In My Port

Smart Money Radar (NVDR)

28 September 2026

← ก่อนหน้า วันปัจจุบัน
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: TASCO

- ควรถือครองต่อและหลีกเลี่ยงการเพิ่มหุ้น เพราะวอลุ่มยังหดตัวและราคายังไม่ breakout; หากราคาหลุด 16.60 บาท ต้อง reassess แผน, แต่ถ้า breakout 17.20 ด้วยวอลุ่มจะช่วยยืนยันแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแรงขึ้น
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: SYNEX

- ขายหุ้นทั้งหมด 25,000 หุ้น ทันทีตามกฎรักษาเงินทุน เนื่องจากขาดทุนและคะแนนสุขภาพต่ำกว่า 40 อย่าถัวเฉลี่ยขณะราคาต่ำกว่า 9.70 บาท - กลับเข้าซื้อรอบใหม่เมื่อราคาปิดเหนือ 9.70 บาท พร้อมวอลุ่มยืนยัน และสัญญาณ NVDR ฟื้นตัวชัดเจนเท่านั้น
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: SGF

- ควรรีบขายหุ้นทั้งหมด 6,000 หุ้น ตามราคาตลาดทันทีเพื่อรักษาเงินทุนที่เหลือ อย่ารอการดีดกลับเหนือ 0.16 บาท และใช้จุดตัดขาดทุนเด็ดขาดที่ 0.14 บาท หากยังไม่สามารถขายได้
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: PRINC

- ต้อง ขายออกทั้งหมด 15,200 หุ้น ทันทีเพื่อรักษาเงินทุน ห้ามถัวเฉลี่ยในกรอบ 1.68–1.72 บาท และจะพิจารณากลับเข้าซื้อใหม่เมื่อราคาปิดยืนเหนือ 1.72 บาท พร้อมวอลุ่มขยายตัวเท่านั้น
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: PACO

- ต้องขาย PACO ทั้ง 91,600 หุ้น ทันทีเพื่อตัดความเสี่ยงจากสัญญาณไม่ยืนยันและโมเมนตัมที่อ่อนแอ ใช้ 1.43 บาท เป็นจุดหยุดขาดทุนเด็ดขาด ไม่ควรดักซื้อเพิ่มจนกว่าราคาจะยืนยัน breakout ผ่าน 1.48 บาท
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: OR (PTT Oil and Retail Business)

- ต้องขายหุ้นทั้งหมด 4,600 หุ้น ตามจำนวน board lot ทันที ห้ามเฉลี่ยเพิ่มเด็ดขาด เพื่อหยุดขาดทุนสะสมและลดความเสี่ยงจากแนวรับ 12.30 บาท ที่หากหลุดอาจทำจุดต่ำใหม่
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: KTB

- ห้ามถัวเฉลี่ยหรือเพิ่มที่ราคานี้ หากราคาปิดเหนือ 45.50 บาท ด้วยวอลุ่มหนาแน่นจะเปิด upside ไป 48.00 บาท แต่ถ้าหลุด 42.75 บาท ให้ขายออกทั้งหมดทันที (FULL_EXIT) เพื่อควบคุมความเสี่ยง
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: KKP

- รีบทยอยขายทำกำไร 500 หุ้น ทันทีที่ราว 115.00–116.50 บาท เพื่อล็อกกำไรก้อนใหญ่ และคงสถานะที่เหลือ 500 หุ้น พร้อมตั้งจุดตัดขาดทุนเด็ดขาดที่ 113.00 บาท เพื่อปกป้องกำไร
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: KISS

- ห้ามซื้อถัวเฉลี่ย เว้นแต่ราคาจะกลับขึ้นไปยืนเหนือ 3.38 บาท ด้วยปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือย่อลงมาแล้วได้จุดเข้าที่ Risk/Reward ดีขึ้นอย่างชัดเจน หากราคาปิดต่ำกว่า 3.22 บาท ให้ ตัดขาดทุนทันที เพื่อจำกัดความเสี่ยงพอร์ต
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: HENG

- นักลงทุนต้อง ขายหุ้นคงเหลือ 9,000 หุ้น ตามราคาตลาดทันที ห้ามถัวเฉลี่ยเพิ่ม และกลับมาซื้อใหม่เมื่อราคาปิดเหนือ 0.95 บาท พร้อมวอลุ่มขยายและมีแผนความเสี่ยง/ผลตอบแทนชัดเจนเท่านั้น
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: GULF

- รีบขายทำกำไร 1,600 หุ้นทันทีเพื่อล็อกกำไร ท่ามกลางแรงขายหนักจากทั้ง Smart Money ผู้บริหาร และชอร์ตเซลเลอร์ แล้วถือส่วนที่เหลือด้วยจุดตัดขาดทุนเด็ดขาดที่ 60.00 บาท อย่าปล่อยให้กำไร 16% ละลายกลับไปเป็นศูนย์
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: EPG

- ถือหุ้นเดิม 10,000 หุ้น ไว้ได้ แต่ห้ามซื้อเพิ่มที่ราคาปัจจุบัน เพราะราคาใกล้แนวต้าน 6.30 บาท และผลตอบแทนต่อความเสี่ยงไม่คุ้ม หากราคาหลุด 5.90 บาท ให้กลับมาทบทวนการตัดขาดทุนทันที
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: CKP

- ถือสถานะเดิมไว้ก่อนเนื่องจากราคายังไม่หลุดจุดตัดขาดทุน 2.34 บาท และยังมีสัญญาณสะสมเชิงบวก แต่ห้ามซื้อเพิ่มเด็ดขาด รอให้ราคาปิดเหนือ 2.48 บาท ด้วย Volume ก่อนจึงค่อยประเมินการฟื้นตัว ขณะเดียวกันหากราคาหลุด 2.34 บาท ให้ขายทิ้งทั้งหมดทันทีเพื่อจำกัดการขาดทุนเพิ่ม
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: CK (ช.การช่าง)

- ยังไม่ควรไล่ซื้อถัวเฉลี่ย (Average Down) ในตอนนี้ ให้เน้นตั้งรับและถือต่อตราบใดที่ราคายังไม่หลุดแนวรับสำคัญ 17.40 บาท; หากราคาทะลุ 18.20 บาท ด้วยวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงค่อยประเมินการปรับเป้าหมายขึ้นไปที่ 18.40 บาท - ในทางกลับกัน หากราคาปิดต่ำกว่า 17.40 บาท จะทำให้โครงสร้างทางเทคนิคเสียหายอย่างเด็ดขาด ควรเตรียมแผน ขายทิ้งทั้งหมด (Full Exit) เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการขาดทุนเพิ่มเติม
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: BEC

- รีบขายหุ้น BEC ทั้ง 3,500 หุ้น ทันทีที่ราคาประมาณ 1.90 บาท เพื่อตัดขาดทุนสะสม -82.30% และรักษาเงินทุนคงเหลือ อย่าถือต่อหรือซื้อถัวเฉลี่ย เพราะทิศทางยังเป็นขาลงและคะแนนสุขภาพหุ้นอยู่ในเกณฑ์วิกฤติ
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: BCPG

- ต้องขายหุ้น BCPG ทั้งหมด 3,100 หุ้น ทันทีตามกฎรักษาเงินทุน อย่าถัวเฉลี่ยเพิ่มขณะราคายังต่ำกว่า 7.10 บาท และหากราคาหลุด 6.55 บาท จะเป็นการยืนยันความเสี่ยงขาลงต่อเนื่อง
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: BANPU

- ถือต่อและห้ามเพิ่ม/เฉลี่ยต้นทุนจนกว่าราคาจะยืนเหนือ 14.80–15.10 บาท พร้อมวอลุ่มและแรง Short ที่ดีขึ้น หากราคาปิดต่ำกว่า 14.40 บาท ให้เตรียมลดสถานะ 25% หรือออกทั้งหมดทันที
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: WHAUP

- ให้ซื้อเพิ่มเพียง 1,000 หุ้น บริเวณ POC 7.15 THB พร้อมตั้งจุดตัดขาดทุนเด็ดขาดที่ 7.10 THB หากราคาปิดต่ำกว่า 7.10 THB ให้ยกเลิกสัญญาณสะสมทันที และห้ามไล่ซื้อเกิน 7.25–7.35 THB หากไม่มี Volume ยืนยัน
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: TTB

- ควรทยอยขายทำกำไร 7,000 หุ้น ที่แนวต้าน 3.18 บาท เพื่อล็อกกำไร เนื่องจากสัญญาณกระจายหุ้นของสถาบันเริ่มชัดขึ้นแม้กราฟยังดูดี หากราคาหลุด 2.98 บาท อย่างมีนัยสำคัญ ต้องเร่งประเมินการขายออกเพิ่มเติมทันทีเพื่อรักษากำไรที่เหลือ
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: TPIPL

- ถือหุ้น 50,000 หุ้น ไว้ ไม่เพิ่มในโซนต้นทุน 0.95 บาท; รอปิดแท่งเทียนด้วย Volume เหนือ 0.94 บาท เพื่อเปิดทางไป 1.02 บาท และตั้ง Stop Loss เด็ดขาดที่ 0.90 บาท หากหลุดให้ตัดขาดทุนทันที
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: STPI

- ต้องรีบขายหุ้น STPI ทั้ง 50,000 หุ้น ทันทีเพื่อหยุดการขาดทุน เนื่องจากคะแนนสุขภาพหุ้นอ่อนแอและราคายังมีแนวโน้มลง หากราคาหลุด 5.45 บาท จะเสี่ยงขาดทุนเพิ่มขึ้น กลับมาซื้อใหม่เมื่อราคาปิดเหนือ 5.70 บาท พร้อม Volume ยืนยันเท่านั้น
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: SPRC

- ด้วยกำไรก้อนโต 16.84% และราคาใกล้แนวต้าน 14.60 บาท ควรรีบตั้ง Trailing Stop ใต้ 13.60 บาท และกำหนด Hard Stop ที่ 13.00 บาท เพื่อล็อกกำไรและกันความเสี่ยงขาลง ห้ามไล่ซื้อเพิ่ม
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: SAT

- ควรขายทำกำไร 300 หุ้น ทันทีเพื่อลดความเสี่ยง แล้วถือที่เหลือ 1,200 หุ้น ต่อ - หากราคาปิดเหนือ 16.40 THB พร้อมวอลุ่มเพิ่มขึ้น ถือลุ้นเป้า 17.00 THB; แต่ถ้าหลุด 16.00 THB ให้หยุดขาดทุนทันที
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: ITC

- ควรขายลดพอร์ต 5,000 หุ้น ทันทีตามแผน เหลือถือ 15,000 หุ้น เพื่อลดความเสี่ยง เพราะพอร์ตใกล้เท่าทุนและยังยืนเหนือแนวรับ 16.30 บาท ได้ หากราคาปิดหลุด 16.30 บาท ให้ประเมินใหม่เป็น FULL_EXIT
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: HENG

- นักลงทุนต้องขายหุ้น HENG ทั้ง 1,000 หุ้น ทันทีเพื่อหยุดขาดทุนและรักษาเงินทุน อย่าถัวเฉลี่ยบริเวณ 0.87–0.91 บาท จนกว่าจะมีสัญญาณกลับตัวชัดเจน วอลุ่มเพิ่มขึ้น และ Risk/Reward ใหม่ที่เหมาะสม
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: HARN

- หุ้นหลุดแนวสมดุลหลัก (POC 2.07 บาท) และไม่มีข้อมูลยืนยันกระแสเงินระยะกลางหรือดีลผู้บริหาร ยึดหลักจัดการความเสี่ยง ขายทิ้งทั้งหมด 40,000 หุ้น ทันที ห้ามถัวเฉลี่ยเพิ่ม เพราะสถานะขาดทุนและค่าสุขภาพหุ้นต่ำกว่า 40 คะแนน การกลับมาซื้อใหม่ต้องรอสัญญาณยืนยันด้วย Volume ปิดเหนือ 2.07 บาท พร้อมแผน Risk/Reward ใหม่เท่านั้น
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: GUNKUL

- เข้าซื้อเพิ่มได้เพียง 1,000 หุ้น เฉพาะเมื่อราคายืนเหนือ 5.30 บาท หรือย่อลงมาไม่หลุด 5.15 บาท เท่านั้น เพราะกำไรปัจจุบันยังบาง และราคาอยู่ใกล้แนวต้าน ต้องวาง Stop Loss ที่ 5.05 บาท อย่างเคร่งครัดเพื่อจำกัดความเสี่ยง
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: FSMART

- ต้องขายหุ้นทั้งหมด 10,000 หุ้น ทันทีเพื่อตัดขาดทุนและรักษาเงินทุน หลีกเลี่ยงการถัวเฉลี่ย และจะกลับเข้าซื้อเมื่อราคาปิดเหนือ 7.05 บาท พร้อมทิศทางยืนยันชัดเจนเท่านั้น
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: CCET

- ทยอยซื้อเพิ่มได้จำกัดเพียง 1,000 หุ้นบริเวณ 9.00–9.10 บาท โดยตั้งจุดตัดขาดทุนที่ 8.75 บาท หากราคาปิดต่ำกว่านี้ ห้ามถัวเฉลี่ยเพิ่มเด็ดขาด เพื่อควบคุมความเสี่ยงของพอร์ต
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: BTS

- ถือหุ้นขาดทุนหนักและราคาหลุดแนวรับโครงสร้างแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะเฉลี่ยเพิ่ม ควรขายทิ้งทั้งหมด 26,000 หุ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลงเพิ่ม เพราะโครงสร้างทางเทคนิคและ Smart Money ล้วนสนับสนุน Downside ต่อ
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: BEAUTY

- ขายออกทั้งหมด 56,000 หุ้นทันที เพื่อหยุดการขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนมากถึง 41% การถือต่อโดยไม่มีสัญญาณฟื้นที่ชัดเจนเป็นการเสี่ยงเกินจำเป็น - ห้ามเฉลี่ยซื้อเพิ่มในขาลงโดยไม่มีการยืนยันการแปลงทิศทางที่ 0.34 บาท พร้อมปริมาณซื้อขายที่กลับมาและเป็น `UPTREND` ก่อนจึงจะพิจารณากลับเข้ามใหม่
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: AWC

- แนะนำถือหุ้นเดิม ไม่เพิ่มและไม่ขาย ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือ 3.02–3.04 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนเด็ดขาดที่ 3.02 บาท - หากราคาปิดต่ำกว่า 3.02 บาท ควรตัดขาดทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงโครงสร้างขาขึ้นพัง; หากยืนเหนือ 3.18 บาท พร้อม Volume หนุนแน่น ค่อยพิจารณาปรับเป้าและเพิ่มสถานะในรอบถัดไป
อ่านเพิ่ม
Chart

สรุปแผนจัดการ Port ลงทุน: AOT

- ควรขายทำกำไร AOT ออก 500 หุ้น ทันทีเพื่อล็อกกำไรจากต้นทุน 42.35 บาท คงเหลือ 1,500 หุ้น หากราคาหลุด 60.75 บาท ให้ตัดขาดทุนส่วนที่เหลือ เน้นบริหารความเสี่ยงตามแผน
อ่านเพิ่ม