สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันพุธที่ ห้า สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที ครับ
วันนี้ ตลาดการเงินโลก กำลังถูกกดดัน จากสองปัจจัยหลัก ครับ
หนึ่ง คือ ความตึงเครียด ทางภูมิรัฐศาสตร์ ระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
และสอง คือ ความไม่แน่นอน เชิงนโยบาย ของธนาคารกลางสหรัฐ ภายใต้การนำของ ประธานเควิน วอร์ช ครับ
เริ่มที่ ราคาน้ำมันดิบ กันก่อน ครับ
การปะทะกัน ทางทหาร และความวุ่นวาย ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ พุ่งขึ้น ร้อยละ หกจุดสี่ ในวันเดียว และบวกเพิ่มขึ้น ถึง ร้อยละ สิบจุดสาม ในรอบสัปดาห์
ซึ่งเป็นการกลับมา ของค่าความเสี่ยง ทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญ ครับ
ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัส อยู่ที่ เจ็ดสิบสาม ดอลลาร์ หกสิบเก้าเซนต์ ขณะที่เบรนท์ อยู่ที่ เจ็ดสิบแปด ดอลลาร์ เก้าสิบสามเซนต์ ครับ
ในฝั่ง ค่าเงิน ดัชนีดอลลาร์ หรือ ดีเอ็กซ์วาย ขยับขึ้นมา อยู่ที่ประมาณ หนึ่งร้อยหนึ่งจุดศูนย์ ถึง หนึ่งร้อยหนึ่งจุดสี่
โดยตลาดให้น้ำหนัก ความน่าจะเป็น ถึง ร้อยละ เจ็ดสิบเอ็ด ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมเดือนกันยายน
สวนทางกับ ธนาคารกลางจีน ที่ยังคงส่งสัญญาณ ผ่อนคลายทางการเงิน อย่างต่อเนื่อง ครับ
บรรยากาศ การลงทุน โดยรวม จึงอยู่ในโหมด ระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
โดยมีแรงหนุน จากหุ้นกลุ่มพลังงาน และแรงกดดัน ในกลุ่มที่อ่อนไหว ต่ออัตราดอกเบี้ย
วันนี้ เราจะมาวิเคราะห์ ประเด็นสำคัญ สี่ประเด็น ที่จะมีผล ต่อทิศทางการลงทุน ในระยะถัดไป ครับ
ประเด็นแรก ความขัดแย้ง สหรัฐอเมริกา กับอิหร่าน และการปิดกั้น ช่องแคบฮอร์มุซ
ส่งผลบวกโดยตรง ต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ครับ ไม่ว่าจะเป็น ปตท.อีพี ปตท. ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี
จากราคาขาย ที่สูงขึ้น และส่วนต่าง การกลั่น ที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังส่งผลดี ต่อหุ้นถ่านหิน อย่าง บ้านปู และลานนา ครับ
ในทางตรงกันข้าม ต้นทุนเชื้อเพลิง ที่พุ่งสูงขึ้น กลับเป็นปัจจัยลบ ต่อหุ้นกลุ่มขนส่ง อย่าง เอเชีย เอวิเอชั่น การบินกรุงเทพ และเคอรี่ เอ็กซ์เพรส อย่างมีนัยสำคัญ
แรงกดดัน ด้านเงินเฟ้อ จากต้นทุนนี้ อาจส่งผลกระทบ ไปยัง กลุ่มค้าปลีกและพาณิชย์ อย่าง ซีพีออลล์ เซ็นทรัลพัฒนา และเซ็นทรัล รีเทล ได้ในลำดับต่อไป ครับ
ประเด็นที่สอง การทบทวนกรอบนโยบายการเงิน ของเฟด ภายใต้การนำของ ประธานวอร์ช
ตลาดกำลังจับตา โอกาส ขึ้นดอกเบี้ย ในเดือนกันยายน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง
การขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นผลบวก ต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร ครับ โดยเฉพาะ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ จากส่วนต่าง อัตราดอกเบี้ย ที่ขยายตัวดีขึ้น
แต่จะกลายเป็นปัจจัยลบ สำหรับหุ้นไฟแนนซ์ ที่ไม่ใช่ธนาคาร อย่าง ศรีสวัสดิ์ เมืองไทย แคปปิตอล และเงินติดล้อ เพราะต้นทุน การกู้ยืมสูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังกดดัน หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ที่มีหนี้สิน สกุลเงินดอลลาร์สูง อย่าง บี.กริม เพาเวอร์ โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ และกัลฟ์ ครับ
การประชุม ที่แจ็คสัน โฮล ในช่วงปลายเดือนนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ต้องติดตาม อย่างใกล้ชิด ครับ
ประเด็นที่สาม นโยบายการเงิน ของจีน ที่เดินหน้าผ่อนคลาย
จีนให้คำมั่น จะอัดฉีดสภาพคล่อง และเร่งการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน
ซึ่งจะส่งผลบวก ต่อหุ้นกลุ่ม วัสดุก่อสร้าง อย่าง ปูนซิเมนต์ไทย ปูนซิเมนต์นครหลวง ทิปโก้แอสฟัลท์ และทีเอ็มที
และหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง อย่าง ช.การช่าง ซิโน-ไทย และอิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ ครับ
ตลอดจน ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม อย่าง อมตะ คอร์ปอเรชั่น และดับบลิวเอชเอ
นโยบายที่สวนทาง กับสหรัฐอเมริกา นี้ จะช่วยชดเชย ผลกระทบ ด้านลบ จากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ได้บางส่วน ครับ
และประเด็นสุดท้าย เรื่องค่าเงินบาท ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า
การแข็งค่า ของดอลลาร์สหรัฐ จากส่วนต่าง อัตราดอกเบี้ย เป็นผลบวก อย่างมาก ต่อกลุ่มผู้ส่งออก ครับ
ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มอาหาร อย่าง ไทยยูเนี่ยน ซีพีเอฟ ไอ-เทล และเอเชี่ยน อะไลอันซ์
หรือกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่าง เดลต้า เคซีอี และฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส์
รายได้ ในรูปเงินดอลลาร์ จะแปลงกลับมา เป็นเงินบาท ได้มากขึ้น
ในขณะเดียวกัน กลุ่มโรงไฟฟ้า ที่มีหนี้สิน สกุลเงินดอลลาร์ จะได้รับผลกระทบ ด้านลบ ในทันที ครับ
โดยสรุป กลยุทธ์การลงทุน ในช่วงนี้ คือการ ให้น้ำหนัก กลุ่มพลังงาน เป็นหลัก
หลีกเลี่ยง หุ้นสายการบิน และกลุ่มขนส่ง
และเลือกลงทุน ในกลุ่มส่งออก ที่ได้ประโยชน์ จากค่าเงินบาทอ่อน
ส่วนกลุ่มธนาคาร ยังคงมีมุมมองบวก จากแนวโน้ม อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
แต่ต้องระวัง แรงกดดัน ในหุ้นโรงไฟฟ้า ที่มีภาระหนี้สกุลเงินต่างประเทศ ครับ
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด คือการประชุม แจ็คสัน โฮล ในวันที่ ยี่สิบเจ็ด ถึง ยี่สิบเก้า สิงหาคม นี้
ซึ่งจะชี้ชะตา ทิศทางเงินทุน และอัตราดอกเบี้ย ในระยะถัดไป ครับ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ