ข่าวเศรษฐกิจมหภาค VOICE

Economic Voice News

24 September 2026

📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 23/09/2026 11:23 pm

สวัสดีครับ สวัสดีตอนเช้า ท่านผู้ชมทุกท่าน ครับ
Voice News

สวัสดีครับ สวัสดีตอนเช้า ท่านผู้ชมทุกท่าน ครับ

ขอต้อนรับเข้าสู่ รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพฤหัสบดี ที่ ยี่สิบสี่ กันยายน สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา ยี่สิบเอ็ดนาที ครับ

วันนี้เรามีประเด็นสำคัญ ที่ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดครับ

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก ในขณะนี้ กำลังตึงเครียดสุดขีด ครับ สงครามระหว่าง นโยบายเข้มงวดของธนาคารกลาง และ ภาวะช็อกจากราคาพลังงาน กำลังส่งสัญญาณถึงภาวะ เศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อ หรือที่เราเรียกว่า สเตกเฟลชัน นั่นเองครับ

ล่าสุด ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปีสองพันยี่สิบสาม ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ครับ โดยพันธบัตรอายุสิบปีของสหรัฐฯ แตะที่ สี่จุดเก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์ พันธบัตรเยอรมนี สูงกว่าสามจุดห้าเปอร์เซ็นต์ และพันธบัตรญี่ปุ่น สูงกว่าสามเปอร์เซ็นต์

การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนครั้งนี้ ส่งผลกระทบโดยตรง ต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียุคใหม่ หรือไฮเปอร์สเกลเลอร์ โดยเฉพาะหุ้นเอไอ ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงในอนาคต เพราะมูลค่าหุ้นถูกลดทอนลง จากอัตราคิดลดที่สูงขึ้นครับ

ในอีกด้านหนึ่ง ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การคุกคามปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งขึ้นแตะหนึ่งร้อยแปดดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ความพยายามทางการทูต ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ติดต่อกันสี่วันทำการครับ

แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ การที่ราคาน้ำมันลดลง กลับไม่สามารถพยุงตลาดหุ้นไว้ได้ ดังที่เราเห็นในวันที่ยี่สิบเอ็ด ถึงยี่สิบสี่กันยายน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พยายามรีบาวด์ แต่ก็ถูกเทขายกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ที่สูงขึ้นนั้นรุนแรงกว่า นี่คือสัญญาณของตลาดหมี ที่ชัดเจนมากครับ

สำหรับธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือบีโอเจ ที่เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ย เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาก เพราะจะทำให้เงินเยนแข็งค่า และส่งผลต่อการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยเฉพาะกองทุนที่กู้ยืมเงินเยน เพื่อไปลงทุนต่างประเทศ

นอกจากนี้ ค่าดอลลาร์สหรัฐที่แข็งแกร่ง ยังสร้างแรงกดดันต่อตลาดเกิดใหม่ หรืออีเอ็ม อย่างหนักครับ ดัชนีดอลลาร์ดีเอ็กซ์วาย ปรับตัวขึ้นมาที่ระดับหนึ่งร้อยจุดหก ซึ่งส่งผลให้เงินทุนไหลออก จากตลาดเกิดใหม่ และกดดันค่าเงินท้องถิ่นอีกด้วยครับ

คำแนะนำการลงทุนที่มีความมั่นใจสูง ในช่วงนี้ คือ การลดน้ำหนักการลงทุน ในหุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยสูง เช่น หุ้นเทคโนโลยีระยะยาว และเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์ระยะสั้น ที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง เช่น หุ้นพลังงานบางตัว หรือหุ้นกลุ่มการเงินที่ได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยสูง สำหรับการป้องกันความเสี่ยง การถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐ และการขายอีเอ็มเอฟเอ็กซ์ น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมครับ

แนวโน้มตลาดในอีกสองถึงหกสัปดาห์ข้างหน้า ขึ้นอยู่กับ การตัดสินใจของธนาคารกลางญี่ปุ่น ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และพัฒนาการในตะวันออกกลางครับ

สำหรับสถานการณ์หลัก มีโอกาสร้อยละห้าสิบห้า ที่เฟดจะยังคงเข้มงวด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะทรงตัวสูง ดัชนีหุ้นจะค่อยๆ ปรับตัวลง แนวรับที่ดีที่สุดคือ หุ้นกลุ่มปลอดภัยและเงินสดครับ

ขณะที่สถานการณ์เชิงบวก มีโอกาสร้อยละยี่สิบ ที่น้ำมันจะลดลงต่ำกว่าแปดสิบห้าดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เงินเฟ้อลดลง เฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ย และตลาดหุ้นเทคโนโลยี่จะรีบาวด์อย่างรุนแรงครับ

แต่สถานการณ์เลวร้ายที่สุด ที่มีโอกาสร้อยละยี่สิบห้า คือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้น้ำมันพุ่งสูงกว่าร้อยยี่สิบดอลลาร์สหรัฐ เกิดวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ตลาดหุ้นจะเข้าสู่ภาวะตลาดหมี หรือปรับตัวลงมากกว่าร้อยละยี่สิบครับ

ก่อนจากกัน หมั่นติดตามปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การตัดสินใจของธนาคารกลางญี่ปุ่น การประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ครับ

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น

ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า ไอ วี ซี อินเวซซี่ ดอท อีดีไอ เอไอ ดอท เทค สวัสดีครับ

⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 24 September 2026 - 06:23 น.