CPNREIT

Trading Chart

รายงานการตัดสินใจหุ้น SET: CPNREIT — CPN Retail Growth Leasehold REIT

1. การ์ดตัดสินใจ

รายการ การตัดสินใจ
การดำเนินการหลัก WATCH (เฝ้าระวัง)
คำแนะนำสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือต่อไป; ปรับจุด Stop ขึ้นมาที่ 13.20; ห้ามเพิ่ม
แนวโน้มทิศทาง ขาขึ้น (ในทางเทคนิค)
ความมั่นใจ ต่ำ
ระยะเวลาลงทุน Swing (5–15 วัน)
ราคาอ้างอิงล่าสุด 13.50 บาท (SET factsheet, 21 ก.ค. 2569) / 11.50 บาท (Simply Wall St, สัปดาห์ล่าสุด)
วันที่ของราคา ไม่สอดคล้องกัน — ดูส่วนที่ 3
สถานะของ Setup การเบรกเอาท์ได้รับการยืนยันทางเทคนิค แต่โครงสร้างการเทรดไม่เอื้ออำนวย

เหตุผลในการตัดสินใจ: CPNREIT แสดงรูปแบบการเบรกเอาท์ขาขึ้นจาก Volatility Squeeze แบบตำรา พร้อมปริมาณขยายตัว, MACD Crossover และ Keltner Channels ที่ชันขึ้น — เป็น Setup ทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม Reward-to-Risk ratio ที่ 1.00 ต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 1.5 อย่างเด็ดขาด, เครื่องมือข้อมูลกระแสเงินทุนทั้งสามตัว (Big Lot, Short Sell, NVDR) ไม่สามารถใช้งานได้, ราคาเป้าหมาย consensus ของนักวิเคราะห์ที่ 12.02 บาท ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับเป้าหมายขาเข้าที่ให้มาที่ 14.00 บาท และผลประกอบการ Q2 2569 มีกำหนดประกาศในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 — อีกเพียง 11 วันข้างหน้า การดำเนินการหลักคือ WATCH; อัปเกรดเป็น BUY เมื่อเกิดการ Pullback เพื่อปรับปรุง R:R หรือหลังจากผลประกอบการผ่านไปโดยไม่มีเซอร์ไพรส์ด้านลบ


2. สกอร์การ์ดหลักฐาน

หลักฐาน ผลลัพธ์ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
แนวโน้มและโครงสร้าง แนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง; Squeeze Breakout-Up; Keltner Channels ชันขึ้น ขาขึ้น ปานกลาง
ปริมาณและโมเมนตัม EXPANDING_ON_BREAKOUT; MACD Crossover; RSI เป็นกลาง ขาขึ้น ปานกลาง
Big Lot ไม่มีข้อมูลส่งกลับมา ไม่สามารถใช้ได้ N/A
การขายชอร์ต ไม่มีข้อมูลส่งกลับมา ไม่สามารถใช้ได้ N/A
NVDR เครื่องมือมีข้อผิดพลาด — ไม่มีข้อมูลส่งกลับมา ไม่สามารถใช้ได้ N/A
ข่าวสารและตัวเร่ง ประมาณการ EPS ถูกปรับขึ้น; คาดการณ์กำไรสุทธิโต 31%; ผลประกอบการ 14 ส.ค.; อัตราเงินปันผลสูง ~8.4%; Payout ratio 117% (ไม่ยั่งยืน) ผสม ปานกลาง
มูลค่าหรือปัจจัยพื้นฐาน Forward P/E 11.25; ราคาเป้าหมาย consensus 12.02 บาท; P/B ~1.16; D/E 83.4% ผสม / ระมัดระวัง ปานกลาง

ความสอดคล้องโดยรวม: เป็นขาขึ้นในทางเทคนิค แต่โครงสร้างการเทรดยังไม่สมบูรณ์ การเบรกเอาท์ทางเทคนิคแข็งแกร่ง แต่ไม่มีข้อมูลกระแสเงินทุนยืนยันเลย, R:R ไม่ดี, มีเหตุการณ์ผลประกอบการที่กำลังจะมาถึง และราคาเป้าหมาย consensus ต่ำกว่าเป้าหมายขาเข้าอย่างมีนัยสำคัญ — ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไม่สามารถเรียก BUY ได้อย่างมั่นใจ


3. การแปรผลทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

  • แนวโน้มหลัก: ขาขึ้น (แข็งแกร่ง)
  • วงจรตลาด: Markup — การคลายตัวของ Squeeze ขึ้นด้านบนพร้อมปริมาณขยายตัวเป็นพฤติกรรมของช่วงต้น Markup แบบคลาสสิค
  • แนวรับสำคัญ: 13.20 (แนวรับโครงสร้างทันที; ระดับที่ราคาย่อกลับมาทดสอบหลังเบรกเอาท์)
  • แนวต้านสำคัญ: 14.00 (แนวต้านทันที; เป้าหมายขาเข้า)
  • โมเมนตัม: MACD ได้ตัดขึ้นเป็นขาขึ้นแล้ว; RSI เป็นกลาง (ยังไม่ Overbought) — นี่ทำให้มีพื้นที่สำหรับการขึ้นต่อ ไม่พบ Divergence; โมเมนตัมยืนยันการเบรกเอาท์
  • ปริมาณ: EXPANDING_ON_BREAKOUT — นี่คือการยืนยันที่สำคัญที่สุด ตามกลยุทธ์ Squeeze จากความรู้ทางเทคนิคที่ดึงมา: “ถ้าราคาเบรกเส้นบนของ Keltner Channel ด้วยปริมาณและยืนเหนือเส้น MA ได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของ Big Move” ดูเหมือนว่าเงื่อนไขนี้บรรลุแล้ว
  • การแปรผล Big Lot: ไม่สามารถใช้ได้
  • การแปรผลการขายชอร์ต: ไม่สามารถใช้ได้
  • การแปรผล NVDR: ไม่สามารถใช้ได้
  • บทสรุปกระแสเงินทุนโดยรวม: โครงสร้างทางเทคนิคมีความสอดคล้องและเป็นขาขึ้น แต่การขาดข้อมูลกระแสเงินทุนโดยสิ้นเชิง (Big Lot, Short Sell, NVDR) หมายความว่ารายงานนี้ไม่สามารถแยกแยะได้ว่านี่คือการเบรกเอาท์ที่มีสถาบันหนุนหลังอย่างแท้จริง หรือเป็นการเคลื่อนไหวที่ขับเคลื่อนโดยรายย่อย นี่เป็นจุดบอดที่สำคัญสำหรับ REIT ซึ่งโดยปกติแล้วการมีส่วนร่วมของสถาบันมักจะขับเคลื่อนแนวโน้มที่ยั่งยืน

ความไม่สอดคล้องของข้อมูลราคา: SET factsheet (21 ก.ค. 2569) อ้างอิงราคา 13.50 บาท Simply Wall St รายงานว่าราคาหุ้น “ลดลง 4.2% มาที่ 11.50 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา” (วันที่ไม่ชัดเจน) ข้อมูลขาเข้าใช้ 13.60 เป็นจุดเข้า ความแตกต่างนี้บ่งชี้ว่าข้อมูลมาจากหน้าต่างเวลาที่ต่างกัน ให้ใช้ระดับทางเทคนิคที่ให้มา (13.20–14.00) เป็นข้อมูลอ้างอิงในการทำงาน แต่พึงตระหนักถึงความไม่แน่นอน

ข้ออ้างที่ไม่สามารถตรวจสอบได้: ไม่ได้ระบุค่า EMA, ราคาตลาดปัจจุบัน และวันที่เบรกเอาท์ที่แน่นอนไว้ในข้อมูลนำเข้า สัญญาณเบรกเอาท์นำมาจากการจำแนกประเภทที่ให้มาเท่านั้น


4. แผนการดำเนินการ

  • กลยุทธ์: เข้าซื้อเมื่อเกิด Pullback (เพื่อปรับปรุง R:R) — ไม่ใช่การไล่ซื้อตามการเบรกเอาท์ทันที
  • โซนเข้า: 13.20–13.40 (ย่อลงมาที่แนวรับ / โซนที่ราคากลับมาทดสอบเบรกเอาท์)
  • ทริกเกอร์เข้า: ราคา Pullback มาที่ 13.20–13.40, ยืนเหนือ 13.20 ในการปิดรายวัน, และพิมพ์แท่งเทียนกลับตัวขาขึ้น (Hammer, Bullish Engulfing หรือ Doji Confirmation) โดยที่ RSI ยังอยู่เหนือ 40
  • เป้าหมาย 1: 14.00 (แนวต้านทันที; เป้าหมายที่ให้มาในข้อมูลขาเข้า)
  • เป้าหมาย 2: ไม่สามารถใช้ได้ — ไม่มีระดับแนวต้านที่สูงกว่าให้ไว้หรือระบุได้
  • จุด Stop Loss: 13.10 (ต่ำกว่าแนวรับโครงสร้าง 13.20 เล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงสัญญาณรบกวน; หรือ 13.20 อย่างเข้มงวดเพื่อการควบคุมที่รัดกุมกว่า)
  • Trailing Stop: เมื่อราคาผ่าน 14.00 แล้ว ให้เลื่อน Stop มาที่จุดคุ้มทุน; หลังจากนั้นใช้วิธีการ Trailing Stop แบบ 2-ATR
  • Reward-to-Risk ไปยังเป้าหมาย 1:
  • ที่จุดเข้า 13.60 / Stop 13.20: (14.00 − 13.60) / (13.60 − 13.20) = 0.40 / 0.40 = 1.00 — ไม่สามารถยอมรับได้
  • ที่จุดเข้าที่ดีขึ้น 13.30 / Stop 13.10: (14.00 − 13.30) / (13.30 − 13.10) = 0.70 / 0.20 = 3.50 — อยู่ในเกณฑ์ดี
  • จังหวะการดำเนินการ: รอให้เกิด Pullback และ รอจนกว่าจะพ้นประกาศผลประกอบการ Q2 2569 (14 ส.ค. 2569) เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากช่องว่างราคา
  • ห้ามเข้าซื้อหาก:

1. ราคาปิดหลุดต่ำกว่า 13.20 ในกรอบเวลารายวัน (การเบรกเอาท์ล้มเหลว; Setup ถูกยกเลิก)

2. ผลประกอบการ Q2 2569 (14 ส.ค.) ออกมาแย่หรือพลาดประมาณการ

3. ราคาเข้าสูงกว่า 13.50 (R:R จะแย่ลงต่ำกว่า 1.5)

อัปเกรดเป็น BUY: ราคา Pullback มาที่ 13.20–13.40 พร้อมสัญญาณยืนยันขาขึ้น หลังจาก ผลประกอบการผ่านพ้นไปโดยไม่มีเซอร์ไพรส์ด้านลบ

ลดระดับเป็น AVOID: ราคาปิดรายวันหลุดต่ำกว่า 13.20

ลดระดับเป็น SELL (สำหรับผู้ถือ): ปิดรายวันต่ำกว่า 13.20


5. แผนที่สถานการณ์

สถานการณ์ ทริกเกอร์ เส้นทางที่คาดหวัง การเป็นโมฆะ
กรณีกระทิง Pullback ยืนเหนือ 13.20–13.40; ผลประกอบการดีเกินคาด; ปริมาณยังคงสูง ขึ้นไปยัง 14.00 และอาจขยายต่อไปได้ด้วยโมเมนตัม ปิดต่ำกว่า 13.20
กรณีฐาน ราคาแกว่งตัวในกรอบ 13.20–14.00; ผลประกอบการออกมาตรงตามคาด เคลื่อนไหวในกรอบ; ออกข้างโดยไม่มีทริกเกอร์เข้า ทะลุขอบเขตใดขอบเขตหนึ่ง
กรณีหมี ผลประกอบการพลาด; ราคาเกิด Gap ลงต่ำกว่า 13.20 เกิด Gap ลงไปยังแนวรับถัดไป; การกระจายหุ้นได้รับการยืนยัน ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 13.20 ภายใน 2 เซสชั่น

6. ตัวเร่งและความเสี่ยงสำคัญ

ตัวเร่งที่กำลังจะมา

  • ผลประกอบการ Q2 2569 — 14 สิงหาคม 2569: นี่คือตัวเร่งระยะใกล้ที่สำคัญที่สุด ประมาณการ Consensus EPS ถูกปรับขึ้นเป็น 1.25 บาทต่อหุ้น กำไรสุทธิคาดการณ์ว่าจะเติบโต 31% YoY — สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม Retail REIT ที่ -2.1% อย่างมีนัยสำคัญ หากออกมาดีเกินคาดอาจผลักดันราคาได้ แต่หากพลาดอาจทำให้เกิดการกลับตัวที่รุนแรง ห้ามเข้าซื้อก่อนวันนี้
  • การประกาศเงินปันผลครั้งถัดไป: โดยทั่วไปเป็นรายไตรมาส; วันขึ้นเครื่องหมาย XD มักอยู่ใน ก.พ., พ.ค., ส.ค., พ.ย. อัตราผลตอบแทนล่วงหน้าประมาณ 8.4% น่าสนใจ แต่ Payout ratio ที่ 117% นั้นไม่ยั่งยืน

ความเสี่ยงสำคัญ

  • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การเบรกเอาท์อาจเป็นของจริง แต่ R:R ณ ระดับราคาปัจจุบันนั้นไม่ดี การไล่ซื้อตอนเบรกเอาท์ใกล้ 13.60 เสี่ยงขาดทุน 0.40 บาทเพื่อกำไร 0.40 บาท — เป็นการพนันแบบโยนเหรียญ
  • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: แหล่งข้อมูลกระแสเงินทุนทั้งสามตัวไม่สามารถใช้ได้ ทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่าสถาบันสนับสนุนการเบรกเอาท์นี้หรือไม่ การเบรกเอาท์ใน REIT ที่ขับเคลื่อนโดยรายย่อยนั้นเสี่ยงต่อการพลิกกลับอย่างรุนแรง
  • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน/เหตุการณ์: ผลประกอบการวันที่ 14 ส.ค. สร้างความเสี่ยงแบบ Binary Gap นอกจากนี้ ราคาเป้าหมาย consensus ของนักวิเคราะห์ที่ 12.02 บาท อยู่ต่ำกว่าเป้าหมายขาเข้าที่ 14.00 บาทมาก ซึ่งบ่งชี้ว่าเป้าหมายขาเข้าอาจทะเยอทะยานเกินไป หรือ consensus อาจล้าสมัย Payout ratio ที่ 117% ส่งสัญญาณถึงความกังวลด้านความยั่งยืนของเงินปันผล
  • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: ไม่ได้ให้มูลค่าการซื้อขายรวมรายวันไว้ ไม่สามารถตรวจสอบเกณฑ์ตัวกรองสัญญาณรบกวนที่ 100 ล้านบาทได้ Market Cap ที่ ~48,500 ล้านบาทนั้นใหญ่ แต่ REIT อาจมีสภาพคล่องรายวันไม่สม่ำเสมอ

การทำให้แนวคิดหลักเป็นโมฆะ: การปิดรายวันต่ำกว่า 13.20 จะทำให้การเบรกเอาท์เป็นโมฆะ และส่งสัญญาณ Squeeze ที่ล้มเหลว — เป็นรูปแบบการกลับตัวเป็นขาลง


7. การกำหนดขนาดโพสิชั่น

  • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
  • ความเสี่ยงสูงสุด (%): ไม่ได้ระบุ
  • ความเสี่ยงต่อหุ้น (ที่จุดเข้าที่ดีขึ้น): 0.20 บาท (13.30 − 13.10)
  • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีข้อมูลพอร์ต

สูตรการกำหนดขนาด (สำหรับอ้างอิง):

“`

งบความเสี่ยง = มูลค่าพอร์ต × ความเสี่ยงสูงสุด %

จำนวนหุ้น = floor(งบความเสี่ยง / ความเสี่ยงต่อหุ้น)

“`

ปัดเศษลงเป็นจำนวนเต็มของหน่วยซื้อขายขั้นต่ำ (100 หุ้นสำหรับ SET) คำนึงถึงค่าคอมมิชชั่นประมาณ 0.25% อย่าเพิ่มขนาดโพสิชั่นเพื่อชดเชย Stop ที่แคบ

หมายเหตุเรื่องขนาด: ด้วย Stop ที่แคบ (0.20 บาท ณ จุดเข้าที่ดีขึ้น) ขนาดโพสิชั่นอาจใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับงบความเสี่ยง แต่สิ่งนี้จะเพิ่มผลกระทบจาก Slippage และ Gap Risk ในช่วงผลประกอบการด้วย


8. บัญชีข้อมูลและแหล่งที่มา

แหล่งข้อมูล วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
ข้อมูลเทคนิคัลอินพุต 2026-08-03 ปัจจุบัน กำหนด Setup เบรกเอาท์ขาขึ้นและระดับราคา
RAG Knowledge Main 2026-08-03 (วันที่เรียก) ใช้ได้ ยืนยันกฎ Squeeze/Breakout; MACD Crossover ผ่านการตรวจสอบ
Query Biglot Stock Daily จาก RAG — ไม่สามารถใช้ได้ ช่องว่างสำคัญ — ไม่มีข้อมูลกระแสเงินทุนแบบบล็อกของสถาบัน
Query Short Stock Daily จาก RAG — ไม่สามารถใช้ได้ ช่องว่างสำคัญ — ไม่มีข้อมูลการขายชอร์ต
NVDR Analyzer — ไม่สามารถใช้ได้ (ข้อผิดพลาดเครื่องมือ) ช่องว่างสำคัญ — ไม่มีข้อมูลกระแสเงินทุนต่างชาติ
Tavily Search 2026-08-03 (วันที่ค้นหา) บางส่วน ให้วันที่ผลประกอบการ (14 ส.ค.), ราคาเป้าหมาย consensus (12.02), ประมาณการ EPS, ข้อมูลเงินปันผล; แต่ราคาอ้างอิงไม่สอดคล้องกัน

แหล่งข้อมูลภายนอกที่สำคัญ:

  • Simply Wall St (วันที่ไม่ชัดเจน): ปรับประมาณการ EPS ขึ้นเป็น 1.25 บาท; ราคาเป้าหมาย consensus 12.02 บาท; ราคา 11.50 บาท; ผลประกอบการครั้งหน้า 14 ส.ค. 2569
  • Yahoo Finance (31 มี.ค. 2569): Trailing P/E 14.43; Forward P/E 11.25; อัตราเงินปันผล 8.24%
  • SET Factsheet (21 ก.ค. 2569): ราคา 13.50 บาท; ช่วง 52 สัปดาห์ 10.60–13.50; P/B 1.16

ความขัดแย้งของแหล่งข้อมูล: ราคาเป้าหมาย consensus ของนักวิเคราะห์ที่ 12.02 บาท อยู่ต่ำกว่าราคาเป้าหมายที่ให้มาในข้อมูลขาเข้าที่ 14.00 บาท อย่างมีนัยสำคัญ ราคาอ้างอิง (11.50 เทียบกับ 13.50) ก็ขัดแย้งกันเอง บ่งชี้ว่าข้อมูลมาจากวันที่ต่างกัน จึงลดระดับความมั่นใจลงตามความเหมาะสม


9. การตัดสินใจสุดท้าย

WATCH — CPNREIT มีการเบรกเอาท์จาก Squeeze เป็นขาขึ้นที่ได้รับการยืนยัน พร้อมปริมาณขยายตัวและ MACD Crossover แต่ Reward-to-Risk ratio ที่ให้มาที่ 1.00 นั้นไม่สามารถยอมรับได้, ข้อมูลกระแสเงินทุนทั้งหมด (Big Lot, Short Sell, NVDR) ไม่สามารถใช้ได้, ราคาเป้าหมาย consensus ของนักวิเคราะห์ (12.02 บาท) ขัดแย้งกับเป้าหมาย 14.00 บาทจากข้อมูลขาเข้า, และผลประกอบการ Q2 2569 ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากช่องว่างราคาที่ใกล้เข้ามา รอให้เกิด Pullback มาที่ 13.20–13.40 เพื่อให้ได้ R:R ที่ดีกว่า 2.0 และรอจนกว่าจะพ้นวันประกาศผลประกอบการก่อนพิจารณาเข้าซื้อ Stop ที่ 13.10–13.20; เป้าหมาย 14.00 การปิดรายวันต่ำกว่า 13.20 จะทำให้การเบรกเอาท์เป็นโมฆะโดยสิ้นเชิง

สร้างขึ้นเมื่อ: `2026-08-03T22:01:27.706+07:00`

อ้างอิงเนื้อหาต้นฉบับ: `stock_name:CPNREIT|company_name:CPN Retail Growth Leasehold REIT|chat_id:8670813882|stock_trend:UP_TREND|trade_action:BUY|target_price_1:14|entry_price:13.6|sell_price:14|stop_loss_level:13.2|chart_timeframe:1D|volume_status:EXPANDING_ON_BREAKOUT|immediate_support:13.2|immediate_resistance:14|risk_reward_ratio:1|volatility_squeeze_status:Breakout-Up|keltner_channels_slope:Rising|rsi_status:Neutral|macd_status:Crossover|trend_strength:Strong|price_action_signal:None`

*นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจบนฐานของหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนที่มีเงื่อนไข และความสูญเสียอาจเกินกว่าจุด Stop ที่วางแผนไว้ได้ในระหว่างที่เกิดช่องว่างราคาหรือสภาวะการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*


  • 🔮 แนวโน้ม & สรุปแผนเทรด: CPNREIT อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่ง การเบรกเอาท์จาก Volatility Squeeze พร้อมปริมาณขยายตัวและ MACD ตัดขึ้นได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ R:R ณ ราคาปัจจุบันไม่ดี — ควรรอ Pullback เพื่อจุดเข้าที่ดีขึ้น
  • 🛒 กลยุทธ์ & จุดทำกำไร: แนะนำการกระทำ WATCH (รอ) โดยรอเข้าในโซนราคา 13.20–13.40 หลังจากผลประกอบการ Q2 2569 (14 ส.ค.) ผ่านพ้นไป โดยมีเป้าหมายทำกำไรแรกที่ 14.00
  • 🐋 การวิเคราะห์โวลุ่ม & เจ้าใหญ่: สถานะ [⏳ เฝ้าระวัง-รอจังหวะ] — การเบรกเอาท์เกิดขึ้นพร้อมปริมาณขยายตัว (EXPANDING_ON_BREAKOUT) ซึ่งแข็งแกร่งในทางเทคนิค แต่ข้อมูล Big Lot, Short Sell และ NVDR ไม่สามารถใช้ได้ทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ว่า Smart Money/เจ้าใหญ่ กำลังสะสมหรือไม่ สัญญาณทางเทคนิคมีคุณภาพ แต่ขาดการยืนยันจากกระแสเงินทุนสถาบัน คุ้มค่าแก่การติดตามต่อ เนื่องจากโครงสร้าง Squeeze Breakout ที่ชัดเจน; เมื่อข้อมูลกระแสเงินทุนกลับมาสมบูรณ์และ R:R ดีขึ้น จะเป็น Setup ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
  • 🚨 การควบคุมความเสี่ยง: ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เด็ดขาดที่ 13.10–13.20 หากราคาปิดรายวันหลุดแนวนี้ให้ยกเลิกแผนทันที