สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก
ประจำวันศุกร์ที่ สิบสี่ สิงหาคม พุทธศักราชสองพันห้าร้อยหกสิบเก้า
เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที
วันนี้ เราจะมาวิเคราะห์บรรยากาศการลงทุนที่ถูกครอบงำด้วย ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
โดยเฉพาะประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
รวมถึงการหยุดชะงักของการเดินเรือในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ปัจจัยเหล่านี้กำลังผลักดันให้ราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น
ในขณะที่ธนาคารกลางหลายแห่ง โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด
ยังคงลังเลที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริงถูกกดดัน
และเป็นแรงหนุนให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปเหนือระดับสี่พันสี่ร้อยยี่สิบดอลลาร์สหรัฐ
ทำจุดสูงสุดในรอบสิบสัปดาห์
ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก
ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากความเสี่ยงด้านสงคราม และการถกเถียงเกี่ยวกับแผนลดงบดุลของเฟด
วงเงินหกล้านเจ็ดแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ของเควิน วอร์ช
กำลังทำให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น และกดดันตลาดหุ้น
โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่อย่างไทย
ผลลัพธ์ที่ได้คือ ตลาดที่มีลักษณะเป็นรูปตัวเค
คือสินทรัพย์ปลอดภัยและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ และเซมิคอนดักเตอร์ ยังคงเป็นที่ต้องการ
ในขณะที่สินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย มีต้นทุนพลังงานสูง และเชื่อมโยงกับจีน กลับปรับตัวลง
ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของจีนที่อ่อนแอ
ในเชิงกลยุทธ์ ตลาดตอนนี้ให้ผลตอบแทนแก่กลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคาร ที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ擴大ขึ้น
และการถือทองคำ
ขณะเดียวกันก็ลงโทษกลุ่มสายการบิน สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับจีน
สำหรับภาพรวมอารมณ์ตลาด ถือเป็นเชิง ระมัดระวังและค่อนข้างเป็นลบ
เนื่องจากกระแสทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น
แล้วเราจะมาดูกันที่การเคลื่อนไหวของสินทรัพย์สำคัญๆ ครับ
ตลาดหุ้นยุโรป หรือ EU100 ปรับตัวขึ้นร้อยละเก้าสิบเอ็ด
ตลาดหุ้นอินเดีย หรือ NIFTY 50 ปรับตัวขึ้นร้อยละสามสิบสี่
ขณะที่ตลาดหุ้นดูไบ ปรับตัวลงร้อยละสามสิบสอง
และตลาดหุ้นออสเตรเลีย ทรงตัว
ด้านพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่น ต่างปรับตัวขึ้น
สะท้อนภาวะ Risk-Off
ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ ทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสิบสัปดาห์
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ทีนี้เรามาวิเคราะห์เชิงลึกในแต่ละประเด็นกันครับ
ประเด็นแรก ความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่าน และวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ
ความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ ส่งผลให้ราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น
ในขณะที่ทองคำ Rally ขึ้นไปเหนือสี่พันสี่ร้อยยี่สิบดอลลาร์สหรัฐ
จากข้อมูลในอดีต ราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ส่งผลบวกต่อกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค
เช่น ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ไทยออยล์ และสตาร์ปิโตรเลียมรีไฟน์นิ่ง
ผ่านการเพิ่มขึ้นของราคาขายและกำไร
ในทางกลับกัน ส่งผลลบต่อกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์
เช่น สายการบินเอเชีย เอวิเอชั่น การบินไทย และเคอร์รี่ เอ็กซ์เพรส
เนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไร
เราคาดว่าผลกระทบต่อกลุ่มพลังงานจะมีแนวโน้มเป็นบวกและมีขนาดใหญ่ในช่วงหนึ่งถึงสี่สัปดาห์
ขณะที่กลุ่มสายการบินจะมีแนวโน้มเป็นลบในช่วงเวลาเดียวกัน
ส่วนทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัย จะได้ประโยชน์ในช่วงศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง
ประเด็นที่สอง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่สูงขึ้น และนโยบายธนาคารกลาง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวขึ้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
และการที่ธนาคารกลางลังเลที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย
แผนลดงบดุลของเฟดภายใต้ชื่อ เควิน วอร์ช วงเงินหกล้านเจ็ดแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
กำลังถูกจับตามองในแง่ความผันผวนของตลาดตราสารหนี้
การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
ส่งผลบวกต่อกลุ่มธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคารกรุงศรีอยุธยา
เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ widening
แต่ส่งผลลบต่อกลุ่มสินเชื่อรายย่อยและไมโครไฟแนนซ์
เช่น บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น
ประเด็นที่สาม ตลาดรูปตัวเค กับหุ้นกลุ่มเอไอและเซมิคอนดักเตอร์
บลูเบลล์ แนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มเอไอและเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางภาวะตลาดรูปตัวเค
ขณะที่ onsemi รายงานผลประกอบการไตรมาสสองที่ดี จากความต้องการศูนย์ข้อมูลเอไอที่เพิ่มขึ้น
คาดว่ากลุ่มเอไอและเซมิคอนดักเตอร์จะมีแนวโน้มเป็นบวกในระยะกลาง
แต่การมีส่วนร่วมของตลาดในวงกว้างจะยังคงเป็นแบบผสมผสาน
ประเด็นที่สี่ เศรษฐกิจจีนชะลอตัว และความอ่อนแอของตลาดเกิดใหม่
หุ้นจีนร่วงลง หลังจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทั้งภาคการผลิตของทางการและเอกชน
ออกมาต่ำกว่าคาด และบ่งชี้ถึงภาวะหดตัว
การหดตัวของภาคการผลิตในจีน ส่งผลลบต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม
เช่น อมตะ คอร์ปอเรชั่น และดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น
เนื่องจากความต้องการขยายโรงงานลดลง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูงในขณะนี้
เรามีมุมมอง น้ำหนักการลงทุนมากเกินไป ในกลุ่มผู้ผลิตพลังงาน
ได้แก่ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ไทยออยล์ และสตาร์ปิโตรเลียมรีไฟน์นิ่ง
น้ำหนักการลงทุนมากเกินไป ในกลุ่มธนาคาร
ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต และธนาคารกรุงศรีอยุธยา
น้ำหนักการลงทุนน้อยเกินไป ในกลุ่มสายการบินและสินเชื่อรายย่อย
ได้แก่ สายการบินเอเชีย เอวิเอชั่น การบินไทย เคอร์รี่ เอ็กซ์เพรส ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น เมืองไทย แคปปิตอล และเงินติดล้อ
น้ำหนักการลงทุนน้อยเกินไป ในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับจีน
ได้แก่ อมตะ คอร์ปอเรชั่น และดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น
และเรายังแนะนำให้ถือครองทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยง
สำหรับสถานการณ์ในกรณีพื้นฐาน เราคาดว่าความตึงเครียดจะยังคงอยู่
น้ำมันจะยังคงสูง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวขึ้นต่อไป
และกลุ่มพลังงานและธนาคารจะยังคง outperform
ในกรณีที่ดี ความตึงเครียดคลี่คลาย และเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัว
จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลง และกระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
ในกรณีที่แย่ การยกระดับความขัดแย้ง หรือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
จะทำให้น้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
และตลาดหุ้นจะเผชิญกับการเทขายครั้งใหญ่
โดยสรุปแล้ว จุดเน้นหลักคือ การลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานผ่านกลไกราคาน้ำมัน
การหลีกเลี่ยงกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
การถือหุ้นกลุ่มธนาคารที่ได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
การลดน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มที่เชื่อมโยงกับจีน
และการถือทองคำไว้เป็นหลักประกันความเสี่ยง
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ