สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันศุกร์ที่ สิบเอ็ด กันยายน สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลาหกนาฬิกา ยี่สิบสองนาที
วันนี้เรามาติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ที่กำลังเผชิญกับภาวะช็อกจากพลังงานครั้งรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่การคว่ำบาตรน้ำมันในปี 2516 ครับ
น้ำมันเบรนท์ทะลุหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันของอิหร่าน โดยกองทัพสหรัฐฯ และการโจมตีของกลุ่มฮูตีต่อแหล่งผลิตของซาอุดีอามีโก นี่คือความเสี่ยงด้านอุปทานที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีครับ
ธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบี ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25 เปอร์เซ็นต์ เป็นครั้งที่สองของปีนี้ ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ หรือพีพีไอ พุ่งขึ้นถึง 5.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ตลาดหมดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ครับ
ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่เจ็ดพันเจ็ดร้อยหกจุดเก้า ลดลง 0.53 เปอร์เซ็นต์ ดัชนีแนสแด็ก ลดลง 0.29 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่หุ้นยุโรปทรงตัว และหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลงจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นครับ
ราคาทองคำร่วงลง 1.38 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่สี่พันสี่ร้อยเจ็ดสิบเจ็ดดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ สะท้อนว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้นเป็นปัจจัยขับเคลื่อนมากกว่าความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยครับ
ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐหรือดีเอ็กซ์วาย พุ่งแตะ 99 จุด แข็งค่าขึ้น 0.25 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เงินเยนญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบหกเดือน ที่ระดับต่ำกว่า 152 เยนต่อดอลลาร์ สร้างความกดดันให้กับหุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่นครับ
ประเด็นสำคัญอีกเรื่อง คือสงครามภาษีระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา โดยสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากแคนาดา 50 เปอร์เซ็นต์ และแคนาดาตอบโต้ทันทีด้วยภาษี 15 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งครับ
จากภาพรวมทั้งหมด เรามีคำแนะนำในการลงทุนในช่วงสี่สัปดาห์ข้างหน้าดังนี้ครับ
หนึ่ง ลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เพราะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นจะกดดันมูลค่าหุ้นระยะยาว
สอง เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะบริษัทสำรวจและผลิตน้ำมัน เนื่องจากอุปทานขาดแคลนทางกายภาพ ไม่ใช่การเก็งกำไร
สาม ถือเงินสดสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน และหุ้นในตลาดเกิดใหม่ที่อาจถูกกดดัน
สี่ หลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มสายการบินและยานยนต์ ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนพลังงานและภาษีการค้าครับ
แนวโน้มฐานมีโอกาส 55 เปอร์เซ็นต์ ที่ราคาน้ำมันจะทรงตัวในกรอบ 90 ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐ และเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแต่ไม่เกิดวิกฤติรุนแรง
แนวโน้มเชิงบวกมีโอกาส 20 เปอร์เซ็นต์ หากเกิดการหยุดยิงทางการทูตในตะวันออกกลาง และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
แนวโน้มเชิงลบมีโอกาส 25 เปอร์เซ็นต์ หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์ ทำให้น้ำมันพุ่งถึง 130 ดอลลาร์สหรัฐ และธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะถดถอยรุนแรงในช่วงปลายปีครับ
ปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐฯ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น และสัญญาณตอบสนองด้านอุปทานจากรัสเซียและโอเปกพลัสครับ
คำเตือนที่สำคัญคือ การที่ทองคำไม่สามารถปรับตัวขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นสัญญาณลบที่ชัดเจนที่สุด เพราะยืนยันว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีอิทธิพลเหนือการจัดสรรสินทรัพย์ครับ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V Z Invezzy dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ