ข่าวเศรษฐกิจมหภาค VOICE

Economic Voice News

02 August 2026

📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 02/08/2026 5:39 am

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันอาทิตย์ที่ สอง สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที
Voice News

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันอาทิตย์ที่ สอง สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที

วันนี้ เรามีรายงานเศรษฐกิจโลก ประจำวันที่สามสิบกรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า มานำเสนอ ครับ

ภาพรวมตลาดโลก ขณะนี้ ถูกกำหนดด้วยสองปัจจัยหลัก ครับ

หนึ่ง ความตึงเครียด ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ในตะวันออกกลาง ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

และสอง การหมุนเวียนพอร์ตการลงทุน ออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ เข้าสู่กลุ่มป้องกันความเสี่ยง และกลุ่มคุณค่า ครับ

การโจมตีทางทหาร ระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันดิบ พุ่งขึ้น ถึงเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ในรอบสัปดาห์ สร้างความกังวล เรื่องเงินเฟ้อ กลับมาอีกครั้ง

ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ พยายามตรึงดอกเบี้ยไว้ ครับ

ด้านตลาดหุ้น หุ้นเอ็นวิเดีย ร่วงลง สี่จุดห้าเปอร์เซ็นต์

แนสแด็ค วันศุกร์ ดิ่งลง เกินหนึ่งเปอร์เซ็นต์

อัลฟาเบท เทสลา และไมโครซอฟท์ ต่างปรับตัวลงอย่างหนัก

ตรงกันข้าม ดัชนีดาวโจนส์ ปรับเพิ่มขึ้น ถึงสองร้อยสามสิบหกจุด

เป็นการยืนยัน ภาพการหมุนภาคส่วน ตามตำรา ครับ

ภาวะตลาดโดยรวม จัดอยู่ในช่วง แรงกดดันเงินเฟ้อชะลอตัว หรือที่เรียกว่า สแตกเฟชัน ความรู้สึกของนักลงทุน เปลี่ยนจาก ระมัดระวังเชิงบวก เป็น ระมัดระวังเชิงลบ ครับ

มาดูภาพรวมราคาสินทรัพย์ กันนะครับ

ดัชนีเอสแอนด์พีห้าร้อย ทรงตัวค่อนไปทางบวก เล็กน้อย

แนสแด็ค วันศุกร์ ดิ่งลง หนึ่งจุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ และปรับลงหลายวัน

ดาวโจนส์ ปิดบวก สองร้อยสามสิบหกจุด ในวันศุกร์ แสดงความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบ

นิกเคอิของญี่ปุ่น ปรับลงเล็กน้อย ครับ

ด้านพันธบัตร อัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุสิบปี ปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมพัน เรื่องเฟดขึ้นดอกเบี้ย และความกังวลด้านอุปทาน

ราคาทองคำ ร่วงลง แม้มีความเสี่ยง ภูมิรัฐศาสตร์ เป็นสัญญาณที่ผิดปกติ สะท้อนแรงกดดัน จากค่าเงินดอลลาร์ ที่แข็งค่า และการคาดการณ์ว่า ดอกเบี้ยจะสูงขึ้น ครับ

น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส พุ่งขึ้น เจ็ดเปอร์เซ็นต์ต่อสัปดาห์ ล่าสุด หลุดระดับ แปดสิบสี่ดอลลาร์ ลงมาเล็กน้อย ภาพรวม ยังคงเป็นขาขึ้น จากอุปทานตึงตัว ครับ

เรามาวิเคราะห์ ประเด็นหลัก เชิงลึก กันนะครับ

ประเด็นแรก ความขัดแย้ง สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน

การโจมตีทางอากาศ สหรัฐอเมริกา ต่ออิหร่าน ประกอบกับการโจมตี ทางทะเลของกลุ่มฮูตี ส่งผลให้ราคาน้ำมัน พุ่งขึ้นเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ในหนึ่งสัปดาห์

จากประวัติศาสตร์ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลบวกอย่างมาก ต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ผู้ผลิตต้นน้ำ และโรงกลั่น เช่น พีทีทีอีพี พีทีที ทีโอพี และเอสพีอาร์ซี

ในทางกลับกัน ส่งผลลบอย่างมีนัยสำคัญ ต่อกลุ่มขนส่งและสายการบิน อาทิ เอเอวี และบีเอ ครับ

กลไกการส่งผ่าน คือ ต้นทุนเชื้อเพลิง ที่เพิ่มขึ้น และความคาดหวังเงินเฟ้อ ที่จะกดดันให้เฟด คงนโยบายเข้มงวดต่อไป ครับ

ประเด็นที่สอง การประเมินการลงทุน ด้านปัญญาประดิษฐ์ ครั้งใหม่

หุ้นเอ็นวิเดียร่วงลง หลังประกาศข้อตกลง จัดหาชิปครั้งใหญ่

อัลฟาเบท เทสลา และไมโครซอฟท์ ต่างร่วงลงในวันเดียว

ตลาดกำลังตั้งคำถาม ถึงความคุ้มค่า ของการลงทุนมหาศาล ด้านปัญญาประดิษฐ์

บวกกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ที่สูงขึ้น จากความคาดหวังว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย ยิ่งกดดันหุ้นเติบโต

ราคาให้ปรับลดลง ครับ

ประเด็นที่สาม นโยบายเฟด และการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย

เฟดคงดอกเบี้ย ตามคาด ในการประชุมเดือนกรกฎาคม

แต่ตลาดคาดการณ์ว่า มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น จากเงินเฟ้อด้านพลังงาน และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ต่ำสุดในรอบห้าสิบเจ็ดปี

อัตราดอกเบี้ยสูง เป็นบวกต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์

เช่น บีบีแอล เคแบงก์ เอสซีบี เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ จะขยายกว้างขึ้น

แต่เป็นลบ ต่อกลุ่มสินเชื่อรายย่อย และอสังหาริมทรัพย์ ครับ

ประเด็นสุดท้าย การหมุนเวียนภาคส่วน และสัญญาณข้ามสินทรัพย์

วันที่ดาวโจนส์ บวก สองร้อยสามสิบหกจุด แต่แนสแด็ค ติดลบ หนึ่งจุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ นี่ไม่ใช่แค่สัญญาณรบกวน แต่มันคือสัญญาณแห่งระบอบการลงทุน

การไหลของเงินทุน ออกจากหุ้นเทคฯ ที่หนาแน่น ไปยังหุ้นกลุ่มคุณค่า เป็นการหมุนแบบ ปลายวัฏจักรเศรษฐกิจ

กลุ่มพลังงาน การเงิน และสินค้าจำเป็น จะเป็นผู้ได้ประโยชน์

ส่วนเทคโนโลยี บริการสื่อสาร และสินค้าฟุ่มเฟือย จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ครับ

จากทั้งหมดนี้ วิทยานิพนธ์การลงทุน ที่มีความเชื่อมั่นสูง มีดังนี้ครับ

หนึ่ง ควรให้น้ำหนัก กลุ่มพลังงาน มากกว่าตลาด โดยเฉพาะ ผู้ผลิตและโรงกลั้นต้นน้ำ เช่น พีทีทีอีพี และ ทีโอพี

สอง ให้น้ำหนัก กลุ่มการเงิน มากกว่าตลาด รับประโยชน์ จากดอกเบี้ยสูง

เช่น บีบีแอล เคแบงก์ และ เอสซีบี

สาม ให้น้ำหนัก กลุ่มเทคโนโลยีและเติบโต น้อยกว่าตลาด หรือหาทางป้องกันความเสี่ยง

และสี่ ให้น้ำหนัก กลุ่มขนส่งและสายการบิน น้อยกว่าตลาด ครับ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม ใกล้ชิด คือ ข้อมูลจีดีพี ไตรมาสสอง การประกาศผลประกอบการ ของหุ้นเทคฯ ขนาดใหญ่ที่เหลือ

ความคืบหน้าสงคราม อิหร่าน และอัตราผลตอบแทน พันธบัตรสิบปี ครับ

ความเสี่ยงหลัก แบ่งเป็นสามกรณีครับ

กรณีฐาน ความน่าจะเป็น ห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ น้ำมันทรงตัวระดับสูง เฟดคงดอกเบี้ยถึงไตรมาสสาม การหมุนภาคส่วน ดำเนินต่อไป

กรณีขาขึ้น ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ หากตะวันออกกลางสงบ น้ำมันลงต่ำกว่าเจ็ดสิบห้าดอลลาร์ ผลประกอบการเทค ดีเกินคาด เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย หุ้นเทคดีดกลับแรง

กรณีขาลง ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ หากสงครามขยายวง น้ำมันทะลุเก้าสิบดอลลาร์ เฟดจำใจขึ้นดอกเบี้ย ตลาดหุ้นร่วงหนัก เงินสดและทอง เป็นที่หลบภัย ครับ

สรุปอีกครั้ง น้ำมันคือแกนเศรษฐกิจ มหภาคเวลานี้ หุ้นพลังงาน คือความเชื่อมั่นสูงสุด

เทคโนโลยี ยังซึมตัว ไม่ถึงขั้นพังทลาย แต่ความเจ็บปวด ยังดำเนินต่อไป

กลุ่มการเงิน คือผู้ชนะในความเงียบ จากส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างขึ้น

การหมุนเวียนของเงินทุน มีโครงสร้างสนับสนุน

และการร่วงของราคาทองคำ คือสัญญาณเตือน ว่าตลาดเชื่อใจ ดอลลาร์และดอกเบี้ยสูง มากกว่า ครับ

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 02 August 2026 - 12:39 น.

📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 01/08/2026 11:09 pm

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก
Voice News

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก

ประจำวันอาทิตย์ที่ สอง สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที ครับ

ในช่วงนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคโลก

กำลังถูกกำหนดโดย ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน

ซึ่งผลักดันให้ ราคาน้ำมันดิบ พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบหลายเดือน

และราคาน้ำมันเบนซิน พุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ ถึงกว่า แปดสิบสองจุดหกหก เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่ต้นปี

แรงกระแทกด้านพลังงานนี้ กำลังส่งผลโดยตรง ต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

และทำให้ การคาดการณ์การลดอัตราดอกเบี้ย ของธนาคารกลางสหรัฐ และธนาคารกลางญี่ปุ่น ซับซ้อนยิ่งขึ้น

ก่อนการตัดสินใจนโยบายการเงิน ที่กำลังจะมาถึง

ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นในลักษณะรูปตัวเค กำลังทวีความชัดเจนมากขึ้น

โดยหุ้นกลุ่ม ปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์ ยังคงดึงดูดเม็ดเงินลงทุน

แต่การเทขายหุ้นเทคโนโลยี ในตลาดหุ้นฮั่งเส็ง ส่งสัญญาณถึงความกังวล ที่เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับมูลค่าหุ้นกลุ่มนี้

การหยุดชะงักของการขนส่ง ในทะเลแดง ยิ่งซ้ำเติม ช่องทางเงินเฟ้อ ทั้งด้านพลังงานและสินค้า

ผลลัพธ์คือ แรงกระตุ้นแบบสแตกเฟลชัน ที่ถูกซ้อนทับ ด้วยส่วนชดเชยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

ในอดีต สภาวะเช่นนี้ มักจะหนุนหุ้นพลังงาน มากกว่าหุ้นเติบโต

ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้น และเป็นผลลบ ต่อหุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย และตลาดเกิดใหม่

สัปดาห์นี้ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง

เพราะมีการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ และธนาคารกลางญี่ปุ่น

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ และการรายงานผลประกอบการ ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่

ตลาดอยู่ในภาวะ ระมัดระวัง และค่อนไปทางลบ

โดยความเชื่อมั่น เปลี่ยนจากเป็นกลาง เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และความกังวลเรื่องดอกเบี้ย

สำหรับภาพรวมตลาด ตลาดหุ้นฮั่งเส็ง ปรับตัวลง หนึ่งเปอร์เซ็นต์

ตลาดหุ้นยุโรป ทรงตัว เนื่องจากแรงกดดันจากเงินเฟ้อ

ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐ สัญญาณซื้อขายล่วงหน้า ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เป็นวันที่สอง

ในส่วนของตลาดเงินตรา ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัว แต่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับต้นปี

ขณะที่เงินยูโร อ่อนค่าลง

สินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส พุ่งขึ้นกว่าร้อยละ ยี่สิบสอง เมื่อเทียบกับต้นปี

และราคาน้ำมันเบรนท์ ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

เรามาดูผลกระทบ ที่มีต่อตลาดทุนไทยกันบ้าง

ประเด็นแรก ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ส่งผลบวกอย่างมาก ต่อกลุ่มผู้ผลิตและโรงกลั่นน้ำมัน

เช่น พีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี

ในทางตรงกันข้าม กลุ่มสายการบินและโลจิสติกส์

เช่น เอเชียเอวิเอชั่น การบินกรุงเทพ และเคอรี่ เอ็กซ์เพรส

จะได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างมาก จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

ประเด็นที่สอง สัญญาณการคงอัตราดอกเบี้ย ของธนาคารกลางสหรัฐ

ส่งผลบวก ต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่

เช่น แบงก์กรุงเทพ กสิกรไทย และไทยพาณิชย์

เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย จะปรับตัวดีขึ้น

แต่จะเป็นผลลบ ต่อกลุ่มสินเชื่อเพื่อรายย่อย

เช่น ศรีสวัสดิ์ เมืองไทย แคปปิตอล และเงินติดล้อ

รวมถึงกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น แสนสิริ เอพี และศุภาลัย

เพราะต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น จะลดความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย

ประเด็นที่สาม การแยกทางของตลาดหุ้น ในกลุ่มเทคโนโลยี

เราอาจเห็น การลงทุนแบบเลือกตัว มากขึ้น

โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ ปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ ที่มีผลประกอบการดี จะยังคงได้รับความสนใจ

สำหรับผู้ส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทย

เช่น เดลต้า เคซีอี และฮานา

ยังมีแรงหนุน จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า แต่ก็ต้องระวัง ความเสี่ยงเฉพาะตัวของหุ้นแต่ละตัวด้วย

บทสรุปการลงทุน ในช่วงหนึ่งถึงสี่สัปดาห์นี้

เรามีมุมมองเชิงบวกสูง ต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน และโรงกลั่น

รวมถึงกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่

และมีมุมมองเชิงลบ ต่อหุ้นกลุ่มสายการบิน และขนส่งที่ใช้เชื้อเพลิงเข้มข้น

รวมถึงสินเชื่อรายย่อย

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

คือ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ

ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ และธนาคารกลางญี่ปุ่น

และข่าวความเคลื่อนไหว ในทะเลแดง

สถานการณ์ความเสี่ยงที่ต้องจับตามอง

ในกรณีฐาน มีโอกาสห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ที่ความตึงเครียดจะยังคงอยู่ แต่ไม่บานปลาย ราคาน้ำมันจะทรงตัว

ในกรณีที่ดี มีโอกาสยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ที่ความขัดแย้งจะคลี่คลาย ราคาน้ำมันจะร่วงลง

และในกรณีเลวร้าย มีโอกาสยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ที่การปิดกั้นทะเลแดงจะเกิดขึ้นจริง ราคาน้ำมันจะทะยานขึ้นเกิน หนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐ

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ

⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 02 August 2026 - 06:09 น.