CHG

Trading Chart

รายงานการตัดสินใจ SET: CHG — บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน)

1. บัตรตัดสินใจ

รายการ การตัดสินใจ
การดำเนินการหลัก เฝ้าติดตาม
การดำเนินการสำหรับผู้ถือหุ้นเดิม ถือต่อโดยใช้ Trailing Stop ที่ 1.50; ลดสถานะเมื่อปิดต่ำกว่า 1.52
แนวโน้มทิศทาง เป็นกลางโดยมีความโน้มเอียงขาขึ้นเล็กน้อย (การสะสมของ NVDR)
ความเชื่อมั่น ต่ำ
กรอบเวลา สวิง (1–5 วัน)
ราคาอ้างอิงล่าสุด 1.57–1.59 บาท (จาก Investing.com, 3 ส.ค. 2569)
วันที่ของราคา 3 สิงหาคม 2569
สถานะการตั้งรับ รอสัญญาณ — การบีบตัวของความผันผวนยังไม่คลี่คลาย

วิทยานิพนธ์การตัดสินใจ: CHG ติดอยู่ในรูปแบบการบีบตัวของความผันผวนแบบตำรา โดยมีวอลุ่มเหือดแห้ง, RSI เป็นกลาง และ MACD อยู่ที่เส้นศูนย์ ซึ่งเป็นภาวะ “สปริงถูกกด” แบบคลาสสิกที่รอการเลือกทิศทาง NVDR แสดงการซื้อสุทธิติดต่อกันอย่างน่าทึ่งถึง 20 วัน (สัดส่วนซื้อสุทธิ 11.96%) แต่สัญญาณดังกล่าวถูกปนเปื้อนจากมูลค่าการซื้อขายรวมต่อวันที่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ทำให้เป็นเพียงสัญญาณรบกวนที่มีความน่าเชื่อถือต่ำ มากกว่าที่จะเป็นการสะสมของสถาบันที่ยืนยันแล้ว ด้วยกำหนดการประกาศผลประกอบการ Q2 ในวันที่ 13 สิงหาคมที่สร้างความเสี่ยงแบบสองด้าน (binary gap) จึงยังไม่มีจุดเข้าที่ป้องกันความเสี่ยงได้ จนกว่าการบีบตัวจะคลี่คลายพร้อมการยืนยันด้วยวอลุ่ม


2. ตารางคะแนนหลักฐาน

หลักฐาน สิ่งที่พบ สัญญาณ ความน่าเชื่อถือ
แนวโน้มและโครงสร้างราคา แกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบสะสม; ราคาอยู่ใกล้ 1.57–1.59 ทดสอบโซนแนวต้าน 1.56; การบีบตัวยังดำเนินอยู่; Keltner แบนราบ เป็นกลาง ปานกลาง
วอลุ่มและโมเมนตัม วอลุ่มอยู่ในสถานะ DRYING_IN_SQUEEZE; RSI 57.81 (เป็นกลาง); MACD ที่เส้นศูนย์; ไม่มีสัญญาณจากราคา เป็นกลาง ปานกลาง
Big Lot ไม่พบข้อมูล ไม่พร้อมใช้งาน ไม่มี
Short Selling มูลค่าขายชอร์ตคิดเป็น 5.82% ของมูลค่าซื้อขาย; อัตราส่วนขายชอร์ตคงค้าง 0.84% — ต่ำและไม่เป็นภัย เป็นกลาง ปานกลาง
NVDR ซื้อสุทธิติดต่อกัน 20 วัน; สัดส่วนซื้อสุทธิ 11.96%; ปริมาณพุ่ง 47.01 เท่า — แต่สภาพคล่องต่ำกว่าเกณฑ์ 100 ล้านบาท กำลังสะสม (ปนเปื้อนสัญญาณรบกวน) ต่ำ
ข่าวและตัวเร่ง ประกาศผลประกอบการ Q2 2569 วันที่ 13 ส.ค.; ประกาศความร่วมมือด้าน ESG; เงินปันผลอัตราผลตอบแทน 4.52% เป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย ปานกลาง
การประเมินมูลค่า/ปัจจัยพื้นฐาน P/E 18.15; ROE 11.9%; Gross margin 29.3%; Beta 0.12; เสถียรภาพของเซกเตอร์การแพทย์ เป็นกลางถึงบวก ปานกลาง

ความสอดคล้องสุทธิ: ผสมผสาน / ยังหาข้อสรุปไม่ได้ — การสะสมของ NVDR เป็นสัญญาณที่แรงที่สุด แต่อ่อนกำลังลงจากสภาพคล่องต่ำและขาดการยืนยันจากราคา


3. การตีความทางเทคนิคและกระแสเงินทุน

  • แนวโน้มหลัก: ไซด์เวย์ (ยืนยัน: stock_trend = SIDEWAYS, trend_strength = Consolidating)
  • วัฏจักรตลาด: ไม่ชัดเจน — ภาวะการบีบตัวสอดคล้องกับช่วงปลายของการสะสม (Accumulation) แต่การทะลุกรอบยังไม่ยืนยันการเปลี่ยนผ่านสู่ช่วง Markup
  • แนวรับสำคัญ: 1.52 บาท (แนวรับทันที), 1.50 บาท (จุด Stop-Loss เชิงโครงสร้าง / จุดกึ่งกลางของกรอบ 52 สัปดาห์)
  • แนวต้านสำคัญ: 1.56 บาท (ทันที, กำลังถูกทดสอบ), 1.58 บาท (เป้าหมายที่ 1 ที่ให้มา), 1.60 บาท (ราคาขายที่ให้มา)
  • โมเมนตัม: RSI ที่ 57.81 (ยืนยันจาก Investing.com) — เป็นกลางโดยมีอคติทางบวกเล็กน้อย; MACD อยู่ที่ตำแหน่งเส้นศูนย์ — ไม่มีโมเมนตัมเชิงทิศทาง; ไม่พบ Divergence
  • การตีความ Big Lot: ไม่พร้อมใช้งาน — ไม่มีข้อมูลส่งกลับ; ไม่สามารถประเมินกิจกรรมของสถาบัน
  • การตีความ Short Selling: กิจกรรมขายชอร์ตปานกลาง (5.82% ของมูลค่า, 0.84% คงค้าง) — ฝั่งหมีไม่ได้กดดันรุนแรง; ไม่มีรูปแบบ Short Squeeze ที่เห็นได้ชัด; ไม่เป็นภัย
  • การตีความ NVDR: การซื้อสุทธิติดต่อกันยี่สิบวันด้วยสัดส่วนซื้อสุทธิ 11.96% เป็นช่วงการซื้อต่อเนื่องที่น่าสังเกต อย่างไรก็ตาม ตามกฎบังคับการกรองสัญญาณรบกวน มูลค่าการซื้อขายรวมต่อวันต่ำกว่าเกณฑ์สภาพคล่อง 100 ล้านบาท สัญญาณนี้จึงต้องถูกติดธงว่าเป็น คำเตือนด้านสภาพคล่องต่ำ / สัญญาณรบกวน การพุ่งขึ้น 47.01 เท่าของปริมาณเทียบกับค่าเฉลี่ยของ NVDR เองยิ่งชี้แนะว่าข้อมูลอาจถูกบิดเบือนจากธุรกรรมขนาดใหญ่ของต่างชาติที่ทำเป็นครั้งคราว มากกว่าที่จะเป็นการสะสมของสถาบันอย่างสม่ำเสมอ สิ่งนี้ยังคงเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าดูต่อไป ไม่ใช่ตัวกระตุ้นการเข้าเทรด
  • ข้อสรุปกระแสเงินทุนรวม: Big Lot ไม่พร้อมใช้งาน, Short Selling เป็นกลาง, NVDR เป็นขาขึ้นแต่ปนเปื้อนสัญญาณรบกวน ราคายังไม่สามารถทะลุแนวต้านพร้อมวอลุ่มได้ กระแสเงินทุนรวมถือว่า ยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยมีความโน้มเอียงขาขึ้นเล็กน้อย

4. แผนการดำเนินการ

  • กลยุทธ์: ยังไม่ซื้อขาย — รอให้การบีบตัวคลี่คลายพร้อมการยืนยันด้วยวอลุ่ม
  • เขตเข้าซื้อ: ณ ราคาปัจจุบัน 1.57–1.59 ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้อง (สูงกว่าระดับเข้าซื้อที่ให้มาที่ 1.54 และยังไม่ยืนยัน)
  • จุดกระตุ้นการเข้า (การทะลุขาขึ้น): ราคาปิดรายวันเหนือ 1.58 บาท (ระดับเป้าหมายที่ 1) โดยมีวอลุ่มเกิน 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน; RSI ต้องเคลื่อนขึ้นเหนือ 60 เพื่อยืนยันการเปลี่ยนโมเมนตัม
  • เป้าหมายที่ 1: 1.60 บาท — ราคาขายที่ให้มา / แนวต้านเหนือศีรษะทันที
  • เป้าหมายที่ 2: 1.66 บาท — แนวต้านโดยประมาณจากโครงสร้างช่วงกลางของกรอบ 52 สัปดาห์ (ไม่ยืนยันหากไม่มีข้อมูลชาร์ต)
  • Stop Loss: 1.50 บาท — ต่ำกว่าแนวรับทันที 1.52 และระดับที่ทำให้โครงสร้างเป็นโมฆะ
  • Trailing Stop: เลื่อน Stop มาที่ 1.52 (โซนเท่าทุน) เมื่อราคายืนเหนือ 1.60 ได้อย่างต่อเนื่อง
  • Reward-to-Risk ถึงเป้าหมาย 1: เข้า 1.58, Stop 1.50: (1.60 − 1.58) / (1.58 − 1.50) = 0.25 — ไม่น่าสนใจอย่างยิ่งที่ราคาปัจจุบัน; ยืนยันสถานะเฝ้าติดตาม
  • ช่วงเวลาดำเนินการ: หลังการประกาศผลประกอบการวันที่ 13 ส.ค. และวอลุ่มหลังประกาศงบกลับสู่ภาวะปกติ
  • ห้ามเข้าซื้อหาก:

1. ราคาปิดต่ำกว่า 1.52 ด้วยวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้น (สัญญาณพังฐาน)

2. NVDR พลิกกลับเป็นขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป

3. ผลประกอบการ Q2 2569 ออกมาผิดหวังอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับประมาณการตลาด

อัปเกรดเป็น ซื้อ: ต้องมีราคาปิดรายวันเหนือ 1.58 ด้วยวอลุ่มที่พุ่งเกิน 1.5 เท่าของค่าเฉลี่ย, RSI เหนือ 60, และ NVDR ยังคงสถานะซื้อสุทธิ จุดเข้าที่เหมาะสมที่สุดคือการพักตัวกลับมาที่ 1.56 หลังการยืนยันการทะลุกรอบ ซึ่งจะให้ Reward-to-Risk ที่ดีกว่า

ลดระดับเป็น หลีกเลี่ยง: ราคาปิดรายวันต่ำกว่า 1.50 ด้วยวอลุ่มสูง หรือ NVDR พลิกกลับเป็นขายอย่างหนักรวมกับราคาทะลุดลงต่ำกว่า 1.52


5. แผนผังสถานการณ์

สถานการณ์ ตัวกระตุ้น แนวทางที่คาด การทำให้โมฆะ
กรณีขาขึ้น การบีบตัวคลี่คลายไปทางขึ้น: ปิดเหนือ 1.58 พร้อมวอลุ่มพุ่ง + NVDR ซื้อต่อเนื่อง ปรับตัวขึ้นไปยัง 1.60–1.66; มีโอกาสทดสอบจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ 1.87 หากโมเมนตัมอยู่ได้ ปิดกลับลงมาต่ำกว่า 1.56
กรณีฐาน แกว่งตัวไซด์เวย์ต่อไประหว่าง 1.52–1.58 ไปจนถึงวันประกาศงบ กระทิงกรอบ; เคลื่อนไหวเป็นทิศทางหลังประกาศงบ ทะลุกรอบขึ้นหรือลงพร้อมวอลุ่ม
กรณีขาลง การบีบตัวคลี่คลายไปทางลง: ปิดต่ำกว่า 1.52 พร้อมวอลุ่ม ปรับตัวลงสู่ 1.50 และอาจหลุดไปถึง 1.45–1.40 หากผลประกอบการแย่กว่าคาด ฟื้นกลับขึ้นเหนือ 1.52 ด้วยวอลุ่มซื้อ

6. ตัวเร่งปฏิกิริยาและความเสี่ยงวิกฤต

ตัวเร่งที่กำลังจะมาถึง

  • 13 สิงหาคม 2569 — ประกาศผลประกอบการ Q2 2569: ตัวเร่งระยะสั้นที่สำคัญที่สุด โดยปกติเซกเตอร์การแพทย์จะมีความมั่นคง แต่ความประหลาดใจใดๆ อาจทำให้การบีบตัวแตกออก
  • นโยบายปันผล: 0.07 บาท/หุ้น (อัตราผลตอบแทน 4.52%) — วันขึ้นเครื่องหมาย XD ผ่านไปแล้ว (6 พฤษภาคม 2569); ไม่ใช่ตัวเร่งที่ใกล้จะเกิดขึ้น
  • ความร่วมมือด้าน ESG กับ UN Global Compact (ประกาศแล้ว): การวางตำแหน่งเชิงบวกในระยะยาว; ไม่น่าขยับราคาระยะใกล้

ความเสี่ยงวิกฤต

  • ความเสี่ยงทางเทคนิค: การบีบตัวของความผันผวนกำลังดำเนินอยู่ — ทิศทางการทะลุกรอบยังไม่แน่นอน; วอลุ่มกำลังเหือดแห้ง ซึ่งโดยทั่วไปมักเกิดขึ้นก่อนการเคลื่อนไหวเฉียบพลันในทิศใดทิศหนึ่ง
  • ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุน: สัญญาณขาขึ้นของ NVDR อาจบ่งชี้การสะสมของต่างชาติ แต่สภาพคล่องต่ำทำให้การตีความไม่น่าเชื่อถือ; อาจกลับทิศเร็ว
  • ความเสี่ยงด้านปัจจัยพื้นฐาน: ผลประกอบการ Q2 วันที่ 13 ส.ค. สร้างความเสี่ยงจากการเกิดช่องว่างราคาแบบสองทาง (binary gap); Beta ต่ำที่ 0.12 ชี้ถึงความผันผวนที่จำกัดแต่ก็มีโอกาสสร้างความประหลาดใจได้น้อยเช่นกัน
  • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: มูลค่าการซื้อขายรวมต่อวันต่ำกว่า 100 ล้านบาทเพิ่มความเสี่ยง Slippage และลดความน่าเชื่อถือของสัญญาณกระแสเงินทุนทั้งหมด
  • ความเสี่ยงจากอุปทานที่ถูกกักไว้เหนือราคา: หุ้นซื้อขายอยู่ใกล้จุดกึ่งกลางของกรอบ 52 สัปดาห์ (1.33–1.87); อาจมีอุปทานจำนวนมากจากผู้ซื้อที่ติดดอยอยู่แถวระดับ 1.70–1.87 บาท

การทำให้วิทยานิพนธ์เดิมเป็นโมฆะ: การปิดรายวันต่ำกว่า 1.50 บาทด้วยวอลุ่มสูง หรือ NVDR กลับมาเป็นขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง 3 วันทำการขึ้นไป จะทำให้วิทยานิพนธ์เชิงบวกใดๆ ใช้ไม่ได้


7. การกำหนดขนาดสถานะ

  • มูลค่าพอร์ต: ไม่ได้ระบุ
  • ความเสี่ยงสูงสุด: ไม่ได้ระบุ
  • ความเสี่ยงต่อหุ้น: 0.08 บาท (เข้า 1.58 − Stop 1.50) หากเข้าตอนทะลุกรอบ
  • จำนวนหุ้นสูงสุด: ไม่สามารถคำนวณได้หากไม่มีมูลค่าพอร์ตและเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง
  • หมายเหตุการกำหนดขนาด: ด้วย Reward-to-Risk ที่ต่ำมาก ณ ระดับปัจจุบัน (0.25 ไปยังเป้าหมาย 1 ที่ 1.60) การเปิดสถานะใดๆ ควรให้น้อยที่สุดหรือเลื่อนออกไปจนกว่าจะเกิดการพักตัวที่ 1.56 หลังการยืนยันการทะลุกรอบ ซึ่งจะทำให้อัตราส่วนดีขึ้น สูตรคำนวณคือ:

$$\text{จำนวนหุ้น} = \left\lfloor \frac{\text{มูลค่าพอร์ต} \times \text{%ความเสี่ยงสูงสุด}}{0.08} \right\rfloor$$

ห้ามเปิดสถานะเต็มจำนวนก่อนวันที่ 13 สิงหาคม คำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่มีสภาพคล่องต่ำในการกำหนดขนาดด้วย


8. บัญชีข้อมูลและแหล่งที่มา

แหล่งที่มา วันที่ข้อมูลล่าสุด สถานะ ผลกระทบต่อการตัดสินใจ
ข้อมูลเทคนิคที่ป้อนเข้า 5 ส.ค. 2569 (วันที่ออกรายงาน) ปัจจุบัน ใช้อ้างอิงโครงสร้างหลัก; การบีบตัวในไซด์เวย์โดยไม่มีตัวกระตุ้น
RAG Knowledge Main 5 ส.ค. 2569 20:14 พร้อมใช้งาน ตรวจสอบกฎการทะลุกรอบจากการบีบตัว, การตีความ VPA, วิธีการตั้ง Stop
Query Biglot Stock Daily จาก RAG N/A ไม่พร้อมใช้งาน ไม่สามารถประเมินกระแสเงินทุนสถาบัน; ลดความเชื่อมั่น
Query Short Stock Daily จาก RAG 1 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน กิจกรรมขายชอร์ตปานกลาง; สัญญาณเป็นกลาง
NVDR Analyzer 2 ส.ค. 2569 ปัจจุบัน (ล่าหลัง 1 วัน) สัญญาณซื้อสุทธิ 20 วันแต่ถูกติดธงเป็นสัญญาณรบกวนจากสภาพคล่องต่ำ
Tavily Search 5 ส.ค. 2569 พร้อมใช้งาน ระบุวันประกาศงบ 13 ส.ค. เป็นตัวเร่งสำคัญ; ยืนยัน P/E 18.15, Beta 0.12

ข้อขัดแย้งของแหล่งข้อมูล: Investing.com แสดง CHG ซื้อขายที่ 1.57–1.59 ณ วันที่ 3 ส.ค. ในขณะที่กระบวนการนำเข้าอ้างอิงจุดเข้าที่ 1.54 หุ้นดูเหมือนขยับขึ้นเหนือระดับเข้าที่กำหนดแล้ว ทำให้จุดเข้าเดิมใช้ไม่ได้


9. การตัดสินใจสุดท้าย

เฝ้าติดตาม — ไม่มีจุดเข้าที่ถูกต้อง; CHG ติดกับอยู่ในภาวะการบีบตัวของความผันผวนระหว่างแนวรับ 1.52 และแนวต้าน 1.58 ด้วยวอลุ่มที่เหือดแห้ง, โมเมนตัมเป็นกลาง, และช่วงการซื้อสุทธิ NVDR 20 วัน ที่ปนเปื้อนสัญญาณรบกวน; รอให้เกิดการทะลุกรอบหลังวันประกาศผลประกอบการ (13 ส.ค.) ขึ้นเหนือ 1.58 พร้อมการยืนยันด้วยวอลุ่มและ RSI เหนือ 60 จึงจะพิจารณาซื้อ หรือหากปิดต่ำกว่า 1.52 จึงจะพิจารณาหลีกเลี่ยง; Reward-to-Risk ณ ราคาตลาดปัจจุบันที่ 0.25 ไม่เหมาะสมแก่การซื้อขาย


*นี่คือการสนับสนุนการตัดสินใจตามหลักฐาน ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เป้าหมายเป็นระดับการวางแผนที่มีเงื่อนไข และการขาดทุนอาจเกินจุด Stop Loss ที่กำหนดไว้ในกรณีเกิดช่องว่างราคาหรือการซื้อขายที่ขาดสภาพคล่อง*