In My Port

Smart Money Radar (NVDR)

04 September 2026

Chart

สรุปแผนการลงทุน: BEC — BEC World

- นักลงทุนควร ถือต่ออย่างระมัดระวัง ห้ามเพิ่มหุ้น จนกว่าราคาจะมีสัญญาณพลิกกลับที่ชัดเจน หากราคาหลุด 1.90 บาท จะทำให้โครงสร้างแนวรับใช้การไม่ได้ ต้องประเมินการตัดขาดทุนใหม่อย่างเคร่งครัดทันที
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: BCPG — BCPG Public Company Limited

Инвеśтору необходимо немедленно продать 1,500 акций для снижения риска, оставив 1,600 акций в качестве хеджа на случай отскока. Жесткого стоп-лосса нет — строго соблюдайте дисциплину: не увеличивайте позицию, пока цена...
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: BANPU (บานปู)

- ให้นักลงทุน ถือหุ้นไว้ก่อน ตราบใดที่ราคายังไม่หลุด 14.70 บาท และรอสัญญาณปิดแท่งรายวันเหนือ 15.30 บาท พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น เพื่อคอนเฟิร์มโอกาสขึ้นต่อไปยังเป้าหมาย 16.00 บาท - หากราคาอ่อนตัวต่ำกว่าแนวรับสำคัญ ควรปฏิบัติตามแผนตัดขาดทุนทันทีเพื่อควบคุมความเสี่ยง
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: BEAUTY (Beauty Community PCL)

- ให้ถือต่อโดยไม่เพิ่มหุ้น รอราคาปิดเหนือ 0.36 THB พร้อมวอลลุ่มขยายตัวก่อนพิจารณาใหม่ แต่หากหลุด 0.33 THB จะทำให้ฐานะอ่อนแอลง ควรประเมินความเสี่ยงแบบเล่นเกมรับ อย่าเทหน้าลืมตาอกลางที่ยังไม่ยืนยันทิศทาง
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: AOT (ท่าอากาศยานไทย)

- ต้อง ขาย 1,000 หุ้น ทันทีเพื่อล็อกกำไรก้อนใหญ่ไว้ ส่วนที่เหลือให้ตั้งจุดป้องกันขาดทุนแข็งที่ 46.59 บาท เพื่อป้องกันการพอร์ตเสียหาย หากราคาหลุดแนวรับ 62.75 หรือยังไม่สามารถยืนเหนือ 64.00 ได้ ให้พิจารณาลดความเสี่ยงเพิ่มเติม เนื่องจากสัญญาณการกระจายสินค้าและชอร์ตยังกดดันอยู่
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: **TASCO — ทิปโก้แอสฟัลท์**

- ควรถือหุ้น TASCO ไว้ก่อน พร้อมติดตามการยืนเหนือ 18.20 บาท หากไปถึงเป้าหมายให้พิจารณาขายทำกำไรบางส่วนหรือขยับ Stop ขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยง - หากราคาหลุด 17.10 บาท โครงสร้างกระทิงจะอ่อนแอลง และจุดตัดขาดทุนเด็ดขาดอยู่ที่ 16.50 บาท ต้องปฏิบัติตามวินัยทันที
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: SYNEX (Synnex (Thailand) PCL)

- นักลงทุนควร ถือต่อ โดยยังไม่ต้องซื้อเพิ่มหรือขายทำกำไร เนื่องจาก upside ยังไม่ได้รับการยืนยันจากปริมาณการซื้อขายและ Smart Money ให้รอราคาปิดเหนือ 9.95–10.10 THB เพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้นก่อนพิจารณาเพิ่มพอร์ต - อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ 9.40 THB จะถือว่าโครงสร้าง bullish ล้มเหลว ควรลดความเสี่ยงและพิจารณาตัดขาดทุนทันทีเพื่อปกป้องเงินต้น
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: SGF (SGF Capital)

- ถืออย่างระมัดระวัง ห้ามซื้อถัวเฉลี่ยเด็ดขาด หากราคาหลุด 0.14 THB ให้รีบทบทวนทันที และถ้าหลุด 0.13 THB ต้องปฏิบัติตามแผนตัดขาดทุนเต็มรูปแบบ (full exit) เพราะไม่มี catalyst เชิงบวกหรือปัจจัยพื้นฐานรองรับ และอัพไซด์เป้าหมาย 0.18 THB เป็นเพียงระดับเก็งกำไร ไม่ใช่แนวโน้มที่ยืนยันได้
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: PSL (พรีเชียส ชิปปิ้ง)

- แนะนำให้ ขายออกทั้งหมดทันที 7,800 หุ้น ที่ราคาเป้าหมาย 10.90 บาท เนื่องจากคะแนนสุขภาพหุ้นอยู่ในระดับอ่อนแอและแรงขายจากสถาบันยังคงกดดัน หากราคาหลุดระดับ 9.90 บาท ให้ถือเป็นการยืนยันทิศทางขาลงและจำเป็นต้องตัดขาดทุนทันที เพื่อจำกัดความเสี่ยงที่อาจขยายวงกว้างขึ้น
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: PRINC — บริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน)

- คงสถานะถือ (HOLD) โดยไม่เพิ่มหรือลดจำนวนหุ้น เนื่องจากราคายังไม่หลุดแนวรับสำคัญที่ 1.69 บาท และยังไม่ทะลุแนวต้านที่ 1.74 บาท ประกอบกับสุขภาพหุ้นอ่อนแอและแรงขายจากนักลงทุนรายใหญ่ยังคงมีอยู่ - เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด: หากราคาปิดต่ำกว่า 1.69 บาท ควรประเมินการตัดขาดทุนทันที ขณะที่หากราคาปิดเหนือ 1.74 บาท ด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นสัญญาณบวกแรกของการฟื้นตัว แต่ไม่ควรเพิ่มน้ำหนักลงทุนจนกว่าปัจจัยพื้นฐานจะดีขึ้นอย่างชัดเจน
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: PACO (President Automobile Industries)

- ยืนรอดูท่าที ไม่เข้าซื้อเพิ่ม และไม่ต้องรีบขาย เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณชัดเจนทั้งบวกและลบ – ให้ถือต่อและเฝ้าระวัง แนวรับ 1.43 บาท เป็นเส้นชีวิต หากราคาหลุดจุดนี้ให้ลดความเสี่ยงทันที ขณะที่การปิดเหนือ 1.49-1.50 บาท พร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณยืนยันให้ถือต่อหรือพิจารณาเพิ่มได้
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: OR (PTT Oil and Retail Business)

- เนื่องจากขาดทุนรุนแรง ข้อมูลราคาปัจจุบันและเป้าหมาย/จุดตัดขาดทุนไม่ถูกต้อง รวมถึงไม่มีสัญญาณกลับตัวที่ยืนยันได้ นักลงทุนควรขายหุ้นทั้งหมด 4,600 หุ้นออกทันที เพื่อจำกัดความเสี่ยงเพิ่มเติม และควรตรวจสอบ ticker ที่ถูกต้อง (OR) ก่อนการตัดสินใจลงทุนใดๆ ในอนาคต
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: KTC — บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

- ถือหุ้นต่อ (HOLD) รอสัญญาณทะลุแนวต้าน 38.26 บาท พร้อมวอลุ่มสูงจึงค่อยพิจารณาเพิ่ม. ตัดขาดทุนทันที หากราคาปิดต่ำกว่าแนวรับสำคัญที่ 36.72 บาท เพื่อจำกัดความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดยังไม่มีทิศทางชัดเจน.
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: KKP — ธนาคารเกียรตินาคินภัทร

- ดำเนินการ ทยอยขาย 500 หุ้น ที่ระดับราคาเป้าหมาย 120.00 THB ทันที เพื่อล็อกกำไรส่วนหนึ่ง หลังราคาติดแนวต้านและมีสัญญาณการกระจายจาก NVDR - สำหรับหุ้นที่เหลือ 500 หุ้น ให้ตั้งจุดตัดขาดทุนแบบเคลื่อนที่ไว้ที่ 53.38 THB เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้าน downside อย่างเคร่งครัด
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: KISS — บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

- ต้องขายหุ้น 23,100 หุ้น ออกจากพอร์ตทั้งหมดทันที เพื่อหยุดการขาดทุนที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง เนื่องจากทั้งสัญญาณเทคนิคและกระแสเงินทุนรายใหญ่ต่างยืนยันทิศทางขาลง ไม่มีปัจจัยใดสนับสนุนการถือรอหรือถัวเฉลี่ยต้นทุน และไม่ควรชะลอการตัดสินใจแม้ราคาอาจมีแรงดีดกลับทางเทคนิคก็ตาม
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: KBANK

- นักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนแบบเลื่อนที่ระดับ 244.00 บาท ทันที เพื่อปกป้องกำไรที่มีอยู่ และปล่อยให้หุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปถึงเป้าหมาย 256.00 บาท เนื่องจากสถานะยังแข็งแกร่ง แต่ไม่ควรเพิ่มหุ้นในตอนนี้ เนื่องจากมีความขัดแย้งในสัญญาณระยะกลางที่อาจเกิดแรงเทขายได้
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: **HENG (เฮง ลีสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล)**

- ต้องขายหุ้น 9,000 หุ้น ทันที เพื่อตัดขาดทุน เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะกลับไปที่ต้นทุน 2.39 บาท แทบเป็นไปไม่ได้ (ต้องบวกขึ้นอีก 174.7%) และราคาอยู่ใกล้จุดตัดขาดทุนเด็ดขาดแล้ว การลังเลรอราคาเป้าหมายอาจทำให้ขาดทุนหนักขึ้น ควรปฏิบัติตามวินัยการจัดการความเสี่ยงทันที
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: **GULF** (Gulf Development)

- ขายออกครึ่งหนึ่งของพอร์ต (1,600 หุ้น) ที่ราคาเป้าหมาย 58.00 บาท เพื่อล็อคกำไร ลดความเสี่ยงจากแรงขายสถาบันและแนวโน้มขาลง ส่วนที่เหลือให้ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 57.20 บาท เพื่อป้องกันพอร์ต
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: CKP (CK Power)

- ต้องขายหุ้น CKP ทั้ง 2,000 หุ้นทันที เนื่องจากราคาหลุดต่ำกว่าระดับ Stop Loss แล้วและโครงสร้างทางเทคนิคอ่อนแออย่างมีนัยสำคัญ การถือต่อเพื่อรอคืนทุนมีความเสี่ยงสูงมาก แนะนำตัดขาดทุนเพื่อรักษาเงินทุน และรอสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจนก่อนเข้าลงทุนใหม่
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: CK (CH. Karnchang)

- ต้องขายหุ้นทั้งหมด 2,000 หุ้นทันที อย่ารอราคาฟื้นตัวไปที่เป้าหมาย 0 ที่ไม่สามารถใช้ได้ และอย่าถัวเฉลี่ย เนื่องจากสุขภาพหุ้นอ่อนแอและแนวโน้มยังเป็นขาลง - หากยังขายไม่ออก ให้ถือ 18.50 บาท เป็นเส้นตัดขาดทุนเด็ดขาด เพื่อจำกัดความเสียหายไม่ให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ขาดทุน -9.36%
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: BLA (บมจ. กรุงเทพประกันชีวิต)

- ต้องรีบขายหุ้นทั้งหมด 600 หุ้น โดยไม่รอให้ราคาดีดกลับไปที่แนวต้าน 24.60 บาท เพราะการรออาจทำให้ขาดทุนหนักขึ้น ระดับ 24.60 บาทเป็นเพียงจุดอ้างอิงสำหรับการตัดสินใจขาย แต่ราคาปัจจุบันที่ 23.80 บาทยังไม่ฟื้นตัว การดำเนินการขายทันทีเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อจำกัดความเสียหาย
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: BEC

- ขายหุ้นทั้งหมด 3,500 หุ้นทันทีที่ราคาแตะ 2.05 บาท หรือใช้คำสั่งหยุดขาดทุนที่ 1.90 บาท เพื่อป้องกันการขาดทุนเพิ่มเติม เนื่องจากแนวโน้มขาลงและพื้นฐานอ่อนแอ ไม่ควรถือต่อแม้ราคาจะดีดตัวขึ้นเล็กน้อย
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: **BCGP — บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)**

นักลงทุนควรถือหุ้นไว้ก่อนและจับตาราคา 7.05 บาท ให้ดี หากราคาหลุดแนวรับนี้อย่างชัดเจน ควรประเมินตัดขาดทุนทันที เพราะต้นทุนเฉลี่ย 10.73 บาทสูงกว่าราคาตลาดมาก การรอฟื้นตัวกลับไปที่จุดคุ้มทุนต้องใช้ upside +50.1% ซึ่งไม่ควรคาดหวังโดยไม่มีสัญญาณ reversal ที่แท้จริง
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนการลงทุน: BANPU (Banpu)

- ยังคงถือหุ้น BANPU ต่อไป เนื่องจากกำไรยังอยู่ในระดับปานกลางและสัญญาณหลักยังไม่ชี้ขาด รอการทะลุ 15.10 THB ด้วยวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นเพื่อไปสู่เป้าหมาย 15.80 THB หากราคาอ่อนตัวลงต่ำกว่า 14.70 THB ให้เพิ่มความระมัดระวัง และตัดขาดทุนทันทีหากหลุด 14.40 THB
อ่านเพิ่ม