สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันศุกร์ที่ สิบสี่ สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา หกนาที

สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันศุกร์ที่ สิบสี่ สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา หกนาที

วันนี้เรามาติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกกันครับ เริ่มที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดการเงิน โดยเฉพาะในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลก โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงขึ้นถึงห้าจุดแปดสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ และน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเพิ่มขึ้นห้าจุดหกสิบสามเปอร์เซ็นต์ ในการซื้อขายวันเดียว เมื่อวันที่เจ็ดกรกฎาคม ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกก็ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากสงคราม และธนาคารกลางที่ไม่เร่งลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสิบสัปดาห์ ที่มากกว่าสี่พันสี่ร้อยยี่สิบดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดเกิดการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน กลุ่มพลังงานและธนาคาร ได้รับแรงหนุน ในขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย และกลุ่มขนส่ง รวมถึงตลาดเกิดใหม่ ต้องเผชิญกับแรงกดดัน

สำหรับภาพรวมของตลาดหุ้นไทย ดัชนีเซต ถูกคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ถึงปรับตัวลงเล็กน้อย ตามแรงขายในกลุ่มเทคโนโลยี โดยนักลงทุนอยู่ในภาวะระมัดระวังตัว

ในส่วนของประเด็นวิเคราะห์ที่น่าสนใจในวันนี้มีสี่ประเด็นด้วยกันครับ

ประเด็นแรก เรื่องความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงาน โดยคาดว่าจะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มผลิตพลังงานต้นน้ำ อย่างเช่น ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับประโยชน์จากราคาขายที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน จะเป็นลบต่อกลุ่มสายการบินและโลจิสติกส์ อย่างเช่น บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท เคอีเอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น

ประเด็นที่สอง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลดีต่อกลุ่มธนาคาร อย่างเช่น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิจะขยายตัว แต่เป็นลบต่อกลุ่มไฟแนนซ์ที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่างเช่น บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) รวมถึงกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างเช่น บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)

ประเด็นที่สาม การฟื้นตัวของตลาดไอพีโอเทคโนโลยีในจีน โดยเฉพาะบนกระดานสตาร์ มาร์เก็ต ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความรู้สึกของนักลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก แต่ผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้นไทยยังมีจำกัด

ประเด็นสุดท้าย ทองคำที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย บ่งชี้ถึงความกังวลด้านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนที่มีความมั่นใจสูงที่สุดในขณะนี้ คือ การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มผู้ผลิตพลังงาน โดยเฉพาะ ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ปตท. ไทยออยล์ และสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง รวมถึงกลุ่มธนาคาร อย่างเช่น ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ควบคู่ไปกับการลดน้ำหนักในกลุ่มขนส่งและสายการบิน และกลุ่มไฟแนนซ์ที่ไม่ใช่ธนาคาร

นอกจากนี้ ควรมีการถือครองทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และติดตามข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดในระยะต่อไปครับ

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ