Economic Voice News
03 August 2026
📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 03/08/2026 5:43 am
สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันจันทร์ที่ สาม สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเก้านาที ครับ
Voice News
สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันจันทร์ที่ สาม สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเก้านาที ครับ
วันนี้ ตลาดการเงินโลก กำลังเผชิญกับ สองแรงปะทะ ระหว่าง กระแส เงินเฟ้อที่ลดลง กับ ความเสี่ยง ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ในตลาดพลังงาน
ข้อมูล ซีพีไอ และ พีพีไอ ของสหรัฐฯ ที่ออกมา ต่ำกว่าคาด ได้หนุน ให้อัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปี ปรับตัวลง มาที่ ร้อยละ สี่จุดห้าสอง จากระดับสูงสุด ในรอบสองเดือน ส่งผลให้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง และ หุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย กลับมาคึกคัก โดยเฉพาะ กลุ่มธนาคาร
ล่าสุด มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ขึ้นแท่น บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดของญี่ปุ่น จากแรงหนุนของ การปรับนโยบายการเงิน สู่ภาวะปกติ ของธนาคารกลางญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม แรงซื้อดังกล่าว ถูกกดดัน จาก ความตึงเครียด ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึง ปัญหาการเดินเรือ ที่ผลักดัน ราคาพลังงาน ให้สูงขึ้น เสี่ยงที่จะ จุดชนวน เงินเฟ้อ จากต้นทุนการผลิต อีกครั้ง
ผลที่ตามมา คือ ตลาด เกิดการแตกขั้ว โดย หุ้นกลุ่มการเงิน และหุ้นเอเชียบางส่วน ปรับตัวขึ้น จากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง ที่ลดลง ในขณะที่ กลุ่มเทคโนโลยี ถูกเทขาย จาก นักลงทุน ที่หมุนเงินเข้าหา หุ้นคุณค่า และหุ้นกลุ่มวัฏจักร ก่อนฤดูกาลรายงานผลประกอบการ ไตรมาสสอง
คำถามสำคัญ ในอีก สี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้า คือ ข้อมูลเงินเฟ้อชะลอตัว จะสร้างโมเมนตัมต่อเนื่อง ได้หรือไม่ ผ่าน การตัดสินใจนโยบาย ของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ และ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่กำลังจะมาถึง หรือว่า แรงกระแทก ด้านอุปทาน จากพลังงาน จะล้มล้าง กระแสข่าว การผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ขณะนี้ ภาพรวมตลาด อยู่ในสภาวะ การเติบโตท่ามกลาง เงินเฟ้อชะลอตัว แต่มี ความเสี่ยง ภูมิรัฐศาสตร์ ทับซ้อน ข้อมูลเงินเฟ้อที่อ่อนตัว สนับสนุน ความระมัดระวังเชิงบวก ในสินทรัพย์เสี่ยง แต่ความตึงเครียด ในตะวันออกกลาง ก็สร้างฐาน ความผันผวน ให้กับตลาด
ทิศทางตลาดวันนี้ สรุปได้ดังนี้
ดัชนีเอสแอนด์พี ห้าร้อย และดาวโจนส์ ฟิวเจอร์สในสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ปรับลดลง แต่คาดว่าจะฟื้นตัว หลังตัวเลขซีพีไอ ต่ำกว่าคาด
ตลาดหุ้นยุโรป กลุ่มธนาคาร ยูโรสต็อกซ์ แบงค์ ปรับขึ้น ร้อยละศูนย์จุดแปดหนึ่ง มาที่ สองร้อยเก้าสิบเก้า จุดห้าสี่
ฝั่งเอเชีย นิฟตี้ฟิฟตี้ของอินเดีย บวก ร้อยละศูนย์จุดสามสี่ ปิดที่ สองหมื่นสามพัน เก้าร้อยหกสิบสาม จุด
ตลาดหุ้นไทย บวก ร้อยละศูนย์จุดสามหนึ่ง มาที่ หนึ่งพันหกร้อยสามสิบห้า จุดสองเก้า แต่ยังมี แรงขาย ในกลุ่มเทคโนโลยีเอเชีย
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุสิบปี ลดลงมาที่ ร้อยละสี่จุดห้าสอง จากจุดสูงสุดในรอบสองเดือน ซึ่งเป็นบวกต่อตลาดตราสารหนี้
ส่วนพันธบัตรไทย อายุห้าปี ให้ผลตอบแทนที่ ร้อยละหนึ่งจุดห้าสอง ขณะที่พันธบัตรอายุสามสิบปี ประมูลได้ที่ ร้อยละสามจุดศูนย์เจ็ดสามเก้า ซึ่งถูกมองว่าเป็นลบเล็กน้อย จากเงินทุนต่างชาติที่ไหลออก
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง จากข้อมูลเงินเฟ้อที่แผ่ว ซึ่งเป็นบวกต่อตลาดเกิดใหม่ ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ ไม่มีข้อมูล ณ ขณะนี้
ส่วนตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมันดิบ เวสต์เท็กซัส และทองคำ ได้แรงหนุน จากความตึงเครียด สหรัฐฯ-อิหร่าน โดยราคาพลังงาน ปรับตัวขึ้น
ดัชนีความผันผวน อย่าง VIX และ MOVE Index ไม่มีข้อมูล แต่ถูกบ่งชี้ว่า อยู่ในระดับสูง จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
สำหรับบทวิเคราะห์เชิงลึก วันนี้มีสี่ประเด็นสำคัญ
ประเด็นแรก คลื่นเงินเฟ้อชะลอตัว ปะทะกับ แรงกระแทก ด้านพลังงาน จากภูมิรัฐศาสตร์
ตัวเลข ซีพีไอ และ พีพีไอ ของสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่าคาด กดดันอัตราผลตอบแทน พันธบัตรสิบปีลง และทำให้ดอลลาร์อ่อนค่า แต่ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียด สหรัฐฯ-อิหร่าน และปัญหาในทะเล ก็หนุนราคาน้ำมันดิบ
จากฐานข้อมูลความสัมพันธ์ พบว่า ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น เป็นบวกกับ กลุ่มผู้ผลิตพลังงาน เช่น พีทีทีอีพี พีทีที ท็อป และเอสพีอาร์ซี โดยตรง จากราคาขายที่สูงขึ้น
แต่เป็นลบ ต่อกลุ่มขนส่งและสายการบิน เช่น เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ ซึ่งถูกบีบอัด จากต้นทุนเชื้อเพลิง
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทน พันธบัตรที่ลดลง เป็นบวก ต่อกลุ่มธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ทีเอ็มบีธนชาต และกรุงศรีอยุธยา ผ่านส่วนต่าง ดอกเบี้ยสุทธิ ที่ขยายตัว เมื่อการขึ้นดอกเบี้ย ชะลอ แต่เส้นอัตราผลตอบแทน ชันขึ้น
ดังนั้นจึงคาดว่า
กลุ่มพลังงาน จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ในอีกหนึ่งถึงสี่สัปดาห์
กลุ่มขนส่งและสายการบิน จะเผชิญแรงกดดัน ในสี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้า
กลุ่มธนาคารทั้งไทยและโลก จะได้ประโยชน์สูง ในหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ นี้เช่นกัน มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ที่ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตอกย้ำภาพนี้
กลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต จะถูกเทขาย จากแรงหมุนพอร์ต แม้ดอกเบี้ยลดลง เพราะความไม่แน่นอน ของต้นทุนพลังงาน หนุนหุ้นคุณค่า
ห่วงโซ่การส่งผ่าน คือ เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ดันต้นทุนพลังงานสูง นำไปสู่ เงินเฟ้อทั่วไป ที่เหนียวแน่น ทำให้เฟด ยังต้องระมัดระวัง ในการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ เส้นอัตราผลตอบแทน ชันขึ้น ธนาคารได้ประโยชน์ พลังงานได้ประโยชน์ ขนส่งเสียประโยชน์ เทคโนโลยีเสียประโยชน์
ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อน หนุน ผู้ส่งออกไทย ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เดลต้า เคซีอี ฮานา และผู้ส่งออกอาหาร เช่น ทียู ซีพีเอฟ
ความเชื่อมั่นในประเด็นนี้ สูง เนื่องจาก หลายความสัมพันธ์ ในอดีต สอดคล้องกัน
ประเด็นที่สอง ยุคทองของธนาคาร กับสัญญาณสำคัญ จาก มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ
มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ขึ้นเป็นบริษัท ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดของญี่ปุ่น ครั้งแรก จากการฟื้นตัวของดอกเบี้ย และการปรับนโยบายของ ธนาคารกลางญี่ปุ่น
ดัชนีกลุ่มธนาคารยุโรป ก็ปรับตัวขึ้นแรง และ ธนาคารไทย มีเม็ดเงินไหลเข้า ติดต่อกัน สิบวัน
ความสัมพันธ์ในอดีต ยืนยันว่า ดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราผลตอบแทน พันธบัตรที่สูงขึ้น เป็นบวกต่อ กลุ่มธนาคาร โดยตรง ผ่านการขยายตัวของ ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ
แต่ในทางกลับกัน เป็นลบ ต่อกลุ่มไฟแนนซ์ และสินเชื่อ ที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น ศรีสวัสดิ์ เมืองไทยแคปปิตอล เงินติดล้อ ซึ่งต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น จะบีบอัดมาร์จิ้น
คาดว่า กลุ่มธนาคาร จะปรับตัวขึ้น ในระยะกลาง ขณะที่ กลุ่มไฟแนนซ์ จะถูกลดอันดับความน่าสนใจ อย่างน้อย หนึ่งถึงสี่สัปดาห์
เหตุผลสนับสนุน คือ การเปลี่ยนนโยบาย ของธนาคารกลางญี่ปุ่น เป็นตัวเร่งเชิงโครงสร้าง ทำให้ ตลาดทั้งโลก ตีราคา หุ้นกลุ่มธนาคารใหม่ เงินทุนที่ไหลเข้าหุ้นไทยสิบวัน ยืนยัน การรับรู้ ของนักลงทุนในประเทศ
ผลกระทบลำดับถัดไป เมื่อหุ้นธนาคาร โดดเด่น กระแสเงิน จะไหลออกจาก หุ้นกึ่งพันธบัตร อย่างกองรีท และสาธารณูปโภค ที่มีหนี้สกุลดอลลาร์ เช่น บีกริม จีพีเอสซี กัลฟ์
ความเชื่อมั่นในประเด็นนี้ สูง เช่นกัน
ประเด็นที่สาม แรงเทขายกลุ่มเทคเอเชีย เป็นการหมุนกลุ่ม มากกว่าปฏิเสธ
แม้ตัวเลขพีพีไอของสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด และอัตราผลตอบแทนลดลง แต่ตลาดเอเชีย กลับมีแรงเทขายในกลุ่มเทคโนโลยี
ความสัมพันธ์ในอดีต ระหว่างค่าเงินบาทอ่อน กับกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นบวก เพราะ ผู้ส่งออก จะรับรู้รายได้เป็นบาทมากขึ้น
ดังนั้น การที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนในขณะนี้ ควรเป็นบวก ทางทฤษฎี กับหุ้นเช่น เดลต้า เคซีอี ฮานา จึงมองว่า การเทขายครั้งนี้ เกิดจากการหมุนกลุ่ม ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานแย่ลง
คาดว่า กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อาจเผชิญแรงขายในระยะสั้น แต่หาก กระแสเงินเฟ้อชะลอ ยังอยู่ ก็อาจเป็นโอกาส ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว
และกลุ่มพาณิชย์ เช่น ซีพีออลล์ โลตัส ซีอาร์ซี เซ็นทรัลพัฒนา อาจได้รับอานิสงส์ จากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ดีขึ้น หากเงินเฟ้อลดลง
ความเชื่อมั่น ระดับกลาง เพราะยังต้องดู ทิศทางราคาหลังจากนี้
ประเด็นสุดท้าย ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ตัวแปรสำคัญของเงินเฟ้อ
การขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่ และปัญหาเส้นทางเดินเรือ ดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น ในขณะที่ สัปดาห์นี้มีการประชุม เฟด ธนาคารกลางญี่ปุ่น ตัวเลขจีดีพีไตรมาสสอง และผลประกอบการของกลุ่มเทค
ความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ ย้ำว่า ราคาน้ำมันดิบ เป็นบวก กับกลุ่มพลังงานอย่างชัดเจน และเป็นลบ กับกลุ่มขนส่ง รวมถึง ถ่านหิน ก็เป็นบวก กับบ้านปู และลานนา ด้วย
จึงคาดว่า กลุ่มพลังงานและถ่านหิน จะปรับตัวขึ้น ในหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ กลุ่มสายการบินและเดินเรือ ถูกกดดันในสี่สิบแปดชั่วโมง และตลาดโดยรวม จะเผชิญความเสี่ยง หากน้ำมันดิบ ทะลุแนวต้านสำคัญ กระแสเงินเฟ้อชะลอ อาจกลับตัว ทำให้หุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย ถูกเทขายอีกครั้ง
ห่วงโซ่ลำดับสอง ที่อันตราย คือ น้ำมันสูงต่อเนื่อง เงินเฟ้อสูงต่อเนื่อง เฟดลดดอกเบี้ยไม่ได้ ดอลลาร์แข็ง ค่าเงินตลาดเกิดใหม่อ่อน สาธารณูปโภคที่มีหนี้ดอลลาร์ อย่างบีกริม จีพีเอสซี กัลฟ์ จะติดลบ
การประชุมเฟด จึงเป็นตัวเร่งที่สำคัญมาก
ความเชื่อมั่น ในประเด็นนี้ระดับกลาง เพราะเส้นทางภูมิรัฐศาสตร์ คาดเดายาก
สำหรับมุมมองการลงทุนที่มีความมั่นใจสูงในช่วงนี้ คือ การให้น้ำหนัก มากเกิน ในสองจุดตัด ของแนวโน้มที่ชัดเจน ได้แก่ กลุ่มธนาคาร จากดอกเบี้ยเข้าสู่ภาวะปกติ และ กลุ่มพลังงาน จากส่วนเพิ่มความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ขณะเดียวกัน ให้น้ำหนักน้อย ในกลุ่มขนส่ง และไฟแนนซ์ที่ไม่ใช่ธนาคาร
โดยโอกาสที่น่าสนใจ คือ
กลุ่มธนาคารที่โดดเด่น เช่น ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ได้แรงหนุนจากทั้ง กระแสโลก และกฎความสัมพันธ์ ด้านส่วนต่างดอกเบี้ย
กลุ่มพลังงาน เช่น พีทีทีอีพี พีทีที ท็อป ได้ประโยชน์ โดยตรง จากความเสี่ยงสหรัฐฯ-อิหร่าน
หลีกเลี่ยง กลุ่มขนส่ง อย่าง เอเอวี และ การบินไทย ซึ่งต้นทุนเชื้อเพลิง กดดันกำไร
และจับตา กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง เดลต้า เคซีอี ฮานา ว่า หากแรงขายจากการหมุนพอร์ต หมดลง บวกกับค่าเงินดอลลาร์อ่อน อาจเป็นโอกาส เข้าซื้อเชิงกลยุทธ์
นอกจากนี้ การจับคู่ซื้อ กลุ่มพลังงาน และขาย กลุ่มสายการบิน ก็เป็นการเทรด ส่วนต่างราคาน้ำมัน ที่ตรงไปตรงมา
กรอบเวลา หนึ่งถึงสี่สัปดาห์ โดยมีปัจจัยต้องจับตา คือ การตัดสินใจของเฟด ธนาคารกลางญี่ปุ่น จีดีพีไตรมาสสอง และข่าวการสู้รบ
ในส่วนของภาพความเสี่ยง
กรณีฐาน มีความน่าจะเป็น ร้อยละห้าสิบห้า ว่า ข้อมูลเงินเฟ้อชะลอ ยังอยู่ เฟดส่งสัญญาณ รอคอยอย่างอดทน อัตราผลตอบแทน สิบปีสหรัฐ ทรงตัว แถวร้อยละสี่จุดห้า กลุ่มธนาคารและพลังงาน ยังเหนือกว่าตลาด กลุ่มเทคทรงตัว ตลาดโดยรวมค่อยๆ บวก นักลงทุนควรถือ น้ำหนักเกิน ในกลุ่มการเงินและพลังงาน ต่อไป
กรณีมองโลกในแง่ดี ให้ความน่าจะเป็น ร้อยละยี่สิบ ว่า ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ลดลง และ เงินเฟ้อชะลอตัวต่อเนื่อง จะปลดล็อกโหมดเปิดรับความเสี่ยงเต็มตัว อัตราผลตอบแทน ร่วงลงต่ำกว่า ร้อยละสี่จุดสองห้า ดอลลาร์ดิ่งลงอย่างหนัก หุ้นเทค และหุ้นตลาดเกิดใหม่พุ่งขึ้น กลุ่มที่น่าสนใจเพิ่ม คือ กลุ่มส่งออกเทค และ การท่องเที่ยว อย่างเซ็นทารา เอราวัณ ไมเนอร์ ตามกฎความสัมพันธ์ ด้านการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว
กรณีเลวร้าย ความน่าจะเป็น ร้อยละยี่สิบห้า คือ ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน บานปลาย น้ำมันพุ่งเกิน หนึ่งร้อยดอลลาร์ ต่อบาร์เรล การคาดการณ์เงินเฟ้อ หลุดจากสมอ เฟดกลับมา เข้มงวดอีกครั้ง ธนาคารเสียประโยชน์ จากส่วนต่างดอกเบี้ย หากเส้นโค้งอัตราผลตอบแทนพลิกกลับ กลุ่มขนส่งถูกบดขยี้ ตลาดเกิดใหม่ถูกกดดัน สาธารณูปโภค ที่มีหนี้ดอลลาร์ อย่างบีกริม จีพีเอสซี กัลฟ์ ติดลบ นักลงทุนควรหมุนไปถือ เงินสด และ ทองคำ
สรุป ในวันนี้
คลื่นเงินเฟ้อชะลอ เป็นปัจจัยบวกแท้จริง อัตราผลตอบแทน ที่ร้อยละสี่จุดห้าสอง สะท้อนว่า ตลาดตราสารหนี้ เชื่อว่าเฟด หยุดขึ้นดอกเบี้ยได้
ความเสี่ยงหลัก คือ ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งเป็นภัยคุกคามสูงสุด ต่อภาพเงินเฟ้อชะลอตัว
กลุ่มธนาคาร เป็นฝั่งซื้อ ที่มั่นใจที่สุด สัญญาณจากมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ตลาดยุโรป และเงินทุนไหลเข้าสิบวัน ยืนยัน การหมุนพอร์ต ระดับโลก
กลุ่มพลังงาน ให้ผลตอบแทนไม่สมมาตร ในเชิงบวก จากส่วนเพิ่มความเสี่ยง
แรงขายกลุ่มเทค เป็นเพียงการหมุนพอร์ต ไม่ใช่การเปลี่ยนแนวโน้ม ตลาดหลัก โดยพื้นฐานยังดี จากค่าเงินดอลลาร์อ่อน
และ กลุ่มขนส่ง คือฝั่งขาย หรือ ลดน้ำหนัก ที่ชัดเจนที่สุด เก็งกำไรจากส่วนต่าง ราคาน้ำมันได้ตรงไปตรงมา
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ
⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 03 August 2026 - 12:43 น.
📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 02/08/2026 11:09 pm
สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันจันทร์ที่ สาม สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที
Voice News
สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันจันทร์ที่ สาม สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที
ตามรายงานเศรษฐกิจ ประจำวันที่สามสิบ กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกขณะนี้ ถูกครอบงำ โดยวงจรความขัดแย้ง ระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ซึ่งกลายเป็น ตัวขับเคลื่อนตลาด ที่ทรงพลังที่สุด ราคาน้ำมันดิบ พุ่งขึ้นประมาณ เจ็ดเปอร์เซ็นต์ ในวันเดียว เป็นการพลิกกลับอย่างรุนแรง จากการปรับตัวลดลง สามเปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ยี่สิบเจ็ด กรกฎาคม ที่ผ่านมา จากความหวัง การเจรจาสันติภาพ
แรงเหวี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ กำลังอัดฉีด ส่วนชดเชยความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ให้กับตลาดพลังงาน โดยน้ำมันดิบ ดับเบิลยูทีไอ ปรับตัวบวก ตั้งแต่ต้นปี ถึงยี่สิบแปดเปอร์เซ็นต์ แม้ข้อมูลรายเดือน จะแสดงการปรับฐานลง ลบสิบแปดเปอร์เซ็นต์ จากจุดสูงสุดก่อนหน้านี้ ก็ตาม
ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ย ตามที่คาดการณ์ไว้ สร้างแรงยึดเหนี่ยวระยะสั้น แต่กลไกการส่งผ่าน ชัดเจนมาก นั่นคือ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่หนืด ซึ่งกดดันตลาดตราสารหนี้ โดยกองทุนพันธบัตร เกรดลงทุนของสหรัฐฯ มียอดไถ่ถอน สูงเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน ผลประกอบการ กลุ่มเทคโนโลยี เกิดการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน ไมโครซอฟท์ และซัมซุง รายงานผลประกอบการ ที่แข็งแกร่ง แต่เมตา และดัชนีคอสปี ของเกาหลีใต้ กลับอ่อนแรงลง ส่งผลให้ภาพรวมหุ้น อยู่ในโหมดที่แคบ และเลือกปฏิบัติ นี่คือระบอบ ส่วนชดเชยความเสี่ยง ทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งหุ้นที่พึ่งพิงพลังงาน จะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ แลกกับหุ้นเติบโต ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย และภาคขนส่ง ที่ต้องสูญเสีย
สำหรับภาพรวมตลาดจากรายงานนี้ ทางฝั่งตลาดหุ้น ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง ศูนย์จุดเก้าสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ดัชนีเอสแอนด์พีห้าร้อย ลบหนึ่งจุดยี่สิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ และแนสแดค ร่วงหนัก ลบสองจุดหนึ่งห้าเปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ยี่สิบสามกรกฎาคม ในทางตรงข้าม ดัชนีแด็กซ์สี่สิบ ของเยอรมนี ปรับตัวขึ้น หนึ่งเปอร์เซ็นต์ แตะสองหมื่นห้าพัน สี่ร้อยสี่สิบจุด เมื่อวันที่ยี่สิบแปดกรกฎาคม สะท้อนถึง การคลายความตึงเครียด ช่วงสั้น ๆ
ตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปี ดีดตัวกลับขึ้นมา ขณะที่อัตราผลตอบแทน ของแคนาดา ออสเตรเลีย และบราซิล ต่างปรับตัวลดลง จากข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัว สำหรับน้ำมันดิบ ดับเบิลยูทีไอ พุ่งแรง เจ็ดเปอร์เซ็นต์ ในวันนี้ อยู่ที่ระดับ เจ็ดสิบสามจุดหกเก้าดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่เก้ากรกฎาคม และเบรนท์ อยู่ที่ เจ็ดสิบห้าจุดเก้าหกดอลลาร์ ดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ จีเอสซีไอ ปรับขึ้น ร้อยละสี่จุดเก้า ในรอบสัปดาห์ ส่วนดัชนีความผันผวน วีไอเอ็กซ์ และมูฟ ยังคงส่งสัญญาณตึงเครียด
เมื่อลงลึกในเชิงประเด็น ปัจจัยหลักที่หนึ่ง คืออุปทานน้ำมัน ตะวันออกกลาง สะเทือน จากความขัดแย้ง สหรัฐฯ อิหร่าน ที่ปะทุขึ้นรอบใหม่ ส่งผลให้ ราคาน้ำมัน พุ่งเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ในวันเดียว กลับตัวรุนแรง จากที่เคยลดลง จากความหวังเจรจา ความเชื่อมโยิงในอดีต ชี้ว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลบวกโดยตรง ต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน และสาธารณูปโภค เช่น พีทีทีอีพี พีทีที ทีโอพี และเอสพีอาร์ซี แต่จะกดดัน กลุ่มขนส่ง และโลจิสติกส์ อย่างรุนแรง เช่น เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ เพราะต้นทุนเชื้อเพลิง ที่สูงขึ้น จะบีบมาร์จิ้นทันที คาดการณ์ว่าผลกระทบ ต่อพลังงาน จะเห็นภายใน ศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง และต่อสายการบิน ในหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ ความเชื่อมั่นในประเด็นนี้ อยู่ในระดับสูง
ปัจจัยที่สอง คือจุดเปลี่ยนนโยบาย ธนาคารกลางทั่วโลก แม้เฟดจะคงดอกเบี้ย แต่แรงกดดันเงินเฟ้อ จากพลังงาน ทำให้ทิศทางในอนาคต ไม่แน่นอน ขณะที่ ออสเตรเลีย แคนาดา และบราซิล เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย จากข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ธนาคารกลางญี่ปุ่น เองก็เผชิญแรงกดดัน จากอัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาล ที่พุ่งสูงสุด นับตั้งแต่ปีสิบเก้าเก้าสิบเจ็ด ความแตกต่างนี้ ส่งผลให้ หุ้นกลุ่มแบงก์ เช่น บีบีแอล เคแบงก์ เอสซีบี และเคทีบี จะได้ประโยชน์ จากส่วนต่างดอกเบี้ย ที่ยังทรงตัว แต่กองทรัสต์ เพื่อการลงทุน ในอสังหาริมทรัพย์ และหุ้นอสังหาฯ จะถูกกดดัน จากอัตราดอกเบี้ย ที่อยู่ในระดับสูง นานกว่าคาด
ปัจจัยที่สาม การแบ่งขั้ว ของผลประกอบการเทคฯ ไมโครซอฟท์ และซัมซุง แข็งแกร่ง แต่นั่นไม่อาจช่วย ดัชนีแนสแดค ที่ร่วงลง สองจุดหนึ่งห้าเปอร์เซ็นต์ ได้ เพราะหุ้นเทคฯ ที่พึ่งพาโฆษณา อย่างเมตา กลับอ่อนแอ นักลงทุนจึงเลือกปฏิบัติ เข้าลงทุน เฉพาะหุ้น ที่มีรายได้จาก เอไอ ชัดเจน เท่านั้น
ปัจจัยที่สี่ ความเครียด ในตลาดตราสารหนี้ กองทุนตราสารหนี้ เกรดลงทุนสหรัฐฯ ถูกเทขาย สูงเป็นประวัติการณ์ นี่เป็นสัญญาณนำ ที่สำคัญ ว่านักลงทุนสถาบัน กำลังปรับพอร์ต รับมืออัตราผลตอบแทน ที่จะสูงขึ้น จากแรงส่งของ เงินเฟ้อด้านพลังงาน ซึ่งจะส่งผลลบ ต่อสินทรัพย์ ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย อย่างกองทรัสต์ฯ และหุ้นเติบโต
ดังนั้น มุมมองการลงทุน ที่มีความเชื่อมั่นสูง คือ การเพิ่มน้ำหนักหุ้นพลังงาน อย่าง พีทีทีอีพี พีทีที ทีโอพี และเอสพีอาร์ซี และเพิ่มน้ำหนักหุ้นแบงก์ อย่าง บีบีแอล เคแบงก์ เอสซีบี และเคทีบี ขณะที่ แนะนำลดน้ำหนัก หุ้นสายการบินและขนส่ง อย่าง เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ พร้อมทั้ง ระมัดระวัง หุ้นกองทรัสต์ฯ และอสังหาฯ เช่น อิมแพค เอไอเอ็มซีจี ดับเบิลยูเอชเออาร์ที สิริ เอพี ศุภาลัย และแอลเอช
สำหรับสถานการณ์จำลอง กรณีฐานที่ห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ น้ำมันจะทรงตัว ในกรอบ เจ็ดสิบถึงแปดสิบดอลลาร์ จากความตึงเครียด ที่ยืดเยื้อ แต่ไม่บานปลาย แนะนำ ถือน้ำหนักพลังงาน ต่อไป กรณีบวกที่ ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ หากมีการหยุดยิง น้ำมันอาจย่อลง มาที่หกสิบห้าถึงหกสิบแปดดอลลาร์ ให้หมุนกลับเข้า หุ้นเทคฯ และอสังหาฯ ที่ถูกเทขาย และกรณีเลวร้าย ที่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ หากเกิดการเผชิญหน้าเต็มรูปแบบ น้ำมันจะพุ่งเกิน เก้าสิบดอลลาร์ ควรถือเงินสด ทองคำ และหุ้นพลังงาน เท่านั้น
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา หนึ่ง น้ำมันคือผู้กำหนด ระบอบมหภาค การพุ่งขึ้นเจ็ดเปอร์เซ็นต์ จากความขัดแย้งสหรัฐฯ อิหร่าน คือข้อมูลที่สำคัญที่สุด ทุกสินทรัพย์อื่น เป็นผลพวงจากตรงนี้ สอง การคงดอกเบี้ยของเฟด ไม่ได้เป็นเชิงผ่อนคลาย เพราะเงินเฟ้อจากพลังงาน กำลังก่อตัวขึ้น สาม ตลาดหุ้นเทคฯ ตอนนี้ ต้องเลือกหุ้นเป็นรายตัว อย่าหลงตามดัชนีแนสแดค สี่ การไหลออก ของกองทุนตราสารหนี้ ระดับบันทึกสถิติ เป็นสัญญาณเตือน ถึงภาวะการเงิน ที่ตึงตัวขึ้น และห้า สมุดกลยุทธ์ สหสัมพันธ์ ชัดเจน พลังงานขึ้น ผู้ผลิตได้ประโยชน์ แต่ค่าขนส่งหดตัว ดอกเบี้ยทรงตัว แบงก์เป็นต่อ การเงินรายย่อยเป็นรอง และหากดอลลาร์แข็ง จากความเสี่ยง ผูส่งออกอาหารไทย อย่าง ทียู ซีพีเอฟ ไอทีซี เอเอไอ จะได้ประโยชน์ แต่โรงไฟฟ้า ที่มีหนี้สกุลดอลลาร์ อย่าง บีกริม จีพีเอสซี และกัลฟ์ จะถูกกดดัน
ทั้งนี้ ความผันผวน จากหัวข้อข่าวอยู่ในระดับสูงมาก การตั้งรับ โดยไม่มีการป้องกันความเสี่ยง ถือว่าเป็นการพนัน ควรใช้กลยุทธ์ จับคู่ซื้อขาย เช่น ซื้อหุ้นพลังงาน และขายหุ้นสายการบิน เพื่อแยกความเสี่ยง
สุดท้ายนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ให้รอบคอบ ก่อนตัดสินใจ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ
⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 03 August 2026 - 06:09 น.