Smart Money Radar (NVDR)
30 August 2026
สรุปแผนการลงทุน: TLI (ไทยประกันชีวิต)
- ดำเนินการ ขาย 200 หุ้น ทันทีที่ราคาตลาด (เป้าหมาย ~11.50 บาท) เพื่อล็อคขาดทุนบางส่วน ลด Exposure ลง 20% - ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 11.00 สำหรับ 800 หุ้นที่เหลือ หากราคาปิดต่ำกว่านี้ ให้ ขายทั้งหมดทันที (FULL_EXIT) — ไม่มีข้อยกเว้น - ห้ามซื้อเพิ่ม (BUY_MORE) เด็ดขาด...
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: TASCO (Tipco Asphalt)
- ถือต่อทั้งหมด และตั้ง Hard Stop ที่ 15.60 บาททันที — หากปิดต่ำกว่านี้ให้ขาย 5,000 หุ้นทันที ไม่มีข้อยกเว้น - หากปิดเหนือ 17.00 บาท ให้ขยับ Stop ขึ้นมาที่ 16.00 บาท และหากปิดเหนือ 17.40 บาท ให้ขยับ Stop เป็น 16.80 บาท...
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: SYNEX
- ถือต่อ (HOLD) — เป็นหุ้นที่ได้รับการสนับสนุนจากนักวิเคราะห์แข็งแกร่งที่สุดในพอร์ต (TP +45-48% และปันผล ~5-6%) แต่การขาดการยืนยันจากสถาบัน (NVDR/BigLot = 0) ทำให้ยังไม่ถึงจุดที่ควรเพิ่มน้ำหนัก (BUY_MORE) — ตั้ง stop ที่ 9.40 ทันที (ขาดทุนสูงสุดจำกัดที่ ~-4,250 บาท) และขยับ stop ขึ้นไปที่ 9.57 (จุดคุ้มทุน) หากราคาปิดเหนือ...
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: **SGF**
- ต้อง ขายทั้งหมด 6,000 หุ้นทันทีที่ราคาตลาด (0.155 THB) ด้วยคำสั่ง Market Order ครั้งเดียว อย่าแบ่งขาย และ ห้ามถัวเฉลี่ยเด็ดขาด หากราคาหลุด 0.14 THB ให้เทขายทั้งหมดทันที - ขาดทุน -5,340 THB นี้สามารถนำไปหักล้างกำไรจากหุ้นตัวอื่นได้ ปรึกษาที่ปรึกษาภาษี — เพราะ SGF คือตำแหน่งที่แย่ที่สุดในพอร์ตและไม่ควรกลับมาซื้ออีก
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: PSL — บริษัท พรีเชียส ชิปปิ้ง จำกัด (มหาชน)
- ให้ถือหุ้น PSL ต่อไป อย่าเพิ่งขายหรือเพิ่มทุน แต่ต้องตั้งจุดตัดขาดทุนแข็งที่ 9.70 บาท ทันที หากปิดต่ำกว่านี้ให้ขายทั้งหมด 7,800 หุ้น ทันที - หากราคาอ่อนตัวลงมาที่ 9.70 บาท และ Smart Money ยังอยู่ระดับ +2 ขึ้นไป ให้พิจารณาเพิ่มหุ้นได้ แต่ห้ามเข้าซื้อเพิ่มที่ราคา 10.30 เพราะยังไม่มีส่วนลดจากแนวรับ — จับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: PRINC
- ขายหุ้น 3,800 หุ้น ทันทีด้วยคำสั่ง Limit Order ที่ราคา 1.72-1.73 บาท เนื่องจากสภาพคล่องต่ำมาก (ปริมาณการซื้อขายเพียง 67,700 หุ้น/วัน) และตั้งจุดตัดขาดทุนแข็งที่ 1.70 บาท สำหรับหุ้นที่เหลือ 11,400 หุ้น หากราคาปิดต่ำกว่า 1.70 บาท ให้ทยอยขายออกทั้งหมดโดยไม่รีบร้อน - ห้ามซื้อเพิ่มหรือถัวเฉลี่ยโดยเด็ดขาด เพราะหุ้นขาดทุนหนักถึง -45% และมีสัญญาณการกระจายจากรายใหญ่ คุณสามารถนำขาดทุนไปหักล้างกำไรจากหุ้นตัวอื่นในพอร์ต...
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: PACO (บริษัท อุตสาหกรรมยานยนต์ประธาน จำกัด)
- ตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 1.44 บาททันที – หากปิดต่ำกว่า 1.44 ให้ขายออก 25% (22,900 หุ้น) เพื่อป้องกันความเสี่ยง และถ้า Smart Money ลดลง ≤ 0 ให้ขายทั้งหมด - รอจังหวะซื้อเพิ่มที่ 1.44 บาท เมื่อราคาปรับลงมาแตะแนวรับ และ Smart Money ยังคง ≥ +2...
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: OR — PTT Oil and Retail Business
ให้ปฏิบัติการลดความเสี่ยงทันที: ขาย 1,100 หุ้น (25% ของพอร์ต) ณ ราคาตลาด เพื่อลดความเสียหายจากหุ้นที่ขาดทุน -39.54% และกำไรทรุด -44.90% จากนั้นตั้ง Hard Stop ที่ 12.40 บาท สำหรับ 3,500 หุ้นที่เหลือ หากปิดต่ำกว่านี้ให้ขายทิ้งทั้งหมด ห้ามซื้อถัวเฉลี่ยเด็ดขาด
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: KTC
ให้ถือหุ้นต่อไปโดยวางจุดตัดขาดทุนที่ 36.75 บาท และรอ突破แนวต้าน 38.00 บาท พร้อมวอลุ่ม เพื่อเลื่อนจุดตัดขึ้นไปที่ 37.03 (จุดคุ้มทุน) หากราคาปิดต่ำกว่า 36.00 ให้ขายออกทั้งหมดทันที เนื่องจากความเสี่ยงขาดทุนเพิ่มขึ้นและสัญญาณยังไม่ชัดเจน
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: KISS (Rojukiss International)
- ขาย 13,100 หุ้นทันทีที่ตลาด (~3.22) และตั้งขาย 10,000 หุ้นที่ 3.30–3.38; หากไม่ถูกจังหวะให้ขายปิดตลาด และ ห้ามถัวเฉลี่ยเด็ดขาด เพราะหุ้นเทรนด์ขาลงที่ analysts ปรับลดประมาณการจะยิ่งทำลายเงินทุน - อย่าถือเพื่อรับปันผล และอย่าซื้อเพิ่มแม้ราคาจะรีบาวด์; ใช้ขาดทุน -14,322 บาท หักภาษีได้ ปรึกษาที่ปรึกษาด้านภาษี
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: KBANK — ธนาคารกสิกรไทย
- ต้องตั้ง Trailing Stop ที่ 243.00 บาท ทันที โดยหากปิดรายวันต่ำกว่าระดับนี้ให้ขายทั้งหมด 600 หุ้น ทันที เพื่อล็อคกำไร +79,740 บาท และขยับ Stop ขึ้นเป็น 246.00 บาท เมื่อราคาปิดเหนือ 250.00 บาท / ขยับเป็น 250.00 บาท เมื่อปิดเหนือ 256.00 บาท...
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: HENG (บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน))
- ต้องขายหุ้น HENG ทั้ง 9,000 หุ้นทันทีเป็น 2 ช่วง เพื่อลดผลกระทบจากสภาพคล่องต่ำ: ช่วงที่ 1 ขาย 5,000 หุ้น ที่ราคาตลาดทันที, ช่วงที่ 2 ขาย 4,000 หุ้น ที่เหลือเมื่อราคาดีดตัวไปที่ 0.91-0.93 บาท (POC) — ห้ามถือต่อหรือถัวเฉลี่ยเด็ดขาด หากราคาทะลุ 0.88 บาท ลงไปพร้อมวอลลูมสูง...
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: GULF (Gulf Development)
- ตั้ง Trailing Stop ที่ 62.25 บาท ทันที (จุดตัดขาดทุนเด็ดขาด) หากราคาปิดต่ำกว่านี้ให้ขายทั้งหมด 3,236 หุ้น เพื่อล็อคกำไรขั้นต่ำ +19.71% จากต้นทุน - หากราคาปิดเหนือ 65.00 บาท ให้ขยับ Stop ขึ้นไปที่ 63.25 บาท เพื่อล็อคกำไรเพิ่มเติม และรอดูการยืนยันจาก NVDR และปริมาณการซื้อขายก่อนตัดสินใจถือต่อหรือขายบางส่วน
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: CKP (บริษัท ผลิตไฟฟ้าและน้ำแข็ง เชียงใหม่ จำกัด (มหาชน))
- ลงมือ ทันที: ขายหุ้น CKP ทั้งหมด 2,000 หุ้น (FULL_EXIT) อย่าถือต่อเพื่อรอฟื้นตัว เพราะต้องขึ้น +99.6% ถึงจะคืนทุน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในเชิงโครงสร้าง - กลยุทธ์การขาย: วางคำสั่งขายแบบ Limit ที่ราคา 2.60 บาท (VAH) เพื่อเก็บ Momentum +0.78% ของวัน หากไม่มีการซื้อขายภายในปิดตลาด ให้เปลี่ยนเป็นคำสั่ง Market ทันที...
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: CK (CH. Karnchang Public Co. Ltd.)
- ถือต่อไว้ก่อน อย่าซื้อเพิ่มที่ราคาปัจจุบัน 18.60 เพราะอยู่ที่ POC ไม่มีความคุ้มค่าด้านโครงสร้างราคา ให้รอซื้อเพิ่ม 1,000 หุ้นเมื่อราคาลงมาทดสอบแนวรับ 18.20 หรือรอการทะลุ 18.80 ขึ้นไป - ตั้ง Hard Stop ที่ 18.20 อย่างเคร่งครัด — หากปิดต่ำกว่าจุดนี้ต้องขายออกทั้งหมด 2,000 หุ้นทันที เพื่อจำกัดความเสี่ยง หากทะลุ 18.80 ให้เลื่อน Stop...
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: BLA (กรุงเทพประกันชีวิต)
- ให้ ขายหุ้นทั้งหมด 600 หุ้นทันที อย่ารอเด้งหรือถัวเฉลี่ยเด็ดขาด เพราะการถือสินทรัพย์ที่ถูกกระจายต่อเนื่องในภาวะ Short หนักจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยง ตัดขาดทุน -5,568 THB เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางภาษี (Tax Loss Harvesting) และรอสัญญาณกลับเข้าซื้อใหม่เมื่อ Smart Money ฟื้นตัวเท่านั้น
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: BEC
- ดำเนินการขายทั้งหมดทันที โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง: ขาย 2,000 หุ้นทันทีที่ตลาด และขาย 1,500 หุ้นที่เหลือเมื่อราคาดีดตัวถึง 2.07-2.15 บาท หากราคาปิดต่ำกว่า 1.90 บาท ให้ขายทั้งหมดทันทีโดยไม่รอ ห้ามซื้อเพิ่มเด็ดขาด
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: BCPG
- ขาย 800 หุ้นทันที เพื่อลดความเสี่ยง 25% และตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 7.10 สำหรับ 2,300 หุ้นที่เหลือ — หากปิดต่ำกว่านี้ให้ขายทั้งหมด - ห้ามซื้อเพิ่ม เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ฟื้นตัวและมีความเสี่ยง downside เพิ่มเติมจากข่าวลบ
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: BANPU
- ถือต่อและตั้ง trailing stop ที่ 14.60 บาททันที — หากราคาปิดต่ำกว่า 14.60 ให้ขายบางส่วน 25% (ประมาณ 1,400 หุ้น) และหากปิดต่ำกว่า 14.40 บาท ให้ขายออกทั้งหมดโดยไม่ต่อรอง ห้ามซื้อเพิ่มจนกว่าจะปิดเหนือ 15.00 บาทพร้อมวอลุ่ม และ Smart Money Score ≥ +2 พร้อมทั้งกระแสเงินทุน 20...
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: STPI (STP&I)
- ให้ รีบขาย 10,000 หุ้นทันที เพื่อลดความเสี่ยง โดยต้นทุนส่วนที่เสี่ยงลดลงจาก ~245,200 บาท เหลือ ~183,900 บาท และคงจุดตัดขาดทุนที่ 5.60 บาท สำหรับหุ้นที่เหลือ 30,000 หุ้นอย่างเด็ดขาด — หากปิดต่ำกว่าให้ขายทิ้งทั้งหมดทันที - ห้ามซื้อเพิ่มหรือถือข้ามแนวโน้มขาลง จนกว่าบริษัทจะกลับมามีกำไรสุทธิเป็นบวก และกระแสเงินรายใหญ่เปลี่ยนเป็นสะสมจริง
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: **SPRC (สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง)**
- ถือต่อและตั้งจุดตัดขาดทุนแบบไล่ตามที่ 11.60 บาททันที — หากราคาปิดต่ำกว่า 11.60 บาท ให้ขายทั้งหมด 10,000 หุ้นทันที (เงื่อนไขไม่มีการต่อรอง) แต่หากราคาปิดเหนือ 12.70 บาทพร้อมวอลุ่มขาขึ้น ให้ปรับจุดตัดขึ้นไปที่ 12.41 บาทเพื่อล็อกกำไรและพิจารณาเพิ่มหุ้น - ป้องกันความเสี่ยง: หาก Drawdown 8.1% ไปที่จุดตัดเกินกว่าที่คุณยอมรับได้ ให้ขาย 5,000 หุ้น ทันทีเพื่อลดความเสี่ยงลงครึ่งหนึ่งในขณะที่ Super Bull...
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: SMT — Stars Microelectronics (Thailand) จำกัด (มหาชน)
ไม่มีข้อมูลสรุปสำหรับหุ้นตัวนี้
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: NER (บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน))
ไม่มีข้อมูลสรุปสำหรับหุ้นตัวนี้
อ่านเพิ่ม
สรุปแผนการลงทุน: **TTB — ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)**
ไม่มีข้อมูลสรุปสำหรับหุ้นตัวนี้
อ่านเพิ่ม