สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันจันทร์ที่ สาม สิงหาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา หกนาฬิกา เจ็ดนาที
ตามรายงานเศรษฐกิจ ประจำวันที่สามสิบ กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกขณะนี้ ถูกครอบงำ โดยวงจรความขัดแย้ง ระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ซึ่งกลายเป็น ตัวขับเคลื่อนตลาด ที่ทรงพลังที่สุด ราคาน้ำมันดิบ พุ่งขึ้นประมาณ เจ็ดเปอร์เซ็นต์ ในวันเดียว เป็นการพลิกกลับอย่างรุนแรง จากการปรับตัวลดลง สามเปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ยี่สิบเจ็ด กรกฎาคม ที่ผ่านมา จากความหวัง การเจรจาสันติภาพ
แรงเหวี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ กำลังอัดฉีด ส่วนชดเชยความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ให้กับตลาดพลังงาน โดยน้ำมันดิบ ดับเบิลยูทีไอ ปรับตัวบวก ตั้งแต่ต้นปี ถึงยี่สิบแปดเปอร์เซ็นต์ แม้ข้อมูลรายเดือน จะแสดงการปรับฐานลง ลบสิบแปดเปอร์เซ็นต์ จากจุดสูงสุดก่อนหน้านี้ ก็ตาม
ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐฯ คงอัตราดอกเบี้ย ตามที่คาดการณ์ไว้ สร้างแรงยึดเหนี่ยวระยะสั้น แต่กลไกการส่งผ่าน ชัดเจนมาก นั่นคือ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่หนืด ซึ่งกดดันตลาดตราสารหนี้ โดยกองทุนพันธบัตร เกรดลงทุนของสหรัฐฯ มียอดไถ่ถอน สูงเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน ผลประกอบการ กลุ่มเทคโนโลยี เกิดการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน ไมโครซอฟท์ และซัมซุง รายงานผลประกอบการ ที่แข็งแกร่ง แต่เมตา และดัชนีคอสปี ของเกาหลีใต้ กลับอ่อนแรงลง ส่งผลให้ภาพรวมหุ้น อยู่ในโหมดที่แคบ และเลือกปฏิบัติ นี่คือระบอบ ส่วนชดเชยความเสี่ยง ทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งหุ้นที่พึ่งพิงพลังงาน จะเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ แลกกับหุ้นเติบโต ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย และภาคขนส่ง ที่ต้องสูญเสีย
สำหรับภาพรวมตลาดจากรายงานนี้ ทางฝั่งตลาดหุ้น ดัชนีดาวโจนส์ ลดลง ศูนย์จุดเก้าสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ดัชนีเอสแอนด์พีห้าร้อย ลบหนึ่งจุดยี่สิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ และแนสแดค ร่วงหนัก ลบสองจุดหนึ่งห้าเปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ยี่สิบสามกรกฎาคม ในทางตรงข้าม ดัชนีแด็กซ์สี่สิบ ของเยอรมนี ปรับตัวขึ้น หนึ่งเปอร์เซ็นต์ แตะสองหมื่นห้าพัน สี่ร้อยสี่สิบจุด เมื่อวันที่ยี่สิบแปดกรกฎาคม สะท้อนถึง การคลายความตึงเครียด ช่วงสั้น ๆ
ตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสิบปี ดีดตัวกลับขึ้นมา ขณะที่อัตราผลตอบแทน ของแคนาดา ออสเตรเลีย และบราซิล ต่างปรับตัวลดลง จากข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัว สำหรับน้ำมันดิบ ดับเบิลยูทีไอ พุ่งแรง เจ็ดเปอร์เซ็นต์ ในวันนี้ อยู่ที่ระดับ เจ็ดสิบสามจุดหกเก้าดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่เก้ากรกฎาคม และเบรนท์ อยู่ที่ เจ็ดสิบห้าจุดเก้าหกดอลลาร์ ดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ จีเอสซีไอ ปรับขึ้น ร้อยละสี่จุดเก้า ในรอบสัปดาห์ ส่วนดัชนีความผันผวน วีไอเอ็กซ์ และมูฟ ยังคงส่งสัญญาณตึงเครียด
เมื่อลงลึกในเชิงประเด็น ปัจจัยหลักที่หนึ่ง คืออุปทานน้ำมัน ตะวันออกกลาง สะเทือน จากความขัดแย้ง สหรัฐฯ อิหร่าน ที่ปะทุขึ้นรอบใหม่ ส่งผลให้ ราคาน้ำมัน พุ่งเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ในวันเดียว กลับตัวรุนแรง จากที่เคยลดลง จากความหวังเจรจา ความเชื่อมโยิงในอดีต ชี้ว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลบวกโดยตรง ต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน และสาธารณูปโภค เช่น พีทีทีอีพี พีทีที ทีโอพี และเอสพีอาร์ซี แต่จะกดดัน กลุ่มขนส่ง และโลจิสติกส์ อย่างรุนแรง เช่น เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ เพราะต้นทุนเชื้อเพลิง ที่สูงขึ้น จะบีบมาร์จิ้นทันที คาดการณ์ว่าผลกระทบ ต่อพลังงาน จะเห็นภายใน ศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง และต่อสายการบิน ในหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ ความเชื่อมั่นในประเด็นนี้ อยู่ในระดับสูง
ปัจจัยที่สอง คือจุดเปลี่ยนนโยบาย ธนาคารกลางทั่วโลก แม้เฟดจะคงดอกเบี้ย แต่แรงกดดันเงินเฟ้อ จากพลังงาน ทำให้ทิศทางในอนาคต ไม่แน่นอน ขณะที่ ออสเตรเลีย แคนาดา และบราซิล เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย จากข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ธนาคารกลางญี่ปุ่น เองก็เผชิญแรงกดดัน จากอัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาล ที่พุ่งสูงสุด นับตั้งแต่ปีสิบเก้าเก้าสิบเจ็ด ความแตกต่างนี้ ส่งผลให้ หุ้นกลุ่มแบงก์ เช่น บีบีแอล เคแบงก์ เอสซีบี และเคทีบี จะได้ประโยชน์ จากส่วนต่างดอกเบี้ย ที่ยังทรงตัว แต่กองทรัสต์ เพื่อการลงทุน ในอสังหาริมทรัพย์ และหุ้นอสังหาฯ จะถูกกดดัน จากอัตราดอกเบี้ย ที่อยู่ในระดับสูง นานกว่าคาด
ปัจจัยที่สาม การแบ่งขั้ว ของผลประกอบการเทคฯ ไมโครซอฟท์ และซัมซุง แข็งแกร่ง แต่นั่นไม่อาจช่วย ดัชนีแนสแดค ที่ร่วงลง สองจุดหนึ่งห้าเปอร์เซ็นต์ ได้ เพราะหุ้นเทคฯ ที่พึ่งพาโฆษณา อย่างเมตา กลับอ่อนแอ นักลงทุนจึงเลือกปฏิบัติ เข้าลงทุน เฉพาะหุ้น ที่มีรายได้จาก เอไอ ชัดเจน เท่านั้น
ปัจจัยที่สี่ ความเครียด ในตลาดตราสารหนี้ กองทุนตราสารหนี้ เกรดลงทุนสหรัฐฯ ถูกเทขาย สูงเป็นประวัติการณ์ นี่เป็นสัญญาณนำ ที่สำคัญ ว่านักลงทุนสถาบัน กำลังปรับพอร์ต รับมืออัตราผลตอบแทน ที่จะสูงขึ้น จากแรงส่งของ เงินเฟ้อด้านพลังงาน ซึ่งจะส่งผลลบ ต่อสินทรัพย์ ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย อย่างกองทรัสต์ฯ และหุ้นเติบโต
ดังนั้น มุมมองการลงทุน ที่มีความเชื่อมั่นสูง คือ การเพิ่มน้ำหนักหุ้นพลังงาน อย่าง พีทีทีอีพี พีทีที ทีโอพี และเอสพีอาร์ซี และเพิ่มน้ำหนักหุ้นแบงก์ อย่าง บีบีแอล เคแบงก์ เอสซีบี และเคทีบี ขณะที่ แนะนำลดน้ำหนัก หุ้นสายการบินและขนส่ง อย่าง เอเอวี บีเอ และเคอีเอ็กซ์ พร้อมทั้ง ระมัดระวัง หุ้นกองทรัสต์ฯ และอสังหาฯ เช่น อิมแพค เอไอเอ็มซีจี ดับเบิลยูเอชเออาร์ที สิริ เอพี ศุภาลัย และแอลเอช
สำหรับสถานการณ์จำลอง กรณีฐานที่ห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ น้ำมันจะทรงตัว ในกรอบ เจ็ดสิบถึงแปดสิบดอลลาร์ จากความตึงเครียด ที่ยืดเยื้อ แต่ไม่บานปลาย แนะนำ ถือน้ำหนักพลังงาน ต่อไป กรณีบวกที่ ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ หากมีการหยุดยิง น้ำมันอาจย่อลง มาที่หกสิบห้าถึงหกสิบแปดดอลลาร์ ให้หมุนกลับเข้า หุ้นเทคฯ และอสังหาฯ ที่ถูกเทขาย และกรณีเลวร้าย ที่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ หากเกิดการเผชิญหน้าเต็มรูปแบบ น้ำมันจะพุ่งเกิน เก้าสิบดอลลาร์ ควรถือเงินสด ทองคำ และหุ้นพลังงาน เท่านั้น
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา หนึ่ง น้ำมันคือผู้กำหนด ระบอบมหภาค การพุ่งขึ้นเจ็ดเปอร์เซ็นต์ จากความขัดแย้งสหรัฐฯ อิหร่าน คือข้อมูลที่สำคัญที่สุด ทุกสินทรัพย์อื่น เป็นผลพวงจากตรงนี้ สอง การคงดอกเบี้ยของเฟด ไม่ได้เป็นเชิงผ่อนคลาย เพราะเงินเฟ้อจากพลังงาน กำลังก่อตัวขึ้น สาม ตลาดหุ้นเทคฯ ตอนนี้ ต้องเลือกหุ้นเป็นรายตัว อย่าหลงตามดัชนีแนสแดค สี่ การไหลออก ของกองทุนตราสารหนี้ ระดับบันทึกสถิติ เป็นสัญญาณเตือน ถึงภาวะการเงิน ที่ตึงตัวขึ้น และห้า สมุดกลยุทธ์ สหสัมพันธ์ ชัดเจน พลังงานขึ้น ผู้ผลิตได้ประโยชน์ แต่ค่าขนส่งหดตัว ดอกเบี้ยทรงตัว แบงก์เป็นต่อ การเงินรายย่อยเป็นรอง และหากดอลลาร์แข็ง จากความเสี่ยง ผูส่งออกอาหารไทย อย่าง ทียู ซีพีเอฟ ไอทีซี เอเอไอ จะได้ประโยชน์ แต่โรงไฟฟ้า ที่มีหนี้สกุลดอลลาร์ อย่าง บีกริม จีพีเอสซี และกัลฟ์ จะถูกกดดัน
ทั้งนี้ ความผันผวน จากหัวข้อข่าวอยู่ในระดับสูงมาก การตั้งรับ โดยไม่มีการป้องกันความเสี่ยง ถือว่าเป็นการพนัน ควรใช้กลยุทธ์ จับคู่ซื้อขาย เช่น ซื้อหุ้นพลังงาน และขายหุ้นสายการบิน เพื่อแยกความเสี่ยง
สุดท้ายนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ให้รอบคอบ ก่อนตัดสินใจ
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ