สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันอังคารที่ แปด กันยายน สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา ยี่สิบเอ็ดนาที ครับ
วันนี้ ตลาดการเงินทั่วโลก กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และท่าทีเข้มงวดของธนาคารกลางหลายแห่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่สหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบหกสัปดาห์ สร้างความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ที่จะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง
ซึ่งเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด กำลังจะประกาศตัวเลขเงินเฟ้อที่สำคัญ อีกทั้งตลาดก็คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก หนึ่งในสี่เปอร์เซ็นต์ ในเดือนนี้
จากข้อมูลล่าสุด ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อย ขณะที่เงินเยนญี่ปุ่น แข็งค่าขึ้นถึง ร้อยละหนึ่งจุดสองหก สะท้อนว่านักลงทุน กำลังปรับพอร์ตการลงทุน มากกว่าจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหมด
ภาพรวมตลาดขณะนี้ จึงเข้าสู่ภาวะ เศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง ซึ่งไม่มีสินทรัพย์ใด ที่จะเป็นหลักประกันความเสี่ยงได้ดีนัก
มาดูภาพรวมตลาดหุ้นกันครับ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวันแรงงาน แต่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ พุ่งสูงถึงร้อยละสี่จุดหกหนึ่ง นำโดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์
ด้านตลาดหุ้นยุโรป ปิดตัวในกรอบแคบๆ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเยอรมนีดีดตัวขึ้น และหุ้นกลุ่มประกันร่วงลง
ในฝั่งสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำปรับตัวลงสู่ระดับสี่พันสี่ร้อยดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ราคาทองแดงใกล้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากการขาดแคลนอุปทาน
และราคายูเรเนียม ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน จากความต้องการของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่อาจลุกลามไปถึงช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันถึงร้อยละยี่สิบเอ็ดของโลก
หากเกิดการปิดช่องแคบ ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นอีก ส่งผลกระทบต่อสายการบิน การขนส่ง และอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาพลังงาน อีกทั้งยังกดดันธนาคารกลาง ให้ต้องขึ้นดอกเบี้ยตามไปด้วย
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางทั่วโลก กำลังส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางยุโรป ที่คาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สอง หลังเงินเฟ้อในยูโรโซนพุ่งถึงร้อยละสามจุดสาม
รวมถึงธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ ซึ่งหนุนให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น และธนาคารกลางออสเตรเลีย ก็มีโอกาสสูงถึงร้อยละหกสิบหก ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเช่นกัน
การขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกันแบบนี้ เคยเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และมักเป็นสัญญาณนำก่อนเศรษฐกิจจะชะลอตัว โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เช่น อสังหาริมทรัพย์ สาธารณูปโภค และประกันภัย
ในอีกมุมหนึ่ง จีนประกาศแผนอัดฉีดเงิน จำนวนสี่หมื่นห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณสามแสนล้านหยวน เข้าสู่ระบบธนาคารของรัฐ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบการเงิน และกระตุ้นการปล่อยกู้ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ซึ่งการอัดฉีดเงินครั้งนี้ ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ近ยี่สิบปี โดยเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของจีน ที่ปรับตัวขึ้นแล้วร้อยละหนึ่งจุดเก้าหนึ่ง
ด้านการเมืองในยุโรป ความสำเร็จของพรรค AfD ในการเลือกตั้งระดับรัฐของเยอรมนี และวิกฤตผู้อพยพในสเปน สร้างความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มประกันในยุโรปปรับตัวลง และอาจกดดันค่าเงินยูโรในระยะสั้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ในช่วงสี่สัปดาห์ข้างหน้า นักลงทุนควรเพิ่มน้ำหนักในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ เนื่องจากราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ควรลดน้ำหนักในหุ้นกลุ่มการเงินของยุโรป และหุ้นเติบโตระยะยาวที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย พร้อมถือครองเงินเยนญี่ปุ่น เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คือ ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ การตัดสินใจดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป และสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ
โดยในกรณีพื้นฐาน โอกาสร้อยละห้าสิบห้า คาดว่าราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับสูง ขณะที่เฟดและธนาคารกลางยุโรปจะปรับขึ้นดอกเบี้ยตามคาด
แต่ในกรณีเลวร้าย หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นบางส่วน และเงินเฟ้อสูงกว่าคาด ตลาดหุ้นทั่วโลกอาจเผชิญกับการเทขายครั้งใหญ่
และทิ้งท้ายด้วยประเด็นสำคัญครับ น้ำมันเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อตลาดในขณะนี้ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน สนับสนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น การขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกันของธนาคารกลาง กดดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย
ทองคำถูกกดดันจากความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่จีนยังคงซื้อทองคำสะสมอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยหนุนระยะยาว
การอัดฉีดเงินของจีนเป็นสัญญาณที่ดี แต่ผลกระทบยังต้องรอดูต่อไป หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของจีนน่าสนใจมากกว่าหุ้นกลุ่มการเงินโดยตรง
และแรงกดดันทางการเมืองในยุโรป ยิ่งซ้ำเติมปัญหาเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะลอตัว ส่วนเงินเยนญี่ปุ่น ยังคงเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุดในตอนนี้ครับ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V Z Invezzy dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ