สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันเสาร์ที่ ยี่สิบสอง สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันเสาร์ที่ ยี่สิบสอง สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ กำลังถูกบีบอัดด้วยแรงกดดันที่ขัดแย้งกันสองด้าน นั่นคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง จากปัญหาการขาดดุลการคลัง และราคาพลังงานที่สูง และในอีกด้านหนึ่ง ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์อิหร่าน ที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น และกระตุ้นความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยพร้อมเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ได้ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเป็นสองเท่า เป็นสี่พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน แต่ก็ช่วยบรรเทาความกดดันได้เพียงชั่วคราว นักวิเคราะห์มองว่าเป็นแค่มาตรการประคองระยะสั้น ท่ามกลางหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรป ปิดสัปดาห์ในแดนลบ แต่ในวันศุกร์ที่ผ่านมา มีการดีดตัวขึ้นเล็กน้อย จากข้อมูลกิจกรรมทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง นักลงทุนกำลังจับตาการประชุมของเฟดที่แจ็กสัน โฮล และผลประกอบการของเอ็นวิเดีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจสร้างความผันผวนสูง

ประเด็นที่น่าจับตามอง คือวาทกรรมของธนาคารกลางจะสามารถควบคุมการเทขายพันธบัตรได้หรือไม่ หรือนักลงทุนจะบังคับให้ตลาดปรับราคาสินทรัพย์ทุกประเภทอีกครั้ง

สำหรับภาพรวมตลาด ขณะนี้อยู่ในโหมด เศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อ และมีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอยู่ในระดับ ระมัดระวังและค่อนข้างเป็นขาลง การดีดตัวในกลางสัปดาห์ถูกปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ความผันผวนยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนจากรายได้ของบริษัทเทรดอัลกอริทึมอย่างฮัดสันริเวอร์ที่ทำสถิติสูงสุดถึงหนึ่งหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ

มาดูภาพรวมสินทรัพย์สำคัญกันครับ

ตลาดหุ้น ดาวน์โจนส์ เอสแอนด์พีห้าร้อย และแนสแดค ปรับลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา การดีดตัววันศุกร์ยังไม่เพียงพอ ขณะที่หุ้นยุโรปซบเซา หุ้นเกาหลีใต้ปรับขึ้นร้อยละหก และหุ้นญี่ปุ่นบวกร้อยละหนึ่ง จากแรงหนุนของข่าวซื้อคืนพันธบัตร

ตลาดพันธบัตรทั่วโลก ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับสูงขึ้น ยกเว้นพันธบัตรจีนที่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งปี ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงร้อยละ 0.88 ในวันพฤหัสบดี เป็นที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาสกุลเงินหลัก ขณะที่ฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้นร้อยละ 1.88 และปอนด์อังกฤษบวกเล็กน้อย

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ ปรับขึ้นร้อยละ 1.52 ในวันศุกร์ จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทองคำทรงตัว ในขณะที่เงินและทองคำขาวปรับขึ้นเล็กน้อย ก๊าซธรรมชาติปรับลดลงร้อยละ 2.21 ดัชนีความผันผวนหรือ VIX ยังคงอยู่ในระดับสูง

การวิเคราะห์เชิงประเด็นและผลกระทบต่อเนื่อง

ประเด็นแรก คือ การพุ่งขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก และการแทรกแซงชั่วคราวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ การปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร ส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร ผ่านการขยายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงไทย แต่ส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มสินเชื่อผู้บริโภค อย่างบริษัทศรีสวัสดิ์ เมืองไทยแคปปิตอล และ เงินติดล้อ เพราะต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น และกดดันมาร์จิ้น การซื้อคืนพันธบัตรของรัฐบาลถูกมองว่าเป็นมาตรการชั่วคราว ดังนั้น ทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรยังมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต

ประเด็นที่สอง คือ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นจากสาเหตุภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ใช่จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง ทำให้เกิดภาวะ stagflationary คือ ราคาสูงขึ้นแต่เศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม บริษัทปตท. จำกัด ไทยออยล์ และสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง แต่ส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มสายการบินและโลจิสติกส์ อย่าง การบินกรุงเทพ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และเคอรี่ เอ็กซ์เพรส เพราะต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น

ประเด็นที่สาม คือ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และการปรับเปลี่ยนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน การอ่อนค่าของดอลลาร์ แม้ผลตอบแทนพันธบัตรจะสูงขึ้น ถือเป็นสัญญาณผิดปกติ และสะท้อนความเชื่อมั่นในสกุลเงินดอลลาร์ที่ลดลง สำหรับตลาดหุ้นไทย การอ่อนค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออก โดยเฉพาะอาหารและอิเล็กทรอนิกส์ อย่างบริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เจริญโภคภัณฑ์อาหาร เดลต้า อีเล็กทรอนิกส์ เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ และฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส์ แต่เป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มสาธารณูปโภคที่มีหนี้เป็นสกุลเงินดอลลาร์ เช่น บีกริม โกลบอลเพาเวอร์ ซินเนอร์จี้ และกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์

ประเด็นที่สี่ คือ ปัจจัยกระตุ้นที่กำลังจะมาถึง การประชุมของเฟดที่แจ็กสันโฮล และผลประกอบการของเอ็นวิเดีย ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในระยะสั้น หากเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย อาจทำให้เกิดการรีบาวด์ครั้งใหญ่ในพันธบัตรและหุ้นเติบโต หากสวนทางกลับกัน จะยิ่งซ้ำเติมการเทขายพันธบัตร ผลประกอบการของเอ็นวิเดีย หากออกมาต่ำกว่าคาด จะกระทบต่อธีมปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนความผันผวนที่สำคัญ

ข้อเสนอการลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูง

ในสภาวะปัจจุบัน การลงทุนที่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่น่าสนใจที่สุด คือ การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะปตท.สำรวจและผลิตฯ ปตท. ไทยออยล์ และสตาร์ ปิโตรเลียม เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดอิหร่าน ซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงบวกชัดเจน

การเพิ่มน้ำหนักในหุ้นกลุ่มธนาคาร อย่างธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ และกรุงไทย เพราะผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นช่วยขยายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ

ควรลดน้ำหนักในหุ้นกลุ่มสินเชื่อผู้บริโภค และสายการบิน เพราะเผชิญแรงกดดันทั้งจากต้นทุนการกู้ยืมและราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น

กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยง คือ การถือหุ้นกลุ่มพลังงานคู่กับ การขายหุ้นกลุ่มผู้บริโภคและขนส่ง เพื่อสร้างการป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาค

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ถ้อยแถลงของเฟดที่แจ็กสันโฮล ผลประกอบการเอ็นวิเดีย การคลี่คลายของสถานการณ์อิหร่าน และประสิทธิภาพของมาตรการซื้อคืนพันธบัตรของสหรัฐฯ

สถานการณ์หลักสามแบบ

สถานการณ์พื้นฐาน มีโอกาสร้อยละ 55 คือ ผลตอบแทนพันธบัตรยังคงสูง น้ำมันอยู่เหนือแปดสิบดอลลาร์จากความเสี่ยงอิหร่าน ตลาดหุ้นเคลื่อนไหว sideways ถึงอ่อนตัว โดยมีการรีบาวด์เป็นระยะ แนะนำเพิ่มน้ำหนักพลังงานและธนาคาร ลดน้ำหนักหุ้นเติบโตที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย

สถานการณ์เชิงบวก มีโอกาสร้อยละ 20 คือ เฟดส่งสัญญาณผ่อนคลาย การซื้อคืนพันธบัตรได้ผล ความตึงเครียดอิหร่านคลี่คลาย เอ็นวิเดียรายงานดีเกินคาด จะเกิดการรีบาวด์ครั้งใหญ่ในหุ้นเทคโนโลยีและกลุ่มเติบโต แนะนำปรับพอร์ตออกจากธนาคารและพลังงาน เข้าสู่เทคโนโลยี

สถานการณ์เชิงลบ มีโอกาสร้อยละ 25 คือ เฟดส่งสัญญาณเข้มงวด ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่ง ความขัดแย้งอิหร่านรุนแรง เอ็นวิเดียพลาดเป้า จะเกิดการเทขายครั้งใหญ่ แนะนำถือฟรังก์สวิส เยน และทองคำ พร้อมป้องกันความเสี่ยงด้วยดัชนีหุ้น

ประเด็นสำคัญที่ควรจำ

หุ้นกลุ่มพลังงานเป็นหุ้นที่มีความเชื่อมั่นสูงที่สุดในการถือยาว ราคาน้ำมันกำลังสูงขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งสัมพันธ์กับหุ้นพลังงานในเชิงบวกอย่างชัดเจน

หุ้นกลุ่มธนาคารได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ผ่านการขยายส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ ซึ่งเป็นเทรนด์ระยะกลาง

ควรหลีกเลี่ยงหุ้นสินเชื่อผู้บริโภคและสายการบิน เพราะได้รับผลกระทบเชิงลบจากทั้งอัตราดอกเบี้ยและราคาน้ำมัน

การซื้อคืนพันธบัตรของสหรัฐฯ เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว อย่าคาดหวังการดีดตัวของพันธบัตรที่ยั่งยืน ควรมองหาจังหวะที่อัตราผลตอบแทนลดลง เพื่อเพิ่มน้ำหนักในธนาคารและพลังงาน

การประชุมแจ็กสันโฮลและผลประกอบการของเอ็นวิเดียเป็นปัจจัยไบนารีในสัปดาห์นี้ ควรพิจารณาลดความเสี่ยงโดยรวม หรือใช้เครื่องมือป้องกันความผันผวนก่อนเหตุการณ์

การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ร้อยละ 0.88 เป็นประโยชน์ต่อหุ้นกลุ่มส่งออกไทย อย่างไทยยูเนี่ยน เจริญโภคภัณฑ์อาหาร เดลต้า เคซีอี และฮานา ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนโลกที่สูงขึ้นสำหรับตลาดหุ้นไทย

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V Z Invezzy dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ