จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 13 ส.ค. 2569

📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

💰 ราคาปัจจุบัน: 1.54 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.77%
🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
📌 LH

💰 ราคาปัจจุบัน: 3.76 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.59%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
📌 QH

💰 ราคาปัจจุบัน: 1.47 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.20%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
📌 SPALI

💰 ราคาปัจจุบัน: 16.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 9.90%
🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
📌 AP

💰 ราคาปัจจุบัน: 8.35 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 9.86%
🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
📌 BAM

💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.92%
🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
📌 SCB

💰 ราคาปัจจุบัน: 151.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.20%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

💰 ราคาปัจจุบัน: 127.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.10%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
📌 M

💰 ราคาปัจจุบัน: 20.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.97%
🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
📌 JMT

💰 ราคาปัจจุบัน: 11.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.90%
🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
📌 RCL

💰 ราคาปัจจุบัน: 39.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.34%
🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
📌 PTTEP

💰 ราคาปัจจุบัน: 151.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.23%
🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
📌 HMPRO

💰 ราคาปัจจุบัน: 6.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.17%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

💰 ราคาปัจจุบัน: 11.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.02%
🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
📌 AEONTS

💰 ราคาปัจจุบัน: 101.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.39%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
📌 PTT

💰 ราคาปัจจุบัน: 39.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.99%
🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

💰 ราคาปัจจุบัน: 19.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.98%
🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
📌 PRM

💰 ราคาปัจจุบัน: 10.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.05%
🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

💰 ราคาปัจจุบัน: 191.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.97%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.00 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.31% – 9.41%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
📌 MEGA

💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.86%
🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

💰 ราคาปัจจุบัน: 248.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.84%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.00 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.32% – 11.76%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
📌 RATCH

💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.82%
🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
📌 KTC

💰 ราคาปัจจุบัน: 38.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.80%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
📌 WHA

💰 ราคาปัจจุบัน: 4.76 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.80%
🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

💰 ราคาปัจจุบัน: 3.04 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.63%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.97 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.50% – 14.65%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
📌 TOA

💰 ราคาปัจจุบัน: 16.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.58%
🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

💰 ราคาปัจจุบัน: 89.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.44%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 33.00 – 34.50 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.50% – 12.02%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

💰 ราคาปัจจุบัน: 43.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.39%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

💰 ราคาปัจจุบัน: 110.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.30%
🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
📌 AMATA

💰 ราคาปัจจุบัน: 28.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.42%
🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

  • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
  • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

  • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
  • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
  • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
  • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
  • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

World index Report

REGION: NORTH AMERICA

Name Symbol Price Change Change % Date & Time
US500 SPX:IND 7754.17 +5.67 +0.07 % 2026-08-13
US30 INDU:IND 53783 +12.67 +0.02 % 2026-08-13
US100 US100:IND 29701 -41.89 -0.14 % 2026-08-13
Vilnius VILSE:IND 1511 -2.04 -0.13 % 2026-08-13
US1000 RIY:IND 4225.46 +11.79 +0.28 % 2026-08-13
TUN TUSISE:IND 19921 0 0 2026-08-13
USE All Share ALSIUG:IND 2231.48 +8.45 +0.38 % 2026-08-13
ZSI Industrials INDZI:IND 468.4 -3.03 -0.64 % 2026-08-13

REGION: EUROPE

Name Symbol Price Change Change % Date & Time
EU50 SX5E:IND 6564 +28.15 +0.43 % 2026-08-13
EU600 STOXX:IND 659.48 0 0 2026-08-13
EU100 N100:IND 1973 -4.11 -0.21 % 2026-08-13
EU350 SPE350:IND 2681.11 -5.37 -0.2 % 2026-08-13
Euro Stoxx Banks SX7E:IND 321.19 +1.11 +0.35 % 2026-08-13

REGION: ASIA-PACIFIC

Name Symbol Price Change Change % Date & Time
CSI 300 SHSZ300:IND 4704 +13.53 +0.29 % 2026-08-13
NIFTY 50 NIFTY:IND 24347 -88.95 -0.36 % 2026-08-13
AU50 AS52:IND 8960 -13.9 -0.15 % 2026-08-13

REGION: WORLD_INDEX

Name Symbol Price Change Change % Date & Time
JP225 NKY:IND 68351 +826.94 +1.22 % 2026-08-13
GB100 UKX:IND 10833 -11.04 -0.1 % 2026-08-13
DE40 DAX:IND 26420 +88.53 +0.34 % 2026-08-13
FR40 CAC:IND 8695 +20.46 +0.24 % 2026-08-13
IT40 FTSEMIB:IND 53813 +113.9 +0.21 % 2026-08-13
ES35 IBEX:IND 20244 +39.6 +0.2 % 2026-08-13
ASX200 AS51:IND 9147 -62.5 -0.68 % 2026-08-13
SHANGHAI SHCOMP:IND 3956 +9.07 +0.23 % 2026-08-13
SENSEX SENSEX:IND 77713 -253.73 -0.33 % 2026-08-13
TSX SPTSX:IND 36662 0 0 2026-08-13
MOEX INDEXCF:IND 2301 0 0 2026-08-13
IBOVESPA IBOV:IND 167491 -0.06 0 2026-08-13
IPC MEXBOL:IND 65756 0 0 2026-08-13
NL30 AEX:IND 1113 +0.71 +0.06 % 2026-08-13
CH20 SMI:IND 14449 -125.78 -0.86 % 2026-08-13
SAALL JALSH:IND 114981 0 0 2026-08-13
STI FSSTI:IND 5709 -11.58 -0.2 % 2026-08-13
HK50 HSI:IND 25424 -16.17 -0.06 % 2026-08-13
NZX 50 NZSE50FG:IND 13836 +98.4 +0.72 % 2026-08-13
BIST 100 XU100:IND 14110 0 0 2026-08-13
Stockholm 30 S30:IND 3291 0 0 2026-08-13
WIG WIG:IND 153948 0 0 2026-08-13
BE20 BEL20:IND 5723 +3.86 +0.07 % 2026-08-13
Oslo OSEAX:IND 2439 +8.89 +0.37 % 2026-08-13
ATX ATX:IND 6710 0 0 2026-08-13
Copenhagen KFX:IND 1611 0 0 2026-08-13
Helsinki HEX:IND 13402 0 0 2026-08-13
Helsinki 25 HEX25:IND 6307 0 0 2026-08-13
ISEQ ISEQ:IND 14453 0 0 2026-08-13
Athens General ASE:IND 2614 0 0 2026-08-13
PSI Geral BVLX:IND 6264 +44.25 +0.71 % 2026-08-13
PSI PSI20:IND 9274 +63 +0.68 % 2026-08-13
PX PX:IND 2757 -16.59 -0.6 % 2026-08-13
BET BET:IND 36135 0 0 2026-08-13
BUX BUX:IND 150382 +0.01 0 2026-08-13
SAX SKSM:IND 326 +1.72 +0.53 % 2026-08-13
LuxX LUXXX:IND 2023 -2.9 -0.14 % 2026-08-13
CROBEX CRO:IND 4413 0 0 2026-08-13
SOFIX SOFIX:IND 1330 -2.44 -0.18 % 2026-08-13
SBITOP SBITOP:IND 3217 0 0 2026-08-13
BELEX 15 BELEX15:IND 1301 -0.12 -0.01 % 2026-08-13
SASX 10 SASX10:IND 1527 -0.45 -0.03 % 2026-08-13
CSE General CYSMMAPA:IND 320 +0.49 +0.15 % 2026-08-13
Tallinn TALSE:IND 2150 -3.86 -0.18 % 2026-08-13
Riga RIGSE:IND 926 -3.92 -0.42 % 2026-08-13
ICEX ICEXI:IND 2052 0 0 2026-08-13
MBI 10 MBI:IND 9247 +2.72 +0.03 % 2026-08-13
MSE MALTEX:IND 4155 +22.2 +0.54 % 2026-08-13
Monex MONEX:IND 17550.69 0 0 2026-08-13
DE Mid MDAX:IND 32332.12 +105.36 +0.33 % 2026-08-13
DE Small SDAX:IND 18502.64 -68.5 -0.37 % 2026-08-13
Ecuador General BVQA:IND 1761 -1.98 -0.11 % 2026-08-13
Merval MERVAL:IND 2999524 -0.02 0 2026-08-13
IBC IBVC:IND 5142 0 0 2026-08-13
COLCAP COLCAP:IND 2430 -0.06 0 2026-08-13
IGPA IGPA:IND 55263 -659.9 -1.18 % 2026-08-13
BVPSI BVPSBVPS:IND 715 -0.01 0 2026-08-13
BSX BSX:IND 3949 0 0 2026-08-13
JSE JMSMX:IND 369026 -831.68 -0.22 % 2026-08-13
SHANGHAI 50 SSE50:IND 2947 +8.44 +0.29 % 2026-08-13
CH50 XIN9:IND 15145.95 +112.58 +0.75 % 2026-08-13
DSE Broad DSEX:IND 5897 -6.26 -0.11 % 2026-08-13
JCI JCI:IND 6300 -73.97 -1.16 % 2026-08-13
TASI SASEIDX:IND 10844 0 0 2026-08-13
TSI TWSE:IND 45979 +461.42 +1.01 % 2026-08-13
ADX General ADSMI:IND 10013 +5.4 +0.05 % 2026-08-13
SET 50 SET50:IND 1082 +1.66 +0.15 % 2026-08-13
FKLCI FBMKLCI:IND 1736 -5.63 -0.32 % 2026-08-13
TA-125 TA-125:IND 4065 0 0 2026-08-13
PSEi PCOMP:IND 6304 -62.69 -0.98 % 2026-08-13
KSE 100 KSE100:IND 181396 +1 +0.6 % 2026-08-13
KASE KZKAK:IND 8045 +47.46 +0.59 % 2026-08-13
QE DSM:IND 10056 +37.54 +0.37 % 2026-08-13
HNX VHINDEX:IND 287.99 -0.46 -0.16 % 2026-08-13
VN VNINDEX:IND 1793 -0.59 -0.03 % 2026-08-13
MSM 30 MSM30:IND 7482 +15.17 +0.2 % 2026-08-13
ASPI CSEALL:IND 21502 +83.1 +0.39 % 2026-08-13
Blom BLOM:IND 1745 +10.36 +0.6 % 2026-08-13
ASE JOSMGNFF:IND 3972 0 0 2026-08-13
LSX Composite LSXC:IND 1330 +3.79 +0.29 % 2026-08-13
MSE 20 MSETOP:IND 55299 +79.33 +0.14 % 2026-08-13
DFM General DFMGI:IND 5920 +40.52 +0.69 % 2026-08-13
Kuwait All Share BKA:IND 8860.63 +24.61 +0.28 % 2026-08-13
JPVIX VXJ:IND 32.06 +7.07 +28.29 % 2026-08-13
Estirad BHSEEI:IND 1951.62 -4.01 -0.2 % 2026-08-13
ASX All Share AS30:IND 9382 -22.3 -0.24 % 2026-08-13
NSE All Share NGSEINDX:IND 243967 0 0 2026-08-13
SA40 TOP40:IND 107214 0 0 2026-08-13
EGX 30 CASE:IND 55040 0 0 2026-08-13
CFG 25 MOSENEW:IND 18826 +121.76 +0.65 % 2026-08-13
Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4125 +12.23 +0.3 % 2026-08-13
Nairobi All Share NSEASI:IND 237 +0.71 +0.3 % 2026-08-13
DSEI DARSDSEI:IND 4178 +20.2 +0.49 % 2026-08-13
GGSECI GGSECI:IND 15274 -19.5 -0.13 % 2026-08-13
SEMDEX SEMDEX:IND 2275 +2.88 +0.13 % 2026-08-13
NSX Overall FTN098:IND 2436 +0.03 0 2026-08-13
Gaborone BGSMDC:IND 11209 +3.14 +0.03 % 2026-08-13

Currency Index Report

REGION: MAJOR

Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
EURUSD EURUSD:CUR 1.1525 -0.0001 0 0 +0.9177 %
GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34943 -0.0001 -0.01 % +0.2966 % +0.7677 %
AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70493 -0.0013 -0.18 % +0.2417 % +1.0667 %
NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58335 -0.0027 -0.45 % -0.6218 % +0.4045 %
USDJPY USDJPY:CUR 159.261 -0.1695 -0.11 % +0.5286 % -1.8398 %
USDCNY USDCNY:CUR 6.74569 -0.0002 0 -0.0286 % -0.4162 %
USDCHF USDCHF:CUR 0.81358 -0.0001 -0.01 % +0.1662 % +0.5649 %
USDCAD USDCAD:CUR 1.39455 +0.0005 +0.04 % -0.4824 % -0.8172 %
USDMXN USDMXN:CUR 17.0552 -0.0035 -0.02 % -0.9093 % -2.1254 %
USDINR USDINR:CUR 95.367 +0.0252 +0.03 % +0.0551 % -0.8077 %
USDBRL USDBRL:CUR 5.1968 +0.0061 +0.12 % +1.4346 % +2.1103 %
USDRUB USDRUB:CUR 83.01 +0.3 +0.36 % +0.012 % +7.0406 %
USDKRW USDKRW:CUR 1416.18 -1.88 -0.13 % -0.4933 % -4.9193 %
DXY DXY:CUR 99.966 -0.0013 0 +0.0357 % -0.9446 %
USDTRY USDTRY:CUR 47.7749 +0.0157 +0.03 % +0.3491 % +1.5981 %
USDSEK USDSEK:CUR 9.57989 -0.0032 -0.03 % +0.7062 % -0.8837 %
USDPLN USDPLN:CUR 3.7358 +0.0002 0 +0.0506 % -1.3648 %
USDNOK USDNOK:CUR 9.49265 -0.0021 -0.02 % -0.5531 % -2.0771 %
USDZAR USDZAR:CUR 16.1605 +0.0166 +0.1 % -1.1983 % -1.2792 %
USDDKK USDDKK:CUR 6.48656 +0.0003 0 -0.0006 % -0.907 %
USDSGD USDSGD:CUR 1.28005 -0.0005 -0.04 % -0.2773 % -0.8835 %
USDILS USDILS:CUR 2.9839 -0.0009 -0.03 % -1.0676 % -0.7946 %
USDHKD USDHKD:CUR 7.84662 -0.0004 -0.01 % +0.0235 % +0.1124 %
USDCLP USDCLP:CUR 914.59 +0.64 +0.07 % +0.07 % -1.7521 %
USDPKR USDPKR:CUR 277.903 +0.123 +0.04 % +0.1243 % -0.0708 %
USDCZK USDCZK:CUR 21.0105 -0.0203 -0.1 % -0.1336 % -0.9959 %
USDHUF USDHUF:CUR 315.979 -0.205 -0.06 % -0.3158 % +0.5516 %

REGION: EUROPE

Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
EURUSD EURUSD:CUR 1.1525 -0.0001 0 0 +0.9177 %
GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34943 -0.0001 -0.01 % +0.2966 % +0.7677 %
USDCHF USDCHF:CUR 0.81358 -0.0001 -0.01 % +0.1662 % +0.5649 %
USDRUB USDRUB:CUR 83.01 +0.3 +0.36 % +0.012 % +7.0406 %
USDTRY USDTRY:CUR 47.7749 +0.0157 +0.03 % +0.3491 % +1.5981 %
USDSEK USDSEK:CUR 9.57989 -0.0032 -0.03 % +0.7062 % -0.8837 %
USDPLN USDPLN:CUR 3.7358 +0.0002 0 +0.0506 % -1.3648 %
USDNOK USDNOK:CUR 9.49265 -0.0021 -0.02 % -0.5531 % -2.0771 %
USDDKK USDDKK:CUR 6.48656 +0.0003 0 -0.0006 % -0.907 %
USDCZK USDCZK:CUR 21.0105 -0.0203 -0.1 % -0.1336 % -0.9959 %
USDRON USDRON:CUR 4.5452 +0.0025 +0.06 % -0.3333 % -0.9091 %
USDHUF USDHUF:CUR 315.979 -0.205 -0.06 % -0.3158 % +0.5516 %
USDUAH USDUAH:CUR 44.7047 -0.0453 -0.1 % -0.1012 % -0.5457 %
USDBYR USDBYR:CUR 2.9881 +0.0015 +0.05 % +0.8505 % +3.7463 %
USDRSD USDRSD:CUR 101.774 -0.0269 -0.03 % -0.0761 % -0.9772 %
USDBAM USDBAM:CUR 1.6969 +0.0001 +0.01 % -0.0295 % -0.9052 %
USDISK USDISK:CUR 123.205 -0.015 -0.01 % -0.3034 % -1.8756 %
USDALL USDALL:CUR 80.55 -0.05 -0.06 % -0.1859 % -2.055 %
USDMKD USDMKD:CUR 53.24 -0.07 -0.13 % -0.0563 % -1.252 %
USDMDL USDMDL:CUR 17.315 +0.095 +0.55 % -0.0289 % -1.0571 %

REGION: AMERICA

Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
USDCAD USDCAD:CUR 1.39455 +0.0005 +0.04 % -0.4824 % -0.8172 %
USDMXN USDMXN:CUR 17.0552 -0.0035 -0.02 % -0.9093 % -2.1254 %
USDBRL USDBRL:CUR 5.1968 +0.0061 +0.12 % +1.4346 % +2.1103 %
DXY DXY:CUR 99.966 -0.0013 0 +0.0357 % -0.9446 %
USDARS USDARS:CUR 1492.41 -0.0395 0 -0.4886 % +1.4909 %
USDCOP USDCOP:CUR 3147.91 -1 -0.03 % -0.3782 % -3.5449 %
USDCLP USDCLP:CUR 914.59 +0.64 +0.07 % +0.07 % -1.7521 %
USDPEN USDPEN:CUR 3.3813 +0.0219 +0.65 % +0.0533 % -0.2978 %
USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
USDDOP USDDOP:CUR 58.417 -0.113 -0.19 % +0.0634 % -0.1419 %
USDGTQ USDGTQ:CUR 7.6195 -0.0095 -0.12 % -0.1376 % -0.1245 %
USDURY USDURY:CUR 40.2711 +0.2061 +0.51 % +0.04 % +0.0649 %
USDCRC USDCRC:CUR 451.5 +2.5 +0.56 % -0.6819 % -0.5594 %
USDPAB USDPAB:CUR 0.99998 0 0 -0.002 % -0.002 %
USDBOB USDBOB:CUR 11.8004 +0.0754 +0.64 % -0.7118 % +13.1933 %
USDPYG USDPYG:CUR 5970.01 +2.1399 +0.04 % +0.4045 % -1.5763 %
USDSVC USDSVC:CUR 8.7542 -0.0006 -0.01 % -0.0069 % -0.0034 %
USDTTD USDTTD:CUR 6.7853 +0.0042 +0.06 % +0.1062 % -0.0354 %
USDHNL USDHNL:CUR 26.875 +0.0659 +0.25 % +0.2683 % +0.3547 %
USDJMD USDJMD:CUR 158.387 +0.177 +0.11 % -0.2664 % -0.0776 %
USDNIO USDNIO:CUR 36.8194 +0.0194 +0.05 % +0.0527 % +0.0527 %
USDHTG USDHTG:CUR 130.869 +0.069 +0.05 % +0.091 % +0.1293 %
USDBSD USDBSD:CUR 1.0005 +0.0005 +0.05 % +0.05 % +0.05 %
USDSRD USDSRD:CUR 37.7161 -0.0182 -0.05 % -0.1578 % +0.3117 %
USDGYD USDGYD:CUR 209.4 +0.1 +0.05 % +0.1914 % +0.2874 %
USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
USDVES USDVES:CUR 765.4 -0.5017 -0.07 % +1.2752 % +5.5957 %

REGION: ASIA

Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
USDJPY USDJPY:CUR 159.261 -0.1695 -0.11 % +0.5286 % -1.8398 %
USDCNY USDCNY:CUR 6.74569 -0.0002 0 -0.0286 % -0.4162 %
USDINR USDINR:CUR 95.367 +0.0252 +0.03 % +0.0551 % -0.8077 %
USDKRW USDKRW:CUR 1416.18 -1.88 -0.13 % -0.4933 % -4.9193 %
USDIDR USDIDR:CUR 17857.9 -4.1 -0.02 % -0.2965 % -1.0697 %
USDSAR USDSAR:CUR 3.7546 +0.0033 +0.09 % -0.004 % -0.0679 %
USDTWD USDTWD:CUR 32.182 -0.05 -0.16 % -0.2109 % +0.0784 %
USDIRR USDIRR:CUR 1374305 -167 -0.01 % 0 -0.0681 %
USDAED USDAED:CUR 3.6725 -0.0004 -0.01 % -0.0136 % -0.0136 %
USDTHB USDTHB:CUR 33.103 -0.007 -0.02 % -0.0513 % -1.0669 %
USDMYR USDMYR:CUR 4.0874 +0.0018 +0.04 % -0.1026 % +0.2305 %
USDSGD USDSGD:CUR 1.28005 -0.0005 -0.04 % -0.2773 % -0.8835 %
USDILS USDILS:CUR 2.9839 -0.0009 -0.03 % -1.0676 % -0.7946 %
USDHKD USDHKD:CUR 7.84662 -0.0004 -0.01 % +0.0235 % +0.1124 %
USDPHP USDPHP:CUR 61.289 +0.025 +0.04 % +0.8192 % -0.5081 %
USDPKR USDPKR:CUR 277.903 +0.123 +0.04 % +0.1243 % -0.0708 %
USDIQD USDIQD:CUR 1310.65 +0.65 +0.05 % +0.0496 % +0.0458 %
USDKZT USDKZT:CUR 465.075 +0.3 +0.06 % -0.6844 % -0.9404 %
USDQAR USDQAR:CUR 3.6476 +0.0018 +0.05 % +0.0933 % +0.0631 %
USDVND USDVND:CUR 26037.5 -17 -0.07 % -0.7528 % -0.853 %
USDBDT USDBDT:CUR 123.15 -0.3 -0.24 % -0.513 % -0.1014 %
USDOMR USDOMR:CUR 0.385 +0.0003 +0.07 % +0.0754 % +0.0728 %
USDAZN USDAZN:CUR 1.7 0 0 0 0
USDLKR USDLKR:CUR 333.725 -0.505 -0.15 % -0.6268 % -0.6948 %
USDSYP USDSYP:CUR 122 -0.05 -0.04 % -0.0164 % +0.0164 %
USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
USDUZS USDUZS:CUR 11963.3 +5.33 +0.04 % +0.4002 % -0.8467 %
USDMOP USDMOP:CUR 8.086 +0.0014 +0.02 % +0.0483 % +0.1362 %
USDTMT USDTMT:CUR 3.5 0 0 0 0
USDLBP USDLBP:CUR 89594.46 +44.46 +0.05 % +0.0496 % +0.0496 %
USDYER USDYER:CUR 237.15 +0.01 0 -0.1726 % -0.6077 %
USDBHD USDBHD:CUR 0.377 0 -0.01 % -0.0212 % -0.0212 %
USDAFN USDAFN:CUR 65.5 +0.52 +0.8 % -0.4257 % -0.6823 %
USDNPR USDNPR:CUR 152.519 -0.016 -0.01 % +0.1044 % -0.9166 %
USDBND USDBND:CUR 1.2801 -0.0005 -0.04 % -0.2882 % -0.875 %
USDKHR USDKHR:CUR 4051.5 +5.5 +0.14 % -0.0863 % +0.3592 %
USDGEL USDGEL:CUR 2.617 0 0 +0.0765 % -0.4186 %
USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
USDMNT USDMNT:CUR 3596.5 -1.5 -0.04 % -0.0139 % +0.2648 %
USDLAK USDLAK:CUR 22573.7 +11.19 +0.05 % -0.0213 % -0.1451 %
USDAMD USDAMD:CUR 340.27 -25.64 -7.01 % -7.0656 % -7.205 %
USDTJS USDTJS:CUR 9.2545 +0.0145 +0.16 % +0.1569 % +0.1569 %
USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 0 +0.0002 %
USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
USDKWD USDKWD:CUR 0.3092 0 +0.01 % -0.1582 % -0.1453 %
USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

REGION: OCEANIA

Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70493 -0.0013 -0.18 % +0.2417 % +1.0667 %
NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58335 -0.0027 -0.45 % -0.6218 % +0.4045 %
USDPGK USDPGK:CUR 4.4253 +0.0001 0 +0.1358 % +0.5339 %
USDXPF USDXPF:CUR 103.44 -0.24 -0.23 % -0.2459 % -1.1421 %
USDFJD USDFJD:CUR 2.2164 +0.0034 +0.15 % +0.0406 % -0.534 %

REGION: AFRICA

Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
USDNGN USDNGN:CUR 1362.51 -0.93 -0.07 % -0.0279 % -1.3796 %
USDZAR USDZAR:CUR 16.1605 +0.0166 +0.1 % -1.1983 % -1.2792 %
USDZMW USDZMW:CUR 18.83 +0.012 +0.06 % -1.0042 % +3.9011 %
USDEGP USDEGP:CUR 50.24 +0.02 +0.04 % +1.1069 % -0.9464 %
USDDZD USDDZD:CUR 133.064 +0.172 +0.13 % +0.1385 % -0.0909 %
USDAOA USDAOA:CUR 919.492 +1.492 +0.16 % +0.0226 % +0.0808 %
USDMAD USDMAD:CUR 9.3045 -0.0368 -0.39 % -0.3939 % -0.237 %
USDSDG USDSDG:CUR 600.5 +0.2793 +0.05 % +0.0465 % +0.0549 %
USDKES USDKES:CUR 129.2 -0.05 -0.04 % -0.116 % -0.116 %
USDETB USDETB:CUR 161.8339 +1.1806 +0.73 % +0.8496 % +1.6283 %
USDTZS USDTZS:CUR 2649.99 -0.01 0 -0.1887 % +0.3784 %
USDTND USDTND:CUR 2.9378 +0.001 +0.03 % +0.5683 % -0.4406 %
USDLYD USDLYD:CUR 6.3811 +0.0007 +0.01 % +0.3207 % -0.4042 %
USDGHS USDGHS:CUR 11.4551 +0.1718 +1.52 % -2.4965 % -0.4346 %
USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 0 -0.6076 %
USDUGX USDUGX:CUR 3711.4 +2.19 +0.06 % -0.34 % +0.156 %
USDMZN USDMZN:CUR 63.6 -0.31 -0.49 % 0 +0.0315 %
USDBWP USDBWP:CUR 14.1345 +0.0388 +0.28 % +4.4316 % +4.3529 %
USDXAF USDXAF:CUR 568.945 -8.365 -1.45 % -1.4532 % -1.8976 %
USDNAD USDNAD:CUR 16.1601 +0.0181 +0.11 % -1.2545 % -1.316 %
USDSSP USDSSP:CUR 5012.647 0 0 +0.2136 % +6.7823 %
USDMUR USDMUR:CUR 47.15 +0.08 +0.17 % +0.4474 % -0.3382 %
USDMGA USDMGA:CUR 4305.53 -16.4402 -0.38 % -0.2906 % +0.1519 %
USDRWF USDRWF:CUR 1473.72 +3.717 +0.25 % +0.3259 % +0.4668 %
USDGNF USDGNF:CUR 8780 -4.5 -0.05 % -0.0342 % +0.1083 %
USDMRO USDMRO:CUR 40.09 -0.13 -0.32 % -0.2736 % +0.1424 %
USDSLL USDSLL:CUR 24035.4 0 0 +0.0321 % -0.1899 %
USDXOF USDXOF:CUR 568.948 +0.448 +0.08 % +0.1228 % -1.2243 %
USDMWK USDMWK:CUR 1733.83 +0.16 +0.01 % +0.0092 % +0.0092 %
USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
USDSZL USDSZL:CUR 16.1498 +0.0087 +0.05 % -1.3174 % -1.3831 %
USDBIF USDBIF:CUR 2989.81 -0.0001 0 +0.0271 % +0.145 %
USDLSL USDLSL:CUR 16.16 +0.0268 +0.17 % -1.2551 % -1.2557 %
USDLRD USDLRD:CUR 178 0 0 -1.7824 % -1.9395 %
USDCVE USDCVE:CUR 95.7947 -0.0543 -0.06 % -0.1207 % -1.117 %
USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
USDSCR USDSCR:CUR 13.7936 -0.1227 -0.88 % -6.3838 % -6.641 %
USDSOS USDSOS:CUR 571.76 +0.26 +0.05 % +0.0455 % +0.0455 %
USDGMD USDGMD:CUR 74.675 0 0 +0.3022 % +0.4709 %
USDKMF USDKMF:CUR 428 +1.04 +0.24 % +0.1615 % -0.9832 %
USDSTD USDSTD:CUR 21.474 +0.0046 +0.02 % -0.0135 % -0.9118 %
USDZIG USDZIG:CUR 26.574 -0.0304 -0.11 % -0.217 % -0.9014 %

สรุปข่าวการลงทุนประจำวัน: 20260812

รายการลงทุนประจำวัน 2026-08-12

▶ เปิด Playlist บน YouTube

รายการคลิปใน Playlist (9 คลิป)

รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

[ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-12 ถึง 2026-08-13 | อัปเดตล่าสุดเวลา 12:40 น.]

🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

ไม่มีรายงานข่าวในช่วงเวลาดังกล่าว

🌐 ข่าวต่างประเทศ

หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น จากแรงหนุน AI และเงินเฟ้อที่ชะลอตัว


เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2026 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และตัวเลขเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แม้จะยังมีความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์อยู่ก็ตาม


ปฏิทินเศรษฐกิจโลกประจำสัปดาห์: 12-13 สิงหาคม 2026


มีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในช่วงวันที่ 12-13 สิงหาคม 2026 ได้แก่ อัตราการว่างงานของเกาหลีใต้, GDP ไตรมาส 2 ของสิงคโปร์, เงินเฟ้อของเยอรมนี, ดัชนี CPI และสต็อกน้ำมันของสหรัฐฯ รวมถึง GDP ไตรมาส 2 และดุลการค้าของสหราชอาณาจักร

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพฤหัสบดีที่ สิบสาม สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพฤหัสบดีที่ สิบสาม สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที

บรรยากาศการลงทุนโลกวันนี้ ถูกครอบงำด้วยปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรง จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้นถึงหกจุดสี่สามเปอร์เซ็นต์ ในวันเดียว ปิดที่เจ็ดสิบแปดจุดเก้าสามดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนดาวโจนส์ร่วงลงหนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์ สถานการณ์นี้สร้างภาวะตลาดที่แตกเป็นสองขั้ว หุ้นกลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ ได้อานิสงส์จากส่วนชดเชยความเสี่ยงด้านอุปทาน ขณะที่หุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ต้องเผชิญแรงกดดัน

สำหรับมุมมองตลาดโดยรวม เราให้สถานะเป็น ระมัดระวังในเชิงลบ มากขึ้นเล็กน้อยจากเดิมที่เป็นกลาง เนื่องจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่กดดันตลาดหุ้น ในขณะที่แรงหนุนจากเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ทำให้ราคาทองคำยืนเหนือสี่พันสี่ร้อยยี่สิบดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งใกล้เคียงจุดสูงสุดในรอบสิบสัปดาห์

มาวิเคราะห์ประเด็นสำคัญกันครับ ประเด็นแรก ความตึงเครียดสหรัฐฯ อิหร่าน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง เรามองว่า หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ อย่าง ปตท.สำรวจและผลิต ปตท. ไทยออยล์ และ ไออาร์พีซี จะได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาขายที่สูงขึ้น ส่วนกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ อย่าง เอเชียเอวิเอชั่น บางกอกแอร์เวย์ส และ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส จะถูกกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น

ประเด็นที่สอง ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุสิบปี ลดลง แต่ตลาดยังคงคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก เรามองว่า หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ จะได้ประโยชน์จากการขยายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ขณะที่กลุ่มไฟแนนซ์และหลักทรัพย์ จะเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าสนใจ

ประเด็นที่สาม ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ หรือ บีไอเอส ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงของฟองสบู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ที่อาจจะนำไปสู่ภาวะถดถอยทางการเงิน หากต้นทุนที่ซ่อนอยู่ถูกเปิดเผย คำเตือนนี้อาจส่งผลให้เกิดการขายหรือหมุนเวียนออกจากหุ้นกลุ่มนี้ และเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

ประเด็นสุดท้าย ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันหลายทิศทาง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นบวกต่อหุ้นพลังงาน แต่เป็นลบต่อการบริโภคและการนำเข้า เงินบาทที่อ่อนค่าเป็นผลดีต่อผู้ส่งออกอาหารและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การฟื้นตัวของดัชนีราคาผู้บริโภค จะช่วยหนุนกลุ่มค้าปลีก

กลยุทธ์การลงทุนที่มีความน่าสนใจที่สุดในตอนนี้ คือ การเพิ่มน้ำหนักในหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ และลดน้ำหนักในกลุ่มขนส่ง โดยมีกรอบเวลาหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ พร้อมกับถือทองคำไว้ในพอร์ต เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ และญี่ปุ่น รวมถึงอัตราค่าประกันภัยเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

สำหรับสถานการณ์หลัก เรามองว่า ความตึงเครียดจะยังคงอยู่ ราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวในกรอบเจ็ดสิบถึงแปดสิบดอลลาร์สหรัฐ แต่ถ้าเกิดข้อตกลงทางการทูต ตลาดอาจปรับตัวขึ้นในวงกว้าง ในทางกลับกัน หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น ราคาน้ำมันอาจพุ่งเกินหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดหุ้นทั่วโลก

โดยสรุป หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำมีโอกาสปรับตัวขึ้นสูงสุด ทองคำยังคงเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ดี ธนาคารขนาดใหญ่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น และควรหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มขนส่ง รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงเกินจริง

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

# Economic Daily Report — July 10, 2026

—

Dominant Market Narrative

The global macro landscape is defined by an acute geopolitical risk premium emanating from heightened US-Iran tensions and broader Middle East instability, which triggered a 6.43% single-day surge in Brent crude (to $78.93) and a 1.5% drop in the Dow on July 8. This oil shock compounds an already fragile equilibrium: softer US inflation data pushed the 10Y Treasury yield down to 4.52%, yet Fed rate hike expectations for year-end remain elevated. The result is a bifurcated market regime — energy and commodity-linked equities benefit from supply disruption premiums, while rate-sensitive sectors (growth/tech, financials with microfinance exposure) face headwinds. The BIS has explicitly warned that AI-driven equity valuations risk a financial bust as hidden costs materialize. This is not a single-theme market; it is a cross-current of geopolitical supply shock, disinflationary relief, and structural bubble risk.

—

Market Regime & Sentiment Gauge

Current Regime: Geopolitical Risk Premium with Disinflationary Undertow

Overall Sentiment: Cautiously Bearish (modest deterioration from prior neutral stance)

The regime is characterized by elevated geopolitical uncertainty (US-Iran, Strait of Hormuz risks) driving energy prices higher, offset partially by softening inflation data that has tempered the most hawkish Fed expectations. Equity markets are under pressure from rising rate concerns and geopolitical instability, while safe-haven demand supports gold (near 10-week highs above $4,420/oz) and sovereign bonds. The VIX is implied to be elevated following the July 8 selloff.

—

Market Snapshot

Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
Equities US500, Nasdaq, Dow Dow -1.5% (Jul 8 selloff); Futures declined (Jul 15) Bearish
Equities STOXX, Nikkei No data available. No data available.
Fixed Income 10Y UST Yield dropped to 4.52% (from near 2-month highs) Bullish (bond rally)
Fixed Income Bund, JGB No data available. No data available.
FX & Commodities DXY No data available. No data available.
FX & Commodities EURUSD 1.1453 (+0.18% daily, -1.36% monthly) Mixed
FX & Commodities Gold Above $4,420/oz, near 10-week high Bullish (safe-haven bid)
FX & Commodities WTI Crude $71.51 (-0.79% daily, +3.99% weekly, -18.47% monthly) Volatile / Elevated
FX & Commodities Brent Crude $78.93 (+6.43% Jul 8 spike, +10.28% weekly) Bullish (geopolitical supply risk)
Volatility VIX, MOVE Index No data available. Implied Elevated

—

Thematic Analysis & Forward Impact

Theme 1: US-Iran Escalation & Middle East Supply Disruption Risk

  • Trigger: Re-escalation of US-Iran tensions on July 8 caused Brent crude to spike 6.43% in a single session and the Dow to drop 1.5%, with markets pricing in potential Strait of Hormuz disruption.
  • Historical Correlation: Per correlation data, rising crude oil prices are strongly positive for upstream energy producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) and negative for transportation/logistics (AAV, BA, KEX) due to higher fuel costs compressing margins.
  • Expected Impact: 📈 Bullish — Energy & Utilities (High magnitude, 1–4 weeks): PTTEP, PTT, TOP, SPRC directly benefit from higher selling prices. 📉 Bearish — Transportation & Logistics (Medium magnitude, 0–48h): AAV, BA, KEX face margin compression from elevated jet fuel and bunker costs. Broader market faces stagflationary headwinds if oil sustains above $80.
  • Causal & Inter-Market Reasoning: The Strait of Hormuz is the world’s most critical energy chokepoint. Historical precedent (1990 Gulf War, 2019 tanker attacks) shows that even the *threat* of disruption adds a $10–15 risk premium to crude. This transmits to equities via: (1) direct energy sector outperformance, (2) input cost inflation for transport and manufacturing, (3) reduced consumer discretionary spending power, and (4) pressure on EM currencies of net oil importers (including THB). SCB’s recent 68 billion baht credit line to PTT underscores the strategic importance and capital intensity of energy infrastructure in this environment.
  • Confidence: High — Correlation data is explicit for both the positive energy sector impact and negative transport sector impact; historical oil shock transmission mechanisms are well-established.
  • —

    Theme 2: Disinflationary Relief Collides with Persistent Rate Concerns

  • Trigger: Softer US inflation data pushed the 10Y Treasury yield to 4.52% from near two-month highs, yet market expectations for a Fed rate hike by year-end remain elevated, creating a tug-of-war between easing inflation and hawkish Fed rhetoric.
  • Historical Correlation: Per correlation data, rising rates are positive for Banking (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY) via NIM expansion, but negative for Finance & Securities (SAWAD, MTC, TIDLOR) due to higher borrowing costs pressuring retail/microfinance margins. Fed independence — recently upheld by the Supreme Court — is historically positive for equity markets.
  • Expected Impact: ⚖️ Mixed — Financials (Medium magnitude, 1–4 weeks): Large banks benefit from rate support; microfinance lenders face headwinds. 📈 Bullish — Gold (High magnitude, 0–48h): Gold above $4,420 benefits from lower real rate expectations. 📉 Bearish — Rate-sensitive growth/tech (Medium magnitude): Higher-for-longer rate expectations cap valuations.
  • Causal & Inter-Market Reasoning: The disinflationary impulse is genuine but incomplete — geopolitical energy shocks could reignite price pressures. This creates a policy paralysis scenario where the Fed cannot ease into a supply-side inflation spike. The Supreme Court’s affirmation of Fed independence removes a tail risk scenario (political interference in monetary policy), which is structurally bullish for US financial assets. However, the near-term uncertainty around July employment data and upcoming Fed/BoJ decisions keeps markets in a cautious posture.
  • Confidence: Medium — The directional correlations are well-supported, but the net effect depends on whether inflation data or geopolitical risk dominates the Fed’s reaction function in the coming weeks.
  • —

    Theme 3: BIS Warning on AI Bubble Risk — Structural Caution for Tech

  • Trigger: The Bank for International Settlements explicitly warned that the massive surge in AI investment driving global stocks to record highs risks a financial bust as hidden costs surface in company accounts and consumer prices.
  • Historical Correlation: No direct sector-stock correlation data available for AI-specific bubble risk in the correlation tool. However, the broader framework suggests rate-sensitive, high-valuation tech names are vulnerable to both higher discount rates and sentiment deterioration.
  • Expected Impact: 📉 Bearish — AI/Semiconductor & High-Valuation Tech (Medium magnitude, medium term): If the BIS warning gains traction, expect rotation out of momentum-driven AI names. Bluebell’s advisory to focus on AI/semiconductor while diversifying in a “K-shaped market” suggests elevated but bifurcated risk. 📈 Potential beneficiaries of rotation: Defensive sectors, gold, and value/energy names already bid up by the oil shock.
  • Causal & Inter-Market Reasoning: The BIS, as the central bank of central banks, carries unique macroprudential credibility. Its warning echoes the 2000 tech bubble playbook: massive capex on unproven returns, hidden balance sheet risks, and consumer price pass-through. A correction in AI names would transmit via: (1) broader equity index declines (given AI concentration in benchmarks), (2) rotation into defensives and commodities, and (3) widening credit spreads for tech-heavy corporate debt.
  • Confidence: Low — While the BIS warning is credible, the correlation tool lacks explicit AI/tech bubble-stock mapping. Timing is inherently uncertain.
  • —

    Theme 4: Thai Market Cross-Currents — Energy vs. Consumption

  • Trigger: The Thai stock market is consolidating amid Middle East tensions that could drive oil above $100/barrel, raising inflation concerns, though energy and petrochemical names provide a floor.
  • Historical Correlation: Per correlation data: (1) Weak THB benefits food exporters (TU, CPF, ITC, AAI) and electronic components (DELTA, KCE, HANA) via revenue translation; (2) Weak THB hurts energy/utility names with USD debt (BGRIM, GPSC, GULF); (3) CPI recovery supports commerce/retail (CPALL, CPAXT, CRC, CPN). MSCI index additions (GUNKUL, HANA) and removals (CHG) also affect flows.
  • Expected Impact: ⚖️ Mixed — SET Index (Medium magnitude, 1–4 weeks): Energy producers (PTTEP, PTT) are supported by oil; export-oriented names (TU, DELTA, HANA) benefit from THB weakness; but consumption and imports face headwinds from energy-cost-driven inflation. MSCI rebalancing flows create idiosyncratic opportunities in HANA (positive).
  • Causal & Inter-Market Reasoning: Thailand sits at the intersection of multiple forces: as a net oil importer, rising crude is negative for the current account and THB; but as a manufacturing and food export hub, a weaker THB supports corporate earnings for exporters. This creates a natural internal hedge but increases stock-level dispersion. The SCB-PTT credit facility underscores the scale of energy infrastructure investment required.
  • Confidence: Medium — Multiple explicit stock correlations from the tool support this analysis, though the net index-level direction depends on the relative strength of oil rises vs. THB weakness.
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    The highest risk/reward opportunity in the current environment is a tactical overweight in energy producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) paired with a hedge via underweight transportation (AAV, BA). This trade is directly supported by the correlation tool and triggered by the July 8 US-Iran escalation event. The time horizon is 1–4 weeks, or until a de-escalation catalyst emerges (US-Iran negotiations noted on July 28 could be a reversal trigger).

    A secondary thesis: overweight gold and gold proxies as disinflationary data meets geopolitical risk. Gold above $4,420 has momentum and central bank buying support.

    Positioning:

  • Overweight: Energy upstream (PTTEP, PTT), Gold, large banks (SCB, KBANK, BBL) on NIM expansion
  • Underweight: Transportation (AAV, BA), microfinance lenders (SAWAD, MTC)
  • Hedge: Long volatility / long gold vs. short high-beta tech
  • Key Triggers to Monitor: (1) US-Iran diplomatic developments, (2) US July employment data, (3) Fed/BoJ policy decisions, (4) Q2 GDP and major tech earnings, (5) Strait of Hormuz shipping insurance rates.

    —

    Key Risk Scenarios

  • Base Case (55% probability): US-Iran tensions persist but do not escalate to full Hormuz closure. Oil trades $70–80 range. Fed remains data-dependent with a year-end hike priced in. Energy outperforms; growth/tech consolidates. Gold holds above $4,200.
  • Bull Case (20% probability): Diplomatic breakthrough between US and Iran triggers an oil price relief selloff (-10% to -15%), removing the geopolitical risk premium. Equities rally broadly; transports and rate-sensitives surge; gold corrects. Energy underperforms.
  • Bear Case (25% probability): Strait of Hormuz disruption escalates, oil surges above $100/barrel. Stagflationary shock: equities sell off sharply, EM currencies (including THB) depreciate, central banks are forced hawkish despite growth slowdown. Only energy producers and gold hold value.
  • —

    Key Takeaways

  • Energy producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) are the highest-conviction long given the explicit positive correlation with crude oil prices and the active geopolitical supply risk premium.
  • Transportation and logistics (AAV, BA, KEX) face immediate margin headwinds from elevated fuel costs — tactically avoid or hedge.
  • Gold above $4,420 is a core portfolio hedge, benefiting simultaneously from disinflationary data (lower real rates) and geopolitical safe-haven demand.
  • Large banks (SCB, KBANK, BBL) are structural beneficiaries of the higher-for-longer rate environment via NIM expansion; microfinance lenders face the inverse pressure.
  • The BIS AI bubble warning should not be ignored — reduce exposure to unprofitable, high-multiple tech names lacking near-term cash flow visibility.
  • Monitor US-Iran negotiations as the primary regime-change catalyst — a diplomatic breakthrough would trigger rapid sectoral rotation out of energy and into transports and growth.
  • —

  • Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.
  • 🔴🇹🇭 ดัชนี SET ของไทย: คลื่นช็อกจากภาษีตอบโต้ 36% ของทรัมป์กระทบหนัก ประกอบกับกระแสเทขาย NVDR — พลังงานและกลุ่มส่งออกกำลังถูกโจมตี

    🔴🇹🇭 ดัชนี SET ของไทย: คลื่นช็อกจากภาษีตอบโต้ 36% ของทรัมป์กระทบหนัก ประกอบกับกระแสเทขาย NVDR — พลังงานและกลุ่มส่งออกกำลังถูกโจมตี

    ## 1. บริบทมหภาคและการเมือง (เหตุผล “ทำไม”)

    * ภาษี “วันปลดปล่อย” ของทรัมป์เล่นงานไทยหนัก: เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ครั้งใหญ่ เรียกเก็บ ภาษี 36% กับสินค้าส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ — ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราที่สูงที่สุดที่บังคับใช้กับประเทศในเอเชีย ขณะนี้ไทยอยู่ในกลุ่มที่ถูกเรียกเก็บภาษีสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาค รองจากเวียดนาม (46%) และกัมพูชา (49%) เท่านั้น ซึ่งสูงเกินความคาดหมายของตลาดอย่างมาก และเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อการเติบโตของ GDP ที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกของไทย

    * ดัชนี ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ หดตัว: ดัชนี ISM ภาคการผลิตเดือนมีนาคมอยู่ที่ 49.0 (ต่ำกว่าคาดการณ์ 49.5 และก่อนหน้าอยู่ที่ 50.3) ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความกังวลเรื่องการชะลอตัวของการค้าโลกในช่วงเวลาที่ภาษีกำลังเพิ่มสูงขึ้น

    * ราคาน้ำมันร่วง — OPEC+ เพิ่มอุปทานเซอร์ไพรส์: ราคาน้ำมันดิบร่วงลงประมาณ 3–4% หลังจาก OPEC+ เร่งแผนเพิ่มการผลิตเดือนพฤษภาคมโดยไม่คาดคิด โดยเพิ่มขึ้น 411,000 บาร์เรล/วัน — สูงเป็นสามเท่าของที่คาดไว้ ราคาน้ำมันเบรนท์ร่วงลงสู่ระดับ 72 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI สู่ระดับ 69 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเพิ่มแรงกดดันภาวะเงินฝืดให้กับหุ้นไทยที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน

    * ทองคำพุ่งทำ新高เป็นประวัติการณ์: ราคาทองคำ spot พุ่งขึ้นเหนือระดับ 3,160 ดอลลาร์/ออนซ์ ระหว่างวัน แต่เผชิญกับความผันผวนรุนแรง เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านภาษีกระตุ้นทั้งความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยและการบังคับขายทำกำไร ราคาทองคำยังคงใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากความกังวลเรื่องสงครามการค้า

    * เสียงรบกวนทางการเมืองไทย — อภิปรายไม่ไว้วางใจสิ้นสุด: น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รอดจากการลงมติไม่ไว้วางใจ แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงมีอยู่ เนื่องจากฝ่ายค้านยังคงท้าทายการบริหารเศรษฐกิจท่ามกลางการชะลอตัวของการเติบโต

    * ธปท. คงดอกเบี้ย แต่เริ่มมีท่าทีผ่อนคลาย: ธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.00% แต่ส่งสัญญาณพร้อมที่จะผ่อนคลายนโยบายหากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภาษีสหรัฐฯ รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในกรณีฐาน ตลาดเริ่มคาดการณ์การปรับลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2025

    ## 2. การสังเคราะห์ปัจจัยเทคนิคัล พื้นฐาน และกระแสเงินทุนต่างประเทศ (ประเด็น “อะไร”)

    🔻 ภาคการส่งออกและการผลิตหนัก — สัญญาณเตือนความเสี่ยงสูง


    * DELTA (เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)): ในฐานะผู้ส่งออกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ไปสหรัฐฯ โดยมีการผลิตจำนวนมากในไทย DELTA อยู่ในแนวเป้าของภาษีโดยตรง ข้อมูลเทคนิคัลแสดงให้เห็นว่า DELTA อยู่ใน แนวโน้มขาลง แล้ว โดยมีปริมาณการซื้อขายสูงซึ่งบ่งชี้ถึงการกระจายหุ้น (distribution) ข้อมูลกระแส NVDR ในช่วง 24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมายืนยัน การขายสุทธิของต่างชาติอย่างหนัก โดยฝ่ายสถาบันได้เทขายหุ้นก่อนที่จะมีภาษีที่ชัดเจน ภาษีตอบโต้ 36% ต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทยอาจบีบอัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ หากไม่สามารถปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานได้อย่างรวดเร็ว

    * HANA (ฮานา ไมโครอิเล็กทรอนิกส์): มีความเสี่ยงคล้ายกันกับสินค้าส่งออกเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ไปสหรัฐฯ กระแส NVDR ของต่างชาติเปลี่ยนเป็นลบอย่างรุนแรงในรอบการซื้อขายล่าสุด โครงสร้างเทคนิคัลแสดงการหลุดลงมาต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญ โดยมี RSI แนวโน้มเข้าสู่เขต oversold แต่ยังไม่มี divergence ที่บ่งชี้ถึงการเกิดก้น

    * CPF (เจริญโภคภัณฑ์อาหาร): ภาคการส่งออกอาหารของไทยเผชิญปัจจัยลบสองทาง: ภาษี 36% ของสหรัฐฯ ต่ออาหารแปรรูป และพลวัตการค้าที่ตอบโต้กัน ข้อมูล NVDR แสดงกระแสเงินทุนต่างประเทศไหลออกอย่างต่อเนื่อง หุ้นอยู่ใน แนวโน้มขาลง โดยมีปริมาณการซื้อขายตามราคา (on-balance volume) ที่ลดลง


    📉 ภาคพลังงาน — ผลกระทบสองเด้งจากภาษี + ราคาน้ำมันร่วง


    * PTT (บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)): ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานเผชิญกับปัจจัยลบหลายประการพร้อมกัน การเพิ่มกำลังการผลิตเซอร์ไพรส์ของ OPEC+ ที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลง ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรจากธุรกิจต้นน้ำของ PTT ในขณะเดียวกัน ความกลัวสงครามการค้าทำให้ความต้องการทั่วโลกลดลง ข้อมูล NVDR ในช่วง 24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมาแสดง การขายสุทธิของต่างชาติจำนวนมาก ใน PTT และ PTTEP ตัวชี้วัดเทคนิคัลแสดงให้เห็น PTT หลุดลงมาต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน โดยมีปริมาณซื้อขายพุ่งสูงยืนยันการกระจายหุ้นของสถาบัน RSI มีแนวโน้มไปทาง 30 แต่ยังไม่ถึงระดับ oversold ที่นักลงทุนแบบ mean-reversion มักจะเข้าซื้อ

    * PTTEP (บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)): มีความสัมพันธ์โดยตรงกับราคาน้ำมันเบรนท์ หุ้นแสดง แนวโน้มขาลง โดยกระแสเงิน NVDR ต่างชาติไหลออกเร่งตัวขึ้น ระดับแนวรับจากไตรมาส 4 ปี 2024 กำลังถูกทดสอบ


    🟢 หุ้นปลอดภัยและหุ้นในประเทศ — กลุ่มที่ outperform ได้สัมพัทธ์


    * หุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำและหุ้นรับมือความผันผวน: ราคาทองคำที่พุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นประโยชน์ต่อหุ้นกลุ่มทองคำของไทย อย่างไรก็ตาม ข้อมูล NVDR แสดงกระแสที่หลากหลาย — มีการสะสมของต่างชาติบ้างในกองทุนทองคำ ETF แต่มีการขายทำกำไรในหุ้นเหมืองทองหลังจากราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ความผันผวนของทองคำ COMEX หมายความว่าราคาหุ้นเหล่านี้อาจเคลื่อนไหวในกรอบข้างถึงขึ้น มากกว่าจะมีแนวโน้มที่ชัดเจน

    * BTS (บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์): หุ้นโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคมในประเทศค่อนข้างปลอดภัยจากความเสี่ยงด้านภาษี ข้อมูล NVDR แสดงการสะสมของต่างชาติในระดับปานกลาง ตัวชี้วัดเทคนิคัลบ่งชี้รูปแบบ Sideways โดยแนวรับยังคงอยู่ — อาจเป็นเกมปลอดภัยสัมพัทธ์

    * ADVANC / TRUE (กลุ่มโทรคมนาคม): หุ้นกลุ่มการบริโภคในประเทศและโทรคมนาคมแสดงความยืดหยุ่น โดยมีกระแส NVDR เป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย กลุ่มนี้ได้รับประโยชน์จากการปรับพอร์ตไปยังหุ้นรับมือความผันผวน (defensive rotation) ขณะที่กองทุนต่างชาติถอนตัวจากหุ้นวัฏจักร แนวโน้มเทคนิคัลยังคงเป็น Sideways โดยมีสัญญาณการสะสมเริ่มปรากฏในตัวชี้วัดปริมาณ

    ## 3. กลยุทธ์และแนวโน้ม (การ “ลงมือทำ”)

    ⚠️ ภาพรวมดัชนี SET: ขาลง — ความผันผวนสูง


    การบรรจบกันของผลกระทบมหภาคสามประการภายใน 24 ชั่วโมง — ภาษี 36% ของทรัมป์ต่อไทย, การเพิ่มอุปทานเซอร์ไพรส์ของ OPEC+ และ ISM ภาคการผลิตสหรัฐฯ ที่หดตัว — ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นมิตรอย่างยิ่งต่อดัชนี SET ของไทย:

    * กลุ่มส่งออก (DELTA, HANA, ห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์): คาดว่าราคาจะปรับตัวลงทันที การขาย NVDR ของต่างชาติยืนยันการลดความเสี่ยงของสถาบันแล้ว การเด้งกลับใดๆ มีแนวโน้มเป็น dead-cat bounce จนกว่าจะมีความชัดเจนด้านการเจรจาภาษี หลีกเลี่ยง หรือ ขายชอร์ตเมื่อราคาแข็งตัว

    * กลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP, TOP): ถูกโจมตีสองเด้งจากราคาน้ำมันร่วงจากอุปทานล้นตลาด + ความกลัวอุปสงค์ลดลงจากภาษี ข้อมูลกระแสเงินต่างชาติบ่งชี้การกระจายหุ้น รอให้ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพก่อนแล้วค่อยเข้าซื้อหุ้นที่ราคาต่ำ ถ่วงน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ (Underweight)

    * กลุ่มการเงิน (KBANK, SCB, BBL): ธนาคารเผชิญแรงกดดันทางอ้อมจาก GDP ที่ชะลอตัว ความเสี่ยง NPL ที่เพิ่มขึ้นจากการเลิกจ้างในภาคส่งออก และการปรับลดดอกเบี้ยของ ธปท. ที่อาจเกิดขึ้นซึ่งจะบีบอัตรากำไรส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ปรับลดดอกเบี้ยอาจเป็นปัจจัยหนุนในที่สุด กลางถึงระมัดระวัง (Neutral-to-Cautious)

    * หุ้นรับมือความผันผวน/หุ้นในประเทศ (BTS, ADVANC, TRUE, โรงพยาบาล): สินทรัพย์ปลอดภัยสัมพัทธ์ กระแสต่างชาติแสดงการโยกย้ายเข้าหุ้นเหล่านี้ ถ่วงน้ำหนักเกินเกณฑ์ (Overweight) เป็นการจัดสรรเชิงกลยุทธ์

    * หุ้นกลุ่มทองคำ: ได้ประโยชน์จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยแต่ผันผวน ซื้อเชิงกลยุทธ์เมื่อราคาอ่อนตัว


    📉 ระดับดัชนี SET ที่ต้องจับตา:


    – แนวรับทันที: 1,150 → 1,120 (เขตจุดต่ำสุด COVID ปี 2020)

    – แนวต้าน: 1,200 (แนวรับเดิมกลายเป็นแนวต้าน)

    – การปิดต่ำกว่า 1,150 อาจกระตุ้นการขายแบบบังคับจากบัญชีมาร์จิ้นและการหยุดขาดทุนของสถาบันในประเทศ

    ## 4. 📊 สรุปข้อมูล

    Ticker แนวโน้ม กระแสต่างประเทศ (24-36 ชม. NVDR) ปัจจัยมหภาค/ข่าวสาร ระดับความเสี่ยง (R:R/SL) ปริมาณซื้อขายพุ่ง ภาพรวมทั่วไป
    DELTA แนวโน้มขาลง ขายสุทธิหนัก ภาษี 36% สหรัฐฯ — อิเล็กทรอนิกส์ สูง / SL ต่ำกว่าจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ ใช่ — การกระจายหุ้น 🔴 ขาลง
    PTT แนวโน้มขาลง ขายสุทธิจำนวนมาก ช็อกน้ำมัน OPEC+ + ความกลัวภาษี สูง / SL ต่ำกว่า 200-DMA ใช่ — สถาบันขาย 🔴 ขาลง
    PTTEP แนวโน้มขาลง ขายสุทธิ การพังของราคาน้ำมันเบรนท์ สูง / SL ที่ $68 เทียบเท่า WTI ใช่ 🔴 ขาลง
    CPF แนวโน้มขาลง ขายสุทธิต่อเนื่อง ความเสี่ยงภาษีส่งออกอาหาร ปานกลาง-สูง ปานกลาง 🔴 ขาลง
    HANA แนวโน้มขาลง ขายสุทธิ เซมิคอนดักเตอร์/อิเล็กทรอนิกส์ สูง ใช่ 🔴 ขาลง
    BTS Sideways ซื้อสุทธิปานกลาง การเล่นในประเทศ / ปลอดภาษี ต่ำ-ปานกลาง เป็นกลาง 🟢 Defensive
    ADVANC Sideways ซื้อสุทธิเล็กน้อย โทรคมนาคม / หมุนเข้าหุ้น Defensive ต่ำ มีการสะสมเล็กน้อย 🟢 Defensive
    กองทุนทองคำ ETF แนวโน้มขาขึ้น ผสม (ขายทำกำไร) ทองคำ ATH / แหล่งปลอดภัย ปานกลาง ใช่ 🟡 ซื้อเชิงกลยุทธ์

    > ⚡ บรรทัดล่าง: ตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วงความเสี่ยงสูง ซึ่งขับเคลื่อนโดยมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่รุนแรงที่สุดต่อไทยในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ประกอบกับราคาน้ำมันที่ร่วงลงและข้อมูลการผลิตทั่วโลกที่อ่อนแอ กระแส NVDR ของต่างชาติมีแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจนในหุ้นกลุ่มส่งออกและพลังงาน การหมุนเข้าสู่หุ้นรับมือความผันผวนในประเทศเป็นเพียงท่าทีเชิงกลยุทธ์เดียวที่ใช้ได้ การรักษาเงินทุนควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก จนกว่าจะมีความชัดเจนในการเจรจาภาษี หรือจนกว่าธปท./รัฐบาลจะประกาศมาตรการกระตุ้นการคลังเพื่อชดเชยผลกระทบจากการส่งออก

    – ข้อปฏิเสธความรับผิด: ข้อมูลที่ให้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มนี้นำเสนอข้อมูลตามสภาพที่เป็นอยู่ (‘as-is’) และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ โปรดดำเนินการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุน

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 13 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.54 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.77%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.46%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.47 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 9.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 9.90%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.92%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 151.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 127.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.10%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.94%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.90%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 40.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.29%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 151.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.23%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.02%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 102.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.36%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.99%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 10.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.05%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 190.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.99%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.31% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.89%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 248.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.84%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.32% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.77%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.76%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.69%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.97 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.50% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.55%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 89.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.46%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 33.00 – 34.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.50% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 43.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.39%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 110.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.30%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 29.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.39%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 13 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.54 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.77%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.78 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.45 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.34%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 9.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 9.84%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.99%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 152.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.17%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 128.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.07%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.94%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.84%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.48%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.28%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 151.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.26%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.14%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 102.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.36%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.10 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.11%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.99%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 10.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.10%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 190.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.99%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.31% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.89%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.85%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 248.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.84%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.32% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.78 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.78%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.77%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.04 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.63%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.97 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.50% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.58%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 90.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.38%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 33.00 – 34.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.50% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 44.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.37%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 109.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.34%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.42%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7746.19 -2.31 -0.03 % 2026-08-13
    US30 INDU:IND 53737 -33.25 -0.06 % 2026-08-13
    US100 US100:IND 29657 -85.5 -0.29 % 2026-08-13
    Vilnius VILSE:IND 1511 -3.23 -0.21 % 2026-08-13
    US1000 RIY:IND 4225.46 +11.79 +0.28 % 2026-08-13
    TUN TUSISE:IND 19921 -35.31 -0.18 % 2026-08-13
    USE All Share ALSIUG:IND 2231.48 +8.45 +0.38 % 2026-08-13
    ZSI Industrials INDZI:IND 471.43 +0.08 +0.02 % 2026-08-13

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6554 +18.15 +0.28 % 2026-08-13
    EU600 STOXX:IND 659.48 -1.03 -0.16 % 2026-08-13
    EU100 N100:IND 1973 -4.11 -0.21 % 2026-08-13
    EU350 SPE350:IND 2686.48 -0.34 -0.01 % 2026-08-13
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 321.19 +1.12 +0.35 % 2026-08-13

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4691 +27.13 +0.58 % 2026-08-13
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24436 -35.75 -0.15 % 2026-08-13
    AU50 AS52:IND 8922 -51.9 -0.58 % 2026-08-13

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 68564 +1 +1.54 % 2026-08-13
    GB100 UKX:IND 10833 -11.04 -0.1 % 2026-08-13
    DE40 DAX:IND 26388 +56.43 +0.21 % 2026-08-13
    FR40 CAC:IND 8675 -40 -0.46 % 2026-08-13
    IT40 FTSEMIB:IND 53699 -7.55 -0.01 % 2026-08-13
    ES35 IBEX:IND 20204 -9.2 -0.05 % 2026-08-13
    ASX200 AS51:IND 9119 -90.4 -0.98 % 2026-08-13
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3947 +12.58 +0.32 % 2026-08-13
    SENSEX SENSEX:IND 77966 -187.9 -0.24 % 2026-08-13
    TSX SPTSX:IND 36662 +186.22 +0.51 % 2026-08-13
    MOEX INDEXCF:IND 2301 -22.39 -0.96 % 2026-08-13
    IBOVESPA IBOV:IND 167491 -384 -0.23 % 2026-08-13
    IPC MEXBOL:IND 65756 +191.21 +0.29 % 2026-08-13
    NL30 AEX:IND 1112 -4.49 -0.4 % 2026-08-13
    CH20 SMI:IND 14449 -125.78 -0.86 % 2026-08-13
    SAALL JALSH:IND 114981 -961.83 -0.83 % 2026-08-13
    STI FSSTI:IND 5721 -33.42 -0.58 % 2026-08-13
    HK50 HSI:IND 25440 -212.65 -0.83 % 2026-08-13
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13807 -35.33 -0.26 % 2026-08-13
    BIST 100 XU100:IND 14110 +405.62 +2.96 % 2026-08-13
    Stockholm 30 S30:IND 3291 -5.62 -0.17 % 2026-08-13
    WIG WIG:IND 153948 +511.82 +0.33 % 2026-08-13
    BE20 BEL20:IND 5723 +3.86 +0.07 % 2026-08-13
    Oslo OSEAX:IND 2439 +8.89 +0.37 % 2026-08-13
    ATX ATX:IND 6710 +37.23 +0.56 % 2026-08-13
    Copenhagen KFX:IND 1611 +13 +0.81 % 2026-08-13
    Helsinki HEX:IND 13402 +189.93 +1.44 % 2026-08-13
    Helsinki 25 HEX25:IND 6307 +67.44 +1.08 % 2026-08-13
    ISEQ ISEQ:IND 14453 +219.05 +1.54 % 2026-08-13
    Athens General ASE:IND 2614 -0.71 -0.03 % 2026-08-13
    PSI Geral BVLX:IND 6264 +44.25 +0.71 % 2026-08-13
    PSI PSI20:IND 9274 +63 +0.68 % 2026-08-13
    PX PX:IND 2773 +10.59 +0.38 % 2026-08-13
    BET BET:IND 35749 -211.06 -0.59 % 2026-08-13
    BUX BUX:IND 150382 +477.79 +0.32 % 2026-08-13
    SAX SKSM:IND 326 +1.72 +0.53 % 2026-08-13
    LuxX LUXXX:IND 2026 -3.15 -0.16 % 2026-08-13
    CROBEX CRO:IND 4413 -7.52 -0.17 % 2026-08-13
    SOFIX SOFIX:IND 1330 -2.44 -0.18 % 2026-08-13
    SBITOP SBITOP:IND 3217 -12.26 -0.38 % 2026-08-13
    BELEX 15 BELEX15:IND 1301 0 0 2026-08-13
    SASX 10 SASX10:IND 1527 -0.45 -0.03 % 2026-08-13
    CSE General CYSMMAPA:IND 320 +0.49 +0.15 % 2026-08-13
    Tallinn TALSE:IND 2150 -4.51 -0.21 % 2026-08-13
    Riga RIGSE:IND 926 -3.35 -0.36 % 2026-08-13
    ICEX ICEXI:IND 2052 +12.62 +0.62 % 2026-08-13
    MBI 10 MBI:IND 9247 +2.72 +0.03 % 2026-08-13
    MSE MALTEX:IND 4155 +22.2 +0.54 % 2026-08-13
    Monex MONEX:IND 17550.69 0 0 2026-08-13
    DE Mid MDAX:IND 32332.12 +105.36 +0.33 % 2026-08-13
    DE Small SDAX:IND 18502.64 -68.5 -0.37 % 2026-08-13
    Ecuador General BVQA:IND 1761 -1.98 -0.11 % 2026-08-13
    Merval MERVAL:IND 2999524 -22 -0.76 % 2026-08-13
    IBC IBVC:IND 5142 -94.72 -1.81 % 2026-08-13
    COLCAP COLCAP:IND 2430 +7.08 +0.29 % 2026-08-13
    IGPA IGPA:IND 55153 -1 -2.5 % 2026-08-13
    BVPSI BVPSBVPS:IND 715 -0.01 0 2026-08-13
    BSX BSX:IND 3949 0 0 2026-08-13
    JSE JMSMX:IND 369026 -831.68 -0.22 % 2026-08-13
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2938 +8.46 +0.29 % 2026-08-13
    CH50 XIN9:IND 15033.37 +61.06 +0.41 % 2026-08-13
    DSE Broad DSEX:IND 5897 -6.26 -0.11 % 2026-08-13
    JCI JCI:IND 6374 +105.97 +1.69 % 2026-08-13
    TASI SASEIDX:IND 10844 +10.94 +0.1 % 2026-08-13
    TSI TWSE:IND 45518 +397.35 +0.88 % 2026-08-13
    ADX General ADSMI:IND 10013 +5.4 +0.05 % 2026-08-13
    SET 50 SET50:IND 1081 0 0 2026-08-13
    FKLCI FBMKLCI:IND 1742 +10.15 +0.59 % 2026-08-13
    TA-125 TA-125:IND 4065 +32.05 +0.79 % 2026-08-13
    PSEi PCOMP:IND 6367 +39.75 +0.63 % 2026-08-13
    KSE 100 KSE100:IND 180311 +464.53 +0.26 % 2026-08-13
    KASE KZKAK:IND 8045 +47.46 +0.59 % 2026-08-13
    QE DSM:IND 10056 +37.54 +0.37 % 2026-08-13
    HNX VHINDEX:IND 288.45 -2.46 -0.85 % 2026-08-13
    VN VNINDEX:IND 1793 +19.77 +1.11 % 2026-08-13
    MSM 30 MSM30:IND 7482 +15.17 +0.2 % 2026-08-13
    ASPI CSEALL:IND 21419 +15.77 +0.07 % 2026-08-13
    Blom BLOM:IND 1745 +10.36 +0.6 % 2026-08-13
    ASE JOSMGNFF:IND 3972 -19 -0.48 % 2026-08-13
    LSX Composite LSXC:IND 1326 -0.23 -0.02 % 2026-08-13
    MSE 20 MSETOP:IND 55220 +71.58 +0.13 % 2026-08-13
    DFM General DFMGI:IND 5920 +40.52 +0.69 % 2026-08-13
    Kuwait All Share BKA:IND 8836.02 -41.23 -0.46 % 2026-08-13
    JPVIX VXJ:IND 32.06 +7.07 +28.29 % 2026-08-13
    Estirad BHSEEI:IND 1955.63 -1.3 -0.07 % 2026-08-13
    ASX All Share AS30:IND 9360 -44.6 -0.47 % 2026-08-13
    NSE All Share NGSEINDX:IND 243967 -2 -1.12 % 2026-08-13
    SA40 TOP40:IND 107214 -871.2 -0.81 % 2026-08-13
    EGX 30 CASE:IND 55040 +210.44 +0.38 % 2026-08-13
    CFG 25 MOSENEW:IND 18826 +121.76 +0.65 % 2026-08-13
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4125 +12.23 +0.3 % 2026-08-13
    Nairobi All Share NSEASI:IND 237 +0.71 +0.3 % 2026-08-13
    DSEI DARSDSEI:IND 4178 +20.2 +0.49 % 2026-08-13
    GGSECI GGSECI:IND 15274 -19.5 -0.13 % 2026-08-13
    SEMDEX SEMDEX:IND 2275 +2.88 +0.13 % 2026-08-13
    NSX Overall FTN098:IND 2436 +5.13 +0.21 % 2026-08-13
    Gaborone BGSMDC:IND 11209 +3.14 +0.03 % 2026-08-13

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15284 +0.0003 +0.03 % +0.0295 % +0.9474 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34971 +0.0002 +0.02 % +0.3174 % +0.7886 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70617 -0.0001 -0.01 % +0.4181 % +1.2445 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58597 0 -0.01 % -0.1755 % +0.8554 %
    USDJPY USDJPY:CUR 159.32 -0.1105 -0.07 % +0.5659 % -1.8034 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74423 -0.0017 -0.03 % -0.0502 % -0.4377 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.81282 -0.0008 -0.1 % +0.0726 % +0.4709 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39402 0 0 -0.5202 % -0.8549 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.0582 -0.0011 -0.01 % -0.892 % -2.1083 %
    USDINR USDINR:CUR 95.3449 +0.003 0 +0.2783 % -0.576 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1968 +0.0061 +0.12 % +1.1267 % +0.8911 %
    USDRUB USDRUB:CUR 82.71 +0.1 +0.12 % +2.1426 % +7.9413 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1413.86 -4.2 -0.3 % -0.6563 % -5.075 %
    DXY DXY:CUR 99.939 -0.0284 -0.03 % +0.0086 % -0.9715 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.775 +0.0102 +0.02 % +0.3493 % +1.5984 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.57419 -0.0089 -0.09 % +0.6463 % -0.9427 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.73367 -0.0013 -0.03 % -0.0064 % -1.421 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.48999 -0.0049 -0.05 % -0.581 % -2.1045 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1368 +0.0183 +0.11 % -1.3432 % -1.424 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.48454 -0.0017 -0.03 % -0.0318 % -0.9378 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.27958 -0.001 -0.08 % -0.314 % -0.9199 %
    USDILS USDILS:CUR 2.97217 -0.0126 -0.42 % -1.4565 % -1.1846 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.8466 -0.0004 0 +0.0232 % +0.1121 %
    USDCLP USDCLP:CUR 914.59 +0.64 +0.07 % +0.07 % -1.7521 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.8 +0.02 +0.01 % +0.0872 % -0.1079 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.0126 -0.0182 -0.09 % -0.1236 % -0.986 %
    USDHUF USDHUF:CUR 315.774 -0.41 -0.13 % -0.3805 % +0.4864 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15284 +0.0003 +0.03 % +0.0295 % +0.9474 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34971 +0.0002 +0.02 % +0.3174 % +0.7886 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.81282 -0.0008 -0.1 % +0.0726 % +0.4709 %
    USDRUB USDRUB:CUR 82.71 +0.1 +0.12 % +2.1426 % +7.9413 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.775 +0.0102 +0.02 % +0.3493 % +1.5984 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.57419 -0.0089 -0.09 % +0.6463 % -0.9427 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.73367 -0.0013 -0.03 % -0.0064 % -1.421 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.48999 -0.0049 -0.05 % -0.581 % -2.1045 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.48454 -0.0017 -0.03 % -0.0318 % -0.9378 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.0126 -0.0182 -0.09 % -0.1236 % -0.986 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5412 -0.0015 -0.03 % -0.421 % -0.9963 %
    USDHUF USDHUF:CUR 315.774 -0.41 -0.13 % -0.3805 % +0.4864 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.678 -0.072 -0.16 % -0.1609 % -0.6051 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.9862 0 0 +0.7864 % +3.6803 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.791 -0.0099 -0.01 % -0.0594 % -0.9606 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6964 -0.0004 -0.02 % -0.0589 % -0.9344 %
    USDISK USDISK:CUR 123.18 -0.04 -0.03 % -0.3237 % -1.8955 %
    USDALL USDALL:CUR 80.555 -0.02 -0.02 % -0.1797 % -2.0489 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.24 -0.07 -0.13 % -0.0563 % -1.252 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.22 -0.05 -0.29 % -0.5774 % -1.6 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39402 0 0 -0.5202 % -0.8549 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.0582 -0.0011 -0.01 % -0.892 % -2.1083 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1968 +0.0061 +0.12 % +1.1267 % +0.8911 %
    DXY DXY:CUR 99.939 -0.0284 -0.03 % +0.0086 % -0.9715 %
    USDARS USDARS:CUR 1492.49 +0.0405 0 -0.4833 % +1.4964 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3147.91 -1 -0.03 % -0.3782 % -3.5449 %
    USDCLP USDCLP:CUR 914.59 +0.64 +0.07 % +0.07 % -1.7521 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.3595 0 0 -0.5918 % -0.9406 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.38 0 0 0 -0.2051 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.629 +0.0035 +0.05 % -0.0131 % 0
    USDURY USDURY:CUR 40.2477 0 0 -0.0181 % +0.0067 %
    USDCRC USDCRC:CUR 449 -5.26 -1.16 % -1.3013 % -1.4227 %
    USDPAB USDPAB:CUR 1.0006 0 0 +0.06 % +0.06 %
    USDBOB USDBOB:CUR 11.7935 0 0 -0.7699 % +13.1271 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5966.51 0 0 +0.3456 % -1.634 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.7491 0 0 -0.0651 % -0.0617 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.7814 0 0 +0.0487 % -0.0928 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8091 +0.0055 +0.02 % +0.0224 % +0.1087 %
    USDJMD USDJMD:CUR 158.295 0 0 -0.3243 % -0.1356 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.7977 0 0 -0.0063 % -0.0063 %
    USDHTG USDHTG:CUR 130.788 0 0 +0.0291 % +0.0673 %
    USDBSD USDBSD:CUR 0.9999 0 0 -0.01 % -0.01 %
    USDSRD USDSRD:CUR 37.7161 -0.0182 -0.05 % -0.1578 % +0.3117 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209.3 0 0 0 +0.2395 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 765.4 0 0 +1.2752 % +5.5957 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 159.32 -0.1105 -0.07 % +0.5659 % -1.8034 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74423 -0.0017 -0.03 % -0.0502 % -0.4377 %
    USDINR USDINR:CUR 95.3449 +0.003 0 +0.2783 % -0.576 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1413.86 -4.2 -0.3 % -0.6563 % -5.075 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17869.4 +7.4 +0.04 % -0.2323 % -1.006 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.7546 +0.0033 +0.09 % -0.0306 % -0.0519 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.21 -0.022 -0.07 % -0.124 % +0.1654 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1374625 +153 +0.01 % +0.0233 % -0.0449 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6725 -0.0004 -0.01 % -0.0136 % -0.0136 %
    USDTHB USDTHB:CUR 33.079 -0.031 -0.09 % -0.1238 % -1.1387 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.0851 -0.0005 -0.01 % -0.1589 % +0.1741 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.27958 -0.001 -0.08 % -0.314 % -0.9199 %
    USDILS USDILS:CUR 2.97217 -0.0126 -0.42 % -1.4565 % -1.1846 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.8466 -0.0004 0 +0.0232 % +0.1121 %
    USDPHP USDPHP:CUR 61.215 -0.049 -0.08 % +0.6975 % -0.6282 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.8 +0.02 +0.01 % +0.0872 % -0.1079 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1310.5 0 0 +0.0382 % +0.0343 %
    USDKZT USDKZT:CUR 465.51 +0.735 +0.16 % -0.9279 % -1.8719 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.6458 0 0 +0.0439 % +0.0137 %
    USDVND USDVND:CUR 26049.5 -87 -0.33 % -0.7676 % -0.7827 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.15 -0.3 -0.24 % -0.513 % -0.1014 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.385 +0.0003 +0.07 % +0.0728 % +0.0728 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 -0.0103 -0.6 % 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 334.23 0 0 -0.3459 % -0.5771 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122 -0.05 -0.04 % -0.0164 % +0.0164 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11958 0 0 +0.3555 % -0.8909 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.086 +0.0014 +0.02 % +0.047 % +0.1375 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.5 -0.01 -0.28 % 0 0
    USDLBP USDLBP:CUR 89683.57 0 0 +0.1492 % +0.1492 %
    USDYER USDYER:CUR 237.15 0 0 -0.1726 % -0.6077 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.377 0 -0.01 % -0.0212 % -0.0186 %
    USDAFN USDAFN:CUR 65.5 0 0 -0.4257 % -0.6823 %
    USDNPR USDNPR:CUR 152.426 0 0 +0.0433 % -0.9771 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2796 -0.0003 -0.02 % -0.1327 % -1.1587 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4056 0 0 +0.0247 % +0.4706 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.617 -0.001 -0.04 % +0.0765 % -0.4186 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3598 0 0 +0.0278 % +0.4046 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22552.5 0 0 -0.1152 % -0.2389 %
    USDAMD USDAMD:CUR 365.91 0 0 -0.0628 % -0.2127 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.2491 0 0 +0.0985 % +0.0985 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 0 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.3091 -0.0001 -0.02 % -0.1905 % -0.1776 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70617 -0.0001 -0.01 % +0.4181 % +1.2445 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58597 0 -0.01 % -0.1755 % +0.8554 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.405 0 0 -0.3236 % +0.0727 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.875 0 0 +0.1736 % -0.7263 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.2135 +0.0005 +0.02 % +0.1357 % -1.1257 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1363.47 +0.03 0 +0.0719 % -1.2665 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1368 +0.0183 +0.11 % -1.3432 % -1.424 %
    USDZMW USDZMW:CUR 18.82 +0.002 +0.01 % -1.0567 % +3.8459 %
    USDEGP USDEGP:CUR 50.22 +0.04 +0.08 % +0.8434 % -0.0398 %
    USDDZD USDDZD:CUR 133.039 +0.147 +0.11 % +0.1687 % -0.2377 %
    USDAOA USDAOA:CUR 919.492 0 0 +0.0226 % +0.2718 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3026 -0.0387 -0.41 % -0.4143 % -0.2573 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.5 0 0 +0.0465 % +0.0549 %
    USDKES USDKES:CUR 129.25 -0.05 -0.04 % -0.0773 % 0
    USDETB USDETB:CUR 159.975 0 0 -0.3088 % +0.461 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2650 0 0 -0.1883 % +0.3788 %
    USDTND USDTND:CUR 2.937 0 0 +0.5409 % -0.4677 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.365 -0.0124 -0.19 % +0.0346 % -0.6245 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.4 +0.1167 +1.03 % -2.9655 % -0.9135 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 0 -0.6076 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3709.21 0 0 -0.3988 % +0.0969 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.91 +0.31 +0.49 % +0.4874 % +0.0156 %
    USDBWP USDBWP:CUR 14.0957 -0.0398 -0.28 % +0.1321 % +3.9245 %
    USDXAF USDXAF:CUR 568.605 0 0 -1.5121 % -1.9562 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.132 -0.01 -0.06 % -1.1562 % -2.0344 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5012.647 0 0 +0.2136 % +6.7823 %
    USDMUR USDMUR:CUR 47.07 0 0 +0.2769 % -0.5073 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4307.5 0 0 -0.245 % +0.1977 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1468 0 0 -0.0633 % +0.077 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8784.5 -34.5 -0.39 % +0.0057 % +0.1596 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.22 +0.01 +0.02 % +0.1245 % +0.6507 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24035.4 0 0 +0.0321 % -0.1899 %
    USDXOF USDXOF:CUR 568 0 0 -0.044 % -1.3889 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.67 0 0 0 0
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.15 0 0 -1.3162 % -1.3819 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2989.81 +0.31 +0.01 % +0.0341 % +0.3124 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.1336 +0.0004 0 -1.1464 % -2.071 %
    USDLRD USDLRD:CUR 178 0 0 -1.7824 % -1.9395 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.8421 -0.0069 -0.01 % -0.0713 % -1.0681 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 13.7883 -0.0013 -0.01 % -6.4198 % -6.6769 %
    USDSOS USDSOS:CUR 571.5 +0.08 +0.01 % 0 0
    USDGMD USDGMD:CUR 74.675 -0.875 -1.16 % +0.3022 % +0.5385 %
    USDKMF USDKMF:CUR 428 0 0 +0.1615 % -0.9832 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4639 -0.0055 -0.03 % +0.1951 % -1.3009 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.574 -0.0304 -0.11 % -0.217 % -0.9014 %

    VGI

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจหุ้น VGI — บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าดู (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือเดิม ถือต่อ; เงินปันผลตอบแทน 2.66% ช่วยชดเชย; จุดตัดขาดทุนที่ 0.95
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง (ฐานสะสมเชิงมูลค่าเชิงลึก, ไม่มีตัวเร่ง)
    ระดับความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วันเพื่อรอการ breakout จาก squeeze; หลายเดือนสำหรับการฟื้นตัว)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~0.99 บาท (ระดับราคาอ้างอิงเข้า)
    วันที่ของราคา 10 สิงหาคม 2569 (NVDR)
    สถานะ setup รอสัญญาณทริกเกอร์ — R/R ที่ให้มา 2.00 ถูกปฏิเสธเนื่องจากไม่ถูกต้อง (ค่าจริง = 1.00)

    บทสรุปการตัดสินใจ: VGI เป็นหุ้น blue-chip เดิมในกลุ่มสื่อ/โฆษณาที่ร่วงลงสู่ระดับหุ้นเพนนี (0.99 บาท, -93% จากจุดสูงสุดก่อนโควิด) ตอนนี้กำลังสะสมตัวใน squeeze ที่กรอบ 0.95–1.01 โดย Keltner แบนราบและ MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ R/R ที่ 1.00 (เสี่ยง 4 สตางค์ต่อผลตอบแทน 4 สตางค์ ตรวจสอบอิสระแล้ว) ต่ำกว่าเกณฑ์และขัดแย้งกับค่า 2.00 ที่ให้มา เสน่ห์เชิงมูลค่าเชิงลึก (P/BV 0.50) ถูกลดทอนด้วยผลขาดทุนต่อเนื่อง (-195 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2569) และ NVDR ขาย 2 วัน ยังไม่มีเหตุให้เข้าซื้อจนกว่า squeeze จะคลายตัวเหนือ 1.01 พร้อมวอลุ่ม และโดยหลักการจนกว่ากำไรจะกลับมา

    2. บัตรคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน การค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แกว่งตัวออกข้างที่จุดต่ำสุดหลายปี; อยู่ใน squeeze; Keltner แบน; กรอบ 0.95–1.01 เป็นกลาง ปานกลาง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มแห้ง; MACD ที่เส้นศูนย์ (จุดเปลี่ยนสำคัญ); RSI เป็นกลาง เป็นกลาง ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งคืน ไม่มีข้อมูล N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูลส่งคืน ไม่มีข้อมูล N/A
    NVDR สัดส่วน -8.53%, ขาย 2 วัน, วอลุ่ม 1.76 เท่า, ยอดสะสม 3 วัน +3.24 ล้านบาท; มีสัญญาณสภาพคล่อง < 100 ล้าน เป็นกลาง (สัญญาณเตือนการกระจายตัวระยะแรก) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง ขาดทุนไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2569 -195 ล้านบาท (เทียบกับ -341 ล้านบาทปีก่อน — ดีขึ้น); P/BV 0.50 (มูลค่าเชิงลึก); ผลตอบแทนปันผล 2.66%; ไม่มีบทวิเคราะห์; การเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Media ผสม (ดีขึ้นแต่ยังขาดทุน) ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/BV 0.50 (มีสินทรัพย์รองรับ); P/E ติดลบ (ขาดทุน); รายได้ลดลง; ผลตอบแทนปันผล 2.66% ผสม (มูลค่าเชิงลึกแต่ยังขาดทุน) ปานกลาง

    การบรรจบกันของหลักฐานโดยรวม: ผสม — มูลค่าเชิงลึกและปัจจัยพื้นฐานที่ฟื้นตัว กับ กำไรติดลบและไม่มีตัวเร่ง

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ออกข้าง (สะสมตัวที่จุดต่ำสุดหลายปี 0.95–1.01)
    • วัฏจักรตลาด: ศักยภาพการสะสม — ตามความรู้ RAG: “ราคาออกข้างในโซนล่าง + วอลุ่มพุ่งเมื่อราคาลงแต่ไม่หลุดแนวรับ = วัฏจักร: การสะสม” VGI เข้าข่ายรูปแบบนี้: การร่วงลงรุนแรงตามด้วยฐานสะสมตัวยืดเยื้อ
    • แนวรับสำคัญ: 0.95 (ทันที / จุดตัดขาดทุนที่ให้มา), 0.66 (ต่ำสุด 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 1.01 (ทันที), 1.03 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา), 2.86 (สูงสุด 52 สัปดาห์ — ห่างไกล)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ — เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ในตลาดออกข้าง ตามความรู้ RAG: “ในตลาด sideways/range ให้โฟกัส RSI, Stochastic และ Bollinger Bands” เส้นศูนย์ MACD ไม่ได้ให้ทิศทาง
    • การตีความ Big Lot: ไม่มีข้อมูล
    • การตีความ Short Selling: ไม่มีข้อมูล
    • การตีความ NVDR: ขายติดต่อกันสองวันที่ -8.53% วอลุ่ม 1.76 เท่า แต่ยอดสะสม 3 วันยังเป็นบวก +3.24 ล้านบาท เป็นสัญญาณเตือนการกระจายตัวระยะแรกที่ยังไม่ท่วมการซื้อก่อนหน้า สัญญาณสภาพคล่อง (< 100 ล้าน) ลดความน่าเชื่อถือ ถือเป็น สัญญาณระวังเล็กน้อย
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: ภาพกระแสเงินทุนไม่เพียงพอต่อการชี้ทิศทางใด ๆ ฐานสะสมทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานที่ฟื้นตัว (ขาดทุนแคบลงจาก -341 ล้านเป็น -195 ล้าน) เป็นสัญญาณเชิงบวกเพียงอย่างเดียว

    ข้อกล่าวอ้างที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่มีค่า EMA 50 และ EMA 200, ไม่ระบุทิศทาง MACD crossover, ไม่มีบทวิเคราะห์, R/R ที่ให้มา 2.00 ไม่ถูกต้องทางคณิตศาสตร์ — ตรวจสอบอิสระเป็น (1.03 − 0.99) / (0.99 − 0.95) = 0.04 / 0.04 = 1.00

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่ทำการเทรด — R/R ที่ให้มาไม่ถูกต้อง, R/R จริง 1.00 ต่ำกว่าเกณฑ์
    • โซนเข้า: 0.95–0.97 (ย่อลงมาที่ปลายล่างของฐานสะสม)
    • ทริกเกอร์เข้า: การย่อลงมาที่ 0.96 จะให้ R/R = (1.03 − 0.96) / (0.96 − 0.95) = 0.07 / 0.01 = 7.00 — เป็นไปได้ หรือการ breakout ขึ้นเหนือ 1.01 พร้อมวอลุ่ม ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย ทั้งสองกรณีต้องให้ NVDR กลับมาเป็นยอดซื้อสุทธิ
    • เป้าหมายที่ 1: 1.03 (ตามที่ให้มา)
    • เป้าหมายที่ 2: ~1.20 (สร้างขึ้น: แนวต้านของการสะสมตัวก่อนหน้า — ยังไม่ยืนยัน)
    • จุดตัดขาดทุน: 0.95 (ตามที่ให้มา)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงถึงเป้าหมาย 1: ที่ให้มา 2.00; ตรวจสอบอิสระ: 1.00 — ต่ำกว่าเกณฑ์
    • ห้ามเข้าหาก: ราคาปิดต่ำกว่า 0.95 หรือผลประกอบการไตรมาส 2 แสดงการเร่งตัวของขาดทุน

    5. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าดู (WATCH) — VGI เป็นหุ้น turnaround เชิงมูลค่าเชิงลึก (P/BV 0.50, ขาดทุนแคบลง, ปันผล 2.66%) ที่สะสมตัวที่จุดต่ำสุดหลายปี แต่ R/R ที่ให้มา 2.00 ไม่ถูกต้อง (จริง = 1.00), ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่มี, และ NVDR แสดงการขายเล็กน้อย ไม่มีเหตุให้เข้าซื้อจนกว่า: (a) การย่อลงมาที่ 0.95–0.96 ยังยืนได้พร้อม NVDR กลับมาซื้อ (R/R ≥ 7.0) หรือ (b) ปิดเหนือ 1.01 พร้อมวอลุ่ม ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย การปิดต่ำกว่า 0.95 ทำให้ฐานสะสมเป็นโมฆะ ประเมินใหม่หลังผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2569

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T07:39:45.600+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:VGI|company_name:VGI Public Company Limited|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:1.03|entry_price:0.99|sell_price:1.03|stop_loss_level:0.95|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:0.95|immediate_resistance:1.01|risk_reward_ratio:2`

    *รายงานนี้เป็นส่วนสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ไม่มีสภาพคล่อง*

    TURBO

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจหุ้น TURBO — บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าดู (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือเดิม ถือต่อ; ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 1.63
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง (แนวโน้มขาขึ้น, R/R ต่ำกว่าเกณฑ์, ไม่มีข้อมูล)
    ระดับความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วัน เพื่อรอการ breakout จาก squeeze)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~1.70 บาท (ระดับราคาอ้างอิงเข้า)
    วันที่ของราคา 10 สิงหาคม 2569 (NVDR)
    สถานะ setup รอสัญญาณทริกเกอร์ — R/R = 1.43 (ต่ำกว่าเกณฑ์), ไม่มีข้อมูลกระแสเงินทุน/ปัจจัยพื้นฐาน

    บทสรุปการตัดสินใจ: TURBO อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง โดยมีช่อง Keltner ที่ยกตัวสูงขึ้นและ MACD crossover แต่ค่า R/R ที่ให้มาที่ 1.43 นั้นอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.50 และข้อมูลทุกประเภทนอกเหนือจากข้อมูลทางเทคนิคเป็นช่องว่างทั้งหมด: ข้อมูล Big Lot, Short Selling และข้อมูลปัจจัยพื้นฐานทั้งหมด (กำไร, P/E, บทวิเคราะห์) ไม่สามารถหาได้อย่างสมบูรณ์ NVDR เป็นกลาง (+0.79% ด้วยสภาพคล่องที่เบาบาง) บริษัทสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคารที่ให้ผลตอบแทน +99% ตั้งแต่ต้นปีแต่ไม่มีข้อมูลปรากฏให้เห็นเลย สมควรแก่การรอคอยอย่างอดทน ไม่ใช่การลงมือ

    2. บัตรคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน การค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง, อยู่ใน squeeze, Keltner ยกตัวขึ้น กระทิง (trend) ปานกลาง
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มแห้ง; MACD “Crossover” (ทิศทางยังไม่ยืนยัน); RSI เป็นกลาง เป็นกลาง ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งคืน ไม่มีข้อมูล N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูลส่งคืน ไม่มีข้อมูล N/A
    NVDR สัดส่วน +0.79%, 1 วันซื้อ, วอลุ่ม 1.6 เท่า, ยอดสะสม +3.8 ล้านบาท; มีสัญญาณสภาพคล่อง < 100 ล้าน เป็นกลาง ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง ไม่พบผลลัพธ์เฉพาะในประเทศไทย; ไม่มีกำไร, ไม่มีบทวิเคราะห์; ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี +99%; บริษัทสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ที่ไม่ใช่ธนาคาร ไม่มีข้อมูล N/A
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน ไม่มีข้อมูล P/E, EPS, ROE, รายได้ หรือเงินปันผล ไม่มีข้อมูล N/A

    การบรรจบกันของหลักฐานโดยรวม: ไม่มีข้อมูล — มีเพียงข้อมูลทางเทคนิคเท่านั้นที่มีอยู่

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (แข็งแกร่ง)
    • วัฏจักรตลาด: Markup — Keltner ที่ยกตัวขึ้นยืนยันแนวโน้ม; squeeze แสดงถึงการพักตัวภายในแนวโน้ม
    • แนวรับสำคัญ: 1.64 (ทันที), 1.63 (จุดตัดขาดทุนที่ให้มา / จุด invalidate โครงสร้าง)
    • แนวต้านสำคัญ: 1.75 (ทันที), 1.80 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง MACD “Crossover” ทิศทางยังไม่ได้รับการยืนยัน — หากเป็นขาขึ้น จะสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้น; หากเป็นขาลง จะเตือนถึงการถดถอยของโมเมนตัม
    • การตีความ Big Lot / Short Selling / NVDR: ทั้งหมดว่างเปล่าอย่างแท้จริง NVDR เป็นกลางโดยมีความน่าเชื่อถือต่ำ ไม่มีหลักฐานด้านกระแสเงินทุนใดๆ ปรากฏ
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: ข้อดีเพียงอย่างเดียวคือแนวโน้มทางเทคนิค ไม่มีข้อมูลกระแสเงินทุนหรือปัจจัยพื้นฐานใดสนับสนุน

    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่ทำการเทรด — R/R ที่ 1.43 (ต่ำกว่าเกณฑ์) และไม่มีข้อมูลอิสระใดๆ
    • โซนเข้า: ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้องที่ระดับราคาปัจจุบัน
    • ทริกเกอร์เข้า: การปรับฐานมาที่ 1.64–1.66 จะทำให้เกิด R/R ≥ 2.3 — เป็นไปได้ หรือการ breakout ขึ้นเหนือ 1.75 พร้อมวอลุ่ม ≥ 2.0 เท่า
    • เป้าหมายที่ 1: 1.80 (ตามที่ให้มา)
    • จุดตัดขาดทุน: 1.63
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (R/R): (1.80 − 1.70) / (1.70 − 1.63) = 1.43 — ต่ำกว่าเกณฑ์ การเข้าที่จุดปรับฐานที่ 1.65: (1.80 − 1.65) / (1.65 − 1.63) = 0.15 / 0.02 = 7.50 — เป็นไปได้ แต่ต้องใช้ความอดทนและการยืนยันข้อมูล

    5. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าดู (WATCH) — TURBO มีแนวโน้มทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง แต่ R/R ที่ 1.43 นั้นต่ำกว่าเกณฑ์ และข้อมูลทุกประเภทนอกเหนือจากข้อมูลทางเทคนิคไม่มีปรากฏ (Big Lot, Short Selling, NVDR เป็นกลาง, ข้อมูลปัจจัยพื้นฐานเป็นศูนย์) การปรับฐานมาที่ 1.64–1.66 จะทำให้เกิด R/R ที่เป็นไปได้ แต่ต้องมีการตรวจสอบปัจจัยพื้นฐานอย่างอิสระก่อนเข้า การปิดต่ำกว่า 1.63 จะทำให้แนวโน้มเป็นโมฆะ ไม่มีเหตุผลรองรับการดำเนินการใดๆ ด้วยข้อมูลที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T07:35:39.955+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:TURBO|company_name:เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:1.8|entry_price:1.7|sell_price:1.8|stop_loss_level:1.63|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:1.64|immediate_resistance:1.75|risk_reward_ratio:1.43`

    *รายงานนี้เป็นส่วนสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ไม่มีสภาพคล่อง*

    TFG

    Trading Chart

    🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: TFG อยู่ในช่วง Sideways Consolidation ภายในกรอบ 9.45–10.05 ภายใต้แนวโน้มเชิงลบจากปัจจัยพื้นฐาน สัญญาณทางเทคนิคเป็นกลาง (RSI, MACD ไม่ระบุทิศทาง) แต่มีสัญญาณเตือนจากกระแสเงินทุนที่อาจเกิดการกระจายหุ้น

    🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำ หลีกเลี่ยง (AVOID) อย่างเด็ดขาด ไม่มีโซนเข้าที่สมเหตุสมผล อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (R/R) อยู่ที่ 0.33 หมายความว่าเสี่ยง 3 บาทเพื่อหวังผลตอบแทน 1 บาท ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์อย่างมากและเป็นค่าที่แย่ที่สุดในการวิเคราะห์นี้

    🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [❌ สัญญาณอันตราย-ไม่น่าสนใจ] แม้วอลุ่มโดยรวมแห้งเหือด แต่เกิดความผิดปกติรุนแรงของปริมาณ NVDR พุ่งสูงผิดปกติ 11.76 เท่า ในวันที่ขายสุทธิ ซึ่งบ่งชี้ว่า Smart Money/Whales กำลัง กระจายหุ้น ออกจากสินทรัพย์นี้ สอดคล้องกับผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่ขาดทุน — ไม่คุ้มค่าแก่การติดตาม จนกว่าปัจจัยพื้นฐานจะฟื้นตัว

    🚨 การควบคุมความเสี่ยง: หลีกเลี่ยงการเปิดสถานะใหม่โดยสิ้นเชิง ผู้ถือหุ้นเดิมให้ตั้งจุดตัดขาดทุนเด็ดขาดที่ 9.45 บาท หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้และยืนยันการพังทลายของกรอบราคา ให้ ลดสัดส่วนหรือขายออกทันที

    TEAM

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: TEAM — บริษัท ทีมพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก หลีกเลี่ยง (AVOID)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือเฉพาะเมื่อต้นทุนต่ำกว่า 4.50; ไม่เช่นนั้นให้ลดสัดส่วน
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง (ไม่มีตัวเร่ง, ไม่มีการยืนยันกระแสเงินทุน)
    ความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา N/A (ไม่มีแผนการเทรดที่สามารถดำเนินการได้)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~4.72 บาท (ประมาณการจากระดับราคาเข้า)
    วันที่ของราคา 2026-08-10 (NVDR) / ไม่มีการยืนยันราคาอิสระ
    สถานะแผนการเทรด ไม่สมเหตุสมผล — R/R = 1.00 (ต่ำกว่าเกณฑ์), กรอบเวลายังไม่ยืนยัน, ข้อมูลไม่สมบูรณ์อย่างยิ่ง

    บทสรุปการตัดสินใจ: TEAM นำเสนอภาพรวมที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาหุ้นที่วิเคราะห์ทั้งหมด R/R ที่ให้มา 1.00 เป็นอัตราส่วนที่ต่ำที่สุดที่ผ่านการตรวจสอบ — ผลตอบแทน 1 สตางค์ต่อความเสี่ยง 1 สตางค์ หมายความว่าการเทรดนี้ไม่มีขอบความได้เปรียบ Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานทั้งคู่ NVDR เป็นกลางบนสภาพคล่องที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าต่ำ กรอบเวลากราฟ “ยังไม่ยืนยัน” และข้อมูลปัจจัยพื้นฐานเพียงตัวเดียวคือ EPS 0.36 บาท (ไม่มี P/E, ไม่มีรายได้, ไม่มีบทวิเคราะห์นักวิเคราะห์) หุ้นกลุ่ม EMS (Electronics Manufacturing Services) ขนาดเล็กที่ไม่มีการยืนยันกระแสเงินทุนและไม่มีการมองเห็นปัจจัยพื้นฐาน สมควรหลีกเลี่ยง

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง Sideways consolidation, in-squeeze, Keltner แบนราบ, กรอบ 4.50–4.84 เป็นกลาง ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้ง; MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ (จุดเปลี่ยนสำคัญ, ยังไม่คลี่คลาย); RSI เป็นกลาง เป็นกลาง ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    NVDR สัดส่วน -2.72%, ขาย 1 วัน, ยอดสะสม 3 วัน +3.99 ล้านบาท; สภาพคล่อง < 100 ล้านบาท เป็นกลาง (ไม่มีสัญญาณ) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง EPS ~0.36 บาท; ผู้ให้บริการ EMS (ประกอบ PCB); ไม่มีวันที่ประกาศงบไตรมาส 2; ไม่มีบทวิเคราะห์นักวิเคราะห์; ไม่มีข้อมูลเงินปันผล ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน ไม่มี P/E, ไม่มีรายได้, ไม่มี ROE, ไม่มี P/BV จากทุกแหล่งข้อมูล ไม่พร้อมใช้งาน N/A

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: ไม่พร้อมใช้งาน — มีเพียงข้อมูลเทคนิค; ไม่มีการยืนยันจากกระแสเงินทุนหรือปัจจัยพื้นฐาน

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: Sideways (สะสมกำลังภายในกรอบ 4.50–4.84)
    • วัฏจักรตลาด: ไม่ชัดเจน — squeeze บ่งชี้ถึงการบีบอัดก่อนการเคลื่อนตัวเชิงทิศทาง แต่ไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ทิศทาง
    • แนวรับสำคัญ: 4.50 (แนวรับทันที / จุดตัดขาดทุนที่ให้มา / การทำให้โครงสร้างเสียหาย)
    • แนวต้านสำคัญ: 4.84 (แนวต้านทันที / ที่ให้มา), 4.92 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง — ไม่มีภาวะสุดขั้ว MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ ในตลาด sideways ตามความรู้ RAG ตัวชี้วัดแนวโน้มสร้างสัญญาณหลอก ตำแหน่ง MACD ที่เส้นศูนย์ไม่ให้ข้อมูลความลำเอียงเชิงทิศทาง
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน
    • การตีความ Short Selling: ไม่พร้อมใช้งาน
    • การตีความ NVDR: สัดส่วนสุทธิ -2.72% กับหนึ่งวันที่ขาย และยอดสะสม 3 วัน +3.99 ล้านบาท เครื่องมือ NVDR จัดประเภทอย่างถูกต้องว่าเป็น “เป็นกลาง — ต่ำ, ไม่มีสัญญาณชัดเจน” สภาพคล่องถูกตั้งข้อสังเกตว่าต่ำกว่า 100 ล้านบาท นี่คือสิ่งที่ไม่ใช่สัญญาณ
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: ไม่มี Big Lot ไม่มี Short Selling NVDR เป็นกลาง ไม่มีหลักฐานกระแสเงินทุนใดสนับสนุนวิทยานิพนธ์เชิงทิศทาง ภาพเทคนิค (sideways squeeze) เป็นสัญญาณที่น่าเชื่อถือเพียงอย่างเดียว — และมันเป็นกลาง

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: กรอบเวลากราฟ “ยังไม่ยืนยัน” ไม่ได้ให้ค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่ได้ระบุทิศทางการตัดของ MACD ไม่มี P/E, การเติบโตของ EPS, รายได้, ROE, P/BV, อัตราผลตอบแทนเงินปันผล หรือบทวิเคราะห์นักวิเคราะห์ ข้อมูลปัจจัยพื้นฐานที่ยืนยันได้เพียงตัวเดียวคือ TEAM เป็นผู้ให้บริการ EMS โดยมี EPS ประมาณ 0.36 บาท

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเทรด — R/R 1.00 ต่ำกว่าเกณฑ์ ข้อมูลไม่สมบูรณ์อย่างยิ่ง
    • โซนเข้าเทรด: ไม่มีจุดเข้าที่สมเหตุสมผล
    • สัญญาณเข้าเทรด: ไม่สามารถใช้ได้ แม้ว่าจะเกิดการเบรกเอาต์เหนือ 4.84 R/R ไป 4.92 คือ (4.92 − 4.84) / (4.84 − 4.50) = 0.08 / 0.34 = 0.24 — ต่ำกว่าเกณฑ์อย่างมาก
    • เป้าหมาย 1: 4.92 (ที่ให้มา — แต่ R/R ไปยังเป้าหมายนี้ไม่สามารถใช้ได้ที่จุดเข้าใดๆ เหนือ 4.50)
    • เป้าหมาย 2: ไม่พร้อมใช้งาน
    • จุดตัดขาดทุน: 4.50 (ที่ให้มา — การทำให้โครงสร้างเสียหาย) หากเข้าที่ 4.72: ความเสี่ยง = 0.22 บาท (~4.7%)
    • Trailing Stop: N/A
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ให้มาเป็น 1.00; ตรวจสอบอิสระ: (4.92 − 4.72) / (4.72 − 4.50) = 0.20 / 0.22 = 0.91 — R/R ที่คำนวณอิสระต่ำที่สุดในการวิเคราะห์ ต่ำกว่าที่ให้มา 1.00 เล็กน้อย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ต่ำกว่าเกณฑ์อย่างเด็ดขาด
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ไม่แนะนำให้เข้าที่เวลาใดๆ ภายใต้พารามิเตอร์ปัจจุบัน
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้: N/A — ไม่แนะนำให้เข้าไม่ว่าสภาวะใด

    อัปเกรดเป็น BUY: จะต้องมี: (1) การเบรกเอาต์เหนือ 4.84 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย, (2) MACD ตัดขึ้นแบบ bullish, (3) NVDR พลิกเป็นการสะสมต่อเนื่อง (≥ 3 วัน, สัดส่วนเป็นบวก), (4) การยืนยันอิสระของกำไรไตรมาส 2 ปี 2569 ที่เป็นบวก, และ (5) เป้าหมายที่ปรับเทียบใหม่ซึ่งให้ผลตอบแทน R/R ≥ 2.0 ข้อกำหนดที่รวมกันนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้

    ลดระดับเป็น SELL (ผู้ถือหุ้นเดิม): ปิดต่ำกว่า 4.50 — การพังทลายของกรอบราคายืนยันแล้ว

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ปิดรายวัน > 4.84 ด้วยปริมาณ + MACD ตัดขึ้นแบบ bullish + NVDR ซื้อต่อเนื่อง ดีดขึ้นสู่ 4.92 (เพดานแคบ) ปิดต่ำกว่า 4.50
    กรณีฐาน การบีบอัดต่อเนื่อง 4.50–4.84; ปริมาณต่ำ อยู่ในกรอบ; ไม่มีขอบความได้เปรียบในการเข้าหรือออก กรอบราคายังคงอยู่
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 4.50 ด้วยปริมาณ ปรับลงสู่ระดับต่ำกว่าที่ยังไม่ยืนยัน ปิดกลับเหนือ 4.84

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ไม่พบตัวเร่งใดๆ ไม่มีวันที่ประกาศงบ, ไม่มีข้อมูลเงินปันผล, ไม่มีการประกาศโครงการ, ไม่มีบทวิเคราะห์นักวิเคราะห์, และไม่มีข่าวภาษาไทยสำหรับ TEAM.BK หน้า Perplexity Finance รายงาน EPS 0.36 บาท พร้อม “บันทึกการประชุมงบ, เสียง, และเอกสารโดย Quartr” — แต่ไม่มีตัวเลขหรือวันที่ที่เฉพาะเจาะจง
    • วัฏจักรอุตสาหกรรม EMS / PCB: ในฐานะผู้ให้บริการรับจ้างผลิตอิเล็กทรอนิกส์ TEAM ได้ประโยชน์จากวัฏจักรอุปสงค์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก การเพิ่มขึ้นของคำสั่งประกอบ PCB (ยานยนต์, อุตสาหกรรม, เครื่องใช้ไฟฟ้า) จะเป็นปัจจัยหนุน แต่ไม่สามารถระบุตัวเร่งเฉพาะบริษัทได้

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: R/R 0.91–1.00 หมายความว่าการเทรดไม่มีขอบความได้เปรียบ การเบรกเอาต์หรือพังทลายจาก squeeze เป็นแบบสองทางและคาดเดาไม่ได้ และผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงในทั้งสองทิศทาง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: Big Lot, Short Selling, และข้อมูล NVDR ที่มีความหมายล้วนไม่พร้อมใช้งานหรือเป็นกลาง ภาพกระแสเงินทุนเป็นความว่างเปล่าโดยสมบูรณ์ — ไม่มีหลักฐานสนับสนุนวิทยานิพนธ์ใดๆ
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: ข้อมูลที่ยืนยันได้เพียงตัวเดียวคือ EPS ~0.36 บาท หากไม่มี P/E, รายได้, อัตรากำไร, หรืองบดุล มูลค่าของหุ้นจึงไม่ทราบแน่ชัด หุ้น EMS ขนาดเล็กเป็นวัฏจักรและอ่อนไหวต่อกระแสคำสั่งซื้อ — การถือครองตำแหน่งโดยไม่มีข้อมูลคือการเก็งกำไร
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: สภาพคล่อง NVDR ถูกตั้งข้อสังเกตว่าต่ำกว่า 100 ล้านบาท หากไม่มีข้อมูลปริมาณการซื้อขายที่ยืนยัน จะไม่สามารถประเมินสภาพคล่องโดยรวมของหุ้นได้ ความเสี่ยงเรื่อง slippage มีแนวโน้มสูงสำหรับหุ้น EMS ขนาดเล็กที่ราคา 4.72 บาท

    การทำให้วิทยานิพนธ์การลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: แผนการเทรดนี้ไม่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว — R/R ต่ำกว่าเกณฑ์และข้อมูลไม่สมบูรณ์อย่างยิ่ง ไม่จำเป็นต้องมีเงื่อนไขการทำให้เสียความสมเหตุสมผลเพิ่มเติม ผู้ถือหุ้นเดิมควรใช้การปิดต่ำกว่า 4.50 เป็นสัญญาณออก

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 4.72 − 4.50 = 0.22 บาท (~4.7% ของจุดเข้า)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ไม่สามารถใช้ได้ — ไม่แนะนำให้เข้าใหม่ สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ความเสี่ยง 0.22 บาท (4.7%) อยู่ในระดับที่ยอมรับได้สำหรับการเทรดแบบ swing แต่ R/R 0.91 ทำให้ตำแหน่งไม่คุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ สูตรสำหรับการอ้างอิงเท่านั้น:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.22} \right\rfloor$$

    ด้วยการขาดข้อมูลปัจจัยพื้นฐานและการยืนยันกระแสเงินทุนโดยสิ้นเชิง ตำแหน่งใดๆ ควรมีขนาดเล็กน้อยที่สุด (≤ 0.5% ของความเสี่ยงพอร์ต)

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 2026-08-13 (เวลาออกรายงาน) บางส่วน (กรอบเวลากราฟยังไม่ยืนยัน) R/R = 0.91–1.00 — ต่ำกว่าเกณฑ์; แย่ที่สุดในบรรดาหุ้นที่วิเคราะห์
    RAG Knowledge — Squeeze/Breakout Rules สืบค้น: 2026-08-13 พร้อมใช้งาน Squeeze + ปริมาณ = breakout; sideways สร้างสัญญาณ EMA หลอก; ปริมาณแห้ง = ไม่มีความเร่งด่วน
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอด
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอด
    NVDR Analyzer 2026-08-10 ปัจจุบัน (3 วัน) -2.72% (เป็นกลาง); +3.99 ล้านบาทสะสม; สภาพคล่องต่ำ; เครื่องมือ: “เป็นกลาง — ต่ำ”
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 2026-08-13 (ค้นหา) เกือบว่างเปล่า EPS ~0.36 (Perplexity); ธุรกิจ EMS/PCB (Reuters); ไม่มี P/E, ไม่มีรายได้, ไม่มีบทวิเคราะห์นักวิเคราะห์, ไม่มีวันที่ประกาศงบ

    ความล้มเหลวของข้อมูลขั้นวิกฤต: นี่คือหุ้นที่มีข้อมูลน้อยที่สุดในบรรดาการวิเคราะห์ทั้งหมด มีเพียงข้อมูลเทคนิคที่รับมาและสัญญาณ NVDR ที่เป็นกลางเท่านั้น Big Lot, Short Selling, ปัจจัยพื้นฐานที่มีความหมาย, และข่าวสารทั้งหมดขาดหายไป ลิงก์ “Team, Inc. Reports Q2 2026 Results” อ้างอิงถึง Team, Inc. (NYSE: TISI) ซึ่งเป็นบริษัทบริการอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ ที่แยกต่างหาก ไม่ใช่ TEAM.BK หุ้นนี้ไม่สามารถวิเคราะห์ด้วยความเชื่อมั่นใดๆ ได้

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    หลีกเลี่ยง (AVOID) — TEAM มี R/R ที่ตรวจสอบแล้วต่ำที่สุดในการวิเคราะห์ที่ 0.91–1.00 (ต่ำกว่าเกณฑ์), กรอบเวลากราฟที่ “ยังไม่ยืนยัน”, ไม่มีข้อมูล Big Lot หรือ Short Selling, NVDR เป็นกลางบนสภาพคล่องต่ำ, และแทบไม่มีข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน (ยืนยันเพียง EPS ~0.36) หุ้น EMS ขนาดเล็กที่ไม่มีการยืนยันกระแสเงินทุน, ไม่มีการมองเห็นปัจจัยพื้นฐาน, และ R/R ที่ไม่ให้ขอบความได้เปรียบ สมควรหลีกเลี่ยง ผู้ถือหุ้นเดิมอาจถือต่อไปหากต้นทุนต่ำกว่า 4.50; ผู้ลงทุนรายอื่นทั้งหมดควรมองหาที่อื่น

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T07:26:55.940+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:TEAM|company_name:Team Precision Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:4.92|entry_price:4.72|sell_price:4.92|stop_loss_level:4.5|chart_timeframe:0|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:4.5|immediate_resistance:4.84|risk_reward_ratio:1`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    TASCO

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: TASCO — บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH) (มีแผนการเข้าซื้อที่แข็งแกร่ง รอการย่อตัวมีเสถียรภาพ)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือ; เพิ่มเมื่อยืนยันแนวรับการย่อตัวที่ 14.20–14.50
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา Swing (1–3 วันสำหรับการย่อตัวมีเสถียรภาพ; แนวโน้มต่อเนื่องหลายสัปดาห์)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 14.70 บาท (11 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 2026-08-11 (StockInvest) / 2026-08-10 (NVDR)
    สถานะแผนการเทรด การเบรกเอาต์ยืนยันแล้ว — เกิดการย่อตัว; ใกล้จุดเข้าที่เหมาะสม

    บทสรุปการตัดสินใจ: TASCO เป็นหุ้นเพียงตัวเดียวในการวิเคราะห์นี้ที่มี การคลายตัวของ Squeeze ขึ้นด้านบนที่ยืนยันแล้ว — แรงบีบอัดความผันผวนได้แตกตัวขึ้นด้วยปริมาณที่ขยายตัวและช่อง Keltner ที่ยกตัวขึ้น กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 420 ล้านบาท (+4.9% YoY, ประกาศ 12 ส.ค.) สนับสนุนภาพปัจจัยพื้นฐาน NVDR แสดงการสะสม 3 วัน (สัดส่วน +12.67%, ปริมาณพุ่ง 2.53 เท่า, +63.2 ล้านบาท) บนสภาพคล่องที่ยืนยันแล้ว และราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ 16.72 (+13.7% upside) ทำให้ R/R = 4.04 จากราคาย่อตัวปัจจุบัน 14.70 ข้อควรระวังเพียงข้อเดียว: ราคาปรับลง 3 วันจาก 15.10 มาที่ 14.70 ด้วยปริมาณสูง — อาจเป็นโซนกระจายที่ต้องมีเสถียรภาพก่อนเข้า

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง การเบรกเอาต์ขึ้นยืนยันแล้ว, Keltner ยกตัวขึ้น, แนวโน้มแข็งแกร่ง; ย่อตัวจาก 15.10 มาที่ 14.70 ขาขึ้น (การเบรกเอาต์กำลังดำเนินอยู่) สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณ EXPANDING ON BREAKOUT; MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ (จุดเปลี่ยนสำคัญ); RSI เป็นกลาง ขาขึ้น (ปริมาณยืนยัน) ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling Short ratio 2.42%, ยอดคงค้าง 0.15% — ไม่มีนัยสำคัญ สนับสนุน (ไม่มีแรงกดดัน) ปานกลาง
    NVDR สัดส่วน +12.67%, ซื้อ 3 วัน, ปริมาณพุ่ง 2.53 เท่า, ยอดสะสม +63.2 ล้านบาท; สภาพคล่อง > 100 ล้านบาท การสะสม (ใกล้เกณฑ์สัญญาณแรง) สูง
    ข่าวสารและตัวเร่ง กำไร Q2 2026 ที่ 420 ล้านบาท, +4.9% YoY (11–12 ส.ค.); ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ 16.72; อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.74%; วัฏจักรโครงสร้างพื้นฐาน เชิงบวก ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 9.82, P/BV 1.23, ROE 7.3%, EPS 1.50; Beta 0.43 — คุณค่าร่วมกับการเติบโต เชิงบวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: มีแนวโน้มเป็นการสะสม — การเบรกเอาต์ยืนยัน + NVDR แข็งแกร่ง + ปัจจัยพื้นฐานมั่นคง

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (แข็งแกร่ง; การเบรกเอาต์ยืนยันแล้ว; Keltner ยกตัวขึ้น; ช่วง 52 สัปดาห์ 12.00–17.90)
    • วัฏจักรตลาด: Markup — เป็นหุ้นเดียวที่มีการคลายตัวของ Squeeze ขึ้นด้านบนอย่างยืนยัน ตามความรู้ RAG: “The Squeeze: เมื่อ Bollinger Bands บีบแคบ ให้ดูทิศทางที่ราคาเลือก หากราคาเบรกแถบบนด้วยปริมาณและยืนเหนือ MA ได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่” TASCO ผ่านเงื่อนไขทั้งสองแล้ว
    • แนวรับสำคัญ: 14.20 (แนวรับทันที / จุดตัดขาดทุนที่ให้มา), 12.00 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 15.70 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา), 16.72 (ฉันทามตินักวิเคราะห์), 17.90 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง — ไม่เกินซื้อแม้จะมีการเบรกเอาต์ ซึ่งเป็นเชิงสร้างสรรค์ (ยังมีพื้นที่ปรับขึ้น) MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ — หลังเบรกเอาต์ ตำแหน่งนี้คือการรีเซ็ตโมเมนตัมก่อนขาขึ้นระลอกถัดไป ตามความรู้ RAG: “สัญญาณซื้อเกิดเมื่อเส้น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้นสัญญาณ” MACD กำลังอยู่ในตำแหน่งที่อาจตัดขึ้นเหนือศูนย์ — จับตาดู
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายเป็นรายการใหญ่ของสถาบันได้
    • การตีความ Short Selling: Short ratio 2.42% และยอดคงค้าง 0.15% ถือว่าไม่มีนัยสำคัญ NVDR short (134,400) ครอบงำ local short (100) — ปกติสำหรับหุ้น SET ที่มีสภาพคล่อง ยอด short คงค้าง 2.33 ล้านหุ้น (0.15% ของ ~1.56 พันล้านหุ้นที่ออก) เล็กน้อยมาก ไม่มีแรงกดดันขาลง
    • การตีความ NVDR: ยอดซื้อ NVDR สะสม 3 วัน +63.2 ล้านบาท ด้วยสัดส่วน +12.67% (ใกล้เกณฑ์สัญญาณแรง 15%) และปริมาณพุ่ง 2.53 เท่า บน สภาพคล่องยืนยันแล้วสูงกว่า 100 ล้านบาท ทำให้เป็นสัญญาณการสะสมที่น่าเชื่อถืออันดับสองในการวิเคราะห์ (รองจาก GUNKUL ที่ซื้อต่อเนื่อง 6 วัน) เครื่องมือ NVDR จัดประเภทเป็น “เป็นกลาง — ต่ำ” เพราะสัดส่วนต่ำกว่าเกณฑ์ 15% แต่การอ่านอิสระคือ การสะสมที่แข็งแกร่ง: สัดส่วนใกล้เกณฑ์, ซื้อต่อเนื่อง 3 วัน, ปริมาณพุ่งกว่า 2.0 เท่า และสภาพคล่องยืนยันแล้ว
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: การสะสม NVDR แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ Short selling ไม่มีนัยสำคัญ Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน การเบรกเอาต์ทางเทคนิคพร้อมปริมาณขยายตัวให้การยืนยันอิสระ นี่คือการบรรจบกันของสัญญาณขาขึ้นที่ชัดเจนที่สุดในการวิเคราะห์ — มีเพียงการย่อตัว 3 วันเท่านั้นที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอน

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ให้ค่า EMA 50 และ EMA 200 รายงานวิจัย Globlex ลงวันที่ 11 ส.ค. 2569 และเป็นปัจจุบัน ไม่ได้ดึงข้อมูล EPS หรือ P/E โดยตรงจากผลการค้นหา — ตัวเลขการประเมินมูลค่ามาจากข้อมูลภายในของเครื่องมือ

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: เข้าซื้อเมื่อย่อตัวหลังการเบรกเอาต์ยืนยัน — เข้าเมื่อการปรับลง 3 วันมีเสถียรภาพ
    • โซนเข้าเทรด: 14.50–14.70 (โซนราคาปัจจุบัน ใกล้จุดต่ำของการย่อตัว)
    • สัญญาณเข้าเทรด: ราคามีเสถียรภาพที่ 14.50–14.70 ด้วยแท่งเทียนรายวันสีเขียวที่ปิดเหนือจุดต่ำของวันก่อนหน้า และปริมาณลดลงในวันที่ราคาลง (แสดงถึงแรงขายหมดลง) การซื้อ NVDR ต้องยังคงอยู่ (สัดส่วนเป็นบวกในวันที่เข้า)
    • สัญญาณทางเลือก (เมื่อราคาไปต่อ): หากราคาไม่ย่อลงเพิ่มและปิดเหนือ 15.10 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย ให้เข้าที่ 15.10–15.30
    • เป้าหมาย 1: 15.70 (ให้มา; ระยะสั้น — +6.8% จาก 14.70; วิธีวัด: แนวต้านเดิม)
    • เป้าหมาย 2: 16.72 (ฉันทามตินักวิเคราะห์; +13.7% — วิธีวัด: ฉันทามติของราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์; R/R = 4.04)
    • จุดตัดขาดทุน: 14.20 (ต่ำกว่าแนวรับทันที; การทำให้โครงสร้างการเบรกเอาต์เสียไป)
    • Trailing Stop: หลังจากผ่าน 15.70 ให้ขยับ Stop ตามไปที่ 14.70 (โซนเข้าซื้อ)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ให้มาเป็น 2.00; ยืนยันอิสระ: (15.70 − 14.70) / (14.70 − 14.20) = 1.00 / 0.50 = 2.00 — ยืนยันและอยู่ที่เกณฑ์ที่ต้องการ หากใช้ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 16.72: (16.72 − 14.70) / 0.50 = 4.04 — น่าสนใจ
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ประกาศงบไตรมาส 2 ปี 2569 เมื่อ 12 ส.ค. — ตลาดกำลังย่อยข้อมูล สังเกตอีก 1–2 session เพื่อดูการซึมซับหลังประกาศงบ การปรับลง 3 วันอาจสะท้อนปฏิกิริยา “sell the news” ต่องบที่ออกมาในกรอบคาดการณ์ (กำไร +4.9% YoY แต่ -8.6% q-q)
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 14.20 — การเบรกเอาต์เสีย (false breakout)

    2. NVDR พลิกเป็นขายสุทธิต่อเนื่อง — ธีมการสะสมพังทลาย

    3. ปริมาณยังคงขยายตัวในวันที่ราคาลงเกินกว่า 2 session — สัญญาณการกระจายขัดแย้งกับการเบรกเอาต์

    อัปเกรดเป็น BUY: ราคากลับตัวจากการปรับลง 3 วันด้วยแท่งเทียนรายวันสีเขียวเหนือ 14.70 ยืนเหนือแนวรับ 14.20 โดยการซื้อ NVDR ยังคงอยู่ R/R = 2.0 ไปเป้าหมาย 1 และ 4.04 ไปเป้าหมายนักวิเคราะห์ เซ็ตอัปนี้มีความสอดคล้องระหว่างเทคนิคและกระแสเงินทุนดีที่สุดในการวิเคราะห์

    ลดระดับเป็น AVOID/SELL: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 14.20 ด้วยปริมาณขยายตัว — false breakout ยืนยัน

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ย่อตัวมีเสถียรภาพที่ 14.50–14.70 ด้วยแท่งเทียนเขียว + NVDR ซื้อ แล้วปิด > 15.10 ดีดขึ้นสู่ 15.70 จากนั้น 16.72 (ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์) และ 17.90 (ATH) ปิดต่ำกว่า 14.20
    กรณีฐาน ย่อตัวต่อเนื่องถึง 14.20–14.50; ปริมาณต่ำ; NVDR ยังคงสะสม ทดสอบแนวรับ; สร้างฐานการสะสม; เบรกเอาต์ซ้ำตามมา ราคาอยู่ในกรอบใกล้แนวรับ
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 14.20 ด้วยปริมาณขยายตัว + NVDR พลิกเป็นขาย False breakout ยืนยัน; ปรับลงสู่ 13.00 จากนั้น 12.00 ปิดกลับเหนือ 15.10

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบการเงินไตรมาส 2 ปี 2569 (ประกาศ 11–12 ส.ค. 2569): กำไรสุทธิ 420 ล้านบาท, -8.6% q-q แต่ +4.9% y-y ราคาขายยางมะตอยที่สูงขึ้นในไทยหนุนกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY การลดลงเทียบรายไตรมาสอาจอธิบายการเทขาย 3 วัน ตลาดต้องการอีก 1–2 session เพื่อซึมซับทั้งหมด
    • วัฏจักรการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน: ในฐานะผู้ผลิตยางมะตอยรายใหญ่ของไทย TASCO ได้ประโยชน์โดยตรงจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ (ถนน ทางหลวง) งบประมาณปี 2569 และการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน EEC เป็นตัวเร่งอุปสงค์โดยตรง
    • ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ 16.72 (+13.7%): รายงาน Globlex (11 ส.ค.) เป็นปัจจุบัน ความเชื่อมั่นนักวิเคราะห์เป็นสมอมูลค่าภายนอกที่สนับสนุนการคำนวณ R/R

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การปรับลง 3 วันจาก 15.10 มาที่ 14.70 ด้วยปริมาณสูงต้องติดตาม ตามข้อมูล StockInvest: “Volume has increased on the last day by 5 million shares but on falling prices. This may be an early warning.” หากเป็นเช่นนี้ต่อเนื่อง จะหมายถึงการกระจายที่ระดับเบรกเอาต์ — กับดักกระทิง อย่างไรก็ตาม สถานะปริมาณโดยรวมคือ “EXPANDING ON BREAKOUT” ซึ่งเชิงสร้างสรรค์
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน — จุดบอด การสะสม NVDR แข็งแกร่งแต่สัดส่วน (+12.67%) ต่ำกว่าเกณฑ์สัญญาณแรง 15% เพียงเล็กน้อย หากพลิกเป็นขายจะกระทบธีม
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: กำไร Q2 ลดลง 8.6% q-q หาก Q3 ยังคงอ่อนแอต่อเนื่องตามไตรมาส เรื่องการเติบโตจะถูกท้าทาย อุปสงค์ยางมะตอยมีฤดูกาลและขึ้นกับสภาพอากาศ — ฤดูมรสุมอาจรบกวนงานก่อสร้าง
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: TASCO มีสภาพคล่อง (NVDR > 100 ล้านบาท) ไม่มีความเสี่ยงด้าน slippage หรือ gap ที่มีนัยสำคัญ

    การทำให้วิทยานิพนธ์การลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 14.20 ทำให้โครงสร้างการเบรกเอาต์เสียหาย นอกจากนี้ หากคำแนะนำงบ Q2 หรือรายงานนักวิเคราะห์ (Globlex, 11 ส.ค.) มีความเห็นเชิงลบต่อแนวโน้มข้างหน้า วิทยานิพนธ์จะอ่อนแอลง

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 14.70 − 14.20 = 0.50 บาท (~3.4% ของจุดเข้า)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยงต่อหุ้น 0.50 บาท (3.4%) อยู่ในระดับปานกลางและเหมาะสำหรับการเข้าย่อตัวหลังเบรกเอาต์ R/R ที่ 2.0–4.04 แข็งแกร่ง สูตร:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.50} \right\rfloor$$

    สภาพคล่องของ TASCO รองรับการกำหนดขนาดเต็ม เงินปันผล 3.74% ช่วยสร้างกระแสเงินสด เนื่องจากนี่เป็นเซ็ตอัปที่สอดคล้องทางเทคนิค-กระแสเงินทุนดีที่สุดในการวิเคราะห์ การจัดสรรความเสี่ยงมาตรฐาน (1.5–2% ของพอร์ต) เหมาะสมเมื่อการย่อตัวมีเสถียรภาพ

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 2026-08-13 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน ระบุการเบรกเอาต์ยืนยัน, ปริมาณขยายตัว, ระดับ; R/R = 2.00 ยืนยันแล้ว
    RAG Knowledge — Squeeze/Breakout Rules สืบค้น: 2026-08-13 พร้อมใช้งาน Squeeze + ปริมาณ breakout = ยืนยัน markup; MACD ตัดขึ้นเหนือเส้นสัญญาณ = ซื้อ; ปริมาณยืนยันแนวโน้ม
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดเรื่องธุรกรรมรายใหญ่ของสถาบัน
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) 2026-08-01 ล้าสมัย (12 วัน) 2.42% — ไม่มีนัยสำคัญ; ผลกระทบต่ำ
    NVDR Analyzer 2026-08-10 ปัจจุบัน (3 วัน) สัดส่วน +12.67%, ซื้อ 3 วัน, ปริมาณพุ่ง 2.53 เท่า, +63.2 ล้านบาท; สภาพคล่อง > 100 ล้านบาท — สะสมแข็งแกร่ง (เครื่องมือ: “เป็นกลาง” ตามเกณฑ์สัดส่วน)
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 2026-08-13 (ค้นหา) ปัจจุบัน กำไร Q2 420 ล้านบาท (11–12 ส.ค.); ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 16.72 (Globlex, 11 ส.ค.); ราคา 14.70 (11 ส.ค.); อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.74%

    ข้อขัดแย้งข้อมูลที่สำคัญ: ข้อมูล StockInvest ระบุการปรับลง 3 วันจาก 15.10 มาที่ 14.70 ด้วยปริมาณสูงในวันล่าสุด — เป็นคำเตือนล่วงหน้าถึงการกระจายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งขัดแย้งกับการจัดประเภทโดยรวม “EXPANDING ON BREAKOUT” การอ่านอิสระคือ การเบรกเอาต์เกิดขึ้นก่อน และการย่อตัวเป็นการขายทำกำไรหลังเบรกเอาต์ — เป็นรูปแบบปกติและมักเสริมสร้างแนวโน้ม การสะสม NVDR 3 วัน (+12.67%) สนับสนุนการตีความเชิงสร้างสรรค์ ควรปรึกษารายงานวิจัย Globlex (11 ส.ค., 1 วันก่อนหน้า) โดยตรงสำหรับบทวิเคราะห์กำไรละเอียดและวิธีการได้มาของราคาเป้าหมาย

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — มีศักยภาพในการอัปเกรดเป็น BUY แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นที่วิเคราะห์ทั้งหมด — TASCO มีการคลายตัวของ Squeeze ขึ้นด้านบนที่ยืนยันแล้วเพียงตัวเดียว สนับสนุนโดยปริมาณเบรกเอาต์ที่ขยายตัว, การสะสม NVDR 3 วันที่ +12.67% (+63.2 ล้านบาท บนสภาพคล่องยืนยันแล้ว), กำไร Q2 +4.9% YoY และราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ 16.72 (+13.7% upside, R/R = 4.04) การย่อตัว 3 วันจาก 15.10 มาที่ 14.70 ด้วยปริมาณปิดที่สูงเป็นข้อควรระวังเดียว — รอแท่งเทียนรายวันสีเขียวยืนยันเสถียรภาพที่ 14.50–14.70 เข้าซื้อเมื่อเกิดสัญญาณกลับตัวด้วย Stop ที่ 14.20 เป้าหมายแรก 15.70 และเป้าหมายกลาง 16.72 การปิดต่ำกว่า 14.20 ทำให้การเบรกเอาต์เสียหาย

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T07:21:02.909+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:TASCO|company_name:Tipco Asphalt Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:15.7|entry_price:14.7|sell_price:15.7|stop_loss_level:14.2|chart_timeframe:1D|volume_status:EXPANDING_ON_BREAKOUT|immediate_support:14.2|immediate_resistance:15.7|risk_reward_ratio:2`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    STPI

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: STPI — บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือ; อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.13% ช่วยสร้างรายได้; จุดตัดขาดทุนที่ 5.85
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง (คำเตือน MACD Divergence ภายในแนวโน้มขาขึ้น)
    ความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา Swing (1–5 วันสำหรับการคลายตัวของ Squeeze)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 6.40 บาท (7 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 2026-08-07 (SET Factsheet)
    สถานะแผนการเทรด รอสัญญาณ — การเข้าที่ 6.05 ต้องอาศัยการย่อตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากราคาปัจจุบัน 6.40

    บทสรุปการตัดสินใจ: STPI อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งด้วยช่อง Keltner ที่ยกตัวขึ้น แต่ MACD Divergence เตือนถึงโมเมนตัมที่อ่อนแรงใกล้จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ (7.10) การประเมินมูลค่าอยู่ในระดับสุดโต่งที่ P/E 121.99 เท่า กับ P/BV เพียง 1.31 เท่า — ตลาดกำลังคาดการณ์การฟื้นตัวของกำไรครั้งใหญ่ที่อาจไม่เกิดขึ้นจริง R/R ที่ให้มาคือ 5.75 สูงที่สุดในการวิเคราะห์ แต่ต้องอาศัยการย่อตัวจาก 6.40 ไปที่ 6.05 (ลดลง -5.5%) ก่อนเข้า NVDR เป็นกลาง (-4% บนสภาพคล่องบาง) Short Selling อยู่ในระดับเบาบาง (1.1%) แต่ Big Lot และบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะเข้าซื้อจนกว่าราคาจะย่อตัวลงมาที่โซนเข้าซื้อ หรือทะลุเหนือ 6.20 พร้อมการยืนยันจากปริมาณ

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง; อยู่ใน Squeeze; Keltner ยกตัวขึ้น; จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ 7.10; ราคา 6.40 ใกล้แนวต้าน ขาขึ้น (แนวโน้ม) ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม MACD Divergence (Bearish Divergence ในแนวโน้มขาขึ้น); RSI เป็นกลาง; ปริมาณแห้ง คำเตือน Bearish Divergence ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling Short ratio 1.1%, ยอดคงค้าง 0.33% — เล็กน้อยมาก สนับสนุน (ไม่มีแรงกดดัน) ปานกลาง
    NVDR อัตราส่วน -4%, ขาย 1 วัน, ปริมาณ 1.53x, ยอดสะสม 3 วัน +7.7 ล้านบาท; สภาพคล่อง < 100 ล้านบาท ถูกตั้งข้อสังเกต เป็นกลาง ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง รับผลิตโครงสร้างเหล็ก/ท่อ/โมดูลกระบวนการ; งบการเงิน Q2 2026 มีอยู่; อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.13%; ไม่มีบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ เป็นกลาง ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 121.99 เท่า (แพงมาก); P/BV 1.31; EPS โดยนัยบางมาก; มูลค่าตลาด 11.6 พันล้านบาท เชิงลบ (มูลค่าสุดโต่ง) ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: ผสมผสาน — MACD Divergence + มูลค่าสุดโต่ง vs. แนวโน้มแข็งแกร่ง + R/R สูง

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (แข็งแกร่ง; ช่วง 52 สัปดาห์ 3.44–7.10; ปัจจุบัน 6.40 ใกล้ปลายบน)
    • วัฏจักรตลาด: สัญญาณเตือนการกระจาย (Distribution) — MACD Divergence ใกล้จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ เป็นรูปแบบกับดักกระทิงแบบคลาสสิก
    • แนวรับสำคัญ: 5.85 (จุดตัดขาดทุน / แนวรับเชิงโครงสร้างทันที), 3.44 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 6.20 (แนวต้านทันทีที่ให้มา), 7.10 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์), 7.20 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา — เหนือจุดสูงสุด 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม: MACD Divergence เป็นสัญญาณวิกฤต ตามความรู้ RAG: “หากราคาหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ตัวชี้วัดทำจุดสูงสุดที่ต่ำกว่า จะเกิด Bearish Divergence — เป็นการเตือนว่าโมเมนตัมหมดแรง” RSI อยู่ในเขตเป็นกลาง — ไม่สุดขั้วเกินซื้อ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงได้บ้าง การรวมกันของ Squeeze + Keltner ขาขึ้น + MACD Divergence เป็นการรวมกันที่ไม่เสถียร — ไม่ว่าแนวโน้มจะกลับมา (MACD คลี่คลายเป็นขาขึ้น) หรือ Divergence จะยืนยันด้วยการปรับฐาน
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายเป็นรายการใหญ่ของสถาบันได้
    • การตีความ Short Selling: Short ratio 1.1% และยอดคงค้าง 0.33% ถือว่าน้อยมาก ปริมาณ Short ของหุ้นในประเทศและ NVDR เกือบเท่ากัน (50.6K vs 56.4K) — สมดุล ไม่มีแรงกดดันจากการเก็งกำไรขาลง
    • การตีความ NVDR: อัตราส่วนสุทธิ -4% มีวันขาย 1 วัน และยอดสะสม 3 วัน +7.7 ล้านบาท เครื่องมือ NVDR จัดประเภทอย่างถูกต้องเป็น “เป็นกลาง — ต่ำ ไม่มีสัญญาณชัดเจน” อัตราส่วนนี้ต่ำกว่าเกณฑ์การกระจายที่ 15% มาก ปริมาณสภาพคล่องที่ตั้งข้อสังเกต (< 100 ล้านบาท) ทำให้ความน่าเชื่อถือลดลง นี่ไม่ใช่สัญญาณ
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: Short Selling เบาบาง NVDR เป็นกลางบนสภาพคล่องบาง Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีการยืนยันกระแสเงินทุนในทิศทางใด ๆ สัญญาณทางเทคนิค (แนวโน้มขาขึ้น + MACD Divergence) ต้องแบกรับน้ำหนักของการตัดสินใจทั้งหมด

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ให้ค่า EMA 50 และ EMA 200 ทิศทางของ MACD Divergence เป็นการอนุมานจากบริบท ไม่มีบทวิเคราะห์หรือราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์ ค่า P/E 121.99 เท่า สะท้อนถึงระดับกำไรที่บางมาก

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: เข้าซื้อเมื่อย่อตัวเท่านั้น — R/R ที่ 5.75 น่าดึงดูด แต่ต้องให้ราคาย่อลงไปที่ 6.05
    • โซนเข้าเทรด: 6.00–6.10 (ใกล้เคียงกับจุดเข้าที่ให้มา 6.05)
    • สัญญาณเข้าเทรด: ราคาย่อตัวลงมาที่ 6.00–6.10 แล้วยืนเหนือ 5.85 โดย RSI เริ่มหงายขึ้นจากโซน 45–50 และปริมาณขยายตัวในแท่งเทียนเขียวกลับตัว MACD Divergence ต้องยังไม่ยืนยันด้วย Bearish Crossover
    • สัญญาณทางเลือก (Breakout): ราคาปิดรายวันเหนือ 6.20 (แนวต้าน) ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย และ MACD ทำจุดสูงสุดใหม่ (ลบล้าง Divergence) จะให้ R/R ที่ต่ำกว่ามากคือ (7.20 − 6.25) / (6.25 − 5.85) = 0.95 / 0.40 = 2.38 — ยังสูงกว่าเกณฑ์ที่ต้องการ 2.0
    • เป้าหมาย 1: 7.20 (ให้มา; วิธีวัด: เหนือจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ — แสดงถึงการทะลุสู่จุดสูงสุดใหม่; ~19% จาก 6.05)
    • เป้าหมาย 2: ไม่พร้อมใช้งาน (ไม่มีบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์)
    • จุดตัดขาดทุน: 5.85 (ต่ำกว่าแนวรับทันที; การทำให้โครงสร้างขาขึ้นเสียไป)
    • Trailing Stop: หลังจากผ่าน 6.50 ให้ขยับ Stop ตามไปที่ 6.10 (โซนเข้าซื้อ)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ให้มาเป็น 5.75; ยืนยันอิสระ: (7.20 − 6.05) / (6.05 − 5.85) = 1.15 / 0.20 = 5.75 — R/R สูงสุดที่ยืนยันได้ในการวิเคราะห์ แต่หมายเหตุ: ต้องอาศัยการย่อตัว -5.5% จากราคาปัจจุบัน 6.40 ไปที่ 6.05 ที่ราคาปัจจุบัน: (7.20 − 6.40) / (6.40 − 5.85) = 0.80 / 0.55 = 1.45 — ต่ำกว่าเกณฑ์ จังหวะเวลาการเข้าคือทุกอย่าง
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ไม่พบวันประกาศงบที่ใกล้เข้ามา Squeeze อาจคลายตัวภายใน 3–10 session รอการย่อตัวไปที่ 6.00–6.10 — อย่าซื้อไล่ราคาที่ 6.40
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. ราคาไม่ย่อตัวลงมาที่ 6.10 หรือต่ำกว่า — การไล่ซื้อที่ 6.40 ให้ R/R เพียง 1.45 (ต่ำกว่าเกณฑ์)

    2. MACD Bearish Crossover ยืนยัน Divergence — โมเมนตัมพังทลาย

    3. ราคาปิดต่ำกว่า 5.85 — โครงสร้างขาขึ้นเสีย

    อัปเกรดเป็น BUY: การย่อตัวลงมาที่ 6.00–6.10 แล้วยืนได้ โดย RSI หงายขึ้น และ MACD Divergence ไม่ยืนยันในทางขาลง หรือทะลุเหนือ 6.20 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย และ MACD ทำจุดสูงสุดใหม่

    ลดระดับเป็น AVOID/SELL: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 5.85 ด้วยปริมาณที่ขยายตัว — แนวโน้มเสียหาย รวมถึงหาก MACD ยืนยัน Bearish Divergence ด้วยการตัดลงต่ำกว่าเส้นสัญญาณ

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ย่อตัวลงที่ 6.00–6.10 แล้วยืน + RSI หงายขึ้น + MACD ลบล้าง Divergence จากนั้นปิด > 6.20 ด้วยปริมาณ ดีดขึ้นสู่ 7.10 (ATH) จากนั้น 7.20 (เป้าหมาย 1) ปิดต่ำกว่า 5.85
    กรณีฐาน อัดแน่นต่อเนื่อง 5.85–6.20; MACD Divergence ยังไม่คลี่คลาย อยู่ในกรอบ; Squeeze ขดตัวแน่นขึ้น; ราคายังอยู่เหนือโซนเข้า (ไม่เกิดสัญญาณ) กรอบคงอยู่
    กรณีหมี MACD Bearish Crossover ยืนยัน + ปิด < 5.85 ปรับลงสู่ 5.50 จากนั้น 5.00; Divergence ถูกยืนยัน ปิดกลับเหนือ 6.20

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบการเงินไตรมาส 2 ปี 2569 (มีอยู่บน SET): งบถูกส่งแล้ว แต่ตัวเลขกำไรเฉพาะไม่ปรากฏในผลการค้นหา งบการเงิน Q2 2026 ของ STPI เข้าถึงได้ผ่านพอร์ทัล SET นักลงทุนควรตรวจสอบด้วยตนเองก่อนเข้าซื้อ — P/E ที่ 121.99 เท่า เรียกร้องให้กำไรต้องพัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
    • วัฏจักรการผลิตเหล็ก / โครงสร้างพื้นฐาน: STPI รับผลิตโครงสร้างเหล็ก ท่อ และโมดูลกระบวนการสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม วัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของไทยและโครงการ EEC (ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก) อาจเป็นแรงหนุนด้านอุปสงค์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการผลิตเหล็กของสหรัฐฯ (จากบริษัทอื่นคือ Steel Dynamics) แสดงแรงกดดันด้านมาร์จิ้นจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น — เป็นข้อพึงระวังแบบ read-through
    • อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.13%: ช่วยเสริมรายได้เล็กน้อย แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารใน SET ไม่ใช่ตัวเร่งหลัก

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: MACD Divergence เป็นความเสี่ยงทางเทคนิคที่ใหญ่ที่สุด Bearish Divergence ที่ยืนยันในแนวโน้มขาขึ้นอาจทำให้เกิดการปรับฐานรุนแรง ทิศทางการคลายตัวของ Squeeze เป็นแบบสองทาง — การหลุด 5.85 อาจเร่งตัวลง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน NVDR เป็นกลางบนสภาพคล่องต่ำ Short Selling แม้เบาบาง แต่มีเพียงข้อมูลจุดเดียว (1 ส.ค.) ไม่มีข้อมูลกระแสเงินทุนมาสนับสนุนกรณีขาขึ้น; วิทยานิพนธ์ทั้งหมดพึ่งพาแนวโน้มและ R/R สูงเท่านั้น
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน/การประเมินมูลค่า: P/E 121.99 เท่า เป็นระดับที่สูงที่สุดหนึ่งในการวิเคราะห์นี้ สื่อเป็นนัยว่า EPS อยู่ที่ประมาณ 0.052 บาท (6.40 / 121.99) — กำไรใกล้ศูนย์ ตลาดกำลังคาดการณ์การฟื้นตัวของกำไรมหาศาล หากการฟื้นตัวไม่เกิดขึ้นจริงใน Q2/Q3 2026 ราคาหุ้นเสี่ยงต่อการถูกกดดันอย่างรุนแรงจาก multiple compression
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: สภาพคล่อง NVDR ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ปริมาณโดยรวมของหุ้นไม่ได้รับการยืนยัน Free float 30% — ปานกลาง ความเสี่ยง Slippage สูงสำหรับหุ้นที่มีกำไรบางเช่นนี้

    การทำให้วิทยานิพนธ์การลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 5.85 ทำให้แนวรับและโครงสร้างขาขึ้นทั้งหมดเสียหาย นอกจากนี้ หากงบการเงิน Q2 2026 ไม่แสดงการพัฒนากำไรที่มีนัยสำคัญจากฐาน EPS ที่เกือบเป็นศูนย์ วิทยานิพนธ์การฟื้นตัวของปัจจัยพื้นฐานจะถูกยกเลิกโดยไม่ขึ้นกับการเคลื่อนไหวของราคา

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 6.05 − 5.85 = 0.20 บาท (~3.3% ของจุดเข้า) — ความเสี่ยงแคบที่สุดในการวิเคราะห์
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยงต่อหุ้น 0.20 บาทแคบอย่างน่าทึ่ง (3.3%) ช่วยให้จัดสรรเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ R/R ที่ 5.75 หมายถึงผลตอบแทนคือ 5.75 เท่าของความเสี่ยง — อัตราส่วนที่เอื้อที่สุดในการวิเคราะห์ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่าราคาจะย่อตัวลงมาที่ 6.05 สูตร:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.20} \right\rfloor$$

    ด้วย P/E 121.99 เท่า และคำเตือน MACD Divergence ควรจำกัดความเสี่ยงไว้ที่ 1% ของพอร์ต แม้ R/R จะน่าดึงดูด มูลค่าที่สุดโต่งเรียกร้องความระมัดระวัง

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 2026-08-13 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดแนวโน้ม, Squeeze, MACD Divergence, ระดับ; R/R = 5.75 ยืนยันแล้ว
    RAG Knowledge — Divergence/Squeeze Rules สืบค้น: 2026-08-13 พร้อมใช้งาน Bearish Divergence = โมเมนตัมหมดแรง; Keltner ขาขึ้นยืนยันแนวโน้มขาขึ้น; Squeeze + ปริมาณ = Breakout
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดเรื่องธุรกรรมรายใหญ่ของสถาบัน
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) 2026-08-01 ล้าสมัย (12 วัน) 1.1% — เล็กน้อย; ผลกระทบต่ำ
    NVDR Analyzer 2026-08-10 ปัจจุบัน (3 วัน) อัตราส่วน -4%, ขาย 1 วัน, ยอดสะสม +7.7 ล้านบาท; สภาพคล่องต่ำ; เครื่องมือ: “เป็นกลาง — ต่ำ”
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 2026-08-13 (ค้นหา) บางส่วน ราคา 6.40 (7 ส.ค.); P/E 121.99x; P/BV 1.31; 52 สัปดาห์ 3.44–7.10; อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.13% (นัย); รับผลิตเหล็ก; ไม่มีบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์

    ปัญหาข้อมูลที่สำคัญ: P/E 121.99 เท่า เป็นค่าที่สุดโต่ง — อาจสะท้อนฐานกำไรที่ใกล้ศูนย์หรือติดลบซึ่งบิดเบือนอัตราส่วน นักลงทุนควรตรวจสอบตัวเลข EPS จริงก่อนพึ่งพาค่าทวีคูณ P/E ไม่มีบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์สำหรับ STPI — หุ้นซื้อขายโดยไม่มีราคากลางจากสถาบัน Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน ความเชื่อมั่นของรายงานถูกจำกัดอยู่ที่ระดับต่ำเนื่องจากความเสี่ยงด้านมูลค่าและข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — STPI ให้ R/R สูงสุดที่ยืนยันได้ในการวิเคราะห์ที่ 5.75 (ความเสี่ยง 0.20 บาท ต่อผลตอบแทน 1.15 บาท) แต่ต้องอาศัยการย่อตัวจากราคาปัจจุบัน 6.40 ลงมาที่โซนเข้าซื้อ 6.00–6.10 MACD Divergence เป็นคำเตือนที่จริงจัง P/E 121.99 เท่า อยู่ในระดับสุดโต่ง และข้อมูล Big Lot/NVDR ยังไม่เพียงพอ อย่าเข้าซื้อจนกว่าราคาจะย่อตัวลงมาที่ 6.00–6.10 พร้อมกับ RSI หงายขึ้น และ MACD ไม่ยืนยัน Bearish Crossover การเข้าที่ราคาปัจจุบัน 6.40 จะให้ R/R เพียง 1.45 — ต่ำกว่าเกณฑ์และไม่สมเหตุสมผล จุดตัดขาดทุนที่ 5.85 การปิดต่ำกว่า 5.85 จะทำให้แนวโน้มขาขึ้นเสียหาย

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T07:15:23.894+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:STPI|company_name:STP&I Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:7.2|entry_price:6.05|sell_price:7.2|stop_loss_level:5.85|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:5.85|immediate_resistance:6.2|risk_reward_ratio:5.75`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    SYNEX

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: SYNEX — บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือ; อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.87% ช่วยสร้างรายได้; จุดตัดขาดทุนที่ 9.35
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง (Squeeze ยังไม่คลี่คลาย; ไม่มีความชัดเจนด้านปัจจัยพื้นฐาน)
    ความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา Swing (1–5 วันสำหรับการคลายตัวของ Squeeze)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~9.65 บาท (ประมาณจากระดับจุดเข้า)
    วันที่ของราคา 2026-08-10 (วันที่ข้อมูล NVDR) / ไม่มีการยืนยันราคาอิสระ
    สถานะแผนการเทรด รอสัญญาณ — ข้อมูลปัจจัยพื้นฐานไม่สมบูรณ์อย่างยิ่ง

    บทสรุปการตัดสินใจ: SYNEX แสดงสัญญาณความต่อเนื่องของ NVDR ที่พบได้ยากที่สุด — ซื้อติดต่อกัน 6 วันทำการ — แต่ด้วยอัตราส่วนเพียง +0.62% บนสภาพคล่องที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าต่ำกว่า 100 ล้านบาท ทำให้สัญญาณน่าสนใจในเชิงทิศทางแต่มีนัยสำคัญทางสถิติอ่อนแอ Big Lot, Short Selling และข้อมูลปัจจัยพื้นฐานทั้งหมด (กำไร, P/E, บทวิเคราะห์) ไม่ปรากฏจากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่เลย R/R ที่ให้มาคือ 1.83 สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 แต่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องการ 2.0 นี่คือสภาพแวดล้อมข้อมูลที่บางที่สุดในบรรดาหุ้นทั้งหมดที่วิเคราะห์ — การเทรดไม่มีความชอบธรรมหากปราศจากความชัดเจนด้านปัจจัยพื้นฐาน ผู้ถือหุ้นเดิมถือเพื่อรับเงินปันผล 3.87%; การเข้าซื้อใหม่ต้องรอการ Breakout เหนือ 9.95 พร้อมการยืนยันจากปริมาณ

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง Sideways consolidation, อยู่ใน Squeeze, Keltner แบน; กรอบ 9.45–9.95 เป็นกลาง ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้ง; MACD “Crossover” (ทิศทางไม่ยืนยัน); RSI กลาง เป็นกลาง ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    NVDR อัตราส่วน +0.62%, ซื้อติดต่อกัน 6 วัน (persistence ที่หายาก), ปริมาณ 1.43x (ไม่พุ่ง), สะสม +6.67 ล้านบาท; สภาพคล่อง < 100 ล้านบาท ถูกตั้งข้อสังเกต การสะสมอ่อน ๆ (ความต่อเนื่องน่าสนใจ, ขนาดอ่อน) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง ไม่มีข้อมูลเฉพาะของไทย — ข้อมูลทั้งหมดที่ค้นคืนเป็นของ TD SYNNEX (US: SNX) ซึ่งไม่เกี่ยวข้อง; ไม่มีข้อมูลเงินปันผลบน factsheet ของ SET; อัตราผลตอบแทน 3.87% มาจากแหล่งภายนอก ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน ไม่มี P/E, EPS, ROE, รายได้ หรือบทวิเคราะห์จากแหล่งใด; SET factsheet คืนว่างเปล่า ไม่พร้อมใช้งาน N/A

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: ไม่พร้อมใช้งาน — มีเพียงข้อมูลเทคนิคและ NVDR บางส่วน; ทุกหมวดอื่นขาดหาย

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: Sideways (consolidating ภายในกรอบ 9.45–9.95)
    • วัฏจักรตลาด: ศักยภาพการสะสม (Accumulation) — Squeeze + Keltner แบน บ่งชี้การบีบอัดก่อนการเคลื่อนที่เป็นทิศทาง; การซื้อ NVDR ติดต่อกัน 6 วันเป็นนัยถึงการสะสม
    • แนวรับสำคัญ: 9.45 (ทันที / ข้อมูลให้มา), 9.35 (ระดับ Stop / การทำให้โครงสร้างเสีย)
    • แนวต้านสำคัญ: 9.95 (ทันที / ข้อมูลให้มา), 10.20 (Target 1 ที่ให้มา)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง — ไม่สุดขั้ว ทิศทาง MACD “Crossover” ไม่ระบุ ในตลาด Sideways ตามความรู้ RAG ตัวชี้วัดแนวโน้มให้สัญญาณหลอก Crossover ยังคลุมเครือจนกว่าราคาจะยืนยัน
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลส่งกลับ
    • การตีความ Short Selling: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีข้อมูลส่งกลับ นี่คือจุดบอดสำคัญ
    • การตีความ NVDR: นี่คือสัญญาณกระแสเงินทุนเดียวที่มีอยู่ และมีความขัดแย้งที่น่าสนใจ การซื้อติดต่อกันหกวันเป็นช่วงความต่อเนื่องยาวนานที่สุดที่พบในบรรดาหุ้นทั้งหมดที่วิเคราะห์ — ทางเทคนิคแล้วเป็นสัญญาณการสะสมที่ต่อเนื่องที่สุด อย่างไรก็ตามอัตราส่วนเพียง +0.62% (ต่ำกว่าเกณฑ์ 15% มาก) ยอดสะสมเพียง +6.67 ล้านบาท (เล็กน้อย) และปริมาณ 1.43x ที่เรียก “spike” ก็ต่ำกว่าเกณฑ์ 2.0x สภาพคล่องถูกตั้งข้อสังเกตว่าต่ำกว่า 100 ล้านบาท เครื่องมือ NVDR จัดประเภทอย่างถูกต้องเป็น “เป็นกลาง — ต่ำ ไม่มีสัญญาณชัดเจน” ควรปฏิบัติเป็น บวกเชิงทิศทางแต่ไม่เพียงพอเชิงสถิติ ที่จะสนับสนุนการตัดสินใจเข้าซื้อ
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: มีเพียงข้อมูล NVDR Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งาน ข้อมูลพื้นฐานขาดหายทั้งหมด ภาพเทคนิคเป็น Squeeze ที่เป็นกลาง ไม่มีหลักฐานเพียงพอสนับสนุนความเชื่อมั่นเชิงทิศทางใด Setup ยังไม่ดำเนินการได้จนกว่าจะได้รับการยืนยันจาก Breakout หรือ Pullback พร้อมการยืนยันหลายอย่าง

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ให้ค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่ระบุทิศทางของ MACD Crossover ไม่มีข้อมูลพื้นฐานใด ๆ ทั้งสิ้น — P/E, EPS, รายได้, บทวิเคราะห์, ประวัติเงินปันผล และช่วง 52 สัปดาห์ ล้วนไม่ได้รับการยืนยัน ผลการค้นหา Tavily ทั้งหมดคืนข้อมูลของ TD SYNNEX (NYSE: SNX) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ แยกต่างหาก ไม่เกี่ยวข้องกับ SYNEX.BK

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: Squeeze breakout — ไม่มีการเข้าซื้อล่วงหน้า
    • โซนเข้าเทรด: 9.45–9.65 (Pullback ลงมาที่แนวรับ) หรือ 9.95–10.05 (ยืนยัน Breakout)
    • สัญญาณเข้าเทรด: ปิดรายวันเหนือ 9.95 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0x ค่าเฉลี่ย 20 วัน และ MACD ยืนยัน Bullish Crossover โดย NVDR ต้องยังคงซื้อต่อเนื่อง
    • เป้าหมาย 1: 10.20 (ให้มา; แนวต้านใกล้ — +5.7% จาก 9.65)
    • เป้าหมาย 2: ไม่พร้อมใช้งาน (ไม่มี Swing High ก่อนหน้า หรือ Consensus ของนักวิเคราะห์)
    • จุดตัดขาดทุน: 9.35 (ต่ำกว่าแนวรับทันที 9.45; การทำลายโครงสร้างของการพักตัว)
    • Trailing Stop: หลังผ่าน 10.20 ขยับ Stop ตามไปที่ 9.65 (ระดับเข้าซื้อ)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ให้มาเป็น 1.83; ยืนยันอิสระ: (10.20 − 9.65) / (9.65 − 9.35) = 0.55 / 0.30 = 1.83 — สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 แต่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องการ 2.0 ยอมรับได้แบบเส้นบาง ๆ
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ไม่พบวันประกาศงบหรือตัวเร่ง Squeeze อาจคลายตัวภายใน 3–10 session
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. ไม่สามารถหาแหล่งข้อมูลพื้นฐานอิสระได้ — การเข้าซื้อหุ้นโดยไม่เห็นกำไร การประเมินมูลค่า หรือมุมมองนักวิเคราะห์ ถือเป็นการเก็งกำไร

    2. NVDR หยุดการซื้อต่อเนื่อง 6 วัน — สัญญาณบวกเดียวหายไป

    3. ราคาปิดต่ำกว่า 9.35 — Breakdown ทำให้กรอบเสีย

    อัปเกรดเป็น BUY: ปิดรายวันเหนือ 9.95 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0x ค่าเฉลี่ย, MACD Bullish Crossover, NVDR ซื้อต่อเนื่อง และยืนยันอิสระว่ากำไร Q2 2026 เป็นบวก ช่องว่างข้อมูลพื้นฐานต้องปิดก่อนจึงจะให้ BUY ได้

    ลดระดับเป็น AVOID/SELL: ปิดรายวันต่ำกว่า 9.35 หรือการซื้อ NVDR 6 วันหยุดลงและพลิกเป็นขายต่อเนื่อง รวมถึงถ้าการวิจัยอิสระพบพื้นฐานเชิงลบ

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ปิดรายวัน > 9.95 ด้วยปริมาณ + MACD Bullish Crossover + NVDR ยังซื้อต่อเนื่อง ดีดขึ้นสู่ 10.20 ปิดต่ำกว่า 9.35
    กรณีฐาน ถูกบีบอัดต่อเนื่อง 9.45–9.95; ปริมาณต่ำ; NVDR ยังสะสมเงียบ ๆ กรอบ; เงินปันผล 3.87% ให้ผลตอบแทนระหว่างรอ กรอบคงอยู่
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 9.35 ด้วยปริมาณ หรือ NVDR พลิกเป็นขายต่อเนื่อง ลงสู่ 9.00 หรือต่ำกว่า ปิดกลับเหนือ 9.95

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ไม่พบตัวเร่ง SET factsheet สำหรับ SYNEX คืนว่างเปล่า ไม่มีบทวิเคราะห์ ไม่มีวันประกาศงบ ไม่มีประวัติเงินปันผล ไม่มีข่าวจากแหล่งใด ข้อมูลภายนอกเพียงอย่างเดียวคืออัตราเงินปันผล 3.87% และ free float 3.97% — ทั้งสองมาจากตัวรวบรวมข้อมูลการเงินโดยไม่มีแหล่งอ้างอิง
    • ภาคผู้จัดจำหน่ายไอที: ในฐานะผู้จัดจำหน่ายไอที SYNEX ได้ประโยชน์จากวัฏจักรการใช้จ่ายด้านไอทีองค์กร การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของไทยและการจัดซื้อไอทีภาครัฐอาจเป็นแรงหนุน แต่ไม่มีตัวเร่งเฉพาะบริษัทที่ยืนยันได้
    • หมายเหตุ TD SYNNEX (US Parent?): ผลการค้นหาทั้งหมดอ้างอิง TD SYNNEX (US: SNX) ซึ่งรายงานกำไร Q2 2026 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (EPS $4.85, +62.2% YoY) ไม่ชัดเจนว่า SYNEX Thailand มีความสัมพันธ์องค์กรกับ TD SYNNEX หรือไม่ หากเกี่ยวข้อง ผลงานที่แข็งแกร่งของบริษัทแม่สหรัฐอาจเป็น positive read-through — แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: Squeeze สามารถคลายตัวได้ทั้งสองทิศทาง R/R ที่ 1.83 ยอมรับได้แต่ไม่น่าดึงดูด การ Breakout หลอกเหนือ 9.95 เป็นไปได้
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานโดยสิ้นเชิง NVDR เป็นบวกเชิงทิศทางแต่บางเกินไป (0.62%, สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท) ที่จะให้การยืนยันที่มีนัยสำคัญ ข้อมูลกระแสเงินทุนไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจใด ๆ
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: นี่คือ ความล้มเหลวขั้นวิกฤต ของการวิเคราะห์ ไม่มีข้อมูลกำไร, P/E, EPS, ROE, รายได้, ประวัติเงินปันผล, บทวิเคราะห์ หรือข่าวองค์กร การลงทุนโดยไม่เห็นปัจจัยพื้นฐานคือการเก็งกำไร ไม่ใช่การวิเคราะห์ ระดับความเชื่อมั่นที่ “ต่ำ” สะท้อนช่องว่างข้อมูลนี้
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: สภาพคล่อง NVDR ต่ำกว่า 100 ล้านบาท หากไม่มีข้อมูลปริมาณการซื้อขายที่ยืนยัน สภาพคล่องโดยรวมของหุ้นก็ไม่ทราบ ไม่สามารถประเมิน Slippage และ Gap Risk ได้

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 9.35 ทำให้การพักตัวเสียไป ยิ่งกว่านั้นหากการซื้อ NVDR 6 วันหยุดลงและพลิกเป็นขายต่อเนื่อง สัญญาณบวกเพียงเล็กน้อยก็จะหายไป

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 9.65 − 9.35 = 0.30 บาท (~3.1% ของจุดเข้า)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยง 0.30 บาท (3.1%) เหมาะสมสำหรับ Swing Trade อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาการขาดหายของข้อมูลพื้นฐานโดยสมบูรณ์ ขนาดตำแหน่งควรถูกจำกัดที่ ความเสี่ยงพอร์ตไม่เกิน 0.5% สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ไม่แนะนำการเข้าซื้อใหม่จนกว่าจะได้ความชัดเจนด้านปัจจัยพื้นฐาน สูตร:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times 0.005}{0.30} \right\rfloor$$

    อัตราเงินปันผล 3.87% หากได้รับการยืนยัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการถือบางส่วนสำหรับผู้ถือเดิม

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 2026-08-13 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน (บางส่วน) กำหนดกรอบและ Squeeze; R/R = 1.83 ยืนยันแล้ว; ไม่มีระดับปัจจัยพื้นฐานให้
    RAG Knowledge — Squeeze/Breakout Rules สืบค้น: 2026-08-13 พร้อมใช้งาน Squeeze + ปริมาณ = Breakout; ตลาด Sideways ให้สัญญาณ EMA หลอก; การสะสม = Sideways + ปริมาณค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอด — ไม่มีข้อมูลรายการใหญ่ของสถาบัน
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอด — ไม่มีข้อมูลแรงกดดันขาลง
    NVDR Analyzer 2026-08-10 ปัจจุบัน (3 วัน) อัตราส่วน +0.62%, ซื้อ 6 วัน (persistence หายาก), สะสม +6.67 ล้านบาท; สภาพคล่องต่ำ; เครื่องมือ: “เป็นกลาง — ต่ำ”
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 2026-08-13 (ค้นหา) ไม่พร้อมใช้งาน (ผลทั้งหมดเป็นของ US: SNX ไม่ใช่ SYNEX.BK) ช่องว่างข้อมูลขั้นวิกฤต — ไม่มี P/E, EPS, รายได้, ประวัติเงินปันผล, บทวิเคราะห์ หรือข่าว

    ความล้มเหลวของข้อมูลขั้นวิกฤต: นี่คือสภาพแวดล้อมข้อมูลที่บางที่สุดในบรรดาหุ้นทั้งหมดที่วิเคราะห์ SET factsheet คืนว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์ ผลการค้นหา Tavily ทั้งหมดอ้างอิง TD SYNNEX (NYSE: SNX) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ แยกต่างหาก ไม่มีข้อมูลปัจจัยพื้นฐานอิสระสำหรับ SYNEX.BK ในผลการค้นหา จุดข้อมูลเดียวคือข้อมูลเทคนิค (จาก workflow input) และกระแสเงินทุน NVDR รายงานนี้ ไม่สามารถ มีความเชื่อมั่นสูงกว่าระดับต่ำได้

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — SYNEX แสดงการซื้อ NVDR ติดต่อกัน 6 วัน (ช่วงความต่อเนื่องยาวนานที่สุดในการวิเคราะห์) แต่ด้วยอัตราส่วนเพียง +0.62% แบบเล็กจิ๋ว Big Lot, Short Selling และข้อมูลปัจจัยพื้นฐานทั้งหมด (กำไร, P/E, บทวิเคราะห์) ไม่พร้อมใช้งานโดยสมบูรณ์ — Setup ไม่สามารถตรวจสอบได้ R/R ที่ให้มาคือ 1.83 ยอมรับได้แบบเส้นบาง ๆ ผู้ถือหุ้นเดิมถือโดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 9.35 และรับเงินปันผล ~3.87% การเข้าซื้อใหม่ขั้นต่ำต้องมี: (1) ปิดรายวันเหนือ 9.95 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0x ค่าเฉลี่ย (2) MACD Bullish Crossover และ (3) การยืนยันอิสระว่าปัจจัยพื้นฐานเป็นบวก หากไม่มีความชัดเจนด้านปัจจัยพื้นฐาน นี่คือ Squeeze-play เชิงเก็งกำไร ไม่ใช่การลงทุน

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T07:10:24.169+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:SYNEX|company_name:Synnex (Thailand) Public Co., Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:HOLD|target_price_1:10.2|entry_price:9.65|sell_price:10.2|stop_loss_level:9.35|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:9.45|immediate_resistance:9.95|risk_reward_ratio:1.83`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    STGT

    Trading Chart

    ต่อไปนี้คือรายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: STGT — บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ฉบับภาษาไทย โดยแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษทั้งหมด


    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: STGT — บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือ; อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 4.6% ช่วยสร้างรายได้ระหว่างรอการคลายตัวของ Squeeze
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง (ระยะฟื้นตัวช่วงต้น ยังไม่มีตัวเร่ง)
    ความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา Swing (1–5 วันสำหรับ Squeeze; หลายสัปดาห์สำหรับธีมฟื้นตัวตามวัฏจักร)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 10.80 บาท (13 ส.ค. 2569, ข้อมูลจาก STGT IR)
    วันที่ของราคา 2026-08-13 (เว็บไซต์นักลงทุนสัมพันธ์ STGT)
    สถานะแผนการเทรด ไม่สามารถสร้างขึ้นได้ — จุดเข้า, จุดตัดขาดทุน และเป้าหมาย ล้วนไม่ได้รับการยืนยันจากข้อมูลต้นทาง

    บทสรุปการตัดสินใจ: STGT เป็นหุ้นที่มีข้อมูลป้อนเข้าที่ไม่สมบูรณ์มากที่สุดในบรรดาหุ้นทั้งหมด: จุดเข้า, ตัดขาดทุน, เป้าหมาย และ R/R ล้วน “ไม่ได้รับการยืนยัน” หุ้นกำลังถูกบีบอัดใน Squeeze ที่กรอบ 10.00–11.00 โดยมีการฟื้นตัวตามวัฏจักรกำลังเริ่มต้น (Q1 2569: EPS +0.13 จาก TTM -0.05, รายได้ 5.49 พันล้าน) หนุนด้วยผลตอบแทนเงินปันผล 4.6% ข้อมูล NVDR แสดงการขายพุ่งหนึ่งวัน (-12.88%) บนสภาพคล่องบางเบา แต่ยอดสะสม 3 วันเป็นบวก (+7.5 ล้านบาท) Short Selling ใกล้ศูนย์ (0.03%) ไม่สามารถสร้างแผนเทรดได้หากไม่มีระดับราคาที่ยืนยัน; แผนจะดำเนินได้ก็ต่อเมื่อราคา Breakout เหนือ 11.00 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย หรือ Pullback ลงมาที่ 10.00 พร้อมกับ NVDR เปลี่ยนเป็นซื้อต่อเนื่อง

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง Sideways, ใน Squeeze, Keltner แบน; กรอบ 10.00–11.00 เป็นกลาง ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้ง, MACD “Crossover” (ทิศทางไม่ยืนยัน), RSI กลาง เป็นกลาง ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling Short ratio 0.03%, คงค้าง 0.22% — แทบไม่มีแรงกดดันขาลง สนับสนุน (ไม่มีแรงกดดัน) ปานกลาง
    NVDR สัดส่วน -12.88%, ขาย 1 วัน, พุ่ง 6.36x, สะสม 3 วัน +7.5 ล้าน; สภาพคล่อง < 100 ล้าน เป็นกลาง (ผสม) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง พลิกเป็นกำไร Q1 2569: EPS 0.13 (เทียบ TTM -0.05), รายได้ 5.49 พันล.; ปันผล 0.50/หุ้น (4.6%); อุตสาหกรรมถุงมือแข่งขันสูง; ไม่มีบทวิเคราะห์ ผสม-บวก (ฟื้นตัวระยะแรก) ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน EPS TTM -0.05 (ยังติดลบ); ไตรมาสล่าสุดมีกำไร; P/BV ~0.6–0.7 เท่า; วัฏจักรเชิงลึก เป็นกลาง (การฟื้นตัวยังไม่พิสูจน์) ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: ผสม — ไม่มี Setup ที่ดำเนินการได้หากไม่มีระดับราคาที่ยืนยัน

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: Sideways (ปรับฐานหลังผ่านจุดสูงสุดจากโควิด; กรอบ 10.00–11.00)
    • วัฏจักรตลาด: ศักยภาพการสะสม (Accumulation) — หุ้นมีมูลค่าลึกตามวัฏจักร (P/BV ต่ำกว่า 0.7 เท่า) กำลังฟื้นจากขาดทุน EPS การบีบอัดใน Squeeze และ Keltner แบน ชี้ว่าการเคลื่อนตัวเป็นทิศทางจะเกิดขึ้นเมื่อกรอบถูกทำลาย
    • แนวรับสำคัญ: 10.00 (ทันที/ข้อมูลให้มา)
    • แนวต้านสำคัญ: 11.00 (ทันที/ข้อมูลให้มา), 11.10 (สูงสุดของวันตามข้อมูล IR วันที่ 13 ส.ค.)
    • โมเมนตัม: RSI กลาง — ไม่สุดขั้ว MACD “Crossover” ไม่ระบุทิศทาง ในตลาด Sideways EMAs ให้สัญญาณหลอกตามความรู้ RAG Crossover หากเป็นขาขึ้นจะสนับสนุน Breakout; หากเป็นขาลงจะสนับสนุน Breakdown ยังไม่คลี่คลาย
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน
    • การตีความ Short Selling: Short ratio 0.03% คงค้าง 0.22% แทบเป็นศูนย์ มี Short เพียง 400 หุ้นในวันที่มีข้อมูล และไม่มี NVDR Short เลย ไม่มีแรงกดดันเก็งกำไรขาลง นี่คือข้อมูล Short Selling ที่ดีที่สุดในบรรดาทั้งหมดที่วิเคราะห์
    • การตีความ NVDR: ยอดขายหนึ่งวันที่ -12.88% ด้วยปริมาณพุ่ง 6.36x แต่ยอดสะสม 3 วันเป็นบวกที่ +7.5 ล้านบาท สอดคล้องกับรายการขายใหญ่ครั้งเดียวในกระแสเงินทุนที่เป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย สภาพคล่องถูกตั้งข้อสังเกตว่าต่ำกว่า 100 ล้านบาท ลดความน่าเชื่อถือ เครื่องมือ NVDR จัดเป็น “เป็นกลาง — ต่ำ, ไม่มีสัญญาณชัด”
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: Short Selling เป็นศูนย์ NVDR เป็นกลาง/ผสม Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน กระแสเงินทุนไม่มีอคติเชิงทิศทางใด ราคาที่เกิดขึ้นจริง (Sideways) เป็นสัญญาณเดียวที่เชื่อถือได้ — และเป็นกลาง Setup นี้เป็นกลยุทธ์การเล่น Squeeze Breakout เพียงอย่างเดียว ซึ่งต้องใช้จุด Trigger

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ให้ค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่ระบุทิศทางของ MACD Crossover จุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมาย ล้วน “ไม่ได้รับการยืนยัน” จากข้อมูลต้นทาง ไม่มีบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ ไม่สามารถคำนวณ R/R ได้

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: Squeeze Breakdown — ไม่มีการเข้าซื้อล่วงหน้า
    • โซนเข้าเทรด: สร้างจากข้อมูลที่มี: 10.00–10.30 (Pullback ใกล้แนวรับ) หรือ 11.00–11.20 (ยืนยัน Breakout)
    • สัญญาณเข้าเทรด (Breakout): ราคาปิดรายวันเหนือ 11.00 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย 20 วัน และ MACD ยืนยัน Bullish Crossover โดย NVDR ควรแสดงการซื้อสุทธิในวัน Breakout
    • สัญญาณทางเลือก (Pullback): ราคา Pullback มาที่ 10.00–10.20 และยืนเหนือ 10.00 โดย RSI กำลังยกตัวขึ้นจาก 40–45 และมีแท่งเขียวรายวัน
    • เป้าหมาย 1: 12.00 (สร้างขึ้น — แนวต้านจากการแกว่งก่อนหน้าอิงจากช่วงสูงของวันที่ 10.70–11.10)
    • เป้าหมาย 2: ไม่พร้อมใช้งาน (ไม่มี consensus TP)
    • จุดตัดขาดทุน: 9.80 (ต่ำกว่าแนวรับ 10.00; ต่ำกว่า ~2% สำหรับเผื่อ Noise; การทำลายโครงสร้าง)
    • Trailing Stop: หลังผ่าน 11.50 ขยับ Stop ตามไปที่ 10.80 (จุดเข้าจะกลายเป็นแนวรับ)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ไม่สามารถคำนวณได้ — ข้อมูลป้อนเข้าทั้งหมดไม่ยืนยัน หากใช้ระดับที่สร้าง: (12.00 − 10.80) / (10.80 − 9.80) = 1.20 / 1.00 = 1.20 — ต่ำกว่าเกณฑ์ หากใช้จุดเข้า Breakout ที่ 11.00: (12.00 − 11.10) / (11.10 − 9.80) = 0.90 / 1.30 = 0.69 — ยอมรับไม่ได้ หากใช้จุดเข้า Pullback ที่ 10.10: (12.00 − 10.10) / (10.10 − 9.80) = 1.90 / 0.30 = 6.33 — ยอมรับได้ การเข้าแบบ Pullback เป็นวิธีเดียวที่ทำได้
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ไม่พบวันที่งบการเงินใกล้เข้ามา Squeeze อาจคลายตัวใน 3–10 session เข้าตาม Trigger หลังยืนยัน
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 10.00 — กรอบพังลง สมมติฐานการสะสมล้มเหลว

    2. Breakout เหนือ 11.00 ด้วยปริมาณต่ำ — มีโอกาสเป็น Breakout หลอก

    3. MACD ตัดเป็นขาลง — โมเมนตัมขัดแย้งกับแผนขาขึ้น

    อัปเกรดเป็น BUY: ปิดรายวันเหนือ 11.00 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย และ MACD Bullish Crossover หรือ Pullback มาที่ 10.00–10.20 ยืนเหนือแนวรับพร้อม RSI ดีดขึ้น ทั้งสองกรณี NVDR ต้องไม่แจกจ่ายอย่างต่อเนื่อง

    ลดระดับเป็น AVOID/SELL: ปิดรายวันต่ำกว่า 10.00 บนปริมาณขยาย — ยืนยันกรอบพังลง

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ปิดรายวัน > 11.00 ด้วยปริมาณ + MACD Bullish Crossover ดีดขึ้นสู่ 12.00 ปิดต่ำกว่า 10.00
    กรณีฐาน ถูกบีบอัดต่อเนื่อง 10.00–11.00; ปริมาณต่ำ กรอบ; ปันผล 4.6% ให้ผลตอบแทนระหว่างรอ; การสะสมยังดำเนินอยู่ กรอบคงอยู่
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 10.00 ด้วยปริมาณ ลงสู่ 9.00 แล้ว 8.00 ปิดกลับเหนือ 11.00

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบไตรมาส 2 ปี FY26 (ประมาณ ~ส.ค. 2569 จาก Q1 ออก 8 พ.ค.): ตัวเร่งที่สำคัญที่สุด Q1 พลิกเป็นกำไร (EPS 0.13 เทียบ TTM -0.05) การยืนยันว่าความสามารถทำกำไรยั่งยืนใน Q2 จะเป็นตัวเร่งการปรับราคาที่ทรงพลังสำหรับหุ้นวัฏจักรมูลค่าลึกตัวนี้
    • ความต้องการถุงมือ / วัฏจักรราคา: อุตสาหกรรมถุงมือมีการแข่งขันสูงและมีอุปทานมาก การฟื้นตัวของความต้องการถุงมือโลก (ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ, ความกังวลโรคระบาด) หรืออำนาจต่อรองด้านราคาที่ดีขึ้น จะส่งผลดีต่อ STGT โดยตรง
    • อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (0.50 บาท, ~4.6%): เป็นพื้นผลตอบแทนที่มีนัยสำคัญช่วยหนุนราคาในช่วงปรับฐาน

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: Squeeze สามารถคลายตัวได้ทั้งสองทิศทาง ข้อมูลนำเข้าไม่ยืนยันเลย (ไม่มีจุดเข้า, ตัดขาดทุน, เป้าหมาย) ทำให้ไม่มีแผนเทรดที่ป้องกันได้โดยไม่ต้องสร้างระดับราคาเอง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: ข้อมูล Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน NVDR เป็นกลาง/ผสมบนสภาพคล่องต่ำ ไม่มีการยืนยันกระแสเงินทุนสำหรับทิศทางใดเลย
    • ความเสี่ยงด้านพื้นฐาน: STGT เป็นหุ้นฟื้นตัวตามวัฏจักร EPS TTM ยังติดลบ ( -0.05) กำไร Q1 (0.13/หุ้น) อาจเป็นรายการครั้งเดียวจากปัจจัยชั่วคราว อุตสาหกรรมถุงมือเผชิญอุปทานล้นเหลือจากการขยายกำลังผลิตหลังโควิด รายได้ลดลง 16.2% QoQ ในงวดรายงานล่าสุด
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: สภาพคล่อง NVDR ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ปริมาณรายวัน 4.5 ล้านหุ้น (~48 ล้านบาท/วัน) — พอใช้สำหรับรายย่อยแต่ Slippage สูงสำหรับคำสั่งขนาดใหญ่

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 10.00 ทำให้แนวรับสะสมเสียไป ยิ่งกว่านั้นหากงบ Q2 2569 แสดงการกลับไปขาดทุน สมมติฐานฟื้นตัวตามวัฏจักรจะล้มเหลว

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: ไม่สามารถคำนวณจากข้อมูลที่ให้มา (ทั้งหมดไม่ยืนยัน) หากใช้ระดับที่สร้าง: 10.80 − 9.80 = 1.00 บาท (~9.3% ของจุดเข้า — กว้างสำหรับ Swing Trade)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยงที่สร้างขึ้น 1.00 บาท (9.3%) กว้างเกินไปสำหรับ Swing Trade มาตรฐาน จุดตัดขาดทุนที่แน่นขึ้นที่ 10.00 (0.80 บาท, 7.4%) ยังสูงสำหรับหุ้นในกรอบ Sideways ที่ไม่มีจุดเข้ายืนยัน การกำหนดขนาดควรระมัดระวัง — จำกัดความเสี่ยงพอร์ตที่ 0.5–1.0% เนื่องจากข้อมูลไม่สมบูรณ์ สูตรหากใช้ระดับที่สร้าง:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.80} \right\rfloor$$

    อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 4.6% ช่วยลดความเสี่ยงจากการถือบางส่วนสำหรับผู้ถือเดิม แต่ไม่ใช่เหตุผลให้เพิ่มขนาด

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 2026-08-13 (เวลาออกรายงาน) บางส่วน (จุดเข้า/ตัดขาดทุน/เป้าหมายไม่ยืนยันทั้งหมด) ไม่สามารถสร้างแผนเทรด; พารามิเตอร์ดำเนินการทั้งหมดต้องสร้างเอง
    RAG Knowledge — Squeeze/MACD Rules สืบค้น: 2026-08-13 พร้อมใช้งาน Squeeze + ปริมาณ = Breakout; MACD Crossover เหนือสัญญาณ = ซื้อ; Sideways = EMA สัญญาณหลอก
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดด้านรายการใหญ่ของสถาบัน
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) 2026-08-01 ล่าช้า (12 วัน) 0.03% — เกือบศูนย์; ดีที่สุดที่วิเคราะห์; สนับสนุนสำหรับ Long
    NVDR Analyzer 2026-08-10 ปัจจุบัน (3 วัน) สัดส่วน -12.88%, ขาย 1 วัน, พุ่ง 6.36x, สะสม +7.5 ล้าน; สภาพคล่องต่ำ; เครื่องมือ: “เป็นกลาง — ต่ำ”
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 2026-08-13 (ค้นหา) ปัจจุบัน ราคา 10.80 (IR, 13 ส.ค.); Q1 EPS 0.13, TTM EPS -0.05; ปันผล 0.50 (4.6%); ไม่มีบทวิเคราะห์

    ปัญหาข้อมูลสำคัญ: นี่คือหุ้นที่มีข้อมูลป้อนเข้าขาดมากที่สุดในบรรดาทั้งหมด: จุดเข้า, จุดตัดขาดทุน, เป้าหมาย และ R/R ล้วน “ไม่ได้รับการยืนยัน” รายงานมีความเชื่อมั่นสูงกว่า ต่ำ ไม่ได้ ทุกระดับดำเนินการสร้างขึ้นเอง ไม่มีบทวิเคราะห์หรือราคาเป้าหมายใด ๆ เว็บไซต์ STGT IR เป็นแหล่งข้อมูลราคา ณ เวลาจริงเพียงจุดเดียว (10.80 บาท, 13 ส.ค.)

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — STGT เป็นหุ้นพลิกฟื้นตามวัฏจักรที่มีมูลค่าลึก (P/BV ~0.6–0.7 เท่า, มีกำไร Q1 หลังจาก TTM EPS ติดลบ) ให้ผลตอบแทนเงินปันผล 4.6% และ Short Selling เกือบเป็นศูนย์ (0.03%) แต่ข้อมูลนำเข้าไม่สมบูรณ์อย่างมาก: จุดเข้า, ตัดขาดทุน, เป้าหมาย และ R/R ล้วน “ไม่ยืนยัน” ทั้งหมด ไม่สามารถสร้างแผนเทรดได้หากไม่มีพารามิเตอร์ยืนยัน เฝ้าระวังการปิดรายวันเหนือ 11.00 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย และ MACD Bullish Crossover (เข้า Breakout) หรือ Pullback มาที่ 10.00–10.20 และยืนเหนือแนวรับ (เข้าแบบ Reversal) หากปิดต่ำกว่า 10.00 จะทำให้สมมติฐานการสะสมเสียไป งบ Q2 2569 คือตัวเร่งสำคัญถัดไป

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T07:04:46.846+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:STGT|company_name:Sri Trang Gloves (Thailand) Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:0|entry_price:0|sell_price:0|stop_loss_level:0|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:10|immediate_resistance:11|risk_reward_ratio:0`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    SGC

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: SGC — บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก หลีกเลี่ยง (AVOID)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ลดสัดส่วน/ออกจากสถานะ — ราคาลงมาต่ำกว่าโซนเข้าแล้ว; จุดตัดขาดทุนที่ 1.63 ใกล้ถูกชน
    แนวโน้มทิศทาง ขาลง (ระยะใกล้), เป็นกลาง (ระยะกลาง)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา Swing (1–5 วันสำหรับการทดสอบแนวรับ)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~1.64 บาท (13 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 2026-08-13 (MarketWatch: 1.64, ราคาปิดก่อนหน้า 1.80; 5 วัน: -7.34%)
    สถานะแผนการเทรด ไม่ถูกต้อง — ราคาต่ำกว่าโซนเข้า พร้อมสัญญาณ MACD Divergence และแรงขายหนัก

    บทสรุปการตัดสินใจ: SGC กำลังเผชิญแรงขายหนักในช่วง 5 วัน (-7.34%) จาก 1.80 ลงมาที่ ~1.64 ทะลุโซนเข้าที่ให้ไว้ (1.71) และเข้าใกล้จุดตัดขาดทุนที่ 1.63 การปรับลงนี้เกิดขึ้นทั้งที่ราคาวิ่งขึ้นมา +95% YTD และมีปริมาณ NVDR พุ่ง 10.23 เท่า — ซึ่งน่าจะเป็นความผิดปกติเพียงวันเดียว ไม่ใช่การสะสม คำเตือน MACD Divergence (bearish divergence ในแนวโน้มขาขึ้น) ผนวกกับการพังทลายของราคา ข้อมูลกระแสเงินทุนไม่สมบูรณ์ (Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งาน) และ R/R ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ 1.13 ทำให้เป็นหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับการเข้าซื้อใหม่ ผู้ถือหุ้นเดิมควรออกจากสถานะหรือขยับจุดตัดขาดทุนมาที่ 1.63; การปิดต่ำกว่า 1.63 ยืนยันการพังทลายของแนวโน้ม

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง (+95% YTD) แต่ 5 วัน -7.34%; อยู่ใน Squeeze; Keltner ยกตัว; ราคาอยู่ใต้โซนเข้า ขาลง (การพังทลายกำลังดำเนินอยู่) ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม MACD Divergence (คำเตือน bearish divergence ในขาขึ้น); RSI กลาง; ปริมาณแห้ง Bearish Divergence ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    NVDR อัตราส่วน +8.28%, วันซื้อ 1 วัน, พุ่ง 10.23x, สะสม 3 วัน +20.6 ล้านบาท; สภาพคล่อง > 100 ล้าน; เครื่องมือ: “เป็นกลาง” ผสม (พุ่งวันเดียวน่าจะเป็นความผิดปกติ) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง ผู้ให้สินเชื่อเช่าซื้อที่ไม่ใช่ธนาคาร; YTD +95%, 3 เดือน +76% แต่ 5 วัน -7.34%; ข้อมูลการเงิน Q1/2569 มี; ไม่มีเงินปันผล; ไม่มีบทวิเคราะห์ ลบ (โมเมนตัมระยะสั้น) ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน ไม่พบข้อมูล P/E หรือ ROE จากผลค้นหา; สินเชื่อเช่าซื้อเฉพาะกลุ่มอ่อนไหวต่อวัฏจักรสินเชื่อ ไม่พร้อมใช้งาน (ข้อมูลไม่เพียงพอ) ต่ำ

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: น่าจะเป็นการกระจาย — MACD Divergence + ราคาพังทลาย + ข้อมูลไม่สมบูรณ์

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (แต่ถูกกดดันหนักในระยะสั้น — ปรับลง -7.34% ใน 5 วัน)
    • วัฏจักรตลาด: การกระจาย (Distribution) — อ้างอิงความรู้ RAG: “ระยะกระจาย: ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่การเคลื่อนขึ้นชะลอตัว พร้อมปริมาณสูงในวันปิดแดง — Smart Money ค่อย ๆ ขายทำกำไร” MACD divergence + การปรับลงของราคายืนยันรูปแบบนี้
    • แนวรับสำคัญ: 1.63 (จุดตัดขาดทุนที่ให้ไว้ / แนวรับใกล้สุด) ต่ำกว่า 1.63 — ไม่มีข้อมูลแนวรับที่ยืนยัน
    • แนวต้านสำคัญ: 1.71 (อดีตโซนเข้า กลายเป็นแนวต้าน), 1.76 (แนวต้านที่ให้ไว้), 1.80 (เป้าหมาย 1 ที่ให้ไว้)
    • โมเมนตัม: MACD Divergence คือสัญญาณชี้ขาด จาก RAG: “หากราคาหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ แต่ Indicator กลับทำยอดต่ำลง เกิด Bearish Divergence — เตือนว่าโมเมนตัมหมดแรง” การปรับลง 5 วันคือราคายืนยัน divergence RSI เป็นกลาง — แต่อาจลดลงมาจากกรอบข้อมูล 14 แท่ง การบีบอัด + divergence หมายความว่าราคาถูกบีบแล้วพังลง — squeeze คลายตัวเป็นขาลง
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลรายการซื้อขายใหญ่ของสถาบันได้
    • การตีความ Short Selling: ไม่พร้อมใช้งาน นี่คือจุดบอดวิกฤต — หากนักชอร์ตอยู่เบื้องหลังแรงขาย -7.34% เราไม่สามารถยืนยันได้
    • การตีความ NVDR: อัตราส่วนสุทธิ +8.28% กับวันซื้อ 1 วัน และปริมาณพุ่งมหาศาล 10.23x อย่างไรก็ตาม นี่เป็นตัวเลขวันเดียว ไม่ใช่แนวโน้มต่อเนื่อง การพุ่ง 10.23x สุดโต่งจนน่าจะหมายถึงการปรับโครงสร้าง Big Lot นอกกระดานหรือผู้ซื้อต่างชาติรายใหญ่เพียงรายเดียว — ไม่ใช่สัญญาณการสะสมในวงกว้าง เครื่องมือ NVDR จัดประเภทอย่างถูกต้องเป็น “เป็นกลาง — ความแข็งแกร่งต่ำ” แม้สภาพคล่องยืนยัน (> 100 ล้าน) สัญญาณนี้ไม่เพียงพอที่จะล้มล้างการพังทลายของราคา
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: ภาพกระแสเงินทุนไม่สมบูรณ์และขัดแย้ง NVDR แสดงการพุ่งวันเดียวผิดปกติ Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งาน ราคาที่เกิดขึ้นจริง (5 วัน -7.34% พร้อม MACD divergence) เป็นสัญญาณที่น่าเชื่อถือที่สุดและเป็นขาลง หุ้นนี้เป็น Non-bank รายเล็กในตลาดเช่าซื้อเฉพาะกลุ่ม — การติดตามจากสถาบันต่ำ ไม่มีเป้าหมายนักวิเคราะห์ ไม่มีปันผล สภาพแวดล้อมข้อมูลบางเบาเกินกว่าจะสนับสนุนการเข้าซื้ออย่างมั่นใจ

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ให้ค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่พบข้อมูล P/E, ROE, มูลค่าทางบัญชีจากผลค้นหาเฉพาะ SGC.BK ไม่มีบทวิเคราะห์หรือราคาเป้าหมาย

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเข้าซื้อใหม่ — บริหารการออกจากสถานะสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม
    • โซนเข้าเทรด: ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้อง — ราคาลงมาต่ำกว่าโซนเข้าเดิม
    • สัญญาณเข้าเทรด: ไม่เกี่ยวข้อง หากจะกลับเข้าซื้อ (เฉพาะหลังกลับตัวยืนยันแล้ว): ปิดรายวันเหนือ 1.71 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย และ MACD ลบล้าง bearish divergence (ทำจุดสูงใหม่ของ MACD) และ NVDR แสดงการสะสมต่อเนื่อง (≥ 3 วันทำการซื้อสุทธิติดต่อกัน)
    • เป้าหมาย 1: 1.80 (ที่ให้ไว้ — ตอนนี้เป็นแนวต้าน ไม่ใช่เป้าหมาย)
    • เป้าหมาย 2: ไม่พร้อมใช้งาน (ไม่มี consensus นักวิเคราะห์)
    • จุดตัดขาดทุน: 1.63 (ที่ให้ไว้ — ผู้ถือหุ้นเดิม: ออกจากสถานะเมื่อปิดต่ำกว่า 1.63)
    • Trailing Stop: ผู้ถือหุ้นเดิม: หากราคาฟื้นกลับมาที่ 1.71 เลื่อน Stop ตามไปที่ 1.66 หากราคาปิดต่ำกว่า 1.63 ออกจากสถานะทันที
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ให้ไว้ที่ 1.13; ตรวจสอบอิสระ: (1.80 − 1.71) / (1.71 − 1.63) = 0.09 / 0.08 = 1.13 — ยืนยัน แต่ต่ำกว่าเกณฑ์ ณ ราคาปัจจุบัน (1.64): ไม่สามารถเข้าได้ — ราคาอยู่ต่ำกว่าโซนเข้า
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ไม่มีการดำเนินการสำหรับสถานะเปิดใหม่ ผู้ถือหุ้นเดิม: ออกหาก 1.63 ถูกทำลายด้วยราคาปิด ตัวเร่งถัดไปคืองบไตรมาส 2/2569 (ไม่ทราบวันที่ — MD&A ของ Q1 วันที่ 14 พ.ค.)
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้: ไม่เกี่ยวข้อง — ห้ามเข้าไม่ว่ากรณีใด ๆ

    อัปเกรดเป็น ซื้อ (ต้องมีทั้งสามข้อ): (1) ปิดรายวันเหนือ 1.71 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย (2) MACD ทำจุดสูงใหม่ (ลบล้าง bearish divergence) และ (3) NVDR แสดงการสะสมต่อเนื่อง (≥ 3 วันซื้อติดต่อกัน) ราคาต้องพิสูจน์ว่า divergence เป็นสัญญาณหลอก

    ลดระดับเป็น ขาย (ผู้ถือหุ้นเดิม): ปิดรายวันต่ำกว่า 1.63 — โครงสร้างแนวโน้มถูกยืนยันว่าพัง ออกจากสถานะทันที

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ราคาฟื้นกลับเหนือ 1.71 + MACD ลบล้าง divergence + NVDR ซื้อต่อเนื่อง ฟื้นตัวสู่ 1.80 แล้วสูงขึ้น ปิดต่ำกว่า 1.63
    กรณีฐาน ปรับลงต่อเนื่องเข้าหา 1.63; ราคาทดสอบระดับ stop Stop ที่ 1.63 ถูกทดสอบ; ผลลัพธ์เป็นสองทาง N/A — การทดสอบแนวรับ
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 1.63 ด้วยปริมาณ ปรับลงสู่ 1.50 แล้ว 1.30; กำไร YTD เสี่ยงต่อการขายทำกำไร ปิดกลับเหนือ 1.71

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบไตรมาส 2 ปี FY26 (ไม่ทราบวันที่ — รายงาน Q1 วันที่ 14 พ.ค. 2569): ในฐานะผู้ให้สินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร ความสามารถทำกำไรของ SGC อ่อนไหวสูงต่อต้นทุนเครดิต การเกิด NPL และการเติบโตของสินเชื่อ คุณภาพสินทรัพย์ที่ถดถอยจะเร่งแรงขาย
    • การใช้สิทธิ SGC-W2 (อยู่ระหว่างดำเนินการ): บริษัทรายงานผลการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นรายเดือน (ล่าสุด 1 ก.ค. 2569) ผลกระทบจากการแปลงสภาพอาจกดดันราคาหุ้น
    • วัฏจักรสินเชื่อผู้บริโภคไทย: ในฐานะผู้เชี่ยวชาญสินเชื่อเช่าซื้อ (มือถือ ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า) SGC รับผลโดยตรงจากหนี้ครัวเรือนและกำลังซื้อผู้บริโภค หนี้ครัวเรือนสูง (87% ของ GDP) ที่ Fitch ตั้งธงสำหรับภาคนี้เป็นอุปสรรค

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: MACD bearish divergence + ราคาพังลงต่ำกว่าโซนเข้าเป็นรูปแบบการยืนยันการกระจายแบบคลาสสิก Squeeze คลายตัวทางลง การปิดต่ำกว่า 1.63 จะทำให้การกลับตัวของแนวโน้มสมบูรณ์
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานทั้งคู่ — จุดบอดวิกฤตสองจุด NVDR แสดงความผิดปกติวันเดียว (พุ่ง 10.23x) ไม่ใช่สัญญาณน่าเชื่อถือ ไม่สามารถใช้ข้อมูลกระแสเงินทุนสนับสนุนสมมติฐานใด ๆ ได้
    • ความเสี่ยงด้านพื้นฐาน: SGC เป็น Non-bank รายเล็ก ไม่มีบทวิเคราะห์ ไม่มีปันผล และข้อมูลการเงินสาธารณะจำกัด รูปแบบธุรกิจ (สินเชื่อเช่าซื้อ) เป็นวัฏจักรและอ่อนไหวต่อดอกเบี้ย การวิ่งขึ้น +95% YTD อาจขับเคลื่อนโดยการเก็งกำไรมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน — ทำให้เปราะบางต่อการถดถอยรุนแรง
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: ไม่มีข้อมูลปริมาณจากเครื่องมือค้นหา การเคลื่อนไหว -7.34% ใน 5 วันของหุ้นราคา 1.64 บาท ชี้ถึงสภาพคล่องบางเบาและความเสี่ยงต่อ slippage สูง ความเสี่ยงด้านช่องว่างราคามีนัยสำคัญ

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 1.63 ยืนยันการกลับตัวของแนวโน้ม และทำให้สมมติฐาน Long ที่เหลือเสียไป นอกจากนี้ หากงบ Q2/2569 (เมื่อประกาศ) แสดงคุณภาพสินทรัพย์ถดถอยหรือสินเชื่อเติบโตลดลง เหตุผลพื้นฐานในการถือผ่านการปรับฐานจะเสียไป

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ที่ให้มา): 1.71 − 1.63 = 0.08 บาท (~4.7% ของจุดเข้า)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ไม่เกี่ยวข้อง — ไม่มีการเข้าซื้อใหม่ สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม: ระยะห่างจากราคาถึงจุดตัดขาดทุนเหลือเพียง 0.01 บาท (1.64 − 1.63) — เกือบถึงจุดออกเต็มที ออกจากสถานะเมื่อปิดต่ำกว่า 1.63 โดยไม่ลังเล ไม่ต้องมีสูตรเนื่องจากห้ามเข้า

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 2026-08-13 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดแนวโน้ม, MACD divergence, ระดับ; R/R = 1.13 ยืนยันต่ำกว่าเกณฑ์
    RAG Knowledge — กฎ Divergence/Distribution สืบค้น: 2026-08-13 พร้อมใช้งาน Bearish divergence = โมเมนตัมหมดแรง; ระยะกระจาย = สัญญาณขาย; Keltner ยกตัวสวนทางกับราคาพัง
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดด้านกิจกรรมรายใหญ่ของสถาบัน
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดด้านกิจกรรมเก็งกำไรขาลง
    NVDR Analyzer 2026-08-10 ปัจจุบัน (3 วัน) +8.28%, วันซื้อ 1 วัน, พุ่ง 10.23x (ผิดปกติ), สะสม +20.6 ล้าน; สภาพคล่อง > 100 ล้าน; เครื่องมือ: “เป็นกลาง — ต่ำ”
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 2026-08-13 (ค้นหา) บางส่วน ราคา 1.64 (MarketWatch, 13 ส.ค.), 5D -7.34%; YTD +95%; ผู้ให้สินเชื่อเช่าซื้อ; ไม่มีบทวิเคราะห์; ข้อมูลการเงิน Q1/2569 มี

    ปัญหาข้อมูลสำคัญ: Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานทั้งคู่ Tavily search ส่งผลลัพธ์เกี่ยวกับ Sea Limited (US: SE) เป็นหลัก ไม่ใช่ SG Capital Thailand (SGC.BK) — เฉพาะ MarketWatch และ SET factsheet ที่เกี่ยวข้อง นี่คือสภาพแวดล้อมข้อมูลที่บางเบาที่สุดในบรรดาหุ้นทั้งหมดที่วิเคราะห์ ไม่มีข้อมูล P/E, ROE, มูลค่าทางบัญชี หรือบทวิเคราะห์ รายงานนี้ไม่สามารถมีความเชื่อมั่นสูงกว่าปานกลางได้

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    หลีกเลี่ยง (AVOID) — MACD bearish divergence ของ SGC ถูกยืนยันด้วยแรงขาย 5 วัน -7.34% ทะลุโซนเข้าที่ให้ไว้ที่ 1.71 และเข้าใกล้จุดตัดขาดทุนที่ 1.63 การพุ่ง 10.23x ของ NVDR เป็นความผิดปกติวันเดียว ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มีบทวิเคราะห์ และ R/R 1.13 ต่ำกว่าเกณฑ์ นี่คือการพังทลายของการกระจายแบบคลาสสิกในหุ้นเล็กที่ไม่มีที่ยึดเหนี่ยวทางพื้นฐาน ผู้ถือหุ้นเดิมควรออกเมื่อปิดต่ำกว่า 1.63 หรือลดสัดส่วนทันที ไม่มีเหตุผลสนับสนุนการเข้าซื้อใหม่ภายใต้สถานการณ์ระยะใกล้ใด ๆ ทั้งสิ้น

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T06:59:21.581+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:SGC|company_name:SG Capital Company Ltd|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:1.8|entry_price:1.71|sell_price:1.8|stop_loss_level:1.63|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:1.63|immediate_resistance:1.76|risk_reward_ratio:1.13`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    SKY

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: SKY — บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าดู (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือ; เลื่อน Stop ตามไปที่ 17.60; งบวันที่ 17 ส.ค. เป็นเหตุการณ์สองทาง — กำหนดขนาดให้เหมาะสม
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น (ระยะกลาง), ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ (ระยะสั้น)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา Swing (1–5 วันหลังประกาศงบเพื่อการคลายตัวของสัญญาณ)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 17.70 บาท (12 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 2026-08-12 (Investing.com) / 2026-08-11 (SET Factsheet)
    สถานะแผนการเทรด รอสัญญาณ — งบในอีก 4 วันกีดขวางการเข้าซื้อ

    บทสรุปการตัดสินใจ: SKY เป็นหุ้นเติบโตด้านไอที/ระบบการบินที่แข็งแกร่ง (รายได้ +52.4% YoY, กำไรสุทธิ +42.1% YoY) อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นยืนยันแล้ว โดยมีราคาเป้าหมาย Consensus ของนักวิเคราะห์ที่ 21.92 (+24% upside) NVDR แสดงวันซื้อสุทธิ 3 วันติดต่อกัน (+23.9 ล้านบาทสะสม) แต่บนสภาพคล่องบางเบาต่ำกว่า 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 วันที่ 17 ส.ค. (อีก 4 วัน) ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากช่องว่างราคาที่ไม่สามารถป้องกันได้ และราคาหุ้นอยู่บนแนวรับโดยตรงที่ 17.70 (แนวรับ 17.60) ยังไม่มีเหตุผลให้เข้าซื้อก่อนที่ผลประกอบการจะคลี่คลาย; setup จะเริ่มปฏิบัติได้เมื่อเกิด breakout หลังงบเหนือ 18.40 ด้วยปริมาณ หรือเมื่อราคายืนเหนือ 17.60 ได้อย่างยืนยันพร้อมกับ NVDR ยังคงสะสมต่อเนื่อง

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง; อยู่ใน Squeeze; Keltner ยกตัวขึ้น; กรอบ 52 สัปดาห์ 9.80–20.30; ราคาที่ 17.70 ใกล้แนวรับ 17.60 ขาขึ้น (แนวโน้ม) / เป็นกลาง (ที่แนวรับ) ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งใน Squeeze; MACD “Crossover” (ทิศทางไม่ยืนยัน); RSI 55.68 (แข็งแรงดี) เป็นกลาง ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูล ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูล ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    NVDR อัตราส่วน +3.71%, ซื้อ 3 วัน, ปริมาณ 0.32x (ไม่มีพุ่ง), สะสม +23.9 ล้านบาท; สภาพคล่อง < 100 ล้านบาทถูกตั้งค่าสถานะ การสะสมอย่างอ่อน (ความเชื่อมั่นต่ำ) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง รายได้ +52.4% YoY, กำไรสุทธิ +42.1% YoY (ข้อมูล FT); ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 21.92; งบ 17 ส.ค. (อีก 4 วัน); อัตราเงินปันผล 1.67% บวก (พื้นฐาน) / ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ (ระยะสั้น) ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 16.11, P/BV 2.02, ROE 13.3%, Beta 0.25, EPS 1.0988 — มูลค่าเหมาะสมสำหรับการเติบโตของกำไร 42% บวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: ผสม — พื้นฐานและแนวโน้มแข็งแกร่ง เทียบกับ งบที่ใกล้เข้ามา และข้อมูลกระแสเงินทุนไม่สมบูรณ์

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (แข็งแกร่ง; กรอบ 52 สัปดาห์ 9.80–20.30; +20.4% ในหนึ่งปี)
    • วัฏจักรตลาด: Markup พร้อมการพักตัวลงสู่แนวรับ — ราคาได้ย่อจากแนวต้าน (จุดสูงสุด 20.30) ลงมาที่ 17.70 ขณะนี้กำลังทดสอบโซนแนวรับ 17.60
    • แนวรับสำคัญ: 17.60 (แนวรับใกล้ / จุดตัดขาดทุนที่ให้มา), 9.80 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 18.40 (แนวต้านใกล้ / จุดเข้าที่ให้มา), 19.60 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา), 20.30 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์), 21.92 (Consensus นักวิเคราะห์)
    • โมเมนตัม: RSI ที่ 55.68 — กลางช่วงอย่างแข็งแรง ยังไม่สุดขั้ว MACD ถูกรายงานว่าเป็น “Crossover” แต่ไม่ได้ระบุทิศทาง เนื่องจากการย่อจาก 20.30 ลงมาที่ 17.70 อาจเกิด MACD Bearish Crossover ไปแล้ว; หรืออาจกำลังเกิด Bullish Crossover ที่การทดสอบแนวรับ ความคลุมเครือนี้มีนัยสำคัญและต้องรอการยืนยัน
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายรายใหญ่รายสถาบันสำหรับ SKY ได้
    • การตีความ Short-Selling: ไม่พร้อมใช้งาน นี่คือจุดบอด — การย่อจาก 20.30 เป็น 17.70 อาจสะท้อนกิจกรรมขายชอร์ตที่เราไม่สามารถตรวจสอบได้
    • การตีความ NVDR: วันซื้อสุทธิ 3 วันติดต่อกัน โดยมีอัตราส่วนสุทธิ +3.71% และยอดสะสม +23.9 ล้านบาท นี่เป็นสัญญาณบวกเล็กน้อย — ต่างชาติกำลังสะสมระหว่างการย่อตัว แต่อัตราส่วนยังต่ำกว่าเกณฑ์ 15% มาก ปริมาณพุ่งเพียง 0.32x (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย — ไม่มีความเร่งด่วน) และสภาพคล่องถูกตั้งค่าสถานะต่ำกว่า 100 ล้านบาท เครื่องมือ NVDR จัดว่า “เป็นกลาง” ให้ถือเป็น สัญญาณการสะสมอย่างอ่อนที่มีความเชื่อมั่นต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องพื้นฐาน แต่ไม่มีขนาดมากพอที่จะชี้ขาด
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: NVDR แสดงการซื้อของต่างชาติแบบอ่อนและต่อเนื่องบนสภาพคล่องบางเบา Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานทั้งคู่ — เป็นจุดบอดสำคัญสองจุด ภาพพื้นฐาน (รายได้ +52%, กำไร +42%, ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ +24% upside) แข็งแกร่งและเป็นตัวหนุนหลักของทฤษฎีขาขึ้น ราคากำลังทดสอบแนวรับ — หากยืน 17.60 ได้และ NVDR ยังสะสมต่อเนื่อง ทฤษฎีซื้อตอนย่อจะแข็งแกร่งขึ้น; หากหลุด 17.60 การย่อจะกลายเป็นการกลับตัวของแนวโน้ม

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่ได้ระบุทิศทางของ MACD Crossover ไม่มีประวัติเงินปันผลสำหรับปีปัจจุบันนอกเหนือจาก 0.30 บาท (ขึ้นเครื่องหมาย XD 7 พ.ค. 2569)

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเข้าซื้อก่อนงบ 17 ส.ค. หลังงบ: เข้าซื้อตอนย่อตัวที่แนวรับ หรือเข้าซื้อ breakout เหนือแนวต้าน
    • โซนเข้าเทรด: 17.60–17.80 (หลังงบ หากแนวรับยืน) หรือ 18.40–18.60 (ยืนยัน breakout)
    • สัญญาณเข้าเทรด (Pullback): หลังงบวันที่ 17 ส.ค. ราคายืนเหนือ 17.60 โดย RSI เริ่มวกขึ้นจาก 50 และ NVDR ยังคงซื้อสุทธิ เข้าซื้อใกล้ 17.70–17.80
    • สัญญาณเข้าเทรดทางเลือก (Breakout): ราคาปิดรายวันเหนือ 18.40 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน และ NVDR เป็นซื้อสุทธิในวัน breakout
    • เป้าหมาย 1: 19.60 (ที่ให้มา; แนวต้านใกล้ — วิธีการ: ระดับ swing ก่อนหน้า)
    • เป้าหมาย 2: 21.92 (Consensus นักวิเคราะห์; +24% จาก 17.70 — วิธีการ: ราคาเป้าหมาย consensus)
    • จุดตัดขาดทุน: 17.60 (ต่ำกว่าแนวรับใกล้; การเสียโครงสร้าง) หมายเหตุ: หากเข้าที่ 17.70 จุดตัดขาดทุน 17.60 อยู่ต่ำกว่าจุดเข้าเพียง 0.10 บาท — ใกล้เกินไปสำหรับสัญญาณรบกวน จุดตัดขาดทุนที่แข็งแกร่งกว่าสำหรับการเข้าซื้อตอนย่อคือ 16.90 (ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของการย่อล่าสุด) แต่ระดับนี้ไม่ได้ถูกให้มา ใช้ 17.60 เป็นจุดตัดขาดทุนเชิงโครงสร้างที่เคร่งครัด; พิจารณา 16.90 เป็นทางเลือกที่กว้างกว่า
    • Trailing Stop: หลังจากผ่าน 19.60 แล้ว เลื่อน Stop ตามไปที่ 18.40 (แนวรับของ breakout)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ให้มาเป็น 1.20; ตรวจสอบอิสระ: (19.60 − 18.40) / (18.40 − 17.60) = 1.20 / 0.80 = 1.50 — ตัวเลข 1.20 ที่ให้มานั้นไม่ถูกต้องทางคณิตศาสตร์; ค่าจริงคือ 1.50 พอดี (เกณฑ์ขั้นต่ำ) หากใช้จุดเข้าจากการปรับฐานที่ 17.70 กับเป้าหมาย 2 (21.92): (21.92 − 17.70) / (17.70 − 17.60) = 4.22 / 0.10 — จุดตัดขาดทุนใกล้เกินไปจนคำนวณไม่มีความหมาย หากใช้จุดตัดขาดทุนที่กว้างขึ้น 16.90: (21.92 − 17.70) / (17.70 − 16.90) = 4.22 / 0.80 = 5.28 — น่าสนใจ
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ห้ามเข้าก่อนประกาศงบ 17 ส.ค. 2569 รออย่างน้อยหนึ่งเซสชันเต็มหลังงบ (อย่างเร็ว 18 ส.ค.) จากนั้นใช้สัญญาณ pullback หรือ breakout
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. ผลประกอบการน่าผิดหวัง (กำไรลดลง, คำแนะนำอ่อนแอ) — ทฤษฎีพื้นฐานเสียหาย

    2. ราคาปิดต่ำกว่า 17.60 — แนวรับแตก, การย่อตัวกลายเป็นการกลับตัว

    3. NVDR พลิกกลับเป็นขายสุทธิต่อเนื่อง — ทฤษฎีการสะสมล้มเหลว

    อัปเกรดเป็น ซื้อ: หลังงบราคายืนเหนือ 17.60 พร้อม NVDR ซื้อ หรือราคาปิดรายวันเหนือ 18.40 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย เมื่อใช้ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 21.92 จะได้ R/R เกินกว่า 5.0 จากจุดเข้า 17.70 และจุดตัดขาดทุน 16.90

    ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง/ขาย: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 17.60 ด้วยปริมาณที่ขยายตัว — โครงสร้างแนวโน้มเสียหาย

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ผลประกอบการบวก + ยืนเหนือ 17.60 + NVDR ซื้อ แล้วปิด > 18.40 ด้วยปริมาณ ปรับตัวขึ้นสู่ 19.60 แล้ว 21.92 (เป้าหมายนักวิเคราะห์) ปิดต่ำกว่า 17.60
    กรณีฐาน ผลประกอบการเป็นกลาง; การบีบอัด 17.60–18.40 ต่อเนื่อง แกว่งในกรอบ; แนวรับยังอยู่; การสะสมค่อย ๆ ก่อตัว กรอบยังอยู่
    กรณีหมี ผลประกอบการลบ หรือ ปิด < 17.60 ด้วยปริมาณ ปรับตัวลงสู่ 16.00 แล้ว 14.00 ปิดกลับเหนือ 18.40

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบไตรมาส 2 ปี FY26 — 17 ส.ค. 2569 (~อีก 4 วัน): ตัวเร่งสองทางที่ครอบงำ เส้นทางการเติบโตของ SKY โดดเด่น (รายได้ +52.4%, กำไรสุทธิ +42.1%) ตลาดจะตรวจสอบ pipeline โครงการ, ความต้องการไอทีภาคการบิน (เชื่อมโยงกับการฟื้นตัวของท่องเที่ยวไทย) และคำแนะนำล่วงหน้า ผลประกอบการดีเกินคาดอาจดันราคาไปสู่เป้าหมายนักวิเคราะห์ 21.92; ผลประกอบการพลาดอาจทำให้หลุดแนวรับ 17.60
    • ความต้องการไอทีการบิน/ท่องเที่ยว: ธุรกิจหลักของ SKY รองรับระบบการบินและระบบประมวลผลผู้โดยสารของไทย การฟื้นตัวของท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นลมหนุนเชิงโครงสร้าง
    • เงินปันผล: 0.30 บาท/หุ้น (อัตราผลตอบแทน 1.67%), ขึ้น XD 7 พ.ค. 2569 เป็นรายได้เสริมเล็กน้อย; รอบถัดไปยังไม่อยู่ใกล้

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: ราคานั่งอยู่บนแนวรับโดยตรง (17.70 เทียบกับ 17.60) การหลุดแนวรับก่อนหรือตอนประกาศงบจะทำให้ทฤษฎีซื้อตอนย่อเสียไป Squeeze สามารถคลายตัวได้ทั้งสองทิศทาง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานทั้งคู่ — จุดบอดสำคัญสองจุด การสะสมของ NVDR อ่อนและถูกตั้งค่าสถานะสภาพคล่องต่ำ การยืนยันกระแสเงินทุนสำหรับทฤษฎีขาขึ้นจึงอ่อนแอ
    • ความเสี่ยงด้านพื้นฐาน/เหตุการณ์: การประกาศงบในอีก 4 วันเป็นเหตุการณ์สองทาง แม้การเติบโตย้อนหลังแข็งแกร่ง (กำไรสุทธิ +42%) แต่การปรับลดคำแนะนำหรือเลื่อนโครงการใด ๆ จะกระตุ้นแรงขายรุนแรง เนื่องจากหุ้นบวก +20% ในหนึ่งปี P/E 16.11 ถือว่าเหมาะสมกับอัตราการเติบโต จึงมีเบาะรองมูลค่าอยู่บ้าง
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: สภาพคล่องเฉพาะของ NVDR ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ปริมาณรวมของหุ้นอยู่ที่ 995,000–3.26 ล้านหุ้น/วัน (~18–58 ล้านบาท) — ปานกลาง ความเสี่ยงต่อ slippage สูงขึ้นสำหรับคำสั่งขนาดใหญ่

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 17.60 ทำให้แนวรับและทฤษฎีซื้อตอนย่อเสียไป นอกจากนี้ หากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 (17 ส.ค.) ออกมาเชิงลบและปรับลดคำแนะนำการเติบโต จะทำให้ทฤษฎีขาขึ้นเสียไปในเชิงพื้นฐาน

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ที่ให้มา): 18.40 − 17.60 = 0.80 บาท (~4.3% ของจุดเข้า)
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (Pullback กับจุดตัดขาดทุนที่กว้างขึ้น): 17.70 − 16.90 = 0.80 บาท (~4.5%)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยง 0.80 บาทที่ให้มาทำให้ R/R ไปยังเป้าหมาย 1 เท่ากับ 1.50 — อยู่ที่เกณฑ์ขั้นต่ำพอดี การเข้าซื้อตอนย่อด้วยจุดตัดขาดทุนที่กว้างขึ้น (16.90) กับราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 21.92 ให้ R/R 5.28 — น่าสนใจสูง สูตร:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.80} \right\rfloor$$

    เนื่องจากเหตุการณ์งบในอีก 4 วัน หากเข้าภายใน 3 เซสชันหลังประกาศ ควรลดขนาดตำแหน่งลง 25–30% ไม่มีความจำเป็นต้องลดขนาดจากสภาพคล่องสำหรับคำสั่งขนาดรายย่อย

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 2026-08-13 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดแนวโน้ม, squeeze, ระดับ; R/R ที่ให้มา 1.20 ถูกปฏิเสธ (ค่าจริง 1.50)
    RAG Knowledge — กฎ Squeeze/Breakout สืบค้น: 2026-08-13 พร้อมใช้งาน Keltner ยกตัวขึ้นยืนยันแนวโน้มขาขึ้น; จำเป็นต้องมีปริมาณสำหรับ breakout; MACD Crossover เหนือเส้นสัญญาณ = ซื้อ
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดด้านกิจกรรมรายใหญ่ของสถาบัน
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดด้านกิจกรรมเก็งกำไรขาลง
    NVDR Analyzer 2026-08-10 ปัจจุบัน (3 วัน) อัตราส่วน +3.71%, ซื้อ 3 วัน, ปริมาณ 0.32x (ไม่มีพุ่ง), +23.9 ล้านบาท; สภาพคล่องต่ำ; เครื่องมือ: “เป็นกลาง”
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 2026-08-13 (ค้นหา) ปัจจุบัน ราคา 17.70 (12 ส.ค.); P/E 16.11; ROE 13.3%; ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 21.92; รายได้ +52.4%, กำไรสุทธิ +42.1% (FT); งบ 17 ส.ค.; RSI 55.68

    ข้อขัดแย้งของข้อมูลที่สำคัญ: R/R ที่ให้มา 1.20 ไม่ถูกต้องทางคณิตศาสตร์ — การคำนวณอิสระจากระดับที่ให้มาได้ 1.50 ผลการค้นหาหลายรายการอ้างถึงนิติบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง (Sky Harbour US, Skyline Corp US); ตัดทิ้งและใช้ข้อมูล Investing.com และ SET factsheet เฉพาะของ SKY.BK แทน ราคาปัจจุบัน (17.70) ต่ำกว่าจุดเข้าที่ให้มา (18.40) — หุ้นได้ย่อตัวลงแล้วนับจากข้อมูล workflow ถูกสร้างขึ้น ตอกย้ำความจำเป็นต้องรอการยืนยันแนวรับ

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าดู (WATCH) — SKY มีพื้นฐานการเติบโตโดดเด่น (รายได้ +52.4%, กำไรสุทธิ +42.1%, ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 21.92 = +24% upside) และแนวโน้มขาขึ้นยืนยันแล้ว แต่ผลประกอบการไตรมาส 2 วันที่ 17 ส.ค. (อีก 4 วัน) เป็นเหตุการณ์สองทาง และราคากำลังทดสอบแนวรับที่ 17.70/17.60 NVDR แสดงการสะสมเพียงเล็กน้อยบนสภาพคล่องบางเบา และข้อมูล Big Lot/Short ไม่พร้อมใช้งาน อย่าเข้าซื้อก่อนงบ หลังงบ ให้เข้าซื้อเมื่อราคายืนเหนือ 17.60 อย่างยืนยันพร้อม NVDR ซื้อ (R/R ไป 21.92 เกินกว่า 5.0 ด้วยจุดตัดขาดทุน 16.90) หรือเมื่อปิดเหนือ 18.40 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย การปิดต่ำกว่า 17.60 ทำให้ setup นี้เสียไป

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T06:53:14.871+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:SKY|company_name:Sky ICT Public Company Ltd|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:19.6|entry_price:18.4|sell_price:19.6|stop_loss_level:17.6|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:17.6|immediate_resistance:18.4|risk_reward_ratio:1.2`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    SINGER

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: SINGER — บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าดู (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือ; เลื่อน Stop ตามไปที่ 11.20; ขายทำกำไรบางส่วนเมื่อถึงแนวต้าน 12.30–12.40
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง (แนวโน้มขาขึ้น, มูลค่าสูงเกินไป, การยืนยันกระแสเงินทุนอ่อนแอ)
    ความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา Swing (1–5 วันเพื่อการคลายตัวของ Squeeze)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 12.00 บาท (9–10 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 2026-08-09 (Investing.com) / 2026-08-10 (NVDR)
    สถานะแผนการเทรด รอสัญญาณ — R/R ต่ำกว่าเกณฑ์, ข้อมูลกระแสเงินทุนไม่สมบูรณ์

    บทสรุปการตัดสินใจ: SINGER ส่งมอบผลตอบแทน +110% ในหนึ่งปีจากเรื่องการฟื้นตัว โดยมีแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งและช่อง Keltner ที่ยกตัวขึ้น แต่ R/R ที่ให้มา 1.40 อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 มูลค่าหุ้นสูงเกินไป (P/E 39.32, ROE เพียง 1.9%) NVDR เป็นกลาง (อัตราส่วน +1.85% บนสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท) และข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่มีให้ใช้งาน ทิศทางของ MACD Crossover ยังไม่ยืนยัน แผน setup ยังไม่สามารถดำเนินการได้จนกว่าจะมีการ breakout ยืนยันเหนือ 12.30–12.40 ด้วยปริมาณ หรือการปรับฐานลงมาที่ระดับที่ให้ R/R ≥ 2.0

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง (+110% ใน 1 ปี); อยู่ใน Squeeze; Keltner ยกตัวขึ้น; กรอบ 52 สัปดาห์ 4.10–13.40 ขาขึ้น (แนวโน้ม) / ระมัดระวัง (ยืดออกไป) ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งใน Squeeze; MACD “Crossover” (ไม่ได้ระบุทิศทาง); RSI 58.64 (แข็งแรงดี) เป็นกลาง ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูล ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูล ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    NVDR อัตราส่วนสุทธิ +1.85%, ซื้อ 1 วัน, ไม่มีปริมาณพุ่ง, สะสม 3 วัน +13.2 ล้านบาท; สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาทถูกตั้งค่าสถานะ เป็นกลาง (ความเชื่อมั่นต่ำ) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง การฟื้นตัวในธุรกิจเช่าซื้อ (ต้นทุนการเงินลดลงชดเชยอุปสงค์อ่อนแอ); ประกาศงบ 10 ส.ค. (ผ่านไปแล้ว); ไม่มีเงินปันผล; ไม่มีราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ เป็นกลางถึงบวก (ความเสี่ยงจากงบผ่านไปแล้ว) ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 39.32 (แพง), ROE 1.9% (อ่อนแอ), P/BV 0.73 (ต่ำกว่ามูลค่าบัญชี), EPS 0.3052; อัตราเงินปันผล N/A ผสมถึงลบ ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: ผสม — แนวโน้มขาขึ้น เทียบกับ มูลค่าที่สูงเกินไป และข้อมูลกระแสเงินทุนไม่สมบูรณ์

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (แข็งแกร่ง; +110% ในหนึ่งปี; กรอบ 52 สัปดาห์ 4.10–13.40)
    • วัฏจักรตลาด: Markup พร้อมการพักตัว — Squeeze และ Keltner ที่ยกตัวขึ้นบ่งชี้การต่อเนื่องของแนวโน้ม แต่การปรับขึ้น +110% ทำให้สถานะยืดออกไป
    • แนวรับสำคัญ: 11.20 (จุดตัดขาดทุนที่ให้มา / แนวรับใกล้), 4.10 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 12.30 (แนวต้านใกล้ / ที่ให้มา), 12.40 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา), 13.40 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม: RSI ที่ 58.64 — แข็งแรงดี, ยังไม่ overbought MACD ถูกรายงานว่าเป็น “Crossover” แต่ไม่ได้ระบุทิศทาง ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง MACD Bullish Crossover จะยืนยันขาขึ้นระลอกต่อไป; Bearish Crossover จะเตือนถึงการถดถอยของโมเมนตัมใกล้จุดสูงสุดของการปรับขึ้น +110% ความคลุมเครือนี้มีนัยสำคัญและยังไม่ได้ข้อสรุป
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายรายใหญ่รายสถาบันสำหรับ SINGER ได้
    • การตีความ Short-Selling: ไม่พร้อมใช้งาน นี่คือจุดบอดสำคัญ — หุ้นที่ปรับขึ้น +110% ในหนึ่งปีและมี P/E 39.32 อาจดึงดูดนักขายชอร์ต แต่ไม่มีข้อมูลเพื่อยืนยันหรือหักล้างกิจกรรมเก็งกำไรขาลง
    • การตีความ NVDR: อัตราส่วนสุทธิ +1.85% โดยมีวันซื้อ 1 วัน และมูลค่าสะสม 3 วัน +13.2 ล้านบาท เครื่องมือ NVDR จัดประเภทว่า “เป็นกลาง — ไม่มีสัญญาณชัดเจน” อัตราส่วนต่ำกว่าเกณฑ์ 15% มาก และค่าสถานะสภาพคล่อง (ต่ำกว่า 100 ล้านบาท) ลดความน่าเชื่อถือ นี่คือ สัญญาณเป็นกลางที่มีความเชื่อมั่นต่ำ — ไม่ใช่การสะสมหรือการกระจาย
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: ภาพกระแสเงินทุนไม่สมบูรณ์อย่างมีนัยสำคัญ NVDR เป็นกลางด้วยความน่าเชื่อถือต่ำ Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานทั้งคู่ สิ่งที่เป็นบวกที่ยืนยันได้เพียงอย่างเดียวคือแนวโน้มเอง การปรับขึ้นครั้งใหญ่ก่อนหน้า (+110%) และมูลค่าที่สูงเกินไป (P/E 39x) สร้างโปรไฟล์ความเสี่ยงที่ไม่สมมาตรซึ่งข้อมูลกระแสเงินทุนไม่สามารถชดเชยได้

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่ได้ระบุทิศทางของ MACD Crossover ไม่มีบทวิเคราะห์หรือราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์ ไม่มีประวัติเงินปันผลสำหรับปีปัจจุบัน

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเข้าซื้อใหม่ที่ระดับปัจจุบัน — R/R ที่ 1.40 ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 และไม่มีการยืนยันกระแสเงินทุน
    • โซนเข้าเทรด: 11.20–11.40 (ปรับฐานลงสู่แนวรับ) — จะให้ R/R ≥ 2.0 ไปยังเป้าหมาย 1
    • สัญญาณเข้าเทรด (Pullback): ราคาปรับฐานลงมาที่ 11.20–11.40, ยืนเหนือ 11.20, โดย RSI เริ่มวกขึ้นจากช่วง 45–50 และ NVDR กลับมาเป็นซื้อสุทธิ (อัตราส่วนเป็นบวก) ในวันที่เข้ารายการ
    • สัญญาณเข้าเทรดทางเลือก (Breakout): ราคาปิดรายวันเหนือ 12.40 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน และ MACD ยืนยัน Bullish Crossover
    • เป้าหมาย 1: 12.40 (ที่ให้มา; แนวต้านใกล้ — เพียง +3.3% จาก 12.00)
    • เป้าหมาย 2: 13.40 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์; +11.7% — วิธีการ: ระดับโครงสร้างสูงสุดก่อนหน้า)
    • จุดตัดขาดทุน: 11.20 (ต่ำกว่าแนวรับใกล้; การเสียโครงสร้างของการพักตัวในแนวโน้มขาขึ้น)
    • Trailing Stop: หลังจากผ่าน 12.40 แล้ว เลื่อน Stop ตามไปที่ 11.70 (ระดับจุดเข้า)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ให้มาเป็น 1.40; ตรวจสอบอิสระ: (12.40 − 11.70) / (11.70 − 11.20) = 0.70 / 0.50 = 1.40 — ต่ำกว่าเกณฑ์ 1.5 หากใช้จุดเข้าจากการปรับฐานที่ 11.35: (12.40 − 11.35) / (11.35 − 11.20) = 1.05 / 0.15 = 7.00 — น่าสนใจแต่ต้องรอการปรับฐานที่มากพอ หากใช้เป้าหมาย 2 (13.40) จากราคาปัจจุบัน 12.00: (13.40 − 12.00) / (12.00 − 11.20) = 1.40 / 0.80 = 1.75 — สูงกว่าเกณฑ์
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ประกาศงบวันที่ 10 ส.ค. (ผ่านมา 3 วัน) สังเกตอีก 1–2 เซสชันเพื่อการดูดซับหลังงบ Squeeze อาจคลายตัวภายใน 3–10 เซสชัน
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 11.20 — แนวรับแตก, โครงสร้างแนวโน้มเสียหาย

    2. NVDR กลับมาเป็นขายสุทธิต่อเนื่อง — กระแสเงินทุนที่เป็นกลางถึงอ่อนแอกลายเป็นลบ

    3. MACD ตัดลงแบบ Bearish — โมเมนตัมยืนยันการหมดแรงของการปรับขึ้น +110%

    อัปเกรดเป็น ซื้อ: ราคาปิดรายวันเหนือ 12.40 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย และ MACD Bullish Crossover ยืนยันแล้ว สิ่งนี้ให้ R/R 1.75 ไปยังจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ (13.40)

    ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง/ขาย: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 11.20 ด้วยปริมาณที่ขยายตัว — ทำให้การพักตัวในแนวโน้มขาขึ้นเสียไป

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ปิดรายวัน > 12.40 ด้วยปริมาณ + MACD Bullish Crossover ปรับตัวขึ้นสู่ 13.40 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์) ปิดต่ำกว่า 11.20
    กรณีฐาน การบีบอัดต่อเนื่อง 11.20–12.40; ปริมาณต่ำ; NVDR เป็นกลาง แกว่งในกรอบ; Squeeze อัดแน่นขึ้น กรอบยังอยู่
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 11.20 ด้วยปริมาณ หรือ MACD Bearish Crossover ปรับตัวลงสู่ 10.00 แล้ว 9.00 ปิดกลับเหนือ 12.40

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบไตรมาส 2 ปี FY26 (ประกาศแล้ว 10 ส.ค. 2569): ตลาดกำลังดูดซับผลประกอบการ เรื่องการฟื้นตัว — ต้นทุนการเงินลดลงชดเชยอุปสงค์อ่อนแอ — ต้องได้รับการยืนยันในผลประกอบการเฉพาะของประเทศไทย (หมายเหตุ: ผลการค้นหาหลายรายการอ้างอิงถึง Singer Bangladesh ซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก; ข้อมูลเฉพาะของประเทศไทยมีจำกัด)
    • การฟื้นตัวของภาคธุรกิจเช่าซื้อ: โมเดลธุรกิจของ SINGER ขึ้นอยู่กับการจัดไฟแนนซ์ผู้บริโภคสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะ การฟื้นตัวของกำลังซื้อผู้บริโภคไทยหรือการเข้าถึงสินเชื่อจะช่วยหนุนโดยตรง
    • ไม่มีเงินปันผล: SINGER ไม่จ่ายเงินปันผล (อัตราผลตอบแทน N/A) ทำให้ขาดแรงหนุนด้านรายได้ — หุ้นนี้เป็นเรื่องของกำไรส่วนต่างราคาเพียงอย่างเดียว

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การปรับขึ้น +110% ในหนึ่งปีทำให้หุ้นยืดออกไป Squeeze สามารถคลายตัวในทิศทางใดก็ได้ และการ breakout ที่ล้มเหลวเหนือ 12.40 จะเป็นกับดักกระทิงแบบคลาสสิกหลังการปรับขึ้นครั้งใหญ่
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานทั้งคู่ — สองจุดบอดสำคัญ NVDR เป็นกลางและมีค่าสถานะสภาพคล่องต่ำ จึงไม่มีการยืนยันกระแสเงินทุนสำหรับแนวโน้มขาขึ้น
    • ความเสี่ยงด้านพื้นฐาน/มูลค่า: P/E 39.32 กับ ROE เพียง 1.9% บ่งชี้ว่าตลาดได้เผื่อการฟื้นตัวของกำไรในอนาคตอย่างมาก หากการฟื้นตัวสะดุด การหดตัวของ P/E multiple อาจรุนแรง P/BV 0.73 ให้ฐานแข็งแรงในเชิงบัญชี แต่ช่องว่างระหว่างมูลค่าบัญชี 0.73 เท่า กับกำไร 39 เท่า แสดงให้เห็นว่าความสามารถทำกำไรปัจจุบันบางเบาเพียงใด
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: สภาพคล่องเฉพาะของ NVDR ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ปริมาณการซื้อขายรวมของหุ้นอยู่ที่ 3.2 ล้านหุ้น (~38 ล้านบาท/วัน) — เพียงพอสำหรับรายย่อยแต่ปานกลางสำหรับขนาดสถาบัน ความเสี่ยงต่อ slippage สูงขึ้น

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 11.20 ทำให้แนวรับของการพักตัวเสียไป และส่งสัญญาณว่าแนวโน้มขาขึ้นกำลังแตก นอกจากนี้ หากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 (ประกาศแล้ว 10 ส.ค.) ออกมาเชิงลบและแสดงว่าการฟื้นตัวชะงัก จะทำให้ทฤษฎีเสียไปในเชิงพื้นฐาน

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (จุดเข้าที่ให้มา): 11.70 − 11.20 = 0.50 บาท (~4.3% ของจุดเข้า)
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (จุดเข้าจากการปรับฐาน): 11.35 − 11.20 = 0.15 บาท (~1.3% ของจุดเข้า)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยง 0.50 บาทที่ให้มา (4.3%) ให้ R/R เพียง 1.40 — ต่ำกว่าเกณฑ์ การปรับฐานลงมาที่ 11.35 จะให้ R/R 7.0 แต่ต้องอดทนรอ สูตร:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.50} \right\rfloor$$

    ด้วยสภาพคล่องที่ต่ำและข้อมูลกระแสเงินทุนไม่สมบูรณ์ ควรลดขนาดตำแหน่งลง 30% เทียบกับ setup มาตรฐาน ไม่มีเงินปันผลรองรับความเสี่ยง

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 2026-08-13 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดแนวโน้ม, squeeze, ระดับ; R/R = 1.40 ยืนยันแล้ว (ต่ำกว่าเกณฑ์)
    RAG Knowledge — กฎ Squeeze/Breakout สืบค้น: 2026-08-13 พร้อมใช้งาน Keltner ยกตัวขึ้นยืนยันแนวโน้มขาขึ้น; จำเป็นต้องมีปริมาณสำหรับ breakout; MACD Crossover เหนือเส้นสัญญาณ = ซื้อ
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดด้านกิจกรรมรายใหญ่ของสถาบัน
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดด้านกิจกรรมเก็งกำไรขาลง
    NVDR Analyzer 2026-08-10 ปัจจุบัน (3 วัน) +1.85% (เป็นกลาง); สะสม 3 วัน +13.2 ล้านบาท; ค่าสถานะสภาพคล่องต่ำ; เครื่องมือ: “เป็นกลาง”
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 2026-08-13 (ค้นหา) ปัจจุบัน ราคา 12.00 (9–10 ส.ค.); P/E 39.32; ROE 1.9%; P/BV 0.73; RSI 58.64; 52 สัปดาห์ 4.10–13.40; งบวันที่ 10 ส.ค.; ไม่มีเงินปันผล, ไม่มีราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์

    ข้อขัดแย้งของข้อมูลที่สำคัญ: ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานทั้งคู่ — ประกอบกับ NVDR ก็มีความเชื่อมั่นต่ำ รายงานนี้ไม่สามารถบรรลุความเชื่อมั่นระดับสูงหรือแม้แต่ระดับปานกลางที่แข็งแกร่งได้ ผลข่าวหลายรายการอ้างอิงถึง Singer Bangladesh ซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก; ข้อมูลเฉพาะประเทศไทยจำกัดอยู่ที่หน้า Investing.com และประวัติบริษัทของ Reuters การไม่มีบทวิเคราะห์นักวิเคราะห์ทำให้ขาดตัวยึดโยงมูลค่าภายนอกที่สำคัญ

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าดู (WATCH) — SINGER อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง (+110% ในหนึ่งปี) แต่ยืดออกไปแล้ว มีมูลค่าแพง (P/E 39.32 กับ ROE 1.9%) และขาดการยืนยันกระแสเงินทุน: NVDR เป็นกลางบนสภาพคล่องบางเบา ขณะที่ Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งาน R/R ที่ให้มา 1.40 อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 ยังไม่มีเหตุผลให้เข้าซื้อใหม่จนกว่าจะมีการปิดรายวันเหนือ 12.40 ด้วยปริมาณและ MACD Bullish Crossover หรือการปรับฐานลงมาที่ 11.20–11.40 ที่ให้ R/R ≥ 2.0 ผู้ถือหุ้นเดิมใช้ Trailing Stop ที่ 11.20 การปิดต่ำกว่า 11.20 ทำให้โครงสร้างเสียไป

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T06:48:33.466+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:SINGER|company_name:Singer Thailand Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:12.4|entry_price:11.7|sell_price:12.4|stop_loss_level:11.2|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:11.2|immediate_resistance:12.3|risk_reward_ratio:1.4`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    KKP

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: KKP — ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก ถือ (HOLD)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือต่อ; ใช้ Stop เลื่อนตามที่ 107.0; พิจารณาขายทำกำไรบางส่วนเมื่อถึงแนวต้าน 114–121.50
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น (แนวโน้มและกระแสเงินทุนแข็งแกร่ง) แต่ต้องระมัดระวังด้านมูลค่า
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา Swing (1–5 วันเพื่อการคลายตัวของ Squeeze; แนวโน้มหลายสัปดาห์)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 112.50 บาท (ราคาจาก IR) / 113.00 (Yahoo, 4 ส.ค.)
    วันที่ของราคา 4 ส.ค. 2569 (Yahoo) / 10 ส.ค. 2569 (NVDR) / 13 ส.ค. 2569 (ราคาจาก IR)
    สถานะของแผนการเทรด ยืนยันแนวโน้มขาขึ้น — การพักตัวใน Squeeze ภายในช่วง Markup

    บทสรุปการตัดสินใจ: KKP อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (+75% YTD, กรอบ 52 สัปดาห์ 55.00–121.50) โดยได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลการสะสมหุ้นของ NVDR รายวันที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่พบในกลุ่มหุ้นที่วิเคราะห์ — ซื้อต่อเนื่อง 3 วัน, ปริมาณพุ่ง 4.36 เท่า และกระแสเงินทุนสะสม 3 วัน +671.6 ล้านบาท บนสภาพคล่องที่ยืนยันแล้ว การ Short Selling อยู่ในระดับต่ำ (1.9%) และรายการ Big Lot ทำที่ 112.03 (ใกล้ราคาตลาด) อย่างไรก็ตาม ราคาเป้าหมาย consensus นักวิเคราะห์ที่ 110.93 อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน และอัตรา R/R ที่ให้มาที่ 1.67 นั้นยอมรับได้แต่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องการที่ 2.0 ผู้ถือหุ้นเดิมควรถือต่อโดยมี Stop ที่ 107.0; การเข้าซื้อใหม่มีความสมเหตุสมผลเฉพาะเมื่อราคา Breakout เหนือ 114.0 หรือปรับฐานลงมาที่ 110.0

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง; อยู่ใน Squeeze; Keltner ชันขึ้น (เดินบนเส้น); จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ 121.50 ขาขึ้น ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งใน Squeeze; MACD “Crossover” (ทิศทางยังไม่ยืนยัน); RSI 59.35 (แข็งแรงดี) เป็นกลางถึงขาขึ้น ปานกลาง
    Big Lot 776,000 หุ้น, 86.88 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 112.03 (1 ส.ค.) — ทำรายการใกล้ราคาตลาด, เป็นกลาง ผสม (รายการเดี่ยว) ต่ำ
    Short Selling Short ratio 1.9%, ปริมาณคงค้าง 1.47% — อยู่ในระดับต่ำ สนับสนุน ปานกลาง
    NVDR อัตราส่วน +5.55%, ซื้อ 3 วัน, ปริมาณพุ่ง 4.36 เท่า, สะสม +671.6 ล้านบาท; สภาพคล่อง > 100 ล้าน; เครื่องมือ: “เป็นกลาง” (อัตราส่วนต่ำกว่า 15%) การสะสมที่แข็งแกร่ง สูง
    ข่าวสารและตัวเร่ง งบไตรมาส 2/2569 ประกาศแล้ว; XD ครั้งต่อไป 10 ก.ย. (1.50 บาท); อัตราเงินปันผล 5.04–5.95%; งบครั้งต่อไป 16–19 ต.ค. บวก ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 12.46–13.39, P/BV 1.40, ROE 11.4%, Beta 0.21; consensus TP 110.93 ต่ำกว่าราคาตลาด บวก (มูลค่า) / ระมัดระวัง (TP < ราคา) ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: การสะสมที่เป็นไปได้ — กระแสเงินทุน NVDR และแนวโน้มแข็งแกร่ง เทียบกับ Consensus TP ที่ต่ำกว่าราคา

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (แข็งแกร่ง; +75% YTD; กรอบ 52 สัปดาห์ 55.00–121.50)
    • วัฏจักรตลาด: Markup พร้อมการพักตัว — Squeeze และ Keltner ที่ชันขึ้นบ่งชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นยังคงอยู่
    • แนวรับสำคัญ: 107.0 (จุดตัดขาดทุนที่ให้มา / แนวรับใกล้), 55.00 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 114.0 (แนวต้านใกล้ / ที่ให้มา), 121.50 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์), 115.0 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา)
    • โมเมนตัม: RSI ที่ 59.35 — แข็งแรงดี, ยังไม่ overbought แม้จะวิ่งขึ้น +75% YTD แล้ว MACD ถูกรายงานว่าเป็น “Crossover” แต่ไม่ได้ระบุทิศทาง ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง Bullish Crossover เหนือเส้นสัญญาณจะยืนยันขาขึ้นระลอกต่อไป; Bearish Crossover จะเตือนถึงการถดถอยของโมเมนตัม ยังไม่ได้ข้อสรุป
    • การตีความ Big Lot: รายการ Big Lot หนึ่งรายการ 776,000 หุ้น (86.88 ล้านบาท) ที่ 112.03 บาท (1 ส.ค.) — ทำรายการใกล้ราคาตลาดปัจจุบัน รายการเดียวไม่สามารถพิสูจน์การสะสมหรือการกระจายหุ้นได้ เป็นกลาง
    • การตีความ Short-Selling: Short value ratio ที่ 1.9% และปริมาณ Short คงค้างที่ 1.47% ของหุ้นที่ออกแล้ว อยู่ในระดับต่ำ ปริมาณ Short ผ่าน NVDR (362,000 หุ้น) มากกว่าในประเทศ (21,000 หุ้น) — เป็นลักษณะทั่วไปของหุ้นขนาดใหญ่ ไม่มีสัญญาณแรงกดดันขาลง
    • การตีความ NVDR: นี่คือสัญญาณบวกที่โดดเด่น ซื้อต่อเนื่อง 3 วันด้วยอัตราส่วนสุทธิ +5.55% ปริมาณพุ่ง 4.36 เท่า และ มูลค่าสุทธิสะสม 3 วัน +671.6 ล้านบาท บนสภาพคล่องที่ยืนยันแล้วสูงกว่า 100 ล้านบาท เครื่องมือ NVDR จัดประเภทว่า “เป็นกลาง” เพราะอัตราส่วนต่ำกว่าเกณฑ์ 15% แต่จากการอ่านค่าอิสระนี่คือการสะสมที่แข็งแกร่ง: มูลค่าสะสมเป็นหนึ่งในค่าบวกที่ใหญ่ที่สุดที่ตรวจพบ ความต่อเนื่อง 3 วัน และปริมาณพุ่ง 4.36 เท่า นี่คือ สัญญาณการสะสมที่มีความน่าเชื่อถือสูง
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: NVDR แสดงการสะสมของต่างชาติที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง Short Selling อยู่ในระดับต่ำ Big Lot เป็นรายการเดี่ยวที่เป็นกลาง ภาพกระแสเงินทุนเป็นเชิงบวกอย่างชัดเจน ราคา (พักตัวใกล้จุดสูงสุด) สอดคล้องกับการสะสม ไม่ใช่การกระจายหุ้น ข้อขัดแย้งเพียงอย่างเดียวคือด้านมูลค่า — ราคาเป้าหมาย consensus นักวิเคราะห์ที่ 110.93 ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน บ่งชี้ว่ากำไรง่ายๆ ได้ถูกทำไปแล้ว

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่ได้ระบุทิศทางของ MACD Crossover

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: บริหารการถือสำหรับสถานะเดิม; เข้าแบบ Breakout หรือ Pullback สำหรับเงินใหม่
    • โซนเข้าเทรด (สถานะใหม่): 110.0–111.0 (ปรับฐาน) หรือ 114.0–115.0 (ยืนยัน Breakout)
    • สัญญาณเข้าเทรด (Pullback): ราคาปรับฐานลงมาที่ 110.0–111.0, ยืนเหนือ 107.0, โดย RSI เริ่มวกขึ้นจากระดับ 50 และ NVDR ยังคงซื้อสุทธิ
    • สัญญาณเข้าเทรด (Breakout): ราคาปิดรายวันเหนือ 114.0 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน และ NVDR ซื้อสุทธิในวันที่เกิด Breakout
    • เป้าหมาย 1: 115.0 (ที่ให้มา; แนวต้านใกล้ — วิธีการ: ระดับโครงสร้างก่อนหน้า)
    • เป้าหมาย 2: 121.50 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์; +8% จาก 112.50)
    • จุดตัดขาดทุน: 107.0 (ต่ำกว่าแนวรับใกล้; การเสียโครงสร้างของการพักตัวในแนวโน้มขาขึ้น)
    • Trailing Stop: ผู้ถือหุ้นเดิม: เลื่อน Stop ตามไปที่ 107.0 หากราคาผ่าน 115.0 แล้ว เลื่อนไปที่ 110.0
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ให้มาเป็น 1.67; ตรวจสอบอิสระ: (115.0 − 110.0) / (110.0 − 107.0) = 5.0 / 3.0 = 1.67 สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 แต่ต่ำกว่าที่ต้องการ 2.0 หากใช้เป้าหมาย 2 (121.50): (121.50 − 110.0) / 3.0 = 3.83 — น่าสนใจอย่างมาก
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: งบไตรมาส 2/2569 ประกาศแล้ว XD ครั้งต่อไป (10 ก.ย. 2569, 1.50 บาท) อีก ~4 สัปดาห์ — เป็นตัวเร่งด้านรายได้ที่อาจช่วยหนุนราคา ไม่มีเหตุการณ์ไบนารีที่ใกล้เข้ามา
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 107.0 — แนวรับของการพักตัวแตก

    2. NVDR กลับมาเป็นขายสุทธิต่อเนื่อง — ทฤษฎีการสะสมล้มเหลว

    3. MACD ตัดลงแบบ Bearish ต่ำกว่าเส้นสัญญาณ — โมเมนตัมถดถอย

    อัปเกรดเป็น ซื้อ: ราคาปิดรายวันเหนือ 114.0 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย และ NVDR ยังคงซื้อสุทธิ R/R ไปยังเป้าหมาย 2 (121.50) = 3.83 ซึ่งน่าสนใจ

    ลดระดับเป็น ขาย/ลดสถานะ: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 107.0 ด้วยปริมาณที่ขยายตัว — โครงสร้างแนวโน้มเสีย

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ปิดรายวัน > 114.0 ด้วยปริมาณ + NVDR ซื้อต่อเนื่อง ปรับตัวขึ้นสู่ 115.0 แล้ว 121.50 (ATH) ปิดต่ำกว่า 107.0
    กรณีฐาน การบีบอัดต่อเนื่อง 107.0–114.0; NVDR ยังคงสะสมอย่างเงียบๆ แกว่งในกรอบ; การสะสมเพิ่มขึ้น; เงินปันผลให้ผลตอบแทน กรอบยังอยู่
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 107.0 ด้วยปริมาณ หรือ NVDR กลับมาขาย ปรับตัวลงสู่ 100.0 (consensus TP 110.93 ถูกทำลายลงแล้ว) ปิดกลับเหนือ 114.0

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • วันขึ้นเครื่องหมาย XD เงินปันผล — 10 ก.ย. 2569 (1.50 บาท/หุ้น): เงินปันผลครึ่งปีที่กำลังจะถึงให้แรงหนุนด้านรายได้และอาจดึงดูดนักลงทุนที่แสวงหาผลตอบแทน อัตราเงินปันผลปัจจุบันอยู่ที่ 5.04–5.95% — สูงที่สุดในกลุ่มธนาคาร SET
    • งบไตรมาส 2/2569 (ประกาศแล้ว): งบการเงินที่ยังไม่ได้ตรวจสอบไตรมาส 2/2569 และ MD&A ของ KKP มีอยู่บนเว็บไซต์ IR ปฏิกิริยาของตลาดในช่วงเซสชั่นต่อๆ ไปจะให้ข้อมูล; การปรับตัวขึ้น +75% YTD บ่งชี้ว่าตลาดให้รางวัลกับผลประกอบการ
    • งบครั้งต่อไป — 16–19 ต.ค. 2569: เหตุการณ์ไบนารีครั้งต่อไป อีก ~2 เดือน

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: Squeeze สามารถคลายตัวในทิศทางใดก็ได้ หุ้นปรับตัวขึ้น +75% YTD และใกล้จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ — สถานะที่ยืดออกไปเสี่ยงต่อการขายทำกำไรที่รุนแรง การ breakout ที่ล้มเหลวเหนือ 114.0 จะเป็นกับดักกระทิง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: การสะสมของ NVDR แข็งแกร่ง แต่การจัดประเภท “เป็นกลาง” ของเครื่องมือ NVDR เตือนเราว่าอัตราส่วน (+5.55%) ต่ำกว่าเกณฑ์ 15% ข้อมูล Big Lot เป็นรายการเดี่ยว — ไม่เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์รูปแบบสถาบัน
    • ความเสี่ยงด้านพื้นฐาน/มูลค่า: ราคาเป้าหมาย consensus นักวิเคราะห์ที่ 110.93 ต่ำกว่าราคาปัจจุบันที่ 112.50 — นักวิเคราะห์โดยรวมมองว่าไม่มี upside เพิ่มเติมจากระดับปัจจุบัน นี่คือความขัดแย้งที่มีนัยสำคัญกับกระแสเงินทุนขาขึ้น เงินง่ายๆ ได้ถูกทำไปแล้ว; กำไรเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับการปรับเพิ่มประมาณการกำไร
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: KKP มีสภาพคล่องสูง (ปริมาณเฉลี่ย ~7.75–8.4 ล้านหุ้น/วัน, ~900 ล้านบาท) ไม่มีความกังวลด้านสภาพคล่องหรือ slippage ที่มีนัยสำคัญ

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 107.0 ทำลายแนวรับของการพักตัว นอกจากนี้ หาก NVDR เปลี่ยนจากซื้อต่อเนื่อง 3 วันเป็นขายต่อเนื่อง ทฤษฎีการสะสมจะเสียไปไม่ว่าราคาจะเป็นอย่างไร

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 110.0 − 107.0 = 3.00 บาท (~2.7% ของจุดเข้า)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยง 3.00 บาทต่อหุ้นคือ ~2.7% ของจุดเข้า — ยอมรับได้ สูตร:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{3.00} \right\rfloor$$

    สภาพคล่องสูงของ KKP รองรับการกำหนดขนาดตำแหน่งเต็มที่ อัตราเงินปันผล 5%+ ให้ผลตอบแทน carry ที่มีความหมาย เนื่องจาก consensus TP ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน การเข้าซื้อใหม่ควรใช้เป้าหมายที่อนุรักษ์นิยมกว่าคือ เป้าหมาย 1 (115.0) หรือต้องการให้ราคาปรับฐานมาที่ 110.0 เพื่อปรับปรุง Risk Profile

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 13 ส.ค. 2569 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดแนวโน้ม, squeeze, ระดับ; R/R = 1.67 ยืนยันแล้ว
    RAG Knowledge — กฎ Trend/Squeeze สืบค้น: 13 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน Keltner เดินบนเส้นยืนยันแนวโน้มขาขึ้น; ต้องการปริมาณสำหรับ breakout; MACD crossover เหนือสัญญาณ = ซื้อ
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) 1 ส.ค. 2569 เก่า (12 วัน) รายการเดี่ยว: 776,000 หุ้น ที่ 112.03 — เป็นกลาง
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) 1 ส.ค. 2569 เก่า (12 วัน) 1.9% — อยู่ในระดับต่ำ; ผลกระทบต่ำ
    NVDR Analyzer 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (3 วัน) อัตราส่วน +5.55%, ซื้อ 3 วัน, ปริมาณพุ่ง 4.36x, +671.6 ล้านบาท; สภาพคล่อง > 100 ล้าน — การสะสมที่แข็งแกร่ง (เครื่องมือ: “เป็นกลาง” ตามเกณฑ์อัตราส่วน)
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 13 ส.ค. 2569 (ค้นหา) ปัจจุบัน ราคา 112.50–113.00; P/E 12.46–13.39; ROE 11.4%; อัตราเงินปันผล ~5%; consensus TP 110.93; YTD +75%; RSI 59.35

    ข้อขัดแย้งของข้อมูลที่สำคัญ: ราคาเป้าหมาย consensus นักวิเคราะห์ที่ 110.93 (Yahoo Finance, ปัจจุบัน) ต่ำกว่าราคาปัจจุบันที่ 112.50–113.00 ซึ่งขัดแย้งกับการสะสมที่แข็งแกร่งของ NVDR และแนวโน้มขาขึ้น ตามกฎความขัดแย้ง ข้อมูลกระแสเงินทุนที่สังเกตได้โดยตรง (NVDR) มีความสำคัญกว่าการตีความของนักวิเคราะห์ แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า TP ต่ำกว่าราคาต้องเปิดเผยและลดความเชื่อมั่นตามลำดับ การจัดประเภท “เป็นกลาง” ของเครื่องมือ NVDR ขัดแย้งกับมูลค่าสะสมรวม (+671.6 ล้านบาท) — การอ่านค่าอิสระคือการสะสมที่แข็งแกร่งจากความต่อเนื่องและขนาด

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    ถือ (HOLD) — สถานะเดิมได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (+75% YTD), การอ่านค่าการสะสมของ NVDR ที่ใหญ่ที่สุดที่ตรวจพบ (สะสม 3 วัน +671.6 ล้านบาท บนสภาพคล่องที่ยืนยันแล้ว), Short Selling ที่อยู่ในระดับต่ำ (1.9%) และอัตราเงินปันผล ~5% อย่างไรก็ตาม ราคาเป้าหมาย consensus นักวิเคราะห์ที่ 110.93 อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน และ R/R ที่ให้มา 1.67 นั้นยอมรับได้แต่ต่ำกว่าที่ต้องการที่ 2.0 ถือโดยมี Trailing Stop ที่ 107.0; การเข้าซื้อใหม่ต้องมี Breakout เหนือ 114.0 ด้วยปริมาณ หรือการปรับฐานมาที่ 110.0 การปิดต่ำกว่า 107.0 ทำให้โครงสร้างเสียไป

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T06:43:40.912+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:KKP|company_name:Kiatnakin Phatra Bank Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:HOLD|target_price_1:115|entry_price:110|sell_price:114|stop_loss_level:107|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:107|immediate_resistance:114|risk_reward_ratio:1.67`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*, calculate whether institutional “Smart Money” or “Whales” (เจ้าใหญ่) are accumulating or distributing the asset, and generate an ultra-concise “4-Line Executive Summary” formatted with clear symbols and markdown bolding for maximum readability.

    STRICT ZERO-GUESSING POLICY:

    • If the provided data is incomplete, corrupted, ambiguous, or if you cannot clearly determine the trend, levels, or volume patterns, you MUST NOT guess, extrapolate, or attempt to analyze.
    • In such cases, stop immediately and output exactly this single sentence: “ไม่มีข้อมูลเนื่องจากข้อมูลอินพุตไม่เพียงพอต่อการวิเคราะห์เชิงเทคนิค” (Do not output the 4-line format if this happens).

    CRITICAL INSTRUCTIONS:

    • If data is sufficient, you must output exactly 4 lines (4 bullet points). No intro, no outro, no extra talk.
    • Use markdown bolding (ข้อความ) strictly to emphasize headers, key actions, statuses, and critical price levels.
    • Line 3 (🐋) is the most critical: You must explicitly evaluate Volume, state whether “Smart Money/Whales” are active, and give a highly visible verdict on the asset’s attractiveness (ความน่าสนใจในการลงทุน) by choosing one of these statuses formatted in bold brackets:
    • [🔥 โดดเด่น-น่าสนใจมาก]
    • [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ]
    • [❌ สัญญาณอันตราย-ไม่น่าสนใจ]
    • Explain why based on volume anomalies and state whether to keep tracking it.

    REQUIRED FORMAT (Output ONLY this structure with exact markdown asterisks preserved):

    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: [Insert Asset Name] [Summarize current trend, key indicator status like RSI/MACD, and market phase in 1 sentence]
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำการกระทำ [State immediate action: BUY/HOLD/SELL] ในโซนราคา [Insert Entry Range] โดยมีเป้าหมายทำกำไรแรกที่ [Insert Target Price]
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [Choose and insert ONLY ONE status here: [🔥 โดดเด่น-น่าสนใจมาก] OR [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] OR [❌ สัญญาณอันตราย-ไม่น่าสนใจ]] [Analyze volume pattern. State if Smart Money is accumulating or distributing, and conclude with “คุ้มค่าแก่การติดตามต่อ” or “ไม่คุ้มค่าแก่การติดตาม“]
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ [Insert Stop Loss Price] หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ให้ยกเลิกแผนทันที

    KTC

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: KTC — บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือต่อโดยมี Trailing Stop ที่ 38.25; ลดสถานะหากราคาปิดต่ำกว่า 38.25
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง (ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง vs. การกระจายหุ้นหนักของ NVDR)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา Swing (1–5 วันเพื่อการคลายตัวของ Squeeze)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 38.50 บาท (3 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 3 ส.ค. 2569 (Investing.com) / 10 ส.ค. 2569 (NVDR)
    สถานะของแผนการเทรด รอสัญญาณ — กระแสเงินทุนขัดแย้ง, R/R ต่ำกว่าเกณฑ์

    บทสรุปการตัดสินใจ: KTC มีโครงสร้างปัจจัยพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม — กำไรไตรมาส 2/2569 +17% YoY สูงกว่า consensus, ROE 19.7%, P/E 12.42, อัตราเงินปันผล 4.60% และราคาเป้าหมาย consensus นักวิเคราะห์ที่ 41.71 (+8.3% upside) แต่ภาพกระแสเงินทุนเป็นลบอย่างชัดเจน: NVDR แสดงอัตราส่วนสุทธิ -44.28% ในช่วงขาย 2 วันติดต่อกัน พร้อมปริมาณพุ่ง 4.02 เท่า และกระแสเงินทุนสะสม 3 วัน -144.1 ล้านบาท บนสภาพคล่องที่ยืนยันแล้ว จุดเข้า (39.00), เป้าหมาย (40.25) และจุดตัดขาดทุน (37.00) ที่ให้มาให้ค่า R/R เพียง 0.625 แผนนี้ไม่สามารถดำเนินการได้จนกว่าการกระจายหุ้นของ NVDR จะบรรเทาลงและราคาทะลุ 39.00 ด้วยปริมาณ

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง (+57.8% YTD); อยู่ใน Squeeze; Keltner ชันขึ้น; กรอบ 52 สัปดาห์ 24.40–41.25 ขาขึ้น (แนวโน้ม) ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งใน Squeeze; MACD “Crossover” (ทิศทางยังไม่ยืนยัน); RSI 63.78 (สูงแต่ยังไม่ overbought) เป็นกลาง ปานกลาง
    Big Lot 531,000 หุ้น, 20.33 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 38.25 (1 ส.ค.) — ทำรายการที่แนวรับ; เหตุการณ์เดี่ยว, เป็นกลาง ผสม/ไม่พร้อมใช้งาน (รายการเดี่ยว) ต่ำ
    Short Selling Short ratio 1.08%, ปริมาณคงค้าง 0.79% — แรงกดดันขาลงเล็กน้อยมาก สนับสนุน (ไม่มีแรงกดดัน) ปานกลาง
    NVDR อัตราส่วนสุทธิ -44.28%, ขาย 2 วัน, ปริมาณพุ่ง 4.02 เท่า, สะสม 3 วัน -144.1 ล้านบาท; สภาพคล่อง > 100 ล้านบาท; เครื่องมือ: “Medium-Strong Distribution” การกระจายหุ้น (แข็งแกร่ง, เชื่อถือได้) สูง
    ข่าวสารและตัวเร่ง กำไรไตรมาส 2/2569 +17% YoY, สูงกว่า consensus (22 ก.ค.); TP consensus 41.71; อัตราเงินปันผล 4.60%; งบครั้งต่อไป 16 ต.ค. บวก สูง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 12.42, Fwd P/E 11.88, ROE 19.7%, P/BV 2.13, Beta 0.23 — คุณภาพสูง, มูลค่าสมเหตุสมผล บวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: ผสม — ปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มแข็งแกร่ง vs. การกระจายหุ้นหนักของ NVDR

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (แข็งแกร่ง; +57.8% YTD; กรอบ 52 สัปดาห์ 24.40–41.25)
    • วัฏจักรตลาด: Markup พร้อมคำเตือนการกระจายหุ้น — แนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งยังคงอยู่ แต่การขายของ NVDR ใกล้แนวต้านบ่งชี้ถึงการขายทำกำไรของ Smart Money
    • แนวรับสำคัญ: 38.25 (แนวรับใกล้ / ระดับที่เกิดรายการ Big Lot), 37.00 (จุดตัดขาดทุนที่ให้มา), 24.40 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 39.00 (แนวต้านใกล้ที่ให้มา), 40.25 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา), 41.25 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์), 41.71 (consensus นักวิเคราะห์)
    • โมเมนตัม: RSI ที่ 63.78 (Investing.com) — สูงแต่ต่ำกว่าเส้น overbought ที่ 70 MACD ถูกรายงานว่าเป็น “Crossover” แต่ไม่ได้ระบุทิศทาง ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง Bullish MACD Crossover เหนือเส้นสัญญาณจะยืนยันการดำเนินต่อไป; Bearish Crossover จะตอกย้ำคำเตือนการกระจายหุ้นของ NVDR นี่เป็นประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
    • การตีความ Big Lot: รายการ Big Lot หนึ่งรายการ 531,000 หุ้น (20.33 ล้านบาท) ที่ราคาเฉลี่ย 38.25 บาท เมื่อวันที่ 1 ส.ค. — ทำรายการที่ระดับแนวรับปัจจุบันพอดี รายการเดียวไม่สามารถพิสูจน์การสะสมหรือการกระจายหุ้นได้ อาจเป็นการโอนของสถาบันหรือการปรับสถานะ เป็นกลางถึงสนับสนุนเล็กน้อย (ราคายืนเหนือ 38.25 นับตั้งแต่นั้น)
    • การตีความ Short-Selling: Short value ratio ที่ 1.08% เล็กน้อยมาก ปริมาณ Short ผ่าน NVDR (500,000 หุ้น) มากกว่าชอร์ตในประเทศ (86,200 หุ้น) — เป็นลักษณะทั่วไปของหุ้นขนาดใหญ่ใน SET ปริมาณ Short คงค้าง 20.3 ล้านหุ้น (0.79% ของหุ้นที่ออกแล้ว 2.58 พันล้านหุ้น) ไม่มีนัยสำคัญ Short Selling เป็นปัจจัยที่ไม่ต้องคำนึงถึง
    • การตีความ NVDR: นี่คือสัญญาณขาลงที่ชี้ขาด อัตราส่วนสุทธิ -44.28% ในช่วงขาย 2 วันติดต่อกัน พร้อมปริมาณพุ่ง 4.02 เท่า และมูลค่าสุทธิสะสม 3 วัน -144.1 ล้านบาท ที่สำคัญคือสภาพคล่องยืนยันแล้ว มากกว่า 100 ล้านบาท — นี่เป็นการอ่านค่าที่มีความน่าเชื่อถือสูง ขนาดของการขายสูงเกินเกณฑ์การกระจายหุ้นที่ 15% อย่างมาก ตามกรอบการตีความ “ราคากำลังเพิ่มขึ้นในขณะที่ NVDR เป็นผู้ขายสุทธิ = คำเตือนการกระจายหุ้นหรือการมีส่วนร่วมที่อ่อนแอลง” อย่างไรก็ตาม ราคายังไม่ได้ยืนยันด้วยการพังทลายลงต่ำกว่า 38.25 — การกระจายหุ้นกำลังเกิดขึ้นแต่ผู้ซื้อยังคงดูดซับการขายอยู่ (ราคายืนที่แนวรับ) เครื่องมือ NVDR จัดประเภทสิ่งนี้เป็น “Medium-Strong Bearish” นี่คือ คำเตือนการกระจายหุ้นที่ร้ายแรงและมีความเชื่อมั่นสูง
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: NVDR แสดงการขายของต่างชาติที่หนักหน่วงและต่อเนื่องบนสภาพคล่องที่ยืนยันแล้ว Short Selling ไม่เป็นอันตราย Big Lot แสดงรายการเดี่ยวที่เป็นกลางที่แนวรับ ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง (กำไรไตรมาส 2 ดีกว่าคาด, TP consensus 41.71) อธิบายว่าทำไมราคาจึงดูดซับการขายของ NVDR โดยไม่พังทลาย นี่คือการชักเย่ออย่างแท้จริง: การกระจายหุ้นของต่างชาติ vs. อุปสงค์พื้นฐานในประเทศ การเคลื่อนไหวของราคา (ยืนเหนือแนวรับ 38.25) บ่งชี้ถึงการดูดซับจนถึงตอนนี้ แต่การขายของ NVDR ที่ต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่ได้ระบุทิศทางของ MACD Crossover รายการ Big Lot เป็นจุดข้อมูลเดียว — ไม่สามารถสร้างรูปแบบการทำซ้ำได้

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเข้าใหม่ — R/R ต่ำกว่าเกณฑ์และการกระจายหุ้นหนักของ NVDR ห้ามการเข้าทันที
    • โซนเข้าเทรด: 38.25–38.50 (ย่อตัวลงมาที่แนวรับ) — ใช้ได้เฉพาะเมื่อการขายของ NVDR บรรเทาลง
    • สัญญาณเข้าเทรด: NVDR พลิกเป็นซื้อสุทธิ (อัตราส่วนเป็นบวก) ≥ 2 วันติดต่อกัน และราคายืนเหนือ 38.25 โดย RSI เริ่มวกขึ้น หรืออีกทางหนึ่งคือการปิดรายวันเหนือ 39.00 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย และ NVDR ซื้อสุทธิในวันที่เกิด breakout
    • เป้าหมาย 1: 40.25 (ที่ให้มา; แนวต้านใกล้ — +4.5% จาก 38.50)
    • เป้าหมาย 2: 41.71 (consensus นักวิเคราะห์; +8.3% — วิธีการ: ราคาเป้าหมาย consensus 1 ปี)
    • จุดตัดขาดทุน: 37.00 (ต่ำกว่าแนวรับใกล้ที่ 38.25; การเสียโครงสร้างของแนวโน้มขาขึ้น)
    • Trailing Stop: หลังจากผ่าน 40.25 แล้ว เลื่อน Stop ตามไปที่ 38.75 (แนวรับที่เกิดจาก breakout)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ให้มาเป็น 2.50; ตรวจสอบอิสระ: (40.25 − 39.00) / (39.00 − 37.00) = 1.25 / 2.00 = 0.625 — ต่ำกว่าเกณฑ์, ปฏิเสธ เมื่อใช้จุดเข้าแบบย่อตัวที่ 38.50 พร้อม Stop 37.00 และ consensus TP 41.71: (41.71 − 38.50) / (38.50 − 37.00) = 3.21 / 1.50 = 2.14 — ยอมรับได้ เมื่อใช้เฉพาะเป้าหมาย 1: (40.25 − 38.50) / 1.50 = 1.17 — ยังต่ำกว่าเกณฑ์ แผนการเทรดนี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อราคาเป้าหมาย consensus นักวิเคราะห์ (41.71) เป็นวัตถุประสงค์ที่เป็นจริง
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: งบการเงินอีกประมาณ 2 เดือน (16 ต.ค.) ไม่มีความเสี่ยงเหตุการณ์ที่ใกล้เข้ามา รอการกลับตัวของกระแสเงินทุน NVDR
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. NVDR ขายต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 — การกระจายหุ้นลึกขึ้น

    2. ราคาปิดต่ำกว่า 38.25 — แนวรับพัง, ทฤษฎีการดูดซับล้มเหลว

    3. MACD ตัดลงแบบ Bearish — โมเมนตัมยืนยันคำเตือนการกระจายหุ้น

    อัปเกรดเป็น ซื้อ: NVDR พลิกเป็นซื้อสุทธิ ≥ 2 วันติดต่อกัน และราคายืนเหนือ 38.25 หรือปิดรายวันเหนือ 39.00 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย R/R ไปยัง consensus TP 41.71 เกิน 2.0

    ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง/ขาย: ปิดรายวันต่ำกว่า 38.25 ด้วยปริมาณที่ขยายตัว ยืนยันการกระจายหุ้นของ NVDR และทำลายโครงสร้างการดูดซับ

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง NVDR พลิกเป็นซื้อ + ราคายืน 38.25 จากนั้นปิด > 39.00 ด้วยปริมาณ ปรับตัวขึ้นสู่ 40.25 แล้ว 41.71 (consensus TP) ปิดต่ำกว่า 37.00
    กรณีฐาน การบีบอัดต่อเนื่อง 38.25–39.00; NVDR ขายต่อเนื่องแต่ราคาดูดซับ แกว่งในกรอบ; การกระจายหุ้นถูกดูดซับโดยอุปสงค์พื้นฐาน กรอบยังอยู่
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 38.25 ด้วยปริมาณ + NVDR ขายวันที่ 3 ปรับตัวลงสู่ 37.00 แล้ว 35.00 ปิดกลับเหนือ 39.00

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบไตรมาส 2/2569 ประกาศแล้ว (22 ก.ค. 2569): กำไรสุทธิ 2.23 พันล้านบาท +17% YoY สูงกว่า consensus แม้พอร์ตสินเชื่อจะทรงตัว กลยุทธ์สินเชื่อที่ระมัดระวังกำลังให้ผลตอบแทน — คุณภาพสินทรัพย์มีเสถียรภาพและต้นทุนสินเชื่อถูกควบคุม นี่คือเสาหลักทางปัจจัยพื้นฐานที่หนุนราคา
    • แรงหนุนจากเงินปันผล: อัตราเงินปันผล 4.60% โดยรอบ XD ถัดไปในเดือนเมษายน (XD ล่าสุด 10 เม.ย. 2569) อัตราผลตอบแทนที่สูงให้แรงหนุนด้านรายได้และลดแรงจูงใจในการขายเชิงรุก
    • งบครั้งต่อไป — 16 ต.ค. 2569: อีก ~2 เดือน ไม่มีเหตุการณ์ไบนารีที่ใกล้เข้ามา ตลาดมีเวลาย่อยการกระจายหุ้นของ NVDR

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: Squeeze สามารถคลายตัวในทิศทางใดก็ได้ RSI ที่ 63.78 อยู่ในระดับสูง — มีช่องว่างจำกัดก่อนถึง overbought การ breakout ที่ล้มเหลวเหนือ 39.00 จะเป็นกับดักกระทิง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: การกระจายหุ้นของ NVDR ที่ -44.28% (2 วัน, -144.1 ล้านบาท) เป็นธงแดงที่ใหญ่ที่สุดเพียงหนึ่งเดียว นี่คือข้อมูลความน่าเชื่อถือสูง (สภาพคล่อง > 100 ล้านบาท) หากเกิดการขายวันที่ 3 ติดต่อกัน การกระจายหุ้นจะมีความเชื่อมั่นสูง ข้อมูล Big Lot เป็นรายการเดี่ยว — ไม่เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์รูปแบบ
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: TP เดิมของ FSSIA ที่ 32.00 (ก.ย. 2568) พร้อมสถานการณ์กรณีเลวร้ายที่สุดคือกำไรลดลง -23% สะท้อนถึงความอ่อนไหวต่อการบีบอัด NIM และต้นทุนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น TP consensus ปัจจุบันที่ 41.71 สันนิษฐานว่าคุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ การเสื่อมลงของ NPL ในภาคสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคจะส่งผลกระทบต่อ KTC อย่างไม่สมส่วน
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: KTC มีสภาพคล่องสูง (ปริมาณเฉลี่ย ~21 ล้านหุ้น/วัน, ~800 ล้านบาท) ไม่มีความกังวลด้านสภาพคล่องหรือ slippage ที่มีนัยสำคัญ

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 38.25 ทำลายระดับแนวรับที่ดูดซับการขายของ NVDR — ทำให้ทฤษฎีการดูดซับเสียไป นอกจากนี้ หาก NVDR ขยายเป็นการขาย 3+ วันติดต่อกันที่อัตราส่วนสูง ทฤษฎีกระแสเงินทุนจะเปลี่ยนเป็นขาลงอย่างเด็ดขาดไม่ว่าปัจจัยพื้นฐานจะเป็นอย่างไร

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (จุดเข้าที่ให้มา): 39.00 − 37.00 = 2.00 บาท (~5.1% ของจุดเข้า)
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (จุดเข้าย่อตัว): 38.50 − 37.00 = 1.50 บาท (~3.9% ของจุดเข้า)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยง 2.00 บาท ณ จุดเข้าที่ให้มาสร้าง R/R ต่ำกว่าเกณฑ์ (0.625) และไม่แนะนำ การเข้าย่อตัวที่ 38.50 พร้อมความเสี่ยง 1.50 บาท และ consensus TP 41.71 ให้ R/R 2.14 สูตร:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{1.50} \right\rfloor$$

    สภาพคล่องสูงของ KTC รองรับการกำหนดขนาดตำแหน่งเต็มที่ อัตราเงินปันผล 4.60% ให้ผลตอบแทน carry ที่มีความหมาย เมื่อพิจารณาคำเตือนการกระจายหุ้นของ NVDR ให้ลดขนาดตำแหน่งลง 25% จนกว่าสัญญาณกระแสเงินทุนจะกลับตัว

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 13 ส.ค. 2569 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดแนวโน้ม, squeeze, ระดับ; R/R ที่ให้มา = 2.50 ปฏิเสธ (ค่าจริง 0.625)
    RAG Knowledge — กฎ Squeeze/Breakout สืบค้น: 13 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน Keltner ชันขึ้นยืนยันแนวโน้มขาขึ้น; ต้องการปริมาณสำหรับ breakout; MACD crossover เหนือสัญญาณ = สัญญาณซื้อ
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) 1 ส.ค. 2569 เก่า (12 วัน) รายการเดี่ยว: 531,000 หุ้น ที่ 38.25 — เป็นกลาง, ที่แนวรับ
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) 1 ส.ค. 2569 เก่า (12 วัน) 1.08% — เล็กน้อยมาก; ผลกระทบต่ำ
    NVDR Analyzer 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (3 วัน) อัตราส่วน -44.28%, ขาย 2 วัน, ปริมาณพุ่ง 4.02x, -144.1 ล้านบาท; สภาพคล่อง > 100 ล้าน — การกระจายหุ้นแข็งแกร่ง
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 13 ส.ค. 2569 (ค้นหา) ปัจจุบัน กำไรไตรมาส 2 +17% สูงกว่าคาด (22 ก.ค.); TP consensus 41.71 (Yahoo, ปัจจุบัน); P/E 12.42; RSI 63.78; อัตราเงินปันผล 4.60%; ราคา 38.50 (3 ส.ค.)

    ข้อขัดแย้งของข้อมูลที่สำคัญ: R/R ที่ให้มา 2.50 ไม่สามารถกระทบยอดทางคณิตศาสตร์กับจุดเข้า (39.00), จุดตัดขาดทุน (37.00) และเป้าหมาย (40.25) ซึ่งให้ค่า 0.625 — ใช้การคำนวณอิสระ TP ของ FSSIA ที่ 32.00 (ก.ย. 2568) เก่าและสะท้อนสถานการณ์อนุรักษ์นิยม; ขัดแย้งกับ TP consensus ปัจจุบันที่ 41.71 (Yahoo Finance, ปัจจุบัน) ตามกฎความขัดแย้ง ใช้ consensus ที่ใหม่กว่า (41.71) แต่การมีอยู่ของ TP 32.00 ที่เก่า เน้นถึงการกระจายตัวของการประเมินมูลค่า

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — KTC มีโครงสร้างปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มการเงินที่วิเคราะห์ (กำไรไตรมาส 2 +17% YoY สูงกว่า consensus, ROE 19.7%, P/E 12.42, อัตราเงินปันผล 4.60%, consensus TP 41.71) แต่ NVDR กำลังกระจายหุ้นอย่างหนัก (-44.28% ในช่วง 2 วัน, -144.1 ล้านบาท, ยืนยันสภาพคล่องแล้ว) R/R ที่ให้มา 0.625 ต่ำกว่าเกณฑ์และถูกปฏิเสธ อย่าเข้าจนกว่า NVDR จะพลิกเป็นซื้อสุทธิและราคายืนเหนือ 38.25 หรือจนกว่าจะปิดเหนือ 39.00 ด้วยปริมาณที่ยืนยัน ผู้ถือหุ้นเดิมถือโดยมี Stop ที่ 38.25 การปิดต่ำกว่า 38.25 ทำให้ทฤษฎีการดูดซับเสียไป

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T06:38:09.435+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:KTC|company_name:KrungThai Card Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:40.25|entry_price:39|sell_price:40.25|stop_loss_level:37|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:38.25|immediate_resistance:39|risk_reward_ratio:2.5`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    GPSC

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: GPSC — บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือต่อ; เลื่อนจุดตัดขาดทุนตามไปที่ 48.25; การขายทำกำไรบางส่วนอย่างระมัดระวังใกล้แนวต้าน 52.50
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง (คำเตือนการกระจายหุ้นภายในแนวโน้มขาขึ้น)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา Swing (1–5 วันเพื่อการคลายตัวของ squeeze)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 51.25 บาท (7 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 7 ส.ค. 2569 (Investing.com/Yahoo Finance) / 10 ส.ค. 2569 (NVDR)
    สถานะของแผนการเทรด รอสัญญาณ — คำเตือนการกระจายหุ้น + R/R ต่ำกว่าเกณฑ์

    บทสรุปการตัดสินใจ: GPSC อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (+45.5% YTD, กรอบ 52 สัปดาห์ 30.00–55.75) โดยมี Keltner ชันขึ้น แต่มีสัญญาณเตือนสามประการที่มาบรรจบกัน: (1) MACD divergence — ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ในขณะที่โมเมนตัมลดลง, (2) NVDR ขาย 2 วัน ที่ -12.84% พร้อมปริมาณพุ่ง 2.47 เท่า แม้ยอดสะสม 3 วันยังเป็นบวก (+207 ล้านบาท), และ (3) จุดเข้า, stop, และเป้าหมายที่ให้มาให้ค่า R/R เพียง 0.60 — ยืนยันว่าต่ำกว่าเกณฑ์ ราคาเป้าหมาย consensus ของนักวิเคราะห์ที่ 53.50 (+4.4% จาก 51.25) ก็ให้ R/R เพียง ~0.75 เช่นกัน การเข้าใหม่ไม่สมเหตุสมผลจนกว่า squeeze จะคลายตัวในทิศทางขาขึ้นหรือราคาย่อตัวลงมาสู่ระดับที่ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง; อยู่ใน squeeze พร้อมปริมาณแห้ง; Keltner ชันขึ้น; จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ 55.75 ใกล้แนวต้าน ขาขึ้น (แนวโน้ม) / ระมัดระวัง (ใกล้แนวต้าน) ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม MACD Divergence (รูปแบบ bearish divergence ในแนวโน้มขาขึ้น); RSI 59.60 (สุขภาพดี, ไม่ใช่ overbought); ปริมาณแห้ง คำเตือน Bearish Divergence ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling Short ratio 4.95%, outstanding 0.53% — ปานกลาง, ไม่อันตราย เป็นกลาง ปานกลาง
    NVDR อัตราส่วน -12.84%, ขาย 2 วัน, ปริมาณพุ่ง 2.47 เท่า, แต่ยอดสะสม 3 วัน +207 ล้านบาท; สภาพคล่อง > 100 ล้านบาท; เครื่องมือ: “Medium-Strong Distribution” คำเตือนการกระจายหุ้น (ผสม) ปานกลาง
    ข่าวสารและตัวเร่ง ราคาเป้าหมาย consensus นักวิเคราะห์ 53.50 (ซื้อ/ซื้อแข็งแกร่ง); ตัวเร่งอุปสงค์ดาต้าเซ็นเตอร์ (ขยาย Nava Nakorn); อัตราเงินปันผล 2.83–3.71%; งบ 12 ส.ค. (เพิ่งผ่านไป) บวก ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 20.67, Fwd P/E 22.73, P/BV 1.37, ROE 6.5%, EV/EBITDA 11.21, Beta 0.86 เป็นกลาง (ยุติธรรมถึงสูง) ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: ผสม — คำเตือนการกระจายหุ้นภายในแนวโน้มขาขึ้นที่ได้รับการหนุนจากปัจจัยพื้นฐาน

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (แข็งแกร่ง; +45.5% YTD; กรอบ 52 สัปดาห์ 30.00–55.75)
    • วัฏจักรตลาด: คำเตือนการเปลี่ยนผ่านจาก Markup สู่ Distribution — MACD divergence บวกกับการขายของ NVDR ใกล้จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ บ่งชี้ความเสี่ยงที่โมเมนตัมหมดแรง
    • แนวรับสำคัญ: 48.25 (จุดตัดขาดทุนที่ให้มา / แนวรับใกล้), 30.00 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 52.50 (แนวต้านใกล้ / ที่ให้มา), 55.75 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์), 53.50 (consensus นักวิเคราะห์)
    • โมเมนตัม: MACD Divergence คือสัญญาณวิกฤต อ้างอิงจากองค์ความรู้ RAG: “หากราคาหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่แต่ MACD ทำจุดสูงสุดที่ต่ำกว่า Bearish Divergence จะเกิดขึ้น — นี่เตือนว่าโมเมนตัมหมดแรงแล้ว” RSI ที่ 59.60 ยังสุขภาพดี — ไม่ใช่ overbought — ซึ่งช่วยบรรเทาการตีความ bearish divergence ลงบ้าง divergence นี้อาจเป็นการพักตัวภายในแนวโน้มขาขึ้นที่ยังดำเนินต่อไปมากกว่าการกลับตัว ความคลุมเครือนี้ต้องการการยืนยันจากราคา
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายแบบบล็อกเทรดของสถาบันได้
    • การตีความ Short-Selling: Short value ratio ที่ 4.95% (1 ส.ค. 2569) อยู่ในระดับปานกลางแต่ไม่อันตรายสำหรับหุ้นยูทิลิตี้ขนาดใหญ่ ปริมาณชอร์ตในประเทศ (743,500) มากกว่าชอร์ตผ่าน NVDR (190,200) — เป็นลักษณะทั่วไปของการป้องกันความเสี่ยงโดยสถาบันในประเทศ ไม่ใช่การเดิมพันขาลงเชิงรุกจากต่างชาติ ปริมาณ Short คงค้าง 14.9 ล้านหุ้น (0.53% ของหุ้นที่ออกแล้ว 2.82 พันล้านหุ้น) ไม่มีนัยสำคัญ ไม่มีสัญญาณแรงกดดันขาลง
    • การตีความ NVDR: สองเซสชันล่าสุดแสดงการขายสุทธิ -12.84% พร้อมปริมาณพุ่ง 2.47 เท่า อย่างไรก็ตาม ยอดสะสม 3 วันคือ +207.0 ล้านบาท — เป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง — หมายความว่าคลื่นการซื้อก่อนหน้ามีขนาดใหญ่กว่าการขายสองวันปัจจุบันมาก นี่สอดคล้องกับ การขายทำกำไรหลังคลื่นการสะสมที่แข็งแกร่ง มากกว่าการกลับตัว สภาพคล่องยืนยันสูงกว่า 100 ล้านบาท — สัญญาณเชื่อถือได้ เครื่องมือ NVDR จัดประเภทเป็น “Medium-Strong Distribution” แต่ยอดสะสม 3 วันที่เป็นบวกช่วยบรรเทาการอ่านค่าเชิงลบ ปฏิบัติเป็น คำเตือน, ไม่ใช่การกระจายหุ้นที่ยืนยันแล้ว
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: NVDR แสดงการสะสมขนาดใหญ่ก่อนหน้า ตามด้วยการขายทำกำไรสองวัน Short selling ไม่อันตราย ข้อมูล Big Lot ไม่มี MACD divergence สอดคล้องกับสัญญาณขายของ NVDR แต่แนวโน้มที่แข็งแกร่งและกระแสเงินทุนสะสมที่เป็นบวกบ่งชี้ว่าการปรับฐานอาจตื้น ภาพรวมคือ สร้างสรรค์แต่กำลังเย็นลง — ไม่ใช่การกระจายหุ้นที่ยืนยันแล้ว, ไม่ใช่การสะสมที่ยืนยันแล้ว

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ทิศทางที่แน่นอนของ MACD divergence อนุมานจากบริบทแนวโน้มขาขึ้น — ยืนยันว่าเป็น bearish divergence ก็ต่อเมื่อราคากำลังทำจุดสูงสุดใหม่; นี่เป็นการอนุมานที่สมเหตุสมผลแต่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเข้าใหม่ที่ระดับปัจจุบัน — R/R ที่ 0.60 ต่ำกว่าเกณฑ์ รอให้เกิดการย่อตัวลงมาสู่ระดับความเสี่ยงที่ดีกว่า หรือการเบรคเอ้าท์ที่ยืนยันเหนือแนวต้าน
    • โซนเข้าเทรด: 48.50–49.50 (ย่อตัวลงมาสู่ส่วนล่างของกรอบ) — นี่จะให้ R/R ที่ดีกว่า
    • สัญญาณเข้าเทรด (ย่อตัว): ราคาย่อลงมาแถว 48.50–49.50 ยืนเหนือ 48.25 โดย RSI เริ่มวกขึ้นจาก 45–50 และปริมาณขยายตัวบนแท่งเทียนเขียว NVDR ควรกลับมาเป็นซื้อสุทธิ
    • สัญญาณสำรอง (Breakout): ปิดรายวันเหนือ 52.50 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย และ MACD ลบล้าง divergence (ทำจุดสูงสุดใหม่ของ MACD)
    • เป้าหมาย 1: 53.50 (consensus นักวิเคราะห์; +4.4% จาก 51.25 — วิธีการ: consensus ของราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์)
    • เป้าหมาย 2: 55.75 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์; +8.8% — วิธีการ: จุดสูงสุดโครงสร้างก่อนหน้า)
    • จุดตัดขาดทุน: 48.25 (ต่ำกว่าแนวรับใกล้; การเสียโครงสร้างของแนวโน้มขาขึ้น)
    • Trailing Stop: ผู้ถือหุ้นเดิม: เลื่อน stop ตามไปที่ 48.25 หากราคาผ่าน 52.50 เลื่อนตามไปที่ 50.75
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ให้มาเป็น 0.60; ยืนยันอิสระเป็น (52.25 − 50.75) / (50.75 − 48.25) = 1.50 / 2.50 = 0.60 ต่ำกว่าเกณฑ์ เมื่อใช้ TP นักวิเคราะห์ 53.50 จากราคาปัจจุบัน 51.25: (53.50 − 51.25) / (51.25 − 48.25) = 2.25 / 3.00 = 0.75 — ยังต่ำกว่าเกณฑ์ แผนการเทรดตามที่นำเสนอไม่สามารถใช้งานได้สำหรับการเข้าใหม่ เฉพาะการเข้าแบบย่อตัวใกล้ 49.00 เท่านั้นที่ให้ R/R ที่ยอมรับได้: (53.50 − 49.00) / (49.00 − 48.25) = 4.50 / 0.75 = 6.00
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: งบประกาศไปแล้ว (12 ส.ค.) ไม่มีความเสี่ยงเหตุการณ์ที่ใกล้เข้ามานอกเหนือจากความผันผวนปกติหลังประกาศงบ รอสัญญาณย่อตัว
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 48.25 — โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นเสีย

    2. NVDR พลิกเป็นขายต่อเนื่อง 3+ วัน โดยยอดสะสมกลายเป็นลบ — ทฤษฎีการสะสมพัง

    3. MACD divergence ยืนยันด้วย bearish crossover ลงใต้เส้นสัญญาณ — โมเมนตัมพังทลาย

    อัปเกรดเป็น ซื้อ: ย่อลงมา 48.50–49.50 แล้วยืนเหนือ 48.25 โดย NVDR กลับมาเป็นซื้อสุทธิ หรือ breakout เหนือ 52.50 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย และ MACD ทำจุดสูงสุดใหม่ (ลบล้าง divergence)

    ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง/ขาย: ปิดรายวันต่ำกว่า 48.25 ด้วยปริมาณที่ขยายตัว — แนวโน้มเสียความสมเหตุสมผล

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ย่อลงมา 48.50–49.50 แล้วยืนอยู่ + NVDR พลิกเป็นซื้อ จากนั้นปิด > 52.50 ด้วยปริมาณ ปรับตัวขึ้นสู่ 53.50 แล้ว 55.75 (ATH) ปิดต่ำกว่า 48.25
    กรณีฐาน การบีบอัดต่อเนื่องในกรอบ 48.25–52.50; NVDR ขายต่อเนื่องแต่ยอดสะสม 3 วันยังเป็นบวก แกว่งในกรอบ; การดูดซับการขายทำกำไร; แนวโน้มยังอยู่ กรอบยังอยู่
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 48.25 ด้วยปริมาณ + MACD bearish crossover ปรับตัวลงสู่ 45.00 แล้ว 42.00 ปิดกลับเหนือ 52.50

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบไตรมาส 2/2569 (ประกาศ 12 ส.ค. 2569): ปฏิกิริยาของตลาดใน 1–3 เซสชันถัดไปมีความสำคัญมาก การขยาย Nava Nakorn ของ GPSC เป็น 207.75 MW เพื่อรองรับอุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมและดาต้าเซ็นเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตหลัก หากการประชุมรายงานผลประกอบการยืนยันโมเมนตัม PPA ของดาต้าเซ็นเตอร์ divergence อาจถูกลบล้าง
    • อุปสงค์พลังงานดาต้าเซ็นเตอร์: GPSC กำลังวางตำแหน่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทย การประกาศ PPA ใหม่หรือการขยายกำลังการผลิตใด ๆ จะเป็นตัวเร่งให้เกิด re-rating
    • การตัดสินใจอัตราค่าไฟ SPP / ค่า Ft: ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก รายได้ของ GPSC อ่อนไหวต่อโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่กำกับดูแล การตัดสินใจด้านกฎระเบียบที่เป็นประโยชน์จะสนับสนุนมาร์จิ้น

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: MACD bearish divergence ใกล้จุดสูงสุด 52 สัปดาห์เป็นรูปแบบกับดักกระทิงคลาสสิก หาก divergence ยืนยันด้วย bearish MACD crossover การปรับฐานที่รุนแรงอาจตามมาแม้แนวโน้มจะแข็งแกร่ง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: NVDR ขาย 2 วันที่ -12.84% พร้อมปริมาณพุ่ง 2.47 เท่า แม้จะถูกหักล้างด้วยยอดสะสม +207 ล้านบาท ก็สมควรแก่การเฝ้าระวัง หากกระแสเงินทุนสะสมกลายเป็นลบ ทฤษฎีการกระจายหุ้นจะแข็งแกร่งขึ้น ข้อมูล Big Lot ไม่มี
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน/การประเมินมูลค่า: P/E ที่ 20.67 และ forward P/E ที่ 22.73 กับ ROE เพียง 6.5% บ่งชี้ว่าตลาดจ่ายพรีเมียมสำหรับการเติบโตที่ยังไม่ปรากฏเต็มที่ในผลตอบแทน PEG ที่ 2.12 อยู่เหนือเกณฑ์ growth-at-reasonable-price การผิดหวังของรายได้ใด ๆ จะกระตุ้นให้เกิด multiple compression
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: GPSC มีสภาพคล่องสูง (ปริมาณเฉลี่ย ~11 ล้านหุ้น/วัน, ~560 ล้านบาท) ไม่มีความกังวลด้านสภาพคล่องหรือ slippage ที่มีนัยสำคัญสำหรับสถานะขนาดมาตรฐาน

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 48.25 ทำให้โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นเสียไป นอกจากนี้ หากกระแสเงินทุนสะสม 3 วันของ NVDR กลายเป็นลบพร้อมกับ bearish MACD crossover ทฤษฎีการสะสมจะเสียไปไม่ว่าราคาจะเป็นอย่างไร

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (จุดเข้าที่ให้มา): 50.75 − 48.25 = 2.50 บาท (~4.9% ของจุดเข้า)
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (จุดเข้าย่อตัว): 49.00 − 48.25 = 0.75 บาท (~1.5% ของจุดเข้า)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยง 2.50 บาท ณ จุดเข้าที่ให้มากว้างเกินไปเมื่อเทียบกับผลตอบแทน 1.50 บาท (R/R = 0.60) การเข้าย่อตัวที่ 49.00 ให้ความเสี่ยงที่แคบเพียง 0.75 บาท พร้อม R/R = 6.0 ไปยัง TP consensus 53.50 สูตร:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.75} \right\rfloor$$

    สภาพคล่องสูงของ GPSC รองรับการกำหนดขนาดตำแหน่งเต็มที่โดยไม่มีผลกระทบต่อตลาด อัตราเงินปันผล 2.83–3.71% ให้ผลตอบแทน carry แก่ผู้ถือหุ้นเดิม

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 13 ส.ค. 2569 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดแนวโน้ม, squeeze, divergence, ระดับ; R/R = 0.60 ยืนยัน
    RAG Knowledge — กฎ Divergence/Squeeze สืบค้น: 13 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน Bearish divergence = โมเมนตัมหมดแรง; Keltner ชันขึ้น + squeeze = แนวโน้มขาขึ้นพักตัว; ต้องการปริมาณสำหรับ breakout
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดของกิจกรรมบล็อกสถาบัน
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) 1 ส.ค. 2569 เก่า (12 วัน) 4.95% — ปานกลาง/ไม่อันตราย; ผลกระทบต่ำ
    NVDR Analyzer 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (3 วัน) อัตราส่วน -12.84%, ขาย 2 วัน, ปริมาณพุ่ง 2.47x; ยอดสะสม 3 วัน +207 ลบ.; สภาพคล่อง > 100 ลบ.; เครื่องมือ: “Medium-Strong Distribution”
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 13 ส.ค. 2569 (ค้นหา) ปัจจุบัน ราคา 51.25 (7 ส.ค.); TP 53.50 consensus (ซื้อ); P/E 20.67; RSI 59.60; งบ 12 ส.ค.; ตัวเร่งขยายดาต้าเซ็นเตอร์

    ข้อขัดแย้งของข้อมูลที่สำคัญ: R/R ที่ให้มา 0.60 ได้รับการยืนยันทางคณิตศาสตร์ (ไม่ใช่ความคลาดเคลื่อน — ตัวเลขที่ให้มาตรงนี้ถูกต้อง) อย่างไรก็ตาม การจัดประเภท “Medium-Strong Distribution” ของเครื่องมือ NVDR ขัดแย้งกับยอดสะสม 3 วัน +207 ล้านบาท (ซึ่งเป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง) การอ่านค่าอิสระคือ นี่คือ การขายทำกำไรหลังการสะสม, ไม่ใช่การกระจายหุ้นที่ยืนยันแล้ว สัญญาณขาย 2 วันมีจริงแต่ควรถ่วงน้ำหนักเทียบกับคลื่นการซื้อก่อนหน้าที่ใหญ่กว่า

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — ไม่มีเหตุผลสนับสนุนการเข้าใหม่ที่ระดับปัจจุบัน: R/R ที่ให้มา 0.60 (และ 0.75 แม้ใช้ TP นักวิเคราะห์ที่ 53.50) ต่ำกว่าเกณฑ์อย่างเด็ดขาด แนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง (+45.5% YTD) และตัวเร่งการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ถูกหักล้างด้วย MACD bearish divergence และ NVDR ขาย 2 วันใกล้จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ ผู้ถือหุ้นเดิมควรถือต่อโดยมี stop ที่ 48.25 การเข้าใหม่ต้องการการย่อตัวลงมา 48.50–49.50 (ให้ R/R ≥ 6.0) โดย NVDR กลับมาเป็นซื้อสุทธิ หรือการ breakout เหนือ 52.50 ด้วยปริมาณและ MACD ลบล้าง divergence

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T06:33:54.918+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:GPSC|company_name:Global Power Synergy Public Company Ltd|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:52.25|entry_price:50.75|sell_price:52.25|stop_loss_level:48.25|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:48.25|immediate_resistance:52.5|risk_reward_ratio:0.6`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    GUNKUL

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: GUNKUL — บมจ. กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือต่อ; การสะสมของ NVDR หนุนสถานะอย่างแข็งแกร่ง; stop ที่ 4.80
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น (Bullish)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา Swing (1–5 วันเพื่อการคลายตัวของ squeeze)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 4.88 บาท
    วันที่ของราคา 10 ส.ค. 2569 (NVDR) / 12 ส.ค. 2569 (อ้างอิงวันประกาศงบ)
    สถานะของแผนการเทรด รอสัญญาณ — R/R ที่ให้มาไม่ถูกต้อง; ต้องปรับเทียบจุดเข้าใหม่

    บทสรุปการตัดสินใจ: GUNKUL แสดงสัญญาณการสะสมผ่าน NVDR ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นที่วิเคราะห์ทั้งหมด: ซื้อต่อเนื่อง 6 วัน, ปริมาณซื้อขายพุ่ง 8.85 เท่า, และยอดสะสมสุทธิ 3 วัน +233.9 ล้านบาท โดยมีสภาพคล่องยืนยันสูงกว่า 100 ล้านบาท ปัจจัยพื้นฐานอยู่ในเกณฑ์ดี — รายได้ไตรมาส 1/2569 โต 25.1% YoY และอัตราเงินปันผล 3.1% ช่วยหนุน อย่างไรก็ตาม จุดเข้า (5.10), เป้าหมาย (5.16) และ stop (4.80) ที่ให้มาให้ค่า R/R เพียง 0.20 (ผลตอบแทน 6 สตางค์ต่อความเสี่ยง 30 สตางค์) — ใช้ไม่ได้ หุ้นเพิ่งประกาศงบไปเมื่อ 12 ส.ค. และตอนนี้ซื้อขายที่ 4.88 การเข้าระหว่างย่อตัวแถว 4.85–4.92 ด้วย stop เดิม จะให้ R/R ที่ยอมรับได้ที่ 2.4–3.1

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง ขาขึ้น, พักตัวใน squeeze; Keltner ชันขึ้น (constructive); แนวรับ 4.80, แนวต้าน 5.16 ขาขึ้น (แนวโน้ม) / เป็นกลาง (พักตัว) ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งใน squeeze; MACD “Crossover” (น่าจะ bullish ในแนวโน้มขาขึ้น, ยังไม่ยืนยัน); RSI เป็นกลาง เป็นกลางถึงขาขึ้น ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling Short ratio 0.82%, outstanding 0.61% — แรงขายชอร์ตเล็กน้อยมาก หนุน (ไม่มีแรงกดดัน) ปานกลาง
    NVDR อัตราส่วนสุทธิ +8.35%, ซื้อต่อเนื่อง 6 วัน, ปริมาณพุ่ง 8.85 เท่า, ยอดสะสม 3 วัน +233.9 ลบ.; สภาพคล่อง (>100 ลบ.) การสะสมที่แข็งแกร่ง สูง
    ข่าวสารและตัวเร่ง รายได้ไตรมาส 1/2569 +25.1% YoY เป็น 2,587 ลบ.; อัตราเงินปันผล 3.1%; งบ 12 ส.ค. (เพิ่งผ่านไป); รายได้เป้า 1 หมื่นลบ. ยังเป็นไปตามแผน บวก ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน EPS TTM 0.216; กำไรลดลงในอัตรา -17.5% ต่อปีในอดีต (อุตสาหกรรม -11.9%) — แนวโน้มผสม เป็นกลางถึงบวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: น่าจะเป็นการสะสม — กระแสเงินทุน NVDR แข็งแกร่ง + ปัจจัยพื้นฐานในเกณฑ์ดี รอสัญญาณยืนยันทางเทคนิค

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (โดยมีการพักตัว; แนวโน้มที่ให้มา = UP_TREND, ความแข็งแกร่ง = Consolidating)
    • วัฏจักรตลาด: Accumulation-to-Markup — squeeze + Keltner ชันขึ้น + NVDR ซื้อต่อเนื่อง บ่งชี้ว่าการคลายตัวขึ้นมีโอกาสมากกว่า
    • แนวรับสำคัญ: 4.80 (แนวรับใกล้ / stop ที่ให้มา), แนวรับถัดไปด้านล่างไม่ได้ให้มา
    • แนวต้านสำคัญ: 5.16 (แนวต้านใกล้ / เป้าหมายที่ให้มา)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง — ไม่มีสภาวะสุดโต่ง MACD ถูกรายงานว่าเป็น “Crossover” แต่ไม่ได้ระบุทิศทาง ในแนวโน้มขาขึ้นที่มี NVDR สะสมแข็งแกร่ง การเกิด bullish MACD crossover ขึ้นเหนือเส้นสัญญาณจะยืนยันขาขึ้นระลอกถัดไป; การเกิด bearish crossover จะขัดแย้งกับสัญญาณกระแสเงินทุน สิ่งนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายรายใหญ่แบบบล็อกเทรดได้
    • การตีความ Short-Selling: Short ratio 0.82% (1 ส.ค. 2569) เล็กน้อยมาก ปริมาณชอร์ตในประเทศ (366,500) มากกว่าชอร์ตผ่าน NVDR (46,000) — ตรงกันข้ามกับหุ้นใหญ่ส่วนใหญ่ใน SET บ่งชี้ว่าไม่มีแรงมีส่วนร่วม bearish จากต่างชาติ ปริมาณ Short คงค้าง 53.8 ล้านหุ้น (0.61% ของ ~8.8 พันล้านหุ้น) ไม่มีนัยสำคัญ Short selling เป็นปัจจัยที่แทบไม่มีผล
    • การตีความ NVDR: นี่คือสัญญาณที่โดดเด่นที่สุด ซื้อต่อเนื่อง 6 วันด้วยอัตราส่วนสุทธิ +8.35% ปริมาณพุ่ง 8.85 เท่า และยอดสะสม 3 วัน +233.9 ล้านบาท — และที่สำคัญคือ สภาพคล่องยืนยัน สูงกว่า 100 ล้านบาท ทำให้การอ่านค่า NVDR นี้น่าเชื่อถือที่สุดในบรรดาหุ้นทั้งหมดที่วิเคราะห์ อัตราส่วนยังต่ำกว่าเกณฑ์ “แข็งแกร่ง” ที่ 15% แต่ความต่อเนื่อง (6 วัน) และการพุ่งของปริมาณมหาศาล มีน้ำหนักมากกว่าอัตราส่วนที่ไม่มากนัก นี่คือ สัญญาณการสะสมที่มีความเชื่อมั่นสูง ตามกรอบการตีความ “ราคาพักตัว + NVDR ซื้อต่อเนื่อง” สอดคล้องกับการสะสมก่อนการเคลื่อนตัว หมายเหตุ: เครื่องมือ NVDR จัดประเภทเป็น “เป็นกลาง — ไม่มีสัญญาณชัดเจนใน 1–5 วัน” เพราะอัตราส่วนต่ำกว่าเกณฑ์และราคายังไม่เบรคเอ้าท์ — การสะสมมีจริง แต่จังหวะผลตอบแทนยังไม่แน่นอน
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: NVDR แสดงการสะสมของต่างชาติที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง Short selling แทบไม่มีนัยสำคัญ ข้อมูล Big Lot ไม่มี แต่สัญญาณ NVDR แข็งแกร่งพอที่จะยืนได้ด้วยตัวเอง ราคายังไม่ยืนยันด้วยการเบรคเหนือ 5.16 — ทฤษฎีการสะสมมีความเป็นไปได้สูง แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน การประกาศงบ (12 ส.ค.) ผ่านไปแล้ว ขจัดความเสี่ยงจากเหตุการณ์

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ทิศทางของ MACD crossover ไม่ได้ระบุ ไม่มีช่วง 52 สัปดาห์จากแหล่งที่ดึงมา

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: เข้าซื้อตามจังหวะย่อตัว (reversal/accumulation) ใกล้แนวรับ หรือเข้าแบบ breakout เหนือแนวต้าน
    • โซนเข้าเทรด: 4.85–4.92 (ย่อตัวลงมาสู่ส่วนล่างของกรอบ 4.80–5.16 ใกล้แนวรับ)
    • สัญญาณเข้าเทรด: ราคาย่อลงมาแถว 4.85–4.92 ยืนเหนือ 4.80 โดย RSI เริ่มวกขึ้นจาก 45–50 และเกิดแท่งเทียนเขียวรายวัน NVDR ต้องยังคงเป็นซื้อสุทธิ (อัตราส่วนบวก) ในวันเข้า
    • สัญญาณสำรอง (Breakout): ปิดรายวันเหนือ 5.16 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน และ NVDR ยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่อง
    • เป้าหมาย 1: 5.16 (ให้มา; แนวต้านใกล้ — แต่โปรดสังเกตว่านี่สูงกว่าราคาปัจจุบันเพียง ~5%)
    • เป้าหมาย 2: 5.40 (การขยายเป้าแบบ conservative; +10.7% จาก 4.88 — วิธีการ: measured move จากความกว้างกรอบ ~0.36 บาท ยืดขึ้นเหนือ 5.16) นี่เป็นเป้าหมายชั่วคราว รอการยืนยันจุดสูงสุดของ swing ก่อนหน้า; ไม่มีข้อมูล 52 สัปดาห์
    • จุดตัดขาดทุน: 4.80 (ต่ำกว่าแนวรับทันที; การเสียโครงสร้างของฐานการสะสม)
    • Trailing Stop: หลังจากราคาผ่าน 5.16 แล้ว เลื่อน stop ไปที่ 4.92 (โซนเข้ากลายเป็นแนวรับ)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ให้มาเป็น 1.50 คำนวณอิสระ: (5.16 − 5.10) / (5.10 − 4.80) = 0.06 / 0.30 = 0.20 — ค่าผิดเพี้ยนมาก, ปฏิเสธ ใช้จุดเข้าย่อตัวที่ 4.90: (5.16 − 4.90) / (4.90 − 4.80) = 0.26 / 0.10 = 2.60 — ยอมรับได้ ใช้เป้าหมาย 2 (5.40) จาก 4.90: (5.40 − 4.90) / 0.10 = 5.00
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: งบประกาศไปแล้ว (12 ส.ค.) ไม่มีความเสี่ยงเหตุการณ์ที่ใกล้เข้ามา squeeze อาจคลายตัวภายใน 3–10 session เข้าตามสัญญาณย่อตัวเมื่อปรากฏ
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 4.80 — ฐานการสะสมเสียความสมเหตุสมผล

    2. NVDR พลิกเป็นขายสุทธิ (ขายต่อเนื่อง) — ทฤษฎีการสะสมพัง

    3. MACD เกิด bearish crossover ในระหว่างพักตัว — โมเมนตัมขัดกับ long setup

    อัปเกรดเป็น ซื้อ: ย่อลงมา 4.85–4.92 แล้วยืนอยู่ โดย NVDR ยังซื้อสุทธิและเกิดแท่งเทียนเขียวรายวัน; หรือ breakout เหนือ 5.16 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย ทั้งสองให้ R/R ≥ 2.0

    ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง/ขาย: ปิดรายวันต่ำกว่า 4.80 ด้วยปริมาณที่ขยายตัว หรือ NVDR พลิกเป็นขายสุทธิต่อเนื่อง หลังจากซื้อต่อเนื่องมา 6 วัน

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ย่อลงมายืนแถว 4.85–4.92 พร้อม NVDR ซื้อ แล้วปิดรายวัน > 5.16 ด้วยปริมาณ ขึ้นต่อสู่ 5.40 แล้วสูงขึ้น ปิดต่ำกว่า 4.80
    กรณีฐาน บีบอัดต่อเนื่องในกรอบ 4.80–5.16 ด้วยปริมาณต่ำ; NVDR ยังคงสะสมเงียบ ๆ แกว่งในกรอบ; การสะสมก่อตัว; squeeze ม้วนตัวแน่นขึ้น กรอบยังอยู่
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 4.80 ด้วยปริมาณขยาย หรือ NVDR พลิกเป็นขาย ปรับตัวลงสู่ 4.50 หรือต่ำกว่า ปิดกลับเหนือ 5.16

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบไตรมาส 2/2569 (ประกาศ 12 ส.ค. 2569): ปฏิกิริยาของตลาดใน 1–3 session ถัดไปมีความสำคัญมาก ไตรมาส 1 โต 25.1% ด้านรายได้เป็น 2,587 ล้านบาท หนุนเป้ารายได้ทั้งปี 10,000 ล้านบาท หากงบไตรมาส 2 ยังรักษาแรงส่งนี้ ทฤษฎีการสะสมของ NVDR จะได้รับการยืนยันทางปัจจัยพื้นฐาน
    • ท่อโครงการพลังงานทดแทน: GUNKUL ดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทนในไทย, ญี่ปุ่น, และเวียดนาม การประกาศ COD หรือ PPA ของโครงการใหม่จะเป็นตัวเร่งให้เกิด re-rating
    • วงจรเงินปันผล: อัตราเงินปันผล 3.1% พร้อมการจ่ายที่ประกาศ — หนุนรายได้ให้ผู้ถือหุ้นเดิม

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: squeeze สามารถคลายตัวได้ทั้งสองทิศทาง R/R ที่ให้มา 0.20 ณ จุดเข้าและเป้าหมายที่ระบุ ทำให้การเข้าแบบ anticipatory ใด ๆ ใช้ไม่ได้ การ breakout หลอกเหนือ 5.16 เป็นไปได้
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: ข้อมูล Big Lot ไม่มี NVDR เป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง แต่การจัดประเภท “เป็นกลาง” ของเครื่องมือ NVDR เตือนให้รู้ว่า อัตราส่วน (8.35%) ต่ำกว่าเกณฑ์สัญญาณเข้มข้น — ความต่อเนื่องนั้นน่าสนใจ แต่จังหวะเวลายังไม่แน่นอน
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: EPS ของ GUNKUL ในอดีตลดลงในอัตรา -17.5% ต่อปี และอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนที่ -11.9% การพุ่งของรายได้ไตรมาส 1/2569 (+25.1%) อาจเป็นจุดเปลี่ยนแนวโน้มหรือเป็นแค่ครั้งเดียว หากงบไตรมาส 2 ที่ออก 12 ส.ค. ออกมาผิดหวัง ทฤษฎีการสะสมจะถูกหักล้างทางปัจจัยพื้นฐาน
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: สภาพคล่อง NVDR ยืนยันสูงกว่า 100 ลบ. — ดี สภาพคล่องโดยรวมของหุ้นดูเพียงพอสำหรับหุ้นพลังงานทดแทน mid-cap

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 4.80 ทำให้ฐานการสะสมเสียไป นอกจากนี้ หาก NVDR พลิกจากซื้อ 6 วันติดต่อกันเป็นขายต่อเนื่อง ทฤษฎีกระแสเงินทุนต่างชาติก็จะเสียไปไม่ว่าราคาจะเป็นอย่างไร

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (จุดเข้าย่อตัว): 4.90 − 4.80 = 0.10 บาท (~2.0% ของจุดเข้า)
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (จุดเข้าที่ให้มา): 5.10 − 4.80 = 0.30 บาท (~5.9%) — ไม่แนะนำ
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: การเข้าย่อตัวที่ 4.90 ให้ความเสี่ยงต่อหุ้นที่แคบเพียง 2.0% ทำให้จัดสรรเงินทุนได้มีประสิทธิภาพ สูตร:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.10} \right\rfloor$$

    เมื่อสภาพคล่อง NVDR ยืนยัน > 100 ล้านบาท ใช้การกำหนดขนาดมาตรฐานได้ อัตราเงินปันผล 3.1% สร้างผลตอบแทน carry ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 13 ส.ค. 2569 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดแนวโน้ม, squeeze, แนวรับ/ต้าน; R/R ที่ให้มา = 1.50 ถูกปฏิเสธ (จริง 0.20)
    RAG Knowledge — กฎ Squeeze/Accumulation สืบค้น: 13 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน Squeeze + ปริมาณ = breakout; การสะสม = sideway + ปริมาณค่อย ๆ; MACD crossover เหนือ signal = สัญญาณซื้อ
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน ลดน้ำหนักความเชื่อมั่นต่อกิจกรรมบล็อกสถาบัน
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) 1 ส.ค. 2569 เก่า (12 วัน) 0.82% — เล็กน้อย; ผลกระทบต่ำ
    NVDR Analyzer 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (3 วัน) +8.35% ratio, ซื้อต่อเนื่อง 6 วัน, ปริมาณพุ่ง 8.85x, +233.9 ลบ.; สภาพคล่อง > 100 ลบ. — การสะสมที่แข็งแกร่ง
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 13 ส.ค. 2569 (ค้นหา) ปัจจุบัน รายได้ Q1 +25.1% (13 พ.ค.); งบ 12 ส.ค. (เพิ่งผ่าน); EPS TTM 0.216; div yield 3.1%; ราคา 4.88

    ข้อขัดแย้งของข้อมูลที่สำคัญ: R/R ที่ให้มา 1.50 ไม่สามารถกระทบยอดทางคณิตศาสตร์กับจุดเข้า (5.10), stop (4.80), และเป้าหมาย (5.16) ซึ่งให้ 0.20 ใช้การคำนวณอิสระ การจัดประเภท “เป็นกลาง” ของเครื่องมือ NVDR ขัดแย้งกับตัวชี้วัดจริง (ซื้อต่อเนื่อง 6 วัน, พุ่ง 8.85x, +233.9 ลบ.) — ตรรกะที่อิงเกณฑ์ของเครื่องมือให้น้ำหนักความต่อเนื่องน้อยเกินไป; ข้อสรุปอิสระของผู้วิเคราะห์คือ การสะสมที่แข็งแกร่ง

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — GUNKUL แสดงโปรไฟล์การสะสมผ่าน NVDR ที่แข็งแกร่งที่สุด (ซื้อต่อเนื่อง 6 วัน, ปริมาณพุ่ง 8.85 เท่า, +233.9 ลบ., สภาพคล่อง > 100 ลบ.) หนุนโดยการเติบโตของรายได้ Q1 +25.1% และอัตราเงินปันผล 3.1% แต่จุดเข้า (5.10), เป้าหมาย (5.16) และ stop (4.80) ที่ให้มาให้ R/R เพียง 0.20 — ปฏิเสธว่าใช้ไม่ได้ เข้าซื้อเมื่อย่อลงมา 4.85–4.92 โดย NVDR ยังเป็นซื้อ เป้าหมาย 5.16–5.40, stop 4.80 ให้ R/R 2.6–5.0 การปิดรายวันต่ำกว่า 4.80 ทำให้แผนนี้เสียไป

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T06:28:31.843+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:GUNKUL|company_name:Gunkul Engineering Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:5.16|entry_price:5.1|sell_price:5.16|stop_loss_level:4.8|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:4.8|immediate_resistance:5.16|risk_reward_ratio:1.5`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    สรุปข่าวการลงทุนประจำวัน: 20260812

    รายการลงทุนประจำวัน 2026-08-12

    ▶ เปิด Playlist บน YouTube

    รายการคลิปใน Playlist (9 คลิป)

    FORTH

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: FORTH — Forth Corp. Public Co. Ltd.

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก หลีกเลี่ยง (AVOID)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ลดสัดส่วน — ทำกำไรบางส่วน; เลื่อน trailing stop ไปที่ 15.40
    แนวโน้มทิศทาง ขาลง (ระยะใกล้); เป็นกลาง (ปัจจัยพื้นฐานระยะกลาง)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา แกว่งตัว (ประกาศงบ 19 ส.ค. 2569 — อีก 6 วัน)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 16.40 บาท (10 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 10 ส.ค. 2569 (Investing.com)
    สถานะของแผนการเทรด ไม่ถูกต้อง — สัญญาณเตือนการกระจายหุ้น + ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ + R/R ต่ำกว่าเกณฑ์

    บทสรุปการตัดสินใจ: FORTH พุ่งขึ้น +178% จากต้นปี (5.45 → 16.40) และกำลังอัดตัวใน volatility squeeze ใกล้จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ (18.90) มีสัญญาณอันตรายสามประการที่ห้ามเข้าใหม่: (1) NVDR กระจายหุ้นที่ -23.2% ต่อเนื่อง 2 วัน ด้วยยอดสะสมไหลออก -16.8 ล้านบาท (2) การประกาศงบการเงินในอีกเพียง 6 วัน (19 ส.ค.) ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากช่องว่างราคาที่ไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ และ (3) R/R ที่ให้มาที่ 0.90 (คำนวณอิสระ) ต่ำกว่าเกณฑ์ 1.5 อย่างมาก ผู้ถือหุ้นเดิมควรลดความเสี่ยงและ tighten stop การเข้าใหม่ไม่สมเหตุสมผลในทุกสถานการณ์ระยะใกล้

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง การพักตัว sideway ใกล้จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ หลังจากวิ่ง +178% จากต้นปี; อยู่ใน squeeze, Keltner แบนราบ, กรอบ 15.40–16.90 เป็นกลาง (ยืดเยื้อ) ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งใน squeeze; MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ (จุดเปลี่ยนสำคัญ); RSI ที่ 54.55 (กลางกรอบ, ไม่ overbought แม้จะได้กำไรมหาศาลจากต้นปี) เป็นกลาง ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    NVDR อัตราส่วนสุทธิ -23.2%, ขายต่อเนื่อง 2 วัน, ยอดสะสม 3 วัน -16.8 ล้านบาท; ปริมาณ 1.21 เท่า; สภาพคล่อง < 100 ล้านถูกตั้งข้อสังเกต; เครื่องมือ: "ขาลง, ปานกลาง-แข็งแกร่ง" สัญญาณเตือนการกระจายหุ้น ต่ำ (ข้อควรระวังสภาพคล่อง)
    ข่าวสารและตัวเร่ง ประกาศงบ 19 ส.ค. (6 วัน); EPS ไตรมาส 1 เท่ากับ 0.18 บนรายได้ 2.52 พันล้าน; P/E 16.48; ROE 37.7%; P/BV 5.38; Beta 0.62; ไม่มีฉันทามตินักวิเคราะห์ เป็นกลางถึงลบ (ความเสี่ยงงบ) ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 16.48 บน EPS 0.9952; P/BV 5.38 (พรีเมียม); ROE 37.7% (ยอดเยี่ยม); อัตราปันผล 1.25% (บาง) ผสมผสาน (ROE สูงหักล้างกับ P/BV สูง) ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: แนวโน้มการกระจายหุ้น — การขายผ่าน NVDR + ราคายืดเยื้อ + ความเสี่ยงเหตุการณ์งบการเงิน

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: Sideways (พักตัวยืดเยื้อหลังการวิ่งขึ้นมหาศาลจากต้นปี; ช่วง 52 สัปดาห์ 5.45–18.90)
    • วัฏจักรตลาด: ช่วงการกระจายหุ้น — หุ้นได้กำไร +178% จากต้นปี และตอนนี้กำลังพักตัวใกล้ปลายบนของกรอบ การขายผ่าน NVDR ระหว่างการพักตัวนี้บ่งบอกว่า smart money อาจกำลังหมุนออกจากตำแหน่ง
    • แนวรับสำคัญ: 15.40 (แนวรับใกล้ / จุดตัดขาดทุนที่ให้มา / การเสียโครงสร้าง), 5.45 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ — ห่างไกล)
    • แนวต้านสำคัญ: 16.90 (แนวต้านใกล้), 17.30 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา), 18.90 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม: RSI ที่ 54.55 — ยับยั้งอย่างน่าทึ่งสำหรับหุ้นที่เกือบสามเท่าใน 7+ เดือน นี่เป็นเชิงสร้างสรรค์ในระยะกลาง — ไม่มีสภาวะ overbought MACD ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ในตลาด sideway เป็นสัญญาณเป็นกลางที่ยังไม่ได้ข้อสรุป จากคลังความรู้ RAG: “ในตลาด sideway อินดิเคเตอร์แนวโน้มเช่น EMA จะทำงานไม่ดี” MACD ที่เส้นศูนย์เพียงสะท้อนการพักตัว
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายรายใหญ่แบบบล็อกเทรดได้
    • การตีความ Short-Selling: ไม่พร้อมใช้งาน นี่คือจุดบอดที่สำคัญ — ด้วยกำไร +178% จากต้นปี นักขายชอร์ตอาจกำลังเดิมพันการปรับฐานอย่างแข็งขัน แต่เราไม่มีข้อมูลยืนยันหรือหักล้าง
    • การตีความ NVDR: นี่คือสัญญาณชี้ขาด อัตราส่วนสุทธิ NVDR -23.2% ต่อเนื่อง 2 วันขาย ด้วยยอดสะสมไหลออก 3 วัน -16.8 ล้านบาท ข้ามเกณฑ์การกระจายหุ้น 15% และขยายไปหลายเซสชัน — เข้าเกณฑ์สัญญาณการกระจายหุ้นความเชื่อมั่นปานกลาง อย่างไรก็ตาม สภาพคล่อง NVDR รวมถูกตั้งข้อสังเกตต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งหมายความว่าอัตราส่วนอาจถูกขยายโดยการมีส่วนร่วมของต่างชาติที่เบาบาง และอาจแสดงถึงการปรับโครงสร้าง Big Lot มากกว่าการกระจายหุ้นในตลาด เครื่องมือ NVDR เองจัดว่าเป็น “ขาลงปานกลางถึงแข็งแกร่ง — สัญญาณเตือนการกระจายหุ้น” ให้ถือเป็น ธงแดงร้ายแรงที่ต้องการการยืนยันจากราคา
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: NVDR แสดงการขายต่อเนื่องของต่างชาติ Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานทั้งคู่ — สองจุดบอดสำคัญ กำไรมหาศาลจากต้นปีให้บริบท: นี่อาจเป็นเพียงการทำกำไรหลังจากการวิ่งขึ้นยอดเยี่ยม ไม่จำเป็นต้องเป็นการพังทลายทางปัจจัยพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม การรวมกันของ (ก) ราคายืดเยื้อ (ข) การกระจายหุ้นผ่าน NVDR และ (ค) งบการเงินที่ใกล้เข้ามา ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมความเสี่ยงที่ไม่เอื้ออำนวย ราคายังไม่หลุดต่ำกว่า 15.40 — การกระจายหุ้นยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่สัญญาณเตือนแรงพอที่จะห้ามการเข้าใหม่

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ทิศทาง MACD ที่เส้นศูนย์ไม่ได้รับการยืนยัน ไม่มีราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเข้าใหม่ — การบรรจบกันของการกระจายหุ้นผ่าน NVDR ความเสี่ยงเหตุการณ์งบการเงิน และ R/R ต่ำกว่าเกณฑ์ ห้ามการเข้า long ใดๆ
    • โซนเข้าเทรด: ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้อง
    • สัญญาณเข้าเทรด: ไม่สามารถใช้ได้ สำหรับการกลับเข้าที่อาจเกิดขึ้นหลังประกาศงบ: เฉพาะเมื่อราคาเบรคเหนือ 16.90 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย, NVDR พลิกเป็นซื้อสุทธิ (≥ 3 วัน), และรายงานงบ 19 ส.ค. เป็นบวก ถึงกระนั้น R/R ที่จุดเข้าใกล้ 17.00 โดยมี stop ที่ 15.40 (ความเสี่ยง = 1.60) และเป้าหมายที่ 18.90 (ผลตอบแทน = 1.90) ให้เพียง 1.19 — ยังต่ำกว่า 1.5
    • เป้าหมาย 1: 17.30 (ให้มา; แนวต้านระยะใกล้ — ไม่สามารถดำเนินการสำหรับการเข้าใหม่)
    • เป้าหมาย 2: 18.90 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ — ไม่สามารถดำเนินการสำหรับการเข้าใหม่)
    • จุดตัดขาดทุน: 15.40 สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม (การเสียโครงสร้างของกรอบพักตัว)
    • Trailing Stop: ผู้ถือหุ้นเดิม: เลื่อน stop ไปที่ 15.40 ทันที หากงบผิดหวังและราคาเปิดต่ำกว่า 15.40 ให้ออกที่ตลาด
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ให้มาเป็น 2.90 คำนวณอิสระ: (17.30 − 16.40) / (16.40 − 15.40) = 0.90 / 1.00 = 0.90 ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างมาก R/R ที่ให้มา 2.90 ไม่สามารถกระทบยอดกับจุดเข้า stop และเป้าหมายที่ให้มาได้ และถูกปฏิเสธว่าไม่ถูกต้อง แม้ใช้เป้าหมายจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 18.90: (18.90 − 16.40) / 1.00 = 2.50 — ยอมรับได้ แต่ความน่าจะเป็นที่จะถึงเป้าหมายนี้ก่อนงบ 19 ส.ค. นั้นต่ำ เมื่อพิจารณาจากการกระจายหุ้นผ่าน NVDR
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ไม่ทำอะไรเลยจนกว่าหลังงบ 19 ส.ค. 2569 ประเมินพารามิเตอร์ทั้งหมดใหม่หลังรายงาน
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้: N/A — ห้ามเข้า สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม: ออกทันทีหากราคาปิดต่ำกว่า 15.40 ด้วยปริมาณขยาย

    อัปเกรดเป็น ซื้อ (เฉพาะหลังประกาศงบ): งบออกมาดีกว่าคาดพร้อมคำแนะนำเชิงบวก + ปิดรายวันเหนือ 16.90 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย + NVDR พลิกเป็นซื้อสุทธิ ≥ 3 วันติดต่อกัน R/R ไป 18.90 ต้องเกิน 1.5 ที่ราคาเข้า นี่เป็นเกณฑ์ที่สูง — ไม่น่าเป็นไปได้ในระยะใกล้

    ลดระดับเป็น ขาย: ปิดต่ำกว่า 15.40 หลังประกาศงบ ยืนยันทฤษฎีการกระจายหุ้น รวมถึงการปิดใดๆ ต่ำกว่า 15.40 ก่อนประกาศงบ หากการขายผ่าน NVDR เร่งตัว

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง งบบวก 19 ส.ค. + ราคาเบรค 16.90 ด้วยปริมาณ + NVDR พลิกเป็นซื้อ ปรับตัวขึ้นสู่ 18.90 (จุดสูงสุดตลอดกาล) ปิดต่ำกว่า 15.40
    กรณีฐาน งบเป็นกลาง; การบีบอัดต่อเนื่อง 15.40–16.90; การขาย NVDR ยังคงอยู่ แกว่งตัวในกรอบ; การกระจายหุ้นดำเนินต่อไปอย่างเงียบๆ; เสี่ยงช่องว่างราคาลงหลังงบ กรอบยังอยู่
    กรณีหมี งบลบ 19 ส.ค. หรือปิด < 15.40 ด้วยปริมาณ ปรับตัวลงสู่ 14.00 จากนั้น 12.00; กำไร +178% จากต้นปีเสี่ยงต่อการปรับเข้าค่าเฉลี่ย ปิดกลับเหนือ 16.90

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบการเงินไตรมาส 2 ปีงบ 68 — 19 ส.ค. 2569 (~6 วัน): ตัวเร่งเด่นและเป็นแบบสองทาง EPS ไตรมาส 1 ปีงบ 68 เท่ากับ 0.18 บาท บนรายได้ 2.52 พันล้านบาท ตลาดจะ scrutinize การเติบโตของรายได้ แนวโน้มมาร์จิ้น และคำแนะนำล่วงหน้า การพลาดหรือแนวโน้มที่อ่อนแอใดๆ อาจกระตุ้นการทำกำไรอย่างรวดเร็วหลังจากการวิ่ง +178% จากต้นปี
    • ความต้องการภาคโทรคมนาคมและเทคโนโลยี: FORTH ดำเนินธุรกิจในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม และโซลูชันอัจฉริยะ การชนะสัญญาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมหลักๆ จากรัฐหรือเอกชนจะเป็นบวก
    • ไม่มีการวิเคราะห์ครอบคลุม: การไม่มีฉันทามตินักวิเคราะห์ (ไม่มี TP บน Investing.com หรือ Yahoo Finance) หมายความว่าหุ้นซื้อขายโดยไม่มีราคาอ้างอิงสถาบัน — เพิ่มความผันผวนและลดความสามารถในการคาดการณ์รอบงบ

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: หุ้น +178% จากต้นปี การเคลื่อนไหวยืดเยื้อขนาดนี้เปราะบางต่อการปรับฐานรุนแรงโดยธรรมชาติ การพักตัวที่ปลายบนอาจเป็นการสะสมเพื่อขาขึ้นอีกช่วง หรือการกระจายหุ้นก่อนการปรับเข้าค่าเฉลี่ย squeeze ไม่ให้อคติทิศทาง — มันขยายทิศทางใดก็ตามที่เกิดขึ้น
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: การกระจายหุ้นผ่าน NVDR ที่ -23.2% ใน 2 วันเป็นธงแดงเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุด หากขยายเป็น 3–5 วันติดต่อกันที่อัตราส่วนสูง จะกลายเป็นสัญญาณการกระจายหุ้นความเชื่อมั่นสูง Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งานทั้งคู่ — สองจุดบอดสำคัญ
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน/เหตุการณ์: P/BV ที่ 5.38 แพงมาก — ตลาดกำลังประเมิน ROE ที่สูงอย่างยั่งยืน (37.7%) ความผิดหวังของงบใดๆ ที่บ่งบอกว่า ROE กำลังลดลงจะกระตุ้นการหดตัวของ multiples การประกาศงบ 19 ส.ค. เป็นเหตุการณ์แบบสองทางที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: สภาพคล่องเฉพาะ NVDR ถูกตั้งข้อสังเกตต่ำกว่า 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของหุ้นที่ 13.77 ล้านหุ้น (~225 ล้านบาท/วัน) แข็งแกร่ง ข้อควรระวังสภาพคล่องต่ำของ NVDR หมายความว่าอัตราส่วน -23.2% อาจประเมินแรงกดดันขายต่างชาติที่แท้จริงสูงเกินจริง แต่ทิศทาง (ขายต่อเนื่อง 2 วัน) สำคัญกว่าขนาด

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม: การปิดรายวันต่ำกว่า 15.40 ด้วยปริมาณขยาย สำหรับการพิจารณา long ในอนาคตใดๆ: หากงบ 19 ส.ค. ผิดหวังและคำแนะนำล่วงหน้าถูกปรับลด ทฤษฎีปัจจัยพื้นฐานของการถือผ่านช่วงขาดทุนจะเสียไป

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ให้มา): 16.40 − 15.40 = 1.00 บาท (~6.1% ของจุดเข้า)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ไม่สามารถใช้ได้ — ไม่แนะนำการเข้าใหม่ สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ความเสี่ยงต่อหุ้น 1.00 บาท (6.1%) อยู่ที่ปลายบนของการยอมรับได้สำหรับตำแหน่ง swing เมื่อพิจารณาความเสี่ยงเหตุการณ์งบใน 6 วัน ผู้ถือหุ้นเดิมควรลดขนาดตำแหน่งเพื่อจำกัดความเสี่ยง gap สูตรสำหรับอ้างอิง:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{1.00} \right\rfloor$$

    อย่าถือเกิน 50% ของความเสี่ยงสูงสุดเข้าสู่การประกาศงบ 19 ส.ค.

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 13 ส.ค. 2569 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดกรอบ, squeeze, ระดับ stop; R/R ที่ให้มา = 2.90 ถูกปฏิเสธ — คำนวณอิสระได้ 0.90
    RAG Knowledge — Squeeze/Breakout Rules สืบค้น: 13 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน Squeeze + ปริมาณ = เบรคเอ้าท์; ตลาด sideway สร้างสัญญาณ EMA หลอก; Keltner แบนราบ = ไม่มีอคติแนวโน้ม
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดเกี่ยวกับกิจกรรมสถาบันแบบบล็อก
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดเกี่ยวกับกิจกรรมเก็งกำไรขาลง
    NVDR Analyzer 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (3 วัน) อัตราส่วน -23.2%, ขาย 2 วัน, ยอดสะสม -16.8 ล้านบาท; เครื่องมือ: “ขาลงปานกลาง-แข็งแกร่ง, การกระจายหุ้น”; ข้อควรระวังสภาพคล่องต่ำลดความน่าเชื่อถือ
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 13 ส.ค. 2569 (ค้นหา) ปัจจุบัน ราคา 16.40 (10 ส.ค.); P/E 16.48; ROE 37.7%; P/BV 5.38; RSI 54.55; EPS 0.9952; งบ 19 ส.ค.; ไม่มีฉันทามติ TP

    ข้อขัดแย้งของแหล่งข้อมูลที่สำคัญ: R/R ที่ให้มา 2.90 ไม่สามารถกระทบยอดทางคณิตศาสตร์กับจุดเข้า (16.40), stop (15.40) และเป้าหมาย (17.30) ซึ่งให้ 0.90 ใช้การคำนวณอิสระ เครื่องมือ NVDR ตั้งข้อสังเกตสัญญาณว่า “ขาลงปานกลางถึงแข็งแกร่ง” ในขณะที่เตือนเกี่ยวกับสภาพคล่องต่ำพร้อมกัน — ก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในในความน่าเชื่อถือของสัญญาณ ทิศทาง (ขายต่อเนื่อง 2 วัน) น่าเชื่อถือกว่าขนาด (-23.2%)

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    หลีกเลี่ยง (AVOID) — การบรรจบกันของการกระจายหุ้นผ่าน NVDR (-23.2% ใน 2 วัน), ราคายืดเยื้อ +178% จากต้นปี, R/R ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ 0.90, และความเสี่ยงเหตุการณ์งบ 19 ส.ค. ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ทำให้การเข้าใหม่ไม่สามารถให้เหตุผลได้ ผู้ถือหุ้นเดิมควรลดความเสี่ยง 30–50% และ tighten stop ไปที่ 15.40 หุ้นอาจขึ้นต่อหากงบออกมาดีกว่าคาด แต่โปรไฟล์ความเสี่ยงที่ไม่สมมาตร (ผลตอบแทนจำกัดไปยังเป้าหมาย 1 เทียบกับความเสี่ยง gap ลงที่มาก) เอื้อต่อการรักษาเงินทุนมากกว่าการเก็งกำไร ประเมินใหม่หลังงบไตรมาส 2 ปีงบ 68 วันที่ 19 ส.ค. 2569

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T06:22:48.689+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:FORTH|company_name:Forth Corp. Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:17.3|entry_price:16.4|sell_price:17.3|stop_loss_level:15.4|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:15.4|immediate_resistance:16.9|risk_reward_ratio:2.9`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางแผนไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    CKP

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: CKP — CK Power Public Co. Ltd.

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือ; เงินปันผล 3.49% ให้ผลตอบแทนพกพา; trailing stop ที่ 2.46
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น (ปัจจัยพื้นฐานระยะกลาง), เป็นกลาง (เทคนิคระยะใกล้)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา แกว่งตัว (1–5 วันเพื่อการคลี่คลายของ squeeze; หลายสัปดาห์สำหรับการปรับมูลค่าใหม่)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 2.52 บาท (9 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 9 ส.ค. 2569 (Investing.com) / 7 ส.ค. 2569 (Yahoo Finance)
    สถานะของแผนการเทรด รอสัญญาณเข้า — R/R จากระดับที่ให้มาต่ำกว่าเกณฑ์; ต้องใช้เป้าหมายพื้นฐานที่กว้างกว่า

    บทสรุปการตัดสินใจ: CKP กำลังอัดตัวใน volatility squeeze ที่กรอบ 2.48–2.60 โดยมี Keltner แบนราบและ RSI เป็นกลาง (48.53) ภาพปัจจัยพื้นฐานน่าสนใจ — P/E 7.09, P/BV 0.67, ฉันทามตินักวิเคราะห์แนะนำ ซื้อ พร้อมราคาเป้าหมาย 3.17 (+25.8% upside) ได้แรงหนุนจากระดับน้ำที่สูงในเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำและต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เป้าหมายระยะใกล้ที่ให้มาที่ 2.60 ทำให้ R/R ได้เพียง 0.40 จากจุดเข้า 2.56 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างมาก จุดเข้าและเป้าหมายจำเป็นต้องปรับเทียบใหม่; การใช้ราคาเป้าหมายฉันทามติ 3.17 จะให้ R/R 6.10 การเบรคเอ้าท์เหนือ 2.60 ด้วยปริมาณเท่านั้นจึงจะเพียงพอต่อการลงทุน หรือมิฉะนั้นต้องปรับจุดเข้าหรือจุดตัดขาดทุนให้สะท้อนถึง upside พื้นฐานที่แท้จริง

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง การพักตัวในกรอบ sideway, อยู่ใน squeeze, Keltner แบนราบ, กรอบ 2.48–2.60; ช่วง 52 สัปดาห์ 2.12–3.00 เป็นกลาง ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งใน squeeze; MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ (จุดเปลี่ยนสำคัญ); RSI เป็นกลางที่ 48.53 — ไม่สุดขั้ว เป็นกลาง (ขดตัว) ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling สัดส่วนขายชอร์ต 0.8%, ยอดคงค้าง 0.16% — เล็กน้อยมาก; แทบไม่มีแรงกดดันขาลง สนับสนุน (ไม่มีแรงกดดัน) ปานกลาง
    NVDR สัดส่วนสุทธิ -1.14% (1 วัน), ยอดสะสม 3 วัน +1.72 ล้านบาท; เครื่องมือจัดประเภท “เป็นกลาง”; ข้อควรระวังสภาพคล่อง < 100 ล้านบาท เป็นกลาง ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง ฉันทามตินักวิเคราะห์ TP 3.17 (ซื้อ); InnovestX OUTPERFORM TP 3.90; ระดับน้ำสูง; กำไรโต 33% (ปีงบ 68) / 14% (ปีงบ 69); ปันผล 3.49%; โครงการหลวงพระบาง บวก ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 7.09, Fwd P/E 10.72, P/BV 0.67, ROE 9.9%, EV/EBITDA 4.59, Beta 0.11 — มูลค่าเชิงลึกพร้อมตัวเร่งการเติบโต บวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: ผสมผสาน — ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง รอสัญญาณเทคนิคยืนยัน

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: Sideways (พักตัวภายในกรอบ 2.48–2.60; ช่วง 52 สัปดาห์ 2.12–3.00)
    • วัฏจักรตลาด: มีแนวโน้มเป็นการสะสม — P/BV ต่ำ (0.67), ปริมาณน้ำในเขื่อนสูง, ดอกเบี้ยขาลง และความเชื่อมั่นนักวิเคราะห์ที่แข็งแกร่ง (ราคาฉันทามติ 3.17) บ่งบอกถึงการประเมินมูลค่าที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง; squeeze มีแนวโน้มจะนำหน้าการเคลื่อนไหวปรับมูลค่าใหม่
    • แนวรับสำคัญ: 2.48 (แนวรับใกล้), 2.46 (จุดตัดขาดทุนที่ให้มา / การเสียโครงสร้าง), 2.12 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 2.60 (แนวต้านใกล้ / เป้าหมายที่ให้มา 1 / กึ่งกลางช่วง 52 สัปดาห์), 3.00 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์), 3.17 (ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์), 3.90 (InnovestX DCF TP)
    • โมเมนตัม: RSI ที่ 48.53 (Investing.com, 9 ส.ค.) — กลางกรอบ, เชิงสร้างสรรค์ MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ — จุดเปลี่ยนแบบสองทาง ในตลาด sideway จากคลังความรู้ RAG: “อินดิเคเตอร์แนวโน้มเช่น EMA จะทำงานไม่ดี เกิดสัญญาณตัดหลอก” MACD ที่เส้นศูนย์จึงถือว่าเป็นกลางจนกว่าการเบรคเอ้าท์จะมีทิศทางยืนยัน
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายรายใหญ่แบบบล็อกเทรดได้
    • การตีความ Short-Selling: สัดส่วนขายชอร์ต 0.8% และยอดคงค้าง 0.16% ของจำนวนหุ้น — เล็กน้อยมาก โดยเฉพาะปริมาณขายชอร์ตทั้งหมดเป็นของในประเทศ (32,400 หุ้น) ไม่มีการขายชอร์ตผ่าน NVDR เลย — แทบไม่มีแรงกดดันเก็งกำไรขาลงต่อ CKP เป็นสัญญาณสนับสนุนสมมติฐานขาขึ้น
    • การตีความ NVDR: สัดส่วนสุทธิเล็กน้อย -1.14% หนึ่งวันขาย และยอดสะสม 3 วัน +1.72 ล้านบาท เครื่องมือ NVDR จัดว่า “เป็นกลาง — ไม่มีสัญญาณชัดเจน” สัดส่วนต่ำกว่าเกณฑ์ 15% อย่างมาก และแสดงถึงการซื้อขายของต่างชาติที่สมดุล ข้อควรระวังสภาพคล่อง (มูลค่า NVDR ต่ำกว่า 100 ล้านบาท) ลดความน่าเชื่อถือ แต่สัญญาณก็เบามากจนมีผลต่อการตัดสินใจน้อยมาก
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: Short selling เกือบเป็นศูนย์ — เป็นบวกจากการไม่มีแรงต่อต้าน NVDR เป็นกลางด้วยยอดสะสม 3 วันเป็นบวกเล็กน้อย ข้อมูล Big Lot ไม่มี ภาพกระแสเงินทุน เป็นบวกเล็กน้อยแต่ไม่สมบูรณ์ ราคายังถูกจำกัดอยู่ในกรอบและยังไม่ยืนยันสมมติฐานปัจจัยพื้นฐาน

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 รายงานตำแหน่ง MACD ที่เส้นศูนย์แต่ทิศทางตัดไม่ได้รับการยืนยัน ไม่มีจุด Fibonacci anchor

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การเบรคเอ้าท์จากกรอบ — ปรับเทียบใหม่เพื่อสะท้อน upside พื้นฐาน
    • โซนเข้าเทรด: 2.52–2.56 (โซนราคาปัจจุบัน ใกล้แนวรับ) หรือ 2.60–2.64 (การยืนยันเบรคเอ้าท์)
    • สัญญาณเข้าเทรด: ปิดรายวัน เหนือ 2.60 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน (~≥ 18.8 ล้านหุ้น เทียบกับค่าเฉลี่ย 9.4 ล้านหุ้น) หรือหากราคาย่อกลับมาที่ 2.48–2.50 และยืนได้โดยมี RSI ฟื้นตัวจาก 45–50 เข้าที่นั่นพร้อม stop ที่ 2.42
    • เป้าหมาย 1: 3.00 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์; +19% จาก 2.52 — วิธีการ: แนวต้านเชิงโครงสร้างเดิม)
    • เป้าหมาย 2: 3.17 (ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์; +25.8% — วิธีการ: ฉันทามติ 7 สำนัก)
    • จุดตัดขาดทุน: 2.46 (ต่ำกว่าแนวรับใกล้ที่ 2.48; การเสียโครงสร้างของฐานสะสม)
    • Trailing Stop: หลังจากราคาผ่าน 2.80 เลื่อน stop ไปที่ 2.60 (แนวต้านเก่ากลายเป็นแนวรับ)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ตามที่ให้มา 2.00; คำนวณอิสระจากระดับที่ให้มา: (2.60 − 2.56) / (2.56 − 2.46) = 0.04 / 0.10 = 0.40 — ความคลาดเคลื่อนรุนแรง ต่ำกว่าเกณฑ์ ใช้เป้าหมาย 1 ที่ปรับเทียบแล้ว (3.00) จากราคาปัจจุบัน (2.52): (3.00 − 2.52) / (2.52 − 2.46) = 0.48 / 0.06 = 8.00 ใช้การเข้าแบบเบรคเอ้าท์ที่ 2.62: (3.00 − 2.62) / (2.62 − 2.46) = 0.38 / 0.16 = 2.38 ทั้งสองยอมรับได้
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: squeeze อาจคลี่คลายภายใน 3–10 วัน วันที่ประกาศงบการเงินระบุว่า 10 ส.ค. 2569 (Investing.com) — หากประกาศไปแล้ว ควรสังเกตปฏิกิริยาตลาด 1–2 วันก่อนเข้า ไม่มีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ใกล้เคียงนอกเหนือจากงบล่าสุด
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 2.46 — ฐานการสะสมเสียหาย

    2. การเบรคเอ้าท์เหนือ 2.60 เกิดบนปริมาณต่ำกว่า 1.5 เท่าค่าเฉลี่ย — น่าจะเป็นเบรคเอ้าท์หลอก

    3. MACD ตัดลงต่ำกว่าเส้นศูนย์ในทิศทางขาลง — โมเมนตัมพลิกต่อต้านแผน

    อัปเกรดเป็น ซื้อ (BUY): ปิดรายวันเหนือ 2.60 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย และ RSI สูงกว่า 55 เป้าหมายพื้นฐานที่กว้างขึ้น (3.00–3.17) ให้ R/R ≥ 2.38 ที่น่าสนใจ

    ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง/ขาย (AVOID/SELL): ปิดรายวันต่ำกว่า 2.46 ด้วยปริมาณขยาย — โครงสร้างเสียหาย

    หมายเหตุสำคัญเกี่ยวกับ R/R ที่ให้มา: เป้าหมายที่ให้มาที่ 2.60 และจุดเข้า 2.56 ให้ R/R เพียง 0.40 — กำไร 4 สตางค์กับความเสี่ยง 10 สตางค์ ไม่ใช่การเทรดแบบ swing ที่มีศักยภาพ ไม่สามารถกระทบยอด R/R ที่ให้มา 2.00 ให้ตรงกันทางคณิตศาสตร์ได้ นักลงทุนควรใช้เป้าหมายที่ปรับเทียบแล้ว (3.00 / 3.17) ซึ่งสะท้อนมูลค่าพื้นฐานที่ตรวจพบโดยนักวิเคราะห์ 7 สำนัก (ฉันทามติ ซื้อ, ช่วง TP 2.00–4.00)

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ปิดรายวัน > 2.60 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0x ค่าเฉลี่ย; MACD ตัดขึ้นเหนือศูนย์ในทิศทางขาขึ้น ปรับตัวขึ้นสู่ 3.00 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์) จากนั้น 3.17 (ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์) แล้ว 3.90 ปิดกลับต่ำกว่า 2.46
    กรณีฐาน การบีบอัดต่อเนื่องภายใน 2.48–2.60 ด้วยปริมาณต่ำ แกว่งตัวในกรอบ; เงินปันผล 3.49% ให้ผลตอบแทนพกพา; squeeze ขดตัวมากขึ้น กรอบยังอยู่ — ยังไม่เสีย
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 2.46 ด้วยปริมาณขยาย หรือภัยแล้งลดกำลังผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ปรับตัวลงสู่ 2.30 จากนั้น 2.12 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์) ปิดกลับเหนือ 2.60 ฟื้นฟูกรอบ

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ฤดูน้ำมาก (ไตรมาส 2–3 ปี 2569): โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีได้ประโยชน์จากน้ำในเขื่อนที่สูงต่อเนื่อง พายุโซนร้อนวิภาในช่วงปลายปี 2568 เพิ่มระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำหนุนการผลิตไฟฟ้าจนถึงปี 2569 ปริมาณฝนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยจะเป็นตัวเร่งโดยตรงต่อกำไร
    • โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง: โครงการขนาดใหญ่ในพอร์ต ความคืบหน้าในใบอนุญาตก่อสร้าง แหล่งเงินทุน หรือการลงนาม PPA จะเป็นเหตุการณ์ปรับมูลค่าหุ้นครั้งใหญ่
    • วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง: ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 1.5% CKP เป็นผู้รับประโยชน์โดยตรง — ต้นทุนการกู้ยืมที่ลดลงในหนี้โครงการขนาดใหญ่ช่วยปรับปรุงมาร์จิ้น การลดเพิ่มเติมทุกครั้งจะเพิ่ม EPS

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: squeeze สามารถคลี่คลายได้ทั้งสองทิศทาง เบรคเอ้าท์หลอกเหนือ 2.60 เป็นความเสี่ยงใกล้ที่สุด กรอบ 2.48–2.60 แคบเพียง 0.12 บาท (~4.8%) — กรอบแคบสามารถเกิดการเคลื่อนไหวที่รุนแรงในทิศทางใดก็ได้
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: ข้อมูล Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน — จุดบอดเกี่ยวกับสถาบัน ข้อมูล NVDR เป็นกลางและเบา แต่ข้อควรระวังสภาพคล่องต่ำหมายความว่าคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่อาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นมากกว่าปกติ
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน/เหตุการณ์: กำลังผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขึ้นกับสภาพอากาศ ภัยแล้งหรือฝนน้อยกว่าคาดจะลดการขายไฟฟ้าและกำไรโดยตรง เขื่อนไซยะบุรียังอยู่ภายใต้ข้อตกลงบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดนกับลาวซึ่งมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ราคาเป้าหมายของ InnovestX ที่ 3.90 มาจากรายงานเดือน ก.ย. 2568 (เก่า) ควรใช้เป็นบริบทเชิงทิศทางเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลปัจจุบัน
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: แม้สภาพคล่องเฉพาะ NVDR จะมีข้อควรระวังต่ำกว่า 100 ล้านบาท แต่มูลค่าการซื้อขายรายวันรวมของ CKP อยู่ที่ 9.4 ล้านหุ้น (~23.7 ล้านบาท/วัน) — เพียงพอสำหรับพอร์ตรายย่อย ที่ราคาปัจจุบัน 2.52 ความอ่อนไหวเรื่องบอร์ดล็อตอยู่ในระดับปานกลาง

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 2.46 ทำให้แนวรับการพักตัวเสียหาย นอกจากนี้ ภัยแล้งระดับรุนแรงหรือการหยุดชะงักของเขื่อนที่ลดผลผลิตของไซยะบุรีจะทำลายสมมติฐานกำไรจากไฟฟ้าพลังน้ำในเชิงปัจจัยพื้นฐาน

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (เข้าที่ราคาปัจจุบัน): 2.52 − 2.46 = 0.06 บาท (~2.4% ของจุดเข้า)
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (เข้าแบบเบรคเอ้าท์): 2.62 − 2.46 = 0.16 บาท (~6.1% ของจุดเข้า)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: จุดตัดขาดทุนที่แคบมาก 0.06 บาทจากราคาปัจจุบันน่าสนใจต่อการกำหนดขนาด แต่อาจอ่อนไหวต่อ noise สูตร:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{|\text{จุดเข้า} – 2.46|} \right\rfloor$$

    ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยรายวัน 9.4 ล้านหุ้น รองรับขนาดตำแหน่งที่มีนัยสำคัญ อัตราเงินปันผล 3.49% สร้างผลตอบแทนพกพาที่ชดเชยความเสี่ยงด้านราคาในระยะใกล้สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม P/BV 0.67 เป็นฐานแข็งเชิงปัจจัยพื้นฐาน

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 13 ส.ค. 2569 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดกรอบ, squeeze, ระดับ stop; R/R ที่ให้มาไม่สามารถกระทบยอดได้
    RAG Knowledge — Squeeze/Breakout Rules สืบค้น: 13 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน Squeeze + ปริมาณ = ยืนยันเบรคเอ้าท์; ตลาด sideway สร้างสัญญาณ EMA หลอก; MACD ที่เส้นศูนย์เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน ลดความเชื่อมั่นเกี่ยวกับกิจกรรมสถาบัน
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) 1 ส.ค. 2569 เก่า (12 วัน) 0.8% — เล็กน้อย; ไม่มี NVDR short; สนับสนุนสมมติฐานขาขึ้น
    NVDR Analyzer 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (3 วัน) -1.14% (เป็นกลาง); +1.72 ล้านบาท ยอดสะสม 3 วัน; เครื่องมือจัดประเภท “เป็นกลาง”; ข้อควรระวังสภาพคล่องต่ำ
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 13 ส.ค. 2569 (ค้นหา) ปัจจุบัน ราคา 2.52 (9 ส.ค.); ฉันทามติ TP 3.17 (7 นักวิเคราะห์, ซื้อ); P/E 7.09, P/BV 0.67; RSI 48.53; InnovestX TP 3.90 (ก.ย. 2568 — เก่า)

    ข้อขัดแย้งของแหล่งข้อมูลที่สำคัญ: R/R ที่ให้มา 2.00 ไม่สามารถกระทบยอดกับจุดเข้า (2.56), stop (2.46) และเป้าหมาย (2.60) ซึ่งให้ R/R 0.40 ได้ ต้องใช้การคำนวณอิสระ ฉันทามตินักวิเคราะห์ที่กว้างกว่า TP 3.17 ให้ R/R 6.10–8.00 ขึ้นอยู่กับจุดเข้า — นี่คือกรอบที่เหมาะสมกว่า InnovestX TP 3.90 (8 ก.ย. 2568) มีอายุเกือบ 1 ปี ถูกจัดว่า เก่า; ใช้เพื่อบริบททิศทางเท่านั้น

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — เป้าหมายระยะใกล้ที่ให้มาที่ 2.60 ให้ R/R เพียง 0.40 (กำไร 4 สตางค์ กับความเสี่ยง 10 สตางค์) ทำให้แผนการเทรดที่เสนอมานี้ใช้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของ CKP แข็งแกร่งเป็นพิเศษ: P/E 7.09, P/BV 0.67, ฉันทามตินักวิเคราะห์ ซื้อ พร้อม TP 3.17 (+25.8%), แรงหนุนจากไฟฟ้าพลังน้ำ และอัตราเงินปันผล 3.49% เข้าเฉพาะเมื่อมีการปิดรายวันเหนือ 2.60 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย โดยมีเป้าหมาย 3.00–3.17 และ stop ที่ 2.46 ผู้ถือหุ้นเดิมควรรักษาสถานะและรับเงินปันผล 3.49%

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T06:17:50.846+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:CKP|company_name:CK Power Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:2.6|entry_price:2.56|sell_price:2.6|stop_loss_level:2.46|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:2.48|immediate_resistance:2.6|risk_reward_ratio:2`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่ตั้งไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    CREDIT

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: CREDIT — ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก ถือ
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือพร้อมจุดตัดขาดทุนตาม trailing stop ที่ 23.20; เพิ่มสถานะเมื่อราคาเบรคเอ้าท์เหนือ 24.40 ด้วยปริมาณ
    แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา แกว่งตัว (1–5 วันเพื่อการคลี่คลายของ squeeze; แนวโน้มต่อเนื่องหลายสัปดาห์)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 23.80 บาท (10 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 10 ส.ค. 2569 (Investing.com) / 11 ส.ค. 2569 (SET Factsheet)
    สถานะของแผนการเทรด ยืนยันแนวโน้ม — การพักตัวใน squeeze ภายในแนวโน้มขาขึ้น

    บทสรุปการตัดสินใจ: CREDIT อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งตั้งแต่ต้นปี (+61.95%) ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ยอดเยี่ยม — P/E ย้อนหลัง 6.88, Forward P/E 5.64, ROE 16.9% และฉันทามตินักวิเคราะห์แนะนำ ซื้อแข็งแกร่ง ราคาเป้าหมาย 27.50 (+15.5% upside) หุ้นกำลังพักตัวใน volatility squeeze โดยมีปริมาณแห้งและ Keltner ยกตัวขึ้น — เป็นการพักเชิงสร้างสรรค์ในเฟส mark-up NVDR แสดงการขายอ่อน ๆ 2 วัน (-8.62%) แต่ยอดสะสม 3 วันยังคงเป็นบวก (+15.0 ล้านบาท) ผู้ถือหุ้นเดิมควรรักษาสถานะ; การเข้าใหม่ควรรอการเบรคเอ้าท์เหนือ 24.40 ด้วยปริมาณ หรือการย่อตัวกลับมา 23.20–23.50 พร้อมกับการสะสมของ NVDR

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง; อยู่ใน squeeze พร้อมปริมาณแห้ง; Keltner ยกตัว (walking the band); จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ 26.25 ขาขึ้น ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งใน squeeze; MACD อยู่ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ — เชิงสร้างสรรค์ภายในแนวโน้มขาขึ้น (มีโอกาสเกิด bullish crossover); RSI กลาง ~59.77 กลาง-เป็นขาขึ้น ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    NVDR สัดส่วนสุทธิ -8.62%, ขายติดต่อกัน 2 วัน, ยอดสะสม 3 วัน +15.0 ล้านบาท; มีข้อควรระวังสภาพคล่อง < 100 ล้านบาท; เครื่องมือจัดประเภท "เป็นกลาง" เป็นกลาง ต่ำ (ข้อควรระวังสภาพคล่อง)
    ข่าวสารและตัวเร่ง ฉันทามตินักวิเคราะห์ ซื้อแข็งแกร่ง, ราคาเป้าหมาย 27.50 (+15.5%); P/E 6.88, Fwd P/E 5.64, ROE 16.9%; อัตราเงินปันผล 3.94%; งบการเงินครั้งถัดไป 25 ส.ค. 2569 บวก ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/BV 1.09, Beta 0.47, EPS 3.46, รายได้ 12.24 พันล้าน; ถูกอย่างมากเมื่อมองจาก forward basis; กลุ่มธนาคาร SME บวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: ผสมผสาน — แนวโน้มและปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ข้อมูลกระแสเงินทุนไม่สมบูรณ์ Squeeze ยังไม่คลี่คลาย

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (แข็งแกร่ง, YTD +61.95%, Keltner ยกตัวยืนยันแนวโน้มเดินบนขอบบน)
    • วัฏจักรตลาด: เฟส mark-up พร้อมการพักตัว — squeeze และปริมาณแห้งแสดงถึงการพักตัวที่ดีภายในแนวโน้ม ไม่ใช่การกระจายหุ้น
    • แนวรับสำคัญ: 23.20 (จุดตัดขาดทุนที่ให้มา / แนวรับเชิงโครงสร้าง), 22.90 (แนวรับที่ให้มา), 14.70 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 24.40 (แนวต้านที่ให้มา), 24.90 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา), 26.25 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์), 27.50 (ราคาเป้าหมายฉันทามติ)
    • โมเมนตัม: RSI ที่ 59.77 (Investing.com, 10 ส.ค.) — กลางกรอบ, ไม่มีภาวะ overbought แม้ YTD จะแข็งแกร่ง นี่เป็นเชิงสร้างสรรค์ — แนวโน้มยังมีพื้นที่ให้ขยายก่อนถึงเขต overbought MACD อยู่ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ — ในแนวโน้มขาขึ้น นี่คือจุดรีเซ็ตโมเมนตัม การเกิด bullish crossover ของ MACD เหนือเส้นศูนย์จะยืนยันการเคลื่อนขึ้นรอบถัดไป จากคลังความรู้ RAG “ในตลาดที่มีแนวโน้ม อินดิเคเตอร์โมเมนตัมเช่น RSI สามารถอยู่ในระดับสูงได้เป็นระยะเวลานาน” — RSI ที่เป็นกลางในแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งไม่ใช่ความกังวล; หมายความว่าแนวโน้มยังยั่งยืน
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายรายใหญ่แบบบล็อกเทรดได้
    • การตีความ Short-Selling: ไม่พร้อมใช้งาน นี่เป็นจุดบอด แต่ด้วย P/E 6.88 และ ROE 16.9% กรณีปัจจัยพื้นฐานสำหรับการขายชอร์ตอ่อนแอ
    • การตีความ NVDR: การขาย NVDR อ่อน ๆ สองวันติดต่อกันที่สัดส่วนสุทธิ -8.62% ต่ำกว่าเกณฑ์กระจายหุ้น 15% อย่างมากและเครื่องมือ NVDR จัดประเภทเป็น “เป็นกลาง” ยอดสะสมสุทธิ 3 วันยังคงเป็นบวกที่ +15.0 ล้านบาท ยืนยันว่าอคติกระแสเงินต่างชาติโดยรวมเป็นบวกแม้จะมีการขายสองวันล่าสุด ข้อควรระวังสภาพคล่อง (มูลค่า NVDR ต่ำกว่า 100 ล้านบาท) ลดความน่าเชื่อถือ แต่เมื่อพิจารณามูลค่าการซื้อขายรายวันรวมของหุ้นที่ ~1.4 ล้านหุ้น (~33 ล้านบาท/วัน) ตลาดโดยรวมมีสภาพคล่องพอสมควร ถือว่า NVDR เป็น สัญญาณกลาง ความน่าเชื่อถือต่ำ — ไม่ใช่การกระจายหุ้น
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: กระแสสะสม NVDR เป็นบวกเล็กน้อย ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งาน — สองจุดบอด แต่ปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มที่แข็งแกร่งบรรเทาช่องว่างนี้ ภาพรวมกระแสเงินทุน ไม่สมบูรณ์ แต่ไม่ใช่ขาลง พฤติกรรมราคา (แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง, การพักตัว) ไม่ยืนยันการกระจายหุ้น การตีความที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือการขายทำกำไรที่ดีต่อสุขภาพภายในเฟส mark-up

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 มีรายงานตำแหน่ง MACD ที่เส้นศูนย์ แต่ทิศทางที่แน่นอนของเส้น MACD เทียบกับเส้นสัญญาณไม่ได้รับการยืนยัน

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การจัดการการถือครองสำหรับสถานะเดิม; การเข้าแบบเบรคเอ้าท์หรือย่อตัวสำหรับสถานะใหม่
    • โซนเข้าเทรด (สถานะใหม่): 23.20–23.50 (ย่อตัวลงมาที่แนวรับ) หรือ 24.40–24.50 (การยืนยันเบรคเอ้าท์)
    • สัญญาณเข้าเทรด (การย่อตัว): ราคาย่อตัวกลับมาที่ 23.20–23.50 ยืนเหนือ 23.20 โดยปริมาณแห้งลงอีกแล้วขยายตัวบนแท่งกลับตัวสีเขียว NVDR ควรเป็นยอดซื้อสุทธิ
    • สัญญาณเข้าเทรด (การเบรคเอ้าท์): ราคาปิดรายวันเหนือ 24.40 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน เป็นการยืนยันการคลี่คลายของ squeeze ขึ้นด้านบน
    • เป้าหมาย 1: 24.90 (ตามที่ให้มา; แนวต้านระยะใกล้ — วิธีการ: prior structural high)
    • เป้าหมาย 2: 27.50 (ราคาเป้าหมายฉันทามติ; +15.5% จาก 23.80 — ระยะกลาง)
    • จุดตัดขาดทุน: 23.20 (ต่ำกว่าแนวรับการพักตัว; การทำให้โครงสร้างการพักในแนวโน้มขาขึ้นเสียหาย)
    • Trailing Stop: สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม: หากราคาทะลุเหนือ 24.40 ให้เลื่อนจุดตัดขาดทุนตามไปที่ 23.70 (ระดับเข้าเทรด) หลังจากผ่าน 26.25 (ATH) แล้ว ให้เลื่อนไปที่ 24.40
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: ตามที่ให้มา 2.60 คำนวณอิสระ: (24.90 − 23.70) / (23.70 − 23.20) = 1.20 / 0.50 = 2.40 ยอมรับได้ — สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 2.0
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: วันที่ประกาศงบการเงินครั้งถัดไปคือ 25 ส.ค. 2569 (~12 วันจากนี้) squeeze อาจคลี่คลายก่อนงบการเงิน สร้างช่วงเวลาที่ดี หากเข้าในรูปแบบย่อตัว ให้เข้าภายใน 1–5 วัน
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. ราคาปิดต่ำกว่า 23.20 — แนวรับการพักตัวเสียหาย ทำให้แผนการย่อตัวเสีย

    2. NVDR สะสม 3 วันพลิกเป็นลบ — ทฤษฎีการสะสมอ่อน ๆ พัง

    3. MACD ตัดลง bearish ใต้เส้นศูนย์ — โมเมนตัมพลิกต่อต้านแนวโน้ม

    อัปเกรดเป็น ซื้อ (BUY): ราคาปิดรายวันเหนือ 24.40 ด้วยปริมาณขยาย (≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย) และ MACD ตัดขึ้น bullish เหนือเส้นสัญญาณ (หรือเหนือศูนย์) เป็นการยืนยันการคลี่คลาย squeeze ขึ้นและเฟส mark-up ถัดไป

    ลดระดับเป็น ขาย (SELL): ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 23.20 ด้วยปริมาณขยาย — การพักตัวพังลงด้านล่าง ทำให้การพักในแนวโน้มเสียหาย รวมถึงหาก MACD เกิด bearish divergence บนจุดสูงสุดใหม่ใด ๆ

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ปิดรายวัน > 24.40 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0x avg + MACD bullish crossover ปรับตัวขึ้นสู่ 24.90 จากนั้น 26.25 (ATH) แล้ว 27.50 (ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์) ปิดกลับต่ำกว่า 23.20
    กรณีฐาน การบีบอัดต่อเนื่องในกรอบ 23.20–24.40 ด้วยปริมาณต่ำ แกว่งตัวในกรอบ; การพักตัวที่ดี; squeeze ขดตัวต่อเพื่อการเบรคเอ้าท์ในที่สุด กรอบยังคงอยู่ — ยังไม่เสีย
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 23.20 ด้วยปริมาณขยาย หรือ NVDR เร่งกระจายหุ้นเกิน -15% ติดต่อกัน 3+ วัน ปรับตัวลงสู่ 22.00 จากนั้น 21.00 ปิดกลับเหนือ 24.40 ฟื้นแนวโน้ม

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 — 25 ส.ค. 2569 (~12 วัน): ตัวเร่งระยะใกล้หลัก EPS ย้อนหลังของ CREDIT ที่ 3.46 บาท และ Forward P/E เพียง 5.64x บ่งบอกว่าตลาดคาดหวังการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง การรายงานที่ออกมาดีกว่าคาดใน NII, การเติบโตของสินเชื่อ หรือคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นจะเป็นตัวเร่งทรงพลังในการปรับมูลค่าใหม่ไปสู่ราคาเป้าหมาย 27.50 ของนักวิเคราะห์
    • วงจรเงินปันผล: งวดเงินปันผลถัดไป เงินปันผลปีงบประมาณ 2568 อยู่ที่ 0.98 บาท/หุ้น (อัตราผลตอบแทน 3.94%) จ่าย 22 พ.ค. 2569 (ขึ้นเครื่องหมาย XD 6 พ.ค.) การประกาศงวดเงินปันผลครั้งถัดไป (น่าจะต้นปี 2570 สำหรับปีงบประมาณ 2569) ยังไม่ใกล้เข้ามา แต่สนับสนุนการถือเพื่อรับรายได้
    • SME Banking / วงจรดอกเบี้ย: ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 1.5% (จาก 2.5% ใน ต.ค. 2567) การลดลงเพิ่มเติมอาจกดดัน NIMs แต่ก็อาจกระตุ้นอุปสงค์สินเชื่อ SME — เป็นกลางถึงบวกเล็กน้อยสำหรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะของ CREDIT ที่เน้นสินเชื่อ SME

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: Squeeze สามารถคลี่คลายได้ทุกทิศทาง การเบรคเอ้าท์หลอกเหนือ 24.40 โดยไร้ปริมาณจะเป็นกับดักทางเทคนิคที่ใกล้ที่สุด MACD ที่เส้นศูนย์อยู่ที่จุดเปลี่ยนแบบสองทาง — การถูกปฏิเสธในทิศทางขาลงที่นี่จะเป็นความล้มเหลวของโมเมนตัม
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ทั้งคู่ไม่พร้อมใช้งาน — จุดบอดสำคัญสองประการ NVDR ขาย 2 วัน แม้จะอ่อน แต่ต้องจับตา หากขยายเป็น 3–5 วันต่อเนื่อง ทฤษฎีกระแสเงินต่างชาติจะเสื่อมลง
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน/เหตุการณ์: แรงต้านภาคธนาคารไทย — สินเชื่อ SME หดตัว 4.1% และ Fitch คาดแรงกดดันด้านมาร์จิ้นจากดอกเบี้ยต่ำจะฉุดกำไรธนาคารถึงปี 2569 การที่ CREDIT เน้น SME เป็นพิเศษทำให้เป็นทั้งผู้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวและเหยื่อของการหดตัวของสินเชื่อที่ยืดเยื้อ งบการเงิน 25 ส.ค. เป็นเหตุการณ์แบบสองทาง
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: เครื่องมือ NVDR ตั้งข้อควรระวังสภาพคล่องเฉพาะของ NVDR ต่ำกว่า 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อขายรายวันรวมของหุ้นอยู่ที่ 1.4 ล้านหุ้น (~33 ล้านบาท/วัน) — เพียงพอสำหรับพอร์ตรายย่อย แต่ปานกลางสำหรับขนาดสถาบัน ความเสี่ยงเรื่องราคาเลื่อน (slippage) อยู่ในระดับปานกลาง

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 23.20 ด้วยปริมาณขยาย ทำให้แนวรับการพักตัวเสียหายและส่งสัญญาณการกลับตัวของแนวโน้มที่เป็นไปได้ นอกจากนี้ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่น่าผิดหวังในวันที่ 25 ส.ค. พร้อมคำแนะนำในอนาคตเชิงลบ จะทำลายทฤษฎีการเติบโตในเชิงปัจจัยพื้นฐาน

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 23.70 − 23.20 = 0.50 บาท (การเข้าแบบย่อตัว; ~2.1% ของจุดเข้า)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยงต่อหุ้น 0.50 บาท อยู่ในระดับแคบที่น่าสนใจเพียง 2.1% ของจุดเข้า — ทำให้สามารถกำหนดขนาดตำแหน่งได้ใหญ่ขึ้นเทียบกับแผนที่มีช่วงตัดขาดทุนกว้างกว่า สูตร:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.50} \right\rfloor$$

    ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยรายวันของหุ้นที่ 1.4 ล้านหุ้น รองรับขนาดตำแหน่งปานกลางได้โดยไม่กระทบตลาดเกินควร จากงบการเงิน 25 ส.ค. ที่ใกล้เข้ามา ให้พิจารณาลดขนาดลง 20–25% หากเข้าภายใน 5 วันทำการก่อนประกาศ อัตราเงินปันผล 3.94% ให้ผลตอบแทนพกพาที่ชดเชยความเสี่ยงด้านราคาในระยะใกล้ได้บางส่วน

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 13 ส.ค. 2569 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดแนวโน้ม, squeeze, ระดับ entry/stop/target; R/R = 2.40 ยืนยัน
    RAG Knowledge — Trend/Consolidation Rules สืบค้น: 13 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน Keltner walking the band ยืนยันแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง; squeeze นำหน้าการเคลื่อนไหวใหญ่; ในแนวโน้ม RSI สามารถอยู่ในระดับสูงได้ — RSI กลางในแนวโน้มขาขึ้นไม่ใช่ความกังวล
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดด้านกิจกรรมบล็อกสถาบัน — ลดความเชื่อมั่น
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดด้านกิจกรรมเก็งกำไรขาลง — ลดความเชื่อมั่น
    NVDR Analyzer 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (3 วัน) สัดส่วน -8.62%, ขาย 2 วัน; สะสม 3 วัน +15 ล้านบาท; เครื่องมือจัดประเภท “เป็นกลาง”; ข้อควรระวังสภาพคล่องต่ำ
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 13 ส.ค. 2569 (ค้นหา) ปัจจุบัน ราคา 23.80 (10 ส.ค.); นักวิเคราะห์แนะนำ ซื้อแข็งแกร่ง, TP 27.50; P/E 6.88, Fwd P/E 5.64; ROE 16.9%; งบการเงิน 25 ส.ค.; อัตราเงินปันผล 3.94%; SET factsheet (11 ส.ค.)

    จุดข้อมูลที่สำคัญ: SET factsheet (11 ส.ค.) ยืนยันราคาที่ 23.70 โดยมีช่วง 52 สัปดาห์ 14.70–26.25 ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ 27.50 (Yahoo Finance) แสดงถึง upside +15.5% จาก 23.80 — เป็นจำนวนมากเมื่อพิจารณาจากค่า R/R 2.40 ในเป้าหมาย 1 เพียงอย่างเดียว Forward P/E ที่ 5.64 ต่ำมากเป็นพิเศษสำหรับธนาคารที่มี ROE 16.9% บ่งชี้ว่าตลาดกำลังประเมินความเสี่ยงด้านกำไรไว้อย่างมากซึ่งอาจไม่เกิดขึ้นจริง — เป็นโอกาสด้านมูลค่าที่เป็นไปได้

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    ถือ — สถานะเดิมได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง (YTD +61.95%), Keltner ยืนยัน mark-up, การประเมินมูลค่าที่ยอดเยี่ยม (Fwd P/E 5.64, ROE 16.9%) และฉันทามตินักวิเคราะห์ ซื้อแข็งแกร่ง (TP 27.50) การเกิด volatility squeeze โดยมี MACD ที่เส้นศูนย์แสดงถึงการพักตัวอย่างมีสุขภาพดี ไม่ใช่การกระจายหุ้น การเข้าใหม่ควรรอการย่อตัวมาที่ 23.20–23.50 หรือการเบรคเอ้าท์เหนือ 24.40 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าค่าเฉลี่ย จุดตัดขาดทุนที่ 23.20 ตัวเร่งถัดไป: ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 วันที่ 25 ส.ค. 2569

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T06:13:12.090+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:CREDIT|company_name:Thai Credit Bank Public Company Limited|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:HOLD|target_price_1:24.9|entry_price:23.7|sell_price:24.4|stop_loss_level:23.2|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:22.9|immediate_resistance:24.4|risk_reward_ratio:2.6`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่ตั้งไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*


    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: CREDIT อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง YTD +61.95% โดย MACD อยู่ที่เส้นศูนย์และ Keltner ยกตัว — กำลังพักตัวใน squeeze ภายในเฟส mark-up อย่างมีสุขภาพดี
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำ ถือ (HOLD) สำหรับสถานะเดิม; สำหรับสถานะใหม่ ให้รอซื้อเมื่อย่อตัวในโซน 23.20–23.50 หรือรอซื้อเมื่อเบรคเอ้าท์เหนือ 24.40 โดยมีเป้าหมายทำกำไรแรกที่ 24.90 (R/R = 2.40)
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] — ปริมาณแห้งใน Squeeze และ NVDR สะสม 3 วันยังเป็นบวก (+15 ล้านบาท) ชี้ว่า Smart Money/ต่างชาติยังคงมีอคติเชิงบวก แม้มีแรงขายอ่อน ๆ 2 วัน แต่ด้วยความถูกสุดขีด (Fwd P/E 5.64, ROE 16.9%) คุ้มค่าแก่การติดตามต่อเพื่อรอการคลี่คลายของ squeeze
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 23.20 หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ด้วยปริมาณที่สูงผิดปกติ ให้ยกเลิกแผนทันที

    BGRIM

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: BGRIM — บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือ — งบการเงินประกาศวันนี้; ไม่เพิ่มสถานะ; ปรับจุดตัดขาดทุน tighter ไปที่ 17.50
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง (ขึ้นอยู่กับงบการเงิน)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา แกว่งตัว (1–5 วันหลังงบการเงิน เพื่อรอการคลี่คลายทิศทาง)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~18.30 บาท (ข้อมูลวันที่ 4–7 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 7 ส.ค. 2569 (Investing.com) / 4 ส.ค. 2569 (BGRIM IR)
    สถานะของแผนการเทรด รอสัญญาณ — งบการเงินวันนี้บล็อกจุดเข้าทั้งหมด

    บทสรุปการตัดสินใจ: BGRIM กำลังบีบอัดตัวใน Volatility Squeeze ใกล้ขอบบนของกรอบ 17.50–18.40 โดยมีรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ประกาศ วันนี้ (13 ส.ค. 2569) — ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านเหตุการณ์ที่ไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ กระแส NVDR สะสม 3 วันเป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง (+111.4 ล้านบาท) แม้จะมีการขายในหนึ่งวัน และ R/R ที่ให้มาที่ 2.00 เป็นที่ยอมรับ อย่างไรก็ตามจุดเข้าที่ 17.70 ต้องอาศัยการย่อตัวจากปัจจุบัน ~18.30, MACD divergence ยังไม่คลี่คลาย, และ P/E ย้อนหลัง 57 เท่า บวกกับราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ที่ 18.74 (ใกล้ราคาปัจจุบัน) จำกัดความเชื่อมั่นในขาขึ้น ไม่มีเหตุผลสนับสนุนการเข้าจนกว่างบการเงินจะประกาศแล้วและ squeeze จะคลี่คลายพร้อมปริมาณ

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แกว่งด้านข้าง, ความแข็งแกร่งของแนวโน้มอ่อน, ใน squeeze พร้อมปริมาณแห้ง; Keltner ยกตัว (มีโทนขาขึ้นเล็กน้อย); กรอบ 17.50–18.40 เป็นกลาง (มีอคติขาขึ้นเล็กน้อย) ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้ง; MACD “Divergence” (ไม่ระบุทิศทาง); RSI เป็นกลาง ~48.64 เป็นกลาง / ยังไม่คลี่คลาย ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มี
    Short Selling อัตราขายชอร์ต 5.42%, คงค้าง 1.27% — ปานกลาง, ไม่น่าตกใจ; NVDR short ครอบงำ (1.06 ล้านหุ้น เทียบกับในประเทศ 0.42 ล้านหุ้น) เป็นกลาง ปานกลาง
    NVDR สัดส่วนสุทธิ -11.27% (ขายใน 1 วัน), แต่ยอดสะสม 3 วัน +111.4 ล้านบาท; ปริมาณพุ่ง 3.69 เท่า; สภาพคล่อง (> 100 ล้านบาท); เครื่องมือจัดประเภทเป็น “เป็นกลาง” ผสมผสาน / ดูดซับ ปานกลาง
    ข่าวสารและตัวเร่ง งบการเงิน 13 ส.ค. (วันนี้); ราคาเป้าหมายฉันทามติ 18.74; YTD +32.39%; ธีม Data Center / AI Infrastructure; ระดับ SET ESG AAA เป็นกลาง (ความเสี่ยงด้านเหตุการณ์ครอบงำ) ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E ย้อนหลัง 57.62 เท่า, Forward P/E 30.86 เท่า; ROE 2.3%; P/BV 1.39; Beta 0.93 — แพงในเชิงย้อนหลัง, ปานกลางในเชิงคาดการณ์ ลบ (แพง) ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: ผสมผสาน — ก่อนเบรคเอาท์ มีกระแสสะสม NVDR สุทธิเป็นบวก ความเสี่ยงด้านเหตุการณ์ในระดับสูง

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: แกว่งด้านข้าง (กรอบระหว่าง 17.50 และ 18.40; ความแข็งแกร่งของแนวโน้มอ่อน)
    • วัฏจักรตลาด: ศักยภาพการสะสม — Keltner ยกตัว (สร้างสรรค์) ภายใน squeeze แนะนำว่ากำลังบีบอัดเพื่อขยับสูงขึ้น แต่ MACD divergence ก่อให้เกิดความไม่แน่นอน
    • แนวรับสำคัญ: 17.50 (แนวรับด่านแรก), 17.00 (จุดตัดขาดทุนตามที่ให้มา / การทำให้โครงสร้างเสียหาย), 10.30 (จุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 18.40 (ด่านแรก), 19.10 (เป้าหมายตามที่ให้มา), 20.30 (จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง ~48.64 (Investing.com, 7 ส.ค.) — กลางกรอบ, ไม่สุดขั้ว สถานะ MACD คือ “Divergence” แต่ไม่ได้ระบุทิศทาง การตีความที่เป็นไปได้มีสองแบบ:

    1. Bullish divergence: ราคาแกว่งด้านข้าง/ต่ำลง, MACD มีแนวโน้มสูงขึ้น — สร้างสรรค์, สนับสนุนทฤษฎีการสะสม

    2. Bearish divergence: ราคาทำ new high (YTD +32%), MACD ลดลง — คำเตือนการกระจายหุ้น

    คลังความรู้ RAG ยืนยันว่า: ในตลาดแกว่งด้านข้าง อินดิเคเตอร์ที่อิง EMA จะสร้างสัญญาณหลอก และกฎการออกที่สำคัญคือ “ขายเมื่อ RSI แสดง bearish divergence หรือราคาหลุดต่ำกว่า EMA 20” หากไม่มีการยืนยันทิศทาง divergence สัญญาณคือ ยังไม่คลี่คลาย

    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายรายใหญ่แบบบล็อกเทรดของ BGRIM ได้
    • การตีความ Short-Selling: อัตราขายชอร์ต 5.42% (1 ส.ค. 2569) อยู่ในระดับปานกลาง ปริมาณ NVDR short (1,058,400 หุ้น) ครอบงำ short ในประเทศ (421,800 หุ้น) — นี่เป็นเรื่องปกติสำหรับหุ้น SET ขนาดใหญ่ที่นักลงทุนต่างชาติใช้ NVDR ในการทำ short ยอด short คงค้าง 33.2 ล้านหุ้น (1.27% ของหุ้นที่ออกแล้ว ~2.61 พันล้านหุ้น) ไม่มีนัยสำคัญ ไม่มีสัญญาณแรงกดดันขาลงที่มีสาระสำคัญ
    • การตีความ NVDR: นี่คือสัญญาณกระแสเงินทุนที่ให้ข้อมูลมากที่สุด เซสชั่นล่าสุดแสดงสัดส่วนสุทธิ -11.27% พร้อมปริมาณพุ่ง 3.69 เท่า — แต่ที่สำคัญคือยอดสุทธิสะสม 3 วันอยู่ที่ +111.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง นี่หมายความว่าการขายในหนึ่งวันเป็นค่าผิดปกติภายในแนวโน้มการสะสมที่กว้างกว่า เครื่องมือ NVDR จัดประเภทสิ่งนี้อย่างถูกต้องว่าเป็น “เป็นกลาง” สภาพคล่องได้รับการยืนยันเหนือ 100 ล้านบาท — สัญญาณมีความน่าเชื่อถือ สัดส่วน -11.27% ไม่ผ่านเกณฑ์การกระจายหุ้น 15% ความแข็งแกร่งสะสม 3 วันแนะนำว่าผู้ซื้อต่างชาติมีอยู่และกำลังดูดซับแรงขาย นี่คือ สัญญาณการสะสมอ่อน ๆ ที่ต้องการการยืนยันจากราคา
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: กระแส NVDR สะสม (+111.4 ล้านบาท) มีความสร้างสรรค์ Short selling มีระดับอ่อนโยน ไม่มีข้อมูล Big Lot ภาพรวมกระแสเงินทุนเอียงไปทาง ขาขึ้นเล็กน้อย ในภาพรวม แต่การพุ่งขายของ NVDR ในหนึ่งวันและ MACD divergence ที่ยังไม่คลี่คลายขัดขวางการระบุการสะสมที่ชัดเจน ราคายังอยู่ต่ำกว่าแนวต้าน 18.40 — การยืนยันยังคงรออยู่

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ทิศทาง MACD divergence (bullish หรือ bearish) ไม่ได้ระบุ ไม่มีจุดยึด Fibonacci ให้ใช้งาน

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การย่อตัวกลับหาแนวรับ — รอให้งบการเงินประกาศแล้ว จากนั้นเข้าเมื่อราคาย่อกลับมาที่โซน 17.70 พร้อมการยืนยันด้วยปริมาณ หรือ เมื่อเกิดการเบรคเอ้าท์เหนือ 18.40 ที่ได้รับการยืนยัน
    • โซนเข้าเทรด: 17.60–17.80 (ใกล้กับจุดเข้าที่ให้มาที่ 17.70 ซึ่งอยู่ระหว่างแนวรับด่านแรก 17.50 และจุดตัดขาดทุนเชิงโครงสร้าง 17.00)
    • สัญญาณเข้าเทรด (การย่อตัว): ราคาย่อกลับมาที่ 17.60–17.80 หลังงบการเงิน, ยืนเหนือ 17.50, โดย RSI กำลังหันขึ้นจาก 40–50 และปริมาณขยายตัวบนแท่งเขียว NVDR ต้องเป็นยอดซื้อสุทธิ (สัดส่วนบวก) ในวันที่เข้า
    • สัญญาณเข้าเทรดทางเลือก (การเบรคเอ้าท์): ราคาปิดรายวันเหนือ 18.40 ด้วยปริมาณ ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน และ NVDR เป็นยอดซื้อสุทธิ
    • เป้าหมาย 1: 19.10 (ตามที่ให้มา; แนวต้านระยะใกล้ — วิธีการ: prior swing high / range projection)
    • เป้าหมาย 2: 20.30 (จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์; +11% จาก 18.30)
    • จุดตัดขาดทุน: 17.00 (ต่ำกว่าแนวรับด่านแรก 17.50; การทำให้ฐานการสะสมเสียหายเชิงโครงสร้าง)
    • จุดตัดขาดทุนแบบ Trailing Stop: หลังจากราคาทะลุผ่าน 19.10 ให้เลื่อนจุดตัดขาดทุนตามไปที่ 18.40 (แนวต้านเดิมกลายเป็นแนวรับ)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง ไปยังเป้าหมาย 1: ตามที่ให้มา 2.00 คำนวณอิสระ: (19.10 − 17.70) / (17.70 − 17.00) = 1.40 / 0.70 = 2.00 ยืนยันแล้วและยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม นี่ต้องอาศัยการย่อกลับมาที่ 17.70 — ราคาปัจจุบันที่ ~18.30 จะให้ (19.10 − 18.30) / (18.30 − 17.00) = 0.80 / 1.30 = 0.62 ซึ่งยอมรับไม่ได้ จังหวะเวลาในการเข้าเป็นสิ่งสำคัญ
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ห้ามเข้าก่อนวันที่ประกาศงบการเงิน 13 ส.ค. 2569 รออย่างน้อยหนึ่งเซสชั่นเต็มหลังงบ (เร็วที่สุด 14 ส.ค.) หากราคากระโดดไปที่ 17.70 หลังงบ ให้ใช้สัญญาณเข้าแบบย่อตัว หากราคากระโดดสูงกว่า ให้รอการย่อตัว — ห้ามไล่ราคา
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. งบการเงินผิดหวัง (พลาด EPS, คำแนะนำเชิงลบ, มาร์จิ้นหดตัว) — ทฤษฎีปัจจัยพื้นฐานเสียหาย

    2. ราคากระโดดต่ำกว่า 17.00 เมื่อเปิดหลังงบ — โครงสร้างเสียหายก่อนจะเข้าเทรดได้

    3. NVDR สะสม 3 วันพลิกเป็นลบ — ทฤษฎีการสะสมพังทลาย

    อัปเกรดเป็น ซื้อ (BUY): การย่อกลับหลังงบมาที่ 17.60–17.80 โดย RSI หันขึ้นจาก 40–50, ปริมาณขยายตัว, และ NVDR ยืนยันเป็นยอดซื้อสุทธิ R/R = 2.00 เป็นที่ยอมรับได้ที่จุดเข้านี้

    ลดระดับเป็น เลี่ยง/ขาย (AVOID/SELL): ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 17.00, หรือ NVDR ขายติดต่อกันสองวันเกินสัดส่วน -15%, หรืองบการเงินผิดหวังพร้อมคำแนะนำในอนาคตต่ำกว่าฉันทามติ

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง งบการเงินบวก + การย่อกลับสู่ 17.70 ยืนได้ด้วยปริมาณ + NVDR ซื้อสุทธิ ปรับตัวขึ้นสู่ 19.10 จากนั้น 20.30 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์) ปิดต่ำกว่า 17.00
    กรณีฐาน งบการเงินเป็นกลาง; การบีบอัดต่อเนื่องในกรอบ 17.50–18.40 ด้วยปริมาณต่ำ แกว่งตัวในกรอบ; เงินปันผล 2.25% เป็นผลตอบแทนระหว่างถือ; squeeze ยังคงอยู่ กรอบยังคงอยู่
    กรณีหมี งบการเงินลบ หรือ ปิดรายวัน < 17.50 พร้อม NVDR ขาย ปรับตัวลงสู่ 17.00 จากนั้น 16.00 ปิดกลับเหนือ 18.00 กู้กลับมา

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 — วันนี้ (13 ส.ค. 2569): ตัวเร่งที่ครอบงำ ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีอยู่บนเว็บไซต์ IR ปฏิกิริยาของตลาดต่อรายได้ไตรมาส 2, EBITDA, กำไรสุทธิ, การอัปเดต pipeline โครงการ, และแนวโน้มการเติบโตด้าน Data Center / AI Infrastructure จะกำหนดการคลี่คลายของ squeeze BGRIM เทรดที่ 19.90 ในวันที่ 21 ก.ค. และลดลงมาที่ ~18.30 — อาจเป็นการลดความเสี่ยงก่อนงบ
    • ธีม Data Center & AI Infrastructure: BGRIM เน้นบทบาทในการสนับสนุน Data Center และ AI Infrastructure ในงาน DIFGC 2026 สัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่ (PPA) กับผู้ประกอบการ Data Center จะเป็นตัวเร่งที่สำคัญในการปรับมูลค่าใหม่
    • Pipeline โครงการ & การซื้อกิจการย่อย: มีการประกาศของ SET หลายรายการเกี่ยวกับการซื้อกิจการย่อยและการจัดตั้งบริษัทใหม่ (รวมถึงมาเลเซีย) การจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ที่สำเร็จของโครงการใหม่จะเพิ่มรายได้ประจำ มี 26 โครงการระหว่างพัฒนา เทียบกับ 72 โครงการที่เปิดดำเนินการอยู่

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: Squeeze สามารถคลี่คลายได้ทั้งสองทิศทาง การเบรคเอ้าท์หลอกพบได้ทั่วไปในตลาดที่แนวโน้มอ่อนแอ MACD divergence ยังไม่คลี่คลาย — หากเป็น bearish ความเสี่ยงขาลงจะสูงขึ้น
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: NVDR ขายในหนึ่งวันที่ -11.27% พร้อมปริมาณพุ่ง 3.69 เท่า — ในขณะที่ยอดสะสม 3 วันเป็นบวก การขายติดต่อกันวันที่สองจะเปลี่ยนสมดุลไปสู่การกระจายหุ้น ไม่มีข้อมูล Big Lot
    • ความเสี่ยงด้านพื้นฐาน/มูลค่า: P/E ย้อนหลังที่ 57.62 เท่า สูงอย่างมีนัยสำคัญ Forward P/E ที่ 30.86 เท่า สะท้อนการเติบโตของกำไรที่คาดการณ์แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย SET ROE เพียง 2.3% น่ากังวล — ตลาดกำลังประเมินมูลค่าสำหรับการปรับปรุงกำไรในอนาคตอย่างมากที่อาจไม่เกิดขึ้นจริง ราคาเป้าหมายฉันทามติ 18.74 บอกเป็นนัยถึง Upside เพียง ~2.4% จากปัจจุบัน 18.30 — ผลตอบแทนที่จำกัดสำหรับความเสี่ยงในตราสารทุน
    • ความเสี่ยงด้านเหตุการณ์: งบการเงินประกาศวันนี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงช่องว่างราคาข้ามคืนที่ไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ แม้แต่ความผิดหวังเพียงเล็กน้อยในด้านมาร์จิ้นหรือความล่าช้าของโครงการก็สามารถกระตุ้นการขายที่รุนแรงได้เพราะการประเมินมูลค่าที่แพง

    การทำให้ทฤษฎีการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 17.00 ทำให้ฐานการสะสมและทฤษฎีการลงทุนขาขึ้นทั้งหมดเสียหาย นอกจากนี้ หากหลังงบการเงิน NVDR สะสม 3 วันพลิกเป็นลบ ทฤษฎีกระแสเงินทุนจะเสียหาย แม้ว่าราคาจะยังยืนเหนือ 17.00

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 17.70 − 17.00 = 0.70 บาท (การเข้าตอนย่อตัว); 18.30 − 17.00 = 1.30 บาท (การเข้าที่ราคาปัจจุบัน — ไม่แนะนำ)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยงต่อหุ้น 0.70 บาท (จากจุดเข้า 17.70) คิดเป็นประมาณ 4.0% ของราคาเข้า — อยู่ในเกณฑ์ปกติของ swing trade สูตรหากเข้าตอนย่อตัว:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.70} \right\rfloor$$

    BGRIM มีสภาพคล่อง (ปริมาณเฉลี่ยรายวัน ~29–32 ล้านหุ้น, ~500 ล้านบาทขึ้นไป) ใช้การกำหนดขนาดมาตรฐาน — ไม่ต้องการส่วนลดด้านสภาพคล่อง จากความเสี่ยงด้านเหตุการณ์งบการเงินวันนี้ ให้พิจารณาลดขนาดลง 25% หากเข้าภายใน 3 เซสชั่นหลังประกาศ

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 13 ส.ค. 2569 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดกรอบ, squeeze, ระดับ entry/stop/target; R/R = 2.00 ยืนยัน
    RAG Knowledge — Squeeze/Divergence Rules สืบค้น: 13 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน Squeeze + ปริมาณ = การเบรคเอ้าท์; ตลาดแกว่งด้านข้างสร้างสัญญาณ EMA หลอก; ออกเมื่อเกิด bearish divergence หรือ EMA 20 หลุด
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน ลดความเชื่อมั่นในกิจกรรมบล็อกสถาบัน
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) 1 ส.ค. 2569 เก่า (12 วัน) อัตราปานกลาง (5.42%); ไม่น่าจะเปลี่ยนไปอย่างมีสาระ; ผลกระทบต่ำ
    NVDR Analyzer 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (3 วัน) สะสม 3 วัน +111.4 ล้านบาท (bullish); ขาย 1 วัน -11.27% (เป็นกลาง); ปริมาณพุ่ง 3.69 เท่า; สภาพคล่อง; เครื่องมือจัดประเภท “เป็นกลาง”
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 13 ส.ค. 2569 (ค้นหา) ปัจจุบัน งบการเงินวันนี้ (13 ส.ค.); ราคาเป้าหมายฉันทามติ 18.74; P/E 57x ย้อนหลัง; ราคา ~18.30 (4–7 ส.ค.); YTD +32.39%; ธีม Data Center

    ข้อขัดแย้งของแหล่งข้อมูลที่สำคัญ: เว็บไซต์ IR ของ BGRIM เองแสดงราคาล่าสุด 18.70 (4 ส.ค.) ในขณะที่ Yahoo Finance/Investing.com แสดง ~18.30 (7 ส.ค.) ความคลาดเคลื่อน ~0.40 บาท อาจสะท้อนการผันผวนปกติระหว่างสัปดาห์ ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ 18.74 ใกล้กับเป้าหมาย 1 ที่ให้มา 19.10 — ทั้งคู่อยู่ในโซนเดียวกัน ยืนยันว่าเป้าหมาย 1 เป็นวัตถุประสงค์ระยะใกล้ที่สมเหตุสมผล

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — ห้ามเข้าก่อนวันที่ประกาศผลประกอบการ 13 ส.ค. 2569 รอการย่อตัวหลังงบมาที่ 17.60–17.80 พร้อม NVDR ซื้อสุทธิ และ RSI หันขึ้นจาก 40–50 เพื่อส่งสัญญาณเข้าเทรดด้วยค่า R/R 2.00 ไปยังเป้าหมาย 19.10 กระแส NVDR สะสม 3 วัน +111.4 ล้านบาท ให้พื้นหลังที่สร้างสรรค์ แต่การประเมินมูลค่าที่แพง (P/E 57x) และราคาเป้าหมายฉันทามติ 18.74 ที่ใกล้กับราคาปัจจุบันจำกัดความเชื่อมั่นในขาขึ้น การปิดต่ำกว่า 17.00 ทำให้แผนนี้เสียหาย

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T06:07:27.538+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:BGRIM|company_name:B. Grimm Power Public Company Ltd|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:19.1|entry_price:17.7|sell_price:19.1|stop_loss_level:17|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:17.5|immediate_resistance:18.4|risk_reward_ratio:2`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่ตั้งไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*


    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: BGRIM แกว่งด้านข้างในกรอบ 17.50–18.40 ภายใต้ Volatility Squeeze และ MACD Divergence ที่ยังไม่คลี่คลาย — ตลาดอยู่ในโหมดรอผลประกอบการวันนี้เป็นตัวตัดสินทิศทาง
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำ ห้ามซื้อก่อนรู้งบ หากย่อหลังงบไม่หลุด 17.50 ให้รอซื้อในโซน 17.60–17.80 โดยมีเป้าหมายทำกำไรแรกที่ 19.10 (R/R = 2.00)
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] — ปริมาณแห้งใน Squeeze และ NVDR สะสม 3 วัน +111.4 ล้านบาท ชี้ว่า Smart Money/ต่างชาติอาจกำลังสะสมอย่างเงียบ ๆ แต่ MACD Divergence ยังไม่คลี่คลาย คุ้มค่าแก่การติดตามต่อเพื่อรอการยืนยัน
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 17.00 หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้หรือหลุด 17.50 ด้วยวอลุ่มหลังงบฯ ให้ยกเลิกแผนทันที

    รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    [ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-11 ถึง 2026-08-13 | อัปเดตล่าสุดเวลา 06:10 น.]

    🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

    นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยวันที่ 11 สิงหาคม 2569


    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานว่า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาด SET และ MAI มูลค่า 113.82 ล้านบาท ในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ขณะที่นักลงทุนในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิ โดยมีปริมาณซื้อสุทธิรวม 1,501.65 ล้านบาท


    SYNEX รุกครึ่งปีหลัง ขยาย New Growth Engine ด้าน AI, Cloud และ Energy Solutions


    บริษัท SYNEX (ประเทศไทย) ประกาศแผนรุกครึ่งปีหลังด้วยการขยายธุรกิจ New Growth Engine ในด้าน AI, Cloud, Energy Solutions และ Device-as-a-Service เพื่อตอบรับความต้องการลงทุนด้านเทคโนโลยีจากภาคธุรกิจและภาครัฐ โดยได้แรงหนุนจากช่วง High Season และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่


    ปฏิทินหุ้นวันที่ 11 สิงหาคม 2569: คำเสนอซื้อหลักทรัพย์ FMT และขึ้นเครื่องหมาย XD หลายหลักทรัพย์


    ปฏิทินหุ้นประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ระบุการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) หุ้น FMT ที่ราคา 18 บาทต่อหุ้น และกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD สำหรับ ITC, SIA19 และ SSTRT พร้อมอัตราเงินปันผลที่ประกาศ

    🌐 ข่าวต่างประเทศ


    ตลาดหุ้นยุโรปปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ นำโดยหุ้นเทคโนโลยีและพลังงาน


    ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่เมื่อวันอังคารที่ 12 สิงหาคม 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงาน นำโดย ASML และ Siemens Energy ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่หนุนหุ้นกลุ่มน้ำมัน


    ตลาดหุ้นเอเชียปิดผสมผสาน วันที่ 11 สิงหาคม 2569


    ตลาดหุ้นเอเชียปิดแบบผสมผสานในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โดยดัชนี Shanghai Composite และ Hang Seng Index ปรับตัวลดลง ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้, S&P/ASX 200 และ All Ordinaries ของออสเตรเลียปรับตัวเพิ่มขึ้น


    ตลาดหุ้นปรับตัวลงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่ Upwork ร่วงหนักจากผลประกอบการ


    ในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่หุ้น Upwork ร่วงลงอย่างหนักจากรายงานผลประกอบการที่ไม่เป็นไปตามคาด

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพฤหัสบดีที่ สิบสาม สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพฤหัสบดีที่ สิบสาม สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที

    บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกตอนนี้ กำลังถูกกดดันจากปัจจัยลบหลายด้านพร้อมกันครับ

    เริ่มจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ที่ยังคงส่งสัญญาณเข้มงวด โดยคงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50 ถึง 3.75 เปอร์เซ็นต์ และมีโอกาสถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนกันยายน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี ขณะที่พันธบัตรอายุ 10 ปี ทะลุ 4.7 เปอร์เซ็นต์

    การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนระยะยาวนี้ กำลังบีบอัดมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโตสูง เนื่องจากตัวเลขส่วนลดทางการเงินสูงขึ้น แม้จะมีแรงหนุนจากการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอก็ตาม

    ด้านราคาน้ำมันดิบ ก็มีความผันผวนสูงมากครับ โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ร่วงลงถึง 24 เปอร์เซ็นต์ ในรอบเดือน มาอยู่ที่ประมาณ 69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ถึงอย่างนั้น ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่ต้นปี

    สถานการณ์นี้เกิดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น และความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลาง แม้ราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แต่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็ยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคา

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อโลกในปีนี้ขึ้นเป็น 4.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการยืนยันว่า ช่วงสุดท้ายของการลดเงินเฟ้อ ยังคงเป็นเรื่องที่ท้าทาย

    ผลกระทบโดยรวม ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีการเคลื่อนไหวแบบเคเชพ หรือ K-Shape ครับ นั่นหมายถึงหุ้นบางกลุ่มปรับตัวขึ้นแรง ขณะที่อีกหลายกลุ่มปรับตัวลงหนัก กลุ่มที่ได้ประโยชน์คือหุ้นธนาคารและพลังงาน ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย กำลังเผชิญแรงกดดัน

    คำแนะนำสำหรับนักลงทุนในระยะสั้น หนึ่งถึงสี่สัปดาห์ข้างหน้า คือการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งได้อานิสงส์จากส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างขึ้น และลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย

    รวมถึงถือครองดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินป้องกันความเสี่ยง และเลือกถือหุ้นพลังงานที่มีธุรกิจปลายน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันครับ

    สุดท้ายนี้ ขอฝากปัจจัยที่ต้องจับตาในเดือนกันยายน คือการประชุมของเฟด ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ ความรุนแรงของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่

    คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

    รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

    Economic Daily Report — July 2026 (Multi-Day Synthesis)

    —

    Dominant Market Narrative

    The global macro landscape is caught in a tightening vice: the Federal Reserve’s hawkish hold at 3.50–3.75% — with a 60% probability of a September hike — is driving the 30-year Treasury yield to its highest since 2007 and the 10-year above 4.7%. This repricing of rate expectations is compressing equity valuations, particularly in long-duration growth and tech, even as AI-driven capex and passive inflows (SpaceX’s Nasdaq 100 inclusion) provide pockets of resilience. Simultaneously, crude oil’s paradoxical setup — a −24% monthly collapse to ~$69, against a backdrop of escalating US-Iran strikes and Middle East maritime disruptions — injects stagflationary ambiguity: falling energy costs ease headline inflation but geopolitical supply risk keeps a hard floor. The IMF’s upward revision of 2026 global inflation to 4.7% confirms that the “last mile” of disinflation remains elusive. The result is a K-shaped market: financials and energy producers benefit from higher rates and still-elevated oil YTD (+20%), while rate-sensitive tech and consumer discretionary names absorb the yield shock.

    —

    Market Regime & Sentiment Gauge

    Regime: Hawkish Hold with Geopolitical Risk Premium — transitioning from “Disinflationary Growth” toward “Stagflationary Pressure” as sticky inflation (IMF 4.7% forecast) collides with slowing global growth signals.

    Sentiment: Cautiously Bearish. The combination of 19-year highs in long-end yields, a Fed biased toward tightening, oil price volatility from geopolitical shocks, and uneven earnings (Delta Air Lines positive vs. DELTA Thailand negative) signals risk-reduction behavior. The BIS warning of an AI-fueled “financial bust” adds structural anxiety. However, bank earnings beats and the Supreme Court’s defense of Fed independence provide stabilizing undercurrents.

    —

    Market Snapshot

    Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
    Equities US500 (SPX): ~7,544–7,575; EU100: 1,926; NIFTY 50: ~24,271; Euro Stoxx Banks: 301.4 Mixed; US choppy with late-session rebounds, Europe positive (+1.33% EU100), Asia mixed Cautiously Negative (US), Mildly Positive (Europe)
    Fixed Income 10Y UST: >4.7%; 30Y UST: 19-year highs; 2Y: declined post-Fed hold Long-end yields surging, curve steepening (bear steepener) Hawkish — markets pricing persistent tight policy
    FX & Commodities DXY: ~100.80; Gold: <$4,100 (−1.35%); Crude Oil (CL1): $69.09 (+0.78% daily, −24.33% monthly) USD firm on yield support; gold pressured; oil volatile with downside momentum Defensive USD demand; commodity complex under pressure
    Volatility VIX / MOVE Index No data available. —

    *Note: Individual index data for Nasdaq, STOXX, Nikkei, Bund, JGB, VIX, MOVE, and EURUSD were not retrievable from the latest tool queries. Data points reflect the most recent available snapshots.*

    —

    Thematic Analysis & Forward Impact

    Theme 1: Fed Hawkish Hold & Yield Surge — The “Higher for Longer” Repricing

  • Trigger: The Fed held rates at 3.50–3.75% with hawkish forward guidance; markets now price a ~60% probability of a September hike. The 30-year Treasury yield surged to levels not seen since 2007.
  • Historical Correlation: Per the correlation database, rising policy interest rates and bond yields are a double-edged sword: positively correlated with bank stocks (BBL, KBANK, SCB, KTB — wider Net Interest Margins) and negatively correlated with finance/securities firms reliant on retail and microfinance lending (SAWAD, MTC, TIDLOR — higher borrowing costs pressure margins). While these are Thai-specific tickers, the transmission mechanism is universal.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Bullish — Financials/Banks (High magnitude, 1–4 weeks): Rate-sensitive lenders benefit directly from wider NIMs. Euro Stoxx Banks (+0.58%) already reflect this.

    – 📉 Bearish — Long-Duration Tech & Growth (High magnitude, 0–48h): Higher discount rates compress DCF valuations. Apple’s −10% single-day move on chip shortage news illustrates acute vulnerability. Nasdaq likely underperforms Dow.

    – 📉 Bearish — Rate-Sensitive Consumer & Real Estate (Medium magnitude, 1–4 weeks): Higher mortgage and consumer credit costs.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The bear steepening dynamic — long-end yields rising faster than short-end — is particularly damaging. It signals markets believe the Fed will keep rates restrictive for longer, eroding the present value of future earnings in tech. Additionally, higher Treasury yields increase the discount rate for gold, explaining the −1.35% drop below $4,100. USD strength (DXY ~100.80) compounds pressure on emerging market assets and commodities.
  • Confidence: High — the rate-equity correlation is one of the most established relationships in finance, and current data is unambiguous.
  • —

    Theme 2: Crude Oil’s Contradictory Setup — Monthly Collapse vs. Geopolitical Floor

  • Trigger: Crude oil (CL1:COM) sits at $69.09, down −24.33% monthly but still +20.32% YTD. Escalating US-Iran strikes and Middle East maritime disruptions inject supply risk, while demand concerns drive the monthly selloff.
  • Historical Correlation: Per the correlation database, rising crude oil prices are positive for energy producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC — higher selling prices and margins) and negative for transportation/logistics (AAV, BA, KEX — fuel cost pressure on margins). Conversely, falling oil prices reverse these effects.
  • Expected Impact:
  • – ⚖️ Mixed — Energy Producers (Medium magnitude, 0–48h to 1–4 weeks): The −24% monthly decline is a margin headwind for upstream and refining names. However, the YTD +20% and geopolitical risk premium support valuations. Net: cautious on energy, favor integrated players with downstream hedges.

    – 📈 Bullish — Airlines & Transport (Medium magnitude, 1–4 weeks): Lower jet fuel and bunker fuel costs provide direct margin relief if the monthly trend sustains.

    – 📈 Bullish — Consumer Discretionary (Low-Medium magnitude, medium term): Lower gasoline prices act as a tax cut for consumers, supporting retail spending.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The IMF explicitly cited “rising energy and commodity prices and Middle East tensions” in raising its 2026 global inflation forecast to 4.7%. This creates a policy dilemma: falling spot oil prices ease near-term CPI, but geopolitical supply risk threatens a reversal. The US trade deficit surge (+42.2% to $77.6B, driven by AI-related capital goods imports) adds another layer — oil imports remain a structural deficit contributor.
  • Confidence: Medium — the direction of correlation is clear, but the bimodal outcome (geopolitical spike vs. demand-driven decline) lowers certainty on net positioning.
  • —

    Theme 3: AI Investment Super-Cycle — Boom or Bust?

  • Trigger: The Bank for International Settlements (BIS) explicitly warned that the “massive surge in AI investment driving global stock markets to record highs risks leading to a financial bust as hidden costs surface.” Meanwhile, SpaceX was added to the Nasdaq 100, attracting ~$4.3B in passive inflows.
  • Historical Correlation: While the correlation database does not provide explicit “AI investment → stock” rules, the broader pattern of capital expenditure super-cycles leading to overcapacity and margin compression is a well-documented historical precedent (telecom fiber bubble, dot-com era).
  • Expected Impact:
  • – 📈 Bullish — AI Infrastructure & Semiconductor (High magnitude, 0–48h to 1–4 weeks): Passive inflows (SpaceX addition), strong AI-related earnings, and continued capex support near-term momentum. Amazon-led gains and AI stock surges noted on Aug 2.

    – 📉 Bearish — Overleveraged AI-Adjacent Names (Medium magnitude, medium term): BIS warning specifically targets “hidden costs in company accounts and consumer prices.” Second-derivative plays face revaluation risk.

    – ⚠️ K-Shaped Divergence: Bluebell explicitly recommends “focusing on AI and semiconductor stocks while diversifying portfolios in a K-shaped market amid Fed tightening signals.”

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The AI trade is financed by loose credit and equity enthusiasm — both under threat from the Fed’s hawkish hold. The US trade deficit’s record surge ($77.6B) is “driven by record capital goods imports tied to AI investment,” meaning the AI boom is literally widening the trade gap. Any pullback in AI capex would transmit through: tech earnings misses → equity selloff → tighter financial conditions → reduced business investment.
  • Confidence: Medium — the BIS warning is authoritative, and K-shaped dynamics are confirmed by multiple sources, but timing a potential bust is inherently uncertain.
  • —

    Theme 4: Geopolitical Risk Premium — Middle East & Global Inflation Transmission

  • Trigger: Escalating US-Iran strikes and maritime disruptions are lifting energy prices from their lows and complicating central bank rate outlooks globally. The IMF explicitly linked Middle East tensions to its 4.7% global inflation forecast.
  • Historical Correlation: The correlation database confirms that higher oil prices → positive for energy producers (PTTEP, PTT) and negative for USD-indebted power utilities (BGRIM, GPSC, GULF) through the weak-Baht/high-import-cost channel. This is particularly relevant for emerging markets with energy import dependency.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Bullish — Defense & Energy Security (Medium magnitude, medium term): SCB’s provision of 68B baht in credit to PTT for “energy infrastructure and global market volatility” signals real-economy capital allocation toward energy security.

    – 📉 Bearish — Emerging Market Equities & Currencies (High magnitude, 1–4 weeks): Oil price volatility above $100/barrel (noted in earlier July) raises inflation and forces EM central banks to maintain tight policy, even as growth slows. The National Bank of Georgia holding at 8.25% with inflation at 5.8% exemplifies this regional pressure.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: Geopolitical oil spikes transmit through: higher input costs → sticky inflation → hawkish central banks → higher real yields → USD strength → EM currency weakness → capital outflows. This is the stagflationary transmission chain that markets most fear.
  • Confidence: Medium-High — the geopolitical trigger is real and ongoing, and the transmission mechanism is well-established, but the magnitude and duration depend on conflict escalation.
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    Overweight Financials / Underweight Long-Duration Tech (1–4 week horizon)

    The strongest signal from available data is the rate-yield repricing. With the Fed holding hawkish at 3.50–3.75%, 30-year yields at 19-year highs, and a 60% probability of a September hike, the bear steepener trade favors:

    1. Overweight Bank & Financials: European bank stocks (Euro Stoxx Banks at 301.4, +0.58%) and US financials benefit directly from wider NIMs. Rate-sensitive lending institutions with floating-rate assets are the clearest beneficiaries.

    2. Underweight Growth/Tech (tactical): Apple’s −10% single-day move is a warning shot. Long-duration equities face persistent valuation compression until the yield trajectory reverses.

    3. Hedge: Long USD / Short Gold: DXY at ~100.80 with upward momentum from rate differentials; gold below $4,100 (−1.35%) confirms the negative correlation with real yields. This hedge protects against further rate shocks.

    4. Selective Energy Exposure: Favor integrated energy majors with downstream operations that hedge against crude’s −24% monthly decline. Avoid pure upstream plays until oil finds a floor.

    Key Triggers to Monitor:

  • September FOMC dot plot and rate decision
  • US CPI data (consistently flagged as a market-moving catalyst)
  • US-Iran conflict escalation/de-escalation
  • Q2 tech earnings (AI capex guidance)
  • 10-year UST break above 5.0%
  • —

    Key Risk Scenarios

  • Base Case (55% probability): Fed remains on hold through Q3 2026. 10-year yields oscillate between 4.5–5.0%. Oil stabilizes at $65–75. K-shaped divergence persists — financials and energy outperform, tech underperforms. S&P 500 range-bound at 7,400–7,650.
  • Bull Case (20% probability): De-escalation in the Middle East + softer US labor data force the Fed to abandon hike bias. Yields retrace to 4.2–4.5%. Tech and growth stocks stage a sharp relief rally. S&P 500 breaks above 7,700. Gold rebounds above $4,200.
  • Bear Case (25% probability): US-Iran conflict escalates, pushing oil above $100. Fed forced to hike in September to contain inflation expectations. 10-year yield breaches 5.5%. Broad equity selloff, EM currencies collapse. Stagflationary regime fully materializes. S&P 500 retests 7,000.
  • —

    Key Takeaways

  • Fade duration risk: Long-end yields at 19-year highs signal a structural repricing; underweight long-duration growth/tech until the 10-year UST stabilizes below 4.5%.
  • Own banks, not fintech: Net interest margin expansion from the Fed’s hawkish hold benefits traditional lenders; non-bank finance firms with fixed-rate loan books face margin compression.
  • Oil’s −24% monthly collapse is a demand warning, not an all-clear: Geopolitical supply risk (US-Iran) keeps a hard floor; energy sector positioning should be hedged, not directional.
  • The AI trade is bifurcating: Quality AI infrastructure names benefit from passive inflows (Nasdaq 100 additions), but BIS warns of systemic overinvestment risk — avoid second-derivative AI plays with weak balance sheets.
  • USD strength is the silent portfolio killer: DXY above 100.80, supported by rate differentials, pressures gold, EM equities, and commodities — maintain USD-long exposure as a portfolio hedge.
  • September FOMC is the pivotal event: The 60% hike probability is the fulcrum on which all asset allocation decisions hinge; position for data dependence in employment and CPI prints.
  • —

  • Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.
  • BBIK

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: BBIK — บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ลดสัดส่วน (REDUCE) — แนะนำทำกำไรบางส่วน; ปรับจุดตัดขาดทุนขึ้นมาที่ 20.30
    แนวโน้มทิศทาง สัญญาณ Bearish Divergence (เพิ่มความระมัดระวังระยะใกล้ในแนวโน้มขาขึ้น)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา แกว่งตัว (1–5 วันหลังประกาศผลประกอบการ เพื่อรอการยืนยันทิศทาง)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~21.50 บาท (ข้อมูลวันที่ 7 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 7 สิงหาคม 2569 (Yahoo Finance / SET)
    สถานะของแผนการเทรด สัญญาณเตือนการกระจายหุ้น — รอการยืนยันทิศทาง

    บทสรุปการตัดสินใจ: BBIK ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นปี (+44.29%) โดยมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง (รายได้ +5.7%, กำไรสุทธิ +14.6%, นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ “ซื้ออย่างแข็งแกร่ง” ราคาเป้าหมาย 26.38 บาท) แต่มีสัญญาณเตือนสามประการเกิดขึ้น: (1) MACD Divergence — สัญญาณคลาสสิกของการหมดแรงของโมเมนตัมในแนวโน้มขาขึ้น, (2) NVDR กระจายหุ้น — สัดส่วนขายสุทธิ -34.27% ติดต่อกัน 2 วัน, และ (3) อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (R/R) ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ 0.83 ณ จุดเข้าที่ให้มา นี่คือรูปแบบ กับดักกระทิง (Bull Trap) / การกระจายหุ้น (Distribution) ผู้ถือหุ้นเดิมควรลดสัดส่วนการลงทุน; การเปิดสถานะใหม่ยังไม่มีเหตุผลสนับสนุน จนกว่า divergence จะคลี่คลายในทางขาขึ้น หรือเกิดการย่อตัวกลับมายังแนวรับที่แข็งแกร่งขึ้นซึ่งให้ค่า R/R ที่ยอมรับได้

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง; อยู่ใน squeeze พร้อมปริมาณที่แห้งเหือด; Keltner ขาขึ้น (เดินบนขอบบน) — แนวโน้มยังอยู่แต่กำลังบีบอัด บวก (แนวโน้ม) / ลบ (squeeze + ปริมาณแห้ง) ปานกลาง
    ปริมาณการซื้อขายและโมเมนตัม MACD Divergence — ราคาทำ new high แต่ MACD ลดลง = bearish divergence; RSI เป็นกลาง; ปริมาณแห้งเหือด คำเตือน Bearish Divergence ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มี
    Short Selling ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มี
    NVDR สัดส่วนสุทธิ -34.27%, ขายต่อเนื่อง 2 วัน, ยอดสะสม 3 วัน -5.4 ล้านบาท; สภาพคล่อง < 100 ล้านบาทถูกตั้งค่าสถานะ การกระจายหุ้น (ระดับกลาง-แข็งแกร่ง) ต่ำ (คำเตือนสภาพคล่อง)
    ข่าวสารและตัวเร่ง นักวิเคราะห์แนะนำ Strong Buy, ราคาเป้าหมาย 26.38 (+26.83%); ประกาศกำไร 11 ส.ค. ผ่านไปแล้ว; P/E 12.32, Forward P/E 11.24; Beta -0.01 บวก (ปัจจัยพื้นฐาน) ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน รายได้ +5.7% YoY, กำไรสุทธิ +14.6% YoY, EPS 1.74, อัตราเงินปันผล 2.23%; การประเมินมูลค่าสมเหตุสมผลสำหรับการเติบโต บวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: ผสมผสาน — มีโอกาสเป็นการกระจายหุ้น (Divergence + NVDR ขาย) ในแนวโน้มขาขึ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (แข็งแกร่ง, YTD +44.29%, Keltner ขาขึ้นยืนยันแนวโน้ม)
    • วัฏจักรตลาด: เฟสคำเตือนการกระจายหุ้น — ราคาทำ new high แต่ MACD divergence ร่วมกับ NVDR กระจายหุ้น บ่งชี้ smart money อาจกำลังขายทำกำไร
    • แนวรับสำคัญ: 20.30 (ด่านแรก), 19.40 (จุดตัดขาดทุนตามที่ให้มา / แนวรับโครงสร้างที่ลึกกว่า), 12.80 (จุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 22.40 (ด่านแรก / แนวต้านตามที่ให้มา), 23.50 (เป้าหมายตามที่ให้มา), 24.20 (จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์), 26.38 (ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์)
    • โมเมนตัม: MACD Divergence เป็นสัญญาณที่สำคัญที่สุด จากคลังความรู้ RAG: “หากราคาหุ้นทำ new high (Higher High) แต่ MACD ทำจุดสูงสุดที่ต่ำลง Bearish Divergence จะเกิดขึ้น — เป็นการเตือนว่าโมเมนตัมหมดแรงแล้ว” RSI เป็นกลาง — ไม่สุดขั้ว การรวมกันนี้ (ขาขึ้น + bearish divergence) เป็นตำราของกับดักกระทิง Keltner ที่ยังเป็นขาขึ้นและความแข็งแกร่งของแนวโน้ม “Strong” แนะนำว่าแนวโน้มหลักยังไม่เสียหาย — divergence เป็นคำเตือน ไม่ใช่การกลับตัวที่ยืนยันแล้ว
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายรายใหญ่แบบบล็อกเทรดได้
    • การตีความ Short-Selling: ไม่พร้อมใช้งาน นี่คือจุดบอดที่สำคัญเมื่อมีสัญญาณ bearish divergence — หากขาดข้อมูล short เราจะประเมินไม่ได้ว่า short sellers กำลังเดิมพันขาลงอย่างจริงจังหรือไม่
    • การตีความ NVDR: นี่คือสัญญาณกระแสเงินทุนที่น่ากังวลที่สุด สัดส่วนสุทธิ NVDR -34.27% ติดต่อกัน 2 วัน เกินเกณฑ์การกระจายหุ้น 15% อย่างเด็ดขาด ยอดสะสม 3 วันอยู่ที่ -5.4 ล้านบาท ยืนยันความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามมูลค่าการซื้อขายรวมถูกตั้งค่าสถานะต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งอาจขยายสัดส่วนให้สูงเกินจริง และอาจเกิดจากการปรับโครงสร้าง Big Lot มากกว่าการกระจายหุ้นในตลาด เครื่องมือ NVDR จัดประเภทสิ่งนี้ว่าเป็นลบ “ระดับกลางถึงแข็งแกร่ง” ให้ถือว่าเป็น คำเตือนการกระจายหุ้นที่มีน้ำหนักแต่ยังไม่ยืนยัน
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: NVDR แสดงการขายของต่างชาติต่อเนื่อง ข้อมูล Short Selling และ Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน — สองจุดบอดที่สำคัญ MACD bearish divergence สอดคล้องกับสัญญาณกระจายหุ้นของ NVDR สร้างความสอดคล้องที่น่ากังวล ราคายังไม่ได้ยืนยันการกระจายหุ้นด้วยการหลุด 20.30 ลงมา — โครงสร้างขาขึ้นยังคงอยู่ นี่คือการกำหนดค่าแบบ เฝ้าระวังการพังทลาย ไม่ใช่ actionable short

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ลักษณะที่แน่ชัดของ MACD divergence ( bullish หรือ bearish) ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่บริบท — แนวโน้มขาขึ้น + สถานะ “Divergence” + NVDR ขาย — สนับสนุนการตีความว่าเป็น bearish divergence อย่างมาก นี่เป็นการอนุมาน ไม่ใช่ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่มีจุดเข้าใหม่ — R/R ที่ 0.83 ต่ำกว่าเกณฑ์และรูปแบบ divergence/distribution ห้ามเปิด long ใหม่ ผู้ถือหุ้นเดิมควรบริหารความเสี่ยง
    • โซนเข้าเทรด: ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้องสำหรับสถานะใหม่
    • สัญญาณเข้าเทรด: ไม่เกี่ยวข้องกับสถานะใหม่ สำหรับการกลับเข้ามาใหม่: เฉพาะเมื่อ bearish divergence ถูกปฏิเสธ — MACD ทำ new high ยืนยันราคา new high, NVDR กลับเป็นยอดซื้อสุทธิ (≥ 3 วันซื้อต่อเนื่อง) และราคาย่อตัวกลับสู่ 20.30–21.00 พร้อมปริมาณซื้อขายยืนยัน
    • เป้าหมาย 1: 23.50 (ตามที่ให้มา; แนวต้านระยะใกล้ — ใช้ได้สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม)
    • เป้าหมาย 2: 26.38 (ราคาเป้าหมายเฉลี่ยนักวิเคราะห์; +26.83% — ระยะกลาง)
    • จุดตัดขาดทุน: 20.30 สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม (แนวรับด่านแรก); 19.40 เป็นการเสียโครงสร้างเด็ดขาด
    • จุดตัดขาดทุนแบบ Trailing Stop: ผู้ถือหุ้นเดิม: หากราคาปิดต่ำกว่า 20.30 ให้ออกจากสถานะที่เหลือ หากราคาทะลุเหนือ 22.40 ด้วยปริมาณการซื้อขาย ให้เลื่อนจุดตัดขาดทุนตามไปที่ 21.00
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง ไปยังเป้าหมาย 1: ตามที่ให้มา 0.83 คำนวณอิสระ: (23.50 − 21.90) / (21.90 − 19.40) = 1.60 / 2.50 = 0.64 ทั้งคู่ต่ำกว่าเกณฑ์ 1.5 อย่างชัดเจน เพียงเท่านี้ก็ตัดสิทธิ์การเปิดสถานะใหม่ออกไป
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ไม่มีการดำเนินการสำหรับสถานะใหม่ ผู้ถือหุ้นเดิม: ลดสัดส่วน 30–50% ที่ระดับปัจจุบัน (~21.50) หรือเมื่อราคาดีดกลับไปยัง 22.00–22.40
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้: N/A — ไม่แนะนำให้เข้าเทรด สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ห้ามเพิ่มสถานะ

    อัปเกรดเป็น ซื้อ (BUY): MACD divergence ถูกปฏิเสธ (MACD ยืนยัน new high), NVDR กลับเป็นยอดซื้อสุทธิต่อเนื่อง (≥ 3 วัน), และราคาย่อกลับมาที่ 20.30 พร้อมปริมาณสนับสนุน — ให้ค่า R/R ≥ 2.0 ด้วยราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 26.38

    ลดระดับเป็น ขาย (SELL): ปิดรายวันต่ำกว่า 20.30 ด้วยปริมาณที่ขยายตัว — ยืนยันทฤษฎี bearish divergence และการกระจายหุ้น

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง MACD divergence ถูกปฏิเสธ (MACD ทำ new high); ราคาทะลุ 22.40 ด้วยปริมาณ; NVDR กลับเป็นยอดซื้อสุทธิ ปรับตัวขึ้นสู่ 23.50 จากนั้น 26.38 (ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์) ปิดต่ำกว่า 20.30 — divergence ยืนยันว่าใช้ได้
    กรณีฐาน การบีบอัดต่อเนื่องใน squeeze 20.30–22.40; MACD divergence ไม่คลี่คลาย; NVDR ยังขายต่อ แกว่งตัวในกรอบ; การกระจายหุ้นดำเนินต่อไปอย่างเงียบ ๆ; ความเสี่ยงพังทลายในที่สุด กรอบยังคงอยู่ — ไม่มีการเสียความสมเหตุสมผล; เสี่ยงเกิด gap ลงทันที
    กรณีหมี ปิดรายวัน < 20.30 ด้วยปริมาณขยายตัว; NVDR ขายเร่งตัวขึ้น ปรับตัวลงสู่ 19.40 จากนั้น 18.00; divergence ยืนยันและแนวโน้มกลับตัว ปิดกลับเหนือ 22.40 จะกู้โครงสร้างขาขึ้น

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 (11 ส.ค. 2569 — เพิ่งประกาศ): ปฏิกิริยาของตลาดในอีก 1–3 เซสชั่นข้างหน้ามีความสำคัญ รายได้ +5.7% และกำไรสุทธิ +14.6% (ตามหลัง) ถือว่าแข็งแกร่ง หากรายงานวันที่ 11 ส.ค. น่าผิดหวังเมื่อเทียบกับความคาดหมาย bearish divergence อาจเร่งตัวขึ้น ในทางกลับกัน หากดีเกินคาดอาจปฏิเสธ divergence
    • ความต้องการ Digital / AI: ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation และ AI แบบ end-to-end BBIK ได้ประโยชน์จากปัจจัยหนุนระยะยาว การชนะสัญญาใหม่หรือการประกาศความร่วมมือจะเป็นตัวเร่งเชิงบวก
    • กิจกรรม M&A: กลยุทธ์ของ Bluebik รวมถึง M&A และการขยาย JV การประกาศซื้อกิจการใด ๆ อาจปรับราคาหุ้นใหม่

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: Bearish MACD divergence ในแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งเป็นความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด จากคลังความรู้ RAG: “ราคาทำ new high แต่ MACD เคลื่อนไหวต่ำลง — โมเมนตัมหมดแรง เตรียมขาย” การล้มเหลวของ divergence มักจะก่อให้เกิดการปรับฐานที่รุนแรง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: NVDR กระจายที่ -34.27% ติดต่อ 2 วัน เป็นสัญญาณขายของต่างชาติที่ยืนยันแล้ว หากยืดเยื้อถึง 3–5 วันติดต่อกัน จะกลายเป็นการกระจายหุ้นที่มีความเชื่อมั่นสูง ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่พร้อมใช้งาน — สองจุดบอดที่สำคัญ
    • ความเสี่ยงด้านพื้นฐาน/เหตุการณ์: Beta -0.01 เป็นสิ่งผิดปกติ — หุ้นไม่มีความสัมพันธ์กับตลาด แนะนำว่าราคาขึ้นกับตัวเร่งของตัวเอง สิ่งนี้ทำให้คาดเดาไม่ได้ในเหตุการณ์ตลาดกว้าง แต่ก็หมายความว่าผลกระทบจาก Macro อาจไม่กระทบ Forward P/E ที่ 11.24 สมเหตุสมผลสำหรับผู้ที่กำไรเติบโต 14.6% จำกัดความเสียหายด้านพื้นฐาน
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: เครื่องมือ NVDR ตั้งค่าสถานะมูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตามมูลค่าการซื้อขายรายวันของ BBIK (145.9 ล้านบาทตาม factsheet ของ SET) แนะนำว่าหุ้นโดยรวมมีสภาพคล่อง — สภาพคล่องเฉพาะ NVDR อาจเบาบาง ไม่ใช่ทั้งตลาด ถึงกระนั้นควรเพิ่มความระมัดระวังในการกำหนดขนาดตำแหน่ง

    การทำให้แนวคิดการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: สำหรับผู้ถือหุ้นเดิม: การปิดรายวันต่ำกว่า 20.30 ทำให้โครงสร้างขาขึ้นเสียหายและยืนยัน bearish divergence — ออกทันที สำหรับการพิจารณาเปิดใหม่: หาก MACD ทำ new high ยืนยันแนวโน้มและ NVDR กลับมาซื้อต่อเนื่อง ทฤษฎีการกระจายหุ้นจะไม่เป็นผล

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ตามที่ให้มา): 21.90 − 19.40 = 2.50 บาท
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น (จุดตัดขาดทุน tighter ที่ 20.30): ~21.50 − 20.30 = 1.20 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ความเสี่ยงต่อหุ้น 2.50 บาท (จากระดับที่ให้มา) เกือบ 11.6% ของราคาเข้า — สูงเกินไปสำหรับ swing trade การใช้จุดตัดขาดทุนที่ 20.30 (1.20 บาท, ~5.6% ความเสี่ยง) เหมาะสมกว่าแต่ให้ R/R เพียง (23.50 − 21.50) / 1.20 = 1.67 — พอรับได้แบบเฉียดฉิว สูตรสำหรับใช้ในอนาคต:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{|\text{ราคาเข้า} – \text{จุดตัดขาดทุน}|} \right\rfloor$$

    จาก bearish divergence ให้จำกัดความเสี่ยงที่ 1% ของพอร์ตแม้จะใช้จุดตัดขาดทุนที่ tighter

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 13 ส.ค. 2569 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดแนวโน้ม, squeeze, divergence, ระดับ entry/stop
    RAG Knowledge — Divergence Rules สืบค้น: 13 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน Bearish divergence = โมเมนตัมหมดแรง; สัญญาณออกเมื่อราคาหลุดแนวรับ (EMA 20 หรือ swing low); Keltner ขาขึ้น + squeeze = สัญญาณขัดแย้ง
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดของกิจกรรมสถาบัน — ลดความเชื่อมั่น
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) N/A ไม่พร้อมใช้งาน จุดบอดของกิจกรรมเก็งกำไรขาลง — ลดความเชื่อมั่น
    NVDR Analyzer 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (3 วัน) สัดส่วน -34.27%, ขายต่อเนื่อง 2 วัน; ตั้งค่าสถานะสภาพคล่องต่ำ; จัดประเภทเป็น “Medium-Strong Bearish”
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 13 ส.ค. 2569 (ค้นหา) ปัจจุบัน นักวิเคราะห์ Strong Buy, TP 26.38 (stockanalysis.com); P/E 12.32; กำไร 11 ส.ค.; รายได้ +5.7%, NI +14.6%

    ข้อขัดแย้งของแหล่งข้อมูลที่สำคัญ: คำแนะนำนักวิเคราะห์ (Strong Buy, TP 26.38) ขัดแย้งโดยตรงกับ bearish MACD divergence และสัญญาณ NVDR กระจายหุ้น นี่คือมุมมองบวกด้านปัจจัยพื้นฐานที่มีความเชื่อมั่นสูง กับคำเตือนทางเทคนิค/กระแสเงินทุนที่เป็นลบระดับกลาง ในความขัดแย้งเช่นนี้ price action จะทำหน้าที่เป็นตัวตัดสิน — จนกว่าราคาจะทะลุ 22.40 (ขาขึ้น) หรือ 20.30 (ขาลง) ความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย R/R ที่ให้มา 0.83 คำนวณอิสระได้ 0.64 — ทั้งคู่ต่ำกว่าเกณฑ์

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — ไม่อนุญาตให้เปิดสถานะใหม่ เนื่องจาก MACD bearish divergence, NVDR กระจายหุ้นต่อเนื่อง 2 วันที่ -34.27%, และ R/R ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ 0.64–0.83 ผู้ถือหุ้นเดิมควรลดสัดส่วนลง 30–50% และตั้งจุดตัดขาดทุน tighter ที่ 20.30 คำแนะนำนักวิเคราะห์ Strong Buy (TP 26.38) และปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งเป็นพื้นหนุน แต่รูปแบบ divergence/distribution เป็นกับดักกระทิงคลาสสิกที่ต้องการการตั้งรับ กลับเข้าซื้อใหม่เฉพาะเมื่อ MACD ยืนยัน new high และ NVDR กลับมาซื้อต่อเนื่อง

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T06:02:49.615+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:BBIK|company_name:Bluebik Group Public Co., Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:23.5|entry_price:21.9|sell_price:22.4|stop_loss_level:19.4|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:20.3|immediate_resistance:22.4|risk_reward_ratio:0.83`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่ตั้งไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*


    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: BBIK อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแต่มีสัญญาณ Bearish MACD Divergence และวอลุ่มแห้งเหือดใน Squeeze ระหว่างแนวรับ 20.30–22.40 — ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเตือนการกระจายหุ้น
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำ ห้ามซื้อใหม่ สำหรับผู้ถือเดิม ลดสัดส่วน 30–50% ที่ราว 21.50 หรือที่เด้งขึ้นไป 22.00–22.40; เป้าหมายลดความเสี่ยง ไม่มีจุดเข้าที่ปลอดภัยสำหรับสถานะใหม่
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [❌ สัญญาณอันตราย-ไม่น่าสนใจ] NVDR ขายสุทธิต่อเนื่อง 2 วันสูงถึง -34.27% ยอดสะสม 3 วันติดลบ นักลงทุนต่างชาติกำลังกระจายหุ้นออก Smart Money ยังไม่ชัดเพราะขาดข้อมูล Big Lot/Short แต่โดยรวมมีน้ำหนักไปทางกระจายหุ้น ไม่คุ้มค่าแก่การติดตามในขณะนี้
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 20.30 หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ให้ยกเลิกแผน/ออกจากสถานะทันที

    Here is the Thai translation of the provided text:

    Here is the Thai translation of the provided text:

    🇹🇭 การวิเคราะห์ข้ามมิติรายวันของดัชนี SET: กระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มระมัดระวังท่ามกลางการปรับเพิ่มเป้าหมายเชิงบวกจากกระแส AI

    ## ปัจจัยกระทบระดับมหภาค/การเมือง: สถานะศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐาน AI ผลักดันเป้าหมาย SET สู่ 1,818 จุด; กระแสเงินทุนไหลออกจากต่างประเทศส่งสัญญาณเตือน

    เหตุการณ์: เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET ณ สิ้นปีเป็น 1,818 จุด โดยอ้างถึงการเกิดขึ้นของประเทศไทยในฐานะ ศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับภูมิภาค และความคาดหวังว่าจะมี กระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง (BLS) ได้ออกประมาณการพร้อมกันว่าดัชนี SET จะมีแนวโน้ม sideways-up (เคลื่อนที่ในกรอบแล้วค่อยๆ ปรับตัวขึ้น) ในช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปี 2026 โดยมีเป้าหมายที่ 1,700 จุด โดยมีปัจจัยหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนและกระแสเงินทุนไหลเข้าที่อาจสูงถึง 2 แสนล้านบาท

    สัญญาณที่ขัดแย้งกัน — กระแสเงินทุนต่างชาติ: แม้จะมีมุมมองเชิงบวก แต่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานว่า นักลงทุนต่างชาติกลายเป็นผู้ขายสุทธิเป็นมูลค่า 74.25 ล้านบาท ในตลาด SET และ MAI เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2026 โดยนักลงทุนในประเทศเป็นผู้ดูดซับแรงขายไว้ แม้จะไม่มากในแง่ของมูลค่าสัมบูรณ์ แต่ก็ถือเป็นสัญญาณความแตกต่างในระยะสั้นระหว่างมุมมองเชิงบวกของฝ่ายขายวิเคราะห์กับพฤติกรรมที่แท้จริงของเงินทุนสถาบันต่างชาติ

    บริบทความเสี่ยงในภูมิภาค: S&P Dow Jones Indices ส่งสัญญาณว่า อินโดนีเซียอาจถูกปรับสถานะจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เป็นตลาดชายขอบ (Frontier Market) ส่งผลให้ดัชนี Jakarta Composite ขยายผลขาดทุนตั้งแต่ต้นปีเป็น 32% ความเสี่ยงของตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคนี้อาจกระตุ้นให้เกิด การปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนของกองทุนเชิงรับ (Passive Fund) ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อน้ำหนักของประเทศไทยในดัชนีตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก ซึ่งอาจเป็นผลบวกต่อดัชนี SET หากเงินทุนไหลย้ายจากอินโดนีเซียเข้าสู่ประเทศไทย

    ## หุ้น/ภาคส่วนที่มีความสัมพันธ์:

    ## 🔴 ผลกระทบเชิงลบ — หุ้นพลังงานขนาดใหญ่ (PTT)

    ปัจจัยกระทบระดับมหภาค/การเมือง: ข้อมูลวันที่ 8 กรกฎาคม 2026 แสดงว่าดัชนี SET ร่วงลงมากกว่า 15 จุด เมื่อเปิดตลาด โดยมีแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่อย่าง GULF และ PTT ท่ามกลางตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวลง แม้จะอยู่นอกกรอบเวลา 24-36 ชั่วโมงที่เข้มงวด แต่ดูเหมือนว่าแรงขายที่หลงเหลืออยู่ในหุ้นขนาดใหญ่จะยังคงมีต่อไป การขายสุทธิของต่างชาติในวันที่ 10 สิงหาคมยิ่งตอกย้ำความระมัดระวังที่มีต่อหุ้นน้ำหนักสูงในดัชนีเหล่านี้

    ข้อมูลหุ้น (PTT): PTT อยู่ในแนวโน้ม ขาขึ้น (UP_TREND) ที่มีโครงสร้างแนวโน้มแข็งแกร่ง — ราคาเป้าหมาย 40.25 บาท จุดเข้าซื้อที่ 38.25 บาท จุดตัดขาดทุนที่ 36.75 บาท ปริมาณการซื้อขาย ขยายตัวขึ้นขณะทะลุกรอบ (EXPANDING ON BREAKOUT) , Keltner Channels กำลังปรับตัวสูงขึ้น และ MACD แสดง สัญญาณตัดกัน (crossover) — ทั้งหมดยืนยันช่วงของการปรับตัวขึ้น (Markup Phase) อย่างไรก็ตาม RSI อยู่ในเขต ซื้อมากเกินไป (overbought) และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงลดลงเหลือ 0.91:1 ซึ่งบ่งชี้ว่าช่วงที่ทำกำไรได้ง่ายได้ผ่านไปแล้ว และการไล่ราคาซื้อในระดับปัจจุบันมีความเสี่ยงสูง

    ผลกระทบที่คาดหวัง: ⚠️ แนวโน้มขาขึ้นอย่างระมัดระวัง / ความเสี่ยงในการพักฐานระยะสั้น PTT ได้ประโยชน์จากราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่กระแสเงินทุนไหลออกจากต่างประเทศในระยะสั้นและภาวะทางเทคนิคที่ซื้อมากเกินไปเป็นข้อโต้แย้งให้ใช้ กลยุทธ์รอซื้อเมื่อราคาพักฐาน (pullback entry strategy) แทนที่จะไล่ซื้อตามโมเมนตัม

    ## 🟡 แนวโน้มเป็นกลางถึงขาขึ้น — พลังงานและสาธารณูปโภค (GULF)

    ปัจจัยกระทบระดับมหภาค/การเมือง: เรื่องราวของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐาน AI ส่งผลดีโดยตรงต่อผู้ผลิตไฟฟ้าและผู้พัฒนาเขตอุตสาหกรรม GULF ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของประเทศไทย จะได้รับประโยชน์จากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล

    ข้อมูลหุ้น (GULF): GULF อยู่ในช่วง sideways / consolidation (เคลื่อนที่ในกรอบ/พักฐาน) โดยมีการ บีบตัวของความผันผวน (volatility squeeze) แบบตำราเรียน — Keltner Channels แบนราบ ปริมาณการซื้อขาย แห้งเหือดขณะอยู่ในการบีบตัว (DRYING IN SQUEEZE) และ MACD ได้ตัดกันเป็น สัญญาณขาขึ้น นี่คือรูปแบบการขดตัวก่อนทะลุกรอบแบบคลาสสิก จุดเข้าซื้อที่ 62.00 บาท ราคาเป้าหมาย 63.50 บาท จุดตัดขาดทุน 60.00 บาท — อัตราส่วน R:R เท่ากับ 1.50:1

    ผลกระทบที่คาดหวัง: 🟢 แนวโน้มขาขึ้นอย่างระมัดระวัง — รอการยืนยันการทะลุกรอบ แนวคิดเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นปัจจัยหนุนพื้นฐาน แต่ GULF ต้องทะลุแนวต้านที่ 63.19 บาทขึ้นไปพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่ขยายตัว ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงปรับตัวขึ้นที่ยืนยันแล้ว การบีบตัวของความผันผวนร่วมกับสัญญาณ MACD ตัดกันทำให้หุ้นนี้เป็นตัวเลือกสำคัญในรายการติดตาม

    ## 🟢 แนวโน้มขาขึ้น — อิเล็กทรอนิกส์สำหรับ AI/ศูนย์ข้อมูล (DELTA)

    ปัจจัยกระทบระดับมหภาค/การเมือง: เรื่องราว “ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐาน AI” เป็นปัจจัยกระตุ้นโดยตรงสำหรับ DELTA ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านการผลิตอิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นด้านพลังงานของประเทศไทย DELTA มีผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 สูงกว่าราคาประเมิน (earnings beat) (รายงานเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2026) โดยได้แรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในกลุ่ม AI และศูนย์ข้อมูล พร้อมแนวโน้มการเติบโตของรายได้ 15–20% เมื่อเทียบกับปีก่อน และการเติบโตของกลุ่มศูนย์ข้อมูล 40–50%

    ข้อมูลหุ้น (DELTA): DELTA อยู่ในแนวโน้ม ขาขึ้น (UP_TREND) ที่ยืนยันแล้ว โดยความชันของ Keltner Channel เพิ่มขึ้น หุ้นอยู่ในช่วง การบีบตัวของความผันผวนภายในแนวโน้มขาขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบการต่อเนื่องของแนวโน้มขาขึ้นที่มีความน่าจะเป็นสูง ปริมาณการซื้อขาย แห้งเหือดขณะอยู่ในการบีบตัว (DRYING IN SQUEEZE) , RSI อยู่ในระดับเป็นกลาง และ MACD อยู่ในตำแหน่งเส้นศูนย์ จุดเข้าซื้อที่ 335 บาท ราคาเป้าหมาย 348–356 บาท จุดตัดขาดทุน 328 บาท — อัตราส่วน R:R เท่ากับ 2.57:1 ซึ่งดีที่สุดในสามหุ้นที่วิเคราะห์

    ผลกระทบที่คาดหวัง: 🟢 แนวโน้มขาขึ้น — โซนสะสมหุ้นที่มีความเชื่อมั่นสูง DELTA เป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงที่สุดจากธีมโครงสร้างพื้นฐาน AI ผลประกอบการที่สูงกว่าคาดยืนยันแนวคิดพื้นฐาน และรูปแบบเทคนิคการบีบตัวภายในแนวโน้มขาขึ้นเป็นโอกาสในการเข้าซื้อที่มีโครงสร้างชัดเจน นี่คือคำแนะนำขาขึ้นที่มีความเชื่อมั่นสูงที่สุดในการวิเคราะห์ข้ามมิติวันนี้

    ## 3. กลยุทธ์และแนวโน้ม (“การดำเนินการ”)

    ปัจจัย การประเมิน
    ความรู้สึกในภาพรวม (Sentiment) เป้าหมายของนักวิเคราะห์เชิงบวก (1,700–1,818) เทียบกับกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกเล็กน้อย (74.25 ล้านบาท) — แนวโน้มข่าวเชิงบวก, กระแสเงินทุนระมัดระวัง
    ปัจจัยกระตุ้นหลัก ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐาน AI; ผลประกอบการ DELTA Q2 สูงกว่าคาด; โอกาสการหมุนเวียนของตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคจากอินโดนีเซีย
    ความเสี่ยงหลัก การกลับทิศของกระแสเงินทุนต่างชาติอาจเร่งตัวขึ้น; ตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ส่งสัญญาณถึงกระแสความเสี่ยงต่ำ (Risk-off) ในวงกว้าง
    การหมุนเวียนของภาคส่วน เลือก AI/ศูนย์ข้อมูล (DELTA) มากกว่าพลังงาน (PTT) — ให้ความสำคัญกับการเติบโตมากกว่าคุณค่า; GULF เป็นตัวเลือกสำหรับการทะลุกรอบ
    ความโน้มเอียงโดยรวม เลือกมองเชิงบวก (Selectively Bullish) — ยึดติดผู้นำธีม AI, รอจังหวะพักฐานในหุ้นพลังงาน

    > บรรทัดล่าง: ตลาดหุ้นไทยอยู่ในจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจ ฝ่ายขายวิเคราะห์กำลังปรับเพิ่มเป้าหมายอย่างจริงจังตามแนวคิดโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่กระแสเงินทุนสถาบันต่างชาติที่เกิดขึ้นจริงแสดงถึงการทำกำไรที่ไม่แน่นอน กลยุทธ์การลงทุนที่ชาญฉลาดคือการเลือกลงทุน เน้นน้ำหนัก DELTA ทุกครั้งที่ราคาพักฐานเข้าใกล้ 335 บาท จับตา GULF เพื่อรอการทะลุกรอบเหนือ 63.19 บาท และ รอการพักฐานที่ลึกขึ้นใน PTT ก่อนกลับเข้าสู่การลงทุนในกลุ่มพลังงานอีกครั้ง การไหลออกของเงินต่างชาติ 74.25 ล้านบาทในวันที่ 10 สิงหาคมยังไม่น่าตกใจ แต่หากเร่งตัวขึ้นเป็นหลายร้อยล้านบาท ก็ควรปรับเป็นท่าทีเชิงรับในวงกว้าง

    ## 📊 สรุปข้อมูล

    Ticker แนวโน้ม กระแสเงินต่างชาติ (NVDR 24-36ชม.) ปัจจัยกระตุ้นจากข่าว/มหภาค โปรไฟล์ความเสี่ยง (R:R/SL) ปริมาณเพิ่มขึ้น ภาพรวม
    DELTA ขาขึ้น (พักฐาน) ไม่มีข้อมูลในฐานข้อมูลปัจจุบันสำหรับ 24-36 ชม.ที่ผ่านมา ศูนย์กลาง AI + ผลประกอบการ Q2 สูงกว่าคาด R:R 2.57 / SL 328 แห้งเหือดขณะบีบตัว (ขดตัว) 🟢 ขาขึ้น — สะสมเมื่อพักฐานที่ 335
    GULF Sideways (อยู่ระหว่างบีบตัว) ไม่มีข้อมูลในฐานข้อมูลปัจจุบันสำหรับ 24-36 ชม.ที่ผ่านมา ความต้องการไฟฟ้าจาก AI / เป้าหมาย BLS 1,700 R:R 1.50 / SL 60.00 แห้งเหือดขณะบีบตัว (ขดตัว) 🟡 เป็นกลาง-ขาขึ้น — รอทะลุกรอบเหนือ 63.19
    PTT ขาขึ้น (แข็งแกร่ง) ต่างชาติขายสุทธิ (SET รวม 74.25ลบ.) แรงหนุนราคาพลังงานจากภูมิรัฐศาสตร์ / ตลาดโลกปรับลง R:R 0.91 / SL 36.75 ขยายตัวขณะทะลุกรอบ ⚠️ ขาขึ้นอย่างระมัดระวัง — ซื้อมากเกินไป; รอจุดอ่อนตัวที่ 37.50–38.50

    – ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้บ่งชี้ถึงผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มนี้นำเสนอข้อมูลตามสภาพที่เป็นอยู่ (‘as-is’) และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ โปรดดำเนินการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใด ๆ

    BAM

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: BAM — บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือต่อไป; อัตราเงินปันผลที่ 7.30% สนับสนุนการถือเพื่อรับผลตอบแทน; ปรับจุดตัดขาดทุนขึ้นมาที่ 6.70
    แนวโน้มทิศทาง เป็นกลาง (โดยมีอคติทางปัจจัยพื้นฐานที่เป็นบวกเล็กน้อย)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา แกว่งตัว (1–5 วันหลังประกาศผลประกอบการ เพื่อรอการยืนยันทิศทาง)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~6.85 บาท
    วันที่ของราคา 13 สิงหาคม 2569 (วันที่ออกรายงาน; ช่วงการซื้อขายล่าสุด 6.80–6.85)
    สถานะของแผนการเทรด รอสัญญาณเข้า — การประกาศผลประกอบการในวันนี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากเหตุการณ์

    บทสรุปการตัดสินใจ: BAM กำลังบีบอัดตัวอยู่ในช่วง Volatility Squeeze ระหว่าง 6.75–6.90 โดยมี MACD crossover และผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่ออกมาดีกว่าคาด อย่างไรก็ตาม วันนี้ (13 สิงหาคม) คือวันประกาศผลประกอบการ — การเข้าซื้อก่อนทราบผลลัพธ์ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากช่องว่างราคา (gap risk) ที่ไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงได้ NVDR แสดงยอดขายสุทธิในวันเดียวที่พุ่งสูงถึง -16.85% (คำเตือนเรื่องสภาพคล่องต่ำ) อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (R/R) จากจุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายที่ให้มามีค่าเพียง 0.67 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 1.5 อย่างชัดเจน ควรรอให้การประกาศผลประกอบการผ่านพ้นไป และรอให้การบีบอัดตัวคลายตัวออกพร้อมปริมาณการซื้อขาย ก่อนตัดสินใจลงทุน

    2. ตารางสรุปคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง การพักตัวแบบ Sideways, อยู่ในช่วง Squeeze, Keltner Channel แบนราบ, กรอบ 6.75–6.90 เป็นกลาง ปานกลาง
    ปริมาณการซื้อขายและโมเมนตัม วอลุ่มแห้งเหือดใน Squeeze; MACD “Crossover” (ไม่ระบุทิศทาง); RSI เป็นกลาง เป็นกลาง (ขดตัว) ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มี
    Short Selling สัดส่วนขายชอร์ต 6.73%, ปริมาณคงค้าง 0.93% ของหุ้น — มีแรงขายจากหมีเล็กน้อย, ไม่น่ากังวล เป็นกลาง ปานกลาง
    NVDR สัดส่วนสุทธิ -16.85% (ขาย 1 วัน) แต่ยอดสะสม 3 วันเป็นบวก +2.58 ล้านบาท; สภาพคล่อง < 100 ล้านบาท คำเตือนการกระจายหุ้น (ความเชื่อมั่นต่ำ) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง กำไรต่อหุ้น Q2/2569 ดีกว่าคาด (+2.33%); วันประกาศผลประกอบการคือวันนี้ (13 ส.ค.); อัตราเงินปันผล 7.30%; นักวิเคราะห์แนะนำ HOLD, ราคาเป้าหมาย 7.31 บวก (ปัจจัยพื้นฐาน) / เป็นกลาง (ความเสี่ยงจากเหตุการณ์วันนี้) ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 12.23, Forward P/E 13.19, P/BV ไม่พร้อมใช้งาน; กำไรสุทธิ +29.9% YoY; Beta 0.38 บวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องของหลักฐานโดยรวม: คละเคล้ากัน — ระยะก่อนทะลุกรอบ โดยมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน แต่มีความเสี่ยงจากเหตุการณ์สูง

    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

    • แนวโน้มหลัก: Sideways (พักตัวภายในกรอบ 6.75–6.90)
    • วัฏจักรตลาด: มีศักยภาพเป็นช่วงสะสม (Accumulation) ไปสู่การขึ้นราคา (Markup) หรือเป็นช่วงกระจาย (Distribution) — ทิศทางการคลายตัวของ Squeeze ยังไม่แน่ชัด
    • แนวรับสำคัญ: 6.75 (แนวรับด่านแรก), 6.70 (ระดับที่โครงสร้างเสียหาย / จุดตัดขาดทุน), 6.20 (จุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 6.90 (เพดานกรอบด่านแรก), 7.31 (ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์), 8.60 (จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง — ไม่มีภาวะซื้อมากเกินหรือขายมากเกินไป สถานะ MACD รายงานว่าเป็น “Crossover” แต่ไม่ได้ระบุทิศทาง (ขาขึ้นหรือขาลง) ในข้อมูลต้นทาง การเกิด MACD crossover ขาขึ้นเหนือเส้นสัญญาณภายใน squeeze ถือเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่สร้างสรรค์ก่อนการทะลุกรอบ; การเกิด crossover ขาลงจะตอกย้ำความเสี่ยงด้านขาลง ความคลุมเครือนี้จำเป็นต้องรอการยืนยัน
    • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายรายใหญ่แบบบล็อกเทรดของ BAM ได้
    • การตีความ Short-Selling: สัดส่วนมูลค่าขายชอร์ตที่ 6.73% (ณ 1 ส.ค. 2569) อยู่ในระดับปานกลางแต่ไม่สูงสำหรับบริษัทบริหารสินทรัพย์/เอ็นพีแอล ซึ่งมักดึงดูดกิจกรรมป้องกันความเสี่ยง ยอดชอร์ตคงค้าง 29.9 ล้านหุ้น (0.93% ของ 3.23 พันล้านหุ้นที่ออกแล้ว) ถือว่าน้อยมาก ผู้ขายชอร์ตไม่ใช่แรงขับเคลื่อนหลัก และไม่ได้สร้างความเสี่ยงจากการถูกบีบให้ซื้อคืน (short squeeze) หรือแรงกดดันขาลงอย่างมีนัยสำคัญ
    • การตีความ NVDR: ในเซสชั่นล่าสุด (10 ส.ค. 2569) มีสัดส่วนสุทธิ NVDR ที่ -16.85% — เกินกว่าเกณฑ์การกระจายหุ้นที่ 15% — โดยมีวันขายต่อเนื่อง 1 วัน อย่างไรก็ตาม มูลค่าสะสมสุทธิ 3 วันยังคงเป็นบวกที่ +2.58 ล้านบาท ซึ่งบ่งชี้ว่านี่อาจเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงวันเดียว มากกว่าจะเป็นแนวโน้มการกระจายหุ้นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือ มูลค่าการซื้อขายรวมถูกระบุว่าต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งขยายความอ่อนไหวของสัดส่วน และอาจเป็นสัญญาณรบกวนหรือการปรับโครงสร้าง Big Lot มากกว่าการกระจายหุ้นในตลาดอย่างแท้จริง เครื่องมือ NVDR เองจัดประเภทสัญญาณนี้ว่า “เป็นกลาง — ไม่มีสัญญาณที่ชัดเจน” ให้ถือเป็น คำเตือนล่วงหน้าที่มีความเชื่อมั่นต่ำ ไม่ใช่การยืนยันการกระจายหุ้น
    • บทสรุปกระแสเงินทุนรวม: การขายชอร์ตไม่มีนัยสำคัญ NVDR แสดงยอดขายพุ่งในวันเดียว ซึ่งถูกลดทอนบางส่วนจากกระแสเงินทุนสะสม 3 วันเป็นบวก ข้อมูล Big Lot ขาดหายไป ภาพรวมกระแสเงินทุนยัง ไม่สามารถสรุปได้ — ไม่ได้เป็นลบมากพอที่จะหลีกเลี่ยง และไม่ได้เป็นบวกมากพอที่จะเข้าเทรดก่อนผลประกอบการ ราคายังคงอยู่ในกรอบและยังไม่ได้ยืนยันทิศทางใด ๆ

    ข้อความที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่ได้ระบุทิศทางของ MACD crossover ไม่มีรายงานสัญญาณ Divergence ไม่สามารถประเมินการเรียงตัวของเส้น EMA ได้

    4. แผนดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การทะลุกรอบจาก Squeeze — รอให้การประกาศผลประกอบการผ่านพ้นไปและทิศทางคลี่คลาย
    • โซนเข้าเทรด: 6.85–6.95 (เมื่อทะลุแนวต้านพร้อมยืนยัน หลังผลประกอบการ)
    • สัญญาณเข้าเทรด: ราคาปิดรายวัน เหนือ 6.90 ด้วยปริมาณการซื้อขาย ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน หลังจากที่ตลาดได้ซึมซับผลประกอบการวันที่ 13 ส.ค. อย่างเต็มที่แล้ว (อย่างน้อย 1 วันทำการเต็มหลังประกาศ) NVDR ต้องแสดงยอดซื้อสุทธิ (สัดส่วนเป็นบวก) ในวันที่ทะลุกรอบ
    • เป้าหมาย 1: 6.95 (ตามที่ให้มา; แนวต้านระยะใกล้ — อนุรักษ์นิยม)
    • เป้าหมาย 2: 7.31 (ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์; ส่วนต่างขาขึ้น +6.7% — วัตถุประสงค์ระยะกลาง อ้างอิงจากข้อมูล stockanalysis.com)
    • จุดตัดขาดทุน: 6.70 (ต่ำกว่าแนวรับด่านแรกที่ 6.75; การเสียโครงสร้างของกรอบพักตัว)
    • จุดตัดขาดทุนแบบ Trailing Stop: หลังจากราคาผ่าน 7.05 แล้ว ให้เลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นมาที่ 6.90 (แนวต้านเดิมกลายเป็นแนวรับ)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง ไปยังเป้าหมาย 1: รับมาว่า 2.00; คำนวณอิสระได้ (6.95 − 6.85) / (6.85 − 6.70) = 0.10 / 0.15 = 0.67 นี่คือความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ หากใช้ราคาขาย 7.05 เป็นเป้าหมายแรก: (7.05 − 6.85) / 0.15 = 1.33 — ยังต่ำกว่า 1.50 หากใช้ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 7.31: (7.31 − 6.85) / 0.15 = 3.07 — ยอมรับได้ ค่า R/R ที่ให้มาคือ 2.00 ไม่สามารถกระทบยอดกับราคาเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายที่ให้มาได้ สิ่งนี้ลดความเชื่อมั่นในแผนดำเนินการตามที่นำเสนอ
    • จังหวะเวลาในการดำเนินการ: ห้ามเข้าก่อนการประกาศผลประกอบการวันที่ 13 ส.ค. 2569 รออย่างน้อยหนึ่งเซสชั่นเต็มหลังผลประกอบการ เพื่อให้ตลาดซึมซับผลลัพธ์ จากนั้นจึงใช้สัญญาณทะลุกรอบ
    • ห้ามเข้าหากเกิดกรณีดังต่อไปนี้:

    1. ผลประกอบการน่าผิดหวัง (EPS ต่ำกว่าคาด, เอ็นพีแอลเสื่อมลง, คำแนะนำเชิงลบ) — ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานเสียหาย

    2. ราคาเกิด GAP ลงต่ำกว่า 6.75 ในวันผลประกอบการ — โครงสร้างพังก่อนเข้าเทรด

    3. สัดส่วนสุทธิ NVDR ยังคงติดลบ (ต่ำกว่า -10%) ในความพยายามทะลุกรอบหลังผลประกอบการใด ๆ — การกระจายหุ้นขัดแย้งกับการเข้า Long

    อัปเกรดเป็น ซื้อ (BUY): ราคาปิดรายวันหลังผลประกอบการเหนือ 6.90 ด้วยปริมาณการซื้อขายขยายตัว (≥ 2.0 เท่า), NVDR เป็นยอดซื้อสุทธิ, และ MACD ขยายตัวในทิศทางขาขึ้น ผลประกอบการต้องเป็นกลางหรือบวก

    ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง/ขาย (AVOID/SELL): ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 6.70 หรือผลประกอบการน่าผิดหวังพร้อมคำแนะนำเชิงลบ หรือ NVDR มีวันขายต่อเนื่องสองวันเกินสัดส่วน -15%

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น ทิศทางที่คาด การทำให้เสียความสมเหตุสมผล
    กรณีกระทิง ผลประกอบการบวก + ราคาปิดรายวัน > 6.90 พร้อมปริมาณซื้อขายขยายตัว ปรับตัวขึ้นสู่ 7.31 (TP นักวิเคราะห์) จากนั้น 7.50–8.00 ปิดกลับต่ำกว่า 6.75; การทะลุกรอบล้มเหลว
    กรณีฐาน ผลประกอบการเป็นกลาง; การอัดตัวต่อเนื่องภายในกรอบ 6.75–6.90 แกว่งตัวในกรอบ; เงินปันผล 7.30% ให้ผลตอบแทนระหว่างถือ กรอบยังคงอยู่ — ไม่มีการเสียความสมเหตุสมผล
    กรณีหมี ผลประกอบการเป็นลบ หรือ ปิด < 6.75 พร้อม NVDR ขาย ปรับตัวลงสู่ 6.50 จากนั้น 6.20 (จุดต่ำสุด 52 สัปดาห์) ปิดกลับเหนือ 6.90 จะฟื้นตัวกลับเข้ากรอบ

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • การประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 — วันนี้ (13 ส.ค. 2569): ตัวเร่งหลัก กำไรต่อหุ้น Q2 ดีกว่าที่ประมาณการไว้ 2.33% (0.44 เทียบกับ 0.43) ปฏิกิริยาของตลาดต่อรายงานฉบับเต็ม คำแนะนำแนวโน้ม แนวโน้มเอ็นพีแอล และมุมมองของฝ่ายบริหารจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการคลายตัวของ squeeze
    • การได้ประโยชน์จากเงินปันผล: วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD คือ 5 พฤษภาคม 2569 (0.50 บาท/หุ้น, อัตราผลตอบแทน 7.30%) วงจรเงินปันผลครั้งถัดไปให้ผลตอบแทนระหว่างถือแก่ผู้ถือหุ้นเดิม แต่ไม่ใช่ตัวเร่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววัน
    • พลวัตของตลาดเอ็นพีแอล: ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ความสามารถในการทำกำไรของ BAM เชื่อมโยงกับราคารับซื้อเอ็นพีแอลและประสิทธิภาพการจัดการสินทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใด ๆ ในหลักเกณฑ์การโอนเอ็นพีแอลหรือกรอบการปรับโครงสร้างหนี้จะเป็นสาระสำคัญ

    ความเสี่ยงสำคัญ

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การบีบอัดตัวของ Volatility Squeeze สามารถคลี่คลายออกได้ทั้งสองทิศทาง การทะลุกรอบหลอกเป็นเรื่องปกติในช่วงพักตัวที่มีวอลุ่มต่ำ ทิศทางของ MACD crossover ยังไม่ได้รับการยืนยัน — หากเป็นขาลง squeeze อาจคลี่คลายออกทางด้านล่าง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: NVDR ยอดขายพุ่งหนึ่งวันที่ -16.85% แม้จะถูกระบุว่ามาจากสภาพคล่องต่ำ แต่ก็สร้างคำเตือนการกระจายหุ้น หากยืนยันด้วยวันขายต่อเนื่องวันที่สอง ภาพขาลงจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูล Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน — เป็นจุดบอดที่สำคัญ
    • ความเสี่ยงด้านพื้นฐาน/เหตุการณ์: การประกาศผลประกอบการในวันนี้ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากช่องว่างราคาข้ามคืนที่ไม่สามารถป้องกันได้ แม้แต่การพลาดเป้าเล็กน้อยในเรื่องสำรองเอ็นพีแอลหรือคำแนะนำแนวโน้มก็อาจทำให้ราคาร่วงลงอย่างรวดเร็ว ค่า Beta 0.38 บ่งชี้ความผันผวนที่ต่ำกว่า แต่เหตุการณ์ผลประกอบการสามารถลบล้างค่า Beta ได้
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: มูลค่าการซื้อขายรวมถูกระบุว่าต่ำกว่า 100 ล้านบาท ความเสี่ยงจาก Slippage และช่องว่างราคาสูงขึ้น การกำหนดขนาดตำแหน่งต้องคำนึงถึงสภาพคล่องที่เบาบาง

    การทำให้แนวคิดการลงทุนเสียความสมเหตุสมผล: การปิดรายวันต่ำกว่า 6.70 — โครงสร้างเสียหาย ฐานพักตัวถูกทำลาย และต้องปิดสถานะ Long ทั้งหมดทันที นอกจากนี้ การเกิด Gap ใด ๆ จากผลประกอบการที่ต่ำกว่า 6.75 จะทำให้แผนการเทรดเสียความสมเหตุสมผลก่อนที่จะสามารถเข้าเทรดได้

    7. การกำหนดขนาดตำแหน่ง

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 6.85 − 6.70 = 0.15 บาท
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่พร้อมใช้งาน (ไม่มีการระบุข้อมูลพอร์ต)
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: หากเข้าตามสัญญาณยืนยันการทะลุกรอบที่ 6.90 โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 6.70 (ความเสี่ยง = 0.20 บาท/หุ้น):

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{0.20} \right\rfloor$$

    ปรับลดด้วยส่วนลดสภาพคล่อง 20–30% เนื่องจากสภาวะการซื้อขายที่เบาบาง จากความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่สูงขึ้นในวันนี้ (ผลประกอบการ) ให้พิจารณาลดขนาดตำแหน่งเพิ่มอีก 25% หากเข้าภายใน 3 เซสชั่นนับจากการประกาศ อัตราเงินปันผลที่ 7.30% ให้ผลตอบแทนระหว่างถือที่มีความหมาย ซึ่งช่วยชดเชยความเสี่ยงด้านราคาระยะใกล้ได้บางส่วนสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม

    8. บัญชีแหล่งที่มาและข้อมูล

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่รับมา 13 ส.ค. 2569 (เวลาออกรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดกรอบ, squeeze, และระดับ entry/stop
    RAG Knowledge — กฎ Squeeze/Breakout สืบค้น: 13 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน ยืนยันว่าต้องใช้วอลุ่มสำหรับการทะลุกรอบ; ตลาด Sideways สร้างสัญญาณปลอมของ EMA; squeeze = บทนำสู่การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
    Big Lot (สอบถาม Biglot Stock Daily) ไม่มี ไม่พร้อมใช้งาน ลดความเชื่อมั่นต่อกิจกรรมของสถาบัน
    Short Selling (สอบถาม Short Stock Daily) 1 ส.ค. 2569 ข้อมูลเก่า (12 วัน) Short interest ระดับปานกลาง; ไม่น่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ; ผลกระทบต่ำ
    NVDR Analyzer 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (3 วัน) ยอดขายพุ่งหนึ่งวัน -16.85% แต่ถูกระบุว่าสภาพคล่องต่ำ; ยอดสะสม 3 วันยังเป็นบวก; เครื่องมือ NVDR จัดว่า “เป็นกลาง”
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 13 ส.ค. 2569 (ค้นหา) ปัจจุบัน กำไรต่อหุ้น Q2 ดีกว่าคาด (5 ส.ค.); วันผลประกอบการคือวันนี้ (13 ส.ค.); นักวิเคราะห์ HOLD TP 7.31; อัตราเงินปันผล 7.30%; Beta 0.38

    ข้อขัดแย้งของแหล่งข้อมูลที่สำคัญ: ค่า R/R ที่ให้มาคือ 2.00 ไม่สอดคล้องกับราคาเข้า (6.85), จุดตัดขาดทุน (6.70) และเป้าหมาย (6.95) ซึ่งคำนวณได้ 0.67 จะใช้ผลการคำนวณอิสระแทน เครื่องมือ NVDR ส่งคืนการจัดประเภท “เป็นกลาง” แม้สัดส่วน -16.85% จะเกินเกณฑ์ 15% — สอดคล้องกับยอดสะสม 3 วันเป็นบวกและข้อควรระวังเรื่องสภาพคล่องต่ำ

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — ห้ามเข้าก่อนการประกาศผลประกอบการวันที่ 13 ส.ค. 2569 รอให้ราคาปิดรายวันหลังผลประกอบการเหนือ 6.90 พร้อมปริมาณการซื้อขายขยายตัว และ NVDR มียอดซื้อสุทธิ เพื่อยืนยันการคลายตัวของ Squeeze ในทางขาขึ้น อัตราเงินปันผล 7.30% สนับสนุนผู้ถือหุ้นเดิมอยู่ต่อไป การปิดต่ำกว่า 6.70 จะทำให้โครงสร้างเสียหาย อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยงอิสระจากระดับที่ให้มา (0.67) อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์; การใช้ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 7.31 ให้ค่า 3.07 ซึ่งยอมรับได้

    สร้างเมื่อ: `2026-08-13T05:58:14.187+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:BAM|company_name:Bangkok Commercial Asset Management Public Co., Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:6.95|entry_price:6.85|sell_price:7.05|stop_loss_level:6.7|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:6.75|immediate_resistance:6.9|risk_reward_ratio:2`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่ตั้งไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    BCPG

    Trading Chart

    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: [BCPG] อยู่ในช่วง Sideways Consolidation และ Volatility Squeeze ระหว่าง 6.90–7.15 โดยมี RSI เป็นกลาง และ MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ — จุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องรอการยืนยันทิศทาง
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำ WATCH — ยังไม่มีจุดเข้าในราคาปัจจุบัน รอซื้อเมื่อราคา breakout ปิดเหนือ 7.15 ด้วย Volume ขยายตัว โดยมีเป้าหมายทำกำไรแรกที่ 7.25
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] วอลุ่มแห้งเหือดใน Squeeze, NVDR ซื้อสุทธิ 3 วันติด แต่สัญญาณยังอ่อนเพราะสภาพคล่องต่ำ และไม่มีข้อมูล Big Lot — ยังไม่พบสัญญาณสะสมของ Smart Money ที่ชัดเจน คุ้มค่าแก่การติดตามต่อ
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 6.90 หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ให้ยกเลิกแผนทันที

    AEONTS

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจสำหรับ SET: AEONTS — บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

    1. บัตรตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือต่อโดยใช้จุดตัดขาดทุนตามราคา (Trailing Stop) ที่ 102.0; พิจารณาลดสัดส่วนลงบางส่วน หากราคาปิดต่ำกว่า 102.5
    แนวโน้มทิศทาง เอนเอียงขาลงในภาวะเป็นกลาง (Bearish-leaning Neutral)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง (Moderate)
    กรอบเวลา แกว่งตัวระยะสั้น (Swing: 1–5 วันเพื่อคลี่คลายทริกเกอร์; หลายวันถึงหลายสัปดาห์สำหรับการ breakout ของ squeeze)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~106.00 บาท (4 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 2569-08-04 (ราคาตลาดที่ยืนยันล่าสุดจากแหล่งข้อมูลภายนอก)
    สถานะรูปแบบ (Setup) รอทริกเกอร์ (Waiting for trigger)

    ข้อสรุปการตัดสินใจ (Decision Thesis): AEONTS กำลังบีบอัดตัวอยู่ภายในการหดตัวของความผันผวน (Volatility Squeeze) ภายในกรอบ sideways ที่อ่อนแอ รูปแบบนี้ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ จนกว่าราคาจะ breakout ออกจากกรอบ 102.5–106.5 ด้วยวอลุ่มที่ขยายตัว ข้อมูล NVDR แสดงยอดการขายสุทธิพุ่ง -21.1% ในเซสชั่นล่าสุด ขณะที่เป้าหมายฉันทามติของนักวิเคราะห์ที่ 100 บาท อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน — ทำให้ความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (risk-reward) เอียงไปทางขาลงอย่างไม่สมมาตร การเปิด long ยังไม่สมเหตุสมผลจนกว่าจะเกิดการ breakout ที่ยืนยันด้วยวอลุ่มพร้อมคลี่คลาย squeeze

    2. บัตรคะแนนหลักฐาน (Evidence Scorecard)

    หลักฐาน สิ่งที่พบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง Sideways, แนวโน้มอ่อนแอ, Keltner Channel แบน — รูปแบบ squeeze แบบคลาสสิค เป็นกลาง (Neutral) ปานกลาง (Moderate)
    วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มแห้งเหือดใน squeeze; MACD ตัดกัน (ไม่ระบุทิศทาง); RSI เป็นกลาง เป็นกลาง (Neutral) ปานกลาง (Moderate)
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับ ไม่สามารถใช้งานได้ (Unavailable) N/A
    การขายชอร์ต อัตราการขายชอร์ต 4.47%, หุ้นคงค้างที่ขายชอร์ต 0.23% — มีแรงกดดันขาลงเล็กน้อย, ไม่น่ากังวล เป็นกลาง (Neutral) ปานกลาง (Moderate)
    NVDR อัตราส่วนสุทธิ -21.1%, วอลุ่มพุ่ง 3.17 เท่าในวันล่าสุด; ยอดสะสม 3 วันยังเป็นบวก การแยกทางขาลง (Bearish divergence) ในระยะแรกเริ่ม ต่ำ (Low) (มีคำเตือนสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท)
    ข่าวและตัวเร่งปฏิกิริยา FSSIA แนะนำ HOLD เป้าหมาย 100 บาท; Fitch อันดับเครดิต A-(tha) แนวโน้มคงที่; กำไรไตรมาส Q1 ปี FY26 +2.7% YoY; เงินปันผล 2.95 บาท ผสมผสาน (Mixed) ปานกลาง (Moderate)
    การประเมินมูลค่าและปัจจัยพื้นฐาน P/E 8.44, P/BV 0.94, อัตราเงินปันผลตอบแทน ~5.24%, Beta 0.23 — ราคาไม่แพงแต่แนวโน้มการเติบโตเงียบ เป็นกลางถึงบวก (Neutral-to-Positive) ปานกลาง (Moderate)

    ความสอดคล้องสุทธิ: ผสมผสาน — ก่อนเกิด Breakout, เอนเอียงขาลง

    3. การตีความเชิงเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: Sideways (อยู่ในกรอบระหว่าง 102.5 และ 106.5)
    • วงจรตลาด: ความเสี่ยงจากการกระจายหุ้น (Distribution) ไปสู่ช่วงขาลง (Markdown); squeeze บ่งชี้การบีบอัดก่อนเกิดทิศทางที่ชัดเจน
    • แนวรับสำคัญ: 102.5 (แนวรับทันที), 102.0 (ระดับที่ทำให้การแกว่งตัวเสียความถูกต้อง); 86.50 (จุดต่ำสุดรอบ 52 สัปดาห์)
    • แนวต้านสำคัญ: 106.5 (แนวต้านทันที), 107.5 (แนวต้านเป้าหมาย), 122.50 (จุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง — ไม่มีสัญญาณซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป สถานะ MACD ถูกรายงานว่าเป็น “Cross (ตัดกัน)” แต่ทิศทาง (ขาขึ้นหรือขาลง) ไม่ได้ระบุในข้อมูลต้นทาง การเกิด MACD ตัดขึ้นระหว่าง squeeze อาจนำไปสู่การ breakout ขาขึ้น; การตัดลงจะตอกย้ำความเสี่ยงขาลง ความคลุมเครือนี้ลดความเชื่อมั่น
    • การตีความ Big Lot: ไม่สามารถใช้งานได้ ไม่สามารถดึงข้อมูลการซื้อขายเป็นก้อนใหญ่ของสถาบันสำหรับ AEONTS ได้
    • การตีความการขายชอร์ต: มูลค่าการขายชอร์ตที่ 4.47% (1 ส.ค. 2569) ยังต่ำและไม่ได้แสดงถึงแรงกดดันขาลงที่มีนัยสำคัญ หุ้นคงค้างที่ขายชอร์ตจำนวน 575,900 หุ้น (0.23% ของจำนวนหุ้นที่ออกแล้ว) ถือว่าเล็กน้อยมาก ผู้ขายชอร์ตไม่ใช่แรงขับเคลื่อนหลัก ไม่มีเงื่อนไขของการเบียดชอร์ต (Short-Squeeze)
    • การตีความ NVDR: ในเซสชั่นล่าสุด (10 ส.ค. 2569) อัตราส่วนสุทธิ NVDR อยู่ที่ -21.1% โดยวอลุ่มพุ่ง 3.17 เท่า — บ่งชี้แรงขายหนาแน่นจากต่างชาติ อย่างไรก็ตาม มูลค่าสุทธิสะสม 3 วันยังเป็นบวก (+7.19 ล้านบาท) นี่อาจเป็นช่วงเริ่มต้นของการกระจายหุ้นหรือเหตุการณ์ขายทิ้งภายในวันเดียว ที่สำคัญ เครื่องมือ NVDR ตั้งธงว่ามูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาท — นี่คือ คำเตือนด้านสภาพคล่อง / สัญญาณรบกวน: อัตราส่วน -21.1% อาจถูกขยายขึ้นเนื่องจากวอลุ่มที่เบาบางในเซสชั่น และอาจแสดงถึงการปรับโครงสร้าง Big Lot นอกกระดานมากกว่าการกระจายหุ้นในตลาดอย่างแท้จริง ควรปฏิบัติต่อสัญญาณนี้ว่าเป็น เบื้องต้น, ยังไม่ใช่ข้อสรุป
    • ข้อสรุปกระแสเงินรวม: แรงขายชอร์ตไม่เป็นอันตราย ข้อมูล NVDR แสดงยอดขายรายวันที่น่ากังวลพุ่งสูง แต่สภาพแวดล้อมสภาพคล่องต่ำบั่นทอนความน่าเชื่อถือ หากไม่มีข้อมูล Big Lot และเมื่อ NVDR ถูกตั้งธงเรื่องวอลุ่มบางเบา ภาพกระแสเงินจึง ไม่สมบูรณ์และเอนเอียงขาลงด้วยความเชื่อมั่นต่ำ ราคายังไม่ได้ยืนยันการกระจายหุ้น — มันยังคงอยู่ในกรอบ

    4. แผนการดำเนินการ (Execution Plan)

    • กลยุทธ์: กลยุทธ์ Squeeze Breakout — รอการคลี่คลายทิศทาง; ไม่มีการเข้าก่อนล่วงหน้า
    • โซนเข้า: ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้องในราคาปัจจุบัน
    • ทริกเกอร์เข้า:
    • ทริกเกอร์ขาขึ้น: ราคาปิดรายวันเหนือ 106.5 โดยมีวอลุ่ม ≥ 2.0 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน, RSI สูงกว่า 55, และ NVDR มียอดซื้อสุทธิ (อัตราส่วนเป็นบวก) ในวันที่ breakout
    • หลังการยืนยัน: เข้าในบริเวณ 106.5–107.0 โดยตั้งจุดตัดขาดทุนต่ำกว่า 104.0 (จุดต่ำกว่าการแกว่งตัวหลัง breakout)
    • เป้าหมายที่ 1: 112.0 (คาดการณ์ระยะขยับจากความกว้างกรอบ: ~4 บาท เหนือ 106.5)
    • เป้าหมายที่ 2: 122.5 (จุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ / แนวต้านสำคัญก่อนหน้า)
    • จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): 102.0 (ต่ำกว่าแนวรับทันที 102.5; เป็นการเสียความถูกต้องเชิงโครงสร้างของกรอบ sideways)
    • จุดตัดขาดทุนตามราคา (Trailing Stop): หากราคาขึ้นถึง 110+ ขึ้นไป ให้เลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นไปที่ 106.5 (แนวรับจากจุด breakout, อดีตแนวต้าน)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Reward-to-Risk) ถึงเป้าหมาย 1: ~1.25 (จากกรอบ เข้า/จุดหยุด/เป้าหมายที่ระบุ) ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 ตอกย้ำการตัดสินใจ WATCH
    • จังหวะการดำเนินการ: รอจนกว่า squeeze จะคลี่คลาย การเคลื่อนไหวอาจเกิดขึ้นภายใน 3–10 เซสชั่น ห้ามเข้าเด็ดขาดจนกว่าแท่งเทียนรายวันจะปิดนอกกรอบ 102.5–106.5 ด้วยวอลุ่มที่ขยายตัว
    • ห้ามเข้าถ้า:

    1. ราคา breakout เหนือ 106.5 ด้วยวอลุ่มต่ำ (ต่ำกว่า 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย) — มีแนวโน้มเป็น false breakout

    2. อัตราส่วนสุทธิ NVDR ยังคงเป็นลบ (สัญญาณกระจายหุ้น) ในวันที่ breakout

    3. ราคาเปิดกระโดดข้าม (Gap) เลย 108.0 ระหว่างวันโดยไม่มีการย้อนกลับมาทดสอบ 106.5 — การไล่ตาม Gap มี R/R ที่ไม่ดี

    การปรับเพิ่มระดับเป็น ซื้อ (BUY): ราคาปิดรายวันเหนือ 106.5 ด้วยวอลุ่มที่ขยายตัว, ยืนยันการซื้อสุทธิ NVDR, และ MACD ขยายตัวในเชิงขาขึ้น

    การปรับลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง/ขาย (สำหรับผู้ถือ): ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 102.0, ยืนยันการพังทลายของกรอบและการเสียความถูกต้องของโครงสร้าง sideways

    5. แผนที่สถานการณ์ (Scenario Map)

    สถานการณ์ ทริกเกอร์ แนวโน้มทิศทางที่คาด จุดที่ทำให้เสียความถูกต้อง (Invalidation)
    กรณีขาขึ้น (Bull Case) ปิดรายวัน > 106.5 ด้วยวอลุ่ม ≥ 2.0 เท่าโดยเฉลี่ย + NVDR ซื้อสุทธิ ปรับตัวขึ้นสู่ 112.0 จากนั้น 122.5 ปิดกลับลงมาต่ำกว่า 104.0 หลัง breakout
    กรณีฐาน (Base Case) การบีบอัดตัวอย่างต่อเนื่องในกรอบ 102.5–106.5 ด้วยวอลุ่มต่ำ การแกว่งตัวในกรอบ; ไม่ทำการซื้อขาย N/A — กรอบคงอยู่
    กรณีขาลง (Bear Case) ปิดรายวัน < 102.5 โดย NVDR เร่งขายสุทธิ ปรับตัวลงสู่ 100.0 (เป้าหมายนักวิเคราะห์) จากนั้น 96.0 ปิดกลับเหนือ 104.0; โซน 102.0–102.5 จะต้องทำหน้าที่เป็นแนวต้าน

    6. ตัวเร่งปฏิกิริยาและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งปฏิกิริยาที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี FY26 (ประมาณ 7 ต.ค. 2569): ตัวขับเคลื่อนสำคัญ ไตรมาส 1 แสดงการเติบโตของกำไรเล็กน้อยที่ 2.7% การเสื่อมถอยใดๆ ของต้นทุนทางเครดิตหรือ NPL จะกดดันให้ราคามุ่งสู่เป้าหมายนักวิเคราะห์ 100 บาท
    • การประกาศเงินปันผล: เงินปันผลงวดสุดท้ายของปี FY25 ที่ 2.95 บาทได้รับการอนุมัติ หุ้นให้อัตราผลตอบแทน ~5.24% ณ ราคาปัจจุบัน — อาจดึงดูดนักลงทุนที่มุ่งเน้นรายได้ให้เข้ามาซื้อและเป็นเกราะป้องกันขาลง
    • ภาพรวม / หนี้ครัวเรือน: Fitch ระบุหนี้ครัวเรือนที่สูง (87% ของ GDP) และการเติบโต GDP ที่ซบเซา (1.9% ในปี 2569) เป็นข้อจำกัดในการปล่อยสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค การถดถอยของตลาดแรงงานจะเพิ่มความเสี่ยงด้านเครดิต

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การหดตัวของความผันผวน (Volatility Squeeze) สามารถคลี่คลายในทิศทางใดก็ได้ False Breakout พบได้ทั่วไปในสภาพแวดล้อมแนวโน้มอ่อนแอและวอลุ่มต่ำ
    • ความเสี่ยงจากกระแสเงิน: การพุ่งขายของ NVDR ในวันเดียวอาจเป็นสัญญาณกระจายหุ้นเบื้องต้น หากยืนยันด้วยวันขายต่อเนื่องวันที่สองด้วยอัตราที่สูง ความเสี่ยงขาลงจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
    • ความเสี่ยงด้านพื้นฐาน: ราคาเป้าหมายของ FSSIA ที่ 100 บาท ส่อว่าขาลง ~5.7% จากราคาปัจจุบัน ฉันทามติมองว่าหุ้นมีมูลค่าเหมาะสมถึงแพงเกินไปเล็กน้อย แม้จะมีค่า P/E และ P/BV ต่ำ ซึ่งสะท้อนความกังวลเรื่องต้นทุนเครดิตและการเติบโตของสินเชื่อที่ช้า
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: มูลค่าการซื้อขายรวมถูกตั้งธงว่าต่ำกว่า 100 ล้านบาทโดยเครื่องมือ NVDR ความเสี่ยงจาก Slippage (ราคาลื่นไถล) และ Gap (ช่องว่างราคา) สูงขึ้น การกำหนดขนาดโพสิชั่นต้องคำนึงถึงสภาพคล่องที่เบาบางด้วย

    การเสียความถูกต้องของข้อสรุป (Thesis Invalidation): การปิดต่ำกว่า 102.0 จะทำให้โครงสร้าง sideways เสียความถูกต้องและยืนยันการพังทลายของขาลง โดยตั้งเป้าที่ 100 และ 96 สำหรับกรณีขาขึ้น การปิดกลับลงมาต่ำกว่า 104.0 หลัง breakout ใดๆ เหนือ 106.5 จะทำให้รูปแบบ long เสียความถูกต้อง

    7. การกำหนดขนาดโพสิชั่น (Position Sizing)

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุมา
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุมา
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 105.0 – 102.0 = 3.00 บาท (ตามกรอบ เข้า/หยุดที่ระบุ)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้ (ไม่ได้ระบุค่าพอร์ต)
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: หากเข้าบนการ breakout ที่ยืนยันเหนือ 106.5, คำนวณขนาดดังนี้:

    $$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{ความเสี่ยงสูงสุด \%}}{|\text{ราคาเข้า} – \text{ราคาตัดขาดทุน}|} \right\rfloor$$

    ใช้ส่วนลดสภาพคล่อง 20–30% เนื่องจากสภาพแวดล้อมการซื้อขายที่เบาบาง (มูลค่ารวม < 100 ล้านบาท) ปัดเศษลงให้เป็นจำนวนหุ้นขั้นต่ำในการซื้อขาย (Board Lot) ไม่ควรใช้ความเสี่ยงเกิน 2% ของพอร์ตในรูปแบบนี้เนื่องจากแนวโน้มอ่อนแอและข้อมูลกระแสเงินมีความเชื่อมั่นต่ำ

    8. บัญชีแยกประเภทข้อมูลและแหล่งที่มา (Data and Source Ledger)

    แหล่งที่มา วันที่ของข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลทางเทคนิคที่ป้อนเข้า 2569-08-13 (เวลาในรายงาน) ปัจจุบัน กำหนดกรอบ, squeeze, และระดับเข้า
    ฐานความรู้ RAG — กฎ Squeeze/Breakout สืบค้น: 2569-08-13 มีอยู่ ยืนยันว่าวอลุ่มจำเป็นในการยืนยัน breakout; squeeze มักนำหน้าคลื่นใหญ่
    Big Lot (สอบถามข้อมูล Biglot หุ้นรายวัน) ไม่มีข้อมูล (N/A) ไม่สามารถใช้งานได้ ลดความเชื่อมั่นในการประเมินกิจกรรมของสถาบัน
    Short Selling (สอบถามข้อมูล Short หุ้นรายวัน) 2569-08-01 ล้าสมัย (12 วัน) ดอกเบี้ยขายชอร์ตเล็กน้อย; ผลกระทบน้อยต่อการตัดสินใจ
    NVDR Analyzer 2569-08-10 ปัจจุบัน (3 วัน) ยอดขายพุ่งเป็นการแยกทางขาลง แต่ถูกตั้งธงเรื่องสภาพคล่องต่ำ; ลดระดับความน่าเชื่อถือ
    Tavily Search — ข่าว/ปัจจัยพื้นฐาน 2569-08-13 (วันที่ค้นหา) ปัจจุบัน FSSIA แนะนำ HOLD เป้าหมาย 100 บาท (9 มี.ค.); Fitch A-(tha) (11 ก.พ.); กำไรไตรมาส 1 ปี FY26 +2.7% (7 เม.ย.)

    ข้อขัดแย้งของแหล่งที่มาที่สำคัญ: เครื่องมือ NVDR ส่งสัญญาณ “ขายอย่างแรง” (Strong Sell) จากอัตราส่วน -21.1% แต่ได้ตั้งธงมูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาทพร้อมกัน โดยเตือนว่าสัญญาณอาจเป็นเพียงสัญญาณรบกวนหรือการปรับโครงสร้าง Big Lot โครงสร้างทางเทคนิค (sideways, squeeze) ไม่ได้ยืนยันการพังทลายของการกระจายหุ้น สัญญาณ NVDR ถูกลดระดับจาก “แข็งแรงมาก (Very Strong)” เป็น “เบื้องต้น (Preliminary)” เนื่องจากข้อแม้ด้านสภาพคล่อง

    9. การตัดสินใจขั้นสุดท้าย

    WATCH (เฝ้าระวัง) — รอการปิดรายวันเหนือ 106.5 ด้วยการขยายตัวของวอลุ่มและยอดซื้อสุทธิ NVDR เพื่อยืนยันการ breakout ขาขึ้น; หรือรอการปิดต่ำกว่า 102.0 ด้วยการเร่งขายสุทธิของ NVDR เพื่อยืนยันการพังทลายของขาลง ความเสี่ยงต่อผลตอบแทนในปัจจุบันที่ 1.25 และเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 100 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ทำให้การเปิดสถานะ long ล่วงหน้าไม่สมเหตุสมผล

    สร้างที่: `2569-08-13T05:51:09.181+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:AEONTS|company_name:บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:107.5|entry_price:105|sell_price:107.5|stop_loss_level:102|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:102.5|immediate_resistance:106.5|risk_reward_ratio:1.25`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายที่ระบุเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และความสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่กำหนดไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือช่วงการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    รายงานผลการสแกนหุ้นประจำวัน (12/8/2569)

    📊 DAILY STOCK SCAN REPORT

    สแกนหุ้นทั้งหมด: 930 ตัว |
    พบสัญญาณ: 23 ตัว

    UP TREND
    2

    REVERSAL
    0

    PULLBACK
    21

    NO. STOCK NAME STATUS
    📌 กลุ่มหุ้น: UP TREND
    1 STGT UP TREND
    2 TASCO UP TREND
    📌 กลุ่มหุ้น: PULLBACK
    1 AEONTS PULLBACK
    2 BAM PULLBACK
    3 BBIK PULLBACK
    4 BCPG PULLBACK
    5 BGRIM PULLBACK
    6 CKP PULLBACK
    7 CREDIT PULLBACK
    8 FORTH PULLBACK
    9 GPSC PULLBACK
    10 GUNKUL PULLBACK
    11 KKP PULLBACK
    12 KTC PULLBACK
    13 SGC PULLBACK
    14 SINGER PULLBACK
    15 SKY PULLBACK
    16 STPI PULLBACK
    17 SYNEX PULLBACK
    18 TEAM PULLBACK
    19 TFG PULLBACK
    20 TURBO PULLBACK
    21 VGI PULLBACK
    Generated automatically by n8n

    NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    📊 NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    🎯 Dimension 1: Top Accumulation

    Stocks with consistent institutional buying over the period.

    HMPRO Net Buy 740.07M THB (14/20 days)
    AOT Net Buy 702.64M THB (16/20 days)
    PTT Net Buy 635.49M THB (16/20 days)
    ADVANC Net Buy 595.28M THB (14/20 days)
    GULF Net Buy 564.65M THB (14/20 days)

    🚨 Dimension 2: Price-NVDR Divergence

    Conflicting signals between price action and fund flow.

    EA 🟢 HIDDEN BULLISH (Price Down, NVDR Buy) | NVDR Net: 864.68M THB
    KBANK 🔴 HIDDEN BEARISH (Price Up, NVDR Sell) | NVDR Net: 662.60M THB

    👑 Dimension 3: High Dominance Plays

    Stocks heavily driven by foreign volume (>25%).

    No high dominance stocks found.

    🔄 Dimension 4: Sector Rotation

    Top 3 sectors with the highest net inflows.

    ENERG 2,064.82M THB
    COMM 1,251.57M THB
    ICT 1,101.91M THB

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 12 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 13.11%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.78 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.47 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.15 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.10%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 152.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.17%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.94%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.70%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.43%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 152.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.21%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.96%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 102.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 18.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.21%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.99%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 10.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.15%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 191.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.96%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.31% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.89%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 249.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.32% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.80%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.76%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.08 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.57%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.97 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.50% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 89.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.44%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 33.00 – 34.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.50% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 44.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.32%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 110.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.30%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.45%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7734.74 +6.54 +0.08 % 2026-08-12
    US30 INDU:IND 53787 -2.7 -0.01 % 2026-08-12
    US100 US100:IND 29566 +40.76 +0.14 % 2026-08-12
    Vilnius VILSE:IND 1507 -8 -0.53 % 2026-08-12
    US1000 RIY:IND 4213.67 -12.12 -0.29 % 2026-08-12
    TUN TUSISE:IND 19957 0 0 2026-08-12
    USE All Share ALSIUG:IND 2212.77 -2.35 -0.11 % 2026-08-12
    ZSI Industrials INDZI:IND 471.43 +0.08 +0.02 % 2026-08-12

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6560 +6.25 +0.1 % 2026-08-12
    EU600 STOXX:IND 660.52 +0.01 0 2026-08-12
    EU100 N100:IND 1977 +4.13 +0.21 % 2026-08-12
    EU350 SPE350:IND 2686.48 -0.34 -0.01 % 2026-08-12
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 320.07 -0.29 -0.09 % 2026-08-12

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4684 +19.99 +0.43 % 2026-08-12
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24293 -178.4 -0.73 % 2026-08-12
    AU50 AS52:IND 8973 -45.8 -0.51 % 2026-08-12

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 67545 +574.78 +0.86 % 2026-08-12
    GB100 UKX:IND 10844 -18.31 -0.17 % 2026-08-12
    DE40 DAX:IND 26414 +22.28 +0.08 % 2026-08-12
    FR40 CAC:IND 8720 +4.86 +0.06 % 2026-08-12
    IT40 FTSEMIB:IND 53729 +22.79 +0.04 % 2026-08-12
    ES35 IBEX:IND 20230 +15.9 +0.08 % 2026-08-12
    ASX200 AS51:IND 9166 -84.6 -0.91 % 2026-08-12
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3943 +9.32 +0.24 % 2026-08-12
    SENSEX SENSEX:IND 77619 -535.42 -0.69 % 2026-08-12
    TSX SPTSX:IND 36476 0 0 2026-08-12
    MOEX INDEXCF:IND 2324 0 0 2026-08-12
    IBOVESPA IBOV:IND 167875 +0.36 0 2026-08-12
    IPC MEXBOL:IND 65565 0 0 2026-08-12
    NL30 AEX:IND 1118 +1.27 +0.11 % 2026-08-12
    CH20 SMI:IND 14575 -58.45 -0.4 % 2026-08-12
    SAALL JALSH:IND 115943 0 0 2026-08-12
    STI FSSTI:IND 5720 -33.68 -0.59 % 2026-08-12
    HK50 HSI:IND 25407 -245.82 -0.96 % 2026-08-12
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13763 -97.37 -0.7 % 2026-08-12
    BIST 100 XU100:IND 13705 0 0 2026-08-12
    Stockholm 30 S30:IND 3297 0 0 2026-08-12
    WIG WIG:IND 153436 +0.01 0 2026-08-12
    BE20 BEL20:IND 5719 -48.37 -0.84 % 2026-08-12
    Oslo OSEAX:IND 2430 +18.32 +0.76 % 2026-08-12
    ATX ATX:IND 6673 0 0 2026-08-12
    Copenhagen KFX:IND 1598 0 0 2026-08-12
    Helsinki HEX:IND 13212 0 0 2026-08-12
    Helsinki 25 HEX25:IND 6240 0 0 2026-08-12
    ISEQ ISEQ:IND 14234 0 0 2026-08-12
    Athens General ASE:IND 2614 0 0 2026-08-12
    PSI Geral BVLX:IND 6220 +47.23 +0.77 % 2026-08-12
    PSI PSI20:IND 9211 +55.84 +0.61 % 2026-08-12
    PX PX:IND 2750 -12.62 -0.46 % 2026-08-12
    BET BET:IND 35749 -211.06 -0.59 % 2026-08-12
    BUX BUX:IND 149904 +0.01 0 2026-08-12
    SAX SKSM:IND 325 -0.01 0 2026-08-12
    LuxX LUXXX:IND 2019 -9.79 -0.48 % 2026-08-12
    CROBEX CRO:IND 4420 0 0 2026-08-12
    SOFIX SOFIX:IND 1333 +17.68 +1.34 % 2026-08-12
    SBITOP SBITOP:IND 3229 0 0 2026-08-12
    BELEX 15 BELEX15:IND 1282 -19.03 -1.46 % 2026-08-12
    SASX 10 SASX10:IND 1528 -1.05 -0.07 % 2026-08-12
    CSE General CYSMMAPA:IND 320 0 0 2026-08-12
    Tallinn TALSE:IND 2151 -3.2 -0.15 % 2026-08-12
    Riga RIGSE:IND 928 -1.43 -0.15 % 2026-08-12
    ICEX ICEXI:IND 2039 0 0 2026-08-12
    MBI 10 MBI:IND 9244 -27.51 -0.3 % 2026-08-12
    MSE MALTEX:IND 4133 -3.64 -0.09 % 2026-08-12
    Monex MONEX:IND 17550.69 +16.85 +0.1 % 2026-08-12
    DE Mid MDAX:IND 32226.76 -93.02 -0.29 % 2026-08-12
    DE Small SDAX:IND 18571.14 +30.6 +0.17 % 2026-08-12
    Ecuador General BVQA:IND 1761 -1.98 -0.11 % 2026-08-12
    Merval MERVAL:IND 3022485 +0.04 0 2026-08-12
    IBC IBVC:IND 5237 0 0 2026-08-12
    COLCAP COLCAP:IND 2423 0 0 2026-08-12
    IGPA IGPA:IND 55923 -644.66 -1.14 % 2026-08-12
    BVPSI BVPSBVPS:IND 715 +0.73 +0.1 % 2026-08-12
    BSX BSX:IND 3949 0 0 2026-08-12
    JSE JMSMX:IND 369858 -2 -0.71 % 2026-08-12
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2937 +7.42 +0.25 % 2026-08-12
    CH50 XIN9:IND 15024.65 +52.34 +0.35 % 2026-08-12
    DSE Broad DSEX:IND 5904 +58.66 +1 % 2026-08-12
    JCI JCI:IND 6331 +63.34 +1.01 % 2026-08-12
    TASI SASEIDX:IND 10833 0 0 2026-08-12
    TSI TWSE:IND 45363 +241.78 +0.54 % 2026-08-12
    ADX General ADSMI:IND 10008 -76.99 -0.76 % 2026-08-12
    SET 50 SET50:IND 1081 0 0 2026-08-12
    FKLCI FBMKLCI:IND 1736 +4.75 +0.27 % 2026-08-12
    TA-125 TA-125:IND 4033 0 0 2026-08-12
    PSEi PCOMP:IND 6361 +34 +0.54 % 2026-08-12
    KSE 100 KSE100:IND 180766 +919.1 +0.51 % 2026-08-12
    KASE KZKAK:IND 7997 +50.08 +0.63 % 2026-08-12
    QE DSM:IND 10018 -79.38 -0.79 % 2026-08-12
    HNX VHINDEX:IND 288.37 -2.54 -0.87 % 2026-08-12
    VN VNINDEX:IND 1789 +15.67 +0.88 % 2026-08-12
    MSM 30 MSM30:IND 7467 +34.9 +0.47 % 2026-08-12
    ASPI CSEALL:IND 21448 +45.52 +0.21 % 2026-08-12
    Blom BLOM:IND 1735 -20.85 -1.19 % 2026-08-12
    ASE JOSMGNFF:IND 3991 0 0 2026-08-12
    LSX Composite LSXC:IND 1321 -5.2 -0.39 % 2026-08-12
    MSE 20 MSETOP:IND 55349 +200.23 +0.36 % 2026-08-12
    DFM General DFMGI:IND 5880 -21.21 -0.36 % 2026-08-12
    Kuwait All Share BKA:IND 8836.02 -41.23 -0.46 % 2026-08-12
    JPVIX VXJ:IND 24.99 -4.89 -16.37 % 2026-08-12
    Estirad BHSEEI:IND 1955.63 -1.3 -0.07 % 2026-08-12
    ASX All Share AS30:IND 9404 -39.9 -0.42 % 2026-08-12
    NSE All Share NGSEINDX:IND 246724 +0.01 0 2026-08-12
    SA40 TOP40:IND 108086 0 0 2026-08-12
    EGX 30 CASE:IND 54829 0 0 2026-08-12
    CFG 25 MOSENEW:IND 18704 -128.39 -0.68 % 2026-08-12
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4113 +6.18 +0.15 % 2026-08-12
    Nairobi All Share NSEASI:IND 236 +0.06 +0.03 % 2026-08-12
    DSEI DARSDSEI:IND 4158 -27.15 -0.65 % 2026-08-12
    GGSECI GGSECI:IND 15293 +71.96 +0.47 % 2026-08-12
    SEMDEX SEMDEX:IND 2272 -2.51 -0.11 % 2026-08-12
    NSX Overall FTN098:IND 2431 +0.03 0 2026-08-12
    Gaborone BGSMDC:IND 11209 +3.14 +0.03 % 2026-08-12

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15339 -0.0008 -0.07 % -0.1688 % +1.3381 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.35055 -0.0002 -0.01 % +0.2747 % +1.1792 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70595 -0.0002 -0.03 % +0.0156 % +2.038 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.5867 -0.0013 -0.22 % -0.3567 % +2.0348 %
    USDJPY USDJPY:CUR 159.414 +0.124 +0.08 % +1.0552 % -1.8574 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74854 +0.0021 +0.03 % +0.0047 % -0.5366 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.81217 +0.0013 +0.16 % +0.6232 % -0.3081 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39303 +0.0007 +0.05 % -0.5809 % -1.5839 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.0611 -0.0256 -0.15 % -1.0157 % -2.6578 %
    USDINR USDINR:CUR 95.448 +0.0682 +0.07 % +0.3868 % -0.4685 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1743 -0.0027 -0.05 % +0.6889 % +0.4543 %
    USDRUB USDRUB:CUR 82.71 +0.1 +0.12 % +2.1426 % +7.9413 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1416.36 +4.6 +0.33 % -0.3595 % -5.4398 %
    DXY DXY:CUR 99.883 +0.0601 +0.06 % +0.2077 % -1.3354 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.7554 +0.0307 +0.06 % +0.3946 % +1.5938 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.5282 +0.007 +0.07 % +0.4447 % -1.9531 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.72849 +0.0023 +0.06 % +0.0883 % -2.0309 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.49271 +0.0006 +0.01 % -0.3861 % -3.066 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1871 -0.0087 -0.05 % -0.7718 % -1.6783 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.48143 +0.0042 +0.07 % +0.1666 % -1.3167 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28078 +0.0009 +0.07 % -0.0289 % -1.0614 %
    USDILS USDILS:CUR 3.00289 +0.0018 +0.06 % -0.0546 % -0.898 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84676 0 0 +0.0344 % +0.1155 %
    USDCLP USDCLP:CUR 914.02 -1.45 -0.16 % -0.0995 % -1.8133 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.48 -0.3325 -0.12 % -0.1152 % -0.2337 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.0301 +0.0199 +0.09 % +0.4576 % -1.5099 %
    USDHUF USDHUF:CUR 316.355 +0.0035 0 +1.0127 % +0.0419 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15339 -0.0008 -0.07 % -0.1688 % +1.3381 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.35055 -0.0002 -0.01 % +0.2747 % +1.1792 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.81217 +0.0013 +0.16 % +0.6232 % -0.3081 %
    USDRUB USDRUB:CUR 82.71 +0.1 +0.12 % +2.1426 % +7.9413 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.7554 +0.0307 +0.06 % +0.3946 % +1.5938 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.5282 +0.007 +0.07 % +0.4447 % -1.9531 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.72849 +0.0023 +0.06 % +0.0883 % -2.0309 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.49271 +0.0006 +0.01 % -0.3861 % -3.066 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.48143 +0.0042 +0.07 % +0.1666 % -1.3167 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.0301 +0.0199 +0.09 % +0.4576 % -1.5099 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5446 +0.0058 +0.13 % +0.0793 % -1.1657 %
    USDHUF USDHUF:CUR 316.355 +0.0035 0 +1.0127 % +0.0419 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.8525 +0.0025 +0.01 % +0.2291 % +0.0056 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.9636 -0.0002 -0.01 % +0.6589 % +3.6768 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.752 +0.0825 +0.08 % +0.1665 % -1.3005 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6958 +0.0013 +0.08 % +0.1891 % -1.3209 %
    USDISK USDISK:CUR 123.105 +0.075 +0.06 % +0.2974 % -2.1578 %
    USDALL USDALL:CUR 80.65 +0.075 +0.09 % -0.062 % -1.9334 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.31 0 0 -0.6059 % -1.1221 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.27 -0.01 -0.06 % -0.8611 % -1.0315 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39303 +0.0007 +0.05 % -0.5809 % -1.5839 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.0611 -0.0256 -0.15 % -1.0157 % -2.6578 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1743 -0.0027 -0.05 % +0.6889 % +0.4543 %
    DXY DXY:CUR 99.883 +0.0601 +0.06 % +0.2077 % -1.3354 %
    USDARS USDARS:CUR 1491.03 +0.0117 0 -0.3486 % +0.5363 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3137.03 -1.46 -0.05 % -1.4436 % -3.1294 %
    USDCLP USDCLP:CUR 914.02 -1.45 -0.16 % -0.0995 % -1.8133 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.3795 -0.0004 -0.01 % -0.2303 % -0.9293 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.29 -0.01 -0.02 % +0.0343 % -0.359 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.629 0 0 +0.0131 % -0.0524 %
    USDURY USDURY:CUR 40.2497 -0.0003 0 -0.0628 % +0.0365 %
    USDCRC USDCRC:CUR 454.26 +0.82 +0.18 % +0.172 % -0.2679 %
    USDPAB USDPAB:CUR 1.0009 +0.0009 +0.09 % +0.09 % +0.09 %
    USDBOB USDBOB:CUR 11.8713 -0.0287 -0.24 % -1.8495 % +13.8734 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5952.06 -0.2 0 +0.062 % -1.8636 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.7467 -0.0078 -0.09 % -0.0891 % -0.0925 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.7695 -0.0125 -0.18 % -0.0148 % -0.321 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8036 -0.0002 0 -0.0011 % +0.1079 %
    USDJMD USDJMD:CUR 158.157 -0.004 0 -0.2227 % +0.0994 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.7833 -0.0167 -0.05 % -0.0454 % -0.0454 %
    USDHTG USDHTG:CUR 130.704 -0.005 0 -0.0352 % -0.1307 %
    USDBSD USDBSD:CUR 0.9996 0 0 -0.04 % -0.04 %
    USDSRD USDSRD:CUR 37.7343 +0.0149 +0.04 % -0.089 % +0.3601 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209.4 +0.1 +0.05 % +0.0478 % +0.2874 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 760.2652 -3.128 -0.41 % +0.7034 % +5.1406 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 159.414 +0.124 +0.08 % +1.0552 % -1.8574 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74854 +0.0021 +0.03 % +0.0047 % -0.5366 %
    USDINR USDINR:CUR 95.448 +0.0682 +0.07 % +0.3868 % -0.4685 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1416.36 +4.6 +0.33 % -0.3595 % -5.4398 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17868.4 +45.4 +0.25 % -0.0928 % -1.3395 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.7547 +0.0029 +0.08 % -0.028 % -0.0492 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.21 -0.0343 -0.11 % -0.2073 % +0.0137 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1374472 -3 0 -0.0218 % +0.0072 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6725 -0.0004 -0.01 % -0.0109 % -0.0136 %
    USDTHB USDTHB:CUR 33.112 -0.038 -0.11 % -0.0543 % -1.1582 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.0906 -0.0017 -0.04 % -0.0611 % +0.4815 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28078 +0.0009 +0.07 % -0.0289 % -1.0614 %
    USDILS USDILS:CUR 3.00289 +0.0018 +0.06 % -0.0546 % -0.898 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84676 0 0 +0.0344 % +0.1155 %
    USDPHP USDPHP:CUR 61.258 +0.003 0 +0.9226 % -0.5374 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.48 -0.3325 -0.12 % -0.1152 % -0.2337 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1309.57 -0.4801 -0.04 % -0.0366 % -0.0328 %
    USDKZT USDKZT:CUR 464.945 -0.88 -0.19 % -1.0482 % -1.991 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.6441 +0.0001 0 -0.0466 % -0.0466 %
    USDVND USDVND:CUR 26125 -11.5 -0.04 % -0.48 % -0.4951 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.3 -0.15 -0.12 % -0.3918 % +0.0203 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.385 +0.0003 +0.07 % +0.0728 % +0.0728 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 0 0 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 334.05 -0.25 -0.07 % -0.3995 % -0.6306 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122.05 0 0 +0.0246 % +0.0574 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11886.1 -3.8802 -0.03 % -0.0055 % -1.7101 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.086 +0.0019 +0.02 % +0.047 % +0.1375 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.51 +0.01 +0.29 % +0.2857 % +0.2857 %
    USDLBP USDLBP:CUR 89518.61 -31.39 -0.04 % -0.0351 % -0.0351 %
    USDYER USDYER:CUR 237.2 +0.01 0 -0.4741 % -0.5763 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.3771 0 +0.01 % +0.0053 % +0.008 %
    USDAFN USDAFN:CUR 65.5 +0.46 +0.71 % -0.4257 % -0.3954 %
    USDNPR USDNPR:CUR 152.566 -0.006 0 +0.2438 % -0.2837 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2808 +0.001 +0.08 % -0.039 % -1.066 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4050.07 -4.93 -0.12 % -0.0723 % +0.9112 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.618 -0.001 -0.04 % +0.0765 % -0.3805 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3598 0 0 +0.0278 % +0.4046 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22554.4 -5.62 -0.02 % -0.182 % +0.0194 %
    USDAMD USDAMD:CUR 339.41 -27.59 -7.52 % -7.3005 % -7.6435 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.2119 -0.0281 -0.3 % -0.358 % -0.3041 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 0 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.3091 +0.0002 +0.06 % -0.0259 % -0.2549 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70595 -0.0002 -0.03 % +0.0156 % +2.038 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.5867 -0.0013 -0.22 % -0.3567 % +2.0348 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.4859 +0.0776 +1.76 % +1.7488 % +1.9569 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.341 -0.189 -0.18 % -0.086 % -1.5753 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.213 +0.0015 +0.07 % +0.1131 % -1.148 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1362.63 -0.78 -0.06 % +0.0103 % -1.3273 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1871 -0.0087 -0.05 % -0.7718 % -1.6783 %
    USDZMW USDZMW:CUR 18.74 -0.005 -0.03 % -1.7768 % +4.1748 %
    USDEGP USDEGP:CUR 50.28 +0.1 +0.2 % +0.9639 % +0.0796 %
    USDDZD USDDZD:CUR 133.012 +0.024 +0.02 % +0.1483 % -0.258 %
    USDAOA USDAOA:CUR 919.492 0 0 +0.0226 % +0.2718 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3102 -0.0311 -0.33 % -0.3329 % -0.2956 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.5 0 0 +0.0549 % +0.0465 %
    USDKES USDKES:CUR 129.25 -0.05 -0.04 % -0.0773 % 0
    USDETB USDETB:CUR 161.6962 +1.0437 +0.65 % +0.766 % +1.2791 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2641.97 -13.03 -0.49 % -0.303 % +0.2645 %
    USDTND USDTND:CUR 2.9351 +0.0169 +0.58 % +0.6619 % -0.9483 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.375 +0.01 +0.16 % +0.1917 % -0.4684 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.7614 +0.0947 +0.81 % +0.3027 % +2.4512 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 0 -0.6076 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3719.16 -0.03 0 -0.2307 % +0.7114 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.89 -0.02 -0.03 % +0.456 % -0.0156 %
    USDBWP USDBWP:CUR 14.1345 -0.001 -0.01 % +0.4078 % +4.2106 %
    USDXAF USDXAF:CUR 568.398 -8.492 -1.47 % -1.4259 % -2.1497 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.1866 -0.0117 -0.07 % -0.8217 % -1.7028 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5012.647 0 0 +0.2136 % +6.7823 %
    USDMUR USDMUR:CUR 47.07 +0.03 +0.06 % +0.1916 % -0.402 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4301.39 -7.11 -0.17 % -0.3865 % +1.2092 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1472.47 +3.473 +0.24 % +0.2473 % +0.0661 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8784.5 0 0 +0.0057 % +0.1596 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.21 0 0 +0.0996 % +0.6256 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24035.4 +6.7461 +0.03 % -0.4699 % -0.1899 %
    USDXOF USDXOF:CUR 568.398 -0.102 -0.02 % -0.0179 % -0.8031 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.83 +0.16 +0.01 % +0.0092 % +0.0092 %
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.2125 +0.0075 +0.05 % -0.663 % -1.5921 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2989.5 +0.1001 0 +0.0304 % +0.1491 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.1863 +0.0077 +0.05 % -0.8235 % -1.7512 %
    USDLRD USDLRD:CUR 178 0 0 -1.7824 % -1.9395 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.7397 -0.0166 -0.02 % +0.0649 % -1.4107 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 13.8054 -0.8646 -5.89 % -6.3056 % +3.7852 %
    USDSOS USDSOS:CUR 571.29 -0.21 -0.04 % -0.0367 % -0.0367 %
    USDGMD USDGMD:CUR 74.675 0 0 +0.3022 % +0.5385 %
    USDKMF USDKMF:CUR 427 0 0 -0.0094 % -1.3857 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4573 +0.0176 +0.08 % +0.1643 % -1.3312 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.604 -0.0155 -0.06 % -0.302 % -0.6383 %

    สรุปข่าวการลงทุนประจำวัน: 20260811

    รายการลงทุนประจำวัน 2026-08-11

    ▶ เปิด Playlist บน YouTube

    รายการคลิปใน Playlist (6 คลิป)

    รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    [ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-11 ถึง 2026-08-12 | อัปเดตล่าสุดเวลา 12:40 น.]

    🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

    ปฏิทินหุ้นไทยวันที่ 11 สิงหาคม 2569: Tender Offer และขึ้นเครื่องหมาย XD


    มีการประกาศคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) หุ้น FMT ที่ราคา 18 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ยังมีหุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XD (ไม่ได้รับเงินปันผล) ได้แก่ ITC, SIA19 และ SSTRT โดยมีการระบุอัตราเงินปันผลตามที่ประกาศ

    🌐 ข่าวต่างประเทศ


    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ราคาน้ำมันพุ่งจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง


    เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้หุ้น Upwork ปรับตัวลดลงอย่างหนักจากผลประกอบการที่ออกมาแบบผสม (Mixed Earnings)


    ตลาดหุ้นเอเชียปิดตลาดแบบผสม เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569


    ตลาดหุ้นเอเชียปิดตลาดในทิศทางที่แตกต่างกัน โดยดัชนี Shanghai Composite และ Hang Seng Index ของฮ่องกงปรับตัวลดลง ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้, ดัชนี S&P/ASX 200 และดัชนี All Ordinaries ของออสเตรเลีย ปรับตัวเพิ่มขึ้น

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพุธที่ สิบสอง สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพุธที่ สิบสอง สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที

    วันนี้ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญกับภาวะแยกตัวรูปตัวเค หรือ K-shaped divergence โดยมีแรงขับเคลื่อนสองด้านที่ตรงกันข้าม ด้านหนึ่งคือการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ได้รับการยืนยันจากบันทึกการเข้าตลาดหุ้น Nasdaq ของ SpaceX มูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของ onsemi อีกด้านหนึ่งคือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น กระตุ้นเงินเฟ้อ และผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกให้สูงขึ้น

    คำตัดสินของศาลสูงสุดที่ยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นของตลาดในเชิงโครงสร้าง แต่ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ หรือ BIS ได้ออกคำเตือนว่า การลงทุนใน AI ที่เฟื่องฟูนั้นซ่อนต้นทุนที่อาจนำไปสู่ภาวะฟองสบู่แตก

    ในขณะเดียวกัน ตลาดกำลังจับตาการประชุมของเฟดและธนาคารกลางญี่ปุ่น ข้อมูลจีดีพีไตรมาสสอง และการประชุมแจ็กสันโฮล ซึ่งทั้งหมดจะกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นกำลังกดดันสินทรัพย์เสี่ยงและผลักดันให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย

    ภาวะตลาดปัจจุบันคือ แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะลอตัว พร้อมกับส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความรู้สึกของนักลงทุนอยู่ในโหมดระมัดระวังและค่อนข้างเป็นลม เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และคำเตือนจาก BIS กำลังกัดกร่อนความอยากรับความเสี่ยงในวงกว้าง

    ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยที่ 52,454 จุด ขณะที่ดัชนียูโรสต็อก 50 ปรับตัวลดลงกว่า 1% ดัชนีนิฟตี 50 ของอินเดียปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ส่วนดัชนีตลาดดูไบปรับตัวลงเล็กน้อย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งสัญญาณการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ทองคำปรับตัวลดลงเนื่องจากดอลลาร์แข็งค่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

    มาวิเคราะห์ธีมหลักกันครับ ธีมแรกคือ การลงทุนใน AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่เฟื่องฟู แต่มีความเสี่ยงจากคำเตือนของ BIS การเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX และความต้องการของ onsemi เป็นสัญญาณบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ของไทย เช่น เดลต้า เคซีอี และฮานา อย่างไรก็ตาม BIS เตือนว่าต้นทุนที่ซ่อนอยู่อาจทำให้เกิดการปรับฐานในระยะกลาง

    ธีมที่สองคือ ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นบวกต่อผู้ผลิตพลังงาน เช่น ปตท.สำรวจและผลิต ปตท. ไทยออยล์ และสตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง แต่เป็นลบต่อสายการบินและการขนส่ง เช่น การบินกรุงเทพ และเคอีเอ็กซ์ เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น ดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าจากนโยบายการเงินที่เข้มงวด เป็นลบต่อสาธารณูปโภคที่มีหนี้เป็นดอลลาร์ เช่น บีกริม โกลบอลเพาเวอร์ซินเนอร์จี และกัลฟ์

    ธีมที่สามคือ คำตัดสินของศาลสูงสุดที่ยืนยันความเป็นอิสระของเฟด เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดโดยรวม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ธนาคารทหารไทยธนชาติ และธนาคารอยุธยา เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะกว้างขึ้น แต่เป็นลบต่อกลุ่มไฟแนนซ์และธุรกิจสินเชื่อรายย่อย เช่น ศรีสวัสดิ์ เมืองไทย แคปปิตอล และธิติกร

    ธีมที่สี่คือ การประชุมแจ็กสันโฮลและการตัดสินใจนโยบายของเฟดและธนาคารกลางญี่ปุ่นเป็นปัจจัยชี้ขาดทิศทางอัตราดอกเบี้ย ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ จะเป็นตัวแปรสำคัญ หากการจ้างงานแข็งแกร่ง เฟดอาจส่งสัญญาณคุมเข้ม ซึ่งเป็นลบต่อตลาดเกิดใหม่ หากอ่อนแอ ตลาดอาจฟื้นตัว

    ข้อเสนอแนะการลงทุนที่มีความมั่นใจสูงคือ เน้นลงทุนในผู้ผลิตพลังงานและธนาคาร หลีกเลี่ยงสายการบินและขนส่ง หลีกเลี่ยงสาธารณูปโภคที่มีหนี้ดอลลาร์ เลือกลงทุนในหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ แต่ต้องบริหารความเสี่ยงจากคำเตือนของ BIS และป้องกันความเสี่ยงด้วยการถือดอลลาร์สหรัฐ

    ประเด็นสำคัญคือ ผู้ผลิตพลังงานเป็นเป้าหมายระยะสั้นที่มีความมั่นใจสูงที่สุด ธนาคารมี upside ที่ไม่สมมาตร ควรหลีกเลี่ยงสายการบินและขนส่ง สาธารณูปโภคที่มีหนี้ดอลลาร์มีความเสี่ยง ตลาดรูปตัวเคต้องการความเลือกสรร และการประชุมแจ็กสันโฮลกับข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ เป็นตัวเร่งสำคัญ

    คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

    รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

    # Economic Daily Report — July 2026

    —

    Dominant Market Narrative

    The market is navigating a K-shaped divergence driven by two powerful and opposing currents: the unstoppable surge in AI and semiconductor investment — validated by SpaceX’s record $75B Nasdaq IPO and onsemi’s surging AI data center demand — versus escalating geopolitical risk premiums from US-Iran tensions that are lifting energy prices, stoking inflation, and pushing global bond yields higher. The Supreme Court’s affirmation of Federal Reserve independence provides a structural backstop for market confidence, but the Bank for International Settlements has issued a stark warning that the AI investment boom conceals hidden costs that risk a financial bust. Meanwhile, markets are on edge ahead of upcoming Fed and BoJ policy decisions, Q2 GDP data, and the Jackson Hole symposium, all of which will determine the trajectory of interest rates and cross-border capital flows. Rising bond yields are already pressuring risk assets and driving rotation into safe havens.

    —

    Market Regime & Sentiment Gauge

    Regime: Stagflationary Pressure with Geopolitical Risk Premium — characterized by persistent inflation from elevated energy costs, central bank tightening signals, and selective risk appetite concentrated in AI/semiconductor names.

    Sentiment: Cautiously Bearish — shifting from Neutral. Rising bond yields, US-Iran tensions, and BIS warnings are eroding the broader risk appetite even as select tech names outperform. The K-shaped dynamic is intensifying: AI/semiconductor euphoria coexists with broad market caution.

    —

    Market Snapshot

    Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
    Equities US30 (Dow): 52,454 (+0.2%) Mild uptrend, grinding higher Cautiously Positive
    Equities EU100: 1,892 (-1.07%) Declining from 1,926 Bearish (Europe)
    Equities NIFTY 50: 24,271 (+0.39%) Modest gains Mildly Positive
    Equities DFM General: 5,991 (-0.18%) Volatile, slight decline Neutral-to-Cautious (MENA)
    Fixed Income Global Bond Yields Rising across the curve Risk-Off signal
    FX & Commodities USD (DXY) Strengthening Risk-Off / Hawkish Fed
    FX & Commodities Gold Declining (strong dollar + oil inflation) ⚠️ Counterintuitive (safe haven losing bid to USD)
    FX & Commodities WTI / Brent Crude Rising (US-Iran tensions, maritime disruption) Inflationary pressure
    Volatility VIX No data available —

    —

    Thematic Analysis & Forward Impact

    Theme 1: AI & Semiconductor Super-Cycle vs. BIS Bubble Warning

  • Trigger: SpaceX’s $75 billion Nasdaq IPO signals a structural shift toward high-growth tech and AI fundraising; onsemi reports surging AI data center demand as its fastest-growing segment; Alphabet, Oracle, and Meta lead a surge in equity issuance that could surpass share buybacks for the first time in 23 years.
  • Historical Correlation: The correlation database confirms that AI-semiconductor demand drives positive outcomes for technology and electronic component sectors. For Thai-listed electronics exporters (DELTA, KCE, HANA), a weak THB amplifies revenue recognition — a secondary tailwind.
  • Expected Impact: 📈 Bullish — High Magnitude (Medium-Term) for AI infrastructure, semiconductor, and data center plays. onsemi and hyperscaler suppliers are direct beneficiaries. However, the BIS warns of hidden costs surfacing in company accounts and consumer prices — a medium-term risk of 📉 correction.
  • Causal & Inter-Market Reasoning: The AI capex cycle is creating a self-reinforcing feedback loop: hyperscaler demand drives chip orders → semiconductor revenue surges → equity issuance funds further expansion → AI infrastructure buildout accelerates. However, the BIS warning is non-trivial — historically, investment booms that outpace productivity realization end in mean reversion. The K-shaped market dynamic (Bluebell advisory) confirms this: AI/semiconductor outperforms while the rest of the market lags. Rising bond yields amplify this divergence by disproportionately hurting rate-sensitive sectors while AI names benefit from secular growth narratives.
  • Confidence: Medium — the AI demand signal is strong and corroborated by multiple data points; the BIS bust risk is a historical pattern with uncertain timing.
  • —

    Theme 2: US-Iran Geopolitical Tensions → Energy Inflation → Hawkish Central Banks

  • Trigger: Ongoing US-Iran conflict and maritime disruptions are lifting energy prices and feeding into global inflation, coinciding with upcoming Fed and BoJ policy decisions.
  • Historical Correlation: The correlation database confirms: rising crude oil prices (WTI/Brent) are directly 📈 Bullish for Energy & Utilities (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) with higher selling prices, and directly 📉 Bearish for Transportation & Logistics (AAV, BA, KEX) via fuel cost margin compression. Rising coal prices are also positive for BANPU and LANNA. A strengthening USD from hawkish Fed policy is 📉 Negative for power utilities with USD-denominated debt (BGRIM, GPSC, GULF) — expensive imported gas and debt service costs.
  • Expected Impact: ⚖️ Mixed — High Magnitude (0–4 weeks). Energy producers and refiners benefit; airlines and shipping firms face margin headwinds. Rising bond yields (driven by inflation expectations and central bank hawkishness) pressure broad equities and risk assets, triggering fund flows into safe havens. Emerging markets — particularly Thailand — face tightening financial conditions.
  • Causal & Inter-Market Reasoning: The transmission chain is: US-Iran tensions → supply disruption fears → oil price spike → headline inflation rises → Fed maintains hawkish stance → bond yields rise → USD strengthens → EM currencies and equities under pressure → gold paradoxically declines (USD strength dominates safe-haven bid). The SET50 Index has been supported by bank and energy stocks despite Middle East tensions (specific data confirms), but this support may prove fragile if oil spikes too aggressively and crushes demand via inflation.
  • Confidence: High — the causal chain is well-established historically, and multiple correlation rules confirm the stock-level impacts.
  • —

    Theme 3: Federal Reserve Independence Affirmed — Structural Bullish Catalyst

  • Trigger: The Supreme Court ruling upholding Federal Reserve independence removes a major tail risk for financial markets.
  • Historical Correlation: The correlation database confirms: rising policy interest rates and bond yields are 📈 Positive for Banking sector (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY) — widening Net Interest Margins — but 📉 Negative for Finance & Securities / retail lending (SAWAD, MTC, TIDLOR) — higher borrowing costs pressure microfinance margins.
  • Expected Impact: 📈 Bullish — Medium Magnitude (Medium-Term) for the broad market, with specific sector divergence. Bank stocks benefit from the dual tailwind of Fed independence (policy credibility) and higher rate environment. Retail/microfinance lenders face headwinds. The ruling also supports the USD and US risk assets by preserving the institutional framework that has underpinned decades of market stability.
  • Causal & Inter-Market Reasoning: Central bank independence is the bedrock of inflation-fighting credibility. Without it, markets would price in a higher inflation risk premium across the yield curve — raising the discount rate for all risk assets. The Supreme Court’s affirmation removes this scenario. Banks win twice: (1) policy normalization continues, supporting NIMs; (2) the economic backdrop remains stable, supporting loan growth and credit quality. Non-bank finance lenders lose because their borrower base (micro/SME) is more rate-sensitive.
  • Confidence: Medium — the legal/political signal is clear, but market impact may be partially priced in, and the dominant inflation/geopolitical narrative may overshadow it near-term.
  • —

    Theme 4: Jackson Hole & Fed/BoJ Policy Crossroads — Rate Direction Catalyst

  • Trigger: The Jackson Hole meeting (August 27–29) and upcoming Fed/BoJ policy decisions are expected to determine the direction of interest rates and global capital flows; US employment data will be the key swing factor.
  • Historical Correlation: No specific correlation data available for Jackson Hole events in the database. However, the interest rate transmission mechanism is well-established in the correlation rules: rate direction affects banks (+), finance securities (-), property developers (+) if rates ease, construction materials and services (+) on government stimulus.
  • Expected Impact: ⚖️ Mixed — Medium Magnitude (1–4 weeks). Strong employment data → hawkish Fed → higher yields → USD strength → EM pressure (📉). Weak employment data → easing expectations → lower yields → USD weakness → EM relief rally (📈). Bank stocks face binary outcome: they benefit from higher rates (NIM expansion) but suffer if a hard landing materializes.
  • Causal & Inter-Market Reasoning: This is the dominant binary event on the horizon. Trinity Securities explicitly flagged Jackson Hole as the key determinant for global and Thai stock market direction. The Fed-BoJ policy divergence adds complexity: if the BoJ tightens while the Fed holds, JPY carry trade unwinds could trigger volatility across EM assets.
  • Confidence: Low — the outcome is binary and data-dependent; the tools provide no predictive edge on employment data direction.
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    Based on the correlation database and news inputs, the following tactical positioning is supported:

    Position Rationale Horizon
    Overweight Energy Producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) US-Iran tensions + maritime disruption sustain elevated oil prices; direct positive correlation confirmed 0–4 weeks
    Overweight Banks (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY) Fed independence affirmed + rising rate environment widens NIMs; positive correlation confirmed Medium-term
    Underweight Airlines & Shipping (AAV, BA, KEX) Fuel cost margin compression from elevated oil; negative correlation confirmed 0–4 weeks
    Underweight Power Utilities with USD Debt (BGRIM, GPSC, GULF) Strong USD + expensive imported gas; negative correlation confirmed 0–4 weeks
    Selective Long AI/Semiconductor SpaceX IPO + onsemi demand validate secular trend, but hedge against BIS bust risk Medium-term with risk management
    Hedge: Long USD / Short EM FX US-Iran risk premium + hawkish Fed expectations support USD 0–4 weeks

    Key Triggers to Monitor: US employment data release, Jackson Hole guidance, US-Iran ceasefire/de-escalation headlines, Q2 tech earnings, CPI prints.

    —

    Key Risk Scenarios

  • Base Case (60% probability): Geopolitical tensions persist at current levels; oil remains elevated but doesn’t spike; Fed holds rates steady through Jackson Hole; K-shaped market continues — AI/semiconductor outperforms, energy stocks hold gains, banks benefit from rate environment, broad market grinds sideways.
  • Bull Case (20% probability): US-Iran de-escalation and strong tech earnings trigger a relief rally; oil prices decline → inflation expectations fall → dovish Fed pivot at Jackson Hole → broad-based equity rally with rotation from defensives to cyclicals.
  • Bear Case (20% probability): US-Iran conflict escalates into direct military confrontation; oil price shock (>$120/bbl); bond yields spike; Fed forced into emergency hawkish stance; BIS AI-bust scenario begins to materialize; emerging markets and rate-sensitive sectors experience severe drawdowns.
  • —

    Key Takeaways

  • Energy producers are the highest-conviction near-term long — US-Iran tensions, maritime disruption, and the correlation database all confirm direct bullish impact on PTTEP, PTT, TOP, and SPRC.
  • Banks offer asymmetric upside — Fed independence plus elevated rates equals NIM expansion; BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY are all positively correlated per the database.
  • Avoid or short airlines and shipping — AAV, BA, KEX face margin compression from fuel costs; correlation is directly negative.
  • Power utilities with USD debt are vulnerable — BGRIM, GPSC, GULF face the double headwind of strong dollar and expensive imported gas.
  • The K-shaped market demands selectivity — AI/semiconductor euphoria is real but the BIS bust warning demands risk management; size positions accordingly and avoid the “rest of the market.”
  • Jackson Hole and US employment data are the pivotal catalysts — the entire rate regime, USD direction, and EM capital flow outlook will be shaped by these events within the next 4–6 weeks.
  • —

  • Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.
  • 🛢️ ค่าพรีเมียมทางภูมิรัฐศาสตร์จากน้ำมันปะทะกระแส hype AI — ตลาดหุ้นไทยติดกับดักระหว่างแรงหนุนจากพลังงานและแรงกดดันทางการคลัง ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มระมัดระวัง

    🛢️ ค่าพรีเมียมทางภูมิรัฐศาสตร์จากน้ำมันปะทะกระแส hype AI — ตลาดหุ้นไทยติดกับดักระหว่างแรงหนุนจากพลังงานและแรงกดดันทางการคลัง ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มระมัดระวัง

    ## การวิเคราะห์ปัจจัยมหภาค/การเมืองแบบไขว้สำหรับดัชนี SET ของไทย

    ระยะเวลาที่ครอบคลุม: 9-12 สิงหาคม 2569 (24-36 ชั่วโมงที่ผ่านมา)

    ## 1. บริบททางมหภาคและการเมือง (“เหตุผลเบื้องหลัง”)

    🔴 ปัจจัยกระตุ้นที่ 1: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางหนุนน้ำมันให้สูงขึ้น — กลุ่มพลังงานคว้าโอกาส


    ปัจจัยกระตุ้นทางมหภาค/การเมือง: วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่ระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ยังคงทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกอยู่ในระดับสูงและผันผวน น้ำมันดิบประมาณ 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ประมาณ 8% ของอุปทานโลก), 20% ของการส่งออก LNG ทั่วโลก และ 6% ของกำลังการกลั่นโลก ยังคงมีความเสี่ยง กระทรวงพลังงานไทยยืนยันว่ากำลังติดตามราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนอย่างใกล้ชิด พร้อมเพิ่มการอุดหนุนก๊าซ LPG เพื่อรักษาราคาขายปลีกในประเทศให้มีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม การขาดดุลกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้เพิ่มขึ้นเป็น 7.18 หมื่นล้านบาท ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งบ่งชี้ถึงความตึงเครียดทางการคลัง

    หุ้น/กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง: PTT, PTTEP, TOP, OR, BCP, SPRC, ESSO (กลุ่มพลังงานครบวงจรและโรงกลั่น), GULF (โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและไฟฟ้า)

    ผลกระทบที่คาดการณ์: 🟢 เชิงบวก (ระยะสั้น) — ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นเป็นแรงหนุนทางรายได้โดยตรงสำหรับผู้ผลิตต้นน้ำและกลุ่มพลังงานครบวงจร กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ของ PTT พุ่งขึ้น +10.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 2.574 หมื่นล้านบาท จากค่าพรีเมียมทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกระตุ้นนี้มีลักษณะ เป็นสองขั้วและเปราะบาง — การหยุดยิงหรือความก้าวหน้าทางการทูตใดๆ อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบกลับตัวลงอย่างรุนแรง การอุดหนุนก๊าซ LPG ที่เพิ่มขึ้นและการขาดดุลกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นความเสี่ยงทางการคลังที่ซ่อนอยู่ ซึ่งอาจบังคับให้ต้องปรับนโยบายที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของกลุ่มพลังงานในที่สุด


    🔴 ปัจจัยกระตุ้นที่ 2: กระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติพลิกกลับ — เกิดการขายสุทธิหลังจากกระแสเงินไหลเข้าที่ยาวนาน


    ปัจจัยกระตุ้นทางมหภาค/การเมือง: ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติบันทึก การขายสุทธิ 113.82 ล้านบาท ในตลาดหลักทรัพย์ SET และ MAI ขณะที่นักลงทุนในประเทศเข้ามาซื้อสุทธิ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากกระแสการซื้อสุทธิของต่างชาติที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในช่วงปีนี้ บล.กสิกรไทยยืนยันว่าดัชนี SET ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจาก “การขายของต่างชาติและการขาดปัจจัยกระตุ้น”

    หุ้น/กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง: หุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 (โดยเฉพาะ DELTA, PTT, GULF, BBL, KBANK, SCB), กลุ่มธนาคาร (อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย), กลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีก (CPALL, AOT, CENTEL, MINT)

    ผลกระทบที่คาดการณ์: 🟡 ระมัดระวัง/เชิงลบ (ระยะสั้น) — การพลิกกลับของกระแสเงินทุนต่างชาติ แม้เพียงเล็กน้อย ก็ส่งสัญญาณว่าเงินทุนสถาบันทั่วโลกกำลังปรับท่าทีเป็นเชิงรับมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับท่าที “รอดู” ในวงกว้าง ก่อนการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ปริมาณการซื้อขายที่บางเบา (SET ปิดที่ 1,612.00 จุด ลดลง -0.16% เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ด้วยปริมาณการซื้อขายเบาบาง) ยืนยันภาวะการวางสถานะแบบหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หุ้นที่พึ่งพาเงินทุนต่างชาติมากที่สุด (DELTA, ธนาคารขนาดใหญ่, กลุ่มพลังงานรายใหญ่) มีความเสี่ยงมากที่สุดต่อการพลิกกลับของกระแสเงินทุนนี้


    🔴 ปัจจัยกระตุ้นที่ 3: กระแสนิยายการเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐาน AI ของไทยเริ่มมีน้ำหนัก — โครงสร้างเชิงบวกยังคงอยู่


    ปัจจัยกระตุ้นทางมหภาค/การเมือง: นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี SET เป็น 1,818 จุด โดยอ้างถึงการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐาน AI ของไทย และกระแสเงินทุนที่ยังคงไหลเข้า ตามหลังการจัดอันดับของ IMF ที่ให้ไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI ชั้นนำของโลก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้วางวิสัยทัศน์ที่เน้นการปฏิรูปรัฐบาล การพัฒนาทุนมนุษย์ และการเพิ่มการลงทุนด้าน R&D ใน AI ภายใต้ “หลักการ 4P” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติยังได้ผลักดันกลไก Direct PPA เพื่อสนับสนุนการลงทุนศูนย์ข้อมูล โดยมีเป้าหมายดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกโดยไม่สร้างภาระแก่ประชาชน

    หุ้น/กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง: DELTA (อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังสำหรับ AI, PSU สำหรับศูนย์ข้อมูล), GULF (การผลิตไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล), CCET (การผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์), ADVANC, TRUE (โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล/5G), WHA, AMATA (นิคมอุตสาหกรรมสำหรับศูนย์ข้อมูล)

    ผลกระทบที่คาดการณ์: 🟢 เชิงบวก (เชิงโครงสร้าง/ระยะยาว) — นี่คือปัจจัยกระตุ้นเชิงโครงสร้างหลายปี ไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ทำสถิติสูงสุดของ DELTA (ขับเคลื่อนโดยกลุ่ม AI และศูนย์ข้อมูล ด้วยแนวโน้มการเติบโต 40-50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) ให้การยืนยันตามปัจจัยพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นของ DELTA แสดงถึงการบีบตัวของความผันผวน (In-Squeeze โดยปริมาณการซื้อขายแห้งเหี่ยวและ MACD ที่เส้นศูนย์) ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดกำลัง ย่อย กระแสนิยายนี้ แทนที่จะกำหนดราคาเพิ่มเติมในระยะใกล้นี้ นี่คือเรื่องราวของ “ซื้อตอนย่อตัว” ไม่ใช่ “ไล่ซื้อตอนทะลุ”


    🔴 ปัจจัยกระตุ้นที่ 4: ความเสี่ยงจากการใช้นโยบายประชานิยมทางการคลังและการปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ — สัญญาณในประเทศที่หลากหลาย


    ปัจจัยกระตุ้นทางมหภาค/การเมือง: ส.ส.ไทยได้เตือนว่านโยบายประชานิยมที่ไม่มีการควบคุมในงบประมาณปี 2570 กำลังสะสมความเสี่ยงทางการคลัง ลดเงินทุนสำหรับการลงทุนในอนาคต และอาจนำไปสู่วัฏจักรอุบาทว์ทางเศรษฐกิจของการขาดดุลงบประมาณและการขาดดุลการค้า ในขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม รัฐบาลได้อนุมัติการปฏิรูปกำลังคน โดยการ freeze ตำแหน่งข้าราชการใหม่และยกเลิกตำแหน่งงาน 11 ประเภทเมื่อมีการเกษียณอายุ — ซึ่งเป็นมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังเพื่อลดภาระงบประมาณด้านบุคคลากร แยกต่างหาก รัฐบาลอนุมัติการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐเพิ่มเติม 220,000 ตัน ให้จีน ซึ่งให้การสนับสนุนภาคเกษตรกรรมในระดับเล็กน้อย

    หุ้น/กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง: กลุ่มธนาคาร (BBL, KBANK, SCB — มีความเสี่ยงด้านเครดิตอธิปไตย), โครงสร้างพื้นฐานและก่อสร้าง (CK, STEC, ITD — อ่อนไหวต่อการใช้จ่ายทางการคลัง), เกษตรกรรมและผู้ส่งออกอาหาร (CPF, TFG, STA)

    ผลกระทบที่คาดการณ์: 🟡 ปนกัน/เชิงลบ — การปฏิรูปกำลังคนมีความรับผิดชอบทางการคลังแต่ส่งสัญญาณการรัดเข็มขัดของรัฐบาลที่อาจกระทบต่อการบริโภคในประเทศและการใช้จ่ายด้านก่อสร้าง คำเตือนเกี่ยวกับนโยบายประชานิยมชี้ให้เห็นถึงข้อกังวลด้านเครดิตอธิปไตยในระยะกลางที่อาจกดดันมูลค่ากลุ่มธนาคาร ข้อตกลงข้าวเป็นบวกเพิ่มเติมสำหรับผู้ส่งออกสินค้าเกษตร แต่ไม่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับข้อกังวลทางมหภาคในวงกว้าง


    🔴 ปัจจัยกระตุ้นที่ 5: ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กำลังจะออก — ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั่วโลก


    ปัจจัยกระตุ้นทางมหภาค/การเมือง: SET ปิดที่ 1,612.00 จุด (-0.16%) เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ด้วยปริมาณการซื้อขายเบาบาง ขณะที่นักลงทุนใช้ท่าที “รอดู” ก่อนข้อมูลการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ RealClearMarkets/TIPP ของสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 45.1 ในเดือนสิงหาคม 2569 ต่ำกว่าที่คาดการณ์และยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ Neutral ที่ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการมองโลกในแง่ร้ายอย่างต่อเนื่องของผู้บริโภค บล.กสิกรไทยกำหนดกรอบการซื้อขายรายสัปดาห์ไว้ที่ 1,560-1,655 โดยมีแนวรับที่ 1,585/1,560 และแนวต้านที่ 1,630/1,655

    หุ้น/กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง: หุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 ทั้งหมด (ความสัมพันธ์ตามทิศทางในวงกว้าง), ผู้ส่งออก (อ่อนไหวต่อค่าเงินบาทตามข้อมูลสหรัฐฯ), ทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัย (AURA, GOLD)

    ผลกระทบที่คาดการณ์: 🟡 เป็นกลางถึงเชิงลบ (รอข้อมูล) — จนกว่าข้อมูลการจ้างงาน/CPI ของสหรัฐฯ จะออก SET จะอยู่ในกรอบการเคลื่อนไหวโดยมีแนวโน้มเป็นลบ รายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ อาจจุดชนวนท่าที hawkish ของ Fed อีกครั้ง ทำให้ USD/THB แข็งค่าขึ้นและกระตุ้นให้เกิดกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกเพิ่มเติม ในทางกลับกัน ตัวเลขที่อ่อนแออาจฟื้นความหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและพลิกกระแสเงินทุนเป็นบวก เหตุการณ์แบบสองขั้วนี้เป็นปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นที่สำคัญที่สุดสำหรับทิศทางของ SET

    ## 2. การสังเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค ปัจจัยพื้นฐาน และกระแสเงินทุนต่างชาติของหุ้น (“อะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้น”)

    下表เป็นการวิเคราะห์ไขว้ของหุ้นสำคัญที่มีความสัมพันธ์มากที่สุดกับปัจจัยกระตุ้นทางมหภาคที่ระบุไว้ข้างต้น:

    Ticker แนวโน้ม การตั้งค่าทางเทคนิค สัญญาณ NVDR Flow ความเชื่อมโยงทางมหภาค
    DELTA UP_TREND (พักฐาน) In-Squeeze, Keltner Channel เพิ่มขึ้น, RSI เป็นกลาง, MACD ที่เส้นศูนย์, แนวรับ 328 / แนวต้าน 348 เปราะบางต่อกระแสเงินทุนต่างชาติไหลออก (สัดส่วนต่างชาติสูง); วันขายสุทธิอาจทำให้เกิดการคลี่คลายของ Squeeze ลง AI Hub + การใช้จ่ายด้าน Data Center (เชิงโครงสร้างเป็นบวก) แต่การพลิกกลับของกระแสเงินทุนต่างชาติระยะสั้นเป็นอุปสรรค
    PTT UP_TREND (แข็งแกร่ง) Breakout ขึ้น, Keltner Channel เพิ่มขึ้น, RSI ซื้อเกิน, MACD ตัดขึ้น, แนวรับ 36.75–37.50 / แนวต้าน 40–42 กลุ่มพลังงานมักได้ประโยชน์จากการหมุนเวียนของเงินทุนต่างชาติที่ขับเคลื่อนโดยสินค้าโภคภัณฑ์; แต่ RSI ซื้อเกิน = ความเสี่ยงในการย่อตัว ค่าพรีเมียมน้ำมันตะวันออกกลาง (เชิงบวก), ความเสี่ยงการขาดดุลกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (เชิงลบหักล้าง)
    GULF SIDEWAYS (พักฐาน) In-Squeeze, Keltner Channel ราบ, MACD ตัดขึ้น (แนวโน้มเป็นบวก), แนวรับ 60–60.50 / แนวต้าน 63.19–63.50 ทิศทางการคลี่คลายของ Squeeze มักจะสอดคล้องกับทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ ความต้องการไฟฟ้าสำหรับ Data Center (เชิงบวก) แต่การรัดเข็มขัดทางการคลังอาจชะลอการอนุมัติโครงสร้างพื้นฐาน
    BBL UP_TREND (แข็งแกร่ง) In-Squeeze, Keltner Channel เพิ่มขึ้น, RSI เป็นกลาง, MACD ตัดขึ้น, แนวรับ 173–182.50 / แนวต้าน 183–194 กลุ่มธนาคารอ่อนไหวต่อทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติและความคาดหวังอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ความเสี่ยงนโยบายประชานิยม (เชิงลบต่อเครดิตอธิปไตย), การปฏิรูปกำลังคน (สัญญาณทางการคลังที่เป็นกลาง/บวก)

    สรุป NVDR Flow (11 ส.ค. 2569):

    – นักลงทุนต่างชาติ: ขายสุทธิ 113.82 ล้านบาท (SET + MAI รวมกัน)

    – นักลงทุนในประเทศ: ซื้อสุทธิ (ดูดซับการขายของต่างชาติ)

    – นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงจากแนวโน้มก่อนหน้านี้ที่นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิ (เช่น ซื้อสุทธิ 3,347.22 ล้านบาท เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม)

    ## 3. กลยุทธ์และแนวโน้ม (“สิ่งที่ต้องทำ”)

    🎯 วิทยานิพนธ์การลงทุนหลัก:


    ตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ใน การชักเย่อ ระหว่างแรงผลักดันสามประการที่แข่งขันกัน:

    1. เชิงโครงสร้างเป็นบวก: กระแสนิยายการเป็นศูนย์กลาง AI ของไทย + ราคาพลังงานที่สูงขึ้น = แรงหนุนทางรายได้สำหรับ DELTA, PTT และหุ้นไฟฟ้า

    2. เชิงวัฏจักรเป็นลบ: กระแสเงินทุนต่างชาติที่เปลี่ยนเป็นลบ + ความไม่แน่นอนของข้อมูลสหรัฐฯ + ข้อกังวลนโยบายประชานิยมทางการคลัง = อุปสรรคระยะสั้น

    3. ทางเทคนิค: SET ยืนเหนือแนวรับสำคัญที่ 1,610 โดยมีแนวต้านที่ 1,630–1,655 ระดับ 1,600 คือเส้นแบ่งเขต — การหลุดต่ำลงมาจะเป็นสัญญาณขายทางเทคนิค


    ⚖️ การประเมินความเสี่ยง:


    ปัจจัยความเสี่ยง ความน่าจะเป็น ผลกระทบ การบรรเทา
    การหยุดยิงในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันพังทลาย ต่ำ-กลาง สูง (หุ้นพลังงาน) ตั้ง Stop-loss ที่แน่นหนาสำหรับ PTT ที่ 36.75
    ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ แข็งแกร่ง → Fed hawkish → เงินทุนต่างชาติไหลออกเร็วขึ้น กลาง กลาง-สูง (SET ในวงกว้าง) ลดสถานะในหุ้นขนาดใหญ่; ถือเงินสด
    ความต้องการ AI ชะลอตัว → DELTA Multiple หดตัว ต่ำ สูง (DELTA, เทคโนโลยี) รอการยืนยัน Breakout ของ Squeeze
    คำเตือนการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของไทย ต่ำ กลาง (ธนาคาร, โครงสร้างพื้นฐาน) ติดตามการอภิปรายงบประมาณปี 2570

    📋 กลยุทธ์ที่สามารถปฏิบัติได้:


    สำหรับกลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP):

    – สถานะ: ถือสถานะเดิมด้วย Trailing Stop ใต้ 36.75 อย่าเพิ่มสถานะที่ระดับซื้อเกิน ค่าพรีเมียมตะวันออกกลางเป็นปัจจัยกระตุ้นที่ทรงพลังแต่เปราะบาง ข่าวการหยุดยิงอาจทำให้หุ้นพลังงานปรับตัวลง 5-8% ในวันเดียว

    – จุด Trigger ตามกลยุทธ์: ซื้อเมื่อย่อตัวลงมาโซน 37.50–38.25 เฉพาะเมื่อ RSI เย็นลงมาที่ 50–55 และปริมาณการซื้อขายยืนยันการสะสมของสถาบัน

    สำหรับกลุ่ม AI/เทคโนโลยี (DELTA):

    – สถานะ: รอ DELTA อยู่ในรูปแบบ Volatility Squeeze ตามตำรา ภายในแนวโน้มขาขึ้น — โอกาสที่มีความน่าจะเป็นสูงสุดสำหรับการต่อเนื่องเป็นขาขึ้น แต่ Trigger ยังไม่ถูกกระตุ้น การพลิกกลับของกระแสเงินทุนต่างชาติเพิ่มความไม่แน่นอนระยะสั้น

    – จุด Trigger ตามกลยุทธ์: เข้าซื้อเมื่อราคาปิดรายวันเหนือ 348 ด้วยปริมาณการซื้อขายที่ขยายตัว (>1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน) Stop ที่ 328 เป้าหมาย 356+ อัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทน: 2.57:1

    สำหรับกลุ่มธนาคาร (BBL, KBANK, SCB):

    – สถานะ: เป็นกลางโดยมีแนวโน้มเป็นบวก Squeeze ทางเทคนิคของ BBL ที่มี MACD ตัดขึ้นเป็นสัญญาณเชิงบวก และผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งของธนาคาร (TTB เกินคาด) ให้การสนับสนุนปัจจัยพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม การพลิกกลับของกระแสเงินทุนต่างชาติและข้อกังวลนโยบายประชานิยมจำกัด upside ระยะสั้น

    – จุด Trigger ตามกลยุทธ์: สะสมเมื่อย่อตัวลงมาที่ 180–188 (BBL) หากข้อมูลสหรัฐฯ ออกมาในแนวทางที่ผ่อนคลาย (Dovish)

    สำหรับกลุ่มไฟฟ้า/โครงสร้างพื้นฐาน (GULF):

    – สถานะ: รอโดยเตรียมพร้อมสำหรับการซื้อ MACD ตัดขึ้นภายใน Squeeze ให้แนวโน้มเป็นบวกในช่วงแรก แต่ Keltner Channel ที่ราบเรียบต้องการความอดทน

    – จุด Trigger ตามกลยุทธ์: ซื้อเมื่อทะลุเหนือ 63.19–63.50 ด้วยปริมาณการซื้อขายที่ขยายตัว Stop ที่ 60.00 เป้าหมาย 68.25

    สำหรับ SET ในภาพรวม:

    – กลยุทธ์แบบกรอบ: 1,560–1,655 คือกรอบการซื้อขายตามกลยุทธ์ ซื้อใกล้แนวรับ 1,585–1,600; ขายบางส่วนใกล้แนวต้าน 1,630–1,655

    – เหตุการณ์แบบสองขั้วสำคัญ: ข้อมูลการจ้างงาน/เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้จะกำหนดว่า SET จะทะลุเหนือ 1,630 หรือหลุดต่ำกว่า 1,600 ควรลดขนาดสถานะก่อนการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้

    ## 4. 📊 สรุปข้อมูล

    Ticker แนวโน้ม กระแสเงินทุนต่างชาติ (24-36ชม. NVDR) ปัจจัยกระตุ้นทางมหภาค/ข่าว โปรไฟล์ความเสี่ยง (R:R/SL) ปริมาณซื้อขายพุ่ง แนวโน้มโดยรวม
    DELTA UP_TREND (พักฐาน) ต่างชาติขายสุทธิ (ตลาดรวมไหลออก 113.82 ลบ.) AI Hub / การใช้จ่าย Data Center (เชิงโครงสร้างเป็นบวก) 2.57:1 / SL 328 แห้งเหี่ยวใน Squeeze — กำลังสะสมพลังงาน 🟢 เป็นบวกระยะกลาง, รอสัญญาณ Breakout
    PTT UP_TREND (แข็งแกร่ง) ต่างชาติขายสุทธิ (ตลาดรวม) ค่าพรีเมียมน้ำมันตะวันออกกลาง + ความเสี่ยงขาดดุลกองทุนน้ำมัน 2.00:1 / SL 36.75 ปกติ — ยังไม่ยืนยันการกลับตัว 🟡 เป็นบวกอย่างระมัดระวังแต่ซื้อเกิน; รอย่อตัว
    GULF SIDEWAYS (พักฐาน) ต่างชาติขายสุทธิ (ตลาดรวม) ความต้องการไฟฟ้า Data Center / อุปสรรคทางการคลัง 1.50:1 / SL 60.00 แห้งเหี่ยวใน Squeeze — เตรียมพร้อมขยายตัว 🟡 เป็นกลาง, MACD มีแนวโน้มเป็นบวก; สะสมเมื่อ Breakout
    BBL UP_TREND (แข็งแกร่ง) ต่างชาติขายสุทธิ (ตลาดรวม) ผลประกอบการธนาคาร / ความเสี่ยงนโยบายประชานิยม / ความคาดหวังอัตราสหรัฐฯ 1.29–1.44:1 / SL 182.50–188 แห้งเหี่ยวใน Squeeze 🟢 เป็นบวกอย่างระมัดระวัง; ผลประกอบการธนาคารหนุน
    SET Index พักฐานเหนือ 1,610 ต่างชาติขายสุทธิ 113.82 ลบ. รอข้อมูลสหรัฐฯ / กระแสนิยาย AI Hub / ความเสี่ยงนโยบายประชานิยม — / แนวรับสำคัญ 1,600 ปริมาณซื้อขายเบาบาง — รอดู 🟡 กรอบ 1,560–1,655; ข้อมูลสหรัฐฯ เป็นตัวแปรสำคัญ

    ## 5. 🧭 คำตัดสินสุดท้าย

    > ตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ที่จุดเปลี่ยนผ่าน กระแสนิยายโครงสร้างพื้นฐาน AI และราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นกระแสใต้น้ำเชิงบวกที่ทรงพลัง แต่ความเป็นจริงในเชิงกลยุทธ์คือเงินทุนต่างชาติที่ระมัดระวัง ปริมาณซื้อขายที่เบาบาง และตลาดที่กลั้นหายใจรอข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ กลยุทธ์ที่มีเหตุผลมากที่สุดคือ การสะสมแบบเลือกสรรในช่วงอ่อนตัว ไม่ใช่การไล่ซื้อในช่วงแข็งตัว การตั้งค่าที่มีความมั่นใจสูงที่สุดคือ DELTA — Volatility Squeeze ภายในแนวโน้มขาขึ้นที่ได้รับการยืนยัน โดยมีการเติบโตตามปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนโดย AI — แต่ Trigger สำหรับการเข้าซื้อยังไม่ถูกกระตุ้น ความอดทนคือความได้เปรียบในสภาวะแวดล้อมนี้ ระดับ 1,600 ของ SET คือเส้นแบ่งเขตการบริหารความเสี่ยงที่ไม่สามารถต่อรองได้

    – ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและเพื่อการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ “ตามสภาพ” และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 12 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 13.11%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.78 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.47 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.15 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.10%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 152.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.17%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.94%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.70%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.43%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 152.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.21%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.96%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 102.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 18.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.21%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.99%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 10.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.15%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 191.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.96%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.31% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.89%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 249.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.32% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.80%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.76%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.08 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.57%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.97 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.50% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 89.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.44%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 33.00 – 34.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.50% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 44.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.32%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 110.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.30%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.45%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 12 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 13.11%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.78 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.52%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.47 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.15 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.10%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 152.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.17%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.94%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.70%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.43%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 152.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.21%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.96%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 102.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 18.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.21%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.99%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 10.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.15%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 191.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.96%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.31% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.89%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 249.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.32% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.80%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.76%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.08 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.57%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.97 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.50% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 89.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.44%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 33.00 – 34.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.50% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 44.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.32%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 110.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.30%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.45%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7730.25 +2.05 +0.03 % 2026-08-12
    US30 INDU:IND 53765 -26.66 -0.05 % 2026-08-12
    US100 US100:IND 29491 -34.03 -0.12 % 2026-08-12
    Vilnius VILSE:IND 1507 -3.16 -0.21 % 2026-08-12
    US1000 RIY:IND 4213.66 -12.12 -0.29 % 2026-08-12
    TUN TUSISE:IND 19957 -26.19 -0.13 % 2026-08-12
    USE All Share ALSIUG:IND 2212.77 -2.35 -0.11 % 2026-08-12
    ZSI Industrials INDZI:IND 471.43 +0.08 +0.02 % 2026-08-12

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6551 -2.75 -0.04 % 2026-08-12
    EU600 STOXX:IND 660.52 +0.07 +0.01 % 2026-08-12
    EU100 N100:IND 1977 +4.13 +0.21 % 2026-08-12
    EU350 SPE350:IND 2686.82 +1.83 +0.07 % 2026-08-12
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 320.07 -0.3 -0.09 % 2026-08-12

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4664 -38.23 -0.81 % 2026-08-12
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24472 -112.1 -0.46 % 2026-08-12
    AU50 AS52:IND 8981 -38.2 -0.42 % 2026-08-12

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 66936 -34.22 -0.05 % 2026-08-12
    GB100 UKX:IND 10844 -18.31 -0.17 % 2026-08-12
    DE40 DAX:IND 26393 +1.18 0 2026-08-12
    FR40 CAC:IND 8715 -11.09 -0.13 % 2026-08-12
    IT40 FTSEMIB:IND 53706 +42.33 +0.08 % 2026-08-12
    ES35 IBEX:IND 20214 +40.6 +0.2 % 2026-08-12
    ASX200 AS51:IND 9174 -77.1 -0.83 % 2026-08-12
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3934 -32.5 -0.82 % 2026-08-12
    SENSEX SENSEX:IND 78154 -388.19 -0.49 % 2026-08-12
    TSX SPTSX:IND 36476 +17.59 +0.05 % 2026-08-12
    MOEX INDEXCF:IND 2324 +30.5 +1.33 % 2026-08-12
    IBOVESPA IBOV:IND 167875 -4 -2.5 % 2026-08-12
    IPC MEXBOL:IND 65565 -873.82 -1.32 % 2026-08-12
    NL30 AEX:IND 1117 +3.42 +0.31 % 2026-08-12
    CH20 SMI:IND 14575 -58.45 -0.4 % 2026-08-12
    SAALL JALSH:IND 115943 -1 -1.34 % 2026-08-12
    STI FSSTI:IND 5754 +55.74 +0.98 % 2026-08-12
    HK50 HSI:IND 25653 -284.67 -1.1 % 2026-08-12
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13826 -22.41 -0.16 % 2026-08-12
    BIST 100 XU100:IND 13705 -107.08 -0.78 % 2026-08-12
    Stockholm 30 S30:IND 3297 -8.57 -0.26 % 2026-08-12
    WIG WIG:IND 153436 +732.33 +0.48 % 2026-08-12
    BE20 BEL20:IND 5719 -48.37 -0.84 % 2026-08-12
    Oslo OSEAX:IND 2430 +18.32 +0.76 % 2026-08-12
    ATX ATX:IND 6673 +19.81 +0.3 % 2026-08-12
    Copenhagen KFX:IND 1598 +4.39 +0.28 % 2026-08-12
    Helsinki HEX:IND 13212 +44.19 +0.34 % 2026-08-12
    Helsinki 25 HEX25:IND 6240 +12.25 +0.2 % 2026-08-12
    ISEQ ISEQ:IND 14234 -45.1 -0.32 % 2026-08-12
    Athens General ASE:IND 2614 +7.49 +0.29 % 2026-08-12
    PSI Geral BVLX:IND 6220 +47.23 +0.77 % 2026-08-12
    PSI PSI20:IND 9211 +55.84 +0.61 % 2026-08-12
    PX PX:IND 2763 -13.4 -0.48 % 2026-08-12
    BET BET:IND 35749 -211.06 -0.59 % 2026-08-12
    BUX BUX:IND 149904 +1 +0.89 % 2026-08-12
    SAX SKSM:IND 325 -0.01 0 2026-08-12
    LuxX LUXXX:IND 2029 +9.79 +0.48 % 2026-08-12
    CROBEX CRO:IND 4420 +10.45 +0.24 % 2026-08-12
    SOFIX SOFIX:IND 1333 +17.68 +1.34 % 2026-08-12
    SBITOP SBITOP:IND 3229 +2.1 +0.07 % 2026-08-12
    BELEX 15 BELEX15:IND 1301 +19.03 +1.48 % 2026-08-12
    SASX 10 SASX10:IND 1528 -1.05 -0.07 % 2026-08-12
    CSE General CYSMMAPA:IND 320 -0.07 -0.02 % 2026-08-12
    Tallinn TALSE:IND 2151 -0.05 0 2026-08-12
    Riga RIGSE:IND 928 -0.66 -0.07 % 2026-08-12
    ICEX ICEXI:IND 2039 -0.18 -0.01 % 2026-08-12
    MBI 10 MBI:IND 9244 -27.51 -0.3 % 2026-08-12
    MSE MALTEX:IND 4133 -3.64 -0.09 % 2026-08-12
    Monex MONEX:IND 17550.69 +16.85 +0.1 % 2026-08-12
    DE Mid MDAX:IND 32226.76 -93.02 -0.29 % 2026-08-12
    DE Small SDAX:IND 18571.14 +30.6 +0.17 % 2026-08-12
    Ecuador General BVQA:IND 1761 -1.98 -0.11 % 2026-08-12
    Merval MERVAL:IND 3022485 -99 -3.19 % 2026-08-12
    IBC IBVC:IND 5237 +18.73 +0.36 % 2026-08-12
    COLCAP COLCAP:IND 2423 0 0 2026-08-12
    IGPA IGPA:IND 55689 -796.38 -1.41 % 2026-08-12
    BVPSI BVPSBVPS:IND 715 +0.73 +0.1 % 2026-08-12
    BSX BSX:IND 3949 0 0 2026-08-12
    JSE JMSMX:IND 369858 -2 -0.71 % 2026-08-12
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2930 -37.8 -1.27 % 2026-08-12
    CH50 XIN9:IND 14972.31 -100.88 -0.67 % 2026-08-12
    DSE Broad DSEX:IND 5904 +58.66 +1 % 2026-08-12
    JCI JCI:IND 6268 -97.49 -1.53 % 2026-08-12
    TASI SASEIDX:IND 10833 -12.4 -0.11 % 2026-08-12
    TSI TWSE:IND 45121 +191.96 +0.43 % 2026-08-12
    ADX General ADSMI:IND 10008 -76.99 -0.76 % 2026-08-12
    SET 50 SET50:IND 1081 -3.32 -0.31 % 2026-08-12
    FKLCI FBMKLCI:IND 1731 -3.91 -0.23 % 2026-08-12
    TA-125 TA-125:IND 4033 -5.75 -0.14 % 2026-08-12
    PSEi PCOMP:IND 6327 +37.68 +0.6 % 2026-08-12
    KSE 100 KSE100:IND 179847 -1 -0.81 % 2026-08-12
    KASE KZKAK:IND 7997 +50.08 +0.63 % 2026-08-12
    QE DSM:IND 10018 -79.38 -0.79 % 2026-08-12
    HNX VHINDEX:IND 290.91 +3.23 +1.12 % 2026-08-12
    VN VNINDEX:IND 1773 -3.36 -0.19 % 2026-08-12
    MSM 30 MSM30:IND 7467 +34.9 +0.47 % 2026-08-12
    ASPI CSEALL:IND 21403 -14.67 -0.07 % 2026-08-12
    Blom BLOM:IND 1735 -20.85 -1.19 % 2026-08-12
    ASE JOSMGNFF:IND 3991 +3.58 +0.09 % 2026-08-12
    LSX Composite LSXC:IND 1326 -0.11 -0.01 % 2026-08-12
    MSE 20 MSETOP:IND 55148 +95.95 +0.17 % 2026-08-12
    DFM General DFMGI:IND 5880 -21.21 -0.36 % 2026-08-12
    Kuwait All Share BKA:IND 8836.02 -41.23 -0.46 % 2026-08-12
    JPVIX VXJ:IND 24.99 -4.89 -16.37 % 2026-08-12
    Estirad BHSEEI:IND 1956.93 +1.24 +0.06 % 2026-08-12
    ASX All Share AS30:IND 9401 -42.6 -0.45 % 2026-08-12
    NSE All Share NGSEINDX:IND 246724 -1 -0.74 % 2026-08-12
    SA40 TOP40:IND 108086 -1 -1.38 % 2026-08-12
    EGX 30 CASE:IND 54829 -46.68 -0.09 % 2026-08-12
    CFG 25 MOSENEW:IND 18704 -128.39 -0.68 % 2026-08-12
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4113 +6.18 +0.15 % 2026-08-12
    Nairobi All Share NSEASI:IND 236 +0.06 +0.03 % 2026-08-12
    DSEI DARSDSEI:IND 4158 -27.15 -0.65 % 2026-08-12
    GGSECI GGSECI:IND 15293 +71.96 +0.47 % 2026-08-12
    SEMDEX SEMDEX:IND 2272 -2.51 -0.11 % 2026-08-12
    NSX Overall FTN098:IND 2431 -9.65 -0.4 % 2026-08-12
    Gaborone BGSMDC:IND 11209 +3.14 +0.03 % 2026-08-12

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15406 -0.0002 -0.01 % -0.1108 % +1.397 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.35076 0 0 +0.2903 % +1.1949 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70643 +0.0003 +0.04 % +0.0836 % +2.1074 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58758 -0.0004 -0.07 % -0.2072 % +2.1878 %
    USDJPY USDJPY:CUR 159.345 +0.055 +0.03 % +1.0114 % -1.8999 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74727 +0.001 +0.02 % -0.0141 % -0.5553 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.81148 +0.0006 +0.07 % +0.5377 % -0.3928 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39231 -0.0001 0 -0.6323 % -1.6348 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.0696 -0.016 -0.09 % -0.9666 % -2.6096 %
    USDINR USDINR:CUR 95.3803 +0.0004 0 +0.3017 % -0.5391 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1743 -0.0027 -0.05 % +0.5675 % +0.4543 %
    USDRUB USDRUB:CUR 82.61 +0.1 +0.12 % +1.5988 % +7.8108 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1411.82 +0.06 0 -0.6789 % -5.7429 %
    DXY DXY:CUR 99.831 +0.0082 +0.01 % +0.1557 % -1.3867 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.7575 +0.0047 +0.01 % +0.399 % +1.5983 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.5218 +0.0006 +0.01 % +0.3772 % -2.0189 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.72726 +0.0007 +0.02 % +0.0553 % -2.0632 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.49291 +0.0008 +0.01 % -0.384 % -3.0639 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1877 +0.0064 +0.04 % -0.7681 % -1.6746 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.4777 +0.0007 +0.01 % +0.109 % -1.3735 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28032 +0.0005 +0.04 % -0.0648 % -1.0969 %
    USDILS USDILS:CUR 2.9967 -0.0052 -0.17 % -0.2606 % -1.1023 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84627 -0.0005 -0.01 % +0.0282 % +0.1092 %
    USDCLP USDCLP:CUR 914.02 -1.45 -0.16 % -0.0995 % -1.8133 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.775 -0.0375 -0.01 % -0.009 % -0.1276 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.0156 +0.0054 +0.03 % +0.3884 % -1.5778 %
    USDHUF USDHUF:CUR 316.721 +0.3695 +0.12 % +1.1295 % +0.1576 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15406 -0.0002 -0.01 % -0.1108 % +1.397 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.35076 0 0 +0.2903 % +1.1949 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.81148 +0.0006 +0.07 % +0.5377 % -0.3928 %
    USDRUB USDRUB:CUR 82.61 +0.1 +0.12 % +1.5988 % +7.8108 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.7575 +0.0047 +0.01 % +0.399 % +1.5983 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.5218 +0.0006 +0.01 % +0.3772 % -2.0189 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.72726 +0.0007 +0.02 % +0.0553 % -2.0632 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.49291 +0.0008 +0.01 % -0.384 % -3.0639 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.4777 +0.0007 +0.01 % +0.109 % -1.3735 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.0156 +0.0054 +0.03 % +0.3884 % -1.5778 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5386 -0.0002 0 -0.0529 % -1.2962 %
    USDHUF USDHUF:CUR 316.721 +0.3695 +0.12 % +1.1295 % +0.1576 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.8537 +0.0037 +0.01 % +0.2317 % +0.0082 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.9638 0 0 +0.6657 % +3.6838 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.689 +0.0195 +0.02 % +0.1045 % -1.3616 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6942 -0.0003 -0.02 % +0.0945 % -1.414 %
    USDISK USDISK:CUR 123.04 +0.01 +0.01 % +0.2444 % -2.2095 %
    USDALL USDALL:CUR 80.6 +0.025 +0.03 % -0.4016 % -1.9942 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.31 0 0 -0.6059 % -1.1221 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.27 -0.01 -0.06 % -0.8611 % -1.0315 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39231 -0.0001 0 -0.6323 % -1.6348 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.0696 -0.016 -0.09 % -0.9666 % -2.6096 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1743 -0.0027 -0.05 % +0.5675 % +0.4543 %
    DXY DXY:CUR 99.831 +0.0082 +0.01 % +0.1557 % -1.3867 %
    USDARS USDARS:CUR 1491 -0.0183 0 -0.3506 % +0.5342 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3137.03 -1.46 -0.05 % -1.4436 % -3.1294 %
    USDCLP USDCLP:CUR 914.02 -1.45 -0.16 % -0.0995 % -1.8133 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.3805 0 0 -0.2007 % -0.9 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.35 0 0 +0.1373 % -0.2564 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.629 0 0 +0.0131 % -0.0524 %
    USDURY USDURY:CUR 40.2508 0 0 -0.0601 % +0.0393 %
    USDCRC USDCRC:CUR 454.26 +0.82 +0.18 % +0.172 % -0.2679 %
    USDPAB USDPAB:CUR 1.0008 0 0 +0.08 % +0.08 %
    USDBOB USDBOB:CUR 11.8716 0 0 -1.847 % +13.8763 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5952.26 0 0 +0.0654 % -1.8603 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.7469 0 0 -0.0868 % -0.0902 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.7704 0 0 -0.0015 % -0.3077 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8036 -0.0002 0 -0.0011 % +0.1079 %
    USDJMD USDJMD:CUR 158.161 0 0 -0.2202 % +0.1019 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.7846 0 0 -0.0418 % -0.0418 %
    USDHTG USDHTG:CUR 130.709 0 0 -0.0314 % -0.1268 %
    USDBSD USDBSD:CUR 0.9996 0 0 -0.04 % -0.04 %
    USDSRD USDSRD:CUR 37.7343 +0.0149 +0.04 % -0.089 % +0.3601 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209.3 0 0 0 +0.2395 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 760.2652 +0.0002 0 +0.8027 % +5.1406 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 159.345 +0.055 +0.03 % +1.0114 % -1.8999 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.7472 +0.001 +0.01 % -0.0151 % -0.5564 %
    USDINR USDINR:CUR 95.3803 +0.0004 0 +0.3017 % -0.5391 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1412.19 +0.43 +0.03 % -0.6528 % -5.7182 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17828.4 +5.4 +0.03 % -0.3165 % -1.5604 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.7547 +0.0029 +0.08 % -0.028 % -0.0492 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.226 -0.0183 -0.06 % -0.1577 % +0.0633 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1374700 +225 +0.02 % -0.0052 % +0.0238 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6725 -0.0004 -0.01 % -0.0109 % -0.0136 %
    USDTHB USDTHB:CUR 33.157 +0.007 +0.02 % +0.0815 % -1.0239 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.0887 -0.0036 -0.09 % -0.1075 % +0.4348 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28032 +0.0005 +0.04 % -0.0648 % -1.0969 %
    USDILS USDILS:CUR 2.996 -0.0059 -0.2 % -0.2839 % -1.1254 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.8462 -0.0005 -0.01 % +0.0273 % +0.1083 %
    USDPHP USDPHP:CUR 61.3 +0.045 +0.07 % +0.9918 % -0.4692 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.775 -0.0375 -0.01 % -0.009 % -0.1276 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1310.5 0 0 +0.0343 % +0.0382 %
    USDKZT USDKZT:CUR 466.53 +0.705 +0.15 % -0.8385 % -1.5562 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.644 0 0 -0.0494 % -0.0494 %
    USDVND USDVND:CUR 26136.5 -18.5 -0.07 % -0.4836 % -0.4513 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.45 -0.11 -0.09 % -0.2706 % +0.142 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.385 +0.0003 +0.07 % +0.0728 % +0.0728 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 0 0 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 334.3 0 0 -0.3992 % -0.5563 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122.05 +0.05 +0.04 % +0.041 % +0.082 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11912.5 0 0 +0.2169 % -1.4915 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.086 +0.0019 +0.02 % +0.047 % +0.1375 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.51 0 0 +0.2857 % +0.2857 %
    USDLBP USDLBP:CUR 89550 0 0 0 -0.1039 %
    USDYER USDYER:CUR 237.2 -0.05 -0.02 % -0.4616 % -0.5763 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.3771 0 +0.01 % +0.0133 % +0.008 %
    USDAFN USDAFN:CUR 65.5 0 0 -0.4257 % -0.3954 %
    USDNPR USDNPR:CUR 152.572 0 0 +0.2477 % -0.2797 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2802 +0.0005 +0.04 % -0.156 % -0.9823 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4055 0 0 +0.0493 % +1.034 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.618 -0.001 -0.04 % +0.0765 % -0.3805 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3598 +2 +0.06 % +0.0278 % +0.3067 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22560 0 0 -0.1571 % +0.0443 %
    USDAMD USDAMD:CUR 366.07 0 0 -0.0191 % -0.3891 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.2121 0 0 -0.3559 % -0.3019 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 0 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.3089 0 0 -0.0906 % -0.3195 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70643 +0.0003 +0.04 % +0.0836 % +2.1074 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58758 -0.0004 -0.07 % -0.2072 % +2.1878 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.4083 0 0 -0.0113 % +0.1932 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.85 0 0 +0.4061 % -1.0905 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.2115 +0.0005 +0.02 % -0.9185 % -1.0869 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1363.25 -0.16 -0.01 % +0.0558 % -1.2824 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1877 +0.0064 +0.04 % -0.7681 % -1.6746 %
    USDZMW USDZMW:CUR 18.74 -0.005 -0.03 % -1.7768 % +4.1748 %
    USDEGP USDEGP:CUR 50.18 +0.3 +0.6 % 0 +0.5611 %
    USDDZD USDDZD:CUR 132.886 -0.102 -0.08 % -0.0053 % -0.3524 %
    USDAOA USDAOA:CUR 917 -2.492 -0.27 % -0.2485 % -0.2766 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3068 -0.0345 -0.37 % -0.3693 % -0.332 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.5 0 0 +0.0549 % +0.0465 %
    USDKES USDKES:CUR 129.3 -0.1 -0.08 % +0.0387 % +0.0387 %
    USDETB USDETB:CUR 159.95 0 0 -0.3222 % +0.1854 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2655 +0.01 0 +0.1887 % +0.759 %
    USDTND USDTND:CUR 2.9115 0 0 -0.1475 % -1.7447 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.36 0 0 -0.044 % -0.7026 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.6 -0.0667 -0.57 % -1.0737 % +1.0453 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 0 -0.3915 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3719.19 0 0 -0.2299 % +0.7122 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.91 +0.31 +0.49 % +0.4874 % +0.5032 %
    USDBWP USDBWP:CUR 14.1355 +0.0098 +0.07 % -0.6348 % +4.218 %
    USDXAF USDXAF:CUR 568.413 0 0 -1.4233 % -2.1471 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.1889 -0.0094 -0.06 % -1.1697 % -1.6888 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5012.647 0 0 +0.2136 % +6.7823 %
    USDMUR USDMUR:CUR 47.04 0 0 +0.1277 % -0.4655 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4308.5 0 0 -0.2219 % +1.3765 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1469 0 0 +0.0109 % -0.1699 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8784.5 +2.5 +0.03 % +0.0114 % +0.1596 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.09 -0.12 -0.3 % -0.1992 % +0.025 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24035.4 +6.7461 +0.03 % -0.4699 % -0.1899 %
    USDXOF USDXOF:CUR 567.5 0 0 -0.1759 % -0.9599 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.67 0 0 0 0
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.21 0 0 -0.6783 % -1.6073 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2989.5 +0.1001 0 +0.0304 % +0.1491 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.1889 +0.006 +0.04 % -1.1697 % -0.9853 %
    USDLRD USDLRD:CUR 178 0 0 -1.7824 % -1.9395 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.7487 -0.0076 -0.01 % +0.0743 % -1.4014 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 13.7769 -0.0641 -0.46 % -6.499 % +3.5709 %
    USDSOS USDSOS:CUR 600.5 0 0 +5.0744 % +5.0744 %
    USDGMD USDGMD:CUR 74.675 0 0 +0.3022 % +0.5385 %
    USDKMF USDKMF:CUR 427 0 0 -0.0094 % -1.3857 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4462 +0.0065 +0.03 % -0.0694 % -1.1828 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.604 -0.0155 -0.06 % -0.302 % -0.6383 %

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพุธที่ สิบสอง สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา หกนาที

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพุธที่ สิบสอง สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา หกนาที

    วันนี้ตลาดการเงินทั่วโลกถูกครอบงำด้วย ความเสี่ยงจากราคาพลังงาน ที่เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการโจมตีทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการหยุดชะงักของเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดส่วนชดเชยความเสี่ยงในตลาดน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง

    ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวลงมาอยู่ที่ประมาณเจ็ดสิบถึงเจ็ดสิบเอ็ดดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งสูงกว่าเจ็ดสิบสามดอลลาร์สหรัฐ แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อโลกปีสองพันยี่สิบหกขึ้นเป็นร้อยละสี่จุดเจ็ด ซึ่งสะท้อนถึงกลไกที่ว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้น จะทำให้เงินเฟ้อเหนียวแน่น และจำกัดความสามารถของธนาคารกลางในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

    ภาวะนี้ส่งผลกดดันต่อสินทรัพย์ประเภทอายุยาว เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ที่มีมูลค่าสูง ส่งผลให้ตลาดเกิดรูปแบบรูปตัวเค หุ้นกลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น ในขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งร่วงลงร้อยละหนึ่ง จากการขายหุ้นเทคโนโลยี

    คำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่ยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้าง แต่ปัจจัยระยะสั้นที่ตลาดจับตาคือ รายงานการจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ

    บรรยากาศการลงทุนโดยรวมอยู่ในภาวะ ระมัดระวังในทิศทางขาลง โดยตลาดกำลังรอความชัดเจน ข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งจะตอกย้ำแนวโน้มการคงดอกเบี้ยสูงนาน ส่วนข้อมูลที่อ่อนแออาจเปิดทางให้ผ่อนคลายนโยบาย แต่ก็สะท้อนถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจ

    มาดูภาพรวมตลาดกันครับ ดัชนีเอสแอนด์พีห้าร้อยและดาวโจนส์ฟิวเจอร์สปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สองก่อนเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค ส่วนดัชนีฮั่งเส็งร่วงลงร้อยละหนึ่งจากการขายหุ้นเทคโนโลยี ส่วนฟิวเจอร์สดัชนีเซ็ทห้าสิบปรับตัวสูงขึ้นจากการเกื้อหนุนของหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน

    ในตลาดตราสารหนี้ ความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูงขึ้น ก่อนการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงาน ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติคงดอกเบี้ยในการประชุมปลายเดือนกรกฎาคม

    ด้านค่าเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ ค่าเงินปอนด์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่หนึ่งจุดสามสามเก้าสอง ปรับตัวขึ้นร้อยละศูนย์จุดสามเอ็ดในวันเดียว และร้อยละหนึ่งจุดศูนย์เอ็ดในรอบสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอยู่ที่ประมาณเจ็ดสิบจุดศูนย์หกดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละหนึ่งจุดสองในวันเดียว แต่ลดลงร้อยละห้าจุดหนึ่งในรอบสัปดาห์ ขณะที่เบรนท์อยู่ที่เจ็ดสิบห้าจุดเก้าสิบหกดอลลาร์สหรัฐ ราคาทองแดงสูงกว่าหกจุดสี่ห้าดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ ส่วนทองคำปรับตัวลดลงจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า

    ปัจจัยหลักที่ต้องติดตามคือ ความขัดแย้งสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น กองทุนการเงินระหว่างประเทศอ้างถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นสาเหตุสำคัญที่ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อโลกเป็นร้อยละสี่จุดเจ็ด

    ผลกระทบต่อหุ้นไทย หุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นอย่าง ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ปตท. ไทยออยล์ และสตาร์ปิโตรเลียมรีไฟน์นิ่ง จะได้ประโยชน์จากราคาขายที่สูงขึ้นและมาร์จิ้นการกลั่นที่ดีขึ้น ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มขนส่งและสายการบินอย่าง เอเชียเอวิเอชั่น การบินกรุงเทพ และเคอรี่ เอ็กซ์เพรส จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

    หุ้นกลุ่มถ่านหินอย่างบ้านปูและลานนารีซอร์สเซส อาจมีความต้องการทดแทนจากราคาน้ำมันและก๊าซที่สูงขึ้น

    ประเด็นที่สองคือ จุดเปลี่ยนนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก สัปดาห์นี้มีปัจจัยสำคัญคือ การตัดสินใจนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางญี่ปุ่น ข้อมูลจีดีพีไตรมาสสอง และรายงานการจ้างงานเดือนกรกฎาคมของสหรัฐฯ

    ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตกอยู่ในสถานะลำบาก หากตัวเลขการจ้างงานแข็งแกร่ง จะตอกย้ำการคงดอกเบี้ยสูง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า และกดดันสินทรัพย์เสี่ยง แต่หากตัวเลขอ่อนแอ จะเปิดทางให้ปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น

    การยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยศาลสูงสุด ช่วยลดความเสี่ยงเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น

    ในส่วนของธนาคารกลางญี่ปุ่น หากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย จะทำให้เงินเยนแข็งค่า ซึ่งอาจช่วยผ่อนคลายค่าเงินในตลาดเกิดใหม่และราคาทองคำชั่วคราว

    ประเด็นที่สามคือ ตลาดหุ้นรูปแบบรูปตัวเค ที่หุ้นเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ปรับฐาน ขณะที่หุ้นพลังงานและวัลลูหมุนเวียนเข้ามา ดัชนีฮั่งเส็งร่วงลงจากการขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก เนื่องจากความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นที่แพงและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

    ผลประกอบการไตรมาสสองของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ที่แย่กว่าคาด สะท้อนถึงแรงกดดันด้านมูลค่า หุ้นกลุ่มพลังงานและวัลลูเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการหมุนเวียนของเงินลงทุน

    ประเด็นที่สี่คือ สัญญาณเชิงบวกเชิงโครงสร้างของราคาทองแดง ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการในระยะยาวของพลังงานสะอาดและศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์

    ราคาทองแดงฟิวเจอร์สปรับตัวขึ้นเหนือหกจุดสี่ห้าดอลลาร์สหรัฐต่อปอนด์ และมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นร้อยละสองในรอบสัปดาห์ และร้อยละสี่ในรอบเดือน

    ผลกระทบต่อหุ้นไทย หุ้นกลุ่มพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างอมตะ คอร์ปอเรชั่นและดับบลิวเอชเอ จะได้ประโยชน์จากการขยายตัวของโรงงาน ส่วนหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างอย่าง ช.การช่าง สเตคอน และอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จะได้ประโยชน์จากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน

    กลยุทธ์การลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูงคือ การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น เนื่องจากความขัดแย้งสหรัฐฯ และอิหร่าน ให้ upside แก่ราคาน้ำมันดิบและมาร์จิ้นการกลั่น ในระยะเวลาหนึ่งถึงสี่สัปดาห์

    เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร ในกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงแนวโน้มดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะช่วยขยายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ โดยเฉพาะหลังจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง

    ลดน้ำหนักหรือป้องกันความเสี่ยงในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากความเสี่ยงจากการปรับฐานของมูลค่า

    ลงทุนเชิงกลยุทธ์ในหุ้นกลุ่มทองแดงและพัฒนานิคมอุตสาหกรรม เนื่องจากความต้องการเชิงโครงสร้างจากปัญญาประดิษฐ์และพลังงานสะอาด ในระยะเวลาหนึ่งถึงสามเดือน

    สำหรับสถานการณ์ความเสี่ยง กรณีพื้นฐานมีโอกาสร้อยละห้าสิบห้า ราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวในกรอบหกสิบแปดถึงเจ็ดสิบสามดอลลาร์สหรัฐ ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงดอกเบี้ย และตลาดรูปตัวเคจะดำเนินต่อไป

    กรณีเชิงบวกมีโอกาสร้อยละยี่สิบ หากความขัดแย้งคลี่คลายและตัวเลขการจ้างงานอ่อนแอ ราคาน้ำมันจะปรับตัวลงต่ำกว่าหกสิบห้าดอลลาร์สหรัฐ และธนาคารกลางสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน นำไปสู่การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นในวงกว้าง

    กรณีเชิงลบมีโอกาสร้อยละยี่สิบห้า หากความขัดแย้งขยายวงกว้างจนเกิดการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงกว่าแปดสิบห้าดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงอย่างรุนแรง

    ประเด็นสำคัญที่ต้องจำไว้คือ พลังงานคือศูนย์กลางของความเสี่ยง ควรเพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่มพลังงาน และลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มขนส่งที่อ่อนไหวต่อราคาน้ำมัน

    ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เป็นตัวเร่งระยะสั้น ตัวเลขแข็งแกร่งหุ้นกลุ่มธนาคารได้ประโยชน์

    การปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์กำลังดำเนินอยู่ ควรป้องกันความเสี่ยงหุ้นที่มีมูลค่าสูง

    ทองแดงเป็นสัญญาณอัลฟ่าระยะกลาง ควรสะสมหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและรับเหมาก่อสร้างในช่วงที่ราคาปรับตัวลง

    คาดการณ์เงินเฟ้อโลกที่ร้อยละสี่จุดเจ็ดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เป็นตัวยึดเหนี่ยวที่จำกัดการผ่อนคลายนโยบายของธนาคารกลาง

    และสุดท้าย จับตาการคลี่คลายของความขัดแย้ง เพราะหากมีข้อตกลงหยุดยิง จะทำให้เกิดการหมุนเวียนออกจากหุ้นกลุ่มพลังงานและเข้าสู่หุ้นเทคโนโลยีที่ถูกขายออกไป ควรตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ให้รัดกุม

    คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

    รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    [ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-10 ถึง 2026-08-12 | อัปเดตล่าสุดเวลา 06:10 น.]

    🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

    นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 74.25 ล้านบาท (SET+MAI)


    เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานว่า นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 74.25 ล้านบาท ในตลาด SET และ MAI รวมกัน ขณะที่นักลงทุนในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิ


    ยอดซื้อสุทธิผ่าน NVDR แตะ 942.11 ล้านบาท


    วันที่ 10 สิงหาคม 2569 มียอดซื้อสุทธิผ่าน NVDR (SET+MAI) รวม 942.11 ล้านบาท โดยหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด ได้แก่ PTT, DELTA และหุ้นอื่น ๆ


    โบรกเกอร์ประเมินแนวรับ-แนวต้าน SET Index ที่ 1,600-1,630 จุด


    กลยุทธ์การลงทุนช่วงเช้าวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ระบุแนวรับของ SET Index อยู่ที่ 1,600 จุด และแนวต้านที่ 1,620-1,630 จุด พร้อมคำแนะนำให้ถือหรือซื้อเมื่อย่อตัว


    ปฏิทินหุ้นขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 สิงหาคม 2569


    หลักทรัพย์หลายรายการ อาทิ AAPL01, AAPL03, AAPL19, AAPL80, IBM06 และ ML ขึ้นเครื่องหมาย XD โดยมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเบื้องต้นตั้งแต่ 0.002394 ถึง 0.11112 บาทต่อหุ้น และ ML มีการจ่ายหุ้นปันผลในอัตรา 1:2


    มูลค่าขายชอร์ตในตลาดหุ้นไทยรวม 1,618.13 ล้านบาท


    รายงานข้อมูล Short Selling วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ระบุมูลค่าการขายชอร์ตรวม 1,618.13 ล้านบาท คิดเป็น 2.60% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด

    🌐 ข่าวต่างประเทศ


    ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงจากความกังวลเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น


    วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ โดยหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น แต่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีปรับตัวลดลงจากความกังวลด้านการใช้จ่ายเงินทุน


    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ ขณะที่ STOXX 600 ของยุโรปปรับตัวขึ้นเล็กน้อย


    วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ได้แก่ Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq ปิดตลาดในแดนลบ ขณะที่ดัชนี STOXX 600 ของตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

    SET Index Daily Cross-Analysis: AI-Fueled Bullish Targets Clash with Tech Profit-Taking — “Buy the Rumor, Sell the Fact” on DELTA’s Beat

    SET Index Daily Cross-Analysis: AI-Fueled Bullish Targets Clash with Tech Profit-Taking — “Buy the Rumor, Sell the Fact” on DELTA’s Beat

    ## 1. บริบทมหภาคและการเมือง (ที่มา “ทำไม”)

    🔹 กระแสโครงสร้างพื้นฐาน AI ของไทยร้อนแรงถึงจุดสูงสุด


    ตัวเร่งปฏิกิริยาทางมหภาคที่สำคัญที่สุดในช่วง 24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมาคือ การรวมกันของคำแนะนำเชิงบวกจากนักวิเคราะห์ เกี่ยวกับดัชนี SET ไทย บล.บัวหลวง (BLS) ได้ออกประมาณการให้ SET มีแนวโน้ม ไซด์เวย์-ขึ้นในช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปี 2026 โดยตั้งเป้า 1,700 จุด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากความคาดหวัง เงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศสูงถึง 2 แสนล้านบาท ในเวลาเดียวกัน นักวิเคราะห์อีกกลุ่มได้ปรับเป้าหมาย SET สิ้นปีสูงขึ้นไปอีกเป็น 1,818 จุด โดยอ้างถึง การที่ไทยกลายเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐาน AI และเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยหลัก

    กระแสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ IMF จัดอันดับให้ไทยเป็นหนึ่งใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI ชั้นนำของโลก และรัฐบาลกำลังเร่งนโยบายเพื่อทำให้ประเทศเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งอนาคต แนวโน้มการย้ายฐานห่วงโซ่อุปทาน AI โดยเฉพาะในส่วนประกอบศูนย์ข้อมูล การจัดการพลังงาน และการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ ยังคงดึงดูดความสนใจของสถาบันต่างประเทศ


    🔹 อัตราเงินเฟ้อลดลง — นโยบายการเงินยังคงเอื้ออำนวย


    อัตราเงินเฟ้อทั่วไปรายปีของไทยลดลงเหลือ 1.95% ในเดือนกรกฎาคม 2026 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่ลดลง (ดู RAG News, 5 ส.ค.) อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงระมัดระวัง ด้วยอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% สภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำยังคงสนับสนุนการประเมินมูลค่าหุ้น และเป็นฉากหลังที่ดีสำหรับการเทรด “TINA” (ไม่มีทางเลือกอื่น) ของ SET สำหรับเงินทุนต่างประเทศที่มองหาผลตอบแทน


    🔹 ภูมิรัฐศาสตร์และกระแสลมภายนอก


    ภาพรวมทั่วโลกยังคงผสมผสาน ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเส้นทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ทำให้ SET ร่วงลงอย่างรุนแรง 26 จุด (30 ก.ค.) โดยมีการขายหนักใน DELTA อย่างไรก็ตาม ตลาดฟื้นตัวขึ้นแล้ว โดย SET ปิดที่ 1,621.90 จุด ในวันที่ 3 สิงหาคม ลดลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากการหมุนเวียนของ sector จากพลังงานไปยังค้าปลีก นิคมอุตสาหกรรม และการเงินช่วยชะลอการลดลง การที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังคงให้ไทยอยู่ใน บัญชีเฝ้าระวังสกุลเงิน (แต่มีเพียง 1 ใน 3 เกณฑ์ที่ถูกกระตุ้น) ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะถูกถอดออกจากการพิจารณาครั้งหน้า ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์ไทย


    🔹 ส่วนเกินจากเสถียรภาพทางการเมือง


    ไทยยังคงได้รับประโยชน์จาก ส่วนเกินจากเสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง การเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทินในเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ตอกย้ำแนวคิดการมีส่วนร่วมระหว่างประเทศและการสอดคล้องทางการค้า นักลงทุนต่างชาติได้นำเงินลงทุนในหุ้นไทยไปแล้วเกือบ 7 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นทั้งในภาพรวมทางการเมืองและแนวโน้มเศรษฐกิจ

    ## 2. การสังเคราะห์ปัจจัยเทคนิค ปัจจัยพื้นฐาน และกระแสเงินต่างประเทศของหุ้นรายตัว (สิ่งที่เป็น)

    🔹 DELTA Electronics (DELTA.BK) — พลวัต “Beat-and-Dip”


    ตัวชี้วัด สถานะ
    แนวโน้ม ขาขึ้น (Consolidating)
    โซนเข้าซื้อ 335 บาท
    แนวต้าน 348 บาท
    เป้าหมาย 356 บาท
    จุดตัดขาดทุน 328 บาท
    อัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทน 2.57
    ปริมาณการซื้อขาย แห้งลงในกรอบบีบตัว
    RSI เป็นกลาง
    MACD อยู่ที่เส้นศูนย์
    Volatility Squeeze อยู่ในกรอบบีบตัว (Bollinger Band บีบตัว)

    ตัวเร่งปฏิกิริยา: DELTA รายงาน ผลประกอบการ Q2 ปี 2026 ที่ดีกว่าคาด (8 สิงหาคม) แต่ราคาหุ้น ลดลง — เป็นปฏิกิริยา “ซื้อข่าวลือ ขายเมื่อข่าวออก” แบบคลาสสิก ผลประกอบการ Q1 ที่ทำสถิติสูงสุดของบริษัทได้รับแรงหนุนจากความต้องการ AI และศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมแนวโน้มการเติบโตของรายได้ 15–20% และการเติบโตของกลุ่มศูนย์ข้อมูล 40–50% ในปี 2026 ผลประกอบการ Q2 ที่ดีกว่าคาดยืนยันว่ากระแสหลักยังคงอยู่ แต่การลดลงหลังประกาศผลประกอบการบ่งชี้ว่าตลาดได้คาดการณ์ความสมบูรณ์แบบไว้ล่วงหน้าอย่างรุนแรง

    การตั้งค่าทางเทคนิค: DELTA อยู่ใน ตำแหน่งทางเทคนิคที่ขดตัวแน่นมาก — เป็นการบีบตัวของความผันผวนภายใน Keltner Channel ที่ขาขึ้น นี่คือลักษณะของหุ้นที่กำลังดูดซับกำไรก่อนหน้า ก่อนที่จะมีการขยายตัวในทิศทางถัดไป RSI เป็นกลาง MACD อยู่ในสมดุล และปริมาณการซื้อขายแห้งลงภายในกรอบบีบตัว นี่คือ รูปแบบการพักตัวเพื่อต่อขาขึ้น (bullish continuation consolidation) แบบตำรา ตัวกระตุ้นสำคัญ: การทะลุขึ้นเหนือ 348 บาทพร้อมปริมาณมากจะยืนยันขาขึ้นรอบถัดไป การทะลุปลอมโดยไม่มีปริมาณจะทำให้รูปแบบเป็นโมฆะ

    บริบท NVDR/กระแสเงินต่างประเทศ: ไม่มีข้อมูลในฐานข้อมูลปัจจุบันในช่วง 24-36 ชั่วโมงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สถานะของ DELTA ในฐานะตัวแทน AI และน้ำหนักที่มากใน SET ทำให้เป็นช่องทางหลักสำหรับกระแสเงินสถาบันต่างประเทศ เมื่อกระแสโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้รับแรงผลักดัน


    🔹 PTT (PTT.BK) — ยักษ์ใหญ่พลังงานท่ามกลางกระแสลมภูมิรัฐศาสตร์


    ตัวชี้วัด สถานะ
    แนวโน้ม ขาขึ้น (แข็งแกร่ง)
    โซนเข้าซื้อ 38.25 บาท
    แนวต้าน 38.75 บาท
    เป้าหมาย 40.25 บาท
    จุดตัดขาดทุน 36.75 บาท
    อัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทน 2.00
    ปริมาณการซื้อขาย ปกติ
    RSI เป็นกลาง
    MACD อยู่ที่เส้นศูนย์

    ตัวเร่งปฏิกิริยา: PTT ยังคงเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์โดยตรงจาก ส่วนเกินความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง ที่ฝังอยู่ในราคาน้ำมันดิบ ก่อนหน้านี้ในวัฏจักรนี้ น้ำมันดิบดูไบพุ่งขึ้นจาก 60–80 ดอลลาร์/บาร์เรล สู่ระดับสูงถึง 170 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความกังวลเรื่องการปิดช่องแคบฮอร์มุซ PTT รายงาน กำไรสุทธิ Q1 ปี 2026 ที่ 25,740 ล้านบาท (+10.4% YoY) แม้จะต่ำกว่าคาดการณ์ EPS 0.91 บาทเล็กน้อยที่ 0.90 บาท หุ้นมี อัตราเงินปันผลประมาณ 5.85% ที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นพื้นรองรับการประเมินมูลค่าที่ดึงดูดกองทุนต่างประเทศที่มองหาผลตอบแทน

    หมายเหตุการหมุนเวียน sector: เซสชั่นวันที่ 3 สิงหาคมของ SET พบว่า มีการขายหุ้นพลังงานในช่วงแรก แต่ถูกชดเชยด้วยการหมุนไปยังค้าปลีก นิคมอุตสาหกรรม และการเงิน สิ่งนี้บ่งชี้ถึงการทำกำไรใน sector พลังงาน ขณะที่นักลงทุนปรับสมดุลไปยังหุ้นวัฏจักรในประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรติดตามสำหรับโมเมนตัมระยะสั้นของ PTT


    🔹 กลุ่มธนาคารและการเงิน — ตัวแทนผลตอบแทนและหุ้นฟื้นตัว


    กลุ่มธนาคารกลายเป็นผู้รับกระแสเงินหมุนเวียนที่สำคัญ ควบคู่ไปกับหุ้นค้าปลีกและนิคมอุตสาหกรรม ด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% และอัตราเงินเฟ้อลดลง อัตรากำไรดอกเบี้ยยังคงสนับสนุน ผลประกอบการ Q2 ของธนาคาร (คาดกลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป) จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาต่อไป การเติบโตของสินเชื่อองค์กรที่แข็งแกร่งและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นจะช่วยเสริมความน่าสนใจของ sector ต่อกระแสเงินสถาบันต่างประเทศ

    ## 3. กลยุทธ์และแนวโน้ม (การลงมือทำ)

    🎯 เน้นหนักในห่วงโซ่อุปทาน AI/เทคโนโลยี (DELTA และระบบนิเวศอิเล็กทรอนิกส์)


    การปรับเพิ่มเป้าหมายเชิงบวกเป็น 1,700–1,818 จุด มีรากฐานจากกระแสโครงสร้างพื้นฐาน AI ของไทย DELTA เป็นตัวแทนขนาดใหญ่ที่บริสุทธิ์ที่สุดในธีมนี้ การตั้งค่าทางเทคนิคปัจจุบัน — การพักตัวเพื่อต่อขาขึ้นภายในแนวโน้มขาขึ้น การบีบตัวของความผันผวน และโมเมนตัมที่เป็นกลาง — เสนอจุดเข้าที่มีความเสี่ยง/ผลตอบแทนที่น่าสนใจ เมื่อราคาลงมาสู่ โซน 335 บาท อย่างไรก็ตาม ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญ: การบีบตัวต้องคลี่คลายพร้อมการยืนยันปริมาณ การลงมือทำ: รอการคลี่คลายของการบีบตัว การทะลุเหนือ 348 บาทพร้อมปริมาณขยายตัวเป็นสัญญาณความเชื่อมั่นสูงสำหรับการเคลื่อนไปสู่ 356+ บาท


    🎯 การหมุนเวียน sector เชิงกลยุทธ์ — เลือกหุ้นวัฏจักรในประเทศมากกว่าพลังงาน


    รูปแบบการหมุนเวียน sector เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม — ออกจากพลังงาน ไปยังค้าปลีก นิคมอุตสาหกรรม และการเงิน — อาจส่งสัญญาณถึงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง ด้วยส่วนเกินความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ของน้ำมันดิบที่เป็นแบบสองด้าน (การหยุดยิง = การปรับฐานรุนแรง) หุ้นพลังงานจึงมีความเสี่ยงแบบไบนารีต่องาน การลงมือทำ: ถือ PTT เพื่อเงินปันผล (5.85%) แต่หลีกเลี่ยงการเปิด Long ในปริมาณมากที่แนวต้าน หมุนเวียนเงินทุนเพิ่มเติมไปยังผู้ได้รับประโยชน์ในประเทศ: ธนาคาร (เสถียรภาพอัตราดอกเบี้ย การเติบโตของสินเชื่อ) ค้าปลีก (การฟื้นตัวของการบริโภค) และนิคมอุตสาหกรรม (กระแส FDI การย้ายฐานห่วงโซ่อุปทาน)


    🎯 การป้องกันความเสี่ยงทางมหภาคที่ต้องพิจารณา


    – กรณีขาขึ้น: วงจรการใช้จ่าย AI อย่างต่อเนื่อง + กระแสเงินทุนต่างประเทศ 160,000–200,000 ล้านบาท + เสถียรภาพทางการเมือง + อัตราดอกเบี้ยต่ำ → SET ไปที่ 1,700–1,818

    – กรณีขาลง: เฟดปรับท่าทีเป็น Hawkish เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐานสหรัฐฯ ติดตัว → อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น → กระแสเงินทุนต่างประเทศไหลออกจากหุ้นตลาดเกิดใหม่ → SET ทดสอบ 1,575–1,600

    – กรณีฐาน: แกว่งตัว sideway-up พร้อมการหมุนเวียน sector ขับเคลื่อนโดยการรายงานผลประกอบการและการสะสมของต่างประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป

    ## 4. 📊 สรุปข้อมูล

    หุ้น/ดัชนี แนวโน้ม กระแสเงินต่างประเทศ (NVDR 24-36ชม.) ปัจจัย/ข่าวตัวเร่ง โปรไฟล์ความเสี่ยง (R:R/SL) ปริมาณซื้อขาย ภาพรวม
    DELTA ขาขึ้น (พักตัว) ไม่มีข้อมูล Q2 beat แต่ราคาลดลง; กระแสศูนย์กลาง AI; นักวิเคราะห์ปรับเป้า SET เป็น 1,700–1,818 2.57 (เข้า 335 / SL 328) แห้งลงในกรอบบีบตัว — ขดตัวรอทะลุ Bullish รอการคลี่คลายของ squeeze; รอปริมาณยืนยัน
    PTT ขาขึ้น (แข็งแกร่ง) ไม่มีข้อมูล ส่วนเกินความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง; เงินปันผล 5.85%; กำไร Q1 +10.4% YoY 2.00 (เข้า 38.25 / SL 36.75) ปกติ ระมัดระวัง bullish; น่าสนใจสำหรับ yield แต่ sector พลังงานเจอแรงกดดันหมุนเวียน
    ธนาคาร กระแสหมุนเวียนเข้า ไม่มีข้อมูล เสถียรภาพอัตราดอกเบี้ย 1.00%; ตัวเร่ง Q2 earnings; หุ้นฟื้นตัวในประเทศ N/A N/A บวกจากกระแสหมุนเวียน; การเติบโตสินเชื่อ + การปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์
    SET Index แนวโน้ม Sideways-ขึ้น ซื้อสุทธิต่างประเทศ YTD ~7 หมื่นล้านบาท โครงสร้างพื้นฐาน AI + เสถียรภาพการเมือง + เงินเฟ้อลดลง + GDP ปรับเพิ่มเป็น 2.5% แนวรับ 1,575–1,600; แนวต้าน 1,700–1,818 N/A เชิงสร้างสรรค์ โดย AI เป็นตัวขับเคลื่อน upside; นโยบายเฟด = ความเสี่ยงภายนอกหลัก

    – คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้บ่งชี้ถึงผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ‘ตามที่เป็น’ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใด ๆ

    รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

    # Economic Daily Report — August 4, 2026

    —

    Dominant Market Narrative

    The global market regime is being dictated by a geopolitically-driven energy supply shock as escalating US-Iran military strikes and Middle East maritime disruptions inject a persistent risk premium into crude oil markets. While spot WTI has moderated to ~$70–71 from near-term spikes above $73, the IMF’s upward revision of its 2026 global inflation forecast to 4.7% underscores the macro transmission mechanism: elevated energy costs → sticky inflation → constrained central bank dovishness → pressure on rate-sensitive duration assets, particularly high-valuation tech and AI names. This stagflationary pulse is manifesting in a K-shaped market: energy-linked equities and copper (supported by structural AI/clean-energy demand) are outperforming, while the Hang Seng’s 1.0% tech-led selloff and broader AI-valuation anxiety reveal the other side of the trade. The Supreme Court’s affirmation of Fed independence is a structural positive, reinforcing institutional credibility — but the near-term catalyst remains the US July employment report, which will gate the Fed’s next policy move and determine whether the current “cautiously bearish” regime persists or pivots.

    —

    Market Regime & Sentiment Gauge

    Current Regime: Geopolitical Risk Premium with Stagflationary Undertones

    Overall Sentiment: Cautiously Bearish — with a modest shift from prior-week “Bearish” as oil prices have retraced from peaks and Fed independence was legally affirmed. The market is priced for ambiguity: strong employment data reinforces hawkish risk; weak data opens the door for easing but signals growth deterioration.

    —

    Market Snapshot

    Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
    Equities S&P 500, Dow, Hang Seng US futures fell (2nd session pre-CPI); Hang Seng -1.0% (tech selloff); SET50 futures rose on bank/energy support ⚖️ Bifurcated — Energy/Value ⬆️, Tech/Growth ⬇️
    Fixed Income 10Y UST, Bund, JGB US rate concerns elevated ahead of CPI & employment data; Fed held rates steady (late July) 📉 Hawkish repricing risk
    FX & Commodities DXY, GBPUSD, Gold, WTI, Brent, Copper GBPUSD 1.3392 (+0.31% daily, +1.01% weekly); WTI ~$70.06 (+1.2% daily, -5.1% weekly); Brent $75.96; Copper >$6.45/lb; Gold declined on strong USD 💵 USD strength; ⚡ Energy bid; 🏭 Industrial metals firm
    Volatility VIX, MOVE Index No data available. Elevated implied by geopolitical uncertainty

    —

    Thematic Analysis & Forward Impact

    Theme 1: US-Iran Escalation & the Energy Supply Risk Premium

  • Trigger: Ongoing US-Iran military strikes and maritime disruption are lifting energy prices and fueling global inflation concerns, with the IMF explicitly citing Middle East tensions in its upward-revised 4.7% global inflation forecast for 2026.
  • Historical Correlation: Crude Oil Price (WTI, Brent) → Positive: Energy & Utilities stocks (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) benefit from higher selling prices and improved refining margins. Negative: Transportation & Logistics (AAV, BA, KEX) — higher fuel costs compress margins, especially for airlines.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Energy producers & refiners — High magnitude, 1–4 week horizon

    – 📈 Petrochemical & energy infrastructure (PTT, PTTEP, TOP, SPRC, SGP, OR) — direct pass-through from elevated crude

    – 📉 Airlines & transport (AAV, BA, KEX) — fuel cost headwinds, Medium magnitude, 1–4 weeks

    – 📈 Coal-linked names (BANPU, LANNA) — substitution demand as oil/gas stay elevated

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The escalation mechanism operates through two channels: (1) direct supply disruption lifting spot and futures curves, and (2) an uncertainty premium embedding into forward curves. The second-order effect is higher input costs cascading through manufacturing and logistics, narrowing margins for fuel-intensive sectors. Cross-asset: oil strength supports USD (petrodollar recycling) which, combined with higher energy-driven inflation, keeps rate-cut expectations suppressed, pressuring long-duration equity. Copper’s concurrent rally (+2% weekly, +4% monthly) reflects a separate structural demand narrative (AI data centers, clean energy grid build-out), creating a nuanced commodity complex not uniformly bearish.
  • Confidence: High — strong historical correlation between crude prices and energy/transport stocks; causal chain well-established.
  • —

    Theme 2: Central Bank Policy Crossroads — Fed, BoJ, and the Stagflationary Bind

  • Trigger: The upcoming week features the US Federal Reserve and Bank of Japan policy decisions, Q2 GDP data, and the pivotal US July employment report — all against a backdrop of energy-driven inflation (Georgia’s NBG held at 8.25% as inflation hit 5.8% explicitly due to energy prices).
  • Historical Correlation: Policy Interest Rate & Bond Yield → Positive: Banking sector (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY) — rising rates widen Net Interest Margin (NIM). Negative: Finance & Securities / Microfinance (SAWAD, MTC, TIDLOR) — higher borrowing costs pressure retail loan profitability. Exchange Rate (USD/THB) → Negative for Energy-Utilities with USD debt (BGRIM, GPSC, GULF) ; Positive for Food Exporters (TU, CPF, ITC, AAI) and Electronic Components (DELTA, KCE, HANA) .
  • Expected Impact:
  • – 📈 Banking / Financials — if hawkish Fed stance persists → NIM expansion; Medium magnitude, 0–48 hours post-Fed

    – 📉 Rate-sensitive growth stocks (AI/Semis, tech) — pressure on valuations; High magnitude if hawkish

    – 📈 Exporters with THB exposure — weak Baht benefit; Medium magnitude

    – ⚖️ Mixed for Energy-Utilities with USD debt — oil revenue tailwinds vs. FX translation headwinds

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The Fed is caught: strong employment → hawkish hold → USD strength → tighter global financial conditions → EM and commodity-currency pressure. Weak employment → dovish pivot → USD weakness → commodity rally → reflation trade. The Supreme Court’s affirmation of Fed independence (noted as “beneficial for the stock market”) removes a tail-risk scenario of political interference. Meanwhile, the Bank of Japan decision adds a cross-current: any BOJ tightening strengthens JPY, weakens the dollar, and could provide temporary relief to EM currencies and gold. The Georgia NBG case study (holding rates because energy pushed CPI to 5.8%) is a microcosm of the global central bank dilemma.
  • Confidence: Medium-High — rates-to-banks correlation is robust; the Fed/employment binary outcome creates directional uncertainty, but the transmission channels are well-mapped.
  • —

    Theme 3: K-Shaped Equity Market — AI/Tech Valuation Reckoning vs. Energy/Value Rotation

  • Trigger: The Hang Seng Index fell 1.0% explicitly “tracking a global tech selloff amid concerns over AI stock valuations and higher oil prices,” while Bluebell advisory recommends “focusing on AI and semiconductor stocks while diversifying portfolios in a K-shaped market amid Fed tightening signals.”
  • Historical Correlation: Exchange Rate (USD/THB) → Positive for Electronic Components (DELTA, KCE, HANA) — export revenue benefits from weak Baht. CPI & Consumer Confidence → Positive for Commerce/Retail (CPALL, CPAXT, CRC, CPN) — consumption recovery.
  • Expected Impact:
  • – 📉 AI/Semiconductor high-multiple names — DELTA’s worse-than-expected Q2 2026 earnings validate the valuation pressure; High magnitude, 0–4 weeks

    – 📈 Energy & Value sectors — rotation beneficiary; Medium magnitude

    – ⚖️ Electronic components exporters — caught between tech selloff and weak-Baht tailwind (DELTA: negative earnings + positive FX)

    – 📈 Retail/Commerce — if consumer confidence holds despite inflation; Low-Medium magnitude

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The K-shaped dynamic is not accidental — it is the rational market response to a rising discount rate (higher yields) compressing the present value of long-duration growth cash flows, while simultaneously re-rating near-term cash-flow-generative energy and commodity names. The DELTA earnings miss is a microcosm: even structurally well-positioned tech exporters face margin compression from input costs and a higher cost of capital. Copper’s strength adds an important nuance: AI infrastructure demand (data centers, grid) is real and structural, suggesting the tech selloff is a valuation reset, not a secular reversal. Bluebell’s advice to “focus on AI/semiconductors while diversifying” captures this tension — stay exposed to the structural theme but hedge the cyclical risk.
  • Confidence: Medium — K-shaped dynamics are well-documented historically; the timing and magnitude of rotation are uncertain and data-dependent.
  • —

    Theme 4: Copper’s Structural Bull Signal — Clean Energy & AI Infrastructure Demand

  • Trigger: Copper futures rose above $6.45/lb, heading for weekly (+2%) and monthly (+4%) gains, supported by the Fed holding rates steady, China’s Politburo signaling continued policy support, and long-term demand from clean energy and AI data centers.
  • Historical Correlation: PMI & Export/Import Figures → Positive for Property Development / Industrial Estates (AMATA, WHA) — increased orders reflect factory expansion trends. Public Investment & Government Budget → Positive for Construction Services (CK, STEC, ITD) and Construction Materials (SCC, SCCC, TASCO, TMT) .
  • Expected Impact:
  • – 📈 Industrial estate developers (AMATA, WHA) — factory expansion demand; Medium magnitude, 1–4 weeks

    – 📈 Construction & materials (CK, STEC, ITD, SCC, SCCC) — infrastructure build-out tailwind; Medium magnitude, medium term

    – 📈 Copper-exposed miners and energy infrastructure — demand-side support

  • Causal & Inter-Market Reasoning: Copper’s rally is significant because it decouples from the near-term stagflationary narrative and instead reflects a longer-duration structural demand thesis. AI data centers are copper-intensive (power cabling, cooling systems, grid connections), and the global clean-energy transition requires multiples of current copper supply. China’s Politburo maintaining policy support is a demand-floor signal. This creates a constructive medium-term narrative for industrial cyclicals that partially offsets the near-term geopolitical risk premium. Second-order: infrastructure spending boosts construction materials (cement, steel, asphalt), creating a positive feedback loop through employment and industrial activity.
  • Confidence: Medium — the structural demand thesis is well-supported, but copper’s sensitivity to global growth cycles means near-term volatility persists.
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    Overweight Energy Producers & Refiners (PTTEP, PTT, TOP, SPRC): The US-Iran escalation and maritime disruptions provide sustained upside to crude prices and refining margins. Historical correlation is unambiguous — these stocks directly benefit from higher selling prices. Horizon: 1–4 weeks. Key trigger: any ceasefire or de-escalation would rapidly unwind this premium.

    Overweight Banking / Financials (BBL, KBANK, SCB, KTB) in a Hawkish-Fed Scenario: Rising rates widen NIM. If US employment data prints strong, expect a hawkish repricing that benefits bank profitability. Horizon: 0–48 hours post-data. Key trigger: July NFP print vs. consensus.

    Underweight / Hedge High-Multiple Tech & AI Names: Valuation vulnerability amid rising real yields is acute. DELTA’s Q2 miss is a warning signal. Consider put spreads or reduced allocation to pure-play AI names with stretched multiples. Horizon: 1–4 weeks.

    Tactical Long Copper & Industrial Estate Plays (AMATA, WHA): The structural AI/clean-energy demand thesis provides a medium-term floor. Use near-term macro volatility as entry opportunity. Horizon: medium term (1–3 months). Key trigger: China stimulus follow-through; US infrastructure bill progress.

    —

    Key Risk Scenarios

  • Base Case (55% probability): Oil remains range-bound $68–73; Fed holds rates steady with data-dependent language; K-shaped market persists — energy outperforms, tech consolidates. Continue overweight energy, underweight high-beta tech.
  • Bull Case (20% probability): US-Iran de-escalation + weak employment → oil slides below $65, Fed signals September cut → broad equity relief rally, tech/AI sharply rebound, USD weakens. Rotate aggressively into growth and EM.
  • Bear Case (25% probability): Escalation widens (Strait of Hormuz disruption) → oil spikes above $85, inflation expectations de-anchor, Fed forced to hike → broad equity drawdown, duration crash, EM crisis. Move to cash, gold, and energy producers only.
  • —

    Key Takeaways

  • Energy is the epicenter: US-Iran escalation embeds a persistent supply-risk premium in crude — overweight energy producers (PTTEP, PTT, TOP) and underweight fuel-sensitive transport (AAV, BA).
  • Fed/employment binary is the near-term catalyst: Strong NFP = hawkish hold = banks benefit (BBL, KBANK); weak NFP = dovish pivot = rate-sensitive growth rebounds. Position for asymmetry.
  • AI/Tech valuation reset is underway: DELTA’s Q2 miss and the Hang Seng tech selloff confirm the K-shaped divergence — hedge high-multiple names, but maintain structural exposure via exporters (KCE, HANA) benefiting from weak-Baht FX tailwinds.
  • Copper’s structural bid is a medium-term alpha signal: AI data centers and clean energy build-out support sustained demand — accumulate industrial estates (AMATA, WHA) and construction plays on dips.
  • IMF’s 4.7% global inflation forecast is the macro anchor: Sticky inflation constrains central bank dovishness, favoring near-term cash-flow-generative sectors (energy, banks, commodities) over long-duration growth.
  • Monitor de-escalation as the primary risk-off catalyst: Any ceasefire or diplomatic breakthrough would trigger a sharp rotation out of energy/defensives and into beaten-down tech/growth — keep stop-losses tight.
  • —

  • Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.
  • NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    📊 NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    🎯 Dimension 1: Top Accumulation

    Stocks with consistent institutional buying over the period.

    GULF Net Buy 693.57M THB (14/20 days)
    HMPRO Net Buy 614.35M THB (15/20 days)

    🚨 Dimension 2: Price-NVDR Divergence

    Conflicting signals between price action and fund flow.

    EA 🟢 HIDDEN BULLISH (Price Down, NVDR Buy) | NVDR Net: 528.29M THB
    KBANK 🔴 HIDDEN BEARISH (Price Up, NVDR Sell) | NVDR Net: 668.67M THB

    👑 Dimension 3: High Dominance Plays

    Stocks heavily driven by foreign volume (>25%).

    No high dominance stocks found.

    🔄 Dimension 4: Sector Rotation

    Top 3 sectors with the highest net inflows.

    ENERG 1,893.69M THB
    COMM 1,272.20M THB
    ICT 963.38M THB

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 11 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.51 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 13.03%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.76 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.59%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.34%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.47 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.04%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.73%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 152.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.14%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 128.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.07%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.10 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.90%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.64%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.38%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 150.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.28%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.02%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 103.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.26%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 18.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.24%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.03%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 10.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.15%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 191.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.96%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.31% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.89%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 249.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.32% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.77%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.76%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.08 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.57%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.97 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.50% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 89.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.44%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.75 – 34.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.58% – 12.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 44.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.32%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 110.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.30%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.42%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7758.84 +5.73 +0.07 % 2026-08-11
    US30 INDU:IND 53948 -27.76 -0.05 % 2026-08-11
    US100 US100:IND 29665 +43.48 +0.15 % 2026-08-11
    Vilnius VILSE:IND 1499 -10.58 -0.7 % 2026-08-11
    US1000 RIY:IND 4225.78 -2.21 -0.05 % 2026-08-11
    TUN TUSISE:IND 19983 0 0 2026-08-11
    USE All Share ALSIUG:IND 2212.77 -2.35 -0.11 % 2026-08-11
    ZSI Industrials INDZI:IND 471.43 +0.08 +0.02 % 2026-08-11

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6544 +10.2 +0.16 % 2026-08-11
    EU600 STOXX:IND 660.46 +0.01 0 2026-08-11
    EU100 N100:IND 1973 +3.74 +0.19 % 2026-08-11
    EU350 SPE350:IND 2686.82 +1.83 +0.07 % 2026-08-11
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 320.37 +0.83 +0.26 % 2026-08-11

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4685 -17.14 -0.36 % 2026-08-11
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24439 -145 -0.59 % 2026-08-11
    AU50 AS52:IND 9023 +21.2 +0.24 % 2026-08-11

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 66970 +1 +2.08 % 2026-08-11
    GB100 UKX:IND 10863 -38.59 -0.35 % 2026-08-11
    DE40 DAX:IND 26383 +59.22 +0.22 % 2026-08-11
    FR40 CAC:IND 8732 +5.97 +0.07 % 2026-08-11
    IT40 FTSEMIB:IND 53698 +33.98 +0.06 % 2026-08-11
    ES35 IBEX:IND 20170 -3.5 -0.02 % 2026-08-11
    ASX200 AS51:IND 9213 -19.2 -0.21 % 2026-08-11
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3951 -15.46 -0.39 % 2026-08-11
    SENSEX SENSEX:IND 78118 -424.31 -0.54 % 2026-08-11
    TSX SPTSX:IND 36458 0 0 2026-08-11
    MOEX INDEXCF:IND 2293 0 0 2026-08-11
    IBOVESPA IBOV:IND 172180 +0.06 0 2026-08-11
    IPC MEXBOL:IND 66439 0 0 2026-08-11
    NL30 AEX:IND 1113 -0.15 -0.01 % 2026-08-11
    CH20 SMI:IND 14634 +88.79 +0.61 % 2026-08-11
    SAALL JALSH:IND 117518 +2 +1.92 % 2026-08-11
    STI FSSTI:IND 5727 +28.74 +0.5 % 2026-08-11
    HK50 HSI:IND 25739 -198.49 -0.77 % 2026-08-11
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13861 -27.58 -0.2 % 2026-08-11
    BIST 100 XU100:IND 13812 0 0 2026-08-11
    Stockholm 30 S30:IND 3306 0 0 2026-08-11
    WIG WIG:IND 152704 0 0 2026-08-11
    BE20 BEL20:IND 5768 -9.93 -0.17 % 2026-08-11
    Oslo OSEAX:IND 2412 +21.41 +0.9 % 2026-08-11
    ATX ATX:IND 6653 0 0 2026-08-11
    Copenhagen KFX:IND 1593 0 0 2026-08-11
    Helsinki HEX:IND 13168 0 0 2026-08-11
    Helsinki 25 HEX25:IND 6228 0 0 2026-08-11
    ISEQ ISEQ:IND 14279 0 0 2026-08-11
    Athens General ASE:IND 2607 0 0 2026-08-11
    PSI Geral BVLX:IND 6173 -12.35 -0.2 % 2026-08-11
    PSI PSI20:IND 9155 -26.38 -0.29 % 2026-08-11
    PX PX:IND 2766 -10.04 -0.36 % 2026-08-11
    BET BET:IND 35960 0 0 2026-08-11
    BUX BUX:IND 148588 0 0 2026-08-11
    SAX SKSM:IND 325 +0.01 0 2026-08-11
    LuxX LUXXX:IND 2009 -10.36 -0.51 % 2026-08-11
    CROBEX CRO:IND 4410 0 0 2026-08-11
    SOFIX SOFIX:IND 1315 +3.34 +0.25 % 2026-08-11
    SBITOP SBITOP:IND 3227 0 0 2026-08-11
    BELEX 15 BELEX15:IND 1263 -19.62 -1.53 % 2026-08-11
    SASX 10 SASX10:IND 1529 +2.5 +0.16 % 2026-08-11
    CSE General CYSMMAPA:IND 320 0 0 2026-08-11
    Tallinn TALSE:IND 2151 -0.81 -0.04 % 2026-08-11
    Riga RIGSE:IND 924 -4.02 -0.43 % 2026-08-11
    ICEX ICEXI:IND 2039 0 0 2026-08-11
    MBI 10 MBI:IND 9272 +28.31 +0.31 % 2026-08-11
    MSE MALTEX:IND 4136 +3.07 +0.07 % 2026-08-11
    Monex MONEX:IND 17533.84 0 0 2026-08-11
    DE Mid MDAX:IND 32319.78 -142.01 -0.44 % 2026-08-11
    DE Small SDAX:IND 18540.54 -119.09 -0.64 % 2026-08-11
    Ecuador General BVQA:IND 1761 -1.98 -0.11 % 2026-08-11
    Merval MERVAL:IND 3122064 -0.06 0 2026-08-11
    IBC IBVC:IND 5218 -38.21 -0.73 % 2026-08-11
    COLCAP COLCAP:IND 2373 +22.06 +0.94 % 2026-08-11
    IGPA IGPA:IND 56566 +81.18 +0.14 % 2026-08-11
    BVPSI BVPSBVPS:IND 714 +1.04 +0.15 % 2026-08-11
    BSX BSX:IND 3949 0 0 2026-08-11
    JSE JMSMX:IND 372489 -1 -0.51 % 2026-08-11
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2941 -26.78 -0.9 % 2026-08-11
    CH50 XIN9:IND 15035.61 -37.58 -0.25 % 2026-08-11
    DSE Broad DSEX:IND 5845 +22.55 +0.39 % 2026-08-11
    JCI JCI:IND 6311 -54.43 -0.86 % 2026-08-11
    TASI SASEIDX:IND 10846 0 0 2026-08-11
    TSI TWSE:IND 45070 +141.73 +0.32 % 2026-08-11
    ADX General ADSMI:IND 10085 -10.15 -0.1 % 2026-08-11
    SET 50 SET50:IND 1084 -0.41 -0.04 % 2026-08-11
    FKLCI FBMKLCI:IND 1727 -8.21 -0.47 % 2026-08-11
    TA-125 TA-125:IND 4039 0 0 2026-08-11
    PSEi PCOMP:IND 6320 +30.3 +0.48 % 2026-08-11
    KSE 100 KSE100:IND 180764 -546.33 -0.3 % 2026-08-11
    KASE KZKAK:IND 7947 +50.2 +0.64 % 2026-08-11
    QE DSM:IND 10097 -2.67 -0.03 % 2026-08-11
    HNX VHINDEX:IND 288.92 +1.24 +0.43 % 2026-08-11
    VN VNINDEX:IND 1776 -0.32 -0.02 % 2026-08-11
    MSM 30 MSM30:IND 7432 +36.08 +0.49 % 2026-08-11
    ASPI CSEALL:IND 21453 +35.88 +0.17 % 2026-08-11
    Blom BLOM:IND 1756 +10.41 +0.6 % 2026-08-11
    ASE JOSMGNFF:IND 3987 0 0 2026-08-11
    LSX Composite LSXC:IND 1323 -3.55 -0.27 % 2026-08-11
    MSE 20 MSETOP:IND 55307 +254.04 +0.46 % 2026-08-11
    DFM General DFMGI:IND 5901 -43.42 -0.73 % 2026-08-11
    Kuwait All Share BKA:IND 8877.25 +3.99 +0.05 % 2026-08-11
    JPVIX VXJ:IND 24.99 -4.89 -16.37 % 2026-08-11
    Estirad BHSEEI:IND 1956.93 +1.24 +0.06 % 2026-08-11
    ASX All Share AS30:IND 9447 +22.5 +0.24 % 2026-08-11
    NSE All Share NGSEINDX:IND 248556 0 0 2026-08-11
    SA40 TOP40:IND 109593 +2 +2.18 % 2026-08-11
    EGX 30 CASE:IND 54876 -249.43 -0.45 % 2026-08-11
    CFG 25 MOSENEW:IND 18832 -31.84 -0.17 % 2026-08-11
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4107 -4.12 -0.1 % 2026-08-11
    Nairobi All Share NSEASI:IND 236 +1.17 +0.5 % 2026-08-11
    DSEI DARSDSEI:IND 4185 +1.53 +0.04 % 2026-08-11
    GGSECI GGSECI:IND 15221 +33.11 +0.22 % 2026-08-11
    SEMDEX SEMDEX:IND 2275 +0.79 +0.03 % 2026-08-11
    NSX Overall FTN098:IND 2441 +11.25 +0.46 % 2026-08-11
    Gaborone BGSMDC:IND 11209 +3.14 +0.03 % 2026-08-11

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15415 -0.0002 -0.01 % +0.0885 % +1.4049 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.35134 +0.0005 +0.04 % +0.4602 % +1.2384 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.7055 +0.0001 +0.01 % +0.122 % +1.973 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58876 +0.0006 +0.1 % -0.1086 % +2.393 %
    USDJPY USDJPY:CUR 159.203 -0.093 -0.06 % +0.9313 % -1.9873 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74652 +0.0007 +0.01 % -0.024 % -0.5664 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.81035 +0.0001 +0.01 % +0.1545 % -0.5315 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39285 -0.0012 -0.08 % -0.9543 % -1.5967 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.1409 +0.002 +0.01 % -0.6867 % -2.2028 %
    USDINR USDINR:CUR 95.425 +0.0202 +0.02 % +0.3488 % -0.4925 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1071 -0.0034 -0.07 % -0.7386 % -0.8503 %
    USDRUB USDRUB:CUR 82.41 -0.1 -0.12 % +1.3528 % +7.5498 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1414.52 -3.39 -0.24 % -1.0631 % -5.5627 %
    DXY DXY:CUR 99.797 -0.0187 -0.02 % -0.0608 % -1.4201 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.7351 +0.0322 +0.07 % +0.4362 % +1.5506 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.4919 -0.0025 -0.03 % -0.2947 % -2.3266 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.7283 +0.0014 +0.04 % +0.0644 % -2.0359 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.48869 -0.0074 -0.08 % -0.5608 % -3.107 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1974 +0.0037 +0.02 % -1.0628 % -1.6157 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.47709 +0.001 +0.02 % -0.0839 % -1.3828 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28032 0 0 -0.1458 % -1.0969 %
    USDILS USDILS:CUR 2.9995 -0.002 -0.07 % -0.2096 % -1.0099 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84632 +0.0008 +0.01 % +0.0473 % +0.1099 %
    USDCLP USDCLP:CUR 915.49 +1.93 +0.21 % -1.0452 % -1.6554 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.853 +0.1695 +0.06 % -0.0032 % -0.0996 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.0166 +0.0024 +0.01 % +0.2559 % -1.5731 %
    USDHUF USDHUF:CUR 315.942 +0.0875 +0.03 % +0.9087 % -0.0887 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15415 -0.0002 -0.01 % +0.0885 % +1.4049 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.35134 +0.0005 +0.04 % +0.4602 % +1.2384 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.81035 +0.0001 +0.01 % +0.1545 % -0.5315 %
    USDRUB USDRUB:CUR 82.41 -0.1 -0.12 % +1.3528 % +7.5498 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.7351 +0.0322 +0.07 % +0.4362 % +1.5506 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.4919 -0.0025 -0.03 % -0.2947 % -2.3266 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.7283 +0.0014 +0.04 % +0.0644 % -2.0359 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.48869 -0.0074 -0.08 % -0.5608 % -3.107 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.47709 +0.001 +0.02 % -0.0839 % -1.3828 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.0166 +0.0024 +0.01 % +0.2559 % -1.5731 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5417 -0.0008 -0.02 % -0.2591 % -1.2287 %
    USDHUF USDHUF:CUR 315.942 +0.0875 +0.03 % +0.9087 % -0.0887 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.8953 -0.0547 -0.12 % +0.3247 % +0.101 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.9754 +0.0024 +0.08 % +0.779 % +3.9793 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.728 +0.0597 +0.06 % -0.0318 % -1.3237 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6947 +0.0003 +0.02 % -0.0825 % -1.3849 %
    USDISK USDISK:CUR 123.21 +0.02 +0.02 % +0.2033 % -2.0744 %
    USDALL USDALL:CUR 80.62 -0.03 -0.04 % -0.598 % -1.9698 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.31 +0.04 +0.08 % -0.6615 % -1.1221 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.3 +0.02 +0.12 % -0.6889 % -0.8596 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39285 -0.0012 -0.08 % -0.9543 % -1.5967 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.1409 +0.002 +0.01 % -0.6867 % -2.2028 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1071 -0.0034 -0.07 % -0.7386 % -0.8503 %
    DXY DXY:CUR 99.797 -0.0187 -0.02 % -0.0608 % -1.4201 %
    USDARS USDARS:CUR 1498.34 -0.0283 0 +0.1212 % +1.0292 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3135.82 -8.19 -0.26 % -2.1936 % -3.1667 %
    USDCLP USDCLP:CUR 915.49 +1.93 +0.21 % -1.0452 % -1.6554 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.3806 +0.002 +0.06 % -0.4066 % -0.5881 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.351 +0.041 +0.07 % -0.2547 % -0.7364 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.629 0 0 +0.0197 % -0.0524 %
    USDURY USDURY:CUR 40.317 +0.052 +0.13 % +0.2661 % -0.1127 %
    USDCRC USDCRC:CUR 453.44 0 0 -0.0088 % -0.4479 %
    USDPAB USDPAB:CUR 0.9997 -0.0003 -0.03 % -0.03 % +0.023 %
    USDBOB USDBOB:CUR 11.9098 +0.0348 +0.29 % -1.9366 % +19.8694 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5957.09 +2.5998 +0.04 % -0.1082 % -2.1164 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.7572 +0.0024 +0.03 % +0.0274 % -0.0196 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.7885 +0.0161 +0.24 % +0.0678 % -0.1869 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8038 0 0 -0.0004 % +0.1087 %
    USDJMD USDJMD:CUR 158.944 +0.734 +0.46 % +0.0214 % +0.4915 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.8276 +0.0276 +0.07 % +0.075 % -0.0175 %
    USDHTG USDHTG:CUR 130.863 +0.113 +0.09 % +0.0864 % -0.1102 %
    USDBSD USDBSD:CUR 1.0008 +0.0008 +0.08 % +0.08 % -0.021 %
    USDSRD USDSRD:CUR 37.7194 -0.0807 -0.21 % -0.4227 % +0.3205 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209.4 +0.1 +0.05 % +0.0478 % +0.2874 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 755.7624 -4.5028 -0.59 % +0.2057 % +4.5179 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 159.203 -0.093 -0.06 % +0.9313 % -1.9873 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74652 +0.0007 +0.01 % -0.024 % -0.5664 %
    USDINR USDINR:CUR 95.425 +0.0202 +0.02 % +0.3488 % -0.4925 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1414.52 -3.39 -0.24 % -1.0631 % -5.5627 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17834 +41 +0.23 % -0.7568 % -1.5295 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.7549 +0.0025 +0.07 % +0.0546 % -0.0439 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.248 -0.0083 -0.03 % -0.513 % +0.1317 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1374475 +203 +0.01 % -0.0553 % +0.0074 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6725 -0.0004 -0.01 % -0.0109 % -0.0136 %
    USDTHB USDTHB:CUR 33.108 +0.108 +0.33 % -0.457 % -1.1701 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.0918 +0.0011 +0.03 % -0.122 % +0.5109 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28032 0 0 -0.1458 % -1.0969 %
    USDILS USDILS:CUR 2.9995 -0.002 -0.07 % -0.2096 % -1.0099 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84626 +0.0008 +0.01 % +0.0465 % +0.1091 %
    USDPHP USDPHP:CUR 61.127 +0.315 +0.52 % +0.2263 % -0.7501 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.853 +0.1695 +0.06 % -0.0032 % -0.0996 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1311.11 +1.11 +0.08 % +0.0847 % +0.0832 %
    USDKZT USDKZT:CUR 465.315 -1.455 -0.31 % -1.0968 % -1.8126 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.6484 +0.0026 +0.07 % +0.1592 % +0.0933 %
    USDVND USDVND:CUR 26134.5 -20.5 -0.08 % -0.4912 % -0.459 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.4 -0.16 -0.13 % -0.311 % +0.1014 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.385 +0.0003 +0.07 % +0.0728 % +0.0728 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 0 0 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 334.8 -0.42 -0.13 % -0.2503 % -0.4075 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122 -0.05 -0.04 % -0.0164 % +0.041 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11941.9 +7.2397 +0.06 % -0.003 % -1.2283 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.086 +0.0031 +0.04 % +0.0755 % +0.1375 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.51 +0.01 +0.29 % +0.2857 % +0.2857 %
    USDLBP USDLBP:CUR 89623.5 +73.5 +0.08 % +0.0821 % -0.0219 %
    USDYER USDYER:CUR 238.4 +1.2 +0.51 % +0.042 % -0.0734 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.3771 0 -0.01 % +0.0133 % +0.008 %
    USDAFN USDAFN:CUR 65.5 +0.25 +0.38 % -0.5466 % -1.5334 %
    USDNPR USDNPR:CUR 152.532 +0.042 +0.03 % -0.0511 % -0.0285 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2801 -0.0002 -0.02 % -0.1638 % -0.99 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4057.79 +5.79 +0.14 % +0.1676 % +0.5555 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.619 0 0 +0.0382 % -0.3425 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3596 +1 +0.03 % -0.0278 % +0.2509 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22602.7 +40.23 +0.18 % -0.0123 % +0.1307 %
    USDAMD USDAMD:CUR 340.03 -25.85 -7.07 % -7.3513 % -0.0861 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.2422 +0.0122 +0.13 % +0.078 % -0.2421 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 0 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.3089 -0.0001 -0.04 % -0.1745 % -0.3195 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.7055 +0.0001 +0.01 % +0.122 % +1.973 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58876 +0.0006 +0.1 % -0.1086 % +2.393 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.425 +0.0018 +0.04 % +0.2174 % -0.9792 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.292 -0.238 -0.23 % -0.3165 % -1.0775 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.212 +0.0005 +0.02 % -0.8961 % -1.0645 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1359.98 -1.6 -0.12 % -0.2538 % -1.5192 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1974 +0.0037 +0.02 % -1.0628 % -1.6157 %
    USDZMW USDZMW:CUR 18.72 +0.011 +0.06 % -1.5773 % +4.0636 %
    USDEGP USDEGP:CUR 49.98 +0.1 +0.2 % -0.3986 % +0.1603 %
    USDDZD USDDZD:CUR 132.973 +0.205 +0.15 % +0.0602 % -0.2872 %
    USDAOA USDAOA:CUR 919.492 -3.525 -0.38 % +0.0443 % -0.0055 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3163 -0.025 -0.27 % -0.4116 % -0.2302 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.5 +0.2793 +0.05 % +0.0465 % +0.0549 %
    USDKES USDKES:CUR 129.4 0 0 +0.1161 % +0.1161 %
    USDETB USDETB:CUR 161.8352 +1.3519 +0.84 % +0.8491 % +0.7826 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2645 -5 -0.19 % -0.3766 % +0.563 %
    USDTND USDTND:CUR 2.9338 +0.0066 +0.23 % -0.2448 % -0.851 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.378 +0.0033 +0.05 % +0.1539 % -0.3515 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.7496 -0.008 -0.07 % +0.3519 % +2.3484 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 0 -0.3915 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3727.71 +2.19 +0.06 % -0.4282 % +0.9429 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.93 +0.33 +0.52 % +0.5189 % +0.5347 %
    USDBWP USDBWP:CUR 14.1551 +0.0294 +0.21 % -0.497 % +4.3625 %
    USDXAF USDXAF:CUR 568.142 -8.748 -1.52 % -1.5667 % -1.0753 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.1981 +0.0084 +0.05 % -1.1135 % -1.633 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5012.647 0 0 +0.2136 % +6.7823 %
    USDMUR USDMUR:CUR 47.04 +0.04 +0.09 % 0 -0.1062 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4286.46 -34.8901 -0.81 % -0.7447 % -0.1269 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1470.26 +1.217 +0.08 % +0.104 % -0.0206 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8782 0 0 -0.0171 % +0.1311 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.1 -0.11 -0.27 % -0.1743 % +0.0499 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24028.6 +5.8728 +0.02 % -0.4978 % -0.2179 %
    USDXOF USDXOF:CUR 568.13 +0.38 +0.07 % -0.2843 % -1.0774 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.83 +0.16 +0.01 % +0.0092 % +0.0092 %
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.191 +0.0047 +0.03 % -1.1538 % -0.6845 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2989.4 +0.0001 0 +0.0271 % +0.1457 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.1983 +0.0172 +0.11 % -1.1123 % -0.9278 %
    USDLRD USDLRD:CUR 178 0 0 -1.6611 % -1.6575 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.651 +0.0166 +0.02 % -0.2699 % -1.502 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 13.7898 -0.0979 -0.7 % -5.3828 % -5.324 %
    USDSOS USDSOS:CUR 571.99 +0.49 +0.09 % +0.0857 % +0.0857 %
    USDGMD USDGMD:CUR 74.675 0 0 +0.3022 % +0.5385 %
    USDKMF USDKMF:CUR 426 -1.12 -0.26 % -0.444 % -1.6166 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4453 +0.0094 +0.04 % -0.0736 % -1.1869 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.604 -0.0155 -0.06 % -0.302 % -0.6383 %

    สรุปข่าวการลงทุนประจำวัน: 20260810

    รายการลงทุนประจำวัน 2026-08-10

    ▶ เปิด Playlist บน YouTube

    รายการคลิปใน Playlist (6 คลิป)

    รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    [ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-10 ถึง 2026-08-11 | อัปเดตล่าสุดเวลา 12:40 น.]

    🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

    นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 50.80 ล้านบาท


    เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 50.80 ล้านบาทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ขณะที่นักลงทุนในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิ


    ยอดซื้อสุทธิผ่าน NVDR (SET+MAI) แตะ 942.11 ล้านบาท


    เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 การซื้อสุทธิผ่าน NVDR ในตลาด SET และ MAI รวมมูลค่า 942.11 ล้านบาท โดยหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด ได้แก่ PTT, DELTA และหุ้นอื่น ๆ


    นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาด SET และ MAI รวม 74.25 ล้านบาท


    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 74.25 ล้านบาทในตลาด SET และ MAI รวมกัน ขณะที่นักลงทุนในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิ


    มูลค่าขายชอร์ตรวม 1,618.13 ล้านบาท คิดเป็น 2.60% ของมูลค่าซื้อขายรวม


    รายงานข้อมูลการขายชอร์ตประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ระบุมูลค่าการขายชอร์ตรวม 1,618.13 ล้านบาท คิดเป็น 2.60% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด พร้อมข้อมูลสถานะขายชอร์ตคงค้างของหลักทรัพย์ต่าง ๆ


    KKPS นำส่วนแบ่งตลาดโบรกเกอร์สูงสุดที่ 21.89%


    เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร (KKPS) มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดใน 10 อันดับแรกที่ 21.89% โดยมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์รวมทั้งสิ้น 61,741.00 ล้านบาท


    ปฏิทินหุ้นขึ้นเครื่องหมาย XD ประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2569


    ปฏิทินหุ้นวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ระบุหลักทรัพย์หลายรายการ (AAPL01, AAPL03, AAPL19, AAPL80, IBM06, ML) ขึ้นเครื่องหมาย XD โดยมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเบื้องต้นต่อหุ้นตั้งแต่ 0.002394 ถึง 0.11112 บาท รวมถึงหุ้นปันผลอัตรา 1:2 สำหรับ ML

    🌐 ข่าวต่างประเทศ


    ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลง ขณะที่ STOXX 600 ยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย


    เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ ได้แก่ ดาวโจนส์, S&P 500 และ Nasdaq ปิดตลาดในแดนลบ ขณะที่ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันอังคารที่ สิบเอ็ด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันอังคารที่ สิบเอ็ด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที

    เริ่มต้นที่บรรยากาศการซื้อขายในวันนี้ ตลาดการเงินทั่วโลก กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย

    ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นผลจากความเสี่ยงสงครามและความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทำให้สภาพคล่องทางการเงินตึงตัวมากขึ้น และกดดันสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่

    รายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด ส่งสัญญาณถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยพร้อมเงินเฟ้อ หรือที่เรียกว่า สแตกเฟลชัน ซึ่งเป็นภาวะที่การเติบโตชะลอตัว แต่ราคาสินค้าสูงขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้น

    ในภาพรวม ตลาดเปลี่ยนผ่านจากความคิดที่มองโลกในแง่ดี มาสู่ท่าทีที่ระมัดระวังและเป็นลบมากขึ้น โดยมีปัจจัยสำคัญจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

    สำหรับภาพรวมตลาดวันนี้ ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลง เนื่องจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อหรือพีเอ็มไอ หดตัวต่ำกว่าคาด ในทางตรงกันข้าม ตลาดหุ้นบราซิลปรับตัวขึ้นร้อยละสองถึงสาม จากแรงหนุนของเงินเฟ้อที่ชะลอตัว

    ส่วนตลาดหุ้นไทย ดัชนีเซท ฟิฟตี้ ปรับเพิ่มขึ้น โดยมีแรงซื้อในกลุ่มธนาคารและพลังงาน ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นร้อยละศูนย์จุดสองเจ็ด เยนญี่ปุ่นอ่อนค่าร้อยละศูนย์จุดเก้าเจ็ด

    ราคาทองคำปรับตัวลดลง เนื่องจากเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่ง ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส เคลื่อนไหวที่ระดับหกสิบเก้าถึงเจ็ดสิบสามดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละศูนย์จุดเจ็ดแปด

    มาถึงการวิเคราะห์เชิงประเด็นและผลกระทบระยะต่อไป ประเด็นแรก ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน ซึ่งเป็นผลดีต่อกลุ่มผู้ผลิตพลังงาน อย่าง พีทีทีอีพี ปตท. ท็อป และเอสพีอาร์ซี

    แต่ส่งผลลบต่อกลุ่มสายการบินและขนส่ง อย่าง เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไร รวมถึงกลุ่มสาธารณูปโภคที่มีหนี้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่าง บีกริม จีพีเอสซี และกัลฟ์ ก็ได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่อ่อนค่าและก๊าซนำเข้าที่แพงขึ้น

    ประเด็นที่สอง ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ยังคงส่งสัญญาณเข้มงวด นางลิซ่า คุก หนึ่งในคณะกรรมการธนาคารกลาง กล่าวว่า ธนาคารกลางให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากกว่าตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ซึ่งส่งผลดีต่อกลุ่มธนาคาร อย่าง บีบีแอล เคแบงก์ เอสซีบี เคทีบี ทีทีบี และบีเอ

    เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้นจะช่วยเพิ่มรายได้ แต่ส่งผลลบต่อกลุ่มสินเชื่อผู้บริโภค อย่าง ซาวาด เอ็มทีซี และไทด์ลอร์ เพราะต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไร

    ประเด็นที่สาม ความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน การหดตัวของดัชนีพีเอ็มไอ ส่งผลลบต่อกลุ่มพัฒนานิคมอุตสาหกรรม อย่าง อมตะ และดับบลิวเอชเอ เพราะดีมานด์ที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมลดลง

    ในทางตรงกันข้าม ตลาดหุ้นบราซิลปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น จากเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ทำให้คาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะผ่อนคลายนโยบายการเงิน

    ประเด็นที่สี่ ความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลบวกต่อกลุ่มผู้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง เดลต้า เคซีอี และฮานา รวมถึงกลุ่มผู้ส่งออกอาหาร อย่าง ทียู ซีพีเอฟ ไอทีซี และเอเอไอ

    เนื่องจากรายได้ที่แปลงเป็นเงินบาทจะมีมูลค่าสูงขึ้น แต่กลับส่งผลลบต่อกลุ่มสาธารณูปโภคที่มีหนี้เป็นดอลลาร์ อย่าง บีกริม จีพีเอสซี และกัลฟ์ จากภาระหนี้ที่สูงขึ้นและต้นทุนก๊าซนำเข้าที่แพง

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูงในวันนี้ แนะนำให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าปกติ ในกลุ่มพลังงานและธนาคาร ส่วนกลุ่มขนส่งและสินเชื่อผู้บริโภค ควรลดน้ำหนักการลงทุนหรือหลีกเลี่ยง

    โดยกลุ่มพลังงาน อย่าง พีทีทีอีพี ปตท. ท็อป และเอสพีอาร์ซี จะได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและมาร์จิ้นการกลั่นที่ดีขึ้น กลุ่มธนาคาร อย่าง บีบีแอล เคแบงก์ และเอสซีบี จะได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

    ส่วนกลุ่มผู้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และอาหาร จะได้ประโยชน์จากเงินบาทที่อ่อนค่า ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในระยะสั้น

    สำหรับสถานการณ์ความเสี่ยงหลัก กรณีพื้นฐานมีโอกาสร้อยละห้าสิบ คือ ความตึงเครียดตะวันออกกลางยังคงอยู่ แต่ไม่ลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ราคาน้ำมันจะทรงตัวในกรอบเจ็ดสิบถึงแปดสิบดอลลาร์สหรัฐ ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง กลุ่มพลังงานและธนาคารจะยังคง outperform

    กรณีที่ดีมีโอกาสร้อยละยี่สิบห้า คือ ความขัดแย้งคลี่คลาย ราคาน้ำมันลดลงต่ำกว่าหกสิบห้าดอลลาร์สหรัฐ และธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นในวงกว้าง

    กรณีเลวร้ายมีโอกาสร้อยละยี่สิบ คือ เกิดสงครามเต็มรูปแบบที่กระทบช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้นจากเงินเฟ้อช็อค และธนาคารกลางถูกบังคับให้ขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ จะเกิดการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรุนแรง

    ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในอีกสี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้า คือ ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ และพัฒนาการของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดในระยะต่อไป

    คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

    ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

    รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

    # Economic Daily Report — August 11, 2026

    —

    Dominant Market Narrative

    The market is navigating a sharp geopolitical risk repricing, driven by escalating US-Iran tensions that are simultaneously pushing oil prices higher and fueling a classic flight-to-safety rotation. Rising global bond yields — a direct consequence of the conflict premium and central bank reluctance to ease — are tightening financial conditions and pressuring risk assets, particularly in emerging markets. The weaker-than-expected US jobs report adds a stagflationary undertone: slowing growth alongside sticky inflation fears from elevated energy costs. This dual shock is producing a K-shaped divergence where energy exporters and rate-sensitive financials benefit, while rate-sensitive growth sectors and fuel-dependent industrials suffer. The regime is decisively shifting from “soft landing optimism” toward a geopolitically-driven risk-off posture with inflationary overtones.

    —

    Market Regime & Sentiment Gauge

    Current Regime: Geopolitical Risk Premium / Stagflationary Pressure

    Overall Sentiment: Cautiously Bearish — a pronounced shift from prior neutral-to-cautiously-optimistic positioning. The convergence of Middle East conflict escalation, persistent rate hawkishness from the Fed (Governor Cook explicitly prioritizing inflation over labor market weakness), and deteriorating Chinese manufacturing data is compressing risk appetite globally. Safe-haven demand is evident in dollar strength, while the Japanese Yen’s depreciation (-0.97%) signals continued carry-trade dynamics amid the BoJ’s measured normalization.

    —

    Market Snapshot

    Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
    Equities China Stocks, Ibovespa, SET50 China ↓ (PMI contraction); Brazil ↑ (+2-3% on disinflation); SET50 ↑ (banks + energy) ⚖️ Mixed — divergence across EM
    Fixed Income Global Bond Yields ↑ Rising (US-Iran tensions, hawkish Fed) 📉 Bearish for duration-sensitive assets
    FX & Commodities DXY, USD/JPY, Gold, Crude Oil DXY ↑ (+0.27%); JPY ↓ (-0.97%); WTI ~$69-73 (daily +0.78%); Gold ↓ 🛡️ Risk-Off — USD and oil bid, gold pressured by strong dollar
    Commodities GSCI Index, Brent GSCI +0.1% daily; Brent ~$72-76 (daily mixed, monthly -18% to -23%) ⚖️ Mixed — near-term oil bid, medium-term demand concerns
    Volatility VIX, MOVE Index No data available. —

    *Note: Specific US500, Nasdaq, STOXX, Nikkei, Bund, JGB, and VIX/MOVE index levels were not directly provided by the tools. Only directional inferences from news context are shown.*

    —

    Thematic Analysis & Forward Impact

    Theme 1: Middle East Conflict Escalation & Oil Supply Risk Premium

  • Trigger: Rising global bond yields and oil prices driven directly by US-Iran war tensions, with markets repricing geopolitical risk across asset classes.
  • Historical Correlation: Crude Oil Price (WTI, Brent) → Positive for Energy & Utilities sector (PTTEP, PTT, TOP, SPRC); Negative for Transportation & Logistics (AAV, BA, KEX) due to higher fuel costs compressing margins.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Bullish — Energy Producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC): High magnitude. Higher selling prices and improved refining margins. Time horizon: 0–48h sustained, 1–4 weeks if tensions persist.

    – 📉 Bearish — Airlines & Transport (AAV, BA, KEX): Medium magnitude. Fuel cost headwinds directly compress operating margins. Time horizon: 1–4 weeks.

    – 📉 Bearish — Power Utilities with USD Debt (BGRIM, GPSC, GULF): Medium magnitude. Weak Baht + expensive imported gas = double squeeze.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: Rising oil prices act as a tax on consumers and transportation, compressing disposable income and corporate margins. Simultaneously, oil’s inflationary impulse keeps central banks hawkish, preventing rate cuts that would otherwise cushion equities. The strong dollar (DXY +0.27%) compounds pressure on EM currencies and USD-indebted corporations. Historically, sustained oil spikes above $75-80/bbl correlate with 1-3 month equity underperformance in fuel-sensitive sectors.
  • Confidence: High — strong, well-established causal relationships from the correlation database.
  • —

    Theme 2: Fed Hawkishness & Rising Rate Expectations

  • Trigger: Fed Governor Lisa Cook signaled the Fed is prioritizing inflation risks over labor market weakness, suggesting rates may remain elevated for an extended period or rise further. US July employment data is the next critical catalyst.
  • Historical Correlation: Policy Interest Rate & Bond Yield → Positive for Banking sector (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY) via wider Net Interest Margins; Negative for Finance & Securities (SAWAD, MTC, TIDLOR) via higher borrowing costs pressuring retail/microfinance margins.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Bullish — Banks (BBL, KBANK, SCB, KTB): High magnitude. Wider NIM directly accretive to earnings. MUFG already became Japan’s largest company by market cap on this exact transmission mechanism — expect similar tailwinds for rate-sensitive banks globally. Time horizon: 1–4 weeks, medium-term structural.

    – 📉 Bearish — Consumer Finance (SAWAD, MTC, TIDLOR): Medium magnitude. Higher funding costs squeeze net spreads on microfinance and hire-purchase loans. Time horizon: 1–4 weeks.

    – 📉 Bearish — Growth/Tech: Rising discount rates compress valuations for long-duration growth equities. Cross-asset transmission: higher bond yields = lower equity multiples.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The “higher for longer” regime reshapes capital allocation. Banks benefit as deposit franchises reprice loans faster than deposits. Consumer finance lenders face the inverse — their cost of wholesale funding rises faster than they can pass through to borrowers. The bond-equity correlation has turned negative again, meaning bonds no longer hedge equity downside — this forces portfolio deleveraging and contributes to tighter financial conditions.
  • Confidence: High — correlation database explicitly confirms bank-positive, consumer-finance-negative relationship.
  • —

    Theme 3: Chinese Economic Weakness & Emerging Market Divergence

  • Trigger: Chinese stocks fell as both private and official Manufacturing PMI missed forecasts, showing contraction. Policy support signals from the central bank failed to offset the data disappointment.
  • Historical Correlation: PMI & Export/Import Figures → Positive for Industrial Estates (AMATA, WHA) — increased orders reflect factory expansion trends. Weak PMI implies the inverse.
  • Expected Impact:
  • – 📉 Bearish — Industrial Estate Developers (AMATA, WHA): Medium magnitude. Contracting PMI signals reduced factory expansion, lower demand for industrial land. Time horizon: 1–4 weeks.

    – 📉 Bearish — Commodity-Exporting EMs: China as the marginal buyer of commodities means demand concerns cap upside for oil, copper, and bulk commodities despite supply-side risks.

    – 📈 Bullish — Brazil Equities (Ibovespa): Contrasting positive. Brazil’s Ibovespa surged 3% on disinflation (CPI eased to 4.64%), boosting dovish central bank expectations. Financial and utility stocks drove gains.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: China’s manufacturing contraction creates a headwind for global trade volumes and commodity demand. This partially offsets the oil supply risk premium — weak demand from the world’s largest importer acts as a natural cap. Meanwhile, EM divergence is stark: disinflationary tailwinds in Brazil create domestic easing cycles, while Asia ex-Japan grapples with currency depreciation and external demand weakness.
  • Confidence: Medium — China PMI-to-industrial-estate correlation is established, but magnitude of transmission varies with policy response.
  • —

    Theme 4: Dollar Strength & Currency Market Stress

  • Trigger: Dollar Index gained 0.27% as the Japanese Yen depreciated 0.97% (top currency loser), reflecting safe-haven demand and US rate differentials. Central banks in Asia are taking measures to support currencies.
  • Historical Correlation: Exchange Rate (USD/THB) → Positive for Exporters — Weak Baht benefits Electronic Components (DELTA, KCE, HANA) and Food & Beverage (TU, CPF, ITC, AAI) through higher Baht-denominated revenue recognition. Negative for USD-Indebted Utilities (BGRIM, GPSC, GULF).
  • Expected Impact:
  • – 📈 Bullish — Electronics Exporters (DELTA, KCE, HANA): Medium magnitude. Weaker local currency boosts export competitiveness and revenue translation. Time horizon: 0–48h to 1–4 weeks.

    – 📈 Bullish — Food Exporters (TU, CPF, ITC, AAI): Medium magnitude. Overseas sales translate into more Baht. Time horizon: 0–48h to 1–4 weeks.

    – 📉 Bearish — USD-Indebted Power Utilities (BGRIM, GPSC, GULF): High magnitude. Higher debt service costs and expensive imported gas (feedstock) create a margin squeeze. Time horizon: 1–4 weeks.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: Dollar strength is both a symptom of and contributor to tighter global financial conditions. The transmission mechanism is threefold: (1) EM currencies weaken, (2) USD-denominated debt burdens rise, (3) commodity prices (priced in USD) become more expensive for non-USD buyers, dampening demand. This creates a self-reinforcing cycle that favors export-oriented economies and sectors while punishing import-dependent ones.
  • Confidence: High — explicit, well-documented correlation from the database.
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    Overweight Energy Producers & Banks; Underweight Transport & Consumer Finance

    The convergence of geopolitical oil supply risk and persistent hawkish monetary policy creates a clear barbell opportunity:

    1. Energy Majors (PTTEP, PTT, TOP, SPRC): Benefit from both higher crude prices and improved refining margins. The correlation data explicitly confirms positive impact. WTI has strong YTD momentum (+20-28%) despite monthly pullbacks, suggesting structural support. Position: Overweight. Time horizon: 1–4 weeks, contingent on Middle East tensions not de-escalating.

    2. Banking Sector (BBL, KBANK, SCB): Rising rate environment widens NIM. MUFG’s milestone as Japan’s largest company by market cap provides a powerful precedent. Position: Overweight. Time horizon: Medium-term (1–3 months).

    3. Electronics & Food Exporters (DELTA, KCE, TU, CPF): Weak Baht provides currency tailwind. Position: Tactical Overweight. Time horizon: 0–48h to 1–4 weeks.

    4. Hedge/Underweight: Airlines (AAV, BA), Consumer Finance (SAWAD, MTC): Directly negatively correlated with rising oil and rates respectively. Position: Underweight/Avoid.

    5. Key Triggers to Monitor: US July employment data release (immediate catalyst for Fed repricing); any US-Iran de-escalation or ceasefire signals; China PMI follow-up data; Bank of Japan policy signals.

    —

    Key Risk Scenarios

  • Base Case (50%): Middle East tensions persist but don’t escalate to full-scale conflict; oil stabilizes in $70-80 range; Fed holds rates elevated through Q3 2026. Energy and bank outperformance continues, growth sectors underperform. Defensive rotation persists.
  • Bull Case (25%): US-Iran de-escalation removes geopolitical risk premium; oil drops below $65; July jobs data surprises to downside, triggering Fed dovish pivot. Broad equity rally led by rate-sensitive growth and transport. EM currencies recover sharply.
  • Bear Case (20%): Full-scale US-Iran conflict disrupts Strait of Hormuz; oil spikes above $100; global bond yields surge on supply-shock inflation; central banks forced to hike into weakness. Severe risk-off event. Only energy producers and safe-haven assets (gold, USD) perform. Emerging markets face capital flight.
  • —

    Key Takeaways

  • Energy producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) are the highest-conviction long — both the news trigger (US-Iran tensions) and correlation data (direct positive impact) are unambiguous. Position accordingly within a 1–4 week window.
  • Banks (BBL, KBANK, SCB) are a structural overweight — rising rates and wider NIM are confirmed by correlation data. MUFG’s record market cap illustrates the magnitude possible.
  • Avoid transportation (AAV, BA, KEX) and consumer finance (SAWAD, MTC, TIDLOR) — these face direct, well-documented negative correlation with oil and rates respectively.
  • EM divergence is widening — Brazil offers a disinflationary bright spot (Ibovespa +3%) while China’s PMI contraction creates headwinds for Asian industrials (AMATA, WHA) and commodity demand.
  • Currency exposure matters more than usual — dollar strength creates a clear winners (DELTA, KCE, TU, CPF) vs. losers (BGRIM, GPSC, GULF) dynamic. Position export-heavy, avoid USD-indebted utilities.
  • The next 48 hours are pivotal — US employment data and any Iran-related headlines will determine whether the current cautiously bearish regime intensifies or reverses. Maintain tactical flexibility.
  • —

    Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.

    Here is the Thai translation of your report:

    Here is the Thai translation of your report:

    🇹🇭 ดัชนี SET ไทย: วิกฤตน้ำมันปะทะสงครามการค้า — หัวกระทิงพลังงาน vs หมีตลาดวงกว้าง

    ## 1. บริบทภาพรวมมหภาคและการเมือง (สาเหตุที่แท้จริง)

    จุดชนวนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ — ความขัดแย้งตะวันออกกลางลุกลาม:

    ปัจจัยมหภาคที่สำคัญที่สุดในช่วง 24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมาคือ การปะทะกันครั้งใหม่ในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหม่ หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศยุติการหยุดยิงครั้งก่อน ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 6–7% ในการซื้อขายวันเดียว ช่องแคบฮอร์มุซ — จุดคอขวดของเส้นทางขนส่งน้ำมันทั่วโลกถึง 20% — ตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามที่รุนแรง ขณะที่กองกำลังฮูตีก็โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงด้วย นี่ไม่ใช่การปรับตัวขึ้นชั่วคราว แต่เป็นการประเมินความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตลาดพลังงานครั้งสำคัญในเชิงโครงสร้าง

    สงครามการค้าโลกรุนแรงขึ้น:

    ในเวลาเดียวกัน มาตรการภาษีสหรัฐฯ รอบใหม่ในอัตรา 10–12.5% กับประมาณ 60 ประเทศ ก็มีผลบังคับใช้ รวมถึงประเทศไทยด้วย การดำเนินการทางการค้าภายใต้มาตรา 301 นี้กำลังถูกท้าทายทางกฎหมาย แต่ผลกระทบต่อตลาดทันทีนั้นปรากฏชัดแล้ว: ดัชนีเอเชียปรับตัวลงในวงกว้าง ดัชนี Sensex ของอินเดียร่วงลงกว่า 300 จุด และ SET ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยกำลังเร่งเจรจาลดภาษี (จาก 12.5% เป็น 10%) ในการหารือกับสหรัฐฯ ที่กำลังดำเนินอยู่ แต่ยังไม่มีข้อยุติ

    ท่าทีเหยี่ยวของเฟด:

    ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม แต่ คณะกรรมการ FOMC สามคนไม่เห็นด้วยและสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.66% ตลาดประเมินโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนไว้ที่ประมาณ 68% การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นผนวกกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ถือเป็นส่วนผสมที่เป็นพิษต่อหุ้นในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย

    มุมมองเฉพาะของไทย:

    SET เปิดตลาดปรับตัวลงอย่างรุนแรง โดย ร่วงลงกว่า 15 จุด (-0.97%) มาอยู่ที่ 1,601.21 จุด ตามทิศทางตลาดโลกที่ปรับตัวลง แรงขายกระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ (Large-cap) อย่าง GULF และ PTT ตลาดโดยรวมอยู่ในโหมดลดความเสี่ยง (Risk-off) โดยนักลงทุนต่างชาติระมัดระวังตัว เนื่องจากภัยคุกคามสามประการ ได้แก่ ภาษีการค้า ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และภาวะการเงินโลกที่ตึงตัว

    ## 2. การสังเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค ปัจจัยพื้นฐาน และกระแสเงินทุนต่างประเทศของหุ้น (สิ่งที่เกิดขึ้น)

    > ⚠️ ข้อจำกัดข้อมูล NVDR Flow: ไม่สามารถดึงข้อมูลกระแสเงินทุนสถาบันต่างประเทศผ่าน NVDR ที่เฉพาะเจาะจงในช่วง 24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมาได้จากฐานข้อมูลที่มี การวิเคราะห์ต่อไปนี้จึงอิงจากทิศทางกระแสเงินทุนในภาพรวมที่อนุมานได้จากการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดและข้อมูลบริบทที่ดึงมาจาก RAG ซึ่งชี้ว่านักลงทุนต่างชาติเป็น ผู้ขายสุทธิในหุ้นไทยขนาดใหญ่ ในช่วงการซื้อขายแบบลดความเสี่ยงที่ผ่านมา

    หุ้น (Ticker) กลุ่มอุตสาหกรรม สัญญาณทางเทคนิค ความเชื่อมโยงกับปัจจัยมหภาค สัญญาณกระแสเงิน (อนุมาน)
    PTT พลังงาน / น้ำมันและก๊าซ ราคาถูกกดดัน; มีแรงขายหุ้นใหญ่ ได้รับประโยชน์โดยตรง จากน้ำมันพุ่งทะลุ $100+/บาร์เรล ปะปน — ต่างชาติขายจากภาพรวมลดความเสี่ยง แต่แนวโน้มกำไรกลุ่มพลังงานจะปรับเพิ่มขึ้นในเร็วๆ นี้
    GULF ไฟฟ้า / สาธารณูปโภค มีแรงขายกดดันตามข้อมูล RAG ความต้องการไฟฟ้าเชื่อมโยงกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ; ได้รับผลกระทบในทางลบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แนวโน้มขาย (Bearish) จากแรงขายหลัก
    DELTA อิเล็กทรอนิกส์ / ซัพพลายเชน AI ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง; Q2 รายได้ +50.7% YoY, กำไรสุทธิ $186 ล้าน แนวคิดฮับโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงอยู่; ได้รับผลกระทบบางส่วนจากภาวะน้ำมันช็อก มีแนวโน้มสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว; การได้รับการบรรจุใน S&P Global Sustainability Yearbook เป็นสัญญาณคุณภาพ
    PTTEP สำรวจและผลิตปิโตรเลียมต้นน้ำ ไม่ได้ดึงข้อมูลโดยตรง แต่มีความสัมพันธ์สูงกับน้ำมันดิบ มีความไวต่อราคาน้ำมัน (Beta) สูงที่สุด — ได้ประโยชน์โดยตรง ต่างชาติมีแนวโน้มซื้อจากโมเมนตัมราคาน้ำมัน
    กลุ่มธนาคาร (BBL, KBANK, SCB) การเงิน รอผลประกอบการ Q2 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น = ส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ขยายตัว แต่ความเสี่ยงหนี้เสีย (NPL) สูงขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ระมัดระวัง — อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยแต่อุปสรรคมหภาคกดดัน
    THAI การบิน ไซด์เวย์ / สะสมกำลัง (กรอบ 6.10–6.40); ปริมาณซื้อขายเบาบาง ผู้แพ้โดยตรง — ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินพุ่งจากการช็อกน้ำมัน; ความต้องการเดินทางมีความเสี่ยง แนวโน้มขาย (Bearish) — อ่อนไหวต่อต้นทุนดำเนินงานสูง
    FTREIT กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ / อุตสาหกรรม แนวโน้มขาขึ้น (UP_TREND); ทะลุแนวต้าน; ปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นมาก ได้ประโยชน์จากแนวคิดการย้ายฐานซัพพลายเชนด้านอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรม เป็นบวก — การเล่นผลตอบแทน (Yield play) และธีมซัพพลายเชน

    ข้อสังเกตทางเทคนิคสำคัญจากข้อมูลหุ้น RAG:

    – THAI: ราคากำลังบีบตัวในกรอบแคบ 6.10–6.40 โดยมีความผันผวนถูกบีบอัด (Keltner Channels แบน, MACD ที่เส้นศูนย์, RSI เป็นกลาง) นี่คือสัญญาณคลาสสิกของ “ความสงบก่อนพายุ” — การทะลุกรอบอย่างรุนแรงกำลังจะเกิดขึ้น จากภาวะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ช็อก โน้มเอียงไปทาง downside

    – FTREIT: อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (UP_TREND) ที่ได้รับการยืนยันแล้ว โดยมีปริมาณการทะลุแนวต้านและโมเมนตัมแข็งแกร่ง — น่าจะได้ประโยชน์จากแนวคิดไทยในฐานะฮับอุตสาหกรรม RSI อยู่ในเขตซื้อมากเกินไป (Overbought) แต่ความแข็งแกร่งของแนวโน้มยังคงสูง

    ## 3. กลยุทธ์และแนวโน้ม (แนวทางปฏิบัติ)

    🟢 ผู้ชนะ — วางตำแหน่งรับการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน:


    กลุ่ม / หุ้น เหตุผล
    PTTEP หุ้นสำรวจและผลิตบริสุทธิ์; มีความสัมพันธ์โดยตรงกับน้ำมันดิบสูงที่สุด ราคาน้ำมันที่ $100+/บาร์เรลจะขยายอัตรากำไรอย่างมาก
    PTT ธุรกิจน้ำมันและก๊าซแบบครบวงจร; อัตรากำไรโรงกลั่นดีขึ้นจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Crack spreads) ที่กว้างขึ้น แรงขายในปัจจุบันอาจเป็นโอกาส ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว หากน้ำมันยืนเหนือ $95 ได้
    ETF กลุ่มพลังงาน / Basket การโยกเงินเข้าสู่กลุ่มพลังงานเป็นธีมหลัก กระแสเงินต่างประเทศอาจเปลี่ยนจากการเล่นส่งออกมาสู่พลังงาน

    🔴 ผู้แพ้ — หลีกเลี่ยงหรือลดสัดส่วน:


    กลุ่ม / หุ้น เหตุผล
    THAI และ AAV (สายการบิน) ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคิดเป็น 30–40% ของค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ราคาน้ำมันที่พุ่ง 6–7% กดดันอัตรากำไรโดยตรง การบีบตัวทางเทคนิคของ THAI ชี้ถึงความเสี่ยงที่จะเกิดการพังลง (Breakdown)
    GULF และสาธารณูปโภคไฟฟ้า ต้นทุนเชื้อเพลิงเพื่อการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น; การส่งผ่านต้นทุนตามกฎระเบียบอาจช้ากว่าราคาตลาดปัจจุบัน
    ผู้ผลิตเพื่อการส่งออก อุปสรรคจากภาษี + ความเสี่ยงค่าเงินบาทแข็ง = อัตรากำไรถูกบีบ

    🟡 ถือ / เลือกลงทุน:


    กลุ่ม / หุ้น เหตุผล
    DELTA ความต้องการศูนย์ข้อมูล AI เป็นเชิงโครงสร้างระยะยาว (Secular) ไม่ได้เป็นวัฏจักร รายได้ +50.7% YoY ยอดเยี่ยมมาก ใช้การปรับฐานของตลาดในวงกว้างเพื่อสะสม
    FTREIT การเล่นอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรม; แนวโน้มขาขึ้นยังคงอยู่; การย้ายฐานซัพพลายเชนเข้ามาไทยเป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างระยะหลายปี
    ธนาคาร (BBL, KBANK) อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นช่วยหนุนส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) แต่ควรรอความชัดเจนจากผลประกอบการ Q2 และแนวโน้ม NPL ก่อนเพิ่มน้ำหนัก

    📊 เมทริกซ์ความเสี่ยง:


    – ความเสี่ยงด้าน downside ทันที: SET อาจทดสอบ 1,575–1,585 จุด หากความตึงเครียดตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นอีก และเงินทุนต่างชาติไหลออกเร่งตัวขึ้น

    – ปัจจัยกระตุ้นด้าน upside: การประกาศหยุดยิงหรือการลดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน อาจทำให้เกิด การรีบาวนด์ครั้งใหญ่ 2–3% ใน SET โดยนำโดยกลุ่มธนาคาร การบิน และผู้ส่งออก

    – จับตาเฟด: โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนที่ 68% — การกล่าวสุนทรพจน์ของคณะกรรมการ FOMC คนใดคนหนึ่งในอีก 36 ชั่วโมงข้างหน้าอาจพลิกสถานการณ์นี้และทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่เพิ่มเติม

    ## 4. 📊 สรุปข้อมูล

    หุ้น (Ticker) แนวโน้ม กระแสเงินต่างประเทศ (NVDR 24-36 ชม.) ตัวเร่งข่าว/มหภาค ระดับความเสี่ยง (R:R/SL) ปริมาณซื้อขายพุ่ง มุมมองโดยรวม
    PTTEP ขาขึ้น (เชื่อมโยงน้ำมัน) อนุมานว่าเป็นแนวโน้มซื้อ น้ำมัน +6-7% จากปฏิบัติการอิหร่าน; ความเสี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ R:R ดีเมื่อราคาอ่อนตัว มีแนวโน้ม 🟢 ขาขึ้น
    PTT ถูกกดดัน (แรงขายวงกว้าง) อนุมานว่าเป็นแนวโน้มขาย ธุรกิจครบวงจร — อัตรากำไรโรงกลั่นขยายตัวชดเชย ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวถึงแนวรับ สูง 🟡 ระมัดระวัง แต่มีแนวโน้มขาขึ้น
    DELTA ขาขึ้น (ปัจจัยพื้นฐาน) มีแนวโน้มสะสม ความต้องการศูนย์ข้อมูล AI; S&P Sustainability Yearbook เหมาะสำหรับระยะยาว ปานกลาง 🟢 ขาขึ้น (ระยะยาว)
    GULF ถูกแรงขายกดดัน อนุมานว่าเป็นแนวโน้มขาย ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น; การส่งต่อต้นทุนล่าช้า ความเสี่ยงสูง สูง 🔴 ขาลง (ระยะสั้น)
    THAI ไซด์เวย์ / ถูกบีบอัด อนุมานว่าเป็นแนวโน้มขาย ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินช็อก; การบีบตัวของความผันผวน → เสี่ยงพังลง ความเสี่ยงสูง / รอการทะลุกรอบ เบาบางในช่วงบีบตัว 🔴 ขาลง
    FTREIT ขาขึ้น (ทะลุแนวต้าน) มีแนวโน้มซื้อได้ อสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรม; ธีมย้ายฐานซัพพลายเชน R:R ~1.67; SL ที่ 12.2 เพิ่มขึ้นตอนทะลุแนวต้าน 🟢 ขาขึ้น
    ธนาคาร (BBL/KBANK) ไซด์เวย์ / รอผลประกอบการ ระมัดระวัง / ผสม อัตราผลตอบแทนสูงขึ้น (+); ความเสี่ยง NPL จากต้นทุนพลังงาน (-) เป็นกลาง รอตัวเร่ง Q2 🟡 เป็นกลาง

    ## 🧠 คำตัดสินสุดท้าย

    SET ไทยกำลังตกอยู่ใน วงล้อมระหว่างภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากพลังงานและการทำลายอุปสงค์จากสงครามการค้า กลยุทธ์ในระยะสั้นคือการ เพิ่มน้ำหนักกลุ่มพลังงาน (PTTEP, PTT) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ลด/หลีกเลี่ยงกลุ่มสายการบินและผู้ส่งออกที่ถูกกระทบจากภาษี และ ค่อยๆ สะสมหุ้นที่เป็นผู้ชนะเชิงโครงสร้างอย่าง DELTA และ FTREIT เมื่อตลาดปรับฐานในวงกว้าง อีก 24–48 ชั่วโมงข้างหน้า ถูกกำหนดโดยกระแสข่าวจากช่องแคบฮอร์มุซ และความคืบหน้าการเจรจาภาษีระหว่างสหรัฐฯ-ไทย

    – ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษีใดๆ การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มนำเสนอข้อมูลนี้ในสภาพ ‘ตามที่เป็น’ และปฏิเสธความรับผิดชอบใดๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียทางการเงินอันเกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ โปรดทำการศึกษาด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 11 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.52 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.94%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.76 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.59%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.34%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.46 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.27%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.04%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 152.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.14%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 128.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.04%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.10 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.90%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.90 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.70%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.38%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 150.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.28%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.90%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 103.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.26%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.99%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.92%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 10.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.15%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 191.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.97%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.31% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.89%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 249.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.82%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.32% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.77%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.82 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.74%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.30 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.66%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.08 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.57%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.97 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.50% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 89.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.46%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.75 – 34.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.58% – 12.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 44.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.32%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 112.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.23%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.45%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 11 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.52 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.94%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.76 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.59%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.45 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.34%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.34%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.04%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 152.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.14%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.10 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.90%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.64%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.53%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 151.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.26%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.65 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.12%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.96%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 103.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.26%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.40 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.99%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 10.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.20%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 192.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.95%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.31% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.79%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 251.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.78%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.32% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.77%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.82 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.74%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.69%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.08 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.57%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.97 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.50% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 88.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.48%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.75 – 34.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.58% – 12.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 44.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.32%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 112.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.23%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.48%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7754.85 +1.74 +0.02 % 2026-08-11
    US30 INDU:IND 53923 -52.71 -0.1 % 2026-08-11
    US100 US100:IND 29618 -3.35 -0.01 % 2026-08-11
    Vilnius VILSE:IND 1499 -2.38 -0.16 % 2026-08-11
    US1000 RIY:IND 4225.78 -2.21 -0.05 % 2026-08-11
    TUN TUSISE:IND 19983 -59.96 -0.3 % 2026-08-11
    USE All Share ALSIUG:IND 2212.77 -2.35 -0.11 % 2026-08-11
    ZSI Industrials INDZI:IND 471.43 +0.08 +0.02 % 2026-08-11

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6534 +9.84 +0.15 % 2026-08-11
    EU600 STOXX:IND 660.46 0 0 2026-08-11
    EU100 N100:IND 1973 +3.74 +0.19 % 2026-08-11
    EU350 SPE350:IND 2684.99 +10.13 +0.38 % 2026-08-11
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 320.37 +0.84 +0.26 % 2026-08-11

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4702 +7.59 +0.16 % 2026-08-11
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24584 +13.15 +0.05 % 2026-08-11
    AU50 AS52:IND 9022 +20.1 +0.22 % 2026-08-11

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 66970 +1 +2.08 % 2026-08-11
    GB100 UKX:IND 10863 -38.59 -0.35 % 2026-08-11
    DE40 DAX:IND 26338 +14.12 +0.05 % 2026-08-11
    FR40 CAC:IND 8726 +11.1 +0.13 % 2026-08-11
    IT40 FTSEMIB:IND 53664 -53.31 -0.1 % 2026-08-11
    ES35 IBEX:IND 20173 -3 -0.01 % 2026-08-11
    ASX200 AS51:IND 9215 -17.2 -0.19 % 2026-08-11
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3967 0 0 2026-08-11
    SENSEX SENSEX:IND 78542 +43.27 +0.06 % 2026-08-11
    TSX SPTSX:IND 36458 +77.1 +0.21 % 2026-08-11
    MOEX INDEXCF:IND 2293 +12.01 +0.53 % 2026-08-11
    IBOVESPA IBOV:IND 172180 +0.06 0 2026-08-11
    IPC MEXBOL:IND 66439 -500.06 -0.75 % 2026-08-11
    NL30 AEX:IND 1113 +1.88 +0.17 % 2026-08-11
    CH20 SMI:IND 14634 +88.79 +0.61 % 2026-08-11
    SAALL JALSH:IND 117518 +2 +1.92 % 2026-08-11
    STI FSSTI:IND 5698 +59.44 +1.05 % 2026-08-11
    HK50 HSI:IND 25937 +269.46 +1.05 % 2026-08-11
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13824 -63.43 -0.46 % 2026-08-11
    BIST 100 XU100:IND 13812 +32.21 +0.23 % 2026-08-11
    Stockholm 30 S30:IND 3306 0 0 2026-08-11
    WIG WIG:IND 152704 +921.13 +0.61 % 2026-08-11
    BE20 BEL20:IND 5768 -9.93 -0.17 % 2026-08-11
    Oslo OSEAX:IND 2412 +21.41 +0.9 % 2026-08-11
    ATX ATX:IND 6653 +0.42 +0.01 % 2026-08-11
    Copenhagen KFX:IND 1593 0 0 2026-08-11
    Helsinki HEX:IND 13168 -24.14 -0.18 % 2026-08-11
    Helsinki 25 HEX25:IND 6228 0 0 2026-08-11
    ISEQ ISEQ:IND 14279 -41.72 -0.29 % 2026-08-11
    Athens General ASE:IND 2607 -8.12 -0.31 % 2026-08-11
    PSI Geral BVLX:IND 6173 -12.35 -0.2 % 2026-08-11
    PSI PSI20:IND 9155 -26.38 -0.29 % 2026-08-11
    PX PX:IND 2776 -9.1 -0.33 % 2026-08-11
    BET BET:IND 35960 +459.77 +1.3 % 2026-08-11
    BUX BUX:IND 148588 -44.73 -0.03 % 2026-08-11
    SAX SKSM:IND 325 +0.01 0 2026-08-11
    LuxX LUXXX:IND 2019 +6.41 +0.32 % 2026-08-11
    CROBEX CRO:IND 4410 -20.67 -0.47 % 2026-08-11
    SOFIX SOFIX:IND 1315 +3.34 +0.25 % 2026-08-11
    SBITOP SBITOP:IND 3227 -17.6 -0.54 % 2026-08-11
    BELEX 15 BELEX15:IND 1282 +20.2 +1.6 % 2026-08-11
    SASX 10 SASX10:IND 1529 +2.5 +0.16 % 2026-08-11
    CSE General CYSMMAPA:IND 320 +2.46 +0.78 % 2026-08-11
    Tallinn TALSE:IND 2151 -5.74 -0.27 % 2026-08-11
    Riga RIGSE:IND 929 +3.24 +0.35 % 2026-08-11
    ICEX ICEXI:IND 2039 0 0 2026-08-11
    MBI 10 MBI:IND 9272 +28.31 +0.31 % 2026-08-11
    MSE MALTEX:IND 4136 +3.07 +0.07 % 2026-08-11
    Monex MONEX:IND 17533.84 0 0 2026-08-11
    DE Mid MDAX:IND 32319.78 -142.01 -0.44 % 2026-08-11
    DE Small SDAX:IND 18540.54 -119.09 -0.64 % 2026-08-11
    Ecuador General BVQA:IND 1761 -1.98 -0.11 % 2026-08-11
    Merval MERVAL:IND 3122065 +35 +1.14 % 2026-08-11
    IBC IBVC:IND 5218 -38.21 -0.73 % 2026-08-11
    COLCAP COLCAP:IND 2373 +22.06 +0.94 % 2026-08-11
    IGPA IGPA:IND 56506 -38.64 -0.07 % 2026-08-11
    BVPSI BVPSBVPS:IND 714 +1.04 +0.15 % 2026-08-11
    BSX BSX:IND 3949 0 0 2026-08-11
    JSE JMSMX:IND 372489 -1 -0.51 % 2026-08-11
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2968 +7.31 +0.25 % 2026-08-11
    CH50 XIN9:IND 15073.19 -7.18 -0.05 % 2026-08-11
    DSE Broad DSEX:IND 5845 +22.55 +0.39 % 2026-08-11
    JCI JCI:IND 6365 -44.28 -0.69 % 2026-08-11
    TASI SASEIDX:IND 10846 +28.57 +0.26 % 2026-08-11
    TSI TWSE:IND 44929 +702.85 +1.59 % 2026-08-11
    ADX General ADSMI:IND 10085 -10.15 -0.1 % 2026-08-11
    SET 50 SET50:IND 1084 +2.25 +0.21 % 2026-08-11
    FKLCI FBMKLCI:IND 1735 -0.38 -0.02 % 2026-08-11
    TA-125 TA-125:IND 4039 -26.68 -0.66 % 2026-08-11
    PSEi PCOMP:IND 6289 -1.14 -0.02 % 2026-08-11
    KSE 100 KSE100:IND 181310 -119.73 -0.07 % 2026-08-11
    KASE KZKAK:IND 7947 +50.2 +0.64 % 2026-08-11
    QE DSM:IND 10097 -2.67 -0.03 % 2026-08-11
    HNX VHINDEX:IND 287.68 -5.76 -1.96 % 2026-08-11
    VN VNINDEX:IND 1777 +8.71 +0.49 % 2026-08-11
    MSM 30 MSM30:IND 7432 +36.08 +0.49 % 2026-08-11
    ASPI CSEALL:IND 21417 +47.38 +0.22 % 2026-08-11
    Blom BLOM:IND 1756 +10.41 +0.6 % 2026-08-11
    ASE JOSMGNFF:IND 3987 0 0 2026-08-11
    LSX Composite LSXC:IND 1326 +2.62 +0.2 % 2026-08-11
    MSE 20 MSETOP:IND 55052 +209.08 +0.38 % 2026-08-11
    DFM General DFMGI:IND 5901 -43.42 -0.73 % 2026-08-11
    Kuwait All Share BKA:IND 8877.25 +3.99 +0.05 % 2026-08-11
    JPVIX VXJ:IND 24.99 -4.89 -16.37 % 2026-08-11
    Estirad BHSEEI:IND 1963.23 -2 -0.1 % 2026-08-11
    ASX All Share AS30:IND 9442 +18.1 +0.19 % 2026-08-11
    NSE All Share NGSEINDX:IND 248556 +2 +1.21 % 2026-08-11
    SA40 TOP40:IND 109593 +2 +2.18 % 2026-08-11
    EGX 30 CASE:IND 54876 -249.43 -0.45 % 2026-08-11
    CFG 25 MOSENEW:IND 18832 -31.84 -0.17 % 2026-08-11
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4107 -4.12 -0.1 % 2026-08-11
    Nairobi All Share NSEASI:IND 236 +1.17 +0.5 % 2026-08-11
    DSEI DARSDSEI:IND 4185 +1.53 +0.04 % 2026-08-11
    GGSECI GGSECI:IND 15221 +33.11 +0.22 % 2026-08-11
    SEMDEX SEMDEX:IND 2275 +0.79 +0.03 % 2026-08-11
    NSX Overall FTN098:IND 2441 +11.25 +0.46 % 2026-08-11
    Gaborone BGSMDC:IND 11209 +3.14 +0.03 % 2026-08-11

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15461 +0.0003 +0.03 % +0.1283 % +1.4453 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.35105 +0.0002 +0.02 % +0.4386 % +1.2167 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70548 0 0 +0.1192 % +1.9701 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58843 +0.0002 +0.04 % -0.1646 % +2.3357 %
    USDJPY USDJPY:CUR 159.146 -0.15 -0.09 % +0.8952 % -2.0224 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74615 +0.0003 0 -0.0295 % -0.5719 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.80975 -0.0005 -0.06 % +0.0803 % -0.6051 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39325 -0.0008 -0.06 % -0.9259 % -1.5684 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.1349 -0.0048 -0.03 % -0.7217 % -2.2372 %
    USDINR USDINR:CUR 95.4001 -0.0048 -0.01 % +0.073 % -0.5185 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1071 -0.0034 -0.07 % +0.0843 % -0.8503 %
    USDRUB USDRUB:CUR 82.51 +0.6 +0.73 % +2.6244 % +7.6803 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1414.02 -3.89 -0.27 % -1.0981 % -5.5961 %
    DXY DXY:CUR 99.768 -0.0485 -0.05 % -0.0906 % -1.4496 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.7372 +0.0153 +0.03 % +0.4406 % +1.5551 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.48649 -0.0074 -0.08 % -0.3516 % -2.3823 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.7255 -0.0009 -0.02 % -0.0107 % -2.1094 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.49357 -0.0019 -0.02 % -0.5096 % -3.0572 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.191 +0.0058 +0.04 % -1.1019 % -1.6546 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.47428 -0.002 -0.03 % -0.1273 % -1.4256 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28016 -0.0002 -0.01 % -0.1583 % -1.1093 %
    USDILS USDILS:CUR 2.98878 -0.0127 -0.42 % -0.5662 % -1.3637 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84513 -0.0004 0 +0.0321 % +0.0947 %
    USDCLP USDCLP:CUR 915.49 +1.93 +0.21 % -1.0452 % -1.6554 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.683 -0.0005 0 -0.0643 % -0.1607 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.0026 -0.0136 -0.06 % +0.1891 % -1.6387 %
    USDHUF USDHUF:CUR 315.48 -0.3745 -0.12 % +0.7611 % -0.2348 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.15461 +0.0003 +0.03 % +0.1283 % +1.4453 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.35105 +0.0002 +0.02 % +0.4386 % +1.2167 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.80975 -0.0005 -0.06 % +0.0803 % -0.6051 %
    USDRUB USDRUB:CUR 82.51 +0.6 +0.73 % +2.6244 % +7.6803 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.7372 +0.0153 +0.03 % +0.4406 % +1.5551 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.48649 -0.0074 -0.08 % -0.3516 % -2.3823 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.7255 -0.0009 -0.02 % -0.0107 % -2.1094 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.49357 -0.0019 -0.02 % -0.5096 % -3.0572 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.47428 -0.002 -0.03 % -0.1273 % -1.4256 %
    USDCZK USDCZK:CUR 21.0026 -0.0136 -0.06 % +0.1891 % -1.6387 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5417 -0.0008 -0.02 % -0.2591 % -1.2287 %
    USDHUF USDHUF:CUR 315.48 -0.3745 -0.12 % +0.7611 % -0.2348 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.8669 -0.0831 -0.18 % +0.2612 % +0.0377 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.9736 0 0 +0.7181 % +3.9164 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.655 -0.0133 -0.01 % -0.1035 % -1.3945 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6938 -0.0006 -0.04 % -0.1356 % -1.4373 %
    USDISK USDISK:CUR 123.16 -0.03 -0.02 % +0.1627 % -2.1141 %
    USDALL USDALL:CUR 80.62 -0.03 -0.04 % -0.598 % -1.9698 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.31 +0.04 +0.08 % -0.6615 % -1.1221 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.28 -0.1097 -0.63 % -0.4608 % -0.9742 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39325 -0.0008 -0.06 % -0.9259 % -1.5684 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.1349 -0.0048 -0.03 % -0.7217 % -2.2372 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.1071 -0.0034 -0.07 % +0.0843 % -0.8503 %
    DXY DXY:CUR 99.768 -0.0485 -0.05 % -0.0906 % -1.4496 %
    USDARS USDARS:CUR 1498.36 -0.0083 0 +0.1226 % +1.0305 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3141.18 -2.83 -0.09 % -2.0264 % -3.0012 %
    USDCLP USDCLP:CUR 915.49 +1.93 +0.21 % -1.0452 % -1.6554 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.3786 0 0 -0.4655 % -0.6469 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.314 0 0 -0.3179 % -0.7993 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.629 -0.001 -0.01 % +0.0197 % -0.0524 %
    USDURY USDURY:CUR 40.2934 0 0 +0.2074 % -0.1711 %
    USDCRC USDCRC:CUR 453.44 -0.56 -0.12 % -0.0088 % -0.4479 %
    USDPAB USDPAB:CUR 1.0003 0 0 +0.03 % +0.083 %
    USDBOB USDBOB:CUR 11.9027 0 0 -1.9951 % +19.7979 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5953.51 0 0 -0.1682 % -2.1752 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.7519 0 0 -0.0331 % -0.0801 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.7844 0 0 +0.0074 % -0.2472 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8038 -0.0014 -0.01 % -0.0004 % +0.1087 %
    USDJMD USDJMD:CUR 158.843 0 0 -0.0422 % +0.4276 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.8048 0 0 +0.013 % -0.0794 %
    USDHTG USDHTG:CUR 130.782 0 0 +0.0245 % -0.172 %
    USDBSD USDBSD:CUR 1.0002 0 0 +0.02 % -0.0809 %
    USDSRD USDSRD:CUR 37.7194 -0.0807 -0.21 % -0.4227 % +0.3205 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209.3 +0.3 +0.14 % -0.0478 % +0.2875 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 755.7624 0 0 +0.2057 % +4.5179 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 159.146 -0.15 -0.09 % +0.8952 % -2.0224 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74615 +0.0003 0 -0.0295 % -0.5719 %
    USDINR USDINR:CUR 95.4001 -0.0048 -0.01 % +0.073 % -0.5185 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1414.02 -3.89 -0.27 % -1.0981 % -5.5961 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17799 +6 +0.03 % -0.9516 % -1.7227 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.7549 +0.0025 +0.07 % +0.0946 % -0.0439 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.236 -0.0203 -0.06 % -0.5501 % +0.0944 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1374725 +453 +0.03 % -0.0371 % +0.0256 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6725 -0.0004 -0.01 % -0.0109 % -0.0136 %
    USDTHB USDTHB:CUR 32.997 -0.003 -0.01 % -0.7907 % -1.5015 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.0926 +0.0019 +0.05 % -0.1025 % +0.5306 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.28016 -0.0002 -0.01 % -0.1583 % -1.1093 %
    USDILS USDILS:CUR 2.98878 -0.0127 -0.42 % -0.5662 % -1.3637 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84513 -0.0004 0 +0.0321 % +0.0947 %
    USDPHP USDPHP:CUR 60.812 0 0 -0.2902 % -1.2616 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.683 -0.0005 0 -0.0643 % -0.1607 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1310.32 0 0 +0.0244 % +0.0229 %
    USDKZT USDKZT:CUR 466.575 -0.195 -0.04 % -1.6826 % -1.5467 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.6462 0 0 +0.0988 % +0.0329 %
    USDVND USDVND:CUR 26155 -49.5 -0.19 % -0.5021 % -0.3809 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.56 -0.225 -0.18 % +0.0648 % +0.2312 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.38471 0 0 -0.0026 % -0.0026 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 -0.0106 -0.62 % 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 335.22 0 0 -0.143 % -0.2826 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122 -0.05 -0.04 % -0.0164 % +0.041 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11934.7 0 0 -0.0631 % -1.2877 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.0845 +0.0016 +0.02 % +0.0532 % +0.1189 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.51 0 0 +0.2857 % +0.2857 %
    USDLBP USDLBP:CUR 89569.59 0 0 +0.0219 % -0.082 %
    USDYER USDYER:CUR 238.4 0 0 +0.042 % -0.0734 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.37714 +0.0001 +0.02 % +0.0186 % +0.0186 %
    USDAFN USDAFN:CUR 65.5 0 0 -0.5466 % -1.5334 %
    USDNPR USDNPR:CUR 152.435 0 0 -0.1147 % -0.092 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2801 -0.0002 -0.02 % -0.1794 % -0.99 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4055.28 0 0 +0.1057 % +0.4933 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.619 +0.006 +0.23 % +0.0382 % -0.3425 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3596 +1 +0.03 % -0.0278 % +0.2509 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22589.1 0 0 -0.0724 % +0.0705 %
    USDAMD USDAMD:CUR 339.83 0 0 -7.4058 % -0.1449 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.237 0 0 +0.0217 % -0.2982 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 0 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.309 0 -0.01 % -0.1422 % -0.2872 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70548 0 0 +0.1192 % +1.9701 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.58843 +0.0002 +0.04 % -0.1646 % +2.3357 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.4222 0 0 +0.154 % -1.0419 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.229 0 0 -0.3773 % -1.1378 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.212 +0.0005 +0.02 % -0.266 % -1.0645 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1361.66 +0.08 +0.01 % -0.1306 % -1.3976 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.191 +0.0058 +0.04 % -1.1019 % -1.6546 %
    USDZMW USDZMW:CUR 18.71 +0.001 +0.01 % -1.6299 % +4.008 %
    USDEGP USDEGP:CUR 49.88 +0.08 +0.16 % -0.4789 % +0.5442 %
    USDDZD USDDZD:CUR 132.953 +0.185 +0.14 % -0.0248 % -0.3022 %
    USDAOA USDAOA:CUR 919.492 -3.525 -0.38 % +0.0443 % -0.0055 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3167 -0.0246 -0.26 % -0.4073 % -0.226 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.5 0 0 +0.0465 % +0.0549 %
    USDKES USDKES:CUR 129.4 +0.05 +0.04 % -0.0386 % +0.116 %
    USDETB USDETB:CUR 161.7323 0 0 +0.7849 % +0.7185 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2650 0 0 -0.1883 % +0.7531 %
    USDTND USDTND:CUR 2.932 0 0 -0.306 % -0.9118 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.3742 0 0 +0.0942 % -0.4109 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.7427 -0.0149 -0.13 % +0.293 % +2.2883 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 0 -0.3915 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3725.52 0 0 -0.4867 % +0.8836 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.6 +0.03 +0.05 % +0.0157 % +0.0157 %
    USDBWP USDBWP:CUR 13.4717 +0.0081 +0.06 % -1.006 % -0.6761 %
    USDXAF USDXAF:CUR 567.783 0 0 -1.6289 % -1.1378 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.1912 +0.0015 +0.01 % -2.03 % -1.6749 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5012.647 0 0 +0.2136 % +6.7823 %
    USDMUR USDMUR:CUR 47 0 0 -0.085 % -0.1911 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4283.75 0 0 -0.8074 % -0.19 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1469.32 0 0 +0.0403 % -0.0842 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8782 -32 -0.36 % -0.0057 % +0.1311 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.21 0 0 -0.0249 % +0.3244 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24028.6 +5.8728 +0.02 % -0.4978 % -0.2179 %
    USDXOF USDXOF:CUR 567.788 0 0 -0.3444 % -1.137 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.67 0 0 0 0
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.1811 0 0 -1.2143 % -0.7452 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2989.4 -5.9101 -0.2 % +0.0341 % +0.1457 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.1912 +0.0101 +0.06 % -2.03 % -0.9713 %
    USDLRD USDLRD:CUR 178 0 0 -1.6611 % -1.6575 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.6181 -0.0163 -0.02 % -0.3042 % -1.5359 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 13.833 -0.0294 -0.21 % -5.0864 % -5.0274 %
    USDSOS USDSOS:CUR 571.63 0 0 +0.0227 % +0.0227 %
    USDGMD USDGMD:CUR 74.675 +0.225 +0.3 % +0.3022 % +0.5385 %
    USDKMF USDKMF:CUR 426 -1.31 -0.31 % -0.2342 % -1.5188 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4341 -0.0018 -0.01 % -0.3339 % -1.2385 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.604 -0.0155 -0.06 % -0.302 % -0.6383 %

    รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    📊 รายงานสรุปหัวข้อข่าว (ย้อนหลัง 36 ชั่วโมง)

    [ช่วงเวลาข้อมูล: 2026-08-09 ถึง 2026-08-11 | อัปเดตล่าสุดเวลา 06:10 น.]

    🇹🇭 ข่าวในประเทศไทย

    นักลงทุนต่างชาติเทขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย วันที่ 10 สิงหาคม 2569


    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานว่า นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 50.80 ล้านบาท ในตลาด SET และมียอดขายสุทธิรวม 74.25 ล้านบาท ในตลาด SET และ MAI เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ขณะที่นักลงทุนในประเทศเป็นผู้ซื้อสุทธิ


    ปฏิทินหุ้นขึ้นเครื่องหมาย XD และการจ่ายเงินปันผล วันที่ 10 สิงหาคม 2569


    วันที่ 10 สิงหาคม 2569 มีหลักทรัพย์หลายรายการขึ้นเครื่องหมาย XD (ไม่ได้รับสิทธิเงินปันผล) ได้แก่ AAPL01, AAPL03, AAPL19, AAPL80, IBM06 และ ML โดยมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเบื้องต้นต่อหุ้นตั้งแต่ 0.002394 ถึง 0.11112 บาท และ ML มีการจ่ายปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 1:2

    🌐 ข่าวต่างประเทศ

    ไม่มีรายงานข่าวในช่วงเวลาดังกล่าว

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันอังคารที่ สิบเอ็ด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา หกนาที

    สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันอังคารที่ สิบเอ็ด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา หกนาที

    วันนี้ประเด็นร้อนเรื่อง ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมกับภัยคุกคามทางทะเลจากกลุ่มฮูตี ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงสุดในรอบหลายเดือน โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปิดที่เจ็ดสิบสามจุดหกสิบเก้าดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเจ็ดจุดสามเปอร์เซ็นต์ในรอบสัปดาห์ และน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่เจ็ดสิบห้าจุดเก้าสิบหกดอลลาร์สหรัฐ

    สถานการณ์นี้ทำให้ตลาดโลกแยกตัวเป็นรูปตัว K กลุ่มพลังงานและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปรับตัวขึ้น ในขณะที่กลุ่มขนส่งและสายการบิน ถูกกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุสิบปีลดลงมาอยู่ที่สี่จุดห้าสิบสองเปอร์เซ็นต์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ความคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยยังคงสูง

    ทางด้านจีน PMI ภาคการผลิตหดตัวต่ำกว่าเกณฑ์ สะท้อนอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ สวนทางกับผลประกอบการของอัลฟาเบทที่โดดเด่นจากธุรกิจเอไอ ขณะที่เทสลาพลาดเป้ากระแสเงินสด และไอบีเอ็มปรับลดคาดการณ์รายได้

    สัปดาห์นี้ การประชุมนโยบายการเงินของเฟดและธนาคารกลางญี่ปุ่น เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา โดยเฉพาะค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงกว่าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบปีต่อปี ส่งผลดีต่อผู้ส่งออกญี่ปุ่น แต่เพิ่มความเสี่ยงในการแทรกแซงค่าเงิน

    สำหรับคำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรเพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น ปตท.สำรวจและผลิต ปตท. ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน ควรหลีกเลี่ยงหรือลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มสายการบินและโลจิสติกส์ เช่น เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ ที่เผชิญแรงกดดันต้นทุนเชื้อเพลิง

    หุ้นกลุ่มธนาคาร เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ กสิกรไทย และกรุงเทพ อาจได้รับประโยชน์หากเฟดยังคงส่งสัญญาณคุมเข้ม แต่ควรปรับลดขนาดพอร์ตก่อนการประกาศผลการประชุม สำหรับกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง การถือครองดอลลาร์สหรัฐ หรือการลงทุนในหุ้นกลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อน เช่น เดลต้า เคซีอี และไทยยูเนี่ยน ยังคงเป็นที่น่าสนใจ

    คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

    รายงานข่าวกรองตลาดประจำวัน

    # Economic Daily Report — July 9, 2026

    —

    Dominant Market Narrative

    Geopolitical Risk Premium Returns with Force. Escalating US-Iran tensions and Houthi maritime threats have propelled crude oil to multi-month highs (WTI $73.69, +7.3% weekly), injecting a sharp geopolitical risk premium into global markets. This supply-side energy shock is colliding with an already delicate macro backdrop: the 10Y UST yield has retreated to 4.52% on safe-haven flows, yet Fed rate-hike expectations for year-end remain stubbornly elevated. The result is a bifurcated, K-shaped market regime — energy and defense-linked equities benefit directly, while transportation and rate-sensitive sectors face a margin squeeze. Compounding the complexity, China’s manufacturing PMI has slipped into contraction, Alphabet’s AI-driven revenue beat contrasts starkly with Tesla’s cash flow miss, and the upcoming Fed/BOJ policy decisions create a binary event risk. The market is pricing a world where supply-driven inflation meets slowing global demand — a stagflationary pulse that demands active sector rotation, not passive beta exposure.

    —

    Market Regime & Sentiment Gauge

    Current Regime: Geopolitical Risk Premium with Disinflationary Undertones — a tension between energy-driven inflation and safe-haven bond buying.

    Overall Sentiment: Cautiously Bearish, shifting from Neutral in recent days. The oil price spike represents an exogenous supply shock that central banks cannot easily neutralize with rate policy. Equity markets are increasingly pricing a divergence between energy beneficiaries and the broader consumption/transportation complex. The K-shaped dispersion between AI/semiconductor strength and cyclical weakness reinforces a “stock-picker’s market.”

    —

    Market Snapshot

    Asset Class Key Indices/Assets Movement Implied Sentiment
    Equities US indices, Nikkei, STOXX 600 Mixed — AI/semiconductor strength; China weakness (PMI contraction) ⚖️ Bifurcated
    Equities SET50 Index Futures 📈 Rose — supported by bank & energy stocks Bullish (local)
    Fixed Income 10Y US Treasury 📉 Dropped to 4.52% from near two-month highs Risk-Off (safe-haven bid)
    FX DXY (USD Index) 100.87, flat daily, +2.59% YTD Cautiously Strong
    FX USDJPY 162.59, +0.3% daily, +11.29% YoY USD Strength / JPY Weakness
    FX GBPUSD 1.3411, +0.17% daily Mild GBP Resilience
    Commodities WTI Crude Oil (CL1) $73.69, +7.3% weekly, +28.3% YTD 📈 Bullish — supply fear
    Commodities Brent Crude (CO1) $75.96, +5.8% weekly, +24.8% YTD 📈 Bullish — geopolitical bid
    Commodities Gasoline (XB1) $3.13, +5.8% daily, +82.7% YTD 📈 Strong Bullish
    Commodities GSCI Index 646.68, +2.42% daily, +17.9% YTD 📈 Commodity Bull
    Commodities Gold Declined (USD strength + oil-driven inflation concerns) 📉 Cautious
    Volatility VIX, MOVE Index No data available. —

    —

    Thematic Analysis & Forward Impact

    Theme 1: US-Iran Escalation Fuels Oil Supply Shock

  • Trigger: Global oil prices surged to multi-month highs amid escalating US-Iran tensions, Houthi maritime threats, and broader Middle East instability.
  • Historical Correlation: Per the correlation database — Crude Oil Price ↑ → Energy/Utilities stocks (PTTEP, PTT, TOP, SPRC): Positive — stock gains and higher selling prices. Conversely, Crude Oil Price ↑ → Transportation/Logistics (AAV, BA, KEX): Negative — higher fuel costs compress profit margins, especially for airlines.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Energy Producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC): High magnitude, 1–4 week horizon — direct revenue uplift from elevated selling prices.

    – 📉 Airlines & Logistics (AAV, BA, KEX): High magnitude, 0–48h to 1–4 week horizon — jet fuel and diesel cost spikes hit margins immediately.

    – 📈 Gasoline-linked assets: High magnitude — gasoline up 82.7% YTD with +5.8% daily surge.

    – 📉 Consumer discretionary (broad): Medium magnitude, medium term — higher pump prices act as a regressive tax on consumption.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: This is a classic supply-driven oil shock with stagflationary characteristics. Unlike demand-led oil rallies (which signal economic strength), supply shocks transfer wealth from consumers to producers, compress corporate margins in fuel-intensive industries, and complicate central bank inflation mandates. The simultaneous drop in 10Y UST yields (to 4.52%) reflects a growth-scare safe-haven bid, not a benign disinflation. Second-order effects: higher shipping costs bleed into goods inflation globally; emerging market importers face FX pressure; the BDI correlation (PSL, TTA, RCL) may paradoxically benefit if tanker rates surge on rerouting.
  • Confidence: High — the correlation between crude oil prices and energy/transportation stocks is well-established and directionally unambiguous.
  • —

    Theme 2: Central Bank Crossroads — Fed & BOJ Decisions Loom

  • Trigger: The upcoming week features pivotal Fed and BOJ policy decisions, Q2 GDP data, and major tech earnings — a concentrated macro event-risk cluster.
  • Historical Correlation: Per the correlation database — Policy Interest Rate & Bond Yield ↑ → Banking (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY): Positive — rising rates widen Net Interest Margins. Conversely, Policy Rate ↑ → Retail Finance (SAWAD, MTC, TIDLOR): Negative — higher borrowing costs pressure microfinance loan profitability. Additionally, Fed independence upheld by Supreme Court: beneficial for market confidence and financial stability.
  • Expected Impact:
  • – 📈 Bank stocks (BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, BAY): Medium magnitude, 1–4 week horizon — if hawkish Fed stance persists.

    – 📉 Rate-sensitive growth/tech (broad): Medium magnitude, 0–48h — duration-sensitive equities vulnerable to hawkish surprises.

    – ⚖️ USDJPY at 162.59: High sensitivity — BOJ policy divergence from Fed is the primary driver; Yen weakness (YoY +11.3%) continues to benefit Japanese exporters but raises intervention risk.

    – 📉 Retail/consumer finance (SAWAD, MTC, TIDLOR): Medium magnitude — margin compression if rates stay elevated.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The Fed faces a policy trilemma: geopolitical oil shock pushes headline inflation higher, but the growth scare (China PMI contraction, US employment data uncertainty) argues for caution. The 10Y UST at 4.52% reflects a market that has priced some dovish repricing, but rate-hike expectations for year-end remain. If the Fed signals hawkishness despite growth concerns, expect a sharp equity sell-off led by rate-sensitives. If the Fed tilts dovish, expect a relief rally in bonds and a rotation into duration. The BOJ is the wildcard — any hint of policy normalization could trigger a violent USDJPY reversal, impacting carry trades globally.
  • Confidence: Medium — correlation direction is clear, but the binary outcome depends on policy wording nuances, making pre-positioning risky.
  • —

    Theme 3: China Demand Weakness — PMI Contraction and Global Spillover

  • Trigger: Chinese stocks fell as both private and official Manufacturing PMI figures missed forecasts, slipping into contraction territory, overshadowing central bank policy support signals.
  • Historical Correlation: Per the correlation database — PMI & Export/Import Figures ↑ → Industrial Estates (AMATA, WHA): Positive — increased orders reflect factory expansion trends. The inverse is now in play. Weak Chinese manufacturing also implies reduced commodity demand, partially offsetting the Middle East supply premium in oil over the medium term.
  • Expected Impact:
  • – 📉 Industrial estates (AMATA, WHA): Medium magnitude, 1–4 week horizon — factory expansion demand softens.

    – 📉 Commodity exporters broadly: Medium magnitude — China is the marginal buyer for most industrial commodities.

    – 📉 Luxury/consumer goods with China exposure: Medium magnitude, medium term — reduced Chinese consumer confidence.

    – ⚖️ Oil markets: Mixed — China demand weakness provides a partial offset to geopolitical supply fears, but the supply shock dominates short-term pricing.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: China’s economy is at a structural inflection point — property sector deleveraging, demographic headwinds, and weak consumer confidence are converging. The PMI contraction is not a one-off; it reflects persistent domestic demand insufficiency. For global markets, this means the “China demand growth” pillar that supported commodities in 2024–2025 is eroding. The net effect is stagflationary for Asia: higher input costs (oil) + weaker end-demand (China). Asian currencies face pressure; export-dependent economies (South Korea, Taiwan, Thailand) see earnings headwinds.
  • Confidence: Medium-High — PMI correlation to industrial estates is well-documented; the global spillover magnitude is harder to calibrate precisely.
  • —

    Theme 4: K-Shaped Equity Market — AI/Semiconductor Boom vs. Cyclical Fatigue

  • Trigger: Bluebell Capital explicitly recommends focusing on AI and semiconductor stocks while diversifying portfolios in a K-shaped market. This is validated by Alphabet’s strong AI-driven revenue growth, contrasting with Tesla’s cash flow miss and IBM’s revenue forecast cut. Unitree Robotics’ $618M IPO approval on Shanghai’s STAR Market further signals robust AI/hard-tech capital flows.
  • Historical Correlation: No direct historical correlation data available from the database for AI/semiconductor-specific sector rules. However, the broader pattern aligns with innovation-premium regimes where capital concentrates in perceived structural growth amid macro uncertainty.
  • Expected Impact:
  • – 📈 AI/Semiconductor complex: High magnitude, medium term — sustained capital inflows amid thematic momentum and earnings validation.

    – 📉 Traditional cyclicals & legacy tech: Medium magnitude — relative underperformance as capital rotates.

    – ⚖️ Overall indices: Mixed — index-level performance masks extreme sectoral dispersion.

  • Causal & Inter-Market Reasoning: The K-shaped dynamic is a liquidity allocation phenomenon. In an environment of macro uncertainty (oil shock, China weakness, Fed ambiguity), fund managers concentrate in high-conviction structural growth — AI capex beneficiaries. This is reinforced by actual earnings delivery (Alphabet) vs. misses (Tesla, IBM). The risk: concentration risk in AI trade; if a major AI bellwether disappoints, the unwind could be violent. The Unitree Robotics IPO signals that China is aggressively competing in the hardware-AI space, potentially creating a parallel AI ecosystem.
  • Confidence: Low-Medium — the narrative is strong, but without specific historical correlation rules for AI/semiconductor impact patterns, confidence is tempered.
  • —

    High Conviction Investment Thesis

    Based on the synthesis of available data and established correlations:

    1. Overweight Energy Producers (PTTEP, PTT, TOP, SPRC): The crude oil correlation rule is unambiguous and directionally strong. With WTI at $73.69 (+28.3% YTD) and geopolitical tensions escalating, energy producer margins are expanding. Time horizon: 1–4 weeks. Key trigger to monitor: any US-Iran de-escalation signal or ceasefire announcement would reverse this thesis.

    2. Underweight Transportation/Airlines (AAV, BA, KEX): The inverse correlation with crude oil is equally clear. Fuel cost spikes are immediate margin destroyers. Time horizon: 0–48h to 1–4 weeks.

    3. Tactical Overweight select Banks (BBL, KBANK, SCB): If the Fed maintains a hawkish tilt, NIM expansion benefits banks. However, this thesis is event-dependent on upcoming Fed/BOJ decisions. Recommend reduced position sizing ahead of the decision; add on hawkish confirmation.

    4. Hedge via USD Strength exposure: DXY at 100.87 (+2.6% YTD) with USDJPY at 162.59 suggests continued dollar demand. Per correlation data, weak local currencies benefit exporters (DELTA, KCE, HANA) and agro/food exporters (TU, CPF, ITC, AAI), while hurting USD-indebted power producers (BGRIM, GPSC, GULF). Pair trade: Long exporters / Short USD-debt-heavy utilities.

    —

    Key Risk Scenarios

    Scenario Probability Description
    Base Case 55% Oil remains elevated ($70–78 WTI range) on persistent geopolitical tensions; Fed holds rates but maintains hawkish rhetoric; K-shaped equity dispersion continues; energy outperforms, transportation lags.
    Bull Case 20% Unexpected US-Iran de-escalation triggers sharp oil price reversal (-10%+); Fed pivots dovish on growth concerns; broad equity rally led by rate-sensitives and transportation; emerging markets rally.
    Bear Case 25% Middle East conflict broadens (Strait of Hormuz disruption); oil spikes above $95; stagflation narrative intensifies; Fed forced to hike into weakness; broad-based equity sell-off with only energy/defense positive.

    —

    Key Takeaways

  • Energy is the tactical alpha-generator: The crude oil → energy stock correlation (PTTEP, PTT, TOP, SPRC) is the highest-confidence signal in the current environment; geopolitical supply disruption is a near-term tailwind with clear historical precedent.
  • Short or underweight fuel-sensitive names: Airlines and logistics (AAV, BA, KEX) face direct margin compression from the oil spike — this correlation is historically robust and directionally unambiguous.
  • Fed/BOJ week demands reduced risk exposure: The binary policy outcome (hawkish vs. dovish) creates event risk; reduce position sizing in rate-sensitive sectors ahead of the decisions; bank stocks (BBL, KBANK, SCB) offer asymmetric upside on hawkish outcomes.
  • China’s PMI contraction is a structural warning: Weakness in industrial estate-linked names (AMATA, WHA) is likely to persist beyond a single data point; reduce exposure to China-demand proxies.
  • The K-shaped AI trade is real but crowded: Alphabet’s strength validates the thesis, but concentration risk is high; diversifying within tech (semiconductors, AI infrastructure) rather than chasing single names is prudent.
  • FX divergence trade is actionable: Long USDJPY momentum (162.59, +11.3% YoY) benefits Japanese exporters; the weak-Baht play (long DELTA, KCE, TU / short BGRIM, GPSC, GULF) has clear correlation support and remains underappreciated.
  • —

    Disclaimer: The information provided in this report is for informational and educational purposes only and does not constitute financial, investment, legal, or tax advice. Investment involves risks, including the possible loss of principal. Past performance is not indicative of future results. The platform provides this data on an ‘as-is’ basis and assumes no liability for any financial losses or damages resulting from the use of this information. Always conduct your own research or consult a certified professional before making any investment decisions.

    Here is the Thai translation of the provided cross-analysis:

    Here is the Thai translation of the provided cross-analysis:

    ⚡ การวิเคราะห์เชิงลึกดัชนี SET: กระแสเงินต่างชาติสลับทิศ ตลาดรอปัจจัยสหรัฐฯ — การพักฐานก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ครั้งต่อไป

    ## 1. บริบททางเศรษฐกิจมหภาคและการเมือง (The “Why”)

    ปัจจัยขับเคลื่อน รายละเอียด ผลกระทบ
    🇹🇭 การปรับเพิ่มประมาณการ GDP ไทย สำนักงานนโยบายการคลังปรับเพิ่มประมาณการ GDP ปี 2026 เป็น 2.5% (จาก 1.6%) โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกที่พุ่งขึ้น +20.8% ในเดือนมิ.ย., การลงทุนภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล 🟢 ส่งผลดีเชิงโครงสร้าง
    🇺🇸 ความไม่แน่นอนของเฟดสหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ก่อให้เกิดความผันผวนอย่างหนัก; ดัชนี SET ร่วงลง -1.62% ในวันที่ 30 ก.ค. และตลาดกำลังรอข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ 🔴 อุปสรรคระยะสั้น
    🇺🇸 ภาษีศุลกากรมาตรา 301 ต่อสินค้านำเข้าจากไทย มีผลบังคับใช้วันที่ 24 ก.ค. อัตราภาษีเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 12.5% (+2.5 จุดเปอร์เซ็นต์) แต่สินค้าส่งออกกว่า 2,120 รายการได้รับการยกเว้น — ผลกระทบอยู่ในระดับจำกัดและเทียบเท่ากับอัตราภาษีของคู่แข่งสำคัญ 🟡 กลาง/บริหารจัดการได้
    🏛️ เสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นจากความชัดเจนทางการเมือง; ถูกระบุว่าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มีเงินทุนไหลเข้าสู่หุ้นไทยประมาณ 7 หมื่นล้านบาทนับตั้งแต่ต้นปี 🟢 ส่งผลดีเชิงโครงสร้าง
    📊 ฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2026 DELTA ทำผลงานได้ดีเกินคาดในไตรมาส 2 แต่ราคาหุ้นปรับตัวลงจากการทำกำไร; ผลประกอบการของธนาคาร (TTB) สูงเกินคาดก่อนหน้านี้ สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ ตลาดอยู่ในช่วงรอดูผลประกอบการไตรมาส 2 ที่เหลือ 🟡 ผสม/ขึ้นกับรายตัว
    🇯🇵 การปรับตัวลดลงของนิกเคอิญี่ปุ่น ดัชนี JP225 ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 62,700 จุด ลดลง 9.59% ใน 4 สัปดาห์ — ส่งผลให้เกิดภาวะลดความเสี่ยงในภูมิภาค 🔴 อุปสรรคระดับภูมิภาค

    📌 สรุปความรู้สึกเชิงเศรษฐกิจมหภาค ดัชนี SET อยู่ระหว่าง ปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศที่แข็งแกร่ง (การปรับเพิ่ม GDP, เสถียรภาพทางการเมือง, การเติบโตของกำไร) กับ อุปสรรคจากภายนอก (ความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ, การลดความเสี่ยงในภูมิภาค, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น) การดึงเชือกนี้กำลังสร้างรูปแบบ การพักฐานในระดับสูง แบบคลาสสิก ตลาดกำลังสะสมแรง — รอปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจนสำหรับทิศทางการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป

    ## 2. การวิเคราะห์เชิงเทคนิค, พื้นฐาน และกระแสเงินต่างชาติของกลุ่มอุตสาหกรรมและหุ้น (The “What”)

    🔴 กระแสเงิน NVDR / ต่างชาติ: สัญญาณความแตกต่างที่สำคัญ


    จุดข้อมูลที่สำคัญที่สุดในช่วง 24–36 ชั่วโมงที่ผ่านมาคือ การสลับทิศของกระแสเงินจากสถาบันต่างประเทศ:

    วันที่ กระแสเงินสุทธิ NVDR สัญญาณ
    5 ส.ค. 2026 -5,456.60 ล้านบาท (ขายสุทธิ) 🔴 การกระจายตัวหนัก
    6 ส.ค. 2026 +2,061.80 ล้านบาท (ซื้อสุทธิ) 🟢 การสะสมกลับคืน
    10 ส.ค. 2026 -50.80 ล้านบาท (ขายเล็กน้อย) 🟡 เล็กน้อย/กลาง

    > หุ้นที่ถูก NVDR ขายมากที่สุดในวันที่ 5 ส.ค.: PTT, TRUE, PTTEP — กลุ่มพลังงานและโทรคมนาคมถูกสถาบันต่างประเทศเทขายหนักที่สุด บ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลงสำหรับหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นวัฏจักร

    รูปแบบการดีดกลับนี้ — การขายอย่าง aggressive ตามด้วยการสะสมกลับคืนบางส่วน — บ่งชี้ถึง การปรับพอร์ตของสถาบัน ไม่ใช่การถอนตัวครั้งใหญ่ เงินสมาร์ทจากต่างประเทศดูเหมือนจะหมุนเวียนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม แทนที่จะถอนตัวออกจากไทยทั้งหมด


    📊 ภาพรวมทางเทคนิคของหุ้นและกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ


    หุ้น / กลุ่มอุตสาหกรรม สถานะทางเทคนิค ระดับสำคัญ ปริมาณการซื้อขาย สัญญาณ NVDR
    PTT (พลังงาน) ทรงตัว/พักฐาน — Bollinger Squeeze, MACD อยู่ที่เส้นศูนย์, RSI เป็นกลาง แนวรับ: 35.75 แนวต้าน: 37.00 🔴 ขายสุทธิหนัก (5 ส.ค.)
    DELTA (อิเล็กทรอนิกส์/เทค) ผลงาน Q2 ดีเกินคาดแต่มีการทำกำไร; P/E 12.7x, PEG 0.6x — ดูมีราคาสูงเกินไปเล็กน้อย; หุ้นลดลงหลังประกาศผลประกอบการ N/A ปริมาณแห้งในกรอบ (Squeeze) 🟡 ผสม
    กลุ่มธนาคาร (KBANK, SCB, TTB) ผลประกอบการ Q2 สูงเกินคาด; TTB ทำผลงานดีเกินคาดกระตุ้นการปรับตัวขึ้นของกลุ่ม; มีการสังเกตเห็นเงินหมุนเข้าสู่กลุ่มการเงิน N/A เงินไหลเข้าจากการหมุนเวียนกลุ่ม 🟢 ได้ประโยชน์จากการหมุนเวียน
    กลุ่มค้าปลีก / นิคมอุตสาหกรรม มีการสังเกตเห็นเงินหมุนเข้าสู่กลุ่มค้าปลีกและนิคมอุตสาหกรรมในวันที่ 3 ส.ค. — การหมุนเวียนเข้าสู่หุ้นรับมือเศรษฐกิจในประเทศ N/A เงินไหลเข้าจากการหมุนเวียนกลุ่ม 🟢 ได้ประโยชน์จากการหมุนเวียน
    กลุ่มท่องเที่ยว / การบิน (THAI) ทรงตัว/พักฐาน; ปริมาณแห้งในกรอบ; รอปัจจัยกระตุ้นการทะลุกรอบ แนวรับ: 6.10 แนวต้าน: 6.40 🟡 กลาง

    ⚡ ปมปริศนาของ PTT


    PTT เป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทางเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบันของตลาด:

    – เชิงพื้นฐาน: กำไรสุทธิ Q1 25.74B (+10.4% YoY), P/E ~13.6–14.1x, อัตราเงินปันผล ~5.85% — คุณค่าที่น่าสนใจ

    – ปัจจัยกระตุ้นราคาพลังงาน: ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หนุนผลประกอบการ

    – เชิงเทคนิค: หุ้นอยู่ใน กรอบความผันผวนที่แคบลง (volatility squeeze) — Bollinger Bands หดตัว, ปริมาณการซื้อขายแห้ง — ในทางสถิติ การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในทิศทางใดทิศทางหนึ่งกำลังจะเกิดขึ้น

    – กระแสเงิน NVDR: การขายหนักของต่างชาติในวันที่ 5 ส.ค. ขัดแย้งกับมุมมองเชิงบวกเชิงพื้นฐาน

    > ⚠️ การรวมกันของกรอบที่แคบลง + การขายของ NVDR เป็นสัญญาณเตือนแบบคลาสสิก ไม่ว่ากองทุนต่างชาติจะมองเห็นสิ่งที่เป็นลบสำหรับพลังงานในอนาคต หรือพวกเขาเพียงแค่ปรับสมดุลพอร์ตหลังจากราคาพุ่งขึ้นแรง ทิศทางการทะลุกรอบจะเป็นตัวตัดสินขั้นสุดท้าย

    ## 3. กลยุทธ์และแนวโน้ม (The “Action”)

    📍 ดัชนี SET: การพักฐานในช่วงแคบ โดยมีแนวโน้มเชิงโครงสร้างเป็นขาขึ้น


    – แนวต้านทันที: 1,630 (แรงขายยืนยันโดยบันทึกกลยุทธ์เช้าวันที่ 6 ส.ค.)

    – แนวรับสำคัญ: 1,600 (ต้องยืนให้ได้; หากหลุดมีเป้าหมายถัดไปที่ 1,570 → 1,550)

    – ช่วงเป้าหมายของนักวิเคราะห์: 1,550–1,720 (KAsset/เจพี มอร์แกน: 1,550–1,700; เอเซีย พลัส: 1,720)


    🎯 กรอบกลยุทธ์ที่สามารถดำเนินการได้


    สถานการณ์ ปัจจัยกระตุ้น การดำเนินการ เหตุผล
    🟢 ทะลุแนวต้านขาขึ้น SET ปิดเหนือ 1,630 โดยมีปริมาณขยายตัว สะสมหุ้นกลุ่มธนาคาร, ค้าปลีก, นิคมอุตสาหกรรม — กลุ่มที่มีเงินหมุนเข้าและผลประกอบการ Q2 ที่แข็งแกร่ง การปรับเพิ่ม GDP + เสถียรภาพทางการเมือง + โมเมนตัมกำไร Q2 = การสนับสนุนเชิงโครงสร้างสำหรับหุ้นในประเทศ
    🟡 พักฐานต่อเนื่อง SET ซื้อขายระหว่าง 1,600–1,630 เลือกหุ้นเป็นรายตัว — รอในกลุ่มพลังงาน PTT/พลังงานอยู่ในกรอบแคบ — รอให้ทิศทางการทะลุกรอบชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุน
    🔴 ทะลุแนวรับขาลง SET ปิดต่ำกว่า 1,600 ลดสัดส่วนหุ้นวัฏจักร (พลังงาน, สินค้าโภคภัณฑ์); หมุนเข้าหุ้นรับมือเศรษฐกิจ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น + การลดความเสี่ยงในภูมิภาค + การขายของ NVDR = อาจเกิดการทดสอบแนวรับ 1,570–1,550

    🔑 ข้อสรุปสำคัญจากการวิเคราะห์เชิงลึก


    1. การสลับทิศของ NVDR คือเรื่องราวของ 36 ชั่วโมงที่ผ่านมา การขายของต่างชาติ -5.46 พันล้านบาทในวันที่ 5 ส.ค. เป็นการไหลออกในวันเดียวที่หนักที่สุดเมื่อเร็วๆ นี้ แต่การสะสมกลับคืน +2.06 พันล้านบาทในวันที่ 6 ส.ค. บ่งชี้ว่าเป็นการ ปรับพอร์ตเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่การถอนตัวเชิงโครงสร้าง ซึ่งสอดคล้องกับตลาดที่อยู่ในช่วงพักฐาน ไม่ใช่การกระจายตัว

    2. ความอ่อนแอของ DELTA หลังประกาศผลประกอบการเป็นภาระต่อความรู้สึกของตลาด ในฐานะองค์ประกอบที่มีน้ำหนักสูงใน SET รูปแบบของ DELTA ที่ทำผลงานดีเกินคาดแต่ราคาหุ้นลดลง ได้สร้างแรงกดดันต่อกลุ่มเทคโนโลยี/อิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม P/E 12.7x พร้อม PEG 0.6x ชี้ให้เห็นว่าการขายอาจมากเกินไป

    3. การหมุนเวียนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมคือการเทรดที่ชนะ เงินที่หมุนออกจากพลังงาน (PTT, PTTEP) และเข้าสู่ธนาคาร ค้าปลีก และนิคมอุตสาหกรรม คือกลยุทธ์หลักของสถาบัน ทำตามกระแสเงิน

    4. ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นปัจจัยกระตุ้นแบบไบนารีถัดไป ดัชนี SET รอ “ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ” อย่างชัดเจน หากข้อมูลออกมาในแนว Soft-Landing = ทะลุแนวต้านขาขึ้นเหนือ 1,630 หากออกมาแนว Recessionary = ทะลุแนวรับขาลงต่ำกว่า 1,600

    ## 4. 📊 สรุปข้อมูล

    หุ้น / กลุ่มอุตสาหกรรม แนวโน้ม กระแสเงินต่างชาติ (NVDR 24-36ชม.) ปัจจัยกระตุ้นมหภาค/ข่าว โปรไฟล์ความเสี่ยง (R:R/SL) ปริมาณพุ่งขึ้น แนวโน้มทั่วไป
    ดัชนี SET ทรงตัว (1,600–1,630) ผสม: -5.46B (5 ส.ค.), +2.06B (6 ส.ค.), -50M (10 ส.ค.) ปรับเพิ่ม GDP เป็น 2.5%, ความไม่แน่นอนของเฟด, ฤดูกาล财报 Q2, เสถียรภาพทางการเมือง ทะลุ 1,630 → ขาขึ้น; หลุด 1,600 → ขาลงไป 1,570 แห้งในกรอบ — รอปัจจัยกระตุ้น ⚡ มีแนวโน้มขาขึ้นอย่างระมัดระวัง — พักฐานก่อนการขยายทิศทาง
    PTT (พลังงาน) ทรงตัว / กรอบแคบ 🔴 ขายสุทธิหนัก (5 ส.ค.) ราคาน้ำมันดิบสูง, กำไร Q1 +10.4%, ภาษีมาตรา 301 มีผลจำกัด R:R 1.25; SL ที่ 35.75; แนวต้านที่ 37.00 ปริมาณแห้งในกรอบแคบ 🟡 รอ — การหลุดกรอบจะกำหนดทิศทางถัดไป; การขายของ NVDR เป็นสัญญาณเตือน
    DELTA (อิเล็กทรอนิกส์) แนวโน้มขาลงระยะสั้น 🟡 ผสม Q2 ทำได้ดีเกินคาดแต่หุ้นลดลง; P/E 12.7x, PEG 0.6x; ดูมีราคาสูงไปเล็กน้อย N/A ปริมาณการกระจายตัวหลังประกาศผล 🟡 ระมัดระวัง — การทำกำไรน่าจะดำเนินต่อไป; เข้าซื้ออีกครั้งเมื่อทรงตัว
    กลุ่มธนาคาร (KBANK, SCB, TTB) แนวโน้มขาขึ้น (เงินไหลเข้าจากการหมุนเวียน) 🟢 ได้ประโยชน์จากการหมุนเวียน ผลงาน Q2 ของ TTB สูงเกินคาดกระตุ้นกลุ่ม; กำไรแข็งแกร่งส่งสัญญาณความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ; FETCO มองบวกต่อแบงก์ N/A ปริมาณเพิ่มขึ้นจากแรงหมุนเวียน 🟢 ขาขึ้น — กลุ่มแข็งแกร่งที่สุดที่จะสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว
    กลุ่มค้าปลีก / นิคมอุตสาหกรรม แนวโน้มขาขึ้น (หมุนเวียน) 🟢 ได้ประโยชน์จากการหมุนเวียน หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคในประเทศ หนุนจาก GDP upgrade และมาตรการกระตุ้น N/A ปริมาณเพิ่มขึ้นจากแรงหมุนเวียน 🟢 ขาขึ้น — การลงทุนในหุ้นรับมือเศรษฐกิจในประเทศเป็นที่ต้องการในความไม่แน่นอนปัจจุบัน
    PTTEP (พลังงาน upstream) ทรงตัว 🔴 ขายสุทธิหนัก (5 ส.ค.) แรงหนุนด้านพลังงานเช่นเดียวกับ PTT แต่มีการขายของต่างชาติโดยตรง N/A ตรวจพบปริมาณการกระจายตัว 🟡 ระมัดระวัง — จัดทิศทางตามกระแส NVDR; หลีกเลี่ยงจนกว่าการขายจะลดลง
    TRUE (โทรคมนาคม) ทรงตัว 🔴 ขายสุทธิหนัก (5 ส.ค.) กลุ่มรับมือเศรษฐกิจกำลังเผชิญการกระจายตัวของต่างชาติที่ไม่คาดคิด N/A ตรวจพบปริมาณการกระจายตัว 🔴 ขาลง — การขายของ NVDR ในหุ้นรับมือเศรษฐกิจเป็นสัญญาณเตือน

    > 🎯 สรุปสำคัญ ดัชนี SET ของไทยอยู่ในโซนการพักฐานที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงสูง การปรับเพิ่ม GDP และเสถียรภาพทางการเมืองให้การสนับสนุนเชิงโครงสร้าง แต่ความไม่แน่นอนของอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และการลดความเสี่ยงในภูมิภาคสร้างแรงเสียดทานระยะสั้น การเหวี่ยงของกระแสเงิน NVDR ยืนยันการปรับพอร์ตของสถาบัน ไม่ใช่การถอนตัว แนวทางปฏิบัติ: คงความคล่องตัว, เลือกกลุ่มที่ได้ประโยชน์ในประเทศจากการปรับเพิ่ม GDP (ธนาคาร, ค้าปลีก, นิคมอุตสาหกรรม), และรอให้กรอบของ PTT/พลังงานชัดเจนก่อนทุ่มเงินทุนใหม่เข้าสู่หุ้นวัฏจักร ช่วง 1,630–1,600 คือสนามรบ — ฝ่ายไหนทะลุได้ก่อนพร้อมปริมาณการซื้อขาย จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง 5–10% ถัดไป

    – ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและความรู้เท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้บนพื้นฐาน ‘ตามที่เป็น’ และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ โปรดทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

    THAI

    Trading Chart

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T21:38:26.963+07:00`


    รายงานการตัดสินใจ SET: THAI — บมจ. การบินไทย

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การดำเนินการหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม หากถืออยู่หลังกลับมาซื้อขาย: ตั้ง Stop ที่ 5.65 การฟื้นตัวของปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนสถานะการถือครอง แต่แนวโน้มขาลงต้องการวินัย
    มุมมองทิศทาง ระมัดระวังเชิงบวก (อาจเกิดการกลับตัวของแนวโน้ม)
    ระดับความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบระยะเวลา สวิง (1–5 วันหลังการยืนยันการกลับตัว)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~5.70 บาท (กรอบการซื้อขายปัจจุบัน; กลับมาซื้อขาย 4 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 2026-08-10 (วันที่ออกรายงาน)
    สถานะการตั้งค่ารอ รอสัญญาณเข้า — การกลับตัวของแนวโน้มขาลง; MACD Crossover เป็นสัญญาณนำ

    แก่นการตัดสินใจ: THAI เป็นหุ้นในแนวโน้มขาลงเพียงตัวเดียวที่ถูกคัดกรองวันนี้ แต่ก็มีตัวเร่งพื้นฐานที่พิเศษที่สุด: สายการบินเพิ่งกลับมาซื้อขายใน SET เมื่อ 4 ส.ค. 2569 หลังจากออกจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้การควบคุมของศาลที่ยาวนาน 4 ปีได้สำเร็จ สัญญาณ MACD Crossover ในแนวโน้มขาลงเป็นสัญญาณการกลับตัวในระยะเริ่มต้นที่มีศักยภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากการฟื้นตัวของปัจจัยพื้นฐานที่น่าเชื่อ (กำไรสุทธิ Q1 2569 +4 เท่า YoY, อัตราผลตอบแทนผู้โดยสาร Q2 ประมาณการ +20%, เรตติ้ง OUTPERFORM จาก InnovestX) อย่างไรก็ตาม การจัดหมวดหมู่เป็นแนวโน้มขาลง ยอด Short Sell ที่สูง (4.23%) และ RRR 1.33 (ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5) ต้องการความอดทน NVDR แสดง Net Buy วันเดียว 35.4% (888.9 ล้านบาท) — เป็นทิศทางบวก แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากการต่อเนื่อง รอการยืนยันการกลับตัวของแนวโน้ม: แท่งราคาปิดรายวันเหนือ 6.10 (แนวต้าน) พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่ขยายตัว สร้าง Higher High แรกของแนวโน้มขาขึ้นใหม่


    2. บัตรคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน การค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาลง, กำลังอ่อน, In-Squeeze, Keltner ราบ; MACD Crossover เป็นสัญญาณการกลับตัว ขาลง (แนวโน้ม) / กลับตัวระยะเริ่มต้น (MACD) สูง
    ปริมาณการซื้อขายและโมเมนตัม วอลุ่มแห้งใน Squeeze; MACD Crossover ขาขึ้น; RSI กลาง ขาขึ้นเล็กน้อย (สัญญาณกลับตัวของ MACD ในขาลง) ปานกลาง
    Big Lot เครื่องมือไม่คืนข้อมูล ไม่พร้อมใช้งาน N/A
    Short Sell อัตราส่วนมูลค่า Short 4.23% ณ 1 ส.ค.; อัตราส่วนคงค้าง 0.2%; มีสถานะขาลงปานกลาง แรงกดดันขาลง — สูงสำหรับหุ้นหลังฟื้นฟู ปานกลาง (ข้อมูลเก่า — วันที่ 1 ส.ค.)
    NVDR Net Buy 35.4% วันเดียว, 888.9 ล้านบาท สะสม 3 วัน, มีสภาพคล่อง (>100 ล้าน); เครื่องมือระบุว่า “เป็นกลาง” ผสม — ซื้อสุทธิวันเดียวรุนแรงแต่ไม่ต่อเนื่อง ปานกลาง
    ข่าวสารและตัวเร่ง กลับมาซื้อขาย 4 ส.ค. 2569 หลังออกจากการฟื้นฟูกิจการ; กำไรสุทธิ Q1 2569 +4 เท่า YoY; Passenger Yield Q2 +20% (ประมาณการ); InnovestX OUTPERFORM; D/E ลดลงจาก 12.5 เท่า เหลือ 2.2 เท่า บวกอย่างมาก สูง
    มูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน กำไรดำเนินงานปี 2567 41,515 ล้านบาท (ก่อนต้นทุนทางการเงิน); แปลงหนี้เป็นทุน 5.3 หมื่นล้านบาทเสร็จสิ้น; ระดมทุนใหม่ 2.3 หมื่นล้านบาท; สุขภาพการเงินหลังฟื้นฟูดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บวกอย่างมาก สูง

    ความสอดคล้องสุทธิ: ผสม — การฟื้นตัวของปัจจัยพื้นฐานเป็นหนึ่งในเรื่องที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นที่คัดกรองวันนี้ (ออกจากการฟื้นฟูสำเร็จ, กลับมาทำกำไรได้, นักวิเคราะห์ให้ OUTPERFORM) แต่แนวโน้มทางเทคนิคขาลง, RRR ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ, และการยืนยันจากเม็ดเงินที่ยังขาดอยู่ ทำให้ไม่สามารถจัดประเภทเป็นการสะสมได้ สัญญาณ MACD Crossover ในแนวโน้มขาลงเป็นสัญญาณนำที่อาจนำไปสู่การกลับตัวของแนวโน้ม แต่จำเป็นต้องมีการยืนยันจากราคา


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาลง — ข้อมูลนำเข้าจัดให้ THAI อยู่ในขาลง (DOWN_TREND) โดยมีกำลังแนวโน้มอ่อน อย่างไรก็ตาม บริบทเป็นสิ่งสำคัญ: THAI เพิ่งกลับมาซื้อขายเมื่อ 4 ส.ค. 2569 หลังจากถูกระงับการซื้อขายนาน 4 ปีระหว่างการฟื้นฟูกิจการ “แนวโน้มขาลง” สะท้อนถึงเส้นทางราคาก่อนถูกระงับ และ/หรือ การซื้อขายช่วงแรกหลังกลับมา นี่ไม่ใช่แนวโน้มขาลงปกติ — เป็นหุ้นที่ออกจากการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ซึ่งมีงบดุลที่เปลี่ยนโฉมไปโดยพื้นฐาน กรอบทฤษฎี Dow Theory (Lower Highs/Lower Lows) จากฐานความรู้ยังใช้ได้ แต่ต้องตีความด้วยความเข้าใจว่า THAI “เก่า” และ THAI “ใหม่” มีปัจจัยพื้นฐานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
    • วัฏจักรตลาด: การเปลี่ยนผ่านที่มีศักยภาพ — การสะสมอาจกำลังเริ่มต้น MACD Crossover ในแนวโน้มขาลงถูกระบุจากฐานความรู้ว่าเป็นสัญญาณการกลับตัว: “Bullish Divergence: ราคาทำ New Low (Lower Low) แต่ RSI สูงขึ้น (Higher Low) → กลับตัวเป็นขาขึ้น” แม้ว่าข้อมูลนำเข้าจะไม่ได้แจ้ง Bullish Divergence อย่างชัดเจน แต่ MACD Crossover ในแนวโน้มขาลงทำหน้าที่สัญญาณการกลับตัวระยะเริ่มต้นในลักษณะคล้ายกัน Squeeze ที่วอลุ่มแห้งบ่งชี้ว่าแรงขายกำลังหมดลง
    • แนวรับสำคัญ: 5.65 (แนวรับทันที และเป็นระดับ Stop Loss ที่กำหนดมา)
    • แนวต้านสำคัญ: 6.10 (แนวต้านทันที และเป็นราคาขายที่กำหนดมา); 6.35 (Target 1 ที่กำหนดมา)
    • โมเมนตัม: MACD มีสถานะ “Crossover” — ในแนวโน้มขาลง นี่คือสัญญาณที่สำคัญที่สุด ฐานความรู้ระบุว่า MACD Crossover เป็นสัญญาณซื้อ เมื่อเกิดขึ้นในแนวโน้มขาลงหลัง Squeeze อาจเป็นจุดเปลี่ยนจากการแจกจ่ายสู่การสะสม RSI อยู่ที่กลาง หมายถึงหุ้นยังไม่ Oversold — นี่ค่อนข้างผิดปกติสำหรับการกลับตัวของแนวโน้มขาลง (โดยทั่วไปการกลับตัวจาก Oversold จะแข็งแกร่งกว่า) แต่อาจสะท้อนถึงกระบวนการค้นหาราคาหลังกลับมาซื้อขาย
    • การตีความ Big Lot: ไม่มีข้อมูล
    • การตีความ Short Sell: อัตราส่วนมูลค่า Short 4.23% ด้วยจำนวนหุ้นที่ Short 2.8 ล้านหุ้น ณ 1 สิงหาคม นั้นสูงสำหรับหุ้นที่เพิ่งกลับมาซื้อขาย อัตราส่วนคงค้าง 0.2% อยู่ในระดับเล็กน้อย ชี้ว่านี่เป็นการ Short ตามกระแส (Flow Short-Selling) มากกว่าการวางสถานะเชิงโครงสร้าง หากการกลับตัวของแนวโน้มได้รับการยืนยัน การ Short Squeeze อาจเป็นเชื้อไฟได้ แต่นั่นเป็นการคาดการณ์ — 0.2% ของจำนวนหุ้นคงค้างน้อยเกินไปสำหรับการ Short Squeeze ที่มีนัยสำคัญ
    • การตีความ NVDR: อัตราส่วน Net Buy 35.4% (สูงกว่าเกณฑ์ 15–20%) ด้วยมูลค่าสุทธิสะสม 3 วัน 888.9 ล้านบาท บนการซื้อขายที่มีสภาพคล่อง (>100 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม มีวันซื้อสุทธิติดต่อกันเพียง 1 วัน — ต่ำกว่าข้อกำหนดการซื้อต่อเนื่อง 3–5 วันมาก ค่า Volume Spike Ratio −0.56 (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย) หมายความว่าไม่มีความผิดปกติของวอลุ่ม NVDR Analyzer จัดให้สิ่งนี้เป็น “เป็นกลาง — ไม่มีสัญญาณชัดเจนในช่วง 1-5 วัน” นี่อาจเป็นการจัดสรรครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวจากสถาบันต่างประเทศที่เข้าซื้อสถานะหลังกลับมาซื้อขาย แต่หากไม่มีการต่อเนื่อง ก็ไม่ใช่การสะสมที่ยืนยันได้ ถือเป็นสัญญาณนำที่ต้องการการตามต่อ
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: Short Sell 4.23% เป็นสัญญาณกระแสเงินที่โดดเด่นและเป็นลบ NVDR แสดง Net Buy วันเดียวที่เป็นบวกในเชิงทิศทาง แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน Big Lot ไม่มีข้อมูล ภาพรวมกระแสเงินเป็นแบบผสม — แนวคิดการฟื้นตัวของปัจจัยพื้นฐานนั้นน่าสนใจ แต่ข้อมูลกระแสเงินยังไม่ยืนยันการสะสม การยืนยันด้วยราคา (Breakout เหนือ 6.10) คือตัวเชื่อมที่ขาดหายไป

    การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (เรื่องจริง):

    ข้อมูล ก่อนฟื้นฟู (2562) หลังฟื้นฟู (2568–2569)
    D/E (หนี้สินต่อส่วนทุน) 12.5 เท่า 2.2 เท่า
    กำไรดำเนินงานปี 2567 N/A (ขาดทุน) 41,515 ล้านบาท
    กำไรสุทธิ Q1 2569 N/A +4 เท่า YoY
    จำนวนผู้โดยสาร Q1 2569 N/A +11% YoY
    Passenger Yield Q2 2569 N/A +20% YoY (ประมาณการ)
    หนี้ที่แปลงเป็นทุน — 5.3 หมื่นล้านบาท
    ทุนใหม่ที่ระดมได้ — 2.3 หมื่นล้านบาท
    สถานะการซื้อขาย ซื้อขาย กลับมาซื้อขาย 4 ส.ค. 2569

    นักวิเคราะห์จาก InnovestX Securities คุณรวีนุช ปิยะเกรียงไกร ให้เรตติ้ง OUTPERFORM โดยระบุว่า: “มูลค่าหุ้นของการบินไทยสมควรได้รับพรีเมียมเนื่องจากการฟื้นฟูกิจการที่ประสบความสำเร็จ การปรับโครงสร้างได้สร้างพื้นฐานรายได้ที่สูงอย่างมั่นคงและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ” ซีอีโอยืนยันยอดจองไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งไปยังยุโรป ออสเตรเลีย และอินเดีย

    อย่างไรก็ตาม มีเรื่องเล่าตรงข้ามในเชิงลบ: ปริมาณผู้โดยสาร Q2 2569 ลดลง 7.8% YoY เหลือ 3.66 ล้านคน (ข้อมูลจาก Perplexity) จากตลาดท่องเที่ยวระหว่างประเทศของไทยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตในภูมิภาค Passenger Yield ที่ประมาณการ +20% บ่งชี้ว่า THAI กำลังชดเชยปริมาณที่ลดลงด้วยอำนาจการตั้งราคา — แต่กลยุทธ์นี้มีข้อจำกัดหากปริมาณยังลดลงต่อเนื่อง

    ข้อกล่าวอ้างที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่มีค่าระบุของ EMA 50 และ EMA 200 ไม่มีจุดยึด Fibonacci ใดๆ ราคาตลาดปัจจุบันประมาณ ~5.70 จากบริบทกรอบการซื้อขาย แต่ราคาปิดที่แน่นอนยังไม่ได้รับการยืนยัน


    4. แผนปฏิบัติการ

    • กลยุทธ์: การกลับตัวของแนวโน้ม (เข้าสวนทางแนวโน้ม — ต้องการการยืนยันที่หนักแน่น)
    • โซนเข้า: 5.90 (ราคาเข้าที่กำหนดมา) ถึง 6.10+ (การยืนยันการกลับตัว)
    • สัญญาณเข้า (การกลับตัวของแนวโน้ม — จำเป็น): แท่งราคาปิดรายวันเหนือ 6.10 (แนวต้าน) พร้อมปริมาณการซื้อขายที่ขยายตัวจาก Squeeze นี่จะเป็นการสร้าง Higher High แรกของแนวโน้มขาขึ้นใหม่ที่เป็นไปตาม Dow Theory MACD ควรอยู่เหนือเส้นสัญญาณอย่างยั่งยืน RSI ควรขึ้นเหนือ 55 ในอุดมคติ NVDR ควรแสดงวัน Net Buy ติดต่อกันเป็นวันที่สอง นี่คือการเทรดแบบกลับตัวของแนวโน้ม — การเข้าต้องได้รับการยืนยันโดยราคาที่ทะลุโครงสร้างแนวโน้มขาลง อย่าเข้าเพียงเพราะสัญญาณ MACD Crossover อย่างเดียว
    • แนวทางทางเลือก — รอ Pullback หลังการยืนยันการกลับตัว: แนวทางที่อนุรักษ์นิยมยิ่งขึ้น: รอ Breakout เหนือ 6.10 แล้วรอการทดสอบซ้ำ (Retest) ที่แนว 6.10 ในฐานะแนวรับที่ประสบผลสำเร็จก่อนเข้า สิ่งนี้เพิ่มการยืนยันอีกชั้นหนึ่ง แต่เสี่ยงที่จะพลาดการเคลื่อนไหวช่วงแรกเริ่ม
    • เป้าหมายที่ 1: 6.35 (เป้าหมายที่กำหนดมา; ระดับแนวต้านถัดไปเหนือ 6.10)
    • เป้าหมายที่ 2: 6.10 (ราคาขายตามข้อมูลนำเข้า — ซึ่งคือระดับ Breakout ไม่ใช่เป้าหมายที่มีประโยชน์) เป้าหมายที่ 2 ที่มีความหมายมากกว่า จะต้องระบุแนวต้านในอดีตถัดไปที่เหนือ 6.35 ซึ่งไม่มีจากข้อมูลที่ให้มา
    • Stop Loss: 5.65 (ระดับ Stop Loss ที่กำหนดมา; แนวรับเชิงโครงสร้างและระดับที่ทำให้แนวโน้มขาลงเป็นโมฆะ)
    • Trailing Stop: หากสัญญาณเข้าถูกกระตุ้น เลื่อน Stop มาที่เท่าทุนเมื่อราคาพ้น 6.10 หลังจากนั้น เลื่อนตาม Swing Low 5 วันจากการปิดรายวัน
    • Reward-to-Risk ไปยัง Target 1 (ที่ราคาเข้า 5.90): RRR = 1.80 (ความเสี่ยง: 5.90 − 5.65 = 0.25; ผลตอบแทน: 6.35 − 5.90 = 0.45; 0.45/0.25 = 1.80) เดี๋ยว — นั่นให้ RRR 1.80 ไม่ใช่ 1.33 ที่ให้มา RRR ที่ให้มาคือ 1.33 เมื่อใช้ตัวเลขที่ให้มา: (6.35 − 5.90)/(5.90 − 5.65) = 0.45/0.25 = 1.80 RRR 1.33 ที่ให้มาดูเหมือนเป็นการคำนวณที่ผิดพลาด RRR จริงคือ 1.80 — นี้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 แต่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องการ 2.0 เล็กน้อย นี่เป็นระดับที่ยอมรับได้แบบเส้นเขตแดนสำหรับเรื่องราวพื้นฐานที่มีความเชื่อมั่นสูง
    • ช่วงเวลาในการดำเนินการ: THAI กลับมาซื้อขายเมื่อ 4 ส.ค. 2569 — เพียง 6 วันทำการก่อนหน้านี้ หุ้นอยู่ในช่วงกระบวนการค้นหาราคาอย่างคึกคัก คาดว่าความผันผวนจะสูงกว่าปกติในขณะที่ตลาดสร้างมูลค่ายุติธรรมสำหรับกิจการหลังฟื้นฟู รอให้ความผันผวนช่วงแรกหลังกลับมาซื้อขายสงบลง และมีโครงสร้างที่ชัดเจนเกิดขึ้นก่อนใช้เงินทุน
    • ห้ามเข้าหาก:

    1. ราคาหลุดต่ำกว่า 5.65 ด้วยวอลุ่มที่ขยายตัว (ยืนยันการสานต่อแนวโน้มขาลง; แนวคิดการกลับตัวเป็นโมฆะ)

    2. MACD Crossover ย้อนกลับ (กับดักกระทิง — สัญญาณ Crossover เป็นเท็จ)

    3. รายงานผลประกอบการอย่างเป็นทางการ Q2 2569 (วันที่ยังไม่ยืนยัน) ออกมาน่าผิดหวัง และปริมาณผู้โดยสารที่ลดลง (−7.8% YoY) มาพร้อมกับการหดตัวของ Yield

    สัญญาณปรับเพิ่ม / ปรับลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY): แท่งราคาปิดรายวันเหนือ 6.10 พร้อมวอลุ่มขยายตัว, MACD ยืนเหนือเส้นสัญญาณได้, RSI > 55, และควรมี NVDR เป็นวัน Net Buy ติดต่อกันวันที่สอง RRR จริงที่ 1.80 เป็นระดับที่ยอมรับได้แบบเส้นเขตแดนเมื่อพิจารณาจากเรื่องราวการปรับโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับนักเทรดสายอนุรักษ์นิยม รอ Pullback และ Retest 6.10 เป็นแนวรับที่ประสบผลสำเร็จ
    • ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง (AVOID): แท่งราคาปิดรายวันต่ำกว่า 5.65 ด้วยวอลุ่มที่ขยายตัว — แนวโน้มขาลงยังดำเนินต่อ และแนวคิดการกลับตัวเป็นโมฆะ นอกจากนี้ให้ปรับลดหากผลประกอบการ Q2 2569 เปิดเผยการถดถอยอย่างมีนัยสำคัญนอกเหนือจากการลดลงของปริมาณผู้โดยสารที่รู้กันอยู่แล้ว

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาดการณ์ การยกเลิกความเป็นไปได้
    กรณีขาขึ้น (Bull Case) แท่งราคาปิดรายวันเหนือ 6.10 พร้อมวอลุ่มขยายตัว; MACD รักษา Crossover ได้; NVDR แสดง Net Buy ติดต่อกัน ≥2 วัน; ผลประกอบการ Q2 ยืนยันว่า Yield ที่แข็งแกร่งชดเชยปริมาณที่ลดลงได้ ยืนยันการกลับตัวของแนวโน้ม; ราคาสร้าง Higher High ที่ 6.35 แล้วขยายต่อไปยังแนวต้านถัดไป; ปรับ Valuation ใหม่ตามปัจจัยพื้นฐาน (Re-rating) เมื่อกำไรหลังฟื้นฟูทบต้น; แนวคิด OUTPERFORM ของ InnovestX ได้รับการตรวจสอบ ราคาปิดกลับลงมาต่ำกว่า 5.90 ภายใน 5 วันทำการหลัง Breakout
    กรณีฐาน (Base Case) ราคายังคงอัดตัวอยู่ระหว่าง 5.65–6.10; MACD Crossover ยังอยู่; วอลุ่มยังแห้ง; การค้นหาราคาหลังกลับมาซื้อขายดำเนินต่อไป การพักฐาน; การกลับตัวของแนวโน้มยังไม่ยืนยัน; ไม่มีการเทรดเกิดขึ้น; ผู้ถือหุ้นเดิมคงถือต่อโดยมี Stop ที่ 5.65 เส้นขอบด้านใดด้านหนึ่งถูกทะลุด้วยวอลุ่ม
    กรณีขาลง (Bear Case) แท่งราคาปิดรายวันต่ำกว่า 5.65 ด้วยวอลุ่มขยายตัว; MACD Crossover พิสูจน์ว่าเป็นเท็จ; ปริมาณผู้โดยสาร Q2 ลดลง (−7.8%) เร่งตัว; ลมต้านการท่องเที่ยวทวีความรุนแรง ยืนยันการสานต่อแนวโน้มขาลง; Stop Loss ทำงาน; ราคามีแนวรับไม่ชัดเจนใต้ 5.65; แนวคิดการฟื้นตัวพื้นฐานต้องการการประเมินใหม่ ราคากลับมายืนเหนือ 5.65 ได้ภายใน 2 วันทำการด้วยวอลุ่มหนาแน่นและตัวเร่งเชิงบวก

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการอย่างเป็นทางการ Q2 2569 (วันที่ยังไม่ยืนยัน): Q1 2569 แสดงกำไรสุทธิ +4 เท่า YoY โดยมีผู้โดยสาร +11% ข้อมูล Q2 บ่งชี้ Yield +20% แต่ผู้โดยสาร −7.8% ผลประกอบการ Q2 อย่างเป็นทางการจะเป็นตัวเร่งสำคัญตัวต่อไป — ตลาดจะตรวจสอบอย่างละเอียดว่าผลกำไรจากการเพิ่มขึ้นของ Yield สามารถชดเชยปริมาณที่ลดลงได้อย่างยั่งยืนหรือไม่
    • การค้นหาราคาหลังกลับมาซื้อขาย: THAI เพิ่งกลับมาซื้อขายได้เพียง 6 วันทำการ (4 ส.ค. 2569) หุ้นกำลังหาจุดสมดุล วันหมดอายุ Lock-up สำหรับเจ้าหนี้ที่ได้รับหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุน (5.3 หมื่นล้านบาท) อาจสร้างความเสี่ยงจากแรงขายส่วนเกิน (Overhang) — ติดตามประกาศของ SET เกี่ยวกับการขายของผู้เกี่ยวข้อง
    • แนวโน้มการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว: การท่องเที่ยวระหว่างประเทศของไทยเผชิญลมต้านจากวิกฤตในภูมิภาค การปรับตัวดีขึ้นใดๆ ในจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อปริมาณผู้โดยสารของ THAI และลดการพึ่งพาการเติบโตของรายได้ที่มาจาก Yield
    • การเริ่มต้นจัดทำบทวิเคราะห์: ในฐานะหุ้นที่เพิ่งกลับมาซื้อขาย THAI จะดึงดูดบทวิเคราะห์ใหม่ๆ InnovestX ได้เริ่มต้นแล้วด้วย OUTPERFORM การเริ่มจัดทำบทวิเคราะห์เพิ่มเติมพร้อมราคาเป้าหมายจะเป็นตัวเร่งเชิงบวกที่เพิ่มขึ้น

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การเทรดสวนแนวโน้มขาลงมีความเสี่ยงสูงกว่าโดยธรรมชาติ MACD Crossover เป็นสัญญาณนำ ไม่ใช่การยืนยัน MACD Crossover เท็จในแนวโน้มขาลงคือกับดักกระทิงแบบคลาสสิก ฐานความรู้เตือนว่า: “ในตลาด Sideway ตัวชี้วัดแนวโน้ม (เช่น EMA) จะทำงานไม่มีประสิทธิภาพ (สร้างสัญญาณไขว้เท็จ)” ในแนวโน้มขาลงที่อ่อนแอ ข้อควรระวังเดียวกันนี้ก็ใช้ได้ — MACD Crossover อาจอยู่ไม่ได้
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: NVDR Net Buy 35.4% เป็นเหตุการณ์วันเดียวโดยไม่มีการต่อเนื่อง Short Sell ที่ 4.23% อยู่ในระดับสูง หาก NVDR ไม่ตามต่อด้วยวันซื้อเพิ่มเติม กระแสเงินเข้าวันเดียวอาจเป็นตัวแทนของการจัดสรรของสถาบันเพียงแห่งเดียวมากกว่าการสะสมในวงกว้าง
    • ความเสี่ยงด้านพื้นฐาน: ปริมาณผู้โดยสาร Q2 ลดลง 7.8% YoY หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป Yield ที่ประมาณการ +20% อาจยั่งยืนไม่ได้ — สายการบินไม่สามารถขึ้นราคาอย่างไม่มีกำหนดเพื่อชดเชยปริมาณที่ลดลง การหมดอายุ Lock-up ของหุ้นเจ้าหนี้ (5.3 หมื่นล้านบาทที่ถูกแปลง) สร้างแรงขายส่วนเกินที่มีศักยภาพ
    • ความเสี่ยงด้านเหตุการณ์: ในฐานะหุ้นที่เพิ่งกลับมาซื้อขาย การค้นหาราคาของ THAI ยังอยู่ในช่วงพัฒนา คาดว่าความผันผวนจะสูงขึ้น Stop ที่ 5.65 (ต่ำกว่า 5.80 เพียง ~2.6%) นั้นแคบและอาจถูกกระตุ้นโดยความผันผวนปกติหลังกลับมาซื้อขาย มากกว่าการพังทลายเชิงโครงสร้าง

    แนวคิดเป็นโมฆะ: แท่งราคาปิดรายวันต่ำกว่า 5.65 ด้วยวอลุ่มที่ขยายตัว แนวคิดพื้นฐานจะเป็นโมฆะหากผลประกอบการ Q2 แสดงทั้งปริมาณที่ลดลงและ Yield ที่หดตัว หรือหากการขายหุ้นของเจ้าหนี้สร้างแรงกดดันขาลงอย่างต่อเนื่อง


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.25 บาท (เข้า 5.90 − Stop 5.65)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุขนาด: นี่คือการเทรดสวนทางแนวโน้มที่มีความเสี่ยงสูง ควรจำกัดขนาดสถานะเหลือครึ่งหนึ่งของปกติหรือน้อยกว่า Stop ที่แคบ (0.25 บาท, ~4.2% ของราคาเข้า) เปราะบางต่อความผันผวนหลังกลับมาซื้อขาย สูตร: จำนวนหุ้น = (มูลค่าพอร์ต × %ความเสี่ยงสูงสุด) ÷ 0.25 ปัดลงเป็นหน่วยการซื้อขายขั้นต่ำ จากเรื่องราวปัจจัยพื้นฐานและเรตติ้ง OUTPERFORM ของนักวิเคราะห์ นี่คือหุ้นเฝ้าระวังที่มีความเชื่อมั่นสูงจากปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งอาจกลายเป็นหุ้นที่มีความเชื่อมั่นสูงให้ ซื้อ เมื่อการกลับตัวของแนวโน้มได้รับการยืนยัน — แต่มันยังไม่ถูกยืนยัน

    8. สมุดบันทึกข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคที่นำเข้า 2026-08-10 ปัจจุบัน โครงสร้างหลัก: ขาลง, อ่อนแอ, MACD Crossover, Squeeze, การคำนวณ RRR ผิดพลาด
    RAG Knowledge Main 2026-08-10 (สืบค้น) พร้อมใช้งาน MACD Crossover เป็นสัญญาณกลับตัว; กฎการยืนยันการกลับตัวของแนวโน้ม; การตระหนักถึงความเสี่ยงของการเทรดสวนทาง
    Query Biglot Stock Daily from RAG N/A ไม่พร้อมใช้งาน ลดความมั่นใจในกระแสเงิน
    Query Short Stock Daily from RAG 2026-08-01 เก่า (9 วัน) ผลกระทบปานกลาง — อัตราส่วน 4.23%, 2.8 ล้านหุ้น; สูงสำหรับหุ้นหลังฟื้นฟู
    NVDR Analyzer 2026-08-07 ปัจจุบัน ผลกระทบปานกลาง — อัตราส่วน 35.4%, 888.9 ล้านบาท, มีสภาพคล่อง, แต่เป็นวันเดียว; เครื่องมือบอกว่า “เป็นกลาง”
    Tavily Search 2026-08-10 (สืบค้น) พร้อมใช้งาน วิกฤต — กลับมาซื้อขาย 4 ส.ค.; กำไรสุทธิ Q1 +4 เท่า YoY; Yield Q2 +20%; InnovestX OUTPERFORM; แปลงหนี้เป็นทุน 5.3 หมื่นล้านบาท

    แหล่งข้อมูลภายนอก (พร้อมวันที่เผยแพร่):

    • Yahoo Finance/Bloomberg — “หุ้นการบินไทยจะกลับมาซื้อขายหลังออกจากการปรับโครงสร้าง” (มิ.ย. 2568 / ส.ค. 2569) กลับมาซื้อขาย 4 ส.ค. 2569 InnovestX OUTPERFORM; “มูลค่าสมควรได้รับพรีเมียม”
    • THAI Investor Relations — “การบินไทยรายงานผลดำเนินงาน Q1 2569” (พ.ค. 2569) รายได้รวม 51,029 ล้านบาท (−1.2% YoY) แต่กำไรสุทธิ +4 เท่า YoY; ผู้โดยสาร +11%
    • THAI Press Release — “การบินไทยจะกลับมาซื้อขายใน SET วันที่ 4 สิงหาคม” (2569) D/E ลดลงจาก 12.5 เท่า เหลือ 2.2 เท่า; กำไรดำเนินงานปี 2567 41,515 ล้านบาท; แปลงหนี้ 5.3 หมื่นล้านบาท; ระดมทุนใหม่ 2.3 หมื่นล้านบาท
    • Perplexity Finance — ประมาณการ Q2 2569 ของ THAI ผู้โดยสาร 3.66 ล้านคน (−7.8% YoY); Passenger Yield +20% YoY (ประมาณการ)

    ข้อค้นพบที่มีสาระสำคัญ:

    • การคำนวณ RRR ใหม่: ใช้ราคาที่ให้มา: (6.35 − 5.90)/(5.90 − 5.65) = 0.45/0.25 = 1.80 ค่า RRR 1.33 ที่ให้มาไม่สอดคล้อง RRR จริงที่ 1.80 ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5
    • THAI มีเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นที่คัดกรองวันนี้ — แต่มันก็เป็นหุ้นเดียวที่อยู่ในแนวโน้มขาลงเช่นกัน ก่อให้เกิดความตึงเครียดระหว่างปัจจัยพื้นฐานและเทคนิคซึ่งต้องได้รับการแก้ไขด้วยการยืนยันจากราคา
    • บริบทหลังกลับมาซื้อขายหมายความว่าตัวชี้วัดทางเทคนิคทั้งหมด (แนวโน้ม, แนวรับ, แนวต้าน) อิงกับข้อมูลที่จำกัดและอาจเชื่อถือได้น้อยกว่าหุ้นที่มีประวัติการซื้อขายต่อเนื่อง

    9. การตัดสินใจขั้นสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — THAI คือเรื่องราวที่พิเศษที่สุดในการคัดกรองวันนี้: สายการบินที่เพิ่งกลับมาซื้อขาย (4 ส.ค. 2569) หลังออกจากการฟื้นฟูกิจการ 4 ปี โดยมี D/E ลดลงจาก 12.5 เท่า เหลือ 2.2 เท่า, กำไรสุทธิ Q1 +4 เท่า YoY, Passenger Yield Q2 +20%, และเรตติ้ง OUTPERFORM จาก InnovestX MACD Crossover ในแนวโน้มขาลงเป็นสัญญาณการกลับตัวในระยะเริ่มต้นที่มีศักยภาพ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มยังไม่ได้กลับตัว — ต้องการแท่งเทียนปิดรายวันเหนือ 6.10 ด้วยวอลุ่มที่ขยายตัวเพื่อยืนยัน RRR จริงที่ 1.80 (คำนวณใหม่) ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ NVDR (35.4%, 888.9 ล้านบาท) เป็นบวกในเชิงทิศทางแต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากการต่อเนื่อง Short Sell 4.23% และปริมาณผู้โดยสาร Q2 ที่ลดลง (−7.8%) คือแรงต้านหลัก รอการยืนยันการกลับตัวของแนวโน้ม นี่คือหุ้นเฝ้าระวังที่มีความเชื่อมั่นสูงสุดจากปัจจัยพื้นฐานในบรรดาหุ้นทั้งหมดที่คัดกรองวันนี้ — แต่การเข้าเทรดทางเทคนิคต้องรอจังหวะที่สมควรได้รับ

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T21:38:26.963+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:THAI|company_name:Thai Airways International Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:DOWN_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:6.35|entry_price:5.9|sell_price:6.1|stop_loss_level:5.65|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:5.65|immediate_resistance:6.1|risk_reward_ratio:1.33|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Flat|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Weak|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนแบบมีเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินกว่าแผน Stop Loss ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ไม่มีสภาพคล่อง การเทรดสวนทางแนวโน้มในหุ้นที่เพิ่งกลับมาซื้อขายมีความเสี่ยงสูง — ขนาดสถานะต้องสะท้อนสิ่งนี้*

    TEAM

    Trading Chart

    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: SINGER อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง (+110.5% ใน 1 ปี) แต่กำลังบีบอัดตัวในกรอบ In-Squeeze โดยมี MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ (เป็นกลาง) และ RSI 58.64 (กลาง-ขาขึ้น) รอการเลือกทิศทาง
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำการกระทำ เฝ้าระวัง (WATCH) รอซื้อเมื่อราคาย่อตัวเข้าสู่โซน 11.20–11.50 บาท (Pullback) หรือยืนยันเบรกเอาท์เหนือ 12.30 บาท พร้อมวอลุ่มขยาย โดยมีเป้าหมายทำกำไรแรกที่ 13.50 บาท
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] ปริมาณซื้อขายแห้งลงในจังหวะบีบอัด NVDR ซื้อสุทธิ 46.89% แต่เป็นเพียง 1 วันบนสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท (สัญญาณรบกวน) ยังไม่พบหลักฐานการสะสมของ Smart Money ที่ชัดเจน คุ้มค่าแก่การติดตามต่อ เพื่อรอยืนยันทิศทาง
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 11.20 บาท หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ให้ยกเลิกแผนทันที

    SINGER

    Trading Chart

    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: SINGER อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง (+110.5% ใน 1 ปี) แต่กำลังบีบอัดตัวในกรอบ In-Squeeze โดยมี MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ (เป็นกลาง) และ RSI 58.64 (กลาง-ขาขึ้น) รอการเลือกทิศทาง
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำการกระทำ เฝ้าระวัง (WATCH) รอซื้อเมื่อราคาย่อตัวเข้าสู่โซน 11.20–11.50 บาท (Pullback) หรือยืนยันเบรกเอาท์เหนือ 12.30 บาท พร้อมวอลุ่มขยาย โดยมีเป้าหมายทำกำไรแรกที่ 13.50 บาท
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] ปริมาณซื้อขายแห้งลงในจังหวะบีบอัด NVDR ซื้อสุทธิ 46.89% แต่เป็นเพียง 1 วันบนสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท (สัญญาณรบกวน) ยังไม่พบหลักฐานการสะสมของ Smart Money ที่ชัดเจน คุ้มค่าแก่การติดตามต่อ เพื่อรอยืนยันทิศทาง
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 11.20 บาท หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ให้ยกเลิกแผนทันที

    SGC

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจ SET: SGC — บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การปฏิบัติหลัก หลีกเลี่ยง (AVOID)
    การปฏิบัติสำหรับผู้ถืออยู่ ผู้ถือเดิม: ลดสถานะ หรือตั้งจุดตัดขาดทุนเข้มงวดที่ 1.64 — การเกิด Bearish Engulfing + HIGH SELLING PRESSURE ร่วมกันเป็นสัญญาณเตือนการกระจายหุ้นที่ยืนยันแล้ว ณ แนวต้าน
    มุมมองทิศทาง ขาลง (ระยะสั้น) / ผสม (ปัจจัยพื้นฐาน)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วัน) — แต่สัญญาณเป็นขาลง ไม่ใช่ขาขึ้น
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 1.76 บาท (TradingView, ล่าสุด — ต่ำกว่าราคาเข้าที่ให้มา 1.72 แล้ว)
    วันที่ของราคา 10 สิงหาคม 2569 (วันที่สร้างรายงาน)
    สถานะรูปแบบการเข้า เป็นโมฆะ — Bearish Engulfing ที่แนวต้านร่วมกับ HIGH SELLING PRESSURE เป็นสัญญาณขายที่ยืนยันแล้ว ไม่ใช่รูปแบบการซื้อ

    หัวใจการตัดสินใจ: SGC เป็นหุ้นเดียวในการสแกนวันนี้ที่หลักฐานทางเทคนิคขัดแย้งโดยตรงกับการกระทำเทรดที่ให้มา ข้อมูลนำเข้าระบุว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้นพร้อมให้รอเข้าซื้อ แต่หลักฐานจริง — Bearish Engulfing ที่แนวต้าน + HIGH SELLING PRESSURE + ราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่าราคาเข้าที่ให้มาแล้ว (1.76 เทียบกับ 1.72) — ชี้ภาพการกระจายหุ้นในระยะสั้นที่ยืนยันแล้ว NVDR แสดงการซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วัน แต่สัดส่วนเพียง 11.64% (ต่ำกว่าเกณฑ์ 15%) ในสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท (คำเตือนสัญญาณรบกวน) ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 7.70 บาท (+327% จาก 1.80) เป็นขาขึ้นอย่างยิ่ง แต่น่าจะสะท้อนแนวคิดปัจจัยพื้นฐานระยะยาวหลายปีมากกว่าสัญญาณเทรดระยะใกล้ RRR ที่ 0.94 ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างเด็ดขาด หุ้นนี้ไม่ควรถูกซื้อที่ระดับปัจจุบัน — รอให้ Bearish Engulfing ถูกดูดซับหรือเป็นโมฆะก่อนที่จะพิจารณาเข้าซื้อสถานะ Long ใดๆ


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง ขาขึ้น (ระยะยาว) แต่เกิด Bearish Engulfing ที่แนวต้าน (กลับตัวระยะสั้น); Keltner ชันขึ้น แต่ราคากำลังล้มเหลวที่แนวต้าน สัญญาณกลับตัวขาลง — ขัดแย้งกับป้ายขาขึ้น สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม HIGH_SELLING_PRESSURE ยืนยัน Bearish Engulfing; MACD crossover เป็นขาขึ้นแต่ล่าช้า; RSI เป็นกลาง ขาลง — ปริมาณยืนยันการกระจายหุ้นที่แนวต้าน สูง
    Big Lot เครื่องมือไม่ส่งข้อมูลกลับ ไม่สามารถใช้ได้ N/A
    Short Selling เครื่องมือไม่ส่งข้อมูลกลับ ไม่สามารถใช้ได้ N/A
    NVDR สัดส่วนซื้อสุทธิ 11.64% (ต่ำกว่าเกณฑ์ 15%), ติดต่อกัน 4 วัน, มูลค่าสะสม 3 วัน 16.3 ล้านบาท, สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้าน; เครื่องมือระบุ “Neutral” ไม่เพียงพอ — ต่ำกว่าเกณฑ์ + คำเตือนสัญญาณรบกวน ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 7.70 บาท (+327% จาก 1.80); มูลค่ายุติธรรมประมาณ 1.91; ราคาลดลง 19% ใน 90 วัน ผสม — ศักยภาพขาขึ้นที่โดดเด่น แต่การพังทลายทางเทคนิคระยะใกล้ ปานกลาง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/BV ~0.94 เท่า (มูลค่ายุติธรรมประมาณ 1.91); ธุรกิจการเงินที่หลากหลาย; การลดลงของราคาล่าสุดชี้ถึงความกังวลปัจจัยพื้นฐาน ผสม — อาจเป็นหุ้นคุณค่าเชิงลึกแต่ยังไม่ยืนยัน ต่ำ

    ความสอดคล้องโดยรวม: การกระจายหุ้นที่น่าจะเป็น (ระยะสั้น) — Bearish Engulfing ที่แนวต้าน + HIGH SELLING PRESSURE เป็นสัญญาณกระจายหุ้นตามตำรา ตามฐานความรู้: “ราคาทำจุดสูงสุดใหม่แต่เพิ่มขึ้นช้า + ปริมาณสูงในวันที่แท่งเทียนปิดแดง → วัฏจักร: การกระจายหุ้น (สัญญาณการขายทีละน้อย / ถึงเวลาออก)” ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ระยะยาวที่ 7.70 ชี้ถึงมูลค่าพื้นฐาน แต่หลักฐานทางเทคนิคระยะใกล้เป็นขาลงอย่างท่วมท้น การสะสม NVDR ที่สัดส่วนต่ำกว่าเกณฑ์และสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านไม่เพียงพอที่จะหักล้างหลักฐานด้านราคาและปริมาณ


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (ระยะยาว, เชิงโครงสร้าง) แต่มีสัญญาณกลับตัวระยะสั้นที่ยืนยันแล้ว นี่คือข้อแตกต่างที่สำคัญ: โครงสร้างระยะยาวอาจยังเป็นขาขึ้น แต่หลักฐานระยะใกล้คือการกระจายหุ้นที่แนวต้าน กฎจากฐานความรู้: “ราคาทำจุดสูงสุดใหม่แต่เพิ่มขึ้นช้า + ปริมาณสูงในวันที่แท่งเทียนปิดแดง → วัฏจักร: การกระจายหุ้น” Bearish Engulfing เป็นรูปแบบแท่งเทียนกลับตัวแบบคลาสสิก — แท่งเทียนแดงขนาดใหญ่ที่กลืนแท่งเขียวก่อนหน้าที่แนวต้าน พร้อมปริมาณสูง บ่งชี้ว่าผู้ขายได้เอาชนะผู้ซื้อแล้ว
    • วัฏจักรตลาด: การกระจายหุ้น (ระยะสั้น) — การรวมกันของ Bearish Engulfing + HIGH_SELLING_PRESSURE ที่แนวต้าน 1.72 เป็นนิยามการกระจายหุ้นตามตำรา ฐานความรู้ยืนยันว่า: “ช่วงกระจายหุ้น: ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่การเคลื่อนไหวขาขึ้นเริ่มช้าลง พร้อมกับปริมาณสูงในวันที่แท่งเทียนปิดแดง นี่คือสัญญาณว่า Smart Money กำลังทยอยทำกำไร ซึ่งเป็นจุดที่คุณควรพิจารณาขายตามเช่นกัน”
    • แนวรับสำคัญ: 1.64 (แนวรับทันที; ยังเป็นระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มา) ที่ราคาปัจจุบัน 1.76 หุ้นอยู่เหนือจุดตัดขาดทุนเพียง 0.12 บาท — ระยะ drawdown 6.8% สู่การเป็นโมฆะ
    • แนวต้านสำคัญ: 1.72 (แนวต้านทันที — และขณะนี้หุ้นกำลังซื้อขายต่ำกว่าระดับนี้ ที่ 1.76 หลังจาก Bearish Engulfing ปฏิเสธแนวต้านนี้)
    • โมเมนตัม: สถานะ MACD คือ “Crossover” — นี่คือตัวบ่งชี้ที่ล่าช้าและอาจกำลังกลับตัวแล้วหลังจาก Bearish Engulfing ฐานความรู้เตือนว่า: “ตัวบ่งชี้เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่เจ้านาย” MACD crossover อาจเป็นสัญญาณที่ถูกต้องก่อนเกิด Bearish Engulfing แต่การเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณได้ลบล้างมันไปแล้ว RSI เป็นกลาง แต่น่าจะมุ่งหน้าลดลงหลังจากการถูกปฏิเสธที่แนวต้าน
    • การตีความ Big Lot: ไม่สามารถใช้ได้
    • การตีความ Short-Selling: ไม่สามารถใช้ได้
    • การตีความ NVDR: การซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วันฟังดูน่าประทับใจ แต่สัดส่วนสุทธิ 11.64% ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 15% สำหรับสัญญาณที่มีนัยสำคัญ มูลค่าสุทธิสะสม 3 วันเพียง 16.3 ล้านบาท — เล็กน้อยในแง่สัมบูรณ์ มูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาท (คำเตือนสัญญาณรบกวน) NVDR Analyzer จัดประเภทสิ่งนี้ถูกต้องว่า “Neutral — Low strength” นี่ไม่ใช่การสะสม — เป็นการซื้อของต่างชาติเพียงเล็กน้อยที่ไม่สามารถลบล้างหลักฐานทางเทคนิคที่เด่นกว่าได้
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: การกระจายหุ้นที่น่าจะเป็น (ระยะสั้น) Bearish Engulfing ที่แนวต้านร่วมกับ HIGH SELLING PRESSURE เป็นสัญญาณที่สำคัญที่สุดในรายงานนี้ หลักฐานอื่นๆ ทุกชิ้น — ป้ายขาขึ้น, MACD crossover, การซื้อ NVDR เล็กน้อย — ล้วนเป็นรองจากการยืนยันของ price-action + ปริมาณถึงการกระจายหุ้นนี้ ฐานความรู้ชัดเจนว่า: ปริมาณคือ “ความจริง” และเมื่อราคาทำจุดสูงสุดแต่ปริมาณแสดงแรงขาย Smart Money กำลังกระจายหุ้น เครื่องมือกระแสเงินทั้งสาม (Big Lot, Short Sell, NVDR) ให้ข้อมูลไม่เพียงพอหรือไม่มี — ทำให้หลักฐานทางเทคนิคเป็นเพียงตัวนำทางที่เชื่อถือได้ และหลักฐานนั้นกล่าวว่า: อย่าซื้อ

    ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 7.70 — โดดเด่นหรือสถานการณ์พิเศษ?

    ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 7.70 บาท จาก 1.80 แสดงถึงศักยภาพขาขึ้น +327% — สูงที่สุดในบรรดาหุ้นที่สแกนวันนี้ อย่างไรก็ดี มีธงแดงหลายประการล้อมรอบตัวเลขนี้:

    1. หุ้นกำลังซื้อขายที่ 1.76 ลดลง 19% ในรอบ 90 วัน (Simply Wall St)

    2. มูลค่ายุติธรรมประมาณการเพียง 1.91 (Simply Wall St) — ต่ำกว่า TP 7.70 มาก

    3. เอกสารข้อมูล SET แสดงหุ้นที่ 1.80 ด้วยการเคลื่อนไหวรายวัน +1.69% เมื่อ 4 ส.ค. แต่ลดลง 29% ในช่วงยาวกว่า

    4. SG Capital เป็นบริษัทการเงินที่หลากหลาย — TP 7.70 อาจอิงจากมูลค่ารวมส่วนธุรกิจหรือมูลค่าการชำระบัญชีที่ตลาดไม่เชื่อว่าจะบรรลุได้

    การมีอยู่ของ TP 7.70 เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้มันนำไปปฏิบัติได้ ตลาดกำลังประเมินมูลค่า SGC ที่ 1.76 ด้วยเหตุผล — และเหตุผลนั้นสะท้อนใน Bearish Engulfing และ HIGH SELLING PRESSURE TP แสดงถึงตัวเร่งระยะยาวที่มีศักยภาพ ไม่ใช่สัญญาณเทรดระยะใกล้

    ข้อกล่าวอ้างที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่มีจุดยึด Fibonacci ราคาปัจจุบัน 1.76 จาก TradingView และอาจไม่สะท้อนราคาปิดล่าสุด


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเทรด — สัญญาณกระจายหุ้นกำลังทำงาน รอการดูดซับหรือการทำให้ Bearish Engulfing เป็นโมฆะ
    • โซนเข้า: ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้องที่ระดับปัจจุบัน
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (หากปรับเพิ่มภายหลัง): Bearish Engulfing ต้องถูกทำให้เป็นโมฆะ — กำหนดโดยการปิดรายวันเหนือ 1.72 (จุดสูงสุดของแท่งเทียนกลืน และระดับแนวต้าน) ด้วยปริมาณที่เปลี่ยนจาก HIGH_SELLING_PRESSURE เป็นการสะสม เมื่อนั้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวจึงจะกลับมาดำเนินต่อได้
    • เป้าหมาย 1: 1.80 (เป้าหมายที่ให้มา — สูงกว่า 1.76 เพียง 2.3% ไม่เพียงพอ)
    • เป้าหมาย 2: 7.70 (TP นักวิเคราะห์ — +337% จาก 1.76 แต่ขอบเขตเวลาหลายปีและสมมติฐานที่ยังไม่ตรวจสอบ)
    • จุดตัดขาดทุน: 1.64 (ระดับจุดตัดที่ให้มา; แนวรับเชิงโครงสร้าง) ที่ราคาปัจจุบัน 1.76 ห่างเพียง 0.12 บาท — ตัวกระตุ้น drawdown 6.8%
    • อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1 (ที่ราคาเข้า 1.72): RRR = 0.94 (ความเสี่ยง: 1.72 − 1.64 = 0.08; ผลตอบแทน: 1.80 − 1.72 = 0.08; 0.08/0.08 = 1.00) RRR ที่ให้มา 0.94 ใกล้เคียงถูกต้อง ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างเด็ดขาด
    • จังหวะเวลาการดำเนินการ: ห้ามเข้า สำหรับผู้ถือเดิม Bearish Engulfing + HIGH SELLING PRESSURE ที่แนวต้านเป็นสัญญาณชัดเจนให้ลดหรือออก หากมุ่งมั่นถือเพื่อ TP นักวิเคราะห์ระยะยาว 7.70 ให้ยอมรับว่าเส้นทางระยะใกล้มีแนวโน้มต่ำลง และจุดตัดที่ 1.64 เปราะบาง
    • ห้ามเข้าเด็ดขาด หาก: [ไม่สามารถใช้ได้ — การปฏิบัติหลักคือ AVOID Bearish Engulfing ได้ส่งสัญญาณขายไปแล้ว]

    ตัวกระตุ้นการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น จับตา (WATCH) (จาก AVOID): ปิดรายวันเหนือ 1.72 ด้วยปริมาณเปลี่ยนเป็นการสะสม (ไม่ใช่ HIGH_SELLING_PRESSURE) และรูปแบบ Bearish Engulfing ถูกทำให้เป็นโมฆะ ถึงกระนั้น RRR ที่ 0.94 ยังต่ำกว่าเกณฑ์ — การย่อตัวกลับมาใกล้ 1.64 เพื่อให้ RRR ดีขึ้นจึงจำเป็นสำหรับการปรับเป็น ซื้อ
    • ปรับลดเป็น ขาย (SELL) (ผู้ถือเดิม): ปิดรายวันต่ำกว่า 1.64 ยืนยันว่า Bearish Engulfing นำไปสู่การพังทลายของโครงสร้าง ออกทันที

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น ปิดรายวันเหนือ 1.72 ด้วยปริมาณเปลี่ยนเป็นการสะสม; Bearish Engulfing ถูกทำให้เป็นโมฆะ; สัดส่วน NVDR เกินเกณฑ์ 15% แนวโน้มขาขึ้นกลับมา; ราคาท้าทาย 1.80 แล้วอาจสูงขึ้นต่อไป; TP นักวิเคราะห์ระยะยาว 7.70 กลายเป็นเป้าหมายที่พึงปรารถนา ราคาปิดต่ำกว่า 1.64
    กรณีฐาน ราคาลดลงจาก 1.76 ปัจจุบันสู่แนวรับ 1.64; HIGH_SELLING_PRESSURE ยังคงอยู่; การพักตัวใกล้แนวรับ การกระจายหุ้นคลี่คลาย; ราคาทดสอบระดับจุดตัด 1.64; ผู้ถือเดิมเผชิญ drawdown สู่การเป็นโมฆะ เส้นขอบเขตใดทะลุ
    กรณีขาลง ปิดรายวันต่ำกว่า 1.64 ด้วยปริมาณขยายตัว; Bearish Engulfing ยืนยันว่าเป็นการกลับตัวของแนวโน้ม ไม่ใช่แค่การย่อตัว โครงสร้างพังทลาย; ขาขึ้นถูกทำให้เป็นโมฆะ; ราคามุ่งสู่แนวรับที่ไม่ได้ระบุใต้ 1.64; TP นักวิเคราะห์ 7.70 ยิ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของตลาด ราคากลับมายืนเหนือ 1.64 ภายใน 2 เซสชันด้วยปริมาณมหาศาล (ไม่น่าจะเกิดขึ้นเนื่องจาก HIGH_SELLING_PRESSURE)

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ตัวเร่งด้านผลประกอบการ / ปัจจัยพื้นฐาน (วันที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน): SG Capital เป็นบริษัทการเงินที่หลากหลาย การประกาศกิจการองค์กร การปรับโครงสร้าง หรือการขายสินทรัพย์ใดๆ อาจเป็นตัวเร่งที่เชื่อมช่องว่างระหว่างราคาตลาด 1.76 กับ TP นักวิเคราะห์ 7.70 อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุเหตุการณ์ที่เฉพาะเจาะจง
    • TP นักวิเคราะห์ 7.70: นี่คือตัวเร่งขาขึ้นเพียงอย่างเดียวที่ระบุ หากได้รับการสนับสนุนโดยกิจการองค์กรที่น่าเชื่อถือหรือการฟื้นตัวของกำไร มันแสดงถึงศักยภาพขาขึ้นที่โดดเด่น แต่หากไม่มีตัวเร่งหรือกรอบเวลาที่ยืนยัน นี่คือการเสี่ยงโชค ไม่ใช่การเทรด

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: Bearish Engulfing ที่แนวต้านร่วมกับ HIGH_SELLING_PRESSURE เป็นความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด ฐานความรู้ระบุว่ารูปแบบนี้เป็นสัญญาณกระจายหุ้น MACD crossover เป็นตัวบ่งชี้ล่าช้าที่อาจกำลังกลับตัวแล้ว หุ้นซื้อขายต่ำกว่าราคาเข้าที่ให้มา 1.72 แล้ว (ปัจจุบัน ~1.76) — รูปแบบการเข้าเป็นโมฆะ
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: เครื่องมือกระแสเงินทั้งสามให้ข้อมูลที่ไม่มีหรือไม่เพียงพอ สัดส่วน NVDR 11.64% ต่ำกว่าเกณฑ์และสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้าน ไม่มีการสนับสนุนกระแสเงินสถาบันที่ยืนยันสำหรับแนวคิดขาขึ้นเลย
    • ความเสี่ยงทางปัจจัยพื้นฐาน: TP 7.70 เทียบกับราคาปัจจุบัน 1.76 บอกเป็นนัยว่าตลาดลดมูลค่าปัจจัยพื้นฐานของ SG Capital อย่างมาก หากไม่มีตัวเร่งที่ยืนยันเพื่อปิดช่องว่างนี้ “มูลค่าเชิงลึก” อาจเป็นกับดักมูลค่า การลดลง 19% ใน 90 วันชี้ถึงแรงขายต่อเนื่อง ไม่ใช่ความอ่อนแอชั่วคราว
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: มูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาท ตามที่ NVDR แจ้ง SGC เป็นหุ้นขนาดเล็กที่มีการซื้อขายเบาบาง ความเสี่ยงจาก Slippage, Gap และความสามารถในการออกที่ราคาจุดตัด (1.64) ล้วนถูกบั่นทอนโดยสภาพคล่องต่ำ คำสั่ง stop-loss อาจถูกดำเนินการที่ต่ำกว่า 1.64 อย่างมีนัยสำคัญในตลาดที่เคลื่อนไหวเร็ว

    การยกเลิกสมมติฐาน (สำหรับสถานะ Long): สมมติฐาน Long ถูกทำให้เป็นโมฆะแล้วเมื่อ Bearish Engulfing ก่อตัวที่แนวต้าน 1.72 พร้อม HIGH_SELLING_PRESSURE การปิดรายวันต่ำกว่า 1.64 เป็นการยืนยันสุดท้าย


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.08 บาท (ราคาเข้า 1.72 − จุดตัด 1.64) — แคบมากสำหรับหุ้นราคา 1.76 บาท (ความเสี่ยงเพียง 4.5%)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ไม่ควรเปิดสถานะใดๆ สำหรับผู้ถือเดิมที่พิจารณาลด: ความเสี่ยงต่อหุ้นที่แคบ 0.08 บาท และสัญญาณ Bearish Engulfing แนะนำให้ลดขนาดสถานะอย่างมีนัยสำคัญหรือออกทั้งหมด TP นักวิเคราะห์ 7.70 เป็นตัวเร่งระยะยาวที่อาจใช้เวลาหลายปีจึงจะบรรลุผล — มันไม่ได้เป็นเหตุผลให้ถือผ่านสัญญาณกระจายหุ้นในระยะใกล้ที่ยืนยันแล้ว หากมุ่งมั่นที่จะถือ ควรกำหนดขนาดสำหรับความเสี่ยงจาก Gap ระหว่าง 1.76 ถึงต่ำกว่า 1.64 — drawdown 7%+

    8. ทะเบียนข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคขาเข้า 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน วิกฤต — Bearish Engulfing ที่แนวต้าน + HIGH_SELLING_PRESSURE ลบล้างหลักฐานอื่นทั้งหมด
    RAG Knowledge Main 10 ส.ค. 2569 (เรียกข้อมูล) มีอยู่ ยืนยัน: Bearish Engulfing + ปริมาณสูง = การกระจายหุ้น; ปริมาณเป็นความจริง
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้ได้ ลดความเชื่อมั่นด้านกระแสเงิน
    Query Short Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้ได้ ลดความเชื่อมั่นด้านกระแสเงิน
    NVDR Analyzer 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน แต่ต่ำกว่าเกณฑ์ ผลกระทบต่ำ — สัดส่วน 11.64%, สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้าน, เครื่องมือระบุ “Neutral”
    Tavily Search 10 ส.ค. 2569 (ค้นหา) มีอยู่ (พร้อมการแจ้งเตือนแหล่งข้อมูล) TP นักวิเคราะห์ 7.70 (+327%); มูลค่ายุติธรรม 1.91; ปัจจุบัน 1.76; หุ้นลดลง 19% ใน 90 วัน

    แหล่งข้อมูลภายนอก (พร้อมวันที่เผยแพร่):

    • SET — เอกสารข้อมูล SGC (4 ส.ค. 2569) ราคา 1.80, +1.69% ในวันนั้น, −29% ในระยะยาวกว่า
    • MSN Money — อันดับนักวิเคราะห์ SGC (ไม่ระบุวันที่) ซื้อ, TP 7.70 (+327.78%)
    • Simply Wall St — คาดการณ์ SGC (ไม่ระบุวันที่) มูลค่ายุติธรรม 1.91; หุ้นลดลง 19% ใน 90 วัน
    • TradingView — SGC (10 ส.ค. 2569) ราคาปัจจุบัน 1.76, −2.21% ใน 24 ชม.

    ⚠️ การแจ้งเตือนความสมบูรณ์ของแหล่งข้อมูล:

    1. บทความ Public.com เกี่ยวกับ “SGC Stock Forecast: Analyst Ratings, Predictions & Price Target 2026” ที่มี TP $15.50 กล่าวถึง Superior Group of Companies (NASDAQ: SGC) ไม่ใช่ SG Capital (SET: SGC) แหล่งข้อมูลนี้ถูกคัดออก

    2. บทความ MSN Money ที่มี TP 7.70 บาท และสัญลักษณ์ SET SGC เป็นแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง — แต่ไม่มีการระบุวันที่เผยแพร่หรือชื่อนักวิเคราะห์

    ข้อค้นพบที่เป็นสาระสำคัญ:

    • การรวมกันของ Bearish Engulfing ที่แนวต้าน + HIGH SELLING PRESSURE เป็นข้อค้นพบที่สำคัญที่สุด นี่คือสัญญาณกระจายหุ้นที่ยืนยันแล้วตามฐานความรู้ มันขัดแย้งโดยตรงกับประเภท “UP_TREND” และ “WAIT” ที่ให้มา หุ้นได้เคลื่อนไหวต่ำกว่าราคาเข้าที่ให้มาแล้ว
    • การสะสม NVDR ที่สัดส่วน 11.64% ต่ำกว่าเกณฑ์ 15% และสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้าน — ไม่เพียงพอที่จะหักล้างสัญญาณกระจายหุ้น
    • ข้อมูลกระแสเงินอื่นๆ ทั้งหมดไม่มี
    • TP นักวิเคราะห์ 7.70 โดดเด่นแต่ไม่สามารถตรวจสอบได้หากไม่มีวันที่เผยแพร่และสมมติฐานพื้นฐาน

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    หลีกเลี่ยง (AVOID) — SGC เป็นหุ้นเดียวในการสแกนวันนี้ที่หลักฐานทางเทคนิคขัดแย้งโดยตรงกับการกระทำเทรดที่ให้มา Bearish Engulfing ที่แนวต้าน 1.72 ร่วมกับ HIGH SELLING PRESSURE เป็นสัญญาณกระจายหุ้นตามตำรา ตามฐานความรู้: ผู้ขายกำลังเอาชนะผู้ซื้อที่แนวต้าน หุ้นกำลังซื้อขายที่ 1.76 แล้ว ซึ่งต่ำกว่าราคาเข้าที่ให้มา 1.72 RRR ที่ 0.94 ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างเด็ดขาด ข้อมูลกระแสเงินทั้งหมดไม่มีหรือไม่เพียงพอ (NVDR 11.64% ต่ำกว่าเกณฑ์) แม้ว่า TP นักวิเคราะห์ที่ 7.70 (+327%) จะชี้ถึงศักยภาพขาขึ้นระยะยาวที่โดดเด่น แต่ไม่มีตัวเร่งที่ยืนยันเพื่อเชื่อมช่องว่าง และหลักฐานทางเทคนิคระยะใกล้เป็นขาลงอย่างท่วมท้น ผู้ถือเดิมควรลด หรือใช้จุดตัดเข้มงวดที่ 1.64 ไม่มีการเข้าใหม่ไม่ว่าในกรณีใดๆ จนกว่า Bearish Engulfing จะถูกทำให้เป็นโมฆะโดยการปิดเหนือ 1.72 ด้วยปริมาณที่เปลี่ยนเป็นการสะสม

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T21:25:30.109+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:SGC|company_name:SG Capital Company Ltd|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:1.8|entry_price:1.72|sell_price:1.8|stop_loss_level:1.64|chart_timeframe:1D|volume_status:HIGH_SELLING_PRESSURE|immediate_support:1.64|immediate_resistance:1.72|risk_reward_ratio:0.94|volatility_squeeze_status:Neutral|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Strong|price_action_signal:Bearish Engulfing at Resistance`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง หุ้นที่มีรูปแบบ Bearish Engulfing ที่แนวต้านไม่ควรถูกซื้อจนกว่ารูปแบบจะถูกทำให้เป็นโมฆะ — การพยายามรับมีดที่ร่วงหล่นในหุ้นสภาพคล่องต่ำเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงสูง*

    RCL

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจ SET: RCL — บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การปฏิบัติหลัก ถือ (HOLD)
    การปฏิบัติสำหรับผู้ถืออยู่ ถือต่อ; ปรับจุดตัดขาดทุนตามขึ้นไปที่ 35.00 (เท่าทุน) ห้ามเพิ่มสถานะที่ราคาปัจจุบัน
    มุมมองทิศทาง เป็นขาขึ้น
    ความเชื่อมั่น สูง
    กรอบเวลา สวิง / เทรดตามแนวโน้ม (ต่อเนื่องหลายสัปดาห์)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 35.00 บาท (TradingView, ล่าสุด; ราคาที่ทำรายการ Big Lot 1 ส.ค.)
    วันที่ของราคา 7 สิงหาคม 2569 (ข้อมูล NVDR) / 1 สิงหาคม 2569 (Big Lot & Short Sell)
    สถานะรูปแบบการเข้า ยืนยันแล้ว — การทะลุกรอบเกิดขึ้นแล้ว

    หัวใจการตัดสินใจ: RCL เป็นหุ้นเดียวในการสแกนวันนี้ที่มีการทะลุกรอบที่ยืนยันแล้วและกำลังดำเนินอยู่ — สถานะ Breakout-Up พร้อมปริมาณขยายตัว, Keltner ชันขึ้น, และความแข็งแกร่งของแนวโน้มสูง NVDR ยืนยันด้วยการสะสมสุทธิติดต่อกัน 4 วัน ที่สัดส่วนสุทธิ 56.85% (มูลค่าสะสม 421 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม RRR ที่ 0.75 จากราคาเข้าที่ให้มา (36.50) ไปยังเป้าหมาย 1 (38.00) นั้นต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างเด็ดขาด — นี่คือการทะลุกรอบที่ราคาได้เคลื่อนไปแล้ว และความเสี่ยงต่อผลตอบแทนสำหรับการเข้าใหม่ตอนนี้ไม่คุ้มค่า ผู้ถือเดิมควรปล่อยให้กำไรวิ่งไปตามแนวโน้มโดยใช้ trailing stop การเข้าใหม่ที่ราคานี้ไม่สมเหตุสมผล เว้นแต่ราคาจะย่อตัวกลับมาที่แนวรับ 34.25–35.00 เงินปันผลปี 2568 ที่ 2.50 บาท/หุ้น (อัตราผลตอบแทน 7.1% ที่ราคา 35 บาท) เป็นฐานรองรับทางปัจจัยพื้นฐานสำหรับผู้ถือที่อดทน


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง ยืนยันขาขึ้น; Breakout-Up (Squeeze คลี่คลายเป็นขาขึ้น); Keltner ชันขึ้น; แนวโน้มแข็งแกร่ง เป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณขยายตัวเมื่อทะลุกรอบ — ปริมาณยืนยันการเคลื่อนไหว; MACD crossover; RSI เป็นกลาง (มีพื้นที่ให้ขยับต่อ) เป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง สูง
    Big Lot รายการเดียว: 734,000 หุ้น ที่ 35.00 บาท (25.68 ล้านบาท) วันที่ 1 ส.ค.; ทำที่ระดับราคาตลาด เป็นกลาง — การซื้อขายรายใหญ่ตามปกติ ต่ำ (ข้อมูลเก่า)
    Short Selling สัดส่วนมูลค่า Short 2.30% ณ 1 ส.ค.; สัดส่วนคงค้าง 0.85%; ปานกลาง แรงกดดันขาลงปานกลาง — อาจเป็นเชื้อเพลิงให้เกิด short-covering ปานกลาง (ข้อมูลเก่า — 1 ส.ค.)
    NVDR สัดส่วนซื้อสุทธิ 56.85%, ซื้อต่อเนื่อง 4 วัน, มูลค่าสะสม 3 วัน 421 ล้านบาท, สภาพคล่อง (>100 ล้าน); เครื่องมือระบุ “Strong Accumulate” ยืนยันการสะสม สูง
    ข่าวสารและตัวเร่ง กำไรสุทธิปี 2568 8,167 ล้านบาท (−10.9% YoY จากค่าเงินบาทแข็ง); เงินปันผล 2.50/หุ้น (ผลตอบแทน 7.1%); รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 แล้ว; ค่าระวางเรือมีเสถียรภาพ เป็นบวก — กระแสเงินสดแข็งแกร่งและผลตอบแทนจากปันผลสนับสนุน สูง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน EPS ไตรมาส 2 ประมาณการ 2.02 บาท; P/E ~4.3 เท่า (ถูก); P/BV ~0.7 เท่า; สถานะเงินสดสุทธิ; อัตราเงินปันผล 7.1% เป็นบวกอย่างแข็งแกร่ง สูง

    ความสอดคล้องโดยรวม: การสะสมที่ยืนยันแล้ว — RCL เป็นหุ้นเดียวในทั้ง 9 ตัวที่สแกนวันนี้ที่มีการทะลุกรอบทางเทคนิคที่ยืนยัน (Breakout-Up + ปริมาณขยายตัว) และการสะสม NVDR ที่ยืนยันแล้ว (4 วัน, สัดส่วน 56.85%) โดยมีปัจจัยพื้นฐานที่ถูกและการจ่ายเงินปันผล 7.1% สนับสนุน สัญญาณกระแสเงิน, เทคนิค และปัจจัยพื้นฐานสอดคล้องกัน อย่างไรก็ตาม RRR ที่ 0.75 ทำให้การเข้าใหม่ไม่น่าสนใจ — การยืนยันได้สะท้อนในราคาไปแล้ว


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น — ยืนยันโดย Dow Theory (จุดสูงสุด/ต่ำสุดยกตัวสูงขึ้น), สถานะ Breakout-Up (หุ้นเดียวในการสแกนวันนี้ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้), Keltner Channel ชันขึ้น, และแนวโน้มแข็งแกร่ง ฐานความรู้ระบุว่าการผสมผสานนี้ — “ราคาทะลุกรอบขึ้น + ปริมาณสูง → วัฏจักร: Markup (จุดทำกำไรที่ดีที่สุด)” — เป็นจุดเข้าที่เหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม การทะลุกรอบได้เกิดขึ้นแล้ว และ RRR จากราคาปัจจุบันได้ด้อยค่าลง
    • วัฏจักรตลาด: Markup — หุ้นอยู่ในช่วงทำกำไร Squeeze ได้คลี่คลายเป็นขาขึ้นพร้อมปริมาณขยายตัว ยืนยันการมีส่วนร่วมของสถาบัน ฐานความรู้ยืนยันว่า: “ราคาพุ่งขึ้นพร้อมกับปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นี่คือช่วงทำกำไรที่ดีที่สุด”
    • แนวรับสำคัญ: 34.25 (ทันที; เป็นระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มาด้วย); 35.00 (ระดับการทำรายการ Big Lot — แนวรับจิตวิทยาเลขกลม)
    • แนวต้านสำคัญ: 37.00 (ทันที); 38.00 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา)
    • โมเมนตัม: สถานะ MACD คือ “Crossover” — ยืนยันโมเมนตัมแนวโน้มขาขึ้น RSI เป็นกลาง หมายความว่าหุ้นยังไม่ overbought แม้จะมีการทะลุกรอบ — ยังมีพื้นที่ให้ขยับขึ้นต่อไป กฎจากฐานความรู้: “ในตลาดมีแนวโน้ม ตัวบ่งชี้โมเมนตัม (เช่น RSI) จะติด (อยู่ในโซน Overbought นานเกินไป) ซึ่งอาจทำให้เราขายเร็วเกินไป” สิ่งนี้ใช้ได้โดยตรง — RSI ที่เป็นกลางในขาขึ้นที่แข็งแกร่งนั้นสนับสนุน ไม่ใช่เตือนให้ระวัง
    • การตีความ Big Lot: การซื้อขายรายใหญ่รายการเดียวจำนวน 734,000 หุ้น ที่ 35.00 บาท (25.68 ล้านบาท) ในวันที่ 1 สิงหาคม ทำที่ราคาเลขกลม สอดคล้องกับการโอนย้ายของสถาบันหรือการปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอ ไม่สามารถประเมินส่วนเพิ่มหรือส่วนลดได้หากไม่มีราคาระหว่างวันที่ 1 ส.ค. เนื่องจากเป็นเหตุการณ์เดี่ยวที่ไม่ซ้ำ นี่คือการซื้อขายรายใหญ่ตามปกติ — ไม่ใช่สัญญาณการสะสมหรือกระจายเชิงกลยุทธ์ ข้อมูลเก่า (9 วัน) ผลกระทบต่อการตัดสินใจต่ำ
    • การตีความ Short-Selling: สัดส่วนมูลค่า Short 2.30% ด้วยจำนวนหุ้นที่ขอร์ต 168,400 หุ้น ณ 1 สิงหาคม สัดส่วนคงค้าง 0.85% (~7.0 ล้านหุ้น) แสดงถึงสถานะขาลงระดับปานกลาง ในบริบทของการทะลุกรอบที่ยืนยันแล้วด้วยปริมาณขยายตัวและการสะสม NVDR ดอกเบี้ย Short นี้เป็นบวกจริงๆ — มันเป็นเชื้อเพลิงที่มีศักยภาพสำหรับการรีบาวด์จากการ cover สถานะ Short หากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม อย่าพูดเกินจริง — สัดส่วนคงค้าง 0.85% ยังไม่ถึงระดับที่จะเกิด Squeeze
    • การตีความ NVDR: การสะสม NVDR ที่แข็งแกร่ง: ซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วัน, สัดส่วนสุทธิ 56.85% (สูงกว่าเกณฑ์ 15–20% อย่างมาก), มูลค่าสุทธิสะสม 3 วัน 421 ล้านบาท, การซื้อขายมีสภาพคล่อง (>100 ล้านบาท), และอัตราส่วน Volume Spike ที่ 1.27 (เข้าใกล้แต่ไม่เกินเกณฑ์ 2.0 เท่า) เครื่องมือ NVDR จัดประเภทสิ่งนี้ว่า “Bullish / Strong / Accumulate” นี่คือหนึ่งในสัญญาณ NVDR ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้น 9 ตัวที่สแกนวันนี้ เป็นรองเพียง PTTGC ที่ 61.42%
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: ยืนยันการสะสม — NVDR แสดงการซื้อต่อเนื่องของต่างชาติ (4 วัน), ปริมาณยืนยันการทะลุกรอบ (ขยายตัว), และราคากำลังยืนยัน (Breakout-Up) นี่คือการสอดคล้องของเทคนิคและกระแสเงินที่แข็งแกร่งที่สุดของหุ้นตัวใดๆ ที่สแกนวันนี้ Big Lot เป็นกลาง, Short-selling ระดับปานกลางแต่จัดการได้ ปัญหาเดียวคือการทะลุกรอบเกิดขึ้นแล้ว และ RRR สำหรับการเข้าใหม่ด้อยค่าลง

    ฐานรองรับทางปัจจัยพื้นฐาน: RCL รายงานกำไรสุทธิปี 2568 ที่ 8,167 ล้านบาท (−10.9% YoY สาเหตุหลักจากค่าเงินบาทแข็งค่า) บริษัทเสนอเงินปันผลรวม 2.50 บาท/หุ้นสำหรับปี 2568 (จ่ายระหว่างกาลแล้ว 1.00 บาท, เหลือ 1.50 บาทขึ้นอยู่กับการอนุมัติของ AGM วันที่ 17 เม.ย. 2569, จ่าย 15 พ.ค. 2569) ที่ราคา 35.00 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล ~7.1% — สูงที่สุดตัวหนึ่งในบรรดาหุ้นที่สแกนวันนี้ บริษัทมีงบดุลที่แข็งแกร่ง กำลังขยายสู่ตลาดเกิดใหม่ (ละตินอเมริกา) และปรับปรุงกองเรือเพื่อประสิทธิภาพการใช้พลังงาน EPS ไตรมาส 2/2569 ประมาณการที่ ~2.02 บาท (TradingView) ทำให้ P/E ต่อท้ายประมาณ 4.3 เท่า — ถูกมากสำหรับบริษัทขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่มีโมเมนตัมกำไรเป็นบวก

    ⚠️ การแจ้งเตือนความสมบูรณ์ของแหล่งข้อมูล: บทความ Yahoo Finance เกี่ยวกับ “RCL Stock Worth Buying After Its Strong 2026 Earnings Outlook” กล่าวถึง Royal Caribbean Cruises (NYSE: RCL) ไม่ใช่ Regional Container Lines (SET: RCL) แหล่งข้อมูลนี้ถูกคัดออกจากการวิเคราะห์ TradingView RCL forecast และข่าวประชาสัมพันธ์ของ RCL Group เป็นแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับ SET:RCL

    ข้อกล่าวอ้างที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่มีจุดยึด Fibonacci ใดๆ


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: บริหารสถานะถือ (สำหรับผู้ถือเดิม) — ห้ามเพิ่มสถานะที่ราคาปัจจุบัน
    • โซนเข้า (ผู้ถือเดิม): มีสถานะแล้ว การทะลุกรอบเกิดขึ้นแล้ว ปล่อยให้กำไรวิ่งตามแนวโน้ม
    • โซนเข้า (ใหม่ — เฉพาะเมื่อย่อตัว): 34.25–35.00 (ย่อตัวมาที่แนวรับ/โซน Stop และระดับราคาทำรายการ Big Lot)
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (ใหม่ — เฉพาะเมื่อย่อตัว): ราคาย่อกลับมาที่ 34.25–35.00 พร้อมปริมาณลดลง (การย่อตัวอย่างมีระเบียบ ไม่ใช่การกระจาย), RSI ถือเหนือ 40, และ NVDR ยังคงสถานะซื้อสุทธิ นี่จะให้ RRR ที่ดีขึ้นอย่างมาก
    • เป้าหมาย 1: 38.00 (เป้าหมายที่ให้มา; ระดับแนวต้านถัดไป)
    • เป้าหมาย 2: ไม่สามารถใช้งานได้ — ไม่พบราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์สำหรับ SET:RCL โดยเฉพาะ TradingView forecast แสดงเพียงราคาปัจจุบันที่ 35.00 และ EPS ไตรมาส 2 ที่ 2.02
    • จุดตัดขาดทุน: 34.25 (ระดับจุดตัดที่ให้มา; แนวรับเชิงโครงสร้าง)
    • Trailing Stop (สำหรับผู้ถือเดิม): ยกจุดตัดขึ้นเป็น 35.00 (เท่าทุน; แนวรับจิตวิทยาที่ระดับการทำรายการ Big Lot) จากนั้นลากใต้จุดต่ำสุดสวิง 5 วันของราคาปิดรายวันขณะที่แนวโน้มดำเนินไปสู่ 38.00
    • อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1 (ที่ราคาเข้า 36.50): RRR = 0.75 (ความเสี่ยง: 36.50 − 34.25 = 2.25; ผลตอบแทน: 38.00 − 36.50 = 1.50; 1.50/2.25 = 0.67) RRR ที่ให้มา 0.75 ใกล้เคียงถูกต้อง ค่านี้ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างเด็ดขาด — ไม่มีเหตุผลในการเข้าใหม่ที่ 36.50
    • อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1 (ที่เข้าย่อตัว 34.50): RRR = 14.00 (ความเสี่ยง: 34.50 − 34.25 = 0.25; ผลตอบแทน: 38.00 − 34.50 = 3.50; 3.50/0.25 = 14.00) นี่แสดงให้เห็นว่าทำไมการรอการย่อตัวจึงจำเป็น — RRR ดีขึ้นอย่างมาก
    • จังหวะเวลาการดำเนินการ: การทะลุกรอบกำลังดำเนินอยู่ อย่าไล่ราคา หากมีสถานะอยู่แล้ว ให้คงไว้และตามด้วย trailing stop หากไม่มีสถานะ ให้วางคำสั่งจำกัด (limit order) ใกล้ 34.25–35.00 และรอ
    • ห้ามเข้าเด็ดขาด หาก (การเข้าใหม่):

    1. ราคาอยู่เหนือ 35.50 (RRR ไม่เป็นที่ยอมรับเหนือระดับนี้)

    2. NVDR พลิกเป็นขายสุทธิติดต่อกัน ≥2 วัน (แนวคิดการสะสมพังทลาย)

    3. ปริมาณแห้งลงและราคาชะลอที่แนวต้าน 37.00 (โมเมนตัมหมดแรง)

    ตัวกระตุ้นการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY) (สำหรับการเข้าใหม่): ราคาย่อตัวมาที่ 34.25–35.00 พร้อมปริมาณลดลง และ RSI > 40 NVDR ยังคงสถานะซื้อสุทธิ เข้าที่ 34.50, จุดตัดที่ 34.25, เป้าหมายที่ 38.00 ให้ RRR 14.00
    • ปรับลดเป็น ขาย (SELL) (ผู้ถือเดิม): ปิดรายวันต่ำกว่า 34.25 ด้วยปริมาณขยายตัว (จุดตัดถูกชน; ขาขึ้นไม่ถูกต้อง) และปรับลดหาก NVDR พลิกเป็นขายสุทธิต่อเนื่อง ≥3 วัน

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น NVDR ยังคงซื้อสุทธิ; ปริมาณยังสูง; ราคาผ่านแนวต้าน 37.00 ด้วยปริมาณขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มดำเนินต่อ; ราคาไปถึง 38.00 (เป้าหมาย 1), อาจขยายไปถึง 40+ ในหลายสัปดาห์; การ cover สถานะ Short ช่วยขยายการเคลื่อนไหว ราคาปิดต่ำกว่า 35.00 (trailing stop) ด้วยปริมาณขยายตัว
    กรณีฐาน ราคาพักตัวระหว่าง 35.00–37.00 หลังการทะลุกรอบ; ปริมาณกลับสู่ปกติ; การสะสม NVDR ดำเนินต่อในอัตราที่ช้าลง การพักตัวอย่างมีระเบียบ; ผู้ถือเดิมคงไว้ด้วย trailing stop; ไม่มีการเข้าใหม่; ผลตอบแทนจากเงินปันผลช่วยพยุง เส้นขอบเขตใดทะลุด้วยปริมาณ
    กรณีขาลง NVDR พลิกเป็นขายสุทธิ; ราคาลงต่ำกว่า 34.25 ด้วยปริมาณขยายตัว; สภาพแวดล้อมค่าระวางเรือทรุดลง ขาขึ้นไม่ถูกต้อง; จุดตัดถูกชน; ราคามุ่งสู่แนวรับถัดไปใต้ 34.25 (ไม่ระบุ); แนวคิดปัจจัยพื้นฐานต้องประเมินใหม่ ราคากลับมายืนเหนือ 34.25 ภายใน 2 เซสชันด้วยปริมาณแข็งแกร่ง

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 (น่าจะรายงานแล้ว — วันที่แน่นอนไม่ได้รับการยืนยัน): EPS ไตรมาส 2 ประมาณการ 2.02 บาท (TradingView) ด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ RCL และการปรับปรุงประสิทธิภาพกองเรือ ผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาดจะเป็นตัวเร่งบวกเพิ่มเติม
    • เงินปันผล: 2.50 บาท/หุ้น สำหรับปี 2568 (อัตราผลตอบแทน 7.1% ที่ราคา 35.00) AGM อนุมัติ 17 เม.ย. 2569; จ่าย 15 พ.ค. 2569 รอบเงินปันผลถัดไปจะให้ผลตอบแทนสนับสนุนสำหรับผู้ถือ กระแสเงินสดอิสระที่แข็งแกร่งของ RCL สนับสนุนความยั่งยืนของเงินปันผล
    • เสถียรภาพค่าระวางเรือ: ค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์ผันผวน เสถียรภาพหรือการปรับตัวดีขึ้นของค่าระวางเรือในภูมิภาคเอเชียจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อรายได้และแนวโน้มมาร์จิ้นของ RCL
    • การขยายกองเรือและตลาดเกิดใหม่: RCL กำลังขยายสู่ละตินอเมริกาและปรับปรุงกองเรือ การส่งมอบเรือใหม่และการขยายเส้นทางเป็นตัวเร่งการเติบโตของรายได้ที่เพิ่มขึ้น

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: RRR ที่ 0.67–0.75 จากราคาปัจจุบันทำให้การเข้าใหม่ไม่น่าสนใจ ราคาได้เคลื่อนไปแล้ว และการไล่ซื้อตอนทะลุกรอบด้วยจุดตัดที่กว้าง (34.25, ต่ำกว่า 36.50 อยู่ 6.4%) และเป้าหมายที่แคบ (38.00, สูงกว่า 36.50 เพียง 4.1%) นั้นไม่ถูกต้องตามโครงสร้าง ผู้ถือเดิมอยู่ในตำแหน่งที่ดี; ผู้ซื้อใหม่ไม่ได้
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: การสะสม NVDR แม้ว่าจะแข็งแกร่ง แต่แสดงถึงการซื้อ 4 วัน หากสถาบันต่างชาติหยุดหรือกลับทิศ การทะลุกรอบอาจชะลอตัว อัตราส่วน Volume Spike ที่ 1.27 สูงแต่ต่ำกว่าเกณฑ์ความผิดปกติ 2.0 เท่า — นี่คือการซื้อที่สม่ำเสมอ ไม่ใช่ frenzy
    • ความเสี่ยงทางปัจจัยพื้นฐาน: กำไรสุทธิปี 2568 ของ RCL ลดลง 10.9% YoY เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่า หากเงินบาทยังแข็งค่าต่อ จะยังคงเป็นแรงต้านสำหรับบริษัทที่มีรายได้ค่าระวางเป็นสกุล USD เป็นหลัก การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เป็นอุตสาหกรรมที่เป็นวัฏจักร — ความสามารถในการทำกำไรในปัจจุบันอาจไม่ยั่งยืนหากสภาวะการค้าโลกแย่ลง
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: RCL เป็นหุ้นขนาดกลาง แม้ว่าข้อมูล NVDR จะแสดงการซื้อขายที่มีสภาพคล่อง (>100 ล้านบาท) แต่วอลุ่ม Big Lot (734,000 หุ้น, 25.68 ล้านบาท) บ่งชี้ถึงความสนใจของสถาบันระดับปานกลาง ควรจัดการ slippage ในการเข้าและออกได้ แต่สูงกว่าหุ้นขนาดใหญ่

    การยกเลิกสมมติฐาน: การปิดรายวันต่ำกว่า 34.25 ด้วยปริมาณขยายตัว แนวคิดการสะสมของ NVDR เป็นโมฆะหาก NVDR พลิกเป็นขายสุทธิติดต่อกัน ≥2 วัน โดยไม่คำนึงถึงราคา


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 2.25 บาท (ราคาเข้า 36.50 − จุดตัด 34.25); หรือ 0.25 บาท (ราคาเข้าย่อตัว 34.50 − จุดตัด 34.25)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: สำหรับผู้ถือเดิม ไม่ต้องดำเนินการใดๆ — สถานะมีกำไร สำหรับการเข้าใหม่ RRR ที่ 0.67 ที่ 36.50 ไม่เป็นที่ยอมรับ หากการย่อตัวมาที่ 34.50 เกิดขึ้นจริง ความเสี่ยงต่อหุ้นจะลดลงเหลือ 0.25 และ RRR ดีขึ้นเป็น 14.00 — สิ่งนี้จะทำให้สามารถกำหนดขนาดสถานะที่มีนัยสำคัญได้ สูตร: จำนวนหุ้น = (มูลค่าพอร์ต × %ความเสี่ยงสูงสุด) ÷ ความเสี่ยงต่อหุ้น อัตราเงินปันผล 7.1% เป็นฐานให้กับนักลงทุนที่เน้นผลตอบแทนและสามารถทนต่อการขาดทุนระหว่างทางที่กว้างขึ้น

    8. ทะเบียนข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคขาเข้า 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน โครงสร้างหลัก: ยืนยัน Breakout-Up, ปริมาณขยายตัว, ขาขึ้น, RRR 0.75
    RAG Knowledge Main 10 ส.ค. 2569 (เรียกข้อมูล) มีอยู่ ยืนยันการทะลุกรอบ + ปริมาณ = ช่วง Markup; กฎการตามแนวโน้มใช้ได้
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG 1 ส.ค. 2569 เก่า (9 วัน) ผลกระทบต่ำ — รายการใหญ่ตามปกติรายการเดียวที่ 35.00; เป็นกลาง
    Query Short Stock Daily จาก RAG 1 ส.ค. 2569 เก่า (9 วัน) ผลกระทบปานกลาง — สัดส่วน 2.30%; เชื้อเพลิง short-covering ที่อาจเกิดขึ้น
    NVDR Analyzer 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน วิกฤต — ซื้อต่อเนื่อง 4 วัน, สัดส่วน 56.85%, 421 ล้านบาท, สภาพคล่อง, “Strong Accumulate”
    Tavily Search 10 ส.ค. 2569 (ค้นหา) มีอยู่ (พร้อมการแจ้งเตือนแหล่งข้อมูล) กำไรปี 2568 8,167 ล้านบาท; เงินปันผล 2.50; EPS ไตรมาส 2 ~2.02; ⚠️ บทความ Yahoo คือ NYSE:RCL ไม่ใช่ SET:RCL

    แหล่งข้อมูลภายนอก (พร้อมวันที่เผยแพร่):

    • TradingView — RCL forecast (ล่าสุด). ราคาปัจจุบัน 35.00; EPS ไตรมาส 2 2.02.
    • RCL Group Press Release — “RCL reports 2025 results” (via Container News, 5 ส.ค. 2569) กำไรสุทธิ 8,167 ล้านบาท (−10.9% YoY); เงินปันผล 2.50/หุ้น; AGM 17 เม.ย. 2569; จ่าย 15 พ.ค. 2569.
    • RCL Group Press Release — Operations update (ไม่ระบุวันที่). การปรับปรุงกองเรือ, การขยายสู่ละตินอเมริกา, โครงการประสิทธิภาพพลังงาน

    ⚠️ การแจ้งเตือนความสมบูรณ์ของแหล่งข้อมูล: บทความ Yahoo Finance ชื่อ “Is RCL Stock Worth Buying After Its Strong 2026 Earnings Outlook?” กล่าวถึง Royal Caribbean Cruises (NYSE: RCL) ไม่ใช่ Regional Container Lines (SET: RCL) แหล่งข้อมูลนี้ถูกระบุว่าสัญลักษณ์ไม่ตรงกันและถูกคัดออก ตรวจสอบ SET vs. NYSE ทุกครั้งเมื่อค้นหาหุ้นไทยที่มีสัญลักษณ์ซ้ำ

    ช่องว่างข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ: ข้อมูล Big Lot และ Short-Selling เก่า 9 วัน ไม่พบราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์สำหรับ SET:RCL ไม่ได้ระบุค่า EMA แม้จะมีช่องว่างเหล่านี้ ความแข็งแกร่งของสัญญาณทางเทคนิค (Breakout-Up + ปริมาณขยายตัว) และกระแสเงิน (การสะสม NVDR 4 วัน) รวมกันสนับสนุนความเชื่อมั่นระดับสูงสำหรับคำแนะนำให้ถือในปัจจุบัน


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    ถือ (HOLD) — RCL เป็นหุ้นเดียวที่สแกนวันนี้ที่มีการทะลุกรอบที่ยืนยันแล้วและกำลังดำเนินอยู่ (Breakout-Up + ปริมาณขยายตัว + MACD crossover + Keltner ชันขึ้น) NVDR ยืนยันด้วยการสะสมต่อเนื่อง 4 วันที่สัดส่วนสุทธิ 56.85% (421 ล้านบาท) นี่คือหุ้นที่สัญญาณเทคนิคและกระแสเงินสอดคล้องกันมากที่สุดในบรรดา 9 ตัววันนี้ ผู้ถือเดิมควรปล่อยให้กำไรวิ่งตามแนวโน้มโดยปรับ trailing stop ขึ้นไปที่ 35.00 และจุดตัดขาดทุนตายตัวที่ 34.25 อย่างไรก็ตาม RRR ที่ 0.75 จากราคาปัจจุบันทำให้การเข้าใหม่ไม่ถูกต้องตามโครงสร้าง — อย่าไล่ราคา รอการย่อตัวมาที่ 34.25–35.00 เพื่อเข้าใหม่ด้วย RRR ที่ดีขึ้นอย่างมาก อัตราเงินปันผล 7.1% และ P/E ที่ถูก (~4.3 เท่า) เป็นแรงสนับสนุนทางปัจจัยพื้นฐานสำหรับผู้ถือที่อดทน

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T21:19:00.352+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:RCL|company_name:Regional Container Lines Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:HOLD|target_price_1:38|entry_price:36.5|sell_price:38|stop_loss_level:34.25|chart_timeframe:1D|volume_status:EXPANDING_ON_BREAKOUT|immediate_support:34.25|immediate_resistance:37|risk_reward_ratio:0.75|volatility_squeeze_status:Breakout-Up|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Strong|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*


    📊 บทสรุปผู้บริหาร 4 บรรทัด (RCL)

    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: RCL อยู่ในขาขึ้นต่อเนื่องที่แข็งแกร่ง โดยทะลุกรอบ Breakout-Up สำเร็จ และมีสัญญาณ MACD Crossover ยืนยันโมเมนตัม ตลาดอยู่ในช่วง Markup ที่ทำกำไรได้ดีที่สุด
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำ HOLD (ถือ) สำหรับผู้มีสถานะเดิม ปรับจุดตัดขาดทุนขึ้นเป็น 35.00 บาท ห้ามเพิ่มสถานะที่ราคาปัจจุบัน รอซื้อใหม่หากย่อตัวมาที่ 34.25-35.00 โดยมีเป้าหมายแรกที่ 38.00
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] ปริมาณการซื้อขายที่ขยายตัวยืนยันการทะลุกรอบ ขณะที่ Smart Money ต่างชาติ (NVDR) กำลังสะสมหนักหน่วงด้วยสัดส่วนซื้อสุทธิ 56.85% ติดต่อกัน 4 วัน สัญญาณดีแต่ R/R ไม่เหมาะ คุ้มค่าแก่การติดตามต่อ
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 34.25 บาท หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ให้ยกเลิกแผนทันที

    PTTGC

    Trading Chart

    นี่คือรายงานการตัดสินใจสำหรับ PTTGC ฉบับแปลเป็นภาษาไทยโดยรักษารายละเอียดเดิมทั้งหมด:


    รายงานการตัดสินใจ SET: PTTGC — บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การปฏิบัติหลัก ถือ (HOLD)
    การปฏิบัติสำหรับผู้ถืออยู่ ถือต่อ; คงจุดตัดขาดทุนที่ 36.00; การสะสมของ NVDR สนับสนุนสถานะที่มีอยู่ แต่ไม่ควรเพิ่มสถานะก่อนผลประกอบการไตรมาส 2/2569 (13 ส.ค.)
    มุมมองทิศทาง เป็นบวกอย่างระมัดระวัง (ขับเคลื่อนโดย NVDR) / มีความท้าทายด้านปัจจัยพื้นฐาน
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วัน หลังผลประกอบการ)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 37.25 บาท (Yahoo Finance, ล่าสุด; ราคาเปิดที่ยุติธรรมโดยประมาณ ณ 10 ส.ค. คือ 37.33)
    วันที่ของราคา 10 สิงหาคม 2569 (วันที่ออกรายงาน)
    สถานะรูปแบบการเข้า รอสัญญาณกระตุ้น (การทะลุเหนือ 38.50) — และรอผลประกอบการไตรมาส 2/2569 (13 ส.ค.)

    หัวใจการตัดสินใจ: PTTGC นำเสนอสัญญาณการสะสมของ NVDR ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นทั้งหมดที่สแกนวันนี้ — ซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วัน, สัดส่วนสุทธิ 61.42%, และมูลค่าสุทธิสะสม 3 วัน 2.34 พันล้านบาท บนสภาพคล่องเต็มรูปแบบ เครื่องมือวิเคราะห์ NVDR จัดประเภทสิ่งนี้ว่า “Bullish / Strong / Accumulate” นี่คือการสะสมของสถาบันต่างชาติในหุ้นปิโตรเคมีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างทางเทคนิคอ่อนแอ: แนวโน้มไซด์เวย์ด้วย Keltner แบนราบ, RRR 1.00 (ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างเด็ดขาด) และผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะประกาศในวันที่ 13 สิงหาคม — อีกเพียง 3 วัน — ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากเหตุการณ์สองทาง ผู้ถือเดิมควรคงสถานะด้วยจุดตัดขาดทุนหนักแน่นที่ 36.00 ไม่มีเหตุผลเพียงพอสำหรับการเข้าใหม่ก่อนผลประกอบการ หลังผลประกอบการ หากผลลัพธ์สนับสนุนแนวคิดการสะสมของ NVDR การทะลุเหนือ 38.50 อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เข้าซื้อ


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง ไซด์เวย์, พักตัว, อยู่ในภาวะ Squeeze, Keltner แบนราบ; กรอบ 36.75–38.50 เป็นกลาง สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งลงในภาวะ Squeeze; MACD crossover เป็นขาขึ้น; RSI เป็นกลาง เป็นบวกเล็กน้อย (MACD crossover) ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งคืนจากเครื่องมือ ไม่สามารถใช้งานได้ N/A
    Short Selling สัดส่วนมูลค่า Short 3.11% ณ 1 ส.ค.; สัดส่วนคงค้าง 0.84%; ปานกลาง แรงกดดันขาลงปานกลาง ปานกลาง (ข้อมูลเก่า — 1 ส.ค.)
    NVDR สัดส่วนซื้อสุทธิ 61.42%, ซื้อต่อเนื่อง 4 วัน, มูลค่าสะสม 3 วัน 2.34 พันล้านบาท, สภาพคล่อง (>100 ล้านบาท); เครื่องมือระบุ “Strong Accumulate” ยืนยันการสะสม สูง
    ข่าวสารและตัวเร่ง ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันที่ 13 ส.ค. (3 วัน); Fitch ปรับแนวโน้มเป็น Negative; Forward P/E 44.84; P/BV 0.56; EPS ย้อนหลัง -2.54; ราคาเป้าหมายฉันทามติ 38.29 ผสม — ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ใกล้เข้ามา; มูลค่าเป็นระดับวิกฤต สูง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/BV 0.56 (มูลค่าลึก) แต่ EPS ย้อนหลัง -2.54 (ขาดทุน); EBITDA คาดฟื้นตัวเป็น 22 พันล้านบาทในปี 2569 จาก 15 พันล้านบาทในปี 2568 ผสม — มูลค่าลึกแต่กำไรติดลบ สูง

    ความสอดคล้องโดยรวม: ผสม — สัญญาณการสะสมของ NVDR ได้รับการยืนยัน (ต่อเนื่อง 4 วัน, สัดส่วนแข็งแกร่ง, สภาพคล่องสูง) ซึ่งอาจเป็นสัญญาณกระแสเงินเดี่ยวที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้น 9 ตัวที่สแกนวันนี้ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเทคนิคไซด์เวย์ด้วย RRR 1.00, ผลประกอบการไตรมาส 2 ที่กำลังรออยู่ (เหตุการณ์สองทาง), แนวโน้ม Fitch Negative และ EPS ติดลบ สร้างแรงต้านด้านปัจจัยพื้นฐานที่ป้องกันการจัดประเภทเป็น “การสะสมที่น่าจะเป็น” ผลสุทธิคือ ผสม แต่มีน้ำหนักไปทางบวกจาก NVDR


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ — พักตัวระหว่างแนวรับ 36.75 และแนวต้าน 38.50 ด้วย Keltner Channel แบนราบ หุ้นเคลื่อนไหวในกรอบ ไม่ใช่มีแนวโน้ม
    • วัฏจักรตลาด: การสะสมช่วงปลาย (ขับเคลื่อนโดยกระแสเงิน) / การพักตัว (ขับเคลื่อนโดยราคา) — ข้อมูล NVDR บ่งชี้อย่างมากว่าสถาบันต่างชาติกำลังสะสม แต่ราคายังไม่ได้สะท้อนสิ่งนี้ ภาวะ Squeeze และปริมาณที่แห้งลงบ่งชี้ว่าการเคลื่อนไหวตามทิศทางกำลังใกล้เข้ามา MACD crossover ให้สัญญาณโมเมนตัมขาขึ้นภายในกรอบ
    • แนวรับสำคัญ: 36.75 (ทันที); 36.00 (ระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มา — ต่ำกว่าแนวรับทันที 0.75 เป็นบัฟเฟอร์เชิงโครงสร้าง)
    • แนวต้านสำคัญ: 38.50 (ทันที); 40.50 (เป้าหมายที่ 1 ที่ให้มา)
    • โมเมนตัม: สถานะ MACD คือ “Crossover” — ฐานความรูระบุว่านี่คือสัญญาณซื้อ ในตลาดไซด์เวย์ MACD crossover เป็นหนึ่งในสัญญาณโมเมนตัมไม่กี่อย่างที่ใช้ได้ เนื่องจากตัวบ่งชี้ตามแนวโน้ม (EMA) สร้างสัญญาณหลอกในกรอบ RSI เป็นกลาง การรวมกันของ MACD crossover + ภาวะ Squeeze + ปริมาณแห้งลง เป็นรูปแบบก่อนการทะลุกรอบแบบคลาสสิก — แต่ทิศทางยังไม่ได้รับการยืนยัน
    • การตีความ Big Lot: ไม่สามารถใช้งานได้
    • การตีความ Short Selling: สัดส่วนมูลค่า Short 3.11% ด้วยจำนวนหุ้นที่ขอร์ต 807.6K หุ้น ณ 1 สิงหาคม สัดส่วนคงค้าง 0.84% (~37.9 ล้านหุ้น) แสดงถึงสถานะขาลงระดับปานกลาง นี่ไม่รุนแรงแต่ก็สังเกตได้สำหรับหุ้นปิโตรเคมีขนาดใหญ่ หากการสะสม NVDR ยังดำเนินต่อไปและราคาทะลุเหนือ 38.50 สถานะ Short เหล่านี้อาจเป็นเชื้อเพลิงให้เกิดการรีบาวด์จากการ cover สถานะ Short
    • การตีความ NVDR: นี่คือสัญญาณ NVDR ที่แข็งแกร่งที่สุดของทั้ง 9 หุ้นในวันนี้และน่าจะเป็นการค้นพบที่สำคัญที่สุดในรายงานนี้ การซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วัน (ตรงตามและเกินเกณฑ์ 3–5 วัน), สัดส่วนซื้อสุทธิ 61.42% (สูงกว่าเกณฑ์ 15–20% อย่างมาก และสูงกว่า GPSC ที่ 38.19% อย่างมีนัยสำคัญ), และมูลค่าสุทธิสะสม 3 วันประมาณ 2.34 พันล้านบาท บนการซื้อขายที่มีสภาพคล่อง (>100 ล้านบาท) แสดงถึงสัญญาณการสะสมของต่างชาติที่ยืนยันแล้ว เครื่องมือ NVDR จัดประเภทสิ่งนี้เป็น “Bullish / Strong / Accumulate (Early Accumulation)” โดยไม่มีคำเตือนด้านสภาพคล่อง อัตราส่วน Volume Spike ที่ 0.03 (เป็นกลาง) หมายความว่านี่คือการซื้อที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ไม่ใช่การพุ่งขึ้นวันเดียว — ซึ่งเป็นรูปแบบการสะสมของสถาบันที่กรอบ NVDR ออกแบบมาเพื่อตรวจจับ
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: NVDR ให้สัญญาณการสะสมที่ยืนยันแล้ว — เป็นสัญญาณกระแสเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในการสแกนวันนี้ Short-selling ให้กระแสเงินสวนทางระดับปานกลาง Big Lot ไม่สามารถใช้งานได้ ราคาอยู่ในภาวะไซด์เวย์ใน Squeeze — ยังไม่ยืนยันการสะสมด้วย Price Action ขาขึ้น ภาพรวมคือการสะสมขาขึ้นที่ขับเคลื่อนโดย NVDR ซึ่งยังไม่ได้สะท้อนในราคา นี่คือการตั้งค่าคลาสสิกที่กระแสเงินนำหน้าราคา — เป็นความแตกต่างที่มักนำหน้าการทะลุกรอบ แต่เฉพาะเมื่อตัวเร่งด้านปัจจัยพื้นฐาน (ผลประกอบการไตรมาส 2) สนับสนุนเท่านั้น

    ความท้าทายด้านปัจจัยพื้นฐาน (บริบทวิกฤต):

    รายการ รายละเอียด
    EPS ย้อนหลัง 12 เดือน −2.54 บาท (ขาดทุน)
    Forward P/E 44.84× (แพงเมื่อเทียบกับกำไรล่วงหน้า)
    P/BV 0.56× (มูลค่าลึก — ต่ำกว่าบุ๊ค)
    Fitch Rating BBB− / AA−(tha), แนวโน้ม Negative (ปรับเมื่อ 6 มี.ค. 2569)
    EBITDA ปี 2569E ~22 พันล้านบาท (Fitch) ฟื้นตัวจาก 15 พันล้านบาทในปี 2568
    ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 38.29 (ฉันทามติ Yahoo Finance)
    ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 13 สิงหาคม 2569 (3 วันนับจากวันที่ออกรายงาน)
    EPS ที่คาด ~2.02 บาท (ฉันทามติ StockInvest.us)

    การสะสมของ NVDR กำลังเกิดขึ้นในหุ้นที่มีกำไรย้อนหลังติดลบและแนวโน้ม Fitch Negative — นี่ทำให้สัญญาณกระแสเงินยิ่งมีนัยสำคัญมากขึ้น สถาบันต่างชาติกำลังซื้อในช่วงขาลง โดยเดิมพันกับการฟื้นตัวของ EBITDA จาก 15 พันล้านบาท (2568) เป็น 22 พันล้านบาท (2569E) P/BV ที่ 0.56× เป็นเขตมูลค่าลึก — ตลาดกำลังตั้งราคา PTTGC ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ซึ่งสำหรับบริษัทปิโตรเคมีที่มีสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (โรงกลั่น, โรงงานเคมี) มักแสดงถึงจุดต่ำสุดของวัฏจักร กระแส NVDR ชี้ว่า Smart Money มองเห็นมูลค่า ณ ระดับเหล่านี้

    อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ในวันที่ 13 สิงหาคม เป็นเหตุการณ์สองทางที่จะพิสูจน์หรือลบล้างแนวคิดนี้ EPS ฉันทามติประมาณ 2.02 บาท บ่งชี้ถึงการกลับมามีกำไร แต่หากพลาดก็อาจเร่งการปรับตัวลง

    ข้อกล่าวอ้างที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่มีจุดยึด Fibonacci ใดๆ ราคาปัจจุบันมาจาก Yahoo Finance และ StockInvest.us


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: บริหารสถานะถือ (สำหรับผู้ถือเดิม) + การทะลุกรอบ (เข้าใหม่ หลังจากผลประกอบการเท่านั้น)
    • โซนเข้า (ผู้ถือเดิม): มีสถานะอยู่แล้ว คงจุดตัดขาดทุนที่ 36.00
    • โซนเข้า (ใหม่ — หลังจากผลประกอบการเท่านั้น): 37.50 (ราคาเข้าที่ให้มา) ถึง 38.50 (ยืนยันการทะลุกรอบ)
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (ใหม่ — หลังจากผลประกอบการ): ปิดรายวันเหนือ 38.50 ด้วยปริมาณ ≥1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน (~29 ล้านหุ้น), RSI > 55, และ MACD histogram ขยายกว้าง NVDR ต้องคงสถานะซื้อสุทธิ (วันที่ 5 ติดต่อกันหรือมากกว่า) ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 (13 ส.ค.) ต้องเผยแพร่และถูกดูดซับโดยไม่มี Gap ลบ
    • เป้าหมาย 1: 40.50 (เป้าหมายที่ให้มา; แนวต้านระหว่างทางเหนือระดับทะลุกรอบ 38.50)
    • เป้าหมาย 2: 38.29 (ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์จาก Yahoo Finance — โดยพื้นฐานแล้วเท่ากับโซนทะลุกรอบ ไม่ใช่เป้าหมายที่มีประโยชน์)
    • เป้าหมาย 3: 41.75 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์ — เป็นเป้าหมายในฝัน)
    • จุดตัดขาดทุน: 36.00 (ระดับจุดตัดที่ให้มา; ต่ำกว่าแนวรับทันทีที่ 36.75 อยู่ 0.75 บาท เป็นบัฟเฟอร์เชิงโครงสร้าง)
    • Trailing Stop: สำหรับผู้ถือเดิม คงจุดตัดเด็ดขาดที่ 36.00 หลังจากการทะลุกรอบที่ยืนยันเหนือ 38.50 ให้ยกจุดตัดขึ้นเป็นเท่าทุน แล้วตามด้วยการลากใต้จุดต่ำสุดสวิง 5 วันจากราคาปิดรายวัน
    • อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1 (ณ จุดเข้า 37.50): RRR = 1.00 (ความเสี่ยง: 37.50 − 36.00 = 1.50; ผลตอบแทน: 40.50 − 37.50 = 3.00; 3.00/1.50 = 2.00) — รอเดี๋ยวนะครับ — นั่นได้ RRR 2.00 ไม่ใช่ 1.00 ให้ผมคำนวณใหม่อย่างระมัดระวัง: RRR ที่ให้มาคือ 1.00 ใช้ตัวเลขที่ให้มา: (40.50 − 37.50)/(37.50 − 36.00) = 3.00/1.50 = 2.00 RRR ที่ให้มา 1.00 ดูเหมือนจะเป็นการคำนวณที่คลาดเคลื่อน การแก้ไข: RRR ที่แท้จริงคือ 2.00 — ซึ่งตรงตามเกณฑ์ที่ต้องการ นี่คือข้อค้นพบบวกที่มีนัยสำคัญ
    • จังหวะเวลาการดำเนินการ: ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันที่ 13 ส.ค. 2569 (อีก 3 วัน) เป็นเหตุการณ์ครอบงำ ไม่ควรมีการเข้าใหม่ก่อนที่ผลประกอบการจะเผยแพร่และตลาดได้ดูดซับผลแล้ว การแกว่งตัวที่คาดคือ ±3.40% ในวันซื้อขายแรกหลังผลประกอบการ (StockInvest.us)
    • ห้ามเข้าเด็ดขาด หาก:

    1. ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 (13 ส.ค.) น่าผิดหวังและหุ้นเกิด Gap ต่ำกว่า 36.75

    2. NVDR พลิกเป็นขายสุทธิติดต่อกัน ≥2 วัน (แนวคิดการสะสมพังทลาย)

    3. การทะลุเหนือ 38.50 เกิดขึ้นด้วยปริมาณต่ำกว่าค่าเฉลี่ย (การทะลุหลอก)

    ตัวกระตุ้นการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY) (หลังผลประกอบการ): ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ตรงตามหรือดีกว่าฉันทามติ (~2.02 EPS); ปิดรายวันเหนือ 38.50 ด้วยปริมาณ ≥29 ล้านหุ้น; NVDR คงสถานะซื้อสุทธิ (วันที่ 5+); RSI > 55. RRR ที่แท้จริง 2.00 ไปยังเป้าหมาย 1 (40.50) ตรงตามเกณฑ์ที่ต้องการ
    • ปรับลดเป็น ขาย (SELL) (ผู้ถือเดิม): ปิดรายวันต่ำกว่า 36.00 ด้วยปริมาณขยายตัว (จุดตัดถูกชน) และปรับลดหากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 พลาดฉันทามติอย่างมีนัยสำคัญ และ NVDR พลิกเป็นขายสุทธิ

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น ผลประกอบการไตรมาส 2 ดีเกินคาด; ปิดรายวันเหนือ 38.50 ด้วยปริมาณ ≥29 ล้านหุ้น; NVDR คงซื้อสุทธิ; นัก Short เริ่ม cover สถานะ ภาวะ Squeeze คลี่คลายขึ้นด้านบน; ราคาผ่าน 38.50, มุ่งสู่ 40.50 (เป้าหมาย 1), จากนั้นอาจไปถึง 41.75 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์); แนวคิดการสะสมของ NVDR ได้รับการยืนยัน ราคาปิดกลับลงมาต่ำกว่า 37.50 ภายใน 3–5 เซสชันหลังทะลุกรอบ
    กรณีฐาน ผลประกอบการไตรมาส 2 ตรงตามคาด; ราคายังคงอยู่ 36.75–38.50; Squeeze ดำเนินต่อ; การสะสม NVDR ยังคงอยู่ เคลื่อนไหวในกรอบ; ผู้ถือเดิมคงไว้ด้วยจุดตัด 36.00; การเข้าใหม่รอการทะลุกรอบ เส้นขอบเขตใดทะลุด้วยปริมาณ
    กรณีขาลง ผลประกอบการไตรมาส 2 พลาด; หุ้นเกิด Gap ต่ำกว่า 36.75 ด้วยปริมาณ; NVDR พลิกเป็นขายสุทธิ; ความเสี่ยงการปรับลดอันดับโดย Fitch เพิ่มขึ้น Squeeze คลี่คลายในเชิงลบ; จุดตัด 36.00 ถูกชน; ราคามุ่งสู่แนวรับที่ไม่ระบุต่ำกว่า 36.00; แนวคิดปัจจัยพื้นฐานต้องประเมินใหม่ ราคากลับมายืนเหนือ 36.75 ภายใน 2 เซสชันด้วยปริมาณแข็งแกร่งและตัวเร่งเชิงบวก

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 — 13 สิงหาคม 2569 (3 วันนับจากวันที่ออกรายงาน): นี่คือตัวเร่งครอบงำและเป็นสองทาง ฉันทามติคาด EPS ~2.02 บาท (StockInvest.us) บ่งชี้ถึงการกลับมามีกำไรหลังผลประกอบการย้อนหลังขาดทุน −2.54 การแกว่งตัวหลังผลประกอบการที่คาดคือ ±3.40% การประชุมนักวิเคราะห์ (OPPDAY) จะตามมา — คำแนะนำของผู้บริหารเกี่ยวกับส่วนต่างปิโตรเคมีและความคืบหน้าด้านการลดต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญ
    • การฟื้นตัวของส่วนต่างปิโตรเคมี: Fitch คาดว่าส่วนต่างปิโตรเคมีจะยังอ่อนแอในปี 2569 แต่ EBITDA ฟื้นตัวเป็น 22 พันล้านบาท (จาก 15 พันล้านบาทในปี 2568) สัญญาณใดๆ ของการปรับตัวดีขึ้นของส่วนต่าง — ขับเคลื่อนโดยการฟื้นตัวของอุปสงค์จีน, วินัยด้านอุปทาน, หรือต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง — จะเป็นตัวเร่งบวกที่มีนัยสำคัญ
    • JV เชิงกลยุทธ์ที่อาจเกิดขึ้น (โอเลฟินส์/พอลิโอเลฟินส์): PTTGC ได้ลงนาม MOU แบบไม่ผูกมัดเพื่อสำรวจ JV เชิงกลยุทธ์สำหรับธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย ความคืบหน้าใดๆ ในด้านนี้อาจปลดล็อคมูลค่าและลดความเข้มข้นของเงินลงทุน
    • การคลี่คลายมุมมอง Fitch: Fitch ปรับแนวโน้มเป็น Negative ในเดือนมีนาคม 2569 การกลับมามีกระแสเงินสดอิสระเป็นบวกและการฟื้นตัวของ EBITDA อาจทำให้แนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือมีเสถียรภาพ ในทางกลับกัน การเสื่อมลงเพิ่มเติมอาจทำให้เกิดการลดอันดับ

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: RRR 1.00 (ตามที่ให้มา) ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ — แต่การคำนวณที่แก้ไขแล้วโดยใช้ราคาที่ให้มาได้ RRR 2.00 ความแตกต่างนี้จำเป็นต้องได้รับการสะสาง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มไซด์เวย์ด้วย Keltner แบนราบไม่ให้การสนับสนุนโมเมนตัมเชิงโครงสร้างสำหรับการเข้าทันที
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: การสะสมของ NVDR แม้ว่าจะแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นที่สแกนทั้งหมด แต่เป็นสัญญาณ “Smart Money ซื้อในช่วงขาลง” — ไม่ใช่สัญญาณ “Smart Money ไล่ตามความแข็งแกร่ง” ราคายังไม่ได้ยืนยันการสะสม หากตัวเร่งด้านปัจจัยพื้นฐาน (ผลประกอบการ) น่าผิดหวัง การซื้อของ NVDR อาจหายไปอย่างรวดเร็ว
    • ความเสี่ยงทางปัจจัยพื้นฐาน: PTTGC ขาดทุนบนพื้นฐานย้อนหลัง (EPS −2.54), มีแนวโน้ม Fitch Negative, และดำเนินงานในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ตกต่ำตามวัฏจักร P/BV “มูลค่าลึก” ที่ 0.56× จะเป็นมูลค่าลึกก็ต่อเมื่อมูลค่าทางบัญชีไม่ถูกด้อยค่า — และในวัฏจักรขาลงที่ยืดเยื้อ มูลค่าสินทรัพย์ที่จับต้องได้ก็อาจลดลงได้
    • ความเสี่ยงด้านเหตุการณ์: ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 วันที่ 13 สิงหาคม เป็นเหตุการณ์สองทางที่มีการแกว่งตัวที่คาด ±3.40% การพลาดอาจทำให้เกิด Gap ต่ำกว่า 36.75 ผ่านแนวรับทันที และอาจเข้าใกล้จุดตัด 36.00 นี่คือความเสี่ยงที่มีผลกระทบสูงสุดในระยะใกล้

    การยกเลิกสมมติฐาน: การปิดรายวันต่ำกว่า 36.00 ด้วยปริมาณขยายตัวทำให้โครงสร้างทางเทคนิคและจุดตัดเป็นโมฆะ แนวคิดการสะสมของ NVDR เป็นโมฆะหาก NVDR พลิกเป็นขายสุทธิติดต่อกัน ≥2 วัน โดยไม่คำนึงถึงราคา


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 1.50 บาท (ราคาเข้า 37.50 − จุดตัด 36.00)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: สูตร: จำนวนหุ้น = (มูลค่าพอร์ต × %ความเสี่ยงสูงสุด) ÷ 1.50 ปัดลงเป็นจำนวนเต็มตามหลักทรัพย์ PTTGC เป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง (~29 ล้านหุ้นต่อวันโดยเฉลี่ย, มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 165 พันล้านบาท) ดังนั้นขนาดสถานะถูกจำกัดด้วยพารามิเตอร์ความเสี่ยงของพอร์ตเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาส 2 ที่กำลังรอ (13 ส.ค.) หมายความว่าสถานะก่อนผลประกอบการใดๆ ต้องถูกกำหนดขนาดสำหรับ Gap ที่คาด ±3.40% หากถือว่าผลประกอบการเป็นความเสี่ยงสองทาง ให้พิจารณาลดสถานะที่มีอยู่ลง 25–50% ก่อนเหตุการณ์ หรือยอมรับความเสี่ยงจาก Gap ทั้งหมดด้วยจุดตัดที่มีประสิทธิภาพกว้างขึ้น

    8. ทะเบียนข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคขาเข้า 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน โครงสร้างหลัก: ไซด์เวย์, Squeeze, MACD crossover, ความคลาดเคลื่อนของ RRR
    RAG Knowledge Main 10 ส.ค. 2569 (เรียกข้อมูล) มีอยู่ กฎ Squeeze-breakout; MACD crossover เป็นสัญญาณซื้อ; การยืนยันด้วยปริมาณ
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้งานได้ ลดความสมบูรณ์ของกระแสเงิน; NVDR ชดเชย
    Query Short Stock Daily จาก RAG 1 ส.ค. 2569 เก่า (9 วัน) ผลกระทบปานกลาง — สัดส่วน 3.11% น่าสังเกต; คงค้าง 0.84%
    NVDR Analyzer 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน วิกฤต — สัญญาณ NVDR แข็งแกร่งที่สุดวันนี้: ซื้อต่อเนื่อง 4 วัน, สัดส่วน 61.42%, 2.34 พันล้านบาท, สภาพคล่อง, “Strong Accumulate”
    Tavily Search 10 ส.ค. 2569 (ค้นหา) มีอยู่ ผลประกอบการไตรมาส 2 วันที่ 13 ส.ค.; Fitch Negative Outlook; Forward P/E 44.84; P/BV 0.56; TP 38.29

    แหล่งข้อมูลภายนอก (พร้อมวันที่เผยแพร่):

    • Fitch Ratings — “Fitch Revises Outlook on PTT Global Chemical to Negative; Affirms at ‘BBB−’/’AA−(tha)'” (6 มี.ค. 2569). EBITDA คาดฟื้นตัวเป็น 22 พันล้านบาทในปี 2569; ส่วนต่างปิโตรเคมียังอ่อนแอ; มีการดำเนินการลดต้นทุน
    • Yahoo Finance — PTTGC.BK (ข้อมูล ณ 31 ก.ค. 2569). ปิด 37.25; P/BV 0.56; Forward P/E 44.84; EPS TTM −2.54; TP นักวิเคราะห์ 38.29.
    • StockInvest.us — PTTGC forecast (10 ส.ค. 2569). ผลประกอบการไตรมาส 2 วันที่ 12–13 ส.ค.; EPS ที่คาด 2.02; การแกว่งตัวหลังผลประกอบการ ±3.40%; ราคาเปิดที่ยุติธรรม 37.33.
    • PTTGC IR — กำหนดการประชุมนักวิเคราะห์ไตรมาส 2/2569 (OPPDAY); มีข้อมูลไตรมาส 1/2569

    ข้อค้นพบที่เป็นสาระสำคัญ:

    • การคำนวณ RRR ใหม่: ใช้ราคาที่ให้มา: (40.50 − 37.50)/(37.50 − 36.00) = 3.00/1.50 = 2.00 ไม่ใช่ 1.00 ตามที่ให้มา RRR ที่แท้จริงตรงตามเกณฑ์ที่ต้องการ นี่คือการแก้ไขที่มีสาระสำคัญซึ่งเป็นผลดีต่อรูปแบบ
    • สัญญาณ NVDR แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นทั้ง 9 ตัว — สัดส่วน 61.42% ต่อเนื่อง 4 วัน มูลค่าสะสม 2.34 พันล้านบาท
    • Short-selling ที่ 3.11% อยู่ในระดับปานกลางและอาจเป็นเชื้อเพลิงให้เกิดการรีบาวด์จากการ cover สถานะหากผลประกอบการออกมาดีเกินคาด

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    ถือ (HOLD) — สัญญาณการสะสมของ NVDR ของ PTTGC นั้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นทั้งหมดที่สแกนวันนี้ (สัดส่วนสุทธิ 61.42%, ซื้อต่อเนื่อง 4 วัน, มูลค่าสะสม 2.34 พันล้านบาท) สถาบันต่างชาติกำลังสะสมหุ้นปิโตรเคมียักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่าต่ำมาก (P/BV 0.56×) ก่อนการฟื้นตัวของกำไรที่อาจเกิดขึ้น ผู้ถือเดิมควรคงสถานะด้วยจุดตัดขาดทุนเด็ดขาดที่ 36.00 อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ในวันที่ 13 สิงหาคม (อีก 3 วัน) เป็นเหตุการณ์สองทาง — อย่าเพิ่มสถานะใหม่ก่อนที่ผลจะเผยแพร่และถูกดูดซับ หลังผลประกอบการ หากหุ้นปิดเหนือ 38.50 ด้วยปริมาณขยายตัว และ NVDR คงสถานะซื้อสุทธิ ให้ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ RRR ที่แท้จริง 2.00 ไปยังเป้าหมาย 1 (40.50) ตรงตามเกณฑ์ที่ต้องการ แนวโน้ม Fitch Negative, EPS ติดลบ (−2.54) และส่วนต่างปิโตรเคมีที่อ่อนแอคือแรงต้านด้านปัจจัยพื้นฐานที่การสะสมของ NVDR ต้องเอาชนะให้ได้

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T21:12:53.425+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:PTTGC|company_name:PTT Global Chemical Public Company Limited|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:HOLD|target_price_1:40.5|entry_price:37.5|sell_price:40.5|stop_loss_level:36|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:36.75|immediate_resistance:38.5|risk_reward_ratio:1|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Flat|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    MAGURO

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจ SET: MAGURO — บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การปฏิบัติหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การปฏิบัติสำหรับผู้ถืออยู่ ถือต่อ; คงจุดตัดขาดทุนที่ 18.20; เรื่องการเติบโตของปัจจัยพื้นฐานยังคงไม่เสียหาย
    มุมมองทิศทาง เป็นกลาง (ทางเทคนิค) / ขาขึ้น (ทางปัจจัยพื้นฐาน)
    ความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วันหลังสัญญาณกระตุ้น) / ถือยาว (หลายเดือนสำหรับแนวคิดทางปัจจัยพื้นฐาน)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~17.10 บาท (MSN Money, ล่าสุด); โซนเข้า 18.70 ตามข้อมูลนำเข้า
    วันที่ของราคา 10 สิงหาคม 2569 (วันที่ออกรายงาน)
    สถานะของรูปแบบการเข้า รอสัญญาณกระตุ้น — การคลี่คลายของภาวะ Squeeze; แต่ RRR ทางเทคนิคต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ

    หัวใจการตัดสินใจ: MAGURO นำเสนอความแตกต่างระหว่างปัจจัยทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานที่กว้างที่สุดในบรรดาหุ้นที่สแกนวันนี้ กราฟเป็นไซด์เวย์ กำลังพักตัวในภาวะ Squeeze โดยมี Keltner Channel แบนราบ และ RRR เพียง 1.40 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 ทว่าเรื่องราวทางปัจจัยพื้นฐานกลับเป็นขาขึ้นอย่างยอดเยี่ยม: Finansia Syrus คงคำแนะนำ ซื้อ โดยให้ราคาเป้าหมาย 26.00 (25 มิ.ย. 2569), นักวิเคราะห์ 5 รายมีราคาเป้าหมายฉันทามติที่ 25.97 และบริษัทคาดการณ์การเติบโตของ EPS ที่ 27.4% ในปี 2569 และ 21.3% ในปี 2570 ไตรมาส 1/2569 เป็นจุดต่ำสุด และการขยายสาขาคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในครึ่งหลังของปี 2569 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลกระแสเงินแทบไม่มีเลย (NVDR เป็นสัญญาณรบกวน, Big Lot ไม่สามารถใช้งานได้, Short-sell ไม่สามารถใช้งานได้) และสัญญาณกระตุ้นทางเทคนิคยังไม่เกิดขึ้น ศักยภาพขาขึ้นมหาศาล (ราคาเป้าหมาย 26.00 เทียบกับราคาปัจจุบัน ~17-19 = คิดเป็นขาขึ้น ~37-52%) ทำให้หุ้นนี้เป็นการเฝ้าระวังทางปัจจัยพื้นฐานที่มีความเชื่อมั่นสูง — แต่การเข้าทางเทคนิคต้องรอให้เกิดขึ้นจริง


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง ไซด์เวย์, พักตัว, อยู่ในภาวะ Squeeze, Keltner แบนราบ เป็นกลาง สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งลงในภาวะ Squeeze; MACD Crossover เป็นขาขึ้น (โมเมนตัมกำลังดีดขึ้น); RSI เป็นกลาง ขาขึ้นเล็กน้อย (MACD Crossover ในกรอบ) ปานกลาง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งคืนจากเครื่องมือ ไม่สามารถใช้งานได้ N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูลส่งคืนจากเครื่องมือ ไม่สามารถใช้งานได้ N/A
    NVDR สัดส่วนซื้อสุทธิ 3.18%, เพียง 1 วัน, สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท; เครื่องมือระบุว่า “เป็นกลาง” สัญญาณรบกวน — ไม่มีสัญญาณ ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง Finansia Syrus ซื้อ ราคาเป้าหมาย 26.00 (25 มิ.ย. 2569); ฉันทามตินักวิเคราะห์ 5 ราย ราคาเป้าหมาย 25.97; ปี 2569E EPS 1.37 (+27.4% YoY); ROE 23.2% เป็นบวกอย่างมาก สูง
    การประเมินมูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน P/E 21.3 เท่า ปี 2568E, 16.7 เท่า ปี 2569E; ไม่มีหนี้สินที่มีดอกเบี้ย; อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน 1.6 เท่า; การขยายสาขาเร่งตัวในครึ่งหลังปี 2569 เป็นบวกอย่างมาก สูง

    ความสอดคล้องโดยรวม: ผสม — แนวคิดปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่พบในวันนี้ (กลุ่มภัตตาคารที่เติบโตสูง, ไม่มีหนี้, การขยายสาขาเร่งตัว, ฉันทามตินักวิเคราะห์ ซื้อ) แต่โครงสร้างทางเทคนิค (ไซด์เวย์, RRR 1.40) และข้อมูลกระแสเงินที่หายไปทำให้ไม่สามารถจัดประเภทการสะสมใดๆ ได้ ศักยภาพขาขึ้นทางปัจจัยพื้นฐานอยู่ที่ 37–52% เทียบกับราคาปัจจุบัน แต่การเข้าทางเทคนิคยังไม่ยืนยัน


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ — พักตัวระหว่างแนวรับ 18.20 และแนวต้าน 19.40 โดย Keltner Channel แบนราบ หุ้นมีการเคลื่อนไหวในกรอบ ไม่ใช่มีแนวโน้ม
    • วัฏจักรตลาด: การสะสมช่วงปลาย (ทางปัจจัยพื้นฐาน) / การพักตัว (ทางเทคนิค) — เรื่องราวการเติบโตทางปัจจัยพื้นฐาน (การขยายสาขา, EPS ที่สูงขึ้น) บ่งชี้ถึงการสะสม แต่กราฟยังไม่ได้สะท้อนสิ่งนี้ในโครงสร้างราคา ภาวะ Squeeze และปริมาณที่แห้งลงบ่งชี้ว่าการเคลื่อนไหวตามทิศทางกำลังใกล้เข้ามา
    • แนวรับสำคัญ: 18.20 (ทันที; เป็นระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มาด้วย)
    • แนวต้านสำคัญ: 19.40 (ทันที); 19.20 คือราคาขายที่ให้มา ซึ่งบ่งชี้เพดานระยะกลาง
    • โมเมนตัม: MACD แสดงสัญญาณ “Crossover” — นี่คือจุดสว่างทางเทคนิคเพียงจุดเดียว ในตลาดไซด์เวย์ MACD Crossover สามารถเป็นสัญญาณนำล่วงหน้าของการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม เมื่อประกอบกับภาวะ Squeeze สิ่งนี้ชี้ว่าการคลี่คลายในทางสถิติมีโอกาสสูงที่จะเป็นขาขึ้น RSI เป็นกลาง ไม่ให้สัญญาณซื้อมากเกินไป/ขายมากเกินไป
    • การตีความ Big Lot: ไม่สามารถใช้งานได้
    • การตีความ Short-Selling: ไม่สามารถใช้งานได้
    • การตีความ NVDR: สัดส่วนซื้อสุทธิ 3.18% น้อยมาก — ต่ำกว่าเกณฑ์ 15% อย่างมาก มูลค่าสุทธิสะสม 3 วันเพียง ~2.4 ล้านบาท ในมูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาท นี่คือกระแสเงินระดับรายย่อย ไม่ใช่สถาบัน เครื่องมือจัดประเภทสิ่งนี้ว่า “เป็นกลาง” อย่างถูกต้อง ไม่มีสัญญาณ
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: ข้อมูลกระแสเงินทั้งหมดไม่สามารถใช้งานได้หรือเป็นสัญญาณรบกวน แนวคิดการลงทุนขึ้นอยู่กับเรื่องราวการเติบโตทางปัจจัยพื้นฐาน (รายงานนักวิเคราะห์) และโครงสร้างทางเทคนิค (ภาวะ Squeeze + MACD Crossover) ทั้งหมด ความสอดคล้องโดยรวมเป็นแบบผสม — เรื่องราวปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง แต่ไม่ได้รับการยืนยันจากกระแสเงินหรือ Price Action

    เรื่องราวปัจจัยพื้นฐาน (เหตุผลที่แท้จริงที่น่าสนใจ):

    เมตริกซ์ ปี 2568E ปี 2569E ปี 2570E
    รายได้ (ล้านบาท) 1,834 2,140 2,446
    กำไรสุทธิ (ล้านบาท) 136 173 210
    EPS (บาท) 1.08 1.37 1.67
    การเติบโตของ EPS +34.2% +27.4% +21.3%
    P/E (ณ ~18 บาท) 16.7x 13.1x 10.8x
    ROE — 23.2% —

    Finansia Syrus (25 มิ.ย. 2569) กำหนด P/E ที่ 23 เท่า — สูงที่สุดในกลุ่มภัตตาคาร — โดยให้เหตุผลจากการเติบโตของกำไรที่เหนือกว่าและแผนการขยายสาขาที่ชัดเจนของ MAGURO งบดุลไม่มีหนี้สินที่มีดอกเบี้ย และมีอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน 1.6 เท่า ตัวเร่งที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่นำมาซึ่งลูกค้าต่างชาติ, การปรับราคาอาหาร, ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง และการเปิดสาขาใหม่ ราคาเป้าหมายล่าสุดคือ 26.00 โดยก่อนหน้านี้มีราคาเป้าหมาย 31.60 (ต.ค. 2568)

    ณ ราคาตลาดปัจจุบัน ~17.10 บาท MAGURO ซื้อขายที่เพียง 12.5 เท่าของ EPS ปี 2569E — เป็นส่วนลดที่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ P/E ระดับพรีเมียมของกลุ่มที่ 23 เท่าที่ Finansia Syrus กำหนด ศักยภาพขาขึ้นทางปัจจัยพื้นฐานไปยังราคาเป้าหมาย 26.00 อยู่ที่ ~52%; แม้จะใช้ P/E แบบอนุรักษ์นิยมมากขึ้นที่ 20 เท่าต่อปี 2569E EPS ที่ 1.37 ก็จะให้มูลค่ายุติธรรม 27.40

    ข้อกล่าวอ้างที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่มีจุดยึด Fibonacci ใดๆ ราคาตลาดปัจจุบัน ~17.10 มาจาก MSN Money และอาจแตกต่างจากโซนเข้าที่สมมติของข้อมูลนำเข้าที่ 18.70 ช่องว่างกว้างระหว่างราคาตลาดปัจจุบัน (~17.10) และราคาเข้าจากข้อมูลนำเข้า (18.70) บ่งชี้ว่าหุ้นได้เคลื่อนไหวไปแล้วนับตั้งแต่ข้อมูลทางเทคนิคถูกสร้างขึ้น — ความแตกต่างนี้จำเป็นต้องได้รับการคลี่คลาย


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การทะลุเหนือ 19.40 ด้วยปริมาณขยายตัว (ตัวกระตุ้นทางเทคนิค) หรือการสะสมที่ระดับราคาตกต่ำปัจจุบันสำหรับแนวคิดปัจจัยพื้นฐาน (การเทรดแบบถือยาว)
    • โซนเข้า (แบบสวิง): 18.70 (ตามข้อมูลนำเข้า) — แต่ราคาตลาดปัจจุบันที่ ~17.10 บ่งชี้ว่าอาจมีจุดเข้าที่ดีกว่า
    • โซนเข้า (แบบถือยาว): 17.00–18.00 — สะสมสำหรับแนวคิดปัจจัยพื้นฐานหลายเดือน ณ ส่วนลดที่มีนัยสำคัญจากราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 26.00
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (แบบสวิง): การปิดรายวันเหนือ 19.40 ด้วยปริมาณ ≥1.5× ค่าเฉลี่ยล่าสุด, MACD histogram ขยายกว้าง, และ RSI > 55
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (แบบถือยาว): ทยอยสะสมในช่วง 17.00–18.00 ยอมรับจุดตัดขาดทุนที่กว้างกว่าและกรอบเวลาที่ยาวขึ้น ใช้แนวคิดปัจจัยพื้นฐาน (EPS ปี 2569E 1.37 × 20x P/E = มูลค่ายุติธรรม 27.40) เป็นตัวขับเคลื่อนผลตอบแทนหลัก มากกว่าเป้าหมายทางเทคนิคระยะใกล้
    • เป้าหมาย 1: 19.40 (แนวต้านที่ให้มา; ระดับยืนยันการทะลุกรอบ) — เพียง +3.7% จาก 18.70 ไม่เพียงพอที่จะเป็นเป้าหมายเดี่ยว
    • เป้าหมาย 2: 26.00 (ราคาเป้าหมาย Finansia Syrus, 25 มิ.ย. 2569) — +52% จาก 17.10, เป้าหมายทางปัจจัยพื้นฐาน
    • เป้าหมาย 3: 31.60 (ราคาเป้าหมาย Finansia Syrus ก่อนหน้า, ต.ค. 2568) — เป็นเป้าหมายในฝัน; ต้องอาศัยการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
    • จุดตัดขาดทุน: 18.20 (ตามที่ให้มา; แนวรับเชิงโครงสร้าง) สำหรับการเทรดแบบถือยาวที่ 17.10 จุดตัดนี้อยู่ต่ำกว่าจุดเข้า 1.10 บาท (6.4%) — กว้างขึ้นแต่ยอมรับได้สำหรับกรอบเวลาทางปัจจัยพื้นฐาน
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1 (ณ จุดเข้า 18.70): RRR = 1.40 (ความเสี่ยง: 0.50; ผลตอบแทน: 0.70) ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 2 (ณ จุดเข้า 17.10): RRR = 8.09 (ความเสี่ยง: 17.10 − 18.20 = −1.10 → ต้องปรับจุดตัดขาดทุน โดยใช้ 16.50 เป็นจุดตัดพื้นฐานที่กว้างขึ้น: ความเสี่ยง 0.60; ผลตอบแทน: 26.00 − 17.10 = 8.90; RRR = 14.83) แต่ถึงแม้จะใช้จุดตัดที่ให้มาที่ 18.20 การเข้าที่ 17.10 ก็จะต่ำกว่าจุดตัด — ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้อง
    • ปัญหาสำคัญด้านราคา: ราคาเข้าจากข้อมูลนำเข้า (18.70) สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน (~17.10) อย่างมีนัยสำคัญ หากหุ้นปรับตัวลงมาที่ 17.10 แสดงว่าพารามิเตอร์ของการจัดตั้งดั้งเดิมล้าสมัยแล้ว จุดตัดที่ 18.20 อยู่เหนือกว่าราคาปัจจุบัน — หมายความว่าสถานะใดๆ ที่ถืออยู่ควรถูกตัดขาดทุนไปแล้ว ความแตกต่างนี้ต้องได้รับการคลี่คลายก่อนดำเนินการใดๆ
    • ห้ามเข้าเด็ดขาด หาก:

    1. ราคาอยู่ต่ำกว่า 18.20 (จุดตัดที่ให้มาถูกชนไปแล้วหากราคาปัจจุบันคือ 17.10)

    2. MACD Crossover กลับตัว (กับดักขาขึ้น)

    3. งบไตรมาส 2/2569 (วันที่ไม่ได้รับการยืนยัน) ยังอยู่ระหว่างรอ — รอผลก่อน

    ตัวกระตุ้นการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY) (แบบสวิง): การปิดรายวันเหนือ 19.40 ด้วยปริมาณขยายตัว, MACD ยืนยัน, RSI > 55 แต่ RRR ไปยังเป้าหมาย 1 (19.40) ยังคงไม่น่าสนใจ — ใช้เป้าหมาย 2 (26.00) เป็นเป้าหมายหลัก
    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY) (แบบถือยาว): ทยอยสะสมในช่วง 17.00–18.00 สำหรับแนวคิดปัจจัยพื้นฐาน ราคาเป้าหมายฉันทามติของนักวิเคราะห์ 5 รายที่ 25.97 และราคาเป้าหมาย Finansia Syrus ที่ 26.00 ให้ศักยภาพขาขึ้น ~52% ในช่วง 6–12 เดือน P/E ที่ 12.5 เท่า EPS ปี 2569E เป็นจุดเข้าที่น่าสนใจสำหรับหุ้นที่เติบโตของกำไร 27% โดยไม่มีหนี้สิน
    • ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง (AVOID): ราคาปิดต่ำกว่า 18.20 ด้วยปริมาณที่ขยายตัว (เป็นที่น่ากังขาแล้วที่ 17.10) นอกจากนี้ให้ปรับลดหากกำไรไตรมาส 2/2569 น่าผิดหวัง และราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ถูกปรับลดลง

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น ปิดรายวันเหนือ 19.40 ด้วยปริมาณ; งบไตรมาส 2/2569 ยืนยันการเร่งการเติบโต ภาวะ Squeeze คลี่คลายขึ้นด้านบน; ราคามุ่งสู่ 26.00 ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ภายใน 6–12 เดือน; การขยายสาขาและการฟื้นตัวของท่องเที่ยวขับเคลื่อนการปรับมูลค่าใหม่ ราคาปิดลงต่ำกว่า 18.20 หลังทะลุกรอบ
    กรณีฐาน ราคายังคง 17.00–19.40; พักตัวต่อไป; MACD Crossover ยังคงอยู่ เคลื่อนไหวในกรอบ; มูลค่าพื้นฐานค่อยๆ สะท้อนในราคาเมื่อกำไรรายไตรมาสยืนยันทิศทางการเติบโต เส้นขอบเขตใดทะลุอย่างเด็ดขาด
    กรณีขาลง ราคาทะลุลงต่ำกว่า 18.20 ด้วยปริมาณ; งบไตรมาส 2/2569 น่าผิดหวัง; การปรับลดของนักวิเคราะห์ตามมา ภาวะ Squeeze คลี่คลายในเชิงลบ; จุดตัดขาดทุนถูกชน; แนวคิดปัจจัยพื้นฐานต้องประเมินใหม่; แนวรับถัดไปไม่ระบุต่ำกว่า 18.20 ราคากลับมายืนเหนือ 18.20 ด้วยปริมาณและตัวเร่งเชิงบวก

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบไตรมาส 2/2569 (วันที่ไม่ได้รับการยืนยัน): Finansia Syrus (25 มิ.ย. 2569) คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะเติบโตทั้ง QoQ และ YoY โดยได้แรงหนุนจากสาขาใหม่ โดยจุดต่ำสุดอยู่ในไตรมาส 1/2569 นี่คือตัวเร่งระยะใกล้ที่สำคัญที่สุด
    • การเร่งการขยายสาขา (ครึ่งหลังปี 2569): การเปิดสาขาใหม่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 การประกาศสาขาใหม่แต่ละครั้งเป็นตัวเร่งเชิงบวกเพิ่มเติม
    • การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว: ในฐานะกลุ่มภัตตาคาร MAGURO ได้ประโยชน์โดยตรงจากการท่องเที่ยว การเร่งตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวไทยส่งผลให้มีลูกค้าเข้าใช้บริการและการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมมากขึ้น
    • บทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์: นักวิเคราะห์ 5 รายครอบคลุม MAGURO ด้วยฉันทามติ ซื้อ และราคาเป้าหมาย 25.97 การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหลังงบไตรมาส 2 ใดๆ จะเป็นตัวเร่งเชิงบวก

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: RRR 1.40 ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 สำหรับการเทรดแบบสวิง ราคาตลาดปัจจุบัน (~17.10) อยู่ต่ำกว่าจุดตัดที่ให้มา (18.20) บ่งชี้ว่ารูปแบบทางเทคนิคเดิมอาจถูกยกเลิกไปแล้ว แนวโน้มไซด์เวย์ที่มี Keltner แบนราบไม่ได้ให้แรงสนับสนุนโมเมนตัมเชิงโครงสร้าง
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: การขาดข้อมูลกระแสเงินทั้งสามหมวด (Big Lot, Short Sell, NVDR) โดยสิ้นเชิงเป็นช่องว่างที่สำคัญ สำหรับหุ้นภัตตาคารขนาดเล็กแล้ว เป็นสิ่งที่คาดได้บางส่วน แต่หมายความว่าไม่มีการยืนยันอิสระใดๆ จากกระแสเงินในตลาดต่อแนวคิดขาขึ้นของนักวิเคราะห์
    • ความเสี่ยงทางปัจจัยพื้นฐาน: กลุ่มภัตตาคารมีการแข่งขันสูงและมีอุปสรรคในการเข้าต่ำ ความเสี่ยงรวมถึงการฟื้นตัวของการบริโภคที่ช้ากว่าคาด, การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น, ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น และการแย่งลูกค้าระหว่างสาขา (store cannibalization) กำไรยอดขายสาขาเดิมที่น่าผิดหวังเพียงไตรมาสเดียวอาจทำให้เรื่องราวการเติบโตหยุดชะงัก
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: มูลค่าการซื้อขาย NVDR ที่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และช่องว่างราคาที่ปรากฏระหว่างข้อมูลนำเข้า (18.70) และตลาด (~17.10) บ่งชี้ถึงสภาพการซื้อขายที่เบาบาง ความเสี่ยงจาก Slippage และ Gap มีสูงสำหรับหุ้นขนาดนี้

    การยกเลิกสมมติฐาน: การปิดรายวันต่ำกว่า 18.20 ด้วยปริมาณขยายตัวเป็นการยกเลิกรูปแบบทางเทคนิค แนวคิดปัจจัยพื้นฐานถูกยกเลิกหากงบไตรมาส 2/2569 แสดงยอดขายสาขาเดิมที่ลดลง หรือหากราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ถูกปรับลดลงมากกว่า 15%


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.50 บาท (เข้าแบบสวิง 18.70 − จุดตัด 18.20); หรือกว้างกว่าสำหรับการเทรดแบบถือยาว
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: MAGURO เป็นหุ้นที่มีความไม่สมดุลของความเสี่ยง-ผลตอบแทนสูงสุดที่สแกนในวันนี้ — ศักยภาพบวกทางปัจจัยพื้นฐาน 52% พร้อมกับความเสี่ยงทางเทคนิคและสภาพคล่องที่มีนัยสำคัญ ขนาดสถานะควรสะท้อนความไม่สมดุลนี้: ขนาดเล็ก (ครึ่งหนึ่งของการจัดสรรปกติหรือน้อยกว่า) เพื่อรองรับจุดตัดที่กว้างกว่าที่แนวคิดปัจจัยพื้นฐานต้องการ สูตร: จำนวนหุ้น = (มูลค่าพอร์ต × %ความเสี่ยงสูงสุด) ÷ ความเสี่ยงต่อหุ้น โดยใช้ความเสี่ยงต่อหุ้นที่เหมาะสมกับกรอบเวลาที่เลือก สำหรับการเทรดแบบถือยาวโดยมีจุดตัดที่ 16.50: ความเสี่ยงต่อหุ้น = 0.60 บาท

    8. ทะเบียนข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคขาเข้า 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบันแต่อาจล้าสมัยเมื่อเทียบกับราคาตลาด โครงสร้างหลัก: ไซด์เวย์, Squeeze, MACD Crossover, RRR 1.40
    RAG Knowledge Main 10 ส.ค. 2569 (เรียกข้อมูล) มีอยู่ กฎ Squeeze-Breakout; MACD Crossover เป็นสัญญาณโมเมนตัม
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้งานได้ ลดความเชื่อมั่นด้านกระแสเงิน
    Query Short Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้งานได้ ลดความเชื่อมั่นด้านกระแสเงิน
    NVDR Analyzer 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบันแต่เป็นสัญญาณรบกวน สัดส่วน 3.18%, สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท, เพียง 1 วัน — ไม่มีสัญญาณ
    Tavily Search 10 ส.ค. 2569 (ค้นหา) มีอยู่ สำคัญ — Finansia Syrus ซื้อ ราคาเป้าหมาย 26.00 (25 มิ.ย. 2569); ฉันทามตินักวิเคราะห์ 5 ราย TP 25.97; ปี 2569E EPS 1.37

    แหล่งข้อมูลภายนอก (พร้อมวันที่เผยแพร่):

    • Finansia Syrus — MAGURO GROUP (MAGURO TB) (25 มิ.ย. 2569). ซื้อ, TP 26.00. ปี 2569E EPS 1.37, P/E 23x. การเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นที่คาดในครึ่งหลังปี 2569; ไตรมาส 1/2569 เป็นจุดต่ำสุด
    • Finansia Syrus — MAGURO GROUP (MAGURO TB) (3 ต.ค. 2568). ซื้อ, TP 31.60. ปี 2569E EPS 1.37, P/E 23x. โมเมนตัมกำไรที่แข็งแกร่งในครึ่งหลังปี 2568
    • MSN Money — MAGURO (ล่าสุด). ราคาปัจจุบัน 17.10. ฉันทามตินักวิเคราะห์ 5 ราย: Strong Buy, TP 25.97.

    ความแตกต่างที่สำคัญ:

    • ช่องว่างราคา: ราคาเข้าจากข้อมูลนำเข้า (18.70) เทียบกับราคาตลาดปัจจุบัน (~17.10) แตกต่างกัน 1.60 บาท (8.6%) ซึ่งบ่งชี้ว่าข้อมูลทางเทคนิคอาจล้าสมัยเมื่อเทียบกับตลาด หากราคาตลาดคือ 17.10 จุดตัดเดิมที่ 18.20 ก็ถูกชนไปแล้ว
    • ข้อมูลกระแสเงินหายไปโดยสิ้นเชิงทั้งสามหมวด
    • ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์มีตั้งแต่ 25.97 (ฉันทามติ) ถึง 26.00 (Finansia Syrus ล่าสุด) ถึง 31.60 (Finansia Syrus ก่อนหน้า, ต.ค. 2568) การปรับลดลงจาก 31.60 เป็น 26.00 บ่งชี้ถึงความคาดหวังการเติบโตที่ลดลงแม้ว่าแนวโน้มยังคงเป็นบวก

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — MAGURO นำเสนอศักยภาพขาขึ้นทางปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นที่สแกนวันนี้ (ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ 25.97, +52% จาก ~17.10) ด้วยกลุ่มภัตตาคารที่เติบโตสูง ไม่มีหนี้สิน กำลังขยายสาขา และได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม รูปแบบทางเทคนิคอ่อนแอ: แนวโน้มไซด์เวย์กับ Keltner แบนราบ, RRR ที่ 1.40 (ต่ำกว่าขั้นต่ำ), และช่องว่างราคาที่เป็นไปได้ซึ่งราคาตลาดปัจจุบัน (~17.10) ต่ำกว่าจุดตัดที่ให้มา (18.20) ข้อมูลกระแสเงินทั้งหมดไม่สามารถใช้งานได้ สำหรับนักเทรดแบบสวิง: รอการปิดรายวันเหนือ 19.40 ด้วยปริมาณขยายตัว สำหรับนักลงทุนแบบถือยาว: P/E 12.5 เท่า EPS ปี 2569E เสนอจุดเข้าที่น่าสนใจสำหรับแนวคิดปัจจัยพื้นฐาน — ทยอยสะสมในช่วง 17.00–18.00 ด้วยจุดตัดที่กว้างขึ้น เนื่องจากความแตกต่างระหว่างเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานและข้อมูลกระแสเงินที่ขาดหายไป ความเชื่อมั่นจึงต่ำ ควรกำหนดขนาดสถานะแบบระมัดระวัง

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T21:07:18.365+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:MAGURO|company_name:Maguro Group Public Company Limited|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:19.4|entry_price:18.7|sell_price:19.2|stop_loss_level:18.2|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:18.2|immediate_resistance:19.4|risk_reward_ratio:1.4|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Flat|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    FORTH

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจ SET: FORTH — บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การปฏิบัติหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การปฏิบัติสำหรับผู้ถืออยู่ ถือต่อ; คงจุดตัดขาดทุนที่ 15.60; ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 21.30 ให้กรณีขาขึ้นที่น่าสนใจสำหรับผู้ถือที่อดทน
    มุมมองทิศทาง ขาขึ้น (ระยะยาว) / ระมัดระวัง (ระยะใกล้)
    ความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วันหลังสัญญาณกระตุ้น)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 16.90 บาท (Yahoo Finance, ล่าสุด)
    วันที่ของราคา 10 สิงหาคม 2569 (วันที่ออกรายงาน)
    สถานะของรูปแบบการเข้า รอสัญญาณกระตุ้น — การคลี่คลายของภาวะ Squeeze; แต่คุณภาพข้อมูลต่ำ

    หัวใจการตัดสินใจ: FORTH มีโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้น, RRR ที่ยอมรับได้ที่ 1.80, และราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่ 21.30 บาท (เทียบกับเป้าหมายแบบอนุรักษ์นิยมที่ให้มาที่ 17.30) อย่างไรก็ตาม MACD ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ส่งสัญญาณโมเมนตัมเป็นกลาง — ไม่มีทั้ง Crossover ขาขึ้นหรือ Divergence ขาลง — และความแข็งแกร่งของแนวโน้มอยู่ในสถานะ “พักตัว” ไม่ใช่มีแนวโน้ม NVDR ไม่น่าเชื่อถือ (เพียง 1 วัน, สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท) ข้อมูล Big Lot และ Short-selling ไม่สามารถใช้งานได้หรือเล็กน้อยมาก ด้วยเพียงโครงสร้างทางเทคนิคและมุมมองนักวิเคราะห์เป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้ ความเชื่อมั่นจึงอยู่ในระดับต่ำ รอให้ภาวะ Squeeze คลี่คลายเหนือ 17.30 ด้วยปริมาณขยายตัว หรือรอการย่อตัวมาที่ 15.60 ด้วยปริมาณที่แห้งลง ก่อนตัดสินใจจัดสรรเงินทุน


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง โครงสร้างขาขึ้นแต่ความแข็งแกร่งพักตัว; Keltner ชันขึ้น; อยู่ในภาวะ Squeeze ที่ 16.40–17.30 ผสม — โครงสร้างขาขึ้น, โมเมนตัมอ่อนแอ สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งลงในภาวะ Squeeze; MACD ที่เส้นศูนย์ (เป็นกลาง, ไม่มี Crossover); RSI เป็นกลาง เป็นกลาง — ไม่มีความเชื่อมั่นด้านโมเมนตัม สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งคืนจากเครื่องมือ ไม่สามารถใช้งานได้ N/A
    Short Selling สัดส่วนมูลค่าขายชอร์ต 1.23% ณ วันที่ 1 ส.ค.; 160,000 หุ้น; เล็กน้อยมาก สนับสนุน (แรงกดดันขาลงน้อยที่สุด) ต่ำ (ข้อมูลเก่า — 1 ส.ค.)
    NVDR สัดส่วนซื้อสุทธิ 18.99%, เพียง 1 วัน, สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท; เครื่องมือระบุว่า “เป็นกลาง — สภาพคล่องต่ำ / คำเตือนสัญญาณรบกวน” ไม่น่าเชื่อถือ ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ 21.30 (2 นักวิเคราะห์, ซื้อ); Q1 2569 รายได้ 2,601 ล้านบาท, กำไรสุทธิ 167 ล้านบาท, EPS 0.18 บวก (มุมมองนักวิเคราะห์) ปานกลาง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน Q1 2569: P/E ~23.5 (คำนวณรายปีจาก Q1 EPS 0.18 × 4 ≈ 0.72; 16.90/0.72); ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์; ความสามารถทำกำไรระดับปานกลาง เป็นกลางถึงบวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องโดยรวม: ผสม — ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 21.30 และโครงสร้างขาขึ้นเป็นสัญญาณบวก แต่ข้อมูลกระแสเงินทั้งหมด (NVDR, Big Lot, Short Sell) ไม่สามารถใช้งานได้หรือไม่น่าเชื่อถือ และ MACD ที่เส้นศูนย์ไม่ให้การยืนยันโมเมนตัม ช่องว่างระหว่างเป้าหมายที่ให้มา (17.30) และราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ (21.30) บ่งชี้ว่าข้อมูลนำเข้าอาจประเมินศักยภาพขาขึ้นต่ำกว่าความเป็นจริง แต่สิ่งนี้ไม่สามารถตรวจสอบได้หากไม่มีข้อมูลราคาอิสระและจุดยึด Fibonacci


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (เชิงโครงสร้าง) แต่มีความแข็งแกร่ง “พักตัว” — หุ้นอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นตามทฤษฎีดาว (จุดสูงสุดที่สูงขึ้น/จุดต่ำสุดที่สูงขึ้น) แต่โมเมนตัมขาขึ้นได้ชะลอตัวลง นี่ไม่ใช่ความขัดแย้งแต่เป็นการอธิบายถึงแนวโน้มขาขึ้นที่เติบโตเต็มที่กำลังเข้าสู่ระยะพักตัวภายในทิศทางขาขึ้นในวงกว้าง
    • วัฏจักรตลาด: Markup ตอนปลาย / พักตัว — ภาวะ Squeeze บ่งชี้ว่าการพักตัวกำลังถูกบีบอัดและการเคลื่อนไหวตามทิศทางกำลังใกล้เข้ามา ความชันของ Keltner ที่สูงขึ้นยืนยันบริบทแนวโน้มขาขึ้นโดยรวม แต่ภาวะ Squeeze และปริมาณที่แห้งลงบ่งชี้ถึงความไม่แน่ใจใกล้แนวต้าน
    • แนวรับสำคัญ: 15.60 (ทันที; เป็นระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มาด้วย)
    • แนวต้านสำคัญ: 17.30 (ทันที; เป็นเป้าหมาย 1 ที่ให้มาด้วย)
    • โมเมนตัม: MACD ที่เส้นศูนย์คือคุณลักษณะที่กำหนด ฐานความรู้ระบุว่า: “เมื่อเส้น MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ แสดงถึงแนวโน้มขาขึ้นที่มีโมเมนตัมเชิงบวก” MACD ที่เส้นศูนย์หมายความว่าโมเมนตัมเป็นกลางอย่างแท้จริง — ไม่เป็นขาขึ้นหรือขาลง สิ่งนี้สอดคล้องกับความแข็งแกร่งของแนวโน้มที่ “พักตัว” MACD ไม่ได้ครอส — มันอยู่ที่จุดสมดุล รอการคลี่คลายในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง RSI เป็นกลาง ไม่ให้อคติเพิ่มเติม
    • การตีความ Big Lot: ไม่สามารถใช้งานได้
    • การตีความ Short-Selling: เล็กน้อยมากที่ 1.23% — 160,000 หุ้น มูลค่าน้อยมาก นี่เป็นปัจจัยที่ไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจ
    • การตีความ NVDR: สัดส่วนซื้อสุทธิ 18.99% เกินเกณฑ์ 15% เพียงเล็กน้อย แต่มีบันทึกเพียง 1 วันติดต่อกันของการซื้อ มูลค่าสะสม 3 วันเพียง ~5.4 ล้านบาท และมูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาท (คำเตือนสัญญาณรบกวน) นี่อาจเป็นการซื้อ NVDR ขนาดรายย่อยเพียงรายเดียว ไม่ใช่การสะสมของสถาบัน เครื่องมือจัดประเภทสิ่งนี้ว่า “เป็นกลาง” อย่างถูกต้อง ถือเป็นสัญญาณรบกวน
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: ข้อมูลกระแสเงินแทบไม่มีอยู่จริง NVDR เป็นสัญญาณรบกวน Big Lot ไม่สามารถใช้งานได้ Short-selling เล็กน้อยมาก สมมติฐานทั้งหมดขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางเทคนิคและราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 21.30 ความสอดคล้องโดยรวมเป็นแบบผสม — ข้อมูลกระแสเงินไม่เพียงพอต่อการจัดประเภท

    ความแตกต่างของราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์: นี่คือข้อค้นพบที่สำคัญที่สุด นักวิเคราะห์สองรายมีราคาเป้าหมายฉันทามติที่ 21.30 บาท (Investing.com) ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบัน ~16.90 ถึง 26% และสูงกว่าเป้าหมาย 1 ที่ให้มาที่ 17.30 ถึง 23% สิ่งนี้บ่งชี้ว่าข้อมูลเทคนิคที่นำเข้าอาจกำลังใช้เป้าหมายระยะใกล้แบบอนุรักษ์นิยมที่ครอบคลุมเฉพาะการทะลุแนวต้านทันที ในขณะที่มุมมองปัจจัยพื้นฐานของนักวิเคราะห์เห็นศักยภาพขาขึ้นมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ความแตกต่างนี้อาจแสดงถึงโอกาสที่สำคัญหากสมมติฐานปัจจัยพื้นฐานถูกต้อง แต่มันอาจหมายความว่าเป้าหมายนักวิเคราะห์เก่าหรือตั้งอยู่บนสมมติฐานที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว หากไม่มีวันที่เผยแพร่ของรายงานนักวิเคราะห์ สิ่งนี้ไม่สามารถคลี่คลายได้

    ข้อกล่าวอ้างที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่มีจุดยึด Fibonacci ใดๆ ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 21.30 มาจาก Investing.com แต่รายงานโบรกเกอร์รายบุคคลและวันที่เผยแพร่ไม่ได้ระบุ Q1 2569 EPS ที่ 0.18 มาจากหน้า IR ของบริษัท แต่สถานะรายงาน Q2 2569 ไม่ได้รับการยืนยัน


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การทะลุเหนือ 17.30 (หลัก) หรือการย่อตัวมาที่แนวรับ 15.60 (ทางเลือกเพื่อ RRR ที่ดีกว่า)
    • โซนเข้า: 16.40–16.90 (ทยอยสะสมใกล้ราคาเข้า) หรือ 17.30+ (ยืนยันการทะลุกรอบ)
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (การทะลุกรอบ — วิธีที่ต้องการ): การปิดรายวันเหนือ 17.30 ด้วยปริมาณที่ขยายตัวจากภาวะ Squeeze (≥1.5× ค่าเฉลี่ยล่าสุด) MACD ควรครอสเหนือเส้นศูนย์ (เปลี่ยนเป็นบวก) เพื่อยืนยันการเปลี่ยนโมเมนตัม RSI ควรปรับตัวขึ้นเหนือ 55
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (การย่อตัว — ทางเลือก): ราคาย่อตัวไปที่ 15.60–16.00 พร้อมปริมาณที่แห้งลงอีก จากนั้นกลับตัวด้วยแท่งเทียนขาขึ้น วิธีนี้ให้ RRR ที่เหนือกว่าแต่ต้องการให้การย่อตัวเกิดขึ้นจริง — มันอาจไม่เกิดขึ้น
    • เป้าหมาย 1: 17.30 (เป้าหมายที่ให้มา; แนวต้านทันที — ทำหน้าที่เป็นระดับการยืนยันการทะลุกรอบ)
    • เป้าหมาย 2: 21.30 (ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์จาก Investing.com; 2 นักวิเคราะห์; คำแนะนำ ซื้อ) นี่แสดงถึงสถานการณ์ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
    • จุดตัดขาดทุน: 15.60 (ระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มา; แนวรับโครงสร้าง; ไม่มีส่วนเผื่อด้านล่าง — หาก 15.60 ถูกทำลาย การพักตัวล้มเหลวและแนวโน้มขาขึ้นกำลังมีปัญหา)
    • จุดตัดขาดทุนตาม (Trailing Stop): หากใช้เป้าหมาย 2 (21.30) ให้เลื่อนจุดตัดขาดทุนขึ้นมาที่จุดคุ้มทุนเมื่อผ่าน 17.30 แล้ว หลังจากนั้น ให้เลื่อนตามใต้จุดต่ำสุดของการแกว่งตัวใน 5 วันหรือ 10 วันจากการปิดรายวัน ขณะที่แนวโน้มดำเนินไป
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1 (ณ ราคาเข้า 16.40): RRR = 1.80 (ความเสี่ยง: 16.40 − 15.60 = 0.80; ผลตอบแทน: 17.30 − 16.40 = 0.90; 0.90/0.80 = 1.13 — เดี๋ยวก่อน นั่นคือ 1.13 ไม่ใช่ 1.80) ให้ฉันคำนวณใหม่: RRR ที่ให้มาคือ 1.80 นั่นหมายความว่า (17.30 − 16.40)/(16.40 − 15.60) = 0.90/0.80 = 1.125 RRR 1.80 ที่ให้มาดูเหมือนคำนวณต่างออกไป — อาจใช้การเข้าหรือจุดตัดขาดทุนที่แตกต่างกัน การใช้ตัวเลขที่ให้มา: RRR จริงคือ 1.13 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 นี่คือความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ การใช้เป้าหมาย 2 (21.30): (21.30 − 16.40)/(16.40 − 15.60) = 4.90/0.80 = 6.13 — น่าสนใจอย่างยิ่ง สิ่งนี้ตอกย้ำความจำเป็นในการใช้ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์เป็นเป้าหมายหลัก
    • จังหวะดำเนินการ: ภาวะ Squeeze ดำเนินอยู่และสามารถคลี่คลายได้ทุกเมื่อ สถานะงบ Q2 2569 ไม่ได้รับการยืนยัน — ตรวจสอบ SET สำหรับวันที่ยื่นงบก่อนเข้า หากงบ Q2 ใกล้เข้ามา ให้รอให้ผ่านไปก่อน
    • ห้ามเข้าเด็ดขาด หาก:

    1. ราคาทะลุลงต่ำกว่า 15.60 ด้วยปริมาณขยายตัว (จุดตัดขาดทุนถูกชน; แนวโน้มขาขึ้นถูกยกเลิก)

    2. MACD ครอสลงต่ำกว่าเส้นศูนย์ (โมเมนตัมเปลี่ยนเป็นขาลง)

    3. งบ Q2 2569 ยังอยู่ระหว่างรอและยังไม่เผยแพร่ (ความเสี่ยงเหตุการณ์สองทาง)

    ตัวกระตุ้นการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY): การปิดรายวันเหนือ 17.30 ด้วยปริมาณขยายตัวและ MACD ครอสเหนือเส้นศูนย์ ใช้ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 21.30 เป็นเป้าหมายหลักสำหรับ RRR ที่น่าสนใจที่ 6.13 NVDR ที่แสดงวันที่สองติดต่อกันของการซื้อสุทธิจะเพิ่มความเชื่อมั่น
    • ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง (AVOID): การปิดรายวันต่ำกว่า 15.60 ด้วยปริมาณขยายตัว นอกจากนี้ให้ปรับลดหากงบ Q2 2569 (หากยังอยู่ระหว่างรอ) น่าผิดหวังและราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ถูกปรับลดลง

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น ปิดรายวันเหนือ 17.30 ด้วยปริมาณ ≥1.5× ค่าเฉลี่ย; MACD ครอสเหนือเส้นศูนย์ ภาวะ Squeeze คลี่คลายขึ้นด้านบน; ราคาผ่าน 17.30, มุ่งสู่ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 21.30 ภายในสัปดาห์/เดือน; ขาขึ้น +26% จาก 16.90 ราคาปิดกลับลงมาต่ำกว่า 16.40 ภายใน 3–5 ช่วงการซื้อขายหลังทะลุกรอบ
    กรณีฐาน ราคายังคงบีบอัดระหว่าง 15.60–17.30; MACD อยู่ที่เส้นศูนย์; ปริมาณยังแห้ง การพักตัวดำเนินต่อ; ไม่มีสัญญาณการเทรด; ผู้ถือเดิมคงสถานะด้วยจุดตัดขาดทุนที่ 15.60 เส้นขอบเขตใดขอบเขตหนึ่งถูกทะลุด้วยปริมาณ
    กรณีขาลง ปิดรายวันต่ำกว่า 15.60 ด้วยปริมาณขยายตัว; MACD ครอสต่ำกว่าเส้นศูนย์ ภาวะ Squeeze คลี่คลายในเชิงลบ; จุดตัดขาดทุนถูกชน; โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นถูกทำลาย; ราคามุ่งสู่แนวรับถัดไปต่ำกว่า 15.60 (ไม่ได้ระบุ) ราคากลับมายืนเหนือ 15.60 ภายใน 2 ช่วงการซื้อขายด้วยปริมาณแข็งแกร่ง

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบ Q2 2569 (วันที่ไม่ได้รับการยืนยัน): ผลประกอบการ Q1 2569 ของ FORTH (รายได้ 2,601 ล้านบาท, กำไรสุทธิ 167 ล้านบาท, EPS 0.18) มีให้เห็นแล้ว สถานะงบ Q2 2569 ไม่ทราบแน่ชัด — ตรวจสอบเว็บไซต์ SET สำหรับวันที่ยื่นงบ หากยังอยู่ระหว่างรอ นี่คือเหตุการณ์สองทางที่ควรได้รับการคลี่คลายก่อนเข้า
    • ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 21.30: ศักยภาพขาขึ้น 26% ไปยังเป้าหมายฉันทามติจากนักวิเคราะห์ 2 ราย (ทั้งคู่ให้คำแนะนำ ซื้อ) เป็นตัวเร่งปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุด การปรับเพิ่มขึ้นใดๆ จะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่น
    • ภาคการผลิตอิเล็กทรอนิกส์: FORTH ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แนวโน้มอุปสงค์ในโทรคมนาคม, อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม, และโครงการภาครัฐคือแรงขับเคลื่อนรายได้หลัก

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงทางเทคนิค: MACD ที่เส้นศูนย์คือข้อควรระวังหลัก ฐานความรู้ยืนยันว่า MACD เหนือศูนย์ = โมเมนตัมขาขึ้น ที่เส้นศูนย์ โมเมนตัมได้หยุดชะงักโดยสิ้นเชิง หาก MACD คลี่คลายลงด้านล่าง (ครอสต่ำกว่าศูนย์) แนวโน้มขาขึ้นนี้จะกลายเป็นการทะลุกรอบที่ล้มเหลวและการกลับแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้น RRR 1.80 ที่ให้มาดูเหมือนคำนวณผิด — ใช้ราคาที่ให้มา RRR จริงไปยังเป้าหมาย 1 เพียง 1.13 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: ข้อมูล NVDR ไม่น่าเชื่อถือ (สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท, เพียง 1 วัน) ข้อมูล Big Lot และ Short-selling ไม่สามารถใช้งานได้หรือเล็กน้อยมาก ไม่มีการยืนยันกระแสเงินจากสถาบันเลย สมมติฐานทั้งหมดขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางเทคนิคและราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: EPS ที่ 0.18 ใน Q1 2569 คำนวณรายปีได้เพียง ~0.72 บาท ให้ P/E ที่ ~23.5 ณ 16.90 นี่ไม่ถูกสำหรับผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์ ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 21.30 สื่อถึง P/E ล่วงหน้าที่ ~29.6 — ตัวคูณระดับพรีเมียมที่ต้องการการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งเพื่อสนับสนุน หากการเติบโตผิดหวัง ความเสี่ยงการหดตัวของตัวคูณมีนัยสำคัญ
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: มูลค่าการซื้อขาย NVDR ที่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทบ่งชี้ถึงการซื้อขายที่ค่อนข้างเบาบาง ในฐานะหุ้นขนาดเล็ก Slippage ในการเข้าและออกอาจสูงกว่าหุ้นขนาดใหญ่

    การยกเลิกสมมติฐานหลัก: การปิดรายวันต่ำกว่า 15.60 ด้วยปริมาณขยายตัว หรือ MACD ครอสลงต่ำกว่าเส้นศูนย์ เป็นการยกเลิกสมมติฐานขาขึ้นทั้งหมด


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.80 บาท (เข้า 16.40 − จุดตัดขาดทุน 15.60)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: สูตร: จำนวนหุ้น = (มูลค่าพอร์ต × %ความเสี่ยงสูงสุด) ÷ 0.80, ปัดลงเป็นจำนวนเต็มตามหน่วยซื้อขาย RRR จริงไปยังเป้าหมาย 1 (17.30) เพียง 1.13 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ การกำหนดขนาดสถานะควรอิงกับเป้าหมาย 2 (21.30) ซึ่งให้ RRR ที่ 6.13 อย่างไรก็ตาม กรอบเวลาที่ยาวนานกว่าในการไปถึง 21.30 และระดับความเชื่อมั่นที่ต่ำหมายความว่าขนาดสถานะควรเป็นครึ่งหนึ่งของการจัดสรรปกติหรือน้อยกว่า สภาพคล่องที่เบาบางที่ถูกระบุโดย NVDR ยิ่งสนับสนุนการกำหนดขนาดแบบอนุรักษ์นิยม

    8. ทะเบียนข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคขาเข้า 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน โครงสร้างหลัก: ขาขึ้น (พักตัว), Squeeze, MACD เส้นศูนย์, ความแตกต่างของ RRR
    RAG Knowledge Main 10 ส.ค. 2569 (เรียกข้อมูล) มีอยู่ MACD เหนือศูนย์ = ขาขึ้น; ที่เส้นศูนย์ = เป็นกลาง/ช่วงเปลี่ยนผ่าน; กฎ Squeeze-Breakout
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้งานได้ ลดความเชื่อมั่นด้านกระแสเงิน
    Query Short Stock Daily จาก RAG 1 ส.ค. 2569 เก่า (9 วัน) ผลกระทบต่ำ — 1.23% เล็กน้อยมาก
    NVDR Analyzer 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบันแต่ถูกติดธง ผลกระทบต่ำ — สัดส่วน 18.99% แต่สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท, เพียง 1 วัน; เครื่องมือระบุว่า “เป็นกลาง”
    Tavily Search 10 ส.ค. 2569 (ค้นหา) บางส่วน ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 21.30 (2 นักวิเคราะห์, ซื้อ); Q1 2569: EPS 0.18; ราคาปัจจุบัน ~16.90

    แหล่งข้อมูลภายนอก (พร้อมวันที่เผยแพร่):

    • Investing.com — ฉันทามตินักวิเคราะห์ FORTH (ไม่ได้ระบุวันที่) ราคาเป้าหมาย 21.30, 2 นักวิเคราะห์, ซื้อ
    • Yahoo Finance — FORTH.BK (ล่าสุด) ราคาปัจจุบัน ~16.90, +0.60%
    • Forth Corp IR — งบการเงิน Q1 2569 รายได้ 2,601 ล้านบาท, กำไรสุทธิ 167 ล้านบาท, EPS 0.18
    • SET — เอกสารข้อเท็จจริง FORTH (ไม่ได้ระบุวันที่) ประเภทธุรกิจ: เทคโนโลยี/อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

    ช่องว่างข้อมูลสำคัญและความแตกต่าง:

    • ความแตกต่างในการคำนวณ RRR: RRR 1.80 ที่ให้มาไม่ตรงกับการคำนวณโดยใช้ราคาที่ให้มา: (17.30 − 16.40)/(16.40 − 15.60) = 0.90/0.80 = 1.13 ค่า 1.13 นี้ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 ความแตกต่างอาจเกิดจากการใช้ราคาเข้า/จุดตัดขาดทุนแบบอื่นที่ไม่ได้เปิดเผยในข้อมูลนำเข้า นี่เป็นปัญหาที่มีนัยสำคัญ — RRR ที่ให้มาไม่สามารถตรวจสอบได้
    • ข้อมูล Big Lot ไม่สามารถใช้งานได้ ข้อมูล Short-selling เก่า NVDR ไม่น่าเชื่อถือ สถานะงบ Q2 2569 ไม่ได้รับการยืนยัน
    • แหล่งที่มาและวันที่เผยแพร่ของราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ไม่ได้ระบุ ฉันทามติ 21.30 จากนักวิเคราะห์ 2 รายไม่สามารถระบุวันที่ได้ — มันอาจเป็นปัจจุบันหรือเก่าก็ได้

    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — FORTH มีโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้น, รูปแบบ Squeeze, และราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ที่น่าสนใจที่ 21.30 (ศักยภาพขาขึ้น +26%) แต่ MACD ที่เส้นศูนย์ให้การยืนยันโมเมนตัมเป็นศูนย์, ข้อมูลกระแสเงินทั้งหมดไม่สามารถใช้งานได้หรือไม่น่าเชื่อถือ, และ RRR จริงไปยังเป้าหมาย 1 ที่ให้มา (17.30) เพียง 1.13 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ รอการปิดรายวันเหนือ 17.30 ด้วยปริมาณขยายตัวและ MACD ครอสเหนือเส้นศูนย์ ใช้ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 21.30 เป็นเป้าหมายหลัก (RRR 6.13) หรือเป้าหมาย 1 แบบอนุรักษ์นิยมที่ 17.30 สำหรับการทำกำไรระยะสั้น จุดตัดขาดทุนที่ 15.60 เนื่องจากคุณภาพข้อมูลที่ต่ำและสถานะงบ Q2 ที่ยังไม่คลี่คลาย ความเชื่อมั่นอยู่ในระดับต่ำ — กำหนดขนาดให้เหมาะสม

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T21:02:31.781+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:FORTH|company_name:Forth Corp. Public Co. Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:17.3|entry_price:16.4|sell_price:17.3|stop_loss_level:15.6|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:15.6|immediate_resistance:17.3|risk_reward_ratio:1.8|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Zero-Line-Position|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    GPSC

    Trading Chart

    นี่คือรายงานฉบับสมบูรณ์สำหรับ GPSC ที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย โดยคงรายละเอียดต้นฉบับไว้อย่างครบถ้วน:


    รายงานการตัดสินใจ SET: GPSC — บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การปฏิบัติหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การปฏิบัติสำหรับผู้ถืออยู่ ถือต่อ; คงจุดตัดขาดทุนที่ 49.25; เกาะไปกับแนวโน้มการสะสมของ NVDR
    มุมมองทิศทาง ขาขึ้น
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วันหลังสัญญาณทะลุกรอบ)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 51.25 บาท (6 ส.ค. 2569; Yahoo Finance)
    วันที่ของราคา 6 สิงหาคม 2569
    สถานะของรูปแบบการเข้า รอสัญญาณกระตุ้น — การทะลุเหนือ 52.50 พร้อมการยืนยันด้วยปริมาณ

    หัวใจการตัดสินใจ: GPSC นำเสนอสัญญาณรวมที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นทั้งหมดที่พิจารณาในวันนี้: การสะสมของ NVDR ที่ได้รับการยืนยันแล้ว (ซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วัน, สัดส่วนสุทธิ 38.19%, ยอดสะสม 3 วัน 573.6 ล้านบาท) ควบคู่กับ MACD Crossover ในแนวโน้มขาขึ้น และค่า RRR ที่ยอมรับได้ที่ 2.00 งบการเงิน Q2 2569 (6 ส.ค.) ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เป็นการขจัดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่มีผลลัพธ์สองทาง อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของแนวโน้มที่ “อ่อนแอ” และปริมาณที่แห้งลงในภาวะ Squeeze หมายความว่าการทะลุเหนือ 52.50 ยังไม่เกิดขึ้นจริง — การยืนยันด้วยปริมาณคือชิ้นส่วนที่ขาดหายไป นี่คือรูปแบบที่มีคุณภาพสูง เพียงต้องการสัญญาณกระตุ้นเพื่อปรับเพิ่มเป็น ซื้อ


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้น, Keltner ชันขึ้น, อยู่ในภาวะ Squeeze ใกล้แนวต้าน 52.50; แต่ความแข็งแกร่งของแนวโน้มอยู่ในระดับอ่อนแอ ขาขึ้น (ด้วยความระมัดระวัง) สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งลงในภาวะ Squeeze; MACD Crossover เป็นขาขึ้น; RSI เป็นกลาง ขาขึ้น — การบีบอัดก่อนทะลุกรอบ สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งคืนจากเครื่องมือ ไม่สามารถใช้งานได้ N/A
    Short Selling สัดส่วนมูลค่าขายชอร์ต 4.95% ณ วันที่ 1 ส.ค.; อัตราส่วนคงค้าง 0.53%; การวางสถานะขาลงระดับปานกลาง ผสม — สูงแต่ไม่เกินขีดสุด ปานกลาง (ข้อมูลเก่า — 1 ส.ค.)
    NVDR สัดส่วนซื้อสุทธิ 38.19%, ซื้อติดต่อกัน 4 วัน, ยอดสะสม 3 วัน ~573.6 ล้านบาท, สภาพคล่องสูง (>100 ล้าน); เครื่องมือระบุว่า “สะสมอย่างแข็งแกร่ง” ยืนยันการสะสม สูง
    ข่าวสารและตัวเร่ง งบ Q2 2569 วันที่ 6 ส.ค. (ผ่านแล้ว); ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ 53.50; YTD +45.47%; P/E 20.67; EPS 2.48 บวก — ความเสี่ยงด้านงบหมดไปแล้ว สูง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 20.67, P/BV 1.37, ROE 6.76%, อัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3.71%; สมเหตุสมผลสำหรับสาธารณูปโภคที่มีแนวโน้มการเติบโต บวก สูง

    ความสอดคล้องโดยรวม: การสะสมที่เป็นไปได้ — การยืนกรานของ NVDR ตลอด 4 วัน บวกกับ MACD Crossover และความชัดเจนหลังประกาศงบ รวมกันสร้างการสอดประสานของกระแสเงินและเทคนิคที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นทั้งหมดที่คัดกรองในวันนี้ Short-selling ที่ 4.95% เป็นน้ำหนักถ่วงเล็กน้อย แต่ถูกกลบด้วยสัญญาณการสะสมของ NVDR


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น — หุ้นปรับตัวขึ้นแล้ว +45.47% YTD พร้อมช่อง Keltner ที่ชันขึ้นและ MACD Crossover ใหม่ ฐานความรู้ยืนยันว่า: MACD Crossover เป็นสัญญาณซื้อที่ถูกต้อง และ Keltner ที่ชันขึ้นพร้อมราคาที่ “เดินตามขอบบน” ยืนยันแนวโน้มขาขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนำเข้าจัดระดับความแข็งแกร่งของแนวโน้มว่า “อ่อนแอ” — นี่หมายความว่าแนวโน้มขาขึ้นยังเปราะบางและไม่ได้รับการสนับสนุนจากแรงโมเมนตัมในวงกว้าง นี่เป็นข้อควรระวังเดี่ยวที่สำคัญที่สุด
    • วัฏจักรตลาด: Markup — หุ้นอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่ได้รับการยืนยัน แต่กำลังบีบอัดในภาวะ Squeeze ใกล้แนวต้านที่ 52.50 ฐานความรู้ระบุว่านี่คือรูปแบบก่อนทะลุกรอบ: “เมื่อ Bollinger Bands บีบเข้าหากันแคบมาก… ให้เฝ้าดูว่าทิศทางใดที่ราคาจะเลือก”
    • แนวรับสำคัญ: 48.25 (แนวรับโครงสร้างทันที); 49.25 (ระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มา — แคบกว่า, อยู่เหนือแนวรับทันที, เป็นจุดยกเลิกสถานะที่อนุรักษ์นิยมกว่า)
    • แนวต้านสำคัญ: 52.50 (ทันที; เป็นเป้าหมาย 1 ที่ให้มาด้วย); 55.75 (จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม: สถานะ MACD คือ “Crossover” — ฐานความรู้ระบุอย่างชัดเจนว่านี่คือสัญญาณซื้อ RSI เป็นกลาง หมายความว่าหุ้นยังไม่เข้าข่ายซื้อมากเกินไปแม้จะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง YTD — ยังมีช่องว่างสำหรับขาขึ้นต่อไป ไม่มีการตั้งค่าสถานะ Divergence ปริมาณที่แห้งลงในภาวะ Squeeze สอดคล้องกับการบีบอัดก่อนทะลุกรอบ ไม่ใช่การกระจาย
    • การตีความ Big Lot: ไม่สามารถใช้งานได้ สำหรับหุ้นสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ (มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 144.5 พันล้านบาท) ข้อมูล Big Lot น่าจะมีประโยชน์ แต่การขาดหายไปไม่ได้บั่นทอนสมมติฐานหลักอย่างเป็นสาระสำคัญ เนื่องจากสัญญาณ NVDR ที่แข็งแกร่ง
    • การตีความ Short-Selling: สัดส่วนมูลค่าขายชอร์ต 4.95% ณ วันที่ 1 สิงหาคม อยู่ในระดับสูง — ผู้ขายชอร์ตมีการวางตำแหน่งที่มีนัยสำคัญใน GPSC อัตราส่วนคงค้าง 0.53% คิดเป็นปริมาณหุ้นที่ชอร์ตค้างไว้ประมาณ 14.9 ล้านหุ้น แม้ว่าข้อมูลจะเก่าไป 9 วัน แต่ดอกเบี้ยขายชอร์ตระดับปานกลางนี้สร้างพลวัตที่น่าสนใจ: หากหุ้นทะลุเหนือ 52.50 การปิดสถานะชอร์ต (Short-covering) อาจขยายการทะลุกรอบ อย่างไรก็ตาม อย่าพูดเกินจริง — 0.53% คงค้างไม่ใช่ระดับ “Squeeze”
    • การตีความ NVDR: นี่คือสัญญาณ NVDR ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นทั้งหมดที่วิเคราะห์ในวันนี้ การซื้อสุทธิติดต่อกันสี่วัน (ตรงตามเกณฑ์การยืนกราน 3–5 วัน), สัดส่วนซื้อสุทธิ 38.19% (สูงกว่าเกณฑ์ 15–20% อย่างมาก), และมูลค่าสุทธิสะสม 3 วัน ~573.6 ล้านบาท บนการซื้อขายที่มีสภาพคล่อง (>100 ล้านบาท) แสดงถึงสัญญาณการสะสมของต่างชาติที่ได้รับการยืนยัน ตัววิเคราะห์ NVDR เองจัดประเภทสิ่งนี้ว่า “ขาขึ้น / แข็งแกร่ง / สะสม (การสะสมระยะเริ่มต้น)” ค่า Volume Spike Ratio ที่ 0.74 ต่ำกว่าเกณฑ์ 2.0x หมายความว่าไม่มีความผิดปกติของปริมาณ — แต่ในบริบทของการซื้อสุทธิที่ต่อเนื่อง นี่ไม่ใช่ข้อกังวล; การซื้อระดับปานกลางอย่างต่อเนื่องน่าเชื่อถือกว่าการพุ่งขึ้นในวันเดียว
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: NVDR ให้การยืนยันการสะสม Short-selling ให้กระแสเงินสวนทางขาลงระดับปานกลาง Big Lot ไม่สามารถใช้งานได้ ราคากำลังบีบอัดในภาวะ Squeeze ใกล้แนวต้าน ภาพกระแสเงินรวมสนับสนุน การสะสมที่เป็นไปได้ — การจัดประเภทกระแสเงินที่แข็งแกร่งที่สุดที่หุ้นใดๆ ได้รับในการคัดกรองวันนี้ การยืนยันราคา (ทะลุเหนือ 52.50 ด้วยปริมาณ) จะยกระดับสิ่งนี้เป็น “การสะสมที่ได้รับการยืนยัน”

    บริบทงบการเงิน Q2 2569: GPSC รายงานงบ Q2 2569 เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 — เพียง 4 วันก่อนรายงานนี้ หุ้นปิดที่ 51.75 ในวันนั้น ข้อมูล NVDR (7 ส.ค.) จับภาพวันซื้อขายแรกหลังประกาศงบ แสดงการซื้อสุทธิที่แข็งแกร่งจากต่างชาติ — นี่บ่งชี้ว่าตลาดและสถาบันต่างชาติดูดซับผลประกอบการในเชิงบวก เมื่อความเสี่ยงด้านงบหมดไปแล้ว ตัวเร่งระยะใกล้หลักในตอนนี้คือปัจจัยเทคนิค: การคลี่คลายของภาวะ Squeeze

    ข้อกล่าวอ้างที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่มีการระบุค่า EMA 50 และ EMA 200 ในข้อมูลนำเข้า ไม่มีจุดยึด Fibonacci ใดๆ ราคาปัจจุบันมาจาก Yahoo Finance (ปิด 6 ส.ค. ที่ 51.75) โดยกรอบราคา 7 ส.ค. ที่ 51.25–52.25 บ่งชี้ว่าหุ้นมีการซื้อขายใกล้จุดสูงสุดของกรอบนี้ ณ วันที่ออกรายงาน


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การทะลุเหนือแนวต้าน (52.50)
    • โซนเข้า: 50.50–52.50 (สะสมเมื่อราคาเข้าใกล้จุดทะลุกรอบ; เข้าเต็มขนาดเมื่อได้รับการยืนยัน)
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (หลัก): การปิดรายวันเหนือ 52.50 ด้วยปริมาณที่ขยายตัวจากภาวะ Squeeze ปัจจุบัน (≥1.0–1.5× ค่าเฉลี่ยล่าสุดที่ ~10.8 ล้านหุ้น) RSI ควรปรับตัวขึ้นเหนือ 55–60 NVDR ควรรักษาสถานะซื้อสุทธิ (วันที่ 5 ติดต่อกันจะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งของสัญญาณ) สิ่งนี้สอดคล้องกับฐานความรู้: “Price Breakout upwards + High Volume → Cycle: Markup (Best profit-making point).”
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (ทางเลือกเชิงรุก): เข้าทยอยซื้อใกล้โซนทางเข้าปัจจุบันที่ 50.50 โดยยอมรับว่าภาวะ Squeeze ยังไม่คลี่คลาย นี่ให้ RRR ที่ดีกว่า (เข้าที่ 50.50, ความเสี่ยง = 1.25, ผลตอบแทน = 2.00, RRR = 2.00) แต่มีความเสี่ยงที่ภาวะ Squeeze จะคลี่คลายลงด้านล่าง ใช้แนวทางนี้ด้วยขนาดสถานะที่ลดลงและจุดตัดขาดทุนตายตัวที่ 49.25 เท่านั้น
    • เป้าหมาย 1: 52.50 (เป้าหมายที่ให้มา; แนวต้านทันที — ระดับการยืนยันการทะลุกรอบ)
    • เป้าหมาย 2: 53.50 (ค่าเฉลี่ยราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์จาก Yahoo Finance; ขาขึ้น ~4.4% จาก 51.25)
    • เป้าหมาย 3: 55.75 (จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์; คิดเป็นขาขึ้น ~8.8%; เป้าหมายทะเยอทะยานที่ต้องการโมเมนตัมต่อเนื่อง)
    • จุดตัดขาดทุน: 49.25 (ระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มา; วางไว้เหนือแนวรับทันทีที่ 48.25, ให้จุดยกเลิกสถานะที่แคบกว่าและรักษา RRR ที่น่าพอใจ) หมายเหตุ: แนวรับทันที 48.25 ให้ส่วนเผื่อความปลอดภัยรองใต้จุดตัดขาดทุน
    • จุดตัดขาดทุนตาม (Trailing Stop): เมื่อผ่านเป้าหมาย 1 (52.50) ได้แล้ว ให้ยกจุดตัดขาดทุนขึ้นมาที่จุดคุ้มทุน (ทุนเท่าทุน) ณ ราคาเข้า หลังจากนั้น ให้เลื่อนตามใต้จุดต่ำสุดของการแกว่งตัวใน 5 วันจากการปิดรายวัน ขณะที่แนวโน้มดำเนินไปสู่เป้าหมาย 2 และ 3
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1 (ณ ราคาเข้า 50.50): RRR = 2.00 (ความเสี่ยง: 50.50 − 49.25 = 1.25; ผลตอบแทน: 52.50 − 50.50 = 2.00) ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 และตรงตามเกณฑ์ที่ต้องการ 2.0
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 2 (ณ ราคาเข้า 50.50): RRR = 2.40 (ผลตอบแทน: 53.50 − 50.50 = 3.00) ยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก
    • จังหวะดำเนินการ: ภาวะ Squeeze ยังดำเนินอยู่ งบ Q2 2569 ผ่านพ้นความเสี่ยงแล้ว (6 ส.ค.) แนวโน้มการสะสมของ NVDR ยังคงเดิม ณ วันที่ 7 ส.ค. การเข้าสามารถเริ่มได้แบบทยอยซื้อใกล้ 50.50–51.50 และเพิ่มขนาดเต็มเมื่อทะลุเหนือ 52.50
    • ห้ามเข้าเด็ดขาด หาก:

    1. ราคาทะลุลงต่ำกว่า 49.25 ด้วยปริมาณที่ขยายตัว (จุดตัดขาดทุนถูกชน; แนวโน้มถูกยกเลิก)

    2. NVDR พลิกเป็นขายสุทธิติดต่อกัน 2 วันขึ้นไป (สมมติฐานการสะสมเสียหาย)

    3. การทะลุเหนือ 52.50 เกิดขึ้นด้วยปริมาณที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ (ความเสี่ยงการทะลุกรอบปลอม / กับดักขาขึ้น)

    ตัวกระตุ้นการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY): การปิดรายวันเหนือ 52.50 ด้วยปริมาณ ≥10.8 ล้านหุ้น (ค่าเฉลี่ย), NVDR รักษาสถานะซื้อสุทธิ, และ RSI > 55 นี่เป็นการยืนยันว่าภาวะ Squeeze คลี่คลายในเชิงบวกด้วยการยืนยันกระแสเงิน RRR ที่ 2.00 เป็นที่ยอมรับได้แล้ว
    • ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง (AVOID): การปิดรายวันต่ำกว่า 49.25 ด้วยปริมาณขยายตัว (จุดตัดขาดทุนถูกชน) นอกจากนี้ให้ปรับลดหาก NVDR พลิกเป็นขายสุทธิต่อเนื่อง 2–3 วันติดต่อกัน เป็นการยกเลิกสมมติฐานการสะสม

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น ปิดรายวันเหนือ 52.50 ด้วยปริมาณ ≥10.8 ล้านหุ้น; NVDR คงการซื้อสุทธิ; RSI > 55 ทะลุออกจากภาวะ Squeeze; ราคาผ่าน 52.50, ท้าทายราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 53.50, จากนั้น 55.75 (จุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์); การปิดชอร์ตอาจขยายการเคลื่อนไหว ราคาปิดกลับลงมาต่ำกว่า 51.00 ภายใน 3 ช่วงการซื้อขายหลังทะลุกรอบ
    กรณีฐาน ราคายังคงบีบอัดระหว่าง 49.25–52.50; ภาวะ Squeeze ยังอยู่; ปริมาณยังแห้ง การสะสมตัวในกรอบจำกัดดำเนินต่อ; NVDR สะสมสถานะอย่างเงียบๆ; ผู้ถือเดิมคงสถานะด้วยจุดตัดขาดทุนที่ 49.25 เส้นขอบเขตใดขอบเขตหนึ่งถูกทะลุด้วยปริมาณ
    กรณีขาลง ปิดรายวันต่ำกว่า 49.25 ด้วยปริมาณขยายตัว; NVDR พลิกเป็นขายสุทธิ; Short-selling เพิ่มขึ้น ภาวะ Squeeze คลี่คลายในเชิงลบ; จุดตัดขาดทุนถูกชน; ราคามุ่งสู่แนวรับ 48.25, จากนั้นอาจต่ำลงอีก; แนวโน้มขาขึ้นถูกยกเลิก ราคากลับมายืนเหนือ 49.25 ภายใน 2 ช่วงการซื้อขายด้วยปริมาณแข็งแกร่ง (กับดักหมี)

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • งบ Q2 2569 (6 ส.ค. 2569 — ผ่านแล้ว): เหตุการณ์สองทางระยะใกล้ที่มีนัยสำคัญที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว การเคลื่อนไหวราคาเชิงบวกของหุ้นและการซื้อ NVDR ที่แข็งแกร่งหลังประกาศงบบ่งชี้ว่าตลาดซึมซับผลประกอบการในเชิงบวก ไม่มีเหตุการณ์งบอีกจนถึง Q3 2569 (ประมาณ พ.ย. 2569)
    • เงินปันผล: 1.90 บาท/หุ้น (อัตราผลตอบแทน 3.71%) วัฏจักร Ex-dividend ครั้งต่อไปจะให้การสนับสนุนด้านผลตอบแทนแก่ผู้ถือเดิม วันที่ขึ้น XD 25 ก.พ. 2569 บ่งชี้ว่าเป็นเงินปันผลรายครึ่งปี
    • ตัวเร่งภาคส่วน — การเปลี่ยนผ่านพลังงานและโครงการไฟฟ้า SPP/IPP: GPSC ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทยและอุปสงค์ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม ข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ใหม่หรือการประกาศโครงการใดๆ จะเป็นตัวเร่งเชิงบวกเพิ่มเติม

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงเชิงเทคนิค: การจัดประเภทความแข็งแกร่งของแนวโน้ม “อ่อนแอ” เป็นข้อควรระวังหลัก แม้จะมีโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้น แต่แนวโน้มขาดความกว้างและความเชื่อมั่น การทะลุกรอบที่ล้มเหลวเหนือ 52.50 อาจส่งผลให้เกิดการกลับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีดอกเบี้ยขายชอร์ตระดับปานกลางที่จะได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้องจากความล้มเหลวดังกล่าว
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: สัดส่วน Short-selling 4.95% แม้ไม่รุนแรง แต่แสดงถึงการวางตำแหน่งขาลงที่มีนัยสำคัญ หากการสะสมของ NVDR หยุดชะงักหรือกลับทิศ ผู้ขายชอร์ตอาจได้เปรียบ สัญญาณ NVDR แม้แข็งแกร่ง แต่มีอายุเพียง 4 วัน — การยืนกรานต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็น
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: P/E ที่ 20.67 สูงกว่ากรอบหุ้นสาธารณูปโภคทั่วไป สะท้อนการคาดการณ์การเติบโต Interest Coverage ที่ 2.86× และเลเวอเรจ D/E บ่งชี้ความเสี่ยงทางการเงินระดับปานกลาง ความผิดหวังด้านกำไรในไตรมาสต่อๆ ไปจะทำให้ Multiplier หดตัว
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: GPSC เป็นหุ้นขนาดใหญ่มีสภาพคล่อง (~10.8 ล้านหุ้นเฉลี่ยต่อวัน, มูลค่าหลักทรัพย์ ~144.5 พันล้านบาท) Slippage และความเสี่ยง Gap มีน้อยมาก นี่คือหมวดความเสี่ยงที่น่ากังวลน้อยที่สุด

    การยกเลิกสมมติฐานหลัก: การปิดรายวันต่ำกว่า 49.25 ด้วยปริมาณขยายตัว หรือ NVDR พลิกเป็นขายสุทธิ ≥2 วันติดต่อกัน เป็นการยกเลิกสมมติฐานการสะสมและโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้น


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 1.25 บาท (เข้า 50.50 − จุดตัดขาดทุน 49.25)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: สูตร: จำนวนหุ้น = (มูลค่าพอร์ต × %ความเสี่ยงสูงสุด) ÷ 1.25, ปัดลงเป็นจำนวนเต็มตามหน่วยซื้อขาย (Board Lot) GPSC มีสภาพคล่องเหลือเฟือ ดังนั้นขนาดสถานะถูกจำกัดด้วยพารามิเตอร์ความเสี่ยงของพอร์ตเท่านั้น ไม่ใช่ความลึกของตลาด พิจารณาเข้ากระจาย: 50% ที่ระดับปัจจุบัน (50.50–51.50) และ 50% เมื่อยืนยันการทะลุเหนือ 52.50 โดยรักษาความเสี่ยงรวมให้อยู่ในกรอบการจัดสรรทั้งหมด

    8. ทะเบียนข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคขาเข้า 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน โครงสร้างหลัก: แนวโน้มขาขึ้น, ความแข็งแกร่งอ่อนแอ, MACD Crossover, Squeeze, RRR 2.00
    RAG Knowledge Main 10 ส.ค. 2569 (เรียกข้อมูล) มีอยู่ ยืนยัน MACD Crossover เป็นสัญญาณซื้อ; กฎ Squeeze-Breakout; ปริมาณคือความจริง
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้งานได้ ลดความสมบูรณ์ของกระแสเงิน แต่ NVDR ทดแทนให้
    Query Short Stock Daily จาก RAG 1 ส.ค. 2569 เก่า (9 วัน) ผลกระทบปานกลาง — สัดส่วน 4.95% สูงแต่ไม่เกินขีดสุด; คงค้าง 0.53%
    NVDR Analyzer 7 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน วิกฤต — สัญญาณ NVDR แข็งแกร่งที่สุดวันนี้: ซื้อติดต่อกัน 4 วัน, สัดส่วน 38.19%, 573.6 ล้านบาท, สภาพคล่องสูง
    Tavily Search 10 ส.ค. 2569 (ค้นหา) มีอยู่ งบ Q2 6 ส.ค. (ผ่านแล้ว); ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 53.50; P/E 20.67; YTD +45.47%

    แหล่งข้อมูลภายนอก (พร้อมวันที่เผยแพร่):

    • Yahoo Finance — GPSC.BK (6 ส.ค. 2569) ปิด 51.75; กรอบราคา 7 ส.ค. 51.25–52.25; ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์เฉลี่ย 53.50 (กรอบ 35.00–65.00); P/E 20.67; EPS 2.48; เงินปันผล 1.90 (3.71%); ประกาศงบ 6 ส.ค. 2569
    • Morningstar — GPSC (ข้อมูล ณ วันที่ออกรายงาน) P/E 23.04 (Normalized), P/BV 1.37, ROE 6.76%, Interest Coverage 2.86
    • GPSC Investor Relations — เอกสารนำเสนอ Q1 2569 มีให้; งบ Q2 2569 เพิ่งรายงานเมื่อ 6 ส.ค.

    ช่องว่างข้อมูลสำคัญ: ข้อมูล Big Lot ไม่สามารถใช้งานได้ ข้อมูล Short-selling เก่าไป 9 วัน ไม่มีการระบุค่า EMA ช่องว่างเหล่านี้ขัดขวางการให้คะแนนความเชื่อมั่นระดับสูง แต่ถูกบรรเทาลงอย่างมากด้วยสัญญาณ NVDR ที่แข็งแกร่งและความชัดเจนหลังประกาศงบ


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — พร้อมปรับเพิ่มระดับ: GPSC เป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งที่สุดในการคัดกรองวันนี้ การปิดรายวันเหนือ 52.50 ด้วยปริมาณ ≥10.8 ล้านหุ้น เป็นตัวกระตุ้นให้ ซื้อ NVDR ยืนยันการสะสม (ซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วัน, สัดส่วน 38.19%, ยอดสะสม 573.6 ล้านบาท), MACD Crossover เป็นขาขึ้น, งบ Q2 2569 (6 ส.ค.) ผ่านพ้นความเสี่ยงแล้ว, และ RRR ที่ 2.00 ตรงตามเกณฑ์ที่ต้องการ โซนเข้า 50.50–52.50, จุดตัดขาดทุนที่ 49.25, เป้าหมาย 1 ที่ 52.50 (ทะลุกรอบ), เป้าหมาย 2 ที่ 53.50 (ฉันทามตินักวิเคราะห์), เป้าหมาย 3 ที่ 55.75 (จุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์) ความแข็งแกร่งของแนวโน้มที่ “อ่อนแอ” และสัดส่วน Short-selling ที่ 4.95% เป็นข้อควรระวังหลัก — การยืนยันด้วยปริมาณเมื่อทะลุกรอบคือข้อกำหนดสุดท้าย

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T20:58:01.091+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:GPSC|company_name:Global Power Synergy Public Company Ltd|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:52.5|entry_price:50.5|sell_price:51.5|stop_loss_level:49.25|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:48.25|immediate_resistance:52.5|risk_reward_ratio:2|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Weak|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    DIF

    Trading Chart

    บัดนี้ข้าพเจ้ามีข้อมูลครบถ้วนทั้งห้าส่วนแล้ว จะขอสังเคราะห์รายงานฉบับสมบูรณ์ดังนี้


    รายงานการตัดสินใจ SET: DIF — กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การปฏิบัติหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การปฏิบัติสำหรับผู้ถืออยู่ ถือต่อเพื่อรับเงินปันผล (ขึ้นเครื่องหมาย XD 13 ส.ค. 2569); ใช้จุดตัดขาดทุนตาม (Trailing Stop) ใต้ 10.10
    มุมมองทิศทาง เป็นกลาง — ตราสารเพื่อผลตอบแทนจากเงินปันผล มิใช่การเล่นโมเมนตัม
    ความเชื่อมั่น ต่ำ
    กรอบเวลา ถือครองระยะยาว (รอบเงินปันผลรายไตรมาส)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 10.40 บาท (ราคาปิด 5 ส.ค. 2569; Yahoo Finance)
    วันที่ของราคา 5 สิงหาคม 2569
    สถานะของรูปแบบการเข้า ไม่เหมาะสมสำหรับการเทรดแบบสวิง — ค่า RRR ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ; เหมาะสมสำหรับการรับเงินปันผลเท่านั้น

    หัวใจการตัดสินใจ: DIF เป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน มิใช่บริษัทที่ประกอบธุรกิจดำเนินงาน — ควรประเมินมูลค่าด้วย NAV, อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล และส่วนต่างอัตราผลตอบแทน มิใช่ด้วยโมเมนตัมการเทรดแบบสวิง โครงสร้างทางเทคนิค (แนวโน้มขาขึ้น + MACD Crossover + Keltner ชันขึ้น) ดูผิวเผินเป็นขาขึ้น แต่ค่า RRR ที่ให้มาที่ 1.00 นั้นต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.50 อย่างเด็ดขาด ทำให้การเทรดแบบสวิงไม่เป็นที่ยอมรับ เครื่องมือข้อมูลกระแสเงินทั้งสามรายการส่งคืนผลลัพธ์ว่าไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการประเมินกระแสเงินจากสถาบัน วันที่ใกล้จะขึ้นเครื่องหมาย XD (13 ส.ค. 2569 — อีก 3 วัน) ที่ 0.2222 บาทต่อหน่วย (รายไตรมาส; อัตราผลตอบแทนต่อปีประมาณ 8.6%) เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเดียวที่สามารถดำเนินการได้ นี่คือตราสารเพื่อการสะสมผลตอบแทนสำหรับผู้ถือเดิม มิใช่สินทรัพย์ที่คาดว่าจะทะลุกรอบ


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้น, ความแข็งแกร่งของแนวโน้มระดับสูง, Keltner ชันขึ้น; ราคาใกล้จุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์; NAV ~10.30 เทียบกับราคา ~10.40 (ซื้อขายสูงกว่ามูลค่าเล็กน้อย) ขาขึ้น (ทางเทคนิค) / เป็นกลาง (ปัจจัยพื้นฐาน — ราคาใกล้ NAV) ปานกลาง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณปกติ; MACD Crossover เป็นขาขึ้น; RSI เป็นกลาง ขาขึ้นจากโมเมนตัม แต่ไม่เกี่ยวข้องสำหรับกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ต่ำ (กรอบการวิเคราะห์ไม่ถูกต้อง)
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งคืนจากเครื่องมือ ไม่สามารถใช้งานได้ N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูลส่งคืนจากเครื่องมือ ไม่สามารถใช้งานได้ N/A
    NVDR ข้อมูลไม่เพียงพอ (ต้องการ ≥3 วัน) ไม่สามารถใช้งานได้ N/A
    ข่าวสารและตัวเร่ง ขึ้น XD 13 ส.ค. 2569 (0.2222 บาท/หน่วย); อัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 9.41%; อัตราผลตอบแทนคาดการณ์ล่วงหน้า 8.63%; ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์เฉลี่ย 10.44 บวก (แรงหนุนจากผลตอบแทน) สูง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน NAV 10.30; ราคา 10.40 (สูงกว่ามูลค่า ~1%); เสาส่งสัญญาณโทรคมนาคม 16,059 ต้น; มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ~1.005 แสนล้านบาท; YTD +10.05% บวก — ตราสารเพื่อผลตอบแทนที่มั่นคง สูง

    ความสอดคล้องโดยรวม: ไม่สามารถระบุได้ — เครื่องมือกระแสเงินทั้งหมด (Big Lot, Short Sell, NVDR) ไม่ส่งคืนข้อมูลที่ใช้งานได้ การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นกรอบการวิเคราะห์ที่ไม่ถูกต้องสำหรับกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หลักฐานเดียวที่เชื่อถือได้คือการประเมินมูลค่าบนพื้นฐาน NAV และโปรไฟล์เงินปันผล ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นตราสารเพื่อผลตอบแทนที่มีราคายุติธรรม


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    ⚠️ การแก้ไขกรอบการวิเคราะห์: กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน มิใช่หุ้นสามัญ

    DIF ไม่ใช่บริษัทที่ประกอบธุรกิจดำเนินงานทั่วไป แต่เป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่ถือครองเสาส่งสัญญาณ 16,059 ต้น รับรู้รายได้สุทธิจากบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายอื่น กรอบการประเมินมูลค่าที่ถูกต้องคือการประเมินโดยอิงตาม NAV (มูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย) มิใช่ P/E หรือการเติบโตของกำไร การวิเคราะห์ทางเทคนิคมีข้อจำกัดในการนำมาใช้ เนื่องจาก:

    • กองทุนโครงสร้างพื้นฐานซื้อขายในกรอบแคบที่ยึดโยงกับ NAV
    • การเคลื่อนไหวของราคาได้รับแรงผลักดันหลักจากวัฏจักรเงินปันผลและส่วนต่างอัตราผลตอบแทน มิใช่โมเมนตัม
    • สัญญาณ MACD Crossover และ Keltner Channel จากฐานความรู้นั้นออกแบบมาสำหรับบริษัทที่ประกอบธุรกิจดำเนินงาน มิใช่ตราสารเพื่อผลตอบแทน
    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (ทางเทคนิค) / เคลื่อนไหวในกรอบใกล้ NAV (ปัจจัยพื้นฐาน)
    • วัฏจักรตลาด: ไม่สามารถปรับใช้ได้ — กองทุนโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เป็นไปตามวัฏจักรการสะสม/การปรับตัวขึ้น/การกระจาย/การปรับตัวลง ในความหมายดั้งเดิม
    • แนวรับสำคัญ: 10.10 (ทันที); ระดับพื้น NAV ที่ประมาณ 10.30 ทำหน้าที่เป็นจุดยึดมูลค่าอย่างอ่อน
    • แนวต้านสำคัญ: 10.50 (ทันที); 10.44 คือเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ (โดยพื้นฐานแล้วคือระดับราคาปัจจุบัน); 11.80 คือเป้าหมายสูงสุดของนักวิเคราะห์
    • โมเมนตัม: MACD Crossover และ RSI เป็นกลางถูกบันทึกไว้ แต่น้ำหนักน้อยมากสำหรับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กฎของฐานความรู้เกี่ยวกับการทะลุกรอบและการยืนยันด้วยปริมาณนั้นออกแบบมาสำหรับบริษัทที่ประกอบธุรกิจดำเนินงาน
    • การตีความ Big Lot: ไม่สามารถใช้งานได้
    • การตีความ Short-Selling: ไม่สามารถใช้งานได้
    • การตีความ NVDR: ไม่สามารถใช้งานได้ — เครื่องมือ NVDR Analyzer ส่งคืนข้อมูลไม่เพียงพอ (ต้องการประวัติอย่างน้อย 3 วัน) กรณีนี้น่าจะสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมที่จำกัดของนักลงทุนต่างชาติในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้และมิใช่สัญญาณขาลง
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: ไม่สามารถระบุได้ — เครื่องมือกระแสเงินทั้งสามรายการไม่ส่งคืนข้อมูลใดๆ สำหรับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแล้ว กรณีนี้มิใช่เชิงลบเสมอไป ตราสารเหล่านี้ถูกถือครองโดยนักลงทุนสถาบันและรายย่อยในประเทศเป็นหลักเพื่อผลตอบแทน โดยมีกิจกรรมจากต่างชาติหรือการขายชอร์ตที่จำกัด

    บริบทเงินปันผล (วิกฤต):

    รายการ รายละเอียด
    วันขึ้นเครื่องหมาย XD ครั้งถัดไป 13 สิงหาคม 2569 (3 วันนับจากวันที่ออกรายงาน)
    เงินปันผลต่อหน่วย 0.2222 บาท
    วันจ่ายเงินปันผล 9 กันยายน 2569
    เงินปันผลรายปี 0.8888 บาท (4 × 0.2222)
    อัตราผลตอบแทนย้อนหลัง 9.41% ณ ราคา 9.45 บาท (ข้อมูลอ้างอิงเดือน ก.พ.)
    อัตราผลตอบแทนคาดการณ์ล่วงหน้า ~8.55% ณ ราคาปัจจุบัน 10.40 บาท
    อัตราการเติบโตของเงินปันผลย้อนหลัง 3 ปี (DGR3) −5.12% (เงินปันผลลดลง)
    NAV (10 ส.ค. 2569) ~10.30 บาท (SCBAM)

    อัตราการเติบโตของเงินปันผลที่ลดลง (−5.12% ต่อปี ย้อนหลัง 3 ปี) เป็นข้อกังวล เงินปันผลของ DIF คงที่ที่ 0.2222 บาท/ไตรมาส มาหลายปีโดยไม่มีการเติบโต หมายความว่าผลตอบแทนที่แท้จริงลดลงเมื่อเทียบกับเงินเฟ้อ


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ไม่มีการเทรด — ค่า RRR ที่ 1.00 ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.50 สำหรับการเทรดแบบสวิง สำหรับการรับเงินปันผล วันที่ขึ้น XD (13 ส.ค.) เป็นข้อพิจารณาหลัก
    • โซนเข้า: ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้องสำหรับการเทรดแบบสวิง
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (การรับเงินปันผล — ผู้ถือเดิมหรือผู้ถือใหม่): หากสะสมเพื่อรับผลตอบแทน ให้ซื้อก่อนวันที่ 13 ส.ค. 2569 เพื่อรับสิทธิ์เงินปันผล 0.2222 บาท การเข้าซื้อใกล้ระดับ 10.30 (NAV) จะเหมาะสมที่สุด; 10.40 คือระดับที่สูงกว่ามูลค่าเล็กน้อย
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (สวิง — ไม่แนะนำ): การปิดรายวันเหนือ 10.50 ด้วยปริมาณ > 8.89 ล้านหุ้น (ค่าเฉลี่ย) จะเป็นสัญญาณการทะลุกรอบ แต่ผลตอบแทนสู่ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ที่ 10.44 นั้นเป็นศูนย์ แม้จะไปยังเป้าหมายสูงสุดที่ 11.80 ก็ตาม RRR จาก 10.40 โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 10.20 คือ (11.80 − 10.40)/(10.40 − 10.20) = 1.40/0.20 = 7.00 — ดูน่าสนใจแต่ต้องอาศัยการปรับตัวขึ้น 13.5% ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นสำหรับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานหากปราศจากตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญ
    • เป้าหมาย 1: 10.60 (เป้าหมายที่ให้มา; สูงกว่าราคาปัจจุบันเพียง 1.9%)
    • เป้าหมาย 2: 11.80 (ราคาเป้าหมายสูงสุดของนักวิเคราะห์จาก Yahoo Finance; ไม่ทราบวิธีการประเมิน; ต้องอาศัยตัวเร่งปฏิกิริยาพิเศษ)
    • จุดตัดขาดทุน: 10.10–10.20 (ต่ำกว่าแนวรับทันที; ต่ำกว่า NAV ซึ่งเป็นกันชนด้านความปลอดภัยของส่วนเผื่อ margin of safety)
    • จุดตัดขาดทุนตาม (Trailing Stop): ไม่สามารถปรับใช้กับการเทรดแบบสวิงได้ สำหรับผู้ถือเพื่อผลตอบแทนเดิม ใช้จุดตัดขาดทุนตายตัว (Hard Stop) ใต้ 10.10 หรือการออกจากสถานะโดยอิงตาม NAV หากราคาสูงกว่า NAV เกิน 5–10% โดยปราศจากเหตุผลพื้นฐานรองรับ
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: 1.00 (ความเสี่ยง = 10.40 − 10.20 = 0.20; ผลตอบแทน = 10.60 − 10.40 = 0.20) ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ — การเทรดนี้ไม่น่าสนใจในเชิงโครงสร้าง
    • จังหวะดำเนินการ: วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD (13 ส.ค.) สร้างวัฏจักรตามธรรมชาติ: โดยทั่วไปราคาจะปรับตัวขึ้นก่อนวัน XD และลดลงประมาณเท่ากับจำนวนเงินปันผลในวันที่ขึ้น XD การเข้าซื้อใดๆ ก่อนวันที่ 13 ส.ค. ควรคำนึงถึงการปรับราคาเชิงกลไกนี้
    • ห้ามเข้าเด็ดขาด หาก (สวิง):

    1. RRR ยังคงอยู่ที่หรือต่ำกว่า 1.00 (ปัญหาเชิงโครงสร้าง — ไม่สามารถแก้ไขได้โดยปราศจากจุดตัดขาดทุนที่กว้างขึ้นหรือเป้าหมายที่สูงขึ้น ซึ่งไม่สมเหตุสมผลทั้งคู่)

    2. ราคาสูงกว่า NAV มากกว่า 2–3% โดยปราศจากตัวเร่งด้านส่วนต่างอัตราผลตอบแทนที่สอดคล้อง (การจ่ายเงินเกินมูลค่าสำหรับสินทรัพย์นี้)

    3. เข้าซื้อเพื่อรับเงินปันผลโดยไม่ยอมรับการลดลงของราคาในวัน XD (เงินปันผลไม่ใช่ “เงินที่ได้มาฟรี”)

    ตัวกระตุ้นการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY): ไม่สามารถปรับใช้ได้ภายในกรอบการเทรดแบบสวิง สำหรับการสะสมเพื่อผลตอบแทน ให้ซื้อที่ระดับหรือต่ำกว่า NAV (10.30) โดยมีระยะเวลาถือครองหลายไตรมาสเพื่อรับอัตราผลตอบแทน 8.6% ต่อปี
    • ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง (AVOID): ราคาทะลุลงต่ำกว่า 10.10 ด้วยปริมาณขยายตัว (การพังทลายทางเทคนิค) นอกจากนี้ให้ปรับลดหากเงินปันผลถูกปรับลดลงต่ำกว่า 0.2222 บาท/ไตรมาส (สมมติฐานปัจจัยพื้นฐานเสียหาย) อัตราการเติบโตของเงินปันผลย้อนหลัง 3 ปี ที่ −5.12% เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น ราคาปิดเหนือ 10.50; ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนหดตัว (นักลงทุนยอมรับอัตราผลตอบแทนที่ต่ำลง = ราคาสูงขึ้น); กฎระเบียบเชิงบวกต่อโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ราคาไต่ระดับสู่กรอบ 11.00–11.80 ในช่วงหลายเดือน; ผลตอบแทนรวม = กำไรจากส่วนต่างราคา + เงินปันผล ~8.6% ราคาทะลุลงต่ำกว่า NAV (10.30)
    กรณีฐาน ราคายังคงแกว่งตัวระหว่าง 10.10–10.50 โดยยึดโยงกับ NAV; เงินปันผลรายไตรมาสทบต้น สะสมในกรอบจำกัด; อัตราผลตอบแทน ~8.6% ต่อปีสำหรับผู้ถือ; กำไรจากส่วนต่างราคามีจำกัด เงินปันผลถูกปรับลดลง หรือราคาสูงกว่า NAV เกิน 5% อย่างต่อเนื่องโดยปราศจากตัวเร่ง
    กรณีขาลง ราคาทะลุลงต่ำกว่า 10.10 ด้วยปริมาณ; เงินปันผลถูกปรับลดลงเนื่องจากรายได้จากการให้เช่าเสาส่งสัญญาณที่ลดลง; ความเครียดทางการเงินของทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งผลกระทบต่อเนื่อง ราคาถูกตีราคาใหม่ให้ต่ำลงเมื่อส่วนต่างอัตราผลตอบแทนขยายกว้างขึ้น; มีโอกาสปรับตัวลงสู่ 9.30 (ราคาเป้าหมายต่ำสุดของนักวิเคราะห์) เงินปันผลยังคงเดิมและ NAV มีเสถียรภาพ

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • วันขึ้นเครื่องหมาย XD — 13 สิงหาคม 2569 (อีก 3 วัน): เงินปันผล 0.2222 บาทต่อหน่วย นี่คือเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในระยะใกล้ ราคาจะปรับตัวลดลงโดยกลไกประมาณ 0.22 บาทในวันที่ขึ้น XD นักลงทุนระยะสั้นไม่ควรเข้าใจผิดว่าราคาก่อนวัน XD คือมูลค่าที่ยั่งยืน
    • การอัปเดต NAV รายไตรมาส: SCBAM เผยแพร่ NAV ทุกวัน ติดตามดูการด้อยค่าของ NAV (รายได้จากเสาลดลง, การด้อยค่าสินทรัพย์) ที่จะลดจุดยึดมูลค่าลงจากระดับ 10.30 ในปัจจุบัน
    • ภาคโทรคมนาคม — บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น: รายได้ของ DIF เชื่อมโยงกับทรู คอร์ปอเรชั่น (ผู้เช่าหลักของเสาส่งสัญญาณ) การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใดๆ ในสถานะทางการเงินของทรู หรือการออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ อาจส่งผลกระทบต่อกระแสรายได้ของ DIF และความยั่งยืนของเงินปันผล

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงเชิงเทคนิค: RRR ที่ 1.00 คือปัญหาที่เร่งด่วนที่สุด — ทำให้การเทรดแบบสวิงไม่น่าสนใจในเชิงโครงสร้าง โดยไม่คำนึงถึงแนวโน้ม จุดตัดขาดทุนที่แคบ 0.20 บาท (เพียง ~2%) เสี่ยงสูงที่จะถูกชนด้วยสัญญาณรบกวนปกติในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: การขาดข้อมูล Big Lot, Short-Selling และ NVDR โดยสมบูรณ์ เป็นอุปสรรคต่อการประเมินกระแสเงินจากสถาบัน สำหรับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานแล้ว กรณีนี้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้บางส่วน แต่ก็ยังลดทอนความเชื่อมั่น
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: อัตราการเติบโตของเงินปันผลย้อนหลัง 3 ปีที่ลดลง (−5.12%) คือสัญญาณเตือน แม้ว่าเงินปันผลสัมบูรณ์จะคงที่ที่ 0.2222 บาท/ไตรมาส แต่การขาดการเติบโตหมายความว่าผลตอบแทนที่แท้จริงกำลังถดถอย การปรับลดเงินปันผลใดๆ จะเป็นหายนะต่อราคาต่อหน่วย
    • ความเสี่ยงด้านกรอบการวิเคราะห์: การนำการวิเคราะห์โมเมนตัมของหุ้นสามัญ (MACD Crossover, การทะลุกรอบ Keltner Channel) มาใช้กับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานนั้นไม่เหมาะสม ราคาของ DIF ยึดโยงกับ NAV (~10.30) และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (~8.6%) โดยพื้นฐาน การทะลุกรอบทางเทคนิคในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานมักเป็นสัญญาณหลอกที่ขับเคลื่อนโดยกลไกวัฏจักรเงินปันผล มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัมอย่างแท้จริง

    การยกเลิกสมมติฐานหลัก: การปรับลดเงินปันผลลงต่ำกว่า 0.2222 บาท/ไตรมาส หรือ NAV ลดลงอย่างต่อเนื่องต่ำกว่า 9.50 จะยกเลิกสมมติฐานการสะสมเพื่อผลตอบแทน สำหรับการเทรดแบบสวิง สมมติฐานนั้นเป็นโมฆะอยู่แล้วเนื่องจาก RRR ไม่เพียงพอ


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.20 บาท (เข้า 10.40 − จุดตัดขาดทุน 10.20) — แคบเกินไปสำหรับการเทรดในทางปฏิบัติ
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: DIF เป็นตราสารเพื่อผลตอบแทน มิใช่เครื่องมือเทรดแบบสวิง การกำหนดขนาดสถานะควรอิงตามเป้าหมายผลตอบแทนของพอร์ต มิใช่ RRR สูตรสำหรับการจัดสรรเพื่อผลตอบแทน: ขนาดสถานะ = (รายได้เงินปันผลรายปีที่ต้องการ) ÷ 0.8888 ตัวอย่างเช่น รายได้เงินปันผลรายปี 100,000 บาท ต้องการ ~112,500 หน่วย ณ ราคาปัจจุบัน (เงินลงทุน ~1.17 ล้านบาท) DIF มีสภาพคล่องรายวันเพียงพอ (~8.9 ล้านหุ้น โดยเฉลี่ย) ดังนั้น slippage จึงน้อยมากแม้สำหรับสถานะขนาดใหญ่

    8. ทะเบียนข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคขาเข้า 10 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน โครงสร้างหลัก: แนวโน้มขาขึ้น, MACD Crossover, RRR 1.00 — แต่เป็นกรอบการวิเคราะห์ที่ไม่ถูกต้องสำหรับกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
    RAG Knowledge Main 10 ส.ค. 2569 (เรียกข้อมูล) มีอยู่ กฎ MACD Crossover และ Keltner ออกแบบมาสำหรับบริษัทที่ประกอบธุรกิจดำเนินงาน; มีข้อจำกัดในการปรับใช้กับกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้งานได้ เป็นไปตามที่คาดการณ์สำหรับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน; ผลกระทบต่อการตัดสินใจต่ำ
    Query Short Stock Daily จาก RAG N/A ไม่สามารถใช้งานได้ เป็นไปตามที่คาดการณ์สำหรับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน; ผลกระทบต่อการตัดสินใจต่ำ
    NVDR Analyzer 10 ส.ค. 2569 ไม่สามารถใช้งานได้ (ข้อมูลไม่เพียงพอ) เป็นไปตามที่คาดการณ์ — การมีส่วนร่วมของนักลงทุนต่างชาติที่จำกัดในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานไทย; มิใช่สัญญาณขาลง
    Tavily Search 10 ส.ค. 2569 (ค้นหา) มีอยู่ วิกฤต — NAV 10.30, เงินปันผล 0.2222, ขึ้น XD 13 ส.ค. 2569, ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 10.44

    แหล่งข้อมูลภายนอก (พร้อมวันที่เผยแพร่):

    • Digrin — ประวัติเงินปันผลและข้อมูลอัตราผลตอบแทนของ DIF (8 ส.ค. 2569) ราคาปัจจุบัน 10.30, อัตราผลตอบแทน 9.41%, อัตราผลตอบแทนคาดการณ์ล่วงหน้า 8.63%, DGR3 −5.12% ขึ้น XD 13 ส.ค. 2569
    • SCBAM — ข้อมูล NAV ของ DIF (10 ส.ค. 2569) ข้อมูลกองทุน, ประวัติเงินปันผลรวมตลอดอายุ 11.4761 บาท
    • Yahoo Finance — DIF.BK (5 ส.ค. 2569) ราคาปิด 10.40, ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์เฉลี่ย 10.44 (กรอบ 9.30–11.80), ช่วงราคาในรอบ 52 สัปดาห์ 8.10–15.26
    • SET — ข้อมูลสรุป DIF (20 ก.ค. 2569) เสาส่งสัญญาณโทรคมนาคม 16,059 ต้น, สัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free Float) 79.42%, สัดส่วนการถือครองของต่างชาติสูงสุด (Foreign Limit) 49.00%

    ข้อขัดแย้งข้อมูลสำคัญ: ช่วงราคาในรอบ 52 สัปดาห์ระหว่างแหล่งข้อมูลแตกต่างกัน — Yahoo Finance แสดง 8.10–15.26 ในขณะที่ Digrin แสดง 7.35–10.40 กรอบของ Digrin สอดคล้องกับราคาปัจจุบันมากกว่า บ่งชี้ว่ากรอบของ Yahoo อาจรวมราคาที่ปรับปรุงแล้วหรือข้อมูลที่ผิดปกติ ความแตกต่างนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้หลายแหล่งข้อมูลสำหรับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

    ข้อจำกัดของกรอบการวิเคราะห์: ข้อมูลนำเข้าการวิเคราะห์ทางเทคนิค (แนวโน้มขาขึ้น, MACD Crossover, RRR) ถูกออกแบบมาสำหรับหุ้นของบริษัทที่ประกอบธุรกิจดำเนินงาน การนำมาปรับใช้กับ DIF — ซึ่งเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ซื้อขายใกล้ NAV โดยมีจุดยึดจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผล — เป็นการประเมินความเกี่ยวข้องของสัญญาณโมเมนตัมสูงเกินจริงอย่างเป็นระบบ และประเมินความสำคัญของการวิเคราะห์ NAV และส่วนต่างอัตราผลตอบแทนต่ำเกินจริง ข้อจำกัดนี้มีนัยสำคัญและเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คะแนนความเชื่อมั่นอยู่ในระดับต่ำ


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — DIF เป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน มิใช่สินทรัพย์สำหรับการเทรดแบบสวิง ค่า RRR ที่ให้มา 1.00 นั้นเป็นที่ยอมรับไม่ได้ในเชิงโครงสร้างสำหรับการเทรดโดยอาศัยโมเมนตัม กองทุนนี้ซื้อขายสูงกว่า NAV เล็กน้อย (10.40 เทียบกับ 10.30) โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลคาดการณ์ล่วงหน้าที่น่าสนใจที่ 8.6% และมีวันขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 (0.2222 บาท/หน่วย) ผู้ถือเดิมควรรักษาสถานะเพื่อการสะสมผลตอบแทน; ไม่แนะนำให้เข้าสถานะสวิงใหม่ ประเมิน DIF โดยอิงตาม NAV, ความยั่งยืนของเงินปันผล และส่วนต่างอัตราผลตอบแทน — มิใช่ด้วย MACD Crossovers หรือการทะลุกรอบ Keltner

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T20:49:48.665+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:DIF|company_name:Digital Telecommunications Infrastructure Fund|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:10.6|entry_price:10.4|sell_price:10.6|stop_loss_level:10.2|chart_timeframe:1D|volume_status:NORMAL|immediate_support:10.1|immediate_resistance:10.5|risk_reward_ratio:1|volatility_squeeze_status:Neutral|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Strong|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง กองทุนโครงสร้างพื้นฐานมีโปรไฟล์ความเสี่ยงและผลตอบแทนที่แตกต่างโดยพื้นฐานจากบริษัทที่ประกอบธุรกิจดำเนินงาน และควรประเมินมูลค่าด้วย NAV และอัตราผลตอบแทน มิใช่ด้วยโมเมนตัม*

    CREDIT

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจ SET: CREDIT — ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การปฏิบัติหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การปฏิบัติสำหรับผู้ถืออยู่ ถือต่อโดยใช้จุดตัดขาดทุนตาม (Trailing Stop) ใต้ 23.20; ห้ามเพิ่มเติมที่ระดับปัจจุบัน
    มุมมองทิศทาง ขาขึ้น
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วันหลังสัญญาณกระตุ้น)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~23.80 บาท (โซนเข้าในข้อมูลอินพุต)
    วันที่ของราคา 2026-08-10 (วันที่สร้างรายงาน)
    สถานะของรูปแบบการเข้า รอสัญญาณกระตุ้น — การคลี่คลายของ Squeeze เหนือแนวต้านหรือการย่อตัวเพื่อ RRR ที่ดีกว่า

    หัวใจการตัดสินใจ: CREDIT แสดงโครงสร้างทางเทคนิคที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นที่สแกนวันนี้ — แนวโน้มขาขึ้นที่ยืนยันแล้วด้วย Keltner Channels ที่ชันขึ้น, MACD Crossover ขาขึ้น, และความแข็งแกร่งของแนวโน้มระดับสูง ฐานความรู้ระบุว่าการผสมผสานที่แน่นอนนี้ (MACD Crossover + Keltner Channels ชันขึ้น) เป็นสัญญาณซื้อที่ถูกต้องในตลาดที่มีแนวโน้ม อย่างไรก็ตาม RRR ที่ให้มา 1.17 ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5, ข้อมูลกระแสเงินทั้งหมดไม่มี (Big Lot, Short Sell) หรือไม่น่าเชื่อถือ (NVDR ในสภาพคล่องต่ำ), และไตรมาส 2 ปี 2569 ของกลุ่มธนาคารเผชิญความเสี่ยงจากกำไรลดลง 9% YoY รอให้เกิดการย่อตัวเข้าโซนแนวรับ 23.20 (ทำให้ RRR ดีขึ้น) หรือการทะลุเหนือ 24.00 ด้วยปริมาณที่ขยายตัวก่อนจัดสรรเงินทุน


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นยืนยันแล้ว; Keltner ชันขึ้น; ความแข็งแกร่งของแนวโน้มสูง; In-Squeeze ใกล้แนวต้าน ขาขึ้น สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งใน Squeeze (การบีบอัดก่อนทะลุ); MACD Crossover เป็นขาขึ้น; RSI เป็นกลาง ขาขึ้น สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งคืนจากเครื่องมือ ไม่มีข้อมูล N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูลส่งคืนจากเครื่องมือ ไม่มีข้อมูล N/A
    NVDR สัดส่วนซื้อสุทธิ 26.83%, แค่ 1 วัน, สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้าน; เครื่องมือบอกว่า “เป็นกลาง” ผสมผสาน / ไม่น่าเชื่อถือ (สภาพคล่องต่ำ) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง ประชุมนักวิเคราะห์ Q2/2569 4 ส.ค.; ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์เฉลี่ย 26.00; คาดการณ์กำไรกลุ่มธนาคารลดลง -9% YoY ผสมผสาน — มุมมองนักวิเคราะห์เป็นบวก, กลุ่มอุตสาหกรรมเป็นลบ ปานกลาง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน Q1 FY26 รายได้ 3.97 พันล้าน, กำไร 1.16 พันล้าน; ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์กรอบ 26.00–27.50 บวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องโดยรวม: ผสมผสาน — แนวโน้มทางเทคนิคขาขึ้นและ MACD Crossover เป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่ข้อมูลกระแสเงินเกือบทั้งหมดขาดหายหรือไม่น่าเชื่อถือ และความเสี่ยงของกลุ่มอุตสาหกรรมทำให้ความเชื่อมั่นลดลง ความสอดคล้องโดยรวมใกล้เคียงกับ Probable Accumulation มากกว่า Mixed แต่การขาดการยืนยันจากกระแสเงินทำให้ไม่สามารถจัดประเภทเช่นนั้นได้


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น — ฐานความรู้ยืนยันว่า Keltner Channels ที่ชันขึ้นพร้อมราคาบีบอัดใกล้ขอบบนคือเครื่องหมายของตลาดที่มีแนวโน้มแข็งแกร่ง MACD Crossover ถูกระบุว่าเป็นสัญญาณซื้อที่ถูกต้องเมื่อเส้น MACD ตัดเหนือเส้น Signal ในแนวโน้มขาขึ้น
    • วัฏจักรตลาด: Markup — หุ้นอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่ยืนยันแล้ว ปริมาณที่แห้งใน Squeeze ใกล้แนวต้าน (24.00) สอดคล้องกับการพักตัวก่อนการทะลุขึ้น ไม่ใช่การกระจายตัว ฐานความรู้เตือนว่าในตลาดที่มีแนวโน้ม ตัวชี้วัดโมเมนตัมอาจดูเหมือน “ติด” โดยไม่ส่งสัญญาณกลับตัว — ซึ่งใช้ได้ที่นี่ โดย RSI เป็นกลางในแนวโน้มขาขึ้นเป็นเรื่องปกติและไม่ได้บ่งบอกถึงความอ่อนแอ
    • แนวรับสำคัญ: 23.20 (แนวรับโครงสร้างทันที; ระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มา)
    • แนวต้านสำคัญ: 24.00 (ทันที); 24.50 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา)
    • โมเมนตัม: สถานะ MACD คือ “Crossover” — ฐานความรู้ระบุอย่างชัดเจนว่านี่คือสัญญาณซื้อ เมื่อรวมกับแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งและ Keltner ที่ชันขึ้น นี่คือการยืนยันโมเมนตัมขาขึ้นตามตำรา RSI เป็นกลาง ซึ่งในแนวโน้มขาขึ้นไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล — เพียงหมายความว่าหุ้นไม่ได้อยู่ในเขตซื้อมากเกินไปและยังมีช่องว่างให้วิ่งขึ้น ไม่มีการตั้งค่าสัญญาณ Divergence ใดๆ
    • การตีความ Big Lot: ไม่มีข้อมูล ไม่พบรายการ Big Lot สำหรับธนาคารขนาดกลางที่จดทะเบียนค่อนข้างใหม่ นี่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่ลดความเชื่อมั่นด้านกระแสเงิน
    • การตีความ Short Selling: ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูลการขายชอร์ตส่งคืนมา พิจารณาจากฉันทามตินักวิเคราะห์ว่าซื้อ (ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 26.00) และหุ้นอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ดอกเบี้ยชอร์ตน่าจะต่ำมาก แต่ไม่สามารถยืนยันได้
    • การตีความ NVDR: NVDR Analyzer รายงานสัดส่วนซื้อสุทธิ 26.83% (สูงกว่าเกณฑ์ 15–20%) ด้วยมูลค่าสุทธิสะสม 3 วัน ~23.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม พบวันซื้อติดต่อกันเพียง 1 วัน — ห่างไกลจากการซื้อต่อเนื่อง 3–5 วันที่กำหนดสำหรับการสะสมที่ยืนยัน มูลค่าซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาท กระตุ้นคำเตือน สภาพคล่องต่ำ / เสียงรบกวน อัตราส่วน Volume Spike อยู่ที่ -2.9 (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก) ยืนยันว่าไม่มีความผิดปกติของปริมาณ เครื่องมือจัดสัญญาณว่า “เป็นกลาง — ไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนในกรอบเวลา 1–5 วัน” ถือว่า NVDR เป็นเสียงรบกวน ไม่ใช่กระแสเงินที่นำไปปฏิบัติได้
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: หลักฐานกระแสเงินไม่เพียงพอที่จะจัดประเภท ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ขาดหาย NVDR เป็นบวกในเชิงทิศทาง (ซื้อสุทธิ 26.83%) แต่ไม่น่าเชื่อถือเนื่องจากสภาพคล่องต่ำและไม่มีความต่อเนื่อง แนวโน้มขาขึ้นทางเทคนิคและ MACD Crossover ให้หลักฐานที่เชื่อถือได้เท่านั้น การไม่มีกระแสเงินขาลง (ไม่มีการขายชอร์ตสูงขึ้น, ไม่มีการขาย NVDR) เป็นเพียงแรงสนับสนุนเล็กน้อย แต่ไม่สามารถใช้เป็นการยืนยันได้ ความสอดคล้องสุทธิเป็นแบบผสมผสาน เอียงไปทาง Probable Accumulation จากความแข็งแกร่งทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว

    บริบทตัวเร่ง Q2/2569: ธนาคารไทยเครดิตจัดการประชุมนักวิเคราะห์ Q2/2569 เมื่อ 4 ส.ค. 2569 — เพียง 6 วันก่อนรายงานนี้ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยโดยรวมคาดว่ากำไรจะลดลง ~9% YoY ใน Q2 จากต้นทุนสินเชื่อที่สูงขึ้น (UOBKH) นี่คือความเสี่ยงด้านลบของกลุ่มที่มีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ฉันทามตินักวิเคราะห์สำหรับ CREDIT ยังคงเป็นขาขึ้นด้วยราคาเป้าหมายเฉลี่ย 26.00 (Yahoo Finance) คิดเป็น upside ~9.2% จากโซนปัจจุบัน ผลประกอบการ Q2 ใหม่พอสมควร (4 ส.ค.) จนน่าจะถูกซึมซับในราคาแล้ว — การที่หุ้นยังคงแนวโน้มขาขึ้นหลังการประชุมบ่งชี้ว่าตลาดซึมซับผลลัพธ์ในเชิงบวก

    ข้อกล่าวอ้างที่ตรวจสอบไม่ได้: ไม่ได้ให้ค่า EMA 50 และ EMA 200 ในข้อมูลอินพุต ไม่มีจุดอ้างอิง Fibonacci ราคาตลาดปัจจุบันไม่ได้รับการยืนยันอย่างอิสระนอกเหนือจากข้อมูลอินพุต


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การทะลุเหนือแนวต้าน (ที่ต้องการ) หรือ การย่อตัวลงมาที่แนวรับ (ทางเลือกเพื่อ RRR ที่ดีกว่า)
    • โซนเข้า: 23.20–23.80 (ย่อตัว) หรือ 24.00–24.10 (ทะลุ)
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (ทะลุ — ทางเลือกที่ต้องการ): ราคาปิดรายวันเหนือ 24.00 โดยปริมาณขยายตัวจาก Squeeze ปัจจุบัน (หลักฐานการคลี่คลายของ Squeeze) RSI ควรปรับขึ้นเหนือ 55 เพื่อยืนยันโมเมนตัม สิ่งนี้สอดคล้องกับฐานความรู้: “Price Breakout upwards + High Volume → Cycle: Markup (Best profit-making point)”
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (ย่อตัว — ทางเลือก): ราคาย่อตัวลงมาที่ 23.20–23.50 โดยปริมาณแห้งลงอีก RSI ทรงตัวเหนือ 40 แล้วดีดขึ้น นี่ให้ RRR ที่เหนือกว่าแต่ต้องใช้ความอดทนและอาจพลาดการเคลื่อนไหวหาก Squeeze คลี่คลายขึ้นโดยไม่ย่อตัว การเข้าที่ 23.20 โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 23.20 ไม่สามารถทำได้ — การย่อตัวต้องทรงตัวเหนือจุดตัดขาดทุน
    • เป้าหมาย 1: 24.50 (เป้าหมายที่ให้มา; อยู่ถัดจากแนวต้าน 24.00 และแสดงถึงช่วงต่อไปหลังการทะลุ)
    • เป้าหมาย 2: 26.00 (ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์เฉลี่ยจาก Yahoo Finance; คิดเป็น upside ~9.2% จาก ~23.80)
    • จุดตัดขาดทุน: 23.20 (ต่ำกว่าแนวรับโครงสร้างทันที; ระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มา)
    • จุดตัดขาดทุนตาม (Trailing Stop): เมื่อถึงเป้าหมาย 1 (24.50) ให้เลื่อนจุดตัดขาดทุนไปที่จุดคุ้มทุนที่ราคาเข้า หลังจากนั้นตามต่ำกว่าจุดต่ำของสวิง 5 วันจากราคาปิดรายวันเมื่อแนวโน้มวิ่งไปสู่เป้าหมาย 2 (26.00)
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1 (ทะลุที่ 24.00): ความเสี่ยง = 24.00 − 23.20 = 0.80; ผลตอบแทน = 24.50 − 24.00 = 0.50; RRR = 0.63 — ยอมรับไม่ได้ นี่คือปัญหาหลัก: การเข้าทะลุที่ 24.00 ตั้งเป้าที่ 24.50 ให้ RRR ที่แย่มาก ทางเดียวที่เป็นไปได้คือการเข้าย่อตัว: เข้าที่ 23.50, ความเสี่ยง = 0.30, ผลตอบแทน = 1.00, RRR = 3.33 แต่จุดหยุดที่ 23.20 ต้องไม่ถูกชน หากตั้งเป้าหมาย 2 (26.00): เข้าที่ 23.80, ความเสี่ยง = 0.60, ผลตอบแทน = 2.20, RRR = 3.67 — น่าสนใจ
    • จังหวะดำเนินการ: Squeeze กำลังบีบอัด รอการคลี่คลายทิศทาง หากหุ้นทะลุเหนือ 24.00 ด้วยปริมาณ ให้ใช้เป้าหมาย 2 (26.00) เป็นเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความสมเหตุสมผลในการเข้าที่ระดับปัจจุบัน หากเกิดการย่อตัวก่อน ให้ใช้การเข้าย่อตัวด้วย RRR ที่เหนือกว่า
    • ห้ามเข้าเด็ดขาด หาก:

    1. ราคาทะลุลงต่ำกว่า 23.20 ด้วยปริมาณขยายตัว (แนวโน้มขาขึ้นถูกยกเลิก; Squeeze คลี่คลายในทางขาลง)

    2. MACD Crossover กลับตัวทันที (กับดักกระทิง — Crossover เป็นสัญญาณหลอก)

    3. การทะลุเหนือ 24.00 เกิดขึ้นด้วยปริมาณที่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย (การทะลุหลอก)

    ตัวกระตุ้นการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY): สองเส้นทาง: (a) ราคาปิดเหนือ 24.00 ด้วยปริมาณขยายตัว ≥1.5 เท่าของค่าเฉลี่ยล่าสุด ตั้งเป้าหมาย 26.00 (ฉันทามตินักวิเคราะห์) โดย RRR > 3.0; หรือ (b) ราคาย่อตัวมาที่ 23.20–23.50 โดย RSI ทรงตัวเหนือ 40 และปริมาณแห้งลงอีก แล้วกลับตัวด้วยแท่งเทียนขาขึ้น ตั้งเป้าหมาย 24.50 โดย RRR > 3.0 หาก NVDR แสดงวันซื้อสุทธิติดต่อกันวันที่สองจะยิ่งเสริมความน่าเชื่อถือ
    • ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง (AVOID): ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 23.20 ด้วยปริมาณขยายตัว ยกเลิกโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้น นอกจากนี้ ปรับลดหากผลประกอบการ Q2/2569 (ที่นำเสนอแล้ว 4 ส.ค.) เผยข้อมูลเชิงลบที่มีนัยสำคัญซึ่งยังไม่สะท้อนในฉันทามติ

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น ราคาปิดรายวันเหนือ 24.00 ด้วยปริมาณขยายตัว ≥1.5 เท่าของค่าเฉลี่ยล่าสุด; RSI > 55; MACD histogram ขยายตัว Squeeze คลี่คลายขึ้น; ราคาทะลุผ่าน 24.50 แล้ววิ่งไปสู่ฉันทามตินักวิเคราะห์ TP 26.00–27.50 ในกรอบหลายสัปดาห์ ราคาปิดกลับลงมาต่ำกว่า 23.80 ภายใน 3 เซสชั่นหลังทะลุ
    กรณีฐาน ราคายังคงบีบอัดระหว่าง 23.20–24.00; Squeeze คงอยู่; ปริมาณยังแห้ง การพักตัวในกรอบดำเนินต่อ; ไม่มีคำสั่งเทรด; โครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นยังคงอยู่สำหรับผู้ถือเดิม ขอบกรอบด้านใดด้านหนึ่ง (23.20 หรือ 24.00) ถูกทำลายด้วยปริมาณ
    กรณีขาลง ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 23.20 ด้วยปริมาณขยายตัว; MACD Crossover พิสูจน์ว่าเป็นสัญญาณหลอก Squeeze คลี่คลายลง; แนวโน้มขาขึ้นถูกยกเลิก; จุดตัดขาดทุน 23.20 ถูกชน; ราคามุ่งเป้าหมายแนวรับถัดไปใต้ 23.20 (ไม่ระบุในข้อมูลอินพุต) ราคากลับมายืนเหนือ 23.20 ภายใน 2 เซสชั่นด้วยปริมาณสูง (กับดักหมี)

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 (นำเสนอ 4 ส.ค. 2569 — ถูกซึมซับแล้ว): การประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 4 ส.ค. เป็นเหตุการณ์ที่มีสาระสำคัญล่าสุด แนวโน้มขาขึ้นที่ต่อเนื่องของหุ้นบ่งบอกว่าตลาดซึมซับผลลัพธ์ในเชิงบวก ไม่คาดว่าจะมีตัวเร่งผลประกอบการระยะใกล้อีกจนถึง Q3/2569 (ประมาณ ต.ค.–พ.ย. 2569)
    • ฉันทามตินักวิเคราะห์และการปรับมูลค่าใหม่: ราคาเป้าหมายฉันทามติเฉลี่ย 26.00 ถึงสูงสุด 27.50 จาก Yahoo Finance เป็นจุดยึดมูลค่าพื้นฐาน การปรับเพิ่มคำแนะนำหรือเพิ่มราคาเป้าหมายใดๆ จะเป็นตัวเร่งบวกเพิ่มเติม
    • ตัวเร่งกลุ่มอุตสาหกรรม — ต้นทุนสินเชื่อธนาคารไทย: การคาดการณ์กำไร Q2 ลดลง 9% YoY มีสาเหตุจากต้นทุนสินเชื่อที่สูงขึ้น การทรงตัวหรือการปรับดีขึ้นของแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์จะเป็นตัวเร่งบวกต่อกลุ่มธนาคารและเฉพาะ CREDIT

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงเชิงเทคนิค: รูปแบบการเข้ามีปัญหา RRR เชิงโครงสร้าง ที่ราคาเข้าที่ให้มา 23.80 พร้อมจุดตัดขาดทุนที่ 23.20 และเป้าหมาย 1 ที่ 24.50 นั้น RRR เพียง 1.17 — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.50 จุดตัดขาดทุนที่แคบ (เพียง 0.60 บาท หรือ ~2.5%) เสี่ยงต่อการถูกชนด้วยสัญญาณรบกวนปกติภายใน Squeeze นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดของรูปแบบนี้
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: การขาดข้อมูล Big Lot และ Short Selling โดยสมบูรณ์ รวมกับ NVDR ที่ไม่น่าเชื่อถือ (สภาพคล่องต่ำ, 1 วันเท่านั้น) หมายความว่าไม่มีการยืนยันกระแสเงินใดๆ สำหรับแนวโน้มขาขึ้นทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง ภาพรวมทั้งหมดพึ่งพาการเคลื่อนไหวของราคาและ MACD เพียงอย่างเดียว
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: กำไร Q2 ของกลุ่มธนาคารไทยคาดว่าจะลดลง 9% YoY จากต้นทุนสินเชื่อที่สูงขึ้น ขณะที่ฉันทามตินักวิเคราะห์สำหรับ CREDIT ยังเป็นขาขึ้น (TP 26.00) ความเสี่ยงของกลุ่มอุตสาหกรรมอาจกดดันหุ้นหากคุณภาพสินเชื่อแย่ลงอีกในครึ่งหลังปี 2569
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง/ช่องว่างราคา: มูลค่าซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาทที่ถูกตั้งค่าสถานะโดยเครื่องมือ NVDR บ่งชี้ถึงการซื้อขายที่ค่อนข้างบาง สิ่งนี้เพิ่มความเสี่ยง slippage ทั้งขาเข้าและขาออก และทำให้จุดตัดขาดทุนแคบ 23.20 เสี่ยงต่อการถูกชนด้วยคำสั่งใหญ่เพียงครั้งเดียวมากกว่าการพังทลายของโครงสร้างจริง

    การยกเลิกหัวใจหลัก: การปิดรายวันต่ำกว่า 23.20 ด้วยปริมาณขยายตัวจะยกเลิกแนวโน้มขาขึ้นและสัญญาณ MACD Crossover หัวใจขาขึ้นทั้งหมดจะเป็นโมฆะ


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.60 บาท (เข้า 23.80 − จุดตัดขาดทุน 23.20); หรือ 0.30 บาท (เข้าย่อตัวที่ 23.50 − จุดตัดขาดทุน 23.20)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: สูตร: จำนวนหุ้น = (มูลค่าพอร์ต × %ความเสี่ยงสูงสุด) ÷ ความเสี่ยงต่อหุ้น, ปัดลงเป็นขนาดบอร์ดล็อต ด้วยจุดตัดขาดทุนที่แคบและคำเตือน NVDR สภาพคล่องต่ำ ควรจำกัดขนาดสถานะเพื่อหลีกเลี่ยง slippage หากใช้การเข้าทะลุที่ 24.00 โดยตั้งเป้าหมาย 2 (26.00) ความเสี่ยงต่อหุ้นจะเป็น 0.80 โดยผลตอบแทน 2.00 ให้ RRR 2.50 — ซึ่งเป็นที่ยอมรับได้หากการทะลุได้รับการยืนยันด้วยปริมาณ ขนาดสถานะสำหรับสถานการณ์เป้าหมาย 2 ไม่ใช่เป้าหมาย 1

    8. ทะเบียนข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคขาเข้า 2026-08-10 ปัจจุบัน โครงสร้างหลัก: แนวโน้มขาขึ้น, MACD Crossover, Keltner ชันขึ้น, Squeeze ใกล้ 24.00
    RAG Knowledge Main 2026-08-10 (เรียกข้อมูล) มีอยู่ ยืนยัน MACD Crossover เป็นสัญญาณซื้อ; การทะลุ + ปริมาณ = จุดเข้า Markup; กฎตลาดมีแนวโน้ม
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่มีข้อมูล ลดความเชื่อมั่นกระแสเงิน; ไม่มีข้อมูลบล็อกสถาบัน
    Query Short Stock Daily จาก RAG N/A ไม่มีข้อมูล ผลกระทบต่ำ — ตรวจไม่พบแรงกดดันขาลง; ไม่สามารถยืนยันได้
    NVDR Analyzer 2026-08-07 ปัจจุบันแต่ถูกตั้งค่าสถานะ ผลกระทบต่ำ — ซื้อสุทธิ 26.83% แต่สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้าน และเพียง 1 วัน; เครื่องมือบอกว่า “เป็นกลาง”
    Tavily Search 2026-08-10 (ค้นหา) มีอยู่ ประชุมนักวิเคราะห์ Q2/2569 4 ส.ค.; ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 26.00–27.50; กำไรกลุ่มธนาคารลดลง -9% YoY

    แหล่งข้อมูลภายนอก (พร้อมวันที่เผยแพร่):

    • นักลงทุนสัมพันธ์ธนาคารไทยเครดิต — ประชุมนักวิเคราะห์ Q2/2569 (4 ส.ค. 2569) เหตุการณ์ที่มีสาระสำคัญล่าสุด
    • Yahoo Finance — CREDIT.BK (ข้อมูล ณ 7 ส.ค. 2569) ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์เฉลี่ย 26.00 สูงสุด 27.50 ไตรมาส 1 FY26 รายได้ 3.97 พันล้าน กำไร 1.16 พันล้าน
    • Asian Banking & Finance — “กำไรธนาคารไทยคาดลดลง 9% ใน Q2” (ไม่ระบุวันที่) นักวิเคราะห์ UOBKH คาดว่าต้นทุนสินเชื่อสูงขึ้นทั่วกลุ่ม

    ช่องว่างข้อมูลสำคัญ: ข้อมูล Big Lot และ Short-selling ขาดหายโดยสมบูรณ์ NVDR ถูกตั้งค่าสถานะว่าไม่น่าเชื่อถือ (สภาพคล่องต่ำ, ไม่มีความต่อเนื่อง) ไม่ได้ระบุค่า EMA ในข้อมูลอินพุต ไม่มีการยืนยันราคาปัจจุบันอย่างอิสระ ช่องว่างเหล่านี้ป้องกันไม่ให้คะแนนความเชื่อมั่นอยู่ในระดับสูง แต่ไม่ได้ขัดแย้งกับหัวใจทางเทคนิคหลัก


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — CREDIT มีโครงสร้างทางเทคนิคที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นที่สแกนวันนี้ (แนวโน้มขาขึ้น + MACD Crossover + Keltner ชันขึ้น) แต่ RRR ที่ให้มา 1.17 ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.50 รอให้เกิดอย่างใดอย่างหนึ่ง: (a) ราคาปิดรายวันเหนือ 24.00 ด้วยปริมาณขยายตัว โดยใช้ราคาเป้าหมายฉันทามตินักวิเคราะห์ 26.00 เป็นเป้าหมายหลัก (RRR ~2.50+) หรือ (b) การย่อตัวมาที่ 23.20–23.50 โดย RSI ทรงตัวเหนือ 40 เพื่อการเข้าที่มี RRR สูงกว่า จุดตัดขาดทุนที่ 23.20 ใต้แนวรับโครงสร้าง ราคาฉันทามตินักวิเคราะห์ที่ 26.00 เป็นจุดยึดขาขึ้นที่น่าเชื่อถือ การลดลงของกำไรกลุ่มธนาคาร 9% ใน Q2 และข้อมูลกระแสเงินที่ขาดหายคือความเสี่ยงหลัก

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T20:43:53.519+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:CREDIT|company_name:Thai Credit Bank Public Company Limited|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:24.5|entry_price:23.8|sell_price:24.5|stop_loss_level:23.2|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:23.2|immediate_resistance:24|risk_reward_ratio:1.17|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Strong|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*


    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: CREDIT แสดงแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งพร้อม Keltner Channels ชันขึ้นและ MACD Crossover ขาขับเคลื่อน แต่ RSI เป็นกลางบ่งบอกถึงการพักตัวก่อนทะลุแนวต้าน 24.00; รอการคลี่คลายของ Squeeze
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำ เฝ้าระวัง (WATCH) รอการทะลุเหนือ 24.00 ด้วยปริมาณขยายตัว หรือย่อตัวเข้าโซน 23.20–23.50 เพื่อ RRR ที่ดีกว่า; เป้าหมายแรก 24.50 และเป้าหมายหลักตามฉันทามตินักวิเคราะห์ 26.00
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] ปริมาณแห้งใน Squeeze ใกล้แนวต้านบ่งชี้ถึงการบีบอัดก่อนทะลุ แต่ไม่มีข้อมูล Big Lot/Short Sell และ NVDR สภาพคล่องต่ำทำให้ไม่สามารถยืนยันการสะสมของ Smart Money ได้ การขาดหลักฐานกระแสเงินคือจุดอ่อนสำคัญ — คุ้มค่าแก่การติดตามต่อโดยรอจังหวะที่ดีกว่าตาม RRR
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 23.20 หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ให้ยกเลิกแผนทันที — การปิดต่ำกว่า 23.20 จะยกเลิกแนวโน้มขาขึ้นและทำให้หัวใจขาขึ้นทั้งหมดเป็นโมฆะ

    BGRIM

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจ SET: BGRIM — บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การปฏิบัติหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การปฏิบัติสำหรับผู้ถืออยู่ ถือต่อ; ห้ามเพิ่มก่อนประกาศผลประกอบการ; คงุดตัดขาดทุนที่ 17.00
    มุมมองทิศทาง เป็นกลางโดยมีความระมัดระวังเชิงขาลง
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วันหลังเกิดสัญญาณหลังประกาศผลประกอบการ)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 18.30 บาท (ราคาปิด 6 ส.ค. 2569; Investing.com)
    วันที่ของราคา 2026-08-06
    สถานะของรูปแบบการเข้า รอสัญญาณกระตุ้น — และรอการคลี่คลายของผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569

    หัวใจการตัดสินใจ: BGRIM กำลังบีบอัดตัวในสภาวะ Volatility Squeeze พร้อมแนวโน้ม Sideways อ่อนแรงและไดเวอร์เจนซ์ขาลงของ MACD — เป็นรูปแบบที่สามารถแตกตัวแรงไปในทิศทางใดก็ได้ ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ใกล้เข้ามา (ประมาณ 13 ส.ค. 2569 อีกเพียง 3 วัน) สร้างความเสี่ยงจากช่องว่างราคา (Gap) แบบไบนารีที่สำคัญกว่าเงื่อนไขทางเทคนิคใดๆ สัดส่วนการขายชอร์ตที่ 5.42% ของมูลค่าซื้อขายรวมเป็นระดับที่สูงอย่างมีนัยสำคัญสำหรับหุ้นสาธารณูปโภค NVDR แสดงแรงซื้อสุทธิในวันเดียวที่แข็งแกร่ง (สัดส่วน 29.43% มูลค่าสะสม 3 วัน ~390 ล้านบาท) แต่ขาดความต่อเนื่องตามที่กำหนด RRR ที่ให้มา 1.50 นั้นเป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำเท่านั้น รอให้ผลประกอบการผ่านพ้นไป แล้วประเมินว่า Squeeze จะแตกตัวขึ้นเหนือ 18.50 ด้วยการยืนยันจากปริมาณ หรือหลุดลงต่ำกว่า 17.70


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง Sideways, แนวโน้มอ่อนแรง, กรอบ 17.70–18.50; In-Squeeze; Keltner แบน เป็นกลาง สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งใน Squeeze; RSI 48.64 (เป็นกลาง); MACD Divergence (ขาลง) สัญญาณไดเวอร์เจนซ์ขาลง สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งคืนจากเครื่องมือ ไม่มีข้อมูล ไม่ระบุ
    Short Selling สัดส่วนมูลค่าขายชอร์ต 5.42% ณ 1 ส.ค.; 1.48 ล้านหุ้น; สัดส่วนต่อหุ้นคงค้าง 1.27% แรงกดดันขาลง (สูงกว่าปกติ) ปานกลาง (ข้อมูลเก่า — 1 ส.ค.)
    NVDR สัดส่วนซื้อสุทธิ 29.43%, แค่ 1 วัน, มูลค่าสะสม 3 วัน ~390 ล้านบาท; สภาพคล่องสูง (>100 ล้าน) ผสมผสาน — แรงซื้อวันเดียวแข็งแกร่ง แต่ไม่ต่อเนื่อง ปานกลาง
    ข่าวสารและตัวเร่ง ผลประกอบการ Q2/2569 13 ส.ค. 2569 (ประมาณการ); Consensus TP 18.74; Globlex ซื้อ TP 20.00 ผสมผสาน — ความเสี่ยงจากเหตุการณ์สำคัญใกล้เข้ามา สูง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 57.19 (TTM), P/BV 1.39; หนี้สินสูง (D/E 247%); EPS 0.32 TTM; คาดการณ์กำไรสุทธิโต 176% สำหรับปี 2569 ผสมผสาน — แพงแต่กำลังฟื้นตัว สูง

    ความสอดคล้องโดยรวม: ผสมผสาน — การบีบอัดตัวทางเทคนิคและแรงซื้อสุทธิ NVDR วันเดียวถูกหักล้างด้วย MACD Divergence ขาลง, การขายชอร์ตที่สูงขึ้น, ความแข็งแกร่งของแนวโน้มที่อ่อน, และความเสี่ยงจากช่องว่างราคาของผลประกอบการ ไม่มีหมวดหมู่ใดให้การยืนยันเด็ดขาด


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: Sideways (อ่อนแรง; สะสมตัวระหว่าง 17.70–18.50 ในครึ่งล่างของกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 10.30–20.30)
    • วัฏจักรตลาด: ช่วงปลายการสะสม / ก่อนการแตกตัว — Squeeze บ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่ใกล้เข้ามา แต่ความอ่อนแรงของแนวโน้มและ MACD Divergence ขาลงเพิ่มน้ำหนักไปทางความเสี่ยงด้านการแตกตัวลงหากไม่มีการยืนยันจากปริมาณ
    • แนวรับสำคัญ: 17.70 (แนวรับทันที); 17.00 (ระดับจุดตัดขาดทุนโครงสร้าง; อยู่ต่ำกว่าแนวรับทันทีโดยมีระยะกันชน 0.70 บาท)
    • แนวต้านสำคัญ: 18.50 (แนวต้านทันที); 19.50 (เป้าหมาย 1 ที่ให้มา)
    • โมเมนตัม: RSI ที่ 48.64 (จาก Investing.com) เป็นกลาง — ไม่อยู่ในเขตซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป ไม่ได้ให้อคติด้านทิศทาง MACD สถานะ “Divergence” — ฐานความรู้ระบุว่า Bearish Divergence (ราคาทำจุดสูงใหม่ แต่โมเมนตัมทำจุดสูงต่ำกว่า) เป็นสัญญาณเตือนว่าแรงซื้อกำลังอ่อนแรงและการกลับตัวลงด้านล่างเป็นไปได้ โดยเฉพาะในแนวโน้ม Sideways ที่อ่อนแรง MACD Divergence สามารถนำไปสู่การพังทลายลงจาก Squeeze แทนที่จะเป็นการทะลุขึ้น
    • การตีความ Big Lot: ไม่มีข้อมูล ไม่พบรายการ Big Lot สำหรับหุ้นสาธารณูปโภคขนาดกลาง (~49,000 ล้านบาท) คาดว่าควรจะมี แต่ตรวจไม่พบ ช่องว่างนี้ลดความเชื่อมั่นด้านกระแสเงิน
    • การตีความ Short Selling: สัดส่วนมูลค่าการขายชอร์ต 5.42% ณ 1 สิงหาคมสูงอย่างมีนัยสำคัญสำหรับหุ้นสาธารณูปโภคซึ่งโดยปกติมีการขายชอร์ตน้อยมาก ปริมาณขายชอร์ตรวม 1.48 ล้านหุ้น และสัดส่วนหุ้นที่ถูกขายชอร์ตคงค้าง 1.27% บ่งชี้ถึงสถานะขาลงที่ต่อเนื่อง แม้ข้อมูลจะเก่า 9 วัน แต่ระดับที่สูงผิดปกติชี้ให้เห็นถึงความกังขาของสถาบันที่มีต่อ BGRIM นี่คือสัญญาณกระแสเงินที่แข็งแกร่งที่สุดและเป็นขาลง อย่าตีความเกินจริง — นี่คือปริมาณขายชอร์ตรวม ไม่ใช่ฐานะคงค้างสุทธิ — แต่สัดส่วน 5.42% นั้นสูงเกินเกณฑ์สัญญาณรบกวนอย่างชัดเจน
    • การตีความ NVDR: NVDR Analyzer รายงานสัดส่วนซื้อสุทธิ 29.43% (สูงกว่าเกณฑ์ 15–20%) โดยมีมูลค่าสุทธิสะสม 3 วัน ~390 ล้านบาท และมูลค่าการซื้อขายรวมสูงกว่า 100 ล้านบาท (สภาพคล่องดี) อย่างไรก็ตาม พบวันซื้อติดต่อกันเพียง 1 วัน — ห่างไกลจากข้อกำหนด 3–5 วันสำหรับสัญญาณการสะสมที่ยืนยัน อัตราส่วน Volume Spike อยู่ที่ -0.36 (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย) แสดงว่าไม่มีความผิดปกติของปริมาณ ตัวเครื่องมือเองจัดสัญญาณว่า “เป็นกลาง — ไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนในกรอบเวลา 1-5 วัน” นี่คือการจัดสรรครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว ไม่ใช่การสะสมต่อเนื่อง ขาดการยืนยันจากราคา
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: การขายชอร์ตที่ 5.42% เป็นสัญญาณกระแสเงินที่เด่นและเป็นขาลง NVDR แสดงการซื้อสุทธิแบบวันเดียวซึ่งอาจสะท้อนการหาซื้อของถูกของต่างชาติ ณ ระดับราคาที่ตกต่ำ (หุ้นลงมาอย่างมีนัยสำคัญจากจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 20.30) แต่ขาดความต่อเนื่อง ข้อมูล Big Lot ไม่อยู่ ภาพรวมกระแสเงินรวมเอนเอียงไปทาง การกระจายตัว / ความกังขา ไม่ใช่การสะสม โครงสร้างทางเทคนิค (แนวโน้มอ่อนแรง, MACD Divergence) สอดคล้องกับการตีความระมัดระวังนี้

    ข้อกล่าวอ้างที่ตรวจสอบไม่ได้: ไม่ได้ให้ค่า EMA 50 และ EMA 200 ในข้อมูลนำเข้า ไม่มีจุดอ้างอิง Fibonacci ค่า RSI จาก Investing.com ไม่ใช่จากข้อมูลนำเข้า


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: ห้ามเทรดก่อนผลประกอบการ; หลังจากผลประกอบการให้ประเมินใหม่เพื่อดูการแตกตัวขึ้นหรือพังทลายลง
    • โซนเข้า: 18.00–18.50 (เฉพาะหลังจากผลประกอบการผ่านไปแล้วและยืนยันทิศทางแล้วเท่านั้น)
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (หลังผลประกอบการ): ราคาปิดรายวันเหนือ 18.50 โดยปริมาณอย่างน้อย 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน (~29 ล้านหุ้น), RSI ปรับขึ้นเหนือ 55, และ MACD Divergence คลี่คลาย (Histogram กลับมาเป็นบวก) NVDR ควรแสดงวันซื้อสุทธิติดต่อกันวันที่สองเพื่อยืนยันกระแสเงิน สัดส่วนการขายชอร์ตควรลดลงจากระดับปัจจุบัน 5.42% เมื่อสถานะขาลงถูกปิดหรือดูดซับ
    • เป้าหมาย 1: 19.50 (เป้าหมายที่ให้มา; ระดับแนวต้านระหว่างกลาง)
    • เป้าหมาย 2: 20.00 (ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ Globlex, 2 ก.พ. 2569; แสดงถึงโซนจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 20.30)
    • จุดตัดขาดทุน: 17.00 (ต่ำกว่าแนวรับโครงสร้างที่ 17.70; ระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มามีระยะกันชน 0.70 บาทใต้แนวรับทันที)
    • จุดหยุดตาม: หากสัญญาณเข้าถูกกระตุ้น ให้เลื่อนจุดหยุดไปที่จุดคุ้มทุนเมื่อราคาผ่าน 18.50 หลังจากนั้น ตามต่ำกว่าจุดต่ำของสวิง 5 วันจากราคาปิดรายวัน
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1 (ที่เข้าย่อตัวที่ 18.00): ความเสี่ยง = 18.00 − 17.00 = 1.00; ผลตอบแทน = 19.50 − 18.00 = 1.50; RRR = 1.50 ซึ่งเท่ากับเกณฑ์ขั้นต่ำ — ยอมรับได้แต่ไม่น่าดึงดูด หากเข้าในจังหวะทะลุที่ 18.50: ความเสี่ยง = 1.50; ผลตอบแทน = 1.00; RRR = 0.67 — ยอมรับไม่ได้ นั่นหมายความว่าการเข้าย่อตัวใกล้ 18.00 เป็นหนทางเดียวที่เป็นไปได้
    • จังหวะดำเนินการ: ห้ามเข้าก่อนผลประกอบการ Q2/2569 (ประมาณ 13 ส.ค. 2569) ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไบนารีสำคัญเหนือกว่าเงื่อนไขทางเทคนิคทั้งหมด ให้นำกลับมาประเมินในวันถัดจากประกาศผลประกอบการ
    • ห้ามเข้าเด็ดขาด หาก:

    1. ผลประกอบการ Q2/2569 ออกมาแย่ (EPS ต่ำกว่าคาดการณ์ ~0.20 บาท) และหุ้นเกิด Gap ลงต่ำกว่า 17.70

    2. หลังผลประกอบการ ราคายังคงต่ำกว่า 18.50 โดยที่ MACD Divergence ยังไม่คลี่คลาย

    3. สัดส่วนการขายชอร์ตเพิ่มขึ้นหลังผลประกอบการ (บ่งบอกว่าฝั่งหมีกล้าแข็งขึ้น ไม่ใช่กลับมาซื้อคืน)

    ตัวกระตุ้นการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY) (หลังผลประกอบการ): ผลประกอบการ Q2/2569 ออกมาตรงหรือดีกว่าคาด; ราคาปิดเหนือ 18.50 พร้อมปริมาณขยายตัว; NVDR แสดงวันซื้อสุทธิติดต่อกัน ≥2 วัน; สัดส่วนการขายชอร์ตลดลง; RSI > 55; MACD Divergence คลี่คลาย เข้าที่ 18.00–18.50 โดยมีจุดหยุดที่ 17.00 และ RRR ไป 19.50 ไม่น้อยกว่า 1.50
    • ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง (AVOID): ผลประกอบการ Q2/2569 ออกมาแย่; ราคาเกิด Gap ลงต่ำกว่า 17.70; หรือสัดส่วนการขายชอร์ตเพิ่มขึ้นเหนือ 7% นอกจากนี้ ปรับลดหาก NVDR พลิกเป็นขายสุทธิ ≥2 วันหลังผลประกอบการ

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น กำไร Q2 ดีกว่าคาด; ราคาปิดเหนือ 18.50 ด้วยปริมาณ ≥1.5× SMA20; NVDR ซื้อสุทธิต่อเนื่อง ≥2 วัน; สัดส่วนขายชอร์ตลดลง Squeeze แตกตัวขึ้น; ราคาท้าทาย 19.50 แล้ว 20.00–20.30 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์); Globlex TP 20.00 เป็นเป้าหมายระยะกลาง ราคาปิดกลับลงมาต่ำกว่า 18.00 ภายใน 3 เซสชั่นหลังทะลุ
    กรณีฐาน กำไร Q2 ตรงตามคาด; ราคายังคง 17.70–18.50; Squeeze ดำเนินต่อ แกว่งตัวในกรอบ; ไม่มีคำสั่งเทรด; ประเมินรายสัปดาห์หาทิศทาง ขอบกรอบด้านใดด้านหนึ่งถูกทำลายด้วยปริมาณ
    กรณีขาลง กำไร Q2 ออกมาแย่; ราคาเกิด Gap ลงต่ำกว่า 17.70 ด้วยปริมาณขยายตัว; MACD Divergence ยืนยันด้านลง; การขายชอร์ตเพิ่มขึ้น Squeeze แตกตัวลง; จุดหยุดที่ 17.00 ถูกชน; ราคามุ่งเป้าหมายแนวรับถัดไปใต้ 17.00 (ไม่ระบุในข้อมูลนำเข้า); อาจทดสอบจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์ที่ 10.30 ในเวลาต่อมา ราคากลับมายืนเหนือ 17.70 ภายใน 2 เซสชั่นด้วยปริมาณสูง (กับดักหมี)

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 (ประมาณ 13 ส.ค. 2569 — 3 วันนับจากวันที่รายงาน): นี่คือตัวเร่งที่มีน้ำหนักสูงสุด Consensus EPS ปี 2569 อยู่ที่ 0.726 บาท (Simply Wall St, 30 เม.ย.) โดยคาดการณ์กำไรสุทธิเติบโต 176% YoY Globlex (2 ก.พ. 2569) คาดการณ์ EPS ปี 2569E ที่ 0.82 บาทพร้อม TP 20.00 การเบี่ยงเบนใดๆ จากความคาดหวังเหล่านี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนทิศทางครั้งต่อไป นี่คือเหตุการณ์ไบนารี — อย่าถือข้ามผลประกอบการโดยไม่ยอมรับความเสี่ยงจาก Gap
    • เงินปันผล: 0.41 บาท/หุ้น (อัตราผลตอบแทน ~2.20%) วันขึ้นเครื่องหมาย XD ครั้งถัดไปยังไม่ประกาศ ความยั่งยืนของเงินปันผลเป็นที่น่ากังวล — Simply Wall St ระบุว่า EPS ต้องโต 30% เพื่อควบคุมอัตราการจ่าย
    • กลุ่มอุตสาหกรรม — พลังงานหมุนเวียน & ราคาก๊าซ: ความสามารถในการทำกำไรของ BGRIM อ่อนไหวต่อราคาก๊าซธรรมชาติ (ต้นทุน) และความต้องการใช้ไฟฟ้า ราคาก๊าซที่เย็นลงเป็นปัจจัยบวก (Globlex, ก.พ. 2569) การพลิกกลับของราคาก๊าซจะกดดันมาร์จิ้น

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงเชิงเทคนิค: MACD Bearish Divergence ในแนวโน้ม Sideways อ่อนแรงเป็นสัญญาณก่อนพังทลายแบบคลาสสิก ฐานความรู้ยืนยัน: “ราคาทำ Higher High + RSI ทำ Lower High → Bearish Divergence (โมเมนตัมหมดแรง / เตรียมขาย)” Squeeze สามารถแตกตัวลงได้ง่ายพอๆ กับขึ้น
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: การขายชอร์ตสูงที่ 5.42% บ่งชี้ถึงสถาบันที่วางสถานะขาลง หากผู้ขายชอร์ตคิดถูกเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานที่แย่ลง Squeeze จะแตกตัวลง แรงซื้อ NVDR วันเดียวไม่เพียงพอที่จะสู้กับสิ่งนี้
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: P/E 57.19 แพงมากสำหรับหุ้นสาธารณูปโภค ตลาดกำลังประเมินมูลค่ารองรับการเติบโตของกำไรสุทธิ 176% หากการเติบโตไม่เป็นไปตามคาด การหดตัวของตัวคูณจะรุนแรง หนี้สินสูง (D/E 247%) ขยายความเสี่ยงด้านลบในสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยขึ้นหรือกำไรต่ำ
    • ความเสี่ยงจากเหตุการณ์: ผลประกอบการ Q2/2569 ในอีก 3 วันเป็นความเสี่ยงที่ใกล้ที่สุด การ Gap ลงทะลุ 17.70 จะทำให้แผนทั้งหมดเป็นโมฆะและอาจจุดชนวนให้เกิดการเคลื่อนไหวแบบต่อเนื่องเมื่อผู้ขายชอร์ตเพิ่มสถานะ

    การยกเลิกหัวใจหลัก: การปิดรายวันต่ำกว่า 17.00 จะยกเลิกหัวใจการเฝ้าระวังขาขึ้นทั้งหมดและยืนยันการพังทลายของโครงสร้าง นอกจากนี้ ผลประกอบการ Q2/2569 ที่ออกมาแย่จนทำให้เกิด Gap ลงต่ำกว่า 17.70 จะลบล้างสมมติฐานก่อนผลประกอบการใดๆ


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 1.00 บาท (เข้าย่อตัวที่ 18.00 − จุดตัดขาดทุน 17.00)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: สูตร: จำนวนหุ้น = (มูลค่าพอร์ต × %ความเสี่ยงสูงสุด) ÷ 1.00, ปัดลงเป็นขนาดบอร์ดล็อต ด้วยความเสี่ยงของผลประกอบการแบบไบนารี สถานะก่อนผลประกอบการควรมีขนาดครึ่งหนึ่งของการจัดสรรปกติ หรือหลีกเลี่ยงโดยสิ้นเชิง หลังผลประกอบการ หากสัญญาณกระตุ้นทำงาน ให้กำหนดขนาดตามพารามิเตอร์ความเสี่ยงมาตรฐาน BGRIM มีสภาพคล่องเพียงพอ (~29 ล้านหุ้นต่อวัน) ดังนั้นความเสี่ยงจาก slippage อยู่ในระดับปานกลาง

    8. ทะเบียนข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคขาเข้า 2026-08-10 ปัจจุบัน โครงสร้างหลัก: Sideways, อ่อนแรง, Squeeze, แนวรับ 17.70, แนวต้าน 18.50
    RAG Knowledge Main 2026-08-10 (เรียกข้อมูล) มีอยู่ ยืนยันกฎ Squeeze-Breakout; MACD Bearish Divergence เป็นสัญญาณหมดแรงของโมเมนตัม; หลักการปริมาณคือความจริง
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่มีข้อมูล ลดความเชื่อมั่นกระแสเงิน; ไม่มีข้อมูลบล็อกสถาบัน
    Query Short Stock Daily จาก RAG 2026-08-01 เก่า (9 วัน) ผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ — สัดส่วน 5.42% เป็นสัญญาณขาลงสูง
    NVDR Analyzer 2026-08-07 ปัจจุบัน ผลกระทบปานกลาง — ซื้อสุทธิวันเดียว 29.43%; เครื่องมือบอกว่า “เป็นกลาง”
    Tavily Search 2026-08-10 (ค้นหา) มีอยู่ วิกฤต — กำไร Q2 ประมาณ 13 ส.ค.; Consensus TP 18.74; Globlex ซื้อ TP 20.00; P/E 57.19; D/E 247%

    แหล่งข้อมูลภายนอก (พร้อมวันที่เผยแพร่):

    • Investing.com — ข้อมูลตลาด BGRIM (6 ส.ค. 2569) ราคาปิด 18.30; RSI 48.64; กรอบ 52 สัปดาห์ 10.30–20.30; คาดการณ์ EPS 13 ส.ค. 2569
    • Yahoo Finance — ข้อมูล BGRIM.BK (31 ก.ค. 2569) มูลค่าตลาด 49.01 พันล้าน; P/E 58.75; P/BV 1.41; D/E 247.39%; ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์เฉลี่ย 18.74 (กรอบ 14.80–25.00)
    • Simply Wall St — ประมาณการ BGRIM (30 เม.ย. 2569) Consensus EPS ปี 2569 0.726; กำไรสุทธิ +176% YoY; TP 16.80
    • Globlex Securities — บทวิเคราะห์ BGRIM (2 ก.พ. 2569) คำแนะนำซื้อ, TP 20.00; EPS ปี 2569E 0.82; ราคาก๊าซเย็นลงหนุนแนวโน้มกำไรสุทธิ
    • นักลงทุนสัมพันธ์บี.กริมเพาเวอร์ — อัปเดตล่าสุด 4 ส.ค. 2569; ราคา 18.70; งบการเงิน Q1/2569 มีอยู่

    ความขัดแย้งสำคัญ: ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์มีกรอบตั้งแต่ 14.80 (Simply Wall St) ถึง 25.00 (Yahoo Finance สูงสุด) โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 18.74 การกระจายกว้างสะท้อนความไม่แน่นอนในเส้นทางการฟื้นตัวของกำไร Globlex ซื้อ TP 20.00 เป็นรายงานโบรกเกอร์ที่มีรายละเอียดล่าสุด

    ช่องว่างข้อมูลสำคัญ: ข้อมูล Big Lot ไม่มี ข้อมูล Short-selling เก่า 9 วัน NVDR ขาดความต่อเนื่อง (เพียง 1 วัน) ไม่มีค่า EMA ช่องว่างเหล่านี้ป้องกันไม่ให้คะแนนความเชื่อมั่นอยู่ในระดับสูง


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — ห้ามเข้าก่อนผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 (ประมาณ 13 ส.ค. 2569) หลังผลประกอบการ ให้เข้าซื้อเมื่อราคาปิดรายวันเหนือ 18.50 พร้อมด้วยปริมาณ ≥1.5× SMA20, RSI > 55, MACD Divergence คลี่คลายแล้ว และ NVDR ยืนยันด้วยวันซื้อสุทธิติดต่อกันวันที่สอง โซนเข้า 18.00–18.50 จุดตัดขาดทุนที่ 17.00 เป้าหมาย 1 ที่ 19.50 สำหรับ RRR 1.50 การขายชอร์ตสูง (5.42%) และ MACD Bearish Divergence ในแนวโน้มอ่อนแรงเป็นอุปสรรคหลัก P/E สูงลิบที่ 57.19 หมายความว่าการส่งมอบผลประกอบการเป็นสิ่งที่ห้ามพลาด — การพลาดใดๆ จะก่อให้เกิดการหดตัวอย่างรุนแรงของตัวคูณ

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T20:38:27.298+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:BGRIM|company_name:B. Grimm Power Public Company Ltd|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:19.5|entry_price:18|sell_price:19.5|stop_loss_level:17|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:17.7|immediate_resistance:18.5|risk_reward_ratio:1.5|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Flat|rsi_status:Neutral|macd_status:Divergence|trend_strength:Weak|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*


    • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: BGRIM แกว่งตัว Sideways อ่อนแรงใน Volatility Squeeze (17.70–18.50) โดยมี MACD Divergence ขาลงเตือนการหมดแรงของโมเมนตัม; รอผลประกอบการ Q2/2569 ผ่านก่อนเปิดสถานะ
    • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำ เฝ้าระวัง (WATCH) ห้ามซื้อก่อนงบฯ; หลังงบฯ หากทะลุ 18.50 ด้วยวอลุ่มยืนยัน ให้เข้าในโซน 18.00–18.50 เป้าหมายแรก 19.50 (RRR ~1.5x เมื่อเข้าย่อตัวใกล้ 18.00)
    • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] แรงขายชอร์ตสูง 5.42% คือสัญญาณหลักว่า Smart Money/เจ้าใหญ่กำลังกังวลและมีสถานะขาลง; NVDR ซื้อสุทธิวันเดียวแรงแต่ขาดความต่อเนื่อง ภาพรวมยังไม่ใช่การสะสม ต้องรอให้วอลุ่มและราคาหลังงบฯ ยืนยันทิศทางก่อน คุ้มค่าแก่การติดตามต่อ
    • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 17.00 หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ให้ยกเลิกแผนทันที

    BBIK

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจ SET: BBIK — บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การปฏิบัติหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การปฏิบัติสำหรับผู้ถืออยู่ ถือต่อโดยมีจุดหยุดตามต่ำกว่า 20.40; ห้ามเพิ่ม
    มุมมองทิศทาง ขาขึ้นด้วยความระมัดระวัง
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา สวิง (1–5 วันหลังจากเกิดสัญญาณเข้า)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด 21.50 บาท (ราคาปิด 7 ส.ค. 2569)
    วันที่ของราคา 2026-08-07
    สถานะของรูปแบบการเข้า รอสัญญาณกระตุ้น — การย่อตัวกลับมาที่แนวรับพร้อมการยืนยันจากปริมาณ

    หัวใจการตัดสินใจ: BBIK อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่ได้รับการยืนยัน (YTD +44.29%) โดยมีช่อง Keltner ชันขึ้นและ MACD crossover เป็นสัญญาณซื้อ — เป็นรูปแบบแนวโน้มแข็งแกร่งตามตำราจากฐานความรู้ อย่างไรก็ตาม การจัดประเภทปริมาณที่ “HIGH_SELLING_PRESSURE” ขัดแย้งโดยตรงกับโครงสร้างขาขึ้น ทำให้เกิดไดเวอร์เจนซ์เชิงลบที่ต้องคลี่คลายก่อนเข้าสถานะ อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ให้มาที่ 1.33 ณ ระดับปัจจุบันต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 และ NVDR แสดงสัญญาณเป็นกลางไม่ต่อเนื่องบนสภาพคล่องต่ำ รอให้ราคาย่อตัวกลับมาที่โซนแนวรับ 20.40 พร้อมแรงขายหมดแรง หรือการทะลุเหนือ 21.90 อย่างเด็ดขาดพร้อมปริมาณพลิกเป็นการสะสมก่อนที่จะใช้เงินลงทุน


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นยืนยัน; Keltner ชันขึ้น; ความแข็งแกร่งของแนวโน้มสูง; YTD +44.29% ขาขึ้น สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม HIGH_SELLING_PRESSURE ขัดแย้งกับแนวโน้มขาขึ้น; MACD crossover เป็นขาขึ้น; RSI เป็นกลาง ผสมผสาน (MACD ขาขึ้น, ปริมาณขาลง) สูง
    Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งคืนจากเครื่องมือ ไม่มีข้อมูล N/A
    Short Selling ไม่มีข้อมูลส่งคืนจากเครื่องมือ ไม่มีข้อมูล N/A
    NVDR สัดส่วนซื้อสุทธิ 37.29%, แค่ 1 วัน, สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท; เครื่องมือบอกว่า “เป็นกลาง” ผสมผสาน / ไม่น่าเชื่อถือ (สภาพคล่องต่ำ) ต่ำ
    ข่าวสารและตัวเร่ง ราคาเป้าหมายเฉลี่ยนักวิเคราะห์ 25.48; Forward P/E 11.26; P/BV 1.94; เงินปันผล 2.23% บวก สูง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 12.36 (TTM), EPS 1.74; สมเหตุสมผลสำหรับการเติบโตของธุรกิจที่ปรึกษา; มูลค่าตลาด 4.30 พันล้านบาท บวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องโดยรวม: ผสมผสาน — แนวโน้มขาขึ้นทางเทคนิคและแรงสนับสนุนจากนักวิเคราะห์เป็นขาขึ้น แต่ความขัดแย้งของปริมาณ, ข้อมูลกระแสเงินที่ขาดหาย, และ RRR ที่ไม่เหมาะสม ทำให้ยังไม่สามารถจัดประเภทเป็นการสะสมที่ยืนยันได้


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (ยืนยันโดยทฤษฎีดาว — ชุดของจุดสูงใหม่และจุดต่ำใหม่; YTD +44.29% เทียบกับ MSCI World +12.33%)
    • วัฏจักรตลาด: Markup — หุ้นอยู่ในช่วงแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน โดยช่อง Keltner เอียงขึ้น สอดคล้องกับวัฏจักร markup ที่กำลังดำเนินอยู่
    • แนวรับสำคัญ: 20.40 (แนวรับโครงสร้างทันที; ระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มา)
    • แนวต้านสำคัญ: 21.90 (ทันที); แนวต้านสำคัญถัดไปที่ 24.20 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์)
    • โมเมนตัม: MACD สถานะ “Crossover” — ฐานความรู้ระบุว่าเป็นสัญญาณซื้อเมื่อเส้น MACD ตัดเหนือเส้นสัญญาณ เมื่อรวมกับโครงสร้างขาขึ้น นี่คือการยืนยันโมเมนตัมขาขึ้น RSI เป็นกลาง (ไม่อยู่ในเขตซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป) บ่งชี้ว่ามีพื้นที่สำหรับขาขึ้นต่อโดยไม่มีอาการอ่อนล้า ไม่พบไดเวอร์เจนซ์ในข้อมูลนำเข้า
    • การตีความ Big Lot: ไม่มีข้อมูล ไม่พบรายการ Big Lot สำหรับ BBIK ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับหุ้นขนาดเล็กที่การซื้อขายแบบบล็อกเกิดขึ้นน้อย ผลกระทบต่อการตัดสินใจ: ลดความเชื่อมั่นด้านกระแสเงิน แต่ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญเนื่องจากแนวโน้มทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง
    • การตีความ Short Selling: ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูลขายชอร์ตถูกส่งคืน ด้วยมูลค่าตลาดของ BBIK (~4.3 พันล้านบาท) กิจกรรมขายชอร์ตมักน้อยมาก การขาดหายนี้ไม่ได้เปลี่ยนการตัดสินใจอย่างมีนัยสำคัญ
    • การตีความ NVDR: NVDR Analyzer รายงานสัดส่วนซื้อสุทธิ 37.29% (สูงกว่าเกณฑ์ 15–20%) ด้วยมูลค่าสุทธิสะสม 3 วัน ~37.6 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม พบวันซื้อติดต่อกันเพียง 1 วัน — ห่างไกลจากข้อกำหนด 3–5 วันสำหรับสัญญาณสะสมที่ยืนยัน ที่สำคัญ มูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาท ทำให้เกิดคำเตือน สภาพคล่องต่ำ / สัญญาณรบกวน ตัวเครื่องมือเองจัดสัญญาณว่า “เป็นกลาง — ไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนในกรอบเวลา 1-5 วัน” ให้นับ NVDR ว่าไม่ใช่สัญญาณจนกว่าจะถึงเกณฑ์ความต่อเนื่องและสภาพคล่อง
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: หลักฐานกระแสเงินไม่เพียงพอต่อการจัดประเภท ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ขาดหาย NVDR เป็นบวกในทิศทางแต่ไม่น่าเชื่อถือเนื่องจากสภาพคล่องต่ำและขาดความต่อเนื่อง แนวโน้มขาขึ้นทางเทคนิคคือหลักฐานที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ถูกขัดแย้งบางส่วนจากการอ่านปริมาณ HIGH_SELLING_PRESSURE ความสอดคล้องสุทธิคือ ผสมผสาน

    ความขัดแย้งวิกฤต: ฐานความรู้ระบุว่าในแนวโน้มขาขึ้น ปริมาณควรยืนยันราคา — ปริมาณเพิ่มขึ้นในวันขึ้น ลดลงในวันลง การจัดประเภท HIGH_SELLING_PRESSURE หมายความว่าผู้ขายกำลังครองตลาดที่ระดับปัจจุบัน สิ่งนี้อาจแสดงถึง: (ก) การกระจายตัวโดย Smart Money เข้าสู่ความแข็งแกร่ง หรือ (ข) การดูดซับที่ผู้ซื้อกำลังสะสมแรงขายอย่างเงียบ ๆ หากไม่มีข้อมูล Big Lot หรือ NVDR เพื่อแยกแยะสถานการณ์เหล่านี้ ความขัดแย้งต้องคลี่คลายโดย price action — แรงขายหมดแรงใกล้แนวรับ หรือการทะลุเหนือแนวต้านเกิดขึ้นพร้อมปริมาณพลิกเป็นการสะสม

    ข้อกล่าวอ้างที่ตรวจสอบไม่ได้: ไม่ได้ให้ค่า EMA 50 และ EMA 200 ในข้อมูลนำเข้า และไม่สามารถตรวจสอบได้ ไม่มีจุดอ้างอิง Fibonacci ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 25.48 จาก Yahoo Finance เป็นค่าเฉลี่ยจากประมาณการโบรกเกอร์; ไม่ระบุแหล่งที่มาและวันที่ของแต่ละโบรกเกอร์


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การย่อตัวกลับมาที่แนวรับ (ที่ต้องการ) หรือ การทะลุเหนือแนวต้าน (ทางเลือก)
    • โซนเข้า: 20.40–21.00 (ย่อตัวกลับมาที่แนวรับโครงสร้าง)
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (แบบย่อตัว): ราคาถอยกลับมาที่โซน 20.40–21.00 โดยปริมาณลดลง (แรงขายแห้งเหือด), RSI ยังยืนเหนือ 40 และหมุนขึ้น ยืนยันว่าการย่อตัวเป็นระเบียบและไม่ใช่การพังทลาย ซึ่งสอดคล้องกับกฎฐานความรู้: “รอการย่อตัวใกล้ EMA 50 หรือกลาง Bollinger Band; RSI หมุนขึ้นจาก 40-50; ปริมาณเริ่มหนาขึ้น”
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า (แบบทะลุ — ทางเลือก): ราคาปิดรายวันเหนือ 21.90 โดยปริมาณเกินค่าเฉลี่ย 20 วัน (3.19 ล้านหุ้น), MACD histogram ขยายตัว, และการจัดประเภทแรงขายเปลี่ยนจาก HIGH_SELLING_PRESSURE เป็นกลางหรือสะสม
    • เป้าหมาย 1: 23.50 (เป้าหมายที่ให้มา; ระดับแนวต้านระหว่างกลาง)
    • เป้าหมาย 2: 25.48 (ราคาเป้าหมายเฉลี่ยนักวิเคราะห์จาก Yahoo Finance; คิดเป็น upside ~18.5% จากราคาปัจจุบัน 21.50)
    • จุดตัดขาดทุน: 20.40 (ต่ำกว่าแนวรับโครงสร้างทันที; ระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มา)
    • จุดหยุดตาม: เมื่อถึงเป้าหมาย 1 (23.50) แล้ว ให้เลื่อนจุดหยุดไปที่จุดคุ้มทุนหรือไปที่จุดต่ำสุดของสวิง 5 วันจากราคาปิดรายวัน หากใช้เป้าหมาย 2 ให้ตามต่ำกว่าจุดต่ำของสวิงที่สูงขึ้นแต่ละครั้งตามแนวโน้ม
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1 (ที่เข้าย่อตัวที่ 20.60): ความเสี่ยง = 20.60 − 20.40 = 0.20; ผลตอบแทน = 23.50 − 20.60 = 2.90; RRR = 14.50 ซึ่งน่าสนใจอย่างมากจากการเข้าย่อตัว ที่ราคาเข้าที่ให้มา 21.90: ความเสี่ยง = 1.50; ผลตอบแทน = 1.60; RRR = 1.07 นี่คือเหตุผลที่การรอการย่อตัวเป็นสิ่งจำเป็น — ราคาปัจจุบันให้ RRR ที่ยอมรับไม่ได้
    • จังหวะดำเนินการ: รอให้การย่อตัวพัฒนา หุ้นอยู่ที่ 21.50 โดยมีแนวต้านทันทีที่ 21.90 อย่าไล่ตาม หากแรงขายยังคงอยู่และราคาไม่สามารถยืนเหนือ 20.40 ได้ รูปแบบนี้ถูกยกเลิก
    • ห้ามเข้าเด็ดขาด หาก:

    1. ราคาทะลุต่ำกว่า 20.40 ด้วยปริมาณขยายตัว (การพังทลายของโครงสร้าง; แนวโน้มขาขึ้นถูกยกเลิก)

    2. ปริมาณยังคงเป็น HIGH_SELLING_PRESSURE เมื่อย่อตัวโดยไม่มีสัญญาณหมดแรง (ยืนยันการกระจายตัว)

    3. MACD crossover กลับทิศทันที (กับดักขาขึ้น)

    ตัวกระตุ้นการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY): ราคาย่อตัวกลับมาที่โซน 20.40–21.00 พร้อมแรงขายลดลง, RSI ทรงตัวเหนือ 40, และ NVDR แสดงวันที่ซื้อสุทธิติดต่อกันวันที่สอง หรืออีกทางหนึ่ง การทะลุเหนือ 21.90 ด้วยปริมาณ >3.19 ล้านหุ้นและไม่มีแรงขาย
    • ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง/ขาย (AVOID/SELL): ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 20.40 ด้วยปริมาณขยายตัว ยืนยันว่าแนวโน้มขาขึ้นล้มเหลว และ HIGH_SELLING_PRESSURE เป็นการกระจายตัวของจริง

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น ย่อตัวกลับ 20.40–21.00 พร้อมปริมาณแห้งเหือด; RSI ยืนเหนือ 40 และหมุนขึ้น ราคากลับสู่แนวโน้มขาขึ้น; ทะลุแนวต้าน 21.90; เป้าหมาย 23.50 แล้ว 24.20 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์), ไปสู่ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 25.48 ในที่สุด ราคาปิดต่ำกว่า 20.40 ด้วยปริมาณขยายตัว
    กรณีฐาน ราคายังแกว่งระหว่าง 20.40–21.90 ด้วยปริมาณผสม; แรงขายค่อย ๆ จางลง การสะสมตัวในกรอบ 1–2 สัปดาห์ก่อนคลี่คลายขึ้นด้านบน; ผู้ถือเดิมคงสถานะ เส้นขอบใดขอบหนึ่งถูกทำลายอย่างเด็ดขาด
    กรณีขาลง HIGH_SELLING_PRESSURE ยังคงอยู่; ราคาล้มเหลวที่แนวต้าน 21.90 และทะลุต่ำกว่า 20.40 ด้วยปริมาณขยายตัว การกระจายตัวยืนยัน; ราคามุ่งเป้าหมายไปที่แนวรับถัดไปใต้ 20.40 (ไม่ระบุในข้อมูลนำเข้า); จุดหยุดที่ 20.40 ถูกชน ราคากลับมายืนเหนือ 20.40 ภายใน 2 เซสชั่น (กับดักหมี)

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 (วันที่ยังไม่ยืนยัน): ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีอยู่บน SET ไตรมาส 2 ปี 2569 ควรตามมาในกรอบเวลาการรายงานมาตรฐาน ในฐานะบริษัทที่ปรึกษา/บริการ การเติบโตของรายได้และการอัพเดท pipeline โครงการคือตัววัดสำคัญ
    • เงินปันผล: BBIK จ่าย 0.48 บาท/หุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD 29 เม.ย. 2569; อัตราผลตอบแทน 2.23%) วงจรเงินปันผลถัดไปจะเป็นปัจจัยสนับสนุนสำหรับผู้ถือเดิม
    • ตัวเร่งระดับกลุ่มอุตสาหกรรม — Digital transformation / IT consulting: BBIK ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมบริการที่ปรึกษา การใช้จ่ายขององค์กรอย่างต่อเนื่องด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันและที่ปรึกษาเทคโนโลยีในไทยและอาเซียนสนับสนุนโมเมนตัมรายได้

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงเชิงเทคนิค: การจัดประเภทปริมาณ HIGH_SELLING_PRESSURE ในแนวโน้มขาขึ้นคือความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด ฐานความรู้ระบุว่าปริมาณคือ “ความจริง” — หากแรงขายไม่ลดลง แนวโน้มขาขึ้นนี้อาจเป็นการกระจายตัวที่ปลอมตัวเป็นความแข็งแกร่ง MACD crossover ที่ล้มเหลวจะยืนยันสิ่งนี้
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: ข้อมูล NVDR ไม่น่าเชื่อถือ (สภาพคล่องต่ำ, ไม่มีความต่อเนื่อง) ไม่มีข้อมูล Big Lot และ Short Selling ไม่มีการยืนยันกระแสเงินอิสระของแนวโน้มขาขึ้น หัวใจทั้งหมดขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: ที่ P/E 12.36 และ P/BV 1.94 BBIK มีมูลค่าสมเหตุสมผลแต่ไม่ถูก หากการเติบโตของกำไรชะลอตัว ตัวคูณอาจหดตัว ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 (ยังไม่เผยแพร่) เป็นความเสี่ยงแบบไบนารี
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: มูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาทที่ถูกตั้งค่าสถานะโดยเครื่องมือ NVDR บ่งชี้ว่าการเทรดบางเบาเมื่อเทียบกับหุ้น SET ขนาดใหญ่ แม้ปริมาณรายวัน ~2 ล้านหุ้นจะเพียงพอ แต่ค่า slippage ตอนเข้าและออกอาจสูงกว่าหุ้นขนาดใหญ่ ความเสี่ยงด้านช่องว่างราคาอยู่ระดับปานกลางจากค่า beta ต่ำที่ -0.01

    การยกเลิกหัวใจหลัก: การปิดรายวันต่ำกว่า 20.40 บนปริมาณขยายตัวจะยกเลิกโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้น MACD crossover จะถูกจัดเป็นสัญญาณที่ล้มเหลว และ HIGH_SELLING_PRESSURE จะถูกยืนยันว่าเป็นการกระจายตัวของแท้จริง


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.20 บาท (เข้าย่อตัวที่ 20.60 − จุดตัดขาดทุน 20.40); หรือ 1.50 บาท (เข้าทะลุที่ 21.90 − จุดตัดขาดทุน 20.40)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: การเข้าย่อตัวให้ RRR ที่เหนือกว่าอย่างมาก (14.50 เทียบกับ 1.07) หากถูกบังคับให้เข้าตอนทะลุ ให้ลดขนาดสถานะตามสัดส่วนเพื่อรักษาเงินทุนที่เสี่ยงเท่าเดิม สูตร: จำนวนหุ้น = (มูลค่าพอร์ต × %ความเสี่ยงสูงสุด) ÷ ความเสี่ยงต่อหุ้น, ปัดลงเป็นขนาดบอร์ดล็อต สำหรับหุ้นขนาดเล็กที่มีสภาพคล่องปานกลาง ให้จำกัดขนาดสถานะไว้ที่เศษส่วนของปริมาณรายวันเฉลี่ยเพื่อหลีกเลี่ยง slippage

    8. ทะเบียนข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคขาเข้า 2026-08-10 ปัจจุบัน โครงสร้างหลัก: ขาขึ้น, แนวรับ 20.40, แนวต้าน 21.90, ปริมาณ HIGH_SELLING_PRESSURE
    RAG Knowledge Main 2026-08-10 (เรียกข้อมูล) มีอยู่ ยืนยันกฎแนวโน้มขาขึ้น (ทฤษฎีดาว, Keltner เดินบนแถบ), MACD crossover เป็นสัญญาณซื้อ, วิธีการเข้าย่อตัวกลับแนวรับ
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่มีข้อมูล ลดความเชื่อมั่นกระแสเงิน; ไม่มีข้อมูลบล็อกสถาบัน
    Query Short Stock Daily จาก RAG N/A ไม่มีข้อมูล ผลกระทบต่ำ — หุ้นขนาดเล็กมักมีดอกเบี้ยขายชอร์ตน้อย
    NVDR Analyzer 2026-08-07 ปัจจุบันแต่ถูกตั้งค่าสถานะ ผลกระทบต่ำ — สัดส่วน 37.29% แต่สภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาทและแค่ 1 วัน; เครื่องมือบอกว่า “เป็นกลาง”
    Tavily Search 2026-08-10 (ค้นหา) มีอยู่ ราคาเป้าหมายเฉลี่ยนักวิเคราะห์ 25.48; ข้อมูลตลาดจาก Yahoo Finance (7 ส.ค. 2569 ปิด 21.50)

    แหล่งข้อมูลภายนอก (พร้อมวันที่เผยแพร่):

    • Yahoo Finance — ข้อมูลตลาด BBIK.BK (7 ส.ค. 2569) ราคาปิด 21.50, กรอบ 52 สัปดาห์ 12.80–24.20, ปริมาณเฉลี่ย 3.19 ล้าน, P/E 12.36, ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์เฉลี่ย 25.48
    • นักลงทุนสัมพันธ์บลูบิค — งบการเงินไตรมาส 1 ปี 2569 มีอยู่บน SET

    ช่องว่างข้อมูลสำคัญ: ไม่ได้ให้ค่า EMA 50/200 ในข้อมูลนำเข้า ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ขาดหายทั้งหมด NVDR ไม่น่าเชื่อถือเนื่องจากสภาพคล่องต่ำ แหล่งที่มาราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์เป็นค่าเฉลี่ย (Yahoo Finance); ไม่ระบุชื่อโบรกเกอร์และวันที่เผยแพร่แต่ละราย ช่องว่างเหล่านี้ป้องกันการให้คะแนนความเชื่อมั่นระดับสูง แต่ไม่ได้บ่อนทำลายหัวใจทางเทคนิคหลัก


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — รอการย่อตัวกลับมาที่โซนแนวรับ 20.40–21.00 พร้อมแรงขายลดลงและ RSI ทรงตัวเหนือ 40 ก่อนเข้าสถานะ Long หรืออีกทางหนึ่ง การทะลุเหนือ 21.90 ด้วยปริมาณ >3.19 ล้านหุ้นและไม่มีแรงขายจะเป็นตัวกระตุ้นเข้า ราคาปัจจุบันที่ 21.50 ให้ RRR ที่ยอมรับไม่ได้ (~1.07 ไปยังเป้าหมาย 1 ที่ 23.50); การเข้าย่อตัวใกล้ 20.60 ปรับปรุง RRR เป็น ~14.50 แนวโน้มขาขึ้น (+44.29% YTD) และ MACD crossover เป็นขาขึ้น แต่ปริมาณ HIGH_SELLING_PRESSURE สร้างความขัดแย้งวิกฤตที่ต้องคลี่คลายก่อนใช้เงินลงทุน ราคาเป้าหมายเฉลี่ยนักวิเคราะห์ที่ 25.48 ให้ข้อมูลอ้างอิง upside เชิงปัจจัยพื้นฐาน

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T20:34:25.772+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:BBIK|company_name:Bluebik Group Public Co., Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:WAIT|target_price_1:23.5|entry_price:21.9|sell_price:23.5|stop_loss_level:20.4|chart_timeframe:1D|volume_status:HIGH SELLING PRESSURE|immediate_support:20.4|immediate_resistance:21.9|risk_reward_ratio:1.33|volatility_squeeze_status:Neutral|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Strong|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    BBL

    Trading Chart

    ตอนนี้ผมมีข้อมูลครบทั้งห้าสตรีมสำหรับ BBL แล้ว ให้ผมสังเคราะห์ทุกอย่างเข้าสู่รายงานการตัดสินใจขั้นสุดท้าย


    รายงานการตัดสินใจ SET: BBL — ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การปฏิบัติหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การปฏิบัติสำหรับผู้ถืออยู่ ถือต่อ; คงจุดหยุดที่ 188; รับผลตอบแทนจากเงินปันผล ~5%
    มุมมองทิศทาง เป็นกลาง โดยมีอคติขาขึ้นเล็กน้อย
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง
    กรอบเวลา สวิ่ง (1–5 วันหลังจากเกิดสัญญาณเข้า)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ~192.50 บาท (ราคาปิด 5 ส.ค. 2569, แหล่งที่มา investing.com)
    วันที่ของราคา 2026-08-05 (ราคาปิดตลาดล่าสุดที่มี)
    สถานะของรูปแบบการเข้า รอสัญญาณกระตุ้น

    หัวใจการตัดสินใจ: BBL กำลังบีบอัดตัวในรูปแบบการบีบตัวของความผันผวนตามตำรา ระหว่างแนวรับ 188 และแนวต้าน 195 โดยมีปริมาณแห้งเหือด — นี่คือการนำไปสู่การขยายตัวของทิศทางที่ใกล้จะมาถึง อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ให้มาที่ 1.29 นั้นต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 และ Divergence ของ MACD เตือนถึงโมเมนตัมที่ถดถอย NVDR แสดงวันซื้อสุทธิขนาดใหญ่หนึ่งวัน (สัดส่วน 91.2%, ยอดสะสม 3 วัน ~3.43 พันล้านบาท) แต่ขาดการยืนยันความต่อเนื่องติดต่อกัน 3–5 วันตามที่กำหนด บทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 240 (Finansia Syrus, 3 ส.ค. 2569) เป็นเกราะป้องกันทางปัจจัยพื้นฐานด้านบวก แต่กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ที่ลดลง 16.2% YoY ทำให้ความเชื่อมั่นลดลง รอการยืนยันการแตกตัวเหนือ 195 ด้วยปริมาณขยายตัวก่อนที่จะใช้เงินลงทุน


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง Sideways, กรอบ 188–195; In-Squeeze บน Keltner; ความชันแบนราบ เป็นกลาง สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งเหือดในขณะบีบตัว; RSI เป็นกลาง (~55.88 ตามข้อมูลตลาด); MACD แสดง Divergence (ขาลง) สัญญาณ Divergence ขาลง ปานกลาง
    Big Lot รายการเดียว: 195,000 หุ้น ที่ 191.50 บาท (37.32 ล้านบาท) วันที่ 1 ส.ค.; ล้าสมัย, บล็อกปกติ ผสมผสาน (ข้อมูลไม่เพียงพอ) ต่ำ
    Short Selling มูลค่าขายชอร์ต 0.7%, 85,800 หุ้น วันที่ 1 ส.ค.; สัดส่วนคงค้าง 0.8%; แรงกดดันน้อยมาก สนับสนุน (ไม่มีนัยสำคัญ) ต่ำ (ข้อมูลล้าสมัย — 1 ส.ค.)
    NVDR สัดส่วนซื้อสุทธิ 91.2%, ติดต่อกัน 1 วัน, สะสม 3 วัน ~3.43 พันล้านบาท; สภาพคล่อง (>100 ล้านบาท) ผสมผสาน — วันเดียวขนาดใหญ่ แต่ไม่มีความต่อเนื่อง ปานกลาง
    ข่าวสารและตัวเร่ง ครึ่งปีแรก 2569 กำไรลดลง 16.2% YoY; Finansia Syrus แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 240; เงินปันผล ~5% บวก (นักวิเคราะห์) / ลบ (แนวโน้มกำไร) สูง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 8.79, P/BV 0.64, ROE 7.16%, NIM 2.46%; ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี แต่กำไรอยู่ในช่วงขาลง ผสมผสาน สูง

    ความสอดคล้องโดยรวม: ผสมผสาน — การบีบตัวทางเทคนิคและแรงสนับสนุนจากนักวิเคราะห์ถูกหักล้างด้วยกำไรที่ลดลงและความไม่ต่อเนื่องของกระแสเงิน ไม่มีหมวดหลักฐานใดให้การยืนยันเด็ดขาด


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: Sideways (มีกรอบระหว่าง 188–195, กำลังสะสมกำลังใกล้ขอบบนของกรอบ 52 สัปดาห์ที่ 147–204)
    • วัฏจักรตลาด: ปลายการสะสมตัว / ก่อนการแตกตัว — การบีบตัวของความผันผวนส่งสัญญาณการเคลื่อนไหวในทิศทางในเร็ววัน; ทิศทางยังไม่คลี่คลาย
    • แนวรับสำคัญ: 188 (แนวรับโครงสร้างทันที; และเป็นระดับจุดตัดขาดทุนที่ให้มา)
    • แนวต้านสำคัญ: 195 (ทันที; ~204 คือจุดสูงสุด 52 สัปดาห์และเป้าหมายที่ให้มา)
    • โมเมนตัม: RSI ที่ ~55.88 (ดึงข้อมูลจากตลาด) เป็นกลาง ไม่อยู่ในเขตซื้อมากเกินไปหรือขายมากเกินไป MACD แสดง Divergence — ฐานความรู้ยืนยันว่านี่คือคำเตือนขาลง: ราคาทำจุดสูงใหม่ในขณะที่โมเมนตัมถดถอยมักจะนำหน้าการกลับตัวหรือการแตกตัวหลอก ในตลาด Sideways ตัวชี้วัดตามแนวโน้ม (EMA) ไม่น่าเชื่อถือตามกฎระบบเทรดที่ดึงมา
    • การตีความ Big Lot: พบบล็อกเทรดหนึ่งรายการที่ล้าสมัย 195,000 หุ้น ที่ 191.50 บาท วันที่ 1 สิงหาคม ราคานั่งอยู่ในกรอบปัจจุบัน และไม่สามารถประเมินพรีเมียมหรือส่วนลดเทียบกับราคาระหว่างวันของวันที่ 1 ส.ค. ได้ รายการเดียวที่ไม่มีการทำซ้ำในหลายเซสชั่นไม่ได้ให้สัญญาณการสะสมหรือกระจายตัวที่นำไปปฏิบัติได้ นี่น่าจะเป็นการโอนย้ายของสถาบันตามปกติ ไม่ใช่ร่องรอยเชิงกลยุทธ์
    • การตีความ Short Selling: ปริมาณขายชอร์ตรวม 85,800 หุ้น ด้วยสัดส่วนมูลค่าขายชอร์ต 0.7% และสัดส่วนคงค้าง 0.8% นั้นไม่มีนัยสำคัญ BBL เผชิญแรงกดดันขาลงจากผู้ขายชอร์ตเล็กน้อย ข้อมูลล่าช้า 9 วัน (1 ส.ค.) แต่ระดับสัมบูรณ์ต่ำมากจนแม้จะเพิ่มขึ้นก็ไม่น่ากังวล
    • การตีความ NVDR: ข้อมูล NVDR วันที่ 7 สิงหาคม แสดงสัดส่วนซื้อสุทธิ 91.2% ที่ไม่ธรรมดา — หมายความว่ากิจกรรม NVDR เกือบทั้งหมดอยู่ด้านซื้อ มูลค่าสุทธิสะสม 3 วันอยู่ที่ ~3.43 พันล้านบาท ซึ่งมีขนาดใหญ่และบ่งชี้ถึงการมีส่วนร่วมของต่างชาติ อย่างไรก็ดี เครื่องมือรายงานว่ามีวันซื้อติดต่อกันเพียง 1 วัน ไม่เข้าเกณฑ์ 3–5 วันสำหรับสัญญาณการสะสมที่ยืนยัน อัตราส่วนปริมาณพุ่งคือ -3.89 (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย) บ่งชี้ว่าอาจเป็นการจัดสรรครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวมากกว่าการสะสมของ Smart Money อย่างยั่งยืน NVDR Analyzer เองจำแนกสัญญาณว่า “เป็นกลาง — ไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนในกรอบเวลา 1-5 วัน” ให้นับว่านี่คือจุดข้อมูลที่ต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม ไม่ใช่ตัวกระตุ้นให้นำไปปฏิบัติได้
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: ข้อมูลกระแสเงินของผสมผสานในเชิงทิศทาง NVDR มีรอยเท้าซื้อสุทธิขนาดใหญ่ในวันเดียวแต่ขาดความต่อเนื่อง Big Lot และ Short Selling ไม่ใช่เหตุการณ์ ราคากำลังสะสมตัวใกล้แนวต้าน ไม่ได้ยืนยันการสะสม ภาพกระแสเงินรวมยังไม่สนับสนุนการจัดประเภท “การสะสมที่น่าจะเป็น” — ยังคงผสมผสานอยู่

    ข้อกล่าวอ้างที่ตรวจสอบไม่ได้: ค่า EMA 50 และ EMA 200 ไม่ได้ถูกให้มาในข้อมูลนำเข้า ไม่มีจุดอ้างอิง Fibonacci สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างอิสระและถูกตัดออกจากการตัดสินใจ


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การแตกตัวจากกรอบ (รอการคลี่คลายของการบีบตัวเหนือ 195)
    • โซนเข้า: 195.00–197.00 (เมื่อการแตกตัวเหนือแนวต้านได้รับการยืนยัน)
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า: แท่งราคาปิดรายวันเหนือ 195.00 ด้วยปริมาณอย่างน้อย 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน RSI ขึ้นเหนือ 60 และ MACD Histogram กลับเป็นบวก (Divergence คลี่คลายแล้ว) ตามอุดมคติ NVDR ควรแสดงวันที่ซื้อสุทธิติดต่อกันวันที่สองเพื่อยืนยันความต่อเนื่องของกระแสเงิน
    • เป้าหมาย 1: 204.00 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์; เป้าหมายที่ให้มา; ตรวจสอบโดยแนวต้านประวัติศาสตร์ที่ด้านบนของกรอบ 52 สัปดาห์)
    • เป้าหมาย 2: 240.00 (ราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ Finansia Syrus; อิงจากวิธี PBV 0.77×; คิดเป็น upside ~26% จาก ~192; ใช้เป็นเป้าหมายเชิงสถานะต่อเมื่อเคลียร์เป้าหมาย 1 ได้แล้วและแนวโน้มยังคงอยู่)
    • จุดตัดขาดทุน: 188.00 (ต่ำกว่าแนวรับโครงสร้างทันที; การยกเลิกของพื้นกรอบ)
    • จุดหยุดตาม: เมื่อราคาเคลียร์และยืนเหนือ 195 ได้ ให้เลื่อนจุดหยุดไปที่จุดคุ้มทุน หลังจากนั้นให้ตามต่ำกว่าจุดต่ำสุดของสวิง 5 วัน หรือ 10 วันจากราคาปิดรายวัน
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: 1.29 (ความเสี่ยง: 195 − 188 = 7.00; ผลตอบแทน: 204 − 195 = 9.00; 9/7 ≈ 1.29) ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 หากเข้าที่ 193 ตอนย่อตัวแทนที่จะเข้าที่ 195 ตอนแตกตัว RRR จะดีขึ้นเป็น (204 − 193)/(193 − 188) = 11/5 = 2.20 — แต่การเข้าตอนย่อตัวนี้จะต้องใช้การยืนยันรูปแบบที่ต่างออกไปและยังไม่มีสัญญาณในขณะนี้
    • จังหวะดำเนินการ: รอให้การบีบตัวคลี่คลาย อย่าคาดการณ์ล่วงหน้าทิศทาง หุ้นอยู่ใกล้แนวต้าน การไล่ตามการแตกตัวโดยไม่มีการยืนยันปริมาณเสี่ยงต่อกับดักขาขึ้นเนื่องจาก MACD Divergence รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 (ประมาณการปลาย ต.ค. 2569) เป็นตัวเร่งที่อยู่ไกลแต่มีความเกี่ยวข้อง
    • ห้ามเข้าเด็ดขาด หาก:

    1. ราคาทะลุเหนือ 195 ด้วยปริมาณต่ำกว่า 1.0× SMA20 (ความเสี่ยงการแตกตัวหลอก / กับดักขาขึ้น)

    2. MACD Histogram ยังคงเป็นลบหรือแบนราบระหว่างการแตกตัว (Divergence ขาลงยังไม่คลี่คลาย)

    3. ราคาทะลุต่ำกว่า 188 ด้วยปริมาณขยายตัว (การบีบตัวคลี่คลายเป็นขาลง)

    ตัวกระตุ้นการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY): ราคาปิดรายวันเหนือ 195 ด้วยปริมาณ ≥1.5× ค่าเฉลี่ย, MACD Histogram เป็นบวก, RSI > 60, และควรมีวันที่ NVDR ซื้อสุทธิติดต่อกันวันที่สอง คำนวณ RRR ใหม่ — ตามอุดมคติเข้าที่ใกล้ 195 จุดหยุดที่ 188 ให้ RRR ไปยัง 204 ที่ 1.29 (ก้ำกึ่ง) หรือไปยังราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 240 ที่ 6.43 (น่าสนใจ)
    • ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง (AVOID): ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 188 ด้วยปริมาณขยายตัว ยืนยันการพังทลายขาลงจากการบีบตัว รวมถึงปรับลดหาก NVDR กลับด้านเป็นขายสุทธิต่อเนื่อง 2–3 วันติดต่อกัน

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น แท่งราคาปิดรายวันเหนือ 195 ด้วยปริมาณขยายตัว ≥1.5× SMA20, RSI > 60, MACD กลับเป็นบวก แตกตัวจากการบีบตัว; ราคาท้าทายจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 204 แล้วมีศักยภาพขยายไปสู่ราคาเป้าหมายนักวิเคราะห์ 240 ในกรอบเวลาหลายสัปดาห์ ราคากลับตัวและปิดกลับมาอยู่ต่ำกว่า 195 ภายใน 2–3 เซสชั่น
    กรณีฐาน ราคายังแกว่งระหว่าง 188–195 ด้วยปริมาณต่ำ; การบีบตัวยังคงอยู่ การสะสมตัวในกรอบยังคงอยู่; ไม่มีการเทรดเกิดขึ้น; อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (~5%) ให้ผลตอบแทนระหว่างถือสำหรับผู้ถือเดิม เส้นขอบใดขอบหนึ่ง (188 หรือ 195) ถูกทำลายอย่างเด็ดขาด
    กรณีขาลง แท่งราคาปิดรายวันต่ำกว่า 188 ด้วยปริมาณขยายตัว; MACD Divergence ยืนยันการคลี่คลายลงด้านล่าง การบีบตัวคลี่คลายเป็นขาลง; ราคามุ่งเป้าหมายไปที่แนวรับโครงสร้างถัดไปใต้ 188 (ไม่ได้ระบุในอินพุต); จุดหยุดที่ 188 ถูกชนและออกจากสถานะ ราคากลับมายืนเหนือ 188 ภายใน 2 เซสชั่นด้วยปริมาณแข็งแกร่ง (กับดักหมี)

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 (ประมาณการ 27 ต.ค. 2569): ผู้บริหารยืนยันแนวโน้มปี 2569 แม้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาค การเติบโตของสินเชื่อ (+2.7% YTD) และการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมคาดว่าจะสนับสนุนการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากออกมาดีกว่าคาดอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปรับมูลค่าใหม่
    • เงินปันผล: BBL ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลรายปีที่น่าสนใจ ~5% วันขึ้นเครื่องหมาย XD เป็นข้อพิจารณาสำคัญสำหรับผู้ถือเดิมและสามารถให้แนวรับราคาในกรอบการสะสม
    • ตัวเร่งระดับกลุ่มอุตสาหกรรม — กลุ่มธนาคารไทย & วัฏจักรดอกเบี้ย: การลดอัตราดอกเบี้ยได้กดดัน NIM ลงมาที่ 2.46% การทรงตัวหรือกลับทิศทางใดๆ ในวัฏจักรดอกเบี้ยจะเป็นบวกที่มีนัยสำคัญต่อแนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของ BBL

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงเชิงเทคนิค: Divergence ขาลงของ MACD ใกล้แนวต้านเป็นข้อกังวลเร่งด่วนที่สุด ฐานความรู้ยืนยันว่า Divergence ขาลง (ราคาทำจุดสูงใหม่, โมเมนตัมทำจุดสูงต่ำกว่า) เป็นคำเตือนของการกระจายตัวที่อาจเกิดขึ้นหรือการแตกตัวหลอก การแตกตัวเหนือ 195 ที่ไม่ได้รับการยืนยันโดยปริมาณและโมเมนตัมเสี่ยงที่จะกลายเป็นกับดักขาขึ้น
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 ลดลง 16.2% YoY, NIM ถูกบีบอัดลงมาที่ 2.46%, และ ROE ตกลงจาก 8.75% เหลือ 7.16% แม้นักวิเคราะห์คาดการณ์การฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่แนวโน้มกำไรเป็นลบและไม่มีตัวเร่งให้กลับทิศในทันที
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: สัดส่วนซื้อสุทธิ 91.2% ของ NVDR ในวันเดียว แม้โดดเด่น แต่ขาดความต่อเนื่อง หากนี่คือการจัดสรรหรือปรับโครงสร้างครั้งเดียว การไม่มีการติดตามผลอาจนำไปสู่สัญญาณการสะสมที่ผิดพลาด
    • ความเสี่ยงด้านช่องว่างราคา: ในฐานะหุ้นธนาคาร SET ขนาดใหญ่ (มูลค่าตลาด ~3.69 แสนล้านบาท) BBL มีสภาพคล่องเพียงพอ ไม่พบความเสี่ยงช่องว่างราคาที่ไม่สมส่วนเป็นพิเศษ

    การยกเลิกหัวใจหลัก: การปิดรายวันต่ำกว่า 188.00 บนปริมาณขยายตัวจะยกเลิกหัวใจการเฝ้าระวังขาขึ้นทั้งหมด และยืนยันการพังทลายของโครงสร้างจากกรอบการสะสมตัว


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 7.00 บาท (เข้า 195 − จุดตัดขาดทุน 188)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: หากจัดสรรเงินทุนเมื่อยืนยันการแตกตัว ให้ใช้สูตร: จำนวนหุ้น = (มูลค่าพอร์ต × %ความเสี่ยงสูงสุด) ÷ 7.00, ปัดลงเป็นขนาดบอร์ดล็อตของ SET RRR ก้ำกึ่งที่ 1.29 ไปยังเป้าหมาย 1 หมายความว่าขนาดสถานะควรอนุรักษ์นิยม เว้นแต่จะใช้ราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ที่ 240 เป็นเป้าหมายหลัก (RRR ~6.43) อย่าเพิ่มขนาดสถานะเพื่อชดเชยส่วนต่างผลตอบแทนที่แคบไปยังเป้าหมาย 1

    8. ทะเบียนข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคขาเข้า 2026-08-10 ปัจจุบัน ให้โครงสร้างหลัก: การบีบตัว sideways, แนวรับ 188, แนวต้าน 195, เป้าหมาย 204
    RAG Knowledge Main 2026-08-10 (เรียกข้อมูล) มีอยู่ ยืนยันกฎการแตกตัวของการบีบตัว; การตีความ MACD Divergence ขาลง; ข้อกำหนดการยืนยันปริมาณ
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG 2026-08-01 ล้าสมัย (9 วัน) ผลกระทบต่ำ — บล็อกปกติรายการเดียวที่ 191.50; ไม่มีสัญญาณสะสม
    Query Short Stock Daily จาก RAG 2026-08-01 ล้าสมัย (9 วัน) ผลกระทบต่ำ — สัดส่วน 0.7% ไม่มีนัยสำคัญไม่ว่าข้อมูลจะเก่าแค่ไหน
    NVDR Analyzer 2026-08-07 ปัจจุบัน ผลกระทบผสม — สัดส่วน 91.2% สุดขั้วแต่แค่วันเดียว; เครื่องมือบอกว่า “เป็นกลาง”
    Tavily Search 2026-08-10 (ค้นหา) มีอยู่ สำคัญ — ยืนยันกำไรครึ่งปีแรก 2569 ลดลง; นักวิเคราะห์แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 240 (3 ส.ค. 2569)

    แหล่งข้อมูลภายนอก (พร้อมวันที่เผยแพร่):

    • นักลงทุนสัมพันธ์กรุงศรี/ธนาคารกรุงเทพ — “งบการเงิน ไตรมาส 2 ปี 2569” (21 กรกฎาคม 2569) กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 20,492 ล้านบาท, −16.2% YoY
    • Finansia Syrus — “BBL TB: ยืนยันแนวโน้ม, การเติบโตยังอยู่; คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 240 บาท” (3 สิงหาคม 2569) หุ้นเด่นร่วมกับ KTB. 2569E P/BV 0.77×
    • Investing.com — ข้อมูลตลาด BBL (เข้าถึง 5 ส.ค. 2569) RSI 55.88, P/E 8.79, P/BV 0.64, อัตราเงินปันผล 5.22%, กรอบ 52 สัปดาห์ 147–204
    • StockInvest.us — พยากรณ์ BBL (5 ส.ค. 2569) เป็นหุ้นที่เข้าเกณฑ์ ซื้อ/ถือ ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. 2569 กำไร +13.91% ตั้งแต่เกิดสัญญาณ

    ช่องว่างข้อมูลสำคัญ: ไม่ได้ให้ค่า EMA 50/200 ข้อมูล Big Lot และ Short Selling ล้าสมัย 9 วัน NVDR มีเพียง 1 วันที่ยืนยันการซื้อ ไม่มีตราประทับราคาปัจจุบันจากข้อมูลนำเข้า (ข้อมูลตลาดมาจากแหล่งอิสระ) ช่องว่างเหล่านี้รวมกันจำกัดความเชื่อมั่นไว้ที่ระดับปานกลาง


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — รอให้มีการยืนยันการปิดแท่งรายวันเหนือ 195.00 พร้อมปริมาณขยายตัว ≥1.5× SMA20 และ MACD Divergence คลี่คลายแล้ว ก่อนเข้าสถานะ Long จุดตัดขาดทุนที่ 188.00 ต่ำกว่าแนวรับโครงสร้าง; เป้าหมาย 1 ที่ 204.00 (จุดสูงสุด 52 สัปดาห์) RRR ที่ให้มาที่ 1.29 นั้นก้ำกึ่ง; พิจารณาราคาเป้าหมายของนักวิเคราะห์ที่ 240 เพื่อ RRR ที่น่าสนใจกว่าที่ 6.43 บนการแตกตัวที่ยืนยันแล้ว ผู้ถือเดิมควรคงสถานะเพื่อรับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล ~5% โดยมีจุดหยุดเด็ดขาดที่ 188 กำไรครึ่งปีแรก 2569 ที่ลดลง (−16.2% YoY) และ MACD Divergence ขาลงเป็นอุปสรรคหลัก

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T20:27:21.754+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:BBL|company_name:Bangkok Bank Public Company Limited|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:204|entry_price:195|sell_price:204|stop_loss_level:188|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:188|immediate_resistance:195|risk_reward_ratio:1.29|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Flat|rsi_status:Neutral|macd_status:Divergence|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    BAY

    Trading Chart

    รายงานการตัดสินใจ SET: BAY — บริษัท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

    1. การ์ดตัดสินใจ

    รายการ การตัดสินใจ
    การปฏิบัติหลัก เฝ้าระวัง (WATCH)
    การปฏิบัติสำหรับผู้ถืออยู่ ถือต่อ โดยใช้จุดหยุดตาม (Trailing Stop) ที่ 40.00; ไม่เพิ่มสถานะ
    มุมมองทิศทาง เป็นกลาง (Neutral)
    ความเชื่อมั่น ปานกลาง (Moderate)
    กรอบเวลา สวิ่ง (1–5 วันหลังจากเกิดสัญญาณเข้า)
    ราคาอ้างอิงล่าสุด ไม่มีข้อมูลจากข้อมูลนำเข้า
    วันที่ของราคา 2026-08-10 (วันที่สร้างรายงาน)
    สถานะของรูปแบบการเข้า รอสัญญาณกระตุ้น

    หัวใจการตัดสินใจ: BAY อยู่ในสถานะการบีบตัวของความผันผวนที่ยืนยันแล้ว โดยมี Divergence ของ MACD บน Keltner Channel ที่แบนราบ — นี่คือรูปแบบการอัดตัวก่อนการแตกตัวแบบคลาสสิก อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ให้มาที่ 0.50 นั้นต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างมาก กระแสเงิน NVDR ถูกตีธงว่าเป็นสัญญาณรบกวนจากสภาพคล่องต่ำ และยังไม่มีสัญญาณการแตกตัวเกิดขึ้น ให้รอการคลี่คลายทิศทางเหนือ 43.00 ด้วยปริมาณที่ขยายตัว ก่อนที่จะใช้เงินลงทุน พื้นฐานที่แข็งแกร่งของครึ่งปีแรก 2569 (กำไรสุทธิ +6.8% YoY) เป็นเกราะป้องกันทางปัจจัยพื้นฐาน แต่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะให้เข้าสถานะทันที


    2. ตารางคะแนนหลักฐาน

    หลักฐาน ข้อค้นพบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
    แนวโน้มและโครงสร้าง Sideways กำลังสะสมระหว่าง 41.00–43.00; อยู่ในสถานะ In-Squeeze บน Keltner Channels เป็นกลาง สูง
    ปริมาณและโมเมนตัม ปริมาณแห้งเหือดในขณะบีบตัว; RSI เป็นกลาง; MACD แสดง Divergence (คำเตือนขาลง) สัญญาณ Divergence ขาลง ปานกลาง
    Big Lot เครื่องมือไม่ส่งข้อมูลกลับ ไม่มีข้อมูล ไม่สามารถประเมินได้
    Short Selling มูลค่าขายชอร์ต 0.18% ในวันที่ 1 ส.ค. แรงกดดันขาลงน้อยมาก สนับสนุน (ดอกเบี้ยชอร์ตน้อยสุด) ต่ำ (ข้อมูลล้าสมัย — 1 ส.ค.)
    NVDR สัดส่วนสุทธิ 87.34% ซื้อติดต่อกัน 4 วัน แต่มูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาท สัญญาณการสะสม แต่มีสภาพคล่องต่ำ / คำเตือนสัญญาณรบกวน ต่ำ (ถูกตีธงว่าไม่น่าเชื่อถือ)
    ข่าวสารและตัวเร่ง ครึ่งปีแรก 2569 กำไรสุทธิ 16.91 พันล้านบาท (+6.8% YoY); สินเชื่อธุรกิจและอาเซียนเติบโตแข็งแกร่ง บวก สูง
    การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน แนวโน้มกำไรแข็งแกร่ง; ไม่มีเป้าหมายนักวิเคราะห์หรือตัวคูณมูลค่าให้มา บวก ปานกลาง

    ความสอดคล้องโดยรวม: ผสมผสาน — ปัจจัยพื้นฐานเป็นบวก เทียบกับ การอัดตัวทางเทคนิคที่มี Divergence ขาลงของ MACD ข้อมูล NVDR เป็นสัญญาณขาขึ้นแต่ไม่น่าเชื่อถือเนื่องจากสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้านบาท หลักฐานกระแสเงินไม่เพียงพอที่จะจัดประเภทที่ยืนยันได้


    3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงิน

    • แนวโน้มหลัก: Sideways
    • วัฏจักรตลาด: การสะสมตัว / ช่วงปลายการสะสม — การบีบตัวของความผันผวนบ่งชี้ว่าการเคลื่อนไหวในทิศทางใดทิศทางหนึ่งกำลังจะมาถึง แต่ทิศทางยังไม่ได้รับการยืนยัน
    • แนวรับสำคัญ: 41.00 (ทันที) โดยมีจุดยืนยันโครงสร้างที่ 40.00
    • แนวต้านสำคัญ: 43.00 (ทันที)
    • โมเมนตัม: RSI เป็นกลาง MACD แสดง Divergence — ฐานความรู้ยืนยันว่า Divergence ขาลง (ราคาทำจุดสูงใหม่ในขณะที่ MACD อ่อนแรงลง) เตือนถึงการกระจายตัวที่อาจเกิดขึ้น ในตลาด Sideways ตัวชี้วัดตามแนวโน้ม (EMA) ไม่น่าเชื่อถือและมีแนวโน้มเกิดสัญญาณหลอก
    • การตีความ Big Lot: ไม่มีข้อมูล ไม่สามารถประเมินกิจกรรมบล็อกของสถาบันได้
    • การตีความ Short Selling: ดอกเบี้ยชอร์ตน้อยนิด (สัดส่วน 0.18%, 3,100 หุ้น) ณ วันที่ 1 สิงหาคม นี่ไม่ใช่ปัจจัยขาลงที่มีนัยสำคัญ ข้อมูลล่าช้า 9 วัน ให้ถือเป็นเพียงข้อมูลบ่งชี้เท่านั้น
    • การตีความ NVDR: NVDR แสดงวันที่ซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วัน ด้วยมูลค่าสะสม 3 วันสุทธิ ~98.4 ล้านบาท และสัดส่วนสุทธิ 87.34% อย่างไรก็ดี มูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่าเกณฑ์สภาพคล่อง 100 ล้านบาท สัดส่วนที่สูงมากบนปริมาณสัมบูรณ์ต่ำบ่งชี้อย่างมากว่าเป็นการปรับโครงสร้าง Big Lot นอกกระดาน หรือการบิดเบือนของตลาดที่บางเบา ไม่ใช่การสะสมของเงินทุนฉลาดอย่างแท้จริง สัญญาณ NVDR ถูกจัดว่าเป็นสัญญาณรบกวน ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้
    • บทสรุปกระแสเงินรวม: ข้อมูลกระแสเงินขาดหายไป (Big Lot) หรือไม่น่าเชื่อถือ (NVDR บนสภาพคล่องต่ำ, ข้อมูลชอร์ตล้าสมัย) การเคลื่อนไหวของราคาไม่ได้ยืนยันการสะสมหรือการกระจายตัว หลักฐานที่เชื่อถือได้เพียงอย่างเดียวคือโครงสร้างการอัดตัวทางเทคนิคและพื้นฐานกำไรที่ดี

    ข้อกล่าวอ้างที่ตรวจสอบไม่ได้: ค่า EMA 50/200, ราคาล่าสุดที่แน่นอน, และจุดอ้างอิง Fibonacci ไม่ได้ถูกให้มาในข้อมูลนำเข้า และไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างอิสระ


    4. แผนการดำเนินการ

    • กลยุทธ์: การแตกตัว (รอการคลี่คลายของการบีบตัว)
    • โซนเข้า: 42.00–43.00 (เฉพาะเมื่อการแตกตัวเหนือแนวต้านได้รับการยืนยัน)
    • สัญญาณกระตุ้นเข้า: แท่งราคาปิดรายวันเหนือ 43.00 ด้วยปริมาณอย่างน้อย 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน ประกอบกับ MACD Histogram ที่กลับเป็นบวก และ RSI อยู่เหนือ 55
    • เป้าหมาย 1: 43.00 (แนวต้านที่ให้มา — ระดับนี้ทำหน้าที่เป็นระดับการแตกตัวมากกว่าเป้าหมาย; การแตกตัวเหนือ 43.00 จะเปิดทางไปสู่เป้าหมายจากการวัดระยะถัดไป ซึ่งยังไม่มีข้อมูล)
    • เป้าหมาย 2: ไม่มีข้อมูล — จำเป็นต้องมีการยืนยันการแตกตัวและการคาดการณ์จากการวัดระยะ
    • จุดตัดขาดทุน: 40.00 (ต่ำกว่าแนวรับโครงสร้างที่ 41.00 โดยให้ระยะเผื่อไว้ใต้จุดต่ำสุดของสวิง)
    • จุดหยุดตาม: ยังไม่ใช้จนกว่าจะมีสถานะ; หากเข้าแล้ว ให้เลื่อนจุดหยุดไปที่จุดคุ้มทุนเมื่อราคาไปถึง 43.00+ และการแตกตัวยังคงอยู่
    • ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไปยังเป้าหมาย 1: 0.50 (ความเสี่ยง: 42.00 − 40.00 = 2.00; ผลตอบแทน: 43.00 − 42.00 = 1.00) อัตราส่วนนี้ ไม่เป็นที่ยอมรับ — ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 และต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องการ 2.0 อย่างมาก
    • จังหวะดำเนินการ: รอให้การบีบตัวของความผันผวนคลี่คลาย อย่าคาดการณ์ล่วงหน้าการแตกตัว
    • ห้ามเข้าเด็ดขาด หาก:

    1. ราคาทะลุต่ำกว่า 41.00 ด้วยปริมาณที่ขยายตัว (การบีบตัวคลี่คลายเป็นขาลง)

    2. การแตกตัวเหนือ 43.00 เกิดขึ้นด้วยปริมาณน้อยกว่า 1.5× SMA20 (ความเสี่ยงการแตกตัวหลอก)

    3. RSI ไม่ยืนยันการแตกตัว (ยังอยู่ต่ำกว่า 50)

    ตัวกระตุ้นการปรับเพิ่ม/ลดระดับ

    • ปรับเพิ่มเป็น ซื้อ (BUY): ราคาปิดเหนือ 43.00 ด้วยปริมาณขยายตัว (≥1.5× ค่าเฉลี่ย), RSI > 55, และ MACD Histogram กลับเป็นบวก คำนวณเป้าหมายใหม่และตรวจสอบให้แน่ใจว่า RRR ≥ 1.5 ก่อนเข้า
    • ปรับลดเป็น หลีกเลี่ยง (AVOID): ราคาปิดต่ำกว่า 41.00 ด้วยปริมาณที่เพิ่มขึ้น ยืนยันการคลี่คลายแบบขาลงของการบีบตัว และปรับลดหากจุดตัดขาดทุน 40.00 ใช้ไม่ได้อีกต่อไปในเชิงโครงสร้าง

    5. แผนที่สถานการณ์

    สถานการณ์ ตัวกระตุ้น เส้นทางที่คาด การยกเลิกสถานการณ์
    กรณีขาขึ้น แท่งราคาปิดรายวันเหนือ 43.00 พร้อมปริมาณพุ่ง ≥1.5× SMA20 และ RSI > 55 แตกตัวจากการบีบตัว; ทดสอบ 43.00 เป็นแนวรับ แล้วจึงมุ่งไปยังแนวต้านถัดไป (ยังไม่ได้กำหนด) ราคากลับตัวและปิดกลับมาอยู่ต่ำกว่า 43.00 ภายใน 2 แท่ง
    กรณีฐาน ราคายังแกว่งระหว่าง 41.00–43.00 ด้วยปริมาณต่ำ การสะสมตัวในกรอบยังคงอยู่; ไม่มีการเทรดเกิดขึ้น เส้นขอบใดขอบหนึ่งถูกทำลายอย่างเด็ดขาด
    กรณีขาลง แท่งราคาปิดรายวันต่ำกว่า 41.00 ด้วยปริมาณขยายตัว การบีบตัวคลี่คลายลงด้านล่าง; ราคามุ่งเป้าหมายไปที่จุดตัดขาดทุน 40.00 และอาจต่ำกว่า ราคากลับมายืนเหนือ 41.00 ภายใน 2 แท่งด้วยปริมาณที่แข็งแกร่ง

    6. ตัวเร่งและความเสี่ยงวิกฤต

    ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

    • ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2569 (ประมาณการ ต.ค. 2569): การเติบโตต่อเนื่องของสินเชื่อธุรกิจและอาเซียนอาจสนับสนุนแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งดังที่เห็นในครึ่งปีแรก 2569
    • การอัปเดตการขยายตัวของกรุงศรีในอาเซียน: ผู้บริหารเน้นอาเซียนเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต; การประกาศข้อตกลงที่มีนัยสำคัญใดๆ จะเป็นตัวเร่งเชิงบวก
    • ตัวเร่งระดับกลุ่มอุตสาหกรรม — มุมมองกลุ่มธนาคารไทย: สภาพเศรษฐกิจมหภาคในวงกว้าง, แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย, และแนวโน้ม NPL ในประเทศไทยจะส่งผลกระทบต่อ BAY เช่นเดียวกับกลุ่มธนาคารอื่น

    ความเสี่ยงวิกฤต

    • ความเสี่ยงเชิงเทคนิค: Divergence ขาลงของ MACD ในตลาด Sideways เป็นคำเตือนว่าการบีบตัวอาจคลี่คลายลงด้านล่าง ฐานความรู้ยืนยันว่า Divergence ขาลง (ราคาทำจุดสูงใหม่, ตัวชี้วัดทำจุดสูงต่ำกว่า) มักจะนำหน้าการกลับตัว
    • ความเสี่ยงด้านกระแสเงิน: ข้อมูล NVDR ไม่น่าเชื่อถือเนื่องจากสภาพคล่องต่ำ ไม่มีสัญญาณกระแสเงินสถาบันที่ตรวจสอบได้เพื่อสนับสนุนทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
    • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: แม้การเติบโตครึ่งปีแรก 2569 จะแข็งแกร่ง แต่กลุ่มธนาคารไทยเผชิญแรงกดดันที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อตัวของ NPL และการหดตัวของอัตราดอกเบี้ย; ไม่มีคำแนะนำแนวโน้มในอนาคตที่ยืนยันในข้อมูลที่มีอยู่
    • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: มูลค่าการซื้อขายรวมต่ำกว่า 100 ล้านบาทที่ถูกตีธงจากการวิเคราะห์ NVDR บ่งชี้ว่ามีการซื้อขายที่บางเบา ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงจากส่วนต่างราคา (Slippage) และการกระโดดข้ามราคา (Gap) ทั้งในการเข้าเทรดและการดำเนินการตัดขาดทุน

    การยกเลิกหัวใจหลัก: การปิดรายวันต่ำกว่า 40.00 จะยกเลิกหัวใจการเฝ้าระวังขาขึ้นทั้งหมด และยืนยันการพังทลายของโครงสร้าง


    7. การกำหนดขนาดสถานะ

    • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ให้ข้อมูล
    • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 2.00 บาท (เข้า 42.00 − จุดตัดขาดทุน 40.00)
    • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีพารามิเตอร์ของพอร์ต
    • หมายเหตุการกำหนดขนาด: หากจัดสรรเงินทุนหลังการแตกตัว ให้ใช้สูตร: จำนวนหุ้น = (มูลค่าพอร์ต × %ความเสี่ยงสูงสุด) ÷ 2.00, ปัดลงเป็นขนาดบอร์ดล็อตของ SET อย่าเพิ่มขนาดสถานะเพื่อชดเชยผลตอบแทนที่แคบเพียง 1.00 บาท อัตราส่วน RRR ที่ไม่ดีที่ 0.50 หมายความว่ารูปแบบนี้ในปัจจุบันต้องการจุดตัดขาดทุนที่แคบลงเมื่อยืนยันการแตกตัว หรือเป้าหมายที่กว้างขึ้น — ซึ่งทั้งสองอย่างไม่สามารถสมเหตุผลได้หากไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม

    8. ทะเบียนข้อมูลและแหล่งที่มา

    แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
    ข้อมูลเทคนิคขาเข้า 2026-08-10 ปัจจุบัน ให้โครงสร้างหลัก: Sideways, การบีบตัว, แนวรับ/ต้าน
    RAG Knowledge Main 2026-08-10 (เรียกข้อมูล) มีอยู่ ยืนยันกฎการแตกตัวของการบีบตัวและการตีความ MACD Divergence
    Query Biglot Stock Daily จาก RAG ไม่ระบุ ไม่มีข้อมูล ลดความเชื่อมั่นด้านกระแสเงิน; ไม่สามารถตรวจสอบกิจกรรมบล็อกสถาบัน
    Query Short Stock Daily จาก RAG 2026-08-01 ล้าสมัย (9 วัน) ผลกระทบต่ำ — ดอกเบี้ยชอร์ตน้อยมากอยู่แล้ว
    NVDR Analyzer 2026-08-07 ปัจจุบันแต่ถูกตีธง ผลกระทบต่ำ — สัดส่วน 87.34% บนสภาพคล่องต่ำกว่า 100 ล้าน ไม่น่าเชื่อถือ
    Tavily Search 2026-08-10 (ค้นหา) มีอยู่ ผลประกอบการกรุงศรีครึ่งปีแรก 2569 (20 ก.ค. 2569) ยืนยันความแข็งแกร่งของกำไร

    แหล่งข้อมูลภายนอก:

    • นักลงทุนสัมพันธ์กรุงศรี — “กรุงศรีรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569” (20 กรกฎาคม 2569) กำไรสุทธิ 16.91 พันล้านบาท +6.8% YoY
    • ไม่พบรายงานโบรกเกอร์/นักวิเคราะห์หรือราคาเป้าหมายสำหรับ BAY ในผลการค้นหา

    ช่องว่างข้อมูลสำคัญ: ข้อมูล Big Lot ไม่มีให้ใช้งานเลย ข้อมูล Short Selling ล้าสมัย 9 วัน ข้อมูล NVDR ไม่น่าเชื่อถือเนื่องจากสภาพคล่องต่ำ ไม่มีราคาปัจจุบันหรือค่า EMA อยู่ในข้อมูลนำเข้า ช่องว่างเหล่านี้ลดขีดจำกัดความเชื่อมั่นลงที่ระดับปานกลาง


    9. การตัดสินใจสุดท้าย

    เฝ้าระวัง (WATCH) — รอให้มีการปิดแท่งรายวันเหนือ 43.00 ที่ยืนยันแล้ว ด้วยปริมาณขยายตัว ≥1.5× SMA20 และ RSI > 55 ก่อนพิจารณาเข้า ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงปัจจุบันที่ 0.50 ไม่เป็นที่ยอมรับ; จุดตัดขาดทุนเชิงโครงสร้างที่ 40.00 กับราคาเข้าที่ 42.00 ให้ผลตอบแทนเพียง 1.00 บาท ผลกำไรครึ่งปีแรก 2569 ที่แข็งแกร่ง (+6.8% YoY) สนับสนุนกรณีปัจจัยพื้นฐาน แต่ไม่ได้ลบล้างความจำเป็นในการรอสัญญาณทางเทคนิคที่เหมาะสม

    สร้างเมื่อ: `2026-08-10T20:22:30.720+07:00`

    อ้างอิงเนื้อหาต้นทาง: `stock_name:BAY|company_name:Bank of Ayudhya Public Co., Ltd.|chat_id:8670813882|stock_trend:SIDEWAYS|trade_action:WAIT|target_price_1:43|entry_price:42|sell_price:43|stop_loss_level:40|chart_timeframe:1D|volume_status:DRYING_IN_SQUEEZE|immediate_support:41|immediate_resistance:43|risk_reward_ratio:0.5|volatility_squeeze_status:In-Squeeze|keltner_channels_slope:Flat|rsi_status:Neutral|macd_status:Divergence|trend_strength:Consolidating|price_action_signal:None`

    *นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนตามเงื่อนไข และการสูญเสียอาจเกินกว่าจุดตัดขาดทุนที่วางไว้ในระหว่างช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*

    รายงานผลการสแกนหุ้นประจำวัน (10/8/2569)

    📊 DAILY STOCK SCAN REPORT

    สแกนหุ้นทั้งหมด: 930 ตัว |
    พบสัญญาณ: 15 ตัว

    UP TREND
    2

    REVERSAL
    1

    PULLBACK
    12

    NO. STOCK NAME STATUS
    📌 กลุ่มหุ้น: UP TREND
    1 DIF UP TREND
    2 RCL UP TREND
    📌 กลุ่มหุ้น: REVERSAL
    1 THAI REVERSAL
    📌 กลุ่มหุ้น: PULLBACK
    1 BAY PULLBACK
    2 BBIK PULLBACK
    3 BBL PULLBACK
    4 BGRIM PULLBACK
    5 CREDIT PULLBACK
    6 FORTH PULLBACK
    7 GPSC PULLBACK
    8 MAGURO PULLBACK
    9 PTTGC PULLBACK
    10 SGC PULLBACK
    11 SINGER PULLBACK
    12 TEAM PULLBACK
    Generated automatically by n8n

    NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    📊 NVDR Smart Money Report (20-Day Analysis)

    🎯 Dimension 1: Top Accumulation

    Stocks with consistent institutional buying over the period.

    PTT Net Buy 1,054.30M THB (17/20 days)
    GULF Net Buy 917.78M THB (18/20 days)
    AOT Net Buy 889.04M THB (16/20 days)
    BDMS Net Buy 743.08M THB (16/20 days)
    CPALL Net Buy 712.74M THB (15/20 days)

    🚨 Dimension 2: Price-NVDR Divergence

    Conflicting signals between price action and fund flow.

    KBANK 🔴 HIDDEN BEARISH (Price Up, NVDR Sell) | NVDR Net: 675.16M THB

    👑 Dimension 3: High Dominance Plays

    Stocks heavily driven by foreign volume (>25%).

    No high dominance stocks found.

    🔄 Dimension 4: Sector Rotation

    Top 3 sectors with the highest net inflows.

    ENERG 2,285.54M THB
    ICT 1,300.53M THB
    COMM 1,041.39M THB

    จัดอันดับหุ้นปันผล Yield สูงน่าสะสม ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2569

    📌 SIRI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.52 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1967 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.94%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.97 – 1.01 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 19.47% – 20.27%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-28 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 0.11 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-15 : 0.06 ฿
    📌 LH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.76 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 12.59%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ย., พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 3.18 – 3.30 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.34% – 14.88%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 0.12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-15 : 0.13 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-30 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-28 : 0.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-03 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.25 ฿
    📌 QH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 1.45 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1500 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.34%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 1.15 – 1.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.50% – 13.04%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-29 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 0.08 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-21 : 0.03 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-25 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.04 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 0.07 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.03 ฿
    📌 SPALI

    💰 ราคาปัจจุบัน: 15.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 10.34%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.20 – 13.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.84% – 12.37%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-27 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-22 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-27 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-24 : 0.5 ฿
    📌 AP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 8.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8233 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 9.98%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.60 – 5.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.20% – 14.70%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.52 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.5 ฿
    📌 BAM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.80 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5933 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.73%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ม.ค. 2025, ก.พ. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.35 – 5.60 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.60% – 11.09%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-29 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-02 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 0.55 ฿
    📌 SCB

    💰 ราคาปัจจุบัน: 152.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.4167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.17%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 66.00 – 66.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.81% – 18.81%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-20 : 9.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 8.44 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 7.84 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 5.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.5 ฿
    📌 TISCO 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 129.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.3333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 8.01%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, พ.ย. 2021, ธ.ค. 2021, เม.ย. 2022, พ.ค. 2022, มิ.ย. 2022, ก.ค. 2022, ส.ค. 2022, เม.ย. 2023, พ.ค. 2023, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.00 – 90.25 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.45% – 12.02%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-24 : 5.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 7.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-29 : 7.15 ฿
    📌 RCL

    💰 ราคาปัจจุบัน: 36.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.99%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., พ.ย., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 17.10 – 17.90 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 16.29% – 17.06%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-20 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-16 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 2.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-18 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-23 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-18 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 1.5 ฿
    📌 M

    💰 ราคาปัจจุบัน: 21.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.6667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 13.80 – 14.40 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.57% – 12.08%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-23 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-23 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-10 : 0.8 ฿
    📌 JMT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 12.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9167 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.64%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค., ก.พ., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, ม.ค. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 7.35 – 7.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.90% – 12.47%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-02 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 0.28 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-22 : 0.38 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.34 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-11 : 0.59 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.49 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 0.42 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-23 : 0.390773 ฿
    📌 PTTEP

    💰 ราคาปัจจุบัน: 149.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 10.9583 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.33%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: ก.พ., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 93.00 – 97.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.24% – 11.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-02-23 : 4.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-08 : 4.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-02-25 : 5.125 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-13 : 4.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-19 : 5.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-02-14 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-15 : 4.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-02-10 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-11 : 2 ฿
    📌 HMPRO

    💰 ราคาปัจจุบัน: 6.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.4733 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 7.06%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, พ.ย. 2025, มี.ค. 2026, พ.ค. 2026, มิ.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 5.70 – 5.95 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.96% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.16 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-22 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-10 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 0.22 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-12 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-19 : 0.21 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-13 : 0.17 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-15 : 0.12 ฿
    📌 TLI 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 11.60 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.8000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.90%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., มี.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 6.55 – 6.85 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.68% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-07 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-09 : 0.3 ฿
    📌 AEONTS

    💰 ราคาปัจจุบัน: 105.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 6.4833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.15%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025, มี.ค. 2026, เม.ย. 2026

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 86.50 – 90.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.14% – 7.50%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-21 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-28 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-19 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-25 : 2.95 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-18 : 2.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-12 : 2.65 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-10-18 : 2.5 ฿
    📌 PTT

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 2.3667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 6.11%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ต.ค., ส.ค., ก.พ., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มี.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 27.00 – 28.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.45% – 8.77%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-05 : 1.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-01 : 0.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-06 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-02-29 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-04 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-02 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-28 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-03 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-29 : 1.2 ฿
    📌 BA 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 19.70 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.1667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.92%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, มี.ค. 2022

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 8.40 – 8.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 13.41% – 13.89%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-11 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-12 : 0.7 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 0.6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-24 : 0.5 ฿
    📌 PRM

    💰 ราคาปัจจุบัน: 10.10 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.5300 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 5.25%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ต.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2022, พ.ย. 2023, ธ.ค. 2023, เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 4.90 – 5.10 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.39% – 10.82%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-06 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-09 : 0.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-07 : 0.26 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-27 : 0.1 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-24 : 0.09 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-06 : 0.18 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-24 : 0.08 ฿
    📌 BBL 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 191.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 9.5000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.97%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 101.00 – 102.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 9.27% – 9.41%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-22 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-23 : 6.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-23 : 5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-21 : 3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 1 ฿
    📌 MEGA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 38.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.86%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: พ.ค. 2025, มิ.ย. 2025, ก.ค. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 24.30 – 25.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.39% – 7.75%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-27 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-07 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-23 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-06 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-08 : 0.85 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-24 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-08 : 0.86 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.52 ฿
    📌 KBANK 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 248.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 12.0000 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.84%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 102.00 – 106.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.27% – 11.76%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-21 : 12 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-15 : 2.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-11 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-22 : 6 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-13 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-17 : 3.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 0.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.5 ฿
    📌 RATCH

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.76%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: มี.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 22.50 – 22.70 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.22% – 8.30%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-03-12 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-02 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-05 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-03-15 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-01 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-03-17 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-09 : 0.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-03-17 : 1.250644 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-07 : 1.065363 ฿
    📌 KTC

    💰 ราคาปัจจุบัน: 39.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.8367 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.71%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 21.80 – 21.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.43% – 8.43%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 1.77 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-17 : 1.32 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 1.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.15 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-18 : 1 ฿
    📌 TOA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 16.20 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.7600 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.69%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025, มิ.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 9.35 – 9.80 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 7.76% – 8.13%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-06 : 0.39 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-28 : 0.36 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-09 : 0.27 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-28 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-08 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-29 : 0.33 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-08 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-29 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.19 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.31 ฿
    📌 WHA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 4.88 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.2285 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.68%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 2.26 – 2.26 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 10.11% – 10.11%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-11 : 0.1438 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-27 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-07 : 0.1237 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-11-21 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.117 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-11-22 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-11 : 0.1003 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-11-25 : 0.0669 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-05-05 : 0.0735 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-11-25 : 0.0267 ฿
    📌 TCAP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 86.25 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 3.9667 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.60%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., ต.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021, ก.ย. 2021, ต.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 32.50 – 34.00 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 11.67% – 12.21%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-16 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-12 : 1.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-11 : 2.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-13 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-18 : 2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 1.9 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-10-12 : 1.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-19 : 1.8 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-13 : 1.2 ฿
    📌 TTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 3.10 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.1407 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.54%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ต.ค., ก.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 0.96 – 0.98 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 14.35% – 14.65%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-27 : 0.068 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-10-06 : 0.066 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-25 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-10-07 : 0.065 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.055 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-10-09 : 0.05 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-12 : 0.053 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-05 : 0.02 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-21 : 0.038 ฿
    📌 KTB 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 44.50 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 1.9217 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.32%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., พ.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ส.ค. 2021

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 10.20 – 10.50 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 18.30% – 18.84%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-10 : 2.24 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-11-11 : 0.43 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-04-16 : 1.545 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-17 : 0.868 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-18 : 0.682 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-20 : 0.418 ฿
    📌 KKP 🚨 น่าสะสมในเดือนนี้!

    💰 ราคาปัจจุบัน: 112.00 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 4.7333 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 4.23%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: เม.ย., ก.ย., พ.ค. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: ก.ค. 2024, ส.ค. 2024

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 37.00 – 38.75 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 12.22% – 12.79%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-04-29 : 4.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-09-10 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-02 : 2.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-09-04 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-04-26 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-09-06 : 1.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-04-27 : 1.5 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-09-07 : 1.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-28 : 2.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-09-08 : 0.75 ฿
    📌 AMATA

    💰 ราคาปัจจุบัน: 28.75 ฿ | 💸 ปันผลเฉลี่ย (3 ปี): 0.9833 ฿/หุ้น | ✨ Yield: 3.42%
    🗓️ ช่วงเดือน XD: พ.ค., ส.ค., เม.ย. | 🎯 ช่วงเดือนที่ควรสะสม: เม.ย. 2025

    🎯 ข้อมูลโซนน่าสะสม (Best Accumulate)

    • ช่วงราคาที่ควรสะสม: 11.20 – 11.20 ฿
    • ช่วง Yield % คาดหวัง: 8.78% – 8.78%

    📜 ประวัติการจ่ายเงินปันผล (5 ปีย้อนหลัง)

    • จ่ายวันที่ 2026-05-05 : 0.75 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-08-26 : 0.35 ฿
    • จ่ายวันที่ 2025-05-13 : 0.55 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-08-26 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2024-05-09 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-08-24 : 0.25 ฿
    • จ่ายวันที่ 2023-05-03 : 0.4 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-08-25 : 0.2 ฿
    • จ่ายวันที่ 2022-04-25 : 0.3 ฿
    • จ่ายวันที่ 2021-08-27 : 0.1 ฿

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7751.78 -5.86 -0.08 % 2026-08-10
    US30 INDU:IND 54037 +151.83 +0.28 % 2026-08-10
    US100 US100:IND 29629 -93.7 -0.32 % 2026-08-10
    Vilnius VILSE:IND 1499 -2.38 -0.16 % 2026-08-10
    US1000 RIY:IND 4227.99 +31.19 +0.74 % 2026-08-10
    TUN TUSISE:IND 19983 -59.96 -0.3 % 2026-08-10
    USE All Share ALSIUG:IND 2212.77 -2.35 -0.11 % 2026-08-10
    ZSI Industrials INDZI:IND 471.43 +0.08 +0.02 % 2026-08-10

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6557 +33.14 +0.51 % 2026-08-10
    EU600 STOXX:IND 661.66 +1.41 +0.21 % 2026-08-10
    EU100 N100:IND 1978 +8.54 +0.43 % 2026-08-10
    EU350 SPE350:IND 2684.99 +10.13 +0.38 % 2026-08-10
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 320.19 +0.66 +0.21 % 2026-08-10

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4702 +7.59 +0.16 % 2026-08-10
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24584 +13.15 +0.05 % 2026-08-10
    AU50 AS52:IND 9002 -53.1 -0.59 % 2026-08-10

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 67038 +1 +2.18 % 2026-08-10
    GB100 UKX:IND 10877 -24.29 -0.22 % 2026-08-10
    DE40 DAX:IND 26398 +78.85 +0.3 % 2026-08-10
    FR40 CAC:IND 8731 +15.57 +0.18 % 2026-08-10
    IT40 FTSEMIB:IND 53841 +128.62 +0.24 % 2026-08-10
    ES35 IBEX:IND 20252 +75.5 +0.37 % 2026-08-10
    ASX200 AS51:IND 9207 -56.33 -0.61 % 2026-08-10
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3967 +26.56 +0.67 % 2026-08-10
    SENSEX SENSEX:IND 78542 +43.27 +0.06 % 2026-08-10
    TSX SPTSX:IND 36381 +244.92 +0.68 % 2026-08-10
    MOEX INDEXCF:IND 2285 +3.24 +0.14 % 2026-08-10
    IBOVESPA IBOV:IND 172513 -3 -1.73 % 2026-08-10
    IPC MEXBOL:IND 66939 +542.49 +0.82 % 2026-08-10
    NL30 AEX:IND 1115 +3.81 +0.34 % 2026-08-10
    CH20 SMI:IND 14617 +72.09 +0.5 % 2026-08-10
    SAALL JALSH:IND 117518 +2 +1.92 % 2026-08-10
    STI FSSTI:IND 5698 +59.44 +1.05 % 2026-08-10
    HK50 HSI:IND 25925 +256.97 +1 % 2026-08-10
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13888 +64.11 +0.46 % 2026-08-10
    BIST 100 XU100:IND 13872 +92.86 +0.67 % 2026-08-10
    Stockholm 30 S30:IND 3307 -5.06 -0.15 % 2026-08-10
    WIG WIG:IND 152471 +688.42 +0.45 % 2026-08-10
    BE20 BEL20:IND 5767 -10.98 -0.19 % 2026-08-10
    Oslo OSEAX:IND 2399 +8.42 +0.35 % 2026-08-10
    ATX ATX:IND 6665 +12.5 +0.19 % 2026-08-10
    Copenhagen KFX:IND 1595 -4.61 -0.29 % 2026-08-10
    Helsinki HEX:IND 13187 -5.25 -0.04 % 2026-08-10
    Helsinki 25 HEX25:IND 6233 -5.34 -0.09 % 2026-08-10
    ISEQ ISEQ:IND 14370 +49.87 +0.35 % 2026-08-10
    Athens General ASE:IND 2606 -8.73 -0.33 % 2026-08-10
    PSI Geral BVLX:IND 6195 +10.09 +0.16 % 2026-08-10
    PSI PSI20:IND 9192 +10.4 +0.11 % 2026-08-10
    PX PX:IND 2766 -19.14 -0.69 % 2026-08-10
    BET BET:IND 35500 -199.8 -0.56 % 2026-08-10
    BUX BUX:IND 148633 +2 +1.41 % 2026-08-10
    SAX SKSM:IND 325 +0.42 +0.13 % 2026-08-10
    LuxX LUXXX:IND 2013 -0.15 -0.01 % 2026-08-10
    CROBEX CRO:IND 4414 -16.71 -0.38 % 2026-08-10
    SOFIX SOFIX:IND 1312 +0.81 +0.06 % 2026-08-10
    SBITOP SBITOP:IND 3232 -12.25 -0.38 % 2026-08-10
    BELEX 15 BELEX15:IND 1282 +20.2 +1.6 % 2026-08-10
    SASX 10 SASX10:IND 1526 -0.01 0 2026-08-10
    CSE General CYSMMAPA:IND 317 +0.45 +0.14 % 2026-08-10
    Tallinn TALSE:IND 2155 -1.71 -0.08 % 2026-08-10
    Riga RIGSE:IND 924 -0.78 -0.08 % 2026-08-10
    ICEX ICEXI:IND 2044 +4.35 +0.21 % 2026-08-10
    MBI 10 MBI:IND 9235 -8.49 -0.09 % 2026-08-10
    MSE MALTEX:IND 4136 0 0 2026-08-10
    Monex MONEX:IND 17533.84 0 0 2026-08-10
    DE Mid MDAX:IND 32399.18 -62.61 -0.19 % 2026-08-10
    DE Small SDAX:IND 18617.5 -42.13 -0.23 % 2026-08-10
    Ecuador General BVQA:IND 1761 -1.98 -0.11 % 2026-08-10
    Merval MERVAL:IND 3086785 -13 -0.45 % 2026-08-10
    IBC IBVC:IND 5256 +97.51 +1.89 % 2026-08-10
    COLCAP COLCAP:IND 2350 +5.64 +0.24 % 2026-08-10
    IGPA IGPA:IND 56545 +576.5 +1.03 % 2026-08-10
    BVPSI BVPSBVPS:IND 713 -0.91 -0.13 % 2026-08-10
    BSX BSX:IND 3949 0 0 2026-08-10
    JSE JMSMX:IND 374380 -2 -0.62 % 2026-08-10
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2968 +7.31 +0.25 % 2026-08-10
    CH50 XIN9:IND 15073.19 -7.18 -0.05 % 2026-08-10
    DSE Broad DSEX:IND 5845 +22.55 +0.39 % 2026-08-10
    JCI JCI:IND 6365 -44.28 -0.69 % 2026-08-10
    TASI SASEIDX:IND 10846 +28.57 +0.26 % 2026-08-10
    TSI TWSE:IND 44929 +702.85 +1.59 % 2026-08-10
    ADX General ADSMI:IND 10085 -10.15 -0.1 % 2026-08-10
    SET 50 SET50:IND 1084 +2.25 +0.21 % 2026-08-10
    FKLCI FBMKLCI:IND 1735 -0.38 -0.02 % 2026-08-10
    TA-125 TA-125:IND 4035 -30.89 -0.76 % 2026-08-10
    PSEi PCOMP:IND 6289 -1.14 -0.02 % 2026-08-10
    KSE 100 KSE100:IND 181325 -104.66 -0.06 % 2026-08-10
    KASE KZKAK:IND 7947 +49.64 +0.63 % 2026-08-10
    QE DSM:IND 10097 -2.67 -0.03 % 2026-08-10
    HNX VHINDEX:IND 287.68 -5.76 -1.96 % 2026-08-10
    VN VNINDEX:IND 1776 +8.42 +0.48 % 2026-08-10
    MSM 30 MSM30:IND 7432 +36.08 +0.49 % 2026-08-10
    ASPI CSEALL:IND 21417 +47.38 +0.22 % 2026-08-10
    Blom BLOM:IND 1756 +10.41 +0.6 % 2026-08-10
    ASE JOSMGNFF:IND 3987 +23.28 +0.59 % 2026-08-10
    LSX Composite LSXC:IND 1315 -8.1 -0.61 % 2026-08-10
    MSE 20 MSETOP:IND 54765 -78.29 -0.14 % 2026-08-10
    DFM General DFMGI:IND 5945 +26.54 +0.45 % 2026-08-10
    Kuwait All Share BKA:IND 8873.26 +7.64 +0.09 % 2026-08-10
    JPVIX VXJ:IND 24.99 -4.89 -16.37 % 2026-08-10
    Estirad BHSEEI:IND 1963.23 -2 -0.1 % 2026-08-10
    ASX All Share AS30:IND 9424 -21.08 -0.22 % 2026-08-10
    NSE All Share NGSEINDX:IND 248272 +2 +1.1 % 2026-08-10
    SA40 TOP40:IND 109593 +2 +2.18 % 2026-08-10
    EGX 30 CASE:IND 54876 -249.43 -0.45 % 2026-08-10
    CFG 25 MOSENEW:IND 18888 +23.55 +0.12 % 2026-08-10
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4111 +2.65 +0.06 % 2026-08-10
    Nairobi All Share NSEASI:IND 235 +0.45 +0.19 % 2026-08-10
    DSEI DARSDSEI:IND 4199 +15.64 +0.37 % 2026-08-10
    GGSECI GGSECI:IND 15234 +45.3 +0.3 % 2026-08-10
    SEMDEX SEMDEX:IND 2275 +0.79 +0.03 % 2026-08-10
    NSX Overall FTN098:IND 2441 +11.25 +0.46 % 2026-08-10
    Gaborone BGSMDC:IND 11209 +3.14 +0.03 % 2026-08-10

    World index Report

    REGION: NORTH AMERICA

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    US500 SPX:IND 7757.64 +47.68 +0.62 % 2026-08-09
    US30 INDU:IND 54037 +151.83 +0.28 % 2026-08-09
    US100 US100:IND 29722 +348.97 +1.19 % 2026-08-09
    Vilnius VILSE:IND 1502 -2.46 -0.16 % 2026-08-09
    US1000 RIY:IND 4227.99 +31.19 +0.74 % 2026-08-09
    TUN TUSISE:IND 20043 -75.83 -0.38 % 2026-08-09
    USE All Share ALSIUG:IND 2215.47 +3.87 +0.18 % 2026-08-09
    ZSI Industrials INDZI:IND 471.35 -0.89 -0.19 % 2026-08-09

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    EU50 SX5E:IND 6524 +21.3 +0.33 % 2026-08-09
    EU600 STOXX:IND 660.25 +2.06 +0.31 % 2026-08-09
    EU100 N100:IND 1969 0 0 2026-08-09
    EU350 SPE350:IND 2684.99 +10.13 +0.38 % 2026-08-09
    Euro Stoxx Banks SX7E:IND 319.53 -0.56 -0.17 % 2026-08-09

    REGION: ASIA-PACIFIC

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CSI 300 SHSZ300:IND 4694 +43.13 +0.93 % 2026-08-09
    NIFTY 50 NIFTY:IND 24571 -65.35 -0.27 % 2026-08-09
    AU50 AS52:IND 9055 -25.9 -0.29 % 2026-08-09

    REGION: WORLD_INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    JP225 NKY:IND 65607 -76.55 -0.12 % 2026-08-09
    GB100 UKX:IND 10901 +33.2 +0.31 % 2026-08-09
    DE40 DAX:IND 26319 +179.32 +0.69 % 2026-08-09
    FR40 CAC:IND 8715 +15.22 +0.18 % 2026-08-09
    IT40 FTSEMIB:IND 53717 +34.48 +0.06 % 2026-08-09
    ES35 IBEX:IND 20176 -4.4 -0.02 % 2026-08-09
    ASX200 AS51:IND 9264 -8.01 -0.09 % 2026-08-09
    SHANGHAI SHCOMP:IND 3940 +39.68 +1.02 % 2026-08-09
    SENSEX SENSEX:IND 78499 -455.59 -0.58 % 2026-08-09
    TSX SPTSX:IND 36381 +244.92 +0.68 % 2026-08-09
    MOEX INDEXCF:IND 2281 -4.57 -0.2 % 2026-08-09
    IBOVESPA IBOV:IND 172513 -3 -1.73 % 2026-08-09
    IPC MEXBOL:IND 66939 +542.49 +0.82 % 2026-08-09
    NL30 AEX:IND 1111 -1 -0.09 % 2026-08-09
    CH20 SMI:IND 14545 +26.16 +0.18 % 2026-08-09
    SAALL JALSH:IND 117518 +2 +1.92 % 2026-08-09
    STI FSSTI:IND 5698 +59.44 +1.05 % 2026-08-09
    HK50 HSI:IND 25668 +137.75 +0.54 % 2026-08-09
    NZX 50 NZSE50FG:IND 13824 -133.93 -0.96 % 2026-08-09
    BIST 100 XU100:IND 13779 -19.43 -0.14 % 2026-08-09
    Stockholm 30 S30:IND 3312 -10.76 -0.32 % 2026-08-09
    WIG WIG:IND 151783 -369.7 -0.24 % 2026-08-09
    BE20 BEL20:IND 5778 +17.51 +0.3 % 2026-08-09
    Oslo OSEAX:IND 2391 +8.52 +0.36 % 2026-08-09
    ATX ATX:IND 6653 -91.93 -1.36 % 2026-08-09
    Copenhagen KFX:IND 1600 +30.97 +1.97 % 2026-08-09
    Helsinki HEX:IND 13192 -24.21 -0.18 % 2026-08-09
    Helsinki 25 HEX25:IND 6239 -0.9 -0.01 % 2026-08-09
    ISEQ ISEQ:IND 14320 +279.02 +1.99 % 2026-08-09
    Athens General ASE:IND 2615 +6.63 +0.25 % 2026-08-09
    PSI Geral BVLX:IND 6185 -26.52 -0.43 % 2026-08-09
    PSI PSI20:IND 9181 -42.81 -0.46 % 2026-08-09
    PX PX:IND 2785 -20.05 -0.71 % 2026-08-09
    BET BET:IND 35500 -199.8 -0.56 % 2026-08-09
    BUX BUX:IND 148633 +2 +1.41 % 2026-08-09
    SAX SKSM:IND 324 0 0 2026-08-09
    LuxX LUXXX:IND 2013 -0.85 -0.04 % 2026-08-09
    CROBEX CRO:IND 4431 -10.53 -0.24 % 2026-08-09
    SOFIX SOFIX:IND 1311 -0.45 -0.03 % 2026-08-09
    SBITOP SBITOP:IND 3245 -7.29 -0.22 % 2026-08-09
    BELEX 15 BELEX15:IND 1262 +23.48 +1.9 % 2026-08-09
    SASX 10 SASX10:IND 1526 -3.74 -0.24 % 2026-08-09
    CSE General CYSMMAPA:IND 317 +0.45 +0.14 % 2026-08-09
    Tallinn TALSE:IND 2157 -1.27 -0.06 % 2026-08-09
    Riga RIGSE:IND 925 +2.16 +0.23 % 2026-08-09
    ICEX ICEXI:IND 2040 +1.2 +0.06 % 2026-08-09
    MBI 10 MBI:IND 9243 +7.19 +0.08 % 2026-08-09
    MSE MALTEX:IND 4136 +3.07 +0.07 % 2026-08-09
    Monex MONEX:IND 17533.84 +16.6 +0.09 % 2026-08-09
    DE Mid MDAX:IND 32461.79 +2.72 +0.01 % 2026-08-09
    DE Small SDAX:IND 18659.63 +94.82 +0.51 % 2026-08-09
    Ecuador General BVQA:IND 1763 -1.44 -0.08 % 2026-08-09
    Merval MERVAL:IND 3086785 -13 -0.45 % 2026-08-09
    IBC IBVC:IND 5256 0 0 2026-08-09
    COLCAP COLCAP:IND 2350 +5.64 +0.24 % 2026-08-09
    IGPA IGPA:IND 56545 +576.5 +1.03 % 2026-08-09
    BVPSI BVPSBVPS:IND 713 -0.91 -0.13 % 2026-08-09
    BSX BSX:IND 3949 0 0 2026-08-09
    JSE JMSMX:IND 374380 -2 -0.62 % 2026-08-09
    SHANGHAI 50 SSE50:IND 2960 +40.29 +1.38 % 2026-08-09
    CH50 XIN9:IND 15080.37 +115.84 +0.77 % 2026-08-09
    DSE Broad DSEX:IND 5861 -33.17 -0.56 % 2026-08-09
    JCI JCI:IND 6410 +65.94 +1.04 % 2026-08-09
    TASI SASEIDX:IND 10812 -75.98 -0.7 % 2026-08-09
    TSI TWSE:IND 44226 -170.79 -0.38 % 2026-08-09
    ADX General ADSMI:IND 10095 -25.94 -0.26 % 2026-08-09
    SET 50 SET50:IND 1082 -3.06 -0.28 % 2026-08-09
    FKLCI FBMKLCI:IND 1736 -1.4 -0.08 % 2026-08-09
    TA-125 TA-125:IND 4066 +33.13 +0.82 % 2026-08-09
    PSEi PCOMP:IND 6290 +12.4 +0.2 % 2026-08-09
    KSE 100 KSE100:IND 181430 -346.58 -0.19 % 2026-08-09
    KASE KZKAK:IND 7897 +25.14 +0.32 % 2026-08-09
    QE DSM:IND 10112 -69.57 -0.68 % 2026-08-09
    HNX VHINDEX:IND 293.44 +0.8 +0.27 % 2026-08-09
    VN VNINDEX:IND 1768 +3.28 +0.19 % 2026-08-09
    MSM 30 MSM30:IND 7368 +18.84 +0.26 % 2026-08-09
    ASPI CSEALL:IND 21370 +100.42 +0.47 % 2026-08-09
    Blom BLOM:IND 1745 -31.22 -1.76 % 2026-08-09
    ASE JOSMGNFF:IND 3986 +16.92 +0.43 % 2026-08-09
    LSX Composite LSXC:IND 1323 -7.16 -0.54 % 2026-08-09
    MSE 20 MSETOP:IND 54843 -392.48 -0.71 % 2026-08-09
    DFM General DFMGI:IND 5918 -89.89 -1.5 % 2026-08-09
    Kuwait All Share BKA:IND 8865.62 -11.14 -0.13 % 2026-08-09
    JPVIX VXJ:IND 29.88 +0.1 +0.34 % 2026-08-09
    Estirad BHSEEI:IND 1963.23 -2 -0.1 % 2026-08-09
    ASX All Share AS30:IND 9445 -6.92 -0.07 % 2026-08-09
    NSE All Share NGSEINDX:IND 245574 +364.25 +0.15 % 2026-08-09
    SA40 TOP40:IND 109593 +2 +2.18 % 2026-08-09
    EGX 30 CASE:IND 54677 +17.29 +0.03 % 2026-08-09
    CFG 25 MOSENEW:IND 18864 +384.58 +2.08 % 2026-08-09
    Nairobi 20 KNSMIDX:IND 4111 +2.65 +0.06 % 2026-08-09
    Nairobi All Share NSEASI:IND 235 +0.45 +0.19 % 2026-08-09
    DSEI DARSDSEI:IND 4183 +5.87 +0.14 % 2026-08-09
    GGSECI GGSECI:IND 15188 -14.19 -0.09 % 2026-08-09
    SEMDEX SEMDEX:IND 2274 -3.45 -0.15 % 2026-08-09
    NSX Overall FTN098:IND 2441 +11.25 +0.46 % 2026-08-09
    Gaborone BGSMDC:IND 11206 +4.72 +0.04 % 2026-08-09

    Commodities Index Report

    ENERGY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Crude Oil CL1:COM 78.18 +0.89 +1.15 % Aug/07
    Brent CO1:COM 83.55 +1.06 +1.29 % Aug/07
    Natural gas NG1:COM 2.662 +0.022 +0.83 % Aug/07
    Gasoline XB1:COM 2.9853 +0.0468 +1.59 % Aug/07
    Heating Oil HO1:COM 3.9024 +0.0204 +0.53 % Aug/07
    Coal XAL1:COM 127.85 -0.4 -0.31 % Aug/07
    EU Gas NGEU:COM 55.55 -0.225 -0.4 % Aug/07
    UK Gas NGUK:COM 135.95 -0.96 -0.7 % Aug/07
    Ethanol DL1:COM 1.97 +0.0275 +1.42 % Aug/07
    Naphtha MOB:COM 717.12 +14.435 +2.05 % Aug/07
    Propane PNL:COM 0.68 +0.0015 +0.21 % Aug/07
    Uranium UXA:COM 86.5 0 0 Aug/07
    Methanol CMA:COM 2497 +36 +1.46 % Aug/07
    Coking Coal DJM:COM 215.5 0 0 Aug/07
    LNG JKM LNGJKM:COM 21.12 -0.025 -0.12 % Aug/07
    German Gas NGDE:COM 56.92 -0.036 -0.06 % Aug/07
    Urals Oil URDB:COM 79.19 +2.95 +3.87 % Aug/06

    METALS

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Gold XAUUSD:CUR 4343.43 +103.58 +2.44 % Aug/07
    Silver XAGUSD:CUR 63.542 +2.0441 +3.32 % Aug/07
    Copper HG1:COM 6.5705 -0.1165 -1.74 % Aug/07
    Steel JBP:COM 3010 -1 -0.03 % Aug/07
    Lithium LC:COM 142750 +1250 +0.88 % Aug/07
    Iron Ore CNY IOE:COM 716.5 -2.5 -0.35 % Aug/07
    Platinum XPTUSD:CUR 1759.6 +21.7 +1.25 % Aug/07
    Cobalt Hydroxide COH:COM 49557.65 0 0 Aug/07
    HRC Steel HRC:COM 1200 +2 +0.17 % Aug/07
    Scrap Aluminum SAL:COM 2448.23 +15.43 +0.63 % Aug/06
    Iron Ore SCO:COM 94.45 -0.83 -0.87 % Aug/07
    Silicon SI:COM 8550 +125 +1.48 % Aug/07
    Scrap Steel SSC:COM 380 -0.5 -0.13 % Aug/06
    Titanium TTSG:COM 44.5 0 0 Aug/07

    AGRICULTURAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Soybeans S 1:COM 1156.5 -0.75 -0.06 % Aug/07
    Wheat W 1:COM 639.75 +8.5 +1.35 % Aug/07
    Lumber LB1:COM 579 +1 +0.17 % Aug/07
    Palm Oil PLO:COM 4677 -9 -0.19 % Aug/07
    Cheese CHE:COM 1.662 +0.002 +0.12 % Aug/07
    Milk DA:COM 16.78 +0.08 +0.48 % Aug/07
    Rubber JN1:COM 218.8 +1.2 +0.55 % Aug/07
    Orange Juice JO1:COM 142.55 -8.85 -5.85 % Aug/08
    Coffee KC1:COM 315.9 +9.8 +3.2 % Aug/07
    Cotton CT1:COM 84.4 +1.24 +1.49 % Aug/08
    Rice RR1:COM 14.23 +0.045 +0.32 % Aug/07
    Canola RS1:COM 779.8 +10.9 +1.42 % Aug/08
    Oat O 1:COM 310.75 +1 +0.32 % Aug/07
    Wool OL1:COM 1873 0 0 Aug/07
    Sugar SB1:COM 16.45 +0.88 +5.65 % Aug/08
    Cocoa CC1:COM 5782 +6 +0.1 % Aug/08
    Tea TEA:COM 212.14 -9.67 -4.36 % Jul/25
    Sunflower Oil SUNF:COM 1676.1 +8.3 +0.5 % Aug/07
    Rapeseed RSO:COM 533.25 +7 +1.33 % Aug/07
    Barley BL1:COM 2374 +47 +2.02 % Aug/07
    Butter FABT:COM 4000 0 0 Aug/07
    Corn C 1:COM 439 0 0 Aug/07

    INDUSTRIAL

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Bitumen BIT:COM 4001 +21 +0.53 % Aug/07
    Cobalt LCO1:COM 56290 0 0 Aug/06
    Lead LL1:COM 1892.28 +5.85 +0.31 % Aug/07
    Aluminum LMAHDS03:COM 3276.5 +7.0501 +0.22 % Aug/07
    Tin LMSNDS03:COM 56095 -623 -1.1 % Aug/06
    Zinc LMZSDS03:COM 3697.35 -64.2 -1.71 % Aug/07
    Nickel LN1:COM 16970 +250 +1.5 % Aug/07
    Molybdenum MOLYBDEN:COM 617.5 0 0 Aug/07
    Palladium XPDUSD:CUR 1378.5 +1 +0.07 % Aug/07
    Rhodium XRH:COM 8650 +75 +0.87 % Aug/07
    Phosphorus PHO:COM 1026 0 0 Aug/07
    Polyethylene POL:COM 7637 +75 +0.99 % Aug/07
    Polyvinyl PVC:COM 4502 +12 +0.27 % Aug/07
    Polypropylene PYL:COM 8027 +38 +0.48 % Aug/07
    Synthetic Rubber SBR:COM 13583.33 +200 +1.49 % Aug/07
    Soda Ash SODASH:COM 1030 0 0 Aug/07
    Neodymium SREMNDM:COM 975000 0 0 Aug/07
    Styrene STR:COM 8350 -30 -0.36 % Aug/07
    Sulfur SULF:COM 9535.67 +166.67 +1.78 % Aug/07
    Tellurium TEC:COM 812.5 0 0 Aug/07
    Urea UFB:COM 400 +12 +3.09 % Aug/07
    Di-ammonium UFI:COM 792.5 0 0 Aug/07
    Magnesium MACN:COM 16900 0 0 Aug/07
    Gallium GAC:COM 1825 0 0 Aug/07
    Germanium GECNYBGQ:COM 24000 0 0 Aug/07
    Manganese IMR:COM 28.75 0 0 Aug/07
    Indium IUC:COM 5500 0 0 Aug/07
    Kraft Pulp KSP:COM 4638 -38 -0.81 % Aug/07

    LIVESTOCK

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    Feeder Cattle FC1:COM 351.65 +3.6 +1.03 % Aug/07
    Live Cattle LC1:COM 231.7 +0.475 +0.21 % Aug/07
    Lean Hogs LH1:COM 95.5 0 0 Aug/07
    Beef BEEF:COM 347.5 -0.8 -0.23 % Aug/07
    Poultry POUL:COM 7.18 +0.03 +0.42 % Aug/07
    Eggs US WEGGS:COM 0.98 -0.0194 -1.94 % Aug/07
    Eggs CH DCE:COM 4156 +45 +1.09 % Aug/07
    Salmon NOSMFZ:COM 72.79 +0.71 +0.99 % Jul/31

    INDEX

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    CRB Index CRYTR:IND 488.07 +4.9658 +1.03 % Aug/07
    GSCI SPGSCITR:IND 668.59 -0.0005 0 Aug/07
    SSE Commodity Index SSECC:COM 7484.72 +267.731 +3.71 % Aug/07
    Containerized Freight Index SPSCFI:COM 3205.97 0 0 Aug/07
    EU Carbon Permits EECXM:IND 83.29 +1.4 +1.71 % Aug/07
    Wind Energy Index GWETR:IND 23.99 +0.32 +1.35 % Aug/07
    Nuclear Energy Index MVNLRTR:IND 45 +1.67 +3.85 % Aug/07
    Solar Energy Index SOLARNTR:IND 52.72 +0.94 +1.82 % Aug/07

    ELECTRICITY

    Name Symbol Price Change Change % Date & Time
    United Kingdom GBRELEPRI:COM 115.14 +1.53 +1.35 % Aug/07
    Germany DEUELEPRI:COM 122.15 +3.21 +2.7 % Aug/07
    France FRAELEPRI:COM 63.31 +1.09 +1.75 % Aug/07
    Italy ITAELEPRI:COM 184.23 -14.1222 -7.12 % Aug/07
    Spain ESPELEPRI:COM 119.03 +9.52 +8.69 % Aug/07

    Currency Index Report

    REGION: MAJOR

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.1559 +0.0034 +0.3 % +0.2985 % +1.2446 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34919 +0.0038 +0.28 % +0.0734 % +0.7731 %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70683 +0.0036 +0.51 % +0.7139 % +2.0045 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.5895 +0.0025 +0.43 % +0.2722 % +3.4574 %
    USDJPY USDJPY:CUR 157.764 -0.6595 -0.42 % +0.2099 % -2.9667 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74266 -0.005 -0.07 % -0.1463 % -0.936 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.80786 -0.0044 -0.54 % +0.0433 % -0.0693 %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39395 -0.0074 -0.53 % -0.5749 % -1.6433 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.1381 -0.0736 -0.43 % -1.1988 % -2.514 %
    USDINR USDINR:CUR 95.1379 -0.1766 -0.19 % -0.2784 % -0.587 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.0976 -0.0257 -0.5 % +0.1966 % -1.2973 %
    USDRUB USDRUB:CUR 81.91 -1.09 -1.31 % +2.8891 % +6.6536 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1407.9 -15.3 -1.08 % -2.4277 % -6.4705 %
    DXY DXY:CUR 99.539 -0.391 -0.39 % -0.3753 % -1.4378 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.6937 +0.085 +0.18 % +0.3913 % +1.8204 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.47745 -0.0353 -0.37 % -0.7607 % -2.2772 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.71835 -0.0156 -0.42 % -0.5592 % -1.4876 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.51225 -0.0332 -0.35 % +0.3518 % -2.5604 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1272 -0.2293 -1.4 % -2.5182 % -1.7072 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.46786 -0.0187 -0.29 % -0.2897 % -1.2201 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.27851 -0.0051 -0.4 % -0.2901 % -1.181 %
    USDILS USDILS:CUR 2.9977 -0.0184 -0.61 % -2.0728 % -1.5026 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84494 +0.0002 0 +0.0372 % +0.0731 %
    USDCLP USDCLP:CUR 913.56 -2.25 -0.25 % -1.81 % -2.2387 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.8 +0.242 +0.09 % -0.0241 % -0.1438 %
    USDCZK USDCZK:CUR 20.975 -0.0637 -0.3 % -0.1692 % -1.2997 %
    USDHUF USDHUF:CUR 314.015 -2.965 -0.94 % -0.9096 % -0.2286 %

    REGION: EUROPE

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    EURUSD EURUSD:CUR 1.1559 +0.0034 +0.3 % +0.2985 % +1.2446 %
    GBPUSD GBPUSD:CUR 1.34919 +0.0038 +0.28 % +0.0734 % +0.7731 %
    USDCHF USDCHF:CUR 0.80786 -0.0044 -0.54 % +0.0433 % -0.0693 %
    USDRUB USDRUB:CUR 81.91 -1.09 -1.31 % +2.8891 % +6.6536 %
    USDTRY USDTRY:CUR 47.6937 +0.085 +0.18 % +0.3913 % +1.8204 %
    USDSEK USDSEK:CUR 9.47745 -0.0353 -0.37 % -0.7607 % -2.2772 %
    USDPLN USDPLN:CUR 3.71835 -0.0156 -0.42 % -0.5592 % -1.4876 %
    USDNOK USDNOK:CUR 9.51225 -0.0332 -0.35 % +0.3518 % -2.5604 %
    USDDKK USDDKK:CUR 6.46786 -0.0187 -0.29 % -0.2897 % -1.2201 %
    USDCZK USDCZK:CUR 20.975 -0.0637 -0.3 % -0.1692 % -1.2997 %
    USDRON USDRON:CUR 4.5343 -0.0261 -0.57 % -0.3144 % -1.0907 %
    USDHUF USDHUF:CUR 314.015 -2.965 -0.94 % -0.9096 % -0.2286 %
    USDUAH USDUAH:CUR 44.85 +0.1 +0.22 % +0.2235 % +0.6734 %
    USDBYR USDBYR:CUR 2.973 +0.0101 +0.34 % +2.1755 % +3.4915 %
    USDRSD USDRSD:CUR 101.552 -0.3 -0.29 % -0.2577 % -1.1992 %
    USDBAM USDBAM:CUR 1.6921 -0.0053 -0.31 % -0.1593 % -1.2201 %
    USDISK USDISK:CUR 123.34 -0.24 -0.19 % +0.1624 % -1.5878 %
    USDALL USDALL:CUR 80.645 -0.28 -0.35 % -0.6345 % -2.0704 %
    USDMKD USDMKD:CUR 53.27 -0.03 -0.06 % -0.7175 % -1.233 %
    USDMDL USDMDL:CUR 17.3897 +0.0697 +0.4 % -0.3456 % -0.3456 %

    REGION: AMERICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDCAD USDCAD:CUR 1.39395 -0.0074 -0.53 % -0.5749 % -1.6433 %
    USDMXN USDMXN:CUR 17.1381 -0.0736 -0.43 % -1.1988 % -2.514 %
    USDBRL USDBRL:CUR 5.0976 -0.0257 -0.5 % +0.1966 % -1.2973 %
    DXY DXY:CUR 99.539 -0.391 -0.39 % -0.3753 % -1.4378 %
    USDARS USDARS:CUR 1498.929 -0.8086 -0.05 % +0.8548 % +0.7657 %
    USDCOP USDCOP:CUR 3157.16 -2.7 -0.09 % -0.2931 % -5.655 %
    USDCLP USDCLP:CUR 913.56 -2.25 -0.25 % -1.81 % -2.2387 %
    USDPEN USDPEN:CUR 3.3848 +0.0053 +0.16 % -0.1504 % -0.6837 %
    USDCUC USDCUC:CUR 24 0 0 0 0
    USDDOP USDDOP:CUR 58.215 -0.165 -0.28 % -0.0429 % -0.9949 %
    USDGTQ USDGTQ:CUR 7.63 0 0 0 0
    USDURY USDURY:CUR 40.23 -0.025 -0.06 % +0.0249 % +0.0622 %
    USDCRC USDCRC:CUR 454 -0.6 -0.13 % -0.0462 % -0.2066 %
    USDPAB USDPAB:CUR 1 0 0 0 0
    USDBOB USDBOB:CUR 11.9 +0.015 +0.13 % +0.2105 % +19.8992 %
    USDPYG USDPYG:CUR 5952.59 +6.6299 +0.11 % -0.2082 % -2.143 %
    USDSVC USDSVC:CUR 8.7506 -0.0042 -0.05 % -0.048 % -0.0445 %
    USDTTD USDTTD:CUR 6.783 +0.0049 +0.07 % +0.0369 % -0.0427 %
    USDHNL USDHNL:CUR 26.8052 +0.0021 +0.01 % +0.0381 % +0.124 %
    USDJMD USDJMD:CUR 158.89 +0.08 +0.05 % +0.303 % -0.1069 %
    USDNIO USDNIO:CUR 36.8 0 0 0 0
    USDHTG USDHTG:CUR 130.75 0 0 0 -0.0955 %
    USDBSD USDBSD:CUR 1 0 0 0 0
    USDSRD USDSRD:CUR 37.8001 +0.0267 +0.07 % +0.0177 % +0.571 %
    USDGYD USDGYD:CUR 209.3 +0.3 +0.14 % -0.0478 % +0.2875 %
    USDKYD USDKYD:CUR 0.8275 0 0 0 0
    USDVES USDVES:CUR 755.76239 0 0 +1.058 % +8.0665 %

    REGION: ASIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDJPY USDJPY:CUR 157.764 -0.6595 -0.42 % +0.2099 % -2.9667 %
    USDCNY USDCNY:CUR 6.74266 -0.005 -0.07 % -0.1463 % -0.936 %
    USDINR USDINR:CUR 95.1379 -0.1766 -0.19 % -0.2784 % -0.587 %
    USDKRW USDKRW:CUR 1407.9 -15.3 -1.08 % -2.4277 % -6.4705 %
    USDIDR USDIDR:CUR 17801 -110 -0.61 % -1.2646 % -1.5322 %
    USDSAR USDSAR:CUR 3.75475 0 0 +0.0853 % -0.125 %
    USDTWD USDTWD:CUR 32.2507 +0.0007 0 -0.1863 % +0.629 %
    USDIRR USDIRR:CUR 1374272 -100 -0.01 % -0.0678 % -0.0073 %
    USDAED USDAED:CUR 3.6729 -0.0001 0 0 0
    USDTHB USDTHB:CUR 33.04 -0.08 -0.24 % -1.137 % -1.2552 %
    USDMYR USDMYR:CUR 4.0901 -0.0015 -0.04 % +0.1199 % +0.3336 %
    USDSGD USDSGD:CUR 1.27851 -0.0051 -0.4 % -0.2901 % -1.181 %
    USDILS USDILS:CUR 2.9977 -0.0184 -0.61 % -2.0728 % -1.5026 %
    USDHKD USDHKD:CUR 7.84494 +0.0002 0 +0.0372 % +0.0731 %
    USDPHP USDPHP:CUR 60.786 -0.005 -0.01 % -0.6472 % -1.2798 %
    USDPKR USDPKR:CUR 277.8 +0.242 +0.09 % -0.0241 % -0.1438 %
    USDIQD USDIQD:CUR 1310.02 +0.02 0 +0.0015 % -0.0008 %
    USDKZT USDKZT:CUR 468.025 -0.255 -0.05 % -1.3188 % -0.2111 %
    USDQAR USDQAR:CUR 3.6426 -0.0016 -0.04 % 0 -0.0796 %
    USDVND USDVND:CUR 26204.5 -30.5 -0.12 % -0.365 % -0.3442 %
    USDBDT USDBDT:CUR 123.785 0 0 +0.247 % +0.4341 %
    USDOMR USDOMR:CUR 0.38451 -0.0002 -0.05 % 0 -0.0546 %
    USDAZN USDAZN:CUR 1.7 0 0 0 0
    USDLKR USDLKR:CUR 335.38 -0.45 -0.13 % -0.1459 % +0.0746 %
    USDSYP USDSYP:CUR 122.05 +0.05 +0.04 % +0.041 % +0.041 %
    USDMMK USDMMK:CUR 2093.7 0 0 0 0
    USDUZS USDUZS:CUR 11950 +34.3604 +0.29 % -0.0851 % -0.4561 %
    USDMOP USDMOP:CUR 8.0821 0 0 +0.021 % +0.0706 %
    USDTMT USDTMT:CUR 3.5 0 0 0 0
    USDLBP USDLBP:CUR 89550 0 0 0 0
    USDYER USDYER:CUR 238.24 +0.68 +0.29 % 0 -0.1404 %
    USDBHD USDBHD:CUR 0.37707 0 0 0 +0.008 %
    USDAFN USDAFN:CUR 65.78 0 0 +0.198 % -0.9636 %
    USDNPR USDNPR:CUR 152.34 -0.02 -0.01 % -0.1802 % -0.363 %
    USDBND USDBND:CUR 1.2784 -0.0054 -0.42 % -0.2964 % -1.1979 %
    USDKHR USDKHR:CUR 4053.5 -1.5 -0.04 % +0.173 % +0.4336 %
    USDGEL USDGEL:CUR 2.613 -0.002 -0.08 % -0.2291 % -0.6842 %
    USDKPW USDKPW:CUR 130 0 0 0 0
    USDMNT USDMNT:CUR 3595 -2 -0.06 % -0.0278 % +0.251 %
    USDLAK USDLAK:CUR 22574.3 -4.1504 -0.02 % -0.1908 % +0.057 %
    USDAMD USDAMD:CUR 366.17 +0.03 +0.01 % -0.0082 % -0.3049 %
    USDTJS USDTJS:CUR 9.225 -0.015 -0.16 % -0.0542 % -0.4854 %
    USDKGS USDKGS:CUR 87.45 0 0 -0.0311 % 0
    USDMVR USDMVR:CUR 15.46 0 0 0 0
    USDKWD USDKWD:CUR 0.30869 -0.001 -0.32 % -0.1456 % -0.4226 %
    USDJOD USDJOD:CUR 0.709 0 0 0 0

    REGION: OCEANIA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    AUDUSD AUDUSD:CUR 0.70683 +0.0036 +0.51 % +0.7139 % +2.0045 %
    NZDUSD NZDUSD:CUR 0.5895 +0.0025 +0.43 % +0.2722 % +3.4574 %
    USDPGK USDPGK:CUR 4.4906 +0.0713 +1.61 % +0.315 % +2.1403 %
    USDXPF USDXPF:CUR 103.4 -0.295 -0.28 % -0.2412 % -1.2133 %
    USDFJD USDFJD:CUR 2.2091 -0.0064 -0.29 % -0.2393 % -1.4147 %

    REGION: AFRICA

    Name Symbol Price Day Change Day % Weekly % Monthly %
    USDNGN USDNGN:CUR 1364.86 +1.97 +0.14 % +0.0366 % -0.8391 %
    USDZAR USDZAR:CUR 16.1272 -0.2293 -1.4 % -2.5182 % -1.7072 %
    USDZMW USDZMW:CUR 18.872 -0.149 -0.78 % +0.4204 % +3.8407 %
    USDEGP USDEGP:CUR 49.79 +0.1 +0.2 % -2.6588 % +0.3426 %
    USDDZD USDDZD:CUR 132.933 +0.053 +0.04 % +0.0519 % -0.1847 %
    USDAOA USDAOA:CUR 923.017 +3.733 +0.41 % +0.4012 % +0.3778 %
    USDMAD USDMAD:CUR 9.3413 0 0 -0.1443 % -0.2232 %
    USDSDG USDSDG:CUR 600.171 -0.05 -0.01 % -0.0083 % 0
    USDKES USDKES:CUR 129.35 0 0 +0.1161 % +0.0774 %
    USDETB USDETB:CUR 160.4045 -0.066 -0.04 % -0.0462 % +1.0833 %
    USDTZS USDTZS:CUR 2647.5 -7.5 -0.28 % +0.2082 % +0.7228 %
    USDTND USDTND:CUR 2.9144 -0.0068 -0.23 % -0.8033 % -0.9381 %
    USDLYD USDLYD:CUR 6.3573 -0.0034 -0.05 % -0.4821 % -0.7013 %
    USDGHS USDGHS:CUR 11.7567 +0.0083 +0.07 % +0.5843 % +2.9087 %
    USDCDF USDCDF:CUR 2290 0 0 0 -0.8658 %
    USDUGX USDUGX:CUR 3724.83 +0.77 +0.02 % -0.8547 % +0.8201 %
    USDMZN USDMZN:CUR 63.57 -0.03 -0.05 % -0.0472 % -0.0315 %
    USDBWP USDBWP:CUR 13.4636 -0.0711 -0.53 % -1.2005 % -0.8703 %
    USDXAF USDXAF:CUR 576.525 -0.81 -0.14 % -0.1273 % +0.3211 %
    USDNAD USDNAD:CUR 16.1386 -0.2268 -1.39 % -2.431 % -1.6778 %
    USDSSP USDSSP:CUR 5012.647 0 0 +1.6323 % +7.0138 %
    USDMUR USDMUR:CUR 47.07 +0.13 +0.28 % +0.1489 % -0.2331 %
    USDMGA USDMGA:CUR 4316.76 -1.3203 -0.03 % -0.2161 % +1.6905 %
    USDRWF USDRWF:CUR 1465.5 -3.4301 -0.23 % -0.2043 % -0.06 %
    USDGNF USDGNF:CUR 8782 -1 -0.01 % +0.0114 % +0.1311 %
    USDMRO USDMRO:CUR 40.21 +0.01 +0.02 % -0.0249 % +0.8578 %
    USDSLL USDSLL:CUR 24022.8 -3.0446 -0.01 % -0.1635 % -0.2528 %
    USDXOF USDXOF:CUR 569.34 +1.09 +0.19 % -0.072 % -0.8118 %
    USDMWK USDMWK:CUR 1733.67 0 0 0 0
    USDERN USDERN:CUR 15 0 0 0 0
    USDSZL USDSZL:CUR 16.1386 -0.2268 -1.39 % -2.431 % -1.7515 %
    USDBIF USDBIF:CUR 2995.31 +6.3101 +0.21 % -0.0731 % +0.3572 %
    USDLSL USDLSL:CUR 16.1386 -0.2268 -1.39 % -2.431 % -1.682 %
    USDLRD USDLRD:CUR 178 0 0 -1.6611 % -1.6575 %
    USDCVE USDCVE:CUR 95.6405 -0.27 -0.28 % -0.3108 % -1.2763 %
    USDDJF USDDJF:CUR 178.08 0 0 0 0
    USDSCR USDSCR:CUR 14.7757 +0.0415 +0.28 % +9.4083 % -0.0643 %
    USDSOS USDSOS:CUR 571.5 0 0 0 0
    USDGMD USDGMD:CUR 74.45 0 0 0 +0.2356 %
    USDKMF USDKMF:CUR 426 -1.31 -0.31 % -0.2342 % -1.5188 %
    USDSTD USDSTD:CUR 21.4156 -0.0613 -0.29 % -0.2422 % -1.2155 %
    USDZIG USDZIG:CUR 26.604 -0.0155 -0.06 % -0.302 % -0.6383 %