สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันจันทร์ที่ สิบสี่ กันยายน พุทธศักราช สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา ยี่สิบเอ็ดนาที ครับ
วันนี้เรามาสรุปสถานการณ์ที่ตลาดการเงินทั่วโลก ให้ความสำคัญสูงสุดครับ จากรายงานฉบับล่าสุด วันที่สิบเอ็ดกันยายน ที่ผ่านมา
ตอนนี้ ภาวะตลาดได้เปลี่ยนเข้าสู่โหมดลดความเสี่ยง อย่างฉับพลัน จากภาวะเงินเฟ้อสูง ควบคู่กับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ หรือที่เรียกว่า สเตกเฟลชัน โดยปัจจัยหลัก คือความตึงเครียดทางทหาร ระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ที่ผลักดันราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ขึ้นเหนือหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล อย่างชัดเจนครับ
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันครั้งนี้ ไม่ใช่การพุ่งขึ้นชั่วคราว เพราะภัยคุกคามต่อการขนส่ง ในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดต้องบวกส่วนชดเชยความเสี่ยง ทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่คงอยู่อย่างต่อเนื่อง
กลไกส่งผ่านเป็นไปตามทฤษฎีครับ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ผลักดันดัชนีราคาผู้ผลิต ให้เพิ่มขึ้นร้อยละศูนย์จุดสี่ เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อ ปรับสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลก ต้องส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงิน แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวลง โดยเฉพาะธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางอังกฤษ และอาจรวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี โดยพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุสิบปี ขึ้นเหนือร้อยละห้าจุดสาม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบสิบเก้าปี ทำให้เกิดการเทขายหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย อย่างรุนแรง ดัชนีดาวโจนส์ ร่วงลงหกร้อยยี่สิบแปดจุดในวันเดียว
นี่คือภาวะช็อกด้านพลังงาน จากฝั่งอุปทาน ที่ซ้อนทับกับวงจรการคุมเข้มนโยบายการเงิน ที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งเป็นส่วนผสมทางมหภาค ที่อันตรายที่สุด สำหรับสินทรัพย์เสี่ยง คล้ายกับวิกฤตน้ำมัน ปีหนึ่งพันเก้าร้อยเจ็ดสิบสาม ถึงหนึ่งพันเก้าร้อยเจ็ดสิบสี่ และการพุ่งขึ้นของน้ำมัน ในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย ปีหนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบ ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ เกิดขึ้นก่อนภาวะเศรษฐกิจถดถอย
สำหรับมาตรวัดความเชื่อมั่นของตลาด ตอนนี้อยู่ในทิศทางขาลง อย่างชัดเจนครับ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ที่ยังเป็นแบบกลาง ๆ อย่างระมัดระวัง การที่ราคาน้ำมันอยู่เหนือหนึ่งร้อยดอลลาร์ ธนาคารกลางยุโรปปรับขึ้นดอกเบี้ย ยี่สิบห้าจุดพื้นฐาน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกพุ่งสูง และดัชนีหุ้นทุกภูมิภาคปรับตัวลง ล้วนยืนยันการลดความเสี่ยงในวงกว้าง
ดัชนีวิกซ์ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นโดยนัย ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้น มากที่สุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จากการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งสะท้อนการคลายสถานะแคร์รีเทรด และเป็นสัญญาณลดความเสี่ยงเพิ่มเติมครับ
มาดูภาพรวมตลาดแต่ละประเภทกันครับ
ตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงหกร้อยยี่สิบแปดจุด ดัชนีเอสแอนด์พีห้าร้อย ลดลงร้อยละศูนย์จุดหก ดัชนีแนสแด็กปรับตัวลง และหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ร่วงลงแรง
ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนีสต็อกซ์หกร้อย ลดลงร้อยละศูนย์จุดสาม และยูโร สต็อกซ์ห้าสิบ ปรับตัวลงด้วย
ตลาดหุ้นเอเชีย ดัชนีนิกเกอิสองร้อยยี่สิบห้า ร่วงลง เพราะเงินเยนแข็งค่า กดดันหุ้นกลุ่มส่งออก และกลุ่มเทคโนโลยี
ตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ อายุสิบปี สูงกว่าร้อยละห้าจุดสาม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบสิบเก้าปี ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี และพันธบัตรทั่วโลก อัตราผลตอบแทนพุ่งขึ้น สู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี
ตลาดปริวรรตเงินตรา เงินเยนแข็งค่าขึ้น มากที่สุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และเงินหยวนแข็งค่าขึ้นเช่นกัน
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมันดิบเบรนท์อยู่เหนือหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล น้ำมันดิบปรับตัวขึ้นร้อยละสามจุดสาม น้ำมันทำความร้อน ปรับตัวขึ้นร้อยละสี่จุดหกแปด ส่วนทองคำได้รับแรงหนุน จากการซื้ออย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางจีน ที่ยาวนานถึงยี่สิบสองเดือน
สำหรับดัชนีวิกซ์ และดัชนีมูฟ ไม่มีข้อมูลเปิดเผยในรายงาน แต่โดยนัยแล้ว ดัชนีวิกซ์อยู่ในระดับสูงครับ
ต่อไป เรามาเจาะลึกประเด็นสำคัญ ที่จะส่งผลต่อตลาดในระยะข้างหน้า ครับ
ประเด็นแรก ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และภัยคุกคามต่อช่องแคบฮอร์มุซ ผลักดันน้ำมันดิบเบรนท์ เหนือหนึ่งร้อยดอลลาร์ ครับ
ในอดีต วิกฤตน้ำมันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เช่น การคว่ำบาตรน้ำมัน ปีหนึ่งพันเก้าร้อยเจ็ดสิบสาม สงครามอ่าว ปีหนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบ และลิเบีย ปีสองพันสิบเอ็ด มักทำให้หุ้นโลกร่วงลง สิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ อย่างรวดเร็ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูง และเงินทุนไหลเข้าดอลลาร์และทองคำ
คาดว่าผลกระทบจะเป็นลบ ต่อหุ้นกลุ่มสายการบิน กลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย และหุ้นกลุ่มชิป ในช่วงสี่สิบแปดชั่วโมง ถึงสี่สัปดาห์ ขณะที่หุ้นพลังงาน ทองคำ และดอลลาร์สหรัฐ ได้ประโยชน์ครับ
น้ำมันที่แพงขึ้น เปรียบเสมือนภาษีถดถอย ที่ลดกำลังซื้อของผู้บริโภค และบีบอัตรากำไรบริษัท เดลต้า แอร์ไลน์ รายงานค่าใช้จ่ายน้ำมันที่ปรับปรุงแล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละเจ็ดสิบเจ็ด เมื่อเทียบกับปีก่อน ในไตรมาสสอง ปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยหกสิบเก้า ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า
ธนาคารกลางไม่สามารถลดดอกเบี้ย ท่ามกลางแรงกดดันจากอุปทานได้ จึงเกิดกับดักนโยบาย ธนาคารกลางยุโรปขึ้นดอกเบี้ย อังกฤษเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร และธนาคารกลางสหรัฐ ต้องยกเลิกแนวโน้มลดดอกเบี้ย ส่งผลให้เกิดวงจรย้อนกลับเชิงลบ อัตราผลตอบแทนสูงขึ้น มูลค่าหุ้นลดลง สภาพการเงินตึงตัว และเศรษฐกิจชะลอตัว
ความเชื่อมั่นในประเด็นนี้ อยู่ในระดับสูงครับ
ประเด็นที่สอง ธนาคารกลางทั่วโลก ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงิน พร้อมกันมากขึ้น ครับ ธนาคารกลางยุโรป ขึ้นดอกเบี้ยยี่สิบห้าจุดพื้นฐาน เมื่อวันที่สิบกันยายน และเตือนว่าเงินเฟ้อ อาจอยู่สูงกว่าเป้าหมาย ต่อไป จากแรงกดดันด้านพลังงาน ธนาคารกลางอังกฤษ เผชิญอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุสิบปี พุ่งสูงกว่าร้อยละห้าจุดสาม ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น ถูกคาดหวังว่าจะขึ้นดอกเบี้ย หลังข้อมูลค่าจ้างและจีดีพีแข็งแกร่ง
ในอดีต การที่ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางเงินเฟ้อจากพลังงาน เช่น ธนาคารกลางยุโรป ในปีสองพันแปด และธนาคารกลางสหรัฐ ในช่วงปีหนึ่งพันเก้าร้อยเจ็ดสิบ มักทำให้หุ้นถูกกดดันรุนแรง โดยเฉพาะหุ้นเติบโตและเทคโนโลยี ส่วนการขึ้นดอกเบี้ยของญี่ปุ่น เคยทำให้เงินเยนแข็งค่า และหุ้นนิกเกอิปรับตัวลง ผ่านการคลายแคร์รีเทรด
ผลกระทบที่คาดคือ เป็นลบต่อหุ้นทั่วโลก ในช่วงหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินยุโรป อาจได้ประโยชน์ระยะสั้น จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่หุ้นส่งออกญี่ปุ่น ถูกกดดันสองเท่า จากเงินเยนแข็งค่า และอุปสงค์โลกชะลอตัว ส่วนเงินยูโร เงินเยน และเงินปอนด์ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในระยะใกล้ครับ
นี่คือการคุมเข้มพร้อมกันทั่วโลก โดยไม่มีแรงหนุนจากนโยบายผ่อนคลาย ดังนั้นจึงเป็นปัจจัยลบ ที่ทรงพลังสำหรับหุ้นโลกครับ
ประเด็นที่สาม การเทขายหุ้นทั่วโลก ในวงกว้าง ครับ ดาวโจนส์ร่วงลงหกร้อยยี่สิบแปดจุด ในวันที่แปด และลดลงอีกกว่าสามร้อยจุด ในวันที่เก้า ดัชนีเอสแอนด์พีห้าร้อย ลดลงร้อยละศูนย์จุดหก หุ้นยุโรปลดลง หลังธนาคารกลางยุโรปขึ้นดอกเบี้ย และนิกเกอิร่วงลง จากเงินเยนแข็งค่า
การปรับตัวลงพร้อมกัน ทั้งในสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย บ่งชี้ว่าเป็นเหตุการณ์ระดับมหภาค ไม่ใช่ปัญหาของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์นำตลาดลง เพราะมีความผันผวนสูง และอ่อนไหวต่ออุปสงค์โลก กลุ่มรับมือความเสี่ยง เช่น สาธารณูปโภค สุขภาพ และสินค้าอุปโภคบริโภค อาจได้รับแรงหมุนเวียน ขณะที่หุ้นพลังงาน เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ปรับตัวขึ้น
วงจรการเทขาย คือ น้ำมันแพง ทำให้กังวลเงินเฟ้อ ธนาคารกลางส่งสัญญาณเข้มงวด อัตราผลตอบแทนพุ่ง หุ้นถูกปรับลดมูลค่า สภาพการเงินตึงตัว เศรษฐกิจชะลอ และหุ้นยิ่งอ่อนแอ ความเชื่อมั่นในประเด็นนี้อยู่ในระดับสูง ครับ
ประเด็นที่สี่ ความแตกต่างของจีน ครับ ทุนสำรองระหว่างประเทศของจีน เพิ่มขึ้นเป็นสามจุดสี่สามแปดล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนสิงหาคมพุทธศักราชสองพันห้าร้อยหกสิบเก้า สูงกว่าที่ตลาดคาด และธนาคารประชาชนจีน ซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ยี่สิบสอง ขณะที่เงินหยวนแข็งค่า
การสะสมทองคำของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง มักเกิดขึ้นในช่วงที่ภูมิรัฐศาสตร์ไม่แน่นอน และเป็นสัญญาณของการลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นหลังปีสองพันสิบสี่ และหลังความขัดแย้งยูเครน ปีสองพันยี่สิบสอง
ผลกระทบคือ เป็นบวกต่อทองคำในระยะกลาง เพราะได้แรงหนุนทั้งจากการซื้อของธนาคารกลาง และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่สินทรัพย์ตลาดเกิดใหม่ผสมกัน เงินหยวนแข็งค่าหนุนหุ้นจีนในระยะใกล้ แต่ภาวะลดความเสี่ยงทั่วโลก มักกดดันตลาดเกิดใหม่ ความเชื่อมั่นในประเด็นนี้ อยู่ในระดับปานกลางครับ
เมื่อวิเคราะห์ทุกประเด็นแล้ว กลยุทธ์การลงทุนที่เรามีความเชื่อมั่นสูง คือ เพิ่มน้ำหนักหุ้นพลังงาน และทองคำ ลดน้ำหนักหุ้นทั่วไป โดยเฉพาะเทคโนโลยี สินค้าฟุ่มเฟือย และสายการบิน และลดน้ำหนักการลงทุน ในตราสารหนี้ระยะยาว
หนึ่ง เปิดสถานะซื้อหรือเพิ่มน้ำหนักหุ้นพลังงาน เพราะการพุ่งขึ้นของน้ำมันเหนือหนึ่งร้อยดอลลาร์ และความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซ เป็นแรงหนุนรายได้โดยตรงของกลุ่มพลังงาน
สอง ถือทองคำเพิ่มขึ้น เพราะได้แรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย และการซื้อของธนาคารกลางจีน ที่ต่อเนื่องถึงยี่สิบสองเดือน น้ำหนักการลงทุนระดับปานกลาง ในช่วงหนึ่งถึงสี่สัปดาห์
สาม ลดน้ำหนักหรือเปิดสถานะขาย หุ้นสายการบิน เพราะค่าใช้จ่ายน้ำมันที่สูงขึ้น จะบีบอัตรากำไร อย่างรุนแรงในไตรมาสสาม
สี่ ลดน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ เพราะเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยสูง และถูกกดดันมากที่สุด
ห้า ลดน้ำหนักตราสารหนี้ระยะยาว หรือเปิดสถานะขาย พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุสิบปี เนื่องจากอัตราผลตอบแทนทั่วโลก ยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอีก
ปัจจัยที่ต้องติดตามเป็นลำดับต่อไป คือ การเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ ข่าวการหยุดชะงักของการขนส่ง ในช่องแคบฮอร์มุซ ถ้อยแถลงของธนาคารกลางสหรัฐ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น และข้อมูลสต็อกน้ำมันครับ
สำหรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เรามองสามกรณีครับ
กรณีฐาน มีโอกาสร้อยละห้าสิบห้า ราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหว ในกรอบหนึ่งร้อย ถึงหนึ่งร้อยสิบดอลลาร์ ความตึงเครียดยังคงอยู่ แต่ไม่ถึงขั้นปิดช่องแคบฮอร์มุซ ธนาคารกลางปรับขึ้นดอกเบี้ยตามสัญญาณ และหุ้นทั่วโลก จะผันผวนในทิศทางลง เป็นเวลาสองถึงสี่สัปดาห์ กลยุทธ์คือ คงการลงทุนเชิงรับ และเพิ่มน้ำหนักพลังงาน ทองคำ และเงินสด
กรณีเชิงบวก มีโอกาสร้อยละยี่สิบ หากเกิดความสำเร็จทางการทูต ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ราคาน้ำมันลดลงต่ำกว่าเก้าสิบดอลลาร์ ความกังวลเงินเฟ้อลดลง และธนาคารกลางส่งสัญญาณหยุดขึ้นดอกเบี้ย ตลาดหุ้นอาจดีดตัวรุนแรง หุ้นเทคโนโลยีและสายการบิน มีความเสี่ยงเกิดช็อตสควีซ ขณะที่การลงทุนในพลังงาน จะขาดทุน
กรณีเชิงลบ มีโอกาสร้อยละยี่สิบห้า หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจริง หรือปิดบางส่วน ราคาน้ำมันพุ่งถึงหนึ่งร้อยสามสิบดอลลาร์ หรือสูงกว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ สูงเกินคาด และธนาคารกลางสหรัฐ ต้องปรับท่าทีเข้มงวดอย่างฉุกเฉิน ตลาดหุ้นอาจเข้าสู่ภาวะหมีเชิงวัฏจักร โดยร่วงลงสิบห้าถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ทองคำและดอลลาร์ จะปรับตัวดีกว่า และความเสี่ยงเชิงระบบ ในตลาดเครดิตจะเพิ่มขึ้น
สรุปประเด็นสำคัญ ที่นักลงทุนควรจำไว้ครับ
หนึ่ง น้ำมันที่อยู่เหนือหนึ่งร้อยดอลลาร์ คือตัวเปลี่ยนเกมทางเศรษฐกิจมหภาค เพราะเป็นแรงกดดันด้านอุปทาน ที่ธนาคารกลางไม่สามารถเพิกเฉยได้ ภาวะเงินเฟ้อ พร้อมเศรษฐกิจชะลอตัว จึงเป็นกรณีฐาน
สอง ลดน้ำหนักหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย และต้นทุนพลังงาน เช่น เทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ สินค้าฟุ่มเฟือย และสายการบิน
สาม เพิ่มน้ำหนักพลังงานและทองคำ เพราะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์โดยตรง จากราคาน้ำมัน และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
สี่ การลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว มีความเสี่ยง เพราะอัตราผลตอบแทนทั่วโลกยังสูงขึ้น และอาจให้ผลขาดทุนจากมูลค่า ไม่ใช่ความปลอดภัย
ห้า ติดตามเงินเยน และการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น เพราะการแข็งค่าของเยน สะท้อนการคลายแคร์รีเทรด ซึ่งจะดูดสภาพคล่อง ออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
หก ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางถัดไป หากสูงเกินคาด จะหนุนกรณีเชิงลบ หากต่ำกว่าคาด อาจเกิดการดีดตัวของตลาด ในระยะสั้น ครับ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า ไอ วี ซี อินเวซซี่ ดอท เอ็ดดี้ เอไอ ดอท เทค สวัสดีครับ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ