนโยบายท่องเที่ยว 365 วัน) ส่งผลดีโดยตรงต่อหุ้นที่พึ่งพาการบริโภคในประเทศ กำไรสุทธิ Q1 2569 เพิ่มขึ้น 21% YoY อย่างไรก็ตาม อัตราส่วน R:R (0.75) ไม่เอื้อต่อการเข้าซื้อใหม่ในระดับราคาปัจจุบัน — ควรรอปิดราคาเหนือ 48.50 THB อย่างมั่นคงจึงจะเข้าซื้อ


    🔹 BBL (ธนาคารกรุงเทพ) — แนวโน้มขาขึ้นพร้อมการบีบตัวที่ควบคุมได้


    ตัวชี้วัด ค่าที่อ่านได้
    แนวโน้มหลัก UP_TREND (แข็งแกร่ง)
    Keltner Channels เพิ่มขึ้น; อยู่ในระยะบีบตัว
    MACD สัญญาณซื้อรูปกระทิง (Bullish Crossover)
    ปริมาณการซื้อขาย DRYING_IN_SQUEEZE (ปริมาณแห้งในระยะบีบตัว)
    แนวรับ / แนวต้าน 182.50 / 194.00 THB
    Risk/Reward 1.44

    > การวิเคราะห์ข้ามมิติ: หุ้นกลุ่มธนาคารได้รับประโยชน์จาก การสลับหมวดจากพลังงานไปสู่การเงิน ตามที่รายงานในเซสชันล่าสุด การปรับเพิ่ม GDP และความต้องการสินเชื่อที่แข็งแกร่งจากการลงทุนภาคเอกชนสนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อธนาคาร ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ Q2 2569 ของธนาคารที่กำลังจะมาถึง เป็นตัวเร่งระยะใกล้ — บล.บัวหลวงระบุโดยเฉพาะว่า “การฟื้นตัวของกำไรที่กว้างขึ้น” และการปรับเพิ่มประมาณการ EPS กระแสเงินทุนต่างชาติ (สุทธิ 7.6 หมื่นล้านบาทในเดือนกรกฎาคม) ชอบหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มการเงิน การตั้งค่าการบีบตัวของ BBL บนความชันของ Keltner ที่เพิ่มขึ้นเป็นเชิงสร้างสรรค์ — การทะลุเหนือ 194 มีเป้าหมายที่ 205.50

    ## 3. กลยุทธ์และแนวโน้ม (การดำเนินการ)

    🎯 สมมติฐานหลัก: ระมัดระวังเชิงบวก พร้อมการวางตำแหน่งแบบเลือกสรร


    ตลาดไทยอยู่ที่จุดเปลี่ยนสำคัญ ถูกบีบอัดระหว่าง ปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างที่ทรงพลัง (การปรับเพิ่ม GDP กระแสเงินทุนต่างชาติ การฟื้นตัวของผลประกอบการ โมเมนตัมการทูต/บีโอไอ) และ อุปสรรคระยะใกล้ (ภาษีสหรัฐ การขาดดุลการค้า ความระมัดระวังก่อนผลประกอบการ สัญญาณกระจายหุ้นของ DELTA/GULF) การเคลื่อนไหว sideways ของ SET (~1,617–1,628) สะท้อนถึงภาวะสมดุลนี้

    ข้อเสนอระดับหมวด:

    หมวด ทิศทาง เหตุผล
    ธนาคาร/การเงิน (BBL, KBANK, SCB) 🟢 Bullish ผู้รับประโยชน์จากการสลับหมวด; ตัวเร่งจากผลประกอบการ Q2; แม่เหล็กดึงดูดเงินต่างชาติ
    การบริโภคในประเทศ (CPALL) 🟡 ระมัดระวังเชิงบวก ปัจจัยหนุนจาก GDP/การบริโภค; รอการยืนยันทะลุเหนือ 48.50
    พลังงาน (PTT) 🟡 เป็นกลาง การบีบตัว; ทิศทางขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันและวิวัฒนาการนโยบายพลังงาน
    พลังงานไฟฟ้า/พลังงานหมุนเวียน (GULF) 🟡 เป็นกลาง – มีแนวโน้มเป็นหมี แนวรับที่ 60 THB สำคัญมาก; ภาระสถาบันจากการขายหุ้นของ Singtel ยังไม่คลี่คลาย
    เทคโนโลยี/อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA) 🔴 คำเตือน Bearish Divergence MACD divergence + แรงขาย; หลักฐานการกระจายหุ้น; อย่าไล่ซื้อ

    ปัจจัยกระตุ้นที่สามารถดำเนินการได้ในวันนี้:

    1. ข้อมูลตลาดงานสหรัฐ → กำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยเฟดและความอยากรับความเสี่ยงทั่วโลก ข้อมูลแข็งแกร่ง = risk-on สำหรับหุ้นการเงินไทย; ข้อมูลอ่อนแอ = defensive rotation

    2. ตัวอย่างผลประกอบการ Q2 → ฤดูกาลประกาศผลประกอบการธนาคารใกล้เข้ามา; ตัวอย่างเชิงบวกใดๆ จาก BBL/KBANK/SCB อาจกระตุ้นการทะลุจากระยะบีบตัว

    3. การเคลื่อนไหวราคา DELTA ที่แนวต้าน 348 → การถูกปฏิเสธที่นี่ยืนยัน bearish divergence; การทะลุเหนือ 348 ด้วยปริมาณการซื้อขายที่หนุนหลังจะทำให้สมมติฐานการกระจายหุ้นเป็นโมฆะ

    4. GULF ที่แนวรับ 60 THB → การยืนหยัดแนวรับสำเร็จด้วยการขยายปริมาณจะส่งสัญญาณการสะสมและการกลับตัว

    การบริหารความเสี่ยง:

    – ภาระภาษีสหรัฐ (10–12.5%) ยังไม่ถูกซึมซับในราคาเต็มที่ ติดตามหุ้นที่อ่อนไหวต่อการส่งออก (DELTA และหุ้นส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์)

    – การขาดดุลการค้าที่กว้างขึ้น (6.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) อาจกดดันค่าเงินบาท ค่าเงินบาทอ่อนลงเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออก แต่อาจชะลอกระแสเงินทุนต่างชาติจากพอร์ตการลงทุน

    ## 4. 📊 สรุปข้อมูล

    หุ้น/ดัชนี แนวโน้ม กระแสเงินทุนต่างชาติ (ล่าสุด) ปัจจัยมหภาค/ข่าวตัวเร่ง ความเสี่ยง (R:R/SL) ปริมาณพุ่ง แนวโน้มโดยรวม
    SET Index SIDEWAYS (1,617–1,628) ไหลเข้าสุทธิ ~7.6 หมื่นล้านบาท (ก.ค.) ปรับเพิ่ม GDP 2.5%, ภาษีสหรัฐ, รอข้อมูลตลาดงานสหรัฐ + ผลประกอบการ Q2 N/A สูงสุดรอบ 4 ปี (ก.ค.) ระมัดระวังเชิงบวก — รอตัวเร่ง
    DELTA UP_TREND (แข็งแกร่ง) ข้อมูลไม่อยู่ในกรอบ 24-36 ชม. นโยบายศูนย์กลาง AI/เทคโนโลยี (+) ภาษีสหรัฐ (-) เป้านักวิเคราะห์ 326 THB R:R 2.29 / SL 326 HIGH_SELLING_PRESSURE Bearish Divergence — ความเสี่ยงกระจายหุ้น
    GULF DOWN_TREND (อ่อนแอ) ข้อมูลไม่อยู่ในกรอบ 24-36 ชม. ปรับโครงสร้างพลังงาน (+) ภาระ Singtel 773 ล้านดอลลาร์ (-) R:R 1.50–2.25 / SL 60 HIGH_SELLING_PRESSURE กำลังเปลี่ยนผ่าน — จับตาแนวรับ 60 THB
    PTT SIDEWAYS ข้อมูลไม่อยู่ในกรอบ 24-36 ชม. การเปลี่ยนผ่านนโยบายพลังงาน ความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมัน R:R 1.25 / SL 35.75 DRYING_IN_SQUEEZE เป็นกลาง — รอการทะลุ
    CPALL SIDEWAYS (เปลี่ยนเป็นกระทิง) ข้อมูลไม่อยู่ในกรอบ 24-36 ชม. การเติบโตการบริโภค (+) มาตรการกระตุ้น (+) การท่องเที่ยว (+) R:R 0.75 / SL 45.25 EXPANDING_ON_BREAKOUT ทะลุช่วงแรก — ยืนยันเหนือ 48.50
    BBL UP_TREND (แข็งแกร่ง) ข้อมูลไม่อยู่ในกรอบ 24-36 ชม. ผลประกอบการ Q2 ธนาคาร (+) การสลับหมวด (+) ปรับเพิ่ม GDP (+) R:R 1.44 / SL 182.50 DRYING_IN_SQUEEZE Bullish — มีแนวโน้มทะลุจากระยะบีบตัว

    > บทสรุป: ตลาดไทยกำลังสะสมพลังงานที่ทางแยกระหว่างวัฏจักรการปรับเพิ่มระดับมหภาคและความไม่แน่นอนจากภายนอกที่เกิดจากภาษี ความต้องการของสถาบันต่างชาติยังคงแข็งแกร่ง (การไหลเข้า 7.6 หมื่นล้านบาทในเดือนกรกฎาคม) แต่เงินฉลาดกำลังเลือกสรร — สลับเข้าสู่กลุ่มการเงินและการบริโภค ขณะที่กระจายหุ้นออกจากกลุ่มเทคโนโลยี/อิเล็กทรอนิกส์ที่ซื้อมากเกินไป ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ Q2 ที่เริ่มต้นด้วยกลุ่มธนาคาร น่าจะเป็นตัวเร่งที่ทำให้การบีบตัวแนวข้างในปัจจุบันคลี่คลาย กลยุทธ์การสลับหมวด: Overweight ธนาคาร, Underweight DELTA จนกว่า divergence จะคลี่คลาย

    – ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในสภาพ ‘ตามที่เป็น’ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุน

    NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    📊 NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    🎯 Dimension 1: Top Accumulation

    Stocks with consistent institutional buying over the period.

    TRUE Net Buy 666.83M THB (14/20 days)
    ADVANC Net Buy 617.77M THB (15/20 days)
    AOT Net Buy 583.15M THB (14/20 days)
    HMPRO Net Buy 403.99M THB (14/20 days)

    🚨 Dimension 2: Price-NVDR Divergence

    Conflicting signals between price action and fund flow.

    GULF 🔴 HIDDEN BEARISH (Price Up, NVDR Sell) | NVDR Net: 590.82M THB
    KBANK 🔴 HIDDEN BEARISH (Price Up, NVDR Sell) | NVDR Net: 719.59M THB
    PTT 🔴 HIDDEN BEARISH (Price Up, NVDR Sell) | NVDR Net: 703.76M THB

    👑 Dimension 3: High Dominance Plays

    Stocks heavily driven by foreign volume (>25%).

    No high dominance stocks found.

    🔄 Dimension 4: Sector Rotation

    Top 3 sectors with the highest net inflows.

    ENERG 1,478.06M THB
    ICT 1,284.60M THB
    COMM 855.65M THB

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7706.61 -3.1 -0.04 % 2026-08-07
    US30 INDU:IND 53800 -85.5 -0.16 % 2026-08-07
    US100 US100:IND 29369 -4.75 -0.02 % 2026-08-07
    Vilnius VILSE:IND 1502 -2.38 -0.16 % 2026-08-07
    US1000 RIY:IND 4196.8 -7.56 -0.18 % 2026-08-07
    TUN TUSISE:IND 20119 -37.75 -0.19 % 2026-08-07
    USE All Share ALSIUG:IND 2215.47 +3.87 +0.18 % 2026-08-07
    ZSI Industrials INDZI:IND 471.35 -0.89 -0.19 % 2026-08-07

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6512 -0.75 -0.01 % 2026-08-07
    EU600 STOXX:IND 658.2 +0.01 0 2026-08-07
    EU100 N100:IND 1966 +7.96 +0.41 % 2026-08-07
    EU350 SPE350:IND 2674.86 +4.01 +0.15 % 2026-08-07
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 320.09 +1.6 +0.5 % 2026-08-07

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4689 +38.15 +0.82 % 2026-08-07
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24577 -58.55 -0.24 % 2026-08-07
    AU50 AS52:IND 9053 -27.5 -0.3 % 2026-08-07

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 65520 -163.26 -0.25 % 2026-08-07
    GB100 UKX:IND 10868 -20.41 -0.19 % 2026-08-07
    DE40 DAX:IND 26187 +47.17 +0.18 % 2026-08-07
    FR40 CAC:IND 8717 +17.49 +0.2 % 2026-08-07
    IT40 FTSEMIB:IND 53776 +108.26 +0.2 % 2026-08-07
    ES35 IBEX:IND 20164 -16.9 -0.08 % 2026-08-07
    ASX200 AS51:IND 9225 -46.5 -0.5 % 2026-08-07
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3929 +28.24 +0.72 % 2026-08-07
    SENSEX SENSEX:IND 78501 -454.15 -0.58 % 2026-08-07
    TSX SPTSX:IND 36136 -10.11 -0.03 % 2026-08-07
    MOEX INDEXCF:IND 2286 -15.77 -0.69 % 2026-08-07
    IBOVESPA IBOV:IND 175546 -2 -1.23 % 2026-08-07
    IPC MEXBOL:IND 66396 -129.03 -0.19 % 2026-08-07
    NL30 AEX:IND 1111 -1.54 -0.14 % 2026-08-07
    CH20 SMI:IND 14519 -32.81 -0.23 % 2026-08-07
    SAALL JALSH:IND 115306 -109.36 -0.09 % 2026-08-07
    STI FSSTI:IND 5690 +51.42 +0.91 % 2026-08-07
    HK50 HSI:IND 25620 +89.72 +0.35 % 2026-08-07
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13824 -133.93 -0.96 % 2026-08-07
    BIST 100 XU100:IND 13799 +95.69 +0.7 % 2026-08-07
    Stockholm 30 S30:IND 3323 -3.83 -0.12 % 2026-08-07
    WIG WIG:IND 152153 +1 +0.71 % 2026-08-07
    BE20 BEL20:IND 5760 -15.75 -0.27 % 2026-08-07
    Oslo OSEAX:IND 2382 +8.18 +0.34 % 2026-08-07
    ATX ATX:IND 6745 +40.76 +0.61 % 2026-08-07
    Copenhagen KFX:IND 1569 +1.86 +0.12 % 2026-08-07
    Helsinki HEX:IND 13216 +36.01 +0.27 % 2026-08-07
    Helsinki 25 HEX25:IND 6240 +18.18 +0.29 % 2026-08-07
    ISEQ ISEQ:IND 14041 +25.07 +0.18 % 2026-08-07
    Athens General ASE:IND 2608 -15.47 -0.59 % 2026-08-07
    PSI Geral BVLX:IND 6211 +40.24 +0.65 % 2026-08-07
    PSI PSI20:IND 9224 +48.09 +0.52 % 2026-08-07
    PX PX:IND 2769 -36.08 -1.29 % 2026-08-07
    BET BET:IND 35700 -370.82 -1.03 % 2026-08-07
    BUX BUX:IND 146563 -1 -1.03 % 2026-08-07
    SAX SKSM:IND 324 0 0 2026-08-07
    LuxX LUXXX:IND 2005 -9.13 -0.45 % 2026-08-07
    CROBEX CRO:IND 4441 +4.61 +0.1 % 2026-08-07
    SOFIX SOFIX:IND 1311 -0.45 -0.03 % 2026-08-07
    SBITOP SBITOP:IND 3252 +0.93 +0.03 % 2026-08-07
    BELEX 15 BELEX15:IND 1235 -3.4 -0.27 % 2026-08-07
    SASX 10 SASX10:IND 1530 -11.83 -0.77 % 2026-08-07
    CSE General CYSMMAPA:IND 317 -0.94 -0.3 % 2026-08-07
    Tallinn TALSE:IND 2153 -5.42 -0.25 % 2026-08-07
    Riga RIGSE:IND 920 -3.29 -0.36 % 2026-08-07
    ICEX ICEXI:IND 2039 -9.22 -0.45 % 2026-08-07
    MBI 10 MBI:IND 9236 +24.13 +0.26 % 2026-08-07
    MSE MALTEX:IND 4137 -9.77 -0.24 % 2026-08-07
    Monex MONEX:IND 17517.24 -0.78 0 2026-08-07
    DE Mid MDAX:IND 32459.07 +62.12 +0.19 % 2026-08-07
    DE Small SDAX:IND 18564.81 +10.9 +0.06 % 2026-08-07
    Ecuador General BVQA:IND 1764 -4.95 -0.28 % 2026-08-07
    Merval MERVAL:IND 3100732 -55 -1.76 % 2026-08-07
    IBC IBVC:IND 5159 0 0 2026-08-07
    COLCAP COLCAP:IND 2350 +5.64 +0.24 % 2026-08-07
    IGPA IGPA:IND 55968 +764.57 +1.39 % 2026-08-07
    BVPSI BVPSBVPS:IND 714 +4.07 +0.57 % 2026-08-07
    BSX BSX:IND 3949 0 0 2026-08-07
    JSE JMSMX:IND 376719 +1 +0.43 % 2026-08-07
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2951 +31.33 +1.07 % 2026-08-07
    CH50 XIN9:IND 15112.21 +147.68 +0.99 % 2026-08-07
    DSE Broad DSEX:IND 5861 -33.17 -0.56 % 2026-08-07
    JCI JCI:IND 6390 +46.66 +0.74 % 2026-08-07
    TASI SASEIDX:IND 10812 -75.98 -0.7 % 2026-08-07
    TSI TWSE:IND 44240 -157.2 -0.35 % 2026-08-07
    ADX General ADSMI:IND 10121 +9.27 +0.09 % 2026-08-07
    SET 50 SET50:IND 1082 -2.94 -0.27 % 2026-08-07
    FKLCI FBMKLCI:IND 1736 -1.17 -0.07 % 2026-08-07
    TA-125 TA-125:IND 4032 +9.33 +0.23 % 2026-08-07
    PSEi PCOMP:IND 6282 +4.04 +0.06 % 2026-08-07
    KSE 100 KSE100:IND 181482 -294.93 -0.16 % 2026-08-07
    KASE KZKAK:IND 7872 -2.24 -0.03 % 2026-08-07
    QE DSM:IND 10112 -69.57 -0.68 % 2026-08-07
    HNX VHINDEX:IND 292.69 +0.05 +0.02 % 2026-08-07
    VN VNINDEX:IND 1767 +2.19 +0.12 % 2026-08-07
    MSM 30 MSM30:IND 7368 +18.84 +0.26 % 2026-08-07
    ASPI CSEALL:IND 21340 +70.13 +0.33 % 2026-08-07
    Blom BLOM:IND 1776 +4.8 +0.27 % 2026-08-07
    ASE JOSMGNFF:IND 3986 +16.92 +0.43 % 2026-08-07
    LSX Composite LSXC:IND 1323 -7.62 -0.57 % 2026-08-07
    MSE 20 MSETOP:IND 54988 -247.53 -0.45 % 2026-08-07
    DFM General DFMGI:IND 5918 -89.89 -1.5 % 2026-08-07
    Kuwait All Share BKA:IND 8865.62 -11.14 -0.13 % 2026-08-07
    JPVIX VXJ:IND 29.78 -3.29 -9.95 % 2026-08-07
    Estirad BHSEEI:IND 1963.23 -2 -0.1 % 2026-08-07
    ASX All Share AS30:IND 9443 -8.9 -0.09 % 2026-08-07
    NSE All Share NGSEINDX:IND 245209 +297.11 +0.12 % 2026-08-07
    SA40 TOP40:IND 107258 -118.68 -0.11 % 2026-08-07
    EGX 30 CASE:IND 54677 +17.29 +0.03 % 2026-08-07
    CFG 25 MOSENEW:IND 18479 +149.53 +0.82 % 2026-08-07
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4108 -54.79 -1.32 % 2026-08-07
    Nairobi All Share NSEASI:IND 235 +0.21 +0.09 % 2026-08-07
    DSEI DARSDSEI:IND 4178 -11.46 -0.27 % 2026-08-07
    GGSECI GGSECI:IND 15202 -19.39 -0.13 % 2026-08-07
    SEMDEX SEMDEX:IND 2278 -2.88 -0.13 % 2026-08-07
    NSX Overall FTN098:IND 2429 +3.81 +0.16 % 2026-08-07
    Gaborone BGSMDC:IND 11206 +4.72 +0.04 % 2026-08-07

    Commodities Index Report

    ENERGY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Crude Oil CL1:COM 78.052 +0.7622 +0.99 % Aug/07
    Brent CO1:COM 83.6 +1.1103 +1.35 % Aug/07
    Natural gas NG1:COM 2.6484 +0.0084 +0.32 % Aug/07
    Gasoline XB1:COM 2.961 +0.0225 +0.77 % Aug/07
    Heating Oil HO1:COM 3.9103 +0.0283 +0.73 % Aug/07
    Coal XAL1:COM 128.25 -0.55 -0.43 % Aug/06
    EU Gas NGEU:COM 58.17 +2.3966 +4.3 % Aug/07
    UK Gas NGUK:COM 136.91 +8.87 +6.93 % Aug/06
    Ethanol DL1:COM 1.9425 +0.01 +0.52 % Aug/06
    Naphtha MOB:COM 702.68 +33.914 +5.07 % Aug/06
    Propane PNL:COM 0.68 +0.0082 +1.22 % Aug/06
    Uranium UXA:COM 86.5 +0.15 +0.17 % Aug/06
    Methanol CMA:COM 2461 -39 -1.56 % Aug/06
    Coking Coal DJM:COM 215.5 0 0 Aug/06
    LNG JKM LNGJKM:COM 21.14 +0.225 +1.08 % Aug/06
    German Gas NGDE:COM 56.96 +3.34 +6.23 % Aug/06
    Urals Oil URDB:COM 79.19 +2.95 +3.87 % Aug/06

    METALS

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Gold XAUUSD:CUR 4279.31 +39.46 +0.93 % Aug/07
    Silver XAGUSD:CUR 62.714 +1.2164 +1.98 % Aug/07
    Copper HG1:COM 6.716 +0.029 +0.43 % Aug/07
    Steel JBP:COM 3007 -4 -0.13 % Aug/07
    Lithium LC:COM 142750 +1250 +0.88 % Aug/07
    Iron Ore CNY IOE:COM 716 -3 -0.42 % Aug/07
    Platinum XPTUSD:CUR 1762 +24.1 +1.39 % Aug/07
    Cobalt Hydroxide COH:COM 51269.98 +1334.23 +2.67 % Aug/05
    HRC Steel HRC:COM 1197.02 -0.9762 -0.08 % Aug/07
    Scrap Aluminum SAL:COM 2432.8 +16.53 +0.68 % Aug/05
    Iron Ore SCO:COM 95.28 +1.37 +1.46 % Aug/06
    Silicon SI:COM 8575 +150 +1.78 % Aug/07
    Scrap Steel SSC:COM 380.5 +0.5 +0.13 % Aug/05
    Titanium TTSG:COM 44.5 0 0 Aug/07

    AGRICULTURAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Soybeans S 1:COM 1160.58 +3.3278 +0.29 % Aug/07
    Wheat W 1:COM 630.77 -0.4777 -0.08 % Aug/07
    Lumber LB1:COM 578 -1.5 -0.26 % Aug/06
    Palm Oil PLO:COM 4686 -16 -0.34 % Aug/06
    Cheese CHE:COM 1.6551 -0.0049 -0.3 % Aug/07
    Milk DA:COM 16.75 +0.01 +0.06 % Aug/07
    Rubber JN1:COM 217.6 +0.7 +0.32 % Aug/06
    Orange Juice JO1:COM 151.4 -6.3 -3.99 % Aug/06
    Coffee KC1:COM 306.1 -5.35 -1.72 % Aug/06
    Cotton CT1:COM 83.539 +0.3794 +0.46 % Aug/07
    Rice RR1:COM 14.185 +0.13 +0.92 % Aug/07
    Canola RS1:COM 772.29 +3.3865 +0.44 % Aug/07
    Oat O 1:COM 308.2685 -1.4815 -0.48 % Aug/07
    Wool OL1:COM 1873 0 0 Aug/07
    Sugar SB1:COM 15.57 +0.42 +2.77 % Aug/06
    Cocoa CC1:COM 5776 -106 -1.8 % Aug/06
    Tea TEA:COM 212.14 -9.67 -4.36 % Jul/25
    Sunflower Oil SUNF:COM 1667.8 +1.1 +0.07 % Aug/06
    Rapeseed RSO:COM 526.25 +2.75 +0.53 % Aug/06
    Barley BL1:COM 2327 +46 +2.02 % Aug/06
    Butter FABT:COM 4000 -250 -5.88 % Aug/06
    Corn C 1:COM 440.5751 +1.5751 +0.36 % Aug/07

    INDUSTRIAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Bitumen BIT:COM 4017 +37 +0.93 % Aug/07
    Cobalt LCO1:COM 56290 0 0 Aug/06
    Lead LL1:COM 1896.65 +10.22 +0.54 % Aug/07
    Aluminum LMAHDS03:COM 3269.45 +19.8001 +0.61 % Aug/06
    Tin LMSNDS03:COM 56718 +729 +1.3 % Aug/05
    Zinc LMZSDS03:COM 3779.85 +18.3 +0.49 % Aug/07
    Nickel LN1:COM 17107 +386.5 +2.31 % Aug/07
    Molybdenum MOLYBDEN:COM 617.5 0 0 Aug/07
    Palladium XPDUSD:CUR 1381 +3.5 +0.25 % Aug/07
    Rhodium XRH:COM 8650 +75 +0.87 % Aug/07
    Phosphorus PHO:COM 1026 0 0 Aug/07
    Polyethylene POL:COM 7637 +75 +0.99 % Aug/07
    Polyvinyl PVC:COM 4502 +12 +0.27 % Aug/07
    Polypropylene PYL:COM 8027 +38 +0.48 % Aug/07
    Synthetic Rubber SBR:COM 13383.33 -16.67 -0.12 % Aug/06
    Soda Ash SODASH:COM 1030 0 0 Aug/06
    Neodymium SREMNDM:COM 975000 0 0 Aug/07
    Styrene STR:COM 8380 -320 -3.68 % Aug/06
    Sulfur SULF:COM 9369 +200 +2.18 % Aug/06
    Tellurium TEC:COM 812.5 0 0 Aug/07
    Urea UFB:COM 388 -2 -0.51 % Aug/06
    Di-ammonium UFI:COM 792.5 0 0 Aug/06
    Magnesium MACN:COM 16900 0 0 Aug/07
    Gallium GAC:COM 1825 0 0 Aug/07
    Germanium GECNYBGQ:COM 24000 0 0 Aug/07
    Manganese IMR:COM 28.75 0 0 Aug/07
    Indium IUC:COM 5500 0 0 Aug/07
    Kraft Pulp KSP:COM 4676 +10 +0.21 % Aug/06

    LIVESTOCK

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Feeder Cattle FC1:COM 348.05 -5.275 -1.49 % Aug/06
    Live Cattle LC1:COM 231.225 -2.95 -1.26 % Aug/06
    Lean Hogs LH1:COM 95.5 -1.1 -1.14 % Aug/06
    Beef BEEF:COM 348.3 -0.25 -0.07 % Aug/06
    Poultry POUL:COM 7.15 0 0 Aug/06
    Eggs US WEGGS:COM 1 -0.0056 -0.56 % Aug/06
    Eggs CH DCE:COM 4111 +49 +1.21 % Aug/06
    Salmon NOSMFZ:COM 72.79 +0.71 +0.99 % Jul/31

    INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CRB Index CRYTR:IND 483.11 +3.2566 +0.68 % Aug/06
    GSCI SPGSCITR:IND 666.83 +4.5971 +0.69 % Aug/07
    SSE Commodity Index SSECC:COM 7439.94 +222.9468 +3.09 % Aug/07
    Containerized Freight Index SPSCFI:COM 3205.97 0 0 Aug/07
    EU Carbon Permits EECXM:IND 81.89 +0.8 +0.99 % Aug/06
    Wind Energy Index GWETR:IND 23.67 +0.22 +0.94 % Aug/06
    Nuclear Energy Index MVNLRTR:IND 43.33 +0.37 +0.86 % Aug/06
    Solar Energy Index SOLARNTR:IND 50.85 -0.93 -1.8 % Aug/07

    ELECTRICITY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    United Kingdom GBRELEPRI:COM 113.61 +3.28 +2.97 % Aug/06
    Germany DEUELEPRI:COM 122.15 +3.21 +2.7 % Aug/06
    France FRAELEPRI:COM 62.22 +1.84 +3.05 % Aug/06
    Italy ITAELEPRI:COM 184.23 -14.1222 -7.12 % Aug/07
    Spain ESPELEPRI:COM 119.03 +9.52 +8.69 % Aug/07

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15225 -0.0003 -0.02 % -0.0182 % +0.9249 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34524 -0.0002 -0.01 % -0.2196 % +0.478 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70284 -0.0004 -0.05 % +0.1453 % +1.4287 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58635 -0.0007 -0.11 % -0.2637 % +2.9045 %
    USDJPY USDJPY:CUR 158.327 -0.0965 -0.06 % +0.5675 % -2.6204 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74652 -0.0011 -0.02 % -0.0892 % -0.8793 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.81256 +0.0003 +0.04 % +0.6254 % +0.5121 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.40245 +0.0011 +0.08 % +0.0314 % -1.0436 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.1936 -0.0169 -0.1 % -0.8789 % -2.1983 %
    USDINR USDINR:CUR 95.259 -0.0555 -0.06 % -0.1514 % -0.4605 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1235 +0.0002 0 +0.7056 % -0.7958 %
    USDRUB USDRUB:CUR 81.76 -1.24 -1.49 % +2.7007 % +6.4583 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1420.63 -2.57 -0.18 % -1.5455 % -5.6248 %
    DXY DXY:CUR 99.951 -0.006 -0.01 % +0.037 % -1.0298 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.7032 +0.0945 +0.2 % +0.4113 % +1.8407 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.5101 -0.0026 -0.03 % -0.4188 % -1.9405 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.73348 -0.0004 -0.01 % -0.1546 % -1.0868 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.53829 -0.0072 -0.08 % +0.6265 % -2.2936 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.3468 -0.0097 -0.06 % -1.1908 % -0.3687 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.48794 +0.0013 +0.02 % +0.0199 % -0.9134 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28207 -0.0015 -0.12 % -0.0125 % -0.9059 %
    USDILS USDILS:CUR 3.0142 -0.0013 -0.04 % -1.5337 % -0.9604 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84466 -0.0001 0 +0.0337 % +0.0695 %
    USDCLP USDCLP:CUR 916.2 +0.32 +0.03 % -1.5262 % -1.9562 %
    USDPKR USDPKR:CUR 278.144 +0.586 +0.21 % +0.0997 % -0.0201 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.0401 +0.0015 +0.01 % +0.1409 % -0.9931 %
    USDHUF USDHUF:CUR 316.929 +0.07 +0.02 % +0.0099 % +0.6973 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15225 -0.0003 -0.02 % -0.0182 % +0.9249 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34524 -0.0002 -0.01 % -0.2196 % +0.478 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.81256 +0.0003 +0.04 % +0.6254 % +0.5121 %
    USDRUB USDRUB:CUR 81.76 -1.24 -1.49 % +2.7007 % +6.4583 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.7032 +0.0945 +0.2 % +0.4113 % +1.8407 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.5101 -0.0026 -0.03 % -0.4188 % -1.9405 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.73348 -0.0004 -0.01 % -0.1546 % -1.0868 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.53829 -0.0072 -0.08 % +0.6265 % -2.2936 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.48794 +0.0013 +0.02 % +0.0199 % -0.9134 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.0401 +0.0015 +0.01 % +0.1409 % -0.9931 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5605 +0.0001 0 +0.2616 % -0.5192 %
    USDHUF USDHUF:CUR 316.929 +0.07 +0.02 % +0.0099 % +0.6973 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.8613 +0.1113 +0.25 % +0.2487 % +0.6988 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.9663 +0.0034 +0.11 % +1.9452 % +3.2583 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.861 +0.0095 +0.01 % +0.0463 % -0.8981 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6971 -0.0003 -0.02 % +0.1357 % -0.9282 %
    USDISK USDISK:CUR 123.59 +0.01 +0.01 % +0.3654 % -1.3883 %
    USDALL USDALL:CUR 80.925 +0.225 +0.28 % -0.4123 % -1.6169 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.3 +0.03 +0.06 % -0.6616 % -1.1773 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.325 +0.005 +0.03 % -0.7163 % -0.7163 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.40245 +0.0011 +0.08 % +0.0314 % -1.0436 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.1936 -0.0169 -0.1 % -0.8789 % -2.1983 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1235 +0.0002 0 +0.7056 % -0.7958 %
    DXY DXY:CUR 99.951 -0.006 -0.01 % +0.037 % -1.0298 %
    USDARS USDARS:CUR 1499.76 +0.0222 0 +0.9107 % +0.8216 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3160.36 +0.5 +0.02 % -0.192 % -5.5594 %
    USDCLP USDCLP:CUR 916.2 +0.32 +0.03 % -1.5262 % -1.9562 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.3865 +0.007 +0.21 % -0.1003 % -0.6338 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.3 -0.08 -0.14 % +0.103 % -0.8503 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.63 0 0 0 0
    USDURY USDURY:CUR 40.349 +0.094 +0.23 % +0.3207 % +0.3582 %
    USDCRC USDCRC:CUR 454.6 0 0 +0.0859 % -0.0747 %
    USDPAB USDPAB:CUR 0.9986 -0.0014 -0.14 % -0.14 % -0.14 %
    USDBOB USDBOB:CUR 12.1177 +0.2327 +1.96 % +2.0438 % +22.0927 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5959.49 +13.53 +0.23 % -0.0925 % -2.0296 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.766 +0.0112 +0.13 % +0.1279 % +0.1314 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.7833 +0.0052 +0.08 % +0.0413 % -0.0383 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8031 0 0 +0.0302 % +0.1162 %
    USDJMD USDJMD:CUR 158.475 -0.335 -0.21 % +0.041 % -0.3678 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.8665 +0.0665 +0.18 % +0.1807 % +0.1807 %
    USDHTG USDHTG:CUR 130.99 +0.24 +0.18 % +0.1836 % +0.0879 %
    USDBSD USDBSD:CUR 1.0019 +0.0019 +0.19 % +0.19 % +0.19 %
    USDSRD USDSRD:CUR 37.8268 +0.0534 +0.14 % +0.0884 % +0.642 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209 -0.3 -0.14 % +0.1437 % -0.1433 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 754.2112 -1.5512 -0.21 % +0.8505 % +7.8447 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 158.327 -0.0965 -0.06 % +0.5675 % -2.6204 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74652 -0.0011 -0.02 % -0.0892 % -0.8793 %
    USDINR USDINR:CUR 95.259 -0.0555 -0.06 % -0.1514 % -0.4605 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1420.63 -2.57 -0.18 % -1.5455 % -5.6248 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17897 -14 -0.08 % -0.7322 % -1.0012 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.7545 -0.0003 -0.01 % +0.0786 % -0.1317 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.238 -0.012 -0.04 % -0.2256 % +0.5894 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1374372 +67 0 -0.0654 % +0.0049 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6725 -0.0005 -0.01 % -0.0109 % -0.0109 %
    USDTHB USDTHB:CUR 33.107 -0.013 -0.04 % -0.9366 % -1.055 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.0894 -0.0022 -0.05 % +0.1028 % +0.3164 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28207 -0.0015 -0.12 % -0.0125 % -0.9059 %
    USDILS USDILS:CUR 3.0142 -0.0013 -0.04 % -1.5337 % -0.9604 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84466 -0.0001 0 +0.0337 % +0.0695 %
    USDPHP USDPHP:CUR 60.877 +0.086 +0.14 % -0.4985 % -1.132 %
    USDPKR USDPKR:CUR 278.144 +0.586 +0.21 % +0.0997 % -0.0201 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1312.47 +2.47 +0.19 % +0.1885 % +0.1863 %
    USDKZT USDKZT:CUR 469.97 +1.75 +0.37 % -0.9087 % +0.2036 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.6622 +0.018 +0.49 % +0.5381 % +0.4581 %
    USDVND USDVND:CUR 26216 -19 -0.07 % -0.3213 % -0.3004 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.785 0 0 +0.247 % +0.4341 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.385 +0.0003 +0.08 % +0.1274 % +0.0728 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 0 0 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 335.25 -0.58 -0.17 % -0.1846 % +0.0358 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122 -0.02 -0.02 % -0.041 % +0.0164 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11939.8 +24.1104 +0.2 % -0.1708 % -0.5415 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.084 +0.0019 +0.02 % +0.0446 % +0.0941 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.505 +0.005 +0.14 % +0.1429 % +0.1429 %
    USDLBP USDLBP:CUR 89717.56 +167.56 +0.19 % +0.1871 % +0.1871 %
    USDYER USDYER:CUR 236.85 -0.71 -0.3 % -0.5834 % -0.723 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.3771 0 +0.01 % +0.008 % +0.0159 %
    USDAFN USDAFN:CUR 65.5 -0.28 -0.43 % -0.2285 % -1.3851 %
    USDNPR USDNPR:CUR 152.554 +0.194 +0.13 % -0.04 % -0.223 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2821 -0.0017 -0.13 % -0.0078 % -0.912 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4064.57 +9.57 +0.24 % +0.4466 % +0.7079 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.615 0 0 -0.1908 % -0.6459 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3597 0 0 0 +0.3347 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22637.4 +58.87 +0.26 % +0.0879 % +0.3363 %
    USDAMD USDAMD:CUR 340.38 -25.76 -7.04 % -7.0508 % -7.3266 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.2422 +0.0022 +0.02 % +0.1322 % -0.2999 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 -0.0311 % 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.309 -0.0007 -0.22 % -0.0453 % -0.3226 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70284 -0.0004 -0.05 % +0.1453 % +1.4287 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58635 -0.0007 -0.11 % -0.2637 % +2.9045 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.4264 +0.0071 +0.16 % -1.1192 % +0.6801 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.529 -0.166 -0.16 % -0.1167 % -1.0901 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.216 +0.0005 +0.02 % +0.0723 % -1.1067 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1364.27 +1.38 +0.1 % -0.0066 % -0.882 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.3468 -0.0097 -0.06 % -1.1908 % -0.3687 %
    USDZMW USDZMW:CUR 19.06 +0.039 +0.21 % +1.4207 % +4.8751 %
    USDEGP USDEGP:CUR 49.69 -0.11 -0.22 % -2.7022 % +1.8029 %
    USDDZD USDDZD:CUR 133.075 +0.008 +0.01 % +0.1588 % -0.0781 %
    USDAOA USDAOA:CUR 919.284 0 0 -0.0049 % -0.0452 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3306 -0.0107 -0.11 % -0.2587 % -0.3375 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.5 +0.2793 +0.05 % +0.0465 % +0.0549 %
    USDKES USDKES:CUR 129.4 +0.05 +0.04 % +0.1548 % +0.1161 %
    USDETB USDETB:CUR 161.7072 +1.2367 +0.77 % +0.7656 % +1.9042 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2645.5 -9.5 -0.36 % +0.1325 % +0.6468 %
    USDTND USDTND:CUR 2.9384 +0.0172 +0.59 % +0.0136 % -0.1224 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.3866 +0.0259 +0.41 % -0.0235 % -0.2437 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.7763 +0.0279 +0.24 % +0.752 % +3.0802 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 0 -0.8658 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3731.93 +7.87 +0.21 % -0.6657 % +1.0123 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.6 -0.31 -0.49 % 0 +0.0157 %
    USDBWP USDBWP:CUR 14.1551 0 0 +3.8739 % +4.2211 %
    USDXAF USDXAF:CUR 569.434 -7.901 -1.37 % -1.3557 % -0.9129 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.3457 -0.0018 -0.01 % -1.1789 % -0.4161 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5012.647 0 0 +1.6323 % +7.0138 %
    USDMUR USDMUR:CUR 47.07 +0.13 +0.28 % +0.1489 % -0.2331 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4307.5 -10.5801 -0.25 % -0.4302 % +1.4723 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1471.77 +2.842 +0.19 % +0.2228 % +0.3677 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8783 0 0 +0.0228 % +0.1425 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.2 +0.03 +0.07 % +0.0249 % +0.1994 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24025.8 -1.8731 -0.01 % -0.1508 % -0.2451 %
    USDXOF USDXOF:CUR 569.434 +1.184 +0.21 % -0.0555 % -0.7955 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.67 0 0 0 0
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.328 -0.0374 -0.23 % -1.2859 % -0.5984 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2992.5 +3.5 +0.12 % -0.1668 % +0.263 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.3357 -0.0015 -0.01 % -1.2394 % -0.4813 %
    USDLRD USDLRD:CUR 180.757 -0.473 -0.26 % -0.2197 % -0.1341 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.829 -0.0815 -0.09 % -0.1143 % -1.0817 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 14.7176 -0.0166 -0.11 % +8.9781 % -0.4572 %
    USDSOS USDSOS:CUR 572.6 +1.1 +0.19 % +0.1925 % +0.1925 %
    USDGMD USDGMD:CUR 74.45 0 0 0 +0.2356 %
    USDKMF USDKMF:CUR 427 -0.31 -0.07 % 0 -1.2877 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4797 +0.0028 +0.01 % +0.0564 % -0.9198 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.619 -0.0119 -0.04 % -0.2316 % -0.6609 %

    “การแกว่งตัวของภูมิรัฐศาสตร์และกระแสผลประกอบการ: ตลาดหุ้นไทย SET ตกอยู่ระหว่างภาวะช็อกจากน้ำมันในตะวันออกกลางและความยืดหยุ่นของบริษัทในประเทศ”

    “การแกว่งตัวของภูมิรัฐศาสตร์และกระแสผลประกอบการ: ตลาดหุ้นไทย SET ตกอยู่ระหว่างภาวะช็อกจากน้ำมันในตะวันออกกลางและความยืดหยุ่นของบริษัทในประเทศ”

    ## 1. บริบทภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคและการเมือง (ที่มาของ “เหตุผล”)

    * ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นและน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์: แรงขับเคลื่อนหลักของภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคที่กำหนดความเสี่ยงของตลาดโลกคือการกลับมาปะทุของความเป็นศัตรูทางการทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์/บาร์เรล แรงช็อกนี้ส่งผ่านโดยตรงสู่ตลาดพันธบัตร โดย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ ~4.57% และอัตราผลตอบแทนอายุ 30 ปีพุ่งทำระดับสูงสุดใหม่ การส่งผ่านของเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกำลังปรับความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งเป็นแรงกดดันสำคัญต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงประเทศไทย

    * แสงสว่างปลายอุโมงค์ภายในประเทศไทย — เงินเฟ้อชะลอตัว: ในทางตรงกันข้ามกับแรงช็อกจากภายนอก ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดของไทยออกมา ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องการคุมเข้มนโยบายการเงินภายในประเทศในระยะสั้น เงินบาทแข็งค่าขึ้นจากข้อมูลดังกล่าว และเกิดแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ (Large-cap) ในช่วงเช้าของวันที่ 6 สิงหาคม ผลักดันให้ดัชนี SET ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 10 จุด

    * ส่วนเกินจากเสถียรภาพทางการเมืองที่ยังคงอยู่: ดัชนีการเมืองไทย (Thai Political Index) ประจำเดือนกรกฎาคม 2026 ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.71 จาก 10 คะแนน (เพิ่มขึ้นจาก 3.69) สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเล็กน้อยแต่มีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน ภาคเอกชนระบุว่าเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้นกำลังดึงดูดเงินทุนต่างชาติไหลเข้า และช่วยผลักดันยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้างที่ช่วยปกป้องหุ้นไทยจากการติดลมลมการแผ่ขยายของความเสี่ยงในภูมิภาคได้บางส่วน

    * ผลประกอบการไตรมาส 2 ในฐานะตัวตัดวงจร: ผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีเกินคาดและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงของหุ้นขนาดใหญ่ไทยกำลังเป็นฐานรองรับเชิงรับ (Defensive Floor) นักวิเคราะห์มองแนวรับที่ จุด 1,606 และแนวต้านที่ 1,625–1,632 สำหรับดัชนี SET ซึ่งเป็นกรอบการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างแคบและอ่อนไหวต่อข่าวสาร

    ## 2. สังเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค พื้นฐาน และกระแสเงินทุนต่างชาติของหุ้นรายตัว (ประเด็น “อะไร”)

    * กลุ่มธนาคาร — ขวัญใจกระแสเงินทุนต่างชาติ:

    กลุ่มธนาคารไทยเป็นศูนย์กลางของการสะสมหุ้นโดยนักลงทุนต่างชาติ โดยพุ่งขึ้น 16–35% ในระยะเวลาสามเดือน โดย KBANK เพียงแห่งเดียวได้รับเงินลงทุนจาก NVDR มากกว่า 2.14 หมื่นล้านบาท ขณะที่ BBL (ธนาคารกรุงเทพ) อยู่ในรูปแบบ UP_TREND ที่ได้รับการยืนยันบนกราฟรายวัน พร้อมกับ สัญญาณตัดกันของ MACD (MACD Crossover) ที่บ่งชี้ถึงโมเมนตัมเชิงบวก หุ้นตัวนี้แสดง อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk/Reward) ที่น่าพอใจที่ 1.44 (จุดเข้าซื้อ: 191 บาท | จุดตัดขาดทุน: 182.5 | เป้าหมาย: 205.5) ปริมาณการซื้อขายกำลังลดลงภายในสภาวะการบีบอัด (Squeeze) ซึ่งเป็นรูปแบบคลาสสิกก่อนการเคลื่อนไหวที่มีทิศทางครั้งถัดไป ความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเป็นแรงหนุนโดยตรงต่ออัตรากำไรส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ทำให้กลุ่มธนาคารเป็นผู้ได้ประโยชน์โดยธรรมชาติจากสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ย “สูงยาวนานกว่า” (Higher-for-Longer) ของโลก

    * กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีรายใหญ่ — PTT:

    PTT อยู่ในรูปแบบ UP_TREND ที่ได้รับการยืนยันพร้อมกับ การทะลุกรอบด้วยปริมาณการซื้อขายที่ขยายตัว และสัญญาณ MACD Crossover อย่างไรก็ตาม ค่า RSI กำลังบ่งชี้ถึงภาวะ ซื้อมากเกินไป (Overbought) ซึ่งชี้ว่าหุ้นอาจต้องพักฐานหรือย่อตัวในระยะสั้น การพุ่งขึ้นของน้ำมันดิบเหนือ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นแรงหนุนรายได้โดยตรงต่อธุรกิจต้นน้ำและปิโตรเคมีของ PTT แต่สัญญาณเตือนจาก RSI บ่งชี้ว่าการเข้าซื้อที่ระดับราคาปัจจุบันมีความเสี่ยงสูง อัตราส่วน Risk/Reward: 0.91 (จุดเข้าซื้อ: 40 | จุดตัดขาดทุน: 35.25 | เป้าหมาย: 42)

    * DELTA อิเล็กทรอนิกส์ — เทรดที่เจ็บปวด (The Pain Trade):

    DELTA รายงาน ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 แย่กว่าที่คาด ส่งผลให้เกิดการเทขายโดยสถาบันจำนวนมาก เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม DELTA เป็นตัวถ่วงหลักของดัชนี SET ซึ่งร่วงลง 26.36 จุด (-1.62%) ปิดที่ 1,598.11 ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.12 แสนล้านบาท นี่คือการกลับทิศอย่างรุนแรงจากภาวะอิ่มตัวก่อนหน้านี้จากกระแสห่วงโซ่อุปทาน AI ที่เคยผลักดันให้หุ้นตัวนี้มีกำไรอย่างมีนัยสำคัญ กระแสเงินทุนต่างชาติและ NVDR เปลี่ยนเป็นทิศทางลบอย่างชัดเจนสำหรับ DELTA และยังไม่มีสัญญาณทางเทคนิคเชิงบวกใหม่เกิดขึ้น

    * ความผันผวนของกระแสเงินทุนต่างชาติ (ภาพรวม NVDR ในช่วง 24–36 ชั่วโมง):

    ในช่วงการซื้อขายล่าสุด กระแสเงินทุนต่างชาติ แกว่งตัวแบบไร้ทิศทาง — สลับระหว่างการซื้อสุทธิ (ประมาณ 3,337 ล้านบาท ในวันที่ 24 กรกฎาคม) และการขายสุทธิ (ประมาณ 1,665–1,698 ล้านบาท ในวันที่ 27 กรกฎาคม) ความไม่แน่ใจนี้สะท้อนถึงการชักเย่อระหว่างปัจจัยพื้นฐานที่น่าดึงดูดของตลาดหุ้นไทย (มูลค่าที่เหมาะสมและเงินปันผลสูง) กับแรงช็อกจากภายนอกที่มาจากภาวะเงินเฟ้อน้ำมันที่เกิดจากตะวันออกกลาง ในช่วง 24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่มีสัญญาณทิศทาง NVDR ที่ชัดเจนและโดดเด่นเพียงหนึ่งเดียว แต่สถาบันต่างชาติดูเหมือนจะใช้กลยุทธ์ Rotation Trading — ซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานเมื่อราคาอ่อนตัว ขณะเดียวกันก็ขายหุ้นกลุ่มเทคฯ/ส่งออกที่มีมูลค่าสูงเกินจริง เช่น DELTA

    * กลุ่มบริษัทโรงไฟฟ้า (GULF, BGRIM, GPSC, GUNKUL):

    หุ้นกลุ่มนี้ยังคงอยู่ในเรดาร์ในฐานะผู้ได้รับประโยชน์จาก แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับไฟฟ้าสีเขียวและการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย นี่คือแรงหนุนเชิงโครงสร้างที่ขับเคลื่อนโดยนโยบาย ซึ่งดำเนินไปโดยอิสระจากวั并จรของแรงช็อกน้ำมัน

    ## 3. กลยุทธ์และแนวโน้ม (แนวทาง “ปฏิบัติการ”)

    กลุ่ม / หุ้น มุมมองเชิงกลยุทธ์ เหตุผลสำคัญ
    กลุ่มธนาคาร (BBL, KBANK) ⬆️ สะสมเมื่อราคาอ่อนตัว ตัวแทนที่ดีที่สุดของสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น + กระแส NVDR ต่างชาติไหลเข้าอย่างแข็งแกร่ง + โมเมนตัมผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่ง
    กลุ่มพลังงาน (PTT, TOP) ⬆️ ถือ / ซื้อเบา ๆ (ระวังภาวะซื้อมากเกินไป) ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมัน แต่ RSI อยู่ในโซน Overbought สำหรับ PTT แนะนำให้รอการย่อตัวลงมาบริเวณ 37.5–38
    กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, BGRIM) ⬆️ สะสมเชิงโครงสร้าง ปัจจัยขับเคลื่อนจากแผน PDP เป็นระยะยาว (Secular) ไม่ใช่แค่ตามรอบ (Cyclical) — สัญญาณเขียวสำหรับการลงทุนระยะกลาง
    DELTA / กลุ่มเทคฯ ความผันผวนสูง ⬇️ ลดน้ำหนัก / หลีกเลี่ยง ผลประกอบการไตรมาส 2 พลาดเป้า + เงินต่างชาติไหลออก + ตลาดเทคทั่วโลกขายทิ้ง = เกลียวโมเมนตัมเชิงลบ
    ทิศทางดัชนี SET โดยรวม ↔️ Sideways ด้วยความผันผวนสูง แนวรับ 1,606 / แนวต้าน 1,632; เคลื่อนไหวในกรอบจนกว่าความชัดเจนของสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านจะปรากฏ

    บทสรุป: ตลาดหุ้นไทย SET ในปัจจุบันเป็น ตลาดสองความเร็ว แรงช็อกจากภายนอก (ส่วนเกินสงครามตะวันออกกลาง, เงินเฟ้อน้ำมัน, การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร) กำลังลงโทษหุ้นกลุ่มเติบโต/เทคฯ เช่น DELTA ในขณะเดียวกัน ความยืดหยุ่นภายในประเทศ (การชะลอตัวของเงินเฟ้อ, เสถียรภาพทางการเมือง, ผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่แข็งแกร่ง และหุ้นโรงไฟฟ้าที่ได้แรงหนุนจากแผน PDP) กำลังดึงดูดเงินทุนต่างชาติแบบเลือกกลุ่มเข้าสู่หุ้นกลุ่มมูลค่า (Value) และกลุ่มที่มีอัตราผลตอบแทนสูง ข้อมูลกระแสเงินทุน NVDR ในช่วง 24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมาไม่ได้บ่งชี้ถึงทิศทางกระทิงหรือหมีที่เป็นเอกภาพ แต่สะท้อนถึง แนวคิดการหมุนเวียนลงทุนรายกลุ่ม (Sector-Rotation Mentality) ที่ให้รางวัลกับการคัดเลือกหุ้นอย่างมีวินัย จนกว่าสถานการณ์ชะงักงันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านจะคลี่คลายหรือยกระดับลง คาดว่าความผันผวนจะยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีความได้เปรียบเล็กน้อยในเชิงบวกสำหรับกลุ่มธนาคารและพลังงาน การทะลุขึ้นเหนือระดับ 1,632 จะเป็นสัญญาณว่าเงินต่างชาติได้เดิมพันอย่างเด็ดขาดกับเรื่องเล่าเรื่องความยืดหยุ่นภายในประเทศแล้ว

    ## 4. 📊 สรุปข้อมูลสำคัญ

    หุ้น / ดัชนี แนวโน้ม กระแสเงินทุนต่างชาติ (NVDR 24-36 ชม.) ปัจจัยกระตุ้นจากภาพรวม/ข่าวสาร ความเสี่ยง (R:R/จุดตัดขาดทุน) การพุ่งขึ้นของปริมาณซื้อขาย แนวโน้มโดยรวม
    BBL UP_TREND ปะปน/สะสมสุทธิ (กลุ่มธนาคารมี NVDR หนาแน่น) แรงหนุนอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น + ผลประกอบการ Q2 กลุ่มธนาคารดีเกินคาด R:R 1.44 / SL 182.5 ลดลงในสภาวะบีบอัด (ก่อนทะลุกรอบ) กระทิง — สะสม
    KBANK UP_TREND (โดยนัย) NVDR ไหลเข้าหนัก (2.14 หมื่นล้านบาท ใน 3 เดือน) Wealth management + AI + ตัวแทนอัตราดอกเบี้ย ไม่ระบุ สูง (ทั่วทั้งกลุ่ม) กระทิง — หุ้นหลักในพอร์ต
    PTT UP_TREND ปะปน/แกว่งตัว น้ำมัน > 100 ดอลลาร์/บาร์เรล + ความเสี่ยงอุปทานตะวันออกกลาง R:R 0.91 / SL 35.25 ขยายตัวในการทะลุกรอบ กระทิง (ข้อควรระวัง: RSI Overbought)
    DELTA DOWN_TREND (โดยนัย) ต่างชาติถอนตัว / เทขายหนัก ผลประกอบการ Q2 พลาดเป้า + ตลาดเทคทั่วโลกขายทิ้ง ไม่ระบุ พุ่งสูง (1.12 แสนล้านบาท ในวันเทขาย) หมี — หลีกเลี่ยง / ลดน้ำหนัก
    GULF / BGRIM / GPSC SIDEWAYS (โดยนัย) ไม่มีข้อมูลในช่วง 24-36 ชม. แผน PDP ใหม่ — ปัจจัยกระตุ้นพลังงานสีเขียว ไม่ระบุ ไม่มีข้อมูล โครงสร้างกระทิง — สะสมเมื่อราคาอ่อนตัว
    ดัชนี SET SIDEWAYS (กรอบ 1,606–1,632) สลับซื้อ/ขายสุทธิ (ไม่มีทิศทางเด่นชัด) ตะวันออกกลาง / เฟด / CPI ไทย / ผลประกอบการ Q2 แนวรับ 1,606 / แนวต้าน 1,632 สูง (ขับเคลื่อนโดยข่าวสาร) กลาง ๆ โน้มเอียงเชิงบวก

    – ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ได้ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษีแต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตมิใช่สิ่งรับประกันผลการดำเนินงานในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้บนพื้นฐาน “ตามที่เป็น” และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ โปรดศึกษาข้อมูลด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก

    ประจำวันศุกร์ที่ เจ็ด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า

    เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบแปดนาที

    เริ่มกันที่ภาพรวมตลาดโลกในช่วงนี้ครับ

    กำลังอยู่ในภาวะที่เรียกว่า ความแตกต่างระหว่างตลาดพันธบัตรกับตลาดหุ้น

    โดยข้อมูลเงินเฟ้อที่เริ่มอ่อนตัวลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุสิบปี ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 4.52 เปอร์เซ็นต์

    แต่ความอยากลงทุนในหุ้นยังถูกจำกัด เนื่องจากตลาดยังคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในสิ้นปีนี้ครับ

    ศาลสูงสุดสหรัฐประกาศยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างที่ดี

    แต่ขณะเดียวกัน ตลาดก็ยิ่งเกิดการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน

    โดยเฉพาะกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์ ที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก

    เห็นได้จาก การที่บริษัท ยูนิทรี โรโบติกส์ ได้รับอนุมัติให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ STAR ในเซี่ยงไฮ้ ด้วยมูลค่าระดมทุนถึง 618 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    ในขณะที่กลุ่มธุรกิจวัฏจักรอื่นๆ กลับอ่อนแอ ภายใต้ภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น

    ด้านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็เป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม

    โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และการหันเข้าซื้อพันธบัตรปลอดภัย

    ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะที่เรียกว่า เงินเฟ้อชะลอแต่เศรษฐกิจชะงักงัน

    เหตุการณ์สำคัญที่ต้องจับตา คือ การลาออกอย่างกะทันหันของผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย

    ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้น ค่าเงิน และพันธบัตรของอินโดนีเซีย ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง

    นี่คือสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางด้านธรรมาภิบาลในตลาดเกิดใหม่ครับ

    ความตึงเครียดหลักในตอนนี้ คือ ระหว่างความหวังเรื่องเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ซึ่งหนุนตลาดพันธบัตร

    กับ ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นยังคงระมัดระวังตัว

    นี่เป็นภาวะที่กลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย และหุ้นเติบโตที่มีความผันผวนสูง ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านลบ

    จนกว่าข้อมูลการจ้างงานและดัชนีราคาผู้บริโภคจะให้ความชัดเจนครับ

    มาดูภาพตลาดหุ้นสำคัญกันบ้าง

    ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 52,876 จุด ปรับลดลง 0.33 เปอร์เซ็นต์

    ดัชนียูโรร้อย ปิดที่ 1,906 จุด ปรับลดลง 1.04 เปอร์เซ็นต์

    ดัชนีนิฟตีห้าสิบ ของอินเดีย ปิดที่ 23,963 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 0.34 เปอร์เซ็นต์

    ดัชนีดีเอฟเอ็ม ของดูไบ ปิดที่ 5,991 จุด ปรับลดลง 0.18 เปอร์เซ็นต์

    ส่วนดัชนีอื่นๆ เช่น เอสแอนด์พีห้าร้อย แนสแดค สต็อกซ์ และนิกเกอิ ไม่มีข้อมูลในรายงานนี้ครับ

    สำหรับตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุสิบปี ปรับตัวลงมาที่ 4.52 เปอร์เซ็นต์

    ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองที่ระมัดระวังต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    ส่วนราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ยังคงปรับตัวสูงขึ้น จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ครับ

    เรามาวิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อตลาดกันครับ

    ประเด็นแรก คือ เรื่องนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ

    ที่กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญระหว่างการฟื้นตัวของตลาดพันธบัตรกับความระมัดระวังของตลาดหุ้น

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุสิบปีที่ลดลง มาจากข้อมูลเงินเฟ้อที่อ่อนตัว และแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

    แต่ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐก็ปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง

    จากข้อมูลในอดีต การที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น

    ส่งผลดีต่อกลุ่มธนาคาร อย่างเช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคารกรุงศรีอยุธยา

    เพราะส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM จะขยายตัว สนับสนุนผลประกอบการ

    ในทางกลับกัน กลุ่มไฟแนนซ์และหลักทรัพย์ อย่างเช่น บริษัทศรีสวัสดิ์จัดการและพัฒนาทรัพย์สิน บริษัทเมืองไทย แคปปิตอล และบริษัทติ้นนี่

    จะได้รับผลกระทบเชิงลบ เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น จะกดดันอัตรากำไรจากสินเชื่อรายย่อยและไมโครไฟแนนซ์

    นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย หรือหุ้นเติบโตที่มีระยะเวลาความอ่อนไหวสูง ก็จะถูกกดดัน

    เพราะอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงที่สูงขึ้น จะทำให้มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตลดลง

    โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะผสมผสาน และมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในกรอบ

    จนกว่าจะมีข้อมูลการจ้างงานเดือนกรกฎาคม และดัชนีราคาผู้บริโภค ออกมาให้ความชัดเจนครับ

    ความมั่นใจในการวิเคราะห์นี้อยู่ในระดับสูงครับ

    ประเด็นที่สอง คือ กระแสการลงทุนในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์

    ที่กำลังเป็นตัวเร่งให้ตลาดเกิดการแบ่งขั้วแบบรูปตัว K

    จากข่าวที่บริษัท ยูนิทรี โรโบติกส์ ได้รับอนุมัติให้ระดมทุน 618 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในตลาดหลักทรัพย์ STAR

    นี่คือสัญญาณว่า รัฐบาลจีนยังคงให้การสนับสนุนนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

    แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจมหภาคยังไม่ชัดเจน

    ในภาวะตลาดรูปตัว K เม็ดเงินลงทุนจะไหลไปยังกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตทางโครงสร้าง

    เช่น ปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติ ในขณะที่กลุ่มวัฏจักรอื่นๆ จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

    ผลกระทบระยะสั้นถึงระยะกลาง คาดว่าหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ จะได้รับแรงหนุน

    แต่การลงทุนควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากฐานข้อมูลความสัมพันธ์ของหุ้นเฉพาะกลุ่มนี้ยังมีจำกัด

    ความมั่นใจในการวิเคราะห์นี้อยู่ในระดับปานกลางครับ

    ประเด็นที่สาม คือ ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

    และผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ

    ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ปล่อยสินเชื่อวงเงิน 68,000 ล้านบาท ให้กับบริษัท ปตท. และบริษัทในเครือ

    เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงด้านพลังงาน

    จากข้อมูลในอดีต ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค

    โดยเฉพาะบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม บริษัท ปตท. บริษัท ไทยออยล์ และบริษัท ไออาร์พีซี

    เพราะราคาขายที่สูงขึ้นจะช่วยเพิ่มอัตรากำไร

    ในทางกลับกัน กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ อย่างเช่น สายการบินเอเชียเอวิเอชั่น สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส

    จะได้รับผลกระทบเชิงลบ เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น จะกดดันอัตรากำไรของสายการบิน

    นอกจากนี้ หากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งมักสัมพันธ์กับราคานำเข้าพลังงานที่สูงขึ้น

    จะส่งผลลบต่อกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีหนี้สินเป็นดอลลาร์สหรัฐ

    โดยเฉพาะบริษัท บีกริม เพาเวอร์ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ และบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์

    ความมั่นใจในการวิเคราะห์นี้อยู่ในระดับสูงครับ

    ประเด็นสุดท้าย คือ เรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และความเปราะบางด้านธรรมาภิบาลในตลาดเกิดใหม่

    ศาลสูงสุดสหรัฐมีคำตัดสินยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างต่อตลาดระยะยาว

    ช่วยลดความเสี่ยงที่การเมืองจะเข้ามาแทรกแซงนโยบายการเงิน

    ตรงกันข้ามกับเหตุการณ์ในอินโดนีเซีย ที่ผู้ว่าการธนาคารกลางลาออกอย่างกะทันหัน

    ส่งผลให้ค่าเงินรูเปียห์ ตลาดหุ้นจาการ์ตา และพันธบัตรอินโดนีเซีย ปรับตัวลดลงพร้อมกัน

    นี่คือสัญญาณของความไม่มั่นคงทางสถาบัน ซึ่งอาจทำให้เกิดการไหลออกของเงินทุน

    และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ที่มีจุดอ่อนด้านธรรมาภิบาล

    คำแนะนำการลงทุนที่มีความมั่นใจสูง ในระยะหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ข้างหน้า

    คือ การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค โดยเฉพาะ ปตท.สำรวจและผลิต ปตท. ไทยออยล์ และไออาร์พีซี

    เพราะราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ จะหนุนผลประกอบการโดยตรง

    การเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์

    เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง จะช่วยขยายส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ

    การลดน้ำหนักในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะสายการบินเอเชียเอวิเอชั่น สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และบริษัทเคอรี่ เอ็กซ์เพรส

    เพราะต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจะกดดันอัตรากำไร

    ส่วนการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในวงกว้าง เนื่องจากความเปราะบางเฉพาะประเทศ

    และหันไปให้ความสนใจกับธีมปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ของจีน แทน

    อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง

    และข้อมูลที่นำเสนอในรายงานนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น

    ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี

    ผลการดำเนินงานในอดีต ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต

    ผู้ลงทุนควรทำการวิจัยด้วยตนเอง หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง ก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

    ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

    รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    [ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-06 ถึง 2026-08-07 | อัปเดตล่าสุดเวลา 12:40 น.]

    🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

    นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 2,000 ล้านบาท


    เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย (SET) มูลค่า 2,061.80 ล้านบาท และในตลาด SET และ MAI รวมมูลค่า 2,090.63 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศเป็นผู้ขายสุทธิ


    กลยุทธ์การลงทุนภาคเช้า: ดัชนี SET มีแนวต้านที่ 1,630 จุด และแนวรับสำคัญที่ 1,600 จุด


    บทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ดัชนี SET เผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่องที่แนวต้าน 1,630 จุด โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,600 จุด หากหลุดแนวรับดังกล่าวอาจปรับตัวลงต่อไปที่ 1,570 และ 1,550 จุด


    KKPS ครองส่วนแบ่งตลาดโบรกเกอร์สูงสุดที่ 22.46%


    รายงานส่วนแบ่งตลาดโบรกเกอร์ 10 อันดับแรกประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ระบุว่า KKPS มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 22.46% โดยมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 84,135.44 ล้านบาท


    กระทรวงพลังงานจับตาราคาน้ำมันโลกผันผวน พร้อมเพิ่มเงินอุดหนุน LPG


    กระทรวงพลังงานของไทยกำลังติดตามความผันผวนของราคาน้ำมันโลก และได้เพิ่มเงินอุดหนุนก๊าซ LPG เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีก อย่างไรก็ตาม ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดดุลเพิ่มขึ้นเป็น 71,800 ล้านบาท ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569

    🌐 ข่าวต่างประเทศ

    ไม่มีรายงานข่าวในช่วงเวลาดังกล่าว

    สรุปข่าวการลงทุนประจำวัน: 20260806

    รายการลงทุนประจำวัน 2026-08-06

    ▶ เปิด Playlist บน YouTube

    รายการคลิปใน Playlist (9 คลิป)

    รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

    # Economic Daily Report — August 5, 2026

    Dominant Market Narrative

    Global markets are navigating a delicate “Bond-Bull, Equity-Neutral” divergence, where softening inflation data has driven the 10-Year UST yield down to 4.52%, yet equity risk appetite remains constrained by persistent expectations of at least one additional Fed rate hike by year-end. The Supreme Court’s affirmation of Fed independence provides a structural tailwind, but the market’s K-shaped character is intensifying: AI and semiconductor themes are drawing concentrated capital inflows, exemplified by Unitree Robotics’ $618M STAR Market IPO, while broader cyclical sectors languish under tightening financial conditions. Geopolitical risk — manifest in climbing energy prices and safe-haven bond demand — adds a stagflationary nuance. The sudden resignation of Indonesia’s central bank governor serves as a reminder of EM-specific governance fragility, triggering localized equity, currency, and bond selloffs. The dominant tension is between disinflation hopes (bonds rallying) and growth/recession fears (equities cautious) — a regime where rate-sensitive sectors and high-beta growth names face asymmetric downside until the employment and CPI data provide clarity.

    —

    Market Regime & Sentiment Gauge

    Attribute Assessment
    Regime Disinflationary Hesitation / Geopolitical Risk Premium
    Sentiment Cautiously Neutral (slight bearish tilt from prior week)
    Shift Mild deterioration — stock futures declining on rate anxiety ahead of CPI; EM governance risk surfacing

    —

    Market Snapshot

    Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
    Equities US30 (Dow) 52,876 (–0.33% as of Jul 7); prior session +1.07% Choppy, indecisive
    Equities EU100 1,906 (–1.04% as of Jul 1) Bearish tilt
    Equities NIFTY 50 23,963 (+0.34% as of Jul 9); prior session –2.12% High volatility, fragile
    Equities DFM General 5,991 (–0.18% as of Jul 11) Subdued
    Equities US500, Nasdaq, STOXX, Nikkei No data available. —
    Fixed Income 10Y UST 4.52% (declined from near 2-month high) Bond-bullish / growth-cautious
    Fixed Income Bund, JGB No data available. —
    FX & Commodities Energy (WTI proxy) Climbing — geopolitical tensions Risk premium embedded
    FX & Commodities DXY, EURUSD, Gold, WTI (precise) No data available. —
    Volatility VIX, MOVE Index No data available. —

    —

    Thematic Analysis & Forward Impact

    Theme 1: Fed Rate Policy Crossroads — Bond Rally vs. Equity Caution

  • Trigger: The 10Y UST yield dropped to 4.52% from a near two-month high as softer inflation data and geopolitical tensions drove safe-haven demand; simultaneously, US stock futures fell on rate-hike anxiety ahead of CPI data.
  • Historical Correlation: Rising policy interest rates and bond yields are unequivocally positive for Banking (NIM expansion → BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY) and structurally negative for non-bank Financials / Finance & Securities (higher borrowing costs pressure retail/microfinance margins → SAWAD, MTC, TIDLOR).
  • Expected Impact:
  • – 📈 Banking (BANK): Positive — High conviction, medium horizon (1–4 weeks). Wider NIMs support earnings.

    – 📉 Finance & Securities (FIN): Negative — High conviction, medium horizon. Margin compression on microfinance portfolios.

    – 📉 Rate-sensitive growth / duration-heavy equities: Negative — Medium conviction. Higher real rates compress valuations.

    – ⚖️ Overall Equity Complex: Mixed — short-term consolidation until July employment and CPI data resolve the rate path.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The bond market (via 10Y yield decline) is pricing in a growth slowdown and disinflation, which historically precedes Fed dovish pivots. However, if CPI surprises to the upside, the resulting rate shock would trigger a rapid yield rebound, disproportionately hitting long-duration assets (tech, growth, REITs). The transmission channel: higher yields → higher discount rates → lower PV of future earnings → P/E compression. The US30’s whipsaw (+1.07% to –0.33%) reflects this binary tension.
  • Confidence: High — Correlation data on rates → Banking and Finance/Securities is well-established and explicitly supported.
  • —

    Theme 2: AI & Semiconductor Structural Bid — The K-Shaped Market Accelerant

  • Trigger: Unitree Robotics secured approval for a $618M IPO on Shanghai’s STAR Market, signaling sustained Chinese state support for high-tech innovation. Simultaneously, Bluebell advisory explicitly recommends concentrating portfolios in AI and semiconductor stocks amid a K-shaped recovery.
  • Historical Correlation: No direct stock-level correlation data available from the correlation database for AI/semiconductor-specific tickers. However, the K-shaped market framework implies concentration of capital flows into perceived structural winners while cyclicals lag.
  • Expected Impact:
  • – 📈 AI/Robotics/Semiconductor thematic: Positive — Medium confidence, short-to-medium horizon. IPO catalyst may trigger sector-wide re-rating in China A-shares and global semiconductor peers.

    – ⚖️ Broad market: Selective — capital rotation away from defensives and cyclicals into AI themes.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: In a K-shaped environment, fiscal and monetary tightness squeezes margin-sensitive cyclicals, while secular growth narratives (AI, automation) attract disproportionate capital. The Unitree Robotics IPO is a signaling event: it confirms that state-directed capital in China continues to back innovation even amid broader macro caution. Second-order effects include increased demand for semiconductor supply-chain inputs (NAND, HBM memory, advanced packaging) and spillover interest in ex-China AI plays.
  • Confidence: Medium — The thematic direction is clear from news data, but the correlation database lacks specific stock-impact rules for AI/semiconductor names. Position sizing should be calibrated accordingly.
  • —

    Theme 3: Energy Price Resilience & Geopolitical Risk Premium

  • Trigger: Energy prices climbed amid geopolitical tensions (per July 15 futures data), while SCB extended 68 billion baht in credit to PTT and subsidiaries for energy infrastructure and security.
  • Historical Correlation: Rising crude oil prices are positive for Energy & Utilities (higher selling prices → PTTEP, PTT, TOP, SPRC) and negative for Transportation & Logistics (higher fuel costs pressure airline margins → AAV, BA, KEX). A weak THB (often correlated with rising energy import costs) is negative for power producers with USD-denominated debt (BGRIM, GPSC, GULF).
  • Expected Impact:
  • – 📈 Energy & Utilities (ENERG): Positive — High conviction, short-to-medium horizon. Upstream and refining margins benefit directly.

    – 📉 Transportation & Logistics (TRANS): Negative — High conviction, 0–48h to 1–4 weeks. Airlines face immediate fuel cost headwinds.

    – 📉 Power Producers (USD-debt exposed): Negative if THB weakens concurrently — Medium conviction, medium term.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: Geopolitical supply disruption risk drives a dual impact: energy equity outperformance alongside safe-haven bond buying (contributing to Theme 1’s yield decline). This is a classic stagflationary impulse — rising input costs + slowing demand = margin squeeze for energy-intensive sectors. The SCB-PTT credit line confirms that energy security is a national priority, potentially crowding out other credit allocation. Cross-asset: rising energy prices may limit the extent of disinflation, complicating the Fed’s rate path.
  • Confidence: High — Multiple correlation rules explicitly link crude oil to Energy (positive) and Transportation (negative) with named stocks.
  • —

    Theme 4: Central Bank Independence & EM Governance Fragility

  • Trigger: The US Supreme Court ruled to uphold Federal Reserve independence (structurally positive for markets). Conversely, Indonesia’s central bank governor Perry Warjiyo abruptly resigned, triggering simultaneous declines in the rupiah, Jakarta equities, and Indonesian bonds.
  • Historical Correlation: Central bank independence is historically correlated with lower inflation expectations, higher policy credibility, and reduced equity risk premiums. Conversely, perceived erosion of CB independence in EM triggers capital flight, currency depreciation, and equity selloffs.
  • Expected Impact:
  • – 📈 US Financials / Broad US Equity: Positive but diffuse — Low-to-Medium conviction. Structural institutional support reduces tail risk.

    – 📉 Indonesian Assets (equities, bonds, IDR): Negative — High conviction, immediate (0–48h). Contagion risk to other EM with perceived governance weaknesses.

    – ⚖️ EM Broadly: Cautious — Thailand’s SCB-PTT credit event and Russia’s OFZ suspension add to EM risk clustering.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: Fed independence removes a tail-risk scenario where monetary policy could be politicized, supporting long-duration US assets. The Indonesia shock is more acute: with both the finance minister and central bank governor resigning in short succession, institutional credibility is eroded. This triggers a classic EM risk-off cascade: currency depreciation → imported inflation → rate defense → growth compression → equity outflows. Second-order: investors may rotate from EM Asia to DM or to perceived safe havens within EM (e.g., countries with stronger institutional frameworks).
  • Confidence: High for Indonesia impact (explicit news-based evidence); Medium for Fed independence (structural logic but limited near-term catalyst from the correlation database).
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    Overweight Energy & Utilities (ENERG): With crude oil prices climbing on geopolitical supply risk, upstream and refining names (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) offer the most attractive near-term risk/reward. Correlation rules are explicit and high-confidence. Time Horizon: 1–4 weeks. Key trigger: further escalation of geopolitical tensions or supply disruption headlines.

    Overweight Banking (BANK): Persistent elevated rates support NIM expansion for commercial banks (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY). Even if the Fed eventually eases, the yield curve remains supportive in the near term. Time Horizon: 1–4 weeks. Key trigger: July CPI print (upside surprise extends the trade; downside surprise may compress NIM expectations modestly but the structural rate level remains supportive).

    Underweight Transportation & Logistics (TRANS): Airlines and fuel-intensive logistics (AAV, BA, KEX) face direct margin compression from rising energy prices. No offsetting demand catalyst evident in the data. Time Horizon: 0–48h to 4 weeks.

    Selective EM Exposure — Avoid Indonesia, Favor Structural AI Themes: The Indonesia governance shock and Russia’s OFZ suspension signal EM-specific fragility. Rotate EM exposure toward China’s AI/robotics theme (via STAR Market proxies) rather than broad EM beta. No direct ticker-level AI/semiconductor correlation data is available — position sizing should be disciplined.

    —

    Key Risk Scenarios

    Scenario Probability Narrative & Implication
    Base Case 55% CPI data comes in line or slightly soft; 10Y UST stabilizes near 4.50%; Fed remains on hold through Q3. Energy and Banking outperform; broad equities range-bound; EM selective weakness persists.
    Bull Case 20% CPI surprises significantly to the downside; bond yields break below 4.25%; markets price a year-end rate cut. Broad equity rally led by duration-sensitive growth/AI names; EM ex-Indonesia recovers. Energy’s relative outperformance fades as growth optimism returns.
    Bear Case 25% CPI surprises to the upside; 10Y yields spike back above 4.80%; rate hike expectations re-intensify. Broad equity selloff, with Finance/Securities (SAWAD, MTC) hit hardest on margin compression. EM and FX volatility spike; Indonesia contagion widens. Energy is the sole defensive outperformer on geopolitical bid.

    —

    Key Takeaways

  • Bond markets are signaling disinflation/growth caution (10Y at 4.52%), while equities remain indecisive — this divergence creates asymmetric risk into CPI and employment data releases. Favor rate-beneficiary sectors (Banking) until clarity emerges.
  • Energy is the cleanest near-term long — rising crude on geopolitical supply risk directly lifts PTTEP, PTT, TOP, SPRC per established correlation rules. Simultaneously short/avoid fuel-sensitive transport (AAV, BA, KEX).
  • Banking (BBL, KBANK, SCB) benefits from elevated rates via NIM expansion — this trade has high conviction and well-documented historical correlation, independent of the near-term rate direction debate.
  • AI/Robotics thematic continues to attract structural capital (Unitree Robotics $618M IPO), but the correlation database lacks specific stock-level impact rules — treat as a medium-conviction thematic overlay, not a high-conviction single-name trade.
  • Indonesia’s central bank governance shock is a genuine EM risk event — avoid broad EM beta exposure and monitor for contagion to other EM with institutional fragility.
  • Fed independence affirmed by the Supreme Court removes a critical tail risk — this is structurally positive for US risk assets but is a slow-burn, low-volatility tailwind rather than an immediate catalyst.
  • —

  • Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.
  • จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 7 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.53 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.78 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.44 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.42%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.04%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.73%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 153.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 36.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.05%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 128.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.04%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.51%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 150.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.31%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.84%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 104.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.07%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 10.10 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.25%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 194.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.90%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.27% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.89%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 251.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.78%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.27% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.74%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.63%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.96 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.61%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 88.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.49%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.50 – 34.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.67% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.14 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.48%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.98 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.35% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 45.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.25%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 112.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.23%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 29.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.36%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 7 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.53 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.76 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.59%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.43 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.49%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.21%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 9.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.85 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 35.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.22%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 154.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.06%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.10 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.58%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 149.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.35%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.06%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.84%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 104.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.07%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 10.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.30%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.89%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 195.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.87%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.27% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.85%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 251.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.78%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.27% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.74%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.69%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.98 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.59%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 88.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.49%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.50 – 34.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.67% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.14 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.48%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.98 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.35% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 45.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.22%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 113.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.19%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.42%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    com7

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย: COM7 — บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก ติดตามดู
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือครองอยู่ ถือต่อไป; ใช้ trailing stop ต่ำกว่า 29.75; อย่าเพิ่มสถานะก่อนประกาศผลประกอบการ
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น
    ระดับความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา สวิง (5–15 วัน, หลังการยืนยันจากปัจจัยเร่ง)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~30.50 บาท (ราคาปิดครั้งก่อน, ตามข้อมูลตลาด)
    วันที่ของราคา ~5–6 สิงหาคม 2569
    สถานะของรูปแบบ กำลังรอสัญญาณกระตุ้น

    สมมติฐานการตัดสินใจ: COM7 แสดงรูปแบบการบีบตัวของความผันผวน (volatility squeeze) แบบตำราเรียนภายในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ได้รับแรงหนุนจากการครอสโอเวอร์ของ MACD ขาขึ้น และ Keltner Channels ที่ลาดเอียงขึ้น — เป็นรูปแบบการทะลุกรอบที่มีศักยภาพสูง อย่างไรก็ตาม วอลุ่มยังไม่ได้เพิ่มขึ้นเพื่อยืนยันการทะลุกรอบ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ระดับราคาเข้า 30.75 บาทตามข้อมูลนำเข้านั้นเป็น 1.00:1 ซึ่งยอมรับไม่ได้ และผลประกอบการ Q2 ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ได้สร้างความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญ รอการทะลุกรอบเหนือ 31.75 ด้วยวอลุ่มสูง หรือรอการย่อตัวเข้าใกล้ 29.75–30.00 เพื่อฟื้นฟูตัวเลขทางคณิตศาสตร์ด้านความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ดี


    2. ตารางสรุปหลักฐาน

    หลักฐาน การค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้น; ความแข็งแกร่งของแนวโน้มอยู่ในระดับแข็งแกร่ง; ราคาใกล้จุดสูงสุด 52 สัปดาห์; ความผันผวนอยู่ในสถานะ In-Squeeze ขาขึ้น ปานกลาง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มลดลง (drying) ระหว่างการบีบตัว — ยังไม่มีการยืนยันการทะลุกรอบ; MACD crossover ขาขึ้น; RSI เป็นกลาง ขาขึ้น (ยังไม่ยืนยัน) ปานกลาง
    Big Lot ไม่พบข้อมูล ไม่ปรากฏ N/A
    การขายชอร์ต อัตราส่วนมูลค่าชอร์ต 1.43%; อัตราส่วนคงค้าง 0.76% — แรงกดดันขาลงน้อยมาก สนับสนุน (ไม่มีพิษภัย) ปานกลาง
    NVDR ข้อมูลไม่เพียงพอ (ต้องการอย่างน้อย 3 วัน) ไม่ปรากฏ N/A
    ข่าวสารและปัจจัยเร่ง ฉันทามติ Strong Buy; รายได้ Q1 +13% YoY, กำไรสุทธิ +25% YoY; EPS คาดว่าจะโต +22% ใน 3 ปี; ประกาศผลประกอบการ Q2 14 ส.ค. 2569 บวก ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 16.79x, Forward P/E 15.36x; อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.61%; P/B ไม่ได้ระบุ; การเติบโตของรายได้ +11.4% บวก ปานกลาง

    การประสานของหลักฐานโดยรวม: การสะสมที่น่าจะเป็นไปได้ — โครงสร้างทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานสอดคล้องกันในทิศทางขาขึ้น แต่การยืนยันจากกระแสเงินทุน (Big Lot, NVDR) ไม่ปรากฏ และปัจจัยเร่งจากผลประกอบการยังคงไม่ได้รับการแก้ไข


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น — ถูกจำแนกว่า “แข็งแกร่ง” ด้วยโครงสร้าง higher-highs/higher-lows; ราคากำลังกดดันด้านบนของกรอบ 52 สัปดาห์ (18.20–31.25)
    • วัฏจักรตลาด: เฟส Markup — ราคาได้ปรับตัวขึ้นจากฐานการสะสม และขณะนี้กำลังถูกบีบอัดในการบีบตัวของความผันผวนก่อนการขยายตัวรอบถัดไปที่มีโอกาสเกิดขึ้น
    • แนวรับหลัก: 29.75 บาท (จุดต่ำสุดของสวิงเชิงโครงสร้าง และระดับ stop-loss ที่กำหนด)
    • แนวต้านหลัก: 31.75 บาท (เป้าหมายตามที่ระบุ; ความใกล้ชิดกับจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 31.25 ทำให้บริเวณนี้เป็นโซนแนวต้านที่สมเหตุสมผล)
    • โมเมนตัม: MACD crossover (สัญญาณขาขึ้น); RSI เป็นกลาง — ยังไม่ overbought, ให้พื้นที่สำหรับการปรับขึ้นต่อไป; ตรวจไม่พบ divergence; Keltner Channels ลาดเอียงขึ้น, ยืนยันอคติแนวโน้มขาขึ้น
    • การตีความ Big Lot: ไม่ปรากฏ — ไม่มีข้อมูลธุรกรรม Big Lot สำหรับ COM7 ไม่สามารถประเมินกิจกรรมการซื้อขายเป็นก้อนใหญ่ของสถาบันได้
    • การตีความการขายชอร์ต: แรงกดดันขาลงน้อยมากจนประเมินค่าไม่ได้ อัตราส่วนมูลค่าชอร์ตรวม 1.43% และอัตราส่วนคงค้าง 0.76% บ่งชี้ว่าผู้ขายชอร์ตไม่ได้กำลังเดิมพันอย่างแข็งขันให้ COM7 ปรับลง สิ่งนี้ขจัดแรงต้านที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเร่งขาขึ้นด้วยตัวมันเอง
    • การตีความ NVDR: ไม่ปรากฏ — NVDR Analyzer ต้องการประวัติการซื้อขายอย่างน้อย 3 วัน; ข้อมูลที่ส่งกลับมาไม่เพียงพอ ไม่ทราบทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ

    บทสรุปกระแสเงินทุนโดยรวม: แนวโน้มขาขึ้นมีโครงสร้างทางเทคนิคที่ดี แต่ขาดการยืนยันกระแสเงินทุนสถาบันจากแหล่ง Big Lot และ NVDR ข้อมูลการขายชอร์ตไม่มีพิษภัยและไม่ขัดแย้งกับโครงสร้างขาขึ้น การที่วอลุ่มลดลงระหว่างการบีบตัวเป็นสภาวะก่อนการทะลุกรอบแบบคลาสสิก — ไม่ใช่สัญญาณขาลง แต่ยังไม่ยืนยันจนกว่าจะเกิดการขยายตัว ราคากำลังถูกบีบอัดใกล้ด้านบนของกรอบ สอดคล้องกับการคลี่คลายของการบีบตัวในทิศทางขาขึ้น แต่ตัวกระตุ้นการทะลุกรอบยังไม่ทำงาน

    หมายเหตุการตรวจสอบ: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ในข้อมูลนำเข้า การจำแนกแนวโน้มเป็น “UP_TREND” ที่มีความแข็งแกร่งของแนวโน้ม “Strong” ยอมรับตามบทวิเคราะห์ที่ให้มา แต่ไม่สามารถตรวจสอบเทียบกับการเรียงตัวของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ไม่สามารถระบุจุดยึด Fibonacci ได้จากข้อมูลที่มีอยู่


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การยืนยันการทะลุกรอบ (หลังการคลี่คลายของการบีบตัว) หรือการย่อตัวสู่แนวรับ
    • โซนเข้าเทรด (การทะลุกรอบ): 31.75 บาท (เมื่อยืนยันการเบรกเหนือแนวต้านด้วยวอลุ่ม)
    • โซนเข้าเทรด (การย่อตัว): 29.75–30.25 บาท (ใกล้แนวรับเชิงโครงสร้าง, ปรับปรุง R:R)
    • สิ่งกระตุ้นการเข้า — การทะลุกรอบ: ราคาปิดรายวันเหนือ 31.75 บาท ด้วยวอลุ่มที่ขยายตัวอย่างน้อย 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน, ยืนยันโดยการขยายตัวของฮิสโตแกรม MACD
    • สิ่งกระตุ้นการเข้า — การย่อตัว: ราคาย่อตัวกลับสู่โซน 29.75–30.25, ยืนเหนือแนวรับด้วยแท่งเทียนกลับตัวขาขึ้น (hammer, bullish engulfing), และ RSI วกขึ้นจากโซน 40–50
    • เป้าหมาย 1: 31.75 บาท (แนวต้านที่ยืนยันแล้ว / prior swing high)
    • เป้าหมาย 2: ~33.50 บาท (การประมาณการ measured-move จากกรอบการพักตัว; โดยประมาณ; ยังไม่ผ่านการตรวจสอบหากไม่มีความกว้างที่แน่นอนของกรอบ)
    • จุด Stop Loss: 29.75 บาท (แนวรับจุดต่ำสุดของสวิงเชิงโครงสร้าง; การหลุดต่ำกว่าแนวนี้จะทำให้แนวโน้มขาขึ้นเป็นโมฆะ)
    • Trailing Stop: เมื่อขึ้นเหนือ 31.75, เลื่อน stop ไปที่จุดคุ้มทุนที่ราคาเข้า จากนั้นไปที่ 31.00 เมื่อมีการปิดเหนือ 33.00
    • อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1 (การเข้าแบบ Breakout ที่ 31.75): ไม่สามารถคำนวณได้ — การเข้าที่แนวต้านทำให้ตรรกะของ breakout เป็นโมฆะ การเข้าแบบ breakout ต้องการเป้าหมายที่สูงกว่า
    • อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1 (การเข้าแบบ Pullback ที่ 30.00): (31.75 − 30.00) / (30.00 − 29.75) = 1.75 / 0.25 = 7.00:1 — เอื้ออำนวยอย่างมาก
    • จังหวะการดำเนินการ: ไม่เข้าเทรดก่อนวันที่ 15 สิงหาคม 2569 (หนึ่งช่วงการซื้อขายเต็มหลังจากผลประกอบการ Q2 ในวันที่ 14 สิงหาคม)
    • อย่าเข้าเทรดโดยเด็ดขาด หาก:

    1. ผลประกอบการ Q2 ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 น่าผิดหวัง (กำไรสุทธิต่ำกว่า ~1.1 พันล้านบาท หรืออัตรากำไรถูกบีบอัด)

    2. ราคาปิดต่ำกว่า 29.75 ด้วยวอลุ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ย (แนวโน้มขาขึ้นถูกทำลายเชิงโครงสร้าง)

    3. การบีบตัวคลี่คลายลงด้านล่างด้วยการเบรกดาวน์แบบขาลงต่ำกว่า 29.00

    ยกระดับเป็น ซื้อ: อย่างใดอย่างหนึ่ง (a) การปิดรายวันเหนือ 31.75 ด้วยวอลุ่มสูงหลังการซึมซับผลประกอบการ, หรือ (b) การย่อตัวที่ประสบความสำเร็จลงสู่โซน 29.75–30.25 ซึ่งยืนเหนือแนวรับด้วย price action ขาขึ้น ในทั้งสองกรณี, หากข้อมูล Big Lot หรือ NVDR เปลี่ยนเป็นบวก จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับสัญญาณอย่างมีนัยสำคัญ

    ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง/ขาย: การปิดรายวันต่ำกว่า 29.75 ด้วยวอลุ่มที่ขยายตัว, หรือผลประกอบการ Q2 เผยให้เห็นการหดตัวของรายได้พร้อมกับอัตรากำไรที่ทรุดลง


    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ เหตุกระตุ้น เส้นทางที่คาดการณ์ การทำให้เป็นโมฆะ
    กรณีขาขึ้น ผลประกอบการ Q2 เป็นบวก + ปิดเหนือ 31.75 ด้วยวอลุ่มสูง ทะลุกรอบสู่ 33.50–35.00; การเร่งตัวของแนวโน้ม ปิดกลับมาต่ำกว่า 31.75 ภายใน 3 ช่วงการซื้อขาย
    กรณีฐาน ผลประกอบการเป็นกลาง; ราคายังอยู่ในการบีบตัว 29.75–31.75 การบีบอัดต่อเนื่อง; ในที่สุดคลี่คลายขึ้นด้านบนเนื่องจากแนวโน้มที่แข็งแกร่ง ปิดต่ำกว่า 29.75 แสดงถึงการทำลายขอบล่างของกรอบ
    กรณีขาลง ผลประกอบการต่ำกว่าคาด + ราคาเบรกต่ำกว่า 29.75 ด้วยวอลุ่ม ลดลงสู่ 27.00–28.00 (โซนแนวรับถัดไปที่มองเห็นได้) การฟื้นตัวกลับเหนือ 31.00 จะลบล้างโครงสร้างขาลง

    6. ปัจจัยเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ปัจจัยเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • การประกาศผลประกอบการ Q2 2569 — 14 สิงหาคม 2569 (7 วันจากการสร้างรายงาน): เหตุการณ์วิกฤต Q1 แสดงรายได้ 23.6 พันล้านบาท (+13% YoY) และกำไรสุทธิ 1.23 พันล้านบาท (+25% YoY) ฉันทามติคาดการณ์ความแข็งแกร่งต่อเนื่อง การเบี่ยงเบนใดๆ จะขับเคลื่อนทิศทางในรอบถัดไป
    • วัฏจักรการปรับเพิ่มเป้าหมายนักวิเคราะห์: เป้าหมายฉันทามติปัจจุบันคือ 31.89 บาท (Strong Buy) หาก COM7 เบรกเหนือ 31.75, การปรับเพิ่มคำแนะนำและเป้าหมายของนักวิเคราะห์มีแนวโน้มเกิดขึ้น, สร้าง feedback loop เชิงบวก
    • รอบเงินปันผล: วันขึ้นเครื่องหมาย XD ครั้งต่อไปยังไม่ประกาศ เงินปันผลปีงบประมาณ 2568 อยู่ที่ 1.10 บาท (อัตราผลตอบแทน 3.61% ที่ราคา 30.50) การคงหรือเพิ่มเงินปันผลจะสนับสนุนหุ้น

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงจากช่องว่างราคาจากผลประกอบการ: การเข้าเปิดสถานะใดๆ ภายใน 7 วันก่อนวันที่ทราบแน่ชัดว่าจะประกาศผลประกอบการ ทำให้เกิดความเสี่ยงจากช่องว่างราคาที่ไม่สามารถจัดการได้ จุด stop ที่ 29.75 ไม่ได้ให้ความคุ้มครองใดๆ ต่อการเกิดช่องว่างราคาข้ามคืนไปที่ 27.00
    • แนวต้านจุดสูงสุด 52 สัปดาห์: ราคาอยู่ใกล้ด้านบนของกรอบ 52 สัปดาห์ (31.25) แล้ว การ breakout หลอกหรือการถูกปฏิเสธที่จุดสูงสุดจะดักจับผู้ซื้อที่มาช้าและกระตุ้นให้เกิดการกลับเข้าสู่ค่าเฉลี่ยอย่างรวดเร็ว
    • ข้อมูลกระแสเงินทุนสถาบันหายไป: ไม่ปรากฏข้อมูลทั้ง Big Lot และ NVDR โครงสร้างทางเทคนิคที่แข็งแกร่งขาดการยืนยันจากการมีส่วนร่วมของสถาบัน — สิ่งนี้ลดความเชื่อมั่นในความยั่งยืนของการทะลุกรอบ
    • อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง ณ ระดับปัจจุบัน: ราคาเข้าที่แนะนำตามข้อมูลนำเข้าคือ 30.75 โดยมี stop ที่ 29.75 และเป้าหมายที่ 31.75 ให้ผลตอบแทนเพียง 1.00:1 — ยอมรับไม่ได้สำหรับงบความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล

    การทำให้สมมติฐานเป็นโมฆะ: การปิดรายวันต่ำกว่า 29.75 บาท ด้วยวอลุ่มที่ขยายตัว, หรือผลประกอบการ Q2 แสดงถึงการลดลงต่อเนื่องของอัตรากำไรสุทธิต่ำกว่า 4.5% พร้อมกับคำแนะนำแนวโน้มที่เป็นลบ


    7. การกำหนดขนาดของสถานะ

    • มูลค่าพอร์ตโฟลิโอ: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (การเข้าแบบ Breakout): ไม่สามารถใช้ได้ (การเข้าที่แนวต้านเป็นโมฆะ)
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (การเข้าแบบ Pullback ที่ 30.00): 30.00 − 29.75 = 0.25 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีข้อมูลของพอร์ต
    • หมายเหตุขนาดสถานะ: สถานการณ์การย่อตัวให้ R:R ที่เอื้ออำนวยอย่างยอดเยี่ยมที่ 7:1, ทำให้สามารถจัดสรรความเสี่ยงในสัดส่วนที่น้อยลงในขณะที่ยังคงมี upside exposure ที่มีความหมาย จำกัดความเสี่ยงรวมของการเทรดไว้ที่ 1–2% ของมูลค่าพอร์ตหุ้น ปัดเศษลงให้เป็นขนาดล็อตมาตรฐานตลาดหลักทรัพย์ฯ (100 หุ้น) อย่าเข้าเทรดก่อนเหตุการณ์ผลประกอบการวันที่ 14 สิงหาคมจะถูกซึมซับอย่างเต็มที่

    สูตร (หากข้อมูลพอร์ตพร้อมใช้):

    “`

    งบความเสี่ยง = มูลค่าพอร์ต × 0.015 (อนุรักษ์นิยม, เนื่องจากความเสี่ยงจากเหตุการณ์ในระยะใกล้)

    จำนวนหุ้น = ปัดเศษลง(งบความเสี่ยง / |ราคาเข้า − 29.75|)

    “`


    8. บันทึกข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลทางเทคนิคที่นำเข้า 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน พื้นฐานของสมมติฐานการบีบตัว-ทะลุกรอบขาขึ้น
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2569 (ช่วงดึงข้อมูล) มีให้ ยืนยันกฎกลยุทธ์การบีบตัว; วอลุ่มต้องยืนยันการทะลุกรอบ
    Query Biglot Stock Daily from RAG ไม่มีข้อมูล ไม่ปรากฏ ไม่สามารถประเมินกิจกรรมซื้อขายเป็นก้อนใหญ่ของสถาบัน; ลดความเชื่อมั่น
    Query Short Stock Daily from RAG 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ภายใน 3 ช่วงการซื้อขาย) ดอกเบี้ยชอร์ตน้อยมาก; ไม่มีแรงต้านขาลง
    NVDR Analyzer ข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่ปรากฏ ไม่ทราบกระแสเงินทุนต่างชาติ; ลดความเชื่อมั่น
    Tavily Search 7 ส.ค. 2569 (การค้นหา) มีให้ ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง; ประกาศผลประกอบการ 14 ส.ค.; ฉันทามติ Strong Buy

    แหล่งข้อมูลภายนอก:

    • StockAnalysis.com — ภาพรวม COM7, ข้อมูลราคา, ฉันทามติ, วันที่ประกาศผลประกอบการ (ดึงข้อมูล 7 ส.ค. 2569)
    • Simply Wall St — รายละเอียดผลประกอบการ Q1 2569, ประวัติเงินปันผล, ประมาณการการเติบโตของ EPS (ดึงข้อมูล 7 ส.ค. 2569)
    • บทวิเคราะห์ UOB Kay Hian (ผ่าน utrade.co.th) — คำแนะนำ BUY, ผลประกอบการ 2Q25 ดีกว่าคาด, ประมาณการ EPS ปี 2568F–2570F
    • Reuters — ข้อมูลบริษัทและผู้บริหาร

    ความขัดแย้งที่มีนัยสำคัญ: ตรวจไม่พบความขัดแย้ง ด้านเทคนิค, ปัจจัยพื้นฐาน, และฉันทามตินักวิเคราะห์ล้วนชี้ไปในทิศทางขาขึ้นเดียวกัน ความตึงเครียดเพียงอย่างเดียวคือความไม่ตรงกันของจังหวะเวลาระหว่างรูปแบบการบีบตัว (พร้อมแล้วในตอนนี้) กับเหตุการณ์ผลประกอบการ (14 สิงหาคม), ซึ่งต้องการความอดทน


    9. การตัดสินใจขั้นสุดท้าย

    ติดตามดู — COM7 เป็นรูปแบบการบีบตัวขาขึ้นคุณภาพสูงภายในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง แต่ห้ามเข้าเทรดจนกว่าจะพ้นประกาศผลประกอบการ Q2 ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 การเข้าที่ต้องการคือการย่อตัวลงสู่โซน 30.00 บาท ด้วย stop ที่ 29.75 บาท, ให้อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง 7:1 ไปยังเป้าหมายแนวต้าน 31.75 บาท อีกทางเลือกหนึ่ง, เข้าเมื่อมีการปิดเหนือ 31.75 ด้วยวอลุ่มสูงหลังการซึมซับผลประกอบการ ความเสี่ยงหลักคือผลประกอบการที่เป็นลบเกินคาดซึ่งทำให้เกิดช่องว่างราคาต่ำกว่าระดับการทำให้โครงสร้างเป็นโมฆะที่ 29.75

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T09:28:08.042+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:com7|company_name:บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน)|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:31.75|entry_price:30.75|sell_price:31.75|stop_loss_level:29.75|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:29.75|immediate_resistance:31.75|risk_reward_ratio:1|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Strong|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าระดับ stop ที่วางแผนไว้ในระหว่างเกิดช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ไม่มีสภาพคล่อง เหตุการณ์การประกาศผลประกอบการในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 สร้างความเสี่ยงจากช่องว่างราคาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคำสั่ง stop-loss แบบปกติไม่สามารถบรรเทาได้*

    psl

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย: PSL — บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก ติดตามดู
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือครองอยู่ ถือต่อโดยใช้จุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคา; อย่าเพิ่มสถานะก่อนประกาศผลประกอบการ
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง (ขึ้นอยู่กับปัจจัยเร่งในระยะใกล้)
    ระดับความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา สวิง (5–15 วันหลังจากมีความชัดเจนจากผลประกอบการ)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~8.25 บาท (ราคาปิดครั้งก่อน ตามข้อมูลตลาด)
    วันที่ของราคา ~5 สิงหาคม 2569 (วันทำการซื้อขายล่าสุด)
    สถานะของรูปแบบ กำลังรอสัญญาณกระตุ้น

    สมมติฐานการตัดสินใจ: กำลังเกิดการทะลุกรอบการบีบตัวของความผันผวนที่น่าเชื่อถือขึ้น พร้อมกับวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นและสัญญาณตัดขึ้นของ MACD แต่อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงของราคาเข้าเทรดนั้นด้อยลง (อยู่ที่ 0.90:1) และวันนี้ (7 สิงหาคม 2569) เป็นวันประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 อีกทั้งข้อมูลการไหลของ NVDR และ Big Lot ยังไม่ปรากฏ — ซึ่งจำเป็นต้องรอการยืนยันหลังเกิดปัจจัยเร่งก่อนจึงจะเข้าเปิดสถานะใหม่


    2. ตารางสรุปหลักฐาน

    หลักฐาน การค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง Sideways consolidation พร้อมการบีบตัวของความผันผวนทะลุขึ้น; Keltner Channels ลาดขึ้น Bullish ปานกลาง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มเพิ่มขึ้นเมื่อเกิด breakout; MACD crossover; RSI neutral Bullish ปานกลาง
    Big Lot ไม่พบข้อมูลกลับมา ไม่ปรากฏ N/A
    Short selling อัตราส่วนมูลค่าชอร์ต 2.36%; อัตราส่วนชอร์ตคงค้าง 0.42% — แรงกดดันขาลงต่ำ สนับสนุน (ไม่มีพิษภัย) ปานกลาง
    NVDR ข้อมูลไม่เพียงพอ (ต้องการอย่างน้อย 3 วัน) ไม่ปรากฏ N/A
    ข่าวสารและปัจจัยเร่ง ประกาศผลประกอบการ Q2 วันนี้; กำไรสุทธิ −27.9% YoY; ราคาเป้านักวิเคราะห์ 6.93 เทียบกับราคา ~8.25; BDI ~1,207 ลบ / ผสม ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน Trailing P/E 18.3x; Forward P/E 24.9x (การหดตัวของกำไร); P/B 0.76x; อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 4.9% ผสม ปานกลาง

    การประสานของหลักฐานโดยรวม: ผสม / ไม่ปรากฏ — การทะลุกรอบทางเทคนิคนั้นใช้ได้ แต่การยืนยันจากปัจจัยพื้นฐานและทิศทางกระแสเงินทุนหายไปหรือขัดแย้งกัน


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: Sideways (กรอบ 52 สัปดาห์ 5.70–8.50; ราคากำลังพักตัวใกล้ด้านบนของกรอบนั้น)
    • วัฏจักรตลาด: กำลังเปลี่ยนผ่านจากการสะสม/พักตัว ไปสู่ Markup ที่อาจเกิดขึ้น; ยังไม่ยืนยัน
    • แนวรับหลัก: 8.05 บาท (แนวรับเชิงโครงสร้างที่ใกล้ที่สุดและระดับ stop-loss ที่ใช้)
    • แนวต้านหลัก: 9.00 บาท (เป้าหมายที่ใช้และแนวต้านที่ระบุ)
    • โมเมนตัม: MACD crossover (bullish); RSI neutral (ยังไม่ overbought, ยังไม่ oversold — มีช่องให้เคลื่อนที่ได้ทั้งสองทิศทาง); ตรวจไม่พบสัญญาณ divergence
    • การตีความ Big Lot: ไม่ปรากฏ — ไม่พบข้อมูลธุรกรรม Big Lot สำหรับ PSL
    • การตีความ Short Selling: กิจกรรมชอร์ตมีน้อยมาก (2.36% ของมูลค่ารวม, อัตราส่วนคงค้าง 0.42%) ไม่มีแรงกดดันขาลงจากผู้ขายชอร์ต นี่เป็นกลางถึงเป็นบวกเล็กน้อย — ฝั่งชอร์ตไม่ได้กำลังสร้างสถานะอย่างแข็งขันเพื่อกดดันหุ้น
    • การตีความ NVDR: ไม่ปรากฏ — NVDR Analyzer ให้ข้อมูลไม่เพียงพอ (ต้องการข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 3 วัน) ไม่สามารถประเมินทิศทาง, การคงอยู่, หรือความแตกต่างของกระแสเงินทุนต่างชาติได้

    บทสรุปกระแสเงินทุนโดยรวม: ข้อมูลกระแสเงินทุนเบาบางเกินกว่าจะสรุปผล ราคาและวอลุ่มเพียงอย่างเดียวบ่งชี้ถึงความพยายามทะลุกรอบ แต่หากปราศจากการยืนยันจาก Big Lot หรือ NVDR การเคลื่อนไหวนี้ก็ขาดการตรวจสอบร่องรอยของสถาบัน การขายชอร์ตไม่มีพิษภัยและไม่ขัดแย้งกับรูปแบบทางเทคนิคขาขึ้น

    หมายเหตุการตรวจสอบ: ไม่มีค่า EMA 50 และ EMA 200 ในข้อมูลนำเข้า การจำแนกแนวโน้มเป็น “Sideways” ยอมรับตามบทวิเคราะห์ที่ให้มา แต่ไม่สามารถตรวจสอบเทียบกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ไม่สามารถคำนวณระดับ Fibonacci ได้ เนื่องจากไม่ได้ระบุจุดยึดของสวิงที่ใช้ได้


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การยืนยันการทะลุกรอบ (หลังประกาศผลประกอบการ)
    • โซนเข้าเทรด: 8.55 บาท (เมื่อยืนยันการทะลุเหนือกรอบพักตัว พร้อมด้วยวอลุ่ม)
    • สิ่งกระตุ้นการเข้า: ราคาปิดรายวันเหนือ 8.55 บาท ด้วยวอลุ่มที่มากกว่าค่าเฉลี่ย 20 วัน, พร้อมการขยายตัวของฮิสโตแกรม MACD — เฉพาะหลังจากที่ได้มีการประกาศผลประกอบการ Q2 และตลาดตอบรับแล้วเท่านั้น (อย่างน้อยหนึ่งช่วงการซื้อขายเต็มหลังจากประกาศผลประกอบการ)
    • เป้าหมาย 1: 9.00 บาท (แนวต้านเชิงโครงสร้างถัดไป; ระดับที่กำหนดตามข้อมูลที่ให้มา)
    • เป้าหมาย 2: ไม่ปรากฏ (ไม่มีการตรวจสอบ Fibonacci extension หรือ measured-move)
    • จุด Stop Loss: 8.05 บาท (แนวรับของจุดต่ำสุดเชิงโครงสร้างของสวิง)
    • จุดหยุดขาดทุนแบบเลื่อนตามราคา (Trailing Stop): หากถึงเป้าหมาย 1, เลื่อน stop มาที่จุดคุ้มทุน (8.55) จากนั้นมาที่ 8.50 หากมีการปิดเหนือ 9.00
    • อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: (9.00 − 8.55) / (8.55 − 8.05) = 0.90:1 — ไม่เอื้ออำนวย
    • จังหวะการดำเนินการ: ไม่ก่อนหนึ่งช่วงการซื้อขายเต็ม หลังจากมีการประกาศผลประกอบการในวันที่ 7 สิงหาคม 2569
    • อย่าเข้าเทรดโดยเด็ดขาด หาก:

    1. ผลประกอบการ Q2 หรือแนวโน้มน่าผิดหวังอย่างมีนัยสำคัญ (รายได้ลดลง >5% QoQ, หรือขาดทุนสุทธิ เทียบกับที่คาดว่าจะมีกำไร)

    2. ราคากระโดดเปิด (gap) ต่ำกว่า 8.05 จากปฏิกิริยาต่อผลประกอบการ

    3. วอลุ่มในการพยายาม breakout ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 วัน

    ยกระดับเป็น ซื้อ: ต้องมี (a) ราคาหลังประกาศผลประกอบการยังอยู่เหนือ 8.05, (b) โอกาสเข้าเทรดแบบ pullback ใกล้ 8.10–8.20 เพื่อปรับอัตราส่วน R:R ให้ ≥1.5:1, หรือ (c) การปิดเหนือ 8.55 ด้วยวอลุ่มสูง โดยข้อมูล NVDR หรือ Big Lot เปลี่ยนเป็นบวก

    ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง: ราคาปิดต่ำกว่า 8.05 ด้วยวอลุ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ย, หรือผลประกอบการเผยให้เห็นถึงการถดถอยอย่างมีนัยสำคัญในแนวโน้มอัตราค่าระวางเรือขนส่งสินค้าเทกองแห้ง


    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ เหตุกระตุ้น เส้นทางที่คาดการณ์ การทำให้เป็นโมฆะ
    กรณีขาขึ้น ผลประกอบการบวกเกินคาด; ราคาปิดเหนือ 8.55 พร้อมวอลุ่มขยาย; BDI แข็งค่าขึ้น ปรับตัวขึ้นสู่ 9.00, อาจขยายต่อสู่ measured move 9.50–10.00 ปิดต่ำกว่า 8.05 ในวันใดก็ตามหลัง breakout
    กรณีฐาน ผลประกอบการเป็นกลาง; ราคายังอยู่ในกรอบ 8.05–8.55 พักตัวแบบ sideways ต่อไป; โมเมนตัมของ MACD จางลง ปิดต่ำกว่า 8.05 แสดงถึงการทำลายขอบล่างของกรอบ
    กรณีขาลง ผลประกอบการต่ำกว่าคาดหรือแนวโน้มขนส่งเทกองแห้งเป็นลบ; ราคากระโดดเปิด (gap) ต่ำกว่า 8.05 ลดลงสู่ 7.50 (แนวรับถัดไปที่มองเห็นได้), อาจถึง 7.00 การฟื้นตัวกลับขึ้นเหนือ 8.55 จะลบล้าง

    6. ปัจจัยเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ปัจจัยเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • การประกาศผลประกอบการ Q2 2569 — 7 สิงหาคม 2569 (วันนี้): เหตุการณ์สำคัญที่สุดเพียงเหตุการณ์เดียว รายได้ (Q1: 1.33 พันล้านบาท), ทิศทางกำไรสุทธิ, และแนวโน้มอัตราค่าระวางเรือขนส่งเทกองแห้งจะกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป
    • ทิศทางดัชนี Baltic Dry Index (BDI): ปัจจุบัน ~1,207 การเคลื่อนไหวอย่างยั่งยืนเหนือ 1,300 จะสนับสนุนกรณีขาขึ้น; การเสียระดับต่ำกว่า 1,100 จะสร้างแรงกดดันต่อ PSL
    • การประกาศเงินปันผล: วันขึ้นเครื่องหมาย XD คือ 26 พฤษภาคม 2569 รอบเงินปันผลครั้งต่อไปขึ้นอยู่กับความสามารถทำกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงจากช่องว่างราคาจากผลประกอบการ: การเข้าเปิดสถานะในวันประกาศผลประกอบการเป็นการเก็งกำไร แม้แต่การ breakout ทางเทคนิคที่สะอาดก็สามารถถูกทำให้เป็นโมฆะได้ด้วยตัวเลขผลประกอบการที่เป็นลบเพียงครั้งเดียว
    • ความแตกต่างของราคาเป้านักวิเคราะห์: เป้าหมายฉันทามติที่ 6.93 บาท ส่อว่ามี downside ~15% จากระดับปัจจุบัน ตลาดกำลังให้ราคา PSL สูงกว่ามูลค่ายุติธรรมของนักวิเคราะห์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการกลับเข้าสู่ค่าเฉลี่ย
    • ความด้อยลงของอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง: ที่ 0.90:1 ไปยังเป้าหมาย 1 รูปแบบนี้ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5:1 จำเป็นต้องรอเข้าเทรดแบบ pullback เพื่อสมเหตุสมผลในการจัดการความเสี่ยง
    • ข้อมูลกระแสเงินทุนหายไป: ไม่พบข้อมูลทั้ง NVDR และ Big Lot หากปราศจากการยืนยันกระแสเงินทุนสถาบัน สัญญาณ breakout ก็ยังไม่ผ่านการตรวจสอบและมีความเชื่อมั่นต่ำ

    การทำให้สมมติฐานเป็นโมฆะ: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 8.05 บาท ด้วยวอลุ่มสูงกว่าค่าเฉลี่ย, หรือผลประกอบการ Q2 แสดงถึงรายได้ที่ลดลงต่อเนื่องเกิน 10% พร้อมกับอัตราค่าระวางเรือล่วงหน้าที่อ่อนแอลง


    7. การกำหนดขนาดของสถานะ

    • มูลค่าพอร์ตโฟลิโอ: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 8.55 − 8.05 = 0.50 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีข้อมูลของพอร์ต
    • หมายเหตุขนาดสถานะ: หากเข้าเทรด, จำกัดขนาดสถานะให้ความเสี่ยงรวม (0.50 บาท × จำนวนหุ้น) ไม่เกิน 1–2% ของมูลค่าพอร์ตหุ้น ปัดเศษลงเป็นขนาดล็อตมาตรฐาน (มาตรฐานตลาดหลักทรัพย์ฯ: 100 หุ้น) อัตราส่วน R:R 0.90:1 ในปัจจุบัน ควรกระตุ้นให้มีการจัดสรรในสัดส่วนที่น้อยกว่ามาตรฐานแม้ว่ารูปแบบจะถูกกระตุ้นก็ตาม รอจังหวะ pullback เพื่อปรับปรุงตัวเลขทางคณิตศาสตร์ของความเสี่ยง

    สูตร (สำหรับอ้างอิง):

    “`

    งบความเสี่ยง = มูลค่าพอร์ต × 0.02

    จำนวนหุ้น = ปัดเศษลง(งบความเสี่ยง / 0.50)

    “`


    8. บันทึกข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลทางเทคนิคที่นำเข้า 7 ส.ค. 2569 (เวลาบนกราฟ) ปัจจุบัน พื้นฐานของสมมติฐาน breakout ขาขึ้น
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2569 (ช่วงดึงข้อมูล) มีให้ ยืนยันกฎการบีบตัว-breakout และการยืนยันด้วยวอลุ่ม
    Query Biglot Stock Daily from RAG ไม่มีข้อมูล ไม่ปรากฏ ไม่สามารถยืนยันการสะสมของสถาบัน; ลดความเชื่อมั่น
    Query Short Stock Daily from RAG 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน ดอกเบี้ยชอร์ตต่ำ — ไร้พิษภัย; ตรวจไม่พบแรงกดดันขาลง
    NVDR Analyzer ข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่ปรากฏ ไม่ทราบทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ; ลดความเชื่อมั่น
    Tavily Search 7 ส.ค. 2569 (การค้นหา) มีให้ ประกาศผลประกอบการวันนี้; เป้านักวิเคราะห์ขาลง; บริบท BDI

    แหล่งข้อมูลภายนอก:

    • StockAnalysis.com — ภาพรวม PSL, ข้อมูลราคา, วันที่ประกาศผลประกอบการ (ดึงข้อมูล 7 ส.ค. 2569)
    • Yahoo Finance — การประเมินมูลค่า PSL, เป้าหมายนักวิเคราะห์, จุดเด่นทางการเงิน (ดึงข้อมูล 7 ส.ค. 2569)
    • FT.com / Reuters — รายละเอียดบริษัท, บริบทการขนส่งทางเรือเทกองแห้ง
    • เว็บไซต์บริษัท Precious Shipping — ข้อมูล BDI, เอกสารอ้างอิงการประชุมผลประกอบการ Q1/2569

    ความขัดแย้งที่มีนัยสำคัญ: เป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ที่ 6.93 บาท ขัดแย้งกับเป้าหมายการ breakout ทางเทคนิคที่ 9.00 บาท ความตึงเครียดระหว่างการประเมินมูลค่าพื้นฐานและโมเมนตัมทางเทคนิคนี้ คือหัวใจของความเสี่ยงในรูปแบบนี้


    9. การตัดสินใจขั้นสุดท้าย

    ติดตามดู — อย่าเข้าเทรดก่อนผลประกอบการ Q2 (7 สิงหาคม 2569) จะถูกประกาศและตลาดซึมซับ การเข้าเทรดที่สมเหตุสมผลต้องมีการปิดเหนือ 8.55 บาท หลังประกาศผลประกอบการ พร้อมวอลุ่มที่ขยายตัว หรือการย่อตัวกลับมายังโซน 8.10–8.20 เพื่อกู้อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงให้กลับมาเหนือ 1.5:1 จุด Stop-Loss ที่ 8.05 บาท ความเสี่ยงหลักคือความขัดแย้งระหว่างพื้นฐานกับเทคนิค ระหว่างเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 6.93 บาท กับเป้าหมายการ breakout ที่ 9.00 บาท

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T09:19:17.731+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:psl|company_name:บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน)|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:HOLD|target_price_1:9|entry_price:8.55|sell_price:9|stop_loss_level:8.05|chart_timeframe:1D|volume_status:EXPANDING_ON_BREAKOUT|immediate_support:8.05|immediate_resistance:9|risk_reward_ratio:9|volatility_squeeze_status:Breakout-Up|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าระดับ stop ที่วางแผนไว้ในระหว่างเกิดช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ไม่มีสภาพคล่อง เหตุการณ์การประกาศผลประกอบการในวันนี้สร้างความเสี่ยงจากช่องว่างราคาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่สามารถจัดการได้ด้วยคำสั่ง stop-loss แบบปกติ*

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7709.85 -0.11 0 2026-08-07
    US30 INDU:IND 53835 -50.58 -0.09 % 2026-08-07
    US100 US100:IND 29392 +19.03 +0.06 % 2026-08-07
    Vilnius VILSE:IND 1504 -1.3 -0.09 % 2026-08-07
    US1000 RIY:IND 4196.8 -7.56 -0.18 % 2026-08-07
    TUN TUSISE:IND 20119 -37.75 -0.19 % 2026-08-07
    USE All Share ALSIUG:IND 2215.47 +3.87 +0.18 % 2026-08-07
    ZSI Industrials INDZI:IND 472.24 -0.63 -0.13 % 2026-08-07

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6507 -5.75 -0.09 % 2026-08-07
    EU600 STOXX:IND 658.2 0 0 2026-08-07
    EU100 N100:IND 1966 +7.96 +0.41 % 2026-08-07
    EU350 SPE350:IND 2670.85 +0.25 +0.01 % 2026-08-07
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 320.09 +1.6 +0.5 % 2026-08-07

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4651 -6.85 -0.15 % 2026-08-07
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24636 +11.35 +0.05 % 2026-08-07
    AU50 AS52:IND 9046 -34.3 -0.38 % 2026-08-07

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 65135 -548.26 -0.83 % 2026-08-07
    GB100 UKX:IND 10868 -20.41 -0.19 % 2026-08-07
    DE40 DAX:IND 26169 +29.17 +0.11 % 2026-08-07
    FR40 CAC:IND 8700 +30.41 +0.35 % 2026-08-07
    IT40 FTSEMIB:IND 53683 +235.91 +0.44 % 2026-08-07
    ES35 IBEX:IND 20180 +123.4 +0.62 % 2026-08-07
    ASX200 AS51:IND 9212 -59.6 -0.64 % 2026-08-07
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3900 +21.92 +0.57 % 2026-08-07
    SENSEX SENSEX:IND 78955 +373.75 +0.48 % 2026-08-07
    TSX SPTSX:IND 36136 0 0 2026-08-07
    MOEX INDEXCF:IND 2286 -15.77 -0.69 % 2026-08-07
    IBOVESPA IBOV:IND 175546 -2 -1.23 % 2026-08-07
    IPC MEXBOL:IND 66396 -129.03 -0.19 % 2026-08-07
    NL30 AEX:IND 1112 +1.13 +0.1 % 2026-08-07
    CH20 SMI:IND 14519 -32.81 -0.23 % 2026-08-07
    SAALL JALSH:IND 115306 -109.36 -0.09 % 2026-08-07
    STI FSSTI:IND 5639 +57.62 +1.03 % 2026-08-07
    HK50 HSI:IND 25530 -385.54 -1.49 % 2026-08-07
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13873 -7.47 -0.05 % 2026-08-07
    BIST 100 XU100:IND 13799 +95.69 +0.7 % 2026-08-07
    Stockholm 30 S30:IND 3323 -3.83 -0.12 % 2026-08-07
    WIG WIG:IND 152153 +1 +0.71 % 2026-08-07
    BE20 BEL20:IND 5760 -15.75 -0.27 % 2026-08-07
    Oslo OSEAX:IND 2382 +8.18 +0.34 % 2026-08-07
    ATX ATX:IND 6745 +40.76 +0.61 % 2026-08-07
    Copenhagen KFX:IND 1569 +1.86 +0.12 % 2026-08-07
    Helsinki HEX:IND 13216 +36.01 +0.27 % 2026-08-07
    Helsinki 25 HEX25:IND 6240 +18.18 +0.29 % 2026-08-07
    ISEQ ISEQ:IND 14041 +25.07 +0.18 % 2026-08-07
    Athens General ASE:IND 2608 -15.47 -0.59 % 2026-08-07
    PSI Geral BVLX:IND 6211 +40.24 +0.65 % 2026-08-07
    PSI PSI20:IND 9224 +48.09 +0.52 % 2026-08-07
    PX PX:IND 2805 +36.08 +1.3 % 2026-08-07
    BET BET:IND 36070 -207.25 -0.57 % 2026-08-07
    BUX BUX:IND 146563 -1 -1.03 % 2026-08-07
    SAX SKSM:IND 324 0 0 2026-08-07
    LuxX LUXXX:IND 2014 -7.95 -0.39 % 2026-08-07
    CROBEX CRO:IND 4441 +4.61 +0.1 % 2026-08-07
    SOFIX SOFIX:IND 1311 -0.45 -0.03 % 2026-08-07
    SBITOP SBITOP:IND 3252 +0.93 +0.03 % 2026-08-07
    BELEX 15 BELEX15:IND 1239 +3.4 +0.28 % 2026-08-07
    SASX 10 SASX10:IND 1530 -11.83 -0.77 % 2026-08-07
    CSE General CYSMMAPA:IND 317 -0.94 -0.3 % 2026-08-07
    Tallinn TALSE:IND 2158 +3.9 +0.18 % 2026-08-07
    Riga RIGSE:IND 923 -5.19 -0.56 % 2026-08-07
    ICEX ICEXI:IND 2039 -9.22 -0.45 % 2026-08-07
    MBI 10 MBI:IND 9236 +24.13 +0.26 % 2026-08-07
    MSE MALTEX:IND 4137 -9.77 -0.24 % 2026-08-07
    Monex MONEX:IND 17517.24 -0.78 0 2026-08-07
    DE Mid MDAX:IND 32459.07 +62.12 +0.19 % 2026-08-07
    DE Small SDAX:IND 18564.81 +10.9 +0.06 % 2026-08-07
    Ecuador General BVQA:IND 1764 -4.95 -0.28 % 2026-08-07
    Merval MERVAL:IND 3100732 -55 -1.76 % 2026-08-07
    IBC IBVC:IND 5159 +4.38 +0.09 % 2026-08-07
    COLCAP COLCAP:IND 2350 +5.64 +0.24 % 2026-08-07
    IGPA IGPA:IND 56609 +1 +2.55 % 2026-08-07
    BVPSI BVPSBVPS:IND 714 +4.07 +0.57 % 2026-08-07
    BSX BSX:IND 3949 0 0 2026-08-07
    JSE JMSMX:IND 376719 +1 +0.43 % 2026-08-07
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2920 -3.93 -0.13 % 2026-08-07
    CH50 XIN9:IND 14964.53 -11.5 -0.08 % 2026-08-07
    DSE Broad DSEX:IND 5861 -33.17 -0.56 % 2026-08-07
    JCI JCI:IND 6344 -7.43 -0.12 % 2026-08-07
    TASI SASEIDX:IND 10812 -75.98 -0.7 % 2026-08-07
    TSI TWSE:IND 44397 -214.9 -0.48 % 2026-08-07
    ADX General ADSMI:IND 10121 +9.27 +0.09 % 2026-08-07
    SET 50 SET50:IND 1085 +7.59 +0.7 % 2026-08-07
    FKLCI FBMKLCI:IND 1737 -11.02 -0.63 % 2026-08-07
    TA-125 TA-125:IND 4032 +9.33 +0.23 % 2026-08-07
    PSEi PCOMP:IND 6278 -8.36 -0.13 % 2026-08-07
    KSE 100 KSE100:IND 181777 +1 +0.98 % 2026-08-07
    KASE KZKAK:IND 7872 -2.24 -0.03 % 2026-08-07
    QE DSM:IND 10112 -69.57 -0.68 % 2026-08-07
    HNX VHINDEX:IND 292.64 -0.95 -0.32 % 2026-08-07
    VN VNINDEX:IND 1765 -11.68 -0.66 % 2026-08-07
    MSM 30 MSM30:IND 7368 +18.84 +0.26 % 2026-08-07
    ASPI CSEALL:IND 21270 +102.73 +0.49 % 2026-08-07
    Blom BLOM:IND 1776 +4.8 +0.27 % 2026-08-07
    ASE JOSMGNFF:IND 3986 +16.92 +0.43 % 2026-08-07
    LSX Composite LSXC:IND 1331 +2.31 +0.17 % 2026-08-07
    MSE 20 MSETOP:IND 55236 +287.8 +0.52 % 2026-08-07
    DFM General DFMGI:IND 5918 -89.89 -1.5 % 2026-08-07
    Kuwait All Share BKA:IND 8876.76 +29.67 +0.34 % 2026-08-07
    JPVIX VXJ:IND 29.78 -3.29 -9.95 % 2026-08-07
    Estirad BHSEEI:IND 1965.23 +8.99 +0.46 % 2026-08-07
    ASX All Share AS30:IND 9432 -20.3 -0.21 % 2026-08-07
    NSE All Share NGSEINDX:IND 245209 +297.11 +0.12 % 2026-08-07
    SA40 TOP40:IND 107258 -118.68 -0.11 % 2026-08-07
    EGX 30 CASE:IND 54677 +17.29 +0.03 % 2026-08-07
    CFG 25 MOSENEW:IND 18479 +149.53 +0.82 % 2026-08-07
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4108 -54.79 -1.32 % 2026-08-07
    Nairobi All Share NSEASI:IND 235 +0.21 +0.09 % 2026-08-07
    DSEI DARSDSEI:IND 4178 -11.46 -0.27 % 2026-08-07
    GGSECI GGSECI:IND 15202 -19.39 -0.13 % 2026-08-07
    SEMDEX SEMDEX:IND 2278 -2.88 -0.13 % 2026-08-07
    NSX Overall FTN098:IND 2429 +3.81 +0.16 % 2026-08-07
    Gaborone BGSMDC:IND 11206 +4.72 +0.04 % 2026-08-07

    Commodities Index Report

    ENERGY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Crude Oil CL1:COM 77.873 +0.5831 +0.75 % Aug/07
    Brent CO1:COM 83.309 +0.8192 +0.99 % Aug/07
    Natural gas NG1:COM 2.6202 -0.0198 -0.75 % Aug/07
    Gasoline XB1:COM 2.9406 +0.0021 +0.07 % Aug/07
    Heating Oil HO1:COM 3.9096 +0.0276 +0.71 % Aug/07
    Coal XAL1:COM 128.25 -0.55 -0.43 % Aug/06
    EU Gas NGEU:COM 58.43 +0.1178 +0.2 % Aug/07
    UK Gas NGUK:COM 143.38 +15.34 +11.98 % Aug/06
    Ethanol DL1:COM 1.9425 +0.01 +0.52 % Aug/06
    Naphtha MOB:COM 702.68 +33.914 +5.07 % Aug/06
    Propane PNL:COM 0.68 +0.0082 +1.22 % Aug/06
    Uranium UXA:COM 86.5 +0.15 +0.17 % Aug/06
    Methanol CMA:COM 2461 -39 -1.56 % Aug/06
    Coking Coal DJM:COM 215.5 +0.5 +0.23 % Aug/06
    LNG JKM LNGJKM:COM 21.14 +0.225 +1.08 % Aug/06
    German Gas NGDE:COM 56.96 +3.34 +6.23 % Aug/06
    Urals Oil URDB:COM 76.24 +0.98 +1.3 % Aug/05

    METALS

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Gold XAUUSD:CUR 4239.11 -0.74 -0.02 % Aug/07
    Silver XAGUSD:CUR 61.309 -0.1886 -0.31 % Aug/07
    Copper HG1:COM 6.6984 +0.0114 +0.17 % Aug/07
    Steel JBP:COM 3011 +4 +0.13 % Aug/06
    Lithium LC:COM 141500 +1250 +0.89 % Aug/06
    Iron Ore CNY IOE:COM 716.5 -2.5 -0.35 % Aug/07
    Platinum XPTUSD:CUR 1743.3 +5.4 +0.31 % Aug/07
    Cobalt Hydroxide COH:COM 51269.98 +1334.23 +2.67 % Aug/05
    HRC Steel HRC:COM 1198 +5 +0.42 % Aug/06
    Scrap Aluminum SAL:COM 2432.8 +16.53 +0.68 % Aug/05
    Iron Ore SCO:COM 95.28 +1.37 +1.46 % Aug/06
    Silicon SI:COM 8425 +55 +0.66 % Aug/06
    Scrap Steel SSC:COM 380.5 +0.5 +0.13 % Aug/05
    Titanium TTSG:COM 44.5 0 0 Aug/06

    AGRICULTURAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Soybeans S 1:COM 1152.64 -4.6118 -0.4 % Aug/07
    Wheat W 1:COM 628.86 -2.3931 -0.38 % Aug/07
    Lumber LB1:COM 578 -1.5 -0.26 % Aug/06
    Palm Oil PLO:COM 4686 -16 -0.34 % Aug/06
    Cheese CHE:COM 1.664 +0.004 +0.24 % Aug/07
    Milk DA:COM 16.74 -0.01 -0.06 % Aug/06
    Rubber JN1:COM 217.6 +0.7 +0.32 % Aug/06
    Orange Juice JO1:COM 152.55 -5.15 -3.27 % Aug/06
    Coffee KC1:COM 308.25 -3.2 -1.03 % Aug/06
    Cotton CT1:COM 83.1 +0.08 +0.1 % Aug/06
    Rice RR1:COM 14.1908 +0.0058 +0.04 % Aug/07
    Canola RS1:COM 767.06 -0.1377 -0.02 % Aug/07
    Oat O 1:COM 307.759 -1.991 -0.64 % Aug/07
    Wool OL1:COM 1873 0 0 Aug/06
    Sugar SB1:COM 15.58 +0.43 +2.84 % Aug/06
    Cocoa CC1:COM 5723 -159 -2.7 % Aug/06
    Tea TEA:COM 212.14 -9.67 -4.36 % Jul/25
    Sunflower Oil SUNF:COM 1667.8 +1.1 +0.07 % Aug/06
    Rapeseed RSO:COM 526.25 +2.75 +0.53 % Aug/06
    Barley BL1:COM 2327 +46 +2.02 % Aug/06
    Butter FABT:COM 4000 -250 -5.88 % Aug/06
    Corn C 1:COM 439.5622 +0.5622 +0.13 % Aug/07

    INDUSTRIAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Bitumen BIT:COM 3980 +120 +3.11 % Aug/06
    Cobalt LCO1:COM 56290 0 0 Aug/06
    Lead LL1:COM 1889.6 +3.17 +0.17 % Aug/07
    Aluminum LMAHDS03:COM 3269.45 +19.8001 +0.61 % Aug/06
    Tin LMSNDS03:COM 56718 +729 +1.3 % Aug/05
    Zinc LMZSDS03:COM 3770.3 +8.75 +0.23 % Aug/07
    Nickel LN1:COM 16728 -12.5 -0.07 % Aug/07
    Molybdenum MOLYBDEN:COM 617.5 0 0 Aug/06
    Palladium XPDUSD:CUR 1374 -2.5 -0.18 % Aug/07
    Rhodium XRH:COM 8650 +75 +0.87 % Aug/07
    Phosphorus PHO:COM 1026 0 0 Aug/06
    Polyethylene POL:COM 7637 +75 +0.99 % Aug/07
    Polyvinyl PVC:COM 4502 +12 +0.27 % Aug/07
    Polypropylene PYL:COM 8027 +38 +0.48 % Aug/07
    Synthetic Rubber SBR:COM 13383.33 -16.67 -0.12 % Aug/06
    Soda Ash SODASH:COM 1030 0 0 Aug/06
    Neodymium SREMNDM:COM 975000 0 0 Aug/06
    Styrene STR:COM 8380 -320 -3.68 % Aug/06
    Sulfur SULF:COM 9369 +200 +2.18 % Aug/06
    Tellurium TEC:COM 812.5 0 0 Aug/06
    Urea UFB:COM 388 -2 -0.51 % Aug/06
    Di-ammonium UFI:COM 792.5 0 0 Aug/06
    Magnesium MACN:COM 16900 0 0 Aug/06
    Gallium GAC:COM 1825 0 0 Aug/06
    Germanium GECNYBGQ:COM 24000 +250 +1.05 % Aug/06
    Manganese IMR:COM 28.75 0 0 Aug/06
    Indium IUC:COM 5500 0 0 Aug/06
    Kraft Pulp KSP:COM 4676 +10 +0.21 % Aug/06

    LIVESTOCK

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Feeder Cattle FC1:COM 348.25 -5.075 -1.44 % Aug/06
    Live Cattle LC1:COM 231.3 -2.875 -1.23 % Aug/06
    Lean Hogs LH1:COM 95.6 -1 -1.04 % Aug/06
    Beef BEEF:COM 348.3 -0.25 -0.07 % Aug/06
    Poultry POUL:COM 7.15 0 0 Aug/06
    Eggs US WEGGS:COM 1 -0.0056 -0.56 % Aug/06
    Eggs CH DCE:COM 4111 +49 +1.21 % Aug/06
    Salmon NOSMFZ:COM 72.79 +0.71 +0.99 % Jul/31

    INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CRB Index CRYTR:IND 479.85 +1.4046 +0.29 % Aug/05
    GSCI SPGSCITR:IND 665.39 +10.3061 +1.57 % Aug/06
    SSE Commodity Index SSECC:COM 7216.99 -81.0205 -1.11 % Aug/06
    Containerized Freight Index SPSCFI:COM 3205.97 0 0 Aug/07
    EU Carbon Permits EECXM:IND 81.89 +0.8 +0.99 % Aug/06
    Wind Energy Index GWETR:IND 23.67 +0.22 +0.94 % Aug/06
    Nuclear Energy Index MVNLRTR:IND 43.33 +0.37 +0.86 % Aug/06
    Solar Energy Index SOLARNTR:IND 51.78 +0.98 +1.93 % Aug/06

    ELECTRICITY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    United Kingdom GBRELEPRI:COM 113.61 +3.28 +2.97 % Aug/06
    Germany DEUELEPRI:COM 118.94 0 0 Aug/06
    France FRAELEPRI:COM 62.22 +1.84 +3.05 % Aug/06
    Italy ITAELEPRI:COM 184.23 -14.1222 -7.12 % Aug/07
    Spain ESPELEPRI:COM 119.03 +9.52 +8.69 % Aug/07

    TEAM

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจหุ้น: TEAM — บริษัท ทีม พรีซิชั่น จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การกระทำหลัก หลีกเลี่ยง (AVOID)
    สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว ขาย 50–100% เพื่อล็อกกำไร YTD +119.52%; ตั้ง Stop Loss เด็ดขาดที่ 4.44
    แนวโน้มทิศทาง ขาลง / เป็นกลาง (ไซด์เวย์, ไม่มี Setup, ยืดตัวสูงมาก YTD)
    ระดับความเชื่อมั่น ต่ำ
    ระยะเวลาลงทุน ไม่มีการเทรด — ไม่มี Setup ที่ถูกต้อง
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 4.76 บาท (ปิด 5 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 5 ส.ค. 2569
    สถานะของรูปแบบ ไม่ถูกต้อง — ไม่มี Squeeze; ไซด์เวย์ไร้โมเมนตัม; R:R 0.50:1; ราคาขายต่ำกว่าราคาเข้า

    แก่นการตัดสินใจ: TEAM ไม่มีการตั้งค่าเทรดที่น่าสนใจ หุ้นเคลื่อนไหวไซด์เวย์สะสมตัวไร้โมเมนตัม (MACD ที่เส้นศูนย์, RSI เป็นกลาง, Keltner แบนราบ), ไม่มีการบีบตัวของความผันผวน, และวอลุ่มหดตัว R:R อยู่ที่ 0.50:1 (เสี่ยง 0.36 บาท เพื่อกำไร 0.18 บาท) — แย่ที่สุดในบรรดาหุ้นที่วิเคราะห์ทั้งหมด ราคาขายที่ให้มา 4.68 ต่ำกว่า ราคาเข้า 4.80 หมายความว่า แม้แต่กรอบข้อมูลเองยังยอมรับว่าจะขาดทุนจากการเทรด NVDR เป็นกลางและมีสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท Big Lot และ Short Selling ไม่มีข้อมูล หุ้นปรับตัวขึ้นแล้ว +119.52% YTD ไม่มีเหตุผลใดรองรับการ Long ใหม่ที่ระดับราคานี้ สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว กำไร +119.52% YTD ถือเป็นกำไรสุดยอด — สมควรขายทำกำไร


    2. ตารางประเมินหลักฐาน

    หลักฐาน ผลการตรวจสอบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง ไซด์เวย์; สะสมตัว; Keltner แบนราบ; ไม่มี Squeeze (volatility_squeeze_status: Neutral — ไม่แม้แต่ In-Squeeze); วอลุ่มหดตัว เป็นกลาง / ไม่มี Setup สูง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มหดตัว; MACD ที่เส้นศูนย์ (Zero-Line, ไร้โมเมนตัม, ไม่มี Crossover); RSI เป็นกลาง; ไม่มี Divergence; ไม่มีสัญญาณ Price Action เป็นกลาง / ไม่มีความได้เปรียบ สูง
    Big Lot ไม่พบข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูล N/A
    Short Selling ไม่พบข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูล N/A
    NVDR ขายสุทธิ -3.45% ในวันล่าสุด; Spike วอลุ่ม 7.37 เท่า; ยอดสะสม 3 วัน +13.29 ล้านบาท (เล็กน้อยมากสำหรับมาร์เก็ตแคป 3,000 ล้าน); สภาพคล่อง <100 ล้านถูกแจ้งเตือน; จัดประเภท "Neutral / Low / No clear signal" สัญญาณรบกวนเป็นกลาง (ความน่าเชื่อถือต่ำ) ต่ำ
    ข่าวและตัวเร่ง ไตรมาส 2/2569 รายงานแล้ว; กำไรสุทธิลดลง (ประมาณ 39 ล้าน เทียบกับ 79 ล้านในไตรมาส 1); อัตรากำไรหดตัว; P/E 14.13x; P/BV 2.01; มาร์เก็ตแคป 3,010 ล้าน; YTD +119.52% เชิงลบ (กำไรลดลง; ยืดตัวอย่างรุนแรง) สูง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 14.13x; P/BV 2.01; P/S 1.04; EPS ลดลง; อัตรากำไรหดตัว; ไม่กล่าวถึงเงินปันผล — อาจไม่มีหรือเล็กน้อย เป็นกลางถึงเชิงลบ (ไม่ถูกสำหรับธุรกิจขาลงตามวัฏจักร) สูง

    สรุปความสอดคล้องของหลักฐาน: ไม่มีข้อมูล / ไม่มีสัญญาณที่ถูกต้อง — TEAM เป็นหุ้นเล็กไซด์เวย์ไร้โมเมนตัม, ไม่มี Squeeze, วอลุ่มหด, และกำไรลดลง NVDR ให้สัญญาณที่ไร้ประโยชน์ Big Lot และ Short Selling ไม่มีข้อมูลทั้งคู่ ไม่มีความสอดคล้องของหลักฐาน เพราะไม่มีสัญญาณตั้งแต่แรก


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ (สะสมตัว; ไม่มี Higher-High หรือ Lower-Low; แกว่งในกรอบ)
    • วัฏจักรตลาด: ไม่ชัดเจน — การปรับตัวขึ้น +119.52% YTD บ่งชี้ว่าช่วง Markup โตเต็มที่แล้ว; การสะสมตัวไซด์เวย์และกำไรไตรมาส 2 ที่ลดลงชี้ถึงการกระจายหุ้นหรือการทำจุดสูงสุด ตามคู่มือวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง 52 สัปดาห์: *”เฟสกระจาย: ราคาทำจุดสูงสุดใหม่”* — จุดสูงสุด YTD ของ TEAM ที่ 5.75 เทียบกับปัจจุบัน 4.76 คิดเป็นการลดลง 17% จากจุดสูงสุด สอดคล้องกับการกระจายหุ้น
    • แนวรับสำคัญ: 4.44 (Stop-Loss / แนวรับเชิงโครงสร้าง); ต่ำกว่านั้น 2.18 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ — ลดลง 53% จากระดับปัจจุบัน)
    • แนวต้านสำคัญ: 4.80 (จุดเข้า / แนวต้านเร่งด่วน); 4.98 (เป้าหมาย); 5.75 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม:
    • MACD: Zero-Line-Position — ไม่เป็นขาขึ้นหรือขาลง ไม่มี Crossover ไม่มีโมเมนตัม MACD อยู่ที่สมดุล — ตลาดไร้ทิศทาง
    • RSI: เป็นกลาง — ไม่มีภาวะ Oversold/Overbought ไม่มี Divergence ไม่มีสัญญาณทิศทางใดๆ เลย
    • Volatility Squeeze: Neutral — นี่คือข้อเท็จจริงทางเทคนิคที่ย่ำแย่ที่สุด TEAM ไม่อยู่ในสถานะ In-Squeeze สถานะ Volatility Squeeze คือ Neutral — หมายความว่าไม่มีการบีบอัด ไม่มีการทะลุกรอบที่กำลังจะเกิด และไม่มีการตั้งค่าเทรดแบบ Squeeze หุ้นแค่ลอยตัวไซด์เวย์
    • Keltner แบนราบ: ไม่มีโมเมนตัมทิศทาง ราคาไม่ได้ถูกบีบเข้าหาจุดแตกตัว; มันแค่แบน
    • วอลุ่มหดตัว: วอลุ่มลดลง — สอดคล้องกับความไม่สนใจ ไม่ใช่การสะสม ตามคำอธิบายเฟสการสะสม: *”หากคุณสังเกตเห็นวอลุ่มเพิ่มขึ้นในวันที่ราคาลดลงแต่ไม่หลุดแนวรับ แสดงว่า Smart Money กำลังค่อยๆ เก็บหุ้นราคาถูก”* TEAM มีวอลุ่มหด — ซึ่งตรงข้ามกับการสะสม ไม่มีดอกเบี้ยสถาบัน
    • การตีความ Big Lot: ไม่มีข้อมูล สำหรับหุ้นเล็กมาร์เก็ตแคป 3,010 ล้าน ข้อมูล Big Lot มักไม่มีนัยสำคัญ การไม่มีข้อมูลสอดคล้องกับความสนใจของสถาบันที่ต่ำ
    • การตีความ Short-Selling: ไม่มีข้อมูล ไม่สามารถประเมินความเชื่อมั่นขาลง
    • การตีความ NVDR: NVDR เป็นสัญญาณรบกวนที่นำไปใช้ไม่ได้:
    • วอลุ่มพุ่ง: 7.37 เท่า — ผิดปกติสูงบนวอลุ่มเบาบาง
    • สัดส่วนสุทธิ: -3.45% — ขายสุทธิเล็กน้อย
    • ยอดสะสม 3 วัน: +13,291,440 บาท — เป็นบวกแต่เล็กน้อยมากสำหรับบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคป 3,000 ล้าน (~0.44% ของมูลค่าตลาด) ไม่มีนัยสำคัญเชิงสถาบัน
    • สภาพคล่อง <100 ล้านบาท — ถูกแจ้งเตือน เครื่องวิเคราะห์ NVDR เตือนว่านี่อาจเป็นสัญญาณเท็จหรือการปรับโครงสร้าง Big Lot
    • การจัดประเภท: “Neutral / Low / No clear signal” — เครื่องวิเคราะห์ NVDR เองปฏิเสธที่จะออกคำแนะนำใดๆ

    บทสรุป: NVDR เป็นสัญญาณรบกวนเป็นกลาง ไม่ต้องสนใจ

    • บทสรุปกระแสเงินรวม: ข้อมูลกระแสเงินแทบไม่มีเลย NVDR เป็นกลาง/ไม่น่าเชื่อถือ Big Lot และ Short Selling ไม่มีข้อมูล ภาพทางเทคนิคแสดงหุ้นไซด์เวย์ไร้ Squeeze ไร้โมเมนตัม และวอลุ่มหด ไม่มีเหตุผลจากกระแสเงินใดให้เทรด TEAM

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเทรด — Setup นี้ไม่ผ่านทุกตัวกรอง
    • โซนเข้า: 4.80 (ตามที่ให้มา) — ไม่ถูกต้อง R:R คือ 0.50:1 และราคาขาย 4.68 ต่ำกว่าราคาเข้า
    • จุดกระตุ้นเข้า: ไม่มี ไม่มีจุดกระตุ้นที่ถูกต้อง แม้จะเกิดการย่อตัว แนวโน้มไซด์เวย์ ไร้โมเมนตัม และกำไรที่ลดลงก็ไม่สนับสนุนการ Long
    • เป้าหมายที่ 1: 4.98 บาท — แนวต้านที่ให้มา วิธีวัด: แนวต้านเชิงโครงสร้าง
    • เป้าหมายที่ 2: ไม่มี
    • จุด Stop Loss: 4.44 บาท — แนวรับเชิงโครงสร้าง (ตามที่ให้มา)
    • Trailing Stop: ไม่เกี่ยวข้อง
    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 1 (ณ จุดเข้า 4.80): (4.98 – 4.80) / (4.80 – 4.44) = 0.18 / 0.36 = 0.50:1 — R:R ที่แย่ที่สุดในบรรดาหุ้นที่วิเคราะห์ทั้งหมด

    ⚠️ ข้อสังเกตสำคัญ: ราคาขาย (sell_price) ที่ให้มาคือ 4.68 ซึ่ง ต่ำกว่า ราคาเข้า (entry_price) 4.80 หมายความว่าแม้แต่กรอบของข้อมูลเองยังยอมรับการขาดทุน: เข้าที่ 4.80 และขายที่ 4.68 ทำให้ขาดทุน -0.12 บาทต่อหุ้น (-2.5%) เป้าหมาย target_price_1 อยู่ที่ 4.98 (+3.75%) แต่ราคาขายต่ำกว่าราคาเข้า ข้อมูลที่ให้มามีความขัดแย้งภายใน — การเทรดถูกออกแบบให้ขาดทุน

    เพื่อให้ได้ R:R ขั้นต่ำ 1.50:1: (เป้าหมาย – 4.80) / 0.36 = 1.50 → เป้าหมายต้องเป็น 5.34 — ซึ่งสูงกว่าโซนจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 5.75 และไม่สมจริงในแนวโน้มขาลงจาก 5.75

    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ห้ามดำเนินการ ประเมินใหม่เฉพาะเมื่อเกิดจุดต่ำสุดยืนยันเหนือ 4.44 พร้อม MACD ตัดขึ้น, วอลุ่มขยายตัว, และรูปแบบการสะสมที่ชัดเจน
    • ห้ามเข้าหาก: ทุกข้อต่อไปนี้เป็นจริงในปัจจุบัน:

    1. R:R = 0.50:1 — ไม่ผ่าน

    2. ไม่มี Squeeze — ไม่ผ่าน

    3. MACD ที่เส้นศูนย์ — ไม่ผ่าน

    4. ราคาขายต่ำกว่าราคาเข้า — ไม่ผ่าน

    5. กำไรลดลง — ไม่ผ่าน

    6. YTD +119.52% = ยืดตัวอย่างมาก — ไม่ผ่าน

    ไม่มีทางยกระดับได้ กว่า TEAM จะน่าลงทุน ต้องมี: จุดต่ำสุด/ฐานราคายืนยัน, MACD ตัดขึ้น, วอลุ่มขยายตัว, กำไรฟื้นตัว, และ R:R ที่ปรับโครงสร้างสูงกว่า 1.5:1 เงื่อนไขเหล่านี้แยกจากข้อมูลปัจจุบันโดยสิ้นเชิง


    5. แผนภาพสถานการณ์

    สถานการณ์ จุดกระตุ้น แนวทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น (Bull Case) ราคาปิดเหนือ 4.98 ด้วยวอลุ่มขยาย; MACD ตัดขึ้น; กำไรไตรมาส 3/2569 ดีขึ้น ปรับตัวขึ้นสู่ 5.75 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์) ปิดต่ำกว่า 4.44
    กรณีฐาน (Base Case) ราคาไซด์เวย์ต่อในกรอบ 4.44–4.80; ไม่มี Squeeze; ไม่มีโมเมนตัม; วอลุ่มต่ำ ลอยตัวต่อเนื่อง; ไม่มีโอกาสเทรด; หุ้นซบเซา —
    กรณีขาลง (Bear Case) ราคาปิดต่ำกว่า 4.44; กำไรลดต่อ; กำไร YTD หายวับ ปรับลงสู่ 3.50 จากนั้น 2.18 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์); การขึ้น YTD +119.52% คือการกระจาย ไม่ใช่การสะสม ฟื้นตัวเหนือ 4.80

    กรณีฐานเป็นผลลัพธ์ระยะใกล้ที่มีโอกาสเกิดสูงสุด — ลอยตัวไซด์เวย์ต่อไปโดยไม่มีสัญญาณเทรด


    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2/2569: รายงานแล้ว (ปลายกรกฎาคม 2569 จากข้อมูล Google Finance) กำไรสุทธิดูเหมือนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (ไตรมาส 1: ~79 ล้าน; ไตรมาส 2 ประมาณ 39 ล้าน) บ่งชี้การบีบอัดอัตรากำไรหรือรายได้ชะลอตัว ตลาดซึมซับข่าวนี้แล้ว — ราคา 4.76 สะท้อนการย่อยหลังงบ
    • ไม่พบตัวเร่งที่กำลังมา TEAM ไม่มีบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์, ไม่มีการประกาศ Corporate Action, และไม่มีเหตุการณ์ตามปฏิทิน นี่คือหุ้นเล็กที่มองเห็นได้ยาก

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การไม่มี Squeeze หมายความว่าไม่มีการเคลื่อนไหวในทิศทางที่กำลังจะเกิด การสะสมตัวไซด์เวย์พร้อมวอลุ่มหดคือตลาด “ไม่ต้องทำอะไร” Setup นี้ไม่มีอยู่จริง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: NVDR เป็นสัญญาณรบกวนเป็นกลาง สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้าน Big Lot และ Short Selling ไม่มีข้อมูล สามเสาหลักของกระแสเงินขาดหายไปทั้งในเชิงฟังก์ชัน — นี่คือนิยามของเทรดที่ข้อมูลเบาบาง
    • ความเสี่ยงพื้นฐาน: กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ดูเหมือนลดลงครึ่งหนึ่งจากไตรมาส 1 (79 ล้าน → ~39 ล้าน) อัตรากำไรสุทธิบีบอัด P/E 14.13x ไม่ถูกสำหรับธุรกิจที่กำไรลดลงตามวัฏจักร P/BV 2.01 แพงสำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การขึ้น YTD +119.52% ทำให้ราคายืดเกินพื้นฐานที่แย่ลงอย่างมาก
    • ความเสี่ยงสภาพคล่อง: แม้ปริมาณเฉลี่ย 7.41 ล้านหุ้น/วันบ่งบอกถึงสภาพคล่องที่พอสมควร แต่ NVDR ถูกแจ้งเตือนเรื่องสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของสถาบันที่เบาบาง ความเสี่ยง Slippage สูงขึ้นสำหรับขนาดสถานะที่ใหญ่ ช่วง 52 สัปดาห์ 2.18–5.75 สะท้อนความผันผวนสูงมากสำหรับหุ้นเล็ก — ราคาหุ้นอาจหายไปครึ่งหนึ่งในไม่กี่เดือน

    การสิ้นสุดของแนวคิด: ไม่มีแนวคิดให้สิ้นสุด สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว: แนวคิดคือการขึ้น YTD — ควรขายทำกำไรตอนนี้ในขณะที่กำไร +119.52% ยังอยู่


    7. การจัดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 4.80 – 4.44 = 0.36 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (และไม่เกี่ยวข้อง — ไม่ควรเริ่มเทรด)

    หมายเหตุการจัดขนาด: อย่าจัดขนาดเทรดนี้ สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว: คำนวณกำไร สถานะที่เข้าตอนต้นปี 2569 (~2.18) และถือถึง 4.76 ปัจจุบันทำกำไร +118% ขาย 50–100% ของสถานะ ความเสี่ยง 0.36 บาทต่อหุ้นคิดเป็นระยะ Stop 7.5% — หากถือสถานะลดขนาด จุด Stop ที่ 4.44 จะปกป้องกำไรที่เหลือ สูตรสำหรับผู้ถือเดิมที่ต้องการลด:

    $\text{จำนวนหุ้นที่ขาย} = \left\lfloor \text{จำนวนหุ้นทั้งหมด} \times 0.75 \right\rfloor$ (ขายอย่างน้อย 75%)


    8. บันทึกข้อมูลและที่มา

    แหล่งข้อมูล วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิค (Input) 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน ไซด์เวย์, ไม่มี Squeeze, โมเมนตัมเป็นศูนย์, Keltner แบน, วอลุ่มหด — ไม่มี Setup เทรด
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2569 (เรียกค้น) พร้อมใช้ การสะสมต้องการ “วอลุ่มเพิ่มขึ้นในวันที่ราคาลดลง” — TEAM มีวอลุ่มหด; กลยุทธ์ Squeeze ต้องการสถานะ In-Squeeze — TEAM มี Neutral; ไม่ตรงเงื่อนไขทั้งคู่
    Query Biglot Stock Daily — ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล Big Lot — สอดคล้องกับหุ้นเล็กที่สถาบันให้ความสนใจต่ำ
    Query Short Stock Daily — ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล Short Selling — เสาหลักที่สองของกระแสเงินขาดหาย
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ภายใน 3 เซสชัน) ขายสุทธิ -3.45%; Spike 7.37x; 3D +13.29 ล้าน (เล็กน้อย); สภาพคล่อง <100 ล้านถูกแจ้งเตือน; จัดประเภท "Neutral / Low / No clear signal" — ไม่ต้องสนใจ
    Tavily Search 7 ส.ค. 2569 พร้อมใช้ P/E 14.13x; P/BV 2.01; P/S 1.04; มาร์เก็ตแคป 3,010 ล้าน; YTD +119.52%; กำไรไตรมาส 2/2569 ลดลง (Q1 79 ล้าน → Q2 ~39 ล้าน); ไม่มีนักวิเคราะห์; ไม่มีตัวเร่งที่กำลังมา

    ประเด็นสำคัญ:

    1. ไม่มี Squeeze: สถานะ Volatility Squeeze คือ Neutral — ไม่มีการบีบอัดและไม่มีการทะลุกรอบที่กำลังจะเกิด กลยุทธ์ Squeeze จากฐานความรู้ต้องการ In-Squeeze จึงจะใช้งานได้

    2. ข้อมูลภายในขัดแย้ง: sell_price (4.68) < entry_price (4.80) กรอบข้อมูลยอมรับการขาดทุน

    3. R:R 0.50:1: แย่ที่สุดในบรรดาหุ้นที่วิเคราะห์ เสี่ยง 0.36 บาท เพื่อกำไร 0.18 บาท

    4. สามเสาหลักกระแสเงินขาด (เชิงฟังก์ชัน): Big Lot ไม่มี, Short Selling ไม่มี, NVDR ถูกจัดประเภท Neutral/Low โดยเครื่องมือเอง นี่คือทะเลทรายข้อมูล

    5. +119.52% YTD + กำไรลดลง = Distribution: การขึ้นมหาศาล YTD ประกอบกับกำไรลดลงครึ่งหนึ่ง เป็นรูปแบบการกระจายหุ้นแบบคลาสสิก — Smart Money ขายตอนที่ราคาแข็งแกร่ง


    9. คำตัดสินสุดท้าย

    หลีกเลี่ยง (AVOID) — TEAM เสนอ Setup ที่แย่ที่สุดในบรรดาหุ้นที่วิเคราะห์ทั้งหมด แนวโน้มไซด์เวย์ไร้โมเมนตัม (MACD ที่เส้นศูนย์, RSI เป็นกลาง), ไม่มี Volatility Squeeze (สถานะ: Neutral), Keltner แบนราบ, และวอลุ่มหด R:R อยู่ที่ 0.50:1 — ต่ำที่สุดในทุกหุ้น — เสี่ยง 0.36 บาท เพื่อกำไร 0.18 บาท ราคาขายที่ให้มา 4.68 ต่ำกว่าราคาเข้า 4.80 หมายความว่าแม้กรอบข้อมูลเองยังยอมรับการขาดทุน NVDR ถูกจัดประเภท “Neutral / Low / No clear signal” โดยเครื่องมือวิเคราะห์ NVDR, Big Lot และ Short Selling ไม่มีข้อมูลทั้งคู่, และกำไรไตรมาส 2/2569 กำลังลดลง หุ้นปรับตัวขึ้นแล้ว +119.52% YTD จาก 2.18 เป็น 4.76 — ผู้ถืออยู่แล้วควรขาย 75–100% เพื่อล็อกกำไรสุดพิเศษ อย่าเริ่มสถานะใหม่ใดๆ ประเมินใหม่เฉพาะเมื่อเกิดจุดต่ำสุดยืนยันเหนือ 4.44 พร้อม MACD ตัดขึ้นขาขึ้น, วอลุ่มขยายตัว, และ R:R ที่ดีขึ้น

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T07:56:16.629+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:TEAM|company_name:Team Precision Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:4.98|entry_price:4.8|sell_price:4.68|stop_loss_level:4.44|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:4.44|immediate_resistance:4.8|risk_reward_ratio:0.64|volatility_squeeze_status:Neutral|keltner_channels_slope:Flat|rsi_status:Neutral|macd_status:Zero-Line-Position|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือรายงานสนับสนุนการตัดสินใจบนหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน ราคาเป้าหมายเป็นระดับตามแผนแบบมีเงื่อนไข และผลขาดทุนอาจมากกว่าจุด Stop ที่ตั้งไว้ในกรณีเกิด Gap หรือการซื้อขายที่สภาพคล่องต่ำ*

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15193 -0.0006 -0.05 % -0.046 % +0.8969 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.345 -0.0004 -0.03 % -0.2374 % +0.4601 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70295 -0.0003 -0.04 % +0.161 % +1.4446 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58659 -0.0004 -0.07 % -0.2228 % +2.9466 %
    USDJPY USDJPY:CUR 158.522 +0.0985 +0.06 % +0.6914 % -2.5005 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74784 +0.0002 0 -0.0696 % -0.8599 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.81279 +0.0006 +0.07 % +0.6539 % +0.5406 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.40185 +0.0005 +0.04 % -0.0114 % -1.0859 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.2113 +0.0008 0 -0.7769 % -2.0977 %
    USDINR USDINR:CUR 95.3123 -0.0022 0 -0.2061 % +0.0104 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1235 +0.0002 0 +0.9219 % -0.9397 %
    USDRUB USDRUB:CUR 83 +2.025 +2.5 % +3.737 % +8.5535 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1422.27 -0.93 -0.07 % -1.4318 % -5.5158 %
    DXY DXY:CUR 99.988 +0.0314 +0.03 % +0.0744 % -0.9928 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.7023 +0.0585 +0.12 % +0.4094 % +1.8388 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.5205 +0.0087 +0.09 % -0.3099 % -1.8333 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.73499 +0.0011 +0.03 % -0.1142 % -1.0468 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.54481 -0.0006 -0.01 % +0.6953 % -2.2269 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.3702 +0.0115 +0.07 % -1.0493 % -0.2261 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.48963 +0.003 +0.05 % +0.0459 % -0.8876 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28346 -0.0001 -0.01 % +0.0959 % -0.7984 %
    USDILS USDILS:CUR 3.019 +0.0047 +0.16 % -1.3769 % -0.8027 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84461 -0.0002 0 +0.033 % +0.0689 %
    USDCLP USDCLP:CUR 916.2 +0.32 +0.03 % -1.5262 % -1.9562 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.557 -0.001 0 -0.1116 % -0.2311 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.047 +0.0084 +0.04 % +0.1737 % -0.9607 %
    USDHUF USDHUF:CUR 317.192 +0.212 +0.07 % +0.0929 % +0.7808 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15193 -0.0006 -0.05 % -0.046 % +0.8969 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.345 -0.0004 -0.03 % -0.2374 % +0.4601 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.81279 +0.0006 +0.07 % +0.6539 % +0.5406 %
    USDRUB USDRUB:CUR 83 +2.025 +2.5 % +3.737 % +8.5535 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.7023 +0.0585 +0.12 % +0.4094 % +1.8388 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.5205 +0.0087 +0.09 % -0.3099 % -1.8333 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.73499 +0.0011 +0.03 % -0.1142 % -1.0468 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.54481 -0.0006 -0.01 % +0.6953 % -2.2269 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.48963 +0.003 +0.05 % +0.0459 % -0.8876 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.047 +0.0084 +0.04 % +0.1737 % -0.9607 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5618 +0.0014 +0.03 % +0.2902 % -0.4908 %
    USDHUF USDHUF:CUR 317.192 +0.212 +0.07 % +0.0929 % +0.7808 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.7666 +0.0166 +0.04 % +0.0371 % +0.4862 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.96 -0.0029 -0.1 % +1.7287 % +3.039 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.883 +0.0315 +0.03 % +0.0679 % -0.8767 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6975 +0.0001 +0.01 % +0.1593 % -0.9048 %
    USDISK USDISK:CUR 123.62 +0.04 +0.03 % +0.3898 % -1.3644 %
    USDALL USDALL:CUR 80.925 +0.225 +0.28 % -0.4123 % -1.6169 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.3 +0.03 +0.06 % -0.6616 % -1.1773 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.32 0 0 -0.8586 % -0.8586 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.40185 +0.0005 +0.04 % -0.0114 % -1.0859 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.2113 +0.0008 0 -0.7769 % -2.0977 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1235 +0.0002 0 +0.9219 % -0.9397 %
    DXY DXY:CUR 99.988 +0.0314 +0.03 % +0.0744 % -0.9928 %
    USDARS USDARS:CUR 1499.74 +0.0022 0 +0.9093 % +0.8202 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3160.36 +0.5 +0.02 % -0.192 % -5.5594 %
    USDCLP USDCLP:CUR 916.2 +0.32 +0.03 % -1.5262 % -1.9562 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.3794 -0.0001 0 -0.3097 % -0.8421 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.3 -0.08 -0.14 % +0.103 % -0.8503 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.63 0 0 0 0
    USDURY USDURY:CUR 40.264 +0.009 +0.02 % +0.1094 % +0.1467 %
    USDCRC USDCRC:CUR 454.6 0 0 +0.0859 % -0.0747 %
    USDPAB USDPAB:CUR 1.0007 +0.0007 +0.07 % +0.07 % +0.07 %
    USDBOB USDBOB:CUR 12.0923 +0.2073 +1.74 % +1.8299 % +21.8368 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5946.89 +0.93 +0.02 % -0.3038 % -2.2367 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.7476 -0.0072 -0.08 % -0.0822 % -0.0788 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.769 -0.0091 -0.13 % -0.1696 % -0.249 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8031 0 0 +0.031 % +0.1334 %
    USDJMD USDJMD:CUR 158.475 -0.335 -0.21 % +0.041 % -0.3678 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.7903 -0.0097 -0.03 % -0.0264 % -0.0264 %
    USDHTG USDHTG:CUR 130.719 -0.031 -0.02 % -0.0237 % -0.1192 %
    USDBSD USDBSD:CUR 0.9998 -0.0002 -0.02 % -0.02 % -0.02 %
    USDSRD USDSRD:CUR 37.7734 -0.0023 -0.01 % +0.1156 % +0.625 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209 -0.3 -0.14 % +0.1437 % -0.1433 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 754.2112 -1.5512 -0.21 % +0.8505 % +7.8447 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 158.522 +0.0985 +0.06 % +0.6914 % -2.5005 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74784 +0.0002 0 -0.0696 % -0.8599 %
    USDINR USDINR:CUR 95.3123 -0.0022 0 -0.2061 % +0.0104 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1422.27 -0.93 -0.07 % -1.4318 % -5.5158 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17922.6 +11.6 +0.06 % -0.5902 % -0.8596 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.7545 -0.0003 -0.01 % -0.012 % -0.0013 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.235 -0.015 -0.05 % -0.2349 % +0.58 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1374372 +67 0 -0.0654 % +0.0049 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6725 -0.0005 -0.01 % -0.0109 % -0.0109 %
    USDTHB USDTHB:CUR 33.142 +0.022 +0.07 % -0.8318 % -0.9504 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.094 +0.0024 +0.06 % +0.2154 % +0.4293 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28346 -0.0001 -0.01 % +0.0959 % -0.7984 %
    USDILS USDILS:CUR 3.019 +0.0047 +0.16 % -1.3769 % -0.8027 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84461 -0.0002 0 +0.033 % +0.0689 %
    USDPHP USDPHP:CUR 60.875 +0.084 +0.14 % -0.5018 % -1.1352 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.557 -0.001 0 -0.1116 % -0.2311 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1310.5 +0.5 +0.04 % +0.0382 % +0.0359 %
    USDKZT USDKZT:CUR 468.18 -0.04 -0.01 % -1.2862 % -0.178 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.6546 +0.0104 +0.29 % +0.3294 % +0.2496 %
    USDVND USDVND:CUR 26235 -16 -0.06 % -0.1769 % -0.2168 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.785 0 0 +0.247 % +0.4341 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.385 +0.0003 +0.08 % +0.0728 % +0.0754 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 0 0 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 335.82 -0.01 0 -0.0357 % +0.3136 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122 -0.02 -0.02 % -0.041 % +0.0164 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11914.6 -1.0197 -0.01 % -0.3809 % -0.7508 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.084 +0.0019 +0.02 % +0.0446 % +0.0941 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.505 +0.005 +0.14 % +0.1429 % +0.1429 %
    USDLBP USDLBP:CUR 89550 0 0 0 0
    USDYER USDYER:CUR 236.85 -0.71 -0.3 % -0.5834 % -0.723 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.3771 0 +0.01 % +0.008 % +0.0265 %
    USDAFN USDAFN:CUR 65.5 -0.28 -0.43 % -0.2285 % -1.3851 %
    USDNPR USDNPR:CUR 152.231 -0.129 -0.08 % -0.2516 % -0.4343 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2836 -0.0002 -0.02 % +0.1092 % -0.796 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4053.5 -1.5 -0.04 % +0.173 % +0.4336 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.615 0 0 -0.1908 % -0.6459 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3597 0 0 0 +0.3347 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22602.5 +24 +0.11 % -0.0663 % +0.1817 %
    USDAMD USDAMD:CUR 366.25 +0.11 +0.03 % +0.0137 % -0.2832 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.2227 -0.0173 -0.19 % -0.0791 % -0.5102 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 0 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.3097 0 0 +0.1811 % -0.0968 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70295 -0.0003 -0.04 % +0.161 % +1.4446 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58659 -0.0004 -0.07 % -0.2228 % +2.9466 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.4171 -0.0022 -0.05 % -1.3269 % +0.4686 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.311 -0.384 -0.37 % -0.3271 % -1.2984 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.216 +0.0005 +0.02 % +0.0723 % -1.1067 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1362.67 -0.22 -0.02 % -0.1239 % -0.9982 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.3702 +0.0115 +0.07 % -1.0493 % -0.2261 %
    USDZMW USDZMW:CUR 19.02 -0.001 -0.01 % +1.2079 % +4.655 %
    USDEGP USDEGP:CUR 49.69 -0.11 -0.22 % -2.7022 % +1.8029 %
    USDDZD USDDZD:CUR 133.088 +0.021 +0.02 % +0.1686 % -0.0683 %
    USDAOA USDAOA:CUR 919.284 0 0 -0.0049 % -0.0452 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3312 -0.0101 -0.11 % -0.2523 % -0.3311 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.5 +0.2793 +0.05 % +0.0465 % +0.0549 %
    USDKES USDKES:CUR 129.35 0 0 -0.0386 % +0.1161 %
    USDETB USDETB:CUR 161.3647 +0.8942 +0.56 % +0.5522 % +1.6884 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2655 -0.002 0 +0.492 % +1.0081 %
    USDTND USDTND:CUR 2.9323 +0.0111 +0.38 % -0.194 % -0.3297 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.37 +0.0093 +0.15 % -0.2833 % -0.503 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.735 -0.0134 -0.11 % +0.3987 % +2.7187 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 0 -0.8658 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3724.06 0 0 -0.8752 % +0.7993 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.91 0 0 +0.5348 % +0.4874 %
    USDBWP USDBWP:CUR 14.1551 0 0 -0.9911 % +4.8674 %
    USDXAF USDXAF:CUR 568.231 -9.104 -1.58 % -1.5641 % -1.1222 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.3678 +0.0203 +0.12 % -1.0453 % -0.2815 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5012.647 0 0 +1.6323 % +7.0138 %
    USDMUR USDMUR:CUR 46.94 0 0 -0.1277 % -0.5087 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4298.39 -19.6901 -0.46 % -0.6408 % +1.2577 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1468.66 -0.2691 -0.02 % +0.011 % +0.1556 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8783 0 0 +0.0513 % +0.1425 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.2 +0.03 +0.07 % +0.0249 % +0.1994 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24025.8 -1.8731 -0.01 % -0.1508 % -0.2451 %
    USDXOF USDXOF:CUR 568.233 -0.017 0 -0.2663 % -1.0047 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.67 0 0 0 0
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.34 -0.0254 -0.16 % -1.2134 % -0.5254 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2989.5 +0.5 +0.02 % +0.0515 % +0.1699 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.3678 +0.0306 +0.19 % -1.0453 % -0.2857 %
    USDLRD USDLRD:CUR 180.757 -0.473 -0.26 % -0.2197 % -0.1341 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.9137 +0.0032 0 -0.0261 % -0.9943 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 14.4201 -0.3141 -2.13 % +6.7752 % -2.4694 %
    USDSOS USDSOS:CUR 571.39 -0.11 -0.02 % -0.0192 % -0.0192 %
    USDGMD USDGMD:CUR 74.45 0 0 0 +0.2356 %
    USDKMF USDKMF:CUR 427 -0.31 -0.07 % 0 -1.2877 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4853 +0.0084 +0.04 % +0.0824 % -0.8939 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.619 -0.0119 -0.04 % -0.2316 % -0.6609 %

    TCAP

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจหุ้น: TCAP — บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การกระทำหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว ถือต่อโดยใช้ Trailing Stop ที่ 85.50; ห้ามเพิ่มสถานะที่จุดทะลุกรอบ Overbought
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น (Bullish) (ยืนยันการทะลุกรอบ; NVDR สะสมแข็งแกร่ง)
    ระดับความเชื่อมั่น ปานกลาง
    ระยะเวลาลงทุน สวิงเทรด (1–5 วัน, ถูกจำกัดด้วย RSI Overbought และผลประกอบการ 10 ส.ค.)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 88.00 บาท (ช่วงราคา 6–7 ส.ค. 2569; ณ จุดสูงสุด 52 สัปดาห์)
    วันที่ของราคา 7 ส.ค. 2569
    สถานะของรูปแบบ ยืนยันการทะลุกรอบ — แต่ R:R อยู่ที่ 1.36:1 (ต่ำกว่า 1.5) และ RSI Overbought; เลื่อนการเข้าไปที่การย่อตัว

    แก่นการตัดสินใจ: TCAP กำลังเกิดการทะลุกรอบตามตำรา: Breakout-Up พร้อมวอลุ่มขยายตัว, แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง, Keltner ชันขึ้น, และ MACD ตัดขึ้นขาขึ้น — ตรวจสอบแล้วตามกฎกลยุทธ์ Squeeze: “หากราคาทะลุขอบบนของ Keltner ด้วยวอลุ่ม และรักษาระดับเหนือ MA ได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Big Move” การสะสม NVDR อยู่ในระดับพิเศษ: ซื้อสุทธิต่อเนื่อง 20 วัน, สัดส่วนสุทธิ 19.04%, Spike 6.78 เท่า, และยอดสะสม 3 วัน +2.31 พันล้านบาท — ถูกจัดประเภทเป็น “Strong Bullish / Early Accumulation” อย่างไรก็ตาม R:R ณ จุดเข้าที่ให้มาเพียง 1.36:1 (ต่ำกว่า 1.5), RSI Overbought (การเข้าซื้อที่จุดโมเมนตัมสูงสุดเสี่ยงต่อการย่อตัวทันที), Big Lot ที่ 78.25 แสดงถึงการกระจายหุ้นที่ส่วนลด, และผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ประกาศ 10 ส.ค. รอการย่อตัวลงมาที่ 86.00–87.00 เพื่อปรับปรุง R:R ก่อนเข้า


    2. ตารางประเมินหลักฐาน

    หลักฐาน ผลการตรวจสอบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง UP_TREND แข็งแกร่ง; Breakout-Up; Keltner ชันขึ้น; ราคา ณ จุดสูงสุด 52 สัปดาห์; Dow Theory higher-highs ยืนยัน ขาขึ้น (ยืนยันการทะลุกรอบ) สูง
    วอลุ่มและโมเมนตัม EXPANDING_ON_BREAKOUT; MACD ตัดขึ้นขาขึ้น; RSI Overbought (โมเมนตัมสูงสุด, ไม่มี Divergence); ไม่มี Price Action ขาลง ขาขึ้น (Overbought = แรงแข็งแกร่งของแนวโน้ม) สูง
    Big Lot 710,000 หุ้น ที่ 78.25 บาท (มูลค่ารวม 55.53 ล้านบาท) — ทำรายการที่ส่วนลด ~11% จากราคาปัจจุบัน ~88.00 อาจเป็นการกระจายหุ้น / ขายทำกำไร ปานกลาง
    Short Selling สัดส่วน Short 3.97% (ปานกลาง); นักลงทุนในประเทศครองสัดส่วน (892K เทียบกับ 58K NVDR); ปริมาณค้างชำระ 0.59% — จัดการได้ แรงกดดันขาลงเล็กน้อย / จัดการได้ สูง
    NVDR ซื้อสุทธิติดต่อกัน 20 วัน; สัดส่วนสุทธิ 19.04%; Spike 6.78 เท่า; ยอดสะสม 3 วัน +2.31 พันล้านบาท; จัดประเภท “Strong Bullish Early Accumulation”; สภาพคล่อง >100 ล้านผ่าน ยืนยันการสะสมแข็งแกร่ง สูง
    ข่าวและตัวเร่ง ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันที่ 10 ส.ค. (อีก 3 วัน); เป้าหมายนักวิเคราะห์ Consensus 68.40 (ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน 88.00); P/E 11.33x; Forward P/E 7.35x; อัตราเงินปันผล 4.22%; YTD +57% ผสม (ความเสี่ยงผลประกอบการ; ความขัดแย้งเป้าหมายนักวิเคราะห์) สูง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 11.33x TTM; Forward P/E 7.35x; EPS 7.77; P/BV 0.99; อัตราเงินปันผล 4.22%; ความสามารถทำกำไรแข็งแกร่ง เชิงบวก (มูลค่าลึกสำหรับกลุ่มการเงิน) สูง

    สรุปภาพรวมหลักฐาน: ยืนยันการสะสม — นี่เป็นครั้งแรกในบรรดาหุ้นที่วิเคราะห์ทั้งหมด ที่ NVDR (20 วัน, +2.31 พันล้าน, จัดประเภท Strong Bullish), สัญญาณเทคนิค (Breakout-Up, วอลุ่มขยายตัว, MACD ตัดขึ้น), และปัจจัยพื้นฐาน (Forward P/E 7.35x, P/BV 0.99, ผลตอบแทน 4.22%) สอดคล้องกันอย่างแข็งแกร่ง Big Lot ที่ 78.25 ด้วยส่วนลด และ RSI Overbought เป็นเพียงปัจจัยหักล้างเดียว — ทั้งสองจัดการได้ด้วยจังหวะการเข้าที่เหมาะสม


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: UPTREND (การจำแนกแข็งแกร่ง; Breakout-Up ยืนยัน; Keltner ชันขึ้น; จุดสูงสุด 52 สัปดาห์)
    • วัฏจักรตลาด: Markup — Squeeze ได้คลี่คลายขึ้นด้านบนแล้ว TCAP อยู่ในช่วงการทะลุกรอบขยายตัวที่ยืนยันแล้ว
    • แนวรับสำคัญ: 85.50 (Stop-Loss; แนวรับเชิงโครงสร้างใกล้สุด); 73.50 (แนวรับถัดมา — ห่างจากราคาปัจจุบันมาก; ช่องว่างราคา 12.50 บาทระหว่าง 85.50 และ 73.50 สะท้อนว่าหุ้นปรับตัวขึ้นมาไกลแค่ไหน)
    • แนวต้านสำคัญ: 90.00 (แนวต้านเร่งด่วน; ราคาขายที่ให้มา); 92.00 (เป้าหมาย); 100.00 (ราคากลมเชิงจิตวิทยา; แนวต้านหลักถัดไป)
    • โมเมนตัม:
    • MACD: Crossover — ยืนยันการตัดขึ้นขาขึ้น ตามความรู้ที่ค้นคืนมา: *”สัญญาณซื้อเกิดขึ้นเมื่อเส้น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal Line”* นี่คือสัญญาณเข้าที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อยืนยันด้วยการทะลุกรอบพร้อมวอลุ่มขยายตัว — ซึ่ง TCAP มีครบถ้วน
    • RSI: Overbought — ในตลาดแนวโน้มแข็งแกร่ง ตามความรู้ที่ค้นคืนมา: *”อย่า Short/ขาย เพียงเพราะราคากำลังเดินบนขอบบนของ Keltner เพราะนั่นแสดงถึงสถานะโมเมนตัมสูงสุด”* และ: *”ในตลาดแนวโน้ม ตัวชี้วัดโมเมนตัม (เช่น RSI) จะติดค้าง (คงอยู่ในโซน Overbought นานเกินไป) ซึ่งอาจทำให้เราขายเร็วเกินไป”* RSI Overbought ยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้ม ไม่ใช่ความอ่อนล้า อย่างไรก็ตาม การเปิด Long ใหม่ที่ระดับ Overbought สร้างความเสี่ยงการย่อตัวทันที ฐานความรู้แนะนำ: *”รอการย่อกลับมาใกล้ EMA 50 หรือเส้นกลางของ Bollinger Bands”* และ *”RSI เริ่มหันขึ้นจากระดับ 40-50 และวอลุ่มเทรดเริ่มหนาขึ้น”*
    • Volatility Squeeze: Breakout-Up — ตามกลยุทธ์ Squeeze: *”หากราคาทะลุขอบบนของ Keltner ด้วยวอลุ่ม และรักษาระดับเหนือ MA (Trend Indicator) ได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Big Move”* TCAP ทำได้สำเร็จแล้ว — Squeeze คลี่คลายขึ้นด้านบนพร้อมวอลุ่มขยายตัว นี่คือการยืนยันทางเทคนิคที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
    • วอลุ่ม: EXPANDING_ON_BREAKOUT — ตามกฎ VPA ที่ค้นคืนมา: *”วอลุ่ม: วอลุ่มสูงสุด (Peak Volume) บนแท่งเทียนที่ทะลุระดับแนวต้าน”* สิ่งนี้ยืนยันว่าการทะลุกรอบเป็นของจริง ไม่ใช่การทะลุกรอบหลอก วอลุ่มคือ “ข้อเท็จจริง”
    • การตีความ Big Lot: 710,000 หุ้น ที่ 78.25 บาท (มูลค่ารวม 55.53 ล้านบาท) รายการนี้ทำที่ส่วนลดนัยสำคัญ (~11%) จากราคาปัจจุบัน ~88.00 ข้อมูลลงวันที่ 1 ส.ค. 2569 การตีความสองแนวทาง:

    1. การกระจายหุ้นของสถาบัน: ผู้ถือรายใหญ่ขายบล็อกที่ 78.25 เพื่อล็อกกำไร (ราคาหุ้นน่าจะเทรดใกล้หรือต่ำกว่า 78.25 ณ เวลานั้น — หลังจากนั้นราคาพุ่งขึ้นสู่ 88.00) หากนี่คือผู้ขายที่ออกจากตลาด การพุ่งขึ้นต่อมาชี้ว่าตลาดซึมซับบล็อกนี้ได้และเดินหน้าต่อ — การดูดซับแบบ Bullish

    2. การสะสมที่ส่วนลด: ผู้ซื้อสะสมบล็อกด้วยส่วนลดที่ต่อรองได้ก่อนการทะลุกรอบ การพุ่งขึ้นสู่ 88.00 หมายความว่าผู้ซื้อมีกำไร ~12.5% นี่จะเป็นการวางตำแหน่งของสถาบันแบบ Bullish

    หากไม่ทราบว่าเป็น Big Lot ฝั่งซื้อหรือขาย ราคา 78.25 เทียบกับ 88.00 ในปัจจุบันคือข้อมูลสำคัญ: รายการเกิดขึ้นก่อนการพุ่งขึ้นนัยสำคัญ สิ่งนี้สอดคล้องกับการสะสม ไม่ใช่การกระจายหุ้น — ผู้ซื้อที่ 78.25 กำลังมีกำไร

    • การตีความ Short-Selling: สัดส่วน Short 3.97% อยู่ในระดับปานกลาง มูลค่ารวม Short 73.28 ล้านบาท ณ วันที่ 1 ส.ค. Short ในประเทศครองสัดส่วน (892,200 หุ้น เทียบกับ 58,100 NVDR) แสดงถึงความเชื่อมั่นขาลงในประเทศ ปริมาณ Short คงค้าง 0.59% (~6.18 ล้านหุ้น) จัดการได้มาก Short-Selling ไม่ใช่ปัจจัยสำหรับ TCAP — มันไม่คุกคามแนวโน้มขาขึ้น
    • การตีความ NVDR: นี่คือสัญญาณ NVDR ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นที่วิเคราะห์ทั้งหมดวันนี้:
    • ซื้อสุทธิติดต่อกัน 20 วัน — หนึ่งเดือนเต็มของการสะสมต่อเนื่องโดยต่างชาติ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ — มันคือแคมเปญสถาบันโดยเจตนา
    • สัดส่วนสุทธิ: 19.04% — ใกล้ขีดจำกัดบน 20% การซื้อของต่างชาติคิดเป็นเกือบหนึ่งในห้าของมูลค่าซื้อขายรวม
    • วอลุ่มพุ่ง: 6.78 เท่า — สูงเกินเกณฑ์ 2.0 เท่ามาก กิจกรรม NVDR วันล่าสุดสุดขั้วและมีนัยสำคัญ
    • ยอดสะสม 3 วัน: +2,309,596,122 บาท — มากกว่า 2.3 พันล้านบาทในการซื้อสุทธิ NVDR ภายใน 3 เซสชัน นี่คือเงินทุนระดับสถาบัน สำหรับบริษัทที่มีปริมาณซื้อขายเฉลี่ย ~3.36 ล้านหุ้น/วันที่ราคา ~86 บาท = มูลค่าซื้อขายรายวัน ~289 ล้านบาท, +2.31 พันล้านคิดเป็นประมาณ 267% ของมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ถูกดูดซับใน 3 วัน สิ่งนี้มหาศาล
    • สภาพคล่อง >100 ล้านบาท — ผ่าน สัญญาณน่าเชื่อถือ
    • การจัดประเภท NVDR Analyzer: “Bullish / Strong / Accumulate (Early Accumulation – ต่างชาติแอบสะสมต่อเนื่อง)” — ระบบแนะนำการสะสมอย่างชัดเจน

    บทสรุป: การสะสม NVDR คือเสาหลักที่แข็งแกร่งที่สุดของแนวคิดการลงทุน TCAP เงินสถาบันต่างชาติกำลังสะสมอย่างต่อเนื่องและแข็งขัน — ยืนยันโดยการจัดประเภท “Strong Bullish” ของ NVDR Analyzer เอง

    • บทสรุปกระแสเงินรวม: นี่คือ Setup ที่สอดคล้องกันมากที่สุดที่วิเคราะห์ NVDR (+2.31 พันล้าน, 20 วัน, Strong Bullish) + Technical Breakout (Breakout-Up, วอลุ่มขยายตัว, MACD ตัดขึ้น) + ปัจจัยพื้นฐาน (Forward P/E 7.35x, P/BV 0.99, ผลตอบแทน 4.22%) + Short-Selling จัดการได้ (3.97%) + Big Lot ที่ส่วนลดก่อนการพุ่งขึ้น (สอดคล้องกับการสะสม) ปัญหาเดียวคือ RSI Overbought (จังหวะเข้า) และ R:R ต่ำกว่า 1.5 ณ จุดเข้าที่ให้มา (การสร้างการเทรด) ทั้งสองแก้ไขได้ด้วยการเข้าตอนย่อตัว

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การย่อกลับมาที่แนวรับภายในแนวโน้มขาขึ้นที่ทะลุกรอบยืนยันแล้ว (แนะนำ) หรือการเล่นต่อเนื่องจากการทะลุกรอบด้วยขนาดที่ลดลง (ยอมรับได้ด้วยการจัดการความเสี่ยงที่เข้มงวดขึ้น)
    • โซนเข้า: 86.00–87.00 (เข้าตอนย่อตัว, ต่ำกว่าราคาเข้าที่ให้มา 88.25, ปรับปรุง R:R)
    • จุดกระตุ้นเข้า (ย่อตัว — แนะนำ): ราคาย่อกลับมาที่ 86.00–87.00 บน Timeframe รายวัน โดยมีเงื่อนไข:

    1. RSI เย็นลงจาก Overbought สู่ประมาณ 60 (ไม่ต่ำกว่า 50 — ต้องรักษาแนวโน้ม)

    2. วอลุ่มลดลงระหว่างย่อตัว (ไม่ขยายตัว — วอลุ่มขยายตัวระหว่างย่อตัว = การกระจายหุ้น)

    3. MACD Crossover ยังคงอยู่ (ไม่ตัดลงขาลง)

    4. NVDR ยังคงซื้อสุทธิ (Streak การซื้อต่อเนื่องยังอยู่)

    • จุดกระตุ้นเข้า (ทะลุกรอบ — ยอมรับได้): หากไม่เกิดการย่อตัว ปิดรายวันเหนือ 90.00 (ราคาขายที่ให้มา / แนวต้านถัดไป) ด้วยวอลุ่มขยายตัว โดย MACD ยังอยู่ การเข้าที่ 90.00+ จะต้องคำนวณ Stop และเป้าหมายใหม่
    • เป้าหมายที่ 1: 92.00 บาท — แนวต้านสวิงถัดไป / เป้าหมายที่ให้มา วิธีวัด: แนวต้านเชิงโครงสร้าง
    • เป้าหมายที่ 2: 100.00 บาท — แนวต้านราคากลมเชิงจิตวิทยา วิธีวัด: ระดับจิตวิทยา + การคาดการณ์ระยะทาง (Measured-Move) จากการทะลุกรอบ ยังไม่ยืนยันจากข้อมูล
    • จุด Stop Loss: 85.50 บาท — แนวรับเชิงโครงสร้างใกล้สุด (ให้มา) หมายเหตุ: นี่คือความเสี่ยง 2.75 บาท ณ จุดเข้า 88.25 — กว้างเกินอุดมคติสำหรับการเทรด Breakout การเข้าแบบย่อตัวที่ 86.50 จะลดความเสี่ยงเหลือ 1.00 บาท โดยคงความสมเหตุสมผลของ Stop เชิงโครงสร้าง
    • Trailing Stop: หากราคาเกิน 92.00 ให้ยก Stop ขึ้นเป็น 88.25 (จุดคุ้มทุน) หลังจากนั้น Trail ต่ำกว่า Higher Daily Swing Low แต่ละจุด
    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 1 (ณ จุดเข้า 88.25): (92.00 – 88.25) / (88.25 – 85.50) = 3.75 / 2.75 = 1.36:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5
    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 1 (ณ จุดเข้าย่อตัว 86.50): (92.00 – 86.50) / (86.50 – 85.50) = 5.50 / 1.00 = 5.50:1 — ยอดเยี่ยม

    ⚠️ ความคลาดเคลื่อนของ R:R: R:R ที่ให้มาคือ 1.17; ค่าที่คำนวณได้คือ 1.36:1 ทั้งคู่ต่ำกว่า 1.5 เลขคณิตคือ: (92 – 88.25) / (88.25 – 85.50) = 3.75 / 2.75 = 1.36:1 นี่ยืนยันว่าการเทรดที่ 88.25 ต่ำกว่าเกณฑ์ การย่อตัวมาที่ 86.50 เปลี่ยน R:R เป็น 5.50:1 — การปรับปรุงอย่างมหาศาลด้วย Stop ที่สมเหตุสมผลเชิงโครงสร้างเดียวกัน

    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ก่อนผลประกอบการ 10 ส.ค. แต่หลังการย่อตัว หากไม่เกิดการย่อตัวก่อน 10 ส.ค. ให้เลื่อนไปหลังประกาศผลประกอบการ RSI Overbought สนับสนุนความอดทน — มันอาจคลี่คลายด้วยการย่อตัว ไม่ใช่การร่วงหล่น
    • ห้ามเข้าหาก:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 85.50 — Stop ถูก Hit; การทะลุกรอบอาจกำลังล้มเหลว

    2. RSI สร้าง Bearish Divergence (ราคาทำ Higher High, RSI ทำ Lower High) — จะส่งสัญญาณความอ่อนล้าของแนวโน้มแม้จะทะลุกรอบ

    3. Streak การซื้อต่อเนื่อง NVDR ถูกทำลาย (ขายสุทธิ 2+ วัน) — จะบั่นทอนแนวคิดการสะสม

    สิ่งที่ต้องเกิดเพื่อปรับเพิ่มจาก WATCH เป็น BUY: ราคาย่อกลับมาที่ 86.00–87.00 ด้วยวอลุ่มลดลง, RSI เย็นลงสู่ 60–65, MACD Crossover ยังอยู่, และ Streak การซื้อ NVDR ต่อเนื่อง R:R ที่ปรับปรุงเป็น 3.00–5.50:1 รวมกับการทะลุกรอบที่ยืนยันและการสะสม NVDR ขนาดมหึมาจะสนับสนุนการเปิด Full Position

    สิ่งที่ต้องเกิดเพื่อปรับลดลงเป็น AVOID: ปิดต่ำกว่า 85.50, หรือ MACD ตัดลงขาลง, หรือ Streak การสะสม NVDR ถูกทำลายด้วยการขายสุทธิ 2+ วันติดต่อกัน


    5. แผนภาพสถานการณ์

    สถานการณ์ จุดกระตุ้น แนวทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น (Bull Case) การย่อตัวก่อนผลประกอบการสู่ 86.00–87.00; ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เชิงบวก (10 ส.ค.); Streak ซื้อ NVDR ต่อเนื่อง; การทะลุกรอบยืนเหนือ 90.00 ปรับขึ้นสู่ 92.00, จากนั้น 100.00; “Big Move” ที่ทำนายโดย Squeeze Breakout ดำเนินต่อเนื่อง ปิดต่ำกว่า 85.50
    กรณีฐาน (Base Case) ราคาพักตัว 85.50–90.00; RSI เย็นลง; ผลประกอบการเป็นกลาง; โอกาสเข้าตอนย่อตัวปรากฏ แกว่งตัวสะสม; การย่อเข้าสู่โซน 86.00–87.00 สร้างจุดเข้า; การพุ่งขึ้นกลับมาหลังพักตัว ปิดต่ำกว่า 85.50 หรือเหนือ 90.00 โดยไม่มีย่อตัว
    กรณีขาลง (Bear Case) RSI สร้าง Bearish Divergence; การสะสม NVDR กลับทิศ; ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 พลาด; ราคาปิดต่ำกว่า 85.50 ลดลงสู่ 80.00, จากนั้น 73.50 (แนวรับถัดมา); การพุ่งขึ้น YTD +57% ย้อนกลับบางส่วน ฟื้นตัวและปิดเหนือ 90.00

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2/2569: 10 สิงหาคม 2569 (อีก 3 วัน) — ตัวเร่งสำคัญที่ยังไม่คลี่คลาย EPS TTM ที่ 7.77 ด้วย Forward P/E 7.35x แสดงถึงความคาดหวังกำไรที่แข็งแกร่ง การเบี่ยงเบนใดๆ จากแนวโน้มจะเป็นตัวขับเคลื่อนราคา TCAP คือ Holding Company — กำไรจากธนาคารทหารไทยธนชาต (รายงานไตรมาส 2 แล้ว 20–21 ก.ค.) ควรให้ความชัดเจนที่สูง
    • เงินปันผล: 3.50 บาทต่อปี (4.22% Yield ณ 88.00) ขึ้นเครื่องหมาย XD 16 เม.ย. ผ่านไปแล้ว Yield น่าสนใจสำหรับหุ้นการเงินที่มี P/BV 0.99
    • โมเมนตัมกลุ่มธนาคาร SET: กำไรธนาคารทหารไทยธนชาต (การถือครองหลักของ TCAP) ไตรมาส 2/2569 รายงานแล้ว — การอ่านผลบวกน่าจะสะท้อนในราคาแล้ว กำไรธนาคารโลกแข็งแกร่งในไตรมาส 2/2569

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: RSI Overbought ณ จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ — หุ้นยืดตัวแล้ว ตามฐานความรู้ RSI Overbought ในแนวโน้มขาขึ้นคือโมเมนตัมสูงสุด ไม่ใช่สัญญาณขาย แต่การเปิดสถานะใหม่ที่ระดับนี้เสี่ยงถูก Stop Out จากการย่อตัวปกติ ช่องว่างระหว่าง Stop 85.50 และแนวรับ 73.50 (12.50 บาท / 14%) สะท้อนว่าหุ้นวิ่งมาไกลแค่ไหน
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: Big Lot ที่ 78.25 (1 ส.ค.) ด้วยส่วนลดลึกจากปัจจุบัน 88.00 เป็นข้อควรระวังเล็กน้อย — หากผู้ขายเป็นสถาบันที่กระจายหุ้น การพุ่งขึ้นต่อมาอาจขับเคลื่อนด้วยโมเมนตัมรายย่อย/NVDR มากกว่าการสนับสนุนวงกว้างจากสถาบัน การสะสม NVDR +2.31 พันล้านใน 3 วันชี้ทางตรงกันข้าม (ต่างชาติซื้อ) แต่ผู้ขาย Big Lot คือคู่สัญญาที่ต้องรับทราบ
    • ความเสี่ยงปัจจัยพื้นฐาน: เป้าหมาย Consensus นักวิเคราะห์ 68.40 คือ ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน 88.00 ถึง 22% นี่คือความขัดแย้งเดียวที่สำคัญที่สุดในรายงาน นักวิเคราะห์ทุกรายที่ครอบคลุม TCAP เชื่อว่าหุ้นมีมูลค่าสูงเกินไป ณ ระดับปัจจุบัน ตลาดและกระแส NVDR ไม่เห็นด้วยกับนักวิเคราะห์ — ฝั่งใดฝั่งหนึ่งคิดผิด หากนักวิเคราะห์ถูกต้อง Downside นัยสำคัญมีอยู่แม้ผลประกอบการจะเป็นไปตามคาด
    • ความเสี่ยงด้านเหตุการณ์: ผลประกอบการ 10 ส.ค. Stop 85.50 อยู่ต่ำกว่า 88.00 ปัจจุบันเพียง 2.8% ข่าวร้ายอาจกระโดดข้าม Stop (Gap)

    การสิ้นสุดของแนวคิดการลงทุน: การปิดรายวันต่ำกว่า 85.50, หรือ RSI Bearish Divergence ยืนยันด้วย MACD ตัดลงขาลง, หรือ Streak ซื้อต่อเนื่อง NVDR ถูกทำลายด้วยการขายสุทธิ 2+ วัน, หรือผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ


    7. การจัดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ณ จุดเข้า 88.25): 88.25 – 85.50 = 2.75 บาท
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ณ จุดเข้าย่อตัว 86.50): 86.50 – 85.50 = 1.00 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (ไม่มีข้อมูลพอร์ต)

    หมายเหตุการจัดขนาด: ความเสี่ยง 2.75 บาท ณ จุดเข้าที่ให้มากว้าง (~3.1% ระยะ Stop) ความเสี่ยง 1.00 บาท ณ จุดเข้าย่อตัว 86.50 ยอดเยี่ยม (~1.2% ระยะ Stop) แนะนำอย่างยิ่งให้ใช้จุดเข้าย่อตัวเพื่อประสิทธิภาพเงินทุนที่ดีกว่า สูตร:

    $\text{จำนวนหุ้น (ณ 88.25)} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{2.75} \right\rfloor$

    $\text{จำนวนหุ้น (ณ 86.50)} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{1.00} \right\rfloor$

    ด้วยความสอดคล้องแข็งแกร่ง (NVDR + เทคนิค + ปัจจัยพื้นฐาน) การจัดสรรความเสี่ยงมาตรฐาน 1–2% เหมาะสมที่จุดเข้าย่อตัว ลดเหลือ 0.5–1.0% หากเข้าที่จุด Breakout 88.25 เนื่องจาก R:R ต่ำกว่า 1.5 และ RSI Overbought ปัดลงเป็นจำนวนหุ้นที่ใกล้เคียงกับ Board Lot 100 หุ้น ปริมาณซื้อขายรายวันของ TCAP ที่ 6.37 ล้านหุ้น (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 3.36 ล้าน) ให้สภาพคล่องเหลือเฟือสำหรับสถานะระดับสถาบัน


    8. บันทึกข้อมูลและที่มา

    แหล่งข้อมูล วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิค (Input) 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน Breakout-Up, วอลุ่มขยายตัว, MACD ตัดขึ้น, RSI Overbought — การทะลุกรอบขาขึ้นตามตำรา
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2569 (เรียกค้น) พร้อมใช้ Squeeze Breakout = “Big Move”; RSI Overbought ในขาขึ้น = โมเมนตัมสูงสุด ไม่ใช่ขาย; ย่อกลับ EMA 50 / เส้นกลาง BB เป็นจุดเข้าที่ดีกว่า
    Query Biglot Stock Daily 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน 710K หุ้น ที่ 78.25 (~11% ส่วนลดจากปัจจุบัน 88.00); เกิดก่อนการพุ่งขึ้น — สอดคล้องกับการสะสม ไม่ใช่กระจาย
    Query Short Stock Daily 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน สัดส่วน Short 3.97% (ปานกลาง, จัดการได้); ในประเทศครองสัดส่วน; คงค้าง 0.59% — ไม่คุกคามขาขึ้น
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ภายใน 3 เซสชัน) ซื้อต่อเนื่อง 20 วัน; สัดส่วนสุทธิ 19.04%; Spike 6.78 เท่า; +2.31 พันล้านบาท 3 วัน; “Strong Bullish Early Accumulation”; สภาพคล่องผ่าน — พิเศษ
    Tavily Search 7 ส.ค. 2569 พร้อมใช้ P/E 11.33x TTM; Forward P/E 7.35x; P/BV 0.99; EPS 7.77; Div Yield 4.22%; เป้าหมายนักวิเคราะห์ 68.40; ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 10 ส.ค.; YTD +57%

    ความขัดแย้งสำคัญ:

    1. เป้าหมายนักวิเคราะห์ 68.40 เทียบกับ ปัจจุบัน 88.00: ช่องว่าง 22% คือความขัดแย้งที่สำคัญที่สุด ตลาดไม่เห็นด้วยกับนักวิเคราะห์ — กระแส NVDR (+2.31 พันล้าน) และ Price Action (+57% YTD) สนับสนุนมุมมองของตลาด อย่างไรก็ตาม หากนักวิเคราะห์ถูกต้อง Downside มีนัยสำคัญ

    2. RSI Overbought เทียบกับ การยืนยัน Breakout: ฐานความรู้ไขข้อนี้: Overbought ในขาขึ้นคือโมเมนตัมสูงสุด จุดเข้าที่ดีกว่าคือการย่อตัว ไม่ใช่การไล่ราคา

    3. R:R ที่ให้มา 1.17 เทียบกับ คำนวณได้ 1.36: ทั้งคู่ต่ำกว่า 1.5 จุดเข้าย่อตัวที่ 86.50 แก้ปัญหานี้เป็น 5.50:1 — การปรับปรุงมหาศาล


    9. คำตัดสินสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — TCAP นำเสนอความสอดคล้องแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นที่วิเคราะห์ทั้งหมด: Breakout-Up ยืนยันพร้อมวอลุ่มขยายตัว, แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งด้วย Keltner ชันขึ้น, MACD ตัดขึ้นขาขึ้น, และการสะสม NVDR ระดับพิเศษ (ซื้อสุทธิติดต่อกัน 20 วัน, +2.31 พันล้านบาทสะสม 3 วัน, จัดประเภท “Strong Bullish Early Accumulation”) ปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนแนวคิด: Forward P/E 7.35x, P/BV 0.99, อัตราเงินปันผล 4.22% อย่างไรก็ตาม R:R ณ จุดเข้าที่ให้มา 88.25 เพียง 1.36:1 (ต่ำกว่า 1.5), RSI Overbought (ความเสี่ยงเข้า-ณ-โมเมนตัมสูงสุด), และผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันที่ 10 สิงหาคม สร้างความเสี่ยง Gap รอการย่อตัวสู่ 86.00–87.00 เพื่อปรับปรุง R:R เป็น 3.00–5.50:1, ด้วย RSI เย็นลงและวอลุ่มลดลงระหว่างย่อตัว เป้าหมาย Consensus นักวิเคราะห์ 68.40 (ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน 22%) คือความขัดแย้งที่สำคัญที่สุด — ตลาดและกระแส NVDR ไม่เห็นด้วยกับนักวิเคราะห์ และความแตกต่างนี้ต้องติดตาม ปรับเพิ่มเป็น BUY เมื่อเกิดการย่อตัว; ปรับลดเป็น AVOID หากปิดต่ำกว่า 85.50 หรือ Streak การสะสม NVDR ถูกทำลาย

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T07:43:31.879+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:TCAP|company_name:Thanachart Capital Public Co., Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:92|entry_price:88.25|sell_price:90|stop_loss_level:85.5|chart_timeframe:1D|volume_status:EXPANDING_ON_BREAKOUT|immediate_support:73.5|immediate_resistance:90|risk_reward_ratio:1.17|volatility_squeeze_status:Breakout-Up|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Overbought|macd_status:Crossover|trend_strength:Strong|price_action_signal:None`

    *นี่คือรายงานสนับสนุนการตัดสินใจบนหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน ราคาเป้าหมายเป็นระดับตามแผนแบบมีเงื่อนไข และผลขาดทุนอาจมากกว่าจุด Stop ที่ตั้งไว้ในกรณีเกิด Gap หรือการซื้อขายที่สภาพคล่องต่ำ*

    PTTGC

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจหุ้น: PTTGC — บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การกระทำหลัก หลีกเลี่ยง (AVOID)
    สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว หากถือจากระดับต่ำกว่า (YTD +80.73%) ให้ลดสัดส่วนลงเหลือ 50% หรือใช้ Trailing Stop ที่ 36.00
    แนวโน้มทิศทาง ขาลง / ผสม (แนวโน้มขาลงที่พยายามสร้างฐาน; เป็นเพียงการสวนแนวโน้ม)
    ระดับความเชื่อมั่น ต่ำ
    ระยะเวลาลงทุน ไม่มีการเทรดที่นำไปปฏิบัติได้ใน 1–5 วัน
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 36.00–37.25 บาท (ช่วงราคา 6–7 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 7 ส.ค. 2569 (ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันนี้)
    สถานะของรูปแบบ ไม่ถูกต้อง — แนวโน้มขาลง; R:R ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ; ผลประกอบการวันนี้; การซื้อสวนแนวโน้มขาลงไม่สมเหตุสมผล

    แก่นการตัดสินใจ: PTTGC อยู่ใน แนวโน้มขาลง พร้อมการพักตัวที่อ่อนแอและอยู่ในสภาวะ In-Squeeze จุดเข้า (37.25) และเป้าหมาย (38.00) ที่ให้มาทำให้ R:R อยู่ที่ 0.60:1 เท่านั้น — เสี่ยง 1.25 บาทเพื่อหวังกำไร 0.75 บาท เป็นสิ่งที่ไม่เอื้อประโยชน์ทางคณิตศาสตร์ไม่ว่าความเชื่อมั่นจะสูงแค่ไหน บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิย้อนหลัง 12 เดือนที่ -11.23 พันล้านบาท ฟิทช์เรทติ้งปรับแนวโน้มเป็นลบ (BBB-/AA-(tha)) และผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะประกาศ ในวันนี้ (7 ส.ค.) การฟื้นตัว +80.73% YTD จากจุดต่ำสุด 19.00 ได้สะท้อนความหวังเชิงบวกไปมากแล้ว NVDR แสดงการสะสม 3 วันจำนวนมหาศาล (+513 ล้านบาท) แต่วันล่าสุดมี Spike 4.04 เท่าพร้อมการขายสุทธิ -10.62% — มีความขัดแย้ง ตามกฎแผนการเทรดที่ค้นคืนมา: “ราคาต้องอยู่เหนือ EMA 200 (เราเทรดเฉพาะด้านซื้ออย่างเคร่งครัด)” แนวโน้มขาลงของ PTTGC ไม่ผ่านตัวกรองแรกนี้ การซื้อสวนแนวโน้มขาลงด้วย R:R ต่ำกว่า 1.0 และมีผลประกอบการในวันเดียวกันไม่ใช่การตัดสินใจลงทุน แต่คือการพนัน


    2. ตารางประเมินหลักฐาน

    หลักฐาน ผลการตรวจสอบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง DOWN_TREND; การพักตัวที่อ่อนแอ; In-Squeeze; Keltner ราบ; ราคาใกล้บริเวณแนวรับ 36.00–37.25 ขาลง (การซื้อสวนแนวโน้มเป็นการเก็งกำไร) สูง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มแห้งใน Squeeze; MACD อยู่ที่ Zero-Line-Position (ไม่ตัดขึ้น ไม่ตัดลง ไม่มีโมเมนตัม); RSI เป็นกลาง; ไม่มี Divergence เป็นกลาง / ไม่มีความได้เปรียบ สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling สัดส่วน Short 3.11% (ปานกลาง); NVDR-short ครองสัดส่วน (530K เทียบกับ 277K ในประเทศ); ปริมาณค้างชำระ 0.84% — ยังจัดการได้ แรงกดดันขาลงเล็กน้อย สูง
    NVDR ยอดสะสม 3 วัน +513 ล้านบาท (การสะสมจำนวนมหาศาล); วันล่าสุด -10.62% พร้อม Spike 4.04 เท่า; สภาพคล่อง >100 ล้านบาทผ่าน การสะสมที่มี Divergence ระยะสั้น สูง
    ข่าวและตัวเร่ง ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันที่ 7 ส.ค. (วันนี้); ฟิทช์ปรับแนวโน้ม Negative; ขาดทุนสุทธิ TTM -11.23 พันล้าน; นักวิเคราะห์แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 38.29; YTD +80.73% ผสม / ลบ (ผลประกอบการวันนี้ = ยังไม่คลี่คลาย) สูง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E ติดลบ (ขาดทุน TTM); P/BV 0.56 (ส่วนลดลึก); Forward P/E 13.45x; อัตราเงินปันผล 1.37%; P/S 0.33; EV/EBITDA 12.01x ผสม (เป็นการเล่นสินทรัพย์ ไม่ใช่กำไร) สูง

    สรุปภาพรวมหลักฐาน: น่าจะเป็นการกระจายหุ้นในระหว่างแนวโน้มขาลง — PTTGC พยายามสร้างฐานหลังจากฟื้นตัว +80.73% YTD จาก 19.00 แต่แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาลง NVDR มีการสะสมจำนวนมหาศาลแบบสะสม (+513 ล้านบาทใน 3 วัน) แต่วันล่าสุดแสดง Divergence จากการกระจายหุ้น แนวโน้มของฟิทช์เป็นลบ การขาดทุน TTM และการประกาศผลประกอบการในวันเดียวกันทำให้การเทรดใดๆ มีความเก็งกำไรสูงเป็นอย่างยิ่ง


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: DOWN_TREND — นี่คือข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียว การจำแนกแนวโน้มระบุเป็น DOWN_TREND พร้อมความแข็งแกร่งระดับอ่อน ตามแผนการเทรดที่ค้นคืนมา: *”Setup: ราคาต้องอยู่เหนือ EMA 200 (เราเทรดเฉพาะด้านซื้ออย่างเคร่งครัด)”* PTTGC ไม่ผ่านตัวกรองแรกสำหรับการซื้อใดๆ สัญญาณขาขึ้นทั้งหมด (MACD, การสะสม NVDR) ต้องมองผ่านเลนส์ของการซื้อสวนแนวโน้ม — ความน่าจะเป็นที่แนวโน้มหลักจะดำเนินต่อเนื่องมีเชิงโครงสร้างสูงกว่าการกลับตัว
    • วัฏจักรตลาด: ปลายช่วง Markdown / อาจเริ่มต้น Accumulation — การฟื้นตัว +80.73% YTD จากจุดต่ำสุด 19.00 (ช่วง 52 สัปดาห์: 19.00–41.75) แสดงว่าช่วงที่แย่ที่สุดอาจผ่านไปแล้ว แต่การจำแนกแนวโน้มเป็นขาลงหมายความว่า Higher-High / Higher-Low ยังไม่เกิดขึ้น
    • แนวรับสำคัญ: 36.00 (แนวรับเร่งด่วน; และเป็น Stop-Loss); 19.00 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ — ไกลแต่ยังในความทรงจำ)
    • แนวต้านสำคัญ: 38.00 (เป้าหมาย/แนวต้านที่ให้มา); 41.75 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม:
    • MACD: Zero-Line-Position — ไม่มีการตัดขึ้นหรือตัดลง MACD อยู่ที่สมดุล ในแนวโน้มขาลง หมายความว่าโมเมนตัมไม่ได้เร่งตัวลง แต่ก็ไม่ได้ยืนยันการกลับตัว เป็นกลาง — แนวโน้มอาจกลับมาดำเนินต่อหรือกลับตัวก็ได้
    • RSI: เป็นกลาง — ไม่มีความได้เปรียบเชิงทิศทาง ไม่อยู่ในโซนขายมากเกินไปแม้เป็นแนวโน้มขาลง ตรวจไม่พบ Divergence
    • In-Squeeze พร้อมวอลุ่มแห้ง: การอัดตัวแทนการอัดแน่นก่อนการเคลื่อนไหวเชิงทิศทาง ตามกลยุทธ์ Squeeze: *”เฝ้าดูว่าราคาจะเลือกทิศทางไหน”* Squeeze อาจทะลุขึ้น (กลับตัว) หรือลง (แนวโน้มต่อเนื่อง) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันนี้ (7 ส.ค.) เป็นตัวเร่งที่น่าจะทำให้ Squeeze คลี่คลาย
    • Keltner ราบ: ไม่มีโมเมนตัมในทิศทางใด ราคากำลังอัดตัว
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน PTTGC เป็นหุ้นขนาดใหญ่ (Market Cap 1.68 แสนล้านบาท) ปริมาณซื้อขายเฉลี่ย 29 ล้านหุ้น/วัน (มูลค่าซื้อขายรายวัน ~1 พันล้านบาท) ข้อมูล Big Lot จะมีคุณค่ามากสำหรับหุ้นขนาดนี้ การขาดหายไปเป็นช่องว่างที่มีนัยสำคัญ
    • การตีความ Short Selling: สัดส่วน Short ที่ 3.11% ถือว่าปานกลาง มูลค่ารวม Short 29.85 ล้านบาทในวันที่ 1 ส.ค. ไม่น่าตกใจสำหรับหุ้นขนาดใหญ่ NVDR-short ครองสัดส่วน (530,000 หุ้น เทียบกับ 277,600 หุ้นในประเทศ) สอดคล้องกับการวางสถานะขาลงของต่างชาติในหุ้นปิโตรเคมี ปริมาณ Short คงค้าง 0.84% (~37.9 ล้านหุ้น) จัดการได้ Short-Selling เป็นแรงต้านเล็กน้อย ไม่ใช่ข้อกังวลหลัก
    • การตีความ NVDR: ข้อมูล NVDR ซับซ้อนและขัดแย้งกัน:
    • ยอดสะสม 3 วัน: +513,542,847.50 บาท — นี่คือการสะสมของต่างชาติครั้งใหญ่ ครึ่งพันล้านบาทจากการซื้อสุทธิ NVDR ใน 3 เซสชัน สำหรับบริษัทที่มีมูลค่าซื้อขาย ~1 พันล้านบาทต่อวัน คิดเป็นประมาณ 17% ของการซื้อขายทั้งหมดที่ถูกดูดซับโดยการซื้อสุทธิ NVDR
    • วอลุ่มพุ่ง: 4.04 เท่า — สูงเกินเกณฑ์ 2.0 เท่ามาก กิจกรรม NVDR ของวันล่าสุดผิดปกติ
    • สัดส่วนสุทธิ: -10.62% ในวันที่มี Spike — แม้มีปริมาณมหาศาล แต่เป็นการขายสุทธิ ยอดสะสม +513 ล้านใน 3 วันมาจากสองวันก่อนหน้า วันล่าสุดกลับทิศ
    • สภาพคล่อง >100 ล้านบาท — ผ่าน สัญญาณมีความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานวอลุ่ม

    การตีความ: แนวโน้มหลัก 3 วันคือการสะสมขาขึ้นอย่างหนักแน่น Divergence รายวัน (-10.62% บน Spike 4.04 เท่า) บ่งชี้ถึงการขายทำกำไรหลังจากซื้อหนักสองวัน หรือการเปลี่ยนทิศทางที่แท้จริง ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ในวันนี้จะให้บริบทว่าฝั่งไหนถูกต้อง

    • บทสรุปกระแสเงินรวม: PTTGC เป็นสถานการณ์การลงทุนเชิงลึก/เล่นสินทรัพย์ (P/BV 0.56, P/S 0.33) ในช่วงขาลงของวัฏจักร การสะสม NVDR (+513 ล้าน 3 วัน) แสดงว่านักลงทุนต่างชาติที่เน้นมูลค่ากำลังวางตำแหน่งเพื่อการฟื้นตัว และการฟื้นตัวของราคา +80.73% YTD ยืนยันว่าตลาดกำลังคาดการณ์การปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาลง ฟิทช์มีแนวโน้ม Negative และผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันนี้ยังไม่คลี่คลาย การซื้อสวนแนวโน้มด้วย R:R 0.60:1 ก่อนประกาศผลประกอบการในวันเดียวกันละเมิดกฎการจัดการความเสี่ยงทุกข้อในกรอบนี้

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเทรด — Setup ไม่ผ่านตัวกรองบังคับหลายประการ
    • โซนเข้า: 37.25 (ที่ให้มา) — ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้อง R:R คือ 0.60:1
    • เงื่อนไขเข้า: ไม่มีจุดกระตุ้นที่ถูกต้อง การจะพิจารณาการซื้อใดๆ ต้องเกิดเงื่อนไขต่อไปนี้ทั้งหมด:

    1. แนวโน้มหลักต้องเปลี่ยนจาก DOWN_TREND เป็นอย่างน้อย SIDEWAYS หรือ UP_TREND (ตาม Dow Theory: ต้องเกิดลำดับ Higher-High และ Higher-Low)

    2. ราคาต้องปิดเหนือ EMA 200 (ตามตัวกรองแรกของแผนการเทรด — ไม่มีค่า EMA ให้มา แต่แนวโน้มถูกจำแนกว่าเป็น DOWN_TREND หมายความว่าราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยที่สำคัญ)

    3. ต้องปรับโครงสร้าง R:R ให้ได้อย่างน้อย 1.5:1 (ต้องเข้าที่หรือต่ำกว่า 36.50 โดยมีเป้าหมายที่ 38.00 และ Stop ที่ 36.00 หรือเป้าหมายที่ 39.88+ โดยเข้าที่ 37.25 และ Stop ที่ 36.00)

    4. ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ต้องแสดงถึงการกลับคืนสู่ความสามารถทำกำไร

    5. MACD ต้องให้สัญญาณตัดขึ้นที่ได้รับการยืนยัน

    • เป้าหมายที่ 1: 38.00 บาท — แนวต้านเร่งด่วน (ที่ให้มา) วิธีวัด: แนวต้านเชิงโครงสร้าง
    • เป้าหมายที่ 2: 41.75 บาท — จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ (แนวต้านประวัติศาสตร์จาก Yahoo Finance)
    • จุด Stop Loss: 36.00 บาท — ต่ำกว่าแนวรับเชิงโครงสร้าง (ที่ให้มา) หมายเหตุ: ราคากำลังซื้อขายใกล้ 36.00 (ช่วงวัน: 36.00–37.50) Stop อยู่ที่ราคาปัจจุบันโดยประมาณ
    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 1 (ที่จุดเข้า 37.25): (38.00 – 37.25) / (37.25 – 36.00) = 0.75 / 1.25 = 0.60:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างรุนแรง

    ⚠️ ความล้มเหลวของ R:R อย่างวิกฤต: R:R ที่ให้มาคือ 0.75 ก็ยังต่ำกว่า 1.5 ค่า R:R ที่คำนวณได้จริงคือ 0.60:1 — ยิ่งแย่กว่า การเทรดนี้เสี่ยง 1.25 บาทเพื่อหวังกำไร 0.75 บาท หลังหักค่าคอมมิชชันและ Slippage มูลค่าคาดหวังติดลบ นี่ไม่ใช่การเทรด — แต่คือการบริจาคให้ตลาด

    R:R เสียหายถึงขนาดที่ตัวเลข 0.75 ที่ให้มาก็ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 การกระทำที่ให้มาคือ WAIT ซึ่งเหมาะสม — แต่แม้ WAIT ก็ยังสื่อถึงจุดเข้าในอนาคตที่เป็นไปได้ AVOID เหมาะสมกว่าเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มขาลง

    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ห้ามเข้า รอประเมินใหม่หลังจากเงื่อนไขตามลำดับต่อไปนี้ครบถ้วน: (1) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ถูกซึมซับแล้ว (2) ราคาปิดรายวันเหนือ 38.00 ยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้ม (3) ปรับโครงสร้าง R:R ได้
    • ห้ามเข้าหาก: ข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้เป็นจริง (ซึ่งปัจจุบันเป็นจริงทั้งหมด):

    1. แนวโน้มหลักเป็น DOWN_TREND — ไม่ผ่าน

    2. R:R ต่ำกว่า 1.5:1 — ไม่ผ่าน (0.60:1)

    3. ประกาศผลประกอบการในวันนี้ (ตัวเร่งที่ยังไม่คลี่คลาย) — ไม่ผ่าน

    สิ่งที่ต้องเกิดเพื่อปรับเพิ่มจาก AVOID เป็น WATCH: ราคาต้องปิดเหนือ 38.00 ด้วยวอลุ่มขยายตัว สร้าง Higher-High และเปลี่ยนแนวโน้มจาก DOWN_TREND เป็นอย่างน้อย SIDEWAYS ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ต้องแสดงถึงเส้นทางสู่การทำกำไร การสะสม NVDR ต้องยั่งยืน (ไม่กลับทิศ)

    สิ่งที่ต้องเกิดเพื่อปรับลดลงอีก (เป็น AVOID อย่างถาวร): ราคาปิดต่ำกว่า 36.00 (เริ่มการทดสอบจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์อีกครั้ง), MACD ตัดลง หรือการขาดทุนไตรมาส 2/2569 เร่งตัวขึ้น


    5. แผนภาพสถานการณ์

    สถานการณ์ จุดกระตุ้น แนวทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น (Bull Case) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เชิงบวก; ราคาปิดเหนือ 38.00; แนวโน้มขาลงกลับตัว; การสะสม NVDR ต่อเนื่อง ปรับขึ้นสู่ 38.29 (เป้าหมายนักวิเคราะห์) จากนั้น 41.75 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์); การเทรดการฟื้นตัวของวัฏจักร ปิดต่ำกว่า 36.00
    กรณีฐาน (Base Case) ผลประกอบการกลาง/ผสม; ราคาพักตัว 36.00–38.00; Squeeze ยืดระยะเวลา; แนวโน้มขาลงหยุดแต่ไม่กลับตัว แกว่งตัวในกรอบ; กำไร YTD +80.73% สะสม; ไม่มีจุดเข้าที่ปฏิบัติได้ หลุดต่ำกว่า 36.00 หรือทะลุเหนือ 38.00
    กรณีขาลง (Bear Case) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เชิงลบ; ราคาหลุดต่ำกว่า 36.00; ฟิทช์ลดอันดับ; การสะสม NVDR กลับทิศ ปรับลงสู่ 30.00 จากนั้น 19.00 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์); สมมติฐานการฟื้นตัวของวัฏจักรถูกยกเลิก ฟื้นตัวและปิดเหนือ 38.00

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 & Opportunity Day: 7 สิงหาคม 2569 (วันนี้) — ตัวเร่งที่มีอิทธิพลสูงสุด ฟิทช์คาดว่า EBITDA จะปรับดีขึ้นเป็น 22 พันล้านบาทในปี 2569 จาก 15 พันล้านบาทในปี 2568 ตลาดต้องการการยืนยันว่าการฟื้นตัวเป็นไปตามแผน การเบี่ยงเบนใดๆ จะเป็นตัวขับเคลื่อนทิศทางที่ Squeeze จะคลี่คลาย ห้ามถือสถานะที่ไม่มี Hedging ผ่านเหตุการณ์นี้
    • การทบทวนอันดับเครดิตของฟิทช์: แนวโน้มปรับเป็น Negative (6 มี.ค. 2569) การลดอันดับจะเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมและกดดันงบดุลที่มีภาระหนี้สูงอยู่แล้ว (EV 2.91 แสนล้านบาท เทียบกับ Market Cap 1.67 แสนล้านบาท — หนี้สินจำนวนมาก)
    • การจัดตั้ง JV (Olefins & Polyolefins): MOU ที่ไม่มีผลผูกพันสำหรับ JV เชิงกลยุทธ์ — เป็นตัวเร่งศักยภาพในการปลดล็อกมูลค่าแต่ระยะเวลาไม่แน่นอน

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การจำแนกแนวโน้มเป็น DOWN_TREND การเทรดสวนแนวโน้มมีความน่าจะเป็นที่ต่ำกว่าในเชิงโครงสร้าง R:R 0.60:1 ทำให้กำไรที่อาจเกิดมีขนาดเล็กกว่าความเสี่ยง — เลขคณิตเสียหายพื้นฐาน ตามแผนการเทรด: *”ราคาต้องอยู่เหนือ EMA 200 (เราเทรดเฉพาะด้านซื้ออย่างเคร่งครัด)”*
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: NVDR สะสม 3 วัน +513 ล้านเป็นสัญญาณขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ -10.62% ในวันล่าสุดพร้อม Spike 4.04 เท่าเป็น Divergence หาก Divergence ยังดำเนินต่อเนื่องอีก 2+ เซสชัน สมมติฐานการสะสมจะล่มสลาย Short-selling ที่ 3.11% โดย NVDR-short ครองสัดส่วนเพิ่มน้ำหนักขาลงเล็กน้อย
    • ความเสี่ยงปัจจัยพื้นฐาน: ขาดทุนสุทธิ TTM -11.23 พันล้านบาท — บริษัทกำลังขาดทุน แนวโน้ม Negative ของฟิทช์สะท้อนความเสี่ยงด้านเครดิตถดถอย P/BV 0.56 เป็นกับดักมูลค่าแบบคลาสสิกหากกำไรไม่ฟื้นตัว การฟื้นตัวของราคา +80.73% YTD ได้ซึมซับความหวังจำนวนมากแล้ว — หากไตรมาส 2/2569 น่าผิดหวัง Downside จาก 36.00 อาจมีนัยสำคัญ (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ 19.00 ต่ำกว่า 47%)
    • ความเสี่ยงด้านเหตุการณ์: ผลประกอบการวันนี้ — ความเสี่ยงเร่งด่วนที่สุดที่ยังไม่ได้วัดปริมาณ Stop 36.00 กำลังถูกทดสอบอยู่แล้ว (ช่วงวัน: 36.00–37.50) ข่าวร้ายอาจทำให้ราคากระโดดข้าม Stop

    การสิ้นสุดของแนวคิดการลงทุน: Setup ไม่ถูกต้องตั้งแต่ก่อนวิเคราะห์ — แนวโน้มขาลงด้วย R:R 0.60:1 และผลประกอบการในวันเดียวกันไม่ผ่านเกณฑ์ใดๆ สำหรับการซื้อหรือถือ สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว: ราคาปิดต่ำกว่า 36.00, ฟิทช์ลดอันดับ หรือผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ขาดทุนมากกว่าคาด


    7. การจัดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 37.25 – 36.00 = 1.25 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (ไม่มีข้อมูลพอร์ต — และไม่เกี่ยวข้องเพราะ AVOID)

    หมายเหตุการจัดขนาด: ไม่ควรเปิดสถานะใดๆ R:R 0.60:1 หมายความว่าแม้อัตราชนะ 50% ก็ยังให้มูลค่าคาดหวังติดลบ สำหรับผู้ถืออยู่แล้วจากระดับต่ำกว่า: ลดขนาดสถานะ กำไร YTD +80.73% มีนัยสำคัญ — การปกป้องกำไรโดยขาย 50% แล้วปล่อยที่เหลือให้วิ่งด้วย Trailing Stop ที่ 36.00 เป็นแนวทางการจัดการความเสี่ยงที่สมเหตุสมผล สูตร (สำหรับการลดสัดส่วนของผู้ถือเท่านั้น):

    $\text{จำนวนหุ้นที่ต้องขาย} = \left\lfloor \frac{\text{จำนวนหุ้นทั้งหมด}}{2} \right\rfloor$ (ลด 50% ก่อนประกาศผลประกอบการ)


    8. บันทึกข้อมูลและที่มา

    แหล่งข้อมูล วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิค (input) 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน DOWN_TREND คือข้อมูลนำเข้าที่ชี้ขาด — ละเมิดกฎแผนการเทรด “เทรดเฉพาะด้านซื้อ”
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2569 (เรียกค้น) พร้อมใช้ กฎแผนการเทรดข้อ 1: “ราคาต้องอยู่เหนือ EMA 200 (เทรดด้านซื้ออย่างเคร่งครัด)” — PTTGC ไม่ผ่าน; กลยุทธ์ Squeeze: เฝ้าดูทิศทาง อย่าคาดการณ์; กฎทองยืนยัน MACD ไม่น่าเชื่อถือในตลาดไร้แนวโน้ม
    Query Biglot Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน ข้อมูลบล็อกเทรดสถาบันหายไปสำหรับหุ้นขนาดใหญ่ — ช่องว่างที่มีนัยสำคัญ
    Query Short Stock Daily 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน สัดส่วน Short 3.11% (ปานกลาง); NVDR-short ครองสัดส่วน; จัดการได้
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ภายใน 3 เซสชัน) 3D สะสม +513 ล้าน (สะสมมหาศาล); วันล่าสุด -10.62% พร้อม Spike 4.04 เท่า (Divergence); สภาพคล่องผ่าน
    Tavily Search 7 ส.ค. 2569 พร้อมใช้ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันนี้ (7 ส.ค.); ฟิทช์แนวโน้ม Negative (มี.ค. 2569); ขาดทุน TTM -11.23 พันล้าน; นักวิเคราะห์แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 38.29; YTD +80.73%; P/BV 0.56

    ประเด็นสำคัญ:

    1. DOWN_TREND + การกระทำ WAIT ขัดแย้งกัน: การกระทำ WAIT สื่อว่า Setup อาจใช้งานได้ในอนาคต ในแนวโน้มขาลงด้วย R:R 0.60:1 และผลประกอบการวันนี้ AVOID คือการจำแนกที่ถูกต้อง WAIT มองข้ามความเสี่ยงต่ำเกินไป

    2. R:R เสียหายพื้นฐาน: 0.60:1 (ที่ระบุ 0.75) ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำทุกประการ ไม่มีการปรับจุดเข้า Stop หรือเป้าหมายใดภายในขอบเขตที่สมเหตุสมผลเชิงโครงสร้างที่จะทำให้สูงกว่า 1.5:1 ได้ — การสร้างการเทรดทั้งหมดล้มเหลว

    3. ผลประกอบการวันนี้: ตัวเร่งที่มีสาระสำคัญที่สุดยังไม่คลี่คลายในเวลาที่ออกรายงาน การเข้าเทรดใดๆ ก่อนการประกาศคือการเก็งกำไร ไม่ใช่การลงทุน

    4. +80.73% YTD เทียบกับกำไรติดลบ: การฟื้นตัวครั้งใหญ่จาก 19.00 เป็น 37.25 คือ “Hope Rally” — ตลาดกำลังซึมซับการฟื้นตัวก่อนที่มันจะปรากฏในงบการเงินจริง ไตรมาส 2/2569 คือบททดสอบ


    9. คำตัดสินสุดท้าย

    หลีกเลี่ยง (AVOID) — PTTGC อยู่ในแนวโน้มขาลง (DOWN_TREND) พร้อมการพักตัวที่อ่อนแอ จุดเข้า (37.25) และเป้าหมาย (38.00) ที่ให้มาทำให้ Reward-to-Risk อยู่ที่ 0.60:1 — เสี่ยง 1.25 บาทเพื่อหวังกำไร 0.75 บาท ไม่เอื้อประโยชน์ทางคณิตศาสตร์ ตามแผนการเทรด: “ราคาต้องอยู่เหนือ EMA 200 (เราเทรดเฉพาะด้านซื้ออย่างเคร่งครัด)” — PTTGC ไม่ผ่านตัวกรองแรกนี้ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ประกาศในวันนี้ (7 ส.ค.) โดยมีผลขาดทุนสุทธิย้อนหลัง 12 เดือนที่ -11.23 พันล้านบาท และแนวโน้มของฟิทช์เป็น Negative NVDR สะสม 3 วัน +513 ล้านบาทเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ แต่ถูกขัดแย้งโดย Spike 4.04 เท่าพร้อมการขายสุทธิ -10.62% ในวันล่าสุด การฟื้นตัว +80.73% YTD ได้ซึมซับความหวังจำนวนมากไปแล้ว อย่าเปิดสถานะซื้อใดๆ ผู้ที่ถืออยู่แล้วควรพิจารณาลดสัดส่วนลง 50% เพื่อปกป้องกำไร YTD โดยตั้ง Trailing Stop ที่ 36.00

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T07:35:59.807+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:PTTGC|company_name:PTT Global Chemical Public Company Limited|chat_id:8670813882|stock_trend:DOWN_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:38|entry_price:37.25|sell_price:38|stop_loss_level:36|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:36|immediate_resistance:38|risk_reward_ratio:0.75|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Flat|rsi_status:Neutral|macd_status:Zero-Line-Position|trend_strength:Weak|price_action_signal:None`

    *นี่คือรายงานสนับสนุนการตัดสินใจบนหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน ราคาเป้าหมายเป็นระดับตามแผนแบบมีเงื่อนไข และผลขาดทุนอาจมากกว่าจุด Stop ที่ตั้งไว้ในกรณีเกิด Gap หรือการซื้อขายที่สภาพคล่องต่ำ*

    NETBAY

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจหุ้น: NETBAY — บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การกระทำหลัก เฝ้าดู (WATCH)
    สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว ถือเพื่อรับเงินปันผลอัตรา 11.85%; ใช้ Trailing Stop ที่ 12.80
    แนวโน้มทิศทาง ผสม (ปัจจัยพื้นฐานดีเยี่ยม; เทคนิคเป็นกลาง/ยังไม่ยืนยัน)
    ระดับความเชื่อมั่น ปานกลาง
    ระยะเวลาลงทุน สวิง (1–5 วัน, ขึ้นอยู่กับการคลี่คลายของ Squeeze และผลประกอบการ 11 ส.ค.)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 13.50 บาท (6 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 6 ส.ค. 2569
    สถานะของรูปแบบ รอจุดกระตุ้น — ปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนการสะสม แต่จุดเข้าทางเทคนิคยังไม่ยืนยัน

    แก่นการตัดสินใจ: NETBAY มีคุณภาพปัจจัยพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมซึ่งพบได้ยากในหุ้นขนาดเล็กของตลาดหลักทรัพย์ฯ: P/E 11.82 เท่า, ROE 39.3%, อัตราเงินปันผล 11.85%, อัตรากำไรสุทธิ 33.34%, หนี้สินใกล้ศูนย์ (D/E 3.73%) และเงินสด 418 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กราฟรายวันเป็นไซด์เวย์พร้อมสภาวะ In-Squeeze, Keltner ราบ และการตัดของ MACD ที่ไม่น่าเชื่อถือในตลาดพักตัวตามกฎทอง R:R ที่คำนวณจากระดับที่ให้มาเท่ากับ 1.36:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 และไม่สอดคล้องกับ 2.50 ที่ระบุไว้ NVDR ผสม (ยอดสะสม 3 วันบวก แต่ล่าสุดขายสุทธิ -17.29% ท่ามกลางสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท) และไม่มีข้อมูล Big Lot/Short Selling ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันที่ 11 ส.ค. เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งที่ยังไม่คลี่คลาย ปัจจัยพื้นฐานให้เหตุผลในการสะสม; จังหวะทางเทคนิคชี้ว่าต้องอดทน


    2. ตารางประเมินหลักฐาน

    หลักฐาน ผลการตรวจสอบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง ไซด์เวย์; พักตัว; In-Squeeze; Keltner ราบ; ราคา 13.50 อยู่ระหว่างแนวรับ 12.80 และแนวต้าน 14.00 เป็นกลาง สูง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มแห้งใน Squeeze; MACD ตัดขึ้น (ไม่น่าเชื่อถือในตลาดไซด์เวย์ตามกฎทอง); RSI เป็นกลาง; ไม่มี Divergence ระมัดระวัง (ความเสี่ยงสัญญาณหลอก) สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    NVDR ยอดสะสม 3 วัน +4.32 ล้านบาท (บวก); วันล่าสุดขายสุทธิ -17.29%; สภาพคล่อง <100 ล้านบาท ตั้งข้อสังเกต ผสม / ความน่าเชื่อถือต่ำ ต่ำ
    ข่าวและตัวเร่ง ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันที่ 11 ส.ค. 2569; ไม่มีบทวิเคราะห์; YTD +33.26%; 52 สัปดาห์ 9.05–25.00 เป็นกลาง (ความเสี่ยงด้านผลประกอบการ) ปานกลาง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 11.82x; ROE 39.29%; อัตราเงินปันผล 11.85%; อัตรากำไรสุทธิ 33.34%; D/E 3.73%; เงินสด 418 ล้านบาท; EPS 1.14 (-4.6% YoY) บวกอย่างแข็งแกร่ง สูง

    สรุปภาพรวมหลักฐาน: น่าจะเป็นการสะสม — ปัจจัยพื้นฐานเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งที่สุดโดยไกล ยอดสะสม NVDR 3 วันเป็นบวก แต่วันล่าสุดแสดงการขายสุทธิและสภาพคล่องต่ำ เทคนิคเป็นกลาง (Squeeze ยังไม่คลี่คลาย, MACD ไม่น่าเชื่อถือในตลาดไซด์เวย์) ไม่มีข้อมูล Big Lot และ Short Selling กรณีลงทุนจากปัจจัยพื้นฐานนั้นสมเหตุสมผล; จังหวะเข้าทางเทคนิคยังไม่ยืนยัน


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ (พักตัวในกรอบ 12.80–14.00; Keltner ราบ; ไม่มี Higher-High หรือ Lower-Low)
    • วัฏจักรตลาด: น่าจะเป็นช่วงสะสม — การปรับตัวลง -46% จากจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 25.00 มาที่ 13.50 ในปัจจุบัน ประกอบกับปัจจัยพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม เป็นลักษณะของหุ้นที่ถูกขายมากเกินไปและกำลังสร้างฐาน อย่างไรก็ตาม Squeeze ยังไม่ยืนยันการเปลี่ยนผ่านสู่ช่วงขาขึ้น
    • แนวรับสำคัญ: 12.80 (แนวรับเชิงโครงสร้างและจุด Stop-Loss; เป็นแนวรับเร่งด่วนด้วย)
    • แนวต้านสำคัญ: 14.00 (แนวต้านเร่งด่วน); 15.40 (เป้าหมาย/แนวต้านที่ให้มา); 25.00 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ — ไกล)
    • โมเมนตัม:
    • MACD: ตัดขึ้น (Crossover) — เกิดสัญญาณ MACD ตัดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ตามกฎทองที่ค้นคืนมาจากฐานความรู้: *”ในตลาดไซด์เวย์ ตัวบ่งชี้แนวโน้ม (เช่น EMA) จะไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ (สร้างสัญญาณตัดหลอก)”* การตัดขึ้นของ MACD ในตลาดพักตัวของ NETBAY มีความเสี่ยงสัญญาณหลอกสูง เป็นความเอียงเชิงบวก แต่ไม่สามารถใช้เป็นสัญญาณยืนยันการเข้าเดี่ยวๆ ได้
    • RSI: เป็นกลาง — ยืนยันการพักตัว ไม่สุดขั้วซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป ไม่มี Divergence มีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวทั้งสองทิศทาง
    • In-Squeeze พร้อมวอลุ่มแห้ง: การอัดตัวนำหน้าการขยายตัวเชิงทิศทาง ตามกลยุทธ์ Squeeze: *”เฝ้าดูว่าราคาจะเลือกทิศทางไหน”* ผลประกอบการ 11 ส.ค. อาจเป็นตัวเร่งให้ Squeeze คลี่คลาย
    • Keltner ราบ: ไม่มีโมเมนตัมเชิงทิศทาง ราคากำลังอัดตัวในกรอบ — ไม่ใช่ขาขึ้นหรือขาลง; เป็นภาวะก่อนเลือกทิศทาง
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน NETBAY เป็นหุ้นขนาดเล็ก (Market Cap 2.70 พันล้านบาท) ปริมาณซื้อขายรายวัน ~672,000 หุ้น ข้อมูล Big Lot จะมีคุณค่ามากแต่ขาดหายไป ไม่สามารถประเมินการสะสมเป็นก้อนของสถาบัน
    • การตีความ Short Selling: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูล Short Selling สำหรับ NETBAY ระดับความเชื่อมั่นของฝั่งขาลงไม่ทราบแน่ชัด
    • การตีความ NVDR: NVDR ให้สัญญาณผสมที่มีความน่าเชื่อถือต่ำ:
    • ยอดสะสม 3 วัน: +4,318,603.50 บาท — เป็นบวก บ่งชี้การซื้อสุทธิของต่างชาติในช่วง 3 เซสชันล่าสุด
    • สัดส่วนสุทธิ: -17.29% ในวันล่าสุด — เป็นการขายสุทธิ ยอดสะสม 3 วันที่เป็นบวกมาจากวันก่อนหน้า; เซสชันล่าสุดแสดงการกลับทิศ
    • วอลุ่มพุ่ง: 0x — ไม่มีวอลุ่มผิดปกติ สัดส่วน -17.29% เกิดจากวอลุ่ม NVDR ปกติ ไม่ใช่การพุ่ง
    • วันซื้อสุทธิติดต่อกัน: 0; วันขายสุทธิติดต่อกัน: 1 — ไม่มีความต่อเนื่องในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
    • สภาพคล่องรวม <100 ล้านบาท — NVDR Analyzer ตั้งข้อสังเกต: *”⚠️ ระวัง! สภาพคล่องรวมต่ำกว่า 100M อาจเป็นสัญญาณลวงหรือ Big Lot”* สัญญาณ NVDR ไม่น่าเชื่อถือเพราะมูลค่าการซื้อขายรวมที่เบาบาง

    บทสรุป: ข้อมูล NVDR ไม่สามารถสรุปได้ชัด ยอดสะสม 3 วันค่อนข้างบวก แต่วันล่าสุดขายสุทธิ และสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาทลดความน่าเชื่อถือลงเหลือต่ำ NVDR ไม่ให้สัญญาณที่นำไปปฏิบัติได้

    • บทสรุปกระแสเงินรวม: ข้อมูลกระแสเงินไม่เพียงพอสำหรับการประเมินอย่างมั่นใจ NVDR ผสมและไม่น่าเชื่อถือเพราะสภาพคล่องบางเบา ไม่มีข้อมูล Big Lot และ Short Selling กรณีการลงทุนของ NETBAY วางอยู่บนปัจจัยพื้นฐานแทบทั้งหมด ไม่ใช่การยืนยันจากกระแสเงิน ซึ่งยอมรับได้สำหรับการลงทุนแบบคุณค่า/เงินปันผล แต่จำกัดความเชื่อมั่นสำหรับการเทรดสวิงระยะสั้น

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การย่อตัวกลับสู่แนวรับในกรอบการสะสม หรือการทะลุเหนือ 14.00 (รอการยืนยันทิศทาง)
    • โซนเข้า: 13.90 (ที่ให้มา) — แต่ R:R คือ 1.36:1 (ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ) การเข้าที่ 12.80–13.00 จะให้ R:R ที่ดีกว่ามาก
    • เงื่อนไขเข้า (จุดกระตุ้น): ราคาต้องเข้าเงื่อนไขหนึ่งในสองอย่างต่อไปนี้:

    1. การย่อตัว (Pullback): ราคาย่อกลับมาที่โซนแนวรับ 12.80–13.00 ยืนเหนือ 12.80 และแสดงแท่งเทียนกลับตัวขาขึ้นพร้อม RSI กำลังเปลี่ยนทิศขึ้นจากโซน 40–50 วอลุ่มควรมีเสถียรภาพ (ไม่ทรุดหาย)

    2. การทะลุกรอบ (Breakout): ราคาปิดเหนือ 14.00 (ทะลุแนวต้าน) ด้วยวอลุ่มขยาย โดย MACD ยังคงตัดขึ้นอยู่ และ Squeeze คลี่คลายขึ้นด้านบน

    • เป้าหมายที่ 1: 15.40 บาท — แนวต้านที่ให้มา / ระดับโครงสร้างก่อนหน้า
    • เป้าหมายที่ 2: 25.00 บาท — จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ (แนวต้านประวัติศาสตร์; เป้าหมายระยะยาว) วิธีวัด: จุดสูงสุดสวิงก่อนหน้า หมายเหตุ: นี่คือกำไร 85% จากราคาปัจจุบัน 13.50 — เป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีการปรับมูลค่าพื้นฐานใหม่
    • จุด Stop Loss: 12.80 บาท — ต่ำกว่าแนวรับเชิงโครงสร้าง (ที่ให้มา) นี่คือระดับแนวรับเร่งด่วน; การหลุดลงจะทำให้ฐานการสะสมไม่ถูกต้อง
    • Trailing Stop: หากราคาผ่าน 14.00 ให้ยก Stop ขึ้นเป็น 13.10 (โซนจุดคุ้มทุนสำหรับการเข้าที่ 13.00) จากนั้นเลื่อน Stop ตามจุดต่ำของแท่งเทียนรายวันที่ยกตัวขึ้นถัดไป
    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 1 (ที่จุดเข้า 13.90): (15.40 – 13.90) / (13.90 – 12.80) = 1.50 / 1.10 = 1.36:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5

    ⚠️ ความไม่สอดคล้องของ R:R: R:R ที่ให้มาคือ 2.50; แต่คำนวณได้ 1.36:1 เพื่อให้ได้ R:R 2.50:1 จะต้อง:

    • เข้าที่ 13.09: (15.40 – 13.09) / (13.09 – 12.80) = 2.31 / 0.29 = 7.97:1 — ระยะ Stop ไม่สมจริง
    • เป้าหมายที่ 16.55: (16.55 – 13.90) / 1.10 = 2.41:1
    • เข้าที่ 13.14 โดยเป้าหมาย 15.40: (15.40 – 13.14) / (13.14 – 12.80) = 2.26 / 0.34 = 6.65:1

    ตัวเลขทางคณิตศาสตร์ไม่ลงตัวกับระดับราคาที่ให้มา R:R 2.50 ที่ระบุไม่สามารถปรับให้เข้ากับจุดเข้า 13.90, เป้าหมาย 15.40 และ Stop 12.80 ได้

    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 1 (ที่จุดเข้า 13.00): (15.40 – 13.00) / (13.00 – 12.80) = 2.40 / 0.20 = 12.00:1 — ยอดเยี่ยม แต่ Stop ตึงมาก

    การรอเข้าตอนย่อที่ 13.00 ให้ R:R ที่เหนือกว่า การรอการย่อตัวเป็นคำแนะนำอย่างหนักแน่น

    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ไม่ใช่ก่อนวันที่ 11 ส.ค. ที่ประกาศผลประกอบการและซึมซับข้อมูลแล้ว หากเกิดการย่อตัวมาที่ 12.80–13.00 ก่อนวันที่ 11 ส.ค. อาจพิจารณาเปิดสถานะครึ่งหนึ่งโดยเข้าใจว่าความเสี่ยงจาก Gap ผลประกอบการยังไม่มีการป้องกัน เปิดสถานะเต็มหลังจากผลประกอบการชัดเจนแล้วเท่านั้น
    • ห้ามเข้าหาก:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 12.80 — ฐานการสะสมแตก; โครงสร้างใช้ไม่ได้

    2. ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 (11 ส.ค.) แสดงการถดถอยของกำไรสุทธิที่เร่งตัว (แย่กว่าแนวโน้ม -4.6%) หรือการปรับลดเงินปันผล

    3. MACD ออกสัญญาณตัดลง (Bearish Crossover) — โมเมนตัมเปลี่ยนทิศสวนทางกับแผน

    ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ: ราคาย่อตัวกลับมาที่ 12.80–13.00 และยืนได้ โดย RSI เปลี่ยนทิศขึ้นจาก 40–50, MACD ยังตัดขึ้นอยู่ และผลประกอบการผ่านพ้นโดยไม่มีเซอร์ไพรส์เชิงลบ หรืออีกทางหนึ่งคือทะลุเหนือ 14.00 ด้วยวอลุ่มขยายหลังประกาศผลประกอบการ

    ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง: ปิดต่ำกว่า 12.80 หรือ MACD ตัดลง หรือผลประกอบการแย่ลงพร้อมปรับลดเงินปันผล


    5. แผนภาพสถานการณ์

    สถานการณ์ จุดกระตุ้น แนวทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น (Bull Case) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เชิงบวก; ราคาทะลุเหนือ 14.00 ด้วยวอลุ่มขยาย; Squeeze คลี่คลายขึ้นด้านบน ขึ้นไปที่ 15.40 จากนั้นอาจถูกปรับมูลค่าใหม่สู่ 20.00–25.00 (โซนจุดสูงสุด 52 สัปดาห์) เมื่อปัจจัยพื้นฐานได้รับการยอมรับ ปิดต่ำกว่า 12.80
    กรณีฐาน (Base Case) ผลประกอบการเป็นกลาง; ราคายังพักตัวในกรอบ 12.80–14.00; Squeeze ยืดระยะเวลา แกว่งตัวในกรอบ; อัตราเงินปันผลช่วยให้ผลตอบแทนระหว่างถือ; ต้องใช้ความอดทนเพื่อรอการทะลุ หลุดต่ำกว่า 12.80 หรือทะลุเหนือ 14.00
    กรณีขาลง (Bear Case) ผลประกอบการเชิงลบหรือปรับลดเงินปันผล; ราคาปิดต่ำกว่า 12.80; MACD ตัดลง ปรับลงสู่ 11.00 จากนั้น 9.05 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์); การปรับลง -46% จาก 25.00 อาจยังดำเนินต่อ ฟื้นตัวและปิดเหนือ 14.00

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2/2569: 11 สิงหาคม 2569 — ตัวเร่งระยะใกล้ที่สำคัญที่สุด กำไรสุทธิกําลังมีแนวโน้ม -4.6% YoY (ลดลงเล็กน้อย) รายได้ +8.1% เป็นสัญญาณดี ตลาดจะจับตาดู: (ก) การถดถอยของกำไรสุทธิมีเสถียรภาพหรือปรับดีขึ้น (ข) ตัวชี้วัดการเติบโตของธุรกิจ SaaS/แพลตฟอร์มดิจิทัล และ (ค) สัญญาณใดๆ เกี่ยวกับความยั่งยืนของเงินปันผล เนื่องจากอัตรา 11.85% ที่สูงพิเศษ
    • วันขึ้นเครื่องหมาย XD: 6 พ.ค. 2569 ผ่านไปแล้ว รอบเงินปันผลครั้งถัดไปจะประกาศพร้อมผลประกอบการหรือตอนสิ้นปี เงินปันผลรายปี 1.60 บาทเป็นเหตุผลเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดในการถือหุ้นนี้

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: ตลาดไซด์เวย์ที่ MACD ตัดขึ้น = ความเสี่ยงสัญญาณหลอกสูงตามกฎทอง In-Squeeze อาจทะลุลงด้านล่าง หุ้นลงจากจุดสูงสุด 52 สัปดาห์มาแล้ว 46% — การพยายามรับมีดที่ร่วงลงมา แม้ในมูลค่าที่ถูก ก็ต้องการจังหวะที่แม่นยำ
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: NVDR ผสมกับสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท; ไม่มีข้อมูลทั้ง Big Lot และ Short Selling ข้อมูลเสากระแสเงินสองในสามเสาขาดหายไปทั้งหมด ตามกฎการตัดสินใจ: หากไม่มีข้อมูลทั้ง Big Lot และ Short Selling รายงานไม่สามารถได้รับความเชื่อมั่นระดับสูง กรณีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งแต่ไม่ได้รับการยืนยันจากกระแสเงิน
    • ความเสี่ยงปัจจัยพื้นฐาน: กำไรสุทธิ -4.6% เป็นการลดลงเล็กน้อย แต่หากแนวโน้มเร่งตัว อัตราเงินปันผล 11.85% จะไม่ยั่งยืน (อัตราการจ่ายเงินปันผลที่ EPS 1.14 กับเงินปันผล 1.60 = 140% — เงินปันผลสูงกว่ากำไร) อัตราผลตอบแทนอาจกลายเป็นกับดักมูลค่าหากกำไรถูกกัดเซาะต่อ บริษัทอาจกำลังใช้เงินสดสำรอง 418 ล้านบาทมาหล่อเลี้ยงเงินปันผล ความยั่งยืนของเงินปันผลคือคำถามปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: NETBAY เป็นหุ้นขนาดเล็ก วอลุ่มเฉลี่ย ~672,000 หุ้น/วัน (มูลค่าซื้อขายรายวัน ~9 ล้านบาท) การจัดขนาดสถานะต้องคำนึงถึงสิ่งนี้ — คำสั่งขนาดใหญ่จะเขย่าราคา ช่วง 52 สัปดาห์ 9.05–25.00 แสดงให้เห็นถึงความผันผวนสูง

    การสิ้นสุดของแนวคิดการลงทุน: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 12.80, การปรับลดเงินปันผล หรือผลประกอบการไตรมาส 2/2569 แสดงการลดลงของกำไรสุทธิที่เร่งตัวเกิน -10% YoY


    7. การจัดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ที่จุดเข้า 13.90): 13.90 – 12.80 = 1.10 บาท
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ที่จุดเข้า 13.00): 13.00 – 12.80 = 0.20 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (เพราะไม่มีข้อมูลพอร์ต)

    หมายเหตุการจัดขนาด: ความเสี่ยง 1.10 บาทต่อหุ้นที่จุดเข้าที่ให้มา (~7.9% ของระยะ Stop) ถือว่ากว้างและใช้เงินทุนมาก ความเสี่ยง 0.20 บาทที่จุดเข้า 13.00 ถือว่าแคบมาก (~1.5%) — ดีต่อการรักษาเงินทุน แต่เสี่ยงต่อสัญญาณรบกวนในกรอบ สูตร:

    $\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{1.10} \right\rfloor$ (ที่จุดเข้า 13.90)

    ให้จำกัดความเสี่ยงไว้ที่ ไม่เกิน 0.5–1.0% ของพอร์ต เนื่องจากสภาพคล่องต่ำของหุ้นขนาดเล็ก (มูลค่าซื้อขายรายวัน ~9 ล้านบาท), เสากระแสเงินที่ขาดหายไปสองเสา และความเสี่ยง Gap ผลประกอบการ ความเสี่ยง 0.5% บนพอร์ต 1 ล้านบาทจะทำให้ซื้อขายได้ ~4,500 หุ้นที่จุดเข้า 13.90 — อยู่ภายในข้อจำกัดสภาพคล่องรายวัน ปัจจัยพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม (P/E 11.82x, ROE 39.3%, อัตราผลตอบแทน 11.85%) ให้เหตุผลบางส่วนในการเปิดสถานะเก็งกำไรขนาดเล็กก่อนประกาศผลประกอบการสำหรับนักลงทุนที่เน้นคุณค่า


    8. บันทึกข้อมูลและที่มา

    แหล่งข้อมูล วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิค (input) 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน ให้แนวโน้มไซด์เวย์, In-Squeeze, MACD ตัดขึ้น (ไม่น่าเชื่อถือในตลาดไซด์เวย์), ระดับราคา
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2569 (เรียกค้น) พร้อมใช้ กฎทอง: MACD ตัดไม่น่าเชื่อถือในตลาดไซด์เวย์; กฎการทะลุ Squeeze; ตรวจสอบท่าทีเป็นกลาง
    Query Biglot Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน เสากระแสเงินแรกที่ขาด; ไม่มีข้อมูลบล็อกเทรดสถาบันสำหรับหุ้นขนาดเล็ก
    Query Short Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน เสากระแสเงินที่สองที่ขาด; ระดับความเชื่อมั่นขาลงไม่ทราบ
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ภายใน 3 เซสชัน) 3D สะสม +4.32 ล้านบาท (บวก); ล่าสุดขายสุทธิ -17.29%; สภาพคล่อง <100M ตั้งข้อสังเกต — ไม่สามารถสรุปได้, ความน่าเชื่อถือต่ำ
    Tavily Search 7 ส.ค. 2569 พร้อมใช้ P/E 11.82x; ROE 39.29%; อัตราเงินปันผล 11.85%; D/E 3.73%; เงินสด 418M; EPS 1.14 (-4.6%); ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 11 ส.ค.; ไม่มีบทวิเคราะห์

    ข้อขัดแย้งสำคัญ:

    1. ความไม่สอดคล้องของ R:R: ที่ระบุ 2.50 vs. คำนวณได้ 1.36:1 ตัวเลขทางคณิตศาสตร์ไม่สามารถปรับให้เข้ากับระดับราคาที่ให้มาได้

    2. เสากระแสเงินที่ขาดหายไปสองเสา: ขาดข้อมูลทั้ง Big Lot และ Short Selling — ความเชื่อมั่นถูกจำกัดที่ระดับปานกลางโดยอัตโนมัติ

    3. ความขัดแย้งระหว่างปัจจัยพื้นฐานกับเทคนิค: ปัจจัยพื้นฐานยอดเยี่ยม (P/E 11.82x, ROE 39.3%, อัตราผลตอบแทน 11.85%); เทคนิคเป็นกลาง/ยังไม่ยืนยัน (ไซด์เวย์, Squeeze ยังไม่คลี่คลาย, MACD ไม่น่าเชื่อถือ) นี่คือหุ้นของนักลงทุนคุณค่า ไม่ใช่ของนักเทรดโมเมนตัม

    4. ความเสี่ยงความยั่งยืนของเงินปันผล: เงินปันผล 1.60 บาทต่อ EPS 1.14 บาท = อัตราการจ่าย 140% เงินปันผลบางส่วนนำมาจากเงินสดสำรอง 418 ล้านบาท ความยั่งยืนขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของกำไร

    5. MACD ไม่น่าเชื่อถือในตลาดไซด์เวย์: ตามกฎทอง การตัดขึ้นของ MACD ในตลาดพักตัวสร้างสัญญาณหลอก การตัดขึ้นเป็นความเอียงเชิงบวก แต่ไม่เพียงพอเป็นจุดกระตุ้นเข้าเดี่ยวๆ


    9. คำตัดสินสุดท้าย

    เฝ้าดู (WATCH) — ปัจจัยพื้นฐานของ NETBAY ยอดเยี่ยมสำหรับหุ้นขนาดเล็กในตลาดหลักทรัพย์ฯ: P/E 11.82x, ROE 39.29%, อัตราเงินปันผล 11.85%, อัตรากำไรสุทธิ 33.34% และหนี้สินใกล้ศูนย์พร้อมเงินสด 418 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาพทางเทคนิคเป็นกลาง: ไซด์เวย์ In-Squeeze พร้อมการตัดขึ้นของ MACD ที่ไม่น่าเชื่อถือ (กฎทอง: ตัวบ่งชี้แนวโน้มสร้างสัญญาณหลอกในกรอบ) R:R ที่คำนวณจากจุดเข้า 13.90 ที่ให้มาเหลือเพียง 1.36:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 และไม่สอดคล้องกับ 2.50 ที่ระบุไว้ NVDR ผสมกับสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท และไม่มีข้อมูลทั้ง Big Lot และ Short Selling ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันที่ 11 ส.ค. เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งที่ยังไม่คลี่คลาย ให้รอ: (ก) การย่อตัวมาที่ 12.80–13.00 เพื่อให้ได้ R:R ที่เหนือกว่า หรือ (ข) การทะลุเหนือ 14.00 ด้วยวอลุ่มขยายหลังผลประกอบการ อัตราเงินปันผล 11.85% เป็นเหตุผลแข็งแกร่งสุดในการสะสมอย่างอดทน — นักลงทุนคุณค่าอาจพิจารณาถือสถานะครึ่งหนึ่งที่ระดับราคาปัจจุบันเพื่อรับผลตอบแทน แต่ผู้เทรดสวิงควรรอการยืนยันทางเทคนิค

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T07:28:45.312+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:NETBAY|company_name:Netbay Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:15.4|entry_price:13.9|sell_price:15.4|stop_loss_level:12.8|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:12.8|immediate_resistance:14|risk_reward_ratio:2.5|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Flat|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือรายงานสนับสนุนการตัดสินใจบนหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน ราคาเป้าหมายเป็นระดับตามแผนแบบมีเงื่อนไข และผลขาดทุนอาจมากกว่าจุด Stop ที่ตั้งไว้ในกรณีเกิด Gap หรือการซื้อขายที่สภาพคล่องต่ำ*

    M

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจหุ้น: M — บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การกระทำหลัก ถือต่อ (HOLD)
    สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว ถือโดยใช้ Trailing Stop ที่ 20.90; รับเงินปันผล; ห้ามเพิ่มก่อนประกาศผลประกอบการ 11–12 ส.ค.
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง / ผสม (แรงซื้อสะสมจาก NVDR สวนทางกับปัจจัยพื้นฐานที่แย่ลงและแรงกดดันจาก Short)
    ระดับความเชื่อมั่น ปานกลาง
    ระยะเวลาลงทุน ถือสถานะ (ถือผ่าน Squeeze; มีเงื่อนไขสำคัญคือผลประกอบการ 11–12 ส.ค.)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 21.40 บาท (ราคาปิด 5 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 5 ส.ค. 2569
    สถานะของรูปแบบ มีสถานะอยู่แล้ว — แนวคิดการลงทุนยังใช้ได้บางส่วน; ความเสี่ยงด้านผลประกอบการคือตัวแปรสำคัญที่ยังไม่คลี่คลาย

    แก่นการตัดสินใจ: การกระทำ “ถือต่อ” ที่กำหนดเหมาะสมสำหรับผู้ถือสถานะอยู่แล้ว โดยได้รับการสนับสนุนจาก NVDR ที่ซื้อสุทธิติดต่อกัน 20 วันทำการ (สัดส่วนสุทธิ 29.73% ถูกจัดประเภทเป็น “การสะสมในช่วงต้น” โดย NVDR Analyzer) อัตราเงินปันผลสูงที่ 4.61% และราคาที่ยังยืนเหนือแนวรับเร่งด่วน 21.00 บาท อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยถ่วง 3 ข้อที่ทำให้ไม่ควรเพิ่มสถานะ: (1) ค่า R:R สำหรับการเข้าใหม่ที่ 21.50 คือ 0.83:1 ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ระบุไว้ที่ 2.50:1 และเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างมาก (2) สัดส่วน Short Selling ที่ 12.3% สร้างแรงกดดันขาลงที่สูง และ (3) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ในวันที่ 11–12 ส.ค. ซึ่งกำไรสุทธิปรับตัวลดลงแล้ว 42.2% YoY ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านช่องว่างราคาอย่างมีนัยสำคัญ ให้คงสถานะที่มีอยู่, ห้ามเพิ่ม, และรัด Stop ให้แน่น


    2. ตารางประเมินหลักฐาน

    หลักฐาน ผลการตรวจสอบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง ไซด์เวย์; พักตัว; In-Squeeze; Keltner ราบ; ราคา 21.40 อยู่ระหว่างแนวรับ 21.00 และแนวต้าน 21.90 เป็นกลาง สูง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มแห้งใน Squeeze; MACD อยู่ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ (Zero-Line, ยังไม่ตัดขึ้นหรือลง, ไม่มี Divergence); RSI เป็นกลาง เป็นกลาง / ไม่มีความได้เปรียบ สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling สัดส่วน Short 12.3% (สูง); คงค้าง 0.72%; ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนในประเทศ (89.3K หุ้น เทียบกับ NVDR 2.4K หุ้น); แรงกดดันขาลงที่น่าสนใจ แรงกดดันขาลง (สูง) สูง
    NVDR ซื้อสุทธิติดต่อกัน 20 วัน; สัดส่วนสุทธิ 29.73%; สะสม 3 วัน +13.62 ล้านบาท; NVDR Analyzer จัดเป็น “การสะสมช่วงต้น”; แต่ สภาพคล่อง <100 ล้านบาท ได้รับการตั้งข้อสังเกต การสะสมที่แข็งแกร่ง (มีข้อควรระวังด้านสภาพคล่อง) ปานกลาง
    ข่าวและตัวเร่ง บทวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ ถือ; ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 23.25 (+8.65%); ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันที่ 11–12 ส.ค.; กำไรสุทธิ -42.2% YoY; รายได้ +3.2%; อัตราเงินปันผล 4.61–6.98% คลุมเครือ (ความเสี่ยงด้านผลประกอบการ) สูง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 25.19x TTM; Forward P/E 21.56x; EPS 0.85 (-41.7%); P/BV 1.48; Gross Margin 64.2% (แข็งแกร่ง); Net Margin ลดลง คลุมเครือ (ราคาค่อนข้างถูกแต่กำไรแย่ลง) สูง

    สรุปภาพรวมหลักฐาน: น่าจะเป็นการสะสม แต่มีความขัดแย้ง — การสะสมของ NVDR มีความต่อเนื่องมาก (20 วัน, สัดส่วนสุทธิ 29.73%) และอัตราเงินปันผลที่สูงช่วยสนับสนุนการถือ แต่ Short Selling ที่ 12.3% ถือว่าสูงอย่างมีนัยสำคัญ, ผลประกอบการถดถอย (กำไรสุทธิ -42.2%) และข้อมูล Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน การสะสมของ NVDR และแรงขาย Short ขาลงเป็นการขัดแย้งกันโดยตรง — ฝั่งใดฝั่งหนึ่งจะผิด ผลประกอบการในวันที่ 11–12 ส.ค. น่าจะเป็นตัวตัดสินข้อขัดแย้งนี้


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ (พักตัวในกรอบ 21.00–21.90; Keltner ราบ; ไม่มี Higher-High หรือ Lower-Low)
    • วัฏจักรตลาด: ไม่ชัดเจน — อาจเป็นช่วงท้ายของการสะสมที่กำลังเปลี่ยนเป็นช่วงขาขึ้น (Late Accumulation → Markup) หรือเป็นการกระจายในกรอบ การคลี่คลายของ Squeeze จะเป็นตัวบ่งชี้
    • แนวรับสำคัญ: 21.00 (แนวรับเร่งด่วน); 20.90 (Stop-Loss); ถัดลงไปคือ 17.00 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 21.90 (แนวต้านเร่งด่วน); 22.00 (เป้าหมาย/แนวต้านที่ให้มา); 23.25 (เป้าหมายนักวิเคราะห์); 35.25 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ — ไกล)
    • โมเมนตัม:
    • MACD: ตำแหน่งเส้นศูนย์ (Zero-Line) — ยังไม่เกิดสัญญาณตัดขึ้น (Bullish Crossover) หรือตัดลง (Bearish Crossover) MACD อยู่ในสภาวะสมดุล ตามกรอบความรู้ที่ค้นคืนมา ในตลาดไซด์เวย์ ตัวบ่งชี้แนวโน้มจะสร้างสัญญาณหลอก ตำแหน่งเส้นศูนย์สะท้อนการพักตัว — ไม่มีสัญญาณโมเมนตัมให้เทรด เป็นกลาง ไม่ใช่ขาขึ้น
    • RSI: เป็นกลาง (53.19 จาก Investing.com) — ยืนยันการพักตัว ไม่อยู่ในเขตซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป ไม่มี Divergence
    • In-Squeeze พร้อมวอลุ่มแห้ง: การอัดตัวบ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวเป็นทิศทางที่กำลังจะเกิดขึ้น ตามกลยุทธ์ Squeeze: *“เฝ้าดูว่าราคาจะเลือกทิศทางไหน”* โดยมีผลประกอบการวันที่ 11–12 ส.ค. เป็นตัวเร่งให้เกิดการทะลุกรอบ
    • Keltner ราบ: ไม่มีโมเมนตัมเชิงทิศทาง ราคากำลังอัดตัวในกรอบแคบ — ลักษณะ Squeeze แบบคลาสสิก
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลการซื้อขายเป็นก้อนจากสถาบันสำหรับ MK หากมีข้อมูลนี้จะช่วยได้มากสำหรับหุ้นกลุ่มร้านอาหารขนาดกลางที่มี Market Cap 1.9 หมื่นล้านบาท การไม่มีข้อมูลนี้ถือเป็นช่องว่าง
    • การตีความ Short Selling: นี่คือสัญญาณที่น่ากังวลที่สุดสำหรับผู้ถือหุ้น สัดส่วน Short 12.3% ในวันที่ 1 ส.ค. ถือว่าสูงและเกินเกณฑ์ 5% ที่ควรระวัง มูลค่ารวม Short 1.97 ล้านบาทอาจดูไม่มากในเชิงสัมบูรณ์ แต่เมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขายรายวันของ MK (ประมาณ 2.9 ล้านหุ้น × ~21.40 = ~62 ล้านบาทต่อวัน) ถือเป็นการพนันขาลงที่มีนัยสำคัญ Short ส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนในประเทศ (89,300 หุ้น เทียบกับ NVDR Short 2,400 หุ้น) ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนในประเทศมีมุมมองลบอย่างหนักแน่น ไม่ใช่ต่างชาติ Short คงค้างที่ 0.72% (~6.59 ล้านหุ้น) ยังบริหารจัดการได้ แต่ก็บ่งชี้ถึงแรงขาลงที่ต่อเนื่อง

    สัดส่วน Short 12.3% ขัดแย้งโดยตรงกับสัดส่วนซื้อสุทธิ NVDR 29.73% นัก Short ในประเทศกำลังเดิมพันขาลง ขณะที่ผู้ซื้อ NVDR ต่างชาติกำลังสะสมของ นี่คือสงครามชักเย่อที่แท้จริง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะถูกพิสูจน์จากผลประกอบการ

    • การตีความ NVDR: NVDR Analyzer จัดประเภทเป็น “Bullish / Strong / Accumulate (Early Accumulation)” พร้อมข้อควรระวังอย่างชัดเจน: *“⚠️ ระวัง! สภาพคล่องรวมต่ำกว่า 100M อาจเป็นสัญญาณลวงหรือ Big Lot.”* รายละเอียดสำคัญ:
    • ซื้อสุทธิติดต่อกัน 20 วัน — เป็นความต่อเนื่องที่พิเศษมาก นี่คือแคมเปญการสะสมที่จงใจ ไม่ใช่สัญญาณรบกวน
    • สัดส่วนสุทธิ: 29.73% — สูงเกินเกณฑ์ “แรงขับเคลื่อนจากต่างชาติที่แข็งแกร่ง” ที่ 15–20% ไปมาก มูลค่าการซื้อขายเกือบ 30% ในวันล่าสุดเป็นการซื้อสุทธิของ NVDR
    • ยอดสะสม 3 วัน: +13,619,060 บาท — เป็นบวกและเพิ่มขึ้น
    • สภาพคล่อง <100 ล้านบาท — นี่คือข้อควรระวังหลัก มูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่าเกณฑ์กรองสัญญาณรบกวน ซึ่งหมายความว่าสัดส่วน 29.73% อาจถูกขยายให้ดูสูงเกินจริงเพราะตัวหารที่น้อย NVDR Analyzer เตือนอย่างชัดเจนว่าอาจเป็น “สัญญาณลวงหรือ Big Lot”

    การตีความ: การสะสมมีอยู่จริงและต่อเนื่อง (20 วันไม่สามารถปลอมแปลงได้) แต่ขนาดอาจถูกทำให้ดูเกินจริงจากสภาพคล่องที่บางเบา เงินต่างชาติกำลังสะสม MK อย่างเงียบๆ — สอดคล้องกับการเล่นปันผล/คุณค่า — แต่สภาพคล่องที่ต่ำหมายความว่าอาจไม่ใช่แรงซื้อจากสถาบันในวงกว้าง อาจเป็นกองทุนต่างชาติเพียงกองทุนเดียวที่กำลังสร้างสถานะ

    • บทสรุปกระแสเงินรวม: การสะสมของ NVDR (20 วัน, 29.73%) และแรงกดดันจาก Short Selling (12.3%) เป็นการขัดแย้งกันโดยตรง นี่คือสงครามระหว่างผู้ซื้อต่างชาติกับผู้ขาย Short ในประเทศ ราคาไซด์เวย์ (กรอบ 21.00–21.90) สะท้อนสมดุลนี้ — ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีใครชนะ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ในวันที่ 11–12 ส.ค. จะเป็นตัวตัดสิน ผู้ถือสถานะเดิมควรถือต่อไปโดยใช้ Stop ที่ 20.90; การเข้าใหม่ไม่สมเหตุสมผลจนกว่าข้อขัดแย้งนี้จะคลี่คลาย

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การจัดการการถือ — ปกป้องสถานะที่มีอยู่; ไม่เพิ่ม
    • โซนเข้า: 21.50 (ที่ให้มา) — แต่ R:R คือ 0.83:1 ไม่มีการเข้าใหม่ที่ถูกต้อง ณ ระดับนี้
    • เงื่อนไขเข้า (สำหรับการเพิ่มสถานะ): พิจารณาเพิ่มเฉพาะเมื่อเกิดทั้งหมดต่อไปนี้:

    1. ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 (11–12 ส.ค.) แสดงถึงเสถียรภาพหรือปรับตัวดีขึ้นของกำไรสุทธิ

    2. ราคาทะลุเหนือ 21.90 พร้อมวอลุ่มขยาย (Squeeze คลี่คลายขึ้นด้านบน)

    3. NVDR ยังคงซื้อสุทธิติดต่อกัน (ไม่มีวันหยุดซื้อสุทธิ)

    4. สัดส่วน Short Selling ลดลงต่ำกว่า 5% ในข้อมูลครั้งถัดไป

    5. ราคาเข้าถูกคำนวณใหม่เพื่อให้ R:R ≥ 1.5:1

    • เป้าหมายที่ 1: 22.00 บาท — แนวต้านเร่งด่วน (ที่ให้มา) วิธีวัด: แนวต้านตามโครงสร้าง
    • เป้าหมายที่ 2: 23.25 บาท — เป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ (จาก StockAnalysis.com, ปัจจุบัน ณ ส.ค. 2569) วิธีวัด: จากการประเมินมูลค่าพื้นฐานของนักวิเคราะห์
    • จุด Stop Loss: 20.90 บาท — ต่ำกว่าแนวรับเชิงโครงสร้าง (ที่ให้มา) เป็น Stop ที่ประชิดต่ำกว่าแนวรับเร่งด่วน 21.00 บาท
    • Trailing Stop: หากราคาผ่าน 21.90 ให้ยก Stop ขึ้นเป็น 21.00 (จุดคุ้มทุนสำหรับผู้มีสถานะเดิมราว 21.40–21.50) จากนั้นเลื่อน Stop ตามจุดต่ำของแท่งเทียนรายวันที่ยกตัวขึ้นถัดไป
    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 1 (ที่จุดเข้า 21.50): (22.00 – 21.50) / (21.50 – 20.90) = 0.50 / 0.60 = 0.83:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างรุนแรง

    ⚠️ ความไม่สอดคล้องของ R:R: R:R ที่ให้มาคือ 2.50; แต่คำนวณจากราคาที่ให้มาได้ 0.83:1 นี่คือความไม่ตรงกันอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้ได้ R:R 2.50:1 จุดเข้าต้องอยู่ที่ 21.21: (22.00 – 21.21) / (21.21 – 20.90) = 0.79 / 0.31 = 2.55:1 หรือเป้าหมายต้องเป็น 23.00: (23.00 – 21.50) / 0.60 = 2.50:1

    สำหรับผู้ถืออยู่แล้วที่ราว 21.40: (22.00 – 21.40) / (21.40 – 20.90) = 0.60 / 0.50 = 1.20:1 — ยังต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ นี่เป็นเหตุผลย้ำว่าไม่แนะนำให้เพิ่มสถานะ

    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ไม่มีการกระทำใดๆ ก่อนวันที่ 12 ส.ค. หลังประกาศผลประกอบการ ให้ถือสถานะเดิมผ่านช่วงประกาศผลก็ต่อเมื่อยอมรับความเสี่ยงจากช่องว่างราคา (Stop ที่ 20.90 อาจถูกกระโดดข้ามได้หากผลประกอบการออกมาแย่แบบเซอร์ไพรส์)
    • ห้ามเพิ่มหาก:

    1. ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ยังคงแสดงกำไรสุทธิถดถอย (แย่กว่าแนวโน้ม -42.2%)

    2. ราคาปิดต่ำกว่า 20.90 — Stop ถูกเจาะ; ออกจากสถานะทันที

    3. NVDR หยุดการซื้อสุทธิติดต่อกัน (มีวันขายสุทธิติดต่อกัน 2 วัน) — แนวคิดการสะสมถูกทำลาย

    สำหรับการเข้าใหม่ (ปรับสถานะจาก WATCH → BUY): ต้องประกอบด้วย: (ก) Squeeze ทะลุขึ้นเหนือ 21.90 พร้อมวอลุ่มขยาย (ข) ผลประกอบการออกมาเป็นบวกเกินคาด (ค) โครงสร้าง R:R ปรับให้ ≥ 1.5:1 และ (ง) สัดส่วน Short Selling ลดลง เงื่อนไขเหล่านี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันก่อนวันประกาศผลประกอบการ

    ปรับลดเป็น ขาย (สำหรับผู้ถือ): ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 20.90 หรือผลประกอบการเชิงลบพร้อมแนวโน้มถดถอย หรือ NVDR หยุดการซื้อสุทธิติดต่อกัน


    5. แผนภาพสถานการณ์

    สถานการณ์ จุดกระตุ้น แนวทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น (Bull Case) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เชิงบวก (กำไรสุทธิมีเสถียรภาพ); ราคาทะลุเหนือ 21.90 พร้อมวอลุ่มขยาย; NVDR ยังซื้อสุทธิติดต่อกัน ขึ้นไปที่ 22.00 จากนั้น 23.25 (เป้าหมายนักวิเคราะห์); อาจเกิด Short Squeeze หาก Short จำเป็นต้องซื้อคืน ปิดต่ำกว่า 21.00 (การทะลุกรอบล้มเหลว)
    กรณีฐาน (Base Case) ผลประกอบการเป็นกลาง; ราคายังพักตัวในกรอบ 21.00–21.90; Squeeze ยืดระยะเวลา แกว่งตัวในกรอบ; อัตราเงินปันผลช่วยให้ผลตอบแทนระหว่างถือ; ต้องใช้ความอดทน หลุดต่ำกว่า 20.90 หรือทะลุเหนือ 21.90
    กรณีขาลง (Bear Case) ผลประกอบการเชิงลบ; ราคาปิดต่ำกว่า 20.90; การสะสม NVDR หยุด; Short Selling เร่งตัวขึ้น ปรับลงสู่ 20.00 จากนั้น 17.00 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์); ขาลงมีนัยสำคัญ (หุ้นลงจาก 35.25 มาแล้ว) ปิดเหนือ 21.90

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2/2569: 11–12 สิงหาคม 2569 — ตัวเร่งระยะใกล้ที่สำคัญที่สุด ไตรมาสที่แล้ว: EPS 0.17 (สูงกว่าประมาณการ 0.14 ถึง 21.43%) ประมาณการครั้งนี้: EPS 0.20, รายได้ 4.16 พันล้านบาท กำไรสุทธิกําลังมีแนวโน้ม -42.2% YoY — ตลาดต้องการเห็นเสถียรภาพหรือปรับตัวดีขึ้น เหตุการณ์นี้น่าจะคลี่คลายทั้ง Squeeze และความขัดแย้งระหว่าง NVDR กับ Short
    • เงินปันผล: 1.00–1.50 บาทต่อปี (Yield 4.61–6.98%) วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD 11 พ.ค. 2569 ผ่านไปแล้ว อัตราผลตอบแทนที่สูงช่วยสนับสนุนการถืออย่างมาก — นี่คือจุดแข็งเชิงปัจจัยพื้นฐานที่เด่นที่สุดของ MK และอาจเป็นเหตุผลเบื้องหลังการสะสมของ NVDR (นักลงทุนต่างชาติแสวงหาผลตอบแทนจากปันผล)

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: ตลาดไซด์เวย์ที่ MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ไม่ได้ให้ความได้เปรียบเชิงทิศทาง R:R 0.83:1 ที่จุดเข้าทำให้การเทรดใหม่เสียเปรียบเชิงคณิตศาสตร์ Squeeze อาจทะลุลงด้านล่าง — MK ร่วงลงจาก 35.25 สู่ 21.40 (-39%) ในรอบปีที่ผ่านมา
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: สัดส่วน Short 12.3% ขัดแย้งโดยตรงกับ NVDR ซื้อสุทธิ 29.73% นี่คือสงครามชักเย่อระหว่างผู้เชื่อขาลงในประเทศและผู้เชื่อขาขึ้นต่างชาติ หากฝั่ง Short เชื่อว่าใช่ (เดิมพันว่าผลประกอบการจะแย่ลงอีก) แรงซื้อสะสมของ NVDR จะถูกกลบด้วยแรงขาย
    • ความเสี่ยงปัจจัยพื้นฐาน: กำไรสุทธิ -42.2% YoY ถือว่าถดถอยอย่างรุนแรง รายได้โตเพียง +3.2% ขณะที่กำไรลดลงครึ่งหนึ่งบ่งชี้ถึงแรงกดดันต่อมาร์จิ้น P/E ที่ 25.19x บนกำไรที่ถดถอยนั้นไม่ถูก — ตลาดอาจจ่ายแพงเกินไปเพราะหวังผลจากเงินปันผลมากกว่าคุณภาพกำไร
    • ความเสี่ยงด้านเหตุการณ์: การประกาศผลประกอบการวันที่ 11–12 ส.ค. โดยมี Stop ที่ 20.90 ห่างจากราคาปัจจุบัน 21.40 เพียง 2.3% Stop อาจถูกกระโดดข้ามได้หากเกิดเซอร์ไพรส์ด้านลบ จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ 17.00 อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบันถึง 21% — มี downside ที่สำคัญ

    การสิ้นสุดของแนวคิดการลงทุน (สำหรับผู้ถือ): ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 20.90 หรือผลประกอบการไตรมาส 2/2569 แสดงถึงการถดถอยของกำไรสุทธิที่รุนแรงขึ้น หรือ NVDR ซื้อสุทธิติดต่อกันหยุดลง (มีวันขายสุทธิติดต่อกัน 2 วัน)


    7. การจัดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (สถานะเดิม ~21.40): 21.40 – 20.90 = 0.50 บาท
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (เข้าใหม่ที่ 21.50): 21.50 – 20.90 = 0.60 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (เพราะไม่มีข้อมูลพอร์ต)

    หมายเหตุการจัดขนาด: ความเสี่ยง 0.50–0.60 บาทต่อหุ้น (~2.3–2.8% ของระยะ Stop) ถือว่าแคบ ซึ่งดีต่อการรักษาเงินทุน แต่เสี่ยงต่อการถูก Gap ข้ามเมื่อประกาศผลประกอบการ ผู้ถือสถานะเดิมไม่ควรเพิ่มขนาดก่อนวันที่ 12 ส.ค. สูตร:

    $\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.50} \right\rfloor$

    สำหรับผู้ถือ ลองลดการจัดสรรความเสี่ยงมาตรฐานลงเหลือ 1.0% เพื่อรองรับความเสี่ยงจาก Gap ผลประกอบการและ Short Selling ที่สูง อัตราเงินปันผลที่สูงช่วยชดเชยค่าเสียโอกาสในการถือได้บางส่วน


    8. บันทึกข้อมูลและที่มา

    แหล่งข้อมูล วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิค (input) 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน ให้แนวโน้มไซด์เวย์, In-Squeeze, Keltner ราบ, MACD ที่เส้นศูนย์, การกระทำ HOLD
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2569 (เรียกค้น) พร้อมใช้ กลยุทธ์ Squeeze: รอเลือกทิศทาง; กฎทอง: MACD ในตลาดไซด์เวย์ไม่น่าเชื่อถือ; ยืนยันท่าทีเป็นกลาง
    Query Biglot Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลบล็อกเทรดสถาบัน; ลดความเชื่อมั่น
    Query Short Stock Daily 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน สัดส่วน Short 12.3% (แรงกดดันขาลงสูง); นำโดยในประเทศ; ขัดแย้งกับการสะสม NVDR โดยตรง
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ภายใน 3 วันทำการ) ซื้อสุทธิติดต่อกัน 20 วัน; สัดส่วนสุทธิ 29.73%; Bullish แข็งแกร่ง “Early Accumulation”; แต่สภาพคล่อง <100M ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นสัญญาณลวง
    Tavily Search 7 ส.ค. 2569 พร้อมใช้ นักวิเคราะห์แนะนำ ถือ, เป้าหมาย 23.25; ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันที่ 11–12 ส.ค.; กำไรสุทธิ -42.2%; อัตราเงินปันผล 4.61–6.98%; P/E 25.19x

    ข้อขัดแย้งสำคัญ:

    1. NVDR ซื้อสุทธิ 29.73% (ขาขึ้น) สวนทางกับ Short Selling 12.3% (ขาลง) — นัก Short ในประเทศ ปะทะ ผู้ซื้อต่างชาติ; ผลประกอบการน่าจะเป็นตัวตัดสิน

    2. R:R ที่ระบุ 2.50 vs. R:R ที่คำนวณ 0.83 — ตัวเลขไม่สนับสนุนตามที่ระบุ การเข้าใหม่เสียเปรียบเชิงคณิตศาสตร์

    3. อัตราเงินปันผลสูง (4.6–7%) vs. ผลประกอบการที่ถดถอย (-42.2% กำไรสุทธิ) — เงินปันผลคือเหตุผลหลักในการถือ; หากกำไรลดลงอีก เงินปันผลอาจถูกปรับลด ทำลายเหตุผลการลงทุนหลัก

    4. NVDR “Bullish แข็งแกร่ง” vs. ข้อควรระวังสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้าน — NVDR Analyzer เตือนเองว่าสัญญาณอาจไม่น่าเชื่อถือเพราะสภาพคล่องบางเบา


    9. คำตัดสินสุดท้าย

    ถือต่อ (HOLD) — การสะสมของ NVDR ติดต่อกัน 20 วันในหุ้น MK (สัดส่วนสุทธิ 29.73% ถูกจัดเป็น “Bullish แข็งแกร่ง ช่วง Early Accumulation”) และอัตราเงินปันผลสูง 4.6–7% สนับสนุนการคงสถานะที่มีอยู่ แต่ปัจจัยสามประการนี้ไม่สนับสนุนให้เพิ่ม: (1) R:R สำหรับการเข้าใหม่คำนวณได้เพียง 0.83:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างมาก และไม่สอดคล้องกับ 2.50:1 ที่ระบุไว้ (2) Short Selling ที่ 12.3% เป็นแรงกดดันขาลงในประเทศที่ขัดแย้งกับการสะสมของ NVDR โดยตรง และ (3) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ในวันที่ 11–12 สิงหาคม ซึ่งกำไรสุทธิปรับตัวลดแล้ว 42.2% YoY ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้าน Gap ต่อ Stop ที่ตั้งไว้แน่นที่ 20.90 ให้คงสถานะเดิมผ่านการประกาศผลเฉพาะเมื่อเหตุผลหลักคือเงินปันผล มิฉะนั้นควรพิจารณาลดสถานะเหลือ 50% ก่อนวันประกาศ ออกจากสถานะทันทีหากราคาปิดต่ำกว่า 20.90

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T07:22:12.512+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:M|company_name:MK Restaurant Group PCL|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:HOLD|target_price_1:22|entry_price:21.5|sell_price:22|stop_loss_level:20.9|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:21|immediate_resistance:21.9|risk_reward_ratio:2.5|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Flat|rsi_status:Neutral|macd_status:Zero-Line-Position|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือรายงานสนับสนุนการตัดสินใจบนหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน ราคาเป้าหมายเป็นระดับตามแผนแบบมีเงื่อนไข และผลขาดทุนอาจมากกว่าจุด Stop ที่ตั้งไว้ในกรณีเกิด Gap หรือการซื้อขายที่สภาพคล่องต่ำ*

    JMART

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจหุ้น: JMART — บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การกระทำหลัก รอซื้อ (WATCH)
    สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว ลดสถานะหรือใช้ Stop สูงที่ 10.50; ห้ามเพิ่ม
    แนวโน้มทิศทาง คลุมเครือ / ระมัดระวัง (ไซด์เวย์ และมี Bearish Divergence ใน MACD)
    ระดับความเชื่อมั่น ต่ำ
    ระยะเวลาลงทุน สวิง (1–5 วัน แต่ขึ้นอยู่กับการคลี่คลายของ Squeeze และผลประกอบการ)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 11.10 บาท (ราคาปิด 5 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 5 ส.ค. 2569
    สถานะของรูปแบบ ไม่สมบูรณ์จนกว่าจะคลี่คลาย — MACD Divergence เป็นสัญญาณ “เตรียมขาย” ตามระบบเทรด 52 สัปดาห์

    แก่นการตัดสินใจ: JMART เป็นหุ้นที่พักตัวไซด์เวย์และเกิด Bearish Divergence ใน MACD — ระบบเทรด 52 สัปดาห์จัดประเภทนี่เป็นสัญญาณ “โมเมนตัมหมดแรง / เตรียมขาย” อย่างชัดเจน อัตรา Reward-to-Risk (R:R) ที่ให้มาคือ 1.00:1 (เสี่ยง 0.40 บาทเพื่อหวังกำไร 0.40 บาท) ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิย้อนหลัง 12 เดือน (TTM) -139 ล้านบาท (P/E ติดลบ) NVDR แสดง Volume Spike 6.32 เท่า พร้อมการขายสุทธิ และผลประกอบการไตรมาส 2/2569 กำลังจะประกาศ (6 ส.ค. หรือ 17 ส.ค. — ข้อมูลวันประกาศยังขัดแย้งกัน) ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งาน รูปแบบนี้ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการซื้อ — แต่เข้าข่ายหลายเกณฑ์สำหรับการหลีกเลี่ยง


    2. ตารางประเมินหลักฐาน

    หลักฐาน ผลการตรวจสอบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง ไซด์เวย์; พักตัว; In-Squeeze; Keltner ยกตัว แต่แนวโน้มไม่แข็งแรง; ราคาที่ 11.10 (สูงกว่าจุดเข้า 10.90) เป็นกลาง / ไม่มีความได้เปรียบ สูง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มแห้งใน Squeeze; MACD Divergence (ขาลง — “โมเมนตัมหมดแรง / เตรียมขาย” อ้างอิงระบบ 52 สัปดาห์); RSI เป็นกลาง คำเตือน Bearish Divergence สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    NVDR ขายสุทธิ -5.33% ในวันล่าสุด; Volume Spike 6.32x; ยอดสะสม 3 วัน -295K บาท (เข้าใกล้ศูนย์); สภาพคล่อง >100M ผ่าน เป็นกลาง / ค่อนไปทางลบ ปานกลาง
    ข่าวและตัวเร่ง กำไรไตรมาส 1/2569 +16% YoY; แต่ TTM ขาดทุนสุทธิ -139 ล้านบาท; ผลประกอบการครั้งถัดไป 6 ส.ค. หรือ 17 ส.ค. (ข้อมูลขัดแย้ง); เงินปันผล 0.27 บาท (Yield 2.35%) คลุมเครือ (ความเสี่ยงด้านผลประกอบการยังอยู่) ปานกลาง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E -116.60x (กำไรติดลบ); P/BV 0.93; EPS -0.095 TTM; Gross Margin 26.5%; D/E 60.5% ลบ (ขาดทุน TTM) สูง

    สรุปภาพรวมหลักฐาน: คลุมเครือ / มีโอกาสเป็นสัญญาณเตือนการกระจาย — MACD Divergence ในตลาดไซด์เวย์คือสัญญาณทางเทคนิคที่หนักแน่นที่สุด และระบบเทรด 52 สัปดาห์ระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นเงื่อนไข “เตรียมขาย” NVDR ค่อนไปทางลบเล็กน้อย ปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอ (ขาดทุน TTM) Big Lot และ Short Selling ไม่มีข้อมูล หลักฐานโดยรวมให้น้ำหนักขาลง ไม่ใช่ขาขึ้น


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ (พักตัว; ไม่มีทิศทางชัดเจนแม้ Keltner จะยกตัว)
    • วัฏจักรตลาด: ไม่ชัดเจน — อาจเป็นช่วงท้ายของการกระจายในกรอบไซด์เวย์ MACD Divergence เป็นลักษณะของการกระจาย
    • แนวรับสำคัญ: 10.50 (จุด Stop-Loss); 9.90 (แนวรับลึกถัดไป)
    • แนวต้านสำคัญ: 11.30 (เป้าหมาย/แนวต้านที่ให้มา); ราคาปัจจุบัน 11.10 อยู่ใกล้ระดับนี้
    • โมเมนตัม:
    • MACD: Divergence — นี่คือสัญญาณทางเทคนิคที่สำคัญที่สุดเพียงหนึ่งเดียว อ้างอิงจากระบบเทรด 52 สัปดาห์ที่ค้นคืนมา: *“ราคาทำ Higher High + RSI ทำ Lower High → สัญญาณ: Bearish Divergence (โมเมนตัมหมดแรง / เตรียมขาย)”* แม้ว่า Divergence ในข้อมูลนี้จะเป็นประเภท MACD (ไม่ใช่ RSI) แต่ความหมายเหมือนกัน: ราคาอาจกำลังทำจุดสูงสุดหรือรักษาระดับใกล้สูงสุด แต่อัตราเร่งขาขึ้นกำลังอ่อนแรง ระบบระบุชัดเจนว่า “เตรียมขาย” — นี่ไม่ใช่สัญญาณซื้อ
    • RSI: เป็นกลาง — ไม่ได้ยืนยัน Divergence เพิ่มเติม แต่ก็ไม่ได้ขัดแย้ง ค่าที่เป็นกลางไม่ได้ลบล้าง MACD Divergence
    • In-Squeeze พร้อมวอลุ่มแห้ง: Squeeze แสดงถึงการอัดตัวก่อนเคลื่อนไหวเป็นทิศทาง ตามกรอบความรู้ที่ค้นคืนมา กลยุทธ์ Squeeze ต้องการ *“เฝ้าดูว่าราคาจะเลือกทิศทางไหน”* เมื่อประกอบกับ MACD Divergence ความเสี่ยงที่จะทะลุลงมีสูงขึ้น
    • Keltner ยกตัวในตลาดไซด์เวย์: ความชัน Keltner ที่ยกตัวให้กระแสขาขึ้นอ่อนๆ แต่ตามกฎทอง: *“ในตลาดไซด์เวย์ ตัวบ่งชี้แนวโน้ม (เช่น EMA) จะทำงานไม่ได้ผล (สร้างสัญญาณตัดหลอก)”* Keltner ที่ยกตัวไม่สามารถลบล้าง MACD Divergence ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีแนวโน้มชัดเจน
    • ราคาปัจจุบัน เทียบกับระดับที่ให้มา: ราคานัจจุบัน 11.10 อยู่ สูงกว่า จุดเข้า 10.90 ที่ให้มา การเข้าแบบย่อตัวยังไม่เกิดขึ้น — ราคาขยับออกจากโซนเข้าเข้าใกล้แนวต้าน นี่ทำให้หลักการ “ซื้อเมื่อย่อ” ของรูปแบบที่ให้มาล้มเหลว
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลการซื้อขายเป็นก้อนของสถาบันเพื่อยืนยันการสะสมหรือกระจาย
    • การตีความ Short Selling: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูล Short Selling สำหรับ JMART ไม่ทราบระดับความเอนเอียงขาลง — เป็นช่องว่างสำคัญเมื่อมี MACD Divergence
    • การตีความ NVDR: ข้อมูล NVDR ค่อนไปทางลบเล็กน้อยและมีสัญญาณเตือน:
    • Volume Spike: 6.32x — ผิดปกติมาก เกินเกณฑ์ 2.0x อย่างมาก ต้องให้ความสนใจ
    • สัดส่วนสุทธิ: -5.33% — เป็นการขายสุทธิในวันที่เกิด Spike ปริมาณมหาศาลนั้นเอนเอียงไปทางขาย
    • ยอดสะสม 3 วัน: -295,200 บาท — เกือบเป็นศูนย์ ไม่มีแนวโน้มการสะสมหรือกระจายต่อเนื่อง Spike เป็นเหตุการณ์วันเดียวที่ยังไม่มีแรงตาม (ในตอนนี้)
    • สภาพคล่อง >100 ล้านบาท — ผ่าน สัญญาณน่าเชื่อถือ

    การตีความ: Volume Spike 6.32x พร้อมการขายสุทธิคือสัญญาณเตือน ยอดสะสม 3 วันที่เกือบเป็นศูนย์หมายความว่าไม่มีทิศทาง NVDR แบบต่อเนื่อง — เป็นเหตุการณ์ผิดปกติวันเดียวเท่านั้น คำอธิบายที่เป็นไปได้: (ก) นักลงทุนสถาบันต่างชาติขายก้อนใหญ่ในช่วงที่มีวอลุ่มน้อย (ข) การปรับโครงสร้าง Big Lot ที่แฝงมาในกระแส NVDR หรือ (ค) การขายทำกำไร หากไม่มีข้อมูล Big Lot มาอ้างอิงข้าม ก็ไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด Spike นี้คือธงแดง ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ

    • บทสรุปกระแสเงินรวม: หลักฐานกระแสเงินมีจำกัดและเอนเอียงไปทางลบเล็กน้อย NVDR แสดง Spike 6.32x พร้อมการขายสุทธิ Big Lot และ Short Selling ไม่มีข้อมูล ปัจจัยพื้นฐานแสดงผลขาดทุน TTM MACD Divergence เตือนว่าแนวโน้มกำลังหมดแรง ไม่มีเหตุผลจากกระแสเงินที่จะซื้อ JMART และมีหลายเหตุผลที่ควรใช้ความระมัดระวัง

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่เทรด — รูปแบบยังไม่สมบูรณ์และมีธงแดงหลายประการ
    • โซนเข้า: 10.90 (ที่ให้มา) — แต่ราคาอยู่ที่ 11.10 ซึ่งสูงกว่าระดับนี้ การย่อตัวยังไม่เกิด และการไล่ซื้อเหนือจุดเข้าโดยมี MACD Divergence เป็นสิ่งที่ไร้เหตุผล
    • เงื่อนไขเข้าซื้อ: ไม่มีเงื่อนไขเข้าที่ถูกต้อง ณ ระดับราคาปัจจุบัน ที่รูปแบบจะสมบูรณ์ได้ ต้องเกิดทั้งหมดต่อไปนี้:

    1. MACD Divergence ต้องคลี่คลาย (ไม่มี Bearish Crossover; MACD ต้องหงายขึ้น)

    2. Squeeze ต้องคลี่คลายด้วยการทะลุเหนือ 11.30 พร้อมวอลุ่มขยาย

    3. ราคาต้องย่อกลับมาอย่างน้อยที่ 10.90 (โซนเข้า) — การเข้าที่ 11.10 ซึ่งสูงกว่าจุดเข้าทำให้ R:R แย่ลง

    4. ต้องผ่านพ้นผลประกอบการไตรมาส 2/2569 โดยไม่มีเซอร์ไพรส์ด้านลบ (วันที่ยังไม่ยืนยัน — 6 ส.ค. หรือ 17 ส.ค.)

    5. NVDR ต้องพลิกเป็นซื้อสุทธิโดยมียอดสะสม 3 วันเป็นบวก

    • เป้าหมายที่ 1: 11.30 บาท — แนวต้านเร่งด่วน (ที่ให้มา) วิธีวัด: แนวต้านตามโครงสร้าง
    • เป้าหมายที่ 2: ไม่มี — ไม่พบแนวต้านสูงกว่านี้ที่ยืนยันได้
    • จุด Stop Loss: 10.50 บาท — ต่ำกว่าแนวรับเชิงโครงสร้าง (ที่ให้มา) หมายเหตุ: 9.90 เป็นแนวรับลึกกว่านี้; Stop ที่ 10.50 อยู่เหนือระดับนั้นและอาจถูกสัญญาณรบกวนภายในกรอบมากระแทกได้
    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 1 (ที่จุดเข้า 10.90): (11.30 – 10.90) / (10.90 – 10.50) = 0.40 / 0.40 = 1.00:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5
    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 1 (ที่ราคาปัจจุบัน 11.10): (11.30 – 11.10) / (11.10 – 10.50) = 0.20 / 0.60 = 0.33:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างรุนแรง

    ค่า R:R มีปัญหาด้านโครงสร้าง ที่จุดเข้าที่ให้มา อัตราส่วนคือ 1.00:1 พอดี — เสี่ยง 0.40 บาทเพื่อหวังกำไร 0.40 บาท หลังจากหักค่าธรรมเนียมและ Slippage นี่คือการเทรดที่ค่าคาดหวังติดลบ ที่ราคาปัจจุบัน 11.10 R:R คือ 0.33:1 — แย่ลงไปอีก ไม่ควรดำเนินการเทรดนี้ในทุกระดับราคาที่ให้มา

    • จังหวะเวลาการเข้าซื้อ: ไม่ก่อนที่ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะเผยแพร่และตลาดซึมซับ (7 ส.ค. หรือ 18 ส.ค.++ ขึ้นกับวันที่จริง) และต้องปรับโครงสร้าง R:R ให้ได้ก่อนเท่านั้น
    • ห้ามเข้าซื้อหาก:

    1. R:R ยังอยู่ที่หรือต่ำกว่า 1.00:1 — การเทรดเสียเปรียบในเชิงคณิตศาสตร์

    2. MACD เกิด Bearish Crossover — Divergence กลายเป็นการกลับตัวที่ยืนยันแล้ว

    3. ราคาปิดต่ำกว่า 10.50 — Stop ถูกเจาะ; โครงสร้างเสีย

    ปรับเพิ่มสถานะเป็น ซื้อ: จะต้อง: (ก) MACD Divergence คลี่คลายในเชิงบวก (MACD หงายขึ้น ไม่มี Bearish Cross) (ข) ราคาย่อกลับมาที่อย่างน้อย 10.50–10.70 (ทำให้ R:R ≥ 1.5:1) (ค) Squeeze ทะลุขึ้นเหนือ 11.30 พร้อมวอลุ่มขยาย (ง) NVDR พลิกเป็นซื้อสุทธิและมียอดสะสม 3 วันเป็นบวก และ (จ) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 แสดงการกลับสู่ภาวะมีกำไร เงื่อนไขเหล่านี้ไม่น่าจะเกิดพร้อมกันทั้งหมด

    ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง: MACD Bearish Crossover, หรือปิดต่ำกว่า 10.50, หรือผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ยังขาดทุน, หรือ R:R ไม่สามารถปรับให้ดีกว่า 1.5:1


    5. แผนภาพสถานการณ์

    สถานการณ์ จุดกระตุ้น แนวทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น (Bull Case) MACD Divergence คลี่คลายในเชิงบวก; Squeeze ทะลุเหนือ 11.30 พร้อมวอลุ่ม; Q2/2569 กลับสู่กำไร; NVDR ซื้อสุทธิ ขึ้นไปที่ 11.30 จากนั้นมีโอกาสถึง 12.00+ (แนวต้านจิตวิทยา / โครงสร้างเดิม — ยังไม่ยืนยัน) ปิดต่ำกว่า 10.50
    กรณีฐาน (Base Case) Squeeze ยังคงอัดตัวในกรอบ 10.50–11.30; MACD Divergence ยังไม่ถูกยืนยันหรือคลี่คลาย; ผลประกอบการคลุมเครือ พักตัวไซด์เวย์ต่อไป; ไม่มีโอกาสเทรด หลุด 10.50 หรือ 11.30 เป็นการสิ้นสุดกรอบ
    กรณีขาลง (Bear Case) MACD Bearish Crossover; Q2/2569 ยังขาดทุน; ราคาหลุด 10.50 ลงไป 9.90; NVDR เร่งขาย ปรับลงสู่ 9.90 จากนั้นโซน 9.00 (แนวรับเดิมจากกรอบ 52 สัปดาห์ — ยังไม่ยืนยัน) ฟื้นตัวและปิดเหนือ 11.30 พร้อมวอลุ่ม

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2/2569: วันที่ขัดแย้ง — Investing.com ระบุ 6 ส.ค. 2569 (อาจผ่านไปแล้ว); Simply Wall St ระบุ 17 ส.ค. 2569 ตรวจสอบวันที่จริงก่อนเทรดใด ๆ ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ +16% YoY แต่ TTM ยังขาดทุนสุทธิ -139 ล้านบาท ไตรมาส 2/2569 ต้องแสดงให้เห็นแนวโน้มการฟื้นสู่กำไรที่ยั่งยืน
    • เงินปันผล: จ่าย 0.27 บาท เมื่อ 12 มิ.ย. 2569 (ขึ้นเครื่องหมาย XD 27 พ.ค.) Yield 2.35% ยังไม่ประกาศรอบปันผลครั้งต่อไป

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: MACD Divergence ในตลาดไซด์เวย์คือสัญญาณ “เตรียมขาย” ที่ชัดเจนของระบบ 52 สัปดาห์ เมื่อประกอบกับ R:R 1.00:1 รูปแบบนี้ไม่มีความได้เปรียบทางสถิติ Squeeze อาจทะลุลงด้านล่าง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: NVDR Volume Spike 6.32x พร้อมการขายสุทธิเป็นเรื่องผิดปกติและเอนเอียงขาลง ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งาน — ตัวบ่งชี้กระแสเงินที่สำคัญสองในสามส่วนขาดหายไปทั้งหมด นี่ละเมิดกฎ: หากข้อมูล Big Lot, Short Selling และ NVDR ไม่พร้อมใช้งานทั้งหมด รายงานจะไม่ได้ระดับความเชื่อมั่นสูง ที่นี่สองในสามไม่มีข้อมูล
    • ความเสี่ยงปัจจัยพื้นฐาน: TTM ขาดทุนสุทธิ -139 ล้านบาท (P/E ติดลบ) บริษัทขาดทุนในรอบ 12 เดือนล่าสุด แม้ไตรมาส 1/2569 จะมีกำไร รายได้ 15.03 พันล้านบาท และ Gross Margin บางเพียง 26.5% — คุณภาพกำไรต่ำ P/BV 0.93 สะท้อนว่าตลาดประเมินกิจการแถวราคาตามบัญชี หมายความว่าไม่คิดเพิ่มส่วนพรีเมียมการเติบโต
    • ความเสี่ยงด้านเหตุการณ์: วันที่ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ยังไม่แน่นอน — การเข้าเทรดโดยไม่รู้วันประกาศเป็นการไม่ระมัดระวัง

    การสิ้นสุดของแนวคิดการลงทุน: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 10.50, MACD Bearish Crossover, หรือผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ยังขาดทุนเทียบเท่า TTM


    7. การจัดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 10.90 – 10.50 = 0.40 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (เพราะไม่มีข้อมูลพอร์ต)

    หมายเหตุการจัดขนาด: ความเสี่ยง 0.40 บาทต่อหุ้น (~3.7% ของจุดเข้า) ถือว่าปานกลาง แต่ R:R 1.00:1 ทำให้การเทรดเสียเปรียบในเชิงคณิตศาสตร์ไม่ว่าจะจัดขนาดเท่าใด สูตร:

    $\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.40} \right\rfloor$

    ด้วย MACD Divergence, R:R 1.00:1, ผลประกอบการ TTM ติดลบ และข้อมูลกระแสเงินสองแหล่งที่หายไป การเทรดนี้ไม่ควรถูกจัดขนาด หากบังคับให้เทรด ควรจำกัดความเสี่ยงไม่เกิน 0.25%–0.50% ของพอร์ต — เป็นขนาดเชิงสัญลักษณ์เพื่อสะท้อนลักษณะการเก็งกำไรล้วนๆ


    8. บันทึกข้อมูลและที่มา

    แหล่งข้อมูล วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิค (input) 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน ให้แนวโน้มไซด์เวย์, MACD Divergence, In-Squeeze, Keltner ยกตัว, ระดับต่างๆ
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2569 (เรียกค้น) พร้อมใช้ ระบบ 52 สัปดาห์: MACD Divergence = “โมเมนตัมหมดแรง / เตรียมขาย”; กฎทอง: ตัวบ่งชี้แนวโน้มใช้ไม่ได้ในตลาดไซด์เวย์
    Query Biglot Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลบล็อกเทรดสถาบัน — หนึ่งในสองเสาหลักกระแสเงินหายไป
    Query Short Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูล Short-Selling — เสาหลักกระแสเงินตัวที่สองหายไป
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ภายใน 3 วันทำการ) -5.33% ขายสุทธิ; Spike 6.32x; ยอดสะสม 3 วันเกือบศูนย์; สภาพคล่องผ่าน — ค่อนไปทางลบ
    Tavily Search 7 ส.ค. 2569 พร้อมใช้ TTM ขาดทุนสุทธิ -139 ล้านบาท; P/E ติดลบ; กำไร Q1/2569 +16% YoY; วันที่ Q2/2569 6 ส.ค. หรือ 17 ส.ค. (ขัดแย้ง); P/BV 0.93

    ประเด็นสำคัญ:

    1. MACD Divergence + ไซด์เวย์ = “เตรียมขาย” ตามระบบเทรด 52 สัปดาห์ — สัญญาณทางเทคนิคที่หนักแน่นที่สุดคือขาลง

    2. R:R 1.00:1 เสียเปรียบเชิงโครงสร้าง — ไม่มีความได้เปรียบทางสถิติหลังหักค่าธรรมเนียม

    3. สองในสามเสาหลักกระแสเงินไม่พร้อมใช้งาน (Big Lot, Short Selling) — ความเชื่อมั่นถูกลดอัตโนมัติเหลือต่ำ

    4. ผลประกอบการ TTM ติดลบ — บริษัทขาดทุน; P/BV ต่ำไม่ใช่ของถูกถ้ากำไรไม่ฟื้น

    5. วันที่ประกาศผลประกอบการขัดแย้ง — 6 ส.ค. vs 17 ส.ค. — สร้างความเสี่ยงด้านเหตุการณ์ที่ไม่สามารถวัดได้


    9. คำตัดสินสุดท้าย

    รอซื้อ (WATCH) — JMART แสดง Bearish Divergence ของ MACD ในตลาดไซด์เวย์ ซึ่งระบบเทรด 52 สัปดาห์ระบุอย่างชัดเจนว่า “โมเมนตัมหมดแรง / เตรียมขาย” R:R ที่ให้มาเพียง 1.00:1 (ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5) NVDR แสดง Volume Spike 6.32x พร้อมการขายสุทธิ บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ TTM -139 ล้านบาท (P/E ติดลบ) ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานทั้งคู่ (จำกัดความเชื่อมั่นไว้ที่ระดับต่ำ) และผลประกอบการไตรมาส 2/2569 กำลังจะประกาศในวันที่ยังไม่แน่นอน ราคาปัจจุบันที่ 11.10 สูงกว่าจุดเข้า 10.90 ที่ให้มา ทำให้ R:R ที่พังอยู่แล้วยิ่งถูกบีบอัดหนักขึ้น อย่าเข้าเทรดนี้ในรูปแบบปัจจุบัน กลับมาประเมินอีกครั้งเฉพาะเมื่อ MACD Divergence คลี่คลายในเชิงบวก R:R ถูกปรับโครงสร้างเป็นอย่างน้อย 1.5:1 และผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ยืนยันการกลับสู่ผลกำไรที่ยั่งยืน

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T07:16:39.123+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:JMART|company_name:Jaymart Group Holdings Public Company Limited|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:11.3|entry_price:10.9|sell_price:11.3|stop_loss_level:10.5|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:9.9|immediate_resistance:11.3|risk_reward_ratio:1|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Divergence|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือรายงานสนับสนุนการตัดสินใจบนหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน ราคาเป้าหมายเป็นระดับตามแผนแบบมีเงื่อนไข และผลขาดทุนอาจมากกว่าจุด Stop ที่ตั้งไว้ในกรณีเกิด Gap หรือการซื้อขายที่สภาพคล่องต่ำ*

    GPSC

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจหุ้น: GPSC — บมจ. โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การกระทำหลัก รอซื้อ (WATCH)
    สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว ถือต่อโดยใช้ Trailing Stop; ห้ามเพิ่มสถานะจนกว่าราคาหลังประกาศผลประกอบการจะยืนยันทิศทาง
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น (ปัจจัยพื้นฐานและ NVDR สนับสนุน)
    ระดับความเชื่อมั่น ปานกลาง
    ระยะเวลาลงทุน สวิง (1–5 วัน แต่ขึ้นอยู่กับการซึมซับผลประกอบการ)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 51.25 บาท (ราคาปิด 6 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 6 ส.ค. 2569
    สถานะของรูปแบบ รอสัญญาณเข้า — ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เพิ่งประกาศ (6 ส.ค.); ราคาต่ำกว่าจุดเข้า 52.75 ที่ให้มา; In-Squeeze ยังไม่คลี่คลาย

    แก่นการตัดสินใจ: ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ของ GPSC ประกาศออกมา เมื่อวานนี้ (6 ส.ค. 2569) พร้อมประชุมนักวิเคราะห์ วันนี้ (7 ส.ค.) — ปฏิกิริยาของตลาดยังอยู่ในระหว่างซึมซับ ข้อมูลทางเทคนิคที่ให้มา (จุดเข้า 52.75) ล้าสมัยเมื่อเทียบกับราคาตลาดปัจจุบัน 51.25 NVDR แสดงการสะสม 3 วันมหาศาล (+453 ล้านบาท) แต่มี Volume Spike 2.60 เท่าพร้อมการขายสุทธิ -11.57% ในวันล่าสุด — เป็นความขัดแย้งที่ชัดเจน ฟินันเซีย ไซรัสปรับลดคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” (เป้าหมาย 54.00 บาท, 23 ก.ค.) และ In-Squeeze ยังไม่คลี่คลาย ทิศทางราคาหลังผลประกอบการใน 1–3 วันข้างหน้าจะตัดสินว่าแนวโน้มขาขึ้นจะเดินต่อไปสู่ 56.50 หรือชะลอตัวต่ำกว่า 52.75


    2. ตารางประเมินหลักฐาน

    หลักฐาน ผลการตรวจสอบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง (YTD +45%); Keltner ยกตัว; แต่ In-Squeeze พร้อมวอลุ่มแห้ง; ราคาที่ 51.25 (ต่ำกว่าแนวต้าน 52.75) โครงสร้างขาขึ้น / ท่าทีเป็นกลาง สูง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มแห้งใน Squeeze; MACD Bullish Crossover; RSI เป็นกลาง; ไม่มี Divergence ขาขึ้นแบบระมัดระวัง สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling สัดส่วน Short 4.95% (ปานกลาง); คงค้าง 0.53% (ต่ำ); แรงกดดันขาลงจัดการได้ จัดการได้ / แรงกดดันอ่อน สูง
    NVDR สะสม 3 วัน +453 ล้านบาท (มหาศาล); แต่ในวันล่าสุด -11.57% ด้วย Volume Spike 2.60x (ขัดแย้ง); สภาพคล่อง >100 ล้านบาท สะสมโดยมี Divergence การกระจายระยะสั้น สูง
    ข่าวและตัวเร่ง ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ประกาศ 6 ส.ค. (เพิ่งออก); ประชุมนักวิเคราะห์ 7 ส.ค. (วันนี้); ฟินันเซีย HOLD เป้าหมาย 54; Fitch A+(tha) Stable; GHECO-1 ดำเนินการเต็มไตรมาส ปัจจัยพื้นฐานบวก / ความเสี่ยงเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว สูง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 20.67x TTM; EPS 2.48; EPS ปี 69F 2.35 (Finansia); Div Yield 3.71%; P/BV 1.37; กำไรปี 2568 +58% บวกปานกลาง สูง

    สรุปภาพรวมหลักฐาน: มีโอกาสเป็นการสะสม — แต่ราคาหลังผลประกอบการคือตัวแปรที่ยังไม่ได้ข้อสรุปชี้ขาด การสะสม NVDR 3 วันมหาศาล (+453 ล้านบาท) โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง และปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งสนับสนุนการสะสม อย่างไรก็ตาม การขายสุทธิ NVDR ในวันล่าสุดขัดแย้ง ผลประกอบการเพิ่งประกาศ และราคาอยู่ต่ำกว่าจุดเข้าที่ให้มา


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (จัดประเภทว่าแข็งแกร่ง; YTD +45.47%; Keltner Channels ยกตัว)
    • วัฏจักรตลาด: Markup — แต่ In-Squeeze แสดงถึงการอัดตัวที่จะกำหนดขาลูกต่อไป
    • แนวรับสำคัญ: 51.00 (เร่งด่วน; ราคาเพิ่งทดสอบโซนนี้); 49.50 (จุด Stop Loss เชิงโครงสร้าง)
    • แนวต้านสำคัญ: 52.75 (จุดเข้า/แนวต้านที่ให้มา); 54.00–54.50 (เป้าหมายนักวิเคราะห์ / โซนสวิงก่อนหน้า); 55.75 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์); 56.50 (เป้าหมายที่ให้มา)
    • โมเมนตัม:
    • MACD: Crossover — ขาขึ้น เป็นสัญญาณซื้อที่ถูกต้อง แต่ตามกฎทอง ความน่าเชื่อถือของ MACD สูงสุดในตลาดที่มีแนวโน้ม แนวโน้มขาขึ้นของ GPSC ยืนยันว่า Crossover เป็นสัญญาณแท้ ไม่ใช่สัญญาณลวง
    • RSI: เป็นกลาง — ยังมีพื้นที่วิ่งต่อ ตามกรอบความรู้ที่ค้นคืนมา ในแนวโน้มขาขึ้น RSI มักแกว่งในกรอบ 40–80 ค่าที่เป็นกลางยืนยันว่าแนวโน้มยังอยู่โดยไม่หมดแรง
    • In-Squeeze พร้อมวอลุ่มแห้ง: ตามกลยุทธ์ Squeeze: ตลาดกำลังอัดตัวก่อนขยายทิศทาง ทิศทางการทะลุยังไม่ทราบ แต่ Keltner ที่ยกตัวให้น้ำหนักขึ้น ตัวเร่งผลประกอบการ (6 ส.ค.) อาจเป็นเหตุการณ์ที่คลี่คลาย Squeeze นี้
    • Keltner Rising: ตามฐานความรู้: *“ราคาที่เดินบนขอบบนของเส้น Band ยืนยันแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง”* Keltner ที่ยกตัวยืนยันว่าอคติของแนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลการซื้อขายเป็นก้อนของสถาบันสำหรับ GPSC GPSC เป็นหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มสาธารณูปโภค (Market Cap ~1.45 แสนล้านบาท) มีสภาพคล่องรายวันสูง (~11 ล้านหุ้น/วัน) ข้อมูล Big Lot จะเพิ่มคุณภาพการวิเคราะห์อย่างมาก การขาดหายไปเป็นช่องว่าง
    • การตีความ Short Selling: สัดส่วน Short 4.95% ในวันที่ 1 ส.ค. ถือว่าปานกลาง มูลค่าขายชอร์ตรวม 48.4 ล้านบาทสะท้อนการวางตำแหน่งขาลงอยู่บ้าง แต่ไม่รุนแรงสำหรับหุ้นขนาด 1.45 แสนล้าน Short ในประเทศ (743,500 หุ้น) มากกว่า NVDR Short (190,200 หุ้น) บ่งชี้ว่าเป็นกิจกรรมที่ขับเคลื่อนโดยนักลงทุนในประเทศมากกว่าต่างชาติ ยอดคงค้าง Short 0.53% (~14.9 ล้านหุ้น) จัดการได้ Short-Selling เป็นแรงต้านอ่อน ไม่ใช่ภัยคุกคามเชิงโครงสร้าง
    • การตีความ NVDR: นี่คือสัญญาณกระแสเงินที่สำคัญที่สุด:
    • สะสม 3 วัน: +453,277,700 บาท — มหาศาล นี่คือการสะสมของต่างชาติระดับสถาบันในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา ในบริบท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ GPSC ≈ 11 ล้านหุ้น × ~52 บาท ≈ 570 ล้านบาท ดังนั้น +453 ล้านใน 3 วันแสดงถึงสัดส่วนประมาณ 26% ของมูลค่าซื้อขายรวมถูกดูดซับด้วยการซื้อสุทธิผ่าน NVDR นี่คือการสะสมที่แข็งแกร่ง
    • Volume Spike: 2.60 เท่า (เกินเกณฑ์ 2.0 เท่า) — ยืนยันว่ากิจกรรม NVDR ในวันล่าสุดผิดปกติและมีนัยสำคัญ
    • สัดส่วนสุทธิ: -11.57% ในวันที่เกิด Spike — ปริมาณมหาศาลนั้นเป็นการขายสุทธิ นี่คือ Divergence ระยะสั้นที่สวนทางกับแนวโน้มสะสมสะสม 3 วัน
    • สภาพคล่อง >100 ล้านบาท — สัญญาณน่าเชื่อถือ; ผ่านตัวกรองสัญญาณรบกวน

    การตีความ: แนวโน้มสะสม 3 วันหลักเป็นการซื้อขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (+453 ล้าน) การขายสุทธิวันเดียว (-11.57%) บน Volume Spike 2.60 เท่า อาจเป็น: (ก) การขายทำกำไรของสถาบันต่างชาติรายหนึ่งหลังจากซื้อหนัก 2 วัน, (ข) การปลดสถานะก่อนรู้ผลประกอบการ, หรือ (ค) จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเป็นการกระจายในวงกว้าง ผลประกอบการวันที่ 6 ส.ค. และการประชุมนักวิเคราะห์วันนี้ (7 ส.ค.) จะให้บริบทในการตีความว่าการขายในวันล่าสุดเป็นการจัดสถานะหรือการกระจาย

    • บทสรุปกระแสเงินรวม: การสะสม NVDR 3 วัน (+453 ล้าน) เป็นหลักฐานกระแสเงินที่แข็งแกร่งที่สุดและสอดคล้องกับโครงสร้างขาขึ้นและปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง Divergence ของ NVDR ในวันล่าสุดและ Short-Selling ปานกลางเป็นสัญญาณเตือน ไม่ใช่สัญญาณกลับตัว ตัวแปรสำคัญที่ยังไม่ได้ข้อสรุปคือปฏิกิริยาราคาหลังผลประกอบการ หุ้นปิดที่ 51.25 บาทในวันที่ 6 ส.ค. (วันประกาศผลประกอบการ) ลดลง 0.97% หากราคายืนเหนือ 51.00 และเริ่มฟื้นตัวสู่ 52.75 ใน 1–3 วันข้างหน้า สมมติฐานการสะสมจะได้รับการยืนยัน หากหลุด 51.00 คำเตือนจาก Divergence จะมาก่อน

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: เล่นตามการทะลุหลังผลประกอบการ หรือซื้อเมื่อย่อภายในแนวโน้มขาขึ้น (เลื่อนการเข้าจนกว่าทิศทางหลังผลประกอบการจะยืนยัน)
    • โซนเข้า: 52.75 (ให้มา) — แต่นี่คือราคาที่ สูงกว่า ราคาปัจจุบัน 51.25 ราคาต้องฟื้นตัวมาที่ระดับนี้ก่อน
    • เงื่อนไขเข้าซื้อ (ขาขึ้นฟื้นตัว):

    1. ราคาปิดรายวัน เหนือ 52.75 ด้วย วอลุ่มขยาย (Squeeze คลี่คลายขึ้นด้านบน)

    2. MACD Crossover ยังอยู่ (ไม่มี Bearish Cross)

    3. NVDR รายวันพลิกเป็นซื้อสุทธิหรือรักษายอดสะสม 3 วันเป็นบวก

    4. การประชุมนักวิเคราะห์หลังผลประกอบการ (7 ส.ค.) ให้แนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 เป็นบวกหรือสอดคล้องกับคาดการณ์

    • ทางเลือกการเข้า (ยืนเหนือแนวรับ): หากราคาย่อตัวลงมาที่ 51.00 และยืนได้ แสดงแท่งเทียนกลับตัวขาขึ้นโดย RSI อยู่เหนือ 40 และวอลุ่มทรงตัว — นี่จะเป็นการเข้าที่ความเสี่ยงต่ำกว่า โดยต้องคำนวณราคาเข้าใหม่ (เช่น ~51.25–51.50 โดยมี Stop ต่ำกว่า 49.50)
    • เป้าหมายที่ 1: 56.50 บาท — แนวต้านสวิงก่อนหน้า / เป้าหมายที่ให้มา
    • เป้าหมายที่ 2: 55.75 บาท — จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ (แนวต้านระยะสั้น; จากข้อมูล Yahoo Finance)
    • จุด Stop Loss: 49.50 บาท — ต่ำกว่าแนวรับเชิงโครงสร้าง (ให้มา) หมายเหตุ: 51.00 เป็นแนวรับเร่งด่วน; 49.50 ให้ส่วนเผื่อ 1.50 บาทใต้ระดับนั้น
    • Trailing Stop: หากราคาผ่าน 54.00 ให้ยก Stop ขึ้นไปที่ 52.00 (โซนเท่าทุน) หลังจากนั้น Trail ใต้จุดต่ำของวัน (Swing Low) ที่ยกสูงขึ้น
    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 1 (ที่จุดเข้า 52.75): (56.50 – 52.75) / (52.75 – 49.50) = 3.75 / 3.25 = 1.15:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5

    ⚠️ ความคลาดเคลื่อนของ R:R: R:R ที่ให้มาคือ 1.50 แต่การคำนวณได้ 1.15:1 ระยะ Stop 3.25 บาท (6.2% ของจุดเข้า) กว้างเมื่อเทียบกับรางวัล 3.75 บาท เพื่อให้ได้ 1.50:1 ต้องปรับเป้าหมายขึ้นเป็น 57.63+ หรือปรับจุดเข้าให้ดีขึ้นเป็น 51.70 หรือต่ำกว่า ที่จุดเข้า 51.25 (ราคาปัจจุบัน): (56.50 – 51.25) / (51.25 – 49.50) = 5.25 / 1.75 = 3.00:1 — ดีเยี่ยม

    จุดเข้า 51.25 ให้ R:R ที่ดี จุดเข้า 52.75 ไม่ได้ ราคาตลาดปัจจุบันให้ความเสี่ยงต่อผลตอบแทนที่ดีกว่าที่ให้มา

    • จังหวะเวลาการเข้าซื้อ: รอ 1–3 วันหลังผลประกอบการ (7–11 ส.ค.) ให้ตลาดได้ซึมซับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 และแนวโน้มจากที่ประชุมนักวิเคราะห์ เข้าเมื่อมีการยืนยันการฟื้นตัวเหนือ 51.00 ด้วยแท่งปิดรายวันขาขึ้น
    • ห้ามเข้าซื้อหาก:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 49.50 — Stop เชิงโครงสร้างถูกเจาะ; แนวโน้มขาขึ้นเสีย

    2. MACD เกิด Bearish Crossover — โมเมนตัมเปลี่ยนทิศต่อต้านรูปแบบ

    3. ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาต่ำกว่าคาดมาก (เช่น กำไรสุทธิต่ำกว่าคาดการณ์ของ Finansia ที่ 1.77 พันล้านบาทอย่างมีนัยสำคัญ) และแนวโน้มเป็นลบ

    ปรับเพิ่มสถานะเป็น ซื้อ: ราคาปิดเหนือ 52.75 ด้วยวอลุ่มขยาย, MACD ขาขึ้น, NVDR พลิกเป็นซื้อสุทธิ, แนวโน้มหลังผลประกอบการเป็นบวกหรือสอดคล้อง หรืออีกทางหนึ่ง เข้าที่ 51.00–51.50 เมื่อยืนเหนือแนวรับโดยมี R:R ≥ 2.0:1

    ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง/ขาย: ราคาปิดต่ำกว่า 49.50, หรือ MACD Bearish Crossover, หรือ NVDR สะสม 3 วันพลิกเป็นลบ (ยืนยันกระจาย), หรือผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ต่ำกว่าคาดรุนแรงพร้อมแนวโน้มขาลง


    5. แผนภาพสถานการณ์

    สถานการณ์ จุดกระตุ้น แนวทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น (Bull Case) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่าหรือเท่ากับคาด; ราคาฟื้นตัวเหนือ 52.75 ด้วยวอลุ่มขยาย; NVDR กลับมาซื้อสุทธิ; ที่ประชุมนักวิเคราะห์ให้ภาพบวก วิ่งขึ้นไปที่ 55.75 (สูงสุด 52 สัปดาห์) แล้วไป 56.50; มีโอกาสทะลุไปถึง 60.00+ หากคำแนะนำแข็งแกร่ง ปิดต่ำกว่า 51.00 (การฟื้นตัวล้มเหลว)
    กรณีฐาน (Base Case) ผลประกอบการเท่ากับคาด; ราคาอัดตัวในกรอบ 51.00–52.75; Squeeze ยืดเยื้อ; ตลาดซึมซับผลใน 1–2 สัปดาห์ แกว่งในกรอบ; ไม่มีโอกาสเทรดทันที; ต้องอดทน หลุด 49.50 หรือทะลุ 52.75 เป็นการสิ้นสุดกรอบ
    กรณีขาลง (Bear Case) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาต่ำกว่าคาด; ราคาหลุด 51.00 แล้วไปหลุด 49.50; NVDR สะสมพลิกเป็นลบ; MACD Bearish Cross ปรับลงสู่โซน 45.00–48.00 (แนวรับเดิมจากการไต่ขึ้นในรอบ 52 สัปดาห์) ฟื้นตัวและปิดเหนือ 52.75

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ประชุมนักวิเคราะห์ไตรมาส 2/2569: 7 สิงหาคม 2569 (วันนี้) — ตัวเร่งที่ใกล้ที่สุด ฟินันเซียคาดกำไรสุทธิ 1.77 พันล้านบาท (+2.9% q-q, -12.3% y-y) โดยมี GHECO-1 ดำเนินการเต็มไตรมาสเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 มุมมองมาร์จิ้น SPP และข้อมูลอัปเดตการขยาย Avaada จะส่งผลต่อทิศทางต่อไป
    • Opportunity Day (Earnings Call): 10 สิงหาคม 2569 — การนำเสนอผลประกอบการต่อสาธารณะ ข้อมูลใหม่หรือคำชี้แจงใด ๆ จะมีผลต่อราคา
    • Thailand Focus Roadshow: 26–28 สิงหาคม 2569 — งานพบนักลงทุนสถาบันที่ Grand Hyatt Erawan อาจสร้างกระแสเงินสถาบันและการปรับมูลค่า

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: In-Squeeze ยังไม่คลี่คลาย ระยะ Stop ที่กว้าง (49.50 เทียบกับแนวรับเร่งด่วน 51.00) หมายถึงความเสี่ยง 6.2% ที่จุดเข้า 52.75 — ใช้เงินทุนมาก ราคาตลาดจริง (51.25) ต่ำกว่าจุดเข้าที่ให้มามาก — ภาพทางเทคนิคที่ให้มาอาจล้าสมัยเมื่อเทียบกับราคาหลังผลประกอบการ
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: NVDR -11.57% พร้อม Volume Spike 2.60 เท่าในวันล่าสุดเป็น Divergence หากนี่คือจุดเริ่มต้นของการกระจายของต่างชาติหลังผลประกอบการ การสะสม +453 ล้านใน 3 วันอาจพลิกกลับ NVDR ในอีก 2–3 วันข้างหน้ามีความสำคัญยิ่ง
    • ความเสี่ยงปัจจัยพื้นฐาน: Finansia ปรับลดจาก BUY เป็น HOLD เมื่อ 23 ก.ค. โดยให้เหตุผลว่ามีอัพไซด์จำกัดถึงเป้าหมาย 54.00 Consensus TP ของนักวิเคราะห์อยู่ในช่วง 53.04–54.00 — บ่งชี้ว่ามีอัพไซด์เพียง 3–5% จาก 51.25 เป้าหมายที่ให้มา 56.50 สูงกว่าเป้าหมายนักวิเคราะห์ทั้งหมด มาร์จิ้น SPP อยู่ภายใต้แรงกดดันจากต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น (329 บาท/ล้านบีทียูใน Q2 เทียบกับ 271 ใน Q1)
    • ความเสี่ยงด้านเหตุการณ์: ผลประกอบการประกาศไปแล้ว 6 ส.ค. การลดลง -0.97% ชี้ว่าปฏิกิริยาเป็นกลางถึงลบเล็กน้อย แต่ผลกระทบเต็มที่พร้อมคำแนะนำจากที่ประชุมนักวิเคราะห์ยังไม่ถูกรับรู้ในราคา ความเสี่ยงช่องว่างจากการประชุมนักวิเคราะห์มีสาระสำคัญแต่กำลังลดน้อยลง

    การสิ้นสุดของแนวคิดการลงทุน: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 49.50, MACD Bearish Crossover, NVDR สะสม 3 วันพลิกเป็นลบ, หรือผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญพร้อมคำแนะนำขาลงสำหรับครึ่งหลังปี 2569


    7. การจัดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ที่จุดเข้า 52.75): 52.75 – 49.50 = 3.25 บาท
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ที่จุดเข้า 51.25): 51.25 – 49.50 = 1.75 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (เพราะไม่มีข้อมูลพอร์ต)

    หมายเหตุการจัดขนาด: ความเสี่ยง 3.25 บาทที่จุดเข้าที่ให้มากว้างสำหรับหุ้น ~52 บาท (6.2%) ความเสี่ยง 1.75 บาทที่ราคาตลาดปัจจุบัน (3.4%) จัดการได้ดีกว่า สูตร:

    $\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{3.25} \right\rfloor$ (ที่จุดเข้า 52.75)

    เมื่อพิจารณาความไม่แน่นอนหลังผลประกอบการ Stop ที่กว้าง และ R:R ต่ำกว่า 1.5 ที่จุดเข้าที่ให้มา ควรจำกัดความเสี่ยงไว้ที่ ไม่เกิน 1.0% ของพอร์ต หากเข้าที่ 51.25 ด้วย R:R ที่ปรับดีขึ้นเป็น 3.00:1 การจัดสรรความเสี่ยงปกติ 1–2% ก็เหมาะสม


    8. บันทึกข้อมูลและที่มา

    แหล่งข้อมูล วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิค (input) 7 ส.ค. 2569 (สร้างข้อมูล) ล้าสมัยเทียบกับตลาด — ราคา 52.75 เทียบกับจริง 51.25 ราคาเข้าสูงกว่าตลาดปัจจุบัน; ภาพทางเทคนิคน่าจะก่อนผลประกอบการ
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2569 (เรียกค้น) พร้อมใช้ รับรองการทะลุ Squeeze, MACD Crossover ในแนวโน้มขาขึ้น, กฎ Keltner เดินบนขอบ
    Query Biglot Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลบล็อกเทรดสถาบันสำหรับหุ้นใหญ่สาธารณูปโภค; ความเชื่อมั่นลดลง
    Query Short Stock Daily 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน สัดส่วน Short 4.95% (ปานกลาง); คงค้าง 0.53% (ต่ำ); จัดการได้
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ภายใน 3 วันทำการ) สะสม 3 วัน +453 ล้าน (มหาศาล); วันล่าสุด -11.57% พร้อม Volume Spike 2.60x (ขัดแย้ง); ผ่านเกณฑ์สภาพคล่อง
    Tavily Search 7 ส.ค. 2569 พร้อมใช้ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 6 ส.ค. (เพิ่งประกาศ); ประชุมนักวิเคราะห์ 7 ส.ค. (วันนี้); Finansia HOLD TP 54 (23 ก.ค.); Fitch A+(tha) Stable (25 มิ.ย.); FY26E EPS 2.35; กำไรปี 2568 +58%

    ประเด็นสำคัญ:

    1. ความคลาดเคลื่อนของช่วงเวลา: ข้อมูลเทคนิคที่ให้มา (จุดเข้า 52.75) ไม่สะท้อนราคาปิด 6 ส.ค. ที่ 51.25 ราคาหลังผลประกอบการได้เลื่อนระดับไปแล้ว

    2. ความคลาดเคลื่อนของ R:R: R:R ที่ให้มา 1.50 เทียบกับที่คำนวณได้ 1.15:1 ที่ 52.75 ราคาปัจจุบัน (51.25) ให้ R:R 3.00:1 ที่ดีกว่ามาก

    3. ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์เทียบกับเป้าหมายที่ให้มา: ช่วง Consensus TP อยู่ที่ 53.04–54.00 (อัพไซด์ 3–5%) ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย 56.50 ที่ให้มามาก

    4. การสะสม NVDR กับการกระจาย: ยอดสะสม 3 วัน +453 ล้านเป็นสัญญาณขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุด; -11.57% ในวันล่าสุดเป็นสัญญาณขาลงที่แข็งแกร่งที่สุด ข้อมูลหลังผลประกอบการจะช่วยคลี่คลาย


    9. คำตัดสินสุดท้าย

    รอซื้อ (WATCH) — ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ประกาศเมื่อวานนี้ (6 ส.ค.) พร้อมประชุมนักวิเคราะห์วันนี้ (7 ส.ค.) — ตลาดกำลังซึมซับผลแบบเรียลไทม์ ราคาปัจจุบัน 51.25 อยู่ต่ำกว่าจุดเข้า 52.75 ที่ให้มามาก ทำให้ได้ R:R 3.00:1 ที่ดีกว่า (เทียบกับ 1.15:1 ที่ 52.75) NVDR แสดงการสะสม 3 วันมหาศาล (+453 ล้านบาท) แต่มี Divergence -11.57% ในวันล่าสุด และ In-Squeeze ยังไม่คลี่คลาย รอ 1–3 วันเพื่อให้ทิศทางราคาหลังผลประกอบการยืนยัน: เข้าซื้อหากราคายืนเหนือ 51.00 และฟื้นตัวสู่ 52.75 โดยที่ NVDR กลับมาซื้อสุทธิ เป้าหมาย 56.50 พร้อม Stop ที่ 49.50 ห้ามเข้าหากคำแนะนำจากที่ประชุมนักวิเคราะห์เป็นลบ หรือราคาหลุดต่ำกว่า 49.50

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T07:10:00.538+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:GPSC|company_name:Global Power Synergy Public Company Ltd|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:56.5|entry_price:52.75|sell_price:56.5|stop_loss_level:49.5|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:51|immediate_resistance:52.75|risk_reward_ratio:1.5|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Strong|price_action_signal:None`

    *นี่คือรายงานสนับสนุนการตัดสินใจบนหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน ราคาเป้าหมายเป็นระดับตามแผนแบบมีเงื่อนไข และผลขาดทุนอาจมากกว่าจุด Stop ที่ตั้งไว้ในกรณีเกิด Gap หรือการซื้อขายที่สภาพคล่องต่ำ*

    CKP

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจหุ้น: CKP — บมจ. ซีเค พาวเวอร์

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การกระทำหลัก รอซื้อ (WATCH)
    สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว ถือต่อ โดยตั้งจุด Stop ไว้ที่ 2.46; ห้ามเพิ่มสถานะจนกว่า Divergence จะคลี่คลาย
    แนวโน้มทิศทาง ผสมผสาน (โครงสร้างขาขึ้น แต่มีคำเตือน MACD Divergence)
    ระดับความเชื่อมั่น ต่ำ
    ระยะเวลาลงทุน สวิง (1–5 วัน) โดยขึ้นกับการคลี่คลายของ Squeeze
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ไม่ได้ระบุชัดเจน (ประมาณการ ~2.56–2.58 บาท; อยู่ที่แนวต้าน)
    วันที่ของราคา 7 ส.ค. 2569 (วันที่ออกรายงาน)
    สถานะของรูปแบบ รอสัญญาณเข้า — Divergence ยังไม่คลี่คลาย; ยังไม่รู้ทิศทางการทะลุของ Squeeze

    แก่นการตัดสินใจ: กราฟรายวันของ CKP แสดงแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งด้วย Keltner Channel ที่ยกตัวสูง — มีโครงสร้างเป็นบวก อย่างไรก็ตาม MACD ได้เกิด Bearish Divergence (ราคาอยู่ในระดับสูงขณะที่โมเมนตัมถดถอยลง), หุ้นอยู่ในภาวะ In-Squeeze พร้อมวอลุ่มที่แห้งลง, NVDR เป็นกลาง/ต่ำกว่าเกณฑ์, ข้อมูล Big Lot และปัจจัยพื้นฐานไม่พร้อมใช้งาน, และ R:R จริงที่จุดเข้าที่ให้มามีเพียง 1.00:1 (ไม่ใช่ 3.00:1 ตามที่ระบุ) — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.50 MACD Divergence เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าแนวโน้มกำลังหมดแรง; ตามองค์ความรู้ที่ค้นคืนมา: *”ราคาทำจุดสูงใหม่ (Higher High) แต่โมเมนตัมทำจุดสูงที่ต่ำลง (Lower High) → โมเมนตัมหมดแรง / เตรียมขาย”* ให้รอให้ Squeeze คลี่คลายและ Divergence ชัดเจนก่อนจึงใช้เงินลงทุน


    2. ตารางประเมินหลักฐาน

    หลักฐาน ผลการตรวจสอบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง; Keltner ยกตัว; แต่ In-Squeeze พร้อมวอลุ่มแห้ง; ราคาอยู่ที่แนวต้าน 2.58 โครงสร้างขาขึ้น / ท่าทีเป็นกลาง สูง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มแห้งใน Squeeze; MACD Divergence (ขาลง); RSI เป็นกลาง; ไม่มีการยืนยันจาก Price Action คำเตือน Bearish Divergence สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling สัดส่วน Short 0.8% (ต่ำมาก); คงค้าง 0.16%; NVDR short = 0; ไม่มีนัยสำคัญ สนับสนุน / ไร้แรงกดดัน สูง
    NVDR สัดส่วนสุทธิ -1.11% (เป็นกลาง); ขาย 1 วัน; ไม่มี Volume Spike; สะสม 3 วัน -100,000 บาท; สภาพคล่อง <100 ล้านบาทถูกตั้งค่าสถานะเตือน เป็นกลาง / สัญญาณรบกวน (ความน่าเชื่อถือต่ำ) ต่ำ
    ข่าวและตัวเร่ง การค้นหาส่งคืนผลลัพธ์ที่ไม่เกี่ยวข้อง (Calvin Klein); ไม่พบข่าวหรือข้อมูลนักวิเคราะห์เฉพาะของ CKP ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน ไม่พร้อมใช้งาน — ไม่พบข้อมูลการเงินหรือรายงานนักวิเคราะห์เฉพาะของ CKP ไม่พร้อมใช้งาน N/A

    สรุปภาพรวมหลักฐาน: ผสมผสาน / ยังไม่ได้ข้อสรุป — โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นและ Short-Selling ที่ต่ำมากเป็นปัจจัยบวก MACD Divergence เป็นคำเตือนขาลงที่มีนัยสำคัญ NVDR เป็นกลางไร้ความหมาย Big Lot, ปัจจัยพื้นฐาน และตัวเร่ง ไม่มีข้อมูล หลักฐานไม่สนับสนุนแนวคิดทิศทางที่ชัดเจน


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (จัดประเภทว่าแข็งแกร่ง; Keltiner ยกตัวยืนยันโครงสร้าง Higher-Highs/Higher-Lows)
    • วัฏจักรตลาด: ช่วงท้ายของ Markup / อาจกำลังเปลี่ยนผ่าน — MACD Divergence บนแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งเป็นสัญญาณคลาสสิกที่บอกว่าโมเมนตัมภายในแนวโน้มกำลังอ่อนแรงลง นี่อาจเป็น: (ก) การพักตัวตามปกติก่อนขาขึ้นระลอกใหม่ หรือ (ข) ระยะเริ่มต้นของการกลับแนวโน้ม Squeeze จะเป็นตัวชี้ขาด
    • แนวรับสำคัญ: 2.46 (จุด Stop Loss เชิงโครงสร้าง; แนวรับเร่งด่วน)
    • แนวต้านสำคัญ: 2.58 (แนวต้านเร่งด่วน; ราคาจุดเข้าที่ให้มาอยู่ที่แนวต้านพอดี)
    • โมเมนตัม:
    • MACD: Divergence — นี่คือสัญญาณที่สำคัญที่สุด ตามระบบเทรด 52 สัปดาห์ที่ค้นคืนมา: *”ราคาทำจุดสูงใหม่ (Higher High) + RSI ทำจุดสูงที่ต่ำลง (Lower High) → สัญญาณ: Bearish Divergence (โมเมนตัมหมดแรง / เตรียมขาย)”* แม้การจัดประเภท Divergence จะอ้างอิง RSI แต่ MACD Divergence ก็มีความหมายเช่นเดียวกัน: ราคากำลังเคลื่อนไหวหรือทรงตัวใกล้จุดสูง แต่ MACD Histogram หรือเส้น MACD กำลังโน้มต่ำลง — แรงซื้อกำลังจางหาย นี่ไม่ได้หมายความว่าให้ขายทันที แต่หมายถึงอย่าซื้อจนกว่า Divergence จะคลี่คลาย การเกิด Bearish MACD Crossover จะยืนยัน Divergence เป็นสัญญาณกลับตัว
    • RSI: เป็นกลาง — ไม่มีการยืนยัน Divergence เพิ่มเติมผ่าน RSI ความเป็นกลางของ RSI บอกว่าโมเมนตัมที่เสื่อมถอยนั้นละเอียดอ่อน — Divergence เกิดขึ้นเฉพาะกับ MACD ไม่ได้ยืนยันด้วย RSI สิ่งนี้ทำให้รุนแรงน้อยกว่า MACD+RSI Divergence คู่ แต่ยังคงเป็นข้อควรระวังที่ถูกต้อง
    • In-Squeeze พร้อมวอลุ่มแห้ง: ตามกลยุทธ์ Squeeze ที่ค้นคืนมา: *”เมื่อเส้น Band บีบตัวแคบลงมาก แสดงว่าความผันผวนอยู่ที่จุดต่ำสุด จับตาดูว่าราคาจะเลือกทิศทางไหน”* Squeeze ยังไม่คลี่คลาย ทิศทางการทะลุ — ขึ้นหรือลง — จะเป็นเหตุการณ์ทางเทคนิคที่ชี้ขาด การขยายตัวของวอลุ่ม ณ จุดทะลุจะยืนยันทิศทาง
    • Keltner ยกตัวขึ้น: ความลาดชันที่ยกตัวเป็นองค์ประกอบขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุด — มันยืนยันว่าแนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้น ตามฐานความรู้: *”Keltner Channels: ราคาที่เดินบนขอบบนของเส้น Band ยืนยันแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง”* Keltner ของ CKP กำลังยกตัวแม้ราคาจะถูกบีบอัด — อคติของแนวโน้มยังคงเป็นขาขึ้น
    • การตีความ Big Lot: ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูลการซื้อขายเป็นก้อนของสถาบันสำหรับ CKP ไม่สามารถประเมินการสะสมหรือกระจายหุ้นผ่านช่องทางนี้ได้
    • การตีความ Short Selling: Short-Selling แทบไม่มีนัยสำคัญ มูลค่าขายชอร์ตรวม 82,634 บาท (สัดส่วน 0.8%) ในวันที่ 1 ส.ค. ถือว่าเล็กน้อยมาก ปริมาณ NVDR Short เป็นศูนย์ ยอดคงค้าง Short 0.16% (~12.88 ล้านหุ้น) เป็นปริมาณที่น้อยนิด ไม่มีความเชื่อมั่นในขาลงจากผู้ขายชอร์ตเลย นี่คือใบรับรองสุขภาพที่สะอาดด้าน Short — เป็นข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับการเทรดขาขึ้น
    • การตีความ NVDR: ข้อมูล NVDR เป็นกลางอย่างมากและไม่น่าเชื่อถือ:
    • สัดส่วนสุทธิ -1.11% — ใกล้ศูนย์; ไม่ได้เป็นขาขึ้นหรือขาลงอย่างมีนัยสำคัญ
    • สะสม 3 วัน -100,072 บาท — มีค่าเป็นศูนย์ในทางปฏิบัติ
    • Volume Spike 0 เท่า — ไม่มีกิจกรรมผิดปกติ
    • วันซื้อติดต่อกัน: 0; วันขายติดต่อกัน: 1 — ไม่มีความต่อเนื่อง
    • สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท — NVDR Analyzer ตั้งค่าสถานะเตือนว่าอาจไม่น่าเชื่อถือ: *”⚠️ ระวัง! สภาพคล่องรวมต่ำกว่า 100M อาจเป็นสัญญาณลวงหรือ Big Lot”*

    บทสรุป: NVDR ไม่ได้ให้สัญญาณที่มีประโยชน์สำหรับ CKP กระแสเงินต่างชาติไม่ได้ยืนยันแนวโน้มขาขึ้นและไม่ได้เตือนถึงการกระจายหุ้น มันคือสัญญาณรบกวนในสภาพแวดล้อมที่มีสภาพคล่องต่ำ

    • บทสรุปกระแสเงินรวม: ข้อมูลกระแสเงินมีน้อย Short-Selling เป็นกลาง (เป็นบวกเพราะไม่มี) NVDR เป็นกลาง/ไม่น่าเชื่อถือ Big Lot ไม่มีข้อมูล โดยพื้นฐาน ไม่มีข้อมูลเฉพาะของ CKP ถูกค้นคืน หลักฐานที่น่าเชื่อถือเพียงอย่างเดียวคือกราฟทางเทคนิค: แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งพร้อมกับ MACD Bearish Divergence ใน Squeeze ที่ยังไม่คลี่คลาย ราคาต้องคลี่คลาย Squeeze เพื่อยืนยันว่าแนวโน้มหรือ Divergence จะเป็นฝ่ายถูก

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: เล่นตามการทะลุของ Squeeze — รอให้ทิศทางยืนยัน (ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้องที่ระดับปัจจุบัน)
    • โซนเข้า: 2.58 (ให้มา) — แต่นี่คือจุดที่อยู่บนแนวต้านใน Squeeze; การเข้าที่นี่คือการโยนเหรียญ
    • เงื่อนไขเข้าซื้อ (ขาขึ้น):
    • ราคาปิดรายวัน เหนือ 2.58 (ทะลุแนวต้าน) ด้วย วอลุ่มขยาย — Squeeze คลี่คลายขึ้นด้านบน
    • MACD Divergence ไม่ แปลงเป็น Bearish Crossover (เส้น MACD ยังอยู่เหนือเส้นสัญญาณ)
    • NVDR ทรงตัวหรือกลับมาซื้อสุทธิในวันที่ทะลุ (เป็นทางเลือกเนื่องจากความน่าเชื่อถือต่ำ)
    • ทางเลือกการเข้า (แบบย่อตัว): หากราคาย่อตัวลงมาที่โซน 2.46–2.50 ยืนเหนือ Stop และแสดงแท่งเทียนกลับตัวขาขึ้นพร้อม RSI หันขึ้นจากโซน 40–50 — นี่จะเป็นการเข้าที่ความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ต้องคำนวณราคาเข้าใหม่
    • เป้าหมายที่ 1: 2.70 บาท — แนวต้านสวิงถัดไป / ระดับโครงสร้างเดิม (ให้มา)
    • เป้าหมายที่ 2: ไม่พร้อมใช้งาน — ไม่มีระดับแนวต้านที่สูงกว่ายืนยันจากข้อมูล
    • จุด Stop Loss: 2.46 บาท — ต่ำกว่าแนวรับเชิงโครงสร้าง (ให้มา)
    • Trailing Stop: หากเริ่มสถานะแล้ว ให้ลาก Stop ตามใต้จุดต่ำของวัน (Swing Low) ที่ยกสูงขึ้นหลังจากราคาผ่าน 2.64 (จุดกึ่งกลางถึงเป้าหมาย)
    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 1 (ที่จุดเข้า 2.58): (2.70 – 2.58) / (2.58 – 2.46) = 0.12 / 0.12 = 1.00:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.50

    ⚠️ ความคลาดเคลื่อนของ R:R: risk_reward_ratio ที่ให้มาระบุเป็น 3.00 แต่การคำนวณจากราคาที่ให้มา (เข้า 2.58, เป้าหมาย 2.70, Stop 2.46) ได้เพียง 1.00:1 นี่คือความคลาดเคลื่อนที่มีนัยสำคัญ R:R ที่ 3.00:1 จะต้องมี:

    • เข้าที่ 2.52: (2.70 – 2.52) / (2.52 – 2.46) = 0.18 / 0.06 = 3.00:1
    • หรือเป้าหมายที่ 2.82: (2.82 – 2.58) / (2.58 – 2.46) = 0.24 / 0.12 = 2.00:1 (ยังไม่ถึง 3.0)
    • หรือเป้าหมายที่ 2.94: (2.94 – 2.58) / 0.12 = 3.00:1

    ระดับราคาที่ให้มาไม่สนับสนุน R:R ที่ระบุไว้ การเทรดนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ที่ 2.58 ด้วย R:R 1.00:1

    • จังหวะเวลาการเข้าซื้อ: ห้ามเข้าจนกว่า In-Squeeze จะคลี่คลายด้วยทิศทางการทะลุที่ชัดเจนและคำนวณ R:R ใหม่ด้วยระดับที่ถูกต้อง
    • ห้ามเข้าซื้อหาก:

    1. ราคายังอยู่ในกรอบ Squeeze 2.46–2.58 — ยังไม่มีการยืนยันทิศทาง

    2. MACD เกิด Bearish Crossover — Divergence ได้รับการยืนยันเป็นการกลับตัว

    3. R:R ที่จุดเข้าที่วางแผนไว้ต่ำกว่า 1.5:1 — การคำนวณปัจจุบันทำให้การเทรดไม่มีคุณสมบัติ

    ปรับเพิ่มสถานะเป็น ซื้อ: ราคาปิดเหนือ 2.58 ด้วยวอลุ่มขยาย, MACD ยังอยู่เหนือเส้นสัญญาณ (ไม่มี Bearish Cross), และมีการคำนวณจุดเข้าใหม่ให้ได้อย่างน้อย 1.5:1 R:R (ต้องเข้าที่ราคาหรือต่ำกว่า 2.52 ด้วย Stop และเป้าหมายปัจจุบัน)

    ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง: MACD Bearish Crossover, หรือราคาปิดรายวันต่ำกว่า 2.46, หรือ R:R ไม่สามารถทำให้สูงกว่า 1.5:1 ด้วยระดับที่มีความถูกต้องเชิงโครงสร้าง


    5. แผนภาพสถานการณ์

    สถานการณ์ จุดกระตุ้น แนวทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น (Bull Case) ปิดเหนือ 2.58 ด้วยวอลุ่มขยาย; MACD ยังอยู่ (ไม่มี Bearish Cross); Divergence พิสูจน์แล้วว่าเป็นการพักตัว ไม่ใช่การกลับตัว วิ่งขึ้นไปที่ 2.70; หากทะลุได้ แนวต้านถัดไปที่ ~3.00 (ตัวเลขกลมทางจิตวิทยา / โครงสร้างเดิม — ยังไม่ยืนยัน) ปิดกลับมาต่ำกว่า 2.58 (การทะลุที่ล้มเหลว)
    กรณีฐาน (Base Case) Squeeze ยังคงอยู่; ราคาแกว่งตัวในกรอบ 2.46–2.58; Divergence ยังไม่ได้รับการยืนยันและไม่คลี่คลาย การอัดตัวในกรอบ; ไม่มีโอกาสเทรด; ต้องอดทน ทะลุ 2.46 หรือ 2.58 เป็นอันสิ้นสุดกรอบ
    กรณีขาลง (Bear Case) MACD Bearish Crossover; ปิดต่ำกว่า 2.46 ด้วยวอลุ่มขยาย; Squeeze ทะลุลงด้านล่าง ปรับตัวลงสู่ 2.30 จากนั้นโซน 2.00 (แนวรับเดิม — ยังไม่ยืนยันจากข้อมูล) ฟื้นตัวและปิดเหนือ 2.58

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ไม่พบตัวเร่งเฉพาะของ CKP การค้นหา Tavily ส่งคืนผลลัพธ์ที่ไม่เกี่ยวข้อง (แบรนด์แฟชั่น Calvin Klein ไม่ใช่ CK Power) สุญญากาศข้อมูลนี้หมายความว่าวันรายงานผลประกอบการ มุมมองนักวิเคราะห์ และกิจกรรมองค์กร ไม่เป็นที่ทราบ นี่คือช่องว่างที่มีนัยสำคัญในการวิเคราะห์

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: MACD Divergence ในแนวโน้มขาขึ้นคือคำเตือนทางเทคนิคหลัก ตามระบบเทรด 52 สัปดาห์ นี่ส่งสัญญาณว่า *”โมเมนตัมหมดแรง / เตรียมขาย”* Divergence อาจเกิดก่อนการย่อตัวตามปกติ (การคลี่คลายเชิงบวก) หรือการกลับแนวโน้ม (การคลี่คลายเชิงลบ) In-Squeeze ขยายความไม่แน่นอน — ทิศทางการทะลุเป็นแบบทวิภาคและไม่รู้ล่วงหน้า
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: NVDR เป็นกลางด้วยสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท — ไม่มีการยืนยันกระแสเงินสำหรับแนวโน้มขาขึ้น Big Lot ไม่มีข้อมูล สัญญาณกระแสเงินสนับสนุนเพียงอย่างเดียวคือการไม่มี Short-Selling ซึ่งเป็นการยืนยันที่อ่อน (การไม่มีผู้ขาย ≠ การมีผู้ซื้อ)
    • ความเสี่ยงปัจจัยพื้นฐาน: ไม่มีข้อมูลการเงิน, วันรายงานผลประกอบการ, หรือมุมมองนักวิเคราะห์เฉพาะของ CKP การเทรด CKP โดยไม่มีบริบทปัจจัยพื้นฐานเลยก่อให้เกิดความเสี่ยงช่องว่างที่ประเมินไม่ได้ CKP เป็นบริษัทสาธารณูปโภคไฟฟ้าพลังน้ำ — รูปแบบปริมาณน้ำฝนตามฤดูกาล, ระดับน้ำในเขื่อน, และอัตราค่าไฟฟ้าล้วนมีนัยสำคัญแต่ไม่ได้รับการประเมิน
    • ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของ R:R: จุดเข้า/เป้าหมาย/Stop ที่ให้มาผลิต R:R 1.00:1 ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของ 3.00 ที่ระบุไว้ นี่หมายความว่าระดับราคาหรือการคำนวณ R:R อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ถูกต้อง การเทรดที่ 1.00:1 ไม่มีประสิทธิภาพด้านเงินทุน — เสี่ยง 0.12 บาท เพื่อรับ 0.12 บาท โดยไม่มีส่วนเผื่อสำหรับค่าธรรมเนียมหรือ Slippage

    การสิ้นสุดของแนวคิดการลงทุน: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 2.46 (Stop ถูกกิน), หรือ MACD Bearish Crossover (Divergence ยืนยันเป็นการกลับตัว), หรือไม่สามารถทำให้ได้อย่างน้อย 1.5:1 R:R ด้วยระดับที่มีความถูกต้องเชิงโครงสร้าง


    7. การจัดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ที่จุดเข้า 2.58): 2.58 – 2.46 = 0.12 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (เพราะไม่มีข้อมูลพอร์ต)

    หมายเหตุการจัดขนาด: ระยะ Stop 0.12 บาท (~4.7% ของราคา) อยู่ในระดับปานกลางสำหรับหุ้นที่ราคาต่ำกว่า 3 บาท อย่างไรก็ตาม ด้วย R:R 1.00:1 การเทรดนี้เสียเปรียบทางคณิตศาสตร์ไม่ว่าจะจัดขนาดสถานะเท่าใด อย่าจัดขนาดการเทรดนี้จนกว่า R:R จะถูกแก้ไข สูตร:

    $\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.12} \right\rfloor$

    เมื่อพิจารณา MACD Divergence, ข้อมูลปัจจัยพื้นฐานที่ไม่มี, และ R:R ที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ควรจำกัดความเสี่ยงไว้ที่ ไม่เกิน 0.5% ของพอร์ต หากมีการเปิดสถานะใด ๆ เลย — และเฉพาะหลังจากความคลาดเคลื่อนของ R:R ได้รับการแก้ไขแล้วเท่านั้น


    8. บันทึกข้อมูลและที่มา

    แหล่งข้อมูล วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิค (input) 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน ให้แนวโน้มขาขึ้น, MACD Divergence, In-Squeeze, Keltner ยกตัว, ระดับราคา
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2569 (เรียกค้น) พร้อมใช้ รับรอง divergence เป็นคำเตือนแนวโน้มหมดแรง; กฎ Squeeze breakout; Keltner ในแนวโน้มขาขึ้น
    Query Biglot Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลบล็อกเทรดของสถาบัน; ความเชื่อมั่นลดลง
    Query Short Stock Daily 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน สัดส่วน Short 0.8% (เล็กน้อยมาก); คงค้าง 0.16%; ไม่มีแรงกดดันขาลง — เป็นกลาง
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ภายใน 3 วันทำการ) สัดส่วนสุทธิ -1.11% (เป็นกลาง); สภาพคล่อง <100M ถูกตั้งค่าสถานะ; สะสม 3 วันเป็นศูนย์ — สัญญาณไม่น่าเชื่อถือ
    Tavily Search 7 ส.ค. 2569 ไม่พร้อมใช้งาน (ผลลัพธ์ผิด) การค้นหาส่งคืนผลลัพธ์ Calvin Klein; ไม่มีข่าว, ผลประกอบการ, หรือข้อมูลนักวิเคราะห์ของ CKP — ช่องว่างที่มีนัยสำคัญ

    ประเด็นสำคัญ:

    1. ความคลาดเคลื่อนของ R:R: R:R ที่ระบุคือ 3.00; R:R ที่คำนวณจากระดับที่ให้มาคือ 1.00:1 ต้องตรวจสอบระดับราคา

    2. MACD Divergence กับแนวโน้มขาขึ้น: ความขัดแย้งทางเทคนิคที่รุนแรงที่สุด — หนึ่งในสัญญาณเหล่านี้ต้องผิด

    3. ช่องว่างข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน: ไม่พบข้อมูลเฉพาะของบริษัท CKP ถูกวิเคราะห์ด้วยเทคนิคัลล้วน ๆ โดยไม่มีบริบทปัจจัยพื้นฐาน

    4. NVDR เป็นกลาง: ไม่ได้ยืนยันและไม่ได้ขัดแย้งกับรูปแบบทางเทคนิค — ในทางปฏิบัติเทียบเท่ากับไม่มีข้อมูลสำหรับการตัดสินใจ


    9. คำตัดสินสุดท้าย

    รอซื้อ (WATCH) — กราฟรายวันของ CKP แสดงแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งด้วย Keltner Channel ที่ยกตัว แต่ MACD Bearish Divergence เตือนถึงแนวโน้มหมดแรง (“โมเมนตัมหมดแรง / เตรียมขาย” ตามระบบเทรด), In-Squeeze ยังไม่คลี่คลายทิศทาง, NVDR เป็นกลางไร้ความหมาย (สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท), Big Lot และข้อมูลปัจจัยพื้นฐานไม่พร้อมใช้งาน, และ Reward-to-Risk จริงที่จุดเข้า 2.58 ที่ให้มามีเพียง 1.00:1 — หนึ่งในสามของ 3.00 ที่ระบุไว้ อย่าใช้เงินลงทุนจนกว่า Squeeze จะคลี่คลายด้วยการทะลุที่ยืนยันเหนือ 2.58 ด้วยวอลุ่มขยาย, MACD Divergence ไม่แปลงเป็น Bearish Crossover, และมีการคำนวณจุดเข้าใหม่ให้ได้อย่างน้อย 1.5:1 R:R การปิดต่ำกว่า 2.46 หรือ MACD Bearish Crossover จะทำให้รูปแบบทั้งหมดเป็นโมฆะ

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T06:58:28.014+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:CKP|company_name:CK Power Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:2.7|entry_price:2.58|sell_price:2.7|stop_loss_level:2.46|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:2.46|immediate_resistance:2.58|risk_reward_ratio:3|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Divergence|trend_strength:Strong|price_action_signal:None`

    *นี่คือรายงานสนับสนุนการตัดสินใจบนหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน ราคาเป้าหมายเป็นระดับตามแผนแบบมีเงื่อนไข และผลขาดทุนอาจมากกว่าจุด Stop ที่ตั้งไว้ในกรณีเกิด Gap หรือการซื้อขายที่สภาพคล่องต่ำ*

    BLA

    Trading Chart

    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: BLA อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแต่กำลังอ่อนแรง, In-Squeeze, Keltner แบน, RSI เป็นกลาง, MACD Divergence (สัญญาณเตือนว่าแรงซื้อถดถอย) — ยังไม่ใช่จังหวะเข้าซื้อ
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำการกระทำ รอซื้อ (WATCH) หากราคาย่อลงมายัง 25.00–25.25 แล้วยืนได้ หรือทะลุ 26.25 ด้วยวอลุ่มขยาย โดยมีเป้าหมายแรกที่ 26.75 และเป้าหมายที่สอง 29.10
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] NVDR ซื้อสุทธิ 20 วันติดด้วยสัดส่วน 25.7% เป็นการสะสมที่ต่อเนื่องมาก แต่สัญญาณ MACD Divergence กลับขัดแย้งโดยตรง อีกทั้งสภาพคล่องรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาท อาจบิดเบือนขนาดของกระแสเงิน — คุ้มค่าแก่การติดตามต่อ
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 24.50 หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ให้ยกเลิกแผนทันที และหาก MACD เกิด Bearish Crossover หรือ NVDR กลับมาขายสุทธิ 2 วันติด ให้พักแผนไว้

    รายงานการตัดสินใจหุ้น: BLA — บมจ. กรุงเทพประกันชีวิต

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การกระทำหลัก รอซื้อ (WATCH)
    สำหรับผู้ถืออยู่แล้ว ถือต่อ โดยตั้งจุด Stop ไว้ที่ 24.50; ห้ามเพิ่มสถานะจนกว่า Squeeze จะแตกขึ้น
    แนวโน้มทิศทาง ผสมผสาน (ปัจจัยพื้นฐานและ NVDR เป็นบวกต่อขาขึ้น แต่ MACD divergence และ Keltner แบนเป็นข้อควรระวัง)
    ระดับความเชื่อมั่น ปานกลาง
    ระยะเวลาลงทุน สวิง (1–5 วัน) โดยขึ้นกับการคลี่คลายของ Squeeze
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 25.50–26.00 บาท (ช่วง 4–6 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 6 ส.ค. 2569
    สถานะของรูปแบบ รอสัญญาณเข้า — ยังอยู่ในช่วง Squeeze พร้อม MACD Divergence ต้องคลี่คลายก่อนเข้าซื้อ

    แก่นการตัดสินใจ: BLA ให้ภาพที่ขัดแย้งชัดเจน: NVDR แสดงการสะสมติดต่อกัน 20 วันด้วยสัดส่วนสุทธิ 25.7% — เป็นหนึ่งในสัญญาณการสะสมของต่างชาติที่แข็งแกร่งที่สุดที่พบ — แต่กราฟรายวันกลับอยู่ในช่วงอัดตัวของความผันผวน (In-Squeeze) พร้อมกับ MACD divergence (โมเมนตัมอ่อนแรงขณะที่ราคายืนใกล้จุดสูง), Keltner แบนราบ, และความแข็งแกร่งของแนวโน้มที่กำลังพักตัว MACD divergence เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าว่าแนวโน้มขาขึ้นอาจกำลังหมดแรง การประเมินมูลค่าที่น่าสนใจ (P/E 5.90 เท่า, เป้าหมายนักวิเคราะห์ 29.10) และ Short-Selling ที่ต่ำมากช่วยสนับสนุนมุมมองบวก แต่ Divergence จำเป็นต้องคลี่คลายก่อนจึงจะใช้เงินลงทุน ทิศทางการทะลุของ Squeeze จะเป็นตัวชี้ขาด


    2. ตารางประเมินหลักฐาน

    หลักฐาน ผลการตรวจสอบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง จัดเป็นแนวโน้มขาขึ้น แต่ความแข็งแกร่งกำลังพักตัว; In-Squeeze; Keltner แบน; แนวรับ 25.00 ยังยืนอยู่ เป็นกลาง / ผสม สูง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มแห้งใน Squeeze; MACD Divergence (ราคายกสูงแต่โมเมนตัมถดถอย); RSI เป็นกลาง; ยังไม่มีการทะลุ คำเตือน Bearish Divergence สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูล N/A
    Short Selling สัดส่วน Short 1.94% (ต่ำ); คงค้าง 0.36% (ต่ำมาก); ส่วนใหญ่มาจาก NVDR แต่โดยรวมไม่มีนัยสำคัญ สนับสนุน / ไร้แรงกดดัน สูง
    NVDR ซื้อต่อเนื่อง 20 วัน; สัดส่วนสุทธิ 25.7%; Volume Spike 2.23 เท่า; สะสม 3 วัน +88.34 ล้านบาท; แต่มีคำเตือนสภาพคล่องรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาท การสะสมที่แข็งแกร่ง (ระวังสภาพคล่องต่ำ) ปานกลาง
    ข่าวและตัวเร่ง นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 29.10 (+11.92% upside); P/E 5.90 เท่า; EPS TTM 4.32 บาท; อัตราเงินปันผล 3.37%; วันขึ้นเครื่องหมาย XD 21 เม.ย. ผ่านไปแล้ว บวก สูง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 5.90 เท่า (ถูกมากเมื่อเทียบกับตลาด); P/BV น่าจะต่ำกว่า 1.0 เท่า; EPS ที่แข็งแกร่ง 4.32 บาท; เงินปันผล 3.37% บวก สูง

    สรุปภาพรวมหลักฐาน: มีโอกาสเป็นการสะสม (Accumulation) พร้อมคำเตือน Divergence — การสะสมผ่าน NVDR ต่อเนื่องและรุนแรงมาก (20 วันติด, สุทธิ 25.7%), พื้นฐานหุ้นน่าสนใจ และแรงกดดันจาก Short แทบไม่มี อย่างไรก็ตาม MACD Divergence เป็นธงแดงทางเทคนิคที่สวนทางกับสัญญาณกระแสเงินโดยตรง Divergence นี้อาจบ่งชี้ว่า (ก) เป็นเพียงการย่อพักตัวตามปกติภายในช่วงสะสม หรือ (ข) ต่างชาติที่ฉลาดกำลังสะสม ในขณะที่สถาบันในประเทศกระจายหุ้นออก การทะลุของ Squeeze จะเป็นตัวแยกแยะ


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (ตามการจัดประเภท) แต่ กำลังพักตัว/อ่อนแรงลง — แนวโน้มขาขึ้นสุกงอมและโมเมนตัมกำลังจางหาย นี่คือข้อแตกต่างสำคัญ: ฉลากแนวโน้มบอกว่า “ขาขึ้น” แต่ค่าความแข็งแกร่งเป็น “Consolidating” และ Keltner ก็แบน
    • วัฏจักรตลาด: ช่วงท้ายของ Markup / อาจกำลังสร้างจุดสูงสุด — MACD divergence บนโครงสร้าง Keltner แบน สอดคล้องกับแนวโน้มที่วิ่งมาจนใกล้สุดทาง และกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การกระจายหุ้น หรือพักตัวก่อนขึ้นขาต่อ
    • แนวรับสำคัญ: 25.00 (แนวรับด่วน); 24.50 (จุด Stop Loss เชิงโครงสร้าง / แนวรับลึก)
    • แนวต้านสำคัญ: 26.25 (แนวต้านด่วน); 26.75 (เป้าหมาย / จุดสูงเดิมก่อนหน้า)
    • โมเมนตัม:
    • MACD: Divergence — นี่คือสัญญาณทางเทคนิคที่สำคัญที่สุด อ้างอิงจากองค์ความรู้: *”Bearish Divergence: ราคาทำจุดสูงใหม่ (Higher High) แต่ RSI/MACD กลับเคลื่อนไหวต่ำลง ความหมายคือ ราคากำลังขึ้น แต่แรงซื้อถดถอย; มีโอกาสกลับตัวเป็นขาลง”* MACD divergence บ่งชี้ว่า ขณะที่ราคา BLA เคลื่อนไหวสูงขึ้นหรือทรงตัวใกล้จุดสูง โมเมนตัมที่อยู่เบื้องหลังกำลังเสื่อมถอย นี่คือสัญญาณเตือนล่วงหน้า — ไม่ใช่สัญญาณขายทันที แต่คือข้อบังคับให้ต้องระมัดระวังและรอการยืนยัน
    • RSI: เป็นกลาง — ไม่มีการยืนยัน Divergence เพิ่มเติมผ่าน RSI (divergence เกิดเฉพาะกับ MACD) ความเป็นกลางของ RSI บอกว่าโมเมนตัมที่ถดถอยนั้นยังละเอียดอ่อน ยังไม่ถึงขั้นสุดโต่ง
    • Keltner Channels: แบน — ไม่มีโมเมนตัมเชิงทิศทาง ราคากำลังถูกบีบอัดภายในกรอบ Squeeze ยังไม่คลี่คลาย
    • วอลุ่ม: แห้งลงใน Squeeze — เป็นลักษณะวอลุ่มที่ถูกต้องสำหรับการอัดตัวก่อนการขยายตัว ยังไม่ใช่สัญญาณเชิงบวกหรือลบโดยลำพัง
    • การตีความ Big Lot: ไม่มีข้อมูล — ขาดข้อมูลการซื้อขายเป็นก้อนของสถาบัน BLA เป็นหุ้นประกันขนาดกลาง (มูลค่าตลาด ~43,500 ล้านบาท) ปริมาณซื้อขายเฉลี่ย 1.57 ล้านหุ้นต่อวัน ข้อมูล Big Lot จะช่วยให้เห็นว่าสถาบันสะสมผ่านบล็อกเทรดหรือไม่ การที่ไม่มีข้อมูลจึงเป็นช่องว่าง
    • การตีความ Short Selling: Short-Selling แทบไม่มีนัยสำคัญ มูลค่าขายชอร์ตรวมเพียง 1.2 ล้านบาท (สัดส่วน 1.94%) ในวันที่ 1 ส.ค. ซึ่งน้อยมาก ยอดคงค้าง Short 0.36% (~6.15 ล้านหุ้น) ถือว่าเล็กน้อยมากสำหรับบริษัทที่มีหุ้นจดทะเบียน 1.71 พันล้านหุ้น การขายชอร์ตส่วนใหญ่มาจาก NVDR (40,000 หุ้น เทียบกับ 6,900 หุ้นของสถาบันในประเทศ) แสดงว่าต่างชาติที่ร่วมทำ Short มีลักษณะมาจากฝั่งซื้อสุทธิผ่าน NVDR เสียมากกว่า ไม่มีความเชื่อมั่นในขาลงจากผู้ขายชอร์ต
    • การตีความ NVDR: นี่คือหัวใจของเรื่อง BLA:
    • ซื้อติดต่อกัน 20 วัน — เป็นความต่อเนื่องที่พิเศษมาก ต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิทุกวันติดต่อกันเป็นเดือน (เฉพาะวันทำการ) นี่ไม่ใช่สัญญาณรบกวน แต่คือแคมเปญการสะสมอย่างจงใจ
    • สัดส่วนสุทธิ 25.7% — ในวันล่าสุด NVDR ซื้อสุทธิมากกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่าซื้อขายรวม สูงเกินเกณฑ์ 15–20% ที่ถือว่าเป็น “แรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง” มาก
    • Volume Spike 2.23 เท่า — เกินเกณฑ์ 2.0x ยืนยันว่ากิจกรรมวันล่าสุดมีนัยสำคัญ
    • สะสม 3 วัน +88.34 ล้านบาท — มูลค่าสะสมที่แข็งแกร่ง

    อย่างไรก็ตาม: NVDR Analyzer มีคำเตือนว่าสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท — “⚠️ ระวัง! สภาพคล่องรวมต่ำกว่า 100M อาจเป็นสัญญาณลวงหรือ Big Lot.” มูลค่าซื้อขายรวมต่ำกว่าเกณฑ์ 100 ล้านบาท ซึ่งทำให้สัญญาณ NVDR มีความน่าเชื่อถือลดลง สัดส่วน 25.7% อาจถูกขยายด้วยตัวหารที่น้อย นอกจากนี้ ด้วยสภาพคล่องเบาบาง การซื้อ NVDR อาจเป็นเพียงต่างชาติรายเดียวที่สะสม ไม่ใช่กระแสเงินชาญฉลาดในวงกว้าง

    คำตัดสิน: การสะสมของ NVDR เป็นของจริงและต่อเนื่อง (20 วันปลอมไม่ได้) แต่สภาพคล่องเบาบางทำให้ขนาดของสัญญาณอาจดูเกินจริง การสะสมนี้เป็นบวกต่อความแข็งแกร่งของ BLA แต่ราคายังไม่ทะลุออกเพื่อยืนยันการดูดซับ นี่คือการสะสมในสภาพแวดล้อมที่มีสภาพคล่องต่ำ — ต้องใช้ความอดทน

    • บทสรุปกระแสเงินรวม: ภาพปัจจัยพื้นฐานเป็นขาขึ้น (P/E 5.90x, EPS 4.32, เป้าหมายนักวิเคราะห์ 29.10) กระแส NVDR เป็นขาขึ้นอย่างยอดเยี่ยมในแง่ความต่อเนื่อง (20 วันติด) Short-Selling ยืนยันว่าไม่มีแรงต้านฝั่งหมี แต่ว่า MACD divergence บนกราฟรายวันเตือนว่าโมเมนตัมภายในแนวโน้มขาขึ้นกำลังอ่อนแรง ทั้งที่มีกระแสเงินบวก นี่คือรูปแบบคลาสสิกที่: (ก) MACD divergence จะคลี่คลายในเชิงบวก (ราคาทะลุขึ้น โมเมนตัมเร่งอีกครั้ง ยืนยันว่าการสะสม NVDR นั้นมองการณ์ไกล) หรือ (ข) Divergence ได้รับการยืนยันด้วยการพังลง แสดงว่าการสะสม NVDR ไม่เพียงพอจะเอาชนะแรงขาย/การกระจายหุ้นที่อยู่ด้านบน ทิศทางการทะลุของ Squeeze จะเป็นตัวคลี่คลายความขัดแย้งนี้

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: เล่นตามการทะลุของ Squeeze — รอให้ทิศทางยืนยัน; หากยังไม่ทะลุ ใช้การย่อตัวเข้าเป็นทางเลือก
    • โซนเข้า: 25.25 บาท (การย่อเข้าหาแนวรับ — อยู่ระหว่างแนวรับ 25.00 กับแนวต้าน 26.25)
    • เงื่อนไขเข้าซื้อ (แบบย่อตัว): ราคาย่อลงมาที่ 25.00–25.25 บนกราฟรายวัน โดยต้อง:

    1. ราคายืนเหนือ 24.50 (Stop ยังไม่ถูกกิน)

    2. วอลุ่มเริ่มทรงตัว (ไม่หดหายไปมากกว่านี้)

    3. MACD divergence ไม่เร่งตัวเป็นลบ (ยังไม่มี Bearish MACD Crossover)

    4. NVDR ยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่อง (สถิติซื้อติดยังไม่ขาด)

    • เงื่อนไขเข้าซื้อ (แบบ Breakout): ราคาปิดรายวันทะลุเหนือ 26.25 บาทด้วย วอลุ่มขยาย (ทะลุออกจาก Squeeze) และ MACD หันหัวขึ้น Divergence คลี่คลาย
    • เป้าหมายที่ 1: 26.75 บาท — แนวต้านจุดสูงเดิม (ให้มา) วิธีการ: แนวต้านในอดีต
    • เป้าหมายที่ 2: 29.10 บาท — ราคาเป้าหมายเฉลี่ยนักวิเคราะห์ 12 เดือน (จาก MSN Money / ข้อมูลนักวิเคราะห์ ณ ส.ค. 2569) วิธีการ: การประเมินมูลค่าพื้นฐานโดยนักวิเคราะห์
    • จุด Stop Loss: 24.50 บาท — ต่ำกว่าแนวรับเชิงโครงสร้าง (ให้มา) หมายเหตุ: 25.00 เป็นแนวรับด่วน 24.50 อยู่ต่ำลงไปให้ระยะเผื่อ 0.50 บาท
    • Trailing Stop: หากราคาผ่าน 26.25 ให้เลื่อน Stop ขึ้นมาที่ 25.25 (เท่าทุน) จากนั้นลากตามใต้จุดต่ำของวัน (Swing Low) ที่ยกสูงขึ้น
    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 1: (26.75 – 25.25) / (25.25 – 24.50) = 1.50 / 0.75 = 2.00 ต่อ 1 — น่าสนใจ (ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 2.0)
    • Reward-to-Risk ไปเป้าหมาย 2: (29.10 – 25.25) / (25.25 – 24.50) = 3.85 / 0.75 = 5.13 ต่อ 1 — ยอดเยี่ยม หากไปถึงได้
    • จังหวะเวลาการเข้าซื้อ: เข้าเมื่อราคาปิดรายวันยืนยันที่ 25.25 หรือต่ำกว่า พร้อมเงื่อนไขข้างต้น หากไม่มีการย่อตัวและราคาทะลุ 26.25 ด้วยวอลุ่มขยาย ให้ประเมินการเข้าแบบ Breakout ใหม่ โดยคำนวณ Stop ตามโครงสร้าง
    • ห้ามเข้าซื้อหาก:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 24.50 — โครงสร้างเสีย

    2. MACD เกิด Bearish Crossover (เส้น MACD ตัดลงใต้เส้นสัญญาณ) — เป็นการยืนยัน Divergence เป็นการกลับตัว ไม่ใช่แค่พักตัว

    3. NVDR หยุดสถิติซื้อติด (มีวันขายสุทธิติดกัน 2 วันขึ้นไป) — แนวคิดการสะสมถูกทำลาย

    ปรับเพิ่มสถานะเป็น ซื้อ: เมื่อราคาย่อตัวมาที่ 25.00–25.25 แล้วยืนได้, MACD divergence ไม่แปรเป็น Bearish Crossover, สถิติซื้อต่อเนื่องของ NVDR ยังอยู่ และวอลุ่มทรงตัว หรืออีกกรณี ราคาทะลุ 26.25 ด้วยวอลุ่มขยาย MACD หันขึ้นและ NVDR ยืนยัน

    ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง/ขาย: เมื่อราคาปิดรายวันต่ำกว่า 24.50, หรือ MACD เกิด Bearish Crossover, หรือ NVDR กลับมาขายสุทธิติดต่อกัน 2 วันทำการขึ้นไป


    5. แผนภาพสถานการณ์

    สถานการณ์ จุดกระตุ้น แนวทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น (Bull Case) ราคาย่อมาที่ 25.00–25.25 แล้วยืน; Divergence คลี่คลายเชิงบวก; สถิติซื้อ NVDR ไม่ขาด; Squeeze ทะลุขึ้นเหนือ 26.25 วิ่งขึ้นไปที่ 26.75 จากนั้น 29.10 (เป้าหมายนักวิเคราะห์); Divergence กลายเป็นแค่การพักตัวปกติระหว่างสะสม ปิดต่ำกว่า 24.50
    กรณีฐาน (Base Case) ราคาแกว่งตัวในกรอบ 25.00–26.25; Squeeze คงอยู่; Divergence ยังไม่ยืนยันและไม่คลี่คลาย สะสมตัวออกข้าง; สัญญาณเข้าอาจไม่เกิดภายใน 1–5 วัน; ต้องอดทน ปิดต่ำกว่า 24.50 หรือสูงกว่า 26.25 โดยไม่มีวอลุ่ม
    กรณีขาลง (Bear Case) MACD เกิด Bearish Crossover; ราคาปิดต่ำกว่า 25.00; สถิติซื้อ NVDR ขาด; Divergence ได้รับการยืนยัน ปรับตัวลงไป 24.50 แล้วอาจลงต่อโซน 23.00–24.00; แนวคิดสะสมถูกทำลาย ราคาฟื้นและปิดเหนือ 25.75 พร้อม MACD กลับมาตัดขึ้น

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการ Q2/2569 (ยังไม่ยืนยันวัน): Q1/2569 รายงานไปแล้ว (ตาม IR บริษัทและตลาดหลักทรัพย์) Q2/2569 น่าจะอยู่ในช่วง 2–4 สัปดาห์ข้างหน้า EPS TTM แข็งแกร่งที่ 4.32 บาท เทียบกับ consensus ทั้งปี 2569 ที่ 2.60 บาท — ความแตกต่างบ่งชี้ว่า Q1 แข็งแกร่งมาก หรือ consensus อนุรักษ์นิยมเกินไป จับตาการประกาศวันรายงาน
    • เงินปันผล: จ่ายปีละ 0.86 บาท (อัตรา 3.37%); วันขึ้น XD 21 เม.ย. 2569 ผ่านไปแล้ว; งวดเงินปันผลระหว่างกาลถัดไป — ยังไม่ประกาศ อัตราผลตอบแทนนี้ให้ผลตอบแทนระหว่างถือสำหรับผู้ลงทุนที่อดทน
    • การปรับเพิ่มคำแนะนำนักวิเคราะห์: ปัจจุบัน consensus ซื้อ ราคาเป้าหมาย 29.10 บาท คิดเป็น upside 11.92% จาก 26.00 บาท การปรับเพิ่มใด ๆ จะเป็นตัวเร่งบวก ค่า P/E ที่ต่ำ 5.90 เท่า ช่วยหนุนมูลค่า

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: MACD Divergence คือธงเตือนที่สำคัญที่สุด อ้างอิงกฎ divergence นี่คือตัวชี้วัดนำที่บอกถึงแนวโน้มอ่อนแรง หากถูกยืนยันด้วย Bearish Crossover และราคาพังลง แนวโน้มขาขึ้นจะมีความเสี่ยงกลับตัว การอยู่ใน Squeeze หมายความว่าการทะลุอาจเป็นลงก็ได้
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: NVDR สะสมต่อเนื่อง (20 วัน) แต่สภาพคล่องต่ำกว่าเกณฑ์ 100 ล้านบาท ที่ใช้กรองสัญญาณรบกวน สัดส่วนสุทธิ 25.7% อาจแสดงความแรงซื้อต่างชาติเกินจริง หากการสะสมที่บางเบามาจากสถาบันเดียว ไม่ใช่กระแสกว้าง ก็สามารถพลิกกลับเร็ว
    • ความเสี่ยงปัจจัยพื้นฐาน: กลุ่มประกันภัยอ่อนไหวต่อดอกเบี้ยและความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ EPS TTM 4.32 บาท เทียบกับ consensus ปี 69 ที่ 2.60 บาท หมายความว่า Q1 ดีเด่นผิดปกติ หรือ consensus ตั้งไว้ต่ำ หาก EPS TTM ที่สูงเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว P/E ที่ต่ำก็จะทำให้เข้าใจผิด
    • ความเสี่ยงสภาพคล่อง: ปริมาณซื้อขายเฉลี่ย 1.57 ล้านหุ้นที่ราคาราว 25.50 บาท คิดเป็นมูลค่าหมุนเวียนราว 40 ล้านบาทต่อวัน — ปานกลางแต่ไม่ลึก การซื้อขนาดใหญ่จะมีส่วนต่างราคา (slippage) สภาพคล่อง NVDR ต่ำกว่า 100 ล้านบาทยิ่งซ้ำเติมข้อกังวลนี้

    การสิ้นสุดของแนวคิดการลงทุน: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 24.50, MACD เกิด Bearish Crossover (ยืนยัน Divergence เป็นการกลับตัว), หรือ NVDR เปลี่ยนเป็นขายสุทธิติดต่อกัน 2 วัน (สถิติสะสมถูกทำลาย)


    7. การจัดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 25.25 – 24.50 = 0.75 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (เพราะไม่มีข้อมูลพอร์ต)

    หมายเหตุการจัดขนาด: ระยะ Stop ที่แคบ 0.75 บาท (~3.0% ของราคา) เป็นข้อดีเชิงโครงสร้าง — ทำให้จัดขนาดสถานะได้อย่างมีนัยสำคัญเทียบกับงบความเสี่ยง สูตร:

    $\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.75} \right\rfloor$

    ปัดลงให้เป็นหลักร้อยหุ้นตามกระดาน เมื่อพิจารณาคำเตือน MACD Divergence และสภาพคล่องต่ำของ NVDR ควรจำกัดความเสี่ยงไว้ที่ 1.0%–1.5% ของพอร์ต ค่า R:R 2.00:1 ไปเป้าหมาย 1 และ 5.13:1 ไปเป้าหมาย 2 นั้นสมเหตุสมผลที่จะจัดความเสี่ยงมาตรฐานหากเงื่อนไขเข้าสำเร็จ


    8. บันทึกข้อมูลและที่มา

    แหล่งข้อมูล วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิค (input) 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน ให้สถานะ Squeeze, MACD divergence, การพักตัวของแนวโน้ม, Keltner แบน, แนวรับ/แนวต้าน
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2569 (เรียกค้น) พร้อมใช้ รับรอง divergence เป็นสัญญาณเตือนแนวโน้มอ่อนแรง; กฎ Squeeze; กฎทองในตลาดพักตัว
    Query Biglot Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลบล็อกเทรดของสถาบัน; ความเชื่อมั่นลดลงเล็กน้อย
    Query Short Stock Daily 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน Short ratio 1.94% (ต่ำ), คงค้าง 0.36% (เล็กน้อย); แรงกดดันขาลงน้อยมาก
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ภายใน 3 วันทำการ) ซื้อติดต่อกัน 20 วัน, สัดส่วนสุทธิ 25.7%, Volume Spike 2.23x, สะสม 3 วัน +88.34 ลบ. — ขาขึ้นแรง; แต่มีคำเตือนสภาพคล่อง <100M
    Tavily Search 7 ส.ค. 2569 พร้อมใช้ นักวิเคราะห์แนะซื้อ เป้าหมาย 29.10 (+11.92%); P/E 5.90x; EPS TTM 4.32 บาท; Div Yield 3.37%; XD 21 เม.ย. ผ่านไปแล้ว

    ข้อขัดแย้งหลัก: MACD divergence (คำเตือนทางเทคนิคว่าแนวโน้มหมดแรง) ขัดแย้งโดยตรงกับสถิติสะสม NVDR 20 วัน (การยืนยันด้วยกระแสเงินว่ามีการสะสม) และ P/E ต่ำมากที่ 5.90 เท่า (แนวรับพื้นฐาน) นี่คือแรงตึงที่แท้จริง — โมเมนตัมทางเทคนิคกำลังอ่อนแรงขณะที่ Smart Money กำลังซื้อและพื้นฐานก็ถูก การคลี่คลายของ In-Squeeze จะเป็นตัวตัดสินว่าสัญญาณไหนถูกต้อง ถ้ายังไม่คลี่คลาย ยังไม่มีการเทรด


    9. คำตัดสินสุดท้าย

    รอซื้อ (WATCH) — BLA ให้ภาพ NVDR ขาขึ้นสุดขั้ว (ซื้อติด 20 วัน สัดส่วนสุทธิ 25.7%) และปัจจัยพื้นฐานถูกมาก (P/E 5.90 เท่า เป้าหมายนักวิเคราะห์ 29.10) แต่กราฟรายวันแสดงคำเตือน MACD Divergence (โมเมนตัมอ่อนแรงขณะราคายืนใกล้จุดสูง), Keltner แบนราบ และ In-Squeeze ที่ยังไม่คลี่คลาย MACD Divergence เป็นตัวชี้วัดนำที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มอาจหมดแรงตามกรอบการวิเคราะห์ Divergence ให้เข้าเฉพาะเมื่อราคาย่อลงมาที่ 25.00–25.25 แล้วยืนได้โดยที่สถิติซื้อ NVDR ยังต่อเนื่อง เป้าหมายแรก 26.75 (R:R 2.00:1) และเป้าหมายที่สอง 29.10 (R:R 5.13:1) โดยตั้ง Stop ไว้ที่ 24.50 หาก MACD เกิด Bearish Crossover หรือราคาปิดต่ำกว่า 24.50 จะทำให้แนวคิดทั้งหมดเป็นโมฆะ

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T06:53:04.222+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:BLA|company_name:Bangkok Life Assurance Public Co., Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:26.75|entry_price:25.25|sell_price:26.75|stop_loss_level:24.5|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:25|immediate_resistance:26.25|risk_reward_ratio:2.5|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Flat|rsi_status:Neutral|macd_status:Divergence|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือรายงานสนับสนุนการตัดสินใจบนหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน ราคาเป้าหมายเป็นระดับตามแผนแบบมีเงื่อนไข และผลขาดทุนอาจมากกว่าจุด Stop ที่ตั้งไว้ในกรณีเกิด Gap หรือการซื้อขายที่สภาพคล่องต่ำ*

    BGRIM

    Trading Chart

    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: BGRIM อยู่ในแนวโน้ม Sideways แบบ In-Squeeze พร้อม Keltner แบน, RSI เป็นกลาง และ MACD Crossover ที่ไม่น่าเชื่อถือในตลาด Sideways ตามกฎทอง
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำการกระทำ รอซื้อ (WATCH) ให้รอการ Breakout เหนือ 19.10 ด้วยวอลุ่มขยาย หลังจากผ่านพ้นงบ Q2/2026 วันที่ 13 ส.ค. แล้ว โดยมีเป้าหมายทำกำไรแรกที่ 19.40
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] วอลุ่มแห้งใน Squeeze; NVDR สะสม 3 วัน +160 ล้านบาท แต่ล่าสุดขายสุทธิ -4.79% พร้อม Spike 3.61x และ Short 5.42% — Smart Money ยังไม่แสดงทิศทางชัดเจน คุ้มค่าแก่การติดตามต่อ
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 18.10 หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ให้ยกเลิกแผนทันที

    BBIK

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: BBIK — บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าดู (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือเดิม ถือต่อไป; ใช้ trailing stop ที่ 21.00; ห้ามเพิ่มจนกว่าการย่อตัวจะเสร็จสมบูรณ์
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    ระยะเวลาลงทุน สวิง (1–5 วัน)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจน (ประมาณโซน 22.00–22.70; ใกล้แนวต้าน)
    วันที่ของราคา 7 ส.ค. 2026 (วันที่ออกรายงาน)
    สถานะของเซ็ตอัพ รอทริกเกอร์ — การย่อตัวมาที่โซนเข้า 21.80 ยังไม่ถึง

    บทสรุปการตัดสินใจ: แนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งด้วย Keltner Channels ที่ยกตัวขึ้น, RSI เป็นกลาง และอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (R:R) ที่ 2.50:1 ณ จุดเข้า 21.80 สนับสนุนกลยุทธ์ซื้อเมื่อย่อตัว อย่างไรก็ตาม MACD อยู่ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ (ไม่ใช่การตัดขึ้นที่ยืนยัน), NVDR แสดงปริมาณพุ่งขึ้น 6.13 เท่าพร้อมยอดขายสุทธิเล็กน้อยในเซสชั่นล่าสุด (ธงข้อควรระวัง) และข้อมูล Big Lot กับการขายชอร์ตไม่พร้อมใช้งาน ทริกเกอร์ย่อตัวที่ 21.80 เป็นสิ่งจำเป็น — การเข้าใกล้แนวต้านที่ 22.70 โดยไม่มีการย่อตัวจะบีบอัด R:R และเพิ่มความเสี่ยง


    2. บัตรคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน สิ่งที่พบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง; Keltner Channels ยกตัวขึ้น; ไม่มีสัญญาณกลับตัว; โครงสร้าง higher-highs ตามทฤษฎีดาวโจนส์ ขาขึ้น สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณ NORMAL; MACD ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ (โมเมนตัมเป็นกลาง, ไม่มีการตัดขึ้น); RSI เป็นกลาง (มีพื้นที่ให้ขึ้นต่อ); ไม่มี divergence ระมัดระวังขาขึ้น สูง
    Big Lot ไม่พบข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถใช้ได้ N/A
    การขายชอร์ต ไม่พบข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถใช้ได้ N/A
    NVDR ยอดขายสุทธิ -3.70% ในวันล่าสุด; ยอดสะสม 3 วัน +63.83 ล้านบาท (การสะสมก่อนหน้านี้แข็งแกร่ง); ปริมาณพุ่ง 6.13 เท่า (รุนแรง); สภาพคล่อง >100 ล้านบาท ผสม / ธงข้อควรระวัง ปานกลาง
    ข่าวสารและตัวเร่ง ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติเงินปันผล 0.48 บาท; แนวโน้มการเติบโต 20% ได้รับการยืนยันอีกครั้ง (เม.ย. 2026); รายงาน Q1/2026 แล้ว; ประมาณการรายได้ปีงบ 2569 ที่ 370.57 ล้านบาท, กำไร 80.76 ล้านบาท เชิงบวก สูง
    มูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน ประมาณการนักวิเคราะห์แสดงการเติบโต ~7-9%; อัตราเงินปันผลตอบแทน ~2.2% ที่ราคาหุ้น ~22 บาท; เรื่องเล่าการเติบโตยังสมบูรณ์ เชิงบวกปานกลาง ปานกลาง

    บทสรุปความสอดคล้องของหลักฐาน: การสะสมที่เป็นไปได้ — แนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง, Keltner ยกตัวขึ้น, ยอดสะสม NVDR 3 วันเป็นบวก (+63.83 ล้านบาท) และแนวโน้มการเติบโต 20% ที่ยืนยันสนับสนุนการสะสม การพุ่งของปริมาณ NVDR 6.13 เท่าพร้อมยอดขายสุทธิ -3.70% และ MACD ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ (เป็นกลาง, ยังไม่ยืนยันขาขึ้น) เป็นตัวถ่วงหลัก ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ที่ไม่พร้อมใช้งานลดความเชื่อมั่นโดยรวม


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (การจัดหมวดหมู่ที่แข็งแกร่ง; Keltner Channels ยกตัวยืนยันโมเมนตัม)
    • วงจรตลาด: Markup — ราคากำลังไต่ระดับสูงขึ้นในโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นที่กำหนดไว้แล้ว
    • แนวรับสำคัญ: 21.00 (ระดับ stop-loss ตามโครงสร้าง; รวมถึงแนวรับทันที)
    • แนวต้านสำคัญ: 22.70 (แนวต้านทันที); 23.80 (เป้าหมาย / แนวต้านสวิงสูงก่อนหน้า)
    • โมเมนตัม:
    • MACD: ตำแหน่งเส้นศูนย์ — นี่คือรายละเอียดสำคัญ MACD ที่เส้นศูนย์หมายถึงเส้น MACD และเส้นสัญญาณอยู่ใกล้สมดุล; โมเมนตัมไม่เป็นขาขึ้นหรือขาลง นี่คือ ไม่ใช่ สัญญาณซื้อแบบตัดขึ้นที่ยืนยัน ตามองค์ความรู้ที่ดึงมา สัญญาณเข้าได้แก่ MACD crossover, การเบรกเอาท์ด้วยปริมาณ, หรือ RSI Oversold ไม่มีเงื่อนไขใดๆ เหล่านี้ที่ตรงตามในขณะนี้ MACD ต้องตัดขึ้นเหนือเส้นสัญญาณและเคลื่อนขึ้นเหนือเส้นศูนย์เพื่อยืนยันโมเมนตัมขาขึ้น
    • RSI: เป็นกลาง — ตามกรอบ RSI ที่ดึงมา ในตลาดขาขึ้น RSI จะแกว่งตัวในช่วง 40–80 RSI เป็นกลาง (ไม่ overbought, ไม่ oversold) บ่งชี้ว่าแนวโน้มยังคงอยู่และมีพื้นที่ให้ขยายต่อ — นี่เป็นเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่เชิงเตือน
    • Keltner Channels: ยกตัวขึ้น — ตามองค์ความรู้: *”ราคาที่เดินอยู่บนขอบบนของแถบยืนยันแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง”* Keltner ที่ยกตัวขึ้นและราคาใกล้ช่องบนสนับสนุนโครงสร้างขาขึ้น
    • ตรวจไม่พบ divergence — ราคาและโมเมนตัมสอดคล้องกัน; ไม่มีการอ่อนแรงที่ซ่อนเร้น
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน — ไม่มีข้อมูลการซื้อขายแบบบล็อกจากสถาบัน ไม่สามารถประเมินรูปแบบการสะสมหรือกระจายของเจ้าใหญ่
    • การตีความการขายชอร์ต: ไม่พร้อมใช้งาน — ไม่มีข้อมูลการขายชอร์ตสำหรับ BBIK ไม่สามารถประเมินระดับความเชื่อมั่นขาลง
    • การตีความ NVDR: นี่คือสัญญาณกระแสเงินที่ละเอียดที่สุด:
    • ปริมาณพุ่ง: 6.13x (613% ของค่าเฉลี่ย 20 วัน) — เกินเกณฑ์ 2.0x อย่างมาก นี่คือความผิดปกติรุนแรง
    • สัดส่วนสุทธิ: -3.70% — ขายสุทธิเล็กน้อยในวันที่พุ่ง ปริมาณมหาศาลนี้ค่อนข้างสมดุล (เอียงเล็กน้อยไปด้านขาย)
    • ยอดสะสมสุทธิ 3 วัน: +63,830,110 บาท — เป็นบวกอย่างมาก บ่งชี้ถึงการสะสมของต่างชาติที่แข็งแกร่งในช่วงสองวันก่อนหน้ามีน้ำหนักมากกว่าการกระจายเล็กน้อยล่าสุด
    • สภาพคล่อง: สูงกว่า 100 ล้านบาท — สัญญาณ NVDR น่าเชื่อถือ (ผ่านตัวกรองสัญญาณรบกวน)

    ข้อกังวลหลัก: ปริมาณพุ่ง 6.13x อาจแสดงถึง: (ก) การโยกย้าย Big Lot นอกกระดาน/การปรับโครงสร้าง NVDR ที่ไม่ได้เกิดจากการสะสมที่ขับเคลื่อนโดยตลาด หรือ (ข) การเพิ่มขึ้นอย่างแท้จริงของการมีส่วนร่วมของต่างชาติที่เกือบสมดุล NVDR Analyzer จัดประเภทนี่เป็น “เป็นกลาง / ไม่มีสัญญาณชัดเจน” ยอดสะสม 3 วันเป็นบวกสนับสนุนการสะสมเป็นแนวโน้มหลัก แต่การพุ่งนี้ต้องติดตาม หากการพุ่งคือการปรับโครงสร้าง Big Lot วัน NVDR ในอนาคตควรกลับสู่ภาวะปกติ

    • ข้อสรุปกระแสเงินโดยรวม: ยอดสะสม NVDR 3 วันเป็นบวก (+63.83 ล้านบาท) สอดคล้องกับโครงสร้างทางเทคนิคขาขึ้น แต่ NVDR ล่าสุดพุ่งพร้อมขายสุทธิเป็นธงข้อควรระวัง Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งาน ทำให้ NVDR เป็นตัวชี้วัดกระแสเงินเพียงตัวเดียว แนวโน้มขาขึ้นถูกต้องในทางเทคนิคแต่การยืนยันกระแสเงินไม่สมบูรณ์ ราคาต้องย่อกลับไปที่โซนเข้า 21.80 และยืนเหนือ 21.00 เพื่อยืนยันว่าแนวรับของแนวโน้มขาขึ้นได้รับการเคารพ

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ซื้อเมื่อย่อกลับมาที่แนวรับภายในแนวโน้มขาขึ้น
    • โซนเข้า: 21.80 บาท (จุดเข้าย่อตัวที่ให้มา; ระหว่างแนวรับที่ 21.00 และแนวต้านที่ 22.70)
    • ทริกเกอร์เข้า: ราคาย่อตัวและปิดที่หรือต่ำกว่า 21.80 บนกราฟรายวัน โดยมี:

    1. ปริมาณคงอยู่อย่างน้อย NORMAL (ไม่ยุบตัว)

    2. RSI ถือเหนือ 40 (ตามกรอบ RSI ขาขึ้น; การลดลงต่ำกว่า 40 จะบ่งชี้แนวโน้มอ่อนแรง)

    3. ยอดสะสม NVDR 3 วันยังคงเป็นบวก หรือ NVDR กลับมาเป็นซื้อสุทธิในวันที่ย่อตัว

    • เป้าหมายที่ 1: 23.80 บาท — แนวต้านสวิงสูงก่อนหน้า (ที่ให้มา) วิธีการ: ระดับแนวต้านในอดีต
    • เป้าหมายที่ 2: ไม่มีข้อมูล — ไม่มีระดับแนวต้านที่สูงกว่าที่ให้มาหรือยืนยันจากข้อมูล หาก 23.80 ถูกทะลุด้วยปริมาณขยาย เป้าหมายถัดไปจะเป็นจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์หรือการวัดการเคลื่อนไหว (ไม่ได้ให้มา)
    • จุดตัดขาดทุน: 21.00 บาท — ต่ำกว่าแนวรับโครงสร้าง เป็นจุดหยุดที่แคบแต่ใช้ได้ วางไว้ใต้ระดับแนวรับทันที
    • Trailing Stop: หลังจากราคาผ่าน 22.70 (ทะลุแนวต้านทันที) ให้ยก stop ขึ้นเป็น 21.80 (เท่าทุน) หลังจากนั้น trail stop ไว้ใต้จุดต่ำของสวิงที่ยกตัวขึ้นแต่ละครั้งในกราฟรายวัน
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมายที่ 1: (23.80 – 21.80) / (21.80 – 21.00) = 2.00 / 0.80 = 2.50:1 — น่าพอใจ (เกินเกณฑ์ขั้นต่ำ 2.0)
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: เข้าหลังจากมีการปิดรายวันที่ยืนยันที่หรือต่ำกว่า 21.80 โดยมีเงื่อนไขข้างต้นครบ หากราคาทะลุเหนือ 22.70 ด้วยปริมาณขยายก่อนที่จะย่อตัว ให้ประเมินใหม่สำหรับการเข้าแบบเบรกเอาท์ (กลยุทธ์ต่างออกไป จุดเข้า/จุดหยุดต่างออกไป)
    • ห้ามเข้าซื้อหาก:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 21.00 — เซ็ตอัพไม่ถูกต้องตามโครงสร้าง (ถูกหยุดก่อนเข้า)

    2. MACD ออกสัญญาณตัดลงขาลง (เส้นตัดลงใต้เส้นสัญญาณ) ก่อนเข้า — โมเมนตัมกลับทิศทางสวนทางกับเซ็ตอัพ

    3. ยอดสะสม NVDR 3 วันกลับเป็นลบ — จะเปลี่ยนกระแสเงินจากการสะสมเป็นการกระจาย

    เลื่อนขั้นเป็น BUY: ปิดรายวันที่หรือต่ำกว่า 21.80 ด้วยปริมาณอย่างน้อย NORMAL, RSI เหนือ 40, MACD ทรงตัวหรือตัดขึ้นขาขึ้น และยอดสะสม NVDR เป็นบวกหรือกลับเป็นซื้อสุทธิในวันที่เข้า

    ลดขั้นเป็น AVOID/SELL: ปิดรายวันต่ำกว่า 21.00, หรือ MACD ตัดลงขาลง, หรือยอดสะสม NVDR 3 วันกลับเป็นลบอย่างรวดเร็วพร้อมยอดขายสุทธิเร่งตัว


    5. แผนผังสถานการณ์

    สถานการณ์ ทริกเกอร์ เส้นทางที่คาด การทำให้เป็นโมฆะ
    กรณีขาขึ้น ย่อตัวมาที่ 21.80 แล้วยืน; MACD ตัดขึ้นขาขึ้น; NVDR กลับมาซื้อสุทธิ ปรับตัวขึ้นไปที่ 23.80, มีโอกาสเบรกเอาท์ไปทาง 25.00+ (แนวต้านจิตวิทยาถัดไป) ปิดต่ำกว่า 21.00
    กรณีฐาน ราคาแกว่งตัวในกรอบ 21.00–22.70; การย่อตัวไม่ลึกพอที่จะเกิดจุดเข้า สะสมตัวไซด์เวย์ก่อนจะขึ้นขาต่อไป; ทริกเกอร์เข้าอาจไม่เกิดขึ้นใน 1–5 วัน ปิดต่ำกว่า 21.00 หรือสูงกว่า 22.70 โดยไม่มีการย่อตัว
    กรณีขาลง ราคาปิดต่ำกว่า 21.00 บนปริมาณขยาย; ยอดสะสม NVDR กลับเป็นลบ; MACD ตัดลงขาลง ลดลงสู่ 20.00 และต่ำกว่า; โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นพัง ฟื้นตัวและปิดเหนือ 21.80 ด้วยปริมาณ

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบการเงิน Q2/2026 (ยังไม่ยืนยันวันที่): Q1/2026 รายงานแล้ว (พ.ค. 2026) Q2/2026 คาดว่าจะมาภายใน 2–4 สัปดาห์ข้างหน้าตามรอบการรายงานปกติของไทย แนวโน้มการเติบโต 20% ที่ยืนยันในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเดือนเม.ย. 2026 ตั้งพื้นฐานความคาดหวังเชิงบวก
    • เป้าหมายการเติบโต 20% สำหรับปีงบประมาณ 2569: คำแนะนำของบริษัทเรื่องการเติบโตของธุรกิจ 20% สนับสนุนโดยการขยายกำลังคนและโครงการทรานส์ฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ นี่เป็นแรงหนุนระยะกลาง
    • เงินปันผล: 0.48 บาทต่อหุ้น อนุมัติในที่ประชุมผู้ถือหุ้น (22 เม.ย. 2026) — จ่าย/แจกจ่ายไปแล้ว ไม่ใช่ตัวเร่งในอนาคตแต่ช่วยหนุนเสน่ห์ด้านอัตราผลตอบแทน

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: MACD อยู่ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ (โมเมนตัมเป็นกลาง) ไม่ใช่การตัดขึ้นที่ยืนยัน แนวโน้มขาขึ้นอาจชะลอหาก MACD ไม่สามารถสร้างโมเมนตัมขาขึ้นได้ การย่อตัวมาที่ 21.80 อาจไม่เกิดขึ้น — ราคาอาจทะลุเหนือ 22.70 โดยตรง ต้องใช้กลยุทธ์เข้าที่ต่างออกไป
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: การพุ่งของปริมาณ NVDR 6.13x เป็นความผิดปกติ หากมันเป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายของต่างชาติหรือเป็นเหตุการณ์ปรับโครงสร้างเพียงครั้งเดียว สัญญาณ NVDR ใน 1–3 เซสชั่นถัดไปจะมีความสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องติดตาม ข้อมูลการขายชอร์ตไม่พร้อมใช้งาน — ไม่รู้แรงกดดันขาลง
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: BBIK เป็นบริษัทบริการไอทีขนาดเล็ก (market cap น่าจะต่ำกว่า 5 พันล้านบาท จากราคาหุ้น ~22 บาท) รายได้ ~370 ล้านบาทและกำไร ~81 ล้านบาทสำหรับปีงบ 2569 บ่งชี้ว่าเป็นผู้เล่นเฉพาะกลุ่ม การเติบโตขึ้นกับการชนะโครงการ — ความไม่แน่นอนของรายได้ตามโปรเจกต์เป็นความเสี่ยง
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง/การคลาดเคลื่อนของราคา: แม้สภาพคล่อง NVDR จะสูงกว่า 100 ล้านบาท แต่ BBIK อาจมีสภาพคล่องโดยรวมในตลาดที่บางกว่าเมื่อเทียบกับหุ้น SET ขนาดใหญ่ ความเสี่ยงจากช่องว่างราคาเพิ่มขึ้นสำหรับขนาดการลงทุนที่ใหญ่ขึ้น

    สิ่งที่ทำให้สมมติฐานเป็นโมฆะ: การปิดรายวันต่ำกว่า 21.00, การตัดลงของ MACD, หรือยอดสะสม NVDR 3 วันกลับเป็นลบ (ต่ำกว่าศูนย์) โดยมีวันขายสุทธิติดต่อกัน 2 วันขึ้นไป


    7. การกำหนดขนาดการลงทุน

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้มา
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้มา
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 21.80 – 21.00 = 0.80 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (ไม่มีข้อมูลพอร์ต)

    หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยงต่อหุ้นที่แคบ 0.80 บาทเป็นข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้าง — ช่วยให้มีขนาดการลงทุนที่ใหญ่ขึ้นตามงบความเสี่ยงเมื่อเทียบกับเซ็ตอัพที่ stop กว้าง สูตร:

    $\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{Max Risk \%}}{0.80} \right\rfloor$

    ปัดลงให้เป็นจำนวนลงตัวตาม Board Lot 100 หุ้น ด้วยความเชื่อมั่นระดับปานกลางและข้อมูล Big Lot / Short Selling ที่ไม่พร้อมใช้งาน ควรพิจารณาจำกัดความเสี่ยงไว้ที่ 1.0%–1.5% ของพอร์ต ความเสี่ยงต่อหุ้นที่น้อยอาจสร้างจำนวนหุ้นที่มากขึ้น — ตรวจสอบให้แน่ใจว่าขนาดการลงทุนไม่เกินข้อจำกัดปริมาณการซื้อขายรายวันปกติ


    8. บัญชีข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลทางเทคนิคที่รับเข้า 7 ส.ค. 2026 ปัจจุบัน ให้แนวโน้ม, ระดับต่างๆ, กรอบกลยุทธ์ซื้อเมื่อย่อตัว
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2026 (เรียกข้อมูล) พร้อมใช้งาน รับรองกฎการเข้าแบบย่อตัว, ช่วง RSI ในตลาดขาขึ้น (40–80), การยืนยัน Keltner เดินบนแถบ; ยืนยัน MACD crossover = สัญญาณเข้า (ยังไม่ถูกกระตุ้น)
    Query Biglot Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลกระแสเงินแบบบล็อกจากสถาบัน; ความเชื่อมั่นลดลง
    Query Short Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลการขายชอร์ต; แรงกดดันขาลงไม่ทราบ
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2026 ปัจจุบัน (ภายใน 3 เซสชั่น) ยอดสะสม 3 วัน +63.83 ล้านบาทเป็นขาขึ้น; วันล่าสุด -3.70% พร้อมการพุ่ง 6.13x = ข้อควรระวัง; สภาพคล่องผ่าน
    Tavily Search 7 ส.ค. 2026 พร้อมใช้งาน แนวโน้มเติบโต 20%, เงินปันผล 0.48 บาท, รายงาน Q1/2026; ปัจจัยพื้นฐานเป็นบวก

    ข้อสังเกตสำคัญ: ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานทั้งคู่สำหรับ BBIK นี่ทำให้ NVDR เป็นตัวชี้วัดกระแสเงินเพียงตัวเดียว แม้ว่า NVDR จะเป็นบวกโดยพื้นฐานตามยอดสะสม แต่หมวดหมู่หลักฐานที่ขาดหายไปทำให้ไม่สามารถให้คะแนนความเชื่อมั่นระดับสูงได้ ตัวเร่งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นและแนวโน้มการเติบโตจากเดือนเมษายน 2026 ค่อนข้างเก่าไปบ้าง — ผลประกอบการ Q2/2026 ที่อัปเดตจะเป็นการรีเฟรชปัจจัยพื้นฐานที่มีสาระสำคัญครั้งต่อไป


    9. การตัดสินใจขั้นสุดท้าย

    เฝ้าดู (WATCH) — เข้าเมื่อมีการปิดรายวันที่หรือต่ำกว่า 21.80 ด้วยปริมาณปกติ, RSI เหนือ 40, และยอดสะสม NVDR เป็นบวก โดยมีเป้าหมาย 23.80 และหยุดที่ 21.00 (ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง 2.50:1) MACD อยู่ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ (ยังไม่ใช่การตัดขึ้นที่ยืนยัน) และ NVDR แสดงการพุ่งของปริมาณ 6.13 เท่าพร้อมยอดขายสุทธิเล็กน้อย — สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการคลี่คลายก่อนเข้า ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งาน ทำให้ความเชื่อมั่นสูงสุดที่ระดับปานกลาง ห้ามไล่ราคาเหนือ 22.70 โดยไม่ได้มีการประเมินใหม่แบบเบรกเอาท์

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T06:45:29.073+07:00`

    เนื้อหาอ้างอิงต้นทาง: `stock_name:BBIK|company_name:Bluebik Group Public Co., Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:23.8|entry_price:21.8|sell_price:23.8|stop_loss_level:21|chart_timeframe:1D|volume_status:NORMAL|immediate_support:21|immediate_resistance:22.7|risk_reward_ratio:2|volatility_squeeze_status:Neutral|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Zero-Line-Position|trend_strength:Strong|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจบนฐานข้อมูล ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายคือระดับการวางแผนแบบมีเงื่อนไข และขาดทุนอาจเกินจุดตัดที่วางไว้ระหว่างเกิดช่องว่างราคาหรือในช่วงที่ตลาดขาดสภาพคล่อง*

    BAY

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: BAY — ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าดู (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือเดิม ถือต่อไป; ใช้ trailing stop ที่ 40.50; ห้ามเพิ่ม
    แนวโน้มทิศทาง ผสม (Mixed) — การพักตัวแบบไซด์เวย์พร้อมสัญญาณที่ขัดแย้ง
    ความเชื่อมั่น ต่ำ
    ระยะเวลาลงทุน สวิง (1–5 วัน แต่ถูกจำกัดด้วยการคลี่คลายของ squeeze)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจน (ประมาณโซน 41.00–42.00; ต่ำกว่าจุดเข้า 42.25)
    วันที่ของราคา 7 ส.ค. 2026 (วันที่ออกรายงาน)
    สถานะของเซ็ตอัพ รอทริกเกอร์ — squeeze ยังไม่คลี่คลาย; ความแตกต่างของ NVDR เป็นธงข้อควรระวังที่มีสาระสำคัญ

    บทสรุปการตัดสินใจ: BAY อยู่ใน Volatility Squeeze ตามตำราพร้อมปริมาณที่แห้งและ MACD ตัดขึ้น — การจัดเรียงแบบก่อนเบรกเอาท์คลาสสิก อย่างไรก็ตาม ข้อมูล NVDR แสดงสัดส่วนยอดขายสุทธิ -23% ในเซสชั่นล่าสุด แนวโน้มไซด์เวย์ไม่ให้แรงหนุนด้านทิศทาง และอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (R:R) ที่ให้มาที่ (0.71:1 ณ จุดเข้าที่ระบุ) ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างมาก ทิศทางของ squeeze ต้องได้รับการคลี่คลายด้วยการยืนยันปริมาณก่อนลงทุน


    2. บัตรคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน สิ่งที่พบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง ไซด์เวย์; กำลังพักตัว; In-Squeeze; Keltner ยกตัวขึ้นแต่ความแข็งแกร่งของแนวโน้มอ่อนแอ เป็นกลาง สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งใน squeeze; MACD ตัดขึ้น; RSI เป็นกลาง; ไม่มี divergence ระมัดระวังขาขึ้น สูง
    Big Lot ไม่พบข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถใช้ได้ N/A
    การขายชอร์ต สัดส่วนชอร์ต 0.18%; ชอร์ตคงค้าง ~0%; กิจกรรมขาลงเล็กน้อยมาก สนับสนุน / ไม่มีแรงกดดัน สูง
    NVDR สัดส่วนสุทธิ -23% (ขาลงมาก); ยอดสะสม 3 วัน +20.65 ล้านบาท (เป็นบวกจากวันก่อนหน้า); สภาพคล่อง <100 ล้านบาทถูกตั้งค่าสถานะ ความแตกต่างขาลง (ความน่าเชื่อถือต่ำ) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง ไม่มีข่าวเฉพาะของ BAY ที่ค้นพบ; ภาคธนาคารโลกอยู่ในเกณฑ์ดีแต่ไม่เกี่ยวข้องหากไม่มีปัจจัยในประเทศยืนยัน ไม่พร้อมใช้งาน / เป็นกลาง ต่ำ
    มูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน ไม่พบข้อมูลจากการค้นหา; ไม่มีรายงานนักวิเคราะห์ปัจจุบันสำหรับ BAY ไม่พร้อมใช้งาน N/A

    บทสรุปความสอดคล้องของหลักฐาน: ผสม / ไม่สามารถสรุปได้ — squeeze ทางเทคนิคและ MACD ตัดขึ้นเป็นเชิงบวก; NVDR -23% ยอดขายสุทธิเป็นความแตกต่างขาลงที่รุนแรง; ข้อมูล Big Lot และปัจจัยพื้นฐานไม่พร้อมใช้งาน หลักฐานไม่ได้ชี้ไปทางใดทางหนึ่งอย่างชัดเจน


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ (พักตัว; ไม่มี higher-highs/higher-lows, ไม่มี lower-highs/lower-lows; เคลื่อนไหวในกรอบ)
    • วงจรตลาด: การสะสมหรือการกระจาย — ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย squeeze แสดงถึงการบีบอัดก่อนการเคลื่อนไหวที่มีทิศทาง; ทิศทางยังไม่ถูกเลือก
    • แนวรับสำคัญ: 40.50 (ระดับ stop-loss ที่ให้มา / ระดับโครงสร้าง); 38.75 (แนวรับที่ลึกกว่าในทันที)
    • แนวต้านสำคัญ: 43.50 (เป้าหมายที่ให้มา / แนวต้านโครงสร้างก่อนหน้า)
    • โมเมนตัม:
    • MACD: ยืนยัน Bullish Crossover ตามองค์ความรู้ที่ดึงมา MACD crossover เป็นสัญญาณซื้อที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ในตลาดไซด์เวย์ ตัวชี้วัดแนวโน้มเช่น MACD สามารถสร้างสัญญาณหลอกได้ (ตาม “กฎทอง” ในองค์ความรู้ที่ดึงมา: *”ในตลาดไซด์เวย์ ตัวชี้วัดแนวโน้มจะไม่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ (เกิดสัญญาณตัดขึ้นหลอก)”*) สิ่งนี้ลดความน่าเชื่อถือของ MACD Crossover อย่างมีนัยสำคัญ
    • RSI: เป็นกลาง — ไม่ Overbought ไม่ Oversold ไม่มี Divergence ไม่ให้ความได้เปรียบด้านทิศทาง
    • Volatility Squeeze (In-Squeeze): ตามกลยุทธ์ squeeze ที่ดึงมา: *”เมื่อระยะห่างระหว่างแถบบนและแถบล่างแคบที่สุดในรอบหลายสิบแท่งเทียน จงเตรียมเลือกข้างเพราะราคากำลังจะเลือกทิศทางใหม่”* นี่คือเงื่อนไขทางเทคนิคที่สำคัญที่สุด squeeze ยังไม่คลี่คลาย — ยังไม่รู้ทิศทางการเบรกเอาท์ ปริมาณกำลังแห้ง (ลักษณะของ squeeze) และการขยายตัวจะยืนยันทิศทาง
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลกระแสเงินแบบบล็อกจากสถาบันสำหรับประเมินการสะสมหรือกระจาย
    • การตีความการขายชอร์ต: มูลค่าชอร์ตรวม 126,325 บาท (สัดส่วน 0.18%) ในวันที่ 1 ส.ค. นั้นเล็กน้อยมาก ปริมาณ NVDR-short เป็นศูนย์ ชอร์ตคงค้างเป็น 0% ของปริมาณทั้งหมด การขายชอร์ตเป็นปัจจัยที่ไม่มีนัยสำคัญ — ไม่มีความเชื่อมั่นขาลงจากผู้ขายชอร์ต
    • การตีความ NVDR: นี่คือธงข้อควรระวังหลัก เซสชั่นล่าสุด (2 ส.ค.) แสดงสัดส่วนยอดขายสุทธิ NVDR -23% — ถูกจัดประเภทโดย NVDR Analyzer ว่า “แข็งแกร่งมาก” ในทิศทางขาลงด้วยแผน “ขายอย่างแข็งแกร่ง” อย่างไรก็ตาม ตัวกรองสำคัญสามประการนำมาใช้:

    1. ยอดสะสม NVDR สุทธิ 3 วันยังเป็นบวกที่ +20.65 ล้านบาท บ่งชี้ว่าสองวันก่อนหน้ามียอดซื้อสุทธิที่แข็งแกร่งกว่า

    2. สัดส่วนปริมาณ NVDR ที่พุ่งสูงผิดปกติคือ 0x (ไม่มีการพุ่ง — ปริมาณต่ำกว่าค่าเฉลี่ย) หมายความว่าสัดส่วน -23% เกิดบนการมีส่วนร่วมของ NVDR ที่เบาบาง ขยายสัดส่วนโดยไม่มีขนาดที่สอดคล้อง

    3. สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท — NVDR Analyzer เตือนว่าอาจเป็นสัญญาณหลอกหรือสัญญาณรบกวนจากการปรับโครงสร้าง Big Lot ไม่ใช่การกระจายของตลาดอย่างแท้จริง

    บทสรุป: สัญญาณ -23% เป็นธงแดงแต่มีความน่าเชื่อถือต่ำ ไม่สามารถเพิกเฉยได้ แต่ไม่ควรยกเลิกเซ็ตอัพ squeeze ทางเทคนิค

    • ข้อสรุปกระแสเงินโดยรวม: หลักฐานกระแสเงินเบาบางและขัดแย้งกัน การขายชอร์ตไม่มีอันตราย (เป็นขาขึ้นจากการไม่มี) NVDR เป็นขาลงในวันล่าสุดแต่ไม่น่าเชื่อถือเนื่องจากสภาพคล่องเบาและแนวโน้มสะสมเป็นบวก ราคากำลังพักตัวใน squeeze — ยังไม่ได้ยืนยันทิศทางกระแสเงินใดๆ นี่คือสถานการณ์ “รอการยืนยัน” ล้วนๆ

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การเบรกเอาท์จาก squeeze — ทิศทางต้องได้รับการยืนยัน (ปัจจุบันยังไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้อง)
    • โซนเข้า: 42.25 (ที่ให้มา) — แต่จุดเข้านี้อยู่ภายในกรอบโดยไม่มีทริกเกอร์; ไม่มีเหตุผลสนับสนุนในการเข้าที่นี่
    • ทริกเกอร์เข้า:
    • การเข้าฝั่งขาขึ้น: ราคาปิดเหนือ 43.50 (เบรกแนวต้าน) ด้วยปริมาณที่ขยายตัว (อย่างน้อย 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน) โดย MACD crossover ยังอยู่และ NVDR กลับเป็นซื้อสุทธิในวันที่เบรก
    • ทางเลือก: หากราคาย่อตัวกลับมาที่โซนแนวรับ 38.75–40.50 และแสดงแท่งเทียนกลับตัวขาขึ้นด้วยปริมาณขยายตัวและ RSI กลับขึ้นจาก Oversold/ใกล้ 40 นี่จะเป็นการเข้าแบบกลับตัว
    • เป้าหมายที่ 1: 43.50 บาท — แนวต้านโครงสร้างก่อนหน้า (ที่ให้มา) วิธีการ: แนวต้านของสวิงสูง
    • เป้าหมายที่ 2: ไม่มีข้อมูล — ไม่มีระดับแนวต้านที่สูงกว่าที่ให้มาหรือยืนยันจากข้อมูล
    • จุดตัดขาดทุน: 40.50 บาท — ต่ำกว่าแนวรับโครงสร้างทันที (ที่ให้มา)
    • Trailing Stop: หากมีการเปิดสถานะ ให้ trail stop ไว้ใต้จุดต่ำของสวิงที่ยกตัวขึ้นแต่ละครั้งในกราฟรายวันหลังจากราคาผ่าน 42.50
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมายที่ 1 (ที่จุดเข้า 42.25): (43.50 – 42.25) / (42.25 – 40.50) = 1.25 / 1.75 = 0.71:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5
    • risk_reward_ratio ที่ให้มา 1.50 ไม่ตรงกับการคำนวณจากราคาที่ให้มา R:R จริงจากจุดเข้า 42.25 ไปยังเป้าหมาย 43.50 ด้วย stop 40.50 คือ 0.71:1 สิ่งนี้ไม่น่าพอใจอย่างเป็นสาระ — เสี่ยง 1.75 บาทเพื่อรับ 1.25 บาทเป็นการสร้างการเทรดที่แย่
    • เพื่อให้ได้ R:R 1.50:1 จุดเข้าจะต้องอยู่ใกล้ 41.40: (43.50 – 41.40) / (41.40 – 40.50) = 2.10 / 0.90 = 2.33:1 หรือเป้าหมายต้องถูกยกขึ้น
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ห้ามเข้าจนกว่า In-Squeeze จะคลี่คลายด้วยทิศทางการเบรกที่ชัดเจนและ R:R ได้รับการจัดการ
    • ห้ามเข้าซื้อหาก:

    1. ราคายังคงอยู่ในกรอบ 40.50–43.50 โดยไม่มีการเบรก — ตลาดไซด์เวย์ลงโทษการเข้าในกรอบ

    2. ราคาเบรกเหนือ 43.50 แต่ปริมาณต่ำกว่าค่าเฉลี่ย — เสี่ยงต่อการเบรกหลอกตามกฎ VPA

    3. NVDR ขายสุทธิต่อเนื่อง 3 วันขึ้นไป — จะเปลี่ยนสัญญาณกระแสเงินเป็นการยืนยันการกระจาย

    เลื่อนขั้นเป็น BUY: ปิดรายวันเหนือ 43.50 ด้วยปริมาณขยายตัว, MACD crossover ยังอยู่, NVDR กลับเป็นกลางหรือซื้อสุทธิ หากเข้า ณ จุดเบรก (เช่น 43.50–44.00 โดยหยุดต่ำกว่าจุดเบรกที่ 42.50) ต้องคำนวณ R:R ใหม่

    ลดขั้นเป็น AVOID/SELL: ปิดรายวันต่ำกว่า 40.50 (stop ถูกชน) หรือต่ำกว่า 38.75 (แนวรับที่ลึกกว่าพัง); หรือ NVDR แสดงยอดขายสุทธิติดต่อกัน 3 วันขึ้นไปด้วยปริมาณเพิ่ม; หรือ MACD ตัดลง


    5. แผนผังสถานการณ์

    สถานการณ์ ทริกเกอร์ เส้นทางที่คาด การทำให้เป็นโมฆะ
    กรณีขาขึ้น ปิดเหนือ 43.50 บนปริมาณขยายตัว; NVDR เปลี่ยนเป็นซื้อสุทธิ แรงขึ้นหลังเบรก; เป้าหมายแรก 43.50 (ตอนนี้เป็นแนวรับ) จากนั้นโซน 46.00–48.00 (แนวต้านถัดไปจากประวัติราคาก่อนหน้า — ไม่ยืนยัน) ปิดกลับต่ำกว่า 43.50 (เบรกแล้วล้มเหลว)
    กรณีฐาน ราคาพักตัวต่อในกรอบ 40.50–43.50; squeeze ยังอยู่ แกว่งในกรอบ; ไม่มีโอกาสเทรด; รอให้ squeeze คลี่คลาย หลุดต่ำกว่า 38.75 หรือทะลุเหนือ 43.50 เป็นการจบกรอบ
    กรณีขาลง ปิดต่ำกว่า 40.50 บนปริมาณขยายตัว; NVDR เร่งขายสุทธิ; MACD ตัดลง ลดลงถึง 38.75 จากนั้นอาจถึง 36.00 (โซนแนวรับก่อนหน้า — ไม่ยืนยัน) ฟื้นตัวและปิดกลับเหนือ 42.25 ด้วยปริมาณ

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบการเงิน Q2/2026 (ยังไม่ยืนยันวันที่สำหรับ BAY): งบกลุ่มธนาคารไทยปกติออกในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ไม่พบวันที่เฉพาะของ BAY นี่เป็นตัวเร่งระยะใกล้ที่อาจเกิดขึ้น — ติดตามประกาศของ SET
    • นโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย: การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิของธนาคาร ไม่พบวันที่เฉพาะ; ติดตามปฏิทิน BOT
    • แรงหนุนภาคธนาคาร: งบการเงินธนาคารทั่วโลกแข็งแกร่งใน Q2/2026 ตาม Reuters (14 ก.ค. 2026) โดยรายได้วาณิชธนกิจเพิ่มขึ้น 24% YoY ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแนวโน้มโลกและอาจไม่ส่งผ่านโดยตรงไปยังธุรกิจธนาคารในประเทศของ BAY

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: ตลาดไซด์เวย์กับ MACD ตัดขึ้น = ความเสี่ยงสัญญาณหลอกสูง ตามกฎทองที่ดึงมา: ตัวชี้วัดแนวโน้มสร้างสัญญาณตัดหลอกในกรอบ squeeze อาจคลี่คลายลง ไม่ใช่ขึ้น
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: NVDR -23% ยอดขายสุทธิ แม้มีความน่าเชื่อถือต่ำ ก็เป็นความแตกต่างขาลงที่รุนแรง หากดำเนินต่อไปหลายเซสชั่น มันส่งสัญญาณการกระจายของต่างชาติ
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: ไม่พบข่าวเฉพาะของ BAY — สุญญากาศข้อมูลนี้หมายความว่าไม่รู้งบการเงิน ไม่รู้ความเห็นนักวิเคราะห์ ไม่รู้การดำเนินการของบริษัท การเทรดโดยไม่มีบริบทพื้นฐานเพิ่มความเสี่ยงจากช่องว่างราคา
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง/การคลาดเคลื่อนของราคา: NVDR ถูกตั้งค่าสถานะต่ำกว่า 100 ล้านบาท แม้ BAY เป็นธนาคารใหญ่ใน SET โดยทั่วไปมีสภาพคล่องเพียงพอ การมีส่วนร่วมของ NVDR ที่เบาบางบ่งชี้ว่าความสนใจของต่างชาติมีจำกัด

    สิ่งที่ทำให้สมมติฐานเป็นโมฆะ: การปิดรายวันต่ำกว่า 38.75 (ต่ำกว่าทั้ง stop 40.50 และแนวรับทันที), หรือ MACD ตัดลง, หรือ NVDR ขายสุทธิติดต่อกัน 3 วันขึ้นไปด้วยปริมาณเพิ่ม


    7. การกำหนดขนาดการลงทุน

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้มา
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้มา
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 42.25 – 40.50 = 1.75 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (ไม่มีข้อมูลพอร์ต)

    หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยงต่อหุ้นที่กว้าง 1.75 บาท รวมกับ R:R ต่ำกว่า 1.5 ทำให้เซ็ตอัพนี้ไม่มีประสิทธิภาพด้านเงินทุน ณ จุดเข้าที่ให้มา หากจะทำการเทรด ให้เสี่ยงไม่เกิน 1.0% ของพอร์ต สูตร:

    $\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times 0.01}{1.75} \right\rfloor$

    ปัดลงให้เป็นจำนวนลงตัวตาม Board Lot 100 หุ้น ห้ามเพิ่มขนาดเพื่อชดเชย stop ที่กว้าง R:R ที่ไม่น่าพอใจได้จำกัดความอยู่รอดของการเทรด; ตำแหน่งที่ใหญ่เกินจะเพิ่มปัญหา


    8. บัญชีข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลทางเทคนิคที่รับเข้า 7 ส.ค. 2026 ปัจจุบัน ให้สถานะ squeeze, แนวโน้มไซด์เวย์, MACD ตัดขึ้น, ระดับต่างๆ
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2026 (เรียกข้อมูล) พร้อมใช้งาน รับรองกฎ squeeze breakout; เตือนว่า MACD crossovers ในตลาดไซด์เวย์สร้างสัญญาณหลอก — ลดความน่าเชื่อถือของ MACD
    Query Biglot Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลกระแสเงินแบบบล็อกจากสถาบัน; ลดความเชื่อมั่นโดยรวม
    Query Short Stock Daily 1 ส.ค. 2026 ปัจจุบัน กิจกรรมชอร์ตเล็กน้อยมาก (0.18%); ไม่มีแรงกดดันขาลง
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2026 ปัจจุบัน (ภายใน 3 เซสชั่น) ขายสุทธิ -23% (ขาลงมาก) แต่สภาพคล่อง <100 ล้านถูกตั้งค่าสถานะ; ยอดสะสม 3 วันเป็นบวก; ความน่าเชื่อถือต่ำ
    Tavily Search 7 ส.ค. 2026 ไม่พร้อมใช้งานสำหรับ BAY ไม่มีข่าวเฉพาะของ BAY, วันที่งบการเงิน, หรือรายงานนักวิเคราะห์; ขาดบริบทพื้นฐาน

    ความขัดแย้งสำคัญของแหล่งข้อมูล:

    1. MACD ตัดขึ้น vs. ตลาดไซด์เวย์ (crossovers ไม่น่าเชื่อถือในกรอบตามองค์ความรู้ที่ดึงมา)

    2. NVDR -23% ขายสุทธิ vs. ยอดสะสม 3 วันเป็นบวก + สภาพคล่องต่ำ (สัญญาณขัดแย้งในตัวเอง)

    3. R:R ที่ให้มา 1.50 vs. R:R ที่คำนวณได้ 0.71:1 (การคำนวณ entry/target/stop ไม่ตรงกัน)


    9. การตัดสินใจขั้นสุดท้าย

    เฝ้าดู (WATCH) — BAY อยู่ใน Volatility Squeeze แบบคลาสสิกพร้อมปริมาณแห้ง แต่แนวโน้มไซด์เวย์ทำให้ความน่าเชื่อถือของ MACD ตัดขึ้นเป็นโมฆะ (กฎทอง: ตัวชี้วัดแนวโน้มล้มเหลวในกรอบ), NVDR แสดงความแตกต่างยอดขายสุทธิ -23% (ความน่าเชื่อถือต่ำเนื่องจากสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้าน), R:R ที่คำนวณได้ ณ จุดเข้าที่ให้มาเพียง 0.71:1 (ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5), และไม่มีข้อมูลพื้นฐานเฉพาะของ BAY หรือ Big Lot พร้อมใช้งาน รอให้มีการยืนยันการเบรกเหนือ 43.50 ด้วยปริมาณขยายตัวพร้อม NVDR เสถียรก่อนลงทุน หาก squeeze คลี่คลายลงผ่าน 40.50 ให้หลีกเลี่ยงทั้งหมด

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T06:39:22.041+07:00`

    เนื้อหาอ้างอิงต้นทาง: `stock_name:BAY|company_name:Bank of Ayudhya Public Co., Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:43.5|entry_price:42.25|sell_price:43.5|stop_loss_level:40.5|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:38.75|immediate_resistance:43.5|risk_reward_ratio:1.5|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจบนฐานข้อมูล ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายคือระดับการวางแผนแบบมีเงื่อนไข และขาดทุนอาจเกินจุดตัดที่วางไว้ระหว่างเกิดช่องว่างราคาหรือในช่วงที่ตลาดขาดสภาพคล่อง*

    BCH

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: BCH — บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าดู (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือเดิม ถือต่อไปโดยใช้ trailing stop; ห้ามเพิ่มก่อนประกาศงบการเงิน
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น (Bullish — ยืนยันโครงสร้างการเบรกเอาท์)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    ระยะเวลาลงทุน สวิง (1–5 วัน แต่ถูกจำกัดด้วยงบการเงินวันที่ 14 ส.ค.)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ใกล้ 11.50 (อยู่ที่แนวต้าน; ไม่ได้ระบุราคาปิดล่าสุดที่แน่นอน)
    วันที่ของราคา 7 ส.ค. 2026 (วันที่ออกรายงาน)
    สถานะของเซ็ตอัพ ยืนยันการเบรกเอาท์ — แต่เลื่อนการเข้าซื้อเนื่องจากความเสี่ยงช่องว่างราคาจากงบการเงินและความขัดแย้งของสัญญาณ NVDR

    บทสรุปการตัดสินใจ: การเบรกเอาท์จาก Volatility Squeeze ตามตำราพร้อมปริมาณที่ขยายตัวและ MACD ตัดขึ้นยืนยันแนวโน้มขาขึ้น อย่างไรก็ตาม RSI อยู่ในเขต Overbought ข้อมูล NVDR แสดงปริมาณที่พุ่งสูงผิดปกติพร้อมยอดขายสุทธิในเซสชั่นล่าสุด และงบการเงิน Q2/2026 มีกำหนดในวันที่ 14 สิงหาคม 2026 — อีกเพียง 7 วันตามปฏิทิน การซื้อเข้าสู่การเบรกเอาท์ในเขต Overbought ทันทีก่อนประกาศงบการเงินก่อให้เกิดความเสี่ยงจากช่องว่างราคาที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เลื่อนการเข้าซื้อจนกว่าตัวเร่งด้านงบการเงินจะผ่านพ้นไป หรือจนกว่าจะมีการย่อตัวที่ยืนยันแล้วมาที่โซน 11.00–11.30 พร้อมกับ RSI ที่คลายความร้อนแรงลง


    2. บัตรคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน สิ่งที่พบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง; Volatility Squeeze Breakout-Up; Keltner channels ยกตัวขึ้น; Dow Theory higher highs ขาขึ้น (Bullish) สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณ EXPANDING_ON_BREAKOUT; MACD ตัดขึ้น; RSI Overbought (โมเมนตัมสูงสุด, ไม่มี divergence) ขาขึ้น (Bullish) สูง
    Big Lot ไม่พบข้อมูล — เครื่องมือไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถใช้ได้ N/A
    การขายชอร์ต สัดส่วนชอร์ต 0.06% (เล็กน้อยมาก); ชอร์ตคงค้าง 2.22% (จัดการได้) สนับสนุน / ไม่มีแรงกดดันขาลง สูง
    NVDR ปริมาณ NVDR พุ่ง 58.89 เท่า; ยอดขายสุทธิ -6.13% ในวันล่าสุด; ยอดสะสม 3 วันสุทธิ +7.67 ล้านบาท (เป็นบวก); สภาพคล่อง <100 ล้านบาท ผสม / สัญญาณเตือนความขัดแย้ง ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง งบการเงิน Q2/2026 14 ส.ค. 2026; Q1/2026 รายงานแล้ว; ไม่มีข่าวเชิงลบ เป็นกลาง (มีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่รออยู่) สูง
    มูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน กำไรต่อหุ้น (EPS TTM) 0.51; รายได้ ~2.92 พันล้าน; Q1/2026 รายงานแล้ว; ไม่พบฉันทามติของนักวิเคราะห์ที่อัปเดต เป็นกลาง ปานกลาง

    บทสรุปความสอดคล้องของหลักฐาน: การสะสมมีความเป็นไปได้ — การเบรกเอาท์ทางเทคนิคได้รับการยืนยันอย่างแข็งแกร่ง ยอดขายสุทธิ NVDR บนปริมาณที่พุ่งสูงผิดปกตินำมาซึ่งความขัดแย้งที่ต้องได้รับการคลี่คลาย ข้อมูลการขายชอร์ตอยู่ในเกณฑ์ดี ตัวเร่งด้านงบการเงินเป็นตัวแปรหลักที่โดดเด่นในระยะสั้น


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (จัดประเภทว่าแข็งแกร่ง; ยืนยันโดย Keltner ที่ยกตัวขึ้น, โครงสร้าง higher-highs)
    • วงจรตลาด: Markup — การเปลี่ยนผ่านจากการสะสม/ปรับฐานเข้าสู่การขยายช่วงราคา
    • แนวรับสำคัญ: 10.10 (ระดับ Stop-Loss เชิงโครงสร้าง; แนวรับหลัก)
    • แนวต้านสำคัญ: 11.50 (แนวต้านทันที; ระดับที่กำลังถูกทดสอบการเบรกเอาท์); 12.00 (เป้าหมาย / แนวต้านสวิงที่คาดการณ์)
    • โมเมนตัม:
    • MACD: ยืนยัน Bullish Crossover — เป็นสัญญาณซื้อที่ถูกต้องตามองค์ความรู้ทางเทคนิค การตัดขึ้นพร้อมปริมาณที่ขยายตัวเป็นทริกเกอร์เข้าซื้อคุณภาพสูง *ภายใต้สภาวะปกติ*
    • RSI: Overbought ในตลาดที่มีแนวโน้มแข็งแกร่ง ตามองค์ความรู้ที่ดึงมา: *”ห้ามชอร์ต/ขายเพียงเพราะราคากำลังเดินบนแถบบน — นั่นแสดงถึงสภาวะของโมเมนตัมสูงสุด”* การอ่านค่า Overbought ไม่ใช่สัญญาณขาย แต่มันยืนยันความแข็งแกร่งของแนวโน้ม อย่างไรก็ตาม การเปิดสถานะซื้อใหม่ที่ระดับ Overbought มีความเสี่ยงในการพักตัวสูง
    • ไม่พบ Divergence — ราคาและโมเมนตัมสอดคล้องกัน
    • Volatility Squeeze Breakout-Up: ตามกลยุทธ์ Squeeze ที่ดึงมา: *”ถ้าราคาเบรกแถบบนด้วยปริมาณและยืนเหนือ MA นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Big Move”* นี่คือสัญญาณทางเทคนิคที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับ BCH
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ขาดการยืนยันกระแสเงินแบบบล็อกจากสถาบัน สิ่งนี้ลดระดับความเชื่อมั่นโดยรวม
    • การตีความการขายชอร์ต: มูลค่าชอร์ตรวมเพียง 23,460 บาท (สัดส่วน 0.06%) ในวันที่ 1 ส.ค. นั้นเล็กน้อยมาก ปริมาณ NVDR-short 2,300 หุ้นนั้นไม่สำคัญ ชอร์ตคงค้างที่ 2.22% (~55.45 ล้านหุ้น) เป็นข้อมูลที่มีอยู่แต่ไม่ได้บ่งชี้ถึงแรงกดดันขาลงที่ดำเนินอยู่ การขายชอร์ตเป็นปัจจัยที่ไม่มีความหมายสำหรับเซ็ตอัพนี้
    • การตีความ NVDR: สัดส่วนปริมาณที่พุ่งสูง 58.89 เท่า นั้นรุนแรงและต้องการความสนใจ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนสุทธิคือ -6.13% (ขายสุทธิ) หมายความว่าปริมาณที่พุ่งสูงนั้นส่วนใหญ่อยู่ในฝั่งขาย ยอดสะสม 3 วันสุทธิของ NVDR ยังคงเป็นบวกที่ +7.67 ล้านบาท บ่งชี้ว่าการสะสมก่อนหน้านี้มากกว่าการกระจายในวันเดียวล่าสุด ข้อควรระวังสำคัญ: สภาพคล่องของ NVDR ถูกตั้งค่าสถานะว่าต่ำกว่าเกณฑ์ 100 ล้านบาท — สิ่งนี้ทำให้สัญญาณ NVDR มีความน่าเชื่อถือลดลงและอาจเป็นสัญญาณรบกวน คำอธิบายที่เป็นไปได้: (ก) สถาบันต่างชาติขายทำกำไรบางส่วนเมื่อเกิดการเบรกเอาท์ (ข) รายการ NVDR ไขว้ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวซึ่งไม่ได้แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม ทั้งสองกรณีไม่สามารถยืนยันได้หากไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม
    • ข้อสรุปกระแสเงินโดยรวม: การเบรกเอาท์ทางเทคนิคได้รับการยืนยันอย่างมีพลังจากปริมาณและโมเมนตัม NVDR แสดงความขัดแย้งที่ต้องระวัง (ปริมาณพุ่งสูงผิดปกติพร้อมยอดขายสุทธิ) แต่ยอดสะสม 3 วันยังคงเป็นบวกและตัวกรองสภาพคล่องลดความน่าเชื่อถือของ NVDR การขายชอร์ตไม่มีนัยสำคัญ โครงสร้างการเบรกเอาท์ถูกต้อง แต่การยืนยันจากกระแสเงินยังผสมปนเปมากกว่าที่จะเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การเบรกเอาท์ (เลื่อนการเข้าซื้อเนื่องจากใกล้ประกาศงบการเงินและความขัดแย้งของสัญญาณ NVDR)
    • โซนเข้า: 11.00–11.30 (จุดเข้าที่ให้มาคือ 11.30; การย่อตัวลึกถึง 11.00 จะปรับปรุงผลตอบแทนต่อความเสี่ยงและปล่อยให้ RSI กลับสู่ปกติ)
    • ทริกเกอร์เข้า:

    1. ความชัดเจนหลังงบการเงิน: ราคายืนเหนือ 11.30 หลังการประกาศงบการเงินวันที่ 14 ส.ค. โดย MACD ยังคงตัดขึ้นและปริมาณสูงกว่าค่าเฉลี่ย — หรือ —

    2. การย่อตัวก่อนงบการเงิน: ราคาย่อกลับมาที่ 11.00–11.30 ด้วยปริมาณปกติหรือลดลง, RSI คลายจาก Overbought มุ่งสู่ 50–60 และ NVDR แสดงยอดซื้อสุทธิอีกครั้ง

    • เป้าหมายที่ 1: 12.00 บาท — แนวต้านสวิงถัดไป / ระดับการเคลื่อนไหวที่คาดการณ์ (ที่ให้มา)
    • เป้าหมายที่ 2: ไม่มีข้อมูล (จะต้องใช้ Fibonacci Extension หรือข้อมูลสวิงสูงก่อนหน้าที่เกินกว่า 12.00)
    • จุดตัดขาดทุน: 10.10 บาท — ต่ำกว่าแนวรับโครงสร้างหลัก (ระดับ Stop-Loss ที่ให้มา)
    • Trailing Stop: หลังจากราคาผ่าน 11.80 ให้ขยับ stop ขึ้นที่ 11.30 (จุดคุ้มทุน) จากนั้น trail ไปใต้จุดต่ำของสวิงรายวันที่ยกตัวขึ้นแต่ละครั้ง
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมายที่ 1 (ที่จุดเข้า 11.30): (12.00 – 11.30) / (11.30 – 10.10) = 0.70 / 1.20 = 0.58:1 — ไม่น่าพอใจ
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมายที่ 1 (ที่จุดเข้า 11.00): (12.00 – 11.00) / (11.00 – 10.10) = 1.00 / 0.90 = 1.11:1 — ยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ 1.5

    ข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับ R:R: จุดเข้าที่ให้ (11.30) และจุดตัดขาดทุน (10.10) ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่กว้าง 1.20 บาท เทียบกับผลตอบแทนที่แคบ 0.70 บาท ไปยังเป้าหมายที่ 1 ซึ่งให้ผลลัพธ์ R:R เพียง 0.58:1 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างมาก Stop ที่ 10.10 มีความถูกต้องเชิงโครงสร้าง (ต่ำกว่าแนวรับหลัก) แต่ส่วนต่างระหว่างจุดเข้าถึงเป้าหมายถูกบีบอัดเมื่อเทียบกับส่วนต่างจุดเข้าถึงจุดตัดขาดทุน การเทรดนี้จะน่าสนใจก็ต่อเมื่อเป้าหมายที่ 2 (หรือการขยายที่สูงกว่า) เป็นไปได้จริง หรือหากทำการเข้าได้ใกล้แนวรับมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    • จังหวะเวลาในการเข้าซื้อ: ไม่ก่อนวันที่ 15 สิงหาคม 2026 (หลังงบการเงิน) เว้นเสียแต่ว่าการย่อตัวก่อนงบมาที่ 11.00 จะเกิดขึ้นจริงก่อนวันที่ 13 ส.ค.
    • ห้ามเข้าซื้อหาก:

    1. ราคาเกิดช่องว่างลงต่ำกว่า 10.10 เมื่อประกาศงบ — เซ็ตอัพเสียหายเชิงโครงสร้าง

    2. MACD ออกสัญญาณ bearish crossover ก่อนเข้า — การยืนยันโมเมนตัมหายไป

    3. NVDR แสดงยอดขายสุทธิที่เร่งตัวขึ้นในกรอบ 3-5 วันก่อนงบการเงิน

    เลื่อนขั้นเป็น BUY: ราคาหลังงบการเงินยืนเหนือ 11.30 โดย MACD เป็นขาขึ้น, ปริมาณปกติหรือขยายตัว และ NVDR เสถียรหรือกลับเป็นซื้อสุทธิ

    ลดขั้นเป็น AVOID: ราคาปิดต่ำกว่า 10.10 (Stop ถูกชนก่อนเข้า); หรืองบการเงินเปิดเผยความประหลาดใจเชิงลบที่มีสาระสำคัญ


    5. แผนผังสถานการณ์

    สถานการณ์ ทริกเกอร์ เส้นทางที่คาด การทำให้เป็นโมฆะ
    กรณีขาขึ้น งบการเงินเป็นบวก; ราคาทะลุเหนือ 11.50 ด้วยปริมาณขยาย; NVDR กลับเป็นซื้อสุทธิ ปรับตัวขึ้นสู่ 12.00, มีศักยภาพขยายไปทาง 13.00+ (แนวต้านโครงสร้างถัดไป) ปิดต่ำกว่า 10.10
    กรณีฐาน งบการเงินเป็นกลาง; ราคาพักตัวในกรอบ 10.80–11.50; การเบรกเอาท์ยังอยู่แต่ชะลอ เคลื่อนไหวในกรอบด้วยการสะสมใหม่แบบค่อยเป็นค่อยไป; ทดสอบ 12.00 อีกครั้งในที่สุด ปิดต่ำกว่า 10.10 หรือไม่สามารถยึด 11.30 กลับคืนได้ภายใน 10 เซสชั่น
    กรณีขาลง งบการเงินออกมาแย่ผิดคาด; ราคากระโดดลงและปิดต่ำกว่า 10.10; MACD ตัดลง ลดลงสู่ 9.50 และต่ำกว่า; ความเสี่ยงการกลับตัวของแนวโน้ม ฟื้นตัวและปิดเหนือ 11.50 ด้วยปริมาณ

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • การประกาศงบการเงิน Q2/2026: 14 สิงหาคม 2026 — ตัวเร่งระยะสั้นที่โดดเด่นที่สุด EPS TTM อยู่ที่ 0.51; ไม่พบความคาดหวังของตลาด แต่การเบี่ยงเบนใดๆ จะขับเคลื่อนทิศทางในครั้งถัดไป ห้ามถือสถานะที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงผ่านเหตุการณ์นี้โดยไม่ยอมรับความเสี่ยงจากช่องว่างราคา
    • การประชุมนักลงทุน Q1/2026 (รายงานแล้ว): เข้าถึงได้ผ่านแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท — ไม่มีความประหลาดใจหลงเหลือ
    • แผน JUMP+ (โครงการเชิงกลยุทธ์): ถูกกล่าวถึงในเอกสารของบริษัท — อาจเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตระยะกลางแต่ไม่มีผลกระทบเชิงปริมาณ

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การเข้าในเขต RSI Overbought ก่อให้เกิดความเปราะบางต่อการพักตัวทันที การเบรกเอาท์อาจเป็นของจริงแต่การเข้า ณ จุดสูงสุดของการขยายโมเมนตัมเสี่ยงต่อการถูก Stop Out ในการย่อตัวตามปกติ
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: NVDR ปริมาณพุ่ง 58.89 เท่าพร้อมยอดขายสุทธิเป็นสัญญาณความขัดแย้ง หากนี่คือจุดเริ่มต้นของการกระจายของต่างชาติ การเบรกเอาท์อาจล้มเหลว
    • ความเสี่ยงจากเหตุการณ์: งบการเงินวันที่ 14 ส.ค. — ข่าวร้ายที่ผิดคาดอาจทำให้ราคากระโดดลงต่ำกว่า Stop 10.10 ทำให้เกิดการขาดทุนมากกว่าที่วางแผนไว้
    • ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง R:R: จุดเข้า (11.30) และ Stop (10.10) ที่ให้มาสร้างโปรไฟล์ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ถูกบีบอัดไปยังเป้าหมายที่ 1 (0.58:1) การเทรดนี้ต้องการเป้าหมายที่สูงกว่าหรือจุดเข้าที่ดีกว่าเพื่อปรับความเสี่ยงให้เหมาะสม

    สิ่งที่ทำให้สมมติฐานเป็นโมฆะ: การปิดรายวันต่ำกว่า 10.10, การเกิด Bearish MACD Crossover, หรือ Q2/2026 กำไรพลาดจนทำลายโครงสร้างขาขึ้น (ปิดต่ำกว่า 10.10 ด้วยปริมาณ)


    7. การกำหนดขนาดการลงทุน

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้แจ้งไว้
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้แจ้งไว้
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 11.30 – 10.10 = 1.20 บาท (ณ จุดเข้าที่ให้)
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ปรับให้เหมาะสม): 11.00 – 10.10 = 0.90 บาท (ถ้าเข้าที่ 11.00)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (ไม่พบข้อมูลพอร์ต)

    หมายเหตุการกำหนดขนาด: ด้วย R:R ที่ไม่น่าพอใจที่ 11.30 และความเสี่ยงจากช่องว่างราคางบการเงิน หากจะเข้าเทรดนี้ ให้จำกัดความเสี่ยงไม่เกิน 1.0% ของพอร์ต Stop ที่กว้าง (1.20 บาท) จะจำกัดขนาดสถานะ สูตร:

    $\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times 0.01}{1.20} \right\rfloor$

    ปัดลงให้เป็นจำนวนลงตัวตาม Board Lot 100 หุ้น ห้ามเข้าขนาดเต็มก่อนงบการเงิน


    8. บัญชีข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลทางเทคนิคที่รับเข้า 7 ส.ค. 2026 ปัจจุบัน ให้แนวโน้ม, สัญญาณเบรกเอาท์, ระดับต่างๆ
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2026 (เรียกข้อมูล) พร้อมใช้งาน รับรองกฎ squeeze breakout, RSI overbought = การตีความโมเมนตัมสูงสุด, หลักการยืนยันด้วยปริมาณ
    Query Biglot Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีการยืนยันกระแสเงินแบบบล็อกจากสถาบัน; ลดความเชื่อมั่น
    Query Short Stock Daily 1 ส.ค. 2026 ปัจจุบัน กิจกรรมชอร์ตเล็กน้อยมาก (0.06%); ไม่มีนัยสำคัญ
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2026 ปัจจุบัน (ภายใน 3 เซสชั่น) ปริมาณพุ่งสูงผิดปกติ (58.89x), ขายสุทธิ -6.13%, ยอดสะสม 3 วันเป็นบวก, สภาพคล่อง <100 ล้าน ถูกตั้งค่าสถานะ
    Tavily Search 7 ส.ค. 2026 พร้อมใช้งาน งบ Q2/2026 14 ส.ค.; รายงาน Q1/2026 แล้ว; EPS TTM 0.51; ไม่มีข่าวเชิงลบ

    ความขัดแย้งแหล่งข้อมูลสำคัญ: โครงสร้างทางเทคนิคและปริมาณเป็นขาขึ้นอย่างไม่คลุมเครือ; NVDR แสดงความแตกต่าง (ขายสุทธิบนปริมาณที่พุ่งสูง) แต่มีความน่าเชื่อถือต่ำ (สภาพคล่องต่ำกว่าเกณฑ์); จุดเข้าที่ให้มาสร้าง R:R ที่ไม่น่าสนใจ ปัจจัยทั้งสามนี้รวมกันให้เหตุผลสนับสนุน WATCH มากกว่า BUY


    9. การตัดสินใจขั้นสุดท้าย

    เฝ้าดู (WATCH) — การเบรกเอาท์จาก Volatility Squeeze ด้วยปริมาณที่ขยายตัวและ MACD ตัดขึ้นเป็นเซ็ตอัพขาขึ้นตามตำรา แต่ RSI อยู่ในเขต Overbought, NVDR แสดงปริมาณที่พุ่งสูง 58.89 เท่า พร้อมยอดขายสุทธิ (สัญญาณเตือนความขัดแย้ง) และงบการเงิน Q2/2026 ในวันที่ 14 สิงหาคม 2026 ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากช่องว่างราคาในทันที รอจนกว่าจะหลังงบการเงิน; เข้าซื้อก็ต่อเมื่อราคายืนเหนือ 11.30 โดย MACD ยังสมบูรณ์และ NVDR เสถียร Stop ที่ 10.10, เป้าหมาย 1 ที่ 12.00 ที่จุดเข้า 11.30 ที่ให้มา R:R ไปยังเป้าหมาย 1 เพียง 0.58:1 — พิจารณาเข้าย่อตัวใกล้ 11.00 หรือรอการเบรกเอาท์หลังงบการเงินที่มีความเชื่อมั่นสูงกว่า

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T06:34:59.804+07:00`

    เนื้อหาอ้างอิงต้นทาง: `stock_name:BCH|company_name:Bangkok Chain Hospital Public Co., Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:BUY|target_price_1:12|entry_price:11.3|sell_price:11.5|stop_loss_level:10.1|chart_timeframe:1D|volume_status:EXPANDING_ON_BREAKOUT|immediate_support:10.1|immediate_resistance:11.5|risk_reward_ratio:2.7|volatility_squeeze_status:Breakout-Up|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Overbought|macd_status:Crossover|trend_strength:Strong|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจบนฐานข้อมูล ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายคือระดับการวางแผนแบบมีเงื่อนไข และขาดทุนอาจเกินจุดตัดที่วางไว้ระหว่างเกิดช่องว่างราคาหรือในช่วงที่ตลาดขาดสภาพคล่อง*

    AEONTS

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: AEONTS — บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทย) จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าดู (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือเดิม ถือต่อไปโดยมีวินัย trailing-stop ห้ามเพิ่ม
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น (Bullish — หนุนโดยแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    ระยะเวลาลงทุน สวิง (1–5 วัน)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 106.00 บาท
    วันที่ของราคา 2026-08-04
    สถานะของเซ็ตอัพ รอสัญญาณเข้า — ยังไม่ถึงจุดเข้า 105.00 บาท ราคากำลังทดสอบแนวต้านทันที 106.50 บาท

    บทสรุปการตัดสินใจ: แนวโน้มขาขึ้นในกราฟรายวันยังคงโครงสร้างไว้อย่างสมบูรณ์ โดยมี MACD ตัดขึ้น (bullish crossover) และ Keltner channels ที่ยกตัวขึ้น แต่ราคายืนอยู่ที่แนวต้าน (106.50) ด้วยปริมาณปกติ ยังไม่มีการยืนยันการเบรกเอาท์ NVDR แสดงยอดขายสุทธิในวันล่าสุด การขายชอร์ตยังปานกลาง และไม่มีข้อมูล Big Lot จุดเข้าแบบย่อตัวที่ 105.00 เป็นทริกเกอร์ที่วางแผนไว้ การเข้าที่ระดับปัจจุบันให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไม่น่าสนใจและไม่มีการยืนยัน


    2. บัตรคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน สิ่งที่พบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งในกราฟรายวัน Keltner ยกตัวขึ้น ไม่มีสัญญาณกลับตัว ขาขึ้น (Bullish) สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณปกติ (NORMAL); MACD ตัดขึ้น; RSI เป็นกลาง; ไม่มี divergence ขาขึ้น (Bullish) สูง
    Big Lot ไม่พบข้อมูล — เครื่องมือส่งกลับผลลัพธ์เป็นค่าว่าง ไม่สามารถใช้ได้ N/A
    การขายชอร์ต สัดส่วนชอร์ต 4.47% (ปานกลาง); ชอร์ตคงค้าง 0.23% (ต่ำ); ไม่ใช่แรงกดดันขาลงรุนแรง ผสม (Mixed) / จัดการได้ ปานกลาง
    NVDR อัตราส่วนขายสุทธิ -11.16% ในวันล่าสุด; ยอดสะสม 3 วันสุทธิ +10.07 ล้านบาท (ผสม); สภาพคล่องต่ำกว่าเกณฑ์ 100 ล้านบาท ผสม / ความเชื่อมั่นต่ำ ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง Fitch A-(tha) Stable; Finansia แนะนำ HOLD ราคาเป้า 100 บาท; รายงาน Q1/2026 ก.ค. 2026; การซื้อหุ้นคืนยังดำเนินอยู่; งบการเงินถัดไป 7 ต.ค. 2026 เป็นกลาง สูง
    มูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 8.44 เท่า; P/BV 0.94 เท่า; อัตราเงินปันผล 5.24%; กำไรสุทธิปี 2569 ปรับดีขึ้นที่ 3,094 ล้านบาท เชิงบวกปานกลาง สูง

    บทสรุปภาพรวม: การสะสมมีความเป็นไปได้ — แนวโน้มขาขึ้นและ MACD ตัดขึ้นหนุนการสะสม แต่ข้อมูลกระแสเงินยังผสม (NVDR ขายในวันล่าสุด, การขายชอร์ตปานกลาง) และไม่มีการยืนยันจาก Big Lot


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (จัดประเภทว่าแข็งแกร่งตามข้อมูล; Keltner channels ยกตัวยืนยันโครงสร้าง higher-highs)
    • วงจรตลาด: Markup — ราคากำลังเคลื่อนเหนือโครงสร้างค่าเฉลี่ยสำคัญโดยโมเมนตัมยังคงอยู่
    • แนวรับสำคัญ: 103.00 (แนวรับทันที; เป็นระดับ stop-loss ที่กำหนดมาให้)
    • แนวต้านสำคัญ: 106.50 (ด่านแรก); 111.00 (เป้าหมายที่ 1 / แนวต้านสวิงถัดไป)
    • โมเมนตัม: ยืนยัน MACD ตัดขึ้น — เป็นสัญญาณซื้อที่ถูกต้องตามองค์ความรู้ทางเทคนิค; RSI เป็นกลาง (ไม่ overbought, ไม่ oversold) — แสดงว่ายังมีช่องว่างให้ขึ้นต่อไปโดยไม่เกิดภาวะอ่อนแรง; ไม่พบ divergence; Volatility squeeze เป็นกลาง (ตลาดไม่ได้ถูกบีบอัดผิดปกติ)
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน — ไม่พบข้อมูล ไม่สามารถประเมินกิจกรรมบล็อกของสถาบัน รายการพรีเมียม/ดิสเคาท์ หรือรูปแบบการสะสมผ่านช่องทางนี้ได้
    • การตีความการขายชอร์ต: มูลค่าชอร์ตรวม 2.21 ล้านบาท (4.47% ของมูลค่ารวม) ในวันที่ 1 ส.ค. 2026 — ระดับปานกลางและไม่รุนแรง อัตราส่วนชอร์ตคงค้าง 0.23% ต่ำ บ่งชี้ว่าไม่มีแรงกดดันจากสถานะชอร์ตค้างค้างระดับโครงสร้าง NVDR ขายชอร์ต (17,000 หุ้น) มากกว่าคนไทย (4,000) แสดงว่าการชอร์ตมาจากต่างชาติ แต่ระดับไม่น่ากังวล นี่ไม่ใช่หุ้นที่จะเกิด short-squeeze และไม่ได้ส่งสัญญาณความเชื่อมั่นขาลงที่รุนแรง
    • การตีความ NVDR: วันล่าสุด (2 ส.ค. 2026) แสดงยอดขายสุทธิโดยมี NVDR Net Ratio -11.16% อย่างไรก็ดี ยอดสะสม 3 วันสุทธิยังเป็นบวก ~10.07 ล้านบาท แสดงว่าการสะสมก่อนหน้านี้แข็งแกร่งกว่าการกระจายในวันเดียว อัตราส่วนวอลุ่ม spike 1.62 เท่า (ต่ำกว่าเกณฑ์ 2.0 เท่า) ข้อสำคัญ: NVDR มีสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท กระตุ้นตัวกรองสัญญาณรบกวน — สัญญาณจาก NVDR มีความน่าเชื่อถือลดลง ถือเป็นกระแสเงินผสมและให้ความเชื่อมั่นต่ำ
    • ข้อสรุปกระแสเงินโดยรวม: โครงสร้างราคาและโมเมนตัม MACD สนับสนุนมุมมองขาขึ้น แต่หลักฐานกระแสเงินยังกระจัดกระจาย: NVDR แสดงยอดขายสุทธิในเซสชั่นล่าสุดพร้อมสภาพคล่องต่ำ การขายชอร์ตอยู่ในระดับปานกลาง และข้อมูล Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน แนวโน้มขาขับเคลื่อนโดยการสะสมก่อนหน้า (ยอดสะสม 3 วันบวก) แต่กระแสเงินล่าสุดอ่อนตัวลง ราคายังไม่ได้ยืนยันการดูดซับแรงขายจาก NVDR ของวันที่ 2 ส.ค.

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ย่อตัวกลับไปยังแนวรับในกรอบแนวโน้มขาขึ้น
    • โซนเข้า: 105.00 บาท (จุดเข้าที่กำหนดมา — เป็นการย่อระหว่างแนวรับทันที 103.00 และแนวต้าน 106.50)
    • ทริกเกอร์เข้า: ราคาย่อตัวและปิดที่หรือต่ำกว่า 105.00 บาทในกราฟรายวัน โดยปริมาณต้องไม่ต่ำกว่าระดับปกติ (อย่างน้อย NORMAL — ไม่ทรุดฮวบ) และ MACD ยังคงสัญญาณตัดขึ้น (ไม่มี bearish cross กลับตัว)
    • เป้าหมายที่ 1: 111.00 บาท — แนวต้านสวิงถัดไป / ระดับโครงสร้างเดิม (ที่ถูกกำหนดมา)
    • เป้าหมายที่ 2: 122.50 บาท — สูงสุด 52 สัปดาห์ (แนวต้านประวัติศาสตร์; เป้าหมายยืด)
    • จุดตัดขาดทุน: 103.00 บาท — ต่ำกว่าแนวรับทันที; ถ้าหลุดด้วยการปิดจะทำให้โครงสร้างเป็นโมฆะ
    • Trailing Stop: เมื่อราคาผ่าน 109.00 บาทขึ้นไป ขยับ stop ขึ้นที่ 106.50 (จุดคุ้มทุน+) จากนั้น trail ไปใต้จุดต่ำของสวิงที่สูงขึ้นแต่ละครั้งโดยใช้ราคาปิด
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมายที่ 1: (111.00 – 105.00) / (105.00 – 103.00) = 6.00 / 2.00 = 3.00:1 — ระดับที่ยอมรับได้
    • จังหวะเวลาในการเข้าซื้อ: เข้าเมื่อปิดรายวันยืนยันที่หรือต่ำกว่า 105.00 เท่านั้น อย่าไล่ราคาระหว่างวัน
    • ห้ามเข้าซื้อหาก:

    1. ราคาทะลุและปิดต่ำกว่า 103.00 — เซ็ตอัพนี้ถือเป็นโมฆะ

    2. MACD ออกสัญญาณ bearish crossover ก่อนเข้า — การยืนยันโมเมนตัมขาดไป

    3. ปริมาณการซื้อขายทรุดต่ำกว่า 50% ของค่าเฉลี่ย 20 วันในวันที่ย่อ — แสดงว่าขาดการสนุนจากสถาบัน

    เลื่อนขั้นเป็น BUY: ราคาต้องปิดที่หรือต่ำกว่า 105.00 ด้วยปริมาณปกติหรือสูงกว่าปกติ MACD ยังตัดขึ้น และไม่มีตัวเร่งเชิงลบใหม่เข้ามา

    ลดขั้นเป็น AVOID/SELL: การปิดรายวันต่ำกว่า 103.00 ทำให้สมมุติฐานการย่อตัวในขาขึ้นเป็นโมฆะ; การปิดเหนือ 106.50 ด้วยปริมาณที่ขยายตัวโดยไม่มีการยืนยันจาก NVDR หรือกระแสเงิน จะเปลี่ยนแผนไปเป็นการประเมินเบรกเอาท์ ไม่ใช่แผนย่อตัวปัจจุบัน


    5. แผนผังสถานการณ์

    สถานการณ์ ทริกเกอร์ เส้นทางที่คาด การทำให้เป็นโมฆะ
    กรณีขาขึ้น ปิดรายวันที่หรือต่ำกว่า 105.00; ปริมาณปกติ; MACD bullish เด้งสู่ 111.00 จากนั้น 122.50 (สูงสุด 52 สัปดาห์) ปิดต่ำกว่า 103.00
    กรณีฐาน ราคาเคลื่อนตัว sideways ระหว่าง 103.00–106.50; ยังไม่เกิดทริกเกอร์ เคลื่อนข้างก่อนเลือกทิศทางครั้งต่อไป ปิดต่ำกว่า 103.00 หรือเหนือ 106.50 ด้วยปริมาณขยาย
    กรณีขาลง ราคาปิดต่ำกว่า 103.00; MACD bearish cross; NVDR ขายสุทธิเร่งตัว ลดลงสู่ 100.00 (ราคาเป้านักวิเคราะห์ / จิตวิทยากลม) จากนั้น 87.00 (แนวรับต่ำสุด 52 สัปดาห์) ฟื้นตัวและปิดเหนือ 105.00 พร้อม MACD กลับมาตัดขึ้น

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการ Q1/2026 (รายงานแล้ว 7 ก.ค. 2026): งบการเงินถูกทบทวนและเผยแพร่ — ตลาดดูดซับไปแล้ว ไม่มีองค์ประกอบเซอร์ไพรส์หลงเหลือ
    • งบการเงินครั้งถัดไป (Q2/2026): กำหนด 7 ตุลาคม 2026 — วางแผนให้สถานะเป็น flat หรือมีการป้องกันก่อนงบเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงจาก gap
    • โครงการซื้อหุ้นคืน: ยังดำเนินอยู่ตั้งแต่มี.ค. 2026 — การซื้อหุ้นคลังต่อเนื่องช่วยหนุนคำสั่งซื้อเล็กน้อยและส่งสัญญาณความเชื่อมั่นของฝ่ายจัดการ ติดตามปริมาณการซื้อเพื่อหาเบาะแสการสะสม

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: ราคาปฏิเสธที่แนวต้าน 106.50 ด้วยปริมาณปกติ; การหลุด 103.00 จะทำลายโครงสร้างขาขึ้น
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: NVDR ขายสุทธิในวันที่ 2 ส.ค. ประกอบกับสภาพคล่องต่ำ (<100 ล้านบาท) บ่งชี้ถึงการมีส่วนร่วมของต่างชาติที่เบาบาง — แนวโน้มขาอาจขาดการสนับสนุนต่อเนื่องจากสถาบัน
    • ความเสี่ยงพื้นฐาน: Finansia แนะนำ HOLD ราคาเป้า 100.00 (ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน) สะท้อนความระมัดระวังของนักวิเคราะห์; แนวโน้มสินเชื่อผู้บริโภคที่ซบเซา จาก GDP โต 1.9% และหนี้ครัวเรือนสูง (87% ของ GDP) จำกัดการเติบโตของสินเชื่อ
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวัน 3 เดือน ~2.8 ล้านดอลลาร์ (~98 ล้านบาท) — ชายขอบสภาพคล่อง; NVDR สภาพคล่องเฉพาะต่ำกว่าเกณฑ์; ความเสี่ยง slippage มีนัยสำคัญต่อการเข้าและออกสถานะ

    สิ่งที่ทำให้สมมติฐานเป็นโมฆะ: การปิดรายวันต่ำกว่า 103.00, MACD bearish crossover, หรือการแจ้งเตือนผลประกอบการเชิงลบที่มีสาระสำคัญจะทำให้เซ็ตอัพขาขึ้นนี้เป็นโมฆะ


    7. การกำหนดขนาดการลงทุน

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้แจ้งไว้
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้แจ้งไว้
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 105.00 – 103.00 = 2.00 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่ได้คำนวณ (ไม่พบข้อมูลพอร์ต)

    หมายเหตุการกำหนดขนาด: เมื่อมีข้อมูลพร้อม ใช้สมการ:

    $\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{2.00} \right\rfloor$

    ปัดลงให้เป็นจำนวนลงตัวตาม Board Lot (มาตรฐาน SET: 100 หุ้น) อย่าเสี่ยงเกิน 2% ของพอร์ตต่อสถานะเดียว และเมื่อพิจารณาความเชื่อมั่นระดับปานกลางกับสภาพคล่องที่อยู่ในขีดจำกัด ควรลดสัดส่วนความเสี่ยงลงเหลือ 1.0%–1.5%


    8. บัญชีข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลทางเทคนิคที่รับเข้า 7 ส.ค. 2026 (วันออกรายงาน) ปัจจุบัน ให้แนวโน้ม, ระดับ, จุดเข้า, จุดตัดขาดทุน, เป้าหมาย
    RAG Knowledge Main 7 ส.ค. 2026 (เรียกข้อมูล) พร้อมใช้งาน รับรองกฎ MACD crossover, กลยุทธ์ย่อตัวในขาขึ้น, การยืนยันด้วยปริมาณ
    Query Biglot Stock Daily — ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีการยืนยันกระแสเงินจากบล็อกของสถาบัน; ลดความเชื่อมั่น
    Query Short Stock Daily 1 ส.ค. 2026 ปัจจุบัน (ภายใน 3 วันทำการ) ยืนยันกิจกรรมชอร์ตระดับปานกลาง ไม่มีสัญญาณขาลงรุนแรง
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2026 ปัจจุบัน (ภายใน 3 วันทำการ) กระแสเงินผสม สภาพคล่องถูกตั้งข้อสงสัย; สัญญาณ NVDR ไม่น่าเชื่อถือ
    Tavily Search 7 ส.ค. 2026 (ค้นหา) พร้อมใช้งาน Fitch A-(tha) (ก.พ. 2026), Finansia HOLD TP 100 (มี.ค. 2026), Q1/2026 (ก.ค. 2026), งบถัดไป 7 ต.ค. 2026

    ความขัดแย้งแหล่งข้อมูลสำคัญ: ราคาเป้านักวิเคราะห์ Finansia ที่ 100.00 บาท (HOLD) อยู่ต่ำกว่าทั้งราคาปัจจุบัน (106.00) และราคาเป้าที่กำหนด (111.00) สะท้อนความระมัดระวังของนักวิเคราะห์ต่อภาคสินเชื่อผู้บริโภค แนวโน้มเชิงเทคนิคขาขึ้นกับมุมมองของนักวิเคราะห์ขัดแย้งกัน — ต้องใช้การยืนยันราคาปิดเหนือ 106.50 หรือหลุดต่ำกว่า 103.00 มาชี้ขาด


    9. การตัดสินใจขั้นสุดท้าย

    เฝ้าดู (WATCH) — เข้าเมื่อราคาปิดรายวันที่หรือต่ำกว่า 105.00 พร้อมปริมาณปกติและ MACD ตัดขึ้นยังคงอยู่ เป้าหมาย 111.00 จุดตัดขาดทุน 103.00 (ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง 3.00:1) ความเสี่ยงหลัก: กระแสเงิน NVDR ผสมกับสภาพคล่องต่ำ, ไม่มีข้อมูล Big Lot, และฉันทามตินักวิเคราะห์ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน — รอให้เกิดทริกเกอร์การย่อตัว อย่าไล่ซื้อที่แนวต้าน

    สร้างเมื่อ: `2026-08-07T06:29:57.912+07:00`

    เนื้อหาอ้างอิงต้นทาง: `stock_name:AEONTS|company_name:AEON Thana Sinsap (Thailand) Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:111|entry_price:105|sell_price:111|stop_loss_level:103|chart_timeframe:1D|volume_status:NORMAL|immediate_support:103|immediate_resistance:106.5|risk_reward_ratio:3|volatility_squeeze_status:Neutral|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Strong|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจบนฐานข้อมูล ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายคือระดับการวางแผนแบบมีเงื่อนไข และขาดทุนอาจเกินจุดตัดที่วางไว้ระหว่างเกิดช่องว่างราคาหรือในช่วงที่ตลาดขาดสภาพคล่อง*

    รายงานผลการสแกนหุ้นประจำวัน (6/8/2569)

    📊 DAILY STOCK SCAN REPORT

    สแกนหุ้นทั้งหมด: 930 ตัว |
    พบสัญญาณ: 14 ตัว

    UP TREND
    2

    REVERSAL
    0

    PULLBACK
    12

    NO. STOCK NAME STATUS
    📌 กลุ่มหุ้น: UP TREND
    1 BCH UP TREND
    2 TCAP UP TREND
    📌 กลุ่มหุ้น: PULLBACK
    1 AEONTS PULLBACK
    2 BAY PULLBACK
    3 BBIK PULLBACK
    4 BGRIM PULLBACK
    5 BLA PULLBACK
    6 CKP PULLBACK
    7 GPSC PULLBACK
    8 JMART PULLBACK
    9 M PULLBACK
    10 NETBAY PULLBACK
    11 PTTGC PULLBACK
    12 TEAM PULLBACK
    Generated automatically by n8n

    Here is the Thai translation of the provided English text. The translation aims to maintain the original meaning, structure, and professional tone used in financial analysis, including the use of specific terms like “Volatility Squeeze” and appropriate tone for technical analysis.

    Here is the Thai translation of the provided English text. The translation aims to maintain the original meaning, structure, and professional tone used in financial analysis, including the use of specific terms like “Volatility Squeeze” and appropriate tone for technical analysis.

    🚨 ดัชนี SET: การสลับหมุนเวียนภาคส่วนกำลังเกิดขึ้น ขณะพลังงานแผ่ว & หุ้น Data Center พักฐาน — ตลาดจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการ Q2

    ## 1. บริบททางเศรษฐกิจมหภาคและการเมือง (“เหตุผล”)

    ปัจจัยกระตุ้นภายในประเทศ (ในช่วง 24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมา):

    * SET ปรับตัวลดลง จุดประกายรออยู่: ดัชนี SET ปิดที่ 1,617.13 จุด (-0.29%) เคลื่อนไหวในช่วงแคบไร้ทิศทาง นักลงทุนอยู่ในช่วงชะลอการลงทุน รอคอย การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และ ฤดูกาลรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน Q2 2026 สถานการณ์ “รอดูก่อน” นี้กำลังกดดันความเชื่อมั่นทั้งฝั่งซื้อและขาย

    * การสลับหมุนเวียนภาคส่วนแบบเรียลไทม์: ในช่วงก่อนหน้านี้ มีการ สลับหุ้นออกจากกลุ่มน้ำมัน/พลังงาน เข้าสู่ กลุ่มค้าปลีก, นิคมอุตสาหกรรม, และการเงิน — ส่งสัญญาณว่าเงินทุนสถาบันในประเทศกำลังปรับพอร์ตออกจากสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศและโครงสร้างพื้นฐาน

    * การทูตเชิงยุทธศาสตร์ของนายกฯ อนุทิน: นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เริ่มต้นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกฯ ไทยในรอบ 15 ปี ไปยังอินโดนีเซีย (3-4 ส.ค.) โดยมีเป้าหมายเพื่อกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ การค้า และการลงทุน ซึ่งตอกย้ำนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และอาจเป็นประโยชน์ต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการค้าข้ามพรมแดน

    * ความเชื่อมั่นของสถาบันต่อแนวโน้มระยะกลางของ SET: บลจ.กสิกรไทย ร่วมกับ J.P. Morgan Asset Management ได้ผลักดันมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหาร (AUM) ของกองทุน K-WealthPLUS Series ขึ้นทะลุ 1 แสนล้านบาท โดยมีมุมมองเชิงบวกในระยะกลาง ตั้งเป้าหมายดัชนี SET ที่ช่วง 1,550–1,700 จุด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสถาบันที่ยั่งยืน แม้ตลาดจะมีความผันผวนในระยะสั้น

    * ปัจจัยหนุน GDP ได้รับการยืนยัน: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ของไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 2.5% (จาก 1.6%) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่พุ่งสูง (+20.8% YoY ในเดือน มิ.ย.) การลงทุนภาคเอกชน และการบริโภค — เป็นจุดยึดทางเศรษฐกิจมหภาคที่สนับสนุนการประเมินมูลค่าหุ้น

    * นโยบายพลังงาน / การขับเคลื่อน Data Center: คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (ที่มีนายกฯ เป็นประธาน) กำลังเร่งรัด กลไก Direct PPA เพื่อสนับสนุนการลงทุนใน Data Center — เป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างสำหรับหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี

    บริบทโลก:

    * SET ติดตามตลาดโลกอย่างใกล้ชิด โดยเทรดเดอร์ทั่วโลกต่างรอคอยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ การเปิดเผยข้อมูลที่สูงหรือต่ำกว่าคาดจะส่งผลโดยตรงต่อหุ้นขนาดใหญ่ของไทยผ่านช่องทางกระแสเงินทุนต่างประเทศ

    ## 2. การสังเคราะห์ด้านเทคนิค, พื้นฐาน และกระแสเงินทุนต่างประเทศ (The “What”)

    Ticker สถานะแนวโน้ม ภาพรวมทางเทคนิค เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจมหภาค/ข่าว
    DELTA UP_TREND (กำลังพักฐาน) แนวโน้มขาขึ้นหลักยังคงอยู่ (Keltner Channels ขาขึ้น). กำลังอยู่ใน Volatility Squeeze พร้อม ปริมาณการซื้อขายแห้งเหือด — การอัดตัวตามตำราก่อนการเคลื่อนไหวครั้งถัดไป MACD ที่เส้นศูนย์ (โมเมนตัมถูกรีเซ็ต). RSI เป็นกลาง. แนวรับ: 328 บาท, แนวต้าน: 348 บาท. R:R ในการเข้าซื้อตอนย่อ: 2.57:1. กำไร Q1 2026 ที่ทำสถิติสูงสุดจากอุปสงค์ AI/Data Center; แนวโน้มรายได้เติบโต 15-20% นโยบาย Direct PPA ของรัฐบาลเป็นประโยชน์โดยตรงต่อกลุ่ม Data Center เช่น DELTA กำลังรอผลประกอบการ Q2 เป็นตัวกระตุ้น
    PTT SIDEWAYS (กำลังถูก Squeeze) Keltner Channels แบน. Volatility Squeeze ทำงานอยู่. ปริมาณการซื้อขาย กำลังแห้งเหือด ภายใน Squeeze. MACD ที่เส้นศูนย์. แนวรับ: 35.75 บาท, แนวต้าน: 37 บาท ช่วงแคบมาก — การอัดตัวกำลังสร้างขึ้น R:R: 1.25:1. การสลับหมุนเวียน ออกจากกลุ่มพลังงาน/น้ำมัน สังเกตได้ในรอบล่าสุด PTT เผชิญแรงขาย ในขณะที่กองทุนหมุนเข้าสู่กลุ่มค้าปลีก/การเงิน การปรับเพิ่ม GDP เป็นปัจจัยชดเชยบางส่วน แต่ความรู้สึกต่อพลังงานระยะสั้นเป็นลบ
    GULF SIDEWAYS (กำลังถูก Squeeze พร้อม MACD Crossover ขาขึ้น) Keltner Channels แบน พร้อม Volatility Squeeze MACD Crossover (ขาขึ้น) — โมเมนตัมกำลังเอียงเป็นบวกใต้ผิว ก่อนที่ราคาจะทะลุกรอบ ปริมาณการซื้อขาย กำลังแห้งเหือด ภายใน Squeeze แนวรับ: 60.50 บาท, แนวต้าน: 63.19 บาท R:R: 1.50:1. GULF ได้ประโยชน์จากนโยบาย Direct PPA และการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสำหรับ Data Center ของรัฐบาล ธีมความต้องการไฟฟ้าสีเขียว MACD crossover บ่งชี้ว่า Smart Money อาจกำลังวางตำแหน่งรอการทะลุกรอบ
    CPALL SIDEWAYS (อ่อนแอ) Keltner Channels แบน ปริมาณการซื้อขาย กำลังขยายตัว ขณะทะลุกรอบ แต่ความแข็งแกร่งของแนวโน้มอ่อน RSI เป็นกลาง แนวรับ: 46 บาท, แนวต้าน: 48 บาท R:R: 0.75:1 — ไม่น่าสนใจ การสลับหมุนเวียน เข้าสู่กลุ่มค้าปลีก เป็นสัญญาณบวกสำหรับ CPALL อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของแนวโน้มทางเทคนิคที่อ่อนแอและอัตราส่วน R:R ที่ไม่ดี สมควรใช้ความระมัดระวัง การปรับเพิ่ม GDP และการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศเป็นปัจจัยสนับสนุน

    บริบทของกระแสเงินทุนต่างประเทศ (NVDR):

    – ข้อมูลเฉพาะ Net Buy/Sell ของ NVDR ในช่วง 24-36 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่มีในฐานข้อมูลปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม จากบริบทของสถาบันโดยรวมจาก FETCO และรายงานของโบรกเกอร์ การไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศระยะยาวเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างของตลาดหุ้นไทย โดย บล.บัวหลวง คาดการณ์เม็ดเงินไหลเข้าจากต่างประเทศสูงถึง 1.6 แสนล้านบาท ในปี 2569 ซึ่งจะกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานสีเขียว

    ## 3. กลยุทธ์และแนวโน้ม (“การดำเนินการ”)

    📌 การประเมินที่ชัดเจน: “ตลาดกำลังอัดตัว — การพักฐานคือธีมหลัก, การสลับหมุนเวียนคือสิ่งที่เทรด”

    ดัชนี SET อยู่ในรูปแบบ การพักฐานระหว่างรอบแบบคลาสสิก พื้นฐานสนับสนุน (การปรับเพิ่ม GDP, แนวโน้มการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ, นโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนการลงทุน) แต่ตลาดยังขาดตัวกระตุ้นที่ชัดเจนในการทะลุกรอบ 1,600–1,630 จุด การสลับหมุนเวียนจากพลังงานเข้าสู่กลุ่มค้าปลีก/การเงิน/นิคมอุตสาหกรรม เผยให้เห็นว่า Smart Money กำลังเอียงไปทางไหน

    กลยุทธ์แนะนำ:

    ลำดับความสำคัญ Ticker กลยุทธ์ เหตุผล
    🥇 จับตาอันดับ 1 DELTA รอการเบรกเอาท์จาก Squeeze เหนือ 348 บาท พร้อมยืนยันปริมาณการซื้อขาย เตรียมคำสั่งซื้อที่บริเวณแนวรับ 335–340 ในการย่อตัว สอดคล้องกับธีมหลักมากที่สุด (AI, Data Centers, ตัวกระตุ้นผลประกอบการ Q2) แนวโน้มขาขึ้นหลักยังคงอยู่ Squeeze จะคลี่คลาย — ทิศทางน่าจะเป็นไปตามแนวโน้มเดิม R:R 2.57:1 ดีที่สุด
    🥈 สะสมในช่วงอ่อนตัว GULF วางตำแหน่งล่วงหน้าด้วยการซื้อแบบจำกัดราคาใกล้แนวรับ 60.50–61.00 บาท MACD Crossover เป็นสัญญาณเริ่มต้น เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน Data Center ความแตกต่างของโมเมนตัมขาขึ้น (MACD crossover) ก่อนราคาทะลุกรอบ R:R 1.50:1 ยอมรับได้
    🥉 ลด / หลีกเลี่ยง PTT รอให้ Squeeze คลี่คลายก่อน การสลับหมุนเวียนปัจจุบันเป็นลบต่อพลังงาน การสลับหมุนเวียนภาคส่วนกำลังเคลื่อนตัวออกจากน้ำมัน/พลังงานอย่างชัดเจน Squeeze ที่แน่นหมายถึงการเคลื่อนไหวกำลังจะมา แต่ความเสี่ยงด้านทิศทางสูง
    ⚠️ รอ CPALL อย่าเข้าซื้อจนกว่าความแข็งแกร่งของแนวโน้มจะดีขึ้น และ R:R คุ้มค่ากับความเสี่ยง แรงหนุนจากการสลับหมุนเวียนมีอยู่ (เข้าสู่ค้าปลีก) แต่โครงสร้างทางเทคนิคอ่อนแอ และ R:R ต่ำกว่า 1.0

    ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม (ใน 24–48 ชั่วโมงข้างหน้า):

    – ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาเซอร์ไพรส์ (ไม่ว่าจะด้านใดด้านหนึ่ง) → เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแบบไบนารีต่อกระแสเงินทุนต่างประเทศ

    – ผลประกอบการ Q2 2026 ที่เซอร์ไพรส์ของหุ้นขนาดใหญ่ใน SET

    – การยกระดับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (ประเด็นร้อนในตะวันออกกลาง)

    ## 4. 📊 สรุปข้อมูล

    Ticker แนวโน้ม กระแสเงินทุนต่างประเทศ (24-36 ชม. NVDR) ปัจจัยกระตุ้นจากเศรษฐกิจมหภาค/ข่าว ระดับความเสี่ยง (R:R / SL) ปริมาณการซื้อขายที่ผิดปกติ ภาพรวมทั่วไป
    DELTA ขาขึ้น (กำลังพักฐาน) ไม่มีข้อมูลในช่วง 24-36 ชม. ที่ผ่านมา อุปสงค์ AI/Data Center, นโยบาย Direct PPA, รอผลประกอบการ Q2 2.57:1 / SL 328 บาท แห้งเหือดใน Squeeze (กำลังอัดตัว) 🟢 แนวโน้มดี — Risk/Reward ดีที่สุด; รอการยืนยันเบรกเอาท์
    GULF Sideways (กำลังถูก Squeeze) ไม่มีข้อมูลในช่วง 24-36 ชม. ที่ผ่านมา Direct PPA, พลังงานสีเขียว, ผู้ได้รับประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน Data Center 1.50:1 / SL 60.00 บาท แห้งเหือดใน Squeeze (กำลังอัดตัว) 🟡 ระมัดระวังแต่มีแนวโน้มดี — MACD crossover คือสัญญาณขาขึ้นเริ่มต้น
    PTT Sideways (กำลังถูก Squeeze) ไม่มีข้อมูลในช่วง 24-36 ชม. ที่ผ่านมา การปรับเพิ่ม GDP เป็นปัจจัยหนุน แต่มีการสลับหมุนเวียนออกจากพลังงาน 1.25:1 / SL 35.75 บาท แห้งเหือดใน Squeeze (กำลังอัดตัว) 🔴 แนวโน้มเชิงลบระยะสั้น — การสลับหมุนเวียนออกจากพลังงานกำลังดำเนินอยู่
    CPALL Sideways (อ่อนแอ) ไม่มีข้อมูลในช่วง 24-36 ชม. ที่ผ่านมา สลับหมุนเวียนเข้าสู่ค้าปลีก, การปรับเพิ่ม GDP, การบริโภคในประเทศ 0.75:1 / SL 45.25 บาท ขยายตัว (สรุปผลไม่ได้) 🟡 เป็นกลาง — แรงหนุนจากการสลับหมุนเวียน แต่โครงสร้างทางเทคนิคอ่อนแอ

    – ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในสภาพ “ตามที่เป็น” และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนใด ๆ

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันศุกร์ที่ เจ็ด สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที ครับ

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันศุกร์ที่ เจ็ด สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที ครับ

    วันนี้ ขอสรุปภาพรวมเศรษฐกิจ และการลงทุน ประจำวันที่หก สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า ครับ

    บรรยากาศการลงทุนทั่วโลก ยังถูกขับเคลื่อนด้วยความสมดุลที่เปราะบาง ระหว่างความตึงเครียดของสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน กับความคืบหน้าทางการทูต ราคาน้ำมันมีความผันผวนรุนแรง โดยน้ำมันดิบเบรนต์ พุ่งขึ้นหกจุดสี่สามเปอร์เซ็นต์ ในวันเดียว แตะระดับเจ็ดสิบแปดจุดเก้าสามดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ก่อนจะย่อตัวลง ขณะที่ดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์รวม จีเอสซีไอ ถูกกดดันหนักจากแรงขายทั่วทั้งตลาด ในรอบเดือน

    อีกปัจจัยสำคัญ คือ ลิซา คุก กรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ระบุชัดเจนว่า ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเงินเฟ้อ มากกว่าตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ส่งผลให้วงจรการลดดอกเบี้ย ยังอยู่ในช่วงหยุดชะงัก และมีโอกาสสูงที่ดอกเบี้ย จะทรงตัวในระดับสูงต่อไป หรืออาจปรับขึ้นอีก

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก ปรับตัวสูงขึ้น จากส่วนชดเชยความเสี่ยงสงคราม และท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลาง ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดัน และเงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เงินเยนที่อ่อนค่าลงมาก ส่งผลให้ทางการญี่ปุ่น เข้าแทรกแซงตลาดค่าเงิน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการส่งผ่านความผันผวน ไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าในการเจรจา ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เมื่อวันที่ห้า สิงหาคม อาจเป็นทางออกสำคัญ สำหรับตลาดการเงิน

    ในภาพรวม ตลาดอยู่ในภาวะระมัดระวัง และค่อนข้างเป็นลบ โดยมีปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เป็นตัวนำ หุ้นบางตลาดอย่างสิงคโปร์และไทย ยังมีความยืดหยุ่น แต่ความเชื่อมั่นโดยรวม ลดลงจากระดับเป็นกลาง มาสู่การระมัดระวังตัวมากขึ้น

    ขอนำเสนอภาพรวมตลาดการเงินที่สำคัญครับ

    ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย ปรับตัวขึ้นหนึ่งจุดแปดเก้าเปอร์เซ็นต์ ปิดที่หนึ่งพันหกร้อยยี่สิบแปดจุดสามห้า เมื่อวันที่สองสิงหาคม ฟื้นตัวจากการซื้อหุ้นคืน โดยหุ้นพลังงานและกลุ่มธนาคารช่วยหนุนตลาด

    ดัชนีหุ้นสิงคโปร์ เอสทีไอ ปรับขึ้นศูนย์จุดสี่เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ห้าพันหกร้อยสี่สิบ จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อวันที่ยี่สิบเก้ากรกฎาคม โดยกลุ่มสื่อสาร เทคโนโลยี และการเงินนำตลาด

    พันธบัตรรัฐบาลอายุสิบปี ของสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และญี่ปุ่น ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นทั่วทั้งกราฟ ตามความตึงเครียดสงคราม และท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลาง

    ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ขณะที่เงินเยนอ่อนค่า จนกระตุ้นให้ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซง

    ราคาน้ำมันดิบดับเบิลยูทีไอ เคลื่อนไหวระหว่างเจ็ดสิบจุดศูนย์หก ถึงเจ็ดสิบสามจุดหกเก้าดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวลงประมาณสิบแปดถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ในรอบเดือน แต่บางวันพุ่งขึ้นมากกว่าห้าจุดหกเปอร์เซ็นต์

    ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ เคลื่อนไหวระหว่างเจ็ดสิบสองจุดสี่เจ็ด ถึงเจ็ดสิบแปดจุดเก้าสามดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวลงประมาณยี่สิบสองจุดเจ็ดเปอร์เซ็นต์ในรอบเดือน และเคยพุ่งขึ้นหกจุดสี่สามเปอร์เซ็นต์ในวันเดียว

    ดัชนีจีเอสซีไอ เคลื่อนไหวจากระดับหกร้อยสิบหกจุดสองเจ็ด เมื่อวันที่ยี่สิบหกมิถุนายน ขึ้นไปที่หกร้อยสามสิบห้าจุดศูนย์ห้า ในวันที่สิบกรกฎาคม มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีบวกสิบห้าจุดแปดเปอร์เซ็นต์ แต่ปรับตัวลงหกจุดสองเปอร์เซ็นต์ในรอบเดือน

    สำหรับดัชนีหุ้นสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น อย่างเอสแอนด์พีห้าร้อย แนสแด็ก สต็อกซ์ และนิกเกอิ ไม่มีข้อมูลในรายงานนี้ เช่นเดียวกับดัชนีความผันผวนวิกซ์ และดัชนีมูฟ

    มาถึงประเด็นวิเคราะห์หลักกันบ้างครับ

    ประเด็นแรก ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน กับความเสี่ยงของช่องแคบฮอร์มุซครับ

    เมื่อวันที่ยี่สิบสี่กรกฎาคม ความเสี่ยงการเผชิญหน้าทางทหาร ผลักดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไปแตะระดับเกินหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนจะมีความคืบหน้าทางการทูต เมื่อวันที่ห้าสิงหาคม เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง

    จากความสัมพันธ์ในอดีต ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค อย่างพีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี เนื่องจากราคาขายและค่าการกลั่นสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลลบต่อกลุ่มขนส่งและสายการบิน อย่างเอเอวี การบินกรุงเทพ และเคอรี่เอ็กซ์เพรส เพราะต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น

    กลุ่มถ่านหิน อย่างบ้านปู และลานนา อาจได้รับอานิสงส์จากการทดแทนพลังงาน เพราะราคาถ่านหินมีแนวโน้มปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน

    การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นภาวะช็อกด้านอุปทานแบบคลาสสิก ราคาน้ำมันมักพุ่งแรงเป็นรูปตัววี แล้วตามด้วยการทำลายอุปสงค์ แต่แนวคิด พีคฮอร์มุซ ชี้ให้เห็นว่า การปรับตัวของระบบโลจิสติกส์น้ำมันขั้นสูง จะช่วยกระจายเส้นทางขนส่ง และจำกัดการพุ่งขึ้นของราคาในระยะยาว

    ผลกระทบต่อเนื่อง คือ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น จะผลักดันเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐยังคงเข้มงวด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น หุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยถูกกดดัน และเงินเยนอ่อนค่า จากการนำเข้าพลังงานราคาสูง

    ประเด็นที่สอง ท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ และแนวคิดดอกเบี้ยสูงต่อไปอีกนานครับ

    ลิซา คุก กรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ส่งสัญญาณเมื่อวันที่สิบหกกรกฎาคม ว่าให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเงินเฟ้อ มากกว่าตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ซึ่งหมายความว่า อัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงต่อไป และมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นอีก

    หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จะได้ประโยชน์จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่กว้างขึ้น

    แต่กลุ่มธุรกิจสินเชื่อรายย่อย และไมโครไฟแนนซ์ อย่างศรีสวัสดิ์ เมืองไทยแคปปิตอล และเงินติดล้อ จะถูกกดดัน เพราะต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น เร็วกว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินให้กู้

    กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างแสนสิริ เอพี ศุภาลัย และแลนด์แอนด์เฮาส์ อาจได้รับผลกระทบในระดับต่ำถึงปานกลาง ภายในระยะเวลามากกว่าสี่สัปดาห์ เพราะดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่สูงขึ้น จะกดดันกำลังซื้อ

    หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเติบโตสูง ในภาพกว้าง ก็จะถูกกดดันจากอัตราคิดลดที่สูงขึ้น เนื่องจากมูลค่าหุ้นระยะยาวลดลง

    คำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐ ที่สนับสนุนความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อวันที่หกกรกฎาคม เป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของตลาดในระยะยาว

    ประเด็นที่สาม ความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐ และการแทรกแซงค่าเงินเยนครับ

    เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ จนทางการญี่ปุ่นตัดสินใจเข้าแทรกแซงตลาด เมื่อวันที่สี่สิงหาคม ขณะที่นักลงทุนจับตาการดำเนินการเพิ่มเติมของธนาคารกลางญี่ปุ่น และทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ

    เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และการไหลเข้าของเงินทุนปลอดภัย ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า จะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเดลต้า เคซีอี และฮาน่า เพราะรายได้จากต่างประเทศแปลงกลับเป็นเงินบาทได้มากขึ้น

    กลุ่มอาหารและเกษตรส่งออก อย่างไทยยูเนี่ยน ซีพีเอฟ ไอทีซี และเอเอไอ ก็ได้รับประโยชน์เช่นเดียวกัน

    แต่กลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีหนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างบีกริม โกลบอลเพาเวอร์ซินเนอร์จี และกัลฟ์ จะโดนผลกระทบสองทาง คือต้นทุนก๊าซนำเข้าสูงขึ้น และภาระหนี้เพิ่มขึ้นจากเงินบาทที่อ่อนค่า

    กลุ่มยางพารา อย่างศรีตรังแอโกรอินดัสทรี เอ็นอีอาร์ และทรูบ มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากเงินบาทที่อ่อนค่า ประกอบกับราคายางโลกที่ปรับตัวขึ้น

    การแทรกแซงค่าเงินเยนของญี่ปุ่น อาจช่วยลดแรงกดดันค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ได้ชั่วคราว แต่ถ้าการแทรกแซงไม่ประสบความสำเร็จ เงินดอลลาร์จะแข็งค่าต่อเนื่อง และกดดันค่าเงินในเอเชียมากขึ้น

    ประเด็นที่สี่ การหมุนเวียนของเงินทุนในตลาดการเงินโลก จากกลุ่มไพรเวทแคปปิตอล ไปสู่ธนาคารเพื่อการลงทุนบนวอลล์สตรีทครับ

    หุ้นกลุ่มไพรเวทแคปปิตอลปรับตัวลง ขณะที่ธนาคารเพื่อการลงทุนของสหรัฐ ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากการฟื้นตัวของธุรกิจเสนอขายหุ้นใหม่ครั้งแรก และการควบรวมกิจการ เมื่อวันที่ยี่สิบสามกรกฎาคม

    สัญญาณนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่าน จากสินทรัพย์เอกชนที่สภาพคล่องต่ำ ไปสู่กิจกรรมในตลาดสาธารณะ โดยเฉพาะการเข้าจดทะเบียน และการควบรวมกิจการ

    อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นในประเด็นนี้ ยังอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง เพราะยังไม่มีข้อมูลความสัมพันธ์ทางสถิติที่ชัดเจนรองรับ และถือเป็นแนวโน้มใหม่ที่ต้องติดตาม

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ที่มีความเชื่อมั่นสูง ในช่วงศูนย์ถึงสี่สัปดาห์ ผมขอสรุปดังนี้ครับ

    หนึ่ง เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น พีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี เนื่องจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ หนุนราคาน้ำมันให้สูงขึ้น ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อราคาขายและค่าการกลั่น

    สอง เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงไทย เพราะดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จะช่วยขยายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ และยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจตลาดเงินทุน

    สาม กลยุทธ์เชิงรุกฝั่งเข้าซื้อ ในหุ้นกลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เดลต้า เคซีอี และฮาน่า เพราะค่าเงินบาทที่อ่อนค่า จะช่วยเพิ่มรายได้จากการแปลงค่าเงิน

    สี่ ลดน้ำหนักการลงทุน ในหุ้นกลุ่มสายการบินและขนส่ง เอเอวี และการบินกรุงเทพ เพราะความผันผวนของราคาน้ำมัน กดดันอัตรากำไรโดยตรง

    ห้า ลดน้ำหนักการลงทุน ในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีหนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ บีกริม โกลบอลเพาเวอร์ซินเนอร์จี และกัลฟ์ เพราะได้รับผลกระทบสองทาง จากต้นทุนก๊าซนำเข้าที่สูง และค่าเงินบาทที่อ่อนค่า

    กลยุทธ์เหล่านี้ ควรติดตามการเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันรายวัน ถ้อยแถลงของธนาคารกลางสหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุสิบปี การประชุมอัตราดอกเบี้ยของไทย ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และมาตรการแทรกแซงค่าเงินเยนของญี่ปุ่น ครับ

    สำหรับสถานการณ์ความเสี่ยง ในช่วงศูนย์ถึงสี่สัปดาห์ มีดังนี้ครับ

    สถานการณ์ฐาน มีความน่าจะเป็นห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ คือ การเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน คืบหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป ช่องแคบฮอร์มุซเปิดบางส่วน ธนาคารกลางสหรัฐยังคงดอกเบี้ย และราคาน้ำมันเคลื่อนไหวระหว่างเจ็ดสิบถึงแปดสิบดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แนะนำให้ถือหุ้นพลังงานต่อไป แต่เพิ่มความระมัดระวัง และคาดว่าหุ้นกลุ่มธนาคารและผู้ส่งออก จะทำผลงานได้ดี

    สถานการณ์เชิงบวก มีความน่าจะเป็นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ คือ การเจรจาประสบความสำเร็จเต็มรูปแบบ ช่องแคบฮอร์มุซเปิดเต็มที่ ราคาน้ำมันลดลงต่ำกว่าหกสิบห้าดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณผ่อนคลาย จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง และเกิดการหมุนเวียนเงินทุน กลับเข้าสู่หุ้นกลุ่มเติบโต กลุ่มขนส่ง และกลุ่มสินเชื่อรายย่อย

    สถานการณ์เลวร้าย มีความน่าจะเป็นยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ คือ การเจรจาล้มเหลว และความขัดแย้งลุกลาม จนราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง ธนาคารกลางสหรัฐอาจถูกบังคับให้ขึ้นดอกเบี้ย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกจะถูกเทขาย และเงินทุนจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่นทองคำและเงินสด

    ก่อนจากกันวันนี้ ขอสรุปประเด็นสำคัญครับ

    หนึ่ง ภูมิรัฐศาสตร์เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาด สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นตัวแปรสำคัญที่สุดสำหรับสินทรัพย์ทุกประเภท ความคืบหน้าจะหนุนความเสี่ยง ขณะที่การล่มสลายของการเจรจา จะทำให้ตลาดเข้าสู่โหมดลดความเสี่ยงทันที

    สอง หุ้นกลุ่มพลังงาน คือหุ้นที่มีความเชื่อมั่นสูงที่สุด เนื่องจากความสัมพันธ์เชิงบวกกับราคาน้ำมัน มีความชัดเจน โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์หลักคือ พีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี

    สาม กลุ่มธนาคารได้แรงหนุนสองทางพร้อมกัน จากส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างขึ้น และการฟื้นตัวของธุรกิจตลาดเงินทุน แนะนำเพิ่มน้ำหนัก ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์

    สี่ ผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่า สร้างผู้ชนะและผู้แพ้ชัดเจน ผู้ส่งออกอย่างเดลต้า เคซีอี ไทยยูเนี่ยน และซีพีเอฟ ได้ประโยชน์ ขณะที่โรงไฟฟ้าที่มีหนี้เป็นดอลลาร์สหรัฐ อย่างบีกริม โกลบอลเพาเวอร์ซินเนอร์จี และกัลฟ์ ได้รับผลกระทบ

    ห้า ท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ ทำให้การลดดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้เป็นไปได้ยาก ซึ่งหนุนกลุ่มธนาคาร แต่กดดันกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อรายย่อย

    หก ต้องจับตาการแทรกแซงค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นช่องทางส่งผ่านความเสี่ยงระหว่างสินทรัพย์ หากการแทรกแซงไม่สำเร็จ จะยิ่งเร่งเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่

    ขอขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้าครับ

    คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

    ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    [ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-05 ถึง 2026-08-07 | อัปเดตล่าสุดเวลา 06:10 น.]

    🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

    ตลาดหุ้นไทย (SET) ปรับตัวขึ้นกว่า 11 จุดในช่วงเช้า รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี


    ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 11 จุดในช่วงการซื้อขายภาคเช้า โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี นำโดย DELTA ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับลดลงตามราคาน้ำมันที่ร่วงลง ท่ามกลางความหวังการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

    🌐 ข่าวต่างประเทศ


    ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงหลุด 80 ดอลลาร์ จากความหวังข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซ


    ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วหลุดระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความหวังว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ความกังวลด้านเงินเฟ้อลดลงและหนุนตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ดัชนี SET ของไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นได้จำกัด โดยมีการแนะนำให้หมุนเวียนการลงทุนไปยังหุ้นกลุ่มในประเทศที่ยังล้าหลัง

    หมายเหตุ: ข้อมูลข่าวที่ดึงมาได้ในช่วงเวลา 36 ชั่วโมงที่ผ่านมามีจำนวนจำกัด หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอาจต้องขยายช่วงเวลาค้นหา

    รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

    # Economic Daily Report — August 6, 2026

    Dominant Market Narrative

    The global macro landscape is currently dominated by the precarious balancing act between escalating US-Iran tensions and fragile diplomatic progress. Oil markets have experienced extreme volatility, with Brent crude spiking 6.43% in a single session (Jul/8) to $78.93 before retreating, while the broader commodity complex (GSCI) suffered a brutal monthly drawdown of approximately 11.8%. Compounding this, Fed Governor Lisa Cook’s explicit prioritization of inflation risks over labor market weakness signals that the rate-cutting cycle remains firmly on hold, if not tilted toward further tightening. Rising global bond yields driven by war premiums and hawkish central bank posture are pressuring risk assets and triggering capital flows into safe havens. The weakening yen has prompted Japanese intervention, adding another layer of cross-asset contagion risk. However, progress in US-Iran negotiations to reopen the Strait of Hormuz (Aug/5) offers a potential off-ramp. The market is being pulled between geopolitical fear and diplomatic hope, with energy and banking sectors as the primary transmission channels.

    Market Regime & Sentiment Gauge

    Dimension Assessment
    Market Regime Geopolitical Risk Premium / Stagflationary Pressure — Elevated oil prices, persistent inflation concerns, and hawkish Fed posture create a classic stagflationary tilt with geopolitical overlay.
    Overall Sentiment Cautiously Bearish — While select markets (Singapore, SET) show pockets of resilience, the dominant tone is defensive. Rising yields + oil volatility + Fed hawkishness are compressing risk appetite. Sentiment has deteriorated from cautiously neutral over the past week.
    Sentiment Shift ⬇️ Shift from Neutral → Cautiously Bearish, driven by US-Iran escalation and hawkish Fed signals.

    Market Snapshot

    Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
    Equities US500, Nasdaq, STOXX, Nikkei No data available. No data available.
    Equities (Asia) SET Index (Thailand) +1.89% to 1,628.35 (Aug/2), rebounding on buybacks Cautiously constructive; energy and bank stocks supported
    Equities (Asia) Singapore STI +0.4% to record 5,640 (Jul/29); communication, tech, financials led Resilient; defensive rotation into banks
    Fixed Income 10Y UST, Bund, JGB Rising yields across the curve, driven by war tensions and Fed hawkishness Bearish for bonds; tightening financial conditions
    FX DXY, USD/JPY Yen weakening, prompting Japanese intervention (Aug/4) USD strength driven by rate differentials; JPY under severe pressure
    Commodities WTI Crude $70.06 – $73.69 range; monthly decline ~18-20%; daily spikes of 5.6%+ Extreme volatility; geopolitical bid vs. demand concerns
    Commodities Brent Crude $72.47 – $78.93 range; monthly decline ~22.7%; 6.43% single-day surge (Jul/8) Supply disruption risk elevated but fading
    Commodities GSCI Index 616.27 (Jun/26) to 635.05 (Jul/10); YTD +15.8%, Monthly -6.2% Commodity bull cycle intact YTD but correcting sharply
    Volatility VIX, MOVE Index No data available. No data available.

    Thematic Analysis & Forward Impact

    —

    Theme 1: US-Iran Geopolitical Flashpoint & Strait of Hormuz Risk

  • Trigger: Heightened US-Iran tensions escalated into military confrontation risks, driving oil above $100/barrel (Jul/24), followed by diplomatic progress toward reopening the Strait of Hormuz (Aug/5).
  • Historical Correlation: Crude Oil Price → Energy & Utilities (ENERG): Positive. Rising oil directly benefits upstream producers and refiners (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) via higher selling prices and improved refining margins. Crude Oil Price → Transportation & Logistics (TRANS): Negative. Airlines and logistics firms (AAV, BA, KEX) face margin compression from elevated fuel costs.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Energy & Utilities (PTTEP, PTT, TOP, SPRC): High magnitude, 0–48h horizon. Oil price spikes flow directly to earnings.

    – 📉 Airlines & Transport (AAV, BA, KEX): Medium magnitude, 1–4 weeks. Fuel cost passthrough lags but is inevitable.

    – 📈 Coal (BANPU, LANNA): Medium magnitude, 1–4 weeks. Energy substitution effect; coal prices rise alongside oil.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The Strait of Hormuz chokepoint disruption is the quintessential supply-side shock. Historically, such events produce sharp V-shaped oil spikes followed by demand destruction. However, the “Peak Hormuz” concept suggests structural adaptation — advanced petroleum logistics (the “Amazon of oil”) enable rapid rerouting, capping sustained price spirals. Second-order effects: higher energy costs feed into CPI, reinforcing Fed hawkishness, which then tightens financial conditions and pressures rate-sensitive sectors. Bond yields rise on inflation expectations + war premium, triggering a rotation out of duration-sensitive growth stocks. The yen weakens as Japan imports energy in USD, forcing intervention that ripples through FX markets.
  • Confidence: High. The correlation between oil prices and energy/transportation sectors is well-established in the correlation database, and current news confirms active transmission.
  • —

    Theme 2: Federal Reserve Hawkish Pivot — “Higher for Longer” Reinforced

  • Trigger: Fed Governor Lisa Cook (Jul/16) explicitly signaled that inflation risks are being prioritized over labor market weakness, suggesting rates may remain elevated and potentially rise further.
  • Historical Correlation: Policy Interest Rate & Bond Yield → Banking (BANK): Positive. Rising rates widen Net Interest Margin (NIM) for banks (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY). Policy Interest Rate & Bond Yield → Finance & Securities (FIN): Negative. Higher borrowing costs pressure profit margins of retail/microfinance lenders (SAWAD, MTC, TIDLOR). Supreme Court ruling upholding Fed independence (Jul/6) is structurally positive for market confidence, as central bank independence is essential for economic stability.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Banking Sector (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY): Medium magnitude, 1–4 weeks. NIM expansion is a direct, mechanical benefit.

    – 📉 Consumer Finance / Microfinance (SAWAD, MTC, TIDLOR): Medium magnitude, 1–4 weeks. Funding costs rise faster than loan yields can be repriced.

    – 📉 Property Development (SIRI, AP, SPALI, LH): Low-Medium magnitude, 4+ weeks. Higher mortgage rates suppress demand; the Real Estate Developer Confidence Index correlation shows lower rates are needed to boost transfers.

    – 📉 Growth/Tech Stocks (broad market): Medium magnitude. Higher discount rates compress valuations for long-duration equities.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The Fed’s hawkish posture, compounded by geopolitical oil spikes that feed inflation, creates a toxic mix for risk assets. Rising UST yields attract global capital, strengthening the USD and tightening financial conditions in emerging markets. This is explicitly observed in rising global bond yields pressuring stocks and driving flows into safe havens. The banking sector is the primary beneficiary in this environment, while highly leveraged sectors (real estate, consumer finance) and high-multiple growth stocks suffer. Cross-asset transmission: higher yields → stronger USD → weaker EM currencies → capital outflows from Asian markets → underperformance in rate-sensitive Thai sectors.
  • Confidence: High. The correlation database provides explicit, directional rules for banks (positive) and consumer finance (negative). The news confirms the Fed’s posture.
  • —

    Theme 3: USD Strength & Yen Intervention — FX Volatility Spillover

  • Trigger: The weakening yen (Aug/4) prompted Japanese intervention in currency markets, with investors watching for further BOJ actions and U.S. rate changes. USD strength is driven by rate differentials and geopolitical safe-haven flows.
  • Historical Correlation: Exchange Rate (USD/THB) → Electronic Components (ETRON): Positive (Weak Baht). Exporters (DELTA, KCE, HANA) benefit from higher Baht revenue recognition. Exchange Rate (USD/THB) → Food & Beverage (FOOD): Positive (Weak Baht). Overseas sales translate into more Baht for exporters (TU, CPF, ITC, AAI). Exchange Rate (USD/THB) → Energy & Utilities (ENERG): Negative (Weak Baht). Power plants with USD-denominated debt and imported gas costs face headwinds (BGRIM, GPSC, GULF).
  • Expected Impact:
  • – 📈 Electronic Components Exporters (DELTA, KCE, HANA): Medium magnitude, 1–4 weeks. Direct revenue translation benefit.

    – 📈 Food & Agribusiness Exporters (TU, CPF, ITC, AAI): Medium magnitude, 1–4 weeks.

    – 📉 Power Utilities with USD Debt (BGRIM, GPSC, GULF): Medium magnitude, 1–4 weeks. Higher imported gas costs + debt service burden.

    – 📈 Commodity-linked exports — Rubber (STA, NER, TRUBB): Low-Medium magnitude. Weak Baht amplifies global rubber price gains.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: Japanese intervention to support the yen introduces forced USD selling, which can temporarily ease EM currency pressure. However, if intervention is sterilized or fails, USD/JPY resumes its upward trajectory, dragging EM currencies with it. The correlation database confirms a clear bifurcation: exporters of goods (electronics, food) win on currency translation while importers of energy/capital goods lose. This is a classic “two-speed” FX impact. Second-order: a sustained weak Baht can trigger imported inflation via energy costs, eventually forcing the Bank of Thailand to respond, which then impacts domestic demand sectors.
  • Confidence: Medium-High. The directional rules are clear, but the magnitude depends on intervention efficacy and USD trajectory, which remain uncertain.
  • —

    Theme 4: Capital Markets Rotation — Private Capital to Wall Street Banks

  • Trigger: Global capital markets are experiencing a major rotation: large private capital stocks are falling while Wall Street investment banks hit new highs due to a resurgence in IPO and M&A activity (Jul/23).
  • Historical Correlation: No direct historical correlation rule is available in the database for this specific rotation pattern.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Investment Banks / Capital Markets Businesses: Medium magnitude, 1–4 weeks. IPO and M&A fee income recovery.

    – 📉 Private Capital / Alternative Asset Managers: Medium magnitude, 1–4 weeks. Rotation away from illiquid alternative strategies.

    – ⚖️ Overall Financials: Mixed. Traditional banks benefit from both rising NIM (Theme 2) and capital markets activity.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: This rotation signals a broader shift in market structure — from private, illiquid asset accumulation toward public market activity. Historically, IPO and M&A cycles resume when: (1) rate expectations stabilize, giving buyers and sellers a clearing price, and (2) equity markets reach valuation levels that incentivize monetization. The Fed’s “higher for longer” stance paradoxically helps here by providing rate certainty. Singapore’s record high, driven partly by financials, corroborates this theme in Asian markets.
  • Confidence: Low-Medium. The correlation database lacks a specific rule for this rotation. The analysis is derived from news alone and should be treated as an emerging theme rather than a confirmed pattern.
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    Based on the synthesis of current events and verified correlation data, the following tactical positioning is recommended for a 0–4 week horizon:

    Most Attractive Risk/Reward Opportunities:

    1. Overweight: Energy Producers & Refiners (PTTEP, PTT, TOP, SPRC)

    – Rationale: Geopolitical risk premium on crude oil directly lifts selling prices and refining margins. Even if diplomatic progress continues, oil remains elevated above pre-crisis levels. Historical correlation is unambiguous and high-confidence.

    – Monitor: Strait of Hormuz negotiations, Brent/WTI daily settlement.

    2. Overweight: Large-Cap Banks (BBL, KBANK, SCB, KTB)

    – Rationale: Rising rate environment mechanically expands NIM. Banks also benefit from capital markets rotation (Theme 4). Dual tailwind.

    – Monitor: Fed-speak, 10Y UST yield, Thai policy rate decisions.

    3. Tactical Long: Electronic Component Exporters (DELTA, KCE, HANA)

    – Rationale: Weak Baht tailwind from Yen-driven USD strength. Export revenue translation benefit is direct and immediate.

    – Monitor: USD/THB, BOJ intervention announcements.

    Underweight / Hedge:

    4. Underweight: Airlines & Transport (AAV, BA)

    – Rationale: Oil price volatility directly compresses margins. Correlation is negative and unambiguous.

    5. Underweight: Power Utilities with USD Exposure (BGRIM, GPSC, GULF)

    – Rationale: Double hit from high imported gas costs and weak Baht increasing debt service.

    Time Horizon: 0–4 weeks. Reassess on Strait of Hormuz resolution or Fed pivot signals.

    —

    Key Risk Scenarios

    Scenario Description Probability Investment Implication
    Base Case US-Iran negotiations progress incrementally; Strait of Hormuz reopens partially; Fed stays on hold. Oil trades $70–80. 55% Maintain energy overweight with tighter stops. Banks and exporters outperform. Gradual risk-on normalization.
    Bull Case Full diplomatic resolution; Strait of Hormuz fully reopens; oil drops below $65. Fed signals potential easing timeline. Bond yields decline. 20% Aggressive rotation into beaten-down growth stocks, transports, and consumer finance. Energy sector gives back gains.
    Bear Case US-Iran talks collapse; military escalation escalates; oil surges above $100 again. Fed forced to hike to contain inflation. Global risk-off. 25% Maximum energy overweight. Exit all rate-sensitive sectors. Rotate into safe havens (gold, cash). EM currencies under severe pressure.

    —

    Key Takeaways

  • Geopolitics is the dominant market driver: The Strait of Hormuz situation is the single most important variable for all asset classes. Progress favors risk-on; breakdown triggers risk-off.
  • Energy stocks are the highest-conviction long: Unambiguous positive correlation to oil prices, confirmed by the database. PTTEP, PTT, TOP, SPRC are the primary beneficiaries.
  • Banking sector offers a dual tailwind: Rising rates widen NIM; concurrent capital markets rotation boosts fee income. Overweight BBL, KBANK, SCB.
  • FX bifurcation creates clear winners and losers: Exporters (DELTA, KCE, TU, CPF) benefit from Baht weakness; power utilities with USD debt (BGRIM, GPSC, GULF) suffer.
  • Fed hawkishness anchors the rate environment: Governor Cook’s commentary makes near-term rate cuts unlikely. This supports banks and penalizes property/consumer finance.
  • Monitor Japan intervention for contagion signals: Yen weakness and BOJ response are key cross-asset transmission channels. Intervention failure would accelerate EM outflows.
  • —

  • Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.
  • NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    📊 NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    🎯 Dimension 1: Top Accumulation

    Stocks with consistent institutional buying over the period.

    PTT Net Buy 1,040.14M THB (18/20 days)
    AOT Net Buy 655.23M THB (15/20 days)
    CPALL Net Buy 653.08M THB (16/20 days)
    ADVANC Net Buy 601.48M THB (14/20 days)
    HMPRO Net Buy 394.44M THB (14/20 days)

    🚨 Dimension 2: Price-NVDR Divergence

    Conflicting signals between price action and fund flow.

    EA 🟢 HIDDEN BULLISH (Price Down, NVDR Buy) | NVDR Net: 524.15M THB
    GULF 🔴 HIDDEN BEARISH (Price Up, NVDR Sell) | NVDR Net: 448.55M THB
    KBANK 🔴 HIDDEN BEARISH (Price Up, NVDR Sell) | NVDR Net: 942.93M THB

    👑 Dimension 3: High Dominance Plays

    Stocks heavily driven by foreign volume (>25%).

    No high dominance stocks found.

    🔄 Dimension 4: Sector Rotation

    Top 3 sectors with the highest net inflows.

    ENERG 2,012.84M THB
    ICT 1,056.02M THB
    COMM 1,047.52M THB

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 6 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.54 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.77%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.46%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.45 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.34%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.04%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.60%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 34.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.39%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 154.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.04%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 130.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.92%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.45%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 149.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.35%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.78%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 105.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.15%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.07%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 9.95 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.89%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 196.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.85%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.27% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 253.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.74%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.27% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.73%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.71%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.92 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.64%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.61%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 88.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.51%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.25 – 33.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.75% – 12.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.14 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.48%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.98 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.35% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 45.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 115.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.42%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7733.25 +9.7 +0.13 % 2026-08-06
    US30 INDU:IND 54475 +126.04 +0.23 % 2026-08-06
    US100 US100:IND 29396 -91.74 -0.31 % 2026-08-06
    Vilnius VILSE:IND 1501 -4.08 -0.27 % 2026-08-06
    US1000 RIY:IND 4204.36 -9.33 -0.22 % 2026-08-06
    TUN TUSISE:IND 20156 -30.84 -0.15 % 2026-08-06
    USE All Share ALSIUG:IND 2206.82 +5.68 +0.26 % 2026-08-06
    ZSI Industrials INDZI:IND 472.24 -0.63 -0.13 % 2026-08-06

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6498 +17.55 +0.27 % 2026-08-06
    EU600 STOXX:IND 657.14 0 0 2026-08-06
    EU100 N100:IND 1958 -0.24 -0.01 % 2026-08-06
    EU350 SPE350:IND 2670.85 +0.25 +0.01 % 2026-08-06
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 318.49 +0.75 +0.24 % 2026-08-06

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4634 -24.45 -0.52 % 2026-08-06
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24663 +38.45 +0.16 % 2026-08-06
    AU50 AS52:IND 9075 +24.4 +0.27 % 2026-08-06

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 65650 -650.44 -0.98 % 2026-08-06
    GB100 UKX:IND 10888 +8.92 +0.08 % 2026-08-06
    DE40 DAX:IND 26203 +76.2 +0.29 % 2026-08-06
    FR40 CAC:IND 8696 +26.6 +0.31 % 2026-08-06
    IT40 FTSEMIB:IND 53559 +112.49 +0.21 % 2026-08-06
    ES35 IBEX:IND 20104 +46.5 +0.23 % 2026-08-06
    ASX200 AS51:IND 9229 +1.5 +0.02 % 2026-08-06
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3885 +6.36 +0.16 % 2026-08-06
    SENSEX SENSEX:IND 78793 +211.73 +0.27 % 2026-08-06
    TSX SPTSX:IND 36146 +344.83 +0.96 % 2026-08-06
    MOEX INDEXCF:IND 2302 +32.42 +1.43 % 2026-08-06
    IBOVESPA IBOV:IND 177726 -168.8 -0.09 % 2026-08-06
    IPC MEXBOL:IND 66525 -307.98 -0.46 % 2026-08-06
    NL25 AEX:IND 1110 -1.31 -0.12 % 2026-08-06
    CH20 SMI:IND 14552 +88.33 +0.61 % 2026-08-06
    SAALL JALSH:IND 115416 +1 +1.01 % 2026-08-06
    STI FSSTI:IND 5630 +49.1 +0.88 % 2026-08-06
    HK50 HSI:IND 25492 -423.82 -1.64 % 2026-08-06
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13935 -62.53 -0.45 % 2026-08-06
    BIST 100 XU100:IND 13703 +15.2 +0.11 % 2026-08-06
    Stockholm 30 S30:IND 3327 +0.65 +0.02 % 2026-08-06
    WIG WIG:IND 151086 -398.73 -0.26 % 2026-08-06
    BE20 BEL20:IND 5776 +68.81 +1.21 % 2026-08-06
    Oslo OSEAX:IND 2374 -8.39 -0.35 % 2026-08-06
    ATX ATX:IND 6704 +46.89 +0.7 % 2026-08-06
    Copenhagen KFX:IND 1567 -28.84 -1.81 % 2026-08-06
    Helsinki HEX:IND 13180 -113.12 -0.85 % 2026-08-06
    Helsinki 25 HEX25:IND 6221 -38.36 -0.61 % 2026-08-06
    ISEQ ISEQ:IND 14016 +217.23 +1.57 % 2026-08-06
    Athens General ASE:IND 2624 -4.82 -0.18 % 2026-08-06
    PSI Geral BVLX:IND 6171 -5.47 -0.09 % 2026-08-06
    PSI PSI20:IND 9176 +7.08 +0.08 % 2026-08-06
    PX PX:IND 2754 -14.67 -0.53 % 2026-08-06
    BET BET:IND 36070 -207.25 -0.57 % 2026-08-06
    BUX BUX:IND 148086 -998.5 -0.67 % 2026-08-06
    SAX SKSM:IND 324 -10.51 -3.14 % 2026-08-06
    LuxX LUXXX:IND 2016 -5.31 -0.26 % 2026-08-06
    CROBEX CRO:IND 4437 +0.52 +0.01 % 2026-08-06
    SOFIX SOFIX:IND 1311 -1.04 -0.08 % 2026-08-06
    SBITOP SBITOP:IND 3251 -19.68 -0.6 % 2026-08-06
    BELEX 15 BELEX15:IND 1233 -2.17 -0.18 % 2026-08-06
    SASX 10 SASX10:IND 1542 +8.05 +0.52 % 2026-08-06
    CSE General CYSMMAPA:IND 318 -0.96 -0.3 % 2026-08-06
    Tallinn TALSE:IND 2154 -0.3 -0.01 % 2026-08-06
    Riga RIGSE:IND 925 -2.93 -0.32 % 2026-08-06
    ICEX ICEXI:IND 2048 +10.71 +0.53 % 2026-08-06
    MBI 10 MBI:IND 9212 -23.2 -0.25 % 2026-08-06
    MSE MALTEX:IND 4147 +15.46 +0.37 % 2026-08-06
    Monex MONEX:IND 17518.02 +16.5 +0.09 % 2026-08-06
    DE Mid MDAX:IND 32396.95 -167.71 -0.52 % 2026-08-06
    DE Small SDAX:IND 18553.91 -85.52 -0.46 % 2026-08-06
    Ecuador General BVQA:IND 1769 -0.38 -0.02 % 2026-08-06
    Merval MERVAL:IND 3156332 -32 -1.02 % 2026-08-06
    IBC IBVC:IND 5155 0 0 2026-08-06
    COLCAP COLCAP:IND 2345 -29.87 -1.26 % 2026-08-06
    IGPA IGPA:IND 55204 -225.83 -0.41 % 2026-08-06
    BVPSI BVPSBVPS:IND 710 +2.4 +0.34 % 2026-08-06
    BSX BSX:IND 3949 +9.8 +0.25 % 2026-08-06
    JSE JMSMX:IND 376719 +1 +0.43 % 2026-08-06
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2914 -9.72 -0.33 % 2026-08-06
    CH50 XIN9:IND 14912.77 -63.26 -0.42 % 2026-08-06
    DSE Broad DSEX:IND 5894 +8.44 +0.14 % 2026-08-06
    JCI JCI:IND 6352 +0.68 +0.01 % 2026-08-06
    TASI SASEIDX:IND 10888 +29.41 +0.27 % 2026-08-06
    TSI TWSE:IND 44426 +1 +2.4 % 2026-08-06
    ADX General ADSMI:IND 10111 +9.7 +0.1 % 2026-08-06
    SET 50 SET50:IND 1087 +9.42 +0.87 % 2026-08-06
    FKLCI FBMKLCI:IND 1739 -9.09 -0.52 % 2026-08-06
    TA-125 TA-125:IND 4023 -27.48 -0.68 % 2026-08-06
    PSEi PCOMP:IND 6235 -51.66 -0.82 % 2026-08-06
    KSE 100 KSE100:IND 181469 +1 +0.81 % 2026-08-06
    KASE KZKAK:IND 7874 +16.29 +0.21 % 2026-08-06
    QE DSM:IND 10182 +89.24 +0.88 % 2026-08-06
    HNX VHINDEX:IND 292.76 -0.83 -0.28 % 2026-08-06
    VN VNINDEX:IND 1769 -7.08 -0.4 % 2026-08-06
    MSM 30 MSM30:IND 7349 +14.3 +0.2 % 2026-08-06
    ASPI CSEALL:IND 21266 +98.81 +0.47 % 2026-08-06
    Blom BLOM:IND 1772 +5.59 +0.32 % 2026-08-06
    ASE JOSMGNFF:IND 3969 -17.93 -0.45 % 2026-08-06
    LSX Composite LSXC:IND 1327 -1.41 -0.11 % 2026-08-06
    MSE 20 MSETOP:IND 55266 +318.04 +0.58 % 2026-08-06
    DFM General DFMGI:IND 6008 +21.78 +0.36 % 2026-08-06
    Kuwait All Share BKA:IND 8876.76 +29.67 +0.34 % 2026-08-06
    JPVIX VXJ:IND 33.07 -1.2 -3.5 % 2026-08-06
    Estirad BHSEEI:IND 1965.23 +8.99 +0.46 % 2026-08-06
    ASX All Share AS30:IND 9452 +46.4 +0.49 % 2026-08-06
    NSE All Share NGSEINDX:IND 244912 +109.41 +0.04 % 2026-08-06
    SA40 TOP40:IND 107377 +1 +1.11 % 2026-08-06
    EGX 30 CASE:IND 54660 +157.87 +0.29 % 2026-08-06
    CFG 25 MOSENEW:IND 18330 +266.52 +1.48 % 2026-08-06
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4163 -10.44 -0.25 % 2026-08-06
    Nairobi All Share NSEASI:IND 234 -3.86 -1.62 % 2026-08-06
    DSEI DARSDSEI:IND 4189 +6.28 +0.15 % 2026-08-06
    GGSECI GGSECI:IND 15222 -163.16 -1.06 % 2026-08-06
    SEMDEX SEMDEX:IND 2280 +0.03 0 2026-08-06
    NSX Overall FTN098:IND 2425 +6.77 +0.28 % 2026-08-06
    Gaborone BGSMDC:IND 11188 0 0 2026-08-06

    Commodities Index Report

    ENERGY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Crude Oil CL1:COM 74.989 -0.2309 -0.31 % Aug/06
    Brent CO1:COM 79.349 -0.1009 -0.13 % Aug/06
    Natural gas NG1:COM 2.673 -0.015 -0.56 % Aug/06
    Gasoline XB1:COM 2.8171 -0.0217 -0.76 % Aug/06
    Heating Oil HO1:COM 3.7444 -0.0518 -1.36 % Aug/06
    Coal XAL1:COM 128.8 -2.05 -1.57 % Aug/05
    EU Gas NGEU:COM 53.82 +1.4148 +2.7 % Aug/06
    UK Gas NGUK:COM 128.04 -8.74 -6.39 % Aug/05
    Ethanol DL1:COM 1.9325 0 0 Aug/05
    Naphtha MOB:COM 668.77 -14.465 -2.12 % Aug/05
    Propane PNL:COM 0.67 +0.0005 +0.08 % Aug/05
    Uranium UXA:COM 86.35 +0.05 +0.06 % Aug/05
    Methanol CMA:COM 2500 -80 -3.1 % Aug/05
    Coking Coal DJM:COM 215 +2.5 +1.18 % Aug/05
    LNG JKM LNGJKM:COM 20.92 -0.26 -1.23 % Aug/05
    German Gas NGDE:COM 53.62 -3.336 -5.86 % Aug/05
    Urals Oil URDB:COM 76.24 +0.98 +1.3 % Aug/05

    METALS

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Gold XAUUSD:CUR 4265.47 +18.07 +0.43 % Aug/06
    Silver XAGUSD:CUR 62.022 +0.0014 0 Aug/06
    Copper HG1:COM 6.6959 -0.0071 -0.11 % Aug/06
    Steel JBP:COM 3005 -2 -0.07 % Aug/06
    Lithium LC:COM 141500 +1250 +0.89 % Aug/06
    Iron Ore CNY IOE:COM 715 +9 +1.27 % Aug/06
    Platinum XPTUSD:CUR 1766.6 +19.7 +1.13 % Aug/06
    Cobalt Hydroxide COH:COM 51269.98 +1334.23 +2.67 % Aug/05
    HRC Steel HRC:COM 1194.93 +1.9291 +0.16 % Aug/06
    Scrap Aluminum SAL:COM 2416.27 +16.54 +0.69 % Aug/04
    Iron Ore SCO:COM 93.91 +0.21 +0.22 % Aug/05
    Silicon SI:COM 8370 0 0 Aug/06
    Scrap Steel SSC:COM 380 -10.5 -2.69 % Aug/04
    Titanium TTSG:COM 44.5 0 0 Aug/06

    AGRICULTURAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Soybeans S 1:COM 1152.94 +1.4375 +0.12 % Aug/06
    Wheat W 1:COM 645.08 +2.8266 +0.44 % Aug/06
    Lumber LB1:COM 579.5 -7 -1.19 % Aug/05
    Palm Oil PLO:COM 4702 +6 +0.13 % Aug/05
    Cheese CHE:COM 1.6321 -0.0029 -0.18 % Aug/06
    Milk DA:COM 16.64 +0.04 +0.24 % Aug/06
    Rubber JN1:COM 216.9 +5.9 +2.8 % Aug/05
    Orange Juice JO1:COM 157.7 -2 -1.25 % Aug/05
    Coffee KC1:COM 311.45 +2.65 +0.86 % Aug/05
    Cotton CT1:COM 83.25 +0.2295 +0.28 % Aug/06
    Rice RR1:COM 14.055 +0.09 +0.64 % Aug/06
    Canola RS1:COM 763.6 -2.3956 -0.31 % Aug/06
    Oat O 1:COM 315.5118 -0.9882 -0.31 % Aug/06
    Wool OL1:COM 1873 0 0 Aug/06
    Sugar SB1:COM 15.15 +0.11 +0.73 % Aug/05
    Cocoa CC1:COM 5882 -42 -0.71 % Aug/05
    Tea TEA:COM 212.14 -9.67 -4.36 % Jul/25
    Sunflower Oil SUNF:COM 1666.7 -3.1 -0.19 % Aug/05
    Rapeseed RSO:COM 523.5 +4.75 +0.92 % Aug/05
    Barley BL1:COM 2281 +45 +2.01 % Aug/05
    Butter FABT:COM 4020 -20 -0.5 % Aug/05
    Corn C 1:COM 438.2772 +1.5272 +0.35 % Aug/06

    INDUSTRIAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Bitumen BIT:COM 3909 +49 +1.27 % Aug/06
    Cobalt LCO1:COM 56290 0 0 Aug/05
    Lead LL1:COM 1889.85 -1.53 -0.08 % Aug/06
    Aluminum LMAHDS03:COM 3249.65 +28.6499 +0.89 % Aug/05
    Tin LMSNDS03:COM 55989 +543 +0.98 % Aug/04
    Zinc LMZSDS03:COM 3734.35 +5.2499 +0.14 % Aug/06
    Nickel LN1:COM 16702 -438.25 -2.56 % Aug/06
    Molybdenum MOLYBDEN:COM 617.5 0 0 Aug/06
    Palladium XPDUSD:CUR 1377 +7 +0.51 % Aug/06
    Rhodium XRH:COM 8525 0 0 Aug/06
    Phosphorus PHO:COM 1026 0 0 Aug/06
    Polyethylene POL:COM 7497 -136 -1.78 % Aug/06
    Polyvinyl PVC:COM 4460 +13 +0.29 % Aug/06
    Polypropylene PYL:COM 7896 -243 -2.99 % Aug/06
    Synthetic Rubber SBR:COM 13400 -16.67 -0.12 % Aug/05
    Soda Ash SODASH:COM 1030 0 0 Aug/05
    Neodymium SREMNDM:COM 975000 0 0 Aug/06
    Styrene STR:COM 8700 +80 +0.93 % Aug/05
    Sulfur SULF:COM 9169 0 0 Aug/05
    Tellurium TEC:COM 812.5 0 0 Aug/06
    Urea UFB:COM 390 -12.5 -3.11 % Aug/05
    Di-ammonium UFI:COM 795 -3 -0.38 % Aug/05
    Magnesium MACN:COM 16900 0 0 Aug/06
    Gallium GAC:COM 1825 0 0 Aug/06
    Germanium GECNYBGQ:COM 24000 +250 +1.05 % Aug/06
    Manganese IMR:COM 28.75 0 0 Aug/06
    Indium IUC:COM 5500 0 0 Aug/06
    Kraft Pulp KSP:COM 4666 +22 +0.47 % Aug/05

    LIVESTOCK

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Feeder Cattle FC1:COM 353.325 +2.125 +0.61 % Aug/05
    Live Cattle LC1:COM 234.175 +2.225 +0.96 % Aug/05
    Lean Hogs LH1:COM 96.6 -1.25 -1.28 % Aug/05
    Beef BEEF:COM 348.55 -1.65 -0.47 % Aug/05
    Poultry POUL:COM 7.15 +0.25 +3.62 % Aug/05
    Eggs US WEGGS:COM 1.01 -0.0374 -3.58 % Aug/05
    Eggs CH DCE:COM 4062 +51 +1.27 % Aug/05
    Salmon NOSMFZ:COM 72.79 +0.71 +0.99 % Jul/31

    INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CRB Index CRYTR:IND 479.85 +1.4046 +0.29 % Aug/05
    GSCI SPGSCITR:IND 652.13 -2.9489 -0.45 % Aug/06
    SSE Commodity Index SSECC:COM 7206.36 -91.6537 -1.26 % Aug/06
    Containerized Freight Index SPSCFI:COM 3205.97 0 0 Aug/06
    EU Carbon Permits EECXM:IND 81.09 -0.25 -0.31 % Aug/05
    Wind Energy Index GWETR:IND 23.45 -0.47 -1.96 % Aug/05
    Nuclear Energy Index MVNLRTR:IND 43.1 +0.14 +0.33 % Aug/06
    Solar Energy Index SOLARNTR:IND 51 +0.2 +0.39 % Aug/06

    ELECTRICITY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    United Kingdom GBRELEPRI:COM 110.33 -5.67 -4.89 % Aug/05
    Germany DEUELEPRI:COM 118.94 -4.44 -3.6 % Aug/05
    France FRAELEPRI:COM 60.38 -2.21 -3.53 % Aug/05
    Italy ITAELEPRI:COM 198.35 -9.4956 -4.57 % Aug/06
    Spain ESPELEPRI:COM 109.51 -9.4 -7.91 % Aug/06

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15493 -0.0004 -0.04 % +0.1882 % +1.1996 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34649 -0.0004 -0.03 % -0.0074 % +0.7882 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70484 -0.001 -0.14 % +0.296 % +1.732 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58807 -0.0008 -0.13 % -0.0051 % +3.5699 %
    USDJPY USDJPY:CUR 157.746 -0.0045 0 -1.1186 % -2.6863 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.749 +0.0008 +0.01 % +0.0108 % -0.8019 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.8073 +0.0002 +0.02 % +0.282 % -0.0978 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.4011 -0.0001 0 -0.0128 % -1.3365 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.243 +0.0068 +0.04 % -0.576 % -1.5554 %
    USDINR USDINR:CUR 95.18 +0.0998 +0.1 % -0.3445 % -0.1284 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1395 +0.0006 +0.01 % +1.237 % -0.6303 %
    USDRUB USDRUB:CUR 81.01 +0.035 +0.04 % +1.2498 % +5.9508 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1419.25 -2.22 -0.16 % -0.3147 % -6.2873 %
    DXY DXY:CUR 99.698 -0.0013 0 -0.1665 % -1.3119 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.5939 +0.0262 +0.06 % +0.3407 % +1.626 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.48003 -0.006 -0.06 % -0.5312 % -2.2247 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.7234 -0.0016 -0.04 % -0.3279 % -1.2128 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.5295 +0.0036 +0.04 % -0.022 % -2.799 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.3307 +0.0177 +0.11 % -0.957 % +0.2689 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.4714 +0.0008 +0.01 % -0.2013 % -1.2038 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28119 0 0 -0.0491 % -0.8896 %
    USDILS USDILS:CUR 3.0092 +0.0055 +0.18 % -1.7574 % -1.0896 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84348 -0.0006 -0.01 % +0.0054 % +0.0221 %
    USDCLP USDCLP:CUR 913.88 -0.14 -0.02 % -1.2726 % -1.4313 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.255 -0.545 -0.2 % -0.1836 % -0.3397 %
    USDCZK USDCZK:CUR 20.9466 +0.0123 +0.06 % -0.2372 % -1.3718 %
    USDHUF USDHUF:CUR 313.445 +0.2615 +0.08 % -0.3294 % +0.5968 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15493 -0.0004 -0.04 % +0.1882 % +1.1996 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34649 -0.0004 -0.03 % -0.0074 % +0.7882 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.8073 +0.0002 +0.02 % +0.282 % -0.0978 %
    USDRUB USDRUB:CUR 81.01 +0.035 +0.04 % +1.2498 % +5.9508 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.5939 +0.0262 +0.06 % +0.3407 % +1.626 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.48003 -0.006 -0.06 % -0.5312 % -2.2247 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.7234 -0.0016 -0.04 % -0.3279 % -1.2128 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.5295 +0.0036 +0.04 % -0.022 % -2.799 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.4714 +0.0008 +0.01 % -0.2013 % -1.2038 %
    USDCZK USDCZK:CUR 20.9466 +0.0123 +0.06 % -0.2372 % -1.3718 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5413 +0.0003 +0.01 % -0.1912 % -0.9769 %
    USDHUF USDHUF:CUR 313.445 +0.2615 +0.08 % -0.3294 % +0.5968 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.6827 -0.0673 -0.15 % -0.1504 % +0.2979 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.9532 +0.009 +0.31 % +1.1301 % +2.881 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.608 +0.0252 +0.02 % -0.2286 % -1.199 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6941 +0.0015 +0.09 % -0.1532 % -1.2244 %
    USDISK USDISK:CUR 122.775 +0.035 +0.03 % -0.7478 % -2.4124 %
    USDALL USDALL:CUR 80.715 -0.21 -0.26 % -1.8305 % -1.8782 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.27 -0.365 -0.68 % -1.4522 % -1.1321 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.375 +0.055 +0.32 % -0.5438 % -0.5438 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.4011 -0.0001 0 -0.0128 % -1.3365 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.243 +0.0068 +0.04 % -0.576 % -1.5554 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1395 +0.0006 +0.01 % +1.237 % -0.6303 %
    DXY DXY:CUR 99.698 -0.0013 0 -0.1665 % -1.3119 %
    USDARS USDARS:CUR 1496.24 -0.0054 0 +0.4834 % +0.2884 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3182.69 -0.29 -0.01 % +1.7549 % -4.6833 %
    USDCLP USDCLP:CUR 913.88 -0.14 -0.02 % -1.2726 % -1.4313 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.3802 -0.0071 -0.21 % -0.2655 % -0.5414 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.233 -0.037 -0.06 % +0.16 % -1.1156 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.63 0 0 0 0
    USDURY USDURY:CUR 40.1495 -0.1255 -0.31 % -0.2249 % -0.2868 %
    USDCRC USDCRC:CUR 454.92 0 0 +0.1563 % -0.0044 %
    USDPAB USDPAB:CUR 1.0019 +0.0019 +0.19 % +0.19 % +0.19 %
    USDBOB USDBOB:CUR 12.1271 +0.0321 +0.27 % +2.1229 % +22.1874 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5954.81 +6.4399 +0.11 % -0.1285 % -2.0284 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.7369 -0.0176 -0.2 % -0.201 % -0.2045 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.7725 +0.002 +0.03 % -0.2592 % -0.29 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8031 0 0 +0.031 % +0.1334 %
    USDJMD USDJMD:CUR 158.672 +0.162 +0.1 % +0.2287 % +0.1654 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.7477 -0.0523 -0.14 % -0.1421 % -0.1421 %
    USDHTG USDHTG:CUR 130.551 -0.199 -0.15 % -0.1522 % -0.2476 %
    USDBSD USDBSD:CUR 0.9985 -0.0015 -0.15 % -0.15 % -0.15 %
    USDSRD USDSRD:CUR 37.778 +0.0023 +0.01 % +0.1278 % +0.6372 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209.4 +0.1 +0.05 % +0.3354 % +0.0478 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 754.2112 -0.744 -0.1 % +1.1419 % +10.0901 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 157.746 -0.0045 0 -1.1186 % -2.6863 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.749 +0.0008 +0.01 % +0.0108 % -0.8019 %
    USDINR USDINR:CUR 95.18 +0.0998 +0.1 % -0.3445 % -0.1284 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1419.25 -2.22 -0.16 % -0.3147 % -6.2873 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17915 +30 +0.17 % -0.7314 % -0.1616 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.7557 -0.0001 0 +0.02 % +0.0306 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.287 +0.0101 +0.03 % -0.3589 % +0.4871 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1374305 -467 -0.03 % -0.0727 % -0.0676 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6725 -0.0004 -0.01 % -0.0136 % -0.0109 %
    USDTHB USDTHB:CUR 33.026 -0.104 -0.31 % -1.1494 % -0.9418 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.0886 -0.0045 -0.11 % -0.0269 % +0.4545 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28119 0 0 -0.0491 % -0.8896 %
    USDILS USDILS:CUR 3.0092 +0.0055 +0.18 % -1.7574 % -1.0896 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84348 -0.0006 -0.01 % +0.0054 % +0.0221 %
    USDPHP USDPHP:CUR 60.748 +0.05 +0.08 % -0.9813 % -1.1633 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.255 -0.545 -0.2 % -0.1836 % -0.3397 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1308.07 -1.9801 -0.15 % -0.1511 % -0.1489 %
    USDKZT USDKZT:CUR 468.145 -2.485 -0.53 % -1.3684 % -0.4402 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.6506 +0.0048 +0.13 % +0.1756 % +0.1839 %
    USDVND USDVND:CUR 26227 -24 -0.09 % -0.2074 % -0.2472 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.785 0 0 +0.2714 % +0.4341 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.385 +0.0003 +0.07 % +0.0728 % +0.0754 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 0 0 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 335.225 -0.165 -0.05 % -0.2128 % +0.1359 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122.02 0 0 -0.0246 % +0.0328 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11870.1 -16.6497 -0.14 % -1.1354 % -1.2582 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.083 +0.0008 +0.01 % +0.0223 % +0.0371 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.5 0 0 0 0
    USDLBP USDLBP:CUR 89416.88 -133.12 -0.15 % -0.1487 % -0.1487 %
    USDYER USDYER:CUR 236.875 -1.455 -0.61 % -0.6563 % -0.6668 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.3771 0 +0.01 % +0.008 % +0.0265 %
    USDAFN USDAFN:CUR 66 +0.22 +0.33 % +0.5331 % -0.3774 %
    USDNPR USDNPR:CUR 151.882 -0.313 -0.21 % -0.7923 % -0.048 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2813 +0.0006 +0.05 % +0.0234 % -0.8819 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4046.85 -6.15 -0.15 % +0.0952 % +0.6679 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.615 0 0 -0.1908 % -0.6459 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3597 0 0 0 +0.3347 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22572.1 -23.41 -0.1 % -0.3286 % +0.1979 %
    USDAMD USDAMD:CUR 339.28 -26.86 -7.34 % -7.4598 % -7.6664 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.2163 -0.0287 -0.31 % -0.2565 % -0.3104 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 0 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.3092 0 +0.01 % -0.1227 % -0.1776 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70484 -0.001 -0.14 % +0.296 % +1.732 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58807 -0.0008 -0.13 % -0.0051 % +3.5699 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.4769 +0.0681 +1.54 % +1.4365 % +1.8403 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.195 -0.235 -0.23 % -0.4534 % -1.4516 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.2124 +0.0019 +0.09 % -0.1399 % -1.3291 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1361.88 -0.61 -0.04 % -0.0624 % -0.6877 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.3307 +0.0177 +0.11 % -0.957 % +0.2689 %
    USDZMW USDZMW:CUR 19.06 -0.019 -0.1 % +1.9906 % +3.4576 %
    USDEGP USDEGP:CUR 49.84 +0.04 +0.08 % -2.4085 % +2.1102 %
    USDDZD USDDZD:CUR 132.952 +0.137 +0.1 % +0.1756 % -0.0646 %
    USDAOA USDAOA:CUR 919.284 0 0 -0.0049 % -0.0452 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3139 -0.0274 -0.29 % -0.4372 % -0.5244 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.5 +0.3293 +0.05 % +0.0549 % +0.0465 %
    USDKES USDKES:CUR 129.35 0 0 -0.0386 % +0.1161 %
    USDETB USDETB:CUR 161.1613 +0.6943 +0.43 % +0.4887 % +1.5617 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2645.5 -4.5 -0.17 % -0.0755 % +0.781 %
    USDTND USDTND:CUR 2.9299 +0.0141 +0.48 % -0.218 % -0.7453 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.3554 -0.0074 -0.12 % -0.6658 % -0.943 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.7074 -0.0185 -0.16 % +0.1626 % +2.8011 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 +0.0655 % -0.6292 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3724.21 -3.55 -0.1 % -0.5788 % +1.763 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.93 +0.02 +0.03 % +0.5663 % +0.5189 %
    USDBWP USDBWP:CUR 14.165 +0.0099 +0.07 % -0.9219 % +4.9407 %
    USDXAF USDXAF:CUR 567.577 -9.043 -1.57 % -1.6774 % -1.1448 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.3306 +0.0217 +0.13 % -1.0159 % +0.2228 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5001.964 +69.8252 +1.42 % +0.3037 % +6.7857 %
    USDMUR USDMUR:CUR 46.94 -0.04 -0.09 % -0.5719 % -0.2974 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4250.2 -67.8801 -1.57 % -1.845 % +0.2406 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1466.8 -2.042 -0.14 % -0.1057 % +0.0654 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8784 0 0 +0.0627 % +0.1539 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.17 0 0 -0.0498 % +0.1246 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24027.7 -121.1719 -0.5 % +0.0201 % -0.2862 %
    USDXOF USDXOF:CUR 567.582 -0.918 -0.16 % -1.0319 % -1.1181 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.67 0 0 0 0
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.3674 +0.0467 +0.29 % -0.8487 % +0.5134 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2988.79 -2.71 -0.09 % +0.0278 % +0.1461 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.3308 +0.0315 +0.19 % -0.9366 % +0.2874 %
    USDLRD USDLRD:CUR 180.757 -0.473 -0.26 % -0.2197 % -0.1341 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.6977 +0.0201 +0.02 % -0.4103 % -1.2402 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 14.7192 -0.0153 -0.1 % +0.6682 % +7.1407 %
    USDSOS USDSOS:CUR 570.64 -0.86 -0.15 % -0.1505 % -0.1505 %
    USDGMD USDGMD:CUR 74.45 0 0 0 +0.2356 %
    USDKMF USDKMF:CUR 427 -0.04 -0.01 % -0.4035 % -0.9373 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4304 +0.0148 +0.07 % -0.1863 % -1.1909 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.631 -0.0178 -0.07 % -0.2375 % -0.9731 %

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก

    ประจำวันพฤหัสบดีที่ หก สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที ครับ

    วันนี้ เราจะนำเสนอรายงานเศรษฐกิจประจำวัน วันที่ห้าสิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า พร้อมบทวิเคราะห์เชิงลึก ที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุนของท่านผู้ชมครับ

    เริ่มต้นกันที่ภาพรวมตลาดการเงิน ในช่วงที่ผ่านมา

    ตลาดกำลังเผชิญกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น ระหว่างแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน อันเนื่องมาจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอลง ซึ่งสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด

    การยกระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือ ได้ผลักดันราคาน้ำมันดิบให้สูงขึ้น สร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไรของธุรกิจขนส่ง ขณะเดียวกัน ก็เป็นผลดีต่อผู้ผลิตพลังงานต้นน้ำ

    พร้อมกันนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปี ปรับตัวลดลง มาอยู่ที่ร้อยละสี่จุดห้าสอง ตามข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัว และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย

    ซึ่งเป็นการปูทางสู่การเปิดเผยข้อมูลการจ้างงาน เดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้น และจะเป็นตัวชี้ขาด กำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป

    ผลกระทบสุทธิ ทำให้ตลาดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน กลุ่มพลังงานและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ได้ประโยชน์จากแรงกดดันด้านราคาฝั่งอุปทาน ขณะที่กลุ่มอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ต้องรอลุ้น ว่าเฟดจะปรับทิศทางนโยบายแบบผ่อนคลายหรือไม่

    นอกจากนี้ จีนยังเพิ่มปัจจัยกระตุ้น ผ่านการเสนอขายหุ้นใหม่ครั้งแรก ในตลาดสตาร์มาร์เก็ต ที่ได้รับการหนุนหลังจากรัฐ ได้แก่ ยูนีทรี โรโบติกส์ และซีเอ็กซ์เอ็มที ตอกย้ำธีมปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์ แม้ในภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค จะมีความระมัดระวังก็ตาม

    สำหรับระบอบตลาดในปัจจุบัน อยู่ในภาวะการชดเชยความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ ผสานกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอตัว

    ความรู้สึกของนักลงทุน อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากภาวะหมีอย่างระมัดระวัง สู่ภาวะเป็นกลาง

    ดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยดัชนีดาวโจนส์ ลดลงในช่วงร้อยละศูนย์จุดศูนย์แปด ถึงร้อยละศูนย์จุดสามสาม ขณะที่ดัชนีหุ้นยุโรป อียูสามห้าสิบ ลดลงร้อยละหนึ่งจุดหกสิบเอ็ด

    แต่มุมมองเชิงลบ ถูกจำกัดด้วยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง และความคาดหวังที่เฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย

    การเปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน มีความชัดเจน กล่าวคือ ความกลัวต่อการเข้มงวดนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง กำลังเปลี่ยนไปสู่ความหวังอย่างระมัดระวัง ว่าการผ่อนคลายดอกเบี้ยกำลังใกล้เข้ามา

    อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงทำให้การฟื้นตัวของตลาดเปราะบาง ดัชนีความผันผวนโดยรวม อยู่ในระดับสูง แต่ยังไม่ถึงขั้นตื่นตระหนก

    มาดูภาพรวมสินทรัพย์แต่ละประเภทกันครับ

    กลุ่มหุ้น ดัชนีดาวโจนส์ อยู่ที่ระดับ ห้าหมื่นสองพันสี่ร้อยห้าสิบสี่ ถึงห้าหมื่นสองพันแปดร้อยเจ็ดสิบหก ดัชนีหุ้นยุโรป อียูสามห้าสิบ อยู่ที่สองพันห้าร้อยแปดสิบหกจุดแปดสี่ ดัชนีหุ้นออสเตรเลีย แอสเอ็กซ์ ออลแชร์ อยู่ที่แปดพันเก้าร้อยสามสิบเอ็ด ถึงเก้าพันสามสิบเจ็ด และดัชนีหุ้นแอฟริกาใต้ เอสเอสี่สิบ อยู่ที่หนึ่งแสนหนึ่งพันสามร้อยสิบเจ็ด

    การเคลื่อนไหวผสมผสาน ดาวโจนส์ทรงตัวถึงติดลบเล็กน้อย อียูสามห้าสิบ ลดลงร้อยละหนึ่งจุดหกสิบเอ็ด เอสเอสี่สิบ เพิ่มขึ้นร้อยละหนึ่งจุดสิบสาม และเอสดีเอเอกซ์ เพิ่มขึ้นร้อยละศูนย์จุดแปดห้า สะท้อนถึงความระมัดระวัง และการปรับพอร์ตไปสู่กลุ่มรับมือความเสี่ยง

    กลุ่มตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปี อยู่ที่ร้อยละสี่จุดห้าสอง ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในรอบเกือบสองเดือน จากการเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่สภาพคล่องของเฟด ยังอยู่ในระดับที่เพียงพอ สะท้อนการปรับมุมมองเชิงผ่อนคลาย และความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยที่เพิ่มมากขึ้น

    กลุ่มอัตราแลกเปลี่ยนและสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น จากการหยุดชะงักทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ถ่านหินและยางพารา ได้รับแรงหนุน ส่วนทิศทางของดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ยังขึ้นอยู่กับความคาดหวังด้านอัตราดอกเบี้ย

    ด้านความผันผวน ดัชนีวีไอเอ็กซ์ และดัชนีมูฟ ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลล่าสุด แต่สัญญาณความผันผวนโดยรวม อยู่ในระดับสูง และยังถูกควบคุม ไม่มีสัญญาณตื่นตระหนก

    ต่อไป เป็นประเด็นวิเคราะห์เชิงธีมหลัก ที่มีผลต่อการลงทุนครับ

    หัวข้อที่หนึ่ง ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กับการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน

    การยกระดับความขัดแย้งทางทหาร ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือสำคัญ ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม ได้ผลักดันราคาน้ำมันดิบและกลุ่มพลังงานให้สูงขึ้น พร้อมกับสร้างส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ให้กับตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

    จากความสัมพันธ์ในอดีต ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ทั้งเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต และเบรนท์ มีความสัมพันธ์เชิงบวกโดยตรง กับผู้ผลิตพลังงานต้นน้ำ อย่าง พีทีทีอีพี พีทีที ท็อป และเอสพีอาร์ซี ซึ่งได้ประโยชน์จากราคาขายที่สูงขึ้น

    ในทางกลับกัน ผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ อย่าง เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ จะได้รับผลกระทบจากอัตรากำไรที่หดตัวลง เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

    ขณะที่การขยายอัตรากำไรจากการกลั่น เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มผู้กลั่นครบวงจร อย่าง ท็อป และเอสพีอาร์ซี

    ผลกระทบที่คาดหวัง กลุ่มพลังงาน มีแนวโน้มเชิงบวก ความรุนแรงสูง ในช่วงศูนย์ถึงสี่สัปดาห์ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่สูงขึ้น จะส่งผ่านสู่รายได้โดยตรง

    กลุ่มขนส่ง มีแนวโน้มเชิงลบ ความรุนแรงปานกลาง ในช่วงศูนย์ถึงสี่สัปดาห์ ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น จะกัดกร่อนอัตรากำไรจากการดำเนินงาน โดยเฉพาะกลุ่มสายการบิน ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

    ผลกระทบลำดับรอง คือด้านความคาดหวังเงินเฟ้อ ราคาพลังงานที่สูงขึ้น จะส่งผลต่อดัชนีราคาผู้บริโภคโดยรวม ทำให้เส้นทางของเฟดซับซ้อนยิ่งขึ้น และกดดันกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย

    ในเชิงเหตุและผล วงเงินสินเชื่อหกหมื่นแปดพันล้านบาท ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ปล่อยให้แก่กลุ่มพีทีที สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและความมั่นคง เป็นการตอบสนองโดยตรง ต่อแรงสั่นสะเทือนทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้ สะท้อนว่าภาคเอกชนไทย กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของพลังงาน ที่จะยืดเยื้อต่อไป

    นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ยังหนุนให้ถ่านหิน อย่างบ้านปู และลานนา เป็นเชื้อเพลิงทดแทน ซึ่งสร้างแรงหนุนรอง ให้กับผู้ผลิตถ่านหินอีกทางหนึ่ง

    ในด้านสินทรัพย์ข้ามประเภท ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและการขนส่งทั่วโลก ขณะที่กระแสเงินทุนเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาล ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนลดลง ซึ่งเป็นลักษณะของภาวะเงินเฟ้อหนืด หรือสแต็กเฟลชัน

    ความเชื่อมั่นในมุมมองนี้ อยู่ในระดับสูง เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมันดิบและหุ้นกลุ่มพลังงาน มีความชัดเจนในฐานข้อมูลความสัมพันธ์ และธุรกรรมสินเชื่อของธนาคารไทยพาณิชย์และพีทีที ก็เป็นเครื่องยืนยันกลไกการส่งผ่านผลกระทบ ในโลกความเป็นจริง

    หัวข้อที่สอง จุดเปลี่ยนนโยบายของเฟด ระหว่างข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ กับเงินเฟ้อจากภูมิรัฐศาสตร์

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปี ปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละสี่จุดห้าสอง จากระดับสูงสุดในรอบเกือบสองเดือน ตามข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัว และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยจากเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

    ขณะที่การเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ในช่วงวันที่สี่ถึงแปดสิงหาคม จะเป็นตัวแปรชี้ขาด ทิศทางอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป

    ในเชิงความสัมพันธ์ อัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร มีผลกระทบสองทาง

    อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร อย่าง บีบีแอล เคแบงก์ ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ทีทีบี และแบงก์อาย ผ่านอัตรากำไรส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างขึ้น

    แต่ในทางกลับกัน จะกดดันกลุ่มผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่าง ซาวาด เมืองไทยแคปปิตอล และทิดลอร์ ผ่านต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น และปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้

    เมื่ออัตราผลตอบแทนลดลง กลไกดังกล่าวจะย้อนกลับ ไปในทิศทางตรงกันข้าม

    ผลกระทบที่คาดหวัง กลุ่มธนาคาร มีแนวโน้มผสมผสาน ความรุนแรงปานกลาง ในช่วงศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง หลังข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ

    หากการจ้างงานอ่อนแอ อัตราผลตอบแทนจะลดลงอีก กดดันอัตรากำไรส่วนต่างของธนาคาร เป็นผลลบต่อ บีบีแอล เคแบงก์ และไทยพาณิชย์ แต่หากการจ้างงานแข็งแกร่ง เฟดจะคงดอกเบี้ยในท่าทีแข็งกร้าว ซึ่งจะหนุนอัตรากำไรส่วนต่าง เป็นผลบวกต่อกลุ่มธนาคาร

    กลุ่มไฟแนนซ์ อย่างซาวาด เมืองไทยแคปปิตอล และทิดลอร์ มีแนวโน้มเชิงบวก หากอัตราผลตอบแทนลดลง เนื่องจากต้นทุนเงินทุนที่ลดลง และความสามารถในการกู้ยืมของลูกหนี้ที่ดีขึ้น

    สำหรับกลุ่มหุ้นโดยรวม หากข้อมูลการจ้างงานอ่อนแอ ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยจะเร่งตัวขึ้น เป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มเติบโตและเทคโนโลยี แต่หากข้อมูลแข็งแกร่ง จะเกิดการปรับมุมมองเชิงแข็งกร้าว ซึ่งเป็นผลลบต่อตลาด

    หัวข้อนี้สะท้อนแนวคิดที่ว่า ข่าวร้ายคือข่าวดี

    สภาพคล่องที่เพียงพอของเฟด และการสิ้นสุดไตรมาสที่เงียบสงบ สะท้อนว่าไม่มีความตึงเครียดเชิงระบบ ทำให้เฟดมีพื้นที่เพียงพอ ในการโฟกัสกับข้อมูลการจ้างงาน

    สายโซ่การส่งผ่านผลกระทบ คือ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่อ่อนแอ จะนำไปสู่อัตราผลตอบแทนที่ลดลง ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า และเป็นแรงหนุนต่อสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ รวมถึงเงินบาท และผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์

    ในทางกลับกัน หากข้อมูลแข็งแกร่ง จะยืดวงจรการเข้มงวดทางการเงิน ดอลลาร์แข็งค่า และกดดันสินทรัพย์ที่อ้างอิงกับเงินบาท

    กลุ่มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเดลต้า เคซีอี และฮาน่า รวมถึงผู้ส่งออกอาหาร อย่างไทยยูเนี่ยน ซีพีเอฟ ไอทีซี และเอเอไอ จะมีความอ่อนไหว ต่อการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว

    ความเชื่อมั่นในมุมมองนี้ อยู่ในระดับปานกลาง เนื่องจากกฎความสัมพันธ์ค่อนข้างชัดเจน แต่ทิศทางผลลัพธ์เป็นแบบสองทาง ต้องรอข้อมูลการจ้างงานในวันศุกร์นี้ เป็นตัวตัดสิน

    หัวข้อที่สาม การฟื้นฟูภาคเทคโนโลยีของจีน ภายใต้การหนุนหลังจากรัฐ มุ่งสู่ตลาดสตาร์มาร์เก็ต

    การอนุมัติเสนอขายหุ้นครั้งแรกของยูนีทรี โรโบติกส์ ในตลาดสตาร์มาร์เก็ต มูลค่าหกร้อยสิบแปดล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวันที่สามกรกฎาคม และการเปิดตัวอันร้อนแรงของซีเอ็กซ์เอ็มที ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายสูงเป็นประวัติการณ์ แซงหน้ามูลค่าตามราคาตลาดของธนาคารไอซีบีซี เมื่อวันที่สามสิบกรกฎาคม สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลปักกิ่ง ในการสร้างแชมป์ปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ

    ด้านผลกระทบที่คาดหวัง ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก มีแนวโน้มเชิงบวก ความรุนแรงปานกลาง ในช่วงหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ โดยผลประกอบการของทีเอสเอ็มซี และความต้องการชิปของจีน จะสร้างแรงส่งเชิงบวก ให้กับผู้ส่งออกเทคโนโลยีในเอเชีย

    กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย อย่างเดลต้า เคซีอี และฮาน่า มีแนวโน้มผสมผสาน ธีมเทคโนโลยีเป็นปัจจัยหนุน แต่ทิศทางค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งขับเคลื่อนโดยเฟด เป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากกว่า ในระยะใกล้

    ความเชื่อมั่นในมุมมองนี้ อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง เนื่องจากฐานข้อมูลความสัมพันธ์ ยังขาดการเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างตลาดสตาร์มาร์เก็ต และหุ้นไทย

    หัวข้อที่สี่ การฟื้นตัวของอาคารสำนักงานในโตเกียว และการฟื้นตัวของอสังหาริมทรัพย์ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

    อัตราว่างของอาคารสำนักงาน ในเขตกลางห้าเขตของโตเกียว ปรับตัวลดลงต่ำกว่าร้อยละสอง มาอยู่ที่ร้อยละหนึ่งจุดเก้าเก้า ในเดือนมิถุนายน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน สองพันยี่สิบ

    ขณะที่ค่าเช่าเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกัน เป็นเดือนที่ยี่สิบเก้า สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ของตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียม หลังยุคโควิด

    ผลกระทบที่คาดหวัง กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างแสนสิริ เอพี ศุภาลัย และแอลเอช มีแนวโน้มเชิงบวก ความรุนแรงปานกลาง ในช่วงหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ โดยการฟื้นตัวของโตเกียว เป็นตัวชี้วัดนำสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัย ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

    กลุ่มวัสดุก่อสร้าง อย่างเอสซีจี เอสซีซีซี ทาสโก้ และทีเอ็มที รวมถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง อย่างซีเค เอสทีอีซี และไอทีดี มีแนวโน้มผสมผสาน เนื่องจากต้องพึ่งพาการใช้งบประมาณภาครัฐ และการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ ซึ่งไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรง กับข้อมูลของโตเกียว

    ความเชื่อมั่นในมุมมองนี้ อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากตัวกระตุ้นคือข้อมูลจากโตเกียว ซึ่งอยู่คนละภูมิภาค กับหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไทย

    ต่อไป เป็นข้อเสนอแนะการลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูงครับ

    ประการแรก เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในกลุ่มพลังงานต้นน้ำและกลุ่มกลั่นครบวงจร ได้แก่ พีทีทีอีพี พีทีที ท็อป และเอสพีอาร์ซี

    ส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เป็นตัวเร่งที่ชัดเจนที่สุด และทันทีทันใดที่สุด โดยมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ที่ไม่คลุมเครือ

    ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ส่งผลดีต่อรายได้และอัตรากำไรของหุ้นเหล่านี้โดยตรง ขณะที่วงเงินสินเชื่อหกหมื่นแปดพันล้านบาทของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ให้แก่พีทีที ก็ยืนยันความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์นี้

    ระยะเวลาการลงทุน ศูนย์ถึงสี่สัปดาห์ ส่วนตัวแปรที่ต้องติดตาม คือการพัฒนาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงรายงานความมั่นคงของเส้นทางเดินเรือทะเลแดง และช่องแคบฮอร์มุซ

    ประการที่สอง ลดน้ำหนักการลงทุน ในกลุ่มขนส่ง สายการบินและโลจิสติกส์ ได้แก่ เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์

    ต้นทุนน้ำมันอากาศยานและดีเซลที่สูงขึ้น จะกดดันอัตรากำไร ด้วยความสัมพันธ์เชิงลบที่เชื่อถือได้ในระดับสูง

    แนะนำให้ป้องกันความเสี่ยง การถือหุ้นพลังงานระยะยาว ด้วยการลดน้ำหนักหรือขายชอร์ตหุ้นกลุ่มขนส่ง ระยะเวลาการลงทุน สองถึงหกสัปดาห์

    ประการที่สาม กลุ่มธนาคาร อย่างบีบีแอล เคแบงก์ ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ทีทีบี และแบงก์อาย อยู่ในภาวะกลางถึงระมัดระวัง เนื่องจากสถานการณ์เป็นแบบสองทาง ทิศทางขึ้นอยู่กับข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ทั้งหมด

    หากข้อมูลอ่อนแอ เฟดจะผ่อนคลาย อัตรากำไรส่วนต่างดอกเบี้ยถูกกดดัน ควรลดน้ำหนักการลงทุน แต่หากข้อมูลแข็งแกร่ง แนวโน้มดอกเบี้ยทรงตัวเชิงแข็งกร้าว ควรเพิ่มน้ำหนัก

    แนะนำให้รอผลข้อมูลการจ้างงาน ก่อนตัดสินใจลงทุน โดยระยะเวลารอผล ในช่วงศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง

    ประการที่สี่ กลุ่มไฟแนนซ์ที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่างซาวาด เมืองไทยแคปปิตอล และทิดลอร์ เตรียมพร้อมเข้าซื้อ หากข้อมูลการจ้างงานผิดหวัง และอัตราผลตอบแทนลดลง กลุ่มนี้จะได้ประโยชน์จากต้นทุนเงินทุนที่ลดลง

    ควรวางแผนเข้าซื้อเชิงกลยุทธ์ เมื่อข้อมูลการจ้างงานออกมา ต่ำกว่าความคาดหมายของตลาด มากกว่าห้าหมื่นคน

    มาถึงส่วนของสถานการณ์ความเสี่ยงหลักกันบ้างครับ

    กรณีฐาน มีความน่าจะเป็นร้อยละห้าสิบห้า ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนตัวลงเล็กน้อย ทำให้เฟดคงดอกเบี้ย ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ขณะที่ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

    ตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด โดยมีแนวโน้มอ่อนตัวเล็กน้อย กลยุทธ์ที่เหมาะสม คือเพิ่มน้ำหนักพลังงาน ถือกลุ่มธนาคารในระดับกลาง และลดน้ำหนักขนส่ง

    กรณีเชิงบวก มีความน่าจะเป็นร้อยละยี่สิบ ข้อมูลการจ้างงานต่ำกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลงต่ำกว่าร้อยละสี่จุดสาม ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าอย่างรุนแรง

    หุ้นตลาดเกิดใหม่และเอเชียแปซิฟิก จะดีดตัวขึ้น ขณะที่หุ้นพลังงานได้ประโยชน์ทั้งจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และอัตราคิดลดที่ลดลง

    กลยุทธ์ในกรณีนี้ คือการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเดลต้าและเคซีอี รวมถึงหุ้นพลังงานไปพร้อมกัน

    กรณีเชิงลบ มีความน่าจะเป็นร้อยละยี่สิบห้า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะทวีความรุนแรง ไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารโดยตรง ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงเกินกว่าหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ดัชนีความผันผวนพุ่งสูงขึ้น

    จะเกิดการขายสินทรัพย์เสี่ยงไปทั่วทุกกลุ่ม ยกเว้นผู้ผลิตพลังงานและทองคำ กลุ่มขนส่ง กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มการเงิน จะถูกขายออกอย่างรุนแรง

    กลยุทธ์ที่เหมาะสม คือการโยกพอร์ตทั้งหมด เข้าสู่กลุ่มพลังงานต้นน้ำ อย่างพีทีทีอีพีและพีทีที รวมถึงการถือเงินสด และป้องกันความเสี่ยงด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงกับความผันผวนของตลาด

    และนี่คือบทสรุปสำคัญ สำหรับการติดตามของนักลงทุนในสัปดาห์นี้ครับ

    หนึ่ง กลุ่มผู้ผลิตพลังงาน พีทีทีอีพี พีทีที ท็อป และเอสพีอาร์ซี เป็นการลงทุนระยะยาวที่มีความเชื่อมั่นสูงที่สุด ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันดิบจากภูมิรัฐศาสตร์ เป็นเรื่องจริง ยั่งยืน และส่งผลดีต่อรายได้โดยตรง ด้วยความสัมพันธ์ที่เชื่อถือได้ในระดับสูง

    สอง กลุ่มขนส่ง เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ เป็นการลดน้ำหนักหรือขายชอร์ตที่ชัดเจนที่สุด การบีบอัตรากำไรจากต้นทุนเชื้อเพลิง มีความน่าเชื่อถือในเชิงประวัติศาสตร์ และได้รับการยืนยันแล้ว จากมาตรการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ ที่ธนาคารไทยพาณิชย์และพีทีที ร่วมกันดำเนินการ

    สาม ข้อมูลการจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ เป็นตัวแปรชี้ขาดของสัปดาห์นี้ ซึ่งจะกำหนดเส้นทางของเฟด และทิศทางของหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มไฟแนนซ์ และผู้ส่งออกที่อ่อนไหวต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

    สี่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปีที่ลดลง อยู่ที่ร้อยละสี่จุดห้าสอง ส่งผลดีต่อกลุ่มผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่างซาวาด เมืองไทยแคปปิตอล และทิดลอร์ หากแนวโน้มยังคงดำเนินต่อไป ควรติดตามจังหวะเข้าซื้อเชิงกลยุทธ์ เมื่อสัญญาณผ่อนคลายได้รับการยืนยัน

    ห้า การเคลื่อนไหวของตลาดสตาร์มาร์เก็ตในจีน หนุนธีมปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์เชิงโครงสร้าง แต่หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ไทย อย่างเดลต้า เคซีอี และฮาน่า มีความอ่อนไหวต่อปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยน มากกว่ากระแสเงินทุนเชิงธีม

    หก การฟื้นตัวของอาคารสำนักงานโตเกียว เป็นสัญญาณเชิงบวกต่ออสังหาริมทรัพย์เอเชียแปซิฟิก แต่ยังขาดความเชื่อมโยงโดยตรงในระดับหุ้น กับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไทย ควรใช้เป็นเพียงตัวชี้วัดความรู้สึกของนักลงทุนเท่านั้น

    คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

    ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

    รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    [ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-05 ถึง 2026-08-06 | อัปเดตล่าสุดเวลา 12:40 น.]

    🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

    ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดพุ่งขึ้นกว่า 11 จุด นำโดยหุ้นเทคโนโลยี DELTA


    ตลาดหุ้นไทย (SET) ปรับตัวขึ้นมากกว่า 11 จุดในการซื้อขายช่วงเช้า โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้น DELTA ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงจากราคาน้ำมันที่ร่วงลง ท่ามกลางความหวังว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะช่วยคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง


    กลยุทธ์การลงทุนภาคเช้า: SET Index เผชิญแรงขายที่แนวต้าน 1,630 จุด


    บทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ระบุว่า SET Index เผชิญแรงขายต่อเนื่องที่แนวต้าน 1,630 จุด โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1,600 จุด หากหลุดแนวรับดังกล่าวอาจปรับตัวลงต่อไปสู่ระดับ 1,570 และ 1,550 จุด

    🌐 ข่าวต่างประเทศ

    ไม่มีรายงานข่าวในช่วงเวลาดังกล่าว

    รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

    # Economic Daily Report — August 5, 2026

    —

    Dominant Market Narrative

    Markets are navigating a sharpening tension between geopolitically-driven energy inflation and softening macro data that argues for Fed accommodation. Escalating US-Iran hostilities and maritime disruptions are lifting crude prices, pressuring transportation margins while simultaneously benefiting upstream energy producers. Concurrently, the 10-year UST yield has dropped to 4.52% on softer CPI prints and safe-haven flows, setting the stage for a pivotal US July employment release that will decisively shape the rate trajectory. The net effect is a bifurcated market: energy and commodity-linked equities benefit from supply-side price pressures, while rate-sensitive sectors hinge on whether the Fed pivots dovish. China adds a concurrent catalyst via state-backed STAR Market IPOs (Unitree Robotics, CXMT), reinforcing the AI/semiconductor thematic despite broader macro caution.

    —

    Market Regime & Sentiment Gauge

    Regime: Geopolitical Risk Premium with Disinflationary Undertones

    Sentiment: Cautiously Bearish → Neutral (transitional). Equity indices show modest declines (US30 down 0.08–0.33% across early July sessions; EU350 off 1.61%), but downside is contained by falling yields and the prospect of a Fed pause. The shift from prior weeks is tangible: fear of persistent tightening is giving way to cautious optimism that rate relief is approaching, though geopolitical tail-risk keeps any rally fragile. The VIX-equivalent sentiment signal is elevated but not panicked.

    —

    Market Snapshot

    Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
    Equities US30 (52,454–52,876), EU350 (2,586.84), ASX All Share (8,931–9,037), SA40 (101,317) Mixed: US30 flat to modestly negative; EU350 -1.61%; SA40 +1.13%; SDAX +0.85% Cautious, defensive rotation underway
    Fixed Income 10Y UST (4.52%), Fed liquidity ample 10Y yield declined from near two-month highs; safe-haven buying Dovish repricing; rate-cut hopes gaining
    FX & Commodities DXY, Energy (US-Iran premium), Coal, Rubber Energy prices rising on geopolitical disruption; coal and rubber supported Commodity bid; USD direction tied to rate expectations
    Volatility VIX, MOVE Index No data available Elevated but contained — no panic signal

    —

    Thematic Analysis & Forward Impact

    Theme 1: US-Iran Tensions & Energy Supply Disruption

  • Trigger: Ongoing US-Iran military escalation and maritime chokepoint disruptions throughout late July–early August 2026 are lifting crude oil and energy complex prices while injecting a sustained geopolitical risk premium into global markets.
  • Historical Correlation: Rising crude oil prices (WTI, Brent) have a direct positive correlation with upstream energy producers — PTTEP, PTT, TOP, SPRC gain from higher selling prices. Conversely, transportation/logistics operators — AAV (airlines), BA, KEX — suffer from margin compression due to elevated fuel input costs. Refining margin expansion benefits integrated players like TOP, SPRC.
  • Expected Impact:
  • – ENERG Sector (PTTEP, PTT, TOP, SPRC): 📈 Bullish, High magnitude, 0–4 weeks. Higher realized crude and product prices flow directly to revenue.

    – TRANS Sector (AAV, BA, KEX): 📉 Bearish, Medium magnitude, 0–4 weeks. Fuel cost headwinds erode operating margins; airlines most exposed.

    – Second-Order — Inflation Expectations: Rising energy feeds into headline CPI, complicating the Fed’s path and pressuring rate-sensitive sectors.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The SCB–PTT 68-billion-baht credit facility for energy infrastructure and security is a direct downstream response to this geopolitical shock, signaling that corporate Thailand is bracing for sustained energy volatility. Higher crude also strengthens the case for coal (BANPU, LANNA) as a substitution fuel, creating a secondary tailwind for thermal coal producers. On the cross-asset side, higher energy costs weigh on consumer discretionary and transportation globally, while the safe-haven bid into Treasuries paradoxically lowers yields — a classic stagflationary impulse.
  • Confidence: High. The crude oil → energy stock correlation is well-established in the correlation database, and the SCB–PTT transaction provides corroborating real-world confirmation of the transmission mechanism.
  • —

    Theme 2: Fed Policy Crossroads — Soft Data vs. Geopolitical Inflation

  • Trigger: The 10-year UST yield dropped to 4.52% from near two-month highs as softer inflation data and geopolitical safe-haven demand converge, while the forthcoming US July employment report (August 4–8 window) serves as the binary catalyst for the next rate move.
  • Historical Correlation: Policy interest rates and bond yields have a dual impact: rising rates benefit banking stocks (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY) through wider Net Interest Margins (NIM), but pressure non-bank finance lenders (SAWAD, MTC, TIDLOR) via higher wholesale borrowing costs and borrower distress. Falling yields reverse this dynamic.
  • Expected Impact:
  • – BANK Sector: ⚖️ Mixed, Medium magnitude, 0–48 hours post-payrolls. If employment weakens → yields fall further → NIM compression on banks (📉 Bearish for BBL, KBANK, SCB). If employment stays strong → hawkish hold → NIM supported (📈 Bullish).

    – FIN Sector (SAWAD, MTC, TIDLOR): 📈 Bullish if yields decline (lower funding costs, improved borrower capacity), Medium magnitude.

    – Equities Broadly: A weak payrolls print → rate-cut expectations accelerate → 📈 Bullish for growth/tech. Strong print → hawkish repricing → 📉 Bearish.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: This theme exemplifies the “bad news is good news” dynamic. Ample Fed liquidity facilities and a quiet quarter-end (June 30 data point) suggest no systemic stress, giving the Fed room to focus on employment. The transmission chain: weak NFP → lower yields → weaker USD → tailwind for EM currencies (including THB) and commodity exporters. Conversely, a strong print extends the tightening cycle, strengthening DXY and pressuring THB-denominated assets. The electronics export sector (DELTA, KCE, HANA) and food exporters (TU, CPF, ITC, AAI) are sensitive to the resulting FX moves.
  • Confidence: Medium. The correlation rules are clear, but the directional outcome is binary and contingent on Friday’s NFP print. Monitor US employment data as the trigger.
  • —

    Theme 3: China’s State-Backed Tech Renaissance — STAR Market Momentum

  • Trigger: Unitree Robotics’ $618M STAR Market IPO approval (July 3) and CXMT’s explosive debut with record turnover surpassing ICBC’s market cap (July 30) signal Beijing’s intensified state-backed push to build domestic AI and semiconductor champions.
  • Historical Correlation: No direct stock-level correlation data available for Chinese STAR Market IPOs in the correlation tool. However, the technology/electronics sector is mapped to the Exchange Rate (USD/THB) indicator, where a weak Baht benefits exporters — DELTA, KCE, HANA benefit from higher revenue recognition on USD-denominated exports. The AI/semiconductor thematic indirectly supports global tech supply chain names.
  • Expected Impact:
  • – Global Semiconductor Supply Chain: 📈 Bullish, Medium magnitude, 1–4 weeks. TSMC earnings (referenced in July 12 data) and Chinese chip demand create a positive spillover for Asian tech exporters.

    – Thai Electronics (DELTA, KCE, HANA): ⚖️ Mixed — tech thematic is supportive, but USD/THB direction (driven by Fed) is the more powerful near-term driver. If THB weakens on risk-off, these names benefit on translation.

    – Investor Sentiment: The AI/robotics narrative sustains risk appetite in tech despite broader macro caution.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: China’s STAR Market push is both an economic and geopolitical imperative — building domestic chip capacity reduces vulnerability to US export controls. This structural theme supports global semiconductor demand, with second-order benefits for equipment suppliers and testing firms. However, the transmission to Thai equities is indirect and primarily via the export channel and global tech sentiment rather than direct correlation.
  • Confidence: Low-Medium. The correlation database lacks direct STAR Market → Thai stock mapping. Inference is based on thematic logic and broader tech-sector dynamics.
  • —

    Theme 4: Tokyo Office Recovery & Asia-Pacific Real Estate Rebound

  • Trigger: Tokyo’s central-5-ward office vacancy rate fell below 2% (1.99%) in June for the first time since June 2020, with average rents rising for the 29th consecutive month, signaling a robust post-pandemic recovery in prime commercial real estate.
  • Historical Correlation: Real Estate Developer Confidence is positively correlated with property development stocks — SIRI, AP, SPALI, LH benefit from improved sentiment, lower interest rates, and government stimulus (e.g., lower transfer fees). Public Investment & Government Budget maps to construction materials (SCC, SCCC, TASCO, TMT) and construction services (CK, STEC, ITD).
  • Expected Impact:
  • – PROP Sector (SIRI, AP, SPALI, LH): 📈 Bullish, Medium magnitude, 1–4 weeks. Tokyo’s recovery serves as a leading indicator for Asia-Pacific commercial and residential real estate, improving developer sentiment and potentially catalyzing policy support.

    – CONMAT/CONS Sectors: ⚖️ Mixed — dependent on domestic Thai budget execution and infrastructure spending, not directly linked to Tokyo data.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: Tokyo’s recovery is significant because it breaks a 4-year structural vacancy overhang. This signals that urban office demand is resilient despite hybrid work trends, boosting confidence in real estate as an asset class across APAC. The Bank of Thailand’s concurrent push for structural reform and Big Data-driven credit access improvements (August 1 data) may complement this trend by improving SME credit availability, indirectly supporting property demand. However, the direct causal chain from Tokyo office rents to Thai developer stock performance is tenuous without a specific correlation rule.
  • Confidence: Low. The correlation tool connects Real Estate Developer Confidence to Thai PROP stocks, but the trigger (Tokyo data) is geographically distinct. The thematic signal is supportive but requires domestic confirmation.
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    Overweight Energy (Upstream & Integrated): PTTEP, PTT, TOP, SPRC

    The US-Iran geopolitical premium is the clearest, most immediate catalyst with an unambiguous historical correlation. Rising crude prices directly lift revenue and margins for these names. SCB’s 68-billion-baht credit line to PTT validates the strategic imperative. Time horizon: 0–4 weeks. Key trigger to monitor: US-Iran diplomatic developments, Red Sea/Hormuz maritime security reports.

    Tactical Underweight Transportation (Airlines, Logistics): AAV, BA, KEX

    Higher jet fuel and diesel costs compress margins with a high-confidence inverse correlation. Hedge long energy positions with shorts or underweights in transport. Time horizon: 2–6 weeks.

    Neutral-to-Cautious on Banks (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY) — Binary Setup

    Direction hinges entirely on US NFP: weak data → dovish pivot → NIM compression → underweight banks; strong data → hawkish hold → overweight banks. Recommend: wait for payrolls before committing capital. Time horizon: 0–48 hours.

    Watchlist: Non-Bank Finance (SAWAD, MTC, TIDLOR)

    If NFP disappoints and yields decline, these names benefit from lower funding costs. Position for a tactical long on a weak payroll print. Trigger: NFP < consensus by 50K+.

    —

    Key Risk Scenarios

  • Base Case (55% probability): US employment data softens modestly, keeping the Fed on hold with a dovish tilt. Energy stays elevated on geopolitics. Equities trade range-bound with a slight downside bias. Overweight energy, neutral banks, underweight transport. *Investment implication: maintain hedged long positions in commodity producers.*
  • Bull Case (20% probability): NFP significantly misses, Fed signals September cut. Yields plunge below 4.3%, USD weakens sharply, EM/APAC equities rally. Energy stocks benefit from both commodity prices and lower discount rates. *Investment implication: go long banks (relief rally), electronics exporters (DELTA, KCE), and energy simultaneously.*
  • Bear Case (25% probability): US-Iran conflict escalates to direct military engagement, crude spikes above $100/bbl, VIX surges. Risk-off across all assets except energy producers and gold. Transportation, consumer discretionary, and financials sell off sharply. *Investment implication: rotate fully into upstream energy (PTTEP, PTT) and cash; hedge with volatility.*
  • —

    Key Takeaways

  • Energy producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) are the highest-conviction long — geopolitical crude supply risk is real, persistent, and directly revenue-positive with a High-confidence correlation.
  • Transportation (AAV, BA, KEX) is the clearest short/underweight — fuel-cost margin compression is historically reliable and already confirmed by the SCB–PTT strategic energy buffer.
  • US July employment data is the binary catalyst of the week — it will determine the Fed path and, by extension, the direction of banks, non-bank finance, and USD/THB-sensitive exporters.
  • Falling 10Y UST yields (4.52%) benefit non-bank lenders (SAWAD, MTC, TIDLOR) if the trend continues; monitor for tactical entry on dovish confirmation.
  • China’s STAR Market momentum supports the AI/semiconductor thematic structurally, but Thai electronics exposure (DELTA, KCE, HANA) is more sensitive to FX than thematic equity flows.
  • Tokyo office recovery is a positive macro signal for APAC real estate, but lacks direct stock-level correlation for Thai PROP names — use as a sentiment gauge only.
  • —

  • Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.
  • 🔥 ดัชนี SET: เงินทุนต่างชาติกลับเข้ามา หลังการฟื้นตัวจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ บรรจบกับเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ — จับตาเกมรับและหุ้นส่งออก

    🔥 ดัชนี SET: เงินทุนต่างชาติกลับเข้ามา หลังการฟื้นตัวจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ บรรจบกับเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ — จับตาเกมรับและหุ้นส่งออก

    ## 1. บริบทเศรษฐกิจมหภาคและการเมือง (เหตุผล)

    * ปัจจัยกระตุ้นระดับโลก — การผ่อนคลายภาษีสหรัฐฯ หนุน Sentiment ความเสี่ยง: ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญที่สุดในช่วง 24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมาคือฉันทามติที่เกิดขึ้นว่ามาตรการภาษี “Liberation Day” ของรัฐบาลทรัมป์ (คาดว่าจะประกาศในวันที่ 2 เมษายน) อาจแคบและเจาะจงกว่าที่เคยกลัวกันอย่างมีนัยสำคัญ รายงานข่าวระบุว่าจะมีการยกเว้นเฉพาะบางภาคส่วน (อาจรวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ของอาเซียน) ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประเทศที่พึ่งพาการส่งออกอย่างไทย สิ่งนี้จุดชนวนให้เกิดการฟื้นตัวของหุ้นเอเชีย รวมถึงดัชนี SET

    * เสถียรภาพทางการเมืองในประเทศช่วยเสริมความเชื่อมั่น: การอภิปรายไม่ไว้วางใจในรัฐสภาไทยสิ้นสุดลง โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผ่านการลงมติด้วยคะแนนเสียงที่สบาย (319–162 เสียง) สิ่งนี้ช่วยขจัดความกังวลทางการเมืองในระยะสั้น และตอกย้ำความต่อเนื่องของนโยบาย โดยเฉพาะวาระการกระตุ้นเศรษฐกิจ “Digital Wallet” และการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการบริโภคในประเทศและภาคก่อสร้าง

    * ธนาคารแห่งประเทศไทยคงดอกเบี้ย ส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น: ธปท. คงอัตราดอกเบี้ยที่ 2.00% ตามคาด แต่ผลการลงคะแนนที่แบ่งฝ่าย (6–1 เสียงให้คงดอกเบี้ย โดยมีผู้คัดค้าน 1 รายที่ออกเสียงให้ลดดอกเบี้ย) ประกอบกับการปรับลดประมาณการการเติบโตของ GDP ส่งสัญญาณว่าการผ่อนคลายนโยบายอาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดเคยคาดไว้ นี่เป็นปัจจัยบวกแฝงสำหรับกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย (อสังหาริมทรัพย์ การเงิน ค้าปลีก)

    * การคาดการณ์มาตรการกระตุ้นจีนเพิ่มขึ้น: ความเห็นของนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เกี่ยวกับการ “เร่งรัด” การใช้มาตรการกระตุ้นทางการคลังและการผ่อนคลายทางการเงินเพื่อตอบโต้ภาษีสหรัฐฯ ได้ช่วยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีน ภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกของไทยที่เกี่ยวข้องกับจีนได้รับแรงหนุนทาง Sentiment

    ## 2. ดัชนี SET — การสังเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค พื้นฐาน และกระแสเงินทุนต่างชาติ (สิ่งที่เป็น)

    📈 ภาพรวมทางเทคนิคของดัชนี SET (24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมา)


    ตัวชี้วัด ค่า / สัญญาณ
    แนวโน้มปัจจุบัน PULL_BACK (กำลังเกิด Bullish Reversal) — SET กำลังพยายามทะลุกรอบแนวโน้มขาลง 3 สัปดาห์ โดยการเคลื่อนไหวของราคาบีบตัวใกล้แนวต้าน 1,175–1,180
    แนวรับ 1,150 (แนวรับแนวนอนแข็งแกร่ง; ใกล้เคียง SMA 200 วัน)
    แนวต้าน 1,180 → 1,200 (จิตวิทยา + SMA 50 วัน)
    RSI (14 วัน) ~48 — ฟื้นตัวจากเขต Oversold (เคยอยู่ ~32 สัปดาห์ที่แล้ว) ตอนนี้เป็นกลางและมี upside เพิ่ม
    MACD สัญญาณ Bullish Crossover กำลังเกิดขึ้นบนกราฟรายวัน; ฮิสโตแกรมเริ่มเปลี่ยนเป็นบวก
    Volume Profile ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น +22% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันในเซสชันล่าสุด บ่งชี้ถึงการสะสมของสถาบัน
    สัญญาณกลับตัวสำคัญ การปิดรายวันเหนือ 1,185 จะยืนยันการเปลี่ยนแนวโน้มจาก DOWN_TREND เป็น UP_TREND

    💰 กระแสเงินทุนสถาบันต่างประเทศ (NVDR — 24–36 ชั่วโมง)


    * SET-Wide NVDR Net Flow: นักลงทุนต่างชาติผ่าน NVDR กลายเป็น NET BUY เป็นครั้งแรกใน 8 เซสชันติดต่อกัน โดยประมาณการซื้อสุทธิ ~1.8–2.5 พันล้านบาท นี่เป็นสัญญาณกลับตัวที่มีนัยสำคัญ — “เงินสมาร์ท” จากต่างชาติกำลังนำหน้าการฟื้นตัวจากประเด็นภาษี

    * การสะสม NVDR รายภาค:

    * 🟢 พาณิชย์/ค้าปลีก (CPALL, BJC): แรงซื้อสุทธิมากที่สุด; การบริโภคในประเทศแนวรับ + ตัวเร่งจาก Digital Wallet

    * 🟢 อิเล็กทรอนิกส์/ส่งออก (DELTA, HANA, KCE): การสะสมแบบคัดเลือกจากความหวังการยกเว้นภาษี

    * 🟢 ธนาคาร (KBANK, SCB, BBL): ซื้อสุทธิปานกลาง; ท่าทีผ่อนคลายของ ธปท. หนุนแนวโน้ม NIM

    * 🟡 พลังงาน (PTT, PTTEP): กระแสผสม; ทำกำไรในต้นน้ำ สะสมเล็กน้อยในกลุ่มกลั่น

    * 🔴 อสังหาริมทรัพย์ (AP, SPALI, LH): ยังคงมีการกระจายเล็กน้อยแม้มีความหวังลดดอกเบี้ย; นักลงทุนต่างชาติรอสัญญาณเศรษฐกิจมหภาคที่ชัดเจนขึ้น

    ## 3. กลยุทธ์และแนวโน้ม (การดำเนินการ)

    🎯 กลยุทธ์หลัก: “ซื้อในช่วง PULL_BACK พร้อมยืนยันสัญญาณ”


    การบรรจบกันของ การผ่อนคลายภาษี เสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ และท่าทีผ่อนคลายของ ธปท. สร้างบรรยากาศเศรษฐกิจมหภาคที่สร้างสรรค์ที่สุดสำหรับหุ้นไทยในรอบกว่าหนึ่งเดือน เมื่อรวมกับกระแส NVDR ของต่างชาติที่พลิกเป็นซื้อสุทธิหลังการขายติดต่อกันเป็นเวลานาน ความเสี่ยง-ผลตอบแทนเอื้อต่อ ท่าที Bullish เชิงกลยุทธ์ พร้อมการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้

    สัญญาณ สถานะ
    คุณภาพตัวเร่งระดับมหภาค สูง (การผ่อนคลายภาษี + ความชัดเจนทางการเมือง + ธนาคารกลางที่มีท่าทีผ่อนคลาย)
    การยืนยันจากกระแสเงินทุนต่างชาติ ใช่ (NVDR พลิกเป็นซื้อสุทธิหลังการขาย 8 วันติด)
    การยืนยันทางเทคนิค อยู่ระหว่างรอ (ต้องปิดรายวันเหนือ 1,185)
    การยืนยันจากปริมาณ ใช่ (เพิ่มขึ้น +22% สูงกว่าค่าเฉลี่ย)

    ⚡ หุ้นเด่นตามกลุ่ม:


    1. 🟢 การบริโภคในประเทศ (CPALL, CPAXT, BJC): ความเชื่อมั่นสูงสุด ตัวเร่งจาก Digital Wallet + การลดดอกเบี้ยของ ธปท. + แรงซื้อ NVDR มากที่สุด ใช้การย่อตัวถึง SMA 20 วันเป็นจุดเข้า ตั้งจุดตัดขาดทุนต่ำกว่าจุด Swing ล่าสุด

    2. 🟢 ส่งออก/ได้ประโยชน์จากภาษี (DELTA, HANA, KCE): Bullish เชิงกลยุทธ์หากแพ็คเกจภาษีวันที่ 2 เมษายนยืนยันการยกเว้นอาเซียน มี Beta สูง ผลตอบแทนสูง วางขนาดพอร์ตเล็กกว่า; เป็นการเล่นตามเหตุการณ์ เข้าซื้อเมื่อทะลุแนวต้านยืนยัน

    3. 🟡 ธนาคาร (KBANK, SCB, TTB): ได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยผ่านต้นทุนสินเชื่อที่ลดลงและกำไรจากพอร์ตพันธบัตร กระแส NVDR เริ่มเป็นบวก สะสมในช่วงอ่อนตัว; ยังไม่ถึงจุด breakout

    4. 🟡 พลังงาน/สินค้าโภคภัณฑ์ (PTT, PTTEP, TOP): การคาดการณ์กระตุ้นจีนหนุนแนวโน้มความต้องการน้ำมันดิบ กระแส NVDR แบบผสมชี้ว่ามีการเปลี่ยนกลุ่มมากกว่าความเชื่อมั่น รอสัญญาณสะสมที่ชัดเจนกว่านี้

    5. 🔴 อสังหาริมทรัพย์ (AP, LH, SPALI): การลดดอกเบี้ยเป็นปัจจัยบวก แต่กระแสเงินทุนต่างชาติยังคงเป็นลบ กลุ่มนี้ตามหลัง; ลดน้ำหนักจนกว่า NVDR จะยืนยันการกลับตัว


    🛡️ การบริหารความเสี่ยง:


    – ระดับ Invalidation ที่สำคัญ: การปิดรายวันต่ำกว่า 1,150 ของดัชนี SET จะทำให้แนวโน้ม Bullish กลายเป็นโมฆะ

    – ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ (2 เมษายน): หากการประกาศภาษีสหรัฐฯ กว้างกว่าที่คาด หุ้นส่งออกอาจ Gap Down ลดการรับความเสี่ยง Beta ก่อนเหตุการณ์

    – ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน: การแข็งค่าของเงินบาท (จาก USD อ่อนค่า) อาจกดดันกำไรจากการส่งออก; จับตาระดับ USD/THB ที่ 34.50

    ## 4. 📊 สรุปข้อมูล

    หุ้น/ดัชนี แนวโน้ม กระแสเงินทุนต่างชาติ (NVDR 24-36ชม.) ตัวเร่ง/ข่าว โปรไฟล์ความเสี่ยง (R:R/SL) ปริมาณเพิ่มขึ้น แนวโน้มทั่วไป
    SET Index PULL_BACK (Bullish Reversal) NET BUY ~2 พันล้านบาท (ครั้งแรกใน 8 วัน) การผ่อนคลายภาษีสหรัฐฯ + ธปท.ผ่อนคลาย + เสถียรภาพการเมือง R:R ~2.5:1 SL: 1,150 เป้า: 1,200 +22% สูงกว่าค่าเฉลี่ย Bullish — รอการยืนยันที่ 1,185
    CPALL UP_TREND (กำลังฐาน) 🟢 ซื้อสุทธิมาก Digital Wallet + กระตุ้นการบริโภค ดี SL: 54.00 เป้า: 62.00 สูง (+35%) Bullish — Top Pick
    DELTA PULL_BACK (กำลังสร้างฐาน) 🟢 ซื้อสุทธิปานกลาง การคาดการณ์ยกเว้นภาษีอาเซียน Beta สูง SL: 98.00 เป้า: 118.00 พุ่ง (+40%) Tactical Bullish (ตามเหตุการณ์)
    KBANK SIDEWAY (ธงกระทิง) 🟢 ซื้อสุทธิเล็กน้อย ธปท.ท่าทีผ่อนคลาย + NIM คงที่ ปานกลาง SL: 148.00 เป้า: 162.00 ปกติ สะสมเมื่ออ่อนตัว
    PTT PULL_BACK 🟡 ผสม / แบน การกระตุ้นจีน + ราคาน้ำมันฟื้นตัว ปานกลาง SL: 31.50 เป้า: 34.50 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เป็นกลาง — รอความเชื่อมั่น
    AP (อสังหาฯ) DOWN_TREND (อ่อนแอลง) 🔴 ขายสุทธิ (กระจาย) ความหวังลดดอกเบี้ย ≠ เงินต่างชาติไหลเข้า ความเสี่ยงสูง SL: 8.50 เป้า: N/A ต่ำ ลดน้ำหนัก / หลีกเลี่ยง

    – ข้อปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในสภาพ “ตามที่เป็น” และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ โปรดดำเนินการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใด ๆ

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 6 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.54 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.77%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.78 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.44 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.42%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.15 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.10%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.85 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 34.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.39%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 153.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.09%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.45%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 148.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.38%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.06%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.72%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 105.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.15%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.11%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 9.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.35%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.89%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 195.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.27% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 251.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.78%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.27% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.76%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.74%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.84 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.72%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.58%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.12 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.51%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.98 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.35% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 88.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.51%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.25 – 33.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.75% – 12.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 45.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.22%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 114.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.15%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 27.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.54%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพฤหัสบดีที่ หก สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบเอ็ดนาฬิกา สามนาที

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพฤหัสบดีที่ หก สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบเอ็ดนาฬิกา สามนาที

    วันนี้ตลาดการเงินทั่วโลก กำลังอยู่ในช่วงรอคอยข้อมูลสำคัญ อย่างที่เรียกว่า อัมพาตก่อนข้อมูล โดยทุกสายตาจับจ้องไปที่ รายงานการจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ขาด ทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด

    เบื้องหลังเชิงโครงสร้างนั้น มีทั้งปัจจัยบวกและลบ ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ยืนยันความเป็นอิสระของเฟด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเชิงสถาบันลงได้ แต่ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาพรวมเงินเฟ้อซับซ้อนยิ่งขึ้น

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปี ปรับตัวลดลงมาที่ร้อยละ 4.52 จากระดับสูงสุดเมื่อเร็วๆ นี้ สัญญาณจากตลาดตราสารหนี้ บ่งชี้ว่านักลงทุนคาดหวัง ตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง แต่ตลาดหุ้นยังคงทรงตัวอย่างระมัดระวัง โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลดลงร้อยละ 0.33 และดัชนียูโรสต็อกซ์ 50 ปรับตัวลดลงร้อยละ 1.04

    แนวคิดการฟื้นตัวรูปตัว K เริ่มชัดเจนมากขึ้น กลุ่มหุ้นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ ยังคงดึงดูดเม็ดเงินลงทุน ในขณะที่หุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย และหุ้นในกลุ่มพลังงาน กลับเผชิญแรงกดดัน ความเปราะบางของตลาดเกิดใหม่ เริ่มปรากฏให้เห็น ผ่านการตัดสินใจเชิงนโยบาย ที่สร้างความประหลาดใจของธนาคารกลางอินโดนีเซีย และความล้มเหลวของการประมูลพันธบัตรของรัสเซีย

    ประเด็นการลงทุนที่น่าสนใจมีสี่ประเด็นด้วยกัน

    ประเด็นแรก รายงานการจ้างงานสหรัฐฯ เป็นปัจจัยสองขั้ว สำหรับนโยบายของเฟด หากข้อมูลออกมาแข็งแกร่ง จะหนุนให้เฟดคงนโยบายคุมเข้ม ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ แต่หากข้อมูลออกมาอ่อนแอ จะเปิดทางให้เฟดลดดอกเบี้ย ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เช่น บริษัท แสนสิริ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ และบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

    ประเด็นที่สอง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ อย่างบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม และบริษัท ปตท. แต่เป็นลบต่อกลุ่มสายการบินและโลจิสติกส์ อย่างบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น และบริษัท การบินกรุงเทพ เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

    ประเด็นที่สาม การฟื้นตัวรูปตัว K หนุนให้กลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ outperformance ตลาดโดยรวม โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ และบริษัทผู้ส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่างบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ และบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า

    ประเด็นที่สี่ ความเสี่ยงจากธนาคารกลางอินโดนีเซีย เป็นสัญญาณเตือน สำหรับตลาดเกิดใหม่อื่นๆ โดยเฉพาะในกรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ความเสี่ยงดังกล่าวจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค ที่มีหนี้สินเป็นสกุลเงินดอลลาร์

    กลยุทธ์การลงทุนที่มีความน่าเชื่อถือสูงที่สุด ในขณะนี้คือ การวางตำแหน่งพอร์ต สำหรับผลลัพธ์ที่ผ่อนคลาย จากข้อมูลการจ้างงาน โดยแรก เราแนะนำให้น้ำหนักเกิน ในกลุ่มธนาคาร หากตัวเลขจ้างงานออกมาดีกว่าคาด สอง ให้น้ำหนักเกินในกลุ่มผู้ผลิตพลังงาน เพื่อรับประโยชน์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้นตามภูมิรัฐศาสตร์ สาม ให้น้ำหนักเกินในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งจากธีมปัญญาประดิษฐ์ และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และสี่ ให้ป้องกันความเสี่ยงด้วยการถือหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะได้ประโยชน์เฉพาะในกรณีที่เฟดปรับลดดอกเบี้ยเท่านั้น

    สำหรับกรณีพื้นฐาน ที่มีโอกาสเกิดร้อยละ 55 คาดว่าตัวเลขจ้างงานจะออกมาปานกลาง ทำให้ตลาดเคลื่อนไหวในกรอบ โดยกลุ่มพลังงานมีโอกาส outperformance กรณีที่ดี ที่มีโอกาสเกิดร้อยละ 25 คือ ตัวเลขจ้างงานอ่อนแอ ส่งผลให้เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย หนุนหุ้นกลุ่มเติบโตและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่กรณีเลวร้าย ที่มีโอกาสเกิดร้อยละ 15 คือ ตัวเลขจ้างงานร้อนแรงเกินคาด ทำให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วง ถือเป็นคำเตือนอย่างยิ่ง

    สุดท้ายนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุสิบปี ที่ร้อยละ 4.52 สะท้อนว่าตลาดตราสารหนี้ มีความเชื่อว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะอ่อนแอ ดังนั้น การเข้าซื้อหุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม หากมีความมั่นใจสูง

    คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

    ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

    รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

    —

    Economic Daily Report — July 10, 2026

    Dominant Market Narrative

    Markets are navigating a delicate pre-data paralysis, with all eyes on the upcoming US July employment report as the decisive catalyst for Fed policy trajectory. The structural backdrop is bifurcated: the Supreme Court’s affirmation of Fed independence removes an institutional tail risk, while geopolitical tensions inject an energy price premium that complicates the inflation picture. The 10-year UST yield’s retreat to 4.52% from recent highs signals bond markets are leaning toward a softer macro print, yet equity indices remain tentative — US30 slipping 0.33%, EU100 down 1.04%. The K-shaped recovery thesis is hardening: AI and semiconductor names attract capital while rate-sensitive and energy-exposed sectors face headwinds. Emerging market fragility is surfacing via Indonesia’s central bank shock and Russia’s failed OFZ auctions, reminding investors that DM policy uncertainty transmits asymmetrically to EM assets. The next 48 hours are a coiled spring ahead of employment data.

    —

    Market Regime & Sentiment Gauge

    Current Regime: Cautious Risk-Off / Pre-Data Consolidation

    Sentiment: Cautiously Bearish — shifting from prior Neutral as rate uncertainty, geopolitical energy premium, and EM stress signals accumulate. Equities are softening across regions; bond markets price a marginally dovish skew but without conviction. The regime lacks a clear directional catalyst until employment data resolves the Fed narrative.

    —

    Market Snapshot

    Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
    Equities US30 (INDU): 52,876; EU100: 1,906; NIFTY 50: 23,963; ASX All Share: 8,961; DFMGI: 5,991 US30 -0.33%; EU100 -1.04%; NIFTY +0.34%; AS30 -0.20%; DFMGI -0.18% ⚖️ Mixed-to-Bearish
    Fixed Income 10Y UST Yield: 4.52% Declined from near two-month high 📈 Bond-bullish / Dovish tilt
    FX & Commodities Energy prices: climbing on geopolitical tensions Higher ⚠️ Risk premium priced in
    Volatility VIX, MOVE Index No data available. —

    *Gaps reflect tool data availability. Key missing: DXY, EURUSD, Gold spot, VIX, WTI precise levels.*

    —

    Thematic Analysis & Forward Impact

    Theme 1: US Employment Data — The Binary Catalyst for Fed Policy

  • Trigger: The US July employment report is the market’s singular focus; strong data sustains hawkish Fed posture, weak data unlocks rate-cut expectations.
  • Historical Correlation: Per correlation rules, rising Policy Interest Rates & Bond Yields are 📈 Positive for Banking (BANK) — widening Net Interest Margins — benefiting BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY. Conversely, they are 📉 Negative for Finance & Securities (FIN) — elevated borrowing costs pressure retail/microfinance margins — hitting SAWAD, MTC, TIDLOR. The 10Y UST yield decline to 4.52% already signals bond markets pricing a softer outcome.
  • Expected Impact: High magnitude, 0–48 hour horizon.
  • – Bullish scenario (weak data → dovish pivot): 📈 Growth/Tech, rate-sensitive Property (PROP: SIRI, AP, SPALI, LH benefit from lower-rate stimulus); 📉 Banking NIM compression.

    – Bearish scenario (strong data → hawkish hold): 📈 Banks (BBL, KBANK, SCB); 📉 Growth stocks, Property, EM currencies.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The transmission is classic: a soft payroll print → Fed funds futures reprice toward cuts → UST curve bull-steepens → USD weakens → EM FX and equities rally; the reverse holds for strong data. Second-order: a hawkish Fed sustains USD strength, pressuring EM central banks (witness Indonesia’s CB governor resignation triggering rupiah/stock/bond declines — a cautionary template). Cross-asset: declining UST yields amid geopolitical uncertainty create a safe-haven bid that paradoxically supports gold and Treasuries simultaneously.
  • Confidence: High. The causal chain from employment data → Fed policy → rates → sector rotation is among the most established macro relationships. News data explicitly flags this as the market’s central preoccupation.
  • —

    Theme 2: Geopolitical Tensions & the Energy Price Spike

  • Trigger: Energy prices are climbing on escalating geopolitical tensions, with US stock futures declining concurrently as rate concerns compound the risk-off tone.
  • Historical Correlation: Per correlation rules, rising Crude Oil Prices (WTI, Brent) are 📈 Positive for Energy & Utilities (ENERG) — stock gains and higher selling prices benefit PTTEP, PTT, TOP, SPRC — but 📉 Negative for Transportation & Logistics (TRANS) — elevated fuel costs pressure airline margins, hitting AAV, BA, KEX. Additionally, a weak Baht (USD/THB) is 📉 Negative for power generation ENERG players BGRIM, GPSC, GULF due to USD-denominated debt and expensive imported gas.
  • Expected Impact: Medium magnitude, 1–4 week horizon.
  • – 📈 Upstream Energy (PTTEP, PTT, TOP, SPRC), Coal-linked names (BANPU, LANNA)

    – 📉 Airlines/Logistics (AAV, BA, KEX), Power generation with USD debt exposure (BGRIM, GPSC, GULF)

    – ⚖️ Mixed for broader market — energy sector strength partially offsets broader equity weakness

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The geopolitical risk premium operates through two channels: (1) direct supply disruption fears boost crude, benefiting producers; (2) the resulting inflation impulse complicates central bank dovish pivots, creating a stagflationary undertone that weighs on broader equities. The SCB-PTT 68 billion baht credit line for energy infrastructure signals this is a structural, not transitory, concern. Higher energy costs act as a tax on consumers, compressing discretionary spending and reinforcing the K-shaped dynamic.
  • Confidence: Medium. While the correlation rules are clear, the duration and severity of geopolitical tensions are inherently unpredictable.
  • —

    Theme 3: The K-Shaped Recovery — AI/Semiconductor Dominance

  • Trigger: Bluebell’s explicit recommendation to concentrate on AI and semiconductor stocks amid a K-shaped market recovery, reinforced by Unitree Robotics’ $618M STAR Market IPO approval, signals a structural capital allocation shift toward tech innovation.
  • Historical Correlation: The correlation database does not provide explicit AI/semiconductor-specific impact rules. However, the broader thematic context — Fed tightening signals, rate sensitivity of growth names — is partially captured. Exchange Rate (USD/THB) correlation shows 📈 Positive impact on Electronic Components (ETRON) — a weak Baht boosts export revenue recognition for DELTA, KCE, HANA. A dovish Fed (weaker USD) would thus be doubly beneficial for Thai electronics exporters.
  • Expected Impact: Medium magnitude, medium-term horizon.
  • – 📈 AI/Semiconductor thematic stocks; Electronics exporters (DELTA, KCE, HANA) on USD weakness

    – 📉 Traditional cyclical sectors absent structural growth narratives

    – The Unitree IPO signals Chinese state backing for AI hardware, reinforcing the global theme

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The K-shaped market thesis posits that AI-capital expenditure cycles decouple from the broader macro cycle. Even as rate uncertainty weighs on aggregate indices, AI infrastructure spending — data centers, chips, robotics — continues unabated. This creates a bifurcated equity market where thematic exposure matters more than beta. The STAR Market IPO approval is a policy signal reinforcing this capital allocation. Second-order: this concentration risk in AI names means any disappointment in AI earnings or capex guidance would trigger an outsized drawdown.
  • Confidence: Medium. Strong thematic signals but limited direct correlation rules in the database for AI-specific names. The ETRON correlation provides partial proxy coverage.
  • —

    Theme 4: Emerging Market Central Bank Risk — Indonesia Spillover Potential

  • Trigger: The sudden resignation of Indonesia’s central bank governor Perry Warjiyo triggered declines across the rupiah, stock market, and bonds, raising concerns about institutional independence. Russia’s suspension of OFZ bond auctions after consecutive failures adds to the EM risk mosaic.
  • Historical Correlation: No direct correlation rules available for Indonesian or Russian market spillovers to Thai/global equities. However, the Exchange Rate (USD/THB) correlation framework provides indirect insight: EM-wide risk aversion typically strengthens USD, which 📉 hits Energy/Utilities (BGRIM, GPSC, GULF) via USD debt exposure but 📈 benefits Food & Beverage exporters (TU, CPF, ITC, AAI) and Electronic Components (DELTA, KCE, HANA) via Baht translation gains.
  • Expected Impact: Low-to-Medium magnitude, 1–4 week horizon, contingent on contagion. Primary channel is via EM currency pressure and risk premium repricing.
  • Causal & Inter-Market Reasoning: Central bank independence is a cornerstone of EM risk premia. When it is perceived to erode — whether in Indonesia, Turkey historically, or elsewhere — portfolio flows reverse, currencies depreciate, and bond yields spike. The Supreme Court ruling upholding Fed independence in the US provides a stark positive contrast, potentially widening the DM-EM institutional quality spread and accelerating flows toward US assets. Russia’s OFZ suspension is a secondary signal of rate uncertainty in EM fixed income.
  • Confidence: Low. No direct correlation rules for cross-EM contagion in the database. Assessment is based on general macro principles and observed price action.
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    Based on available data and correlation rules, the highest risk/reward setup is positioning for a dovish resolution to the employment data catalyst:

    1. Overweight Banking (BANK) into strength if employment data surprises hawkish — BBL, KBANK, SCB offer direct NIM expansion exposure with high-confidence correlation rules. Conversely, underweight or hedge if data prints soft.

    2. Overweight Energy Producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) on geopolitical energy price support — positive correlation is structurally validated. Underweight Transportation (AAV, BA) as the inverse trade.

    3. Selective overweight on Electronic Components (DELTA, KCE, HANA) — benefiting from both the AI/semiconductor thematic and potential USD weakness if Fed turns dovish. The dual tailwind is compelling.

    4. Hedge via rate-sensitive Property (SIRI, AP, SPALI, LH) — these benefit only under a dovish scenario (lower rates, stimulus). Position size accordingly based on conviction in the employment data direction.

    Time Horizon: 0–48 hours for employment-data-driven trades; 1–4 weeks for energy/geopolitical positions.

    Key Triggers to Monitor: US July employment print, CPI data, any escalation/de-escalation in geopolitical tensions, USD/THB movement, 10Y UST yield direction.

    —

    Key Risk Scenarios

  • Base Case (55% probability): Employment data prints moderately — insufficient to decisively shift Fed expectations. Markets remain range-bound with a slight dovish bias; energy outperforms; K-shaped dynamics persist. Favor energy longs, neutral equities.
  • Bull Case (25% probability): Soft employment + declining CPI → aggressive Fed pivot pricing → UST yields drop sharply, growth/tech rallies, EM currencies strengthen, Property and Commerce (CPALL, CRC) surge on consumption recovery expectations.
  • Bear Case (15% probability): Hot employment + sticky CPI → terminal rate repriced higher → broad equity selloff, USD surge, EM stress accelerates (Indonesia contagion), energy gains offset by demand destruction fears, Banking the sole equity bright spot.
  • —

    Key Takeaways

  • Employment data is the binary event — position Banking (BBL, KBANK, SCB) long for a hawkish surprise, or rotate into Property/Commerce (SIRI, CPALL, CRC) for a dovish outcome.
  • Energy producers (PTTEP, PTT, TOP) remain the cleanest long — geopolitical premium is direct, correlation is high-confidence; simultaneously short/underweight Airlines (AAV, BA) as the natural hedge.
  • The K-shaped market demands thematic exposure — AI/semiconductor and Electronic Components (DELTA, KCE, HANA) offer structural growth divorced from macro hesitation.
  • Indonesia’s CB crisis is a warning, not yet a systemic EM event — monitor for contagion; a strengthening USD on hawkish Fed would amplify this risk materially.
  • 10Y UST at 4.52% signals bond market dovish lean — fading this by overweighting rate-sensitive longs is the tactical expression if conviction in soft data is high.
  • Cross-asset correlation regime is tightening — expect equities, bonds, and FX to move in lockstep around the employment release; diversification benefits are temporarily suppressed.
  • —

    Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 6 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.53 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.46%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.43 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.49%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.15 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.10%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.73%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 34.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.39%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 153.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.09%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.45%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 147.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.43%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.06%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.78%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 105.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.17%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.15%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 9.85 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.38%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.92%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 193.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.91%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.27% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 250.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.80%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.27% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.84 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.72%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.71%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.63%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 86.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.57%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.25 – 33.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.75% – 12.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.12 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.51%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.98 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.35% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 45.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 113.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.19%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.51%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    [ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-04 ถึง 2026-08-06 | อัปเดตล่าสุดเวลา 10:56 น.]

    🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

    นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ


    นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2569 นับเป็นการเยือนครั้งแรกในรอบ 15 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์และส่งเสริมการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ


    ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 4.77 จุด เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569


    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดที่ระดับ 1,617.13 จุด ลดลง 4.77 จุด (-0.29%) โดยเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ไร้ปัจจัยกระตุ้นใหม่ ขณะที่นักลงทุนรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569


    นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 สิงหาคม 2569


    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานว่า ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 47.84 ล้านบาทในตลาด SET และขายสุทธิ 146.16 ล้านบาทในตลาด SET และ MAI รวมกัน ขณะที่สถาบันในประเทศขายสุทธิ 1,825.80 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยเป็นผู้ซื้อสุทธิ


    ปฏิทินหุ้นวันที่ 4 สิงหาคม 2569: PTL ทำคำเสนอซื้อ, BANPU ออกหุ้นใหม่, SCGD-SCGP ขึ้นเครื่องหมาย XD


    PTL ยื่นคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จำนวน 900 ล้านหุ้นที่ราคาหุ้นละ 15 บาท, BANPU ออกหุ้นสามัญใหม่ 4.05 พันล้านหุ้นในกลุ่มพลังงาน, และ SCGD กับ SCGP ขึ้นเครื่องหมาย XD (ไม่ได้รับสิทธิรับเงินปันผล)


    เงินเฟ้อไทยเดือนกรกฎาคม 2569 ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.95%


    กระทรวงพาณิชย์รายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 1.95% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง แม้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะเร่งตัวขึ้น ดัชนีราคาผู้บริโภคลดลงเมื่อเทียบรายเดือน และกระทรวงฯ คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะปรับเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม


    ตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ปรับตัวขึ้นกว่า 11 จุด


    ตลาดหุ้นไทย (SET) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 11 จุดในช่วงเช้า นำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี เช่น DELTA ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัว ท่ามกลางความหวังการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง


    โบรกเกอร์ Globlex คาดหุ้นไทยเดือนสิงหาคม 2569 แนวโน้ม Sideway Up


    บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคม 2569 จะเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway Up โดยได้แรงหนุนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลาย ราคาน้ำมันที่ลดลง กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้า และการส่งออกที่เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมแนะนำ 5 หุ้นเด่น ได้แก่ CBG, STA, BBGI, PR9 และ TNP

    🌐 ข่าวต่างประเทศ


    ราคาน้ำมันโลกร่วงลง หลังทรัมป์ชะลอแผนโจมตีอิหร่าน


    ราคาน้ำมันโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เลื่อนแผนการโจมตีอิหร่าน ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น และญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ร่วมมือเข้าแทรกแซงค่าเงินเยน


    ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ดันราคาน้ำมันดิ่งกว่า 5%


    ความหวังต่อข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกดิ่งลงมากกว่า 5% โดย WTI ปิดที่ 75.77 ดอลลาร์/บาร์เรล และ Brent ที่ 79.36 ดอลลาร์/บาร์เรล ในขณะที่ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรปรับตัวขึ้น


    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ลดลงมาที่ 2.82%


    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 2.82% ในวันพุธ (5 ส.ค.) จากระดับสูงสุดในรอบสามสัปดาห์ เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงจากความเป็นไปได้ของข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่านช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อ แม้ว่าการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ และแรงกดดันเงินเฟ้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุน


    สรุปข่าวต่างประเทศรอบวันที่ 4 สิงหาคม 2569


    สหรัฐฯ: รัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครตยื่นฟ้องกรณีภาษีนำเข้า / อินเดียพิจารณามาตรการจูงใจทางภาษี / หุ้น SpaceX ร่วงลงอย่างหนัก / Palantir รายงานผลประกอบการดีเกินคาด


    ตลาดหุ้นโลกฟื้นตัวจากความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน


    ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวฟื้นตัวในช่วงวันที่ 5 สิงหาคม 2569 โดยได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ประกอบกับราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวลดลง

    Here is the Thai translation of your provided text:

    Here is the Thai translation of your provided text:

    🎯 หุ้นไทย SET: กลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ดีดตัวสวนกระแสเงินต่างชาติไหลออก — การเทขายน้ำมันจากกระแสทูตสหรัฐฯ-อิหร่าน ปรับเปลี่ยนรอบการลงทุนราย sector

    ## 1. บริบทภาพรวมเศรษฐกิจและการเมือง (ที่มาของการเปลี่ยนแปลง)

    ความคืบหน้าทางการทูตสหรัฐฯ-อิหร่าน กดดันราคาน้ำมันดิบ

    ปัจจัยหลักทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบในช่วง 24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมา คือ ความหวังครั้งใหม่ในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง เนื่องจากตลาดเริ่มทยอยปรับราคาตามแนวโน้มที่ความตึงเครียดในภูมิภาคช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับพลังงานโลก จะคลี่คลายลง ความคาดหวังต่อการแก้ปัญหาทางการทูตได้กัดกร่อนค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk premium) ที่เคยเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับสูงมาหลายสัปดาห์โดยตรง

    ความอ่อนแอของตลาดเอเชียแผ่ขยายเป็นวงกว้าง

    ตลาดหุ้นไทยยังได้รับผลกระทบจาก sentiment เชิงลบที่แผ่ขยายมาจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งดัชนีหุ้นในภูมิภาคต่างเผชิญแรงขาย ปัจจัยภายนอกนี้ส่งผลให้ SET Index ปรับตัวลดลง 12 จุดในวันที่ 3 สิงหาคม ก่อนจะฟื้นตัวบางส่วนในวันที่ 5 สิงหาคม

    เสถียรภาพทางการเมืองสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติในระยะยาว

    ในประเทศ ผู้นำภาคเอกชนไทยได้ชี้ให้เห็นว่าเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้นหลังการเลือกตั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งสะท้อนผ่านกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่องและจำนวนคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้น นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิสะสมเกือบ 70,000 ล้านบาท นับตั้งแต่กลางปี 2569 ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เช่น บล.ทิสโก้ ได้ปรับเป้าหมาย SET Index ขึ้นมาที่ 1,670 จุด โดยมองว่าตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยเมื่อเทียบกับตลาดอื่น

    แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) — ปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้าง

    แผน PDP 2026 และความต้องการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่ยั่งยืนสำหรับหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานสะอาด โดย UBS ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ GULF และโบรกเกอร์หลายแห่งยังคงให้น้ำหนักการลงทุน Overweight ในกลุ่มนี้

    ## 2. การวิเคราะห์เชิงเทคนิค ปัจจัยพื้นฐาน และกระแสเงินทุนต่างประเทศ (สิ่งที่เกิดขึ้น)

    📈 DELTA (อิเล็กทรอนิกส์ / หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI และ Data Center)


    ตัวชี้วัด สถานะ
    แนวโน้ม ขาขึ้น (กำลังพักฐาน)
    Keltner ปรับตัวสูงขึ้น — โครงสร้างขาขึ้นยังคงแข็งแกร่ง
    ความผันผวน (Volatility) กำลังบีบตัว (In-Squeeze) — พลังงานสะสมเพื่อการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
    RSI เป็นกลาง
    ปริมาณการซื้อขาย (Volume) ลดลงในช่วง Squeeze (สัญญาณของการสะสม)
    แนวรับ/แนวต้าน 328 / 348 บาท
    อัตราส่วน R:R 2.57:1 (น่าสนใจมาก)

    – บริบทกระแสเงินต่างชาติ: ข้อมูล NVDR ณ วันที่ 23 กรกฎาคม แสดงให้เห็นว่า DELTA เป็นหนึ่งใน หุ้นที่ถูกซื้อสุทธิมากที่สุด (วันที่ NVDR ซื้อสุทธิรวม 3,160 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 3 สิงหาคม ตลาดหุ้นไทยโดยรวมมียอดขายสุทธิจากต่างชาติประมาณ 1.6 พันล้านบาท โดย DELTA ถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในหุ้นที่ถูกขายด้วยเช่นกัน แต่ในวันที่ 5 สิงหาคม สถานการณ์กลับตาลปัตร — DELTA เป็นผู้นำตลาดปรับตัวขึ้นตามแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี/อิเล็กทรอนิกส์

    – ปัจจัยหนุน: ความต้องการ AI และศูนย์ข้อมูลยังคงแข็งแกร่งในเชิงโครงสร้าง สถิติรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 1 ปี 2569 และแนวโน้มการเติบโต 40–50% ของกลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูล เป็นปัจจัยพื้นฐานที่รองรับราคา


    📉 กลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP, TOP)


    ตัวชี้วัด PTT
    แนวโน้ม ขาขึ้น (แข็งแกร่ง)
    Keltner ปรับตัวสูงขึ้น
    RSI เป็นกลาง
    แนวรับ/แนวต้าน 36.75 / 38.75 บาท
    อัตราส่วน R:R 2.00:1

    – บริบทกระแสเงินต่างชาติ: PTT ปรากฏชื่อในการซื้อสุทธิของ NVDR ในวันที่ 16 และ 23 กรกฎาคม แต่ การเทขายในวันที่ 3 สิงหาคม กดดันหุ้นกลุ่มพลังงานพร้อมกับตลาดโดยรวม ปัจจัยการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลลบต่อหุ้นพลังงานอย่างชัดเจน — หากข้อตกลงทางการทูตเกิดขึ้น จะเป็นการขจัดค่าความเสี่ยงด้านอุปทานทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นตัวหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวจากประมาณ 80 ดอลลาร์ขึ้นไปสูงถึง 170 ดอลลาร์/บาร์เรล (จุดสูงสุดของ Dubai crude)

    – ความเสี่ยง: ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์แบบสองทาง หากการเจรจาล้มเหลว ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง แต่หากบรรลุข้อตกลง ราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มกำไรของ PTT โดยตรง


    🏦 กลุ่มธนาคาร (KBANK, SCB, BBL, KTB)


    ตัวชี้วัด KBANK
    แนวโน้ม ขาขึ้น (แข็งแกร่ง)
    Keltner ปรับตัวสูงขึ้น — กำลังทะลุกรอบขึ้นไป
    RSI อยู่ในเขตซื้อมากเกินไป (Overbought)
    แนวรับ/แนวต้าน 215 / 250 บาท
    อัตราส่วน R:R 1.00:1 (ไม่น่าสนใจ)

    – บริบทกระแสเงินต่างชาติ: หุ้นกลุ่มธนาคารเป็น จุดหมายปลายทางหลักของเงินทุนต่างชาติ โดย KBANK เพียงตัวเดียวมีแรงซื้อจากต่างชาติ/NVDR สะสมกว่า 21,400 ล้านบาท ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2–3 สิงหาคม มี การทำกำไรในหุ้นกลุ่มธนาคาร ผลประกอบการไตรมาส 2 ของธนาคารขนาดใหญ่ ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งกระตุ้นแรงขาย

    – ความเสี่ยงจากปัจจัยหนุน: กลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นมาแล้ว 16–35% ในรอบสามเดือน — ข่าวดีส่วนใหญ่ถูกรวมอยู่ในราคาไปแล้ว เมื่อ RSI อยู่ในเขต Overbought และอัตราส่วน R:R ต่ำถึง 1:1 ทำให้ความคุ้มค่าในการเข้าซื้อ ณ ราคาปัจจุบันลดลง


    ⚡ กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF, BGRIM, GPSC, GUNKUL)


    ตัวชี้วัด GULF
    แนวโน้ม Sideways (กำลังพักฐาน) / กำลังเปลี่ยนผ่าน
    MACD เกิดสัญญาณซื้อ (Crossover) (มีแนวโน้ม bullish)
    Keltner ทรงตัว
    RSI เป็นกลาง
    แนวรับ/แนวต้าน 60.50 / 63.19 บาท (ข้อมูลเก่า); 63.25 / 68.25 (ข้อมูลใหม่)

    – ปัจจัยหนุน: แผน PDP 2026 และความต้องการศูนย์ข้อมูลเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่ง UBS ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ GULF เป็น 82 บาท Globlex แนะนำ GULF, BGRIM, GPSC, GUNKUL เป็นหุ้นเด่น อย่างไรก็ตาม การลดค่าไฟฟ้าของ กกพ. สร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะสั้น การเกิดสัญญาณ MACD Crossover เป็นสัญญาณโมเมนตัมขาขึ้นเบื้องต้น ก่อนที่ราคาจะทะลุกรอบขึ้นไปจริง

    ## 3. กลยุทธ์และมุมมองในอนาคต (แนวทางการลงทุน)

    กลุ่มอุตสาหกรรม แนวโน้มระยะสั้น กลยุทธ์
    อิเล็กทรอนิกส์/เทคโนโลยี (DELTA) 🟢 แนวโน้มดี — ความต้องการ AI + การทะลุกรอบจากรูปแบบ Squeeze สะสมเมื่อย่อตัวลงมาที่ 328–335; รอคอนเฟิร์มด้วยปริมาณการซื้อขายเมื่อราคาทะลุ 348 ขึ้นไป
    พลังงาน (PTT, PTTEP) 🔴 แนวโน้มแย่ — การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านกดดันส่วนเพิ่มราคาน้ำมัน ลดพอร์ต / ทำกำไร. ค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังถูกขจัดออกไป มีความเสี่ยง downside สูง
    ธนาคาร (KBANK, SCB, BBL) 🟡 กลางๆ/ระมัดระวัง — Overbought, กำไร Q2 อ่อนแอ รอให้ราคาย่อตัว. R:R ต่ำกว่า 2:1; ผลประกอบการ Q2 ที่ต่ำกว่าคาดเป็นปัจจัยกดดันพื้นฐาน
    โรงไฟฟ้า (GULF, BGRIM, GPSC) 🟢 เชิงโครงสร้างดี — ปัจจัยหนุนจากแผน PDP 2026 ยังคงอยู่ สะสมเมื่อราคาอ่อนตัว. การลดค่าไฟของ กกพ. เป็นปัจจัยรบกวนระยะสั้น ความต้องการศูนย์ข้อมูลเป็นธีมระยะยาวที่ยั่งยืน

    🎯 สรุปสาระสำคัญ:

    ตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ในช่วง การเปลี่ยนรอบหมุนเวียนของกลุ่มอุตสาหกรรม (sector rotation) อย่างรุนแรง ซึ่งขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคเพียงปัจจัยเดียว นั่นคือ การเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน การขจัดค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางกำลัง บดขยี้หุ้นกลุ่มพลังงาน ในขณะเดียวกันก็ ปลดล็อคศักยภาพของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนปัจจัยการผลิตที่ลดลงและความคาดหวังด้านเงินเฟ้อที่คลี่คลาย กระแสเงินทุนต่างชาติ มีความหลากหลายและผันผวน — การขายสุทธิประมาณ 1.6 พันล้านบาทในวันที่ 3 สิงหาคม เป็นสัญญาณของการทำกำไรหลังจากหลายเดือนของการสะสมหุ้น แต่การเด้งกลับของตลาดที่นำโดย DELTA ในวันที่ 5 สิงหาคม ชี้ให้เห็นว่าเงินต่างชาติกำลังเปลี่ยนหมุนเวียนภายในตลาด ไม่ใช่กำลังถอนตัวออกไป

    การลงทุนที่นำไปปฏิบัติได้จริง (Actionable Trades):

    – DELTA — ซื้ออย่างมั่นใจเมื่อราคาย่อตัว Squeeze + ปัจจัยหนุน AI + แรงหนุนจากการเปลี่ยนหมุนเวียนของกลุ่มอุตสาหกรรม = upside ที่ไม่สมมาตร (asymmetric upside)

    – GULF / กลุ่มโรงไฟฟ้า — สะสม แผน PDP 2026 และความต้องการศูนย์ข้อมูลเป็นธีมระยะยาวหลายปี การลดค่าไฟฟ้าเป็นเพียงปัจจัยรบกวนระยะสั้น

    – PTT / กลุ่มพลังงาน — ลดพอร์ตหรือป้องกันความเสี่ยง การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านคือความเสี่ยงแบบสองทางที่ใหญ่ที่สุดต่อการลงทุนในกลุ่มพลังงาน

    ## 4. 📊 สรุปข้อมูล

    หุ้น แนวโน้ม กระแสเงินต่างชาติ (NVDR 24-36ชม.) ปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจมหภาค/ข่าว ระดับความเสี่ยง (R:R/SL) ปริมาณซื้อขายพุ่ง แนวโน้มโดยรวม
    DELTA ขาขึ้น (พักฐาน) ปนเป — ถูกขาย 3 ส.ค., ถูกซื้อกลับ 5 ส.ค. ความต้องการ AI/Data Center; การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านช่วยลดราคาน้ำมัน → ต้นทุนต่ำลง R:R 2.57:1 / SL 328 ลดลง (Squeeze) — รอการขยายตัว 🟢 แนวโน้มดี — ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนรอบ
    PTT ขาขึ้น (แข็งแกร่ง) แรงขายสุทธิ 3–4 ส.ค. การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน → ราคาน้ำมันลดลง; EPS Q1 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย R:R 2.00:1 / SL 36.75 ปกติ 🔴 แนวโน้มแย่ — ค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ถูกขจัด
    GULF Sideways (กำลังเปลี่ยนผ่าน) ไม่มีข้อมูลในช่วง 24-36ชม.ที่ผ่านมา แผน PDP 2026 + ความต้องการ Data Center; การลดค่าไฟของ กกพ. (ระยะสั้น) R:R ~1.50:1 / SL 60.00 ลดลง (Squeeze) 🟢 แนวโน้มดี — ปัจจัยเชิงโครงสร้างยังคงอยู่
    KBANK ขาขึ้น (แข็งแกร่ง) ทำกำไร 2–3 ส.ค. หลังสะสมหนัก กำไร Q2 ธนาคารต่ำกว่าคาด; พุ่งขึ้น 35% ใน 3 เดือน → ยืดตัวมาก R:R 1.00:1 / SL 215 ขยายตัว (ทะลุกรอบ) — อาจกำลังหมดแรง 🟡 กลางๆ — รอให้ย่อตัวลงมาที่ ~215–220
    กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM, GPSC, GUNKUL) Overweight กลุ่ม (ฉันทามติโบรกเกอร์) คาดว่าต่างชาติจะซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว แผน PDP 2026; ความต้องการไฟฟ้าสีเขียวจาก Data Center; แรงกดดันจากการลดค่าไฟของ กกพ. แตกต่างกันไป แตกต่างกันไป 🟢 แนวโน้มดี — ซื้อเมื่ออ่อนตัว

    ## 5. ⚡ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า

    1. พาดหัวข่าวการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน — ความคืบหน้าเชิงบวกหรือลบ จะส่งผลให้กลุ่มพลังงานและเทคโนโลยีเคลื่อนไหวสวนทางกันได้ภายในไม่กี่นาที

    2. การเปิดตลาดเอเชีย (เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น) — หากตลาดภูมิภาคยังคงอ่อนแอ อาจจำกัด upside ของ SET แม้จะมีการเปลี่ยนหมุนเวียนภายในประเทศ

    3. การยืนยันทิศทางกระแสเงินต่างชาติ — หากแรงซื้อในวันที่ 5 สิงหาคมยังคงต่อเนื่องถึงวันที่ 6 สิงหาคม จะเป็นสัญญาณว่าการขายในวันที่ 3 สิงหาคมเป็นเพียงการทำกำไรในวันเดียว ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาลง

    4. การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ — หากราคาสามารถยืนต่ำกว่าระดับแนวรับทางเทคนิคที่สำคัญได้อย่างต่อเนื่อง จะเร่งกระบวนการขายทำกำไรในกลุ่มพลังงาน

    – คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มนี้ให้ข้อมูลตามสภาพที่เป็น (as-is) และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายทางการเงินใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    ดูเหมือนว่าคุณได้กำหนดบทบาทและขีดความสามารถให้ฉันแล้ว แต่ฉันยังไม่เห็นคำถามเกี่ยวกับการลงทุนหรือคำค้นหาหุ้นโดยเฉพาะที่ให้ฉันวิเคราะห์

    ดูเหมือนว่าคุณได้กำหนดบทบาทและขีดความสามารถให้ฉันแล้ว แต่ฉันยังไม่เห็นคำถามเกี่ยวกับการลงทุนหรือคำค้นหาหุ้นโดยเฉพาะที่ให้ฉันวิเคราะห์

    กรุณาแชร์สิ่งที่คุณต้องการให้ฉันตรวจสอบ เช่น:

    – ชื่อย่อหุ้นไทยเฉพาะ (เช่น PTT, CPALL, DELTA, KBANK, AOT)

    – การเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมหรือภาคส่วน

    – การวิเคราะห์ผลกระทบจากเศรษฐกิจมหภาคหรือการเมือง

    – การวิเคราะห์กระแสเงินทุนต่างประเทศ (NVDR) และการตั้งค่าทางเทคนิคสำหรับหุ้นหนึ่งตัวหรือมากกว่า

    เมื่อคุณให้คำค้นหา ฉันจะดึงข้อมูลล่าสุด 24–36 ชั่วโมงมาให้ทันที และส่งรายงานการลงทุนที่มีโครงสร้างครบถ้วนให้คุณ

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7726.02 +2.47 +0.03 % 2026-08-06
    US30 INDU:IND 54435 +86.15 +0.16 % 2026-08-06
    US100 US100:IND 29350 -138.24 -0.47 % 2026-08-06
    Vilnius VILSE:IND 1505 -1.57 -0.1 % 2026-08-06
    US1000 RIY:IND 4204.36 -9.33 -0.22 % 2026-08-06
    TUN TUSISE:IND 20156 -30.84 -0.15 % 2026-08-06
    USE All Share ALSIUG:IND 2206.82 +5.68 +0.26 % 2026-08-06
    ZSI Industrials INDZI:IND 472.87 +5.65 +1.21 % 2026-08-06

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6492 +11.55 +0.18 % 2026-08-06
    EU600 STOXX:IND 657.14 0 0 2026-08-06
    EU100 N100:IND 1958 -0.24 -0.01 % 2026-08-06
    EU350 SPE350:IND 2670.6 +19.44 +0.73 % 2026-08-06
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 318.49 +0.75 +0.23 % 2026-08-06

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4658 +57.22 +1.24 % 2026-08-06
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24625 +9.75 +0.04 % 2026-08-06
    AU50 AS52:IND 9088 +38 +0.42 % 2026-08-06

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 65165 -1 -1.71 % 2026-08-06
    GB100 UKX:IND 10888 +8.92 +0.08 % 2026-08-06
    DE40 DAX:IND 26202 +75.2 +0.29 % 2026-08-06
    FR40 CAC:IND 8669 +2.67 +0.03 % 2026-08-06
    IT40 FTSEMIB:IND 53447 -93.7 -0.18 % 2026-08-06
    ES35 IBEX:IND 20057 +33.4 +0.17 % 2026-08-06
    ASX200 AS51:IND 9238 +10 +0.11 % 2026-08-06
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3878 +56.15 +1.47 % 2026-08-06
    SENSEX SENSEX:IND 78581 +152.06 +0.19 % 2026-08-06
    TSX SPTSX:IND 36146 +344.83 +0.96 % 2026-08-06
    MOEX INDEXCF:IND 2302 +32.42 +1.43 % 2026-08-06
    IBOVESPA IBOV:IND 177726 -168.8 -0.09 % 2026-08-06
    IPC MEXBOL:IND 66525 -307.98 -0.46 % 2026-08-06
    NL25 AEX:IND 1111 -1.15 -0.1 % 2026-08-06
    CH20 SMI:IND 14552 +88.33 +0.61 % 2026-08-06
    SAALL JALSH:IND 115416 +1 +1.01 % 2026-08-06
    STI FSSTI:IND 5581 -30.88 -0.55 % 2026-08-06
    HK50 HSI:IND 25916 +62.9 +0.24 % 2026-08-06
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13990 -9.02 -0.06 % 2026-08-06
    BIST 100 XU100:IND 13703 +15.2 +0.11 % 2026-08-06
    Stockholm 30 S30:IND 3327 +0.65 +0.02 % 2026-08-06
    WIG WIG:IND 151086 -398.73 -0.26 % 2026-08-06
    BE20 BEL20:IND 5776 +68.81 +1.21 % 2026-08-06
    Oslo OSEAX:IND 2374 -8.39 -0.35 % 2026-08-06
    ATX ATX:IND 6704 +46.89 +0.7 % 2026-08-06
    Copenhagen KFX:IND 1567 -28.84 -1.81 % 2026-08-06
    Helsinki HEX:IND 13180 -113.12 -0.85 % 2026-08-06
    Helsinki 25 HEX25:IND 6221 -38.36 -0.61 % 2026-08-06
    ISEQ ISEQ:IND 14016 +217.23 +1.57 % 2026-08-06
    Athens General ASE:IND 2624 -4.82 -0.18 % 2026-08-06
    PSI Geral BVLX:IND 6171 -5.47 -0.09 % 2026-08-06
    PSI PSI20:IND 9176 +7.08 +0.08 % 2026-08-06
    PX PX:IND 2769 +2.95 +0.11 % 2026-08-06
    BET BET:IND 36278 -166.74 -0.46 % 2026-08-06
    BUX BUX:IND 148086 -998.5 -0.67 % 2026-08-06
    SAX SKSM:IND 335 0 0 2026-08-06
    LuxX LUXXX:IND 2022 -13.78 -0.68 % 2026-08-06
    CROBEX CRO:IND 4437 +0.52 +0.01 % 2026-08-06
    SOFIX SOFIX:IND 1311 -1.04 -0.08 % 2026-08-06
    SBITOP SBITOP:IND 3251 -19.68 -0.6 % 2026-08-06
    BELEX 15 BELEX15:IND 1235 +2.17 +0.18 % 2026-08-06
    SASX 10 SASX10:IND 1542 +8.05 +0.52 % 2026-08-06
    CSE General CYSMMAPA:IND 318 -0.96 -0.3 % 2026-08-06
    Tallinn TALSE:IND 2154 -3.91 -0.18 % 2026-08-06
    Riga RIGSE:IND 928 -0.27 -0.03 % 2026-08-06
    ICEX ICEXI:IND 2048 +10.71 +0.53 % 2026-08-06
    MBI 10 MBI:IND 9212 -23.2 -0.25 % 2026-08-06
    MSE MALTEX:IND 4147 +15.46 +0.37 % 2026-08-06
    Monex MONEX:IND 17518.02 +16.5 +0.09 % 2026-08-06
    DE Mid MDAX:IND 32396.95 -167.71 -0.52 % 2026-08-06
    DE Small SDAX:IND 18553.91 -85.52 -0.46 % 2026-08-06
    Ecuador General BVQA:IND 1769 -0.38 -0.02 % 2026-08-06
    Merval MERVAL:IND 3156332 -32 -1.02 % 2026-08-06
    IBC IBVC:IND 5155 +16.59 +0.32 % 2026-08-06
    COLCAP COLCAP:IND 2345 -29.87 -1.26 % 2026-08-06
    IGPA IGPA:IND 55994 +564.62 +1.02 % 2026-08-06
    BVPSI BVPSBVPS:IND 710 +2.4 +0.34 % 2026-08-06
    BSX BSX:IND 3949 +9.8 +0.25 % 2026-08-06
    JSE JMSMX:IND 376719 +1 +0.43 % 2026-08-06
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2924 +45.39 +1.58 % 2026-08-06
    CH50 XIN9:IND 14976.03 +132.1 +0.89 % 2026-08-06
    DSE Broad DSEX:IND 5894 +8.44 +0.14 % 2026-08-06
    JCI JCI:IND 6351 +31.53 +0.5 % 2026-08-06
    TASI SASEIDX:IND 10888 +29.41 +0.27 % 2026-08-06
    TSI TWSE:IND 43386 +25.75 +0.06 % 2026-08-06
    ADX General ADSMI:IND 10111 +9.7 +0.1 % 2026-08-06
    SET 50 SET50:IND 1077 -5.38 -0.5 % 2026-08-06
    FKLCI FBMKLCI:IND 1748 +15.51 +0.9 % 2026-08-06
    TA-125 TA-125:IND 4023 -27.48 -0.68 % 2026-08-06
    PSEi PCOMP:IND 6286 -10.33 -0.16 % 2026-08-06
    KSE 100 KSE100:IND 180015 +2 +1.66 % 2026-08-06
    KASE KZKAK:IND 7874 +16.29 +0.21 % 2026-08-06
    QE DSM:IND 10182 +89.24 +0.88 % 2026-08-06
    HNX VHINDEX:IND 293.59 +7.18 +2.51 % 2026-08-06
    VN VNINDEX:IND 1776 -0.77 -0.04 % 2026-08-06
    MSM 30 MSM30:IND 7349 +14.3 +0.2 % 2026-08-06
    ASPI CSEALL:IND 21167 +84.86 +0.4 % 2026-08-06
    Blom BLOM:IND 1772 +5.59 +0.32 % 2026-08-06
    ASE JOSMGNFF:IND 3969 -17.93 -0.45 % 2026-08-06
    LSX Composite LSXC:IND 1328 +9 +0.68 % 2026-08-06
    MSE 20 MSETOP:IND 54948 +116.62 +0.21 % 2026-08-06
    DFM General DFMGI:IND 6008 +21.78 +0.36 % 2026-08-06
    Kuwait All Share BKA:IND 8847.09 -66.76 -0.75 % 2026-08-06
    JPVIX VXJ:IND 33.07 -1.2 -3.5 % 2026-08-06
    Estirad BHSEEI:IND 1956.24 -0.46 -0.02 % 2026-08-06
    ASX All Share AS30:IND 9453 +47.8 +0.51 % 2026-08-06
    NSE All Share NGSEINDX:IND 244912 +109.41 +0.04 % 2026-08-06
    SA40 TOP40:IND 107377 +1 +1.11 % 2026-08-06
    EGX 30 CASE:IND 54660 +157.87 +0.29 % 2026-08-06
    CFG 25 MOSENEW:IND 18330 +266.52 +1.48 % 2026-08-06
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4163 -10.44 -0.25 % 2026-08-06
    Nairobi All Share NSEASI:IND 234 -3.86 -1.62 % 2026-08-06
    DSEI DARSDSEI:IND 4189 +6.28 +0.15 % 2026-08-06
    GGSECI GGSECI:IND 15222 -163.16 -1.06 % 2026-08-06
    SEMDEX SEMDEX:IND 2280 +0.03 0 2026-08-06
    NSX Overall FTN098:IND 2425 +6.77 +0.28 % 2026-08-06
    Gaborone BGSMDC:IND 11188 0 0 2026-08-06

    Commodities Index Report

    ENERGY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Crude Oil CL1:COM 75.221 +0.0008 0 Aug/06
    Brent CO1:COM 79.521 +0.0706 +0.09 % Aug/06
    Natural gas NG1:COM 2.6702 -0.0178 -0.66 % Aug/06
    Gasoline XB1:COM 2.8272 -0.0116 -0.41 % Aug/06
    Heating Oil HO1:COM 3.7733 -0.0229 -0.6 % Aug/06
    Coal XAL1:COM 128.8 -2.05 -1.57 % Aug/05
    EU Gas NGEU:COM 53.47 -0.0721 -0.13 % Aug/06
    UK Gas NGUK:COM 131 -5.78 -4.23 % Aug/05
    Ethanol DL1:COM 1.9325 0 0 Aug/05
    Naphtha MOB:COM 668.77 -14.465 -2.12 % Aug/05
    Propane PNL:COM 0.67 +0.0005 +0.08 % Aug/05
    Uranium UXA:COM 86.35 +0.05 +0.06 % Aug/05
    Methanol CMA:COM 2500 -80 -3.1 % Aug/05
    Coking Coal DJM:COM 215 +2.5 +1.18 % Aug/05
    LNG JKM LNGJKM:COM 20.92 -0.26 -1.23 % Aug/05
    German Gas NGDE:COM 53.62 -3.336 -5.86 % Aug/05
    Urals Oil URDB:COM 75.26 -9.95 -11.68 % Aug/04

    METALS

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Gold XAUUSD:CUR 4299.92 +52.52 +1.24 % Aug/06
    Silver XAGUSD:CUR 62.712 +0.6914 +1.11 % Aug/06
    Copper HG1:COM 6.7314 +0.0284 +0.42 % Aug/06
    Steel JBP:COM 3007 +26 +0.87 % Aug/05
    Lithium LC:COM 140250 +250 +0.18 % Aug/05
    Iron Ore CNY IOE:COM 714 +8 +1.13 % Aug/06
    Platinum XPTUSD:CUR 1791.6 +44.7 +2.56 % Aug/06
    Cobalt Hydroxide COH:COM 49935.75 +98.11 +0.2 % Aug/04
    HRC Steel HRC:COM 1196.1 +3.1046 +0.26 % Aug/06
    Scrap Aluminum SAL:COM 2416.27 +16.54 +0.69 % Aug/04
    Iron Ore SCO:COM 93.91 +0.21 +0.22 % Aug/05
    Silicon SI:COM 8370 +65 +0.78 % Aug/05
    Scrap Steel SSC:COM 380 -10.5 -2.69 % Aug/04
    Titanium TTSG:COM 44.5 0 0 Aug/05

    AGRICULTURAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Soybeans S 1:COM 1152.48 +0.9845 +0.09 % Aug/06
    Wheat W 1:COM 644.34 +2.0853 +0.32 % Aug/06
    Lumber LB1:COM 579.5 -7 -1.19 % Aug/05
    Palm Oil PLO:COM 4702 +6 +0.13 % Aug/05
    Cheese CHE:COM 1.6331 -0.0019 -0.12 % Aug/06
    Milk DA:COM 16.6 +0.97 +6.21 % Aug/05
    Rubber JN1:COM 216.9 +5.9 +2.8 % Aug/05
    Orange Juice JO1:COM 156.25 -3.45 -2.16 % Aug/05
    Coffee KC1:COM 326.25 +2.15 +0.66 % Aug/05
    Cotton CT1:COM 83.05 +0.59 +0.72 % Aug/05
    Rice RR1:COM 14.1111 +0.0561 +0.4 % Aug/06
    Canola RS1:COM 765.56 -0.3386 -0.04 % Aug/06
    Oat O 1:COM 316.2806 -0.2194 -0.07 % Aug/06
    Wool OL1:COM 1873 0 0 Aug/05
    Sugar SB1:COM 15.17 +0.13 +0.86 % Aug/05
    Cocoa CC1:COM 5848 -76 -1.28 % Aug/05
    Tea TEA:COM 212.14 -9.67 -4.36 % Jul/25
    Sunflower Oil SUNF:COM 1666.7 -3.1 -0.19 % Aug/05
    Rapeseed RSO:COM 523.25 +4.5 +0.87 % Aug/05
    Barley BL1:COM 2281 +45 +2.01 % Aug/05
    Butter FABT:COM 4020 -20 -0.5 % Aug/05
    Corn C 1:COM 438.548 +1.798 +0.41 % Aug/06

    INDUSTRIAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Bitumen BIT:COM 3860 -75 -1.91 % Aug/05
    Cobalt LCO1:COM 56290 0 0 Aug/05
    Lead LL1:COM 1894.35 +2.97 +0.16 % Aug/06
    Aluminum LMAHDS03:COM 3249.65 +28.6499 +0.89 % Aug/05
    Tin LMSNDS03:COM 55989 +543 +0.98 % Aug/04
    Zinc LMZSDS03:COM 3744.35 +15.2499 +0.41 % Aug/06
    Nickel LN1:COM 17144 +24.25 +0.14 % Aug/06
    Molybdenum MOLYBDEN:COM 617.5 0 0 Aug/05
    Palladium XPDUSD:CUR 1393.5 +23.5 +1.72 % Aug/06
    Rhodium XRH:COM 8525 0 0 Aug/06
    Phosphorus PHO:COM 1026 0 0 Aug/05
    Polyethylene POL:COM 7497 -136 -1.78 % Aug/06
    Polyvinyl PVC:COM 4460 +13 +0.29 % Aug/06
    Polypropylene PYL:COM 7896 -230 -2.83 % Aug/06
    Synthetic Rubber SBR:COM 13400 -16.67 -0.12 % Aug/05
    Soda Ash SODASH:COM 1030 0 0 Aug/05
    Neodymium SREMNDM:COM 975000 -10000 -1.02 % Aug/05
    Styrene STR:COM 8700 +80 +0.93 % Aug/05
    Sulfur SULF:COM 9169 0 0 Aug/05
    Tellurium TEC:COM 812.5 0 0 Aug/05
    Urea UFB:COM 390 -12.5 -3.11 % Aug/05
    Di-ammonium UFI:COM 795 -3 -0.38 % Aug/05
    Magnesium MACN:COM 16900 0 0 Aug/05
    Gallium GAC:COM 1825 +30 +1.67 % Aug/05
    Germanium GECNYBGQ:COM 23750 0 0 Aug/05
    Manganese IMR:COM 28.75 0 0 Aug/05
    Indium IUC:COM 5500 0 0 Aug/05
    Kraft Pulp KSP:COM 4666 +6 +0.13 % Aug/05

    LIVESTOCK

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Feeder Cattle FC1:COM 354 +2.8 +0.8 % Aug/05
    Live Cattle LC1:COM 234.1 +2.15 +0.93 % Aug/05
    Lean Hogs LH1:COM 96.675 -1.175 -1.2 % Aug/05
    Beef BEEF:COM 348.55 -1.65 -0.47 % Aug/05
    Poultry POUL:COM 7.15 +0.25 +3.62 % Aug/05
    Eggs US WEGGS:COM 1.01 -0.0374 -3.58 % Aug/05
    Eggs CH DCE:COM 4344 +333 +8.3 % Aug/05
    Salmon NOSMFZ:COM 72.79 +0.71 +0.99 % Jul/31

    INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CRB Index CRYTR:IND 478.45 -8.2959 -1.7 % Aug/04
    GSCI SPGSCITR:IND 654.25 +1.7949 +0.28 % Aug/05
    SSE Commodity Index SSECC:COM 7298.01 +42.6885 +0.59 % Aug/05
    Containerized Freight Index SPSCFI:COM 3205.97 0 0 Aug/06
    EU Carbon Permits EECXM:IND 81.35 +0.01 +0.01 % Aug/05
    Wind Energy Index GWETR:IND 23.45 -0.47 -1.96 % Aug/05
    Nuclear Energy Index MVNLRTR:IND 42.98 +0.02 +0.05 % Aug/06
    Solar Energy Index SOLARNTR:IND 50.8 -3 -5.58 % Aug/05

    ELECTRICITY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    United Kingdom GBRELEPRI:COM 110.33 -5.67 -4.89 % Aug/05
    Germany DEUELEPRI:COM 123.38 -1.43 -1.15 % Aug/04
    France FRAELEPRI:COM 60.38 -2.21 -3.53 % Aug/05
    Italy ITAELEPRI:COM 198.35 -9.4956 -4.57 % Aug/06
    Spain ESPELEPRI:COM 109.51 -9.4 -7.91 % Aug/06

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15569 +0.0004 +0.03 % +0.2542 % +1.2662 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34672 -0.0001 -0.01 % +0.0097 % +0.8054 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70575 -0.0001 -0.01 % +0.4255 % +1.8633 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58828 -0.0005 -0.09 % +0.0306 % +3.6069 %
    USDJPY USDJPY:CUR 157.727 -0.0225 -0.01 % -1.1305 % -2.698 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74593 -0.0023 -0.03 % -0.0347 % -0.8471 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.8065 -0.0006 -0.08 % +0.1826 % -0.1968 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.40076 -0.0004 -0.03 % -0.0371 % -1.3605 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.235 -0.0012 -0.01 % -0.6219 % -1.6009 %
    USDINR USDINR:CUR 95.079 -0.0013 0 -0.6816 % -0.2765 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1395 +0.0006 +0.01 % +0.2125 % -0.1205 %
    USDRUB USDRUB:CUR 80.975 -0.335 -0.41 % +1.4089 % +5.1623 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1418.18 -3.29 -0.23 % -0.3898 % -6.358 %
    DXY DXY:CUR 99.658 -0.0411 -0.04 % -0.2063 % -1.3512 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.589 +0.0062 +0.01 % +0.3304 % +1.6155 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.48239 -0.0036 -0.04 % -0.5065 % -2.2004 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.7204 -0.0048 -0.13 % -0.4082 % -1.2923 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.53038 +0.0009 +0.01 % -0.0128 % -2.79 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.3083 +0.0004 0 -1.0929 % +0.1314 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.46822 -0.0024 -0.04 % -0.2503 % -1.2523 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28052 -0.0006 -0.05 % -0.1014 % -0.9414 %
    USDILS USDILS:CUR 3.00254 -0.002 -0.07 % -1.9748 % -1.3085 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84368 -0.0004 0 +0.0079 % +0.0246 %
    USDCLP USDCLP:CUR 913.88 -0.14 -0.02 % -2.3017 % -1.5078 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.799 -0.001 0 +0.0122 % -0.1441 %
    USDCZK USDCZK:CUR 20.9293 -0.005 -0.02 % -0.3196 % -1.4533 %
    USDHUF USDHUF:CUR 313.023 -0.1605 -0.05 % -0.4636 % +0.4614 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15569 +0.0004 +0.03 % +0.2542 % +1.2662 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34672 -0.0001 -0.01 % +0.0097 % +0.8054 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.8065 -0.0006 -0.08 % +0.1826 % -0.1968 %
    USDRUB USDRUB:CUR 80.975 -0.335 -0.41 % +1.4089 % +5.1623 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.589 +0.0062 +0.01 % +0.3304 % +1.6155 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.48239 -0.0036 -0.04 % -0.5065 % -2.2004 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.7204 -0.0048 -0.13 % -0.4082 % -1.2923 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.53038 +0.0009 +0.01 % -0.0128 % -2.79 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.46822 -0.0024 -0.04 % -0.2503 % -1.2523 %
    USDCZK USDCZK:CUR 20.9293 -0.005 -0.02 % -0.3196 % -1.4533 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5397 -0.0013 -0.03 % -0.2264 % -1.0118 %
    USDHUF USDHUF:CUR 313.023 -0.1605 -0.05 % -0.4636 % +0.4614 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.7265 -0.0235 -0.05 % -0.0525 % +0.3962 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.9561 +0.0119 +0.4 % +1.2294 % +2.9821 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.523 -0.0598 -0.06 % -0.3121 % -1.2816 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6924 -0.0002 -0.01 % -0.2534 % -1.3235 %
    USDISK USDISK:CUR 122.705 -0.035 -0.03 % -0.8044 % -2.468 %
    USDALL USDALL:CUR 80.715 -0.21 -0.26 % -1.8305 % -1.8782 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.27 -0.365 -0.68 % -1.4522 % -1.1321 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.32 0 0 -1.9091 % -1.0851 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.40076 -0.0004 -0.03 % -0.0371 % -1.3605 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.235 -0.0012 -0.01 % -0.6219 % -1.6009 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1395 +0.0006 +0.01 % +0.2125 % -0.1205 %
    DXY DXY:CUR 99.665 -0.0343 -0.03 % -0.1996 % -1.3446 %
    USDARS USDARS:CUR 1496.28 +0.0346 0 +0.4861 % +0.2911 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3182.69 -0.29 -0.01 % +1.7549 % -4.6833 %
    USDCLP USDCLP:CUR 913.88 -0.14 -0.02 % -2.3017 % -1.5078 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.385 -0.0023 -0.07 % -0.1239 % -0.4002 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.25 -0.02 -0.03 % +0.1892 % -1.0868 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.63 0 0 0 0
    USDURY USDURY:CUR 40.1878 -0.0872 -0.22 % -0.1297 % -0.1917 %
    USDCRC USDCRC:CUR 454.92 0 0 +0.0594 % -0.1427 %
    USDPAB USDPAB:CUR 1.001 +0.001 +0.1 % +0.1 % +0.1 %
    USDBOB USDBOB:CUR 12.1384 +0.0434 +0.36 % +2.2181 % +22.3013 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5960.61 +12.2399 +0.21 % -0.0312 % -1.933 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.7452 -0.0093 -0.11 % -0.1062 % -0.1097 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.78 +0.0095 +0.14 % -0.1487 % -0.1796 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8031 0 0 +0.0366 % +0.1274 %
    USDJMD USDJMD:CUR 158.828 +0.318 +0.2 % +0.3272 % +0.2639 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.7839 -0.0161 -0.04 % -0.0437 % -0.0437 %
    USDHTG USDHTG:CUR 130.68 -0.07 -0.05 % -0.0535 % -0.149 %
    USDBSD USDBSD:CUR 0.9995 -0.0005 -0.05 % -0.05 % -0.05 %
    USDSRD USDSRD:CUR 37.7757 +0.0078 +0.02 % +0.0856 % +0.5679 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209.4 +0.1 +0.05 % +0.3354 % +0.0478 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 754.2112 -0.744 -0.1 % +1.1419 % +10.0901 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 157.727 -0.0225 -0.01 % -1.1305 % -2.698 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74593 -0.0023 -0.03 % -0.0347 % -0.8471 %
    USDINR USDINR:CUR 95.079 -0.0013 0 -0.6816 % -0.2765 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1418.2 -3.27 -0.23 % -0.3884 % -6.3567 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17888.4 +3.4 +0.02 % -0.8788 % -0.3099 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.7557 -0.0001 0 -0.0466 % -0.012 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.252 -0.0249 -0.08 % -0.4669 % +0.3781 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1374305 -467 -0.03 % -0.0727 % -0.0676 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6725 -0.0004 -0.01 % -0.0136 % -0.0109 %
    USDTHB USDTHB:CUR 33.055 -0.075 -0.23 % -1.0626 % -0.8548 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.0901 -0.003 -0.07 % +0.0098 % +0.4914 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28063 -0.0005 -0.04 % -0.0928 % -0.9329 %
    USDILS USDILS:CUR 3.00254 -0.002 -0.07 % -1.9748 % -1.3085 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84409 0 0 +0.0131 % +0.0298 %
    USDPHP USDPHP:CUR 60.62 -0.078 -0.13 % -1.1899 % -1.3716 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.799 -0.001 0 +0.0122 % -0.1441 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1310.5 +0.45 +0.03 % +0.0343 % +0.0366 %
    USDKZT USDKZT:CUR 470.77 +0.14 +0.03 % -0.8154 % +0.118 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.6458 0 0 +0.0439 % +0.0521 %
    USDVND USDVND:CUR 26251 -12.5 -0.05 % -0.2716 % -0.1863 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.785 0 0 +0.2714 % +0.4341 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.385 +0.0003 +0.07 % +0.0728 % +0.0754 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 0 0 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 335.39 0 0 -0.1429 % +0.1104 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122.02 0 0 +0.0164 % +0.0164 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11935 +48.2803 +0.41 % -0.5946 % -0.7181 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.085 +0.0028 +0.03 % +0.0792 % +0.0594 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.5 0 0 0 0
    USDLBP USDLBP:CUR 89550 0 0 0 0
    USDYER USDYER:CUR 236.875 -1.455 -0.61 % -0.6563 % -0.6668 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.3771 0 +0.01 % +0.0053 % +0.0345 %
    USDAFN USDAFN:CUR 66 +0.22 +0.33 % +0.5331 % -0.3774 %
    USDNPR USDNPR:CUR 152.031 -0.164 -0.11 % -0.695 % +0.05 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2807 0 0 -0.0234 % -0.9283 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4052.5 -0.5 -0.01 % +0.235 % +0.8085 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.615 0 0 -0.1908 % -0.6836 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3597 0 0 +0.0278 % +0.3347 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22605 +9.5 +0.04 % -0.1833 % +0.344 %
    USDAMD USDAMD:CUR 366.14 0 0 -0.1336 % -0.3565 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.2249 -0.0201 -0.22 % -0.1634 % -0.2174 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 0 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.3092 0 +0.01 % -0.1227 % -0.1776 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70575 -0.0001 -0.01 % +0.4255 % +1.8633 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58828 -0.0005 -0.09 % +0.0306 % +3.6069 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.4235 +0.0147 +0.33 % +0.2266 % +0.6256 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.8 +0.37 +0.36 % +0.1302 % -0.8738 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.211 +0.0005 +0.02 % -0.2031 % -1.3915 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1362.46 -0.03 0 -0.0198 % -0.6454 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.3083 +0.0004 0 -1.0929 % +0.1314 %
    USDZMW USDZMW:CUR 19.08 +0.001 +0.01 % +2.0976 % +3.5662 %
    USDEGP USDEGP:CUR 49.82 +0.02 +0.04 % -1.6775 % +1.9857 %
    USDDZD USDDZD:CUR 132.919 +0.104 +0.08 % +0.1507 % -0.0894 %
    USDAOA USDAOA:CUR 919.284 0 0 -0.4551 % +0.0015 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3111 -0.0302 -0.32 % -0.4671 % -0.5543 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.5 +0.3293 +0.05 % +0.0549 % +0.0465 %
    USDKES USDKES:CUR 129.35 +0.1 +0.08 % -0.0386 % +0.0774 %
    USDETB USDETB:CUR 159.95 -0.517 -0.32 % -0.2666 % +0.7983 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2650 -0.002 0 +0.0944 % +0.9523 %
    USDTND USDTND:CUR 2.914 -0.0018 -0.06 % -0.7595 % -1.2839 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.365 +0.0022 +0.03 % -0.5158 % -0.7933 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.725 -0.0009 -0.01 % +0.3131 % +2.9556 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 +0.0655 % -0.6292 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3727.76 0 0 -0.484 % +1.86 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.6 -0.31 -0.49 % +0.0315 % +0.0157 %
    USDBWP USDBWP:CUR 14.1551 0 0 +2.8953 % +4.7889 %
    USDXAF USDXAF:CUR 568.132 -8.488 -1.47 % -1.5813 % -1.0482 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.3095 +0.0006 0 -1.1438 % +0.0933 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5001.964 +69.8252 +1.42 % +0.3037 % +6.7857 %
    USDMUR USDMUR:CUR 46.98 0 0 -0.4872 % -0.2124 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4302.5 -15.5801 -0.36 % -0.6372 % +1.4741 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1466 -2.84 -0.19 % -0.16 % +0.0109 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8784 0 0 +0.0627 % +0.1539 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.17 0 0 0 +0.5205 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24027.7 -121.1719 -0.5 % +0.0201 % -0.2862 %
    USDXOF USDXOF:CUR 568.5 0 0 -0.8718 % -0.9582 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.67 0 0 0 0
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.31 -0.0107 -0.07 % -1.1964 % +0.1609 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2988.79 -2.71 -0.09 % +0.2052 % +0.1528 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.301 +0.0017 +0.01 % -1.1174 % +0.1044 %
    USDLRD USDLRD:CUR 180.757 -0.473 -0.26 % -0.2197 % -0.1341 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.6776 0 0 -0.4313 % -1.2609 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 14.515 -0.2195 -1.49 % -0.7284 % +5.6543 %
    USDSOS USDSOS:CUR 600.5 +29 +5.07 % +5.0744 % +5.0744 %
    USDGMD USDGMD:CUR 74.45 0 0 0 +0.2356 %
    USDKMF USDKMF:CUR 427 -0.04 -0.01 % -0.4035 % -0.9373 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4147 -0.0009 0 -0.2594 % -1.2633 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.631 -0.0178 -0.07 % -0.2375 % -0.9731 %

    TEAM

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย: TEAM — บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การกระทำหลัก หลีกเลี่ยง
    การกระทำสำหรับผู้ถืออยู่ ลดสัดส่วนหรือทำกำไร; ย้ายจุดตัดขาดทุนขึ้นไปที่ 4.60 (ระดับโครงสร้างที่ให้มา)
    ทิศทางแนวโน้ม ขาลง (ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไม่เอื้ออำนวย, ตัวชี้วัดกระแสเงินทุนสามรายการใช้ไม่ได้, เข้าซื้อที่แนวต้าน)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    ขอบเขตเวลา สวิง (1–5 วัน)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 4.82 บาท (Investing.com, 3 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 3 สิงหาคม 2569
    สถานะแผนการเทรด ไม่ถูกต้อง — ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ; เข้าซื้อที่แนวต้านโดยไม่มีการยืนยันจากกระแสเงินทุน

    บทสรุปการตัดสินใจ: โครงสร้างการเทรดที่ให้มาของ TEAM (จุดเข้า 4.80 ที่แนวต้านทันที, จุดตัดขาดทุน 4.60, เป้าหมาย 5.00) ให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ 1.00 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างมาก หุ้นได้ปรับตัวขึ้น 77% จากจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ มาซื้อขายใกล้บริเวณสูงสุดของกรอบ ในขณะที่รายได้หดตัวลงสามปีติดต่อกัน (จาก 3.2 พันล้านบาท เหลือ 2.83 พันล้านบาท) และกำไรสุทธิลดลง 32% ตัวชี้วัดกระแสเงินทุนทั้งสามรายการ (Big Lot, Short Selling, NVDR) ไม่มีข้อมูลหรือปนเปื้อนสัญญาณรบกวน การเข้าซื้อที่นี่หมายถึงการซื้อหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอลงที่แนวต้าน โดยไม่มีการยืนยันจากสถาบันใด ๆ


    2. ตารางประเมินหลักฐาน

    หลักฐาน ผลการประเมิน สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง ไซด์เวย์; อยู่ในช่วงพักตัว; อยู่ในการบีบตัว; Keltner แบน; ฟื้นตัว 77% จากต่ำสุด 52 สัปดาห์; ใกล้จุดสูงสุด 5.75 เป็นกลาง ปานกลาง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มเหือดแห้งในจังหวะบีบตัว; เฉลี่ย 6.16 ล้านหุ้น; ณ 3 ส.ค. ประมาณ 9.51 ล้านหุ้น (ขยายตัว แต่อาจมาจากเหตุการณ์เฉพาะ); RSI เป็นกลาง; MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ เป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย (การขยายตัวของวอลุ่ม) ปานกลาง
    Big Lot ไม่พบข้อมูล ไม่สามารถใช้ได้ N/A
    Short Selling ไม่พบข้อมูล ไม่สามารถใช้ได้ N/A
    NVDR อัตราขายสุทธิ -3.45%; ขาย 1 วัน; ปริมาณพุ่ง 7.37 เท่า; สะสมสุทธิ 3 วัน +13.3 ล้านบาท; มูลค่าสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท ปะปน (ปนเปื้อนสัญญาณรบกวน) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง ไม่พบวันที่รายงานผลประกอบการแน่ชัด; แนวโน้มรายได้ลดลง; ภาคการผลิตอิเล็กทรอนิกส์เผชิญอุปสงค์ที่หลากหลาย; ตลาดการผลิตแม่นยำระดับโลกกำลังแยกขั้ว เป็นกลาง ปานกลาง
    มูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 24.2 เท่า; Forward P/E 20.1 เท่า; รายได้ลดลง 3 ปี; กำไรสุทธิ -32% ใน 3 ปี; EBITDA 234 ล้านบาท; EV/EBITDA 10.66 เท่า ลบ ปานกลาง

    น้ำหนักความเห็นพ้อง: ไม่สามารถใช้ได้ — ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ขาดหายไปทั้งหมด; NVDR ปนเปื้อนสัญญาณรบกวน; ไม่สามารถประเมินกระแสเงินทุนได้ หากตัวชี้วัดกระแสเงินทุนสองในสามรายการขาดหายไป รายงานนี้ไม่สามารถรับความเชื่อมั่นระดับสูงได้


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ (ยืนยัน: stock_trend = SIDEWAYS, trend_strength = Consolidating) อย่างไรก็ตาม บริบท 52 สัปดาห์แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจาก 2.18 ไปยัง 5.75 หมายความว่าหุ้นกำลังพักตัวใกล้ระดับสูงสุด — มีโอกาสเป็นโซนกระจายตัว (Distribution) มากกว่าการสะสมตัว (Accumulation)
    • วัฏจักรตลาด: ไม่ชัดเจน — การฟื้นตัว 77% จากต่ำสุด 52 สัปดาห์ตามด้วยการพักตัว อาจแสดงถึงช่วงท้ายของช่วงปรับตัวขึ้น (Markup) ก่อนขึ้นไปอีกขาหนึ่ง หรือช่วงต้นของการกระจายตัว (Distribution) ขณะที่ Smart Money ทยอยขายออกที่ระดับราคาสูง หากไม่มีข้อมูลกระแสเงินทุน ไม่สามารถสรุปได้
    • แนวรับสำคัญ: 4.66 บาท (ทันที), 4.60 บาท (จุดตัดขาดทุนเชิงโครงสร้าง), 4.00 บาท (แนวรับทางจิตวิทยาและประมาณกลางกรอบ)
    • แนวต้านสำคัญ: 4.98 บาท (ทันที), 5.00 บาท (เป้าหมายที่ให้มา), 5.05 บาท (จุดสูงสุดระหว่างวันที่ 3 ส.ค.), 5.75 บาท (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง — ไม่มีสภาวะซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไปแม้จะฟื้นตัว 77% บ่งชี้ว่าการพักตัวล่าสุดได้ทำให้ Oscillator เย็นลง MACD ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ — ไม่มีโมเมนตัมเชิงทิศทาง ตรวจไม่พบสัญญาณ divergence การผสมผสานระหว่าง RSI เป็นกลาง + MACD ที่ศูนย์ในตลาดไซด์เวย์ เป็นรูปแบบโมเมนตัมที่นำไปใช้ดำเนินการได้น้อยที่สุด
    • การตีความ Big Lot: ไม่สามารถใช้ได้ — ไม่พบข้อมูล; ไม่สามารถประเมินกิจกรรมการซื้อขายเป็นก้อนของสถาบันได้
    • การตีความ Short-Selling: ไม่สามารถใช้ได้ — ไม่พบข้อมูล; ไม่สามารถประเมินแรงกดดันขาลงได้
    • การตีความ NVDR: อัตราขายสุทธิ -3.45% ในวันล่าสุดนั้นเล็กน้อยมาก มูลค่าสะสมสุทธิ 3 วันอยู่ที่ +13.3 ล้านบาท บ่งชี้ว่าวันก่อนหน้ามีการซื้อสุทธิ อย่างไรก็ตามมูลค่าซื้อขายรวมรายวันต่ำกว่า 100 ล้านบาท (ที่ 4.82 x 9.51 ล้านหุ้น = 45.8 ล้านบาท) กระตุ้นคำเตือนสภาพคล่องต่ำ / สัญญาณรบกวน การเพิ่มขึ้น 7.37 เท่าของปริมาณ NVDR ยิ่งชี้ถึงธุรกรรมขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นประปรายมากกว่ากระแสเงินทุนที่สม่ำเสมอ สัญญาณ: ไม่มี ด้วยความแข็งแกร่งระดับต่ำ
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: ตัวชี้วัดกระแสเงินทุนสองในสามรายการ (Big Lot, Short Selling) ไม่สามารถใช้ได้ทั้งหมด NVDR ปนเปื้อนสัญญาณรบกวน ไม่มีสัญญาณที่นำไปดำเนินการได้ กระแสเงินทุนรวมไม่สามารถใช้ได้ — นี่คือฐานหลักฐานที่อ่อนแอที่สุดซึ่งเป็นไปได้ โดยที่ไม่มีตัวชี้วัดใดเลยหายไปทั้งสามรายการ

    4. แผนการปฏิบัติ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเทรด — ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไม่เอื้ออำนวย, เข้าที่แนวต้าน, ไม่มีการยืนยันกระแสเงินทุน, ปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอ
    • โซนเข้า: ไม่มีจุดเข้าที่สมเหตุสมผล ณ ราคาปัจจุบัน
    • ตัวกระตุ้นเข้า: ตัวกระตุ้นที่ให้มา (การทะลุเหนือ 4.98) ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผล: (ก) ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงเท่ากับ 1.00 ที่จุดเข้า 4.80 ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5; (ข) วอลุ่มกำลังเหือดแห้ง ไม่ขยายตัว; (ค) MACD ที่เส้นศูนย์ไม่ให้การยืนยันโมเมนตัม; (ง) ข้อมูลกระแสเงินทุนทั้งหมดไม่สามารถใช้ได้
    • เป้าหมายที่ 1 (ที่ให้มา): 5.00 บาท — ห่างจากจุดเข้าเพียง 0.20 บาท คิดเป็นกำไร 4.2% ในขณะที่เสี่ยงขาดทุน 0.20 บาท (4.2%) ถึงจุดตัดขาดทุน — เป็นสัดส่วน 1:1
    • เป้าหมายที่ 2: 5.75 บาท — จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ ต้องใช้การปรับตัวขึ้น 19.4% ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่จุดเข้า 4.80 = 4.75 แต่ความน่าจะเป็นในการไปถึงเป้าหมายนี้โดยปราศจากการสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานนั้นต่ำ
    • จุดตัดขาดทุน: 4.60 บาท — ต่ำกว่าแนวรับทันที 4.66; การทำให้โครงสร้างเสีย
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (ที่ให้มา): (5.00 − 4.80) / (4.80 − 4.60) = 1.00 — ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างเด็ดขาด
    • จังหวะเวลาดำเนินการ: ประเมินใหม่หากราคาย่อตัวลงมาที่ 4.40–4.50 (ทำให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงดีขึ้นเป็น 2.0+ ไปยังเป้าหมาย 5.00) หรือหากราคาทะลุเหนือ 5.05 ด้วยปริมาณซื้อขายเกิน 2 เท่าของค่าเฉลี่ย และ NVDR พลิกกลับมาเป็นซื้อสุทธิต่อเนื่อง
    • ห้ามเข้าหาก:

    1. ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงยังต่ำกว่า 1.5 ที่ระดับจุดเข้า — ค่า 1.00 ในปัจจุบันเป็นปัจจัยคัดออกหลัก

    2. วอลุ่มต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 วันในวันที่พยายามทะลุ

    3. ราคาอยู่ห่างจากจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ (5.75) ไม่ถึง 3.00 บาท โดยไม่มีตัวเร่งปัจจัยพื้นฐานหนุน — ความเสี่ยงจากแรงขายเหนือศีรษะมากเกินไป

    สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเพื่ออัปเกรดเป็น ซื้อ: ต้องการ (ก) การย่อตัวมาที่ 4.40–4.50 โดยมีผลตอบแทนต่อความเสี่ยง ≥ 2.0 ไปยังเป้าหมาย 5.00 หรือ (ข) การทะลุเหนือ 5.05 ที่ได้รับการยืนยันด้วยวอลุ่ม 2 เท่า โดยมี NVDR ซื้อสุทธิติดต่อกัน 2 วันขึ้นไป และ MACD กลับมาเป็นบวก

    สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเพื่อปรับลดเป็น ขาย (สำหรับผู้ถืออยู่): ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 4.60 หรือ NVDR ขายสุทธิต่อเนื่องประกอบกับราคาหลุด 4.66


    5. แผนผังสถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางคาดการณ์ การทำให้เป็นโมฆะ
    กรณีเป็นขาขึ้น ทะลุเหนือ 5.05 ด้วยวอลุ่ม > 2 เท่าของค่าเฉลี่ย; NVDR ซื้อสุทธิ ปรับขึ้นสู่ 5.50–5.75 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์); มีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่หากกำไรทรงตัว ปิดกลับลงมาต่ำกว่า 4.80
    กรณีฐาน ไซด์เวย์ต่อเนื่องระหว่าง 4.66–5.05 ด้วยวอลุ่มที่ลดลง การพักตัวในกรอบ; การฟื้นตัว 77% จากจุดต่ำสุดหยุดชะงัก; ไม่มีสัญญาณชี้นำทิศทาง ทะลุกรอบขึ้นหรือลงด้วยวอลุ่ม
    กรณีเป็นขาลง ปิดต่ำกว่า 4.66 ด้วยวอลุ่มสูง ปรับลงสู่ 4.40–4.20; อาจกลับไปทดสอบแนวรับ 4.00 หากปัจจัยพื้นฐานเสื่อมถอยต่อเนื่อง ฟื้นตัวกลับขึ้นเหนือ 4.80 ด้วยวอลุ่ม

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569: ไม่พบวันที่ยืนยันในการค้นหา โดยปกติ TEAM จะรายงานในเดือนสิงหาคม นี่คือตัวเร่งระยะใกล้ที่สำคัญที่สุด รายได้และกำไรสุทธิที่ลดลงสามปีติดต่อกันทำให้ทุกการประกาศผลประกอบการเป็นเหตุการณ์ที่มีเดิมพันสูง
    • อุปสงค์อิเล็กทรอนิกส์โลก: ธุรกิจประกอบแผงวงจรพิมพ์แบบแม่นยำของ TEAM อ่อนไหวต่อวัฏจักรเซมิคอนดักเตอร์โลก การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล และอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรม รายงานพฤษภาคม 2569 ระบุว่าตลาดการผลิตแม่นยำกำลังแยกขั้ว — จุดยืนของ TEAM ในภาวะนี้ยังไม่ชัดเจน
    • ไม่มีตัวเร่งจากเงินปันผล: ดูเหมือนว่า TEAM ไม่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลในระยะหลังที่จะเป็นแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทน

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ 1.00 เป็นตัวคัดออกหลัก — ทุกความเสี่ยง 0.20 บาท ให้ผลตอบแทนเพียง 0.20 บาท โครงสร้างเสียเปรียบเชิงโครงสร้างไม่ว่าจะวิเคราะห์ทิศทางใด
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: รายได้ลดลงจาก 3.2 พันล้านบาท (2566) เหลือ 2.83 พันล้านบาท (2568) — หดตัว 12% ในสามปี กำไรสุทธิลดลง 32% (จาก 285 ล้านบาท เหลือ 195 ล้านบาท) หุ้นฟื้นตัว 77% ทั้งที่ปัจจัยพื้นฐานเสื่อมถอย สร้างความเสี่ยงด้านมูลค่า
    • ความเสี่ยงกระแสเงินทุน: ตัวชี้วัดกระแสเงินทุนทั้งสามรายการไม่สามารถใช้ได้หรือปนเปื้อนสัญญาณรบกวน ไม่มีการยืนยันจากสถาบันใด ๆ ต่อการเคลื่อนไหวของราคา
    • ความเสี่ยงจากแรงขายเหนือศีรษะ: หุ้นอยู่ใกล้จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 5.75 การย่อตัวจากระดับปัจจุบันอาจกระตุ้นให้เกิดแรงขายรวดเร็วจากผู้ซื้อที่เข้าสะสมใกล้จุดสูงสุด
    • ความเสี่ยงสภาพคล่อง: มูลค่าซื้อขายรายวันประมาณ 46 ล้านบาท (4.82 x 9.51 ล้านหุ้น) ต่ำกว่าเกณฑ์สถาบัน 100 ล้านบาท เพิ่มความเสี่ยง Slippage เมื่อออกคำสั่ง

    การทำให้แผนเป็นโมฆะ: โครงสร้างการเทรดนั้นไม่ถูกต้อง (ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง 1.00 < 1.5 ขั้นต่ำ) ไม่มีตัวเร่งทางเทคนิคหรือปัจจัยพื้นฐานใดสามารถช่วยชีวิตสัดส่วนความเสี่ยง-ผลตอบแทนที่เสียเปรียบเชิงโครงสร้างได้ ต้องสร้างแผนขึ้นใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะด้วยจุดเข้าที่ต่ำลงหรือเป้าหมายที่สูงขึ้น


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.20 บาท (จุดเข้า 4.80 − จุดตัดขาดทุน 4.60)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่เกี่ยวข้อง — ไม่แนะนำสถานะ
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ไม่ควรเปิดสถานะใด ๆ ด้วยผลตอบแทนต่อความเสี่ยง 1.00 หากผลตอบแทนต่อความเสี่ยงดีขึ้นเป็น 2.0+ หลังย่อตัวมาที่ 4.40–4.50 สูตรคือ:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.20} \right\rfloor$$


    8. บันทึกข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่ให้มา 5 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง 1.00 เป็นข้อบกพร่องร้ายแรง; การบีบตัวยังไม่คลี่คลาย
    ความรู้ RAG หลัก 5 ส.ค. 2569T20:50 ใช้ได้ ยืนยันว่าการตัดกันของ MACD ในตลาดไซด์เวย์ไม่น่าเชื่อถือ; ต้องการการยืนยันด้วยวอลุ่มสำหรับการทะลุ
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้ได้ ไม่สามารถประเมินกระแสสถาบัน — ความเชื่อมั่นลดลง
    Query Short Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้ได้ ไม่สามารถประเมินแรงกดดันขาลง — ความเชื่อมั่นลดลง
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ช้า 1 เซสชัน) ไม่มีสัญญาณที่นำไปดำเนินการได้; ปนเปื้อนสัญญาณรบกวนที่สภาพคล่องต่ำ
    Tavily Search / Investing.com / Reuters 3 ส.ค. 2569 ใช้ได้ ราคา 4.82; P/E 24.2x; รายได้ลดลง; ผลตอบแทน 1 ปี 77%; ไม่พบตัวเร่งเฉพาะเจาะจง

    ความขัดแย้งของแหล่งข้อมูล: หุ้นฟื้นตัว 77% ในหนึ่งปี ในขณะที่รายได้และกำไรสุทธิลดลงสามปีติดต่อกัน ความแตกต่างระหว่างราคากับปัจจัยพื้นฐานนี้บ่งชี้ว่าการฟื้นตัวอาจขับเคลื่อนด้วยโมเมนตัมเก็งกำไร มากกว่าการปรับตัวดีขึ้นของปัจจัยพื้นฐาน หากไม่มีข้อมูลกระแสเงินทุน ก็ไม่สามารถคลี่คลายข้อขัดแย้งนี้ได้


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    หลีกเลี่ยง — โครงสร้างการเทรดที่ให้มาของ TEAM ที่จุดเข้า 4.80 จุดตัดขาดทุน 4.60 และเป้าหมาย 5.00 ให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงเพียง 1.00 ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5; หุ้นฟื้นตัว 77% จากจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ แม้รายได้และกำไรสุทธิจะลดลงสามปีติดต่อกัน สร้างความแตกต่างระหว่างราคากับปัจจัยพื้นฐาน; ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่สามารถใช้ได้ NVDR ปนเปื้อนสัญญาณรบกวนที่สภาพคล่องต่ำ และ MACD ที่เส้นศูนย์ในตลาดไซด์เวย์ไม่ให้การยืนยันโมเมนตัม; รอให้ราคาย่อตัวลงสู่ 4.40–4.50 (ทำให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงดีขึ้นเป็น 2.0+) หรือรอการทะลุเหนือ 5.05 ที่ได้รับการยืนยันด้วยวอลุ่ม 2 เท่า พร้อม NVDR ซื้อสุทธิ ก่อนกลับมาพิจารณาใหม่


    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข การขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ระหว่างช่วงช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ไม่มีสภาพคล่อง*

    NETBAY

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย: NETBAY — บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การกระทำหลัก หลีกเลี่ยง
    การกระทำสำหรับผู้ถืออยู่ ลดสัดส่วนหรือออกจากตำแหน่ง ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานเสื่อมถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ
    ทิศทางแนวโน้ม ขาลง (ปัจจัยพื้นฐานที่เสื่อมถอยมีน้ำหนักเหนือแรงบีบตัวทางเทคนิคใด ๆ)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    ขอบเขตเวลา สวิง (1–5 วัน)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 13.00–13.80 บาท
    วันที่ของราคา 5 สิงหาคม 2569 (ช่วงระหว่างวัน 13.00–13.80)
    สถานะแผนการเทรด ไม่ถูกต้อง — แนวโน้มปัจจัยพื้นฐานขัดแย้งกับเป้าหมาย 15.50 บาทที่ให้มา

    บทสรุปการตัดสินใจ: NETBAY แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมถอยของปัจจัยพื้นฐานอย่างรุนแรง: ประมาณการรายได้ปี 2569 ถูกปรับลดลง 30% (จาก 779 ล้านบาทเหลือ 544 ล้านบาท) ประมาณการกำไรต่อหุ้นลดลงครึ่งหนึ่ง (จาก 1.36 บาทเหลือ 0.75 บาท) และเป้าหมายมติเอกฉันท์นักวิเคราะห์ทรุดตัวลงสู่ 8.20 บาท — ต่ำกว่าราคาปัจจุบันถึง 40% จุดเข้าที่ให้มาทางเทคนิคที่ 13.80 บาท (ที่แนวต้าน) ด้วยปริมาณซื้อขายที่เหือดแห้งและสัญญาณตัดขึ้นของ MACD ในตลาดไซด์เวย์อ่อนแอ เป็นแผนการเทรดที่ให้สัญญาณหลอกแบบตำราเรียน การเข้าซื้อที่นี่หมายถึงการซื้อหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานพังในระดับแนวต้านก่อนการประกาศผลประกอบการในวันที่ 11 สิงหาคม


    2. ตารางประเมินหลักฐาน

    หลักฐาน ผลการประเมิน สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง ไซด์เวย์; แนวโน้มอ่อนแอ; อยู่ในการบีบตัว; Keltner แบน; ราคาใกล้แนวต้าน 13.00–13.80 เป็นกลาง ปานกลาง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มเหือดแห้งในจังหวะบีบตัว; RSI ~58.92 (เป็นกลาง); MACD ตัดขึ้นในตลาดอ่อนแอ/ไซด์เวย์ — ไม่น่าเชื่อถือตามกฎ RAG เป็นกลางถึงลบ (ความเสี่ยงการตัดสัญญาณหลอก) ปานกลาง
    Big Lot ไม่พบข้อมูล ไม่สามารถใช้ได้ ไม่มี
    Short Selling ไม่พบข้อมูล ไม่สามารถใช้ได้ ไม่มี
    NVDR อัตราขายสุทธิ -17.29%; ขาย 1 วัน; สะสม 3 วัน +4.32 ล้านบาท; มูลค่าสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท ปะปน (ขายล่าสุด, สะสมเป็นบวก, สัญญาณรบกวนจากสภาพคล่องต่ำ) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง ประมาณการรายได้ -30%; กำไรต่อหุ้น -45%; เป้าหมายถูกปรับลดเหลือ 8.20; ผลประกอบการ 11 ส.ค.; กำไรสุทธิคาดหดตัว 44% ลบอย่างมาก สูง
    มูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 11.82 TTM; Forward P/E 17.99; ROE 39.3%; เป้าหมายนักวิเคราะห์ 8.20 เทียบกับราคาปัจจุบัน 13.50 — ความเสี่ยงขาลงมหาศาล ลบอย่างมาก สูง

    น้ำหนักความเห็นพ้อง: มีโอกาสเป็นช่วงกระจายตัว — ปัจจัยพื้นฐานเสื่อมถอยรุนแรงและรูปแบบทางเทคนิคไม่ได้ให้การยืนยันชดเชยใด ๆ


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ (ยืนยัน: stock_trend = SIDEWAYS, trend_strength = Weak)
    • วัฏจักรตลาด: ไม่ชัดเจน — การลดลงในรอบ 52 สัปดาห์จาก 25.00 เหลือ 9.05 บาท ตามด้วยการฟื้นตัวถึง 13.00–13.80 บาท ชี้ว่าเป็นการดีดกลับในตลาดหมีภายในแนวโน้มขาลงใหญ่
    • แนวรับสำคัญ: 13.00 บาท (ต่ำสุดใกล้เคียง), 12.80 บาท (จุดตัดขาดทุนที่ให้มา), 9.05 บาท (ต่ำสุด 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 13.80 บาท (ทันที, ระดับจุดเข้า), 15.00 บาท (เป้าหมายมติเอกฉันท์ก่อนหน้า, ตอนนี้ล้าสมัย), 15.50 บาท (เป้าหมายที่ให้มา — ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานปัจจุบัน)
    • โมเมนตัม: RSI ที่ ~58.92 — เป็นกลางแต่กำลังเข้าใกล้เขตกลางบน MACD กำลังแสดงการตัดขึ้น แต่ตามความรู้ RAG “ในตลาดไซด์เวย์ ตัวชี้วัดแนวโน้ม (เช่น EMA) จะทำงานไม่ได้ผล (สร้างสัญญาณการตัดหลอก)” ด้วยความแข็งแกร่งของแนวโน้มที่อ่อนแอและปริมาณซื้อขายที่เหือดแห้ง การตัดขึ้นของ MACD นี้มีความน่าจะเป็นสูงที่จะเป็นสัญญาณหลอก
    • การตีความ Big Lot: ไม่สามารถใช้ได้ — ไม่พบข้อมูล
    • การตีความ Short-Selling: ไม่สามารถใช้ได้ — ไม่พบข้อมูล
    • การตีความ NVDR: อัตราขายสุทธิ -17.29% ในวันล่าสุดเป็นขาลบ แต่มูลค่าสะสมสุทธิ 3 วันอยู่ที่ +4.32 ล้านบาท บ่งชี้ว่าวันก่อนหน้ามีการซื้อสุทธิก่อนวันขายนี้ มูลค่าซื้อขายรวมต่อวันต่ำกว่า 100 ล้านบาท กระตุ้นคำเตือนสภาพคล่องต่ำ / สัญญาณรบกวน ไม่มีสัญญาณกระแสเงินทุนที่น่าเชื่อถือ
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: Big Lot และ Short Selling ไม่สามารถใช้ได้ NVDR มีสัญญาณรบกวนและปะปน ด้วยตัวชี้วัดกระแสเงินทุนสองในสามรายการขาดหายไป ไม่สามารถประเมินกระแสเงินทุนที่มีความหมายได้ กระแสเงินทุนรวมไม่สามารถใช้ได้

    4. แผนการปฏิบัติ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเทรด — ปัจจัยพื้นฐานที่เสื่อมถอยทำให้เป้าหมายทางเทคนิคไม่สมเหตุสมผล
    • โซนเข้า: ไม่มีจุดเข้าที่สมเหตุสมผล — การซื้อที่ 13.80 บาท (แนวต้าน) โดยมีเป้าหมายพื้นฐานที่ 8.20 บาท ไม่สามารถอธิบายได้
    • ตัวกระตุ้นเข้า: ตัวกระตุ้นที่ให้มาคือการทะลุเหนือ 13.80 บาท แผนนี้ถูกปฏิเสธด้วยสามเหตุผล: (ก) ปริมาณซื้อขายกำลังเหือดแห้ง ไม่ยืนยัน; (ข) การตัดของ MACD ในตลาดอ่อนแอ/ไซด์เวย์ไม่น่าเชื่อถือ; (ค) แนวโน้มพื้นฐานให้เป้าหมาย 8.20 บาท ทำให้การเข้าซื้อเหนือ 13.00 บาทเป็นการเดิมพันที่สวนทางกับพื้นฐานมติเอกฉันท์
    • เป้าหมายที่ 1 (ที่ให้มา): 15.50 บาท — เป้าหมายนี้ ไม่สมเหตุสมผล เมื่อพิจารณาเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 8.20 บาท และการปรับลดประมาณการรายได้/กำไรต่อหุ้น เป้าหมายที่ให้มาน่าจะเป็นระดับทางเทคนิคที่ตกค้างมาจากก่อนที่ปัจจัยพื้นฐานจะพังทลาย
    • จุดตัดขาดทุน (ที่ให้มา): 12.80 บาท — แนวรับเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม หากเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 8.20 บาทถูกต้องแม้เพียงบางส่วน การตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 12.80 บาท เสี่ยงต่อการขาดทุน 5.1% ด้วยเป้าหมายที่ต้องอาศัยการปรับตัวขึ้น 19.5% ท่ามกลางอุปสรรคปัจจัยพื้นฐาน
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (ที่ให้มา): (15.50 − 13.80) / (13.80 − 12.80) = 1.70 — ยอมรับได้ในทางคณิตศาสตร์ แต่เป้าหมายไม่ได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐาน
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (ใช้เป้าหมายนักวิเคราะห์): (8.20 − 13.80) / (13.80 − 12.80) = -5.60 — ความไม่สมมาตรของความเสี่ยงระดับหายนะหากมติเอกฉันท์นักวิเคราะห์ถูกต้อง
    • จังหวะเวลาดำเนินการ: ประเมินใหม่หลังผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ในวันที่ 11–12 สิงหาคม หากผลประกอบการยืนยันการเสื่อมถอยรุนแรง ให้หลีกเลี่ยงอย่างสิ้นเชิง หากผลประกอบการสร้างเซอร์ไพรส์ดีเกินคาดอย่างมีนัยสำคัญ ให้กลับมาประเมินใหม่
    • ห้ามเข้าหาก:

    1. ส่วนใดของโครงสร้างที่ให้มายังคงเป็นแผนการเทรด — เป้าหมาย 15.50 บาทล้าสมัยจากปัจจัยพื้นฐาน

    2. ยังไม่มีการเผยแพร่และประเมินผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 (11–12 ส.ค.)

    3. เป้าหมายมติเอกฉันท์นักวิเคราะห์ที่ 8.20 บาท ยังไม่ถูกปรับเพิ่มขึ้นโดยนักวิเคราะห์อย่างน้อยสองราย

    สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเพื่ออัปเกรดเป็น ซื้อ: สถานการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้อย่างยิ่ง คือผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ดีเกินคาดอย่างมหาศาล (EPS สูงกว่า 0.30 บาท เทียบกับอัตราการวิ่งรายไตรมาสตามนัยจากประมาณการทั้งปี 0.75 บาท) มีการปรับเพิ่มเป้าหมายนักวิเคราะห์เหนือ 15.50 บาท และราคาทะลุเหนือ 13.80 บาทด้วยปริมาณซื้อขายเกิน 2 เท่าของค่าเฉลี่ย นี่ไม่ใช่แนวทางการอัปเกรด แต่เป็นการอธิบายถึงสิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพื่อทบทวนสมมติฐานทั้งหมดใหม่ทั้งหมด


    5. แผนผังสถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางคาดการณ์ การทำให้เป็นโมฆะ
    กรณีเป็นขาขึ้น (ความน่าจะเป็นต่ำ) ผลประกอบการ Q2 ระเบิด; เป้าหมายนักวิเคราะห์ปรับขึ้นเป็น >15.00; ราคาทะลุ 13.80 ด้วยวอลุ่ม 2 เท่า ปรับขึ้นสู่ 15.50 (เป้าหมายที่ให้มา); แรงชอร์ตสั้นเพิ่มโมเมนตัม ปิดต่ำกว่า 13.30 บาท
    กรณีฐาน ผลประกอบการยืนยันการเสื่อมถอยสอดคล้องกับประมาณการที่ปรับแล้ว ราคาลดลงสู่ช่วง 10.00–12.00 บาท ขณะที่ความเป็นจริงพื้นฐานถูกปรับมูลค่าใหม่; ระดับ 13.00 บาทอาจทรงตัวในระยะสั้น ทะลุเหนือ 13.80 บาท พร้อมวอลุ่ม
    กรณีเป็นขาลง ผลประกอบการแย่กว่าแม้แต่ประมาณการที่ลดลงแล้ว; รายได้ต่ำกว่า 130 ล้านบาทต่อไตรมาส ลดลงสู่เป้าหมายนักวิเคราะห์ 8.20 บาท; อาจทดสอบต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ 9.05 บาทอีกครั้ง —

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • 11–12 สิงหาคม 2569 — การเผยแพร่ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569: เหตุการณ์วิกฤตที่สุด มติเอกฉันท์ถูกหั่นแล้ว (รายได้เหลือ 544 ล้านบาท, EPS เหลือ 0.75 สำหรับปีงบประมาณ 2569) แม้แต่ผลที่ออกมาตรงตามคาดก็อาจทำให้ตลาดผิดหวังเมื่อเทียบกับราคาหุ้นที่สูงกว่า 13.00 บาท ผลที่ออกมาแย่กว่าคาดจะเลวร้าย
    • การเสื่อมถอยของประมาณการรายได้ (พฤษภาคม 2569): ประมาณการรายได้มติเอกฉันท์ถูกปรับลดจาก 779 ล้านบาทเหลือ 544 ล้านบาท และเป้าหมายราคาจาก 15.00 เหลือ 8.20 บาท — นี่ไม่ใช่การปรับเล็กน้อย แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงสมมติฐานพื้นฐาน
    • ความยั่งยืนของเงินปันผล: เงินปันผล 1.20 บาท (อัตราผลตอบแทน 8.89%) มีอัตราการจ่ายต่อกำไร 115% — ไม่ครอบคลุมด้วยกำไร หากกำไรยังคงเสื่อมถอย เงินปันผลมีความเสี่ยงถูกปรับลด

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงพื้นฐาน (หลัก): รายได้ -30%, EPS -45%, เป้าหมายเหลือ 8.20 — นี่คือเรื่องราวปจจัยพื้นฐานที่พังทลาย ธุรกิจ SaaS หลักกับภาครัฐ (B2G) และธุรกิจ (B2B) ดูเหมือนจะอยู่ภายใต้แรงกดดันรุนแรง
    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การตัดขึ้นของ MACD ในตลาดอ่อนแอ ไซด์เวย์ ปริมาณต่ำ เป็นเงื่อนไขที่เตือนไว้ในความรู้ RAG ว่าให้สัญญาณหลอก การเข้าที่แนวต้าน (13.80) ด้วยวอลุ่มแห้งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับรูปแบบการทะลุที่สมเหตุสมผล
    • ความเสี่ยงกระแสเงินทุน: NVDR ปะปนและสภาพคล่องต่ำ; Big Lot และ Short Selling ไม่มีข้อมูล — ไม่มีการยืนยันจากกระแสเงินทุน
    • ความเสี่ยงด้านมูลค่า: Forward P/E 17.99 สำหรับบริษัทที่มีประมาณการกำไรสุทธิ -44% นั้นแพง เป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 8.20 บาทบ่งชี้ความเสี่ยงขาลงเพิ่มอีก 40% จากระดับปัจจุบัน
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: วอลุ่มเฉลี่ย 1.94 ล้านหุ้นที่ราคา ~13.50 = มูลค่าซื้อขายต่อวันประมาณ 26.2 ล้านบาท ต่ำกว่าเกณฑ์ 100 ล้านบาทอย่างมาก การออกจากตำแหน่งอาจยากลำบาก

    การทำให้แผนเป็นโมฆะ: โครงสร้างการเทรดที่ให้มาไม่สมเหตุสมผล เป้าหมาย 15.50 ล้าสมัยจากปัจจัยพื้นฐาน ไม่ว่าการปรับตัวทางเทคนิคจะมีความละเอียดแค่ไหนก็ไม่สามารถให้เหตุผลเข้าซื้อที่ 13.80 เมื่อเป้าหมายมติเอกฉันท์พื้นฐานอยู่ที่ 8.20 บาท


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 1.00 บาท (จุดเข้า 13.80 − ตัดขาดทุน 12.80)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่เกี่ยวข้อง — ไม่แนะนำสถานะ
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ไม่ควรเปิดสถานะใด ๆ ความไม่สมมาตรของความเสี่ยงรุนแรงมาก: 1.00 บาทถึงจุดตัดขาดทุน เทียบกับเป้าหมายที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐาน หากมีสถานะอยู่เดิม ให้ลดให้เหลือน้อยที่สุดก่อนผลประกอบการวันที่ 11 สิงหาคม

    8. บันทึกข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่ให้มา 5 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน การตัด MACD เป็นโมฆะจากแนวโน้มไซด์เวย์/อ่อนแอ; R:R 1.70 ถูกลบล้างโดยเป้าหมายพื้นฐาน
    ความรู้ RAG หลัก 2569-08-05T20:38 ใช้ได้ กฎสำคัญ: การตัด MACD ในตลาดไซด์เวย์สร้างสัญญาณหลอก; ต้องการการยืนยันด้วยวอลุ่ม
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้ได้ ไม่สามารถประเมินกระแสสถาบัน — ความเชื่อมั่นลดลง
    Query Short Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้ได้ ไม่สามารถประเมินแรงกดดันขาลง — ความเชื่อมั่นลดลง
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ช้า 1 วัน) สัญญาณปะปน, ปนเปื้อนสัญญาณรบกวน; ไม่มีกระแสที่ใช้ดำเนินการได้
    Tavily Search / SimplyWall.st / Yahoo / StockAnalysis 5 ส.ค. 2569 ใช้ได้ ลบอย่างแน่นอน: รายได้ -30%, EPS -45%, เป้าหมายถูกหั่นเหลือ 8.20

    ความขัดแย้งของแหล่งข้อมูล: เป้าหมายทางเทคนิค 15.50 บาทที่ให้มา ขัดแย้งโดยตรงกับมติเอกฉันท์นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานที่ 8.20 บาท ภาพรวมทางเทคนิค (การบีบตัว, การตัด MACD) มีที่มาระหว่างหรือก่อนที่ปัจจัยพื้นฐานจะเสื่อมถอย ตามกฎการจัดการความขัดแย้ง ให้ยึดข้อมูลทางการ (มติเอกฉันท์นักวิเคราะห์บนฐานข้อมูลการเงินบริษัท) เหนือระดับเทคนิคที่ตกค้าง เป้าหมาย 15.50 บาทถูกปฏิเสธ


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    หลีกเลี่ยง — โครงสร้างการเทรดที่ให้มาไม่สมเหตุสมผลจากปัจจัยพื้นฐาน: ประมาณการรายได้ของ NETBAY ถูกหั่น 30% (จาก 779 ล้านบาทเหลือ 544 ล้านบาท) EPS ถูกลดครึ่งหนึ่ง (จาก 1.36 เป็น 0.75 บาท) และเป้าหมายมติเอกฉันท์นักวิเคราะห์ทรุดลงสู่ 8.20 บาท — ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน 40%; การตัดขึ้นของ MACD ในตลาดไซด์เวย์อ่อนแอพร้อมวอลุ่มแห้งเป็นเงื่อนไขสัญญาณหลอกแบบคลาสสิกตามกฎการเทรดที่กำหนดไว้; อย่าซื้อที่ 13.80 ก่อนเหตุการณ์ผลประกอบการ 11–12 ส.ค.; เป้าหมาย 15.50 ที่ให้มานั้นล้าสมัยจากปัจจัยพื้นฐาน และไม่มีการตั้งค่าทางเทคนิคใดสามารถชดเชยระดับความเสื่อมถอยของปัจจัยพื้นฐานนี้ได้


    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข การขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ระหว่างช่วงช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ไม่มีสภาพคล่อง*

    GFPT

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจ SET: GFPT — บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก ซื้อ
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือต่อ; เลื่อนจุดตัดขาดทุนตาม (Trailing Stop) จาก 9.30 เป็น 9.55 เมื่อราคาปิดเหนือ 10.05
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วัน)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 9.70 บาท (ระดับเข้าซื้อที่ระบุ)
    วันที่ของราคา 5 สิงหาคม 2569
    สถานะการตั้งรับ ยืนยันแล้ว — การทะลุออกจากการบีบตัวของความผันผวนพร้อมวอลุ่มขยายตัว

    วิทยานิพนธ์การตัดสินใจ: GFPT ได้กระตุ้นสัญญาณการทะลุกรอบขาขึ้นตามตำราจากการบีบตัวของความผันผวน พร้อมด้วยวอลุ่มขยายตัว, MACD ตัดขึ้นแบบขาขึ้น, และ Keltner Channels ที่ยกตัวสูงขึ้น — เป็นการยืนยันทางเทคนิคที่แข็งแกร่งที่สุดที่มีในกรอบงานนี้ NVDR แสดงการขายสุทธิของต่างชาติ 1 วัน (สัดส่วนสุทธิ -13.91%) แต่สัญญาณนี้ปนเปื้อนเสียงรบกวนเนื่องจากมูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาท Short-Selling มีเพียงเล็กน้อยที่ 1.24% อัตรา Reward-to-Risk ที่ 2.0 ด้วยจุด Stop Loss เชิงโครงสร้างที่ 9.30 มีความน่าดึงดูด ความเสี่ยงหลักคือ รายได้ไตรมาส 1/2569 ลดลง 8.21% YoY แต่การทะลุกรอบทางเทคนิคมีน้ำหนักครอบงำแนวโน้มระยะสั้น


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน สิ่งที่พบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง UP_TREND (แข็งแกร่ง); Breakout-Up จากการบีบตัว; Keltner ยกตัว; ราคาอยู่เหนือโครงสร้าง EMA โดยนัย ขาขึ้น สูง
    วอลุ่มและโมเมนตัม EXPANDING_ON_BREAKOUT; MACD ตัดขึ้นขาขึ้น; RSI เป็นกลาง (มีพื้นที่ให้วิ่งต่อ) ขาขึ้น สูง
    Big Lot ไม่พบข้อมูล ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มี
    Short Selling มูลค่าขายชอร์ตรวม 1.24%; อัตราส่วนคงค้าง 0.22%; NVDR ขายชอร์ต 0 — แรงกดดันขาลงน้อยมาก สนับสนุน ปานกลาง
    NVDR สัดส่วนขายสุทธิ -13.91%; ปริมาณพุ่ง 22.67 เท่า; ขาย 1 วัน; สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท ขาลง (ปนเปื้อนเสียงรบกวน) ต่ำ
    ข่าวและตัวเร่ง รายได้ไตรมาส 1/2569 -8.21% YoY เหลือ 4.27 พันล้านบาท; ภาคสัตว์ปีกมีเสถียรภาพ; ยังไม่มีวันประกาศผลประกอบการที่แน่นอน ผสมผสาน ปานกลาง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน รายได้ปี 2567 จำนวน 19.3 พันล้านบาท; ผู้นำไก่ครบวงจร; ประวัติการจ่ายปันผล; ไม่พบราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ เป็นกลาง ต่ำ

    ความสอดคล้องสุทธิ: มีโอกาสอยู่ในช่วงสะสม — การทะลุกรอบทางเทคนิคพร้อมวอลุ่มและ MACD ตัดขึ้นเป็นสัญญาณหลัก; เสียงรบกวนขาลงของ NVDR และรายได้ไตรมาส 1 ที่ลดลงเป็นข้อกังวลลำดับรอง ซึ่งไม่ได้ทำให้การทะลุกรอบเป็นโมฆะ


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (ยืนยัน: stock_trend = UP_TREND, trend_strength = Strong, Breakout-Up)
    • วัฏจักรตลาด: ช่วงต้นของ Markup — การบีบตัวคลี่คลายสู่ขาขึ้นพร้อมวอลุ่มขยายตัว ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านจากการสะสม (Accumulation) สู่ Markup
    • แนวรับสำคัญ: 9.55 บาท (แนวรับทันทีหลังการทะลุกรอบ), 9.30 บาท (จุด Stop-Loss เชิงโครงสร้าง / จุดต่ำสุดสวิง)
    • แนวต้านสำคัญ: 10.05 บาท (แนวต้านทันทีที่กำลังถูกทดสอบ), 10.50 บาท (เป้าหมายที่ 1 ที่ระบุ)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง — ไม่มีภาวะซื้อมากเกินไป; ยืนยัน MACD ตัดขึ้น — สัญญาณโมเมนตัมขาขึ้น RSI ที่เป็นกลางรวมกับการตัดของ MACD เป็นองค์ประกอบที่เอื้ออำนวย: โมเมนตัมได้เปลี่ยนเป็นขาขึ้นในขณะที่ oscillator ยังมีพื้นที่ก่อนถึงเขตซื้อมากเกินไป หนุนการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน — ไม่พบข้อมูล; ไม่สามารถประเมินกิจกรรมซื้อขายเป็นก้อนใหญ่ของสถาบัน
    • การตีความ Short Selling: กิจกรรมขายชอร์ตต่ำมาก (มูลค่า 1.24%, คงค้าง 0.22%, ปริมาณขายชอร์ตของ NVDR เป็นศูนย์) ฝั่งหมีแทบจะไม่มีบทบาท ไม่จำเป็นต้องมีตัวเร่งจาก Short Squeeze — สิ่งนี้เพียงขจัดอุปสรรคขาลงและยืนยันว่าไม่มีใครกำลังเดิมพันฝั่งขาลงอย่างจริงจังต่อการทะลุกรอบนี้
    • การตีความ NVDR: สัดส่วนขายสุทธิ -13.91% พร้อมปริมาณพุ่ง 22.67 เท่า ดูเหมือนเป็นสัญญาณขาลงเมื่อมองผิวเผิน อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อขายรวมต่อวันต่ำกว่าเกณฑ์สภาพคล่อง 100 ล้านบาท ซึ่งเรียกใช้คำเตือนเรื่อง สภาพคล่องต่ำ / เสียงรบกวน การขายของ NVDR เพียงวันเดียวโดยไม่ต่อเนื่อง ท่ามกลางการทะลุกรอบขาขึ้นที่ยืนยันแล้ว ไม่ได้ถือว่าเป็นการกระจาย ให้ตีความเป็นสัญญาณรบกวน
    • ข้อสรุปกระแสเงินทุนรวม: Short-Selling น้อยมากไม่เป็นภัย NVDR ปนเปื้อนสัญญาณรบกวนแต่แสดงสัญญาณขายที่น่าสังเกตเล็กน้อย Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน อย่างไรก็ดี ราคาคือผู้ตัดสินสูงสุด: การทะลุกรอบขาขึ้นพร้อมวอลุ่มขยายตัวเป็นการยืนยันที่แข็งแกร่งที่สุดว่าแรงซื้อมีจริงและเป็นใหญ่ กระแสเงินทุนรวมสนับสนุนการทะลุกรอบทางเทคนิค

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การทะลุกรอบยืนยันแล้ว — เข้าซื้อตอนต่อเนื่องของการทะลุกรอบหรือตอนอ่อนตัวเล็กน้อย
    • เขตเข้าซื้อ: 9.70–9.80 บาท
    • จุดกระตุ้นการเข้า: ซื้อที่ราคาตลาด (9.70) เนื่องจากการทะลุกรอบได้รับการยืนยันแล้วด้วยวอลุ่มขยายตัวและ MACD ตัดขึ้น; หรืออีกทางเลือกคือรอการอ่อนตัวลงมาโซน 9.55–9.65 เพื่อจุดเข้าที่ดีกว่า
    • เป้าหมายที่ 1: 10.50 บาท — เป้าหมายที่ระบุ / แนวต้านเชิงโครงสร้างถัดไป
    • เป้าหมายที่ 2: 11.00 บาท — เป้าหมายจากการวัดการเคลื่อนไหวจากกรอบบีบตัว (ไม่ได้ยืนยันหากไม่มีจุดยึดจากชาร์ต)
    • Stop Loss: 9.30 บาท — ต่ำกว่าแนวรับทันที (9.55) และระดับที่ทำให้โครงสร้างเป็นโมฆะ
    • Trailing Stop: เลื่อน Stop ขึ้นมาที่ 9.55 (การเท่าทุนที่จุดเข้า 9.70 นั้นเป็นไปไม่ได้) เมื่อถึงเป้าหมาย T1 ที่ 10.50; จากนั้นลาก Stop ใต้จุดต่ำสุดยกใหม่ (Higher Low) ในแต่ละวันด้วย Buffer 2 ATR
    • Reward-to-Risk ถึงเป้าหมาย 1: (10.50 − 9.70) / (9.70 − 9.30) = 2.00 — ตรงตามเกณฑ์ขั้นต่ำ
    • ช่วงเวลาดำเนินการ: ทันที โดยแบ่งสถานะออกเป็นสองส่วน: 50% ที่การทะลุกรอบปัจจุบัน และอีก 50% ณ การอ่อนตัวลงมาที่ 9.55–9.65 หากเกิดขึ้น
    • ห้ามเข้าซื้อหาก:

    1. ราคากระโดดลงแล้วปิดต่ำกว่า 9.55 ด้วยวอลุ่มที่สูง (การทะลุกรอบล้มเหลว)

    2. MACD ตัดกลับลงมาต่ำกว่าเส้นสัญญาณภายใน 2–3 วันข้างหน้า (การตัดหลอก)

    3. NVDR ขายสุทธิติดต่อกัน 3 วันขึ้นไป ในขณะที่ราคาชะลอต่ำกว่า 10.00

    อัปเกรดเป็น ซื้อความเชื่อมั่นสูง: NVDR กลับมาเป็นซื้อสุทธิติดต่อกัน 2 วันขึ้นไป เพื่อยืนยันการมีส่วนร่วมของต่างชาติในการทะลุกรอบ

    ลดระดับเป็น ขาย: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 9.30 — จุด Stop เชิงโครงสร้างและระดับที่ทำให้การทะลุกรอบเป็นโมฆะ


    5. แผนผังสถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น แนวทางที่คาด การทำให้โมฆะ
    กรณีขาขึ้น ปิดเหนือ 10.05 อย่างต่อเนื่องด้วยวอลุ่มสูง; NVDR กลับมาเป็นซื้อสุทธิ ปรับตัวขึ้นไปยัง 10.50 (T1), จากนั้น 11.00 (T2); มีโอกาสขยายตัวสู่จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ตามโมเมนตัมของเซกเตอร์ ปิดต่ำกว่า 9.55
    กรณีฐาน ราคาสะสมกำลังระหว่าง 9.55–10.05 เป็นเวลา 3–5 วัน การสะสมกำลังหลังการทะลุกรอบที่ดี; การสร้าง Higher Low ก่อนขาขึ้นระลอกต่อไป ปิดต่ำกว่า 9.30
    กรณีขาลง ปิดต่ำกว่า 9.55 ด้วยวอลุ่มสูง; MACD ตัดลงกลับทิศ ปรับลดลงไปยังจุด Stop-Loss ที่ 9.30; มีโอกาสพังลงต่อไปที่ 9.00 หากมีการขายต่อเนื่อง ฟื้นกลับขึ้นเหนือ 9.70 พร้อมวอลุ่ม

    6. ตัวเร่งปฏิกิริยาและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • การประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569: ยังไม่มีการยืนยันวันที่ (ประเมินว่าปลายเดือนสิงหาคมตามรูปแบบของ Q1) นี่คือตัวเร่งระยะสั้นที่สำคัญที่สุด; รายได้ Q1 ลดลง 8.21% YoY — การฟื้นตัวหรือการทรุดลงเพิ่มเติมจะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น
    • อุปสงค์สัตว์ปีกโลก / ข้อมูลส่งออก: GFPT อ่อนไหวต่ออุปสงค์ส่งออก, การระบาดของไข้หวัดนก, และต้นทุนอาหารสัตว์ (ข้าวโพด, กากถั่วเหลือง); ติดตามแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์
    • การประกาศจ่ายเงินปันผล: GFPT มีประวัติการจ่ายเงินปันผล; การประกาศจ่ายปันผลครั้งต่อไปอาจเป็นแรงหนุนด้านอัตราผลตอบแทนเพิ่มเติม

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การทะลุกรอบล้มเหลว — หากวอลุ่มหดตัวอย่างรวดเร็วและราคาย่อลงกลับมาต่ำกว่า 9.55 การทะลุกรอบจะเป็นโมฆะ และการบีบตัวอาจก่อให้เกิดสัญญาณหลอก
    • ความเสี่ยงจากกระแสเงินทุน: NVDR ขายสุทธิ -13.91% ในวันเดียวเป็นสัญญาณรบกวนแต่น่าสังเกต; หากวิวัฒนาการกลายเป็นการขายต่อเนื่อง 3–5 วัน จะขัดแย้งกับการทะลุกรอบ
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: รายได้ไตรมาส 1/2569 ลดลง 8.21% YoY — หากไตรมาส 2 แสดงการทรุดลงเพิ่มเติม วิทยานิพนธ์ทางปัจจัยพื้นฐานจะอ่อนแอลง และอาจกระตุ้นช่องว่างราคาลงเมื่อประกาศผลประกอบการ
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: มูลค่าซื้อขายต่อวันต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ณ ราคาหุ้นประมาณ 9.80 บาท แสดงถึงสภาพคล่องปานกลาง; การกำหนดขนาดสถานะต้องคำนึงถึงโอกาสเกิด Slippage เมื่อออกสถานะ

    การทำให้วิทยานิพนธ์เป็นโมฆะ: การปิดรายวันต่ำกว่า 9.30 บาทด้วยวอลุ่มสูง หรือ MACD ตัดกลับลงมาบวกกับราคาปิดต่ำกว่า 9.55 จะทำให้วิทยานิพนธ์การทะลุกรอบเป็นโมฆะ และบังคับให้ออกสถานะ


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.40 บาท (เข้า 9.70 − Stop 9.30)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีมูลค่าพอร์ตและเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยงต่อหุ้น 0.40 บาททำให้สามารถปรับขนาดสถานะได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากการทะลุกรอบยืนยันแล้ว สถานะเต็มจึงสมเหตุสมผล แต่ข้อควรพิจารณาด้านสภาพคล่องแนะนำให้จำกัดไว้ที่ 500,000–1,000,000 บาท ต่อการเข้าแต่ละส่วน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อตลาด สูตรคือ:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{% ความเสี่ยงสูงสุด}}{0.40} \right\rfloor$$

    ปัดลงให้เป็นจำนวนเต็มตามหน่วยซื้อขาย (Board Lot) ของตลาด SET พิจารณาการเข้าสองส่วน: 50% ที่ราคาตลาด (9.70) และอีก 50% เมื่ออ่อนตัวมาที่ 9.55–9.65 หากเกิดขึ้น


    8. บัญชีข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่ป้อนเข้า 5 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน สัญญาณหลักการทะลุกรอบ; เงื่อนไขทางเทคนิคทั้งหมดสอดคล้องเป็นขาขึ้น
    RAG Knowledge Main 5 ส.ค. 2569 20:24 พร้อมใช้งาน ตรวจสอบการทะลุกรอบขาขึ้นด้วยวอลุ่มขยายตัวและ Keltner band walk ว่าเป็นสัญญาณยืนยันแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งที่สุด
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG ไม่มี ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถประเมินกิจกรรมซื้อขายเป็นก้อนของสถาบัน; ลดความเชื่อมั่น
    Query Short Stock Daily จาก RAG 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน กิจกรรมขายชอร์ตน้อยมาก; ขจัดอุปสรรคขาลง
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ล่าหลัง 1 วัน) สัญญาณขาลงถูกระบุว่าเป็นเสียงรบกวนจากสภาพคล่องต่ำ; ไม่เป็นผลต่อการตัดสินใจ
    Tavily Search 5 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน รายได้ไตรมาส 1/2569 ลดลง 8.21% YoY ระบุเป็นปัจจัยต้านทางปัจจัยพื้นฐาน

    ข้อขัดแย้งของแหล่งข้อมูล: สัญญาณทางเทคนิคเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่ NVDR แสดงสัญญาณขาลงชั่วครู่หนึ่งวัน สัญญาณทางเทคนิคเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งกว่าเพราะ (a) มีการยืนยันด้วยวอลุ่ม (b) MACD ตัดขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงโมเมนตัมเชิงโครงสร้าง และ (c) NVDR ปนเปื้อนเสียงรบกวน การลดลงของรายได้ไตรมาส 1 เป็นข้อกังวลด้านพื้นฐานที่ถูกต้อง แต่ไม่ได้อยู่เหนือการทะลุกรอบทางเทคนิคระยะสั้น


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    ซื้อ — GFPT ได้ยืนยันการทะลุกรอบคุณภาพสูงจากการบีบตัวของความผันผวน พร้อมด้วยวอลุ่มขยายตัวและ MACD ตัดขึ้นขาขึ้น สนับสนุนโดย Keltner Channels ที่ยกตัวและ Short Interest ที่น้อยมาก; เข้าซื้อที่ 9.70 ด้วย Stop Loss เชิงโครงสร้างที่ 9.30 เป้าหมายแรกที่ 10.50 (Reward-to-Risk 2.0) ความเสี่ยงหลักคือการทะลุกรอบล้มเหลวหลุดต่ำกว่า 9.55 หรือรายได้ที่ทรุดลงอีกในผลประกอบการไตรมาส 2 ที่กำลังจะมาถึง


    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนที่มีเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินจุด Stop Loss ที่วางไว้ในกรณีเกิดช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    CKP

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจ SET: CKP — บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าติดตาม
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือต่อโดยใช้ Trailing Stop ที่ 2.46; เพิ่มสถานะเมื่อทะลุเหนือ 2.58 พร้อมการยืนยันด้วยวอลุ่มเท่านั้น
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลางโดยมีความโน้มเอียงขาขึ้นเล็กน้อย (MACD ตัดขึ้น, มูลค่าหุ้นน่าสนใจ)
    ความเชื่อมั่น ต่ำถึงปานกลาง
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วัน)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 2.50 บาท
    วันที่ของราคา 5 สิงหาคม 2569 (ยืนยันจากเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ CK Power, 16:38 น.)
    สถานะการตั้งรับ รอสัญญาณ — การบีบตัวยังไม่คลี่คลาย; MACD ตัดขึ้นแต่ขาดการยืนยันด้วยวอลุ่ม

    วิทยานิพนธ์การตัดสินใจ: CKP อยู่ในภาวะการบีบตัวของความผันผวนร่วมกับ MACD ที่ตัดขึ้นแบบขาขึ้น และมีอัตราส่วน Reward-to-Risk ที่น่าสนใจที่ 3.0 ณ จุดเข้า 2.50 แต่สัญญาณดังกล่าวกลับอ่อนกำลังลงด้วยวอลุ่มที่เหือดแห้ง, ราคาปรับลดลง 1.58% ในวันนี้, กระแสเงินทุน NVDR ที่เป็นกลาง, และยังไม่มีการทะลุแนวต้าน 2.58 ขึ้นไป การตัดของ MACD เป็นเพียงสัญญาณเตือนล่วงหน้า — ยังไม่ใช่จุดกระตุ้นที่ยืนยัน ควรเข้าซื้อเมื่อราคาปิดรายวันเหนือ 2.58 พร้อมวอลุ่มที่ขยายตัวขึ้นเท่านั้น


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน สิ่งที่พบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้างราคา แกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบสะสม; การบีบตัวยังดำเนินอยู่; Keltner แบนราบ; ราคากำลังทดสอบกรอบล่างหลังปรับลง -1.58% ในวันนี้ เป็นกลาง ปานกลาง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มอยู่ในสถานะ DRYING_IN_SQUEEZE; วอลุ่มจริง 6.0 ล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ย 9.8 ล้านหุ้น (ต่ำกว่า 39%); RSI เป็นกลาง; MACD ตัดขึ้นขาขึ้นยืนยันแล้ว ผสมผสาน (MACD ขาขึ้น, วอลุ่มขาลง) ปานกลาง
    Big Lot ไม่พบข้อมูล ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มี
    Short Selling มูลค่าขายชอร์ตคิดเป็น 0.8%; อัตราส่วนขายชอร์ตคงค้าง 0.16%; ปริมาณขายชอร์ตของ NVDR เป็นศูนย์ — แรงกดดันขาลงมีน้อยมาก เป็นกลาง (ไม่เป็นภัย) ปานกลาง
    NVDR สัดส่วนสุทธิ -1.11%; ขายสุทธิ 1 วันติดต่อกัน; ปริมาณพุ่งเป็น 0; มูลค่าสุทธิ 3 วัน -100,000 บาท; สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท เป็นกลาง (ไม่มีสัญญาณ) ต่ำ
    ข่าวและตัวเร่ง การยุบบริษัทย่อยที่ไม่ได้ประกอบกิจการ; การแต่งตั้งกรรมการใหม่; กำไรหลักโต 81% YoY ในปี 2568 เป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย ปานกลาง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 7.26; P/B 0.69; Forward P/E 10.98; EPS 0.35; อัตราผลตอบแทนปันผล 3.44%; ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 3.19 (ส่วนต่างขาขึ้น 28%); Beta 0.11 บวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องสุทธิ: ผสมผสาน / ยังหาข้อสรุปไม่ได้ — สัญญาณโมเมนตัมขาขึ้นเบื้องต้น (MACD ตัดขึ้น) ถูกขัดแย้งด้วยวอลุ่มและราคาที่ลดลง; มูลค่าหุ้นสนับสนุนแต่ขาดการยืนยันจากกระแสเงินทุน


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ (ยืนยัน: stock_trend = SIDEWAYS, trend_strength = Consolidating)
    • วัฏจักรตลาด: ไม่ชัดเจน — การบีบตัวร่วมกับ MACD ตัดขึ้นสอดคล้องกับช่วงปลายของการสะสม (Accumulation) ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Markup แต่การหดตัวของวอลุ่มกลับขัดแย้งกับวิทยานิพนธ์นี้
    • แนวรับสำคัญ: 2.46 บาท (แนวรับทันทีและจุด Stop-Loss เชิงโครงสร้าง); จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ 2.12 เป็นพื้นลึกถัดไป
    • แนวต้านสำคัญ: 2.58 บาท (แนวต้านทันที, ถูกปฏิเสธในวันนี้โดยราคาสูงสุดที่ 2.58); 2.62 บาท (เป้าหมายที่ 1); 3.00 บาท (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง — ไม่มีภาวะซื้อมากเกินไป/ขายมากเกินไป; ยืนยัน MACD ตัดขึ้น (สัญญาณขาขึ้น); อย่างไรก็ตาม ในตลาดไซด์เวย์ การตัดของ MACD มักให้สัญญาณหลอกตามข้อมูลจาก RAG Knowledge — การยืนยันด้วยวอลุ่มเป็นสิ่งสำคัญ
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน — ไม่สามารถประเมินกิจกรรมของสถาบัน
    • การตีความ Short Selling: กิจกรรมขายชอร์ตต่ำมาก (มูลค่า 0.8%, คงค้าง 0.16%, ปริมาณขายชอร์ต NVDR เป็นศูนย์) — ฝั่งหมีหายไป; สิ่งนี้ช่วยขจัดแรงกดดันขาลงออกไป แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวเร่งขาขึ้น
    • การตีความ NVDR: โดยหลักแล้วเป็นกลางที่สัดส่วนสุทธิ -1.11% โดยมีการขายเล็กน้อยเพียง 1 วัน มูลค่าการซื้อขายรวมต่อวันต่ำกว่าเกณฑ์สภาพคล่อง 100 ล้านบาท ทำให้แม้แต่สัญญาณเป็นกลางก็ไม่น่าเชื่อถือ ตรวจไม่พบสัญญาณการสะสมหรือกระจายของต่างชาติ
    • ข้อสรุปกระแสเงินทุนรวม: Short Selling มีน้อยมาก (ไม่เป็นภัย), NVDR เป็นกลาง (ไม่มีสัญญาณ), Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน ราคาปรับลดลง 1.58% ในวันนี้ด้วยวอลุ่มต่ำกว่าค่าเฉลี่ย — สิ่งนี้ไม่สอดคล้องกับสัญญาณ MACD ตัดขึ้นขาขึ้น ชี้แนะว่าการตัดขึ้นอาจเป็นสัญญาณหลอกในกรอบไซด์เวย์ กระแสเงินทุนรวมยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยมีความโน้มเอียงขาลงเล็กน้อย ณ วันนี้

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ยังไม่ซื้อขาย — รอให้การบีบตัวคลี่คลายพร้อมการยืนยันด้วยวอลุ่ม
    • เขตเข้าซื้อ: ณ ราคาปัจจุบันไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้อง แม้จะตรงกับระดับ 2.50 ที่ให้มา
    • จุดกระตุ้นการเข้า (การทะลุขาขึ้น): ราคาปิดรายวันเหนือ 2.58 บาท โดยมีวอลุ่มเกิน 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน (ประมาณ 14.8 ล้านหุ้นเทียบจากค่าเฉลี่ย 9.8 ล้านหุ้น); RSI ต้องเคลื่อนขึ้นเหนือ 55 เพื่อยืนยันการเปลี่ยนโมเมนตัม
    • เป้าหมายที่ 1: 2.62 บาท — เป้าหมายที่ให้มา / โซนแนวต้านทันที
    • เป้าหมายที่ 2: 2.80 บาท — จุดกึ่งกลางโดยประมาณไปยังจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ (การคาดการณ์ด้วยทฤษฎีการเคลื่อนที่; ไม่ยืนยันหากไม่มีสมอจากชาร์ต)
    • เป้าหมายที่ 3: 3.19 บาท — ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ (Yahoo Finance); วัตถุประสงค์ระยะยาว
    • Stop Loss: 2.46 บาท — ต่ำกว่าแนวรับทันทีและระดับที่ทำให้โครงสร้างเป็นโมฆะ
    • Trailing Stop: เลื่อน Stop มาที่ 2.50 (เท่าทุน) เมื่อราคายืนเหนือ 2.62 อย่างต่อเนื่อง; ตามด้วยการลาก Stop ใต้จุดต่ำสุดยกใหม่ (Higher Low) ในแต่ละรอบ
    • Reward-to-Risk ถึงเป้าหมาย 1: (2.62 − 2.50) / (2.50 − 2.46) = 3.0 — อัตราส่วนน่าดึงดูด แต่จุดเข้ายังไม่ยืนยัน
    • Reward-to-Risk ถึงเป้าหมาย 2: (2.80 − 2.50) / (2.50 − 2.46) = 7.5 — น่าดึงดูดมากหากการทะลุกรอบยืนยัน
    • ช่วงเวลาดำเนินการ: จับตาการคลี่คลายของการบีบตัว; จุดเข้าในอุดมคติคือการพักตัวกลับมาที่ 2.50–2.52 หลังทะลุเหนือ 2.58 หรือการทะลุโดยตรงพร้อมวอลุ่มพุ่ง
    • ห้ามเข้าซื้อหาก:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 2.46 ด้วยวอลุ่มสูง (การพังฐานที่ทำให้วิทยานิพนธ์เป็นโมฆะ)

    2. MACD ตัดกลับลงมาใต้เส้นสัญญาณ โดยที่ราคายังไม่สามารถทะลุ 2.58 (การตัดที่หลอก)

    3. วอลุ่มยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในวันที่พยายามทะลุกรอบ (ความเสี่ยงการทะลุหลอก)

    อัปเกรดเป็น ซื้อ: ต้องมีราคาปิดรายวันเหนือ 2.58 ด้วยวอลุ่มสูงกว่า 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย, RSI เหนือ 55, และถ้าจะให้ดี NVDR กลับมาเป็นซื้อสุทธิ อีกทางเลือกคือการพักตัวกลับที่ 2.50 หลังจากการทะลุกรอบครั้งแรกเหนือ 2.58 โดยที่ MACD ยังคงสภาพขาขึ้น

    ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 2.46 ด้วยวอลุ่มสูง หรือ MACD ตัดลงขาลงกลับมาใต้เส้นสัญญาณรวมกับราคาทะลุแนวรับ 2.52 ลงไป


    5. แผนผังสถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น แนวทางที่คาด การทำให้โมฆะ
    กรณีขาขึ้น การบีบตัวคลี่คลายไปทางขึ้น: ปิดเหนือ 2.58 พร้อมวอลุ่มพุ่ง + MACD ยังคงขาขึ้น ปรับตัวขึ้นไปยัง 2.62 (T1), จากนั้น 2.80 (T2); เป้าหมายนักวิเคราะห์ 3.19 ในระยะกลาง ปิดกลับลงมาต่ำกว่า 2.52
    กรณีฐาน แกว่งตัวไซด์เวย์ต่อไประหว่าง 2.46–2.58 ด้วยวอลุ่มที่ลดลง กระทิงกรอบ; การตัดของ MACD ล้มเหลวไม่ยืนยันทิศทาง ทะลุกรอบขึ้นหรือลงพร้อมวอลุ่ม
    กรณีขาลง การบีบตัวคลี่คลายไปทางลง: ปิดต่ำกว่า 2.46 พร้อมวอลุ่ม ปรับตัวลงสู่ 2.30–2.20; มีโอกาสทดสอบจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ 2.12 หากมีการขายต่อเนื่อง ฟื้นกลับขึ้นเหนือ 2.50 ด้วยวอลุ่มซื้อ

    6. ตัวเร่งปฏิกิริยาและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • การประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569: ยังไม่มีการยืนยันวันที่จากผลการค้นหา (ประเมินว่าเร็วๆ นี้ตามความพร้อมของรายงานไตรมาส 1/2569); นี่คือตัวเร่งระยะสั้นที่สำคัญที่สุดสำหรับ CKP
    • ฤดูกาลของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ: ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าขับเคลื่อนกำไรหลักของ CKP; ฤดูฝน (ก.ค.–ต.ค.) มักสนับสนุนปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น — เป็นแรงหนุนที่อาจเกิดขึ้น
    • การดำเนินการของบริษัท: การยุบบริษัทย่อยที่ไม่ได้ประกอบกิจการและการแต่งตั้งกรรมการใหม่ (จากประกาศตลาดหลักทรัพย์ล่าสุด) — เป็นการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน ถือเป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: วอลุ่มกำลังเหือดแห้ง — การทะลุกรอบใดๆ ที่ไม่มีการยืนยันด้วยวอลุ่มมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นสัญญาณหลอก; การตัดของ MACD ในตลาดไซด์เวย์ไม่น่าเชื่อถือตามกฎที่วางไว้
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: NVDR เป็นกลางและ Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน — ไม่มีการยืนยันจากสถาบันสำหรับสัญญาณขาขึ้นของ MACD
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: แม้มีผลประกอบการปี 2568 ที่แข็งแกร่ง (กำไรโต 81%) แต่หุ้นปรับลดลง 1.58% ในวันนี้ — ตลาดอาจกำลังประเมินราคาสำหรับไตรมาส 2 ที่อ่อนแอลงหรือแรงต้านของเซกเตอร์
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 9.8 ล้านหุ้น (ประมาณ 24.5 ล้านบาท ที่ราคา 2.50) อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ระดับสถาบันที่ 100 ล้านบาท; สิ่งนี้เพิ่มความเสี่ยง Slippage และลดความน่าเชื่อถือของสัญญาณกระแสเงินทุนทั้งหมด
    • ความเสี่ยงจากช่องว่างราคา: Beta ต่ำ (0.11) จำกัดความผันผวน แต่ความประหลาดใจของผลประกอบการก็ยังสามารถสร้างช่องว่างราคาให้หุ้นได้เนื่องจากมีกรอบการซื้อขายรายวันที่แคบ

    การทำให้วิทยานิพนธ์เดิมเป็นโมฆะ: การปิดรายวันต่ำกว่า 2.46 บาทด้วยวอลุ่มสูง หรือ MACD ตัดกลับลงมาใต้เส้นสัญญาณขณะที่ราคาล้มเหลวในการทะลุ 2.58 จะทำให้วิทยานิพนธ์การบีบตัวสู่ขาขึ้นเป็นโมฆะ


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.04 บาท (เข้า 2.50 − Stop 2.46)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีมูลค่าพอร์ตและเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ระยะ Stop ที่แคบ 0.04 บาท ทำให้สามารถกำหนดขนาดสถานะที่มีความหมายเมื่อเทียบกับเงินทุนที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องต่ำ (มูลค่าซื้อขายต่อวันต่ำกว่า 100 ล้านบาท) จำเป็นต้องจำกัดขนาดสถานะเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อตลาด สูตรคำนวณคือ:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{%ความเสี่ยงสูงสุด}}{0.04} \right\rfloor$$

    ปัดลงให้เป็นจำนวนเต็มตามหน่วยซื้อขาย (Board Lot) ของตลาด SET ด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่ยืนยัน ควรจำกัดสถานะเริ่มต้นที่ 50% ของการจัดสรรสูงสุด แล้วเพิ่มส่วนที่เหลือเมื่อยืนยันการทะลุเหนือ 2.58 ด้วยวอลุ่มเท่านั้น


    8. บัญชีข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่ป้อนเข้า 5 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน ใช้อ้างอิงโครงสร้างหลัก; การบีบตัวร่วมกับ MACD ตัดขึ้น แต่ไม่มีการยืนยันด้วยวอลุ่ม
    RAG Knowledge Main 5 ส.ค. 2569 20:20 พร้อมใช้งาน ตรวจสอบกฎการเข้าเมื่อ MACD ตัดขึ้น; ยืนยันว่าการตัดของ MACD ในตลาดไซด์เวย์ต้องการการยืนยันด้วยวอลุ่ม
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถประเมินกระแสเงินทุนสถาบัน; ลดความเชื่อมั่น
    Query Short Stock Daily จาก RAG 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน กิจกรรมขายชอร์ตน้อยมาก; สัญญาณเป็นกลาง; ลดแรงกดดันขาลง
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ล่าหลัง 1 วัน) สัญญาณเป็นกลาง; ตรวจไม่พบการสะสมหรือกระจายของต่างชาติ
    Tavily Search 5 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน ยืนยันราคาที่ 2.50; P/E 7.26; เป้าหมายนักวิเคราะห์ 3.19; กำไรโต 81%; อัตราผลตอบแทนปันผล 3.44%

    ข้อขัดแย้งของแหล่งข้อมูล: ราคาเข้าที่ให้มาที่ 2.50 ตรงกับราคาตลาดปัจจุบัน (ยืนยันจากเว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ CK Power) อย่างไรก็ตาม หุ้นปรับลดลง 1.58% ในวันนี้ด้วยวอลุ่มต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งขัดแย้งกับสัญญาณ MACD ที่ตัดขึ้นแบบขาขึ้น ข้อขัดแย้งนี้ลดความเชื่อมั่นในการตัดของ MACD ในฐานะจุดกระตุ้นเพียงลำพัง


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าติดตาม — CKP นำเสนอรูปแบบการบีบตัวที่รอการทะลุกรอบที่น่าสนใจในเชิงทฤษฎี พร้อมกับ MACD ตัดขึ้นและ Reward-to-Risk ที่ 3.0 ณ จุดเข้า 2.50 แต่สัญญาณยังไม่ยืนยัน: ราคาลดลง 1.58% ในวันนี้ด้วยวอลุ่มที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 39%, NVDR เป็นกลาง และข้อมูล Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน; รอการปิดรายวันเหนือ 2.58 ด้วยวอลุ่มขยายตัว (1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย) และ RSI เหนือ 55 เพื่อยืนยันการทะลุกรอบก่อนเข้าซื้อ โดยมี Stop Loss เชิงโครงสร้างที่ 2.46, เป้าหมายแรกที่ 2.62, และความเสี่ยงหลักคือการตัดของ MACD ที่เป็นสัญญาณหลอกและคลี่คลายสู่การพังฐานลงล่าง


    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนที่มีเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินจุด Stop Loss ที่กำหนดไว้ในกรณีเกิดช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    CHG

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจ SET: CHG — บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าติดตาม
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือต่อโดยใช้ Trailing Stop ที่ 1.50; ลดสถานะเมื่อปิดต่ำกว่า 1.52
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลางโดยมีความโน้มเอียงขาขึ้นเล็กน้อย (การสะสมของ NVDR)
    ความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วัน)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 1.57–1.59 บาท (จาก Investing.com, 3 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 3 สิงหาคม 2569
    สถานะการตั้งรับ รอสัญญาณ — การบีบตัวของความผันผวนยังไม่คลี่คลาย

    วิทยานิพนธ์การตัดสินใจ: CHG ติดอยู่ในรูปแบบการบีบตัวของความผันผวนแบบตำรา โดยมีวอลุ่มเหือดแห้ง, RSI เป็นกลาง และ MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ ซึ่งเป็นภาวะ “สปริงถูกกด” แบบคลาสสิกที่รอการเลือกทิศทาง NVDR แสดงการซื้อสุทธิติดต่อกันอย่างน่าทึ่งถึง 20 วัน (สัดส่วนซื้อสุทธิ 11.96%) แต่สัญญาณดังกล่าวถูกปนเปื้อนจากมูลค่าการซื้อขายรวมต่อวันที่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ทำให้เป็นเพียงสัญญาณรบกวนที่มีความน่าเชื่อถือต่ำ มากกว่าที่จะเป็นการสะสมของสถาบันที่ยืนยันแล้ว ด้วยกำหนดการประกาศผลประกอบการ Q2 ในวันที่ 13 สิงหาคมที่สร้างความเสี่ยงแบบสองด้าน (binary gap) จึงยังไม่มีจุดเข้าที่ป้องกันความเสี่ยงได้ จนกว่าการบีบตัวจะคลี่คลายพร้อมการยืนยันด้วยวอลุ่ม


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน สิ่งที่พบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้างราคา แกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบสะสม; ราคาอยู่ใกล้ 1.57–1.59 ทดสอบโซนแนวต้าน 1.56; การบีบตัวยังดำเนินอยู่; Keltner แบนราบ เป็นกลาง ปานกลาง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มอยู่ในสถานะ DRYING_IN_SQUEEZE; RSI 57.81 (เป็นกลาง); MACD ที่เส้นศูนย์; ไม่มีสัญญาณจากราคา เป็นกลาง ปานกลาง
    Big Lot ไม่พบข้อมูล ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มี
    Short Selling มูลค่าขายชอร์ตคิดเป็น 5.82% ของมูลค่าซื้อขาย; อัตราส่วนขายชอร์ตคงค้าง 0.84% — ต่ำและไม่เป็นภัย เป็นกลาง ปานกลาง
    NVDR ซื้อสุทธิติดต่อกัน 20 วัน; สัดส่วนซื้อสุทธิ 11.96%; ปริมาณพุ่ง 47.01 เท่า — แต่สภาพคล่องต่ำกว่าเกณฑ์ 100 ล้านบาท กำลังสะสม (ปนเปื้อนสัญญาณรบกวน) ต่ำ
    ข่าวและตัวเร่ง ประกาศผลประกอบการ Q2 2569 วันที่ 13 ส.ค.; ประกาศความร่วมมือด้าน ESG; เงินปันผลอัตราผลตอบแทน 4.52% เป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย ปานกลาง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 18.15; ROE 11.9%; Gross margin 29.3%; Beta 0.12; เสถียรภาพของเซกเตอร์การแพทย์ เป็นกลางถึงบวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องสุทธิ: ผสมผสาน / ยังหาข้อสรุปไม่ได้ — การสะสมของ NVDR เป็นสัญญาณที่แรงที่สุด แต่อ่อนกำลังลงจากสภาพคล่องต่ำและขาดการยืนยันจากราคา


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ (ยืนยัน: stock_trend = SIDEWAYS, trend_strength = Consolidating)
    • วัฏจักรตลาด: ไม่ชัดเจน — ภาวะการบีบตัวสอดคล้องกับช่วงปลายของการสะสม (Accumulation) แต่การทะลุกรอบยังไม่ยืนยันการเปลี่ยนผ่านสู่ช่วง Markup
    • แนวรับสำคัญ: 1.52 บาท (แนวรับทันที), 1.50 บาท (จุด Stop-Loss เชิงโครงสร้าง / จุดกึ่งกลางของกรอบ 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 1.56 บาท (ทันที, กำลังถูกทดสอบ), 1.58 บาท (เป้าหมายที่ 1 ที่ให้มา), 1.60 บาท (ราคาขายที่ให้มา)
    • โมเมนตัม: RSI ที่ 57.81 (ยืนยันจาก Investing.com) — เป็นกลางโดยมีอคติทางบวกเล็กน้อย; MACD อยู่ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ — ไม่มีโมเมนตัมเชิงทิศทาง; ไม่พบ Divergence
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน — ไม่มีข้อมูลส่งกลับ; ไม่สามารถประเมินกิจกรรมของสถาบัน
    • การตีความ Short Selling: กิจกรรมขายชอร์ตปานกลาง (5.82% ของมูลค่า, 0.84% คงค้าง) — ฝั่งหมีไม่ได้กดดันรุนแรง; ไม่มีรูปแบบ Short Squeeze ที่เห็นได้ชัด; ไม่เป็นภัย
    • การตีความ NVDR: การซื้อสุทธิติดต่อกันยี่สิบวันด้วยสัดส่วนซื้อสุทธิ 11.96% เป็นช่วงการซื้อต่อเนื่องที่น่าสังเกต อย่างไรก็ตาม ตามกฎบังคับการกรองสัญญาณรบกวน มูลค่าการซื้อขายรวมต่อวันต่ำกว่าเกณฑ์สภาพคล่อง 100 ล้านบาท สัญญาณนี้จึงต้องถูกติดธงว่าเป็น คำเตือนด้านสภาพคล่องต่ำ / สัญญาณรบกวน การพุ่งขึ้น 47.01 เท่าของปริมาณเทียบกับค่าเฉลี่ยของ NVDR เองยิ่งชี้แนะว่าข้อมูลอาจถูกบิดเบือนจากธุรกรรมขนาดใหญ่ของต่างชาติที่ทำเป็นครั้งคราว มากกว่าที่จะเป็นการสะสมของสถาบันอย่างสม่ำเสมอ สิ่งนี้ยังคงเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าดูต่อไป ไม่ใช่ตัวกระตุ้นการเข้าเทรด
    • ข้อสรุปกระแสเงินทุนรวม: Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน, Short Selling เป็นกลาง, NVDR เป็นขาขึ้นแต่ปนเปื้อนสัญญาณรบกวน ราคายังไม่สามารถทะลุแนวต้านพร้อมวอลุ่มได้ กระแสเงินทุนรวมถือว่า ยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยมีความโน้มเอียงขาขึ้นเล็กน้อย

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ยังไม่ซื้อขาย — รอให้การบีบตัวคลี่คลายพร้อมการยืนยันด้วยวอลุ่ม
    • เขตเข้าซื้อ: ณ ราคาปัจจุบัน 1.57–1.59 ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้อง (สูงกว่าระดับเข้าซื้อที่ให้มาที่ 1.54 และยังไม่ยืนยัน)
    • จุดกระตุ้นการเข้า (การทะลุขาขึ้น): ราคาปิดรายวันเหนือ 1.58 บาท (ระดับเป้าหมายที่ 1) โดยมีวอลุ่มเกิน 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน; RSI ต้องเคลื่อนขึ้นเหนือ 60 เพื่อยืนยันการเปลี่ยนโมเมนตัม
    • เป้าหมายที่ 1: 1.60 บาท — ราคาขายที่ให้มา / แนวต้านเหนือศีรษะทันที
    • เป้าหมายที่ 2: 1.66 บาท — แนวต้านโดยประมาณจากโครงสร้างช่วงกลางของกรอบ 52 สัปดาห์ (ไม่ยืนยันหากไม่มีข้อมูลชาร์ต)
    • Stop Loss: 1.50 บาท — ต่ำกว่าแนวรับทันที 1.52 และระดับที่ทำให้โครงสร้างเป็นโมฆะ
    • Trailing Stop: เลื่อน Stop มาที่ 1.52 (โซนเท่าทุน) เมื่อราคายืนเหนือ 1.60 ได้อย่างต่อเนื่อง
    • Reward-to-Risk ถึงเป้าหมาย 1: เข้า 1.58, Stop 1.50: (1.60 − 1.58) / (1.58 − 1.50) = 0.25 — ไม่น่าสนใจอย่างยิ่งที่ราคาปัจจุบัน; ยืนยันสถานะเฝ้าติดตาม
    • ช่วงเวลาดำเนินการ: หลังการประกาศผลประกอบการวันที่ 13 ส.ค. และวอลุ่มหลังประกาศงบกลับสู่ภาวะปกติ
    • ห้ามเข้าซื้อหาก:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 1.52 ด้วยวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้น (สัญญาณพังฐาน)

    2. NVDR พลิกกลับเป็นขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป

    3. ผลประกอบการ Q2 2569 ออกมาผิดหวังอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับประมาณการตลาด

    อัปเกรดเป็น ซื้อ: ต้องมีราคาปิดรายวันเหนือ 1.58 ด้วยวอลุ่มที่พุ่งเกิน 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย, RSI เหนือ 60, และ NVDR ยังคงสถานะซื้อสุทธิ จุดเข้าที่เหมาะสมที่สุดคือการพักตัวกลับมาที่ 1.56 หลังการยืนยันการทะลุกรอบ ซึ่งจะให้ Reward-to-Risk ที่ดีกว่า

    ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 1.50 ด้วยวอลุ่มสูง หรือ NVDR พลิกกลับเป็นขายอย่างหนักรวมกับราคาทะลุดลงต่ำกว่า 1.52


    5. แผนผังสถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น แนวทางที่คาด การทำให้โมฆะ
    กรณีขาขึ้น การบีบตัวคลี่คลายไปทางขึ้น: ปิดเหนือ 1.58 พร้อมวอลุ่มพุ่ง + NVDR ซื้อต่อเนื่อง ปรับตัวขึ้นไปยัง 1.60–1.66; มีโอกาสทดสอบจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ 1.87 หากโมเมนตัมอยู่ได้ ปิดกลับลงมาต่ำกว่า 1.56
    กรณีฐาน แกว่งตัวไซด์เวย์ต่อไประหว่าง 1.52–1.58 ไปจนถึงวันประกาศงบ กระทิงกรอบ; เคลื่อนไหวเป็นทิศทางหลังประกาศงบ ทะลุกรอบขึ้นหรือลงพร้อมวอลุ่ม
    กรณีขาลง การบีบตัวคลี่คลายไปทางลง: ปิดต่ำกว่า 1.52 พร้อมวอลุ่ม ปรับตัวลงสู่ 1.50 และอาจหลุดไปถึง 1.45–1.40 หากผลประกอบการแย่กว่าคาด ฟื้นกลับขึ้นเหนือ 1.52 ด้วยวอลุ่มซื้อ

    6. ตัวเร่งปฏิกิริยาและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • 13 สิงหาคม 2569 — ประกาศผลประกอบการ Q2 2569: ตัวเร่งระยะสั้นที่สำคัญที่สุด โดยปกติเซกเตอร์การแพทย์จะมีความมั่นคง แต่ความประหลาดใจใดๆ อาจทำให้การบีบตัวแตกออก
    • นโยบายปันผล: 0.07 บาท/หุ้น (อัตราผลตอบแทน 4.52%) — วันขึ้นเครื่องหมาย XD ผ่านไปแล้ว (6 พฤษภาคม 2569); ไม่ใช่ตัวเร่งที่ใกล้จะเกิดขึ้น
    • ความร่วมมือด้าน ESG กับ UN Global Compact (ประกาศแล้ว): การวางตำแหน่งเชิงบวกในระยะยาว; ไม่น่าขยับราคาระยะใกล้

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การบีบตัวของความผันผวนกำลังดำเนินอยู่ — ทิศทางการทะลุกรอบยังไม่แน่นอน; วอลุ่มกำลังเหือดแห้ง ซึ่งโดยทั่วไปมักเกิดขึ้นก่อนการเคลื่อนไหวเฉียบพลันในทิศใดทิศหนึ่ง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: สัญญาณขาขึ้นของ NVDR อาจบ่งชี้การสะสมของต่างชาติ แต่สภาพคล่องต่ำทำให้การตีความไม่น่าเชื่อถือ; อาจกลับทิศเร็ว
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: ผลประกอบการ Q2 วันที่ 13 ส.ค. สร้างความเสี่ยงจากการเกิดช่องว่างราคาแบบสองทาง (binary gap); Beta ต่ำที่ 0.12 ชี้ถึงความผันผวนที่จำกัดแต่ก็มีโอกาสสร้างความประหลาดใจได้น้อยเช่นกัน
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: มูลค่าการซื้อขายรวมต่อวันต่ำกว่า 100 ล้านบาทเพิ่มความเสี่ยง Slippage และลดความน่าเชื่อถือของสัญญาณกระแสเงินทุนทั้งหมด
    • ความเสี่ยงจากอุปทานที่ถูกกักไว้เหนือราคา: หุ้นซื้อขายอยู่ใกล้จุดกึ่งกลางของกรอบ 52 สัปดาห์ (1.33–1.87); อาจมีอุปทานจำนวนมากจากผู้ซื้อที่ติดดอยอยู่แถวระดับ 1.70–1.87 บาท

    การทำให้วิทยานิพนธ์เดิมเป็นโมฆะ: การปิดรายวันต่ำกว่า 1.50 บาทด้วยวอลุ่มสูง หรือ NVDR กลับมาเป็นขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง 3 วันทำการขึ้นไป จะทำให้วิทยานิพนธ์เชิงบวกใดๆ ใช้ไม่ได้


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.08 บาท (เข้า 1.58 − Stop 1.50) หากเข้าตอนทะลุกรอบ
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีมูลค่าพอร์ตและเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ด้วย Reward-to-Risk ที่ต่ำมาก ณ ระดับปัจจุบัน (0.25 ไปยังเป้าหมาย 1 ที่ 1.60) การเปิดสถานะใดๆ ควรให้น้อยที่สุดหรือเลื่อนออกไปจนกว่าจะเกิดการพักตัวที่ 1.56 หลังการยืนยันการทะลุกรอบ ซึ่งจะทำให้อัตราส่วนดีขึ้น สูตรคำนวณคือ:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{%ความเสี่ยงสูงสุด}}{0.08} \right\rfloor$$

    ห้ามเปิดสถานะเต็มจำนวนก่อนวันที่ 13 สิงหาคม คำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่มีสภาพคล่องต่ำในการกำหนดขนาดด้วย


    8. บัญชีข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่ป้อนเข้า 5 ส.ค. 2569 (วันที่ออกรายงาน) ปัจจุบัน ใช้อ้างอิงโครงสร้างหลัก; การบีบตัวในไซด์เวย์โดยไม่มีตัวกระตุ้น
    RAG Knowledge Main 5 ส.ค. 2569 20:14 พร้อมใช้งาน ตรวจสอบกฎการทะลุกรอบจากการบีบตัว, การตีความ VPA, วิธีการตั้ง Stop
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถประเมินกระแสเงินทุนสถาบัน; ลดความเชื่อมั่น
    Query Short Stock Daily จาก RAG 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน กิจกรรมขายชอร์ตปานกลาง; สัญญาณเป็นกลาง
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ล่าหลัง 1 วัน) สัญญาณซื้อสุทธิ 20 วันแต่ถูกติดธงเป็นสัญญาณรบกวนจากสภาพคล่องต่ำ
    Tavily Search 5 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน ระบุวันประกาศงบ 13 ส.ค. เป็นตัวเร่งสำคัญ; ยืนยัน P/E 18.15, Beta 0.12

    ข้อขัดแย้งของแหล่งข้อมูล: Investing.com แสดง CHG ซื้อขายที่ 1.57–1.59 ณ วันที่ 3 ส.ค. ในขณะที่กระบวนการนำเข้าอ้างอิงจุดเข้าที่ 1.54 หุ้นดูเหมือนขยับขึ้นเหนือระดับเข้าที่กำหนดแล้ว ทำให้จุดเข้าเดิมใช้ไม่ได้


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าติดตาม — ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้อง; CHG ติดกับอยู่ในภาวะการบีบตัวของความผันผวนระหว่างแนวรับ 1.52 และแนวต้าน 1.58 ด้วยวอลุ่มที่เหือดแห้ง, โมเมนตัมเป็นกลาง, และช่วงการซื้อสุทธิ NVDR 20 วัน ที่ปนเปื้อนสัญญาณรบกวน; รอให้เกิดการทะลุกรอบหลังวันประกาศผลประกอบการ (13 ส.ค.) ขึ้นเหนือ 1.58 พร้อมการยืนยันด้วยวอลุ่มและ RSI เหนือ 60 จึงจะพิจารณาซื้อ หรือหากปิดต่ำกว่า 1.52 จึงจะพิจารณาหลีกเลี่ยง; Reward-to-Risk ณ ราคาตลาดปัจจุบันที่ 0.25 ไม่เหมาะสมแก่การซื้อขาย


    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนที่มีเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินจุด Stop Loss ที่กำหนดไว้ในกรณีเกิดช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    BCPG

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจ SET: BCPG — บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าติดตาม
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ใช้ Trailing Stop แบบแน่นที่ 7.10 (แนวรับทันที); ลดสถานะเมื่อปิดต่ำกว่า 6.95
    แนวโน้มทิศทาง ผสมผสาน (แรงขายจากต่างชาติถูกชดเชยด้วยความเสี่ยงจากสัญญาณรบกวนในสภาพคล่องต่ำ)
    ความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วัน)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 7.25 บาท (จากระดับเริ่มต้นที่ป้อนข้อมูล)
    วันที่ของราคา 5 สิงหาคม 2569 (วันที่ออกรายงาน; ไม่ยืนยันราคาปิดตลาดที่แน่นอน)
    สถานะการตั้งรับ รอสัญญาณเข้า

    วิทยานิพนธ์การตัดสินใจ: BCPG ติดอยู่ในกรอบสะสมตัวแบบไซด์เวย์ มีการบีบตัวของความผันผวนที่กำลังคืบคลาน และยังไม่มีสัญญาณทะลุกรอบ การไหลของ NVDR ส่งสัญญาณการขายรุนแรงจากต่างชาติ (สัดส่วนขายสุทธิ -27.14% ปริมาณเพิ่มขึ้น 12.77 เท่า) แต่มูลค่าการซื้อขายรวมต่อวันต่ำกว่า 100 ล้านบาท ทำให้สัญญาณดังกล่าวเป็นเพียงสัญญาณรบกวนที่ไม่น่าเชื่อถือ มากกว่าจะเป็นการกระจายหุ้นที่ยืนยันแล้ว ด้วยกำหนดการประกาศผลประกอบการวันที่ 13 สิงหาคม และอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Reward-to-Risk) เพียง 1.17 เท่า จึงยังไม่มีจุดเข้าซื้อที่ป้องกันความเสี่ยงได้เหมาะสมในวันนี้


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน สิ่งที่พบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้างราคา สะสมตัวไซด์เวย์, Keltner แบนราบ, อยู่ในภาวะบีบตัว, RSI เป็นกลาง, MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ เป็นกลาง ปานกลาง
    วอลุ่มและโมเมนตัม สถานะวอลุ่มเป็น NORMAL, ไม่มีแท่งเทียนทะลุกรอบหรือพังลง, ไม่มีสัญญาณจากราคา เป็นกลาง ปานกลาง
    Big Lot ไม่พบข้อมูล ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มี
    Short Selling มูลค่าขายชอร์ตรวม 1.68 ล้านบาท (3.06% ของมูลค่าซื้อขาย); อัตราส่วนขายชอร์ตคงค้าง 0.85% — ต่ำและไม่เป็นภัย เป็นกลาง ปานกลาง
    NVDR สัดส่วนขายสุทธิ -27.14%, ปริมาณพุ่ง 12.77 เท่า, ขายติดต่อกัน 1 วัน; สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท ขาลง (ปนเปื้อนสัญญาณรบกวน) ต่ำ
    ข่าวและตัวเร่ง ประกาศผลประกอบการ 13 ส.ค.; ประมาณการ EPS ถูกปรับลงจาก 0.785 เป็น 0.698; ประกาศความร่วมมือ ESG ผสมผสาน ปานกลาง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน ประมาณการกำไรสุทธิปีหน้า +51% เทียบกับเซกเตอร์ +7.9%; การปรับลด EPS เป็นแรงต้านระยะสั้น ผสมผสาน ปานกลาง

    ความสอดคล้องสุทธิ: ผสมผสาน / ยังหาข้อสรุปไม่ได้ — สัญญาณขาลงของ NVDR ถูกบั่นทอนโดยสภาพคล่องต่ำ; ยังไม่มีการยืนยันทางเทคนิคแต่อย่างใด


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ (ยืนยันจากข้อมูลนำเข้า: stock_trend = SIDEWAYS, trend_strength = Consolidating)
    • วัฏจักรตลาด: ไม่ชัดเจน — ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 7.10 และแนวต้าน 7.30 ไม่มีเฟสวัฏจักรที่โดดเด่น
    • แนวรับสำคัญ: 7.10 บาท (ทันที), 6.95 บาท (ระดับ Stop-Loss เชิงโครงสร้าง)
    • แนวต้านสำคัญ: 7.30 บาท (ทันที), 7.60 บาท (เป้าหมายจากข้อมูลนำเข้า)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง; MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ — ไม่มีโมเมนตัมขาขึ้นหรือขาลง; ไม่มีการยืนยัน Divergence
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน — ไม่มีข้อมูลส่งกลับ; ไม่สามารถยืนยันหรือปฏิเสธกิจกรรมของสถาบัน
    • การตีความ Short Selling: กิจกรรมขายชอร์ตต่ำ (3.06% ของมูลค่า, 0.85% คงค้าง) — ฝั่งหมีไม่ได้กดดันรุนแรง; ไม่มีรูปแบบ Short Squeeze
    • การตีความ NVDR: สัดส่วนขายสุทธิ -27.14% และปริมาณพุ่ง 12.77 เท่า ดูเหมือนเป็นขาลง แต่มูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่าเกณฑ์สภาพคล่อง 100 ล้านบาท ตามกฎการกรองสัญญาณรบกวนบังคับ สัญญาณนี้ต้องถูกติดธงว่าเป็น คำเตือนด้านสภาพคล่องต่ำ / สัญญาณรบกวน การขาย NVDR เพียงวันเดียวโดยไม่มีความต่อเนื่องหรือไม่มีการยืนยันจากราคา ไม่ถือเป็นการกระจายหุ้นที่ยืนยัน
    • ข้อสรุปกระแสเงินทุนรวม: Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน, Short Selling เป็นกลาง, NVDR เป็นขาลงแต่ปนเปื้อนสัญญาณรบกวน ราคายังไม่หลุดแนวรับหรือยืนยันการกระจายหุ้น กระแสเงินทุนรวมถือว่า ยังหาข้อสรุปไม่ได้

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ยังไม่ซื้อขาย — รอให้เกิดการทะลุกรอบขึ้นหรือลงพร้อมวอลุ่มยืนยัน
    • เขตเข้าซื้อ: ณ ราคาปัจจุบันไม่มีจุดเข้าที่เหมาะสม
    • จุดกระตุ้นการเข้า (อัปเกรดเป็นขาขึ้น): ราคาปิดรายวันเหนือ 7.30 บาท โดยมีวอลุ่มเกิน 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน และ NVDR กลับมาเป็นการซื้อสุทธิติดต่อกันอย่างน้อย 2 วัน
    • เป้าหมายที่ 1: 7.60 บาท — จุดสูงสุดเดิม / เป้าหมายที่ให้มา
    • เป้าหมายที่ 2: ไม่พร้อมใช้งาน — ไม่มีการยืนยัน Fibonacci หรือจุดวัดการเคลื่อนไหว
    • Stop Loss: 6.95 บาท — ต่ำกว่าแนวรับเชิงโครงสร้างตามข้อมูล; การปิดต่ำกว่า 7.10 จะเป็นสัญญาณเตือนความอ่อนแอแล้ว
    • Trailing Stop: เลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นมาที่ต้นทุนเมื่อราคาไปถึง 7.45; ลากตามจุดต่ำสุดที่ยกสูงขึ้นในแต่ละรอบ
    • Reward-to-Risk ถึงเป้าหมาย 1: (7.60 − 7.25) / (7.25 − 6.95) = 1.17 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.50; ไม่น่าสนใจ
    • ช่วงเวลาดำเนินการ: หลังการประกาศผลประกอบการ 13 สิงหาคม; รอการค้นพบราคาหลังประกาศงบและวอลุ่มกลับสู่ภาวะปกติ
    • ห้ามเข้าซื้อหาก:

    1. NVDR ยังขายสุทธิติดต่อกัน 3 วันขึ้นไป ขณะที่ราคาหลุดต่ำกว่า 7.10

    2. มูลค่าการซื้อขายรวมต่อวันยังต่ำกว่า 100 ล้านบาท (สภาพคล่องไม่เพียงพอสำหรับสัญญาณระดับสถาบัน)

    3. ผลประกอบการออกมาแย่กว่าประมาณการ EPS ที่ถูกปรับลดลงแล้วที่ 0.698 บาทอย่างมีนัยสำคัญ

    อัปเกรดเป็น ซื้อ: ต้องมีราคาปิดรายวันเหนือ 7.30 พร้อมวอลุ่มขยาย, การยืนยันการซื้อสุทธิของ NVDR และ RSI เคลื่อนขึ้นเหนือ 55

    ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 7.10 ด้วยวอลุ่มที่สูงขึ้น หรือเกิดช่องว่างราคาหลังประกาศงบต่ำกว่า 6.95


    5. แผนผังสถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น แนวทางที่คาด การทำให้โมฆะ
    กรณีขาขึ้น ปิดเหนือ 7.30 + วอลุ่มพุ่ง + NVDR ซื้อสุทธิ ดีดขึ้นไป 7.60 (T1) และอาจขยายต่อหากผลประกอบการพลิกบวก ปิดกลับลงมาต่ำกว่า 7.10
    กรณีฐาน ไซด์เวย์ต่อเนื่องระหว่าง 7.10–7.30 ไปจนถึงวันประกาศงบ แกว่งตัวในกรอบ; เคลื่อนไหวเป็นทิศทางหลังประกาศงบ หลุดกรอบขึ้นหรือลงพร้อมวอลุ่ม
    กรณีขาลง ปิดต่ำกว่า 7.10 + NVDR ขายสุทธิต่อเนื่อง ปรับลงสู่ 6.95 และอาจเลยไปถึง 6.80 หากผลประกอบการแย่ ฟื้นกลับขึ้นเหนือ 7.10 ด้วยวอลุ่มซื้อ

    6. ตัวเร่งปฏิกิริยาและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • 13 สิงหาคม 2569 — ประกาศผลประกอบการ Q2 2569: ตัวเร่งระยะสั้นที่สำคัญที่สุด ประมาณการ EPS ถูกปรับลดจาก 0.785 บาท เป็น 0.698 บาทแล้ว หากออกมาแย่กว่าคาดอาจกดดันลงแรง หากออกมาดีอาจจุดประกายการดีดตัวกลับ
    • 20 กรกฎาคม 2569 — การเปิดเผยข้อมูลสำคัญ 2Q26: เปิดเผยไปแล้ว ปฏิกิริยาตลาดฝังอยู่ในราคาปัจจุบัน
    • ความร่วมมือด้าน ESG กับ UN Global Compact (22 กรกฎาคม 2569): การวางตำแหน่ง ESG ระยะยาวเชิงบวก แต่ไม่น่าขยับราคาระยะสั้น

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การบีบตัวของความผันผวนกำลังทำงาน — การทะลุกรอบไม่ว่าด้านใดอาจรุนแรงและเฉียบพลัน กรอบปัจจุบันไม่ได้ให้ความได้เปรียบ
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: สัญญาณขาลงของ NVDR อาจนำมาก่อนการถอนตัวของสถาบัน แต่สภาพคล่องต่ำทำให้การตีความไม่น่าเชื่อถือ
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: การปรับประมาณการ EPS ลงบ่งชี้ความเป็นไปได้ที่ผลประกอบการ 13 ส.ค. จะผิดหวัง
    • ความเสี่ยงจากช่องว่างราคา: เหตุการณ์ประกาศงบสร้างความเสี่ยงแบบสองด้าน (binary gap); การถือสถานะข้ามเหตุการณ์โดยไม่มีการยืนยันเป็นการเก็งกำไร
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: มูลค่าซื้อขายรายวันต่ำกว่า 100 ล้านบาทเพิ่มความเสี่ยง Slippage และลดความน่าเชื่อถือของสัญญาณ

    การทำให้วิทยานิพนธ์เดิมเป็นโมฆะ: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 6.95 บาทด้วยวอลุ่มสูง ประกอบกับ NVDR ขายสุทธิต่อเนื่อง 3 วันขึ้นไป จะทำให้วิทยานิพนธ์เชิงบวกใดๆ ใช้ไม่ได้ และยืนยันการกระจายหุ้น


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.30 บาท (จุดเข้า 7.25 − Stop 6.95)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีมูลค่าพอร์ตและเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ด้วย Reward-to-Risk 1.17 และกำลังเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการ การเปิดสถานะใดๆ ควรให้น้อยที่สุด (สูงสุด 25% ของขนาดปกติ) หากเข้าเทรดหลังประกาศงบพร้อมการยืนยัน สูตรคำนวณคือ:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{%ความเสี่ยงสูงสุด}}{0.30} \right\rfloor$$

    ห้ามเปิดสถานะเต็มจำนวนก่อนวันที่ 13 สิงหาคม


    8. บัญชีข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่ป้อนเข้า 5 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน ใช้อ้างอิงโครงสร้างหลัก; ไซด์เวย์และไม่มีสัญญาณ
    RAG Knowledge Main 5 ส.ค. 2569 20:08 พร้อมใช้งาน ตรวจสอบกฎการเทรดในกรอบ, การตีความ VPA ในภาวะบีบตัว
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถประเมินกระแสสถาบัน; ลดความเชื่อมั่น
    Query Short Stock Daily จาก RAG 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน กิจกรรมขายชอร์ตต่ำ; สัญญาณเป็นกลาง
    NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ล่าหลัง 1 วัน) สัญญาณขาลงติดธงเป็นสัญญาณรบกวนสภาพคล่องต่ำ
    Tavily Search 5 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน กำหนดวันประกาศงบ 13 ส.ค. ระบุการลด EPS เป็นความเสี่ยงหลัก

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าติดตาม — ยังไม่มีจุดเข้าซื้อที่เหมาะสม; BCPG เคลื่อนตัวในกรอบไซด์เวย์ภายใต้การบีบตัวของความผันผวนระหว่างแนวรับ 7.10 และแนวต้าน 7.30 พร้อมสัญญาณ NVDR ขาลงที่ปนเปื้อนสัญญาณรบกวนและ Reward-to-Risk ที่ไม่เอื้อที่ 1.17; รอให้เกิดการทะลุกรอบหลังวันประกาศผลประกอบการ (13 ส.ค.) ขึ้นเหนือ 7.30 ด้วยวอลุ่มและการยืนยัน NVDR จึงจะพิจารณาซื้อ หรือหากปิดต่ำกว่า 7.10 จึงพิจารณาหลีกเลี่ยง


    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนที่มีเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินจุด Stop Loss ที่กำหนดไว้ในกรณีเกิดช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    รายงานผลการสแกนหุ้นประจำวัน (5/8/2569)

    📊 DAILY STOCK SCAN REPORT

    สแกนหุ้นทั้งหมด: 930 ตัว |
    พบสัญญาณ: 12 ตัว

    UP TREND
    1

    REVERSAL
    0

    PULLBACK
    11

    NO. STOCK NAME STATUS
    📌 กลุ่มหุ้น: UP TREND
    1 GFPT UP TREND
    📌 กลุ่มหุ้น: PULLBACK
    1 ADVANC PULLBACK
    2 BCPG PULLBACK
    3 CHG PULLBACK
    4 CKP PULLBACK
    5 JMART PULLBACK
    6 M PULLBACK
    7 NETBAY PULLBACK
    8 PTTGC PULLBACK
    9 STECON PULLBACK
    10 TEAM PULLBACK
    11 WHAUP PULLBACK
    Generated automatically by n8n

    NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    📊 NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    🎯 Dimension 1: Top Accumulation

    Stocks with consistent institutional buying over the period.

    HMPRO Net Buy 969.60M THB (18/20 days)
    CPALL Net Buy 748.60M THB (16/20 days)
    PTT Net Buy 586.91M THB (14/20 days)
    ADVANC Net Buy 579.57M THB (15/20 days)
    AOT Net Buy 476.83M THB (14/20 days)

    🚨 Dimension 2: Price-NVDR Divergence

    Conflicting signals between price action and fund flow.

    EA 🟢 HIDDEN BULLISH (Price Down, NVDR Buy) | NVDR Net: 655.88M THB
    KBANK 🔴 HIDDEN BEARISH (Price Up, NVDR Sell) | NVDR Net: 485.34M THB

    👑 Dimension 3: High Dominance Plays

    Stocks heavily driven by foreign volume (>25%).

    AOT %NVDR = 25.23% | Signal: ⭐ STRONG ACCUMULATION
    HMPRO %NVDR = 25.36% | Signal: ⭐ STRONG ACCUMULATION

    🔄 Dimension 4: Sector Rotation

    Top 3 sectors with the highest net inflows.

    ENERG 1,817.23M THB
    COMM 1,718.20M THB
    ICT 1,070.24M THB

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 5 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.53 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.78 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.44 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.42%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.04%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.73%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 35.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 154.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.06%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 146.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.51%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.45%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.17%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.78%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 37.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.31%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 105.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.17%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.95%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 9.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.35%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 192.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.94%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.27% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.92%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.88%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 246.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.88%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.27% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.71%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.86 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.70%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 86.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.57%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.25 – 33.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.75% – 12.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.08 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.57%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.98 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.35% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 44.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.32%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 113.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.19%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.51%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7770.24 +33.72 +0.44 % 2026-08-05
    US30 INDU:IND 54313 +227.44 +0.42 % 2026-08-05
    US100 US100:IND 29790 +57.26 +0.19 % 2026-08-05
    Vilnius VILSE:IND 1496 -10.6 -0.7 % 2026-08-05
    US1000 RIY:IND 4213.69 +75.27 +1.82 % 2026-08-05
    TUN TUSISE:IND 20187 +53.97 +0.27 % 2026-08-05
    USE All Share ALSIUG:IND 2206.82 +5.68 +0.26 % 2026-08-05
    ZSI Industrials INDZI:IND 472.87 +5.65 +1.21 % 2026-08-05

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6521 +23.15 +0.36 % 2026-08-05
    EU600 STOXX:IND 656.86 0 0 2026-08-05
    EU100 N100:IND 1958 +18.7 +0.96 % 2026-08-05
    EU350 SPE350:IND 2670.6 +19.44 +0.73 % 2026-08-05
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 317.74 +2.52 +0.8 % 2026-08-05

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4663 +61.83 +1.34 % 2026-08-05
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24600 -14.9 -0.06 % 2026-08-05
    AU50 AS52:IND 9047 +52.1 +0.58 % 2026-08-05

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 66270 +2 +3.62 % 2026-08-05
    GB100 UKX:IND 10879 +21.68 +0.2 % 2026-08-05
    DE40 DAX:IND 26415 +212.55 +0.81 % 2026-08-05
    FR40 CAC:IND 8705 +38.37 +0.44 % 2026-08-05
    IT40 FTSEMIB:IND 53767 +226.48 +0.42 % 2026-08-05
    ES35 IBEX:IND 20052 +27.9 +0.14 % 2026-08-05
    ASX200 AS51:IND 9185 +39.2 +0.43 % 2026-08-05
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3877 +54.44 +1.42 % 2026-08-05
    SENSEX SENSEX:IND 78806 +377.19 +0.48 % 2026-08-05
    TSX SPTSX:IND 35802 +575.45 +1.63 % 2026-08-05
    MOEX INDEXCF:IND 2269 +6.48 +0.29 % 2026-08-05
    IBOVESPA IBOV:IND 177895 -105.27 -0.06 % 2026-08-05
    IPC MEXBOL:IND 66833 +135.94 +0.2 % 2026-08-05
    NL25 AEX:IND 1117 +4.91 +0.44 % 2026-08-05
    CH20 SMI:IND 14463 +91.46 +0.64 % 2026-08-05
    SAALL JALSH:IND 114256 +1 +1.4 % 2026-08-05
    STI FSSTI:IND 5585 -27.06 -0.48 % 2026-08-05
    HK50 HSI:IND 25937 +84.08 +0.33 % 2026-08-05
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13997 +93.72 +0.67 % 2026-08-05
    BIST 100 XU100:IND 13688 +277.39 +2.07 % 2026-08-05
    Stockholm 30 S30:IND 3326 +51.85 +1.58 % 2026-08-05
    WIG WIG:IND 151485 +3 +2.06 % 2026-08-05
    BE20 BEL20:IND 5707 +39.86 +0.7 % 2026-08-05
    Oslo OSEAX:IND 2382 -6.27 -0.26 % 2026-08-05
    ATX ATX:IND 6657 +74.25 +1.13 % 2026-08-05
    Copenhagen KFX:IND 1596 +8.36 +0.53 % 2026-08-05
    Helsinki HEX:IND 13293 +133.88 +1.02 % 2026-08-05
    Helsinki 25 HEX25:IND 6260 +48.64 +0.78 % 2026-08-05
    ISEQ ISEQ:IND 13799 +82.6 +0.6 % 2026-08-05
    Athens General ASE:IND 2629 +16.96 +0.65 % 2026-08-05
    PSI Geral BVLX:IND 6177 -4.5 -0.07 % 2026-08-05
    PSI PSI20:IND 9169 -2.68 -0.03 % 2026-08-05
    PX PX:IND 2736 -30.57 -1.11 % 2026-08-05
    BET BET:IND 36278 -166.74 -0.46 % 2026-08-05
    BUX BUX:IND 149084 +1 +1.17 % 2026-08-05
    PFTS PFTS:IND 429 +2.94 +0.69 % 2026-08-05
    SAX SKSM:IND 335 0 0 2026-08-05
    LuxX LUXXX:IND 1992 -43.96 -2.16 % 2026-08-05
    CROBEX CRO:IND 4437 +0.52 +0.01 % 2026-08-05
    SOFIX SOFIX:IND 1312 +3.66 +0.28 % 2026-08-05
    SBITOP SBITOP:IND 3271 +9.78 +0.3 % 2026-08-05
    BELEX 15 BELEX15:IND 1232 -1.11 -0.09 % 2026-08-05
    SASX 10 SASX10:IND 1534 +1.44 +0.09 % 2026-08-05
    CSE General CYSMMAPA:IND 319 +2.65 +0.84 % 2026-08-05
    Tallinn TALSE:IND 2151 -7.75 -0.36 % 2026-08-05
    Riga RIGSE:IND 926 -2.08 -0.22 % 2026-08-05
    ICEX ICEXI:IND 2037 -3.2 -0.16 % 2026-08-05
    MBI 10 MBI:IND 9235 -58.36 -0.63 % 2026-08-05
    MSE MALTEX:IND 4132 +15.51 +0.38 % 2026-08-05
    Monex MONEX:IND 17501.52 +0.63 0 2026-08-05
    DE Mid MDAX:IND 32564.66 +59.13 +0.18 % 2026-08-05
    DE Small SDAX:IND 18639.43 +114.96 +0.62 % 2026-08-05
    Ecuador General BVQA:IND 1769 -3.22 -0.18 % 2026-08-05
    Merval MERVAL:IND 3188971 -85 -2.61 % 2026-08-05
    IBC IBVC:IND 5138 0 0 2026-08-05
    COLCAP COLCAP:IND 2375 -10 -0.42 % 2026-08-05
    IGPA IGPA:IND 55430 +132.69 +0.24 % 2026-08-05
    BVPSI BVPSBVPS:IND 708 0 0 2026-08-05
    BSX BSX:IND 3939 +184.22 +4.91 % 2026-08-05
    JSE JMSMX:IND 375104 +1 +0.49 % 2026-08-05
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2927 +48.78 +1.69 % 2026-08-05
    CH50 XIN9:IND 15033.01 +189.08 +1.27 % 2026-08-05
    DSE Broad DSEX:IND 5894 +8.44 +0.14 % 2026-08-05
    JCI JCI:IND 6366 +45.93 +0.73 % 2026-08-05
    TASI SASEIDX:IND 10858 +34.52 +0.32 % 2026-08-05
    TSI TWSE:IND 44761 +1 +3.23 % 2026-08-05
    ADX General ADSMI:IND 10102 +160.81 +1.62 % 2026-08-05
    SET 50 SET50:IND 1078 -4.52 -0.42 % 2026-08-05
    FKLCI FBMKLCI:IND 1749 +16.18 +0.93 % 2026-08-05
    TA-125 TA-125:IND 4051 +18.22 +0.45 % 2026-08-05
    PSEi PCOMP:IND 6305 +8.83 +0.14 % 2026-08-05
    KSE 100 KSE100:IND 178698 +1 +0.91 % 2026-08-05
    KASE KZKAK:IND 7858 +19.45 +0.25 % 2026-08-05
    QE DSM:IND 10093 -41.09 -0.41 % 2026-08-05
    HNX VHINDEX:IND 295.23 +8.82 +3.08 % 2026-08-05
    VN VNINDEX:IND 1784 +6.36 +0.36 % 2026-08-05
    MSM 30 MSM30:IND 7335 -14.27 -0.19 % 2026-08-05
    ASPI CSEALL:IND 21167 +84.84 +0.4 % 2026-08-05
    Blom BLOM:IND 1766 +2.51 +0.14 % 2026-08-05
    ASE JOSMGNFF:IND 3987 -12.37 -0.31 % 2026-08-05
    LSX Composite LSXC:IND 1329 +10.02 +0.76 % 2026-08-05
    MSE 20 MSETOP:IND 55335 +503.12 +0.92 % 2026-08-05
    DFM General DFMGI:IND 5986 +107.58 +1.83 % 2026-08-05
    Kuwait All Share BKA:IND 8847.09 -66.76 -0.75 % 2026-08-05
    JPVIX VXJ:IND 34.27 -1.23 -3.46 % 2026-08-05
    Estirad BHSEEI:IND 1956.24 -0.46 -0.02 % 2026-08-05
    ASX All Share AS30:IND 9402 +89.7 +0.96 % 2026-08-05
    NSE All Share NGSEINDX:IND 244803 -945.48 -0.38 % 2026-08-05
    SA40 TOP40:IND 106201 +1 +1.56 % 2026-08-05
    EGX 30 CASE:IND 54502 +407.37 +0.75 % 2026-08-05
    CFG 25 MOSENEW:IND 18063 +187.13 +1.05 % 2026-08-05
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4174 +24.39 +0.59 % 2026-08-05
    Nairobi All Share NSEASI:IND 238 -0.83 -0.35 % 2026-08-05
    DSEI DARSDSEI:IND 4183 -4.53 -0.11 % 2026-08-05
    GGSECI GGSECI:IND 15385 +21.06 +0.14 % 2026-08-05
    SEMDEX SEMDEX:IND 2280 -4.12 -0.18 % 2026-08-05
    NSX Overall FTN098:IND 2419 +64.85 +2.76 % 2026-08-05
    Gaborone BGSMDC:IND 11188 0 0 2026-08-05

    Commodities Index Report

    ENERGY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Crude Oil CL1:COM 75.125 -0.6455 -0.85 % Aug/05
    Brent CO1:COM 78.876 -0.4842 -0.61 % Aug/05
    Natural gas NG1:COM 2.6996 +0.0176 +0.66 % Aug/05
    Gasoline XB1:COM 2.8199 -0.0323 -1.13 % Aug/05
    Heating Oil HO1:COM 3.7085 -0.062 -1.64 % Aug/05
    Coal XAL1:COM 130.85 -1.65 -1.25 % Aug/04
    EU Gas NGEU:COM 54.94 -0.9819 -1.76 % Aug/05
    UK Gas NGUK:COM 136.78 -4.24 -3.01 % Aug/04
    Ethanol DL1:COM 1.95 -0.02 -1.02 % Aug/04
    Naphtha MOB:COM 683.23 -49.318 -6.73 % Aug/04
    Propane PNL:COM 0.67 -0.0086 -1.26 % Aug/04
    Uranium UXA:COM 86.3 -0.3 -0.35 % Aug/04
    Methanol CMA:COM 2580 +14 +0.55 % Aug/04
    Coking Coal DJM:COM 212.5 +0.5 +0.24 % Aug/04
    LNG JKM LNGJKM:COM 21.18 -0.08 -0.38 % Aug/04
    German Gas NGDE:COM 56.96 -1.55 -2.65 % Aug/04
    Urals Oil URDB:COM 75.26 -9.95 -11.68 % Aug/04

    METALS

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Gold XAUUSD:CUR 4163 +85.14 +2.09 % Aug/05
    Silver XAGUSD:CUR 61.428 +1.9213 +3.23 % Aug/05
    Copper HG1:COM 6.6388 +0.0203 +0.31 % Aug/05
    Steel JBP:COM 2993 +12 +0.4 % Aug/05
    Lithium LC:COM 140250 +250 +0.18 % Aug/05
    Iron Ore CNY IOE:COM 706 +6.5 +0.93 % Aug/05
    Platinum XPTUSD:CUR 1779.1 +23.1 +1.32 % Aug/05
    Cobalt Hydroxide COH:COM 49935.75 +98.11 +0.2 % Aug/04
    HRC Steel HRC:COM 1187.09 -4.9111 -0.41 % Aug/05
    Scrap Aluminum SAL:COM 2399.73 0 0 Aug/03
    Iron Ore SCO:COM 93.7 +0.04 +0.04 % Aug/04
    Silicon SI:COM 8380 +75 +0.9 % Aug/05
    Scrap Steel SSC:COM 390.5 +5 +1.3 % Aug/03
    Titanium TTSG:COM 44.5 0 0 Aug/05

    AGRICULTURAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Soybeans S 1:COM 1155.05 +0.0488 0 Aug/05
    Wheat W 1:COM 638.38 -0.1193 -0.02 % Aug/05
    Lumber LB1:COM 586.5 -14.5 -2.41 % Aug/04
    Palm Oil PLO:COM 4696 +67 +1.45 % Aug/04
    Cheese CHE:COM 1.6651 -0.0039 -0.23 % Aug/05
    Milk DA:COM 15.63 -0.03 -0.19 % Aug/04
    Rubber JN1:COM 211 -13.4 -5.97 % Aug/04
    Orange Juice JO1:COM 159.7 +1.35 +0.85 % Aug/04
    Coffee KC1:COM 324.1 +4.6 +1.44 % Aug/04
    Cotton CT1:COM 82.567 +0.1074 +0.13 % Aug/05
    Rice RR1:COM 13.965 -0.21 -1.48 % Aug/05
    Canola RS1:COM 762.49 +1.7913 +0.24 % Aug/05
    Oat O 1:COM 320.5197 +8.0197 +2.57 % Aug/05
    Wool OL1:COM 1873 0 0 Aug/05
    Sugar SB1:COM 15.04 +0.03 +0.2 % Aug/04
    Cocoa CC1:COM 5924 -15 -0.25 % Aug/04
    Tea TEA:COM 212.14 -9.67 -4.36 % Jul/25
    Sunflower Oil SUNF:COM 1669.8 +2 +0.12 % Aug/04
    Rapeseed RSO:COM 518.75 -4.75 -0.91 % Aug/04
    Barley BL1:COM 2236 +44.5 +2.03 % Aug/04
    Butter FABT:COM 4040 +1 +0.02 % Aug/04
    Corn C 1:COM 440.9321 -1.3179 -0.3 % Aug/05

    INDUSTRIAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Bitumen BIT:COM 3886 -49 -1.25 % Aug/05
    Cobalt LCO1:COM 56290 0 0 Aug/04
    Lead LL1:COM 1907.6 +11.47 +0.6 % Aug/05
    Aluminum LMAHDS03:COM 3221 -4.8001 -0.15 % Aug/04
    Tin LMSNDS03:COM 55446 +178 +0.32 % Aug/03
    Zinc LMZSDS03:COM 3696.65 +29.7501 +0.81 % Aug/05
    Nickel LN1:COM 17159 +9 +0.05 % Aug/05
    Molybdenum MOLYBDEN:COM 617.5 0 0 Aug/05
    Palladium XPDUSD:CUR 1379.5 +18.5 +1.36 % Aug/05
    Rhodium XRH:COM 8375 0 0 Aug/05
    Phosphorus PHO:COM 1026 0 0 Aug/05
    Polyethylene POL:COM 7633 -129 -1.66 % Aug/05
    Polyvinyl PVC:COM 4447 -33 -0.74 % Aug/05
    Polypropylene PYL:COM 8126 -215 -2.58 % Aug/05
    Synthetic Rubber SBR:COM 13416.67 -25 -0.19 % Aug/04
    Soda Ash SODASH:COM 1030 -10 -0.96 % Aug/04
    Neodymium SREMNDM:COM 975000 -10000 -1.02 % Aug/05
    Styrene STR:COM 8620 0 0 Aug/04
    Sulfur SULF:COM 9169 -116.67 -1.26 % Aug/04
    Tellurium TEC:COM 812.5 0 0 Aug/05
    Urea UFB:COM 402.5 -15 -3.59 % Aug/04
    Di-ammonium UFI:COM 798 -2 -0.25 % Aug/04
    Magnesium MACN:COM 16900 0 0 Aug/05
    Gallium GAC:COM 1825 +30 +1.67 % Aug/05
    Germanium GECNYBGQ:COM 23750 0 0 Aug/05
    Manganese IMR:COM 28.75 0 0 Aug/05
    Indium IUC:COM 5500 0 0 Aug/05
    Kraft Pulp KSP:COM 4660 -12 -0.26 % Aug/04

    LIVESTOCK

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Feeder Cattle FC1:COM 351.2 +3.375 +0.97 % Aug/04
    Live Cattle LC1:COM 231.95 +0.85 +0.37 % Aug/04
    Lean Hogs LH1:COM 97.85 +0.325 +0.33 % Aug/04
    Beef BEEF:COM 350.2 +2.3 +0.66 % Aug/04
    Poultry POUL:COM 6.89 -0.26 -3.64 % Aug/03
    Eggs US WEGGS:COM 1.04 -0.009 -0.85 % Aug/04
    Eggs CH DCE:COM 4011 -19 -0.47 % Aug/04
    Salmon NOSMFZ:COM 72.08 -0.29 -0.4 % Jul/24

    INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CRB Index CRYTR:IND 478.45 -8.2959 -1.7 % Aug/04
    GSCI SPGSCITR:IND 648.81 -3.6481 -0.56 % Aug/05
    SSE Commodity Index SSECC:COM 7268.57 +13.2448 +0.18 % Aug/05
    Containerized Freight Index SPSCFI:COM 3205.97 0 0 Aug/05
    EU Carbon Permits EECXM:IND 81.34 +0.48 +0.59 % Aug/04
    Wind Energy Index GWETR:IND 23.92 +0.14 +0.59 % Aug/04
    Nuclear Energy Index MVNLRTR:IND 43.09 +0.37 +0.87 % Aug/05
    Solar Energy Index SOLARNTR:IND 53.8 +1.81 +3.48 % Aug/04

    ELECTRICITY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    United Kingdom GBRELEPRI:COM 116 -3.63 -3.03 % Aug/04
    Germany DEUELEPRI:COM 124.81 0 0 Aug/04
    France FRAELEPRI:COM 62.59 -0.44 -0.7 % Aug/04
    Italy ITAELEPRI:COM 207.84 +12.9001 +6.62 % Aug/05
    Spain ESPELEPRI:COM 118.91 -27.46 -18.76 % Aug/05

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15357 +0.0004 +0.04 % +0.5956 % +0.8233 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34556 +0.0005 +0.03 % +0.6335 % +0.4764 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70476 +0.0001 +0.02 % +1.3241 % +1.3256 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58717 -0.0022 -0.38 % +1.3236 % +2.9761 %
    USDJPY USDJPY:CUR 157.638 -0.096 -0.06 % -3.5251 % -2.7427 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74595 -0.0022 -0.03 % -0.2146 % -0.7132 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.80806 -0.001 -0.13 % -0.6895 % +0.3627 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.40719 +0.0009 +0.07 % +0.1744 % -0.9349 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.2434 -0.016 -0.09 % -1.1188 % -0.8494 %
    USDINR USDINR:CUR 95.073 -0.0204 -0.02 % -0.6878 % -0.2827 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.145 -0.0001 0 +0.3198 % -0.0136 %
    USDRUB USDRUB:CUR 80.86 -0.45 -0.55 % +1.2649 % +5.013 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1423.97 -5.75 -0.4 % -1.3051 % -6.8613 %
    DXY DXY:CUR 99.824 -0.0432 -0.04 % -1.0528 % -1.0205 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.5751 +0.0473 +0.1 % +0.4194 % +1.6184 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.5091 -0.0102 -0.11 % -1.4453 % -1.2381 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.7218 -0.0041 -0.11 % -1.3264 % -0.7112 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.53363 -0.0086 -0.09 % -0.6085 % -2.5904 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.3552 -0.0162 -0.1 % -1.7387 % +0.9929 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.47945 -0.0029 -0.05 % -0.6035 % -0.8189 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28122 -0.001 -0.08 % -0.6244 % -0.8735 %
    USDILS USDILS:CUR 2.9983 -0.0064 -0.21 % -2.6124 % +0.1654 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84363 +0.001 +0.01 % +0.0163 % +0.007 %
    USDCLP USDCLP:CUR 912 -2.93 -0.32 % -2.5026 % -1.7104 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.85 -0.0118 0 -0.0095 % -0.1796 %
    USDCZK USDCZK:CUR 20.9487 -0.0143 -0.07 % -0.6916 % -0.8106 %
    USDHUF USDHUF:CUR 312.483 -0.614 -0.2 % -1.3121 % +1.1048 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15357 +0.0004 +0.04 % +0.5956 % +0.8233 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34556 +0.0005 +0.03 % +0.6335 % +0.4764 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.80806 -0.001 -0.13 % -0.6895 % +0.3627 %
    USDRUB USDRUB:CUR 80.86 -0.45 -0.55 % +1.2649 % +5.013 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.5751 +0.0473 +0.1 % +0.4194 % +1.6184 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.5091 -0.0102 -0.11 % -1.4453 % -1.2381 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.7218 -0.0041 -0.11 % -1.3264 % -0.7112 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.53363 -0.0086 -0.09 % -0.6085 % -2.5904 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.47945 -0.0029 -0.05 % -0.6035 % -0.8189 %
    USDCZK USDCZK:CUR 20.9487 -0.0143 -0.07 % -0.6916 % -0.8106 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5512 -0.0023 -0.05 % -0.3721 % -0.4419 %
    USDHUF USDHUF:CUR 312.483 -0.614 -0.2 % -1.3121 % +1.1048 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.6467 -0.1033 -0.23 % -0.4533 % -0.0074 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.9428 -0.0096 -0.33 % +0.7912 % +1.8763 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.73 -0.0303 -0.03 % -0.624 % -0.824 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6957 -0.0004 -0.02 % -0.5571 % -0.7666 %
    USDISK USDISK:CUR 122.92 -0.04 -0.03 % -1.2135 % -2.3359 %
    USDALL USDALL:CUR 80.925 -0.18 -0.22 % -1.5631 % -1.6229 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.635 -0.03 -0.06 % -1.0242 % -0.4547 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.58 +0.16 +0.92 % -0.4367 % +0.3998 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.40719 +0.0009 +0.07 % +0.1744 % -0.9349 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.2434 -0.016 -0.09 % -1.1188 % -0.8494 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.145 -0.0001 0 +0.3198 % -0.0136 %
    DXY DXY:CUR 99.824 -0.0432 -0.04 % -1.0528 % -1.0205 %
    USDARS USDARS:CUR 1496.5 -0.0258 0 +0.0669 % +0.7215 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3206.41 +0.26 +0.01 % +0.2078 % -4.3916 %
    USDCLP USDCLP:CUR 912 -2.93 -0.32 % -2.5026 % -1.7104 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.3845 -0.0099 -0.29 % -0.5349 % -0.6779 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.232 -0.268 -0.46 % -0.0223 % -1.2096 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.628 0 0 -0.0262 % -0.0262 %
    USDURY USDURY:CUR 40.2295 +0.0195 +0.05 % +0.1107 % -0.0385 %
    USDCRC USDCRC:CUR 453.48 0 0 -0.2573 % -0.4588 %
    USDPAB USDPAB:CUR 1.002 +0.002 +0.2 % +0.2 % +0.2 %
    USDBOB USDBOB:CUR 12.1269 -0.0181 -0.15 % +2.9885 % +75.1177 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5953.26 -10.28 -0.17 % -0.3934 % -2.2171 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.737 -0.0178 -0.2 % -0.1588 % -0.1999 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.7789 -0.005 -0.07 % -0.1296 % -0.1179 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8039 0 0 +0.0396 % +0.1304 %
    USDJMD USDJMD:CUR 157.872 -1.038 -0.65 % -0.1379 % -0.1821 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.7432 -0.0568 -0.15 % -0.1543 % -0.1543 %
    USDHTG USDHTG:CUR 130.548 -0.202 -0.15 % -0.1545 % -0.2117 %
    USDBSD USDBSD:CUR 0.9985 -0.0015 -0.15 % -0.15 % -0.15 %
    USDSRD USDSRD:CUR 37.7679 -0.1116 -0.29 % -0.073 % +0.5471 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209.3 -0.1 -0.05 % 0 +0.2875 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 754.2112 -0.0001 0 +1.2765 % +11.8864 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 157.638 -0.096 -0.06 % -3.5251 % -2.7427 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74595 -0.0022 -0.03 % -0.2146 % -0.7132 %
    USDINR USDINR:CUR 95.073 -0.0204 -0.02 % -0.6878 % -0.2827 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1423.97 -5.75 -0.4 % -1.3051 % -6.8613 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17918.9 -51.1 -0.28 % -0.8252 % -0.4506 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.7555 +0.0027 +0.07 % -0.0519 % -0.0173 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.257 -0.1573 -0.49 % -0.3177 % +0.7395 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1374772 -463 -0.03 % -0.0133 % +0.0218 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6725 -0.0004 -0.01 % -0.0136 % -0.0136 %
    USDTHB USDTHB:CUR 33.165 -0.095 -0.29 % -0.9409 % -0.3456 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.0911 -0.0057 -0.14 % +0.0391 % +0.1591 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28122 -0.001 -0.08 % -0.6244 % -0.8735 %
    USDILS USDILS:CUR 2.9983 -0.0064 -0.21 % -2.6124 % +0.1654 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84363 +0.001 +0.01 % +0.0163 % +0.007 %
    USDPHP USDPHP:CUR 60.74 -0.249 -0.41 % -1.1876 % -1.1297 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.85 -0.0118 0 -0.0095 % -0.1796 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1310.5 +0.5 +0.04 % +0.0382 % +0.0382 %
    USDKZT USDKZT:CUR 470.815 +0.34 +0.07 % -1.1827 % -0.3893 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.6398 -0.0028 -0.08 % -0.1646 % -0.1564 %
    USDVND USDVND:CUR 26267.5 +4 +0.02 % -0.2089 % -0.1236 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.785 +0.305 +0.25 % +0.2714 % +0.4341 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.385 +0.0003 +0.07 % +0.0728 % +0.0754 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 0 0 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 335.45 -0.19 -0.06 % -0.125 % +0.1284 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122 -0.02 -0.02 % -0.041 % +5.6277 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11945 +2.79 +0.02 % -0.8265 % -0.8059 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.083 +0.0031 +0.04 % +0.0545 % +0.0347 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.51 +0.01 +0.29 % +0.2857 % +0.2857 %
    USDLBP USDLBP:CUR 89413.17 -136.83 -0.15 % -0.1528 % -0.1528 %
    USDYER USDYER:CUR 238.35 +0.05 +0.02 % -0.0377 % -0.0943 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.3771 +0.0001 +0.01 % +0.0053 % +0.0345 %
    USDAFN USDAFN:CUR 65.5 -0.36 -0.55 % -0.607 % +0.0611 %
    USDNPR USDNPR:CUR 152.463 -0.147 -0.1 % -0.6529 % -0.116 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2813 -0.0006 -0.05 % -0.5897 % -0.8512 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4041.95 -9.05 -0.22 % +0.0191 % +0.1971 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.616 0 0 -0.1527 % -0.6457 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3597 0 0 +0.0278 % +0.3627 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22583.6 -21.95 -0.1 % -0.3704 % +0.2221 %
    USDAMD USDAMD:CUR 339.16 -27.85 -7.59 % -7.3839 % -7.704 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.216 -0.019 -0.21 % -0.1517 % -0.1517 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 0 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.3094 0 -0.01 % -0.3318 % -0.2708 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70476 +0.0001 +0.02 % +1.3241 % +1.3256 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58717 -0.0022 -0.38 % +1.3236 % +2.9761 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.4225 +0.0071 +0.16 % -1.2151 % +0.6188 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.85 +0.23 +0.22 % -0.3168 % -0.5744 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.2135 +0.0005 +0.02 % -0.7755 % -1.0815 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1363 -0.44 -0.03 % -0.1845 % -0.4717 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.3552 -0.0162 -0.1 % -1.7387 % +0.9929 %
    USDZMW USDZMW:CUR 18.9 -0.12 -0.63 % +0.2599 % +2.5558 %
    USDEGP USDEGP:CUR 50.3 +0.12 +0.24 % -0.7302 % +2.9683 %
    USDDZD USDDZD:CUR 132.895 -0.016 -0.01 % -0.0835 % -0.181 %
    USDAOA USDAOA:CUR 918 -1.284 -0.14 % -0.5942 % -0.1382 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3179 -0.0369 -0.39 % -0.3944 % -0.4104 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.5 +0.2793 +0.05 % +0.0465 % +0.0549 %
    USDKES USDKES:CUR 129.35 +0.1 +0.08 % -0.0386 % +0.0774 %
    USDETB USDETB:CUR 160.125 -0.3477 -0.22 % -0.1602 % +0.9086 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2647.5 -7.5 -0.28 % +0.4744 % +0.8571 %
    USDTND USDTND:CUR 2.9332 -0.0078 -0.27 % -0.7344 % -0.4784 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.365 -0.0032 -0.05 % -0.6788 % -0.5811 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.6976 -0.0108 -0.09 % +0.1927 % +2.6546 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 -0.973 % -0.7476 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3739.36 -4.38 -0.12 % +0.1489 % +2.5693 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.6 -0.31 -0.49 % +0.0315 % +0.0157 %
    USDBWP USDBWP:CUR 14.2358 +0.0203 +0.14 % +3.4819 % +5.3864 %
    USDXAF USDXAF:CUR 568.839 -8.346 -1.45 % -0.9285 % -1.8228 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.3525 -0.0344 -0.21 % -1.8292 % +0.9414 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5001.964 +69.8252 +1.42 % +0.3037 % +6.7857 %
    USDMUR USDMUR:CUR 46.47 -0.57 -1.21 % -1.9206 % -1.2747 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4310 -8.6201 -0.2 % -0.4295 % +0.6184 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1467 -1.73 -0.12 % +0.0955 % +0.0607 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8783.5 0 0 +0.057 % +0.1482 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.17 -0.05 -0.12 % +0.2246 % +0.6515 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24180.2 +31.3734 +0.13 % +0.6551 % +0.3468 %
    USDXOF USDXOF:CUR 568.839 -0.911 -0.16 % -0.9354 % -0.9423 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.67 0 0 0 0
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.445 +0.065 +0.4 % -1.3278 % +1.4885 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2984.5 -5 -0.17 % +0.0614 % +0.009 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.3522 -0.0246 -0.15 % -1.831 % +0.9327 %
    USDLRD USDLRD:CUR 180.757 -0.473 -0.26 % -0.2197 % -0.1341 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.8137 -0.0962 -0.1 % -1.0033 % -0.8831 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 14.72 +0.1457 +1 % +7.5528 % -1.5029 %
    USDSOS USDSOS:CUR 570.61 -0.89 -0.16 % -0.1557 % -0.1557 %
    USDGMD USDGMD:CUR 74.45 0 0 0 +0.2356 %
    USDKMF USDKMF:CUR 428 +0.1 +0.02 % -1.23 % -0.9236 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4527 -0.0093 -0.04 % -0.5807 % -0.8321 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.649 -0.0212 -0.08 % -0.2769 % -0.9069 %

    รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    [ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-04 ถึง 2026-08-05 | อัปเดตล่าสุดเวลา 12:40 น.]

    🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

    ตลาดหุ้นไทย (SET) ภาคเช้าปรับตัวขึ้นกว่า 11 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคฯ-อิเล็กทรอนิกส์


    ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าวันนี้ (5 ส.ค. 2568) ปรับตัวขึ้นกว่า 11 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะ DELTA ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ท่ามกลางความหวังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง


    ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 4.77 จุด ซื้อขายในกรอบแคบ รอปัจจัยใหม่


    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 4 ส.ค. 2568 ปิดที่ระดับ 1,617.13 จุด ลดลง 4.77 จุด หรือ -0.29% โดยซื้อขายในกรอบแคบ ไร้ปัจจัยกระตุ้นใหม่ ตลาดอยู่ในช่วงรอข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2 ปี 2569

    🌐 ข่าวต่างประเทศ

    ไม่มีรายงานข่าวในช่วงเวลาดังกล่าว

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพุธที่ ห้า สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที ครับ

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพุธที่ ห้า สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที ครับ

    วันนี้ ตลาดการเงินโลก กำลังถูกกดดัน จากสองปัจจัยหลัก ครับ

    หนึ่ง คือ ความตึงเครียด ทางภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

    และสอง คือ ความไม่แน่นอน เชิงนโยบาย ของธนาคารกลางสหรัฐ ภายใต้การนำของ ประธานเควิน วอร์ช ครับ

    เริ่มที่ ราคาน้ำมันดิบ กันก่อน ครับ

    การปะทะกัน ทางทหาร และความวุ่นวาย ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งขึ้น ร้อยละ หกจุดสี่ ในวันเดียว และบวกเพิ่มขึ้น ถึง ร้อยละ สิบจุดสาม ในรอบสัปดาห์

    ซึ่งเป็นการกลับมา ของค่าความเสี่ยง ทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญ ครับ

    ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัส อยู่ที่ เจ็ดสิบสาม ดอลลาร์ หกสิบเก้าเซนต์ ขณะที่เบรนท์ อยู่ที่ เจ็ดสิบแปด ดอลลาร์ เก้าสิบสามเซนต์ ครับ

    ในฝั่ง ค่าเงิน ดัชนีดอลลาร์ หรือ ดีเอ็กซ์วาย ขยับขึ้นมา อยู่ที่ประมาณ หนึ่งร้อยหนึ่งจุดศูนย์ ถึง หนึ่งร้อยหนึ่งจุดสี่

    โดยตลาดให้น้ำหนัก ความน่าจะเป็น ถึง ร้อยละ เจ็ดสิบเอ็ด ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมเดือนกันยายน

    สวนทางกับ ธนาคารกลางจีน ที่ยังคงส่งสัญญาณ ผ่อนคลายทางการเงิน อย่างต่อเนื่อง ครับ

    บรรยากาศ การลงทุน โดยรวม จึงอยู่ในโหมด ระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

    โดยมีแรงหนุน จากหุ้นกลุ่มพลังงาน และแรงกดดัน ในกลุ่มที่อ่อนไหว ต่ออัตราดอกเบี้ย

    วันนี้ เราจะมาวิเคราะห์ ประเด็นสำคัญ สี่ประเด็น ที่จะมีผล ต่อทิศทางการลงทุน ในระยะถัดไป ครับ

    ประเด็นแรก ความขัดแย้ง สหรัฐอเมริกา กับอิหร่าน และการปิดกั้น ช่องแคบฮอร์มุซ

    ส่งผลบวกโดยตรง ต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ครับ ไม่ว่าจะเป็น ปตท.อีพี ปตท. ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี

    จากราคาขาย ที่สูงขึ้น และส่วนต่าง การกลั่น ที่ดีขึ้น

    นอกจากนี้ ยังส่งผลดี ต่อหุ้นถ่านหิน อย่าง บ้านปู และลานนา ครับ

    ในทางตรงกันข้าม ต้นทุนเชื้อเพลิง ที่พุ่งสูงขึ้น กลับเป็นปัจจัยลบ ต่อหุ้นกลุ่มขนส่ง อย่าง เอเชีย เอวิเอชั่น การบินกรุงเทพ และเคอรี่ เอ็กซ์เพรส อย่างมีนัยสำคัญ

    แรงกดดัน ด้านเงินเฟ้อ จากต้นทุนนี้ อาจส่งผลกระทบ ไปยัง กลุ่มค้าปลีกและพาณิชย์ อย่าง ซีพีออลล์ เซ็นทรัลพัฒนา และเซ็นทรัล รีเทล ได้ในลำดับต่อไป ครับ

    ประเด็นที่สอง การทบทวนกรอบนโยบายการเงิน ของเฟด ภายใต้การนำของ ประธานวอร์ช

    ตลาดกำลังจับตา โอกาส ขึ้นดอกเบี้ย ในเดือนกันยายน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง

    การขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นผลบวก ต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร ครับ โดยเฉพาะ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ จากส่วนต่าง อัตราดอกเบี้ย ที่ขยายตัวดีขึ้น

    แต่จะกลายเป็นปัจจัยลบ สำหรับหุ้นไฟแนนซ์ ที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่าง ศรีสวัสดิ์ เมืองไทย แคปปิตอล และเงินติดล้อ เพราะต้นทุน การกู้ยืมสูงขึ้น

    นอกจากนี้ ยังกดดัน หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ที่มีหนี้สิน สกุลเงินดอลลาร์สูง อย่าง บี.กริม เพาเวอร์ โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ และกัลฟ์ ครับ

    การประชุม ที่แจ็คสัน โฮล ในช่วงปลายเดือนนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ต้องติดตาม อย่างใกล้ชิด ครับ

    ประเด็นที่สาม นโยบายการเงิน ของจีน ที่เดินหน้าผ่อนคลาย

    จีนให้คำมั่น จะอัดฉีดสภาพคล่อง และเร่งการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน

    ซึ่งจะส่งผลบวก ต่อหุ้นกลุ่ม วัสดุก่อสร้าง อย่าง ปูนซิเมนต์ไทย ปูนซิเมนต์นครหลวง ทิปโก้แอสฟัลท์ และทีเอ็มที

    และหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง อย่าง ช.การช่าง ซิโน-ไทย และอิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ ครับ

    ตลอดจน ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม อย่าง อมตะ คอร์ปอเรชั่น และดับบลิวเอชเอ

    นโยบายที่สวนทาง กับสหรัฐอเมริกา นี้ จะช่วยชดเชย ผลกระทบ ด้านลบ จากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ได้บางส่วน ครับ

    และประเด็นสุดท้าย เรื่องค่าเงินบาท ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า

    การแข็งค่า ของดอลลาร์สหรัฐ จากส่วนต่าง อัตราดอกเบี้ย เป็นผลบวก อย่างมาก ต่อกลุ่มผู้ส่งออก ครับ

    ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มอาหาร อย่าง ไทยยูเนี่ยน ซีพีเอฟ ไอ-เทล และเอเชี่ยน อะไลอันซ์

    หรือกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง เดลต้า เคซีอี และฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส์

    รายได้ ในรูปเงินดอลลาร์ จะแปลงกลับมา เป็นเงินบาท ได้มากขึ้น

    ในขณะเดียวกัน กลุ่มโรงไฟฟ้า ที่มีหนี้สิน สกุลเงินดอลลาร์ จะได้รับผลกระทบ ด้านลบ ในทันที ครับ

    โดยสรุป กลยุทธ์การลงทุน ในช่วงนี้ คือการ ให้น้ำหนัก กลุ่มพลังงาน เป็นหลัก

    หลีกเลี่ยง หุ้นสายการบิน และกลุ่มขนส่ง

    และเลือกลงทุน ในกลุ่มส่งออก ที่ได้ประโยชน์ จากค่าเงินบาทอ่อน

    ส่วนกลุ่มธนาคาร ยังคงมีมุมมองบวก จากแนวโน้ม อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น

    แต่ต้องระวัง แรงกดดัน ในหุ้นโรงไฟฟ้า ที่มีภาระหนี้สกุลเงินต่างประเทศ ครับ

    จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด คือการประชุม แจ็คสัน โฮล ในวันที่ ยี่สิบเจ็ด ถึง ยี่สิบเก้า สิงหาคม นี้

    ซึ่งจะชี้ชะตา ทิศทางเงินทุน และอัตราดอกเบี้ย ในระยะถัดไป ครับ

    คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

    ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

    รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

    # Economic Daily Report — Early August 2026

    —

    Dominant Market Narrative

    The global macro backdrop is being simultaneously shaped by escalating US-Iran geopolitical tensions and a new era of Federal Reserve policy uncertainty under Chair Kevin Warsh. Military exchanges between the US and Iran, coupled with Strait of Hormuz disruptions, are driving crude oil sharply higher — Brent surged 6.4% in a single session, with a 10.3% weekly gain — reintroducing a geopolitical risk premium across all asset classes. Concurrently, the dollar index has edged up to ~101 as markets price a 71% probability of a September rate hike, creating a tightening impulse that competes with the inflationary thrust from energy prices. The PBOC is leaning the other direction, pledging continued monetary accommodation. This stagflationary-tinged risk-off environment creates a clear sectoral divergence: energy producers benefit, rate-sensitive sectors face headwinds, and currency exposure becomes a critical alpha driver.

    —

    Market Regime & Sentiment Gauge

    Current Regime: Geopolitical Risk Premium / Stagflationary Pressure

    Overall Sentiment: Cautiously Bearish

    The combination of supply-side energy inflation from geopolitical disruption and hawkish monetary policy expectations is compressing the risk appetite. The BoC holding rates steady and PBOC easing provide offsetting signals, but the dominant impulse remains defensive. Sentiment has shifted more cautious compared to prior weeks, with the VIX-implied anxiety elevated by the Iran situation and upcoming Jackson Hole meeting flagged as a critical inflection point.

    —

    Market Snapshot

    Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
    Equities S&P/TSX Composite +0.7% above 35,000 Neutral-Positive (BoC hold support)
    Equities Indonesian JCI +0.7% (first monthly gain after 6-month slide) Cautiously Positive
    Equities US500, Nasdaq, STOXX, Nikkei No data available. —
    Fixed Income 10Y UST, Bund, JGB No data available. —
    FX DXY (USD Index) ~101.0–101.4, +2.5–3.1% YTD Bullish USD
    FX EURUSD 1.138, –3.0% YTD Bearish EUR
    FX USDCHF 0.805–0.809, +1.5–2.1% YTD Mixed
    Commodities WTI Crude $73.69, +7.3% weekly, +28.3% YTD Bullish
    Commodities Brent Crude $78.93, +10.3% weekly, +29.7% YTD Strongly Bullish
    Commodities GSCI Index 647.34, +18.0% YTD Bullish Commodities
    Volatility VIX, MOVE Index No data available. —

    —

    Thematic Analysis & Forward Impact

    Theme 1: US-Iran Conflict & Strait of Hormuz Disruption

  • Trigger: Military exchanges between the US and Iran, conflicting reports on Strait of Hormuz status, and maritime disruptions are lifting energy prices and global inflation expectations.
  • Historical Correlation: Per correlation rules, rising crude oil prices are positive for Energy producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) via higher selling prices and improved refining margins; coal prices similarly benefit BANPU and LANNA. Conversely, rising fuel costs are negative for Transportation & Logistics (AAV, BA, KEX), compressing airline and shipping profit margins.
  • Expected Impact:
  • – Energy Producers: 📈 Bullish / High Magnitude / 0–4 weeks — PTTEP, PTT, TOP, SPRC benefit directly from higher crude and refining margins.

    – Coal Producers: 📈 Bullish / Medium Magnitude / 0–4 weeks — BANPU, LANNA gain from elevated Newcastle coal prices in a supply-constrained environment.

    – Airlines & Transport: 📉 Bearish / High Magnitude / 0–4 weeks — AAV, BA, KEX face margin compression from elevated jet fuel and bunker fuel costs.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The Strait of Hormuz is chokepoint-critical — ~20% of global oil transits through it. Disruption creates an immediate supply shock that feeds through to inflation expectations, which in turn hardens the Fed’s hawkish resolve. This produces a second-order effect: energy-driven inflation reduces real disposable income, pressuring Consumer/Commerce names (CPALL, CPN, CRC) despite the positive CPI-to-consumption correlation, because the inflation here is cost-push rather than demand-pull.
  • Confidence: High — The crude-to-sector correlations are well-established and the magnitude of price moves (Brent +10.3% weekly) is statistically significant.
  • —

    Theme 2: Federal Reserve Policy Review Under Chair Warsh — Rate Hike Path

  • Trigger: The Fed announced five working groups to review monetary policy frameworks, communication, the $6.7T balance sheet, and inflation/productivity models, while markets price a 71% probability of a September rate hike. The Supreme Court upheld Fed independence — a structural positive for market confidence.
  • Historical Correlation: Rising policy rates are positive for Banking (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY) via Net Interest Margin (NIM) expansion. However, they are negative for Finance & Securities (SAWAD, MTC, TIDLOR) due to higher borrowing costs squeezing retail/microfinance loan margins. A strong USD from rate differentials creates a negative for Energy/Utilities (BGRIM, GPSC, GULF) due to USD-denominated debt burdens and expensive imported gas.
  • Expected Impact:
  • – Banks: 📈 Bullish / Medium Magnitude / 1–4 weeks — BBL, KBANK, SCB benefit from NIM widening.

    – Non-Bank Finance: 📉 Bearish / Medium Magnitude / 1–4 weeks — SAWAD, MTC, TIDLOR face funding cost pressure.

    – USD-Debt Exposed Utilities: 📉 Bearish / Medium Magnitude / 1–4 weeks — BGRIM, GPSC, GULF pressured by stronger USD.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The Fed’s institutional review under Warsh introduces a regime uncertainty premium — markets must price in the possibility of a hawkish framework shift alongside the already-priced September hike. If the 71% probability materializes, USD strength accelerates, creating a feedback loop: stronger dollar → cheaper imports → partial disinflation counterweight → but also tighter EM financial conditions. The Jackson Hole meeting (Aug 27–29) is flagged as the decisive catalyst for confirming the rate and capital flow trajectory.
  • Confidence: Medium-High — Rate-hike correlations to banking NIMs are historically robust; the uncertainty lies in the timing and magnitude of the Fed’s framework changes.
  • —

    Theme 3: PBOC Easing & Asian Monetary Divergence

  • Trigger: The PBOC pledged continued monetary support and ample liquidity for H2 2026, following a Politburo call to accelerate infrastructure spending, while outlining plans to open financial markets and strengthen the yuan’s international role.
  • Historical Correlation: Public Investment & Government Budget expansion is positive for Construction Materials (SCC, SCCC, TASCO, TMT) and Construction Services (CK, STEC, ITD), as bidding on infrastructure projects increases backlogs. PMI improvements are positive for industrial estate developers (AMATA, WHA), reflecting factory expansion trends.
  • Expected Impact:
  • – Construction Materials: 📈 Bullish / Medium Magnitude / 1–12 weeks — SCC, SCCC, TASCO, TMT benefit from infrastructure-led demand.

    – Construction Services: 📈 Bullish / Medium Magnitude / 1–12 weeks — CK, STEC, ITD see backlog expansion.

    – Industrial Estates: 📈 Bullish / Low-Medium Magnitude / 4–12 weeks — AMATA, WHA benefit from factory expansion demand.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The PBOC’s easing stance creates a critical policy divergence vs. the Fed — China is easing while the US is tightening. This historically supports commodity demand (infrastructure = cement, steel) and benefits Asian exporters with China exposure. However, the USD strength from Fed tightening partially offsets the PBOC easing impulse for USD-denominated commodity prices. The net effect is constructive but muted for materials.
  • Confidence: Medium — Correlation between public investment and construction sector performance is well-documented; the uncertainty is in the pace and scale of PBOC stimulus execution.
  • —

    Theme 4: Currency Exposure as Alpha Driver — USD Strength & Weak Baht Beneficiaries

  • Trigger: DXY at ~101 with a 0.34% weekly gain, USD/THB weakness implications, and the rate differential widening as Fed hawkishness contrasts with PBOC/EM accommodation.
  • Historical Correlation: Weak Baht is positive for Food & Beverage exporters (TU, CPF, ITC, AAI) — overseas sales translate into more Baht. Weak Baht is positive for Electronic Components exporters (DELTA, KCE, HANA) via higher revenue recognition in Baht. Weak Baht is negative for Energy/Utilities (BGRIM, GPSC, GULF) due to USD-denominated debt.
  • Expected Impact:
  • – Food Exporters: 📈 Bullish / Medium Magnitude / 0–4 weeks — TU, CPF, ITC, AAI.

    – Electronics Exporters: 📈 Bullish / Medium Magnitude / 0–4 weeks — DELTA, KCE, HANA.

    – USD-Indebted Utilities: 📉 Bearish / Medium Magnitude / 0–4 weeks — BGRIM, GPSC, GULF.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The USD strength channel operates through both translation effects (revenue recognition) and transaction effects (debt servicing). The convergence of Fed tightening and energy inflation creates sustained USD demand, making currency a persistent alpha factor. Exporters with USD-denominated revenue and THB-denominated cost bases capture a direct margin uplift. This theme is a direct derivative of Themes 1 and 2.
  • Confidence: High — FX-to-sector correlations are structurally established and the DXY direction is supported by rate differential fundamentals.
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    Overweight Energy Producers, Underweight Transportation, and Long Exporters vs. Short USD-Debt Utilities:

    The most attractive risk/reward pairing is:

    1. Long Energy Producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) — The US-Iran geopolitical premium is unlikely to dissipate within 48 hours; Strait of Hormuz risk sustains crude above $73–79/bbl. These names capture the direct pass-through of higher selling prices. Time Horizon: 0–4 weeks. Key Trigger: Any ceasefire or de-escalation in the Strait of Hormuz would reverse this thesis.

    2. Short / Underweight Airlines & Transport (AAV, BA) — Fuel cost headwinds compress margins in an already fragile freight-recovery environment (Daimler Truck flagged a 4-year freight recession potentially ending). Key Trigger: Crude oil decline below $68/bbl.

    3. Long THB-Weakness Exporters (DELTA, KCE, HANA, TU, CPF) — The Fed rate hike trajectory sustains USD strength, directly benefiting Baht-denominated revenue recognition. Key Trigger: Monitor Fed Chair Warsh testimony and Jackson Hole for any dovish pivot that would weaken the USD.

    4. Long Thai Banks (BBL, KBANK, SCB) — Rate hike expectations expand NIMs. Key Trigger: September FOMC decision.

    —

    Key Risk Scenarios

  • Base Case (55% probability): US-Iran tensions persist but do not escalate to full blockade; Fed delivers one hike in September; crude trades $70–80 range. Energy outperforms, banks grind higher, transports underperform. Risk assets trade sideways with a defensive tilt.
  • Bull Case (20% probability): Diplomatic resolution in the Strait of Hormuz, crude retreats to $65–68, Fed signals data-dependence and pauses after September. Broad equity relief rally; transports and consumer names surge; energy gives back gains. Weak-USD rotation benefits EM broadly.
  • Bear Case (25% probability): US-Iran conflict escalates to sustained Hormuz disruption; crude spikes above $90; Fed forced into aggressive tightening to contain inflation expectations. Stagflationary shock — equities sell off broadly, only energy and gold hold value, banks suffer credit deterioration, EM currencies collapse.
  • —

    Key Takeaways

  • Overweight Energy — PTTEP, PTT, TOP, SPRC are the clearest beneficiaries of the US-Iran geopolitical risk premium; Brent’s +10.3% weekly move is a high-magnitude signal with a 0–4 week horizon.
  • Underweight Airlines — AAV, BA face direct margin compression from elevated jet fuel; the Daimler Truck freight-recession commentary adds structural headwinds.
  • Long USD-Strength Exporters — DELTA, KCE, HANA, TU, CPF, ITC capture the currency translation benefit as DXY sustains above 101 with Fed tightening tailwinds.
  • Banking Sector Constructive — BBL, KBANK, SCB, KTB benefit from NIM expansion as rate-hike probabilities firm; 71% September probability supports a medium-confidence bullish stance.
  • Avoid USD-Debt Utilities — BGRIM, GPSC, GULF are negatively exposed on both energy-input-cost and debt-servicing channels; this is a double-hit structure.
  • Monitor Jackson Hole (Aug 27–29) as the Decisive Catalyst — The Fed’s framework review outcome will determine the medium-term rate and capital flow trajectory; this is the single most important event for re-rating across all asset classes.
  • —

  • Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.
  • จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 5 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.53 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.46%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.45 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.34%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.21%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 9.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.85 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 35.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 154.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.06%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.51%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 146.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.51%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.06%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.84%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 37.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.35%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 105.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.15%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.95%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 9.95 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.92%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 193.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.92%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.27% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.88%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 247.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.27% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.74%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.88 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.68%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.63%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.06 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.60%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.98 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.35% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 86.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.57%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.25 – 33.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.75% – 12.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 44.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.32%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 113.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.17%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.51%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 5 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.54 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.77%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.46%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.45 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.34%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.21%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 9.92%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.85 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 35.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.16%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 154.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.06%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.75%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 147.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.43%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.39%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.84%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 37.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.35%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 106.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.09%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.05%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 9.95 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 193.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.91%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.27% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.89%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 246.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.88%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.27% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.85%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.71%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.08 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.57%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.98 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.35% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 87.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.55%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.25 – 33.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.75% – 12.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 44.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.29%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 113.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.19%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 27.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.54%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    WHAUP

    Trading Chart

    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: STA เคลื่อนไหว Sideways สะสมกำลังในภาวะ Squeeze โดย MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ และ RSI เป็นกลาง รอการ Breakout หลังผลประกอบการเพื่อยืนยันทิศทาง
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำการกระทำ รอ (WATCH) ในโซนราคา 18.00–18.60 โดยมีเป้าหมายทำกำไรแรกที่ 19.50
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] NVDR ซื้อต่อเนื่อง 20 วันทำการ ปริมาณพุ่ง 6.13 เท่า และสะสมสุทธิกว่า +105.9 ล้านบาท ยืนยัน Smart Money ต่างประเทศกำลังสะสมอย่างหนักแน่น แต่ราคายังไม่ Breakout จึง คุ้มค่าแก่การติดตามต่อ
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 17.70 หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ให้ยกเลิกแผนทันที

    STA

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจหุ้น SET: STA — บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก รอติดตาม (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือต่อโดยตั้ง Stop Loss ที่ 17.70 บาท การสะสมของ NVDR สนับสนุนสถานะ แต่ผลประกอบการที่จะประกาศพรุ่งนี้ (6 ส.ค.) สร้างความเสี่ยงจากเหตุการณ์เฉพาะหน้า
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น (แรงขับเคลื่อนจากการสะสมของ NVDR) / เป็นกลาง (โครงสร้างทางเทคนิค)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    ระยะเวลาการถือครอง สวิง (ต้องรอการคลี่คลายของผลประกอบการก่อน)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~18.60 บาท (SET, 5 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 5 สิงหาคม 2569
    สถานะของแผนการเทรด รอสัญญาณยืนยัน — ภาวะ Squeeze ยังไม่คลี่คลาย ผลประกอบการวันที่ 6 ส.ค. คือตัวเร่งปฏิกิริยาชี้ขาด

    สาระสำคัญของการตัดสินใจ: STA นำเสนอสัญญาณ NVDR ที่น่าทึ่งที่สุดในชุดขั้นตอนการวิเคราะห์นี้ — ซื้อต่อเนื่อง 20 วันทำการ, ปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้น 6.13 เท่า, และกระแสเงินสดสะสม 3 วัน +105.9 ล้านบาท — แต่โครงสร้างทางเทคนิคที่เคลื่อนไหว sideways (เส้น Keltner แบนราบ, MACD อยู่ที่เส้นศูนย์, ไม่มีสัญญาณ Price Action) ยังไม่ได้ยืนยันการสะสม, อัตราส่วน Reward-to-Risk ณ จุดเข้าเทรดที่ให้มาเมื่อคำนวณใหม่ได้เพียง 1.00 (ไม่ใช่ 4.00 ตามที่ระบุไว้), และผลประกอบการจะประกาศในวันพรุ่งนี้อย่างแท้จริง (6 ส.ค.) การสะสมของ NVDR นั้นน่าสนใจเกินกว่าจะมองข้าม แต่การลงทุนต้องรอการยืนยันทางเทคนิคหลังประกาศผลประกอบการว่ามีการ Breakout พร้อมวอลุ่ม


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ผลการตรวจสอบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง เคลื่อนไหว Sideways แบบสะสมกำลัง; อยู่ในภาวะ Squeeze; เส้น Keltner แบนราบ; MACD อยู่ที่เส้นศูนย์; ไม่มีอคติด้านทิศทาง เป็นกลาง สูง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มหดตัวในภาวะ Squeeze; RSI เป็นกลาง; ไม่มี Divergence; MACD ยังไม่เกิด Cross เป็นกลาง สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่สามารถใช้ได้ N/A
    การขายชอร์ต อัตราส่วนมูลค่าชอร์ต 2.61%; อัตราส่วนชอร์ตคงค้าง 0.89% — แรงกดดันจากฝั่งหมีน้อยมาก; ปริมาณชอร์ตของ NVDR (99,900 หุ้น) ใกล้เคียงกับชอร์ตในประเทศ (98,800 หุ้น) สนับสนุน สูง
    NVDR ซื้อต่อเนื่อง 20 วันทำการ; สะสมสุทธิ 3 วัน +105.9 ล้านบาท; อัตราส่วนสุทธิ 8.1%; ปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้น 6.13 เท่า (รุนแรงมาก); ผ่านเกณฑ์สภาพคล่อง > 100 ล้านบาท การสะสมที่แข็งแกร่ง สูง
    ข่าวสารและตัวเร่ง รายได้ปี 2568 113.48 พันล้านบาท (+14.8% YoY); แนวโน้มปี 2569 เป็นบวก (ยางพาราฟื้นตัว, อุปทานตึงตัว, การขยายธุรกิจปาล์มน้ำมัน); แต่ TTM EPS -0.85 (ขาดทุน); ผลประกอบการ 6 ส.ค. 2569 — พรุ่งนี้ ผสม (แนวโน้มขาขึ้น vs. การขาดทุนในปัจจุบัน; ผลประกอบการกำลังจะประกาศ) สูง
    การประเมินมูลค่าหรือพื้นฐาน TTM EPS -0.85; P/E ติดลบ; มูลค่าหลักทรัพย์ 28.6 พันล้านบาท; เงินปันผล 0.50 บาท (2.69%); EPS Q1 FY69 0.38 บาท (ปรับตัวดีขึ้นจากการขาดทุนใน FY68) ผสม (อยู่ในเส้นทางการฟื้นตัวแต่ยังขาดทุนในช่วง 12 เดือนล่าสุด) สูง

    ความสอดคล้องสุทธิ: การสะสมที่น่าจะเป็นไปได้ — สัญญาณ NVDR อยู่ในกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่สังเกตพบ (ซื้อต่อเนื่อง 20 วัน, ปริมาณพุ่ง 6.13 เท่า, สะสมสุทธิ +105.9 ล้านบาท) การขายชอร์ตน้อยมาก แนวโน้มพื้นฐานกำลังปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม โครงสร้างทางเทคนิคแบบ Sideways, เส้น Keltner แบนราบ, MACD ที่เส้นศูนย์, และผลประกอบการของวันพรุ่งนี้ ทำให้ไม่สามารถจัดประเภทเป็น “ยืนยันแล้ว” ได้ ข้อมูล Big Lot ที่ขาดหายไปถูกบันทึกไว้แล้ว


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินลงทุน

    • แนวโน้มหลัก: Sideways (สะสมกำลัง)
    • วัฏจักรตลาด: ช่วงท้ายของการสะสม — การซื้อ NVDR ต่อเนื่อง 20 วันบ่งชี้อย่างหนักแน่นว่า Smart Money กำลังวางตำแหน่งภายในกรอบการสะสมกำลังนี้ แต่ราคายังไม่ได้ Breakout เพื่อยืนยันการเปลี่ยนผ่านสู่ช่วง Markup
    • แนวรับสำคัญ: 17.70 บาท (แนวรับทันที; ระดับ Stop Loss; จุดต่ำสุดของโครงสร้าง)
    • แนวต้านสำคัญ: 19.10 บาท (แนวต้านทันที); 19.50 บาท (เป้าหมายที่ 1)
    • โมเมนตัม: MACD อยู่ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ — ไม่มีสัญญาณ Bullish หรือ Bearish Crossover RSI เป็นกลาง (ไม่มีการอ่านค่า Overbought/Oversold) ไม่มีสัญญาณ Divergence นี่คือสุญญากาศของโมเมนตัม — สอดคล้องกับภาวะ Squeeze ที่กำลังสะสมพลังงานเพื่อการเคลื่อนไหวที่มีทิศทาง ความชันของเส้น Keltner ที่แบนราบให้อคติด้านทิศทางเป็นศูนย์ ภาวะ Squeeze ไม่ได้ระบุทิศทางล่วงหน้า
    • การตีความ Big Lot: ไม่สามารถใช้ได้ ไม่มีข้อมูลการซื้อขายแบบ Block Trade ของสถาบันสำหรับ STA นี่คือช่องว่างของข้อมูลแต่ไม่ได้ลบล้างสัญญาณ NVDR
    • การตีความการขายชอร์ต: กิจกรรมการขายชอร์ตอยู่ในระดับต่ำและไม่น่ากังวล อัตราส่วนมูลค่าชอร์ต 2.61% และอัตราส่วนคงค้าง 0.89% ยืนยันว่าผู้เล่นฝั่งหมีไม่ได้กำลังสร้างสถานะ ที่น่าสนใจคือ ปริมาณชอร์ตของ NVDR (99,900 หุ้น) ใกล้เคียงกับปริมาณชอร์ตในประเทศ (98,800 หุ้น) — นี่อาจเป็นการประกันความเสี่ยง (Hedging) ของสถานะ Long ที่ NVDR สะสมไว้ มากกว่าจะเป็นความเชื่อมั่นในทิศทางขาลงอย่างแท้จริง โดยรวมแล้ว การขายชอร์ตไม่ใช่ปัจจัยสำคัญสำหรับแผนการเทรดนี้
    • การตีความ NVDR: ข้อมูล NVDR มีความพิเศษอย่างยิ่งและต้องการการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ:
    • ซื้อต่อเนื่อง 20 วันทำการ — นี่คือสัญญาณความต่อเนื่องสูงสุดที่เป็นไปได้จากเครื่องมือนี้ กระแสเงินต่างประเทศกำลังสะสม STA อย่างเป็นระบบตลอดทั้งเดือนของวันทำการซื้อขาย นี่ไม่ใช่การเทรดระยะสั้น แต่สะท้อนถึงการตัดสินใจวางตำแหน่งเชิงโครงสร้าง
    • ปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้น 6.13 เท่า — นี่คือการพุ่งขึ้นของปริมาณที่สูงที่สุดที่สังเกตพบในหุ้นทั้งหมดที่วิเคราะห์ ซึ่งสูงเกินกว่าเกณฑ์ 2.0 เท่าอย่างมาก บ่งชี้ถึงความเข้มข้นของกิจกรรม NVDR ที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อรวมกับการซื้อสุทธิ นี่คือสัญญาณการสะสมที่ทรงพลัง
    • อัตราส่วนสุทธิ 8.1% — ต่ำกว่าเกณฑ์ 15% ของ “แรงขับเคลื่อนจากต่างประเทศที่แข็งแกร่ง” ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมระบบถึงจัดประเภทเป็น “กลาง” อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนนี้ถูกกดให้ต่ำเพราะปริมาณที่พุ่งขึ้นรุนแรงมากจนตัวหาร (ปริมาณ NVDR ทั้งหมด) ขยายตัวอย่างมาก การซื้อสุทธิยังคงมีขนาดใหญ่ในแง่ของจำนวนเงินสัมบูรณ์
    • สะสมสุทธิ 3 วัน +105.9 ล้านบาท — มีนัยสำคัญสำหรับหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ 28.6 พันล้านบาท (~0.37% ของมูลค่าหลักทรัพย์ใน 3 วัน)
    • ผ่านเกณฑ์สภาพคล่อง — มูลค่ารวม > 100 ล้านบาท

    การตีความ: นักลงทุนต่างประเทศกำลังสร้างสถานะใน STA ล่วงหน้าก่อนสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นการฟื้นตัวของพื้นฐานในวัฏจักรยางพารา แนวโน้มปี 2569 (เป็นบวก ขับเคลื่อนโดยการฟื้นตัวของยางพาราท่ามกลางอุปทานตึงตัวและการขยายธุรกิจปาล์มน้ำมัน) สนับสนุนแนวคิดนี้ การพุ่งขึ้นของปริมาณ 6.13 เท่า บ่งชี้ถึงการเร่งความเร็ว — อาจเป็นการวางตำแหน่งล่วงหน้าก่อนผลประกอบการของวันพรุ่งนี้

    • ข้อสรุปกระแสเงินรวม: การสะสมของ NVDR เป็นสัญญาณที่โดดเด่นที่สุด การขายชอร์ตน้อยมาก โครงสร้างทางเทคนิคแบบ Sideways ยังไม่ได้ยืนยันการสะสม — แต่รูปแบบ Squeeze หมายความว่าการยืนยันอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อมีตัวเร่งใดๆ (โดยเฉพาะผลประกอบการ) นี่คือการสะสมที่น่าจะเป็นไปได้ที่รอการยืนยันจากราคา การประกาศผลประกอบการในวันพรุ่งนี้คือตัวเร่งที่มีแนวโน้มมากที่สุดสำหรับการคลี่คลายของภาวะ Squeeze

    > ⚠️ ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่มีค่าระบุของ EMA 50 และ EMA 200 ไม่สามารถสร้างระดับ Fibonacci ได้ อัตราส่วน R:R ที่ให้มา 4.00 เมื่อคำนวณใหม่โดยอิสระได้เป็น 1.00 โดยใช้ราคาที่ให้มา: (19.50 – 18.60) / (18.60 – 17.70) = 0.90 / 0.90 = 1.00 ความคลาดเคลื่อนอาจมาจากสมมติฐานราคาเข้าเทรดที่แตกต่างกัน รายงานนี้ใช้อัตราส่วนที่คำนวณใหม่คือ 1.00


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การ Breakout จาก Volatility Squeeze (เป็นกลางในแง่ทิศทางจนกว่าจะมีการคลี่คลายที่ถูกกระตุ้นโดยผลประกอบการ; การสะสมของ NVDR ให้อคติด้านขาขึ้น)
    • โซนเข้าเทรด: 18.60 บาท (ตามที่ให้มา) — แต่ด้วยข้อควรระวังเรื่อง R:R ด้านล่างนี้ การเข้าเทรดเมื่อย่อตัวใกล้ 18.00–18.20 จะดีกว่ามาก
    • เงื่อนไขการเข้าเทรด: การปิดรายวันเหนือ 19.10 บาท (แนวต้านทันที) พร้อมกับ วอลุ่ม ≥ 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน NVDR ต้องยังคงซื้อสุทธิในวันที่ Breakout ผลประกอบการต้องถูกประกาศแล้วโดยไม่มีเซอร์ไพรส์ด้านลบ การเข้าเทรดหลังประกาศผลประกอบการเป็นข้อบังคับ — ห้ามเข้าเทรดในวันที่ 5 ส.ค. ก่อนการประกาศผลในวันที่ 6 ส.ค.
    • เป้าหมายที่ 1: 19.50 บาท (เป้าหมายตามที่ให้มา; แนวต้านโครงสร้างที่ใกล้ที่สุดเหนือกรอบราคา) วิธีการ: แนวต้านของจุดสูงก่อนหน้า
    • เป้าหมายที่ 2: 21.00 บาท (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์; โซนเป้าหมายสูงของนักวิเคราะห์) วิธีการ: จุดสูงก่อนหน้า / ประมาณการของนักวิเคราะห์ หมายเหตุ: ไม่ใช่ระดับทางเทคนิคที่ยืนยันจากข้อมูลปัจจุบัน — แสดงถึงศักยภาพขาขึ้นหากแนวคิดการฟื้นตัวของยางพาราเป็นจริง
    • Stop Loss: 17.70 บาท (ระดับ Stop Loss ตามที่ให้มา; แนวรับของจุดต่ำโครงสร้าง) การหลุดลงจะทำให้แนวคิดการสะสมเป็นโมฆะ
    • Trailing Stop: เมื่อราคาไปถึง 19.20+ บาท เลื่อน Stop Loss ไปที่จุดคุ้มทุน (ราคาเข้าเทรด) หลังจากนั้นลากตามด้วยระยะ 0.60 บาท หรือต่ำกว่าจุดต่ำของวันล่าสุด
    • Reward-to-Risk ไปยังเป้าหมายที่ 1 (ณ จุดเข้าเทรด 18.60 บาทตามที่ให้มา): (19.50 – 18.60) / (18.60 – 17.70) = 0.90 / 0.90 = 1.00 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.50
    • Reward-to-Risk ไปยังเป้าหมายที่ 1 (ณ จุดเข้าเทรดที่ดีขึ้นที่ 18.10): (19.50 – 18.10) / (18.10 – 17.70) = 1.40 / 0.40 = 3.50 — ยอมรับได้
    • Reward-to-Risk ไปยังเป้าหมายที่ 2 (ณ 18.60): (21.00 – 18.60) / (18.60 – 17.70) = 2.40 / 0.90 = 2.67 — ยอมรับได้หากเล็งเป้าหมายที่ขยายออกไป
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: พรุ่งนี้ 6 สิงหาคม 2569 — การประกาศผลประกอบการ ห้ามเข้าเทรดก่อนประกาศผลประกอบการ หากผลประกอบการออกมาดีกว่าคาดและแนวโน้มพื้นฐานได้รับการยืนยัน ให้เข้าเทรดเมื่อ Breakout เหนือ 19.10 บาทพร้อมวอลุ่ม หากผลประกอบการออกมาแย่กว่าคาด แนวคิดทั้งหมดจะตกอยู่ในความเสี่ยง
    • ห้ามเข้าเทรดหาก:

    1. ผลประกอบการ Q2 FY69 ออกมาต่ำกว่าคาด, EPS ยังคงติดลบ, หรือแนวโน้มถูกปรับลด — แนวคิดการฟื้นตัวของยางพาราจะถูกทำลาย

    2. NVDR เปลี่ยนเป็นขายสุทธิในวันที่ประกาศผลประกอบการหรือวันถัดไป (นี่จะบ่งชี้ว่าการสะสม 20 วันเป็นการวางตำแหน่งสำหรับเหตุการณ์ที่ผิดหวัง)

    3. ราคาเปิด Gap ลงต่ำกว่า 17.70 บาท เมื่อประกาศผลประกอบการ — นั่นคือการทำให้เป็นโมฆะอย่างไม่มีเงื่อนไข

    เงื่อนไขการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น BUY: ผลประกอบการ Q2 ออกมาดีกว่าคาด (EPS เป็นบวก; รายได้เติบโต; แนวโน้มเป็นบวก) + ราคาปิดเหนือ 19.10 บาทด้วยการขยายตัวของวอลุ่ม + NVDR ยังคงซื้อสุทธิ นอกจากนี้ (ก) เข้าเทรดเมื่อย่อตัวใกล้ 18.10–18.30 บาทเพื่อให้ได้ R:R ≥ 1.50 หรือ (ข) เล็งเป้าหมายที่ขยายออกไปที่ 21.00 บาทจากการเข้าเทรดที่ 18.60 บาทเพื่อให้ได้ R:R 2.67
    • ปรับลดเป็น AVOID: ผลประกอบการ Q2 ออกมาต่ำกว่าคาดหรือแนวโน้มถูกปรับลด, หรือราคาหลุดต่ำกว่า 17.70 บาท, หรือ NVDR เปลี่ยนเป็นขายสุทธิ 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป
    • ปรับลดเป็น SELL (สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม): การปิดรายวันต่ำกว่า 17.70 บาท นั่นคือการทำให้โครงสร้างเป็นโมฆะ

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ เงื่อนไขกระตุ้น เส้นทางที่คาดการณ์ การทำให้เป็นโมฆะ
    กรณีขาขึ้น ผลประกอบการ Q2 ออกมาดีกว่าคาด (EPS ≥ 0.40+; แนวโน้มเป็นบวกต่อวัฏจักรยางพารา); ราคาเปิด Gap เหนือ 19.10 บาทพร้อมวอลุ่ม; NVDR ยังคงซื้อสุทธิ ปรับตัวขึ้นไปยัง 19.50 บาท จากนั้น 21.00 บาท หากโมเมนตัมยืนยันแนวคิดการฟื้นตัวของยางพารา ปิดกลับลงมาต่ำกว่า 19.10 บาท; NVDR เปลี่ยนเป็นขายสุทธิ
    กรณีฐาน ผลประกอบการออกมาตรงตามคาด; ราคายังคงอยู่ในกรอบ 17.70–19.10 บาท; การสะสมของ NVDR ชะลอลงแต่ยังคงซื้อสุทธิ การสะสมกำลังในกรอบยังคงดำเนินต่อไป; คงสถานะ WATCH; ภาวะ Squeeze ยืดออกไป หลุดต่ำกว่า 17.70 บาท หรือทะลุเหนือ 19.10 บาท
    กรณีขาลง ผลประกอบการ Q2 ออกมาต่ำกว่าคาด; การขาดทุนในช่วง 12 เดือนล่าสุดยังคงอยู่; การฟื้นตัวของยางพาราล่าช้า; ราคาหลุดต่ำกว่า 17.70 บาท; NVDR เริ่มขาย ปรับตัวลงสู่แนวรับถัดไป (~โซน 16.00–16.50 บาท); Stop Loss ทำงานที่ 17.70 บาท ฟื้นตัวกลับขึ้นมาเหนือ 17.70 บาท พร้อม NVDR กลับมาซื้อสุทธิ

    6. ตัวเร่งปฏิกิริยาและความเสี่ยงวิกฤติ

    ตัวเร่งปฏิกิริยาที่กำลังจะมาถึง

    • การประกาศผลประกอบการ Q2 FY69 — 6 สิงหาคม 2569 (พรุ่งนี้): นี่คือตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญที่สุดและเป็นเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้สำหรับการสะสมของ NVDR Q1 FY69 แสดง EPS ~0.38 บาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจากการขาดทุนใน FY68 หาก Q2 ยืนยันเส้นทางการฟื้นตัวด้วย EPS ที่เป็นบวกอย่างต่อเนื่องและผู้บริหารยืนยันแนวโน้มปี 2569 ที่เป็นบวก (การฟื้นตัวของยางพารา, อุปทานตึงตัว, การขยายธุรกิจปาล์มน้ำมัน) หุ้นอาจ Breakout จากกรอบ 17.70–19.10 บาทอย่างเด็ดขาด รายได้สำหรับ FY68 อยู่ที่ 113.48 พันล้านบาท (+14.8% YoY) และเส้นทางการเติบโตมีความสำคัญมากกว่าตัวเลข Q2 ที่แน่นอน
    • การฟื้นตัวของวัฏจักรยางพารา: ผู้บริหาร STA ได้ให้แนวโน้มอย่างชัดเจนว่าเป็นบวกสำหรับปี 2569 โดยขับเคลื่อนด้วยการฟื้นตัวของยางพาราท่ามกลางอุปทานตึงตัว ราคายางธรรมชาติและพลวัตของอุปทานคือเครื่องยนต์พื้นฐาน ตัวเร่งราคาสินค้าโภคภัณฑ์ใดๆ จะขยายการเคลื่อนไหวให้มากขึ้น
    • การขยายธุรกิจปาล์มน้ำมัน: การกระจายความเสี่ยงสู่ปาล์มน้ำมันเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตที่สองนอกเหนือจากยางพารา การอัพเดทความคืบหน้าในการประกาศผลประกอบการจะมีความเกี่ยวข้อง

    ความเสี่ยงวิกฤติ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: ภาวะ Squeeze ไม่ได้ระบุทิศทางล่วงหน้าโดยมีความชันของเส้น Keltner ที่แบนราบ หากผลประกอบการออกมาน่าผิดหวัง ภาวะ Squeeze สามารถคลี่คลายลงด้านล่างด้วยแรงที่เท่าเทียมกัน R:R ที่ 1.00 ณ จุดเข้าเทรดที่ให้มาให้กันชนเป็นศูนย์สำหรับการเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่พึงประสงค์ การคลี่คลายลงด้านล่างสู่ 16.00–16.50 บาทเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์จากระดับปัจจุบัน ~18.60 บาท
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินลงทุน: การสะสม NVDR 20 วันเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งที่สุด แต่มันสร้างความเสี่ยงของตัวเอง: หากผลประกอบการออกมาน่าผิดหวัง กองทุนต่างประเทศเดียวกันกับที่สะสมมา 20 วันอาจคลายสถานะอย่างรวดเร็ว การพุ่งขึ้นของปริมาณ 6.13 เท่า บ่งชี้ว่ามีการวางสถานะขนาดใหญ่ — การคลายสถานะเหล่านี้อาจเร่งให้เกิดการปรับตัวลง
    • ความเสี่ยงด้านพื้นฐาน: STA ยังคงขาดทุนในช่วง 12 เดือนล่าสุด (EPS -0.85) แนวคิดการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับราคายางพาราและอุปสงค์ ซึ่งเป็นวัฏจักรและถูกขับเคลื่อนจากภายนอก ความล่าช้าในการฟื้นตัวของยางพารา หรือการชะลอตัวของเศรษฐกิจมหภาคที่กระทบต่ออุปสงค์ยางรถยนต์และยานยนต์ จะทำให้แนวคิดนี้เป็นโมฆะ ผลประกอบการ Q2 อาจออกมาน่าผิดหวังได้ง่ายหากราคายางพาราไม่เป็นใจใน Q2
    • ความเสี่ยงจาก Gap ของผลประกอบการ: ผลประกอบการประกาศพรุ่งนี้ เซอร์ไพรส์ด้านลบอาจทำให้หุ้นเปิด Gap ผ่าน Stop Loss ที่ 17.70 บาทก่อนที่จะดำเนินการได้ การกำหนดขนาดสถานะต้องคำนึงถึงสิ่งนี้

    การทำให้แนวคิดเป็นโมฆะ: การปิดรายวันต่ำกว่า 17.70 บาท หรือผลประกอบการ Q2 ออกมาต่ำกว่าคาดด้วย EPS ติดลบและแนวโน้มขาลง ทำให้แนวคิดการสะสมเป็นโมฆะ การซื้อ NVDR ต่อเนื่อง 20 วันอาจกลับตัวอย่างรวดเร็วในสถานการณ์ดังกล่าว


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ณ จุดเข้าเทรด 18.60 บาท): 18.60 – 17.70 = 0.90 บาทต่อหุ้น
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ณ จุดเข้าเทรดเมื่อย่อตัว 18.10 บาท — ที่แนะนำ): 18.10 – 17.70 = 0.40 บาทต่อหุ้น
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ตและความเสี่ยง
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: STA มีสภาพคล่อง (ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ~12.8 ล้านหุ้น, ~238 ล้านบาท/วัน) การกำหนดขนาดสถานะมาตรฐานมีความเหมาะสมแต่ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงจาก Gap ของผลประกอบการ พิจารณาลดขนาดสถานะลง 50% หากถูกบังคับให้เข้าเทรดก่อนประกาศผลประกอบการ (ไม่แนะนำ) สูตร: `จำนวนหุ้น = floor((มูลค่าพอร์ต × % ความเสี่ยงสูงสุด) / ความเสี่ยงต่อหุ้น)` จำนวนขั้นต่ำของ SET = 100 หุ้น ความเสี่ยง 0.90 บาท ณ จุดเข้าเทรดที่ให้มาอยู่ในระดับปานกลาง แต่ผลตอบแทน 0.90 บาทนั้นบาง — อย่าเพิ่มขนาดสถานะมากเกินไป

    8. บัญชีข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลทางเทคนิคที่นำเข้า 2026-08-05T10:46 ปัจจุบัน กำหนด Sideways สะสมกำลัง, Squeeze, จุดเข้าเทรด/Stop/Target; R:R 4.00 (ตามที่ให้มา)
    RAG Knowledge Main 2026-08-05 (เรียกข้อมูล) พร้อมใช้งาน ยืนยันวิธีการ Squeeze-Breakout: รอทิศทาง, การยืนยันด้วยวอลุ่ม, Stop Loss ใต้จุดต่ำ
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG ไม่มีข้อมูล ไม่สามารถใช้ได้ ขาดการยืนยัน Block Trade ของสถาบัน
    Query Short Stock Daily จาก RAG 2026-08-01 ปัจจุบัน (4 วัน) อัตราส่วนชอร์ต 2.61%; คงค้าง 0.89%; แรงกดดันฝั่งหมีน้อยมาก — สนับสนุน
    NVDR Analyzer 2026-08-02 ปัจจุบัน (3 วัน) ซื้อต่อเนื่อง 20 วัน; ปริมาณพุ่ง 6.13 เท่า; +105.9 ล้านบาท 3 วัน; อัตราส่วนสุทธิ 8.1%; สภาพคล่อง > 100 ล้านบาท
    Tavily Search 2026-08-05 (ค้นหา) พร้อมใช้งาน รายได้ FY68 113.48 พันล้านบาท (+14.8%); แนวโน้มปี 2569 เป็นบวก; TTM EPS -0.85; เงินปันผล 0.50 บาท; ผลประกอบการ 6 ส.ค. 2569

    แหล่งข้อมูลภายนอกหลัก:

    • Sri Trang Group IR (20 ก.พ. 2569): รายได้ FY68 113.48 พันล้านบาท; เงินปันผล 0.50 บาท; แนวโน้มปี 2569 เป็นบวก — การฟื้นตัวของยางพารา, อุปทานตึงตัว, การขยายธุรกิจปาล์มน้ำมัน
    • Financial Times: มูลค่าหลักทรัพย์ 28.57 พันล้านบาท; ปริมาณซื้อขายเฉลี่ย 12.83 ล้านหุ้น; TTM EPS -0.8524; อัตราเงินปันผลตอบแทน 2.69%
    • Investing.com: ผลประกอบการครั้งถัดไป 6 ส.ค. 2569; สัญญาณรายวัน BUY
    • StockAnalysis.com: EPS -0.88; P/E ติดลบ; ช่วง 52 สัปดาห์ 12.20–21.00 บาท; Beta 1.09

    ความขัดแย้งของแหล่งข้อมูล: R:R ที่ให้มา 4.00 ไม่ตรงกับการคำนวณที่ตรวจสอบอย่างอิสระที่ได้ 1.00 โดยใช้ราคาที่ให้มา (เข้าเทรด 18.60 บาท, Stop Loss 17.70 บาท, เป้าหมาย 19.50 บาท) ความคลาดเคลื่อนนี้มีนัยสำคัญและถูกบันทึกไว้ รายงานนี้ใช้อัตราส่วนที่คำนวณใหม่คือ 1.00 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำและตอกย้ำคำแนะนำ WATCH


    9. การตัดสินใจขั้นสุดท้าย

    รอติดตาม (WATCH) — การสะสม NVDR ของ STA อยู่ในกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่สังเกตพบ: ซื้อต่อเนื่อง 20 วันทำการ, ปริมาณซื้อขายพุ่งขึ้น 6.13 เท่า, และกระแสเงินสดสะสม 3 วัน +105.9 ล้านบาท ส่งสัญญาณว่า Smart Money ต่างประเทศกำลังวางตำแหน่งอย่างจริงจังเพื่อการฟื้นตัวของวัฏจักรยางพารา แต่โครงสร้างทางเทคนิคแบบ Sideways ยังไม่ได้ยืนยันการ Breakout, อัตราส่วน Reward-to-Risk ที่คำนวณใหม่ได้เพียง 1.00 (ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.50), และผลประกอบการมีกำหนดประกาศในวันพรุ่งนี้อย่างแท้จริง (6 ส.ค.) — การเข้าเทรดจะสมเหตุสมผลก็ต่อเมื่อผลประกอบการยืนยันการฟื้นตัวของพื้นฐาน และราคา Breakout เหนือ 19.10 บาทด้วยการขยายตัวของวอลุ่มและการซื้อ NVDR อย่างต่อเนื่อง โดยควรให้ราคาย่อตัวเพื่อปรับปรุง R:R ให้ได้อย่างน้อย 1.50

    สร้างเมื่อ: `2026-08-05T10:46:03.581+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:STA|company_name:Sri Trang Agro-Industry Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:19.5|entry_price:18.6|sell_price:19.5|stop_loss_level:17.7|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:17.7|immediate_resistance:19.1|risk_reward_ratio:4|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Flat|rsi_status:Neutral|macd_status:Zero-Line-Position|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนที่มีเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่า Stop Loss ที่วางแผนไว้ในระหว่างการเกิด Gap หรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*