Smart Money Radar (NVDR)
02 September 2026
สรุปแผนการลงทุน: **TASCO — Tipco Asphalt**
- ให้ดำเนินการขาย 2,500 หุ้น ทันทีเพื่อลดความเสี่ยงจากสัญญาณกระจายหุ้นและ NVDR ที่เป็นลบ ขณะที่ถือส่วนที่เหลือไว้รอรีบาวด์สู่ 18.20 THB หากราคาหลุด 16.40 THB หรือถึงจุดตัดขาดทุน 16.00 THB ควรพิจารณาออกจากส่วนที่เหลือทั้งหมดเพื่อป้องกัน downside.
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: SYNEX
- ควรถือหุ้น 25,000 หุ้น ต่อไปตราบใดที่ราคายังไม่หลุด 9.40 บาท หากปิดต่ำกว่าแนวรับนี้ให้ลดความเสี่ยงทันที ขณะที่การทะลุ 9.95 บาท ด้วยวอลุ่มหนาแน่นจะเป็นสัญญาณยืนยันเพื่อลุ้นกำไรเพิ่มขึ้นสู่ 10.15 บาท
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: SGF — บมจ. เอสจีเอฟ แคปปิตอล
- ห้ามซื้อเพิ่มหรือถัวเฉลี่ยเด็ดขาด สถานะนี้คือ "ถือแบบตั้งรับ" เนื่องจากราคาห่างจากต้นทุนถึง -86.54% และโอกาสฟื้นกลับไปที่ 1.04 THB แทบเป็นไปไม่ได้ในระยะสั้น - หากราคาหลุด 0.14 THB หมายถึงการพังลงของแนวรับ ต้องรีบประเมินความเสี่ยงและลดขนาดพอร์ตทันที — นักลงทุนต้องยอมรับความจริงว่า "ขาดทุนหนัก" และให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงมากกว่าการรอคืนทุน
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: PSL — บริษัท พรีเชียส ชิปปิ้ง จำกัด (มหาชน)
- ต้องขายหุ้น PSL ทั้งหมด 7,800 หุ้นทันที เพื่อตัดความเสี่ยงจากพอร์ตที่ขาดทุนและสัญญาณทางเทคนิคที่อ่อนแอ โดยให้ใช้ 11.00 THB เป็นราคาเป้าหมายในการขาย และยอมรับความเสี่ยง downside ครั้งสุดท้ายไว้ที่ 9.60 THB หากราคาหลุดแนวรับ 10.00 THB โอกาสฟื้นตัวจะยิ่งลดลง
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: PRINC — บริษัท แฟคเตอร์ คอมพ์ จำกัด (มหาชน)
ราคาหุ้น PRINC ร่วงลงมาอยู่ที่แนวรับสำคัญ 1.70 บาท ซึ่งกำลังถูกทดสอบ และหากหลุดระดับนี้มีโอกาสลงต่อได้อีก แนะนำให้ ขายออกทั้งหมดทันที จำนวน 15,200 หุ้น เพื่อจำกัดความเสียหาย เนื่องจากโครงสร้างทางเทคนิคและกระแสเงินสถาบันยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว — อย่ารอให้ราคาลึกกว่านี้ และไม่ควรถัวเฉลี่ยราคาเด็ดขาด
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: **PACO** (President Automobile Industries)
- ให้รีบขายหุ้น ทั้งหมด 91,600 หุ้น บริเวณราคาเป้าหมาย 1.44 THB ทันที เนื่องจากพอร์ตติดลบและพื้นฐานทางเทคนิคอ่อนแอ หากราคาหลุด 1.43 THB จะยิ่งยืนยันการอ่อนตัวลงอีก ห้ามถัวเฉลี่ยหรือเพิ่มสถานะจนกว่าราคาจะยืนเหนือ 1.46 THB ได้อย่างชัดเจน
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: OR — PTT Oil and Retail Business
- ห้ามถัวเฉลี่ยหรือเพิ่มพอร์ตในขณะที่ราคายังอยู่ต่ำกว่า 12.70 THB และ Smart Money ยังมีการกระจายตัวอย่างต่อเนื่อง - จับตาแนวรับ 12.30 THB ให้ดี หากราคาปิดต่ำกว่าระดับนี้จะเป็นการเบรกกรอบขาลง ต้องทบทวนหรือลดความเสี่ยงทันที
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: KTC (บัตรกรุงไทย)
- ต้อง ขายหุ้นทั้งหมด 4,000 หุ้น ทันที เนื่องจากพื้นฐานทางเทคนิคและกระแสเงินอ่อนแอ ไม่มีเหตุผลให้ถือต่อ รอสัญญาณฟื้นตัวเหนือ 37.75 บาท ก่อนกลับเข้าลงทุนใหม่ เพื่อป้องกันความเสี่ยง downside สู่ 30 บาท
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: KKP — ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
การขายทำกำไร 500 หุ้น ที่ราคาเป้าหมาย 120 บาท จะช่วยลดความเสี่ยงจากแรงขายของนักลงทุนรายใหญ่ ขณะที่การตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 53.38 บาท สำหรับหุ้นที่เหลือจะช่วยรักษากำไรไม่ให้ลดลงจากระดับ 140% และเปิดโอกาสรับส่วนเพิ่มหากราคาสามารถยืนเหนือ 117.50 บาท ได้ ให้ถือต่อได้ที่แนวต้าน 120–124 บาท แต่หากหลุด 113.50 บาท ควรลดความเสี่ยงทันที
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: KISS — บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
ไม่มีข้อมูลสรุปสำหรับหุ้นตัวนี้
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: KBANK
- แนะนำให้ ขาย 300 หุ้น ที่ราคาเป้าหมาย 256.00 บาท เพื่อทำกำไรส่วนหนึ่งและลดความเสี่ยง ขณะที่ถืออีก 300 หุ้น เพื่อโอกาส upside ต่อไปยัง 253–256 บาท - ตั้ง Stop Loss ที่ 125.51 บาท (สูงกว่าต้นทุน 10%) เพื่อปกป้องกำไรทั้งหมด หากราคาหลุดแนวรับ 243.00 บาท...
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: HENG (เฮงลิสซิ่ง)
- แนะนำให้ปฏิบัติตามสัญญาณ FULL_EXIT ทันที โดยขายหุ้นทั้งหมด 9,000 หุ้น ณ ราคาเป้าหมาย 0.87 THB เนื่องจากราคาต่ำกว่าแนวรับและ Stop Loss ถูกทะลุแล้ว ขาดทุนสะสม 63.60% ควรตัดขาดทุนเพื่อจำกัดความเสี่ยงก่อนราคาร่วงต่อสู่ 0.72 THB
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: **GULF**
- แนะนำให้ ทยอยขาย 50% ของพอร์ต (1,600 หุ้น) ที่ราคาเป้าหมาย 56.00 บาท เพื่อล็อกกำไรส่วนหนึ่ง เนื่องจากโครงสร้างทางเทคนิคและกระแสเงินสถาบันยังเป็นลบ - สำหรับหุ้นที่เหลือ (1,636 หุ้น) ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 57.20 บาท เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้าน downside หากราคาย่อลงต่อจากระดับปัจจุบัน
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: CKP — CK Power
- จำเป็นต้องขายหุ้นทั้งหมด 2,000 หุ้น ทันทีเพื่อตัดขาดทุน เนื่องจากราคาปัจจุบัน 2.38 บาท ต่ำกว่าระดับ stop-loss อ้างอิง 2.44 บาท และพอร์ตขาดทุนหนักถึง -53.79% หากหลุดแนวรับ 2.32 บาท อาจเห็นการปรับตัวลงต่อ การถือต่อหรือถัวเฉลี่ยไม่ควรทำในภาวะนี้
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: CH — CH. Karnchang Public Co. Ltd.
- ขายหุ้น CH ทั้งหมด 2,000 หุ้น ทันที โดยให้ราคาเป้าหมายการขายอยู่ที่ 16.00 THB และใช้ 17.40 THB เป็นจุดตัดขาดทุนเด็ดขาด; หากราคาหลุด 17.40 THB จะยิ่งยืนยันความอ่อนแอและ downside เปิดถึง 16.00 THB; อย่าถือต่อหรือถัวเฉลี่ยเพราะโครงสร้างขาลงและคะแนนสุขภาพยังไม่ฟื้นตัว.
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: BLA (บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต)
- ต้องการให้ ขายหุ้น BLA ทั้ง 600 หุ้น ทันที ณ ราคาตลาด (ประมาณ 23.40 บาท) เพื่อหยุดการขาดทุน เนื่องจากราคาอยู่ในขาลงชัดเจนและยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่มารองรับ หากราคาอ่อนตัวหลุด 23.10 บาท โอกาสที่จะปรับตัวลงต่อมีสูง ควรตัดใจขายเพื่อป้องกันเงินทุน ดีกว่าถือรอราคาขึ้นไปเท่าทุนที่ 33.78 บาท ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ยากในระยะเวลาอันสั้น
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: BEC
- เนื่องจากขาดทุนอย่างหนักและสัญญาณทางเทคนิค/พื้นฐานยังอ่อนแอ ควร ขายหุ้นทั้งหมด 3,500 หุ้นที่ราคาประมาณ 1.93 THB เพื่อจำกัดความเสี่ยงทันที
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: **BCPG — บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)**
- ต้องรีบขายหุ้น BCPG ทั้งหมด3,100 หุ้น ที่ราคาใกล้7.20 THB ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอราคาดีขึ้น แต่ถ้าจะรอแนะนำไม่ควรคาดหวังการทะลุแนวต้าน 7.35 THB และต้องตั้งจุดตัดขาดทุนเด็ดขาดที่6.95 THB เพื่อปิดความเสี่ยงจากแรงขายต่อเนื่อง - ระดับพอร์ตที่ขาดทุน 32.90% และพื้นฐานยังอ่อนแอ เหมาะกว่าที่จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ R/R ดีกว่า มากกว่าจะฝืนถือต่อไป.
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: **BANPU**
- นักลงทุนควร ถือต่อ (HOLD) และตั้งจุดสังเกตที่ 14.70 บาท หากราคาปิดต่ำกว่านี้ให้ลดความเสี่ยงทันที เพราะอาจอ่อนตัวลงไปที่ 14.40 บาท และควรรอการยืนเหนือ 15.10 บาท ก่อนจึงจะพิจารณาเป้าหมาย 15.80 บาท
อ่านเพิ่ม