Economic Voice News
08 August 2026
📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 08/08/2026 5:39 am
สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันเสาร์ที่ แปด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที
Voice News
สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันเสาร์ที่ แปด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที
เริ่มต้นที่ภาพรวมตลาดวันนี้ครับ ตลาดกำลังเผชิญกับกระแสที่ซับซ้อน ระหว่างการดีดตัวของราคาพลังงาน และความกังวลเรื่องนโยบายการเงิน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในรอบสัปดาห์นี้ถึงเจ็ดถึงสิบเปอร์เซ็นต์ หลังจากที่ปรับตัวลงถึงสิบแปดเปอร์เซ็นต์ในรอบเดือนที่ผ่านมา สิ่งนี้จุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง ในขณะที่ตลาดกำลังรอข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคที่สำคัญ
คำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่ยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ก็ยังถูกหักล้างด้วยความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งทำให้ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงติดต่อกันหลายวัน
ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศหรือบีไอเอส ได้ออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่า การลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังบูมอย่างหนัก อาจเสี่ยงต่อการเกิดฟองสบู่ทางการเงิน เนื่องจากต้นทุนที่ซ่อนอยู่กำลังเริ่มปรากฏขึ้น สถานการณ์นี้สร้างรูปแบบตลาดแบบเคเชพ ซึ่งกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงผู้ผลิตพลังงาน ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่กลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยและต้นทุนเชื้อเพลิงกำลังเผชิญแรงกดดัน
สำหรับภาพรวมบรรยากาศการลงทุนในขณะนี้ จัดอยู่ในเกณฑ์ระมัดระวังในทิศทางขาลง เนื่องจากมีแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เรามาดูภาพรวมสินทรัพย์สำคัญกันครับ
ดัชนีฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ทั้งเอสแอนด์พีห้าร้อยและดาวโจนส์ ปรับตัวลดลงเป็นวันที่สอง สะท้อนความกังวลเรื่องดอกเบี้ย ส่วนตลาดหุ้นยุโรปทรงตัวแบบผสมผสาน จากการชั่งน้ำหนักระหว่างเงินเฟ้อจากพลังงานและผลประกอบการ
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐหรือดีเอ็กซ์วาย อยู่ที่หนึ่งร้อยจุดแปดห้าเสี่ยสี่ เคลื่อนไหวทรงตัวรายวัน แต่ปรับตัวลงเล็กน้อยในรอบสัปดาห์ที่ศูนย์จุดสองห้าเปอร์เซ็นต์ ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต หรือดับเบิลยูทีไอ ปิดที่เจ็ดสิบสามดอลลาร์สหรัฐหกสิบเก้าเซนต์ ปรับขึ้นร้อยละศูนย์จุดสองสองในวันนี้ และบวกแรงถึงเจ็ดจุดสองเจ็ดเปอร์เซ็นต์ในรอบสัปดาห์ ส่วนเบรนท์ ปิดที่เจ็ดสิบแปดดอลลาร์สหรัฐเก้าสิบสามเซนต์ บวกถึงหกจุดสี่สามเปอร์เซ็นต์ในวันเดียว และบวกกว่าสิบเปอร์เซ็นต์ในรอบสัปดาห์
ดัชนีโภคภัณฑ์จีเอสซีไอ อยู่ที่หกร้อยสี่สิบเจ็ดจุดสามสี่ บวกเล็กน้อยในวันนี้ และบวกสี่จุดเก้าเปอร์เซ็นต์ในรอบสัปดาห์ สะท้อนการฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์
มาต่อกันที่ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามครับ ประเด็นแรกคือ การดีดตัวของราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่มีความน่าเชื่อถือสูง การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันจะส่งผลบวกต่อกลุ่มพลังงาน อย่างเช่นพีทีทีอีพี พีทีที ท็อป และเอสพีอาร์ซี และกลุ่มถ่านหินอย่างบ้านปูและลานนา แต่จะส่งผลลบโดยตรงต่อกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ อย่างเช่นเอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ ซึ่งจะมีต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น
ประเด็นที่สอง คำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ เรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ ถือเป็นบวกเชิงโครงสร้างในระยะกลาง โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารที่ได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อย่างเช่นบีบแอล เคแบงก์ เอสซีบี เคทีบี ทีทีบี และเบย์ แต่กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ อย่างเช่นซาวาด เอ็มทีซี และทิดลอร์ จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้น
ประเด็นที่สาม ความแตกต่างของตลาดแบบเคเชพ ยังคงชัดเจน หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการส่งออก อย่างเช่นเดลต้า เคซีอี และฮาน่า ที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทที่อ่อนค่า แต่อย่างไรก็ตาม คำเตือนจากบีไอเอสเรื่องการลงทุนเกินตัวในปัญญาประดิษฐ์ เป็นสัญญาณที่ต้องจับตา
และประเด็นสุดท้าย พลังงานหมุนเวียน บริษัทไชน่ารีซอร์สเซส นิวเอเนอร์จี โฮลดิ้งส์ ระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นครั้งแรกแก่นักลงทุนทั่วไป ครั้งใหญ่ถึงสามจุดหกพันล้านดอลลาร์สหรัฐ บนตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น ซึ่งเป็นไอพีโอด้านพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ในรอบกว่าสี่ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อธีมพลังงานสะอาด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ข้างหน้า เรามองว่ากลุ่มพลังงานเป็นโอกาสที่น่าสนใจที่สุด และควรลดน้ำหนักในกลุ่มขนส่ง สำหรับกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ แนะนำให้คัดเลือกหุ้นเป็นรายตัว พร้อมตั้งจุดตัดขาดทุน
ปัจจัยที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในเร็วๆ นี้ และท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังจากนั้น รวมถึงสถานการณ์ราคาน้ำมัน และความเสี่ยงจากวิกฤตธนาคารกลางอินโดนีเซียที่อาจลุกลาม
ก่อนจากกัน ขอเรียนข้อควรระวังทางการลงทุนครับ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ
⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 08 August 2026 - 12:40 น.
📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 07/08/2026 11:11 pm
สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันเสาร์ที่ แปด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที
Voice News
สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันเสาร์ที่ แปด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที
บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกในขณะนี้ ถูกครอบงำด้วยความตึงเครียดทางทหาร ที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ต่อตลาดพลังงาน และอัตราเงินเฟ้อ
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบ ถึงร้อยละยี่สิบของโลก กำลังตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามโดยตรง ทำให้ราคาน้ำมันดิบ พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละห้าถึงเก้า ในการซื้อขายเพียงวันเดียว สถานการณ์นี้ ส่งแรงกระเพื่อมแบบเงินเฟ้อถดถอย เข้าสู่เศรษฐกิจโลกที่เปราะบางอยู่แล้ว
ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น จะกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภค และอัตรากำไรของบริษัท ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงต้องสู้กับเงินเฟ้อต่อไป ความไม่แน่นอนนี้ สร้างส่วนชดเชยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ขึ้นในสินทรัพย์ทุกประเภท
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ หรือ DXY แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ หนึ่งร้อยหนึ่งจุดสามสิบหก ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละสองจุดสองในรอบเดือน และร้อยละสองจุดเจ็ดนับตั้งแต่ต้นปี สะท้อนถึงกระแสหลบภัย ในเงินดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับผลกระทบต่อหุ้นไทย กลุ่มพลังงาน และโรงกลั่น อย่าง PTTEP PTT TOP และ SPRC จะได้รับประโยชน์โดยตรง จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น คาดเห็นผลในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์
ในทางกลับกัน กลุ่มสายการบิน และขนส่ง อย่าง AAV BA และ KEX จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น กดดันอัตรากำไรโดยตรง
ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มส่งออก เช่น DELTA KCE HANA รวมถึง TU และ CPF เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น จากมูลค่าเงินดอลลาร์ที่แปลงกลับมาเป็นบาท
แต่จะเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มพลังงาน และสาธารณูปโภค ที่มีหนี้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่าง BGRIM GPSC และ GULF เพราะภาระดอกเบี้ย และต้นทุนก๊าซนำเข้าจะสูงขึ้น
ขณะที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสิน ยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นการลดความเสี่ยงเชิงระบบ และส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ในระยะกลางต่อกลุ่มธนาคารใหญ่ อย่าง BBL KBANK SCB และ KTB
ในภาวะตลาดแบบ K-Shaped หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์ ยังคงมีดีมานด์เชิงโครงสร้างหนุน ทำให้ DELTA KCE และ HANA ยังคงเป็นตัวเลือก ที่น่าสนใจในการลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูง ในระยะสั้นถึงสี่สัปดาห์ คือ การเพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในกลุ่มพลังงานไทย และลดน้ำหนักในกลุ่มสายการบินและขนส่ง ส่วนกลุ่มส่งออกที่มีดีมานด์โครงสร้าง ยังคงเป็นเป้าหมายระยะกลางถึงสามเดือน
สำหรับกลุ่มธนาคารใหญ่ แนะนำรอดูความชัดเจน จากผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางญี่ปุ่น ในสัปดาห์นี้ก่อน ค่อยตัดสินใจลงทุน
ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ต้องติดตาม คือ การเจรจาทางการทูต ในกรณีช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด ที่กำหนดทิศทางตลาดในระยะใกล้
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ
⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 08 August 2026 - 06:11 น.