สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพฤหัสบดีที่ สามสิบ กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา สิบเจ็ดนาที
ท่านผู้ฟังครับ ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคโลก กำลังถูกบีบรัดด้วยสองปัจจัยสำคัญ นั่นคือ การคุมเข้มนโยบายการเงิน และภาวะช็อคด้านอุปทานจากภูมิรัฐศาสตร์
นางลิซ่า คุก ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า จะให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ มากกว่า ความอ่อนแอของตลาดแรงงาน นี่เป็นสัญญาณว่า ดอกเบี้ยสหรัฐจะยังคงอยู่ในระดับสูง และอาจปรับขึ้นได้อีก ทำลายความหวัง การเปลี่ยนทิศทางนโยบายในเร็วๆ นี้
ในขณะเดียวกัน ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ก็ทวีความรุนแรงขึ้น อิหร่านได้สั่งการให้กองกำลังฮูตี เตรียมปิดล้อมการขนส่งน้ำมันในทะเลแดง นี่คือชนวนสำคัญ ที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบ พุ่งขึ้นเหนือ หนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างเด็ดขาด
แรงกดดันสองด้าน ทั้งนโยบายการเงินที่เข้มงวด และเงินเฟ้อจากพลังงาน นำไปสู่ สภาวะแรงกดดันแบบสแต็กเฟลชัน หรือ เงินเฟ้อสูงท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว ในอดีต สภาพแวดล้อมแบบนี้จะลงโทษหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เช่น เทคโนโลยี และสินค้าฟุ่มเฟือย ในขณะที่เป็นบวกต่อ ผู้ผลิตพลังงาน สถาบันการเงินบางแห่งที่ได้ประโยชน์จากส่วนต่างดอกเบี้ย และสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ
การประชุมเฟดและธนาคารกลางญี่ปุ่น ตัวเลขจีดีพีไตรมาสสองของสหรัฐ และผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะมาชี้ชะตาทิศทางตลาดครับ
สำหรับภาพรวมความเชื่อมั่นในการลงทุน ตอนนี้อยู่ในภาวะ ระมัดระวัง และมีแนวโน้มเป็นลบ ความเชื่อมั่นย่ำแย่ลงจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จากถ้อยแถลงเชิงกร้าวของนางคุก และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คำเตือนของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ หรือ บีไอเอส เรื่องความเสี่ยงฟองสบู่การลงทุนในเอไอ ก็เพิ่มความกังวลเสถียรภาพการเงินอีกทาง
ความอยากลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงกำลังลดลง เงินทุนกำลังหมุนเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย และหุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีของไทย รวมถึงหุ้นธนาคารบางแห่ง ตลาดหุ้นบราซิล โดดเด่นเป็นขาขึ้น นำโดยดัชนีอีโบวาสปา ที่พุ่งแรง จากข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัว
สำหรับมุมมองในตลาดหุ้นทั่วโลก มีข้อมูลที่จำกัด แต่พอจะประมวลได้ว่า ดัชนีนิฟตี้ ฟิฟตี้ ของอินเดีย ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย อยู่ในแดนบวก ดัชนีอียูหนึ่งร้อย ของยุโรป ทรงตัว ดัชนีตลาดการเงินดูไบ ปรับตัวลงเล็กน้อย ส่วนตลาดตราสารหนี้ สกุลเงิน และความผันผวน เราไม่มีข้อมูลอัปเดตในส่วนนี้
แต่มีข้อมูลสำคัญ คือ เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ราคาทองคำปรับตัวลง เพราะถูกกดดันจากดอลลาร์แข็ง และความกังวลเงินเฟ้อ จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต อยู่เหนือระดับ หนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลครับ
เรามาดูการวิเคราะห์เชิงประเด็นกัน ประเด็นแรก การคงจุดยืนสายเหยี่ยวของเฟด จาก “ดอกเบี้ยสูงนานขึ้น” กลายเป็น “ดอกเบี้ยสูงขึ้นและสูงอีก”
ผู้ว่าการลิซ่า คุก ส่งสัญญาณชัดว่า เฟดให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเงินเฟ้อ มากกว่าตลาดแรงงาน โดยบอกเป็นนัยว่า ดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน และอาจปรับขึ้นอีก จากฐานข้อมูลความสัมพันธ์ในอดีต อัตราดอกเบี้ยนโยบาย และผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น มีผลกระทบเชิงบวกโดยตรงกับหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ผ่านการขยายตัวของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ
ในทางตรงกันข้าม สถานการณ์เดียวกันนี้ จะส่งผลลบ ต่อผู้ประกอบการสินเชื่อรายย่อยและไมโครไฟแนนซ์ เพราะต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น บีบอัดส่วนต่างกำไร คำตัดสินของศาลสูงสหรัฐที่ยืนยันความเป็นอิสระของเฟด ก็เป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้าง
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น คือ หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ เช่น บีบีแอล, เคแบงก์, เอสซีบี, เคทีบี, ทีทีบี และ บีเอวาย จะเป็นบวกในระดับสูง ในขอบเขตเวลาหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ ในขณะที่ กลุ่มสินเชื่อรายย่อย เช่น ศรีสวัสดิ์, เมืองไทยแคปปิตอล และ เงินติดล้อ จะเป็นลบอย่างมีนัยสำคัญ ในช่วงเวลาเดียวกัน
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเติบโตทั่วโลก ก็จะเป็นลบเช่นกัน จากแรงกดดันมูลค่าหุ้นที่ถูกลง กลไกการส่งผ่านเป็นไปตามตำรา คือ ดอกเบี้ยนโยบายสูงขึ้น ทำให้ธนาคารมีรายได้จากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยเงินฝากขยับตามช้า อย่างไรก็ตาม ผลกระทบลำดับที่สองคือ ต้นทุนเงินกู้ที่สูงขึ้น ทำให้การใช้จ่ายผู้บริโภคหดตัว และคำเตือนของบีไอเอสเรื่องการลงทุนในเอไอ ก็สอดรับกับเรื่องนี้ครับ
ประเด็นที่สอง การยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และน้ำมันเหนือหนึ่งร้อยดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นแรงกระแทกจากอุปทานพลังงาน
เมื่ออิหร่านสั่งการให้กลุ่มฮูตี เตรียมปิดล้อมการขนส่งทางทะเล น้ำมันดิบได้ทะลุหนึ่งร้อยดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากฐานข้อมูลความสัมพันธ์ ราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างการกลั่นที่สูงขึ้น มีผลบวกโดยตรงกับผู้ผลิตพลังงานและสาธารณูปโภค ได้แก่ ปตท.สผ., ปตท., ไทยออยล์ และ สตาร์ปิโตรเลียม
ในทางกลับกัน ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น เป็นลบต่อกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ เช่น เอเชีย เอวิเอชั่น, กรุงเทพการบิน และ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส น้ำมันที่แพงยังป้อนเข้าสู่เงินเฟ้อทั่วไป ซึ่งยิ่งตอกย้ำจุดยืนของเฟด
ผลกระทบจากเรื่องนี้ คือ หุ้นพลังงานต้นน้ำ และผู้ผลิตครบวงจร จะเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้นถึงกลาง หุ้นปิโตรเคมี ก็เป็นบวกเช่นกัน ส่วนหุ้นสายการบินและขนส่ง จะเป็นลบในระดับปานกลาง ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ยังเป็นเหมือนการเก็บภาษีจากการบริโภคครับ
ประเด็นที่สาม ผลกระทบจากความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน ต่อการค้าโลกและความเปราะบางของค่าเงินตลาดเกิดใหม่
ความตึงเครียดและภัยคุกคามทางทะเล สร้างแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และหมุนเงินทุนออก เอเชีย พลัส ได้ระบุว่ามีสามปัจจัยเสี่ยงโลกที่สำคัญ ซึ่งกำลังผลักดันให้เกิดการหมุนเงินทุน เข้าสู่หุ้นในตลาดเกิดใหม่บางตัว โดยเฉพาะหุ้นไทย
จากฐานข้อมูล เงินดอลลาร์แข็งและเงินบาทอ่อน มีผลกระทบสองด้าน คือ เป็นบวกต่อผู้ส่งออกอาหารและเครื่องดื่ม เพราะรายได้จากต่างประเทศ แปลงกลับมาเป็นเงินบาทได้มากขึ้น และเป็นบวกต่อผู้ส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แต่จะเป็นลบต่อผู้ผลิตพลังงาน ที่มีหนี้สินเป็นสกุลเงินดอลลาร์ เพราะต้นทุนการชำระหนี้สูงขึ้น จากค่าเงินบาทที่อ่อน
ประเทศไทยกำลังถูกคาดการณ์ว่า ดุลการค้าเดือนมิถุนายนจะขาดดุลประมาณ สี่พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้เงินบาทอ่อนค่า หุ้นกลุ่มผู้ส่งออกอาหาร เช่น ไทยยูเนี่ยน, ซีพีเอฟ, ไอ-เทล และ เอเชี่ยน อะไบโอเทค จะได้ประโยชน์ เช่นเดียวกับผู้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เดลต้า, เคซีอี และ ฮานา แต่ผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีหนี้ดอลลาร์ เช่น บี.กริม, โกลบอล เพาเวอร์ และ กัลฟ์ จะเผชิญแรงกดดัน
ประเด็นสุดท้าย กระแสใต้น้ำด้านเสถียรภาพการเงิน การล้มละลายของธนาคารเงา และความตึงเครียดในตลาดพันธบัตรรัสเซีย
การล่มสลายของ มาร์เก็ต ไฟแนนเชียล โซลูชั่นส์ หรือ เอ็มเอฟเอส ในสหราชอาณาจักร ท่ามกลางข้อกล่าวหาฉ้อโกง ได้จุดชนวนการล้มละลายในภาคบริการการเงิน ในเวลาเดียวกัน กระทรวงการคลังรัสเซีย ได้ระงับการประมูลพันธบัตรรัฐบาล หลังจากที่การประมูลล้มเหลวติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนถึงความผิดปกติของตลาดอย่างลึกซึ้ง
ผลกระทบในตอนนี้ ยังจำกัดวงและต้องจับตาดู การล้มของเอ็มเอฟเอสส่งผลลบต่อความเชื่อมั่นในภาคการเงินวงกว้าง แต่การล้มเหลวของพันธบัตรรัสเซีย อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะตึงตัวทางการเงินในตลาดเกิดใหม่
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนจากนี้ ท่านผู้ฟังครับ ข้อสรุปที่มีความเชื่อมั่นสูง คือ การลงทุน แบบเลือกซื้อกลุ่มพลังงาน และขายกลุ่มขนส่ง ควบคู่กับการเลือกลงทุนในหุ้นธนาคาร
หนึ่ง ควรลงทุนเพิ่มในหุ้นกลุ่มพลังงานครบวงจร เช่น ปตท.สผ., ปตท., ไทยออยล์ และ สตาร์ปิโตรเลียม ซึ่งเป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันเหนือร้อยดอลลาร์ มีความเชื่อมั่นสูงจากข้อมูลในอดีต
สอง ควรลงทุนเพิ่มในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ เช่น บีบีแอล, เคแบงก์ และ เอสซีบี จากส่วนต่างดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น แต่ควรลดหรือหลีกเลี่ยงกลุ่มสินเชื่อรายย่อย เช่น ศรีสวัสดิ์, เมืองไทยแคปปิตอล และ เงินติดล้อ
สาม ควรลดการลงทุนในหุ้นสายการบินและขนส่ง เช่น เอเชีย เอวิเอชั่น, กรุงเทพการบิน และ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส
และสี่ เลือกลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อน เช่น ผู้ส่งออกอาหาร ไทยยูเนี่ยน, ซีพีเอฟ และผู้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ เดลต้า, เคซีอี
สำหรับสถานการณ์ความเสี่ยง กรณีฐาน มีโอกาสเกิดขึ้น ร้อยละห้าสิบห้า คือ เฟดคงดอกเบี้ย แต่ส่งภาษาคุมเข้ม ความตึงเครียดตะวันออกกลางยังคุกรุ่น ราคาน้ำมันแกว่งตัวในกรอบ เก้าสิบห้า ถึง หนึ่งร้อยสิบดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
กรณีที่ดี มีโอกาสร้อยละยี่สิบ คือ มีความก้าวหน้าทางการทูตสหรัฐ-อิหร่าน น้ำมันร่วงต่ำกว่าเก้าสิบดอลลาร์สหรัฐ จีดีพีออกมาดี ตลาดหุ้นฟื้นตัว
และกรณีเลวร้าย มีโอกาสร้อยละยี่สิบห้า คือ สหรัฐโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอิหร่าน เกิดการปิดล้อมทะเลแดง น้ำมันพุ่งเกิน หนึ่งร้อยยี่สิบดอลลาร์สหรัฐ เฟดจำใจขึ้นดอกเบี้ยอีก ตลาดหุ้นร่วงหนัก มีเพียงหุ้นพลังงานเท่านั้นที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก
สรุปสาระสำคัญครับ สัญญาณเชิงกร้าวของผู้ว่าการเฟด ลิซ่า คุก เป็นข้อมูลมหภาคที่สำคัญที่สุด ผู้ลงทุนควรจัดพอร์ตตามการขยายตัวของส่วนต่างดอกเบี้ยธนาคารใหญ่ ราคาน้ำมันเหนือหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐ เป็นแรงหนุนต่อกลุ่มพลังงานอย่างชัดเจน และเป็นอุปสรรคของธุรกิจขนส่ง อย่าลืมว่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ยังไม่ได้สะท้อนไปในราคา
ค่าเงินบาทที่อ่อนจากดุลการค้าขาดดุลและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีทิศทางที่แตกต่างกัน ควรซื้อหุ้นผู้ส่งออกอาหารและอิเล็กทรอนิกส์ แต่ขายผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีหนี้สกุลดอลลาร์ การล่มสลายของธนาคารเงาและตลาดบอนด์รัสเซีย คือสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า สัปดาห์นี้จะเป็นจุดวัดความผันผวนครั้งสำคัญ จากผลประชุมเฟดและธนาคารกลางญี่ปุ่น จีดีพีสหรัฐ และผลประกอบการเทคฯ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ