In My Port

Smart Money Radar (NVDR)

23 September 2026

Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: WHAUP

- ใช้จังหวะราคาใกล้แนวรับ 7.10–7.20 บาท เข้าซื้อเพิ่ม 3,700 หุ้น อย่างเป็นระบบตามแผน — แต่วินัยสำคัญที่สุด: หากราคาปิดต่ำกว่า 6.95 บาท ต้องลดความเสี่ยงทันที เพราะทฤษฎีการสะสมจะถูกยกเลิก และแนวโน้มหลักยังไม่ยืนยันการกลับตัว
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: TTB

- ห้ามซื้อเพิ่มที่ราคาแถวนี้เด็ดขาด เพราะอยู่ในโซนแนวต้าน ให้ถือหุ้นเดิมต่อไปและตั้งจุดขายตามไม้ที่ 3.02 บาท เพื่อล็อคกำไรขั้นต่ำ 0.50 บาทต่อหุ้น หากราคาหลุด 2.96 บาท ให้ขายออกทั้งหมดทันทีโดยไม่ลังเล
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: TRUE

- ยังไม่มีสถานะในหุ้น TRUE และสัญญาณทางเทคนิคยังไม่ยืนยันการกลับตัว จึงควร หลีกเลี่ยงการเข้าซื้อ ในตอนนี้ รอให้ราคาปิดเหนือ 13.30 บาท พร้อมวอลุ่มและแนวโน้มที่ชัดเจน หรือเกิด rebound แข็งแรงจาก 12.60 บาท แล้วค่อยประเมินความเสี่ยงใหม่อีกครั้ง
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: **TPIPL**

- พอร์ตยังเท่าทุนและคะแนนสุขภาพอ่อนแอมาก ควรขายลดความเสี่ยง 12,500 หุ้น บริเวณ 0.97 บาท และหากราคาหลุด 0.89 บาท ต้องตัดขาดทุนส่วนที่เหลือทันทีเพื่อจำกัดความเสี่ยง
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: THCOM

- ยังไม่ควรเข้าซื้อ THCOM ในจังหวะนี้ รอการปิดเหนือ 10.50–11.20 บาท พร้อมวอลุ่มยืนยัน และคำนวณ RRR ได้อย่างน้อย 1.5 ก่อนพิจารณาใหม่ เพื่อควบคุมความเสี่ยงในหุ้นขาลง
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: STPI

- ต้องขายหุ้น STPI ทั้ง 45,000 หุ้น ที่ราคาใกล้ 5.60 บาท ทันที และตั้งจุดตัดขาดทุนเด็ดขาดที่ 5.45 บาท เพื่อจำกัดการขาดทุนเพิ่ม เนื่องจากคะแนนสุขภาพต่ำกว่า 40 และพอร์ตขาดทุน กฎพอร์ตบังคับ FULL_EXIT ไม่ควรถือต่อรอการฟื้นตัว
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: SPRC

- ควรรักษากำไร 12.81% ไว้ให้แน่น โดยตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 13.30 บาท อย่างเคร่งครัด และยังไม่ควรซื้อเพิ่มหรือขายออกทั้งหมดจนกว่าราคาจะยืนเหนือ 14.30 บาท ได้อย่างแข็งแรง หรือปรับฐานลงมาบริเวณ 13.30–13.60 บาท แล้วไม่หลุด
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: SAT

- แม้มีกำไรสะสมหนาแน่นถึง 58.56% แต่โครงสร้างทางเทคนิคและสัญญาณ Smart Money กำลังเปลี่ยนเป็น Distribution อย่างชัดเจน ควร ขายทำกำไร 700 หุ้น ทันทีที่ราคาเข้าใกล้ 16.40 บาท เพื่อล็อคกำไรก่อนอุปทานจะกดดันราคา ส่วนที่เหลือให้ตั้ง Stop Loss ที่ 16.00 บาท อย่างเคร่งครัด
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: PSL

- ควร หลีกเลี่ยงการเข้าซื้อ PSL จนกว่าราคาจะยืนเหนือ 10.40–11.10 บาท ได้อย่างชัดเจน พร้อมวอลุ่มและ RRR กลับมาอย่างน้อย 1.50 เท่า เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกขายทำกำไรของรายใหญ่
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: ITC

- ถือหุ้นไว้ก่อน ยังไม่ซื้อเพิ่มเนื่องจากผลตอบแทนต่อความเสี่ยงต่ำและกระแสเงินระยะสั้นอ่อนตัว รอทะลุ 17.10 THB พร้อมวอลุ่มหรือย่อลงมาบริเวณ POC 16.80–16.90 THB แล้วค่อยประเมินใหม่ พร้อมตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 16.30 THB อย่างเคร่งครัด
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: HENG

- ควรขายหุ้น HENG ทั้งหมด 1,000 หุ้น ทันที เพื่อตัดขาดทุนหนัก -70.33% แม้มีสัญญาณทางเทคนิคดีขึ้นเล็กน้อย เพราะคะแนนสุขภาพหุ้นยังต่ำและยังไม่ยืนเหนือแนวต้าน 0.95 THB ได้ การตัดขาดทุนตอนนี้ช่วยรักษาเงินทุนก่อนราคาอาจหลุด 0.88 THB
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: HARN

- ควรขายหุ้น HARN ทั้งหมด 40,000 หุ้น เพื่อตัดขาดทุนในระดับที่ควบคุมได้ เนื่องจากหุ้นอยู่ในกรอบแคบไร้ทิศทาง คะแนนสุขภาพอ่อนแอ และไม่มีสัญญาณยืนยันการกลับตัวจากกระแสเงินลงทุนสถาบัน การถือต่อเพื่อรอราคากลับเท่าทุนมีความเสี่ยงสูงและไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับโอกาส upside ที่จำกัด
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: GUNKUL

- กำไรยังบาง ควรรักษากำไรไว้ก่อน ยังไม่ควรเพิ่ม position แนะนำรอซื้อเพิ่มเฉพาะเมื่อราคาปิดเหนือ 5.20 บาท พร้อม Volume ขยาย หรือย่อลงมาแถว 5.05 บาท แล้วยืนได้ - หากราคาหลุดปิดต่ำกว่า 4.90 บาท ต้องตัดขาดทุนทันที เพราะ Thesis การสะสมจะเสียไป
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: FSMART

- ต้องดำเนินการ ขายหุ้นทั้งหมด 10,000 หุ้น โดยใช้ 7.10 บาท เป็นเป้าหมายในการขาย และหากราคาหลุด 6.55 บาท ให้ตัดขาดทุนทันที เพื่อจำกัดการขาดทุนเพิ่ม เนื่องจากแนวโน้มหลักยังเป็นขาลงและไม่มีปัจจัยบวกยืนยันการฟื้นตัว
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: CCET

- ห้ามซื้อเพิ่มถัวเฉลี่ยจนกว่าราคาจะยืนเหนือ 9.05 บาท พร้อมวอลุ่มขยาย หากราคาหลุด 8.75 บาท ควรตัดขาดทุนเพื่อจำกัดความเสี่ยงทันที
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: BTS

- ถือต่อ ไม่ซื้อเพิ่ม จนกว่าราคาจะปิดเหนือ 2.10 บาท ด้วยวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น หากหลุด 1.98–2.00 บาท ให้ปิดสถานะหรือทบทวนการขายตัดขาดทุนทันที เพราะทิศทางยังเป็นลบและความเสี่ยงขาลงยังมีอยู่
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: BEM

- ยังไม่มี Position ในพอร์ต ดังนั้นจึงยังไม่แนะนำให้เข้าซื้อตามกฎ Missing-Position Guardrail อย่างไรก็ตาม หากต้องการเข้าซื้อ ต้องรอให้ราคายืนเหนือ 7.00 บาท อย่างมี Volume และเด็ดขาดที่การหลุด 6.80 บาท เพื่อตัดขาดทุน
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: BEAUTY

- ควร ขายออกทั้งหมด 56,000 หุ้นทันที เพื่อตัดขาดทุนก่อนที่ราคาจะหลุดแนวรับ 0.31 บาท และลดความเสียหายเพิ่มเติมจากโครงสร้างขาลงที่ชัดเจน - การถือต่อเพื่อรอฟื้นตัวมีความเสี่ยงสูงเกินรับได้เมื่อพิจารณาจากสุขภาพหุ้นที่อ่อนแอและไม่มีสัญญาณกลับตัวทางเทคนิค
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: AWC

หุ้นยังอยู่ในกรอบสะสม กำไรบางเฉียบแค่ 800 บาท หากราคาไม่ผ่าน 3.12-3.14 บาท พร้อม Volume ชัดเจน ควรถือเฉยๆ ห้ามไล่ซื้อเพิ่มเด็ดขาด และต้องตัดขาดทุนทันทีหากหลุด 2.95 บาท เพื่อรักษาต้นทุนของพอร์ต
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: AOT

- ควรขายหุ้น 500 หุ้นทันทีเมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้าน 63.56–64.00 บาท เพื่อล็อกกำไรส่วนหนึ่ง และคงเหลือ 1,500 หุ้นพร้อมตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 61.25 บาทอย่างเคร่งครัด หากราคาหลุดจุดนี้ให้ขายส่วนที่เหลือเพื่อป้องกันกำไรลดลง
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: TASCO

- เนื่องจากกำไรปัจจุบันยังน้อยมาก (เพียง 1.13%) การขายบางส่วน 1,200 หุ้น จะช่วยล็อกกำไรและลดความเสี่ยง หากราคาหลุดแนวรับ 16.60 บาท ควรหยุดการถือครองส่วนที่เหลือทันทีเพื่อป้องกันการกลับเป็นขาดทุน
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: SYNEX

- ควรดำเนินการขาย 6,200 หุ้น ทันทีเพื่อลดความเสี่ยงจากกำไรที่เกือบเท่าทุนเพียง 0.31% และตั้งจุดตัดขาดทุนเด็ดขาดที่ 9.35 บาท หากราคาหลุดแนวรับ 9.50 บาท ให้ตัดสินใจขายส่วนที่เหลือเพื่อควบคุมความเสียหายและรักษาต้นทุนให้ปลอดภัย
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: SGF

- ควรขายทิ้งทั้งหมด 6,000 หุ้น ทันทีที่ราคาดีดถึง 0.16 บาท เพื่อรักษาเงินต้นที่เหลืออยู่ อย่ารอความหวังให้หุ้นกลับไปเท่าทุนที่ 1.04 บาท เพราะต้องใช้เวลาฟื้นตัวถึง 593% ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น และหากราคาหลุด 0.14 บาท ให้ตัดขาดทุนทันทีโดยไม่ลังเล
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: PRINC

- ควร ขายทิ้งทั้งหมด 15,200 หุ้น ทันทีเพื่อหยุดการขาดทุนเพิ่ม เนื่องจากหุ้นมีปัจจัยลบทั้งทางเทคนิค กระแสเงินทุน และพื้นฐาน โดยมีแนวรับสำคัญที่ 1.69 บาท หากหลุดจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงขาลง อย่าดึงดันถือต่อหรือถัวเฉลี่ยเพิ่มในสภาวะเช่นนี้
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: PACO

- ควร ขายออกทั้งหมด 91,600 หุ้น เพื่อตัดขาดทุนที่ยังควบคุมได้ เนื่องจากสัญญาณทางเทคนิคและ Flow ชี้ลง ไม่มีจุดกลับตัวที่น่าเชื่อถือเพียงพอ - การรอให้ราคาดีดกลับไปที่ 1.45 บาท อาจเป็นโอกาสสุดท้ายในการขาย แต่หากหลุด 1.42 บาท ควรขายตามทันทีโดยไม่ลังเล เพื่อป้องกันขาดทุนเพิ่มจากแรงขายต่อเนื่อง
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: OR

- ควรขายหุ้น OR ทั้งหมด 4,600 หุ้น ทันทีที่ราคาเข้าใกล้ 12.70 บาท และตัดขาดทุนเด็ดขาดหากราคาหลุด 12.30 บาท เพื่อจำกัดความเสียหาย เนื่องจากแนวโน้มยังไม่ฟื้นตัวและคะแนนสุขภาพหุ้นอ่อนแอมาก
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: KTB

- นักลงทุนควรขายออก 1,200 หุ้น ทันทีเพื่อลดความเสี่ยง ลดต้นทุนพอร์ต และถือส่วนที่เหลือ 3,800 หุ้น รอการยืนเหนือ 45.00–45.50 บาท ด้วย Volume สูงก่อนเพิ่มสถานะ หากหลุด 43.50 บาท ให้ตัดขาดทุนทันที.
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: KKP

- ด้วยกำไรที่มากถึง 140% ควรทยอยขาย 200 หุ้น เพื่อล็อคกำไรบางส่วนทันที เนื่องจากสัญญาณ Flow เชิงลบรุนแรงและ Health Score ต่ำกว่า 40 บ่งชี้ว่าราคามีความเสี่ยงปรับฐานมากกว่าจะ breakout ขึ้นต่อ - หากราคาหลุด 113.00 บาท ให้ตัดสินใจขายส่วนที่เหลือเพื่อรักษากำไรส่วนใหญ่ไว้ อย่าปล่อยให้กำไรก้อนใหญ่ละลายหายไป
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: KISS

- ถือสถานะเดิมต่อไปโดยไม่เพิ่มหุ้น รอการยืนยัน breakout เหนือ 3.38 บาท พร้อมวอลุ่มที่ขยายตัวจึงค่อยประเมินใหม่ - หากราคาหลุด 3.24 บาท จะเป็นการลบล้างแนวคิดการสะสมระยะสั้น ต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์เชิงรับและพิจารณาการจัดการความเสี่ยงทันที
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: HENG

- ควรขายทิ้งทั้งหมด 9,000 หุ้น ทันทีเพื่อหยุดขาดทุนเพิ่ม เพราะข้อมูลทุกมิติไม่สนับสนุนการฟื้นตัว และการถือต่อมีโอกาสขาดทุนเพิ่มมากกว่าการรอฟื้นตัว
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: GULF

- ขายทำกำไร 800 หุ้น ที่แนวต้าน 63.25 บาท เพื่อล็อกกำไรส่วนหนึ่ง (กำไรหนาเกือบ 20%) ลดความเสี่ยงจากสัญญาณชอร์ตเซลล์ที่เพิ่มขึ้น - เก็บหุ้นที่เหลือ 2,436 หุ้น ไว้ลุยต่อ ห้ามปอดต่ำกว่า 61.00 บาท เด็ดขาด
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: CKP

- ถือหุ้นเดิมไว้ก่อน ยังไม่ซื้อเพิ่มและยังไม่ขายทันที โดยใช้ 2.30 THB เป็นจุดตัดขาดทุนเด็ดขาด หากราคาปิดเหนือ 2.52 THB พร้อมวอลุ่มชัดเจนจึงค่อยประเมินปรับกลยุทธ์ใหม่
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: CH (CH. Karnchang)

- ควรขายหุ้นทั้งหมด 2,000 หุ้น ทันทีหากราคายังไม่หลุด 17.50 THB เพื่อตัดการขาดทุนที่ -8.34% และไม่ควรเฉลี่ยซื้อเพิ่ม เพราะไม่มีสัญญาณยืนยันจาก Smart Money หรือ Flow
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: BEC

- ควร ขายหุ้น BEC ทั้งหมด 3,500 หุ้นทันทีที่ราคา 1.99 บาท เพื่อหยุดการขาดทุนเพิ่มเติม เนื่องจากแนวรับสำคัญที่ 1.92 บาท อยู่ใกล้มากและมีความเสี่ยงทะลุลงต่อ - การถือต่อเพื่อหวังคืนทุนจากต้นทุน 10.85 บาท ไม่สมเหตุสมผลทางเทคนิคและกระแสเงินทุน ณ ปัจจุบัน การตัดขาดทุนเพื่อนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพดีกว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: BCPG

- รีบขายหุ้น BCPG ทั้งหมด 3,100 หุ้น ตามจำนวน Board Lot ทันที เพื่อหยุดการขาดทุนเพิ่ม เพราะหุ้นอยู่ในขาลงชัดเจน มีแรงขายชอร์ตสูง และแนวรับอ่อนที่ 6.70 บาท หากหลุดจุดนี้ อาจไหลลงถึง 6.00 บาท ไม่ควรเฉลี่ยงซื้อเพิ่มในหุ้นที่ไม่สอดคล้องเทรนด์นี้โดยเด็ดขาด
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: BANPU

- ถือต่อตราบที่ราคายังไม่หลุด 14.40 บาท หากหลุดแนวรับนี้ให้ลด/ตัดขาดทุนทันทีเพื่อจำกัดความเสี่ยง ส่วนการปิดเหนือ 15.40 บาท พร้อมวอลุ่มขยาย จึงค่อยประเมินเป้าหมาย 16.00 บาท ใหม่
อ่านเพิ่ม