สวัสดีครับ ต้อนรับเข้าสู่รายการ รายงานข่าวเศรษฐกิจรอบโลก ประจำวันอังคารที่ ยี่สิบแปด กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า เวลา สิบสองนาฬิกา สามสิบเจ็ดนาที ครับ
วันนี้ เรามีรายงานเศรษฐกิจ ประจำวันที่ ยี่สิบสี่ กรกฎาคม สองพันห้าร้อยหกสิบเก้า ดังนี้
ภูมิทัศน์เศรษฐกิจมหภาคโลก กำลังถูกปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ จากแรงกระแทกสองด้าน ประกอบด้วย ความวุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์ ในตะวันออกกลาง ที่ปะทุหนักขึ้น และการกลับมาทบทวน ผลตอบแทน จากการลงทุนมหาศาล ในปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ
การโจมตี เรือบรรทุกน้ำมัน ของซาอุดิอาระเบีย โดยกลุ่มฮูตี ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบ พุ่งขึ้น เกินกว่า หกเปอร์เซ็นต์ ซ้ำเติม ความกังวลด้านอุปทาน จากความตึงเครียด ระหว่างสหรัฐฯ กับ อิหร่าน
ขณะเดียวกัน การบังคับใช้ มาตรการภาษีศุลกากรใหม่ ในอัตรา สิบ ถึง สิบสองจุดห้าเปอร์เซ็นต์ กับสินค้า จากหกสิบประเทศ พร้อมกันนั้น ก็ยิ่งคุกคาม กระแสการค้าโลก
แรงกระแทกด้านพลังงาน จากฝั่งอุปทาน นี้ มาปะทะกับ ท่าทีของ ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ซึ่ง นางลิซ่า คุก หนึ่งในผู้ว่าการ ยืนยันว่า เฟด ยังคงให้น้ำหนัก ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ เป็นเอกเทศ ส่งสัญญาณว่า อัตราดอกเบี้ย อาจคงอยู่ในระดับสูง หรือปรับขึ้นอีก
ผลลัพธ์ที่ได้ คือ แรงกระตุ้นแบบ สแตกเฟลชัน โดยทั่วไป กล่าวคือ ต้นทุนวัตถุดิบ พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลาง นโยบายการเงินที่ตึงตัว
ในอีกด้านหนึ่ง หุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ เทคโนโลยี อย่าง อัลฟาเบท และ เทสล่า ต่างร่วงลงหนัก จากความกังวล เรื่องการลงทุนในเอไอ สะท้อนว่า ตลาดกำลังเรียกร้อง ผลตอบแทนระยะสั้น จากวัฏจักร การใช้จ่ายลงทุน มหาศาล ที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อน การปรับตัวขึ้นของหุ้นเอไอ
การบรรจบกัน ของส่วนชดเชยความเสี่ยง ภูมิรัฐศาสตร์ และการกลับมาตรวจสอบ ผลตอบแทน การลงทุนเอไอ ก่อให้เกิดการหมุนเปลี่ยน การลงทุนอย่างฉับพลัน ออกจากหุ้นเติบโต สู่สินทรัพย์ที่เกาะกลุ่มพลังงาน พันธบัตรปลอดภัย และหุ้นกลุ่มการเงินบางส่วน ที่ได้อานิสงส์ จากภาวะดอกเบี้ยสูง
บรรยากาศตลาด และมาตรวัดความรู้สึก
ขณะนี้ เราอยู่ในสภาวะ แรงกดดันเงินเฟ้อชะลอตัว แต่ต้นทุนสูง พร้อมกับ ส่วนชดเชยความเสี่ยง ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยกระดับ
ความเชื่อมั่นนักลงทุน อยู่ในเกณฑ์ ระมัดระวัง และเอนเอียงไปทางลบ เปลี่ยนจาก เป็นกลาง สู่ระมัดระวัง ในช่วงก่อนหน้านี้
การเทขายหนัก เมื่อวันที่ ยี่สิบสาม กรกฎาคม โดย ดัชนีเอสแอนด์พี ห้าร้อย ลบ หนึ่งจุดสองหนึ่งเปอร์เซ็นต์ และ แนสแดค คอมโพสิต ลบ สองจุดหนึ่งห้าเปอร์เซ็นต์ ผนวกกับ ราคาน้ำมัน พุ่งทะยาน และกำแพงภาษี ที่เพิ่มขึ้น ชี้ถึงการเสื่อมถอยชัดเจน
อัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุสิบปี ร่วงลงมาที่ สี่จุดห้าสองเปอร์เซ็นต์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ว่า เฟด จะส่งสัญญาณแบบกดดันก็ตาม เป็นเครื่องยืนยัน แรงกระตุ้น การย้ายเงินเข้าหลักทรัพย์มั่นคง ความอยากรับความเสี่ยง กำลังหดตัวลง
ภาพรวมตลาด
ด้านตลาดหุ้น ดัชนีเอสแอนด์พี ห้าร้อย ลบ หนึ่งจุดสองหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ตลาดหุ้นแนสแดค คอมโพสิต ลบ สองจุดหนึ่งห้าเปอร์เซ็นต์ ดัชนีดาวโจนส์ อินดัสเทรียล ลบ ศูนย์จุดเก้าเจ็ดเปอร์เซ็นต์ ส่วนดัชนี อิโบเวสปา ของบราซิล บวก สามเปอร์เซ็นต์ จากปัจจัยเฉพาะตัว
ด้านตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุสิบปี มาอยู่ที่ สี่จุดห้าสองเปอร์เซ็นต์ ลดลงจาก ระดับสูงสุดในรอบเกือบสองเดือน บ่งบอกถึง การลดความเสี่ยง
ด้านค่าเงิน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ หนึ่งศูนย์หนึ่งจุดสามหก เพิ่มขึ้น ศูนย์จุดสามสี่เปอร์เซ็นต์ ในรอบสัปดาห์ และบวก สองจุดสี่แปดเปอร์เซ็นต์ ในรอบเดือน สะท้อน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย
เงินเยน อ่อนค่า โดย ดอลลาร์สหรัฐต่อเยน อยู่ที่ หนึ่งหกสองจุดห้าเก้า
ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียท พุ่งขึ้น หกเปอร์เซ็นต์ แตะ เจ็ดสิบสองจุดสี่หนึ่งดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น ห้าจุดหกสามเปอร์เซ็นต์ ภายในวันเดียว และตั้งแต่ต้นปี บวกมาแล้ว ยี่สิบหกจุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ เป็นสัญญาณ ขาขึ้นรุนแรง จากความกลัวอุปทาน
ราคาทองคำ ปรับตัวลดลง จากดอลลาร์แข็ง และความกังวล เงินเฟ้อที่เกิดจากน้ำมัน ส่งผลให้ แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ถูกเบี่ยงเบนไป ที่พันธบัตร
ความผันผวน แม้ไม่มีข้อมูลของ ดัชนีวีไอเอ็กซ์ แต่โดยนัย คาดว่าอยู่ในระดับสูง จากแรงเทขายหุ้นที่เกิดขึ้น
บทวิเคราะห์เชิงประเด็น และผลกระทบล่วงหน้า
ประเด็นที่หนึ่ง การยกระดับความขัดแย้ง ในตะวันออกกลาง และภาวะช็อกอุปทานน้ำมัน
ชนวนเหตุ มาจาก การโจมตี เรือบรรทุกน้ำมันซาอุดิอาระเบีย โดยกลุ่มฮูตี และการโจมตีทางทหาร ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ขยายวงกว้างขึ้น ผลักดัน ราคาน้ำมันดิบ พุ่งทะยาน เกินกว่าร้อยละหก ไปแตะจุดสูงสุด ในรอบหลายเดือน
จากฐานข้อมูลความสัมพันธ์ พบว่า ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ส่งผลบวกโดยตรง ต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน อย่างเช่น พีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ และเอสพีอาร์ซี จากราคาขายที่สูงขึ้น และสต็อกน้ำมันที่เพิ่มค่า
ในทางกลับกัน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลลบ ต่อหุ้นกลุ่มขนส่ง และโลจิสติกส์ เช่น เอเชีย เอวิเอชั่น บางกอกแอร์เวย์ส และเคอีเอ็กซ์ เนื่องจาก ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น บีบอัตรากำไร
ผลกระทบที่คาดการณ์ หุ้นกลุ่มผู้ผลิต และโรงกลั่นพลังงาน ปรับตัวขึ้น ด้วยขนาดสูง ภายใน หนึ่งถึงสี่สัปดาห์ หุ้นกลุ่มสายการบิน และโลจิสติกส์ ปรับตัวลง ด้วยขนาดปานกลาง ภายใน ศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง หุ้นพลังงานที่เกี่ยวเนื่องกับถ่านหิน เช่น บ้านปู และลานนา ได้อานิสงส์ จากการแทนที่กัน ของน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน ด้วยขนาดปานกลาง ในระยะกลาง ส่วนตลาดหุ้นโดยรวม เผชิญแรงกดดัน จากเงินเฟ้อผลักดันต้นทุน และกำลังซื้อผู้บริโภค
ความเชื่อมั่น สูง เนื่องจาก ความสัมพันธ์ ระหว่างน้ำมัน กับภาคพลังงาน เป็นที่ยอมรับมากที่สุด
ประเด็นที่สอง การตรวจสอบผลตอบแทน ของการใช้จ่ายลงทุน ด้านปัญญาประดิษฐ์ และการหมุนเปลี่ยน ในกลุ่มเทคโนโลยี
จากกรณี หุ้นเทสล่า และอัลฟาเบท ร่วงลง เมื่อวันที่ยี่สิบสามกรกฎาคม เมื่อตลาด ประเมินผลตอบแทน ของการลงทุนมหาศาล ในโครงสร้างพื้นฐาน เอไอ อีกครั้ง แม้ว่า อัลฟาเบท จะมีรายได้ที่แข็งแกร่ง ขณะที่อินเทล กลับสวนทาง ด้วยแนวโน้มรายได้ที่สดใส
แม้ยังไม่มีกฎ ความสัมพันธ์ โดยตรง ในฐานข้อมูล แต่คำแนะนำ เรื่องตลาดรูปตัวเค จากบลูเบลล์ ชี้ชัดว่า ควรเน้นลงทุนในหุ้น เอไอและเซมิคอนดักเตอร์ โดยต้องแยกแยะ ความสามารถในการสร้างรายได้
ผลกระทบที่คาดการณ์ หุ้นที่ใช้จ่ายลงทุนด้านเอไอสูง แต่ยังไม่มีรูปแบบ การสร้างรายได้ที่ชัดเจน จะถูกเทขาย ขนาดสูง ภายใน ศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง ในขณะที่ หุ้นที่ช่วยเปิดใช้ โครงสร้างพื้นฐานเอไอ ซึ่งมีรายได้ที่มองเห็นได้ จะปรับตัวขึ้น ขนาดปานกลาง ภายในหนึ่งถึงสี่สัปดาห์ ภาพรวมกลุ่มเทค จะเกิดการแยกขั้ว ระหว่างผู้ที่พิสูจน์แล้ว กับผู้ที่ยังเก็งกำไร
ความเชื่อมั่น ปานกลาง เนื่องจาก ยังขาดกฎเหตุผล เฉพาะเจาะจง
ประเด็นที่สาม การคงท่าทีแบบกดดัน ของธนาคารกลางสหรัฐ และนัยต่อภาคการเงิน
นางลิซ่า คุก ให้ความสำคัญ กับความเสี่ยงเงินเฟ้อ เหนือตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ส่งสัญญาณว่า ดอกเบี้ยอาจทรงตัวสูง หรือเพิ่มขึ้นอีก พร้อมกันนั้น ประธานวอร์ช ยังตั้งคณะทำงาน ห้าชุด ทบทวนกรอบนโยบายการเงิน รวมถึง งบดุลขนาด หกจุดเจ็ดล้านล้านดอลลาร์
จากกฎความสัมพันธ์ การขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร เป็นผลบวกสุทธิ ต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ผ่านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ ที่กว้างขึ้น ส่งผลบวกกับ หุ้นแบงก์ เช่น บีบีแอล กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ทีทีบี และกรุงศรี ในทางตรงกันข้าม เป็นผลลบ ต่อกลุ่มไฟแนนซ์ และหลักทรัพย์ ที่ไม่ใช่ธนาคาร เช่น ศรีสวัสดิ์ เมืองไทย แคปปิตอล และเงินติดล้อ เนื่องจาก ต้นทุนการกู้ยืม ที่สูงขึ้น บีบส่วนต่างสินเชื่อรายย่อย ตัวอย่างที่ชัดเจน คือ การที่ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ขึ้นเป็นบริษัท ที่มีมูลค่าตลาดสูงสุด ในญี่ปุ่น จากแรงคาดหมาย การขึ้นดอกเบี้ย
ผลกระทบ กลุ่มธนาคาร ปรับตัวขึ้น ขนาดปานกลาง หนึ่งถึงสี่สัปดาห์ กลุ่มไฟแนนซ์ที่ไม่ใช่ธนาคาร ปรับตัวลง ขนาดปานกลาง เช่นกัน และหุ้นเติบโต ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย ปรับตัวลง จากอัตราคิดลดที่สูงขึ้น
ความเชื่อมั่น สูง
ประเด็นที่สี่ ภาษีศุลกากรสหรัฐฯ และแรงเสียดทาน การเติบโตของโลก
การบังคับใช้ ภาษีศุลกากรใหม่ ในอัตรา สิบถึงสิบสองจุดห้าเปอร์เซ็นต์ กับสินค้าจาก หกสิบประเทศ เป็นการซ้ำเติม ระบบการค้าโลก ที่ตึงเครียดอยู่แล้ว
ข้อมูลจากฐานบ่งชี้ ทางอ้อมว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ และตัวเลขนำเข้าส่งออก เป็นบวก ต่อผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม แต่ภาษีศุลกากร จะกดดันปริมาณการค้า ส่งผลลบ ในลำดับที่สอง ขณะที่ เงินสกุลท้องถิ่นอ่อน จากดอลลาร์แข็ง เป็นบวก ต่อผู้ส่งออก เช่น ไทยยูเนี่ยน ซีพีเอฟ ไอทีซี เอเอไอ ในกลุ่มอาหาร และเดลต้า เคซีอี ฮานา ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แต่เป็นลบ ต่อกลุ่มพลังงาน ที่มีหนี้สินเป็นสกุลดอลลาร์
ผลกระทบ กลุ่มอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ ที่พึ่งพาการค้า ปรับตัวลง ขนาดต่ำถึงปานกลาง ในระยะกลาง ผู้ส่งออก อาจได้รับอานิสงส์ บางส่วน ชดเชยได้เล็กน้อย
ความเชื่อมั่น ต่ำถึงปานกลาง
แนวคิดการลงทุน ที่มีความเชื่อมั่นสูง
แนะนำ ให้น้ำหนักลงทุนมากกว่าตลาด ในผู้ผลิตพลังงาน เพราะการประจวบเหมาะ ระหว่าง การหยุดชะงักทางทะเล จากฮูตี การยกระดับความขัดแย้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน และตลาดน้ำมันจริงที่ตึงตัว สร้างโอกาส ระยะใกล้ ที่น่าสนใจที่สุด ได้แก่ พีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ เอสพีอาร์ซี ภายใน หนึ่งถึงสี่สัปดาห์
ให้น้ำหนักมากกว่าตลาด ในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ จากแนวโน้ม ดอกเบี้ยขาขึ้น และแบบอย่าง มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ในญี่ปุ่น ที่สนับสนุน หุ้น บีบีแอล กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ให้รับประโยชน์ จากส่วนต่างดอกเบี้ย ขยายตัว
ให้น้ำหนักน้อยกว่าตลาด ในกลุ่มสายการบิน และขนส่ง เพราะต้นทุนเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้นฉับพลัน กดดันอัตรากำไร โดยตรง เอเชีย เอวิเอชั่น บางกอกแอร์เวย์ส เคอีเอ็กซ์ ภายในศูนย์ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง
ป้องกันความเสี่ยง โดยการถือดอลลาร์สหรัฐ และลดการลงทุน ในตลาดเกิดใหม่ จากโมเมนตัม ดอลลาร์ ที่แข็งค่า และแรงกดดัน ภาษีและพลังงาน
ปัจจัยที่ต้องจับตา การตัดสินใจดอกเบี้ยของเฟด ในสัปดาห์หน้า สัญญาณ ลดความตึงเครียด ฮูตีและสหรัฐฯ-อิหร่าน ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ ไตรมาสสอง และผลประกอบการ ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่
สถานการณ์ความเสี่ยง
กรณีฐาน ความน่าจะเป็น ห้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ราคาน้ำมัน ทรงตัวระดับสูง ที่เจ็ดสิบสอง ถึง เจ็ดสิบแปดดอลลาร์ เฟดคงท่าทีตึงตัว แต่ไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย เทคโนโลยี ยังคงแยกขั้ว หุ้นพลังงานและแบงก์ ดีกว่าตลาด หุ้นเติบโต และเทค ยังปรับตัวไม่ดี การหมุนเข้าหาสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง จะต่อเนื่อง สองถึงสี่สัปดาห์
กรณีเชิงบวก ความน่าจะเป็น ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ การทูตคลี่คลาย ความตึงเครียด ตะวันออกกลาง น้ำมันร่วงกลับ มาที่หกสิบห้า ถึง หกสิบแปดดอลลาร์ เฟดส่งสัญญาณหยุด ความกังวลดอกเบี้ย ฤดูผลประกอบการเทค เซอร์ไพรส์เชิงบวก ตลาดหุ้นฟื้นตัว โดยแนสแดค นำการฟื้น ความเหนือตลาดของหุ้นพลังงาน จะคลี่คลายลง
กรณีเชิงลบ ความน่าจะเป็น ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ช่องแคบฮอร์มุซ ถูกรบกวน หนักขึ้น น้ำมันทะลุ แปดสิบห้าดอลลาร์ สหรัฐฯ ตอบโต้ ขยายผล เฟดส่งสัญญาณ ขึ้นดอกเบี้ย ในการประชุมคราวหน้า อัตราผลตอบแทน พันธบัตรอายุสิบปี ดีดกลับ เหนือสี่จุดเจ็ดห้าเปอร์เซ็นต์ ตลาดหุ้น เทขายเป็นวงกว้าง ทั้งหุ้นตามวัฏจักร และหุ้นเติบโต มีเพียงผู้ผลิตพลังงานแท้ และพันธบัตรปลอดภัย ที่รักษามูลค่าได้
สาระสำคัญ
ผู้ผลิตพลังงาน เป็นกลุ่มที่มีความเชื่อมั่นสูงสุด ในการถือครองระยะสั้น แรงช็อกอุปทานน้ำมันเป็นจริง ความสัมพันธ์เชิงบวก ต่อหุ้น พีทีทีอีพี พีทีที ไทยออยล์ เอสพีอาร์ซี ชัดเจน และตัวเร่งทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังไม่มีทางออกในระยะใกล้
การขยายตัว ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ของกลุ่มธนาคาร เป็นประเด็น ที่ยั่งยืน การส่งสัญญาณตึงตัวของเฟด ผนวกกับ ตัวอย่าง มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ในญี่ปุ่น ยืนยันสายโซ่เหตุผล จากอัตราดอกเบี้ย สู่กำไรธนาคาร หุ้นเด่น เช่น บีบีแอล กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย
การกลับมาทบทวน การลงทุนเอไอ ทำให้ตลาดเทค ต้องเลือกหุ้นเป็นรายตัว หลีกเลี่ยง หุ้นที่ใช้จ่ายสูง แต่ผลตอบแทนต่ำ และมุ่งไปที่ ผู้อำนวยโครงสร้างพื้นฐาน และเซมิคอนดักเตอร์ ที่มีรายได้เป็นรูปธรรม
หุ้นกลุ่มขนส่ง และสายการบิน เผชิญแรงกดดัน อัตรากำไรขั้นต้น ทันที จากราคาน้ำมันดิบ ที่พุ่งขึ้น บวกทุกวัน อย่างมีนัยสำคัญ เอเชีย เอวิเอชั่น บางกอกแอร์เวย์ส เคอีเอ็กซ์ เสี่ยงขาลง
ภาษี บวก ราคาน้ำมัน คือ สูตรกระตุ้น สภาวะเงินเฟ้อชะลอตัว แต่ต้นทุนสูง นโยบายผสมผสาน กำลังไม่เป็นมิตร ต่อหุ้นในวงกว้าง ควรลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง
สัญญาณ จากวีไอเอ็กซ์ ไม่มีในข้อมูล แต่ความผันผวนโดยนัย เกือบแน่นอนว่าสูงขึ้น ควรพิจารณา ตราสารป้องกันความเสี่ยงหาง จากการกระจายตัวของความเสี่ยง ภูมิรัฐศาสตร์
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้ในรายงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือภาษี การลงทุนมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้น
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต แพลตฟอร์มให้ข้อมูลนี้ในลักษณะ ตามที่เป็น และไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียทางการเงินหรือความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลนี้ ควรทำการวิจัยด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ
ขอบคุณที่ติดตามรับฟัง แล้วพบกันใหม่ในครั้งหน้า I V C InvestZone dot eddy ai dot tech สวัสดีครับ