Economic Voice News
07 August 2026
📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 07/08/2026 5:47 am
สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก
สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก
ประจำวันศุกร์ที่ เจ็ด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า
เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบแปดนาที
เริ่มกันที่ภาพรวมตลาดโลกในช่วงนี้ครับ
กำลังอยู่ในภาวะที่เรียกว่า ความแตกต่างระหว่างตลาดพันธบัตรกับตลาดหุ้น
โดยข้อมูลเงินเฟ้อที่เริ่มอ่อนตัวลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุสิบปี ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 4.52 เปอร์เซ็นต์
แต่ความอยากลงทุนในหุ้นยังถูกจำกัด เนื่องจากตลาดยังคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในสิ้นปีนี้ครับ
ศาลสูงสุดสหรัฐประกาศยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างที่ดี
แต่ขณะเดียวกัน ตลาดก็ยิ่งเกิดการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์ ที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก
เห็นได้จาก การที่บริษัท ยูนิทรี โรโบติกส์ ได้รับอนุมัติให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ STAR ในเซี่ยงไฮ้ ด้วยมูลค่าระดมทุนถึง 618 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในขณะที่กลุ่มธุรกิจวัฏจักรอื่นๆ กลับอ่อนแอ ภายใต้ภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น
ด้านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็เป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม
โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และการหันเข้าซื้อพันธบัตรปลอดภัย
ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะที่เรียกว่า เงินเฟ้อชะลอแต่เศรษฐกิจชะงักงัน
เหตุการณ์สำคัญที่ต้องจับตา คือ การลาออกอย่างกะทันหันของผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย
ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้น ค่าเงิน และพันธบัตรของอินโดนีเซีย ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง
นี่คือสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางด้านธรรมาภิบาลในตลาดเกิดใหม่ครับ
ความตึงเครียดหลักในตอนนี้ คือ ระหว่างความหวังเรื่องเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ซึ่งหนุนตลาดพันธบัตร
กับ ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นยังคงระมัดระวังตัว
นี่เป็นภาวะที่กลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย และหุ้นเติบโตที่มีความผันผวนสูง ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านลบ
จนกว่าข้อมูลการจ้างงานและดัชนีราคาผู้บริโภคจะให้ความชัดเจนครับ
มาดูภาพตลาดหุ้นสำคัญกันบ้าง
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 52,876 จุด ปรับลดลง 0.33 เปอร์เซ็นต์
ดัชนียูโรร้อย ปิดที่ 1,906 จุด ปรับลดลง 1.04 เปอร์เซ็นต์
ดัชนีนิฟตีห้าสิบ ของอินเดีย ปิดที่ 23,963 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 0.34 เปอร์เซ็นต์
ดัชนีดีเอฟเอ็ม ของดูไบ ปิดที่ 5,991 จุด ปรับลดลง 0.18 เปอร์เซ็นต์
ส่วนดัชนีอื่นๆ เช่น เอสแอนด์พีห้าร้อย แนสแดค สต็อกซ์ และนิกเกอิ ไม่มีข้อมูลในรายงานนี้ครับ
สำหรับตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุสิบปี ปรับตัวลงมาที่ 4.52 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองที่ระมัดระวังต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ส่วนราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ยังคงปรับตัวสูงขึ้น จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ครับ
เรามาวิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อตลาดกันครับ
ประเด็นแรก คือ เรื่องนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
ที่กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญระหว่างการฟื้นตัวของตลาดพันธบัตรกับความระมัดระวังของตลาดหุ้น
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุสิบปีที่ลดลง มาจากข้อมูลเงินเฟ้อที่อ่อนตัว และแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
แต่ในขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐก็ปรับตัวลง เนื่องจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
จากข้อมูลในอดีต การที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น
ส่งผลดีต่อกลุ่มธนาคาร อย่างเช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคารกรุงศรีอยุธยา
เพราะส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ หรือ NIM จะขยายตัว สนับสนุนผลประกอบการ
ในทางกลับกัน กลุ่มไฟแนนซ์และหลักทรัพย์ อย่างเช่น บริษัทศรีสวัสดิ์จัดการและพัฒนาทรัพย์สิน บริษัทเมืองไทย แคปปิตอล และบริษัทติ้นนี่
จะได้รับผลกระทบเชิงลบ เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น จะกดดันอัตรากำไรจากสินเชื่อรายย่อยและไมโครไฟแนนซ์
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย หรือหุ้นเติบโตที่มีระยะเวลาความอ่อนไหวสูง ก็จะถูกกดดัน
เพราะอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงที่สูงขึ้น จะทำให้มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตลดลง
โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นอยู่ในภาวะผสมผสาน และมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในกรอบ
จนกว่าจะมีข้อมูลการจ้างงานเดือนกรกฎาคม และดัชนีราคาผู้บริโภค ออกมาให้ความชัดเจนครับ
ความมั่นใจในการวิเคราะห์นี้อยู่ในระดับสูงครับ
ประเด็นที่สอง คือ กระแสการลงทุนในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์
ที่กำลังเป็นตัวเร่งให้ตลาดเกิดการแบ่งขั้วแบบรูปตัว K
จากข่าวที่บริษัท ยูนิทรี โรโบติกส์ ได้รับอนุมัติให้ระดมทุน 618 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในตลาดหลักทรัพย์ STAR
นี่คือสัญญาณว่า รัฐบาลจีนยังคงให้การสนับสนุนนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจมหภาคยังไม่ชัดเจน
ในภาวะตลาดรูปตัว K เม็ดเงินลงทุนจะไหลไปยังกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตทางโครงสร้าง
เช่น ปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติ ในขณะที่กลุ่มวัฏจักรอื่นๆ จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง
ผลกระทบระยะสั้นถึงระยะกลาง คาดว่าหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ จะได้รับแรงหนุน
แต่การลงทุนควรใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากฐานข้อมูลความสัมพันธ์ของหุ้นเฉพาะกลุ่มนี้ยังมีจำกัด
ความมั่นใจในการวิเคราะห์นี้อยู่ในระดับปานกลางครับ
ประเด็นที่สาม คือ ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
และผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ
ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ปล่อยสินเชื่อวงเงิน 68,000 ล้านบาท ให้กับบริษัท ปตท. และบริษัทในเครือ
เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและความมั่นคงด้านพลังงาน
จากข้อมูลในอดีต ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค
โดยเฉพาะบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม บริษัท ปตท. บริษัท ไทยออยล์ และบริษัท ไออาร์พีซี
เพราะราคาขายที่สูงขึ้นจะช่วยเพิ่มอัตรากำไร
ในทางกลับกัน กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ อย่างเช่น สายการบินเอเชียเอวิเอชั่น สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส
จะได้รับผลกระทบเชิงลบ เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น จะกดดันอัตรากำไรของสายการบิน
นอกจากนี้ หากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ซึ่งมักสัมพันธ์กับราคานำเข้าพลังงานที่สูงขึ้น
จะส่งผลลบต่อกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีหนี้สินเป็นดอลลาร์สหรัฐ
โดยเฉพาะบริษัท บีกริม เพาเวอร์ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ และบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์
ความมั่นใจในการวิเคราะห์นี้อยู่ในระดับสูงครับ
ประเด็นสุดท้าย คือ เรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลาง และความเปราะบางด้านธรรมาภิบาลในตลาดเกิดใหม่
ศาลสูงสุดสหรัฐมีคำตัดสินยืนยันความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างต่อตลาดระยะยาว
ช่วยลดความเสี่ยงที่การเมืองจะเข้ามาแทรกแซงนโยบายการเงิน
ตรงกันข้ามกับเหตุการณ์ในอินโดนีเซีย ที่ผู้ว่าการธนาคารกลางลาออกอย่างกะทันหัน
ส่งผลให้ค่าเงินรูเปียห์ ตลาดหุ้นจาการ์ตา และพันธบัตรอินโดนีเซีย ปรับตัวลดลงพร้อมกัน
นี่คือสัญญาณของความไม่มั่นคงทางสถาบัน ซึ่งอาจทำให้เกิดการไหลออกของเงินทุน
และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ที่มีจุดอ่อนด้านธรรมาภิบาล
คำแนะนำการลงทุนที่มีความมั่นใจสูง ในระยะหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ข้างหน้า
คือ การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค โดยเฉพาะ ปตท.สำรวจและผลิต ปตท. ไทยออยล์ และไออาร์พีซี
เพราะราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ จะหนุนผลประกอบการโดยตรง
การเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์
เพราะอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง จะช่วยขยายส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ
การลดน้ำหนักในกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะสายการบินเอเชียเอวิเอชั่น สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และบริษัทเคอรี่ เอ็กซ์เพรส
เพราะต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจะกดดันอัตรากำไร
ส่วนการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนในวงกว้าง เนื่องจากความเปราะบางเฉพาะประเทศ
และหันไปให้ความสนใจกับธีมปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ของจีน แทน
อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง
และข้อมูลที่นำเสนอในรายงานนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น
ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี
ผลการดำเนินงานในอดีต ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต
ผู้ลงทุนควรทำการวิจัยด้วยตนเอง หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรอง ก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ
⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 07 August 2026 - 12:47 น.
📅 ข้อมูลข่าวประจำวันที่: 06/08/2026 11:13 pm
สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันศุกร์ที่ เจ็ด สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที ครับ
Voice News
สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันศุกร์ที่ เจ็ด สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที ครับ
วันนี้ ขอสรุปภาพรวมเศรษฐกิจ และการลงทุน ประจำวันที่หก สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า ครับ
บรรยากาศการลงทุนทั่วโลก ยังถูกขับเคลื่อนด้วยความสมดุลที่เปราะบาง ระหว่างความตึงเครียดของสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน กับความคืบหน้าทางการทูต ราคาน้ำมันมีความผันผวนรุนแรง โดยน้ำมันดิบเบรนต์ พุ่งขึ้นหกจุดสี่สามเปอร์เซ็นต์ ในวันเดียว แตะระดับเจ็ดสิบแปดจุดเก้าสามดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ก่อนจะย่อตัวลง ขณะที่ดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์รวม จีเอสซีไอ ถูกกดดันหนักจากแรงขายทั่วทั้งตลาด ในรอบเดือน
อีกปัจจัยสำคัญ คือ ลิซา คุก กรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ระบุชัดเจนว่า ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเงินเฟ้อ มากกว่าตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ส่งผลให้วงจรการลดดอกเบี้ย ยังอยู่ในช่วงหยุดชะงัก และมีโอกาสสูงที่ดอกเบี้ย จะทรงตัวในระดับสูงต่อไป หรืออาจปรับขึ้นอีก
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก ปรับตัวสูงขึ้น จากส่วนชดเชยความเสี่ยงสงคราม และท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลาง ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดัน และเงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เงินเยนที่อ่อนค่าลงมาก ส่งผลให้ทางการญี่ปุ่น เข้าแทรกแซงตลาดค่าเงิน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการส่งผ่านความผันผวน ไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าในการเจรจา ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เมื่อวันที่ห้า สิงหาคม อาจเป็นทางออกสำคัญ สำหรับตลาดการเงิน
ในภาพรวม ตลาดอยู่ในภาวะระมัดระวัง และค่อนข้างเป็นลบ โดยมีปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เป็นตัวนำ หุ้นบางตลาดอย่างสิงคโปร์และไทย ยังมีความยืดหยุ่น แต่ความเชื่อมั่นโดยรวม ลดลงจากระดับเป็นกลาง มาสู่การระมัดระวังตัวมากขึ้น
ขอนำเสนอภาพรวมตลาดการเงินที่สำคัญครับ
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย ปรับตัวขึ้นหนึ่งจุดแปดเก้าเปอร์เซ็นต์ ปิดที่หนึ่งพันหกร้อยยี่สิบแปดจุดสามห้า เมื่อวันที่สองสิงหาคม ฟื้นตัวจากการซื้อหุ้นคืน โดยหุ้นพลังงานและกลุ่มธนาคารช่วยหนุนตลาด
ดัชนีหุ้นสิงคโปร์ เอสทีไอ ปรับขึ้นศูนย์จุดสี่เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ห้าพันหกร้อยสี่สิบ จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อวันที่ยี่สิบเก้ากรกฎาคม โดยกลุ่มสื่อสาร เทคโนโลยี และการเงินนำตลาด
พันธบัตรรัฐบาลอายุสิบปี ของสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และญี่ปุ่น ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นทั่วทั้งกราฟ ตามความตึงเครียดสงคราม และท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลาง
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า ขณะที่เงินเยนอ่อนค่า จนกระตุ้นให้ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซง
ราคาน้ำมันดิบดับเบิลยูทีไอ เคลื่อนไหวระหว่างเจ็ดสิบจุดศูนย์หก ถึงเจ็ดสิบสามจุดหกเก้าดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวลงประมาณสิบแปดถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ในรอบเดือน แต่บางวันพุ่งขึ้นมากกว่าห้าจุดหกเปอร์เซ็นต์
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ เคลื่อนไหวระหว่างเจ็ดสิบสองจุดสี่เจ็ด ถึงเจ็ดสิบแปดจุดเก้าสามดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปรับตัวลงประมาณยี่สิบสองจุดเจ็ดเปอร์เซ็นต์ในรอบเดือน และเคยพุ่งขึ้นหกจุดสี่สามเปอร์เซ็นต์ในวันเดียว
ดัชนีจีเอสซีไอ เคลื่อนไหวจากระดับหกร้อยสิบหกจุดสองเจ็ด เมื่อวันที่ยี่สิบหกมิถุนายน ขึ้นไปที่หกร้อยสามสิบห้าจุดศูนย์ห้า ในวันที่สิบกรกฎาคม มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีบวกสิบห้าจุดแปดเปอร์เซ็นต์ แต่ปรับตัวลงหกจุดสองเปอร์เซ็นต์ในรอบเดือน
สำหรับดัชนีหุ้นสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น อย่างเอสแอนด์พีห้าร้อย แนสแด็ก สต็อกซ์ และนิกเกอิ ไม่มีข้อมูลในรายงานนี้ เช่นเดียวกับดัชนีความผันผวนวิกซ์ และดัชนีมูฟ
มาถึงประเด็นวิเคราะห์หลักกันบ้างครับ
ประเด็นแรก ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน กับความเสี่ยงของช่องแคบฮอร์มุซครับ
เมื่อวันที่ยี่สิบสี่กรกฎาคม ความเสี่ยงการเผชิญหน้าทางทหาร ผลักดันราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไปแตะระดับเกินหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนจะมีความคืบหน้าทางการทูต เมื่อวันที่ห้าสิงหาคม เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง
จากความสัมพันธ์ในอดีต ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค อย่างพีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี เนื่องจากราคาขายและค่าการกลั่นสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลลบต่อกลุ่มขนส่งและสายการบิน อย่างเอเอวี การบินกรุงเทพ และเคอรี่เอ็กซ์เพรส เพราะต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น
กลุ่มถ่านหิน อย่างบ้านปู และลานนา อาจได้รับอานิสงส์จากการทดแทนพลังงาน เพราะราคาถ่านหินมีแนวโน้มปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน
การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นภาวะช็อกด้านอุปทานแบบคลาสสิก ราคาน้ำมันมักพุ่งแรงเป็นรูปตัววี แล้วตามด้วยการทำลายอุปสงค์ แต่แนวคิด พีคฮอร์มุซ ชี้ให้เห็นว่า การปรับตัวของระบบโลจิสติกส์น้ำมันขั้นสูง จะช่วยกระจายเส้นทางขนส่ง และจำกัดการพุ่งขึ้นของราคาในระยะยาว
ผลกระทบต่อเนื่อง คือ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น จะผลักดันเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐยังคงเข้มงวด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น หุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยถูกกดดัน และเงินเยนอ่อนค่า จากการนำเข้าพลังงานราคาสูง
ประเด็นที่สอง ท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ และแนวคิดดอกเบี้ยสูงต่อไปอีกนานครับ
ลิซา คุก กรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ส่งสัญญาณเมื่อวันที่สิบหกกรกฎาคม ว่าให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเงินเฟ้อ มากกว่าตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ซึ่งหมายความว่า อัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงต่อไป และมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นอีก
หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จะได้ประโยชน์จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่กว้างขึ้น
แต่กลุ่มธุรกิจสินเชื่อรายย่อย และไมโครไฟแนนซ์ อย่างศรีสวัสดิ์ เมืองไทยแคปปิตอล และเงินติดล้อ จะถูกกดดัน เพราะต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น เร็วกว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินให้กู้
กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างแสนสิริ เอพี ศุภาลัย และแลนด์แอนด์เฮาส์ อาจได้รับผลกระทบในระดับต่ำถึงปานกลาง ภายในระยะเวลามากกว่าสี่สัปดาห์ เพราะดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่สูงขึ้น จะกดดันกำลังซื้อ
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเติบโตสูง ในภาพกว้าง ก็จะถูกกดดันจากอัตราคิดลดที่สูงขึ้น เนื่องจากมูลค่าหุ้นระยะยาวลดลง
คำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐ ที่สนับสนุนความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อวันที่หกกรกฎาคม เป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของตลาดในระยะยาว
ประเด็นที่สาม ความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐ และการแทรกแซงค่าเงินเยนครับ
เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ จนทางการญี่ปุ่นตัดสินใจเข้าแทรกแซงตลาด เมื่อวันที่สี่สิงหาคม ขณะที่นักลงทุนจับตาการดำเนินการเพิ่มเติมของธนาคารกลางญี่ปุ่น และทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ
เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และการไหลเข้าของเงินทุนปลอดภัย ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า จะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเดลต้า เคซีอี และฮาน่า เพราะรายได้จากต่างประเทศแปลงกลับเป็นเงินบาทได้มากขึ้น
กลุ่มอาหารและเกษตรส่งออก อย่างไทยยูเนี่ยน ซีพีเอฟ ไอทีซี และเอเอไอ ก็ได้รับประโยชน์เช่นเดียวกัน
แต่กลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีหนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างบีกริม โกลบอลเพาเวอร์ซินเนอร์จี และกัลฟ์ จะโดนผลกระทบสองทาง คือต้นทุนก๊าซนำเข้าสูงขึ้น และภาระหนี้เพิ่มขึ้นจากเงินบาทที่อ่อนค่า
กลุ่มยางพารา อย่างศรีตรังแอโกรอินดัสทรี เอ็นอีอาร์ และทรูบ มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากเงินบาทที่อ่อนค่า ประกอบกับราคายางโลกที่ปรับตัวขึ้น
การแทรกแซงค่าเงินเยนของญี่ปุ่น อาจช่วยลดแรงกดดันค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ได้ชั่วคราว แต่ถ้าการแทรกแซงไม่ประสบความสำเร็จ เงินดอลลาร์จะแข็งค่าต่อเนื่อง และกดดันค่าเงินในเอเชียมากขึ้น
ประเด็นที่สี่ การหมุนเวียนของเงินทุนในตลาดการเงินโลก จากกลุ่มไพรเวทแคปปิตอล ไปสู่ธนาคารเพื่อการลงทุนบนวอลล์สตรีทครับ
หุ้นกลุ่มไพรเวทแคปปิตอลปรับตัวลง ขณะที่ธนาคารเพื่อการลงทุนของสหรัฐ ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากการฟื้นตัวของธุรกิจเสนอขายหุ้นใหม่ครั้งแรก และการควบรวมกิจการ เมื่อวันที่ยี่สิบสามกรกฎาคม
สัญญาณนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่าน จากสินทรัพย์เอกชนที่สภาพคล่องต่ำ ไปสู่กิจกรรมในตลาดสาธารณะ โดยเฉพาะการเข้าจดทะเบียน และการควบรวมกิจการ
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นในประเด็นนี้ ยังอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง เพราะยังไม่มีข้อมูลความสัมพันธ์ทางสถิติที่ชัดเจนรองรับ และถือเป็นแนวโน้มใหม่ที่ต้องติดตาม
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ที่มีความเชื่อมั่นสูง ในช่วงศูนย์ถึงสี่สัปดาห์ ผมขอสรุปดังนี้ครับ
หนึ่ง เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในหุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่น พีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี เนื่องจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ หนุนราคาน้ำมันให้สูงขึ้น ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อราคาขายและค่าการกลั่น
สอง เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงไทย เพราะดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จะช่วยขยายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ และยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจตลาดเงินทุน
สาม กลยุทธ์เชิงรุกฝั่งเข้าซื้อ ในหุ้นกลุ่มส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เดลต้า เคซีอี และฮาน่า เพราะค่าเงินบาทที่อ่อนค่า จะช่วยเพิ่มรายได้จากการแปลงค่าเงิน
สี่ ลดน้ำหนักการลงทุน ในหุ้นกลุ่มสายการบินและขนส่ง เอเอวี และการบินกรุงเทพ เพราะความผันผวนของราคาน้ำมัน กดดันอัตรากำไรโดยตรง
ห้า ลดน้ำหนักการลงทุน ในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีหนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ บีกริม โกลบอลเพาเวอร์ซินเนอร์จี และกัลฟ์ เพราะได้รับผลกระทบสองทาง จากต้นทุนก๊าซนำเข้าที่สูง และค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
กลยุทธ์เหล่านี้ ควรติดตามการเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันรายวัน ถ้อยแถลงของธนาคารกลางสหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุสิบปี การประชุมอัตราดอกเบี้ยของไทย ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และมาตรการแทรกแซงค่าเงินเยนของญี่ปุ่น ครับ
สำหรับสถานการณ์ความเสี่ยง ในช่วงศูนย์ถึงสี่สัปดาห์ มีดังนี้ครับ
สถานการณ์ฐาน มีความน่าจะเป็นห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ คือ การเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน คืบหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป ช่องแคบฮอร์มุซเปิดบางส่วน ธนาคารกลางสหรัฐยังคงดอกเบี้ย และราคาน้ำมันเคลื่อนไหวระหว่างเจ็ดสิบถึงแปดสิบดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แนะนำให้ถือหุ้นพลังงานต่อไป แต่เพิ่มความระมัดระวัง และคาดว่าหุ้นกลุ่มธนาคารและผู้ส่งออก จะทำผลงานได้ดี
สถานการณ์เชิงบวก มีความน่าจะเป็นยี่สิบเปอร์เซ็นต์ คือ การเจรจาประสบความสำเร็จเต็มรูปแบบ ช่องแคบฮอร์มุซเปิดเต็มที่ ราคาน้ำมันลดลงต่ำกว่าหกสิบห้าดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณผ่อนคลาย จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง และเกิดการหมุนเวียนเงินทุน กลับเข้าสู่หุ้นกลุ่มเติบโต กลุ่มขนส่ง และกลุ่มสินเชื่อรายย่อย
สถานการณ์เลวร้าย มีความน่าจะเป็นยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ คือ การเจรจาล้มเหลว และความขัดแย้งลุกลาม จนราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง ธนาคารกลางสหรัฐอาจถูกบังคับให้ขึ้นดอกเบี้ย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกจะถูกเทขาย และเงินทุนจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่นทองคำและเงินสด
ก่อนจากกันวันนี้ ขอสรุปประเด็นสำคัญครับ
หนึ่ง ภูมิรัฐศาสตร์เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาด สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นตัวแปรสำคัญที่สุดสำหรับสินทรัพย์ทุกประเภท ความคืบหน้าจะหนุนความเสี่ยง ขณะที่การล่มสลายของการเจรจา จะทำให้ตลาดเข้าสู่โหมดลดความเสี่ยงทันที
สอง หุ้นกลุ่มพลังงาน คือหุ้นที่มีความเชื่อมั่นสูงที่สุด เนื่องจากความสัมพันธ์เชิงบวกกับราคาน้ำมัน มีความชัดเจน โดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์หลักคือ พีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี
สาม กลุ่มธนาคารได้แรงหนุนสองทางพร้อมกัน จากส่วนต่างดอกเบี้ยที่กว้างขึ้น และการฟื้นตัวของธุรกิจตลาดเงินทุน แนะนำเพิ่มน้ำหนัก ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์
สี่ ผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่า สร้างผู้ชนะและผู้แพ้ชัดเจน ผู้ส่งออกอย่างเดลต้า เคซีอี ไทยยูเนี่ยน และซีพีเอฟ ได้ประโยชน์ ขณะที่โรงไฟฟ้าที่มีหนี้เป็นดอลลาร์สหรัฐ อย่างบีกริม โกลบอลเพาเวอร์ซินเนอร์จี และกัลฟ์ ได้รับผลกระทบ
ห้า ท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐ ทำให้การลดดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้เป็นไปได้ยาก ซึ่งหนุนกลุ่มธนาคาร แต่กดดันกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อรายย่อย
หก ต้องจับตาการแทรกแซงค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นช่องทางส่งผ่านความเสี่ยงระหว่างสินทรัพย์ หากการแทรกแซงไม่สำเร็จ จะยิ่งเร่งเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่
ขอขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้าครับ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
⏱️ ระบบจัดเก็บเสียงเมื่อ: 07 August 2026 - 06:13 น.