สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพฤหัสบดีที่ สามสิบ กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสามนาฬิกา ยี่สิบสี่นาที ครับ

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพฤหัสบดีที่ สามสิบ กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสามนาฬิกา ยี่สิบสี่นาที ครับ

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกวันนี้ กำลังถูกปรับโฉมครั้งใหญ่ โดยแรงผลักดันหลัก มาจาก การเผชิญหน้าทางทหาร ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งนี่คือ วิกฤตพลังงานจากภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลโดยตรง ให้ราคาน้ำมันดิบ ยังคงทรงตัวในระดับสูง และกำลังเติมเชื้อไฟ ให้กับภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก

โดย แบล็คร็อค ได้ออกมาประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพียงอย่างเดียว อาจทำให้เงินเฟ้อโลก เพิ่มขึ้นได้ถึง ศูนย์จุดแปด เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียวครับ

และแรงกระแทกด้านพลังงานนี้ เกิดขึ้นในจังหวะที่ตรงกับ สัปดาห์แห่งการตัดสินใจของธนาคารกลาง ที่สำคัญที่สุดของไตรมาสนี้ เพราะภายใน สี่สิบแปด ชั่วโมงนี้ เราจะได้เห็นทั้ง ผลการประชุมของเฟด และธนาคารกลางญี่ปุ่น ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ไตรมาสสองของสหรัฐฯ และผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่

ซึ่งตลาดการเงิน ได้สะท้อนความกังวลนี้ออกมา โดยคาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้สูงถึง ร้อยละ เจ็ดสิบเอ็ด ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในเดือนกันยายนนี้ครับ

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน กำลังเกิดขึ้นผ่านการสับเปลี่ยนหมุนกลุ่มหุ้นอย่างรุนแรง โดย ตลาดหุ้นโตรอนโต หรือ ทีเอสเอ็กซ์ ของแคนาดา เพิ่งพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งขับเคลื่อนโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่ ตลาดหุ้นฮั่งเส็ง เริ่มฟื้นตัวขึ้น ร้อยละ ศูนย์จุดสี่ นำโดยหุ้นเทคโนโลยีและการเงิน

ในทางกลับกัน ราคาทองคำ ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างต่อเนื่อง จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า และการคาดการณ์เรื่องนโยบายการเงินที่ตึงตัวครับ

สภาพตลาดโดยรวม ยังคงอยู่ในโซน ระมัดระวังและมีมุมมองเชิงลบ แต่ด้วยการฟื้นตัวของฮั่งเส็ง และดัชนีทีเอสเอ็กซ์ที่ทำนิวไฮ แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนไม่ได้หนีออกจากตลาดทั้งหมด แต่กำลังหมุนเงินลงทุนครั้งใหญ่ เข้าสู่กลุ่มที่ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน และธนาคารครับ

มาดูข้อมูลตลาดที่สำคัญกันนะครับ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ หรือ ดัชนีดีเอ็กซ์วาย ยังคงแข็งค่าที่ระดับ หนึ่งร้อยหนึ่งจุดศูนย์ ขณะที่ ค่าเงินลีราตุรกี ยังคงทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ระดับ สี่สิบเจ็ดจุดสอง ต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งดอกย้ำถึงวิกฤตของประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานครับ

สำหรับตลาดหุ้นไทย ดัชนีเซ็ท อยู่ที่ระดับ หนึ่งพันหกร้อยยี่สิบเจ็ด จุดเก้าศูนย์ ปรับตัวขึ้น ร้อยละ ศูนย์จุดสามเก้า โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคาร และกลุ่มพลังงานครับ

ในประเด็นแรก เรื่องการปะทะระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน ซึ่งนี่คือตัวเร่งให้เงินเฟ้อกลับมา แบล็คร็อค ได้ออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่า ความตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซ อาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อโลกขึ้น ศูนย์จุดแปด เปอร์เซ็นต์ โดยภูมิภาคยุโรปและเอเชีย ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด

จากฐานข้อมูลที่เรามี ยืนยันความสัมพันธ์โดยตรงว่า ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น เป็นผลบวก อย่างมีนัยสำคัญต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน และสาธารณูปโภคในไทย อย่าง พีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ และสตาร์ปิโตรเลียม และเป็นผลบวกต่อหุ้นถ่านหิน อย่างบ้านปู และลานนารีซอร์สเซส ด้วย

แต่ในทางตรงกันข้าม ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง กลับส่งผลลบโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ อย่าง เอเชีย เอวิเอชั่น การบินกรุงเทพ และ เคอีเอ็กซ์ จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่กดดันมาร์จิ้นอย่างหนัก

ไม่เพียงเท่านั้น โรงไฟฟ้าที่มีหนี้สินเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่าง บี.กริม เพาเวอร์ โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ และ กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ กำลังเผชิญกับแรงกดดันสองทาง ทั้งจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่แพงขึ้น และภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าครับ

ความน่าจะเป็นที่ร้อยละ เจ็ดสิบเอ็ด ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนี้ เชื่อมโยงโดยตรงกับตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนด้วยราคาพลังงาน เราจึงยังคงมุมมอง เชิงบวกสูงสุด ต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะ พีทีทีอีพี และพีทีที ครับ

สำหรับประเด็นที่สอง สัปดาห์แห่งการตัดสินใจของธนาคารกลาง ระหว่างเฟดและธนาคารกลางญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลจีดีพีและผลประกอบการเทคฯ กำลังจะกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยตลาดให้น้ำหนัก ร้อยละ เจ็ดสิบเอ็ด กับการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน

หลักฐานในอดีตยืนยันว่า การขึ้นดอกเบี้ย เป็นผลบวกอย่างสูงต่อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น แบงก์กรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ทีทีบี และกรุงศรี จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ ที่กว้างขึ้น ซึ่งเราเห็นภาพนี้แล้วในตลาดยุโรป ที่ดัชนี ยูโร สต็อกซ์ แบงก์ส ปรับตัวขึ้น ร้อยละ ศูนย์จุดห้าแปด

ในทางตรงข้าม หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่าง ศรีสวัสดิ์ เมืองไทย แคปปิตอล และเงินติดล้อ จะถูกกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อย่าง แสนสิริ เอพี ไทยแลนด์ ศุภาลัย และแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ก็จะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อของผู้กู้ที่ลดลง หากไม่มีมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐออกมา

เรามองว่าการถือครองหุ้นกลุ่มพลังงาน และธนาคารขนาดใหญ่ ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่น่าเชื่อถือที่สุด ในช่วงนี้ครับ

ในประเด็นที่สาม ตลาดรูปตัวเค กำลังเร่งตัวขึ้น โดยการฟื้นตัวของฮั่งเส็ง ที่นำโดยหุ้นเทคฯ เป็นเพียงการฟื้นตัวเชิงเทคนิค ขณะที่การทำนิวไฮของตลาดหุ้นแคนาดา จากหุ้นพลังงาน คือการยืนยันทิศทางที่แท้จริง

สำหรับหุ้นกลุ่มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ของไทย อย่างเดลต้า เคซีอี และฮานา ไมโครอิเล็กทรอนิคส์ แม้ว่าจะได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อน แต่ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการถูกปรับลดมูลค่าของหุ้นเทคฯ ทั่วโลก ซึ่งข้อมูลส่งออกที่แข็งแกร่งของจีน และการปรับเพิ่มจีดีพีของเกาหลีใต้ อาจเป็นปัจจัยบวกมาช่วยประคองไว้ได้บ้าง

เราจึงแนะนำให้ ถือน้ำหนักลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน และแบงก์ต่อไป ส่วนหุ้นกลุ่มเทคฯ นั้น ควรเลือกสะสมเป็นรายตัว โดยอาศัยจังหวะที่ราคาอ่อนตัวลงครับ

และในประเด็นสุดท้าย เรื่องของทองคำ ที่ราคากำลังถูกกดดันอย่างหนัก แม้ว่าจะมีข่าวความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งนี่คือ สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่า ตลาดกำลังตีความวิกฤตนี้ ว่าเป็นปัญหาเงินเฟ้อ ไม่ใช่ปัญหาความเสี่ยงของตลาด เงินทุนจึงไหลเข้าหาดอลลาร์สหรัฐ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แทนที่จะเป็นทองคำครับ

สรุปกลยุทธ์การลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูงสุด ในช่วง หนึ่งถึงสี่สัปดาห์ต่อจากนี้ คือ การ ลงน้ำหนักเพิ่ม ในหุ้นกลุ่มพลังงานขนาดใหญ่ และหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยมี พีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ และ แบงก์กรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ เป็นแกนหลักของพอร์ต

และ ลดน้ำหนัก หุ้นกลุ่มขนส่ง กลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีหนี้สกุลเงินต่างประเทศ อย่าง บี.กริม และกัลฟ์ และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้งใช้สถานะซื้อดอลลาร์สหรัฐ เพื่อป้องกันความเสี่ยงค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ครับ

สำหรับความเสี่ยงที่ต้องจับตาใน สี่สิบแปด ชั่วโมงข้างหน้า คือ ผลการประชุมเฟด ถ้อยแถลงของประธานเฟด และท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดการเงินโลกอย่างชัดเจนครับ

กรณีความเสี่ยงสำคัญ หากการปะทะในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น จนทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ถูกปิดกั้นบางส่วน ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ หนึ่งร้อยสามสิบดอลลาร์สหรัฐ โลกจะเผชิญภาวะช็อก ที่มีเพียงหุ้นพลังงานและดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ที่เป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยครับ

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ