สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันอังคารที่ สิบเอ็ด สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที
เริ่มต้นที่บรรยากาศการซื้อขายในวันนี้ ตลาดการเงินทั่วโลก กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นผลจากความเสี่ยงสงครามและความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทำให้สภาพคล่องทางการเงินตึงตัวมากขึ้น และกดดันสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่
รายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด ส่งสัญญาณถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยพร้อมเงินเฟ้อ หรือที่เรียกว่า สแตกเฟลชัน ซึ่งเป็นภาวะที่การเติบโตชะลอตัว แต่ราคาสินค้าสูงขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่แพงขึ้น
ในภาพรวม ตลาดเปลี่ยนผ่านจากความคิดที่มองโลกในแง่ดี มาสู่ท่าทีที่ระมัดระวังและเป็นลบมากขึ้น โดยมีปัจจัยสำคัญจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
สำหรับภาพรวมตลาดวันนี้ ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลง เนื่องจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อหรือพีเอ็มไอ หดตัวต่ำกว่าคาด ในทางตรงกันข้าม ตลาดหุ้นบราซิลปรับตัวขึ้นร้อยละสองถึงสาม จากแรงหนุนของเงินเฟ้อที่ชะลอตัว
ส่วนตลาดหุ้นไทย ดัชนีเซท ฟิฟตี้ ปรับเพิ่มขึ้น โดยมีแรงซื้อในกลุ่มธนาคารและพลังงาน ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นร้อยละศูนย์จุดสองเจ็ด เยนญี่ปุ่นอ่อนค่าร้อยละศูนย์จุดเก้าเจ็ด
ราคาทองคำปรับตัวลดลง เนื่องจากเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่ง ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส เคลื่อนไหวที่ระดับหกสิบเก้าถึงเจ็ดสิบสามดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละศูนย์จุดเจ็ดแปด
มาถึงการวิเคราะห์เชิงประเด็นและผลกระทบระยะต่อไป ประเด็นแรก ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน ซึ่งเป็นผลดีต่อกลุ่มผู้ผลิตพลังงาน อย่าง พีทีทีอีพี ปตท. ท็อป และเอสพีอาร์ซี
แต่ส่งผลลบต่อกลุ่มสายการบินและขนส่ง อย่าง เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไร รวมถึงกลุ่มสาธารณูปโภคที่มีหนี้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่าง บีกริม จีพีเอสซี และกัลฟ์ ก็ได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่อ่อนค่าและก๊าซนำเข้าที่แพงขึ้น
ประเด็นที่สอง ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ยังคงส่งสัญญาณเข้มงวด นางลิซ่า คุก หนึ่งในคณะกรรมการธนาคารกลาง กล่าวว่า ธนาคารกลางให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมากกว่าตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ซึ่งส่งผลดีต่อกลุ่มธนาคาร อย่าง บีบีแอล เคแบงก์ เอสซีบี เคทีบี ทีทีบี และบีเอ
เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้นจะช่วยเพิ่มรายได้ แต่ส่งผลลบต่อกลุ่มสินเชื่อผู้บริโภค อย่าง ซาวาด เอ็มทีซี และไทด์ลอร์ เพราะต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไร
ประเด็นที่สาม ความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน การหดตัวของดัชนีพีเอ็มไอ ส่งผลลบต่อกลุ่มพัฒนานิคมอุตสาหกรรม อย่าง อมตะ และดับบลิวเอชเอ เพราะดีมานด์ที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมลดลง
ในทางตรงกันข้าม ตลาดหุ้นบราซิลปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น จากเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ทำให้คาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะผ่อนคลายนโยบายการเงิน
ประเด็นที่สี่ ความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลบวกต่อกลุ่มผู้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง เดลต้า เคซีอี และฮานา รวมถึงกลุ่มผู้ส่งออกอาหาร อย่าง ทียู ซีพีเอฟ ไอทีซี และเอเอไอ
เนื่องจากรายได้ที่แปลงเป็นเงินบาทจะมีมูลค่าสูงขึ้น แต่กลับส่งผลลบต่อกลุ่มสาธารณูปโภคที่มีหนี้เป็นดอลลาร์ อย่าง บีกริม จีพีเอสซี และกัลฟ์ จากภาระหนี้ที่สูงขึ้นและต้นทุนก๊าซนำเข้าที่แพง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูงในวันนี้ แนะนำให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าปกติ ในกลุ่มพลังงานและธนาคาร ส่วนกลุ่มขนส่งและสินเชื่อผู้บริโภค ควรลดน้ำหนักการลงทุนหรือหลีกเลี่ยง
โดยกลุ่มพลังงาน อย่าง พีทีทีอีพี ปตท. ท็อป และเอสพีอาร์ซี จะได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและมาร์จิ้นการกลั่นที่ดีขึ้น กลุ่มธนาคาร อย่าง บีบีแอล เคแบงก์ และเอสซีบี จะได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
ส่วนกลุ่มผู้ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และอาหาร จะได้ประโยชน์จากเงินบาทที่อ่อนค่า ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในระยะสั้น
สำหรับสถานการณ์ความเสี่ยงหลัก กรณีพื้นฐานมีโอกาสร้อยละห้าสิบ คือ ความตึงเครียดตะวันออกกลางยังคงอยู่ แต่ไม่ลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ราคาน้ำมันจะทรงตัวในกรอบเจ็ดสิบถึงแปดสิบดอลลาร์สหรัฐ ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง กลุ่มพลังงานและธนาคารจะยังคง outperform
กรณีที่ดีมีโอกาสร้อยละยี่สิบห้า คือ ความขัดแย้งคลี่คลาย ราคาน้ำมันลดลงต่ำกว่าหกสิบห้าดอลลาร์สหรัฐ และธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบาย ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นในวงกว้าง
กรณีเลวร้ายมีโอกาสร้อยละยี่สิบ คือ เกิดสงครามเต็มรูปแบบที่กระทบช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินหนึ่งร้อยดอลลาร์สหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้นจากเงินเฟ้อช็อค และธนาคารกลางถูกบังคับให้ขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ จะเกิดการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรุนแรง
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในอีกสี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้า คือ ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ และพัฒนาการของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดในระยะต่อไป
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ