สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันอังคารที่ ยี่สิบแปด กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที ครับ
ตลาดการเงินโลก กำลังเผชิญกับภาวะ สแตกเฟลชัน กดดัน จากราคาพลังงาน ที่พุ่งสูง บวกกับท่าทีเข้มงวด ของธนาคารกลางสหรัฐ ครับ
ราคาน้ำมันดิบ ได้ทะยานขึ้นไป เหนือหนึ่งร้อยดอลลาร์ ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียด ระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน รวมถึงการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ของกบฏฮูธี ในทะเลแดง
ขณะที่ ลิซ่า คุก หนึ่งในผู้ว่าการเฟด ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ สำคัญกว่าตลาดแรงงาน นั่นหมายความว่า ดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ระดับสูง เป็นเวลานาน ครับ
แรงกดดันนี้ ได้สร้างความเสียหาย ให้กับหุ้นกลุ่มเติบโต และหุ้นเทคโนโลยี ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย อย่างที่เราเห็น การเทขายหุ้นเทสล่า และอัลฟาเบท อย่างรุนแรง จากความกังวล เรื่องการใช้จ่ายด้านเอไอ
ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคาร กลับเป็นผู้ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะธนาคารเอ็มยูเอฟจี ของญี่ปุ่น ที่เพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่ เป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาด สูงที่สุดในญี่ปุ่น ครับ
มาดูกันที่ ประเด็นหลัก ที่ขับเคลื่อนตลาด ณ เวลานี้
ประเด็นแรก วิกฤตน้ำมันระลอกใหม่ พุ่งชนนโยบายธนาคารกลาง
การโจมตีเรือซาอุดิอาระเบีย โดยกลุ่มฮูธี และการปิดกั้นช่องแคบเดินเรือสำคัญ ทำให้ราคาน้ำมัน พุ่งขึ้นถึง หกเปอร์เซ็นต์ ในวันเดียว และดันให้ราคายืนเหนือ หนึ่งร้อยดอลลาร์ ได้สำเร็จ
จากฐานข้อมูลความสัมพันธ์ ในอดีตยืนยันชัดเจนว่า เมื่อน้ำมันขึ้น หุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น จะปรับตัวขึ้นตาม เป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์ โดยตรงมากที่สุด
ในทางตรงกันข้าม หุ้นสายการบิน และโลจิสติกส์ ซึ่งมีต้นทุนหลักเป็นค่าน้ำมัน จะถูกกดดันอย่างหนัก ทันที
และผลกระทบ จะลามไปถึง ภาคการบริโภค เพราะราคาพลังงาน จะไปลดทอน รายได้สุทธิ ของประชาชน ครับ
ประเด็นที่สอง วันพิพากษา การลงทุนด้านเอไอ ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่
การที่เทสล่า ทำกระแสเงินสด ต่ำกว่าคาด ส่วนอัลฟาเบท มีการใช้จ่ายลงทุน ด้านเอไออย่างหนัก โดยที่ผลตอบแทนยังไม่ชัดเจน ได้จุดชนวนให้เกิดการเทขาย
ตลาดกำลังแยกแยะ ระหว่างผู้ที่ โชว์รายได้จากเอไอได้จริง อย่างอินเทล และพวกที่ทุ่มเงินมหาศาล โดยยังไม่มีผลกำไร
ในภาวะที่ดอกเบี้ยสูง หุ้นเทคโนโลยี ที่มีพีอีเรโช สูงๆ จะถูกบีบอัดมูลค่าลง นี่คือผลกระทบ โดยตรง จากดอกเบี้ยขาขึ้น ครับ
ประเด็นที่สาม นโยบายการเงินที่แตกต่าง ระหว่างธนาคารกลางใหญ่ของโลก
เฟดยืนกราน จะคุมเงินเฟ้อก่อน ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป คงดอกเบี้ย แต่ก็เตือนถึงผลกระทบรอบสอง จากราคาพลังงาน
การเปลี่ยนขั้วนโยบาย ของธนาคารกลางญี่ปุ่น ได้ดันให้หุ้นกลุ่มธนาคารญี่ปุ่น พุ่งขึ้นถ้วนหน้า สะท้อนไปทั่วโลกว่า หุ้นธนาคาร ได้ประโยชน์ จากส่วนต่างดอกเบี้ย ที่กว้างขึ้น
วงการธนาคาร คือผู้ชนะโดยปริยาย จากภาวะดอกเบี้ยสูง ครับ
และประเด็นสุดท้าย ความเสี่ยงจากการค้า และการเมือง
การที่สหรัฐ ขึ้นภาษีนำเข้า สิบถึงสิบสองจุดห้าเปอร์เซ็นต์ กับหกสิบประเทศ เป็นการเติมเชื้อไฟ ให้กับเงินเฟ้อ และสร้างแรงกดดัน ต่อหุ้นกลุ่มส่งออก และการขนส่งทั่วโลก
สงครามการค้า ในยามนี้ ยิ่งซ้ำเติมปัญหา เพราะมันเป็นทั้งตัวเร่งเงินเฟ้อ และตัวถ่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจ ครับ
สำหรับภาพรวมการลงทุน ในช่วงหนี่งถึงสี่สัปดาห์นี้
กลยุทธ์ที่ชัดเจนที่สุด คือ เน้นลงทุนหนัก ในกลุ่มพลังงานสำรวจและผลิต และกลุ่มโรงกลั่น
ถือสถานะซื้อ ในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่ได้ประโยชน์ จากดอกเบี้ยขาขึ้น
ในขณะเดียวกัน ให้ลดน้ำหนัก หรือเปิดสถานะขาย สำหรับหุ้นสายการบิน และธุรกิจขนส่ง ที่มีต้นทุนน้ำมันสูง
รวมถึงหุ้นเทคโนโลยี และหุ้นเก็งกำไรเอไอ ที่ยังไม่มีผลตอบแทนที่ชัดเจนด้วย ครับ
และนี่คือปัจจัยสำคัญ ที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้
การตัดสินใจนโยบายของเฟด และธนาคารกลางญี่ปุ่น, ตัวเลขจีดีพี ไตรมาสสอง ของสหรัฐ,
ทิศทางราคาน้ำมัน ว่าจะทะลุหนึ่งร้อยห้าดอลลาร์ หรือปรับฐานลงมาต่ำกว่าเก้าสิบห้าดอลลาร์,
รวมถึงสัญญาณใดๆ ก็ตาม เกี่ยวกับการคลี่คลายความขัดแย้ง ในตะวันออกกลาง ครับ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ