สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันเสาร์ที่ หนึ่ง สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที
ภาพรวมตลาดวันนี้ ถูกขับเคลื่อนด้วยความกังวล ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ตะวันออกกลาง ที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ พุ่งขึ้นถึงเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ซ้ำเติมความตึงเครียดเดิม ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมถึงภัยคุกคามทางทะเล จากกลุ่มฮูตี แรงกระแทกจากราคาพลังงานนี้ เกิดขึ้นพร้อมกับช่วงเวลาสำคัญ ของนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่แรงกดดันเงินเฟ้อ จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น กลับทำให้ภาพการชะลอตัวของเงินเฟ้อ ซับซ้อนยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเทคโนโลยียังเผชิญกับ ความแตกต่างของผลประกอบการ ไมโครซอฟท์และซัมซุง รายงานผลงานดี ขณะที่เมต้าและเทสลา ผิดหวัง ส่งผลให้เกิดการโยกย้ายเงินทุน ออกจากหุ้นกลุ่มเอไอ ที่มีมูลค่าสูง
นอกจากนี้ คำเตือนจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ หรือบีไอเอส เกี่ยวกับการลงทุนในเอไอที่มากเกินไป ยิ่งเพิ่มความระมัดระวังเชิงโครงสร้าง ผลลัพธ์สุทธิคือ ตลาดติดอยู่ระหว่าง ความกังวลเงินเฟ้อจากพลังงาน และความเปราะบางของมูลค่าหุ้นเทคโนโลยี โดยมี ความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง ทำหน้าที่เป็นสมอเรือที่เปราะบาง
ขณะนี้ภาวะตลาด อยู่ในโหมดความเสี่ยง จากภูมิรัฐศาสตร์ และความกดดันเงินเฟ้อชะลอตัว แนวโน้มความเชื่อมั่นของนักลงทุน อยู่ในภาวะระมัดระวัง และค่อนข้างเป็นลบ ลดลงจากสัปดาห์ก่อน ที่ยังเป็นกลางอย่างระมัดระวัง เหตุการณ์จริงในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น และผลประกอบการที่น่าผิดหวัง จากหุ้นหลัก อย่างเมต้า เทสลา และเดลต้า ประเทศไทย กำลังกลบปัจจัยบวกแบบโดดๆ ไป
เริ่มต้นที่ประเด็นแรก การยกระดับความขัดแย้ง ในตะวันออกกลาง และผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบโลก พุ่งขึ้นเจ็ดเปอร์เซ็นต์ จากการโจมตีครั้งใหม่ ซึ่งจากฐานข้อมูลความสัมพันธ์ พบว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง พีทีทีอีพี ปตท. ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี โดยได้ประโยชน์จากราคาขายที่สูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม กลุ่มขนส่งและสายการบิน อย่างเอเอวี บางกอกแอร์เวย์ส และเคอีเอ็กซ์ จะเผชิญกับแรงกดดัน จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น กดดันอัตรากำไร
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลยืนยัน จากธนาคารกลางจอร์เจีย ที่ระบุว่าเงินเฟ้อที่สูงขึ้น มาจากราคาพลังงาน สะท้อนกลไกการส่งผ่าน ในระดับมหภาค ดังนั้นจึงคาดว่า หุ้นผู้ผลิตพลังงาน จะปรับตัวขึ้นได้ดี ในช่วงหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ ขณะที่หุ้นสายการบินและขนส่ง จะถูกกดดันในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ส่วนตลาดหุ้นในวงกว้าง จะถูกปรับลดมูลค่าลง จากความคาดหวังเงินเฟ้อ ที่จะกดดันหุ้นเติบโตที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย ในระยะสั้น และหุ้นถ่านหินอย่างบ้านปู และลานนา จะได้รับแรงหนุน ในฐานะพลังงานทดแทน
ประเด็นที่สอง ความแตกต่างของผลประกอบการ เทคโนโลยี และการตั้งคำถาม ต่อมูลค่าหุ้นเอไอ หลังไมโครซอฟท์และซัมซุง ประกาศผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง แต่เมต้าร่วงลง เทสลาพลาดเป้ากระแสเงินสด ไอบีเอ็มปรับลดคาดการณ์รายได้ และที่สำคัญ เดลต้า ประเทศไทย ประกาศผลประกอบการไตรมาสสอง ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดไว้ ส่งผลให้เกิดแรงเทขาย ในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก แนสแด็กปรับตัวลง สองจุดหนึ่งห้าเปอร์เซ็นต์ คอสปี้และฮั่งเส็งปรับตัวลดลงเช่นกัน
จากฐานข้อมูล พบว่าเดลต้าได้รับประโยชน์ จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า แต่ข้อมูลผลประกอบการ ไม่มีกฎตายตัวที่ชัดเจน ขณะที่คำเตือนของบีไอเอส เกี่ยวกับการลงทุนในเอไอ ที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงฟองสบู่ ให้น้ำหนักในเชิงโครงสร้าง ดังนั้นจึงคาดว่า หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และเอไอที่มีมูลค่าสูง จะถูกเทขายในช่วงสั้น ส่วนไมโครซอฟท์และซัมซุง ยังยืนหยัดได้ดี ขณะที่หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย อย่างเดลต้า เคซีอี และฮาน่า จะถูกกดดันต่อเนื่อง หนึ่งถึงสี่สัปดาห์
ประเด็นที่สาม ทางแยกนโยบายธนาคารกลาง ธนาคารกลางสหรัฐคงอัตราดอกเบี้ย ตามที่ตลาดคาดไว้ แต่การตัดสินใจครั้งนี้ กลับต้องเจอกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางยุโรป ส่งสัญญาณว่าอาจชะลอการตัดสินใจ หากราคาพลังงานได้รับผลกระทบ โดยการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่กำลังจะเกิดขึ้น ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอน
จากกฎความสัมพันธ์ที่ชัดเจน การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร เช่น แบงก์กรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ เนื่องจากส่วนต่างดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับดี แต่จะส่งผลลบต่อผู้ให้สินเชื่อรายย่อย อย่างศรีสวัสดิ์ เอ็มทีซี และติดโล่ เพราะต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น นอกจากนี้ คำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐ ที่ยืนหยัดความเป็นอิสระของเฟด ยังเป็นบวกต่อความเชื่อมั่นตลาด
ช่วงต่อไปนี้ คาดว่าหุ้นกลุ่มธนาคาร จะได้แรงหนุนในระดับต่ำถึงปานกลาง จากการคงอัตราดอกเบี้ยที่เกื้อหนุนส่วนต่างดอกเบี้ย ขณะเดียวกันหุ้นเติบโต ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย จะถูกกดดันต่อไป ส่วนหุ้นอสังหาริมทรัพย์ ที่พึ่งพาดอกเบี้ยต่ำ อย่างแสนสิริ เอพี ศุภาลัย และแลนด์แอนด์เฮ้าส์ อาจถูกชะลอแรงกระตุ้น การโอนกรรมสิทธิ์ หากดอกเบี้ยยังทรงตัวในระดับสูง
ประเด็นที่สี่ ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ภายใต้แรงกดดันสองด้าน ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงต้าน จากเดลต้าที่ผลประกอบการออกมาแย่ และก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันที่อ่อนตัว ได้กดดันหุ้นพลังงานและปิโตรเคมี อย่างไรก็ดี ผลประกอบการของกลุ่มธนาคาร ที่ออกมาดีกว่าคาด ยังช่วยพยุงแนวโน้มระยะกลางไว้
กฎความสัมพันธ์ระบุชัดว่า หุ้นพลังงานอย่าง ปตท. และไทยออยล์ ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน หุ้นธนาคารได้ประโยชน์ จากเสถียรภาพของอัตราดอกเบี้ย และหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเดลต้าและเคซีอี ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อน ดังนั้นในระยะต่อไป หุ้นเดลต้าจะถูกกดดันหนักในช่วงสั้น ขณะที่ ปตท. ไทยออยล์ และพีทีทีอีพี จะได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ส่วนหุ้นธนาคารยังได้แรงส่งบวกจากผลประกอบการ โดยภาพรวมดัชนีตลาดหลักทรัพย์ จะเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน ระหว่างแรงหนุนจากพลังงาน และแรงถ่วงจากกลุ่มส่งออกเทคโนโลยี
ธีมการลงทุนที่แนะนำ ด้วยความเชื่อมั่นสูง คือการเพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในหุ้นพลังงาน อย่าง พีทีทีอีพี ปตท. และไทยออยล์ ในขอบเขตหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ จากแรงหนุนราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ขณะเดียวกัน แนะนำให้ลดน้ำหนัก หุ้นสายการบินและขนส่ง อย่าง เอเอวี บางกอกแอร์เวย์ส และเคอีเอ็กซ์ เพราะต้นทุนเชื้อเพลิง กดดันอย่างชัดเจน
ส่วนกลยุทธ์ระยะกลาง คือ การเข้าลงทุนในหุ้นธนาคาร อย่าง แบงก์กรุงเทพ กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ เพราะส่วนต่างดอกเบี้ยยังดี และสินเชื่อในภาคพลังงาน ช่วยเพิ่มคุณภาพสินทรัพย์
ประเด็นที่ต้องติดตาม คือการหยุดยิงในตะวันออกกลาง ที่จะล้างสถานะซื้อน้ำมัน การตัดสินใจของธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่หากเข้มงวดเกินคาด จะเร่งการลดความเสี่ยง ตัวเลขจีดีพีไตรมาสสองของสหรัฐ ที่จะบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือไม่ และผลประกอบการเทคโนโลยีที่จะตามมา
สำหรับสถานการณ์ความเสี่ยง กรณีฐาน มีโอกาสร้อยละห้าสิบห้า ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง ดัชนีตลาดแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยหุ้นพลังงานและธนาคาร เด่นกว่าตลาด ขณะที่กรณีบวก มีโอกาสร้อยละยี่สิบ หากความขัดแย้งคลี่คลาย จีดีพีสหรัฐแข็งแกร่ง และบีโอเจผ่อนคลาย ตลาดจะกลับสู่โหมดรับความเสี่ยง ส่วนกรณีลบ มีโอกาสร้อยละยี่สิบห้า หากเกิดการเผชิญหน้าโดยตรง ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน น้ำมันพุ่งเกินเก้าสิบดอลลาร์ และฟองสบู่เอไอแตก ตลาดจะปรับฐานหนัก มีเพียงพลังงานและทองคำ ที่เป็นที่หลบภัย
โดยสรุป ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเจ็ดเปอร์เซ็นต์ คือตัวเร่งระยะสั้นที่สำคัญที่สุด แนะนำเพิ่มน้ำหนักหุ้นพลังงาน ลดน้ำหนักหุ้นสายการบิน ความแตกต่างของผลประกอบการเทคโนโลยียืนยัน การแยกแยะระหว่างผู้ชนะ กับหุ้นที่ถูกโอเวอร์ไฮป์ การคงดอกเบี้ยของเฟดถูกรับรู้แล้ว แต่ช่องทางที่น้ำมันส่งผ่านเงินเฟ้อ อาจเปลี่ยนมุมมองนโยบาย ให้กลับมาเข้มงวดมากขึ้น หุ้นธนาคารไทย เป็นเกราะป้องกันเชิงคุณภาพ ผลประกอบการเดลต้าที่พลาด ส่งผลต่อหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่ม และคำเตือนของบีไอเอส เป็นสัญญาณเตือนระยะกลาง สำหรับการลงทุนในเอไอ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ